Friend (เพื่อน) ตอน 6

Friend (เพื่อน) ตอน 6

  • 1 ตอบ
  • 14302 อ่าน
*

ออฟไลน์ err

  • Veteran Member
  • ******
  • 1781
  • 902
  • ดอนควาย
    • ดูรายละเอียด
Friend (เพื่อน) ตอน 6
« เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2010, 11:11:12 am »
ขอย้อนกลับไปสมัยปีหนึ่งก่อนละกัน ที่คณะ เพื่อนคนนึงชื่อหนุ่ม หนุ่มเป็นลูกครึ่งมาเลย์ พ่อเป็นคนไทย แม่เป็นมาเลย์ หน้าตาจึงออกไปทางแขกนิดๆ ถ้าพูดถึงหนุ่ม ทุกคนจะร้องอ๋อ เพราะมันหน้าหม้อมากๆ จีบสาวดะไปหมดไม่เลือกหน้า ทั้งๆที่มันก็มีแฟนอยู่แล้ว แฟนมันชื่อแตเรียนอยู่โรงเรียนแถวๆปิ่นเกล้า ตอนเข้ามาเรียนใหม่ๆ มันพาแฟนมาเที่ยวที่สาขาด้วย แฟนมันน่ารักดีนะ ค่อนข้างผอม หุ่นดี ผมยาว แต่พอไอ้หนุ่มปรับตัวเข้ากับสถานที่ได้ แม่งไม่เคยพาแฟนมาที่นี่อีกเลย คงกลัวสาวๆที่คณะจะเห็นว่ามันมีแฟนแล้วแหงๆ ผมเคยถามมันตรงๆว่าทำไมต้องดิ้นรนหาแฟนอีกทั้งๆที่แฟนมันก็น่ารักอยู่แล้ว มันบอกว่าแตน่ะของตาย แต่ที่มันจะหาแฟนในนี้ให้ได้เพราะเวลากลับไปโรงเรียน มันจะได้เอาไปอวดเพื่อนๆว่ามันอยู่ที่นี่ แล้วก็มีแฟนที่นี่ด้วย ไม่ใช่ว่ายังมีแฟนเป็นนักเรียนอยู่เลย...
อ้อ! ต้องบอกก่อนว่าช่วงเวลาที่ผมเล่าเรื่องหนุ่มให้ฟังเนี่ย ผมยังไม่มีอะไรกับน้ำนะ ยังเป็นโสด เดินเพ่นพ่านทั่วคณะได้สบาย เพียงแต่รู้สึกว่าน้ำจับตามองอยู่ห่างๆเท่านั้น...
ผมไม่ได้ชื่นชมคำตอบของหนุ่มเท่าไหร่นักหรอก แต่ถือว่าไม่ใช่เรื่องของผม มึงจะมีแฟนกี่คนก็เรื่องของมึง เพียงแต่รู้สึกสงสารแตเหมือนกัน เพราะไอ้หนุ่มมีแนวโน้มจะชิ่งสูงมาก มันหาแฟนเป็นตัวเป็นตนในคณะได้เมื่อไหร่ รับรองว่าแตหลุดออกจากวงโคจรของมันแน่ๆ...
สมัยนั้น สถานที่กินเหล้าของพวกเรา นอกจากร้านที่อยู่ข้างๆมหาวิทยาลัยแล้ว ก็เป็นตามบ้านของพวกเรา หมุนเวียนกันไปตามแต่ใครจะสะดวก แต่บ้านผมมากินเหล้าไม่ได้เพราะพ่อไม่ยอม คิดดูสิ ผมเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว แต่เวลาสูบบุหรี่ ยังต้องแอบไปสูบนอกบ้านอยู่เลย สูบเสร็จก็ต้องอมฮอลล์ก่อนเดินเข้ามาในบ้าน เพราะฉะนั้นเรื่องกินเหล้ามันก็เป็นไปไม่ได้แน่ๆอยู่แล้ว พื้นที่กินเหล้าของพวกเราก็ต้องเป็นบ้านที่พ่อแม่อนุญาต ซึ่งบ้านที่เราไปกันเป็นประจำมีสองแห่งคือบ้านของไอ้บิ๊กกับของไอ้หนุ่ม ไว้จะเล่าเรื่องไอ้บิ๊กให้ฟังทีหลัง...
