BUSAYA Side Story 1. …ยังไม่ถึงเวลา?...

BUSAYA Side Story 1. …ยังไม่ถึงเวลา?...

  • 0 ตอบ
  • 9376 อ่าน
*

ออฟไลน์ chai1112

  • Full Member
  • **
  • 243
  • 272
    • ดูรายละเอียด
BUSAYA Side Story 1. …ยังไม่ถึงเวลา?...
« เมื่อ: มีนาคม 10, 2011, 10:08:51 pm »
BUSAYA Side Story 1. …ยังไม่ถึงเวลา?...
29 dec 2006


พบกันครั้งแรกของ 3 สาวที่น่าพรั่นพรึง?

15 กันยายน 2548

“เรารักคนอื่น...ง่ายกว่าให้คนอื่นมารักเรา...”
...ประโยคนี้ใครพูดนะ?...ทว่า...มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย...“บุศยา” ตั้งใจเป็นอย่างแรก...ขอเลือกจะเป็นฝ่ายรักมากกว่าถูกรักแม้ผลลัพธ์อาจไม่เป็นดังหวัง...อ๊ะ!!...สาวน้อยในชุดเนื้อผ้าลื่นบางเบาสุดเซ็กส์ซี่สีครีมเข้ากับเรือนผิวแต่ปราศจากยกทรงกับกางเกงใน...ยอดอกแหลมเต่งในท่อนบนและขนหมอยหยิกตรงส่วนลับท่อนล่างรางๆ...เนื่องเพราะยังสะลึมสะลือเลยพาลคิดว่าเป็นคนอื่นแต่สักพักจึงยิ้มออก...
“...ตัวฉันในกระจก...นึกว่านางอัปสรที่ไหนที่แท้ก็นางอัปสรบุศยา...คิกๆ...”
...ใครจะค่อนขอดนินทาว่าหลงในรูปตัวเองก็ช่าง...มีสักกี่คนจะกล้าปฎิเสธได้ว่าฉันไม่ใช่หญิงสวย?...ชายใดเห็นแล้วเลยผ่านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็จงรู้เถิดว่าเขาคนนั้นต้องมีอะไรบกพร่องไม่ทางร่างกายก็จิตใจแน่ๆ...ดูสิ...เรือนร่างของฉันงามผุดผ่องเปล่งปลั่งทุกส่วนและจะยิ่งงดงามขึ้นๆ...เมื่อบวกความถึงพร้อมด้วยสินทรัพย์แลฐานะอันสูงส่งมีชื่อเสียงโด่งดังกระฉ่อนในแวดวงสังคมไฮโซของจังหวัด...ชายหนุ่มมากมายจึงล้วนต่างหมายตาปรารถนาจะครอบครองฉัน...แต่...หัวใจทุกห้องมันหาได้ว่างไม่และฉันมอบให้กับคนๆหนึ่งไปจนหมดสิ้นแล้ว...
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหนูใหญ่...”
“อรุณสวัสดิ์จ๊ะทุกคน...คุณหนูรองไปโรงเรียนแล้วเหรอ?...”
“พ่อบ้านขับรถไปส่งแล้วค่ะ”
“อึ๊บ!!...อือ~~...เมื่อคืนนั่งทำรายงานดึกเช้านี้เลยตื่นสาย...ไม่เป็นไร...มีเรียน 10 โมงเช้า...”
“เตรียมน้ำอุ่นเรียบร้อยแล้ว...เชิญคุณหนูค่ะ...”
“ขอบใจ...”
...แปรงฟันล้างหน้าเสร็จปลดเสื้อคลุมส่งให้สาวใช้...คนอีกมากมายยังไม่ทราบ...ทุกๆวันฉันจะอาบน้ำต่อหน้าสาวใช้หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “เมด” ค่ะ...อายหรือ?...ไม่เห็นจะต้องอายตรงไหน...ผู้หญิงทั้งนั้นเลย...
“...อ้า~~~...ได้แช่น้ำอุ่นตอนอากาศเย็นๆแบบนี้ล่ะเยี่ยมหาใดทาบ...”
...ประโยคที่เผลอพูดออกมาเมื่อกี้มันสามารถบ่งบอกความจริงในตัวฉันได้...การเสาะแสวงหาจนกว่าจะพบสิ่งที่ต้องการและได้ครอบครองมันเป็นความสุขทางใจสูงสุด...เทียบกับอยู่เฉยรอให้สิ่งต่างๆเข้ามาหาตัว...บอกตรงๆว่าไม่ได้เรื่องได้ราว...ตั้งแต่เล็กฉันมีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองต้องการเพราะถูกพ่อแม่เลี้ยงดูมาแบบตามใจ...
“พ่อกับแม่ยังไม่กลับสักที...สงสัยสิ้นปีล่ะมั้ง?...น้องก็คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”
...ห้องน้ำอันโอ่โถงกว้างขวางสไตล์ยุโรปเพียบพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง...อ่างอาบน้ำสีไข่มุกรูปวงรีตั้งอยู่ใกล้หน้าต่างบานใหญ่เกือบเท่าประตูห้องๆหนึ่ง...กระแสน้ำอุ่นเป็นฟองเล็กๆนับไม่ถ้วนไหลวนกระทบกายและอบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพรหอมกรุ่น...อีกฝั่งเป็น 2 ผ้าม่านผืนใหญ่สีชมพูพอปิดกั้นบางๆที่สั่นไหวเมื่อยามต้องแรงลม...เพลงคลาสสิคของบีโธเฟ่นแนวที่ฉันโปรดปรานดังคลอเบาๆช่วยขับกล่อมจิตวิญญาณให้สงบเยือกเย็น...ณ.ที่นี้คือโลกส่วนตัว...ในรอบ 1 วันฉันมักเสียเวลาไปกับการชำระร่างกายนานนับหลายชั่วโมง...พี่เค้กหัวหน้าเมดเปิดทีวีติดผนังให้รับชมข่าวสารประจำวัน...ไม่ว่ามีข่าวอะไรน่าสนใจหรือไม่ก็เป็นกิจวัตรของฉันที่ยากจะละเว้นนอกเสียจากรีบจริงๆ...
