Friend (เพื่อน) ตอน 9

Friend (เพื่อน) ตอน 9

  • 1 ตอบ
  • 12520 อ่าน
*

ออนไลน์ err

  • Veteran Member
  • ******
  • 1774
  • 897
  • ดอนควาย
    • ดูรายละเอียด
Friend (เพื่อน) ตอน 9
« เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2010, 11:21:38 am »
มีครั้งนึง ไปทำงานแล้วถือโอกาสไปเที่ยวที่สุดขอบประเทศ ก็ได้รู้จักสาวพม่าคนนึงชื่อนัชชิกา แต่เธอชอบให้ผมเรียกว่าเคเคมากกว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าแปลว่าอะไร เคเคเป็นคนเชียงตุง ข้ามจากท่าขี้เหล็กมาค้าขายอยู่ที่แม่สาย เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยย่างกุ้งนะแต่ทำไมถึงมาขายของก็ไม่รู้ ผมขึ้นไปพักอยู่ที่โรงแรมวังทอง เราไปรู้จักกันที่นั่นเพราะผมเดินเที่ยวในตลาดแล้วไปเลือกซื้อของที่ร้านของ เธอ ผมไปร้านเธอสองสามครั้งก็ได้คุยกันหลายเรื่อง เราคุยกันภาษาไทยนะ แต่สำเนียงเวลาเธอพูดภาษาไทยมันโคตรห้วนเลย ผมพยายามฝึกพูดภาษาพม่า แต่ก็ได้แค่คำเดียวว่าเมงกลาบา แปลว่าสวัสดี แค่นั้น พอเคเครู้ว่าผมมาจากกรุงเทพ เธอบอกผมว่าเธออยู่ในพม่าลำบากมาก เงินเดือนที่นั่นนิดเดียวเอง เธอจบปริญญาตรี ถ้ารับราชการก็ได้เงินเดือนหกร้อยบาท มันจะไปพอกินอะไร เข้ามาค้าขายในไทย ด่านเปิดหกโมงเช้า พอหกโมงเย็นก็ต้องกลับแล้ว เธออยากมาอยู่ในไทย แต่ไม่รู้จะทำยังไง เข้ามาได้ลึกที่สุดแค่ด่านแม่จันเอง เธอบอกว่าเธอมีเงินเก็บนะ ถ้าใครช่วยได้ เธอก็ยินดีจ่ายไม่อั้น...
ผมสารภาพกับเพื่อนๆว่าผมช่วยเธอไม่ได้หรอก ใครจะไปช่วยได้วะ ไม่ได้ทำงานตม.นี่หว่า แต่ความคิดชั่วๆมันวูบขึ้นมา ไม่ได้อยากได้เงินเธอหรอกนะ แต่รูปร่างของเธอเท่าที่เห็นคร่าวๆมันน่าเอาจริงๆ แล้วผมก็อยากลองสาวๆชาติอื่นที่ไม่ใช่คนไทยดูบ้าง ว่ามันจะแตกต่างกันหรือเปล่า ตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าเธอจะรู้กฎหมายไทยหรือเปล่า แต่คิดว่าไม่น่าจะรู้ ก็เลยบอกเธอว่ามีวิธีนึงที่น่าจะทำให้เธอเข้ามาอยู่หรือมาเป็นคนไทยได้ ก็คือแต่งงานหรืออยู่กินกับคนไทย สารภาพว่าไม่รู้หรอกนะว่าเรามีกฎหมายข้อนี้หรือเปล่า แต่ผมเอามาจากกฎหมายอเมริกา เคเคสนใจมากแต่ไม่รู้จะทำยังไงต่อ ผมก็สวมรอยว่าเอาอย่างนี้ ผมช่วยก็แล้วกัน ผมจดทะเบียนสมรสกับเธอก็ได้นะ แล้วเข้ามากรุงเทพด้วยกันในฐานะเมียผม แล้วพอมาถึงกรุงเทพ เราค่อยหย่ากันก็ได้ ถึงตอนนั้นเธอก็เป็นคนไทยแล้ว จะทำยังไงต่อไปก็เป็นเรื่องของเธอ ที่พูดนั่นพูดเล่นๆนะ ไม่คิดว่าเธอจะสนใจ แต่เธอกลับทำท่ากระตือรือร้นมาก บอกว่าเธอสนใจจริงๆ ถ้าไม่รบกวนผมจนเกินไป เธอก็ขอความช่วยเหลือด้วย อ้าว! เข้าทางเลยสิ ผมก็บอกว่าถ้าอย่างงั้นเดี๋ยวตอนบ่ายไปคุยรายละเอียดและวิธีการในโรงแรมที่ ผมพักอยู่ดีกว่าเพราะไม่อยากคุยอะไรกันที่นี่ และผมจะอธิบายเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพให้ฟัง...
