ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 19 Adslman

ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 19 Adslman

  • 0 ตอบ
  • 5736 อ่าน
*

ออฟไลน์ ~De[@]tH_[N]oTe~

  • Junior Member
  • ***
  • 393
  • 618
  • ลอยไปตามสายลม
    • ดูรายละเอียด
ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 19 Adslman
« เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2011, 01:33:31 am »
เจ้าของบทประพันธ์ Adslman เครดิต MINEMEE

ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 19 “การลองเชิง?...เลขหมายจากปลายปากกา!?”

“.....................................................”
(เรา ดื่มน้ำเปล่าแก้กระหาย)
“.....................................................”
(พี่ แคทกำลังส่งข้อความทางมือถือไปถึงใครบางคน?)
“หืมๆๆๆ...ไอ้นี่ก็น่ากิน ไอ้นั่นก็ไม่น่าพลาด...หลายใจจริงเลยน๊าคนเรา~~”
“?”
“.....................................................”
“ดี ละ!!...ตัดสินใจแล้ว...เอาปลาหมึกนึ่งมะนาว,ต้มยำปลากระทิง,หมี่ผัดผักรวม ,ทอดมันปลากราย...”
(หลังจากที่จ้องเมนูพลางเหลือบตาไปทางขวาทีซ้ายที อยู่นาน...สาวน้อยก็สั่งอาหารเป็นชุดๆรวดเดียวจบ)
“เยอะไปหรือเปล่า?”
“เป็น ของที่ฝนอยากกินทั้งนั้นแหละ”
“แต่ถ้าเหลือต้องออกเงินครึ่งหนึ่งกับพี่ นะ”
“จ้า!!...เออ--...เอาข้าวเปล่า 3 ถ้วยด้วย”
...จอมเขมือบตัวจริง !!...เจริญอาหารดีมากๆแต่บรรดาของที่ฝนสั่งผมก็อยากกินพอดี...
“ทานมาก ขนาดนี้ก็หมายความว่าน้องจะไม่เข้าร่วมด้วย?”
“ก็หนูบอกพี่แล้วนิ”
“มี อะไรหรือครับ?”
“โอ---...ใช่ๆๆ...บอลจะไปมหาวิทยาลัย...กับเรามั้ย?”
“หา สาเหรอ?”
(กำลังคิดว่าจะไปหาเธออยู่เหมือนกัน)
“นั่นมันนาย!!!...ฝน กับพี่มีธุระที่ชมรมคาราเต้ต่างหาก”
“?”
...ฝน เล่าให้ฟังต่อไปว่าพวกเธอจะไปฝึกซ้อมร่วมกับชมรมคาราเต้ของมหาวิทยาลัยที่สา เรียนอยู่เป็นกรณีพิเศษเพราะตามปกติจะไม่อนุญาตให้คนนอกฝึกแต่อาจารย์ที่ ปรึกษาชมรมได้รับการฝากฝังมาจากครูฝึกอาวุโสคนหนึ่ง?...เมื่อเธอกับพี่แค ทปรึกษากันแล้วก็ตอบตกลงซึ่งใน 1 สัปดาห์จะมาฝึกทุกเย็นวันจันทร์-พุธ-ศุกร์และหยุดเสาร์อาทิตย์...
“คาด สายสีอะไรแล้วล่ะ?”
...หลัง จากเกิดเรื่องในร้านที่ทำงานพิเศษเมื่อปลายเทอมก่อนผมก็ได้รู้อะไรๆ หลายอย่าง(กุนยอมบอกและสาก็เล่าให้ฟัง)พี่แคทกับฝนฝึกวิชาคาราเต้ไว้ป้องกัน ตัวตั้งแต่ยังเด็กและถ้าดูจากท่วงท่าที่นำออกมาใช้ทำให้ทราบว่าเธอทั้ง 2 มีทักษะการต่อสู้ในระดับสูง...พี่แคทถอดแว่นตาวางบนโต๊ะก่อนจะตอบ...
“สาย ขาว...”
“เอ๋?...สายขาวนี่...สำหรับพวกฝึกหัดไม่ใช่หรือครับ?”
(จะ เป็นไปได้ยังไง?)