“เฮอะ!!...สุดท้ายไอ้ดาราคู่นี้มันก็ไปไม่รอด...หย่ากันจนได้เนอะพี่...หือ?...”
(~~~~~~~~~!!!!)
“...ฉันเอง...อ๋อ!!...ว่ายังไงคะ?...”
“..............................................”
“ได้!!...กำลังรออยู่...คุณเอาข้อมูลมาเลย...จะน้อยหรือมากก็ไม่เป็นไร...”
...เอกคเชนทร์...ชายเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้หัวใจของบุศยาผู้นี้สั่นคลอนไหวหวั่น...ดังนั้น...ฉันถึงต้องการรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขาและก็ได้ทราบอะไรๆแล้วพอสมควร...แต่ยังไม่พอ...ต้องการรู้อีกมาก...มันต้องมากยิ่งกว่าจำนวนหยดน้ำน้อยใหญ่ที่เกาะตามร่างเปลือยของฉัน...
“หน้าอกคุณบุศโตขึ้นนะคะ...”
“ฮะๆ...ก็ได้ผู้ชายมาบีบคลึงให้ไงล่ะพี่...”
“คุณบุศอย่าพูดล้อเล่นสิคะ...ถ้าคุณท่านกับคุณหญิงมาได้ยินเข้า...”
“...โอ้ย!!...พ่อกับแม่เขาตัดหางปล่อยบุศนานแล้ว...ป่านนี้ถึงเที่ยวเมืองนอกเพลิน...บ้านช่องไม่ยอมกลับ...นี่!!...ไว้วันหลังจะพาหนุ่มหล่อๆมาให้ดู...พี่เค้กน่ะแระ!!...เมื่อไหร่จะมีหนุ่มควงบ้างเล่า?...ปีนี้ 30 แล้วนา...”
“...พี่ก็ปลงนานแล้วค่ะ... 30 คงไม่มีใครมาขอแล้วขึ้นคานไปตามระเบียบ”
“อะไรกั๊น!!...เพิ่งจะ 30 ก็บ่นเหมือนคนแก่ซะได้...เอางี้...ฉันให้พี่ยืมแฟน 1 วัน...สนมั้ยจ๊ะ?...”
“ว้าย!!!...คุณบุศพูดอะไรก็ไม่รู้...ของแบบนี้เขาให้ยืมกันได้หรือคะ?”
“...แน่ะๆๆ...แน่!!...พี่คิดไปถึงไหนกันน่ะ?...ฉันจะให้พี่ยืมไปควงเที่ยวเล่นกันต่างหาก...นี่คงคิดทะลึ่งๆแหงเลย...ฮิๆๆ...แต่พี่น่าจะทิ้งความสาวให้คนที่แอบปิ๊งได้แล้ว”
“พอ...พอแล้วค่ะคุณบุศ...พี่ไม่คุยด้วยแล้ว~~...”
“ฮะๆๆ...ฉันจะขึ้นล่ะ...ไม่ไหวๆ...พี่อายจนหูแดงหมดแล้วนั่น...”
“แหม~~...นี่ผ้าเช็ดตัวกับเสื้อคลุมค่ะคุณหนู...เช้านี้ขึ้นเร็วกว่าเคยนะคะ”
“อื้อ!!...เดี๋ยวจะมีแขกมาหาฉัน...เขามาถึงเมื่อไหร่พี่ก็ช่วยรับรองอย่างดีอย่าให้ขาดตกบกพร่องนะ...ฉันจะแต่งตัวแป๊ปหนึ่งจ๊ะ...”
...ความจริงสวมเพียงเสื้อคลุมปิดบังเรือนร่างออกไปพบผู้ที่กำลังจะมาหาก็ได้...ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงทําไปแล้ว...แต่เลือกที่จะไม่ดีกว่าเพราะเขาไม่ใช่ยอดชายนายเอกคเชนทร์...รักนวลสงวนตัวในเวลากับโอกาสที่เหมาะสมและเปิดเผยต่อคนที่คู่ควรเป็นสิ่งที่หญิงสาวพึงปฎิบัติ...
...

...บุคคลที่จะมาหาในวันนี้คือผู้ที่ฉันว่าจ้างให้คอยติดตามคนๆหนึ่ง...พูดง่ายๆก็คือนักสืบ...ส่วนเป้าหมาย...ไม่มีใครอื่นอีกหรอก...
“...สมเป็นมืออาชีพ...ถ่ายรูปมาได้ชัดมาก...”
...เอกคเชนทร์...ชายผู้น่าหลงใหล...นับวันฉันก็ยิ่งตกหลุมรักเขาชนิด “หัวปักหัวปำ” เลยก็ว่าได้...ทุกอริยาบถทุกการเคลื่อนไหวในรูปภาพทั้งหมดจะถูกเก็บในอัลบั้มลับส่วนตัวเป็นอย่างดีทีเดียว...สาเหตุที่ฉันหลงรักเขามากมายขนาดนี้น่ะเหรอ?...จริงสิ...ยังไม่เคยบอกหรือเล่าให้ใครฟังแม้กับเพื่อนในกลุ่ม...ขนาดน้องสาวก็ยังไม่เคยบอกนี่นะ...เอาเป็น...ไว้มีโอกาสจะเล่าให้ฟังทีหลังนะคะ...
“ส่วนนี่เป็นข้อมูลทั้งหมด...จากที่ผมเฝ้าสังเกต...เขามีการติดต่อกับผู้คนมากมายเชียวล่ะครับ...ในคณะก็ดูเป็นจุดสนใจอยู่ไม่น้อย”
“ผู้ชายหรือผู้หญิง?...”