ที่เราได้ไปกินเหล้าบ้านหนุ่มบ่อยๆเพราะไม่ค่อยมีคนอยู่บ้าน บ้านหนุ่มอยู่แถวๆพรานนก เข้าซอยไปลึกเหมือนกัน แล้วบ้านจัดสรรในนั้นก็โคตรเปลี่ยวเลย ถ้าใครชอบข่มขืน ผมแนะนำให้ไปดักรอเหยื่อในนั้น รับรองว่าได้ข่มขืนแน่ๆ แต่เดี๋ยวนี้คงเจริญแล้วมั๊ง ตั้งแต่เรียนจบก็ไม่ได้ไปอีกเลย...
เข้าเรื่องดีกว่า เย็นวันหนึ่ง ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือด้วยความเบื่อ บิ๊กกับวีซึ่งเป็นเพื่อนอีกคนนึงนั่งเซ็งเพราะไม่มีเรียนแล้ว แต่ก็ยังไม่อยากรีบกลับบ้าน หนุ่มเดินเข้ามาที่โต๊ะ ไม่พูดพล่ามทำเพลงล่ะ มันเอ่ยปากชวนผมกับอีกสองตัวให้ไปกินเหล้าที่บ้านมันเพราะไม่มีคนอยู่บ้าน ไอ้บิ๊กกับไอ้วีกระดิกหางรับทันทีเพราะรู้ๆกันอยู่ว่ากินเหล้าบ้านไอ้หนุ่ม มักจะเป็นเหล้าดีๆของพ่อมัน ไม่ใช่น้องหงส์หรือน้องแสงอย่างที่กินอยู่ประจำ ส่วนผมก็ปิดหนังสือเลยเพราะเบื่อจะแย่อยู่แล้ว กำลังยิ้มแย้มกันอยู่ น้ำเดินมาจากไหนไม่ทราบ ก้าวฉับๆมายืนที่โต๊ะ เธอถามเรียบๆว่าจะไปไหน ผมหันไปมองเพื่อนๆสามคน เห็นพวกมันเงยหน้ามองน้ำ คงงงว่าเกี่ยวอะไรด้วยวะ ผมบอกเธอตรงๆว่ากำลังจะไปกินเหล้าที่บ้านหนุ่ม น้ำทวงเรื่องการอ่านหนังสือและไหนยังจะงานที่ต้องส่งวันรุ่งขึ้น ผมอึกอักๆ พึ่งนึกได้ว่างานยังไม่เสร็จ และนี่เป็นอีกอย่างนึงที่ผมไม่ค่อยชอบน้ำ ก็คือเธอชอบฉีกหน้าผมตรงๆอย่างนี้เสมอ ถ้าเธอกระซิบบอกผมสองต่อสอง ผมก็จะบอกไอ้สามตัวนั่นว่าผมไม่ไป แต่นี่เธอเล่นถามต่อหน้า ขืนไม่ไปมีหวังผมถูกพวกมันเหยียดหยามไปตลอดชีวิตแน่ๆ ก็เลยบอกเธอว่าไว้พรุ่งนี้ผมค่อยมาทำ แต่วันนี้ผมจะไปกับพวกมันแล้ว น้ำพยายามพูดขอร้อง แต่ของอย่างนี้ ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ และไอ้สามตัวนั่นก็นั่งจ้องดูว่าผมจะเอายังไง ผมปฏิเสธเธอห้วนๆและก็ชวนพวกมันเดินออกมาจากโต๊ะทันที แต่ที่จริงก็ใจคอไม่ดีหรอกเพราะรู้ว่าน้ำหวังดีจริงๆ แต่วิธีการของเธอมันใช้ไม่ได้เลย ผมตัดใจไม่คิดถึงเรื่องนี้แล้วไปขึ้นแท็กซี่กับพวกมันไปบ้านไอ้หนุ่ม ทันที...