“ใช่...พี่กับฝนยังเป็นมือสมัครเล่นอยู่เลยจ้ะแต่ไม่ เคยคิดจะไปสอบเลื่อนดั้งหรืออะไรหรอกนะเพราะพวกเราเห็นตรงกันว่ามันไม่จำ เป็น...”
“.....................................................”
...ฝ่าย น้องหนูฟันแหลมไม่ว่างจะคุยด้วยแล้วเพราะมีต้มยำปลากระทิงร้อนๆมาเสริฟ์ที่ โต๊ะและยิ่งกินกับข้าวสวยล่ะก็วิเศษอย่าบอกใครเชียว...
“...จ๊าดลำเจ้า !!...นี่มัวทำอะหยังน่ะตั่ง 2 คน?...บ่รีบซดเดี๋ยวชืดหมด”
“....................................................”
...แต่ ฝีมือคงไม่ใช่แค่มือสมัครเล่นแน่นอน!!!...อย่างไรผมก็ไม่เชื่อเพราะ เหตุการณ์ในวันที่กุนกลับมามันยังจำได้ติดตา...ยิ่งซอตที่พี่แคทถูกชกท้อง เต็มๆแต่กลับยืนนิ่งเฉยพลางแสยะยิ้มเย้ยหยันก่อนจะซัดหมัด “ยมทูตขวาเร็ว” อัดสวนไปอย่างรุนแรง(มาทราบเอาทีหลังว่าไอ้นั่นถึงกับกรามร้าว)ส่วนฝนก็ ฝีมือร้ายกาจไม่แพ้กัน...กระโดดตีเข่าและพลิกข้ามหัวไปแทงศอกเข้าที่หลังคอ จนคู่ต่อสู้น็อคกลางอากาศเลือดกระฉูด...
“อร่อยใช่มั้ยล่ะบอล?”
“อืม--”
...ของ เขาดีจริงๆด้วย...ไว้คราวหลังชวนสากับอ้อยแล้วก็แม่กวางมาทานที่นี่บ้างดี กว่า...ผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มคุยกับนักสู้ 2 พี่น้องได้สนิทใจขึ้นกว่าเดิมแม้จะยังระแวงอยู่บ้างก็ตาม...
“ฝนกับพี่ ชอบมานั่งรับลมเย็นๆที่ร้านนี้เพราะมีเหตุผล...”
“?”
“ข้อหนึ่งคือ อาหารอร่อยบริการก็ดี...ข้อสองคือพี่แคทไม่อยากไปอยู่ที่โรงอาหารให้เป็น เป้าสายตาพวกกลัดมัน”
...ว่าแล้ว...ช่วงเวลาพักกลางวันมักจะไม่ค่อยเห็น พวกเธอทั้งๆที่ใครหลายคนต่างมองหาและกล่าวถึง...
“...ไม่โต้แย้ง”
“ฮะ ฮ่าๆ...ที่นั่นให้พี่บุศเด่นคนเดียวก็พอแล้ว...อย่าไปแย่งความดังกับเธอเลย”
“...อะ ...เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?”
“.....................................................”
“ฝน หมายความว่าเรา 2 คนไม่ต้องการไปแข่งประชันความสวยกับพี่บุศไง”
“รู้จัก บุศด้วย?”
“แม่นแย้ว!!...บุศยา สว่างศิลป์...ไฮโซสาวสวยคนเด่นคนดังคณะจัดการใครบ้างจะไม่รู้จักเหยอ?”
“เคย คุยกันครั้งหนึ่ง”
“....................................................”
(ถึง งั้นก็เถอะ...แย่แล้ว!!...ไม่ใช่ว่าบุศหลุดปากออกไปแล้วนะว่ามีความสัมพันธ์ ขั้นลึกซึ้งกับเรา...ตอนนี้ก็ยังงอนๆอยู่ซะด้วยสิ...ถ้าเกิดเธอทำอะไรไม่ ยั้งคิดเพราะความน้อยใจล่ะก็...)
“และพี่รู้มาอีกว่าคุณบุศยาน่ะเป็น เพื่อนของเธอ?”
“ใช่ครับ...เราเป็นเพื่อนกันจริงๆ”
...พี่แคทยกแก้ว น้ำดื่มแต่ดวงตาของเธอไม่ได้ละไปจากหน้าผมเลยสักนิดราวกับว่าหญิงสาวผมยาว ต้องการรู้คำตอบที่มันชัดเจนกว่านี้...