“ทั้งชายและหญิงครับ...นอกจากนี้...ตลอดเวลาช่วง 1 สัปดาห์ทั้งก่อนและหลังทำงานพิเศษเขาไปพบ...”
...กำลังยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบก็ต้องชะงักค้างกลางคันเมื่อเห็นรูป...นักสืบสะดุ้งโหยงเพราะฉันเกิดอาการหึงเผลอวางถ้วยกระแทกโต๊ะปึงจนกาแฟบูลเมาเทนส์ชั้นยอดหกกระฉอก...ร้อนถึงเมดต้องรีบเอาผ้ามาเช็ดและเติมให้ใหม่...
“ผู้หญิงคนนี้รึ!!...ผิดตัวหรือเปล่าเนี่ย?...”
“ไม่ผิดครับ...นั่นคือรูปถ่ายยืนยัน...”
...ปัทโธ่เว้ย!!...ภาพถ่ายในยามวิกาลถึงจะมัวแต่ฉันก็ทราบดี...หนุ่มสุดสวาทควงคู่ออกไปกับหญิงอื่น...เจ็บใจ~~...ขนาดหมอนวดก็ยังสามารถฟันเป็นการส่วนตัวได้โดยไม่เสียเงินเที่ยว...เอกคเชนทร์นะเอกคเชนทร์...หน้าออกซื่อๆแต่ร้ายล้ำลึกหาตัวจับยาก...ฉันมัวยุ่งเรื่องนั้นเรื่องนี้เดี๋ยวเดียวก็แอบสอยหญิงขายบริการไปกกกอดสบายอุรา...ยิ่งคิดมันยิ่งน่าโมโหนัก!!!...
“ผู้หญิงคนนี้ชื่อภรณ์...อายุ 28 ปีมีลูกชาย 1 คน...ปัจจุบันทำงานอาบอบนวดที่โรงแรม...ล่าสุดคุณเอกคเชนทร์ไปพบเธอเมื่อวานก่อนครับ...”
“ใฝ่ต่ำ!!...หน้าตารูปร่างไม่ว่าจะดูยังไงไม่เห็นมีส่วนไหนจะเทียบฉันได้เลยสักนิด...ดำก็ดำ...เตี้ยก็เตี้ย...เป็นแม่หม้ายลูกติดอีกต่างหาก...”
“คงอยากลองของแปลกมั้งครับ?...”
“ใครพูดกับคุณ!!!...”
“หวา!!...ขะ...ขอโทษครับ”
“เก๋...สาว...พวกเธอก็ใช่ย่อย...อุตส่าห์หนีไปเรียนที่ใหม่ก็ยังลืมไม่ลงหวนกลับมาหาผู้ชายของฉัน...สายสัมพันธ์ช่างเหนียวแน่นตัดไม่ยอมขาดดีมาก...แต่ฉันก็ชอบพวกเธอน่ะนะ...อ๊ะ!!...ไม่มีอะไร...”
“...เหมือนว่า...คุณเอกคเชนทร์จะมีคนรักอยู่แล้วน่ะครับ... 2 คนซะด้วย...ถ้ายังไงส่งรูปนี้ไปให้ฝ่ายนั้น...รับรองว่าต้องทะเลาะเบาะแว้งจนเลิกรากันแน่ครับ...”
“เรื่องนั้นรู้อยู่แล้วล่ะ...ไม่ๆ...มันง่ายไป...ฉันไม่ทำ...อีกอย่างมันเป็นวิธีที่นางอิจฉาในละครน้ำเน่าเขาชอบทำกัน...ไร้สาระ...”
“ครับ...แต่ยังมีบางอย่างที่ผมสงสัย...”
“อะไร?...”
“คุณบุศลองดูรูปนี้สิครับ...”
...นักสืบหนุ่มควักรูปในกระเป๋าเสื้อส่งให้เป็นรูปถ่ายหน้าโรงเรียนที่น้องสาวเรียนอยู่...หนุ่มบอลกับเด็กหญิงมัธยมต้นผิวสีแทน...หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา...โดยรวมก็จัดว่าพอใช้ได้...หืม?...
“เด็กคนนี้ฉันเคยเห็น...ไม่สิ!!...เคยมาที่นี่ด้วย...อ๋อ~~...จำได้แล้ว...ทำไมหรือคุณนักสืบ?...”
“ผมก็...แค่ติดใจเท่านั้น...บางทีอาจไม่เป็นอย่างคิดก็ได้ครับ...”
“...เธอชื่ออ้อย...น้องสาวของบอลแต่ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆเพราะจากข้อมูลคราวก่อนของคุณ...บอลเป็นลูกชายคนเดียวของคุณพ่อเอกภพกับคุณแม่รัญภรณ์ที่เสียไปแล้ว...”
“ถ้างั้น 2 คนนี้อาจจะมีความเกี่ยวข้องกันมากกว่าที่เราคิดก็ได้...อุ๊บ!!...ขอโทษครับ...”
“ไม่เป็นไร...สงสัยไว้ก่อนเป็นสิ่งดี...”
...ถึงจะไม่ชอบแต่มันต้องคิดเผื่อเอาไว้...กินรวบทั้งพี่ทั้งน้อง...อดีตเพื่อนร่วมห้องอีก 2 คน...พ่วงหมอนวดแม่หม้ายลูกติด...ถ้าจะมีอะไรเกินเลยกับญาติผู้น้องก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอีกแล้ว...กระนั้น...ฉันก็ไม่รื่นรมย์อยู่ดี (มารความรักเพิ่มขึ้น) ...ต้องหาทางคาดคั้นจากบอลให้จงได้ว่ายังมีผู้หญิงที่ไหนแอบซ่อนอยู่อีก?...หวังว่าคงจะไม่ได้มากกว่าจำนวนคนรับใช้ของบ้านนี้นะ...ไม่งั้น...ฉันประสาทแดกตายแน่...
...

“คิดอะไรเหรอบุศ?...ท่าทางเครียดๆ”
“ไม่มี...”