รถมาจอดหน้าบ้านไอ้หนุ่ม ผมมองอย่างแปลกใจเพราะเห็นว่าบ้านมันเปิดไฟชั้นบนอยู่ หนุ่มหันมาบอกเพื่อนๆว่าแตมาบ้านเมื่อตอนบ่ายเพราะวันนี้เรียนภาคเช้า ตอนนี้คงนอนเล่นอยู่ชั้นบน พวกเราหันไปมองหน้าหนุ่มยิ้มๆ แม่ง ไม่เลวเว้ย มีสาวๆมานอนเล่นถึงในบ้าน ตอนนั้นผมไม่สงสัยแล้วนะว่าแตมีอะไรกับหนุ่มแล้วหรือยัง ลองมานอนเล่นที่บ้านอย่างนี้ แล้วจะเหลือเหรอ สงสัยแต่ว่าแตเข้าบ้านมันได้ยังไง หนุ่มบอกว่ามันปั๊มลูกกุญแจบ้านให้แตไว้ชุดนึง แต่ถ้าจะมาต้องโทรเช็คกันก่อนว่าพ่อกับแม่อยู่บ้านหรือเปล่า ผมก็ถามมันตรงๆว่าวันนี้แฟนมันมาบ้าน แล้วเสือกชวนพวกผมมากินเหล้าทำไม มันก็หัวเราะ บอกว่าไม่เกี่ยวกันนี่หว่า กินเหล้าก็ส่วนกินเหล้า แฟนก็ส่วนแฟน เรากินเหล้ากันชั้นล่าง ส่วนแตนอนเล่นอยู่ชั้นบน ไม่รบกวนกันอยู่แล้ว อือ เหตุผลมันแปลกๆว่ะ...
ก็จริงอย่างที่หนุ่มว่า เราเข้าบ้านปูเสื่อเตรียมนั่ง สมัยนั้นโรคจิตยังไงก็ไม่รู้ ตอนเป็นวัยรุ่น เพื่อนๆเป็นอย่างผมหรือเปล่า มีโต๊ะกินข้าวดีๆไม่ชอบ เสือกอยากนั่งกินกับพื้น ไม่รู้ว่ามันอร่อยกว่าตรงไหน เตรียมของเสร็จก็ตั้งวงกันเลย หนุ่มไปเปิดวิทยุฟังเพลง แต่ตั้งแต่เข้ามา แตไม่ได้ลงมาข้างล่างเลย ผมว่าเธอคงรู้ว่าหนุ่มกลับมาแล้วเพราะวิทยุแม่งดังลั่นไปทั้งบ้าน และคงรู้แล้วมั๊งว่าเพื่อนๆแฟนเธอมานั่งกินเหล้ากัน พวกผมไม่สนใจเพราะเราไม่มีนโยบายที่จะไปวุ่นวายกับแฟนเพื่อนอยู่แล้ว มีหน้าที่กินเหล้าก็กินไป...
ในวงเหล้าก็ไม่มีอะไรมาก นั่งบ่นเรื่องเรียน บางวิชาใครแม่งสรรหาเอามายัดลงในหลักสูตรก็ไม่รู้ โคตรยากเลย มึงอยากเรียน ทำไมมึงไม่เรียนเองวะ ทำให้รุ่นหลังๆต้องลำบากถ่างตาเรียนกว่าจะผ่าน นั่งนินทาอาจารย์ซึ่งมีทั้งแง่ดีและก็แง่ไม่ดี แต่หนักไปทางแง่ไม่ดีซะมากกว่า แล้วเรื่องที่ขาดไม่ได้ในวงเหล้าก็คือเรื่องผู้หญิง เรานั่งคุยกันถึงผู้หญิงคนโน้นคนนี้ในคณะอย่างสนุกสนาน จนมีอยู่เรื่องนึงที่ไอ้บิ๊กเล่า ผมฟังแล้วก็หูผึ่งเพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน เกี่ยวกับเรื่องเพื่อนคนนึงชื่อแตงโม มันพูดทำนองว่าแตงโมค่อนข้างจะใจบุญ บริจาคร่างกายเป็นสาธารณประโยชน์ให้ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เสมอๆ ผมหัวเราะแล้วก็ด่ามันเพราะคิดว่ามันพูดเล่น จริงๆนะ ก่อนที่ผมจะมีอะไรกับน้ำ ผมไม่เคยเชื่อมาก่อนเลยว่าเรียนที่เดียวกันจะมีอะไรๆกันได้เพราะคนอื่นต้อง รู้แน่ๆเลย ตอนนั้นผมได้จับมือ หอมแก้มน้ำ แค่นั้นผมก็ถือว่าเจ๋งสุดๆแล้ว แล้วผมเรียนโรงเรียนผู้ชายล้วนมาตั้งแต่เด็กๆ ยิ่งนึกภาพไม่ออกเข้าไปอีก แต่ไอ้บิ๊กทำหน้าจริงจังมาก บอกว่าใครๆเค้าก็รู้ ผมมัวแต่ไปงมอยู่ที่ไหน ถ้าไม่อยากรู้ก็ตามใจ คราวนี้ทุกคนก็เห็นความสำคัญของไอ้บิ๊กทันที ผมลงทุนไหว้ขอโทษมัน บอกว่าสำนึกผิดไปแล้ว ให้มันช่วยเล่าให้ฟังหน่อย คนอื่นๆรีบขยับบีบวงให้เล็กลงทันที...
ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนว่าสมัยเรียนปีหนึ่งปีสอง ผมไม่ได้สนิทสนมอะไรกับแตงโมเลย หรือให้ตรงกว่านั้นก็คือไม่ได้พูดอะไรกันเลยเพราะวิชาเอกคนละวิชา จัดกลุ่มก็ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน ลงทะเบียนเรียนก็แทบจะไม่ตรงกันเลย เพราะฉะนั้นวันๆนึงผมจะไม่ค่อยได้เจอหน้าแตงโมเท่าไหร่นัก เจอกันก็แค่เวลาประชุมรวมเท่านั้น แล้วผมก็ไม่สนใจเธอหรอกเพราะนี่ไม่ใช่สเปคผม แตงโมค่อนข้างตัวสูงใหญ่ น่าจะสูงประมาณ 170 กว่าๆ ผมว่าตอนเธอคลอด แม่เธอคงกลัวว่าเธอจะมีปมด้อย เลยให้ทั้งนม ทั้งสะโพกมาอย่างเหลือเฟือ อวบไปทั้งตัว ผมยาว ดัดผมเป็นคลื่น ใส่กระโปรงดำ ยาวเกือบถึงตาตุ่ม ท่าทางการวางตัวเป็นผู้ใหญ่มากๆ ชอบยิ้มมุมปากซึ่งผมไม่ค่อยชอบ นี่ก็มาจากตระกูลสาธิตเหมือนกัน แต่คนละที่กับจุ๋มและรินนะ...
ผมกับหนุ่มและไอ้วีหันมามองหน้ากันเพราะเราสามคนไม่ได้เรียนวิชาเอกเหมือน แตงโม ไอ้บิ๊กยิ้มแย้มชอบใจเพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงๆซะ พวกผมก็ต้องง้อให้มันเล่าเพราะมีมันคนเดียวที่เรียนเอกเดียวกับเธอ ผมอยากถีบมันมากๆ แต่ถ้ามันไม่เล่า ก็คงไม่มีใครเล่าให้ฟังอีกแล้ว เลยต้องอดใจรอฟังมัน บริการชงเหล้าให้มันด้วย...
บิ๊กบอกว่ามันเรียนวิชาเดียวกันกับแตงโมเป็นส่วนใหญ่ วิชาเอกที่มันเรียนมีอยู่ 10 คน เป็นผู้ชาย 2 ผู้หญิง 8 แต่ผู้หญิง 8 คน แบ่งออกเป็นเกือบ 20 กลุ่ม สลับไปสลับมาอยู่แค่นั้น แล้วแต่ว่าวันนั้นคุยกันเรื่องอะไร จะได้จัดกลุ่มถูก เพราะฉะนั้น ในแต่ละวันมันจะได้ยินสาวๆแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆนั่งคุยกันเอง ซึ่งก็มีทั้งชื่นชมและนินทาเพื่อนคนอื่นๆ แต่รู้สึกว่าชื่นชมจะไม่ค่อยมีหรอก หัวข้อนึงที่มันได้ยินได้ฟังเกือบทุกวันและเกือบทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มที่ แตงโมไม่ได้นั่งอยู่ด้วยก็คือเรื่องของแตงโม มันพึ่งรู้ว่าแตงโมเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เธอร้องเพลงอยู่ในโรงแรมแถวสุรวงศ์และผับแถวๆอโศก ต้องวิ่งรอกสองสามที่ต่อคืน ไอ้บิ๊กบอกว่ามันก็เคยสงสัยเหมือนกันเพราะไม่เคยเห็นแตงโมอยู่เรียนหรือช่วย งานในคณะตอนเย็นเลย ที่แท้เธอต้องรีบไปทำงาน จับใจความจากกลุ่มเพื่อนๆได้ว่าแตงโมเอาชุดมาเปลี่ยนที่คณะ แล้วนั่งแท็กซี่ไปเตรียมร้องเพลงที่สุรวงศ์ ซึ่งมันก็อยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยเอาเรื่องเหมือนกัน...
