เขาหาว่าพ่อหนูโกง ตอนที่ 7

เขาหาว่าพ่อหนูโกง ตอนที่ 7

  • 0 ตอบ
  • 9311 อ่าน
*

ออนไลน์ err

  • Veteran Member
  • ******
  • 1768
  • 897
  • ดอนควาย
    • ดูรายละเอียด
เขาหาว่าพ่อหนูโกง ตอนที่ 7
« เมื่อ: มิถุนายน 28, 2010, 10:52:03 am »
“เอาไงดีล่ะพี่แมค อีพัชเราก็เรียกมาเอาไม่ได้แล้ว รับเงินอามันมาแล้วนี่” ไอ้ปอถาม
“โธ่ อีพัชน่ะกูเริ่มเบื่อแล้วว่ะ แม่งสวยอย่างเดียวแต่ทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง แข็งทื่ออย่างก๊ะตุ๊กตายาง” ไอ้หมูวีบ่น
“แต่กูชอบของกูนี่หว่า อีพัช นี่ทั้ง ขาว หอม สวย น่าเสียดายชิบหาย” ไอ้ปอยังทำตาหวาน
“เงียบเหอะพวกมึง ตอนนี้กูมีเป้าหมายใหม่แล้วว่ะ กูติดใจสาวเต็มตัวมากกว่าว่ะ มันส์กว่าเยอะเลย” ไอ้แมคพูดขึ้นบ้าง ไอ้พวกที่เหลือหูผึ่ง หันมามองมันกันเป็นแถว
“ใครหรือพี่แมค”
“อีลาวัลย์ไง”
อาจารย์ลาวัลย์ ครูสอนวิทยาศาสตร์ ขวัญใจมหาชน หน้าหวานหยด แต่บุคลิกขัดกับใบหน้ามากมายเพราะหล่อนดุยิ่งกว่าเสือ ครั้งหนึ่งพวกมันเคยเล่นบอลกันในห้องเรียนขณะที่ลาวัลย์สอนอยู่ในห้องข้างๆ เสียงเอะอะของพวกมันทำให้โดนเธอใช้ไม้เรียวฟาดก้นทั้งแก๊ง จนบัดนี้บางคนยังไม่หายแค้น
“หูยยย ถ้าได้งั้นจริงก็สุดยอดเลยพี่แมค” ไอ้บอยซู๊ดปาก
“หุ่นดีชิบหาย กูยังจำตอนกีฬาสีได้ แม่งวันนั้นฝนตก มันเสือกใส่ชุดขาวกางเกงวอร์มก็ขาว ฝนตกแม่งมองเห็นกางเกงในเลย กูเห็นเป้ากางเกงมันแล้ว อูมชิบ โคตรเซ็กส์เลย นี่พูดถึงแล้วของกูเริ่มซ่าแล้วว่ะมึงดูซิ” ไอ้หมุวีพูดแล้วชี้ให้เพื่อนๆดูความแข็งขันของมันที่โป่งพองคับกางเกง
“โหไอ้ควาย มึงนี่ทุเรศชิบเป๋งเลยไอ้หมูตอน” ไอ้ปอด่าแล้วหันมาพูดกับไอ้แมค “แต่จะไหวหรอพี่แมค เล่นอาจารย์นี่พลาดมาโดนไล่ออกทั้งแก๊ง แล้วอาจจะได้ไปนอนมุ้งสายบัวเป็นของแถมอีกนะพี่ แกคงไม่ยอมพวกเราง่ายๆเหมือนอีพัชหรอก “
“สบายใจได้ว่ะ กูมีแผน ขนาดนี้แล้วมึงยังไม่เชื่อกูอีกหรือวะ ขนาดอีอรแม่งเคี่ยวกว่าตั้งเยอะยังทำอะไรพวกเราไม่ได้เลย “ ไอ้แมคพูดแล้วถอนหายใจเฮือก ไม่มีใครรู้ว่ามันหลงรักอรรุจิจนหมดหัวใจ รสสวาทของเธอยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำของมัน แต่คำสัญญาที่มันให้ต่ออรรุจิทำให้มันกลับไปพบเธอไม่ได้ แต่ใจมันร้อนรนยิ่งนักและจำเป็นต้องหาคนอื่นมาดับอารมณ์ปรารถนาของมัน หากแต่มันหมดความอยากได้ในตัวเพื่อนเด็กนักเรียนด้วยกันแล้ว สาวเต็มตัวอย่างอาจารย์ลาวัลย์เท่านั้นที่อาจทดแทนอรรุจิได้

. . . . . . . . . .