เคเคเข้ามาคุยกับผมในห้อง คงตื่นเต้นเพราะเห็นช่องทางที่จะเข้ามาอยู่ในไทยอย่างถูกกฎหมาย แต่ตอนนั้นผมหัวหมุนไปหมดเลยเพราะไม่รู้กฎหมายซักอย่าง แล้วก็พูดออกไปแล้วด้วย บอกตรงๆว่าที่พูดออกไปเพราะอยากเอาเธอเท่านั้น เคเคเป็นสาวผิวขาวเหลืองซึ่งผมไม่ค่อยได้เจอบ่อยนัก ใบหน้าเรียวได้รูป ผมยาว รูปร่างผอม แต่ดูแข็งแรง อาจเป็นเพราะพม่าไม่มีรถใช้ก็ได้ ต้องเดินเป็นส่วนใหญ่ทำให้ดูแข็งแรง ซึ่งในชีวิตผม ส่วนใหญ่จะเจอแต่พวกคุณหนู นั่งกินนอนกิน ตัวนุ่มนิ่มไปหมด ก็เลยอยากลองอะไรที่มันแปลกออกไปบ้าง แต่จะพูดยังไงกับเธอดีล่ะ เธอถึงจะยอมให้เอา เพราะผมไม่ชอบบังคับใคร เธอถามผมว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ผมบอกว่าไม่มีเพราะผมไม่ได้คิดจะหากำไรจากการช่วยเหลือกันอย่างนี้ แต่ผมขอเธอตรงๆว่าวันนี้ไม่ต้องกลับท่าขี้เหล็กนะ อยู่เป็นเพื่อนผมก่อน แล้วพรุ่งนี้ก็ลงไปเปิดร้านตอนเช้าได้เลย เคเคมองหน้าผมนานมากจนผมกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ ตอนนั้นผมอยากจะเดาว่าเธอกำลังคำนวณผลได้ผลเสียอยู่เพราะผมชวนเธออย่างนี้ เธอคงรู้แล้วว่าผมหมายถึงอะไร ยิ่งผมบอกว่าผมไม่อยากได้เงินจากเธอด้วย ผมนั่งรอเธอตัดสินใจ ไม่ได้ไปเร่งอะไร ซักพักเธอก็พยักหน้า ผมก็ยิ้มสิ เคเคถามผมตรงๆว่านั่งคุยกันอย่างเดียว ไม่ต้องมีอะไรกันได้มั๊ย ผมก็ตอบเธอตรงๆเหมือนกันว่าผมอยากมี แต่ผมไม่บังคับเธอ ถ้าเธอคิดว่ามันไม่คุ้มที่เธอจะต้องแลก ก็เป็นสิทธิ์ของเธออยู่แล้ว เคเคนั่งนิ่ง ผมก็ไม่ได้เร่งร้อนอะไร ชวนเธอนั่งคุยอยู่ในห้องเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ จนเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว ก็ลองเสี่ยงเดินไปนั่งข้างๆเธอ กลัวเหมือนกันแหล่ะว่าเธอจะว่า แต่เคเคก็นั่งนิ่งอย่างนั้น ผมลองกอดเธอ เคเคทำท่าขืนนิดนึงแต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไร...