“พี่บุศเป็นคนสวยมากๆนะ...ฝนน่ะ อดทึ่งไม่ได้...ทั้งที่อายุห่างกันแค่ปีเดียวแต่มีความคิดความอ่านเป็น ผู้ใหญ่...น่านับถือ”
“และคุณบุศยาก็ชื่นชมในตัวเธออย่างไม่ปิดบังด้วย”
(อึ๊ก!!... พี่แคทคิดจะพูดอะไรกัน?)
“..................................................”
...หรือ ว่าจุดประสงค์ที่ชวนผมมาทานข้าวกลางวันมื้อนี้พร้อมพูดคุยกันตามประสาลูกพี่ ลูกน้องก็เพื่อ?...
(ตี๊ดๆๆๆ)
“...ขอตัวก่อนนะ”
“ใครโทรมาอ่ะ?”
...พี่ แคทไม่ตอบแต่สบตาน้องสาวซึ่งฝนก็ดูจะเข้าใจอะไรบางอย่าง?...
“อ๋อ!!... งั้นฝากบอกด้วยนะคะว่าฝนคิดถึง”
...พอสาวเจ้าวัย 22 จากไปผมก็รีบถามฝนซึ่งกำลังตักปลาหมึกนึ่งมะนาวและกระเทียมกับพริกคำใหญ่ เข้าปาก...
“โอวววว~~...เผ็ดมากๆๆ...แต่ถ้าไม่เผ็ดเลยมันก็ไม่ดับกลิ่น คาว...อูย~~...สะใจ!!...อะไรเหรอ?”
“ใครโทรมาหาพี่แคท...แฟนรึ?”
“โฮ้!!... ถ้าเป็นงั้นได้ก็ดีน่ะสิเพ่~~”
“?”
“อย่าไปสนใจน่า--...เอ้อ!!...ปิด เทอมคิดถึงฝนบ้างป่ะ?”
“ทำไมจะต้องคิดถึง?...เธอไม่อยู่นี่ที่บ้านสงบสุข จะตาย”
“ว่าไงน๊ะ!!!”
“ชู่ว!!...เสียงดังไปแล้ว...เกรงใจคนอื่นบ้าง”
“หงึ ๆๆ”
“แค่นี้ก็ต้องฉุนด้วย?”
“แล้วนายล่ะไม่โกรธฝนบ้างเหรองาย ?...เมื่อเช้าน่ะ”
“ก็แค่การเล่นซนของเด็กๆ...”
“หือ?...การเล่นซนของ เด็กรึ?...โฮ่~~...ทั้งที่ฝนอาจฆ่าบอลตายได้ทีเดียวนะ!!”
...พูด จบสาวน้อยก็กางฝ่ามือข้างที่บีบคอผมซึ่งมันทั้งเล็กเรียวและบอบบางตามแบบ ฉบับมือของผู้หญิงแต่ทำไมนะ?...ทำไมถึงเกิดความกลัวเกรง?...
“มองดูให้ ดีๆ”
“..................................................”
“..................................................”
“!!!!”
(ตะ... ตาฝาดหรือเปล่าเนี่ย?...ราวกับมีไออะไรสักอย่างพวยพุ่งอยู่รอบๆมือของฝน!!)
“ท่า ทางจะพอเห็นนี่!?...สมกับที่เป็นพี่เป็นน้องกันแต่พี่แคทมีมากกว่านี้อีก เพราะเธอถนัดในเพลงหมัดมากกว่าฝน”
“นี่พวกเธอเป็นใครกันแน่?”
“ถามได้ !!...ก็...ลูกพี่ลูกน้องแสนน่ารักของบอลไงจ๊ะ...ฮะๆๆๆ”
“.................................................”
...แม้ จะยังติดใจแต่ผมก็ไม่กล้าถามต่อ...ช่วงที่พี่แคทยังไม่กลับมาเรา 2 คนพูดคุยกันอย่างสนิทสนมเช่นเดียวกับลูกพี่ลูกน้องทั่วไป...ฝนเล่าให้ฟังว่า ตอนอยู่บ้านในช่วงปิดเทอมเธอทำวีรกรรม(วีรเวร)อะไรบ้าง...ตัวอย่างเช่น...