รถเก๋งบีเอ็มสีดำแล่นช้าๆเข้ามาในประตูคฤหาสน์ ยามคนหนึ่งโบกรถให้หยุด กวาดตามองเข้าไปก็เห็นเป็นหญิงสาวหน้านวลใส สวมแว่นตาดำ
“มาหาใครครับคุณผู้หญิง”
“มาหาท่านรองค่ะ นัดท่านไว้แล้ว” หญิงสาวพูดพร้อมกับยื่นนามบัตรให้
“ท่านอยู่ที่เรือนกล้วยไม้ คุณเอารถไปจอดตรงนั้นก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะไปเรียนท่านให้” ยามตอบ
อรรุจิขับรถไปจอดตามที่ ยามบอก พอเธอก้าวลงจากรถก็ได้กลิ่นหอมละมุนลอยออกมาแตะจมูก หญิงสาวสำรวจไปรอบๆ ก็เห็นภายในบริเวณบ้านปลูกไม้ดอกเต็มไปหมด เจ้าของบ้านนี้คงจะชอบดอกไม้มาก อรรุจิหันไปยังที่มาของกลิ่นหอมนั้น ซุ้มไม้เลื้อย ที่ผลิดอกสีเหลือง กลิ่นหอมแรงดอกหนึ่งมี 6 กลีบ
“กระดังงา คนไทยเชื่อว่า ใครปลูกต้นกระดังงาจะทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะ กระดัง คือการทำให้เกิดเสียงดังไปไกล “ เสียงนุ่มนวลดังขึ้น อรรุจิหันไปมอง ก็แลเห็นเจ้าของเสียง ชายหนุ่มหน้าคม คิ้วดกดำเข้ม เขาส่งยิ้มให้เธอแล้วถาม
“คุณคือ..”
“อรรุจิค่ะ ดิฉันมาหาท่านรอง”
“อ้อ ... คุณพ่อของผมเอง ผมชื่อ ธีรภัทรครับ”
“ยินดีที่รู้จักค่ะ คุณพ่อของคุณคงจะชอบดอกไม้มากนะคะ”
“ใช่แล้วครับ ท่านบอกดอกไม้ก็เหมือนผู้หญิง อย่างกระดังงาเนี่ยก็เหมือนผู้หญิงที่สวยยั่วยวน เพราะส่งกลิ่นหอมแรงมาก ใครได้อยู่ใกล้ก็อดจะหลงใหลไม่ได้” เขาพูดพร้อมแอบส่งตาหวานให้
“ ต่อซิคะ ” อรรุจิถามอย่างสนใจ
“หรืออย่างบานไม่รู้โรย หลายคนมองข้ามมันไป ที่จริงบานไม่รู้โรยเป็นดอกไม้ที่บานนานมาก นานกว่าดอกไม้ชนิดอื่น ถ้าเปรียบเป็นผู้หญิงก็เหมือนผู้หญิงที่มีความรักที่มั่นคง ใครที่ได้แฟนแบบนี้ก็เชื่อได้เลยว่าชีวิตคู่ที่ยืนยาวและเปี่ยมไปด้วยความสุข”
“อรเดาว่าคุณแม่ของคุณคงเหมือนดอกไม้ชนิดนี้”
ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่ยังพูดต่อไป
“แต่ผู้หญิงบางคนก็เปรียบเหมือนดอกบัว ดอกบัวสัญญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และเบิกบาน ดอกบัวที่พ้นน้ำนั้นเปรียบเหมือนผู้ที่พ้นแล้วจากความทุกข์ ผู้หญิงที่เหมือนดอกบัวนั้นน่าเคารพบูชา ใครได้ใกล้ชิดก็มีแต่จะถูกพัวพันไว้ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะใยบัวคือสัญลักษณ์ของความห่วงใยและผูกพัน”
“แล้วอรล่ะคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง “คุณภัทรว่าอรเหมือนดอกอะไร”
ชายหนุ่มพิจารณาวงหน้าของหญิงสาวอย่างใกล้ชิด แม้ดวงตาจะถูกบดบังด้วยแว่นสีดำสนิท แต่ส่วนของใบหน้าที่ขาวนวล เค้าโครง และพวงแก้มแดงเปล่งปลั่งนั้นทำให้เขารู้สึกอารมณ์หวั่นไหวขึ้นมาทันที
“คุณอรเหมือนดอกกุหลาบ ราชินีแห่งอุทยาน แต่สาวรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ก็เหมือนดอกไม้ชนิดนี้ มีอยู่เกลื่อนกลาด” เขาจงใจเน้นคำว่าเกลื่อนกลาดเพื่อดูปฎิกิริยาของหล่อน แต่อรรุจิยังมองเขานิ่ง ริมฝีปากบางยังคงมีรอยยิ้มน้อย ๆ ดูเหมือนเธอจะมั่นใจเหลือเกินว่าเขาจะต้องพูดต่อ ผู้หญิงคนนี้มีความมั่นใจในตัวเองสูงเหลือเกินเขาคิดในใจ
