ฉ่ำรักกลางสายฝน แต่งโดย Iczy

ฉ่ำรักกลางสายฝน แต่งโดย Iczy

  • 0 ตอบ
  • 29783 อ่าน
*

ออฟไลน์ kongfang

  • Full Member
  • **
  • 141
  • 94
    • ดูรายละเอียด
ฉ่ำรักกลางสายฝน แต่งโดย Iczy
« เมื่อ: มีนาคม 30, 2011, 09:59:57 pm »
ฉ่ำรักกลางสายฝน  แต่งโดย Iczy
Iczy Posted: Dec 28 2006, 04:53 PM   



ผมเป็นเด็กบ้านนอกครับ ดันโชคดีสอบเข้าเรียนต่อในกรุงเทพได้
เลยต้องระเห็จจากบ้านเกิดมายังเมืองฟ้าเมืองสวรรค์

วันแรกที่มาถึงหัวลำโพง ต้องอาศัยนอนชานชาลาเพราะยังไม่รู้จักที่ทาง
ยังดีว่าหลังรายงานตัวที่มหา'ลัยแล้วได้เพื่อนใหม่พาไปตระเวนหาหอพัก
จนได้ที่นึง บรรยากาศถูกใจผมมาก

หอพักแห่งนี้อยู่ในซอยเปลี่ยวลึกสุด เป็นห้องแถวไม้ชั้นเดียว 20 คูหา บนพื้นที่เกือบไร่เห็นจะได้
รอบ ๆ บ้านมีไม้ใหญ่พวกตะแบก ตะเคียน มะม่วงขึ้นรกครึ้มไปหมด เวลาลมพัดที ได้ยินเสียงใบไม้
เสียดสีกันดังแกรก ๆ สำหรับคนกรุงเทพที่เคยชินกับความเจริญ คงจะวังเวงพิลึก แต่สำหรับผม
มันให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้านเกิด

คนที่เช่าหอนี้อยู่เป็นนักศึกษาทั้งหมด ผมเข้ามาวันแรก ก็เข้าไปทักทายทำความรู้จักจนครบ
แต่ที่ผมสนิทด้วยที่สุดก็คือพี่หนิง พี่หนิงเรียนอยู่ปี 4 ที่มหา'ลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง

รูปร่างหน้าตาของพี่หนิง เรียกว่าสวยที่สุดในหอพัก ใบหน้ารูปไข่ มีลักยิ้มทั้งสองข้าง ดวงตากลมโต
ริมฝีปากเต็มอิ่ม ไว้ผมยาวเคลียไหล่ รูปกายสูงเพรียวตามแบบฉบับนักศึกษาสมัยใหม่ แต่อกเป็นอก
เอวเป็นเอว สะโพกเป็นสะโพก ด้านนิสัยใจคอก็น่ารัก ยิ้มเก่งเป็นกันเอง อย่างน้อยก็ไม่ได้รังเกียจที่
ผมเป็นเด็กบ้านนอกยากจน ผมว่าใครได้พี่หนิงเป็นแฟน ต้องถือว่าทำบุญมาหลายชาติทีเดียว

อ๊ะ ๆ อย่าคิดว่าผมคิดอุบาทว์กับพี่หนิงเชียวนะครับ ผมให้ความรักเคารพแกเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง
ไม่เคยคิดลามกจกเปรตกับแกเลย แกก็เอ็นดูผมมาก มาช่วยติวหนังสือให้ผมเกือบทุกวัน
บางครั้งก็มีขนมขบเคี้ยวมาฝากด้วย เวลาแกมีเรื่องอะไรที่ต้องใช้แรงงาน ผมก็ขันอาสาทำให้
ด้วยความเต็มใจ เรียกว่าน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า อัชฌาสัยนั่นแหละครับ

ด้วยความที่สนิทสนมกันมากนี่เอง ทำให้ผมกับพี่หนิงคุยกันได้ทุกเรื่อง และแซวกันได้ทุกเวลา
วันหนึ่งพี่หนิงมานอนอ่านหนังสือเล่นบนเตียงผมเช่นเคย ในขณะที่ผมกำลังเก็บกวาดบ้าน

"ขยันจริงนะอ๊อด" พี่หนิงเริ่มก่อน
"แบบนี้เป็นแฟนพี่ พี่รักตายเลย"
"อ้าว ผมยื่นใบสมัครไปตั้งนานแล้ว พี่ไม่ได้รับหรอกเหรอ" ผมก้มลงไปใต้เตียง
เอาไม้กวาดเขี่ยเอาหยากไย่ที่สะสมอยู่ใต้เตียงออกมา

ได้เรื่องครับ พี่หนิงลุกขึ้นมาตีหลังผมดังเพี๊ยะ! ทำหน้าตาครึ่งยิ้มครึ่งบึ้งน่ารักดี
ผมวางไม้กวาดในมือลง คลำหลังป้อย ๆ ขมวดคิ้วนิ่วหน้า

"นี่แน่ะ ปากดีนักนะ เดี๋ยวพี่ก็เอาเราเป็นแฟนซะจริง ๆ หรอก"
พี่หนิงยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นลมหายใจหอมกรุ่น แล้วทำหน้าตาล้อเลียน
"เอ แต่อ๊อดจีบผู้หญิงเป็นอ๊ะป่าวน๊อ"

อ้าว ท้ากันอย่างนี้ก็สวยซิครับ ผมประกบจูบปากสวย ๆ ของพี่หนิง แล้วบดริมฝีปากเข้าหา
พี่หนิงทำท่าตกใจจะสะบัดตัวหนี แต่มือผมไวกว่า คว้าท่อนแขนแกไว้
ผมบรรเลงจูบต่อไปจนตัวพี่หนิงอ่อนยวบ หายใจแรง