“โห~~... ไม่นึกว่าจะมีหนุ่มมาตามตื๊อเธอนะเนี่ย?...ไหงบอกปัดเขาซะล่ะ?”
“โฮ้ย!!!... ฝนน่ะน่ารักออกจะตาย...ไม่มีสิแปลกสุดๆ...ยังไงพวกเราก็เสน่ห์แรงไม่ต่าง กัน”
“ทำไมต้องเปรียบกับฉันด้วย?”
“อ้าว!!...บอลน่ะมีสาวๆมาชอบเยอะมิ ใช่หรือ?...ฝนก็เป็นเช่นเดียวกัน...แบบว่าสวยสั่งได้ไง”
“ไม่ใช่สัก หน่อย!!”
“ฮิๆๆๆ...อย่างน้อยก็มีพี่บุศคนหนึ่งล่ะ...ผู้หญิงด้วยกันทำไม จะดูไม่ออก?...อย่าดูถูกกันนัก”
(ไม่ธรรมดานี่หว่า--...งั้นก็แทบเป็นไป ไม่ได้ที่พี่แคทจะไม่รู้)
“หรือที่ชวนฉันมากินข้าวก็เพราะจะถามเรื่องนี้ แล้วเอาไปบอกกุนกับสาใช่มั้ย?”
“ตายละ!!...คิดตื้นเขินดีจังนะคะพี่ชาย ...ถ้าแบบนั้นคงได้ทะเลาะกันเละเทะน่ะซิ...สายิ่งขี้หึงสุดๆด้วย”
“......................................................”
“ฝน ไม่ถนัดกับบทเสี้ยมให้คนอื่นทะเลาะกันนะจะบอกให้...เพียงแต่เห็นว่าหมู่นี้ สาดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่”
“หา?”
“อย่ามาหา!!...บอลน่ะหัดเอาใจ ใส่สาให้มากๆเข้าใจไหมค๊ะ?...ดีแล้วล่ะที่เย็นนี้จะไปหา...สาจะได้ไม่น้อย ใจ”
“.....................................................”
“โอ๊ะ!!”
“?”
“สงสัย กินน้ำมากไปแหงๆ”
...สาวน้อยรีบลุกเดินเฉิบๆไปห้องน้ำ...
(นี่ไงเล่า !!...พอพี่แคทกับฝนกลับมาที่นี่เราก็ต้องระวังตัวแจเลย...นี่ถ้าเป็นไปได้ ควรจะอยู่ห่างๆพวกเธอไว้ดีกว่า)
...ที่ แน่ๆผมจะต้องไปหาบุศเพื่อปรับความเข้าใจกัน...ทำไมถึงได้ยุ่งยากเช่นนี้?... ทั้งที่เรื่องของเก๋กับสาวก็ยังคาราคาซัง...เรื่องของน้องจอยกับน้องโบว์ก็ อีกเนื่องจากไม่นานมานี้พวกเธอต่างชักชวนไปเที่ยวบ้านเพื่อพบกับผู้ปกครอง โดยที่รู้แก่ใจดีว่าเพื่อนรักอย่างอ้อยน่ะมีความเกี่ยวพันกับผมอย่างไร?...
“หา ทางแก้ไขไปทีละเปลาะ...สับรางให้ดีๆ...หือ?”
...ฝนอยู่ในห้องน้ำแต่โทรมา เข้ามือถือเรียกให้ผมไปหา...
“มีอะไร?”
“แย่ชะมัดละ!!...พื้นดันเปียก น้ำและที่แขวนก็ไม่มี”
“แล้วไง?”
“ก็ฝนถอดกระโปรงแล้วมันไม่มีที่พาด ...บอลช่วยถือให้หน่อย”
“จะ...จะบ้าเหรอ!!?”
(ถ้าใครเห็นเข้าจะคิดยัง ไงกัน?)
“เร็วซี่~~...อย่ามัวลีลา!!...ช่วยถือให้แป๊บเดียวจะเป็นอะไรไป ?...ลูกพี่ลูกน้องกันแท้ๆ”
“เอ้าๆๆ...ส่งมา”
...สาวน้อยเปิดประตูแล้ว โผล่ให้เห็นแค่มือยื่นส่งกระโปรงให้...