ผมยิ้มแฉ่งเลยล่ะ ไม่ต้องรออะไรแล้ว ประคองเธอไปนอนบนเตียงแล้วค่อยๆถอดเสื้อกับกางเกงเธอออก เคเคนอนหลับตานิ่ง ผมไม่ยอมเสียเวลานะ ทั้งร่างเธอเหลืออยู่แค่ยกทรงกับกางเกงในเท่านั้น พอก้มลงไปจูบใบหน้าเธอก็ได้กลิ่นหอมของแป้งพม่า มันหอมจริงๆนะ ผมเลื่อนมาประกบปากเธอ เคเคนิ่งอยู่อย่างนั้นจนผมแซะปลายลิ้นเข้าไปในปากเธอ เธอจึงยอมเปิดปากให้ ดูท่าทางเธอไม่ค่อยเป็นงานเท่าไหร่นัก ผมจูบปากเธอชั่วครู่จึงค่อยๆเลื่อนใบหน้าลงมาจนถึงซอกคอ สองมือไขว้ไปอยู่ด้านหลังและปลดตะขอยกทรงเธอออก เคเคขืนนิดนึงแต่ผมไม่สนใจ ปลดยกทรงออกจากแขนเธอดึงออก นมของเธอสวยจริงๆ แน่นกระชับ ปลายติ่งยังออกสีชมพูจางๆอยู่ จากที่เห็นเชื่อว่าเธอยังไม่เคยผ่านอะไรมามากนัก ผมเคล้นคลึงทั้งมือและลิ้นเข้าใส่สองเต้าของเธออย่างตื่นเต้น ไม่เคยเอาคนชาติอื่นที่ไม่ใช่คนไทยนี่หว่า ไม่รู้ว่าจะแปลกจากคนไทยแค่ไหน พอซุกไซ้ใบหน้าบนเต้าพอใจแล้ว ผมก็ค่อยๆดึงกางเกงในเธอรูดออกจากปลายเท้า เคเคนอนหนีบขาแน่น ผมเหลือบลงไปมองแล้วก็ต้องแอบยิ้มเพราะเธอไม่มีขนอะไรมาปิดบังเนินเนื้อแม้ แต่เส้นเดียว ซึ่งผมไม่ค่อยได้เจอบ่อยนัก เนินเนื้อของเธอขาวสะอาดแต่จะหอมหรือเปล่าไม่รู้ เพราะผมไม่กล้าเลื่อนใบหน้าลงไปข้างล่าง ก็คนมันแปลกหน้าขนาดนั้น ใครจะไปกล้า...
จัดการเสื้อผ้าเธอจนหมดแล้ว ผมก็หันมาจัดการกับตัวเองบ้างจนเปลือยหมดทั้งร่างเหมือนเธอ สาวพม่านี่ผิวละเอียดดีจัง เวลาถูตัวกับร่างของเธอ มันลื่นเนียนไปหมด ท่อนเนื้อผมพร้อมแล้ว รอเพียงแค่เธอพร้อมเท่านั้น ผมใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนร่องของเธอเบาๆจากบนลงล่างสลับไปมา เคเคนอนบิดอยู่บนเตียง ครางเบาๆ ซักพักก็รู้สึกว่าร่องของเธอหลั่งน้ำเอ่อซึมออกมา คงใช้ได้แล้วมั๊ง ผมค่อยๆสอดตัวเข้าไปอยู่กลางหว่างขาเธอ เคเคหรี่ตาขึ้นมามองหน้าผม ผมจับต้นขาเธอแยกออกจากกันจากร่องเนื้อกลางลำตัวเผยอออกจากกัน ผมพยายามจับท่อนเนื้อเขี่ยไปมาบนติ่งเนื้อของเธอแต่มันมีขนาดเล็กมากจนมอง แทบไม่เห็น เคเคร้องครางในลำคอ บิดเอวไปมา ผมทนไม่ไหวแล้วก็เลยค่อยๆดันท่อนเนื้อเข้าไปในร่องของเธอ พอส่วนหัวมุดเข้าไป เคเครีบผลักอกผมไว้ บอกว่ามันเจ็บมาก แต่ตอนนั้นผมไม่สนใจแล้ว ค้างนิ่งในท่านั้นซักพักจนรู้สึกว่าต้นขาเธอคลายอาการเกร็ง เธอเอามือออกจากอกผม ผมก็ตัดสินใจดันท่อนเนื้อเข้าใส่ร่างเธอต่อแต่คราวนี้ไม่ขยักไว้อีกแล้ว เธอนอนดิ้นพล่านเพราะผมกดร่างเข้าไปในตัวเธอจนหมดดุ้น พอสุดแล้วก็ประกบร่างนอนกอดเธอไว้ จะบอกเพื่อนๆว่าเคเคยังซิงอยู่เลย เพราะช่วงสุดท้ายที่ดันท่อนเนื้อ ผมต้องแหกด่านเข้าไปนะ มันผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองด่านสุดท้าย ซึ่งน่าจะเป็นด่านที่ทำให้เธอดิ้นขนาดนั้น เคเคนอนน้ำตาไหลจากหางตา แต่ผมรู้สึกเสียวไปหมดทั้งท่อน ร่องของคนพม่านี่มันแน่นกระชับดีจริงๆ...
ผมนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น รอให้เธอหายเจ็บ จนรู้สึกว่าภายในร่องของเธอคลายจากอาการเกร็งแล้ว ก็เริ่มทำสงครามระหว่างไทยกับพม่าทันที ร่องเนื้อของเธอร้อนผ่าว แน่นกระชับจนผมแทบเข้าตีเธอไม่ได้ เธอเป็นฝ่ายรับการรุกของผมอย่างเดียว ดูก็รู้ว่าเธอยังไม่เคยผ่านการทำสงครามมาก่อน แต่ไม่เป็นไร ผมตีฝ่ายเดียวก่อนก็ได้ เคเคนอนนิ่งให้ผมอาศัยสองเต้าของเธอเป็นที่ยึดตัวไว้ขณะที่กระแทกเอวเข้าใส่ ร่างเธอจากช้าๆจนค่อยๆเร่งเร็วขึ้น ว่าจะยั้งๆรอเธอให้ไปพร้อมๆกัน แต่ทั้งเต้าและทั้งร่องของเธอมันทำให้ผมไม่สามารถอดทนรอเธอได้ ผมกระแทกอยู่บนร่างเธอซักพักก็ต้องกลั้นใจกดร่างบดทับกับร่างของเธอ เคเคสะดุ้งเฮือกเมื่อผมฉีดน้ำเข้าใส่ร่องของเธอเป็นจังหวะ ผมรอจนหลั่งน้ำเข้าใส่ร่างเธอหมดแล้วจึงค่อยๆถอนตัวลงมานอนข้างๆเธอ อยากจะบอกเพื่อนๆว่าผมแก้แค้นแทนสงครามตอนที่พม่ายกมาตีกรุงศรีเรียบร้อย แล้วล่ะ ถล่มค่ายพม่าซะเละเทะเลย...
ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผมอยู่ที่นั่น เราเอากันทุกวัน เธอขายของที่ร้านได้ซักพักก็จะปิดร้านแล้วขึ้นมาหาผมที่ห้องเพื่อมานอนกับผม แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะทวงสัญญาเรื่องพาเธอมากรุงเทพด้วย ผมยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำยังไง แต่ตอนนั้นมันมีหน้าที่เอา ก็ต้องเอาอย่างเดียว อย่างอื่นไว้คิดทีหลัง ผมก้มหน้าก้มตาฉีดน้ำใส่ร่างของเธอทั้งปากบนปากล่าง เคเคคล่องขึ้น เป็นงานขึ้น ที่ชอบมากก็คือเห็นรูปร่างผอมๆอย่างนั้นแต่เนื้อเธอแน่นไปหมดทั้งตัวเลย ที่จริงถ้าเธอเป็นคนไทย ผมก็อยากจะชวนเธอลงมาเที่ยวกรุงเทพด้วยเหมือนกันเพราะยิ่งเอา ยิ่งสนุก แต่เธอเป็นพม่า แค่ด่านแม่สายเธอก็ผ่านมาไม่ได้แล้ว ผมปีนขึ้นปีนลงอยู่บนร่างของเธอจนหมดเวลา ต้องกลับมาทำงานที่กรุงเทพแล้ว คืนสุดท้ายที่อยู่ที่นั่น เคเคไม่ยอมกลับท่าขี้เหล็ก เอ๊ะ! ผมบอกไปแล้วนี่ว่าคนพม่าที่ข้ามฝั่งมา ต้องกลับเข้าด่านก่อนหกโมงเย็น แต่คืนนั้นเธอแอบนอนอยู่กับผมในห้อง ผมรู้นี่ว่านี่เป็นคืนสุดท้ายที่ผมจะอยู่แม่สายแล้ว คืนนั้นผมก็เลยใช้พลังงานเฮือกสุดท้ายเอาเธอเกือบทั้งคืนเพราะรู้ว่าคงจะไม่ ได้เจอเธออีก ตอนเช้าเธอไปเปิดร้าน ผมนอนอยู่ในห้อง บนเตียงมีแต่คราบน้ำของทั้งเธอและผมเลอะเทอะไปหมด ผมรู้สึกผิดเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะทำยังไง นอนตัดใจซักพักก็เก็บของแล้วลงมาเช็คเอาท์ขับรถกลับกรุงเทพโดยไม่ได้บอกลา เธอ ก็จะไปลาได้ที่ไหนกัน เธอรอให้ผมพากลับกรุงเทพด้วย ขืนไปลาก็ไม่ได้กลับสิ แล้วตั้งแต่นั้น ผมก็ไม่เคยกลับไปนอนที่วังทองอีกเลย...
ตายแล้ว ตั้งใจจะเล่าเรื่องสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ดันออกไปเรื่องไหนก็ไม่รู้ ก็อย่าถือสากันนะเพราะผมก็เล่าไปเรื่อยๆอย่างนี้แหล่ะ และก็ถือว่าเป็นตอนสุดท้ายแล้วด้วย อยากพูดอะไรก็พูดออกไปเรื่อยเปื่อย...
คราวที่แล้วถึงไหนนะ อ้อ! ถึงตอนที่ผมชวนแตงโมเดินเข้าม่านรูดแล้วก็ส่งเธอกลับบ้าน ตั้งแต่นั้นมาเราก็ไม่เคยมีอะไรกันอีกเลย ถึงแม้เธอจะหุ่นดี แต่ข้างในของเธอมันแทบจะหมดสภาพแล้ว ให้ไอ้พวกหนุ่มๆที่มารับเธอเก็บไว้ใช้ดีกว่า นี่ก็เป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆว่าอย่าคาดหวังอะไรในสิ่งที่เรายังไม่เห็น บางทีเห็นสาวๆน่ารัก หุ่นดี แต่พอเปิดข้างในออกมา ก็รู้สึกว่าถ้าต้องเสียเวลาเอาคุณเธอพวกนี้ เอาเวลาไปนั่งกินเหล้าดีกว่า พูดแล้วยังเคืองพี่เอกไม่หายเลย หลอกให้ผมเสียเวลาประกบอยู่ตั้งนาน หลังจากนั้นพอผมเจอหน้าแตงโม เธอทำไม่รู้ไม่ชี้ ผมก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่รำคาญไอ้บิ๊ก เพราะมันคอยแต่จะถามผมอยู่นั่นแหล่ะว่าคืนที่เลี้ยงปีใหม่ ผมไปไหนกับแตงโม ใครจะอยากเล่าให้มันฟังวะ...


*

pinmonkey

Re: Friend (เพื่อน) ตอน 9
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2016, 04:34:55 pm »
ขอบคุณมากครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