เรื่องที่แต่ละกลุ่มนินทาแตงโมมากที่สุดก็คือเรื่องชุดนักศึกษา อีพวกนี้ก็ช่างสังเกตซะจริงๆ บอกว่าบางวันแตงโมมาเรียนเนี่ย รู้เลยว่าไม่ได้กลับบ้านเพราะใส่เสื้อตัวเดิมโดยสังเกตจากรอยเปื้อนบนเสื้อ ผมฟังตอนนี้แล้วก็จดจำไว้เลยว่าในคณะมีแผนกตรวจสอบอยู่ด้วย ถ้าทำอะไรจะได้ระวังให้มากๆเข้าไว้ กลุ่มรักเพื่อนยังเล่นทายกันเลยว่าวันนี้แตงโมใส่เสื้อตัวเดิมหรือเสื้อตัว ใหม่เป็นที่สนุกสนานปากมากๆ...
ที่จริงถ้าเรื่องแค่นี้มันไม่ชัดหรอกว่าแตงโมเป็นคนใจบุญ เรื่องของเรื่องคือแผนกตรวจสอบของวิชาเอกไอ้บิ๊ก ใช้หูตาที่คมเหมือนเหยี่ยว ไปเห็นว่ามีชายหนุ่มขับรถมารับแตงโมที่คณะ แล้ววันรุ่งขึ้นชายหนุ่มคนเดิมก็มาส่งเธอเข้าคณะ ปัญหามันมีอยู่ว่าชายหนุ่มที่ว่าเนี่ย มันหมุนเวียนไปเรื่อยๆแทบไม่ซ้ำหน้าเลย (หนึ่งในนั้นก็คือรุ่นพี่ในคณะ แต่คนละสาขากับพวกเรา แต่เรื่องของรุ่นพี่คนนี้ ไม่ได้รู้จากไอ้บิ๊กนะ ผมมารู้ตอนอยู่ปีสาม พี่เขาเป็นคนเล่าให้ฟังเอง แล้วไว้จะเล่าให้ฟังทีหลัง) อีเจ้าหน้าที่แผนกนี้เช็คแล้วก็สรุปได้ว่าแตงโมไปค้างกับชายหนุ่มเหล่านี้ เพราะทุกครั้งที่มีชายหนุ่มมารับ วันรุ่งขึ้นแตงโมมักจะใส่เสื้อตัวเดิมมาเรียนเสมอ และสุดยอดของการตรวจสอบก็คือ หนึ่งในกลุ่มรักเพื่อนเห็นแตงโมนั่งอยู่ในรถกับใครก็ไม่รู้ที่ลานจอดรถ อ้อ!ลานจอดรถของคณะผมอยู่ติดกับสวนเล็กๆด้านหลังคณะ ไม่รู้ว่าอีนี่ตอแหลหรือเปล่า แต่บอกว่าผู้ชายทั้งล้วงทั้งควักแตงโมอยู่ในรถตั้งนาน ไม่รู้มันไปเห็นได้ยังไง ซักพักก็ออกรถไป ผมไม่รู้ว่าอีพวกนี้มันจงเกลียดจงชังอะไรแตงโมนัก แต่ฟังแล้วก็สนุกดีเหมือนกัน...