“เดี๋ยวๆๆ”
“อะไรอีก?...ฮะ ...เฮ้ย!!!...ไอ้...ไอ้นี่ด้วยเรอะ?”
“เออ--...ถือดีๆอย่าให้หล่นนะ!!”
...ไม่ ใช่แค่กระโปรงแต่มีกางเกงในด้วย...สีแดงแรงฤทธิ์ตัวที่ผมเห็นเมื่อเช้านั่น แหละ...
“ทำไมไม่รูดลงไปที่หัวเข่า?”
“เกิดเผลอทำเปียกน้ำก็เสร็จกัน แล้วฝนจะนุ่งอะไรอ่ะ?...กระโปรงตัวเดียวเหรอ?...คิกๆๆๆ...เย็นหวิวแย่”
...ได้ ยินเสียงฉี่ชัดแจ๋วเลย...ฟังแล้วมันให้รู้สึกจั๊กจี้หูยังไงไม่รู้...สาว น้อยคนนี้ก็ช่างพูดช่างคุยนัก...
“นี่!!...ตอนฝนส่งกระโปรงให้นายเห็นใช่ มั้ย?”
“อะไร?”
“คิๆๆ...อย่าแกล้งเซ่อถามดีกว่า...นอกจากต้นขาขาวๆของ ฝนแล้วนายยังเห็นอะไรอีก?...สารภาพมา!!”
“ปละ...เปล่านะ!!!”
“หืม?... เสียงสั่นๆน่าสงสัยซะจริง...คงจะคิดลึกอยู่สิเนี่ย?...ไม่ดีๆ...เราเป็นพี่ น้องกันนะเออ--”
“ก็บอกว่าไม่เห็น...มันมืด”
“เอ๋!!...มืดเหรอ?”
“ทะ... ทำไม?”
“นี่นาย!!!...ว้ายๆๆ...เห็นแม้กระทั่ง...ขน...”
“มะ...ไม่ใช่ ว้อย!!!”
(ไม่ได้เห็นอะไรสักหน่อย!!!...ยัยนี่แกล้งตีขลุมปั่นหัวเรา เล่น)
“...ฝนอยู่ในห้องน้ำหรือ?”
“ค่า~~”
“พี่มาก็ดี!!...ให้ตาย สิ”
“?”
...ผมรีบส่งกระโปรงกับกางเกงชั้นในของฝนให้กับพี่แคทแล้วรีบ หนีออกมาหน้าร้าน...
“ทำเอาเราจินตนาการตามไปด้วย...ยัยคนนี้นี่...”
...จาก ที่สาวเขี้ยวนุ่งน้อยห่มน้อยเมื่อเช้าก็ต้องยอมรับว่าสัดส่วนรูปร่างฝนนั้น น่าดูชมเหมือนกัน...
“เราก็ไม่ใช่รูปปั้นที่จะไม่มีความรู้สึก...ทำไมถึง จะไม่เคยคิดแบบนั้นกับฝนหรือพี่แคทเล่า?”
(บวก กับที่ได้เห็นความเซ็กส์ซี่ของพี่แคทตอนอยู่บ้านก็ยิ่งชักนำจิตใจให้ว้าวุ่น แต่ไม่กล้าคิดเป็นอื่นเพราะตัวเรามีแฟนอยู่แล้วอีกทั้งยังเป็นญาติกันด้วย)
“เจอ จนได้นะ...”
(ผัวะ!!)
“จี?...โอ๊ย!!!”
...น้องรหัสทอมบอยลงจากรถ ตรงดิ่งมาหาและไม่พูดพล่ามทำเพลงเหวี่ยงขาเตะแขนของผม...
“ทะ...ทำอะไร เนี่ย?”
“แกทำให้พี่บุศเสียใจ...แกมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย!!”
“....................................................”
...น้อง รหัสคนนี้มีอคติกับผมเป็นทุนเดิม...ครั้งนี้เธอก็มองด้วยสายตามุ่งร้าย...
“ฉัน ไปบ้านพี่บุศแล้วพบเธอร้องให้...ถึงจะยังไม่รู้รายละเอียดแต่ฉันก็เดาออกว่า แกเป็นต้นเหตุ...แกเท่านั้น!!!”
“จี...คือว่าพี่...”