“แต่คุณอรเป็นกุหลาบในหมู่กุหลาย สวยหวานกว่ากุหลาบทั่วไป ใครได้เป็นแฟนก็จะมีแต่ความภาคภูมิ เพราะกุหลาบที่ชูช่อบานนั้น จะดูเด่นเป็นสง่าที่สุดในมวลหมู่ดอกไม้” อรรุจิยิ้มหวานอย่างพอใจ ชายหนุ่มรู้สึกหัวใจปั่นป่วนไปหมด นึกแปลกใจในตัวเอง การสนทนาเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เขารู้สึกหลงเสน่ห์เธอไปแล้วหรือนี่
“อ้าว นายปอน นี่แกยังไม่ไปทำงานอีกหรือนี่ สายจะตายแล้ว” อรรุจิหันไปมองเจ้าของเสียง ก็เห็นชายสูงอายุ แต่ท่าทางเด่นสง่า จากคำพูดของเขาทำให้รู้ว่านี่คือคนที่ต้องการจะพบ เธอพนมมือขั้นไหว้
“สวัสดีค่ะท่าน”
“สวัสดีจ้ะ หนูคงจะเป็นคุณอรรุจิ”
“ใช่ค่ะท่าน”
“เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน เอ้านายปอนนี่แกจะไปทำงานได้รึยัง”
“โธ่ คุณพ่อ ผมไปสายก็ไม่มีใครมาแย่งงานผมทำหรอกครับ ผมแวะทักคุณอรนิดเดียวเอง” เขาหัวเราะ แล้วหันมาหาอรรุจิ “ผมไปก่อนนะครับ หวังว่าคงจะได้พบกันอีกเร็วๆนี้”
“เช่นกันค่ะ”
ชายหนุ่มเดินจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์ ท่านรองหันมาพูดกับอรรุจิ
“ผมพอจะรู้ความต้องการที่หนูมาพบผมแล้ว เราไปคุยข้างในดีกว่า”
“ค่ะท่าน” อรรุจิรับคำ แล้วท่านรองก็พาหญิงสาวเดินกลับเข้าไปในบ้าน
ในขณะที่ทั้งสองเดินมาถึงหน้าบ้าน อรรุจิก็เห็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักในชุดเล่นเทนนิสสีขาว มีกระเป๋าสะพายอยู่ด้านหลังเดินออกมาจากบ้าน
“อ้าว แพท จะไปเล่นเทนนิสหรือลูก”
“ค่ะพ่อ เอ๊ะ พี่คนนี้ใครคะแพทไม่เคยเห็นเลย” เด็กสาวทักเสียงหวาน ตาแป๋วๆ หันมามองอรรุจิ
“คุณอรรุจิน่ะ แกมาคุยเรื่องงานกับพ่อ ไหว้พี่เค้าซะสิ”
อรรุจิส่งยิ้มให้ ขณะที่เด็กสาวเดินตรงเข้ามา แต่แทนที่แพทจะไหว้เธออย่างที่ใจคิด เด็กสาวกลับโผเข้ากอดและจูบไปที่แก้มของเธอ ถึงจะเป็นสาวมั่นขนาดไหน แต่โดนอย่างนี้เข้าอรรุจิก็น่าแดง ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงก้อนเนื้ออวบหยุ่นของแพทเบียดสีกับเต้านมของเธอ อรรุจิหันไปมองท่านรองแต่ท่านรองกลับหัวเราะชอบใจ
“อ้าว แพท ทำไมไปจูบพี่เค้าอย่างนั้นล่ะ รู้จักพี่เค้ามาก่อนรึ”
“แหม ก็ใครจะไปอดใจไหวล่ะคะคุณพ่อ ก็พี่อรทั้งขาวทั้งสวย แก้ม ฮ๊อม หอม “เด็กสาวย้ำเสียงหวานน่ารัก อรรุจิยิ่งหน้าแดงขึ้นไปอีก “หนูไปก่อนนะคุณพ่อ ไปก่อนนะคะพี่อร แล้วพบกันใหม่ค่ะ”
เด็กสาวเดินจากไป ท่านรองส่ายหน้า
“ขอโทษนะครับคุณอร ลูกสาวผมมันทะเล้น แต่คุณอรเวลาอายก็น่ารักดีนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะท่าน น้องแพทเธอก็น่ารักดี อรชอบ”
“ไปเถอะคุณอร เราเข้าไปข้างในดีกว่าจะได้คุยกันจริงจังซะที”