ผมอยากบอกเพื่อนๆว่าผมบรรยายรายละเอียดได้ไม่เท่าไอ้บิ๊ก มันพูดและใส่ความเห็นของมันเข้ามาด้วยจนพวกผมจินตนาการภาพตาม ยิ่งตอนที่ไอ้บิ๊กบอกว่าเวลาเรียน มันนั่งข้างหลัง เห็นแตงโมนั่งอยู่หน้ามัน รูปร่างอวบ หุ่นดี ถ้าได้เอานะ จะทำอย่างโน้นอย่างนี้ พวกผมสามคนนั่งมองหน้ากัน ทำตาปริบๆ ภาพของแตงโมโผล่ขึ้นมาในหัวผมทันที แต่ที่แย่ก็คือเสือกเป็นภาพที่เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าซักชิ้น ไอ้นั่นผมแข็งขึ้นมาได้ยังไงก็ไม่รู้ โคตรทุเรศเลย ผมว่าอีกสองตัวมันก็คงเป็นเหมือนผมเพราะแต่ละคนนั่งขยับตัวไปมาบนเสื่อ เพื่อนๆผู้ชายลองดูสิ นั่งบนเสื่อแล้วให้ไอ้นั่นมันแข็งขึ้นมา มันนั่งยากนะ ยิ่งเป็นกางเกงยีนส์ด้วย...
ดูสิ ตั้งใจจะเล่าเรื่องไอ้หนุ่ม แต่ไปๆมาๆไหงกลายเป็นเรื่องแตงโมไปก็ไม่รู้ เรื่องแตงโมน่ะมีแน่ แต่ไว้ท้ายๆ ตอนนี้เอาเรื่องไอ้หนุ่มก่อนก็แล้วกัน...
เราคุยกันจนดึก ชักจะเมาแล้ว ผมต้องนอนบ้านหนุ่มเพราะสภาพอย่างนี้ผมเข้าบ้านไม่ได้ แต่ถ้าจะให้นอนบ้านมันคนเดียวก็ไม่เอา เลยหักคอให้ไอ้บิ๊กกับไอ้วีอยู่เป็นเพื่อนด้วย หนุ่มจัดแจงที่นอนให้เพื่อนๆนอนหน้าโทรทัศน์ ผมก็มองมันหางตา วัดใจว่ามันจะนอนกับเพื่อนหรือขึ้นไปนอนข้างบน หนุ่มจัดที่นอนให้เพื่อนเสร็จก็ไม่รู้ไม่ชี้ เดินขึ้นไปข้างบน แม่งทิ้งเพื่อนนอนข้างล่างเฉยเลย ผมฟังเรื่องที่บิ๊กเล่าให้ฟัง บอกตรงๆว่ามีอารมณ์มากๆ แล้วผมก็ว่าไอ้หนุ่มก็คงไม่ต่างจากผมเท่าไหร่นักหรอก แต่แม่งขี้โกง ผมนอนคนเดียว แต่มันขึ้นไปหาแฟน อย่างนี้เอาเปรียบนี่หว่า...
เพื่อนๆเชื่อมั๊ย จู่ๆผม ไอ้บิ๊ก ไอ้วี ลุกขึ้นมานั่งพร้อมๆกันโดยไม่ได้นัดกันก่อน เรานั่งมองหน้ากันซักพักแล้วก็เงยหน้าขึ้นไปมองห้องของไอ้หนุ่ม แทบไม่ต้องพูดกันเลย เราค่อยๆย่องขึ้นไปที่ห้องมัน ผมเชื่อว่าไอ้หนุ่มขึ้นมาเอาแฟนมันแน่ๆ ไม่ได้อยากดูมันหรอกนะ แต่อยากดูแฟนมันมากกว่า ไหนๆมันก็คงเลิกกับแฟนมันอยู่แล้ว ขอเห็นแตชัดๆซักครั้งนึงเถอะ ผมภาวนาสุดชีวิต ขออย่าให้มันล็อคห้องเลย แล้วก็ต้องยิ้ม ไอ้หนุ่มแม่งเลวจริงๆ จะนอนยังไม่ยอมล็อคห้องอีก เข้าทางพวกผมสิ ไอ้วีบิดลูกบิดประตูเบาหวิว แล้วเราก็ค่อยๆโผล่หัวเข้าไปในห้องของหนุ่มตามลำดับความสูง...