"เป็นไงล่ะพี่ อย่างนี้เป็นมั้ย" ผมยิ้มที่มุมปาก หนอย มาสบประมาทกันได้ สมัยอยู่ที่บ้านนอก
ฝีไม้ลายมือเรื่องจีบสาวของผมเป็นที่เลื่องลือไปทั้งตำบล ถึงขนาดได้สมญานามว่า ขุนแผนน้อย
ทั้งสาวแก่แม่ม่ายในละแวกนั้น ผมฟันมาหมดแล้ว

พี่หนิงยังหายใจแรงอยู่ ตาเยิ้มเชียว แต่ทำใจแข็ง ยกมือขึ้นตีแขนผมเพี๊ยะใหญ่
"เล่นบ้า ๆ ไอ้น้องคนนี้ ไม่เอาด้วยแล้ว ไปดีกว่า" พูดจบพี่หนิงก็ผลุนผลันออกจากห้องไป
เหลือแต่หนังสือทิ้งไว้บนเตียงผม ผมมองตามแกไปด้วยความขบขัน

พี่หนิงไม่พูดถึงเรื่องในวันนั้นอีกเลย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังมาที่ห้องผมทุกวันเหมือนเดิม
ส่วนผมก็ทำตัวเหมือนปกติ แต่แอบยิ้มอยู่ในใจ แต่มาพักหลังผมชักอึดอัดกับการมาของพี่หนิงซะแล้ว

เดิมเวลามาห้องผม แกจะแต่งตัวมิดชิด พอหลัง ๆ นี่ แต่งตัวยั่วสุด ๆ บางครั้งมาทั้งชุดนักศึกษา
ที่รัดติ้วกับกระโปรงแคบตัวสั้น นั่งเตียงผมทีมันร่นขึ้นไปจนเห็นโคนขาอ่อน

บางทีก็มาในชุดนอนบางจ๋อย เวลาเดินผ่านแสงไฟทีเห็นหมดเลยว่าใส่ยกทรงลายไหน กางเกงในแบบใด
ยิ่งเวลาแกสอนหนังสือผม สมาธิมันกระเจิงไปถึงไหนต่อไหน

โธ่ ก็เวลาแกนั่งน่ะ สายตาผมมันพอดีกับระดับของสองเต้า ที่บางทีก็ล้นออกมาเห็นร่องอกอวบอัด
ด้านล่างก็มีท่อนขาขาว ๆ วับ ๆ แวม ๆ อีก จนผมต้องท่องไว้เสมอว่า พี่นะเฟ้ย แล้วถอนหายใจเฮือก ๆ
สงสัยแกแค้นที่ผมไปขโมยจูบแกเมื่อวันนั้น ถึงแกล้งมายั่วให้ผมคลั่งเล่น

นี่ถ้าไม่รักเคารพเป็นพี่สาวล่ะก็ มาโชว์อึ๋มกันถึงห้องนอนอย่างนี้ ปกติผมฟัดไม่เหลือไปแล้ว
ยังมีเหตุผลอีกข้อที่ทำให้ผมไม่กล้า คือถ้าเกิดเรื่องชู้สาวในหอพักล่ะก็โดนคุณยายเจ้าของหอ
ไล่ตะเพิดออกไปแหง ๆ แกยิ่งเป็นคนหัวโบราณอยู่ด้วย

เหตุการณ์ระหว่างผมกับพี่หนิงดำเนินไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางความอึดอัดใจของผม
จนกระทั่งวันหนึ่ง ก็เกิดเหตุขึ้นจนได้

วันนั้นเป็นวันก่อนวันสงกรานต์ คนอื่น ๆ ในหอก็พากันกลับไปฉลองสงกรานต์ที่บ้านกันหมด
เหลือแต่ผมคนเดียว

ทีแรกผมตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมบ้านเหมือนกัน แต่จองตั๋วรถไฟไม่ได้ ก็เลยจำต้องหงอยเฝ้าหออยู่คนเดียว
พอตกบ่าย ฟ้าก็เริ่มครึ้ม ผมรีบลงไปเก็บผ้าผ่อนที่ตากไว้ พอเก็บเสร็จ ฝนก็เริ่มตกเปาะแปะ ๆ
แล้วค่อยหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนได้ยินเสียงน้ำสาดกระทบหลังคาดังรัวเหมือนปืนกล

ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นม่านสายฝนเป็นสีขาวบริสุทธิ์ มีเงาลาง ๆ ของต้นไม้ที่ไหวตัวไปมาตะคุ่ม ๆ
ทำให้นึกถึงสมัยที่ผมเป็นเด็ก เวลาฝนตกแรง ๆ ยังงี้ผมกับเพื่อน ๆ จะวิ่งแก้ผ้าโทง ๆ เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน
ตามประสาเด็กบ้านนอก มันเป็นความทรงจำที่นึกถึงทีไร ก็ทำให้ผมยิ้มออกมาทุกที

ผมตัดสินใจ ลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าแล้วคว้าผ้าขาวม้าขึ้นมาพันเอว สบู่กับแชมพูอยู่ในมือ แล้วก็เปิดประตู
ก้าวออกไปหาสายฝนที่เรียกหาผมอยู่

จังหวะแรกที่น้ำฝนตกกระทบตัว ให้ความรู้สึกหนาวสะท้าน แต่แว๊บเดียวเท่านั้น มันก็ลดระดับลงเหลือแค่เย็นสบาย

ผมเดินไปที่ตุ่มสามโคกข้างประตูรั้วหอพัก วางสบู่กับแชมพูบนฝาตุ่ม จากนั้นก็ลงมือขัดสีฉวีวรรณอย่างสบายอารมณ์