“ไม่ ต้องพูดไอ้ผู้ชายมักมากเอ๊ย!!!...เที่ยวหาเศษหาเลยไปทั่วทั้งๆที่มีแฟนอยู่ แล้ว...กล้าทำกับพี่บุศคนที่ฉันเคารพรักมากเหมือนพี่สาวแท้ๆ...วันนี้แหละ ฉันจะหักแขนแกเป็นท่อนๆ!!!!”
...แต่ก่อนที่จีจะเตะที่สีข้างของผมก็ต้อง ชะงักเพราะมีวัตถุลึกลับบางอย่างพุ่งตรงมาที่เธอ...
(ปึ๊ก!!!)
“ใคร กัน!!!?”
“!!!”
“ลูก...เทนนิส?”
...มันถูกขว้างมาจากไหนและจากใคร ไม่รู้แต่ทำให้จีต้องรีบกางมือรับก่อนถอยหลังไปเพราะความแรงที่พุ่งมา...
“ทำ อะไรพี่ฉัน?”
“ฝน!?”
“เธอเองน่ะรึที่ขว้างไอ้นี่มา?”
“หึ!!... ลำพังหนูฝนขว้างไม่ได้แรงแบบนี้ร้อก~~”
“.....................................................”
“พี่ แคทงั้นหรือ?...ยอดเยี่ยมมาก...ฉันเกือบจะรับไว้ไม่อยู่ทีเดียว”
...พอจี ปล่อยลูกเทนนิสผมได้เห็นว่าฝ่ามือของเธอมีรอยแดงและถ้าตาไม่ฝาดก็รู้สึกจะมี เลือดไหลซิบๆ...
“เหตุผลที่ทำร้ายบอลคืออะไร?...พี่หวังว่าเธอคงมีคำตอบ ที่ดีนะ”
“ถ้าฉันบอกว่าจู่ๆก็นึกเหม็นขี้หน้าไอ้นี่แล้วอยากอัดมันล่ะ?”
“งั้น จีต้องเจอกับหนูฝน...ชั่วดีถี่ห่างบอลก็เป็นพี่ชายคนหนึ่ง...จู่ๆมาทำร้าย เขาอย่างนี้มันใช้ไม่ได้!!”
“คนอย่างฉันไม่เคยทำอะไรเลื่อนลอยไร้เหตุผล หรอกนะฝน...เหตุผลมีแน่นอนแต่เจอกันที่นี่ก็ดี...หวังว่าคงไม่ลืมสัญญาของ เรา?”
“ไม่ลืม...”
“แล้วถ้าคิดจะปกป้องไอ้คนเห็นแก่ตัวนี่ก็ต้องวัด กันสักตั้ง”
“หนูฝนถือว่าบอลเป็นญาติพี่น้องซึ่งย่อมสำคัญกว่าเพื่อนร่วม ห้องอย่างจี...ขอโทษทีนะ”
“ฮึ!!”
...จาก นั้น 2 สาวเพื่อนร่วมชั้นก็เข้าห้ำหั่นกันโดยไม่รอช้าและไม่พูดมาก...จีฝึกปรือเท ควันโด้ศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ขาเท้าเป็นอาวุธหลักส่วนฝนก็มีวิชาคาราเต้ที่ น่ากลัวและใช้เท้าได้อย่างร้ายกาจเช่นกัน...คนหนึ่งลูกพี่ลูกน้องอีกคนน้อง รหัสซึ่งต่างก็แลกเพลงเตะกันอย่างว่องไว...แข้งปะทะแข้ง...เท้าปะทะ เท้า...ชิงไหวชิงพริบตลอดเวลาเพื่อให้ตัวเองมีเปรียบเหนือกว่า...นี่เป็น ครั้งแรกที่ผมได้เห็น 2 สาวน้อยคนดังในหมู่น้องใหม่ปี 1 ต่อสู้กันเอง...
“ไหน ว่าเปิดเทอมใหม่จะไม่ใช้กำลัง?...จริงๆเลยนะ...บาดแผลก็ยังไม่หายดีแท้ๆ”
“แผล?”
“ที่ ข้อเท้าน่ะ”
“ฮึ๊บ!!!”
“ย่าห์!!!”