“ฮะ...ฮ้า~~...อย่ามาโกหกๆ...กำลังคิดถึงหนุ่มในดวงใจใช่มั้ยเอ่ย?...”
“เธออย่าเดามั่ว...”
“เร๊อะ!!...งั้นถ้าฉันจะจีบหนุ่มบอล...เธอก็คง...ไม่ว่าอะไรสิ?...”
“หยุดนะ!!...เธอห้ามแตะต้องเข้าใกล้บอลเด็ดขาด...เขาเป็นของฉัน!!!...”
“โหย~~...จี้ทุกจุดไม่ได้...ตาขวางเสียงแข็งเชียะ...ฉันล้อเธอเล่น...”
“...........................................”
“จริงจ้า~~...”
“...อย่าริอ่านทำตัวซ่อนเงื่อนเพื่อนทรยศกับฉัน...ไม่งั้นความเป็นเพื่อนของเราสิ้นสุด...”
“จ้าๆๆๆ...ตัวเองรักเขาก็ไปบอกให้เขารู้เลยซี่...ขืนมัวช้าถูกแย่งไปไม่รู้ด้วยนา...”
“ใครมันจะกล้ามาแย่ง!!!...”
...นอกจากยัยศกุนตลา...ยัยสาวิตรี...ยัยเก๋...ยัยสาว...แม่หมอนวดชื่อภรณ์อะไรนั่น...(และที่ยังไม่รู้) ล้วนเป็นขวากหนามอันบาดตาทิ่มแทงใจแค่นึกก็ไม่สบอารมณ์อย่างหนัก...บอลนะ...คดีที่เธอเที่ยวไปก่อไว้ที่นั่นที่นี่...บุศไม่ชอบจริงๆนะคะ...อุตส่าห์ทุ่มเทใจให้ไม่ยอมเหลียวมองชายใดอีกก็เพื่อเธอคนเดียวเท่านั้น...
“จำใส่ใจไว้...บอลเขาไม่ได้หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่...นิสัยก็ใช้ได้แถมออกหล่อด้วยซ้ำไป...ทำเป็นนิ่งนอนใจแบบนี้ระวังไว้ให้ดีเถอะหล่อน...คู่แข่งที่พร้อมจะรอเสียบอาจหลบซ่อนอยู่ตรงไหนก็ได้...”
...ฉันไม่ได้นิ่งนอนใจอย่างเธอพูด...เชอะ!!...หวังว่าคงไม่ได้เป็น 1 ในนั้นนะโสรยา...ไม่รู้ชาติก่อนตานั่นทำบุญด้วยสัตว์ 2 เท้าครั้งยิ่งใหญ่หรือไง?...ชาตินี้ถึงได้มีแต่ผู้หญิงมาติดพันไม่มีขาดสาย...พยายามคิดจำกัดตีวงให้แคบลง...คู่แข่งของฉันมีพี่น้อง 2 สาวที่บังอาจใช้นามสกุลเดียวกับบอล... 2 คู่หูผู้หลบลี้หนีแค่ตัวแต่ใจยังผูกร้อยกับบอล...สาวแม่หม้ายหน้าตาขี้เหร่แต่ไม่รู้ทำคุณไสยหรือเปล่า?...บอลถึงได้ติดใจแอบไปหาตั้งหลายครั้ง...
“นี่บุศ...เอ๊าะเขาบอกฉันว่าเคนกำลังจีบสาวอยู่แน่ะ...”
“...เคนน่ะเหรอ?...”
“อื้อ!!...จริงๆนะ”
...ว้าว~~...น้องรหัสฉันก้าวหน้าไปขนาดนี้เชียว?...ในที่สุดก็มีความคิดชอบผู้หญิงจนได้...ทีเมื่อก่อนฉันจะแนะนำเพื่อนให้รู้จักหลายครั้งก็อายบอกไม่ๆๆ...เรายังนึกสงสัยว่าจะเป็นเกย์หรือเปล่า?...
“...ท่าทางเธอจะไม่รู้นิ...บ้านอยู่ใกล้กันไม่ใช่เหรอ?...”
“หมู่นี้ไม่ค่อยเจอกันเลย...โสรู้มั้ยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครมาจากไหน?...”
“เอ่อ...ชื่อบรีน...เพิ่งมาเช่าอยู่หอของเคนน่ะจ๊ะ...รายละเอียดอื่นๆยังไม่รู้”
“ฮิๆๆ...เรียกว่าสมภารริจะกินไก่วัดได้หรือเปล่านะ?...แบบนี้ต้องหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนสักหน่อย”
...ข่าวน่ายินดี...ไม่พบหน้ากันเท่าไหร่จีบผู้หญิงปร๋อซะแล้ว...น้องเคนของพี่ก้าวหน้าไม่ใช่น้อย...ในฐานะพี่รหัสและคนสนิทที่นับถือเป็นพี่น้องซึ่งรู้จักคุ้นเคยกันมานาน...ขอให้สมหวังนะจ๊ะพี่เอาใจช่วยเต็มที่... (ทั้งที่เรื่องของตัวเองยังลูกผีลูกคนแท้ๆ)
...

...บ่าย 2 กว่าๆฉันพยายามโทรติดต่อบอลแต่คุยกันไม่กี่คำโทรศัพท์ก็ตัด...โทรใหม่ก็ตัดอีก...วนเวียนแบบนี้จนรำคาญคิดจะไปตามหาตัวถึงคณะอยู่แล้ว...
“บุศอยากพบบอล...ออกมาหากันบ้างไม่ได้เหรอคะ?...จะมีธุระอะไรกันตอนนี้~~...”
“...........................................”
“ป้าจ๋า~~...ทาเนยเยอะๆน๊าหนูขอ...อ๊ะ!!...ส่วนนี่ใส่น้ำแข้งน้อยๆน้ำเชื่อมเยอะๆจ้าหนูชอบ...”
“...ทีคนอื่นไปพบไปหาได้แต่บุศจะพบเธอไม่ได้หรือไง?...ไม่ยอมนะ!!”
“...เย~~...เย๊!!...เย~~...เย้!!...”
“ให้คำตอบมาเดี๋ยวนี้นะคะ...ไม่งั้นบุศตามถึงห้อง...”
“.........................................”
“...กรี๊ด!!...เยอะแยะ...ฮะๆๆๆๆๆ...จ๋าจ๊ะ...จ๋าจ๊ะ...พี่...ตรงนั้นๆ”
...หนวกหูโว้ย!!!...จะอ้อน “ผัว” ให้ใจอ่อนสักหน่อยดันมาส่งเสียงโหวกเหวกไร้มารยาทหาสวรรค์วิมานอะไรแถวนี้กัน?...กะจะหันดูว่าเป็นใครแต่พอดีบอลเขาให้คำตอบที่น่าพอใจแก่ฉันซะก่อน...
“ค่ะ!!...ดีใจจัง...ก็ได้...คืนนี้บุศจะไปที่ร้าน...ตกลงค่ะ...”
...ต่อจากร้านก็จะจบลงอย่างหวานชื่นที่ห้องของเขา...ฟังเสียงจบก็หยิบรูปขึ้นมาเชยชมพลางถอนหายใจ...รูปหนุ่มบอลกำลังยิ้มขณะคุยกับเพื่อนๆเพราะเป็นการแอบถ่ายภาพจึงไม่ค่อยชัดเจนนักแต่มันให้ความเป็นธรรมชาติ...รูปชัดๆที่เคยขอเขาก็มีแต่ฉันชอบรูปนี้มากกว่า...ต่อไปนี้จนถึงเวลากลางคืนฉันตั้งใจไม่ทำอะไรอีกนอกจากเฝ้านับเวลาเป็นวินาทีรอให้ความสุขมาถึงเร็วๆแต่ความคิดนี้ผิดถนัด...
“...นั่งด้วยคนนะค๊ะ!!...”
...คนร้องเอะอะโวยวายเมื่อกี้ที่แท้คือยัยม้าดีดกะโหลก 1 ใน 2 “ลูกพี่ลูกน้อง” ของบอลน่ะเอง...ที่ผ่านๆมาอุตส่าห์ไม่เอาแม่พวกนี้มาใส่ใจแล้วเชียว...วินาทีแรกที่รู้ว่าเป็นญาติของบอลก็เกิดความกังวลใจอย่างหนัก...ปัจจุบันก็ยังเป็นกังวลลึกๆอยู่...เรื่องความสวยฉันมั่นใจว่าไม่แพ้ 2 คนพี่น้องแต่พวกเขาอาศัยอยู่บ้านเดียวกันและบอลไม่ใช่รูปปั้นไร้ความรู้สึก...น้ำมันกับไฟอยู่ใกล้ชิดกันมันมีแต่จะลุกโชติช่วงชัชวาลย์...อารามคิดมากจึงเกิดอาการฉุนเผลอพูดห้วนๆออกไปอย่างไม่น่ากระทำ...
“คงไม่รังเกียจนะถ้าเราจะขอนั่งด้วย”
“ยังมีโต๊ะว่างออกเยอะแยะนี่คะ...”
“หงึ!!...ก็อยากจะนั่งกับพี่นิ...คงจะไม่ใจจืดกันเกินไปหรอกเนอะ...สาวสวยๆอย่างพี่มักใจดีอยู่แล้ว...”
...ไอ้ที่ชมนี่ไม่ดีใจหรอกนะ...แค่ฟังน้ำเสียงก็รู้ว่าไม่จริงใจแต่เพราะมีจุดหมายบางอย่างถึงเข้ามาตีสนิทด้วย...คนพี่ก็มา...ถือว่าเป็นที่นิยมของหนุ่มๆและจะมาอวดตัวทำผยองกับบุศยาคนนี้รึ?...หยาดฝน!...สุรีย์พรรณ!!...แต่...ถ้าปฏิเสธไม่ให้นั่งด้วยก็ถือว่ามีอคติอย่างเปิดเผยและจิตใจออกจะคับแคบไปหน่อย...น่าสนุก...อยากรู้เหมือนกันว่าจะสักขนาดไหน?...จะสมกับที่ได้รับการกล่าวขานหรือเป็นแค่ราคาคุย...น้องสาวนั่งคู่ฉันส่วนพี่สาวนั่งฝั่งตรงข้าม...ไม่เลวๆ...เริ่มมาก็สร้างบรรยากาศให้ฉันเหมือนผู้ร้ายกำลังถูกสอบสวน...
“นั่นน่ะสิคะ...ไม่มีเหตุผลแม้แต่ข้อเดียวที่จะรังเกียจเลย...เชิญค่ะ...”
“งั้นมะเกรงใจล่ะ...”
...หึย!!...อะไรของหล่อนเนี่ยแม่หยาดฝน?...ขนมหวานใส่น้ำแข็งราดนมข้น...ไอศกรีมนมสดถั่วแดง...ขนมปังปิ้งทาเนย...ของกินแต่ละอย่าง...นี่เธอไม่กลัวอ้วนบ้างเลยหรือไง?...
“กินสิจ๊ะพี่...มะต้องเกรงใจ...”
“ตามสบายเถอะค่ะ...พี่ไม่หิว...”
...ฉันไม่มีแก่ใจทานของหวานพาหะโรคอ้วนพวกนี้หรอกย่ะ...นี่ก็อยู่ในช่วงไดเอ็ทด้วย...ยัยหนูตาโตสุดเฮ้วคิดอะไรกันแน่น่ะ?...
“วางใจได้ๆ...ไม่ใส่ยาพิษหรอกเคอะ...ฮิๆๆ...ไม่ต้องกลัวน่าพี่บุศ...”
...เป็นรุ่นน้องแถมอยู่ต่างคณะอีกทั้งยังไม่เคยคุยกันกลับมาพูดจาล้อเล่นเหมือนคนสนิท...ไม่ตลก...ฮึ!!...รู้ชื่อฉันด้วย...นึกว่าจะมีแต่ฉันที่รู้จักพวกเธอแค่ฝ่ายเดียวซะอีกนะ...
“รูปนั่น...แฟนเธอหรือ?...”
“แล้วรุ่นพี่คิดยังไงล่ะคะ?...แต่ถ้าคิดว่าใช่ฉันก็ไม่อยากบอกปัด...”
“คงไม่ละลาบละล้วงขนาดขอดูรูป...แต่พี่มั่นใจว่าเขาคือลูกพี่ลูกน้องของพี่ที่มีแฟนอยู่แล้ว...”
“หึๆ...ไหนว่าไม่ละลาบละล้วงแต่ทำไมรู้ล่ะคะรุ่นพี่?...ไม่นึกไม่ฝันว่าสาวงามคนดังแห่งคณะวิทย์ – เทคจะสายตาไวและสนใจเรื่องส่วนตัวของชาวบ้านด้วย...มีรูปของเพื่อนไม่ใช่อะไรที่น่าแปลกค่ะ”
“..............................................”
...นิ่งมาก...ฉันพูดในเชิงกระทบกระเทียบแต่ไม่แสดงอาการไม่พอใจซ้ำยังตอบอย่างใจเย็นกลับมา...
“บางครั้ง...การรับรู้สิ่งต่างๆได้เร็วมันย่อมเป็นการดีกว่าแกล้งทำเฉื่อยชาจนถูกคนอื่นปาดหน้าช่วงชิงความได้เปรียบไป...อีกอย่างผู้ชายคนนี้ก็ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหน...เป็นคนรักของพี่สาวและน้องสาว”
“หม่ำๆๆ...นี่ๆๆๆ...พี่ทั้ง 2 กินสิคะ...มีตั้งเยอะแยะ”
...คาดว่าเราทั้ง 2 กำลังหยั่งเชิงซึ่งกันและกัน...ยัยหยาดฝนจอมทะเล้นยังมีแก่ใจนั่งหน้าเป็นซดขนมหวานแต่ในที่สุดหางก็โผล่จนได้...ฝ่ายนี้ก็ไม่เบา...คิดจะรุมขนาบฉันทั้ง 2 ทางเชียวรึ?...ได้!!...มาลองกันสักตั้งดูเป็นไร...
“เออ!!...ใช่ๆ...ไม่เพียงแต่พี่แคทที่สนใจนะ...ฝนก็อยากรู้ล่ะ...พี่มีความสัมพันธ์ยังไงกับพี่บอล?...”
“ถามกันตรงๆก็จะบอกตรงๆ...บอลเป็นคนที่วางตัวได้อย่างน่านับถือ...อัธยาศัยดีเข้ากับทุกคนได้..พี่กับเขาต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีและรู้ใจกัน...ส่วนในอนาคตถ้าเขาจะคิดกับพี่มากไปกว่าเพื่อนก็คงไม่อาจจะปฏิเสธ...ไม่ใช่เฉพาะพี่หรอก...ผู้หญิงคนอื่นที่ได้รู้จักเขาก็ต้องคิดในทำนองนี้แหละ...”
“.........................................”
“โอ้!!...หมายความว่าพี่ปลื้มลูกพี่ลูกน้องฝน...เป็นเพื่อนต่างคณะแต่ปลื้มพี่ชายฝนมาก...พี่แคทจ๋า~~...มีอะไรน่าปลื้มตรงไหนนะตาบ๊องนั่น?...โฮ่~...พี่เห็นว่าบอลเขาเป็นคนดีขนาดนี้เชียว?...”
“ถูกต้อง!!...เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน...อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆไม่รู้เลยหรือไงจ๊ะ?...”
“แหะ!!...เรา 2 คนเอาแต่แกล้งกันเป็นประจำ...ไม่รู้หรอกค่ะ...ว่าแต่เป็นแค่เพื่อนกันจริงๆน่ะ?...”
...กะแล้ว...ยัยเด็กไม่ปะสีปะสาเอ๋ย~~...อย่างหล่อนจะรู้อะไรได้นอกจากเรื่องกิน...เที่ยว...หาเรื่องกวนประสาทชาวบ้าน...โปรยเสน่ห์ให้ผู้ชายเหมือนพี่ของเธอ...ทำตาลุกโตอย่างกับไข่ไก่...ดูหล่อนทำเข้าสิ...
“จริงเหรอพี่?...จริงเหรอเจ้าคะ?...”
“...เรา 2 คนเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันดีแม้จะเรียนอยู่ต่างคณะ...”
“หึฮื่อ~~...เป็นฉะนี้เอง...ถ้าแค่เพื่อนกันก็ไม่มีอะไรให้คิดมากดอกหนา...โอเกๆ...ดังนั้นถ้าสนิทกันพี่ต้องรู้ดีสิว่าพี่บอลมีแฟน...”
“...??...”
“…และพี่น่าจะรู้แล้วว่าฝนมีศักดิ์เป็นน้องสาวคนหนึ่งของบอล...สาซึ่งเป็นคนรักของพี่ชายก็คือพี่สะใภ้...ถูกป่ะคะ?...”
“...อื้อ...”
...ยัยสาวสารพัดเล่ห์นี่จะมาไม้ไหนกับเรา?...ส่วนสุรีย์พรรณหญิงผมยาวตาคมตักทานไอศกรีม...บางทีก็เหม่อลอยมองไปไหนไม่รู้ปล่อยให้น้องสาวรุกเพียงผู้เดียว...นิ่งๆเซื่องๆแต่คงกำลังคิดอะไรอยู่แน่...
“ฝนชอบพี่สามากๆ...ดังนั้น...จึงขออุทิศตัวคอยเป็นหูเป็นตาให้พี่สะใภ้...ระแวดระวังป้องกันไม่ให้สาวอื่นมายุ่มย่ามเกาะแกะบอล...ใครไม่เชื่อมีหวังเจ็บปวดรวดร้าวกายใจมิใช่น้อย...”
...ฟังการพูดจาอาจจะดูเหมือนล้อกันเล่นแต่ท่าทางเอาจริง...นึกหรือว่าฉันจะกลัว...เฮ่ย!!...อะไร?...จ้องหน้ากันทำไม?...
“เฮะๆ...ไม่ว่าจะมองยังไงๆ...ดูๆแล้วพี่ก็เป็นคนฉลาดดังนั้นคงอยู่นอกเกณฑ์ไม่รักคนที่มีเจ้าของแล้วอย่างพี่ชายหนูแน่ๆ...ตัดออกไปได้”
...อี~~...เด็กบ้า!!...มาไม้นี้น่ะเอง...คิดไล่ต้อนฉันไปสู่มุมอับ...ฮึ!!...แต่ฉันยังอยู่ในที่ลับ...ศัตรูในความมืดมันน่ากลัวกว่าที่คิดมากมายเกินคาดเดา...แค่พูดน่ะมันง่ายเพียงลมปากนะแม่หนูน้อย...
“ก็บอกแล้วไงจ๊ะ...ถ้าวันใดบอลเกิดคิดกับพี่มากกว่าเพื่อนพี่ก็คงจะไม่ปฏิเสธความรู้สึกนั้น...”
“สรุป...คุณบุศต้องการบอกว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับบอลและขณะนี้เธอไม่ได้คิดกับเขามากไปกว่าเพื่อน...”
...สะดุ้งเล็กน้อย...ฟังเสียงแจ๋นใสๆของหยาดฝนมาซะนานจู่ๆเสียงนิ่งเรียบๆของสุรีย์พรรณกลับดังแทรกขึ้น...ถ้าเค้าหน้าไม่คล้ายฉันคงไม่เชื่อว่าเป็นพี่น้องแท้ๆเพราะต่างคนต่างไปกันคนละขั้ว...
“หึๆๆ...แล้วทำไมรุ่นพี่กับรุ่นน้องทั้ง 2 คนถึงสนใจเรื่องของบอลนักคะ?...”
“ก็บอลเป็นลูกพี่ลูกน้องของพวกเรา...”
“ไม่ได้คิดกับเขามากไปกว่าฐานะญาติพี่น้อง?...”
“คิกๆๆๆ...มุขตลก...”
“...มันไม่มีทางเกิดขึ้นเพราะคำตอบพี่บอกเธอไปแล้ว...บอลเป็นลูกชายของคุณลุงพี่ชายแม่ของเราและเป็นคนรักของพี่ศกุนตลากับสาวิตรี...ฉันกับน้องจึงไม่เคยมีความคิดชั่วร้ายในสมองที่จะรักเขาหรือแย่งชิงเขามาเป็นของตัว...”
“อืม...”
...เรากำลังโดนหลอกด่าหรือเปล่านะ?...ถ้าจริงก็ไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอก...
“ใช่แล้วค่า~~...การแอบรักคนมีเจ้าของแล้วเนี่ย...มัน...ไม่...น่า...ส่ง...เสริม...เอา...ใจ...ช่วย...เลย...รุ่นพี่บุศคิดอย่างนี้หรือเปล่าคะ?...”
...ยัยคนน้องพูดชิ่งกระทบฉันกลายๆ...พวกเธอน่าจะเริ่มระแคะระคายแล้วว่าฉันคิดอย่างไรกับบอล...พี่น้องคู่นี้ไม่ใช่คู่มือที่จะรับมือได้ง่ายจริงๆแต่อีกใจหนึ่งก็ยินดีอยู่ลึกๆที่มีคู่ต่อกรอันสมน้ำสมเนื้อไม่ว่ารูปร่างหน้าตา...สติปัญญาความคิด...อุปนิสัยการกระทำ...
“แอบรักคนอื่น...มันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนี่คะ...ความรักอันบริสุทธิ์และจริงใจคู่ควรแก่การกล่าวคำยกย่องซะมากกว่า”
“...แต่ฝนคิดอีกแบบน่ะ...แอบรักคนมีเจ้าของ...นอกจากตัวเองจะเจ็บปวดแล้วยังทำให้คนคู่นั้นลำบากใจด้วยล่ะค่ะ...”
“...ไม่เข้าใจ...พูดแบบนี้ได้แสดงว่าเธอยังไม่เคยมีความรัก...ไม่เคยแอบชอบใคร...”
“...เอ่อ...ก็...ไม่เคยมีเลยน่ะซิ...”
“เธอจึงไม่รู้ว่าความรักนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน...ลองได้พบมันแล้วก็ยากที่จะถอนตัวขึ้นเหมือนคนที่ไม่เคยเห็นไม่เคยไปสถานที่ที่หนึ่งแล้วจะมาบรรยายหรือบอกว่ามีอะไรดีตรงไหนเด่นได้ยังไง...ใช่มั้ยล่ะ?...”
“......................................”
“เมื่อไม่เคยมีความรัก...เธอจึงไม่รู้ถึงความรู้สึกของเขาเหล่านั้นแล้วจะเข้าใจได้อย่างไร?”
“งืมๆๆ...จริง...ค่ะ”
...ชนะ...ในที่สุดเจ้าจอมแก่นก็อึ้งจนด้วยคำพูด...คนที่ไม่เคยมีความรักอย่างหล่อนจะมาเข้าใจอะไรหึ?...ยังเหลือสุรีย์พรรณอีกคน...เงียบนิ่งอีกครั้ง...หล่อนต้องร้ายและมีประสบการณ์ดีกว่าน้องสาวแน่...เอ้า!!...จะปล่อยทีเด็ดอะไรอีกก็มาได้เลย...ฉันรอสวนกลับแบบเจ็บๆอยู่นะคะรุ่นพี่...