ผมฟอกสบู่ไปทั่วตัวจนถึงไอ้น้องชาย มันก็แข็งขันขึ้นมา คงเป็นเพราะผมห่างเหินจากกิจกามมาหลายเดือน
ผมวางสบู่ลง มือขวากำกระทอกเบา ๆ สายน้ำที่ตกกระทบส่วนหัวหยัก ยิ่งช่วยเร่งเร้าความอยากให้มากขึ้น
ผมหลับตาลง จินตนาการถึงส่วนสัดส่วนเสียวของพี่หนิงที่บาดตาบาดใจอยู่ทุกวัน แล้วก็สาวมือเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

"อูยยย พี่หนิง ผมอยากเย็ดพี่จังเลย อูยยย"

แต่ยังไม่ทันที่จะเผด็จสวาทพี่หนิงในจินตนาการเสร็จ เสียงทุบประตูรั้วดังปัง ๆ ก็ดังขึ้นกวนอารมณ์
ใครวะ ผมคำรามในใจ คว้าผ้าขาวม้าขึ้นมาพันรอบเอวเหมือนเดิม แล้วเดินไปกระชากประตูเปิดออกด้วยความฉุนเฉียว

"อ้าว พี่หนิง" ผมอุทานด้วยความแปลกใจ
"พี่กลับบ้านไม่ใช่เหรอ"

พี่หนิงในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีฟ้า ยืนกอดอกตัวสั่นดิก ๆ ผมเผ้าเปียกลู่ไปตามใบหน้า
กระเป๋าเดินทางวางแหมะอยู่บนพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำโคลน

"ขอพี่เข้าไปก่อนนะอ๊อด หนาว บรื๊วส์ส์" พี่หนิงพูดเสียงสั่น ฟันกระทบกันดังกึก ๆ

ผมเบี่ยงตัวหลบให้แกเดินเข้าประตูไป ส่วนผมก็ช่วยหิ้วกระเป๋าไปวางไว้ตรงระเบียงหอ
พี่หนิงเปิดกระเป๋าเดินทาง ค้นเอาผ้าเช็ดตัวออกมาเช็ดผมเผ้า เนื้อตัวจนแห้งดี
สีหน้าที่ซีดขาวค่อยมีเลือดฝาดขึ้นมาหน่อย

"ดีนะที่อ๊อดอยู่ ไม่งั้นพี่คงต้องตากฝนอยู่ข้างนอกอีกนาน ไม่รู้เอากุญแจไปไว้ไหน"
พี่หนิงพูดแล้วแกคงเพิ่งเห็นว่า ผมมีแต่ผ้าขาวม้าผืนเดียวคลุมกายอยู่จึงถามว่า

"อาบน้ำฝนอยู่เหรอ"
"ครับ แล้วพี่หนิงทำไมถึงกลับมานี่ล่ะ ผมก็นึกว่าป่านนี้ไปถึงบ้านแล้ว"
ผมสยิวกายเล็กน้อย ตรงระเบียงนี่ฝนสาดมาไม่ถึงแต่ลมซิครับ หนาวยะเยือกเลย

"รถมันติดน่ะ พี่ไปไม่ทัน ไปถึงหัวลำโพงก็บ่ายเข้าไปแล้ว...." พี่หนิงพูดแต่ตอนท้าย ๆ เสียงค่อยเบาลง ๆ

ผมมองไปทางแก เห็นสายตาพี่หนิงจ้องลงมาตรงผ้าขาวม้าผม แก้มแดงเรื่อ ผมก้มลงดู ฉิบหายแว้ว
ไอ้น้องชายผมยังไม่กลับสู่สภาพเดิม ดันผ้าขาวม้าตุงออกมาเลย ผมรีบหันตัวขวับเดินจ้ำอ้าวไปที่ตุ่ม

"ผมขออาบน้ำต่อนะพี่ ยังไม่เสร็จเลย"

ผมคว้าแชมพูขึ้นมาเทใส่ฝ่ามือแล้วละเลงไปบนหัว สายฝนเย็น ๆ ที่ไหลเป็นทางลงมาตามใบหน้าช่วยให้ผมรู้สึกสดชื่น

แต่ความอารมณ์เงี่ยนยังคุกรุ่นอยู่ในอก ผมกะว่าเดี๋ยวอาบน้ำเสร็จจะไปสาวต่อให้เรียบร้อยในห้องน้ำ

ขณะที่ผมเพิ่งล้างแชมพูออกจนหมดแล้วนั่นเอง ก็ได้ยินเสียงพี่หนิงดังมาจากข้างหลัง

"อ๊อด พี่อาบด้วยคนซิ"

ผมหันกลับไปดู อะจึ๋ย พี่หนิงคนสวยของผม มีเพียงผ้าขนหนูผืนใหญ่พันกายอยู่เท่านั้น

เนินอกสองเต้าที่ขาวอวบ เบียดชิดกันจนเห็นเป็นร่อง ส่วนด้านล่าง ชายผ้าก็คลุมลงมาแค่โคนขาอ่อน
โชว์ท่อนขาที่งามได้รูปและผิวพรรณที่ขาวเนียน  ไอ้หนูของผมที่มันเพิ่งสงบ ก็เริ่มเต้นกระตุกขึ้นมาอีกอย่างช่วยไม่ได้

ขณะที่ผมจ้องเอา ๆ พี่หนิงก็ทำท่าเหมือนไม่ได้สังเกตเห็น แกเดินมาข้าง ๆ ผม แล้วพูดหน้าตาเฉย

"พี่ขอใช้สบู่กับแชมพูของอ๊อดนะ ขี้เกียจค้นในกระเป๋า"

ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นี่พี่หนิงแกจะมาไม้ไหนอีกเนี่ย
ไอ้ผมก็เพิ่งใช้ความอวบขาวของแกมาช่วยตัวเอง ตัวจริงกลับมาเดินยั่วกันต่อหน้าต่อตายังงี้
เป็นใครก็ทนไม่ไหว

เอาล่ะวะ ลงยั่วกันขนาดนี้ ขืนยังปล่อยให้ลอยนวลไปอีก คงต้องหันไปเคี้ยวหญ้าแทนข้าวแล้ว

ผมเข้าประกบด้านหลังพี่หนิงขณะที่แกกำลังยื่นมือไปคว้าสบู่ ไอ้หนูของผมทาบทับกับร่องก้นงอน
เนื้อตัวพี่หนิงเต่งตึง แฝงแรงดีดสะท้อนให้ความรู้สึกดีเยี่ยม ใบหน้าผมซุกไซ้โลมเลียไปตรงซอกคอหอมกรุ่น

"ว๊าย" พี่หนิงร้องอุทาน พยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่จะไปไหนพ้น ก็โดนผมอัดร่างแกติดตุ่มสามโคกยังงั้น

ผมอ้าปากอมติ่งหูพี่หนิงแล้วใช้ลิ้นเกลี่ยเล่น ส่วนมือทั้งสองข้างก็ลูบไล้บีบคลำขยำขยี้ไปทั่วทั้งเนื้อตัวพี่หนิง
สายฝนที่ตกหนัก ทำให้การมองเห็นไม่ค่อยดีนัก แต่เรื่องแบบนี้อาศัยสัมผัสกายมากกว่าอยู่แล้วครับ

ผมรับรู้ได้ถึงความหยุ่นเด้งของสองเต้าที่อัดกับตุ่มอย่างชัดเจน แม้ว่าจะกุมได้ไม่ถนัดมือนักก็ตาม
มืออีกข้างก็ลูบไล้ท่อนขาอ่อน วาบขึ้นมาถึงลอนสะโพกและช่วงเอวคอด

"อูยยย  อูยยย อาวว์" พี่หนิงซี๊ดซ๊าดออกมา เอียงหน้าแนบตุ่ม

ผมค่อย ๆ กวาดลิ้นจากติ่งหูไปตามพวงแก้มที่แดงเรื่อ ไปแหย่ที่ริมฝีปาก
พี่หนิงเผยอปากออกเม้มปลายลิ้นผมเข้าไป ลมหายใจเราสองคนเป่ารดกัน ท่ามกลางสายฝนที่เย็นฉ่ำ

ผมพลิกร่างงามพี่หนิงให้หันหลังพิงตุ่มน้ำแทน ริมฝีปากเราสองคนบดเข้าหากันอย่างหิวกระหาย
ปลายลิ้นผมฉก วาบเข้าไปในโพรงปากอุ่น ๆ เลียไปทั่วกระพุ้งแก้ม ลิ้นพี่หนิงก็ใช่ย่อย ตวัดรัดพันกับลิ้นผมอย่างเร่าร้อน

ผมรับรู้ได้ถึงความเต่งตึงของปทุมถันที่บดบี้อยู่กับแผงอก หัวนมที่แข็งชัน ดันผ้าขนหนูออกมาเขี่ยอกผมจนรู้สึกได้
มือผมล้วงลงไปช้อนกุมแก้มก้นอวบ แล้วรั้งเข้ามาบดขยี้กับไอ้หนูของผมที่ซุกไซ้อยู่แถวเนินโหนกและท้องน้อย

พี่หนิงยกแขนขึ้นโอบรอบคอผม และขยี้สะโพกตอบโต้จนทั้งผ้าขนหนูและผ้าขาวม้าที่พันกายเราทั้งคู่ปมหลุดลุ่ย
ผมจูบไซ้ทั่วใบหน้าสวยของพี่หนิง ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาก เปลือกตา ปลายจมูก ปรางค์แก้ม ใบหู เรื่อยลงมาจนถึง
ลำคอขาวผ่อง เสียงครางในลำคอของพี่หนิงดังตลอดเวลา ใบหน้าแกแหงนเชิดตาหลับพริ้มรับสายฝนที่กระหน่ำลงมา

ผมย่อตัวลง จนใบหน้าผมอยู่ระดับเดียวกับสองเต้าเต่งตึงอวบอั๋น ผ้าขนหนูที่เกะกะขวางทางนั้น ผมโยนมันทิ้งไป
อย่างไม่ไยดี แล้วคลุกใบหน้าลงไปกับพวงเต้าที่ลื่นไปด้วยหยาดน้ำ ผมสูดดมกลิ่นกายอ่อน ๆ ที่ร่องอกขณะใช้จมูก
ชอนไชเข้าไป มือทั้งสองข้างเปลี่ยนมาเกาะกุมสองปทุมคู่งาม แล้วเคล้นคลึงอย่างแผ่วเบา ยอดหัวนมทั้งสองถูก
นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ผมบดบี้ไปมา

"ซี๊ดดดด อ๊อด...อูยยยย อาวว์" พี่หนิงครางไม่เป็นศัพท์ มือแกขยุ้มหัวผมไว้ แล้วแอ่นอกเชิดรับการฟอนเฟ้นอย่างเต็มใจ

หัวนมข้างหนึ่งหลุดเข้าไปในปากผม ซึ่งผมก็ทั้งดูดทั้งเขี่ยด้วยลิ้น บางจังหวะก็เม้มแล้วขบเบา ๆ รัวปลายลิ้นเข้าใส่
เล่นเอาพี่หนิงสูดปากกระเส่า ดิ้นเร่า ๆ มืออีกข้างที่คลึงเคล้นเต้างามที่เหลือ ก็เพิ่มความหนักหน่วงยิ่งขึ้น บดขยี้จนเนื้อเต้าแทบปลิ้น

พอเล่นงานสองเต้าจนชุ่มปอดแล้ว ผมก็เปลี่ยนเป้าหมาย ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า จนใบหน้าผมตรงกับเนินสวรรค์ของพี่หนิงพอดี
ผมแยกท่อนขาอวบขาวคู่นั้นออกห่างจากกัน แล้วยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาพาดบ่าไว้

โคกสวาทพี่หนิงอวบอูม มีขนหยิกหยอยปกคลุมบริเวณหัวหน่าว กลีบแคมยังปิดสนิท โชยกลิ่นหอมหวนของน้ำเสียวออกมา

ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากแล้ว อัดใบหน้าลงไปหอมเนินสวาทนั้นฟอดใหญ่

จมูกผมคงไปเขี่ยเอาเม็ดละมุดของพี่หนิงเข้าละมัง เพราะแกตัวสั่นดิก ๆ ร้องครางเสียงกระเส่า เรียกชื่อผมไม่ขาดปาก

ลิ้นอสรพิษของผมเริ่มปฏิบัติการแหวกกลีบซากุระต่อ โดยกวาดเลียกินน้ำฝนปนน้ำเมือกแถวเนินโคกนั้นจนเกลี้ยง
จากนั้นก็กวาดเขี่ยขึ้นลงตามร่องแคม มือที่เหลืออีกข้างของผม ยกขึ้นช่วยแบะแคมสวาทนั้น จนเผยให้เห็นแคมในแดงสด
ปลายลิ้นผมฉก วับ กวาดไปทั่วเนื้ออ่อน ๆ นั้นทันที แล้วแยงเข้าไปในปากรูสวรรค์

"โอยยย อ๊อดด พี่เสียว ทำเถอะ อูยยยย..." พี่หนิงโอดครวญ มือแกขยุ้มหัวผมจนรู้สึกตึงไปหมด
สะโพกอวบงามอัดเด้งเข้ารับการลงลิ้นของผมตลอดเวลา

ยังหรอกครับ เรื่องอะไรผมจะรีบป้อนความสุขให้แกโดยเร็ว
มายั่วผมดีนัก อย่างนี้จะต้องให้อยากจนทนไม่ไหวนั่นแหละ จะได้รู้ซะมั่งว่ากำลังเล่นกับใคร

ปลายลิ้นผมย้ายจุดใหม่ คราวนี้ไปกวาดเลียเขี่ยเล่นแถวเม็ดละมุดที่ตั้งเด่
อือม์ รสน้ำฝนกับคาวสวาทนี่ มันเข้ากันดีเหลือเกิน พี่หนิงดิ้นกระตุกเร่า ๆ ร้องโอย ๆ ๆ
มือแกดันหัวผมเข้าไปหาโคกสวาท ผมเลยถือโอกาสนั้นเม้มเม็ดละมุดแกไว้ในปาก
แล้วสะบัดหน้าดึงรั้งเบา ๆ ได้ผลครับ

"ว๊ายยย อ๊อด อูยยย ทำ...ทำอะไรยังงั้น อูยย พี่เสียว...สุด ๆ โอววว์ เอาพี่เถอะนะ พี่อยากแล้ว ซี๊ดดด"

ลีลาปลุกอารมณ์ของผมทำเอาพี่หนิงสติกระเจิง เรียกหาความเป็นผัวจากผมไม่ขาดปาก
ผมไม่สนใจคำเรียกร้องของแก ละเลงลิ้นกับโคกสวาทที่อวบอูมต่ออีกพักนึง
จนเห็นว่าพี่หนิงทำท่าจะยืนไม่ไหวแล้วนั่นแหละ
ถึงผลุดลุกขึ้นยืน ทาบทับประกบเรือนร่างเต่งตึง มือข้างหนึ่งจับท่อนเอ็นเขี่ยเล่นที่ร่องเสียวของแก

พี่หนิงซี๊ดปาก พยายามจะใช้มือรั้งก้นผมให้ดันดุ้นเอ็นผมเข้าไปในรูแกให้ได้ แต่ผมขืนตัวไว้

"โธ่ ทำไมแกล้งพี่ยังงี้ อูยยย เอาเข้าไปเถอะอ๊อดจ๋า พี่ยอมแล้ว" พี่หนิงพูดเสียงแหบแห้งอย่างกระวนกระวายใจ

"พี่หนิงอมให้ผมก่อนซิ" ผมกระซิบบอกแก

ผมสังเกตจากลีลาการแลกจูบของพี่หนิง ก็พอรู้ว่าแกเคยผ่านเรื่องยังงี้มาแล้ว น่าจะเคยทำมาก่อน
พี่หนิงรีบทรุดตัวลงไป คว้าเอ็นดุ้นเขื่องของผมไว้ แล้วอ้าปากอมส่วนหัวเข้าไปทันทีจนผมรู้สึกอุ่นวาบ
อีกทั้งมือข้างนั้นของแก ก็กระทอกไปด้วย ผมรู้สึกได้ถึงลิ้นอุ่นนุ่มที่ตวัดรัดพันส่วนหัวอย่างแสนรัก
พี่หนิงดูดวาบ ๆ จนผมตัวเกร็งไปหมด

"อูยยย ดีครับพี่ กลืนมันลงไปซิครับ" ผมพูดเสียงกระเส่า

พี่หนิงก็ดีเหลือเกิน ขยอกท่อนเอ็นผมเข้าไปทีละนิ้ว ๆ จนแทบมิดโคน ผมงี้เสียววูบไปหมด
แล้วแกก็เอามือช้อนพวงไข่ผมคลึงเบา ๆ พร้อม ๆ กับเด้งตัวไปมา รูดท่อนเอ็นผมอย่างรวดเร็วถี่ยิบ