. . . . . . . . . .

ลาวัลย์หอบแฟ้มเดินเข้าห้อง6/2 ชั่วโมงนี้เป็นคาบสุดท้ายแล้วที่เธอจะต้องสอนก่อนจะกลับบ้าน เธอเบื่อที่สุดที่จะต้องสอนห้องนี้ เพราะเด็กห้องนี้โคตรเกเร โดยฉพาะไอ้แมค เรียนซ้ำชั้นอยู่ 2 ปี ไม่รู้ว่ารักอะไรโรงเรียนนี้นัก หนาถึงไม่ยอมจบซักที จนรุ่งน้องยังแซงจบไปกันหมดแล้ว
พอเข้าห้อง ก็เอาเลย กลิ่นบุหรี่กับควันโขมงลอยมาจากหลังห้อง อาจารย์สาวหันไปมองก็เห็นก๊วนเดิม ไอ้ปอกับไอ้บอยกำลังสูบบุหรี่ เธอรู้สึกถึงความโกรธที่พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที เดี๋ยวนี้มันกล้าสูบบุหรี่ต่อหน้าเธอเชียวหรือ อาจารย์สาวก้าวฉับๆไปที่มัน
“นี่พวกเธอ เป็นเด็กเป็นเล็กหัดทำนิสัยเลว ทีวีเค้ารนรงค์กันจะตายแล้วให้เลิกบุหรี่ นี่ยังจะริสูบกันอีก ดับบุหรี่ซะแล้วเอาไปทิ้งเดี๋ยวนี้”
“โธ่ อาจารย์ รอให้หมดมวนก่อนซิครับ เสียดาย”
“ดับเดี๋ยวนี้ ไม่มีต่อรอง เดี๋ยวจะโดนดี” อาจารย์สาวดุเกือบจะเป็นเสียงตะโกน
‘มึงนั่นแหละจะโดนดี เดี๋ยวคืนนี้จะรู้สึก’ ไอ้บอยคิดในใจขณะที่ดับบุหรี่กับพื้นโต๊ะ แล้วยอมเอาไปทิ้งตามคำสั่งของเธอ
“เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วพวกเธอยังไม่ต้องกลับบ้าน ต้องคัดลายมือว่า “ผมจะไม่สูบบุหรี่อีกแล้วครับ” ลงสมุดให้จบเล่มก่อนแล้วชั้นถึงจะให้กลับบ้านได้”
“โธ่ ลงโทษวิธีโบราณอีกแล้ว อาจารย์ เสียดายสมุด ตอนนี้ยิ่งแพงๆอยู่ด้วย”
“ดี พวกเธอจะได้สำนึก เสียดายทีหลังก็อย่าทำ” ลาวัลย์พูดพลางหอบแฟ้มไปที่โต๊ะหน้าห้องเพื่อเดรียมสอน ในขณะที่ไอ้บอยหันไปขยิบตากับไอ้ปอ เป็นไปตามแผน พวกมันต้องการดึงอาจารย์สาวให้อยู่จนกระทั่งคนอื่นกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เพื่อจะได้ทำสิ่งที่ต้องการมานาน