“ฝนยังเด็กไม่เข้าใจและพี่ไม่อยากให้เธอมีความรักในวัยเรียน...ดังนั้นที่เราทำได้คือดูแลกับปกป้อง...”
“ดูแล...ปกป้อง??...”
“...พี่กุนกำชับให้พี่คอยดูแลบอลแทนและช่วยปกป้องคนรักของเธอไม่ให้ถูกแมวขโมยที่ไหนแย่งชิงไปได้...คำสั่งของผู้มีพระคุณคือปะกาศิตที่พี่ต้องทำตามโดยไม่มีเงื่อนไข...”
...อึ๊!!...หนอย~~...หลอกด่าฉันเป็นนังแมวขโมย...บังอาจมาก~~...ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าพูดกับฉันถึงขนาดนี้!!...ยังกับถูกตบหน้า...ใจ...ใจเย็นๆ...ขืนน๊อตหลุดให้เห็นก็เท่ากับเข้าทางเผยพิรุธให้อีกฝ่ายรู้...
“โอ้!!...ใช่ๆ...บอลคือปลาย่างเนื้ออร่อย..ถ้าจะมีแมวตัวเมียหน้าไม่อายคอยจ้องตะครุบไปกินจึงไม่ใช่เรื่องแปลก...ฝนก็ได้รับการขอร้องจากสาเหมือนกันว่าถ้ามีนังแมวยั่วสวาทมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆแฟนเธอก็จงไล่เตะให้คอขาดสะบั้นได้เลย...”
...มัน~~...มัน~~...นังบ้า!!!...นี่หน้ายังมึนชาไม่หายก็โดนซ้ำเข้าไปอีกดอกเล่นเอาจุกราวถูกต่อย...ฮึ่ม!!...พวกหล่อน 2 คนคิดตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉัน!!!!...ดี...ดีมาก~~...ฉันรู้ว่าในใจพวกเธอจะต้องมองฉันเป็น 1 ในแมวขโมย...ทำพูดอ้อมค้อมแต่ “ส่งสัญญาณเตือน” กันล่วงหน้าเรียบร้อย...แม้โกรธแค้นแน่นอกแต่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าแต่ก่อน...ฉันเติบโตขึ้นทั้งกายใจอย่างน่าชื่นชม...
“อ่ะ!!...ไหนๆก็ไหนๆ...พวกเราอยากถามให้แน่ใจอีกครั้งว่าเธอเกี่ยวข้องกับบอลเพียงแค่เพื่อน...ใช่มั้ย?...”
“...เพื่อนรู้ใจที่ไม่ได้พบกันทุกวันค่ะ...”
“ตกลง...พี่เชื่อ...วันนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก...”
“ดีใจที่ได้รู้จักพี่บุศยา...ฝนหวังจริงๆว่าพวกเราจะมีมิตรภาพที่ดีต่อๆไปในอนาคตเหมือนกับวันนี้ค่ะ”
...หยาดฝนยิ้มอย่างมีความหมายแฝงลึกก่อนยื่นมือซ้ายมาตรงหน้าทำนองว่าต้องการจับมือ...สุรีย์พรรณสีหน้านิ่งสงบไม่มีรอยยิ้มแต่ก็ค่อยๆยื่นมือขวามาให้ฉันเช่นกัน...พวกเธอพี่น้องกำลังสื่อความหมายให้รู้...เกิดวันใดที่ทราบว่าฉันยุ่งเกี่ยวกับลูกพี่ลูกน้องหนุ่มเกินเลยไปกว่า “เพื่อน” ...วันนั้นมิตรภาพที่มีก็จะเปลี่ยนแปลงไปไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมได้อีก...การปกป้องคนรักของผู้มีพระคุณคือหน้าที่สําคัญของพวกเธอ...การได้ครองคู่กับคนที่ตัวเองรักหมดใจคือเป้าหมายสูงสุดของฉัน...แล้วจะได้รู้กันว่าฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายชนะ?...
“...ยินดีเช่นกันค่ะ...น้องหยาดฝน...พี่สุรีย์พรรณ...”
...ซ้ายสัมผัสซ้าย...ขวาสัมผัสขวา...พอมือของคนทั้ง 2 สัมผัสมือฉันก็รู้สึกได้เต็มที่...พวกเธอมีทั้งความแข็งแกร่งและน่าเกรงขามหลบซ่อนอยู่...ไม่ต้องเจรจาให้มากความ...ถ้าฉันต้องการสานต่อรักกับบอลไปเรื่อยๆ...สักวันก็จะได้เผชิญหน้ากับพวกเธอโดยมิอาจหลีกเลี่ยง...ยัง!!...นี่เป็นเพียงบทเริ่มต้นเท่านั้น...มันไม่ถึงเวลาที่ฉันจะประกาศตัวเป็นคู่ต่อสู้อย่างเปิดเผย...รอให้เวลานั้นมาถึงก่อนเถอะและบทสรุปในท้ายสุด...ชัยชนะอันงดงามเด็ดขาดจะต้องตกเป็นของหญิงสาวที่เพียบพร้อมและคู่ควรนาม “บุศยา” ผู้นี้!!...ไม่ต้องอื่นไกลมองไปถึงอนาคตเบื้องหน้า...แค่อดีตที่ผ่านมาทั้งหมดเธอ 2 คนพี่น้องก็พ่ายฉันหมดรูปแพ้ไม่เป็นท่าซะแล้ว...แต่!!...จะรู้สึกตัวกันหรือเปล่านะ?...หึๆๆๆ...ฮะๆๆๆ...
...

...เนื่องจากบุศยามีความเกี่ยวข้องกับหนุ่มเคน จึงเอามาลงคาบเกี่ยวกับ "รักไม่นับตัวเลข" เป็นของขวัญคริสต์มาสย้อนหลังวันที่ 25 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 26, 2017, 12:38:05 pm โดย kaithai »

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