มันเสียวครับ ลีลาโม๊กของพี่หนิงสุด ๆ ไปเลย ผมเผลอแอ่นก้นกระเด้าปากจิ้มลิ้มของแกไปด้วย
ผมก้มลงดูภาพด้านล่าง พี่หนิงที่เปลือยเปล่า กำลังก้มหน้าก้มตาโม๊กให้ผมอย่างสุดฝีมือ
จนเนื้อตัวและสองเต้าสั่นกระเพื่อม

สายฝนที่เทกระหน่ำลงมา ก็ช่วยให้ภาพที่เห็น ดูอ่อนโยนและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน

ผมกัดกราม ยึดหัวพี่หนิงไว้เพื่อกำกับจังหวะการกระเด้าให้เข้ากัน โพรงปากพี่หนิงช่างอบอุ่นและดูดดีจริง ๆ
ยิ่งตอนที่ปลายดุ้นพุ่งเข้าไปกระทบผนังคอหอยนี่ เสียววาบ ๆ ไปถึงพวงไข่เลยครับ

พี่หนิงท่าทางจะมันส์กับการดูดกินแท่งไอติมผม แกเด้งหน้าเร็วขึ้นเรื่อย ๆ แถมมีการดูดแรง ๆ ซ้ำอีก
ผมเห็นท่าจะไม่ไหว เดี๋ยวได้หมดสนุกกัน จึงดึงร่างแกขึ้นมากอดไว้ แล้วแลกจูบกันอย่างเผ็ดร้อนอีกครั้ง
พี่หนิงครางอือ ๆ ในลำคอ หน้าแดงก่ำ ตาเยิ้มหวานเชียว

"ผมจะเอาพี่ล่ะนะ" ผมกระซิบ พี่หนิงพยักหน้ารับ

ผมจับแกให้ยืนโก้งโค้ง ยันตุ่ม แล้วกดหลังแกให้ลดลงต่ำ จนเห็นกลีบแคมปลิ้นออกมาจากซอกขา
หยาดน้ำฝนและน้ำเสียวปนกัน ย้อยหยดลงพื้นเป็นเส้นสาย แล้วผมก็ตามเข้าประกบ จับดุ้นเอ็นดัน
แทรกผ่านกลีบสาวเข้าไปทีละน้อย ซึ่งก็ไม่ลำบากเท่าไหร่นักเพราะน้ำหล่อลื่นมีเพียบ

แต่ความเสียวนี่ซิ เหลือรับประทาน เพราะถ้ำโพรงของพี่หนิงแกดูดตอดทุกระยะ รับกับการเคลื่อนตัวเข้าไป
ของไอ้น้องน้อยผม ทำเอาผมต้องกัดกรามกรอด หลับตาปี๋ ต่อต้านความเสียวที่ไหลปรูดมาตามท่อนลำ

พี่หนิงส่ายก้นน้อย ๆ ตลอดเวลาที่ผมป้อนกล้วยให้เต่าของแก เสียงครางกระเส่าดังลอดมาให้ผมได้ยิน ท่ามกลางเสียงสายฝนห่าใหญ่

จังหวะสุดท้าย ผมยึดสะเอวบางกิ่วของแกไว้แล้วเด้งก้นแรง ๆ ทีเดียวดังปั้บ! หน้าขาผมตีแก้มก้นแกดังเพี๊ยะ!
เนื้อตัวพี่หนิงสั่นสะท้าน ผมก็อุ่นวาบไปทั้งลำ โพรงเนื้อพี่หนิงบีบรัดถี่ยิบ

"ซี๊ดดดด โอยยย แน่นดีจังเลยอ๊อด อูยยยย..." พี่หนิงกัดฟันพูดทั้ง ๆ ที่หน้ายังก้มอยู่

ผมโน้มตัวทาบทับแผ่นหลังขาวเนียน สองมืออ้อมไปกุมปทุมถันที่แกว่งไกว บีบบี้อย่างสุขอารมณ์
ส่วนสะโพกผมก็บดคว้านเป็นวง ขยี้แก้มก้นแกไปด้วย พี่หนิงครางซี๊ดซ๊าด เนื้อตัวสั่นระริก

ผมขยับก้นถอนเสาหลักออกมา แล้วอัดกระแทกกลับเข้าไปอย่างช้า ๆ ก่อน พออารมณ์ของเราสองคน
ลุกโพลงได้ที่แล้ว ก็เปลี่ยนเป็นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ผมกับพี่หนิงแข่งกันครางกระเส่า ท่ามกลางสายฝนที่ยังตกหนักอย่างต่อเนื่อง ร่างผมกับพี่หนิงเด้งเข้าหากัน
ราวกับมีเชือกผูกเอาไว้ เสียงเนื้อสองเรากระแทกกันดังปั่บ ๆ

โพรงสวาทพี่หนิงช่างอร่อยล้นเหลืออะไรอย่างนี้ ทั้งที่ขยายขนาดรับกับท่อนเอ็นผมแล้วและมีน้ำหล่อลื่นขนาดนี้
แต่ยังให้ความรู้สึกฟิตกระชับ แถมยังดูดตอดได้ทุกระยะ ยามที่ผมสาวเอ็นออกมา เนื้ออ่อน ๆ ของแกแทบจะปลิ้น
ตามออกมาด้วย ตอนที่ผมอัดกระเด้ากลับเข้าไป ความหนึบแน่นก็โอบรัดท่อนลำผมไว้อย่างไม่ยอมเหินห่าง
ทำเอาผมซอยกระเด้ายิก ๆ อย่างลืมเหนื่อย