ไอ้บ้านี่ไม่ยอมเสียเวลาจริงๆด้วย แค่ไม่กี่นาทีที่มันเดินขึ้นมา พอพวกผมตามมาดู มันถอดเสื้อผ้ามันเรียบร้อยแล้ว กำลังนั่งอยู่บนเตียง แต่ผมจะไปดูมันให้เสียสายตาทำไม เป้าหมายหลักของผมคือแตต่างหาก แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ แตนอนบนเตียงไม่มีเสื้อผ้าอยู่บนร่างเลย เพื่อนๆนึกภาพออกมั๊ยว่าเวลาแอบดูเนี่ยมันเห็นไม่ค่อยชัดหรอกเพราะไอ้หนุ่ม มันนั่งหันหลังให้ประตู ร่างของมันจึงบังแตอยู่ จะเห็นแตก็ต่อเมื่อหนุ่มมันขยับตัวเท่านั้น มันไม่พูดพล่ามทำเพลง พอจัดที่จัดทางเรียบร้อยก็ก้มลงไปดูดสองเต้าของแตทันที นมเธอไม่ใหญ่นะ แต่ก็ไม่ถึงกับเล็ก ถ้าเทียบแล้วก็อยู่ตรงกลางระหว่างน้ำกับริน ไอ้หนุ่มไซ้อยู่บนเต้าของแฟนมันอย่างนั้นโดยไม่เห็นมันทำอย่างอื่นให้เธอเลย ซักพักเสียงแฟนมันครางเบาๆ เธอคงจะเริ่มมีอารมณ์ แต่พอไอ้หนุ่มเงยหน้าขึ้นมาได้ก็ปีนขึ้นไปคร่อมร่องของแตทันที จับขาของเธอถ่างออกแล้วกดเอวของมันเข้าใส่ร่างของแตพรวดเดียวจบ จากนั้นมันก็เริ่มโยกเอวเข้าใส่ร่างของเธอถี่ยิบ แตโยกไปมาตามแรงขย่มของมัน แต่ดูเธอเนือยๆยังไงชอบกล ไอ้หนุ่มไม่สนใจ ยังคงกระแทกเข้าใส่ตัวเธออย่างนั้น ซักพักก็ได้ยินเสียงมันร้องแล้วล้มลงไปนอนทับอยู่บนร่างของเธอ...
ผมหันมามองหน้าเพื่อนอีกสองคนแล้วส่ายหัว พึ่งรู้นะว่ากระบวนการเอาของไอ้หนุ่มมันเป็นอย่างนี้ มันจะดิ้นรนมีแฟนหลายๆคนไปทำไมวะ ในเมื่อแค่คนเดียวมันยังทำให้เค้ารู้สึกดีไม่ได้เลย ผมว่าแตยังไม่ทันสร้างอารมณ์เลยด้วยซ้ำ ดูเธอทำหน้าเซ็งๆ คงเป็นอย่างนี้มาตลอด คือพอหนุ่มมันมีอารมณ์ มันก็กระโดดขึ้นควบเลย พอเธอเริ่มจะมีอารมณ์บ้าง ไอ้หนุ่มก็เสร็จแล้ว ดูรูปร่างของแตแล้วต้องบอกว่าเสียของชิบหาย แต่พวกผมก็ต้องรีบแนบสายตาเข้ากับขอบประตูอีกครั้งเพราะแตขยับตัวลุกขึ้น คงจะไปเข้าห้องน้ำ อือ พอยืนตรงแล้ว หุ่นเธอสวยจังเลย ค่อนข้างจะผอมบาง สองเต้าคล้อยลงเล็กน้อย หัวนมออกสีน้ำตาล โหนกเนื้อข้างล่างค่อนข้างอูม มีเส้นไหมปิดทึบไปหมด ไอ้หนุ่มคงจะใช้ซะคุ้มแล้ว พวกผมหันมามองหน้ากัน กลืนน้ำลาย เธอเดินเข้าห้องน้ำไป ส่วนพวกผมก็ค่อยๆปิดประตูแล้วลงมาอยู่ข้างล่าง พอลงมา ผมก็ยิ้มแหยๆกับพวกมันแล้วขอตัวเข้าห้องน้ำ คงรู้นะว่าเข้าไปทำไม พอเรียบร้อยแล้วก็ออกมานั่งนินทาไอ้หนุ่มอีกนานเลย...
หลังจากอีกไม่กี่เดือนก็เป็นอย่างที่คิด หนุ่มเลิกกับแต แต่ผมว่าดีแล้วล่ะ แตอยู่ก็ทรมานเปล่าๆ มีมันเป็นแฟนสู้ซื้อของเทียมซักอันยังจะมีประโยชน์กว่า จินตนาการได้ไม่อั้นด้วย และตอนนั้นผมก็มีอะไรๆกับน้ำเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น ช่วงนั้นผมจะไม่มีเวลาว่างให้เพื่อนเลย ต้องอยู่ทำรายงานส่วนตัวตอนเย็นกับน้ำในห้องเรียน บางทีเลิกเรียนตอนเที่ยงผมกลับบ้านเฉยเลย แล้วถ้ามีใครสังเกตก็จะเห็นว่าน้ำก็ไม่อยู่ในคณะเหมือนกัน เราไปเล่นไพ่ เล่นจับใหญ่ที่บ้านผม จนประมาณเกือบๆสี่โมงเย็นค่อยกลับมาคณะอีกครั้ง...
ไม่ค่อยสนุกหรอกนะเพราะฉากโป๊มันมีน้อย ผมไม่ได้เล่นเองก็ไม่รู้จะบรรยายยังไง ไอ้หนุ่มก็แสดงได้ห่วยมากจนผมอายที่จะบรรยาย ก็ขอโทษเพื่อนๆด้วยก็แล้วกัน...
เลื่อนเข็มนาฬิกามาอยู่ที่ปีสามเหมือนเดิม ช่วงปิดเทอมปีสองผมเหงามากจริงๆ สมัยอยู่ปีหนึ่งผมตั้งหน้าตั้งตารอว่าน้ำจะกลับจากอังกฤษเมื่อไหร่ เราจะได้เจอกัน แต่ของปีสองนี่ผมไม่มีอะไรต้องหวังเลย บางทีนั่งอยู่บ้านคนเดียว มือมันสั่นไปหมด อยากหยิบโทรศัพท์โทรไปหาน้ำหรือริน ไม่ต้องนอนด้วยกันก็ได้ เพียงแต่ผมอยากมีเพื่อนคุยด้วย แต่ก็กลัวว่าคุยด้วยกันได้สองสามคำ ก็ต้องนอนด้วยกันอยู่ดี ของอย่างนี้มันอยู่ใกล้กันได้ที่ไหน เรื่องตลกก็คือตอนนั้นผมรู้สึกโกรธ แต่คนที่ผมโกรธดันเป็นน้องรหัสตัวเอง ผมพาลมากเลย ถ้าไม่ใช่เพราะจุ๋มส่งเสริมเรื่องริน ผมก็ไม่ต้องเลิกกับน้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะจุ๋มมาบอกเรื่องริน ผมก็ไม่ต้องเลิกกับริน นังเด็กเวรจริงๆ เพื่อนๆคงอยากถามว่าแล้วทำไมไม่กลับไปขอโทษน้ำหรือขอคืนดีกลับริน ก็บอกแล้วว่าผมไม่ชอบนิสัยของน้ำ ไม่รู้สิ น้ำคงคิดว่าผมเป็นลูกเธอมั๊ง ต้องอยู่ในกรอบสารพัดอย่าง แม่ผมยังใจดีกว่าเธออีก ถ้าต้องให้กลับไปเพื่อนอนกับเธอแล้วต้องแลกกับการทนนิสัยเธอไปเรื่อยๆ ผมคงทนไม่ได้และมันไม่คุ้มด้วย ส่วนริน ที่จริงแล้วผมจะโทรไปหารินก็ได้ แต่อีกไม่นานน้องรหัสผมก็ต้องรู้ แล้วนังจุ๋มนี่สงสัยบ้านจะอยู่แถวๆตลาด เวลาด่านี่ด่าได้อย่างลื่นไหลมาก ทอมอะไรวะ ปากจัดชิบหาย ไอ้จะคาดคั้นรินว่าอย่าบอกจุ๋มนะว่าผมมาหา ผมก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อเธอได้แค่ไหน ขนาดนอนด้วยกันวันไหน ที่ไหน เธอยังเล่าจนหมด แล้วถ้าผมกลับไปหาเธออีก เธอก็คงเล่าให้น้องรหัสผมฟัง แล้วนังเด็กเวรก็คงเอาผมไปแฉแน่ๆเลย...


*

pinmonkey

Re: Friend (เพื่อน) ตอน 6
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2016, 04:38:26 pm »
ขอบคุณมากครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