. . . . . . . . . .

“อืมม คดีนี้มันยุ่งยากมากเลยนะ” ท่านรองพูดหลังจากฟังอรรุจิเล่าเรื่อง พร้อมกับพิจารณาเอกสารที่อรรุจินำมาไปบางส่วนแล้ว “แต่ผมพอจะรู้ความเป็นไปของเรื่องนี้อยู่บ้างนะ”
“ยังไงคะ “ อรรุจิถาม
“ผมเชื่อว่าพี่ชายของคุณบริสุทธิ์ ไอ้คนพวกนี้ผมรู้จักดีมันทำงานกันเป็นทีม ร่วมกันโกงแล้วสร้างหลักฐานโยนบาปให้พี่ชายคุณ แต่มันทำกันเนียนมาก พยานหลักฐานของพวกมันแทบไม่มีจุดอ่อนเลย”
“แทบไม่มีจุดอ่อน ก็แปลว่ายังมีจุดอ่อน” อรรุจิตั้งข้อสังเกตุ ท่านรองมองหน้าอรรุจิยิ้ม ๆ
“ใช่ มีจุดอ่อน แต่ถ้าจะให้เซฟจริงๆ เราต้องไม่ปล่อยให้เรื่องขึ้นถึงศาล “
“ท่านคงมีวิธีช่วยอรแล้วใช่มั๊ญคะ” หญิงสาวใจเต้นแรง “ท่านจะช่วยอรใช่มั๊ยคะ”
“ ผมช่วยคุณอรได้ แต่ถ้าผมเข้าไปยุ่งกับคดีนี้ ผมอาจต้องขัดแย้งกับไอ้กลุ่มพวกนี้ แล้วคุณอรจะตอบแทนผมยังไง”
อรรุจิอึ้ง
“ท่านรองต้องการอะไรบอกอรได้เลยค่ะ แต่อรเชื่อว่า ท่านรองเป็นผู้ใหญ่มีเมตตา มีคุณธรรม ถึงยังไงท่านรองคงไม่ปล่อยให้คนบริสุทธิ์ต้องถูกลงโทษใช่มั๊ยคะ”
“ร้ายกาจ” ท่านรองคิดในใจ เด็กสาวนี่เอาเรื่องผู้ใหญ่ เรื่องคุณธรรมมานำ เพื่อไม่ให้เขาเรียกร้องหล่อนมากเกินไป แต่คนอย่างเขาเจนสนามมามากไม่ยอมให้เรื่องนี้มาขัดขวางความต้องการของเขาได้หรอก
“คุณอรวางใจได้ ผมจะไม่เรียกร้องเงินของคุณอรหรอกครับ”
อรรุจิถอนหายใจโล่งอก
“ขอบคุณค่ะท่าน อรนึกแล้วว่าท่านต้องเป็นผู้ใหญ่ที่รักความยุติธรรม”
“ แต่ผมจะมีงานปาร์ตี้กับเพื่อนๆสิ้นเดือนนี้ ผมอยากเชิญคุณอรมาร่วมกับพวกเราได้”
อรรุจิยิ้มหวานโปรยเสน่เต็มที่ “แหม ได้ซิคะท่านรอง อรชอบอยู่แล้วงานปาร์ตี้ สนุกออก”
“แต่งานปาร์ตี้นี้ไม่เหมือนงานปาร์ตี้ที่หนูเคยไปหรอกนะ ผมคงจะต้องบอกคุณอรตรงๆ จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง มันเป็นงานปาร์ตี้เซ็กส์หมู่”
อรรุจิใจหายวาบ และเป็นครั้งแรกที่ท่านรองเห็นความตกใจกลัวเผยออกมาให้เห็นในแววตาชั่ววูบก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว “ฮะ คราวนี้เริ่มกลัวแล้วละซิแม่สาวเก่ง” ท่านรองยิ้มในใจ
เขาคิดไม่ผิด อรรุจินั้นกลัวเรื่องนี้มาก หนึ่งต่อหนึ่งน่ะพอไหว แต่ถ้ามากกว่านั้นเธอคิดถึงวันที่โดนพวกไอ้แมครุมแล้วก็หนาวจิ๋มขึ้นมาทันที เพราะขนาดพวกมันเป็นแค่เด็กๆยังเล่นเอาเธอนอนซมไปทั้งวัน ทำงานอะไรไม่ได้เลย แล้วท่าทางพวกเพื่อนๆของท่านรองนี้คงจะเชี่ยวและอึดกว่าพวกไอ้แม็คเยอะ เธอต้องตายแน่ๆ
“ว่าไงล่ะคุณอร” ท่านรองถามย้ำเมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งไปนาน เมื่อเห็นเธอไม่ตอบเขาจึงพูดต่อ
“ ถ้างั้นคุณอรกลับไปคิดก่อนก็ได้ แล้วค่อยให้คำตอบผม แต่คงต้องรีบหน่อยนะ เพราะถ้าปล่ยยให้เรื่องไปถึงขั้นตอนที่อัยการสั่งฟ้อง ผมก็ช่วยไม่ได้แล้ว”
“ค่ะท่าน แล้วอรจะรีบติดต่อกลับมา” อรรุจิพูดเสียงสั่นไปเล็กน้อย ก่อนจะขอตัวลากลับไป
ท่านรองเอนหลังพิงพนักโซฟา ทอดถอนใจ สาวคนนี้สวยเก่ง แต่เธอไม่ได้ทำให้เขาเกิดอารมณ์อยากเย็ดมากเหมือนกับสาวคนที่แล้ว ใจเขาล่องลอยไปถึงใบหน้าขาวซีด ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและตัดพ้อคนนั้น หนูปา ‘ปริษา’ สาวน้อยที่แสนจะบริสุทธิ์และบอบบาง ความบริสุทธิ์ของเธอไม่ได้มาจากเรือนร่าง แต่มาจากหัวใจที่มีให้คนรักอย่างหนักแน่นมั่นคง เขารู้ว่าปริษาเป็นผู้หญิงหัวโบราณแต่เธอยอมทำทุกอย่างตามที่เขาสั่งเพื่อช่วยคนรักโดยไม่ปริปาก
“โอ...หนูปา หนูรู้มั๊ย ว่าผมหลงรักหนูเหลือเกิน” ใจของเขาปานจะไหม้ด้วยไฟของความคิดถึง เธอเหมือนลูกกวางน้อยบาดเจ็บที่พลัดหลงเข้ามาให้รักษา แต่เมื่อเธอหายดีแล้วก็วิ่งหายไปกับพงไพร ทิ้งไว้แต่ความเจ็บปวดร้าวรานที่เกิดขึ้นกับเขา และทำให้เขาหมดความอยากในตัวผู้หญิงแทบจะทันทีทันใด
อันที่จริงแล้วอรรุจิก็สวยสดงดงามไม่มีอะไรด้อยไปกว่าปริษา แต่เธอยังไม่สามารถกระชากใจเขากลับมาจากเธอได้ หากแต่ความอวดเก่งถือดีในแววตาของอรรุจิต่างหากที่กระตุ้นให้เขาอยากจะเอาชนะ อยากรู้นักว่าเธอจะเก่งได้ซักแค่ไหนถ้าโดนพวกเพื่อนๆของเขาขยี้ แม่สาวน้อย คิดแล้วมันสะใจยิ่งนัก


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