"พี่หนิงเป็นไงบ้าง อูยยย ของพี่เย็ดมันส์จังเลย ผมเอาพี่ท่านี้อร่อยดีมั้ย" ผมถามเสียงหอบ ๆ
ทั้ง ๆ ที่ยังโหมกระเด้งกระเด้าเข้าใส่สะโพกงอนงามเบื้องหน้าถี่เร็ว

พี่หนิงสะบัดสะโพกอวบเด้งรับอย่างเป็นงาน ทำเอากระเด้าแต่ละที ดุ้นเอ็นผมโดนถ้ำสวาทแกกลืนไปจนมิดทุกครั้ง
"ซี๊ดดดด อร่อย...อร่อยจังอ๊อด ซี๊ดดดด ของอ๊อดก็ใหญ่ถึงใจพี่จัง มันจุกแน่นไปถึงท้องเลย อาวว์ พี่เด้งรับยังงี้อ๊อดชอบมั้ยจ๊ะ"
"ชอบครับ พี่หนิงเก่งจัง ซี๊ดดด" ผมครางตอบเสียงกระเส่า

สายฝนที่เคยเย็นฉ่ำจนหนาวสะท้าน บัดนี้ไม่ได้มีผลอะไรกับเราทั้งสองคนแล้ว เพราะเพลิงสวาทที่กำลังลุกฮือ
โหมอยู่ข้างใน กำลังเผาทุกสิ่งทุกอย่างที่สัมผัสให้มอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน

ผมและพี่หนิงเอากันในท่านั้นต่ออีกพักนึง ผมก็นึกอยากเปลี่ยนท่า

ผมพลิกร่างงามพี่หนิงให้หันมาหาผม โดยที่ดุ้นเอ็นผมยังเสียบคาอยู่ในถ้ำมหาเสน่ห์ของแก
แล้วช้อนท่อนขาทั้งสองขึ้นพาดไว้บนท่อนแขน ท่านี้ร่างพี่หนิงลอยขึ้นจากพื้น หลังพิงตุ่มสามโคก
เนินสวาทแบะอ้าออก อมท่อนเอ็นผมจนปลิ้น

"จะไหวเหรออ๊อด ตัวพี่หนักนะ" พี่หนิงก้มลงพูดกับผมอย่างหวาด ๆ

ผมอาศัยความแข็งแกร่งของเด็กบ้านนอก อัดร่างอวบแกไว้กับผนังตุ่ม แล้วห่มตูดเด้งสะโพก
แทงท่อนเอ็นกระหน่ำเข้าใส่โคกสวรรค์ของพี่หนิง ชนิดนับไม่ทันจนแคมผลุบเข้าผลุบออกตามการกระเด้า
สองเต้าสวยเด้งกระเพื่อม พี่หนิงก็ลืมความกลัว แอ่นหลังพาดตุ่ม หน้าสวยแหงนเริ่ดรับสายฝน ร้องครางซี๊ดซ๊าดแทน

ผมกัดฟันกระเด้าต่ออีกพักนึง ก็เมื่อยจนทนไม่ไหว ต้องปล่อยร่างแกลงกับพื้น
พี่หนิงแกคงเห็นผมเหนื่อย จึงดันร่างผมลงกับพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน

"ให้พี่ทำให้อ๊อดมั่งนะ" พี่หนิงยิ้มหวาน ใบหน้าแกแดงก่ำ ดูเซ็กซี่อย่างเหลือร้าย

พูดจบแกก็ขึ้นคร่อม เอามือจับท่อนเอ็นจ่อตรงกับรูสวาทแก แล้วขย่มตัวลงอย่างแรงจนเนื้อสองเต้าเต้นระริก
ผมก็เสียววาบไปทั้งลำ พี่หนิงบดสะโพกงาม วนเป็นวง แล้วมองหน้าผมยิ้ม ๆ

"เป็นไงจ๊ะหนุ่มน้อย คราวนี้พี่คุมเกมส์ล่ะนะ ระวังนะ อย่าให้หักซะก่อนล่ะ" พูดซะผมหนาวเลย

พูดจบพี่หนิงก็โหย่งตัวขึ้น แล้วทิ้งตัวกลับลงมา แก้มก้นงอนงามกระแทกหน้าขาผมดังปั่บ
ท่อนเอ็นผมพุ่งพรวดเข้าไปในความหนึบแน่นของแกจนมิด จนผมต้องครางกระเส่าออกมา
พี่หนิงเองก็สูดปากเร่า ๆ เหมือนกินของเผ็ด ๆ

พี่หนิงโน้มตัวลงยันแขนกับแผงอกผม สองเต้างามแกว่งไกวล่อตาล่อใจ ซึ่งผมก็ไม่พลาดโอกาสงาม
มือผมคว้ากุมเต้าคู่งามแล้วเคล้นคลึงอย่างสะใจ พี่หนิงยันตัวโหมกระเด้าเข้าใส่ จนตัวผมสะท้าน
น้ำโคลนรอบตัวแตกกระเจิง สายฝนที่โหมกระหน่ำยังไม่มีทีท่าว่าจะซาลง เช่นเดียวกับไฟราคะ
ที่สุมทรวงเราสองที่ยังไม่มีวี่แววจะมอดดับ

จังหวะที่พี่หนิงโถมตัวอัดโคกสวาทเข้าหา ผมก็เด้งก้นขึ้นรับอย่างเหมาะเจาะ
เราสองคนสอดประสานกันราวกับเป็นคู่ขากันมานาน ดุ้นเอ็นผมฝ่าความหนืดคับเข้าไปทุกครั้ง
ที่พี่หนิงกระแทกสะโพกงามเข้าใส่ สวรรค์แท้ ๆ ผมกับพี่หนิงอ้าปากหอบกระเส่า ครางแข่งกันในสายฝนไม่หยุดยั้ง

สุดท้ายพี่หนิงก็เป็นฝ่ายปราชัย แกฟุบตัวลงกับแผงอกผมจนก้นโด่ง แล้วสะบัดสะโพกเข้าตีหน้าขาผมดังพั่บ ๆ ถี่ยิบ
เสียงครวญครางของพี่หนิงดังขึ้นเรื่อย ๆ

"โอววว์ อาวว์ ซี๊ดดดด ไม่....ไม่ไหวแล้ว อูยยย จะถึงแล้ว ซี๊ดดดด"

ผมช่วยเร่งจังหวะส่งแกขึ้นสวรรค์ แรงมีเท่าไหร่ก็ใช้ประเคนท่อนเอ็นเข้าใส่โพรงสวาทคับติ้วนั้นอย่างหมดตัว
พี่หนิงกรีดร้องลั่น กอดผมแน่น เนื้อตัวเกร็งสะท้าน ถ้ำสวรรค์ตอดรัดดุ้นเนื้อผมถี่ยิบ ราวกับจะดูดมันเข้าไปข้างใน

ผมกอดร่างแกไว้แนบอก บดขยี้ท่อนเอ็นเข้ากับเนินโหนกจนพี่หนิงคลายอาการเกร็งตัว หายใจสะดวกขึ้น
ผมไม่ปล่อยให้แกพูดอะไรอีก เพราะผมเองก็เสียวจนเกือบจะกระฉูดอยู่แล้ว แต่อยากให้แตกในท่าที่ผมโปรดที่สุดมากกว่า

ผมยันตัวลุกขึ้น พลิกร่างงามให้ลงไปคุกเข่าคลานกับพื้น จากนั้นผมก็รั้งลอนสะโพกผายไว้มั่น
ซอยกระเด้าเข้าใส่อย่างเมามันส์ ตาก็จ้องดูท่อนเอ็นมันเลื่อมพุ่งเข้าออกร่องสวาทแดงฉ่ำนั้นอย่างระเริงใจ
ร่างงามของพี่หนิงสั่นสะท้านไปมา ตามแรงหนุ่มของผม เสียงครางของแกเริ่มดังขึ้นอีกครั้งเมื่อผมโหมกระเด้าถี่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ

"ซี๊ดดด ดี ๆ เอาแรง ๆ อีก พี่จวนอีกแล้ว อูยยยย อาวว์" พี่หนิงครางกระเส่า ใบหน้าสวยก้มลงจนเกือบติดพื้น
สองเต้าโยกแกว่งไปมาตามจังหวะกระเด้าของผม

ผมกัดกรามกรอด ห่มตูดกระเด้งกระเด้าเข้าใส่โพรงสวาทที่แสนจะอร่อยเบื้องหน้าเต็มสปีด
ความเสียวที่สุดจะทนเริ่มแล่นปราดจากพวงไข่ขึ้นมาตามลำไอ้น้องชาย ทำให้ผมรู้ว่า
ผมคงจะสนุกต่อไปได้อีกไม่นานนักแล้ว

ผมทาบร่างกับแผ่นหลังนวลเนียนเปียกชุ่ม แล้วอ้อมแขนไปรั้งร่างงามให้ตั้งตรงขึ้น
กลายเป็นพี่หนิงนั่งคุกเข่า วางก้นอยู่บนหน้าขาผม มือผมฟอนเฟ้นสองเต้าอวบเต่งอย่างมันส์มือ
พี่หนิงหันหน้ามาแลกจูบกับผมอย่างเร่าร้อน ด้านล่างนั้นผมกระเด้งตัวขึ้น พี่หนิงก็กดกระแทกสะโพกลงมาหา

เราสองคนช่วยกันปรุงรสสวาทอย่างสุดฝีมือ เสียงครางของผมกับพี่หนิงปนเปกันไปกับเสียงสายฝน
และสายลมจนแยกกันไม่ออก

และแล้ว สุดยอดของความสุขก็มาถึง ผมร้องครางโอย ๆ กอดร่างงามพี่หนิงไว้แน่น เด้งตัวเข้าใส่พี่หนิง
จนท่อนเอ็นพุ่งเข้าไปจนมิดด้าม น้ำเชื้อผมฉีดพ่นออกมามากมาย จนรู้สึกได้ว่า ดุ้นเนื้อผมสั่นกระตุก
พี่หนิงก็กรีดร้องเบา ๆ ร่างงามเกร็งสะท้าน โพรงสวาทบีบตอดถี่ยิบ กลืนน้ำกามของผมเข้าไปทุกหยดหยาดไม่มีเหลือ

เราสองคนโอบกอดกันหอบหายใจในท่านั้นอยู่นาน ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา

สุดท้ายเราก็ต้องอาบน้ำกันใหม่อีกรอบ เพราะเปื้อนโคลนกันไปหมดทั้งสองคน

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมกับพี่หนิงก็กลายเป็นแฟนกันไปโดยปริยาย เราสองคนหาหาความสุขด้วยกันเสมอ
แต่เมื่อใดก็ตามที่ฝนตกหนัก ผมและพี่หนิงจะไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะเล่นรักกันกลางสายฝนเป็นการรำลึกถึงความหลัง
ที่เราได้กันครั้งแรก ก็มันสนุกและเสียวถึงขนาดนั้น ใครจะอดใจไหวครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 05, 2018, 01:38:35 pm โดย kaithai »

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