...แม้ การต่อสู้ดูจะรุนแรงแต่ต่างฝ่ายก็ยังโจมตีไม่ค่อยเข้าเป้าเพราะมีความว่องไว ด้วยกันทั้งคู่...ผลัดกันรุกรับและสามารถหลบหลีกการจู่โจมของฝ่ายตรงข้ามได้ อย่างคล่องแคล่ว...
“ไม่นึกว่าเธอจะเข้าข้างคนผิด!!”
“จะผิดหรือไม่ ไว้คุยกันทีหลัง!!”
“.........................................................”
“.........................................................”
...ฝน กับจีสวนแข้งใส่กันอย่างรุนแรงแล้วก็โดดถอยออกมายืนมองตากัน...หยุดการ เคลื่อนไหวทั้งหมด...ฝีมือเท่าเทียมกัน?...
“หึๆ...เก่งอย่างที่คิด ...ไม่ผิดหวัง”
“อย่าชวนฉันคุยดีกว่า”
“งั้นหนูฝนจะใช้ไอ้นี่พูดแทนละ กัน...เทพธิดาโคจร*!!!”
“อื๋อ!!?”
...เร็วมาก!!!...ญาติผู้น้องของผม ถอยหลังไป 1 ก้าวก่อนจะวิ่งเข้าหาสาวทอมบอยพลางเงื้อเท้าขวาขึ้น?...
“หยุด!!!”
“!?”
...จี ก็ป้องกันตัวอยู่แล้ว...จังหวะที่ฝนยกเท้าคล้ายจะหวดฟุตบอลก็ต้องค้างใน อากาศเพราะเสียงของพี่แคท...
“ต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้วจะต่อยตี กันไปทำไมอีก?...ฝน...ขาน้องมีเลือดไหลออกมา...ไม่รู้สึกตัวหรือไง?”
“........................................................”
...ไม่ น่าจะเกิดจากการสู้กับจี...ผมว่าปากแผลมันเหมือนถูกอะไรคมๆบาดมากกว่า...
“จี... ร่างกายเธอเองก็ยังไม่สมบูรณ์ถ้าคิดจะสู้กับฝนต่อไป...ผลมันก็รู้ๆอยู่ ...คือเจ็บตัวอย่างไร้ค่าด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ”
“........................................................”
“วิเศษ จริง...ไม่นึกว่าจะดูออก...สมกับเป็นนักสู้ผู้แข็งแกร่ง...บางทีพี่อาจจะ เก่งกาจพอต่อกรกับคนที่บ้านฉันก็ได้”
(ใครหว่า?)
“เฮ่!!...ไหนลองบอก เหตุผลมาก่อนดิว่าทำไมถึงทำร้ายบอลน่ะ?”
“ก็ถามพี่ชายคนดีของเธอเอาเอง ซี่~~...เรื่องราวที่มันก่อไว้!!”
“จีนั่นแหละบอก”
“ให้เจ้านี่สารภาพ กับพวกเธอดีกว่าเมื่อนั่นก็จะเข้าใจเอง...ครั้งนี้ได้ประลองกับเธอถือว่าไม่ เสียเที่ยว”
...สาวทอมถอนตัวออกไปง่ายดายเกินคาด...อย่างนี้ก็ซวยสิ... 2 คนพี่น้องจะต้องไล่เบี้ยผมให้จนมุมแหงๆ...
“เอ้า!!... รีบไปทายาซะ...ดีแล้วที่เย็นนี้น้องไม่ร่วมซ้อมด้วย...ถึงกับจะใช้เทพธิดา โคจร...จีเป็นเพื่อนร่วมชั้นของน้องและไม่ใช่ลูกฟุตบอลนะ”
“ฮ่าๆ...จริงๆ ฝนก็ไม่ได้คิดสู้กับจีตอนนี้หรอก...ก็แค่การลองเชิงยัยนั่นเท่านั้นเอง”
“ประเมิน ระดับฝีมือฝ่ายโน้นว่างั้นเถอะ?”
“ถูก...ถูกต้องนะค้า!!”
“จากที่พี่ ลองคาดเดา...แม้จะยังไม่เอาจริงแต่ระดับของน้องตอนนี้น่าจะสูสีกับจีเขานะ”
“เย้!!... ฝนตอนนี้ๆ...พี่แคทตาแหลมจัง...ฝนเห็นด้วยๆ”
...คนอย่างสาวจอมแก่นน่าจะ ดีใจถ้าพี่แคทบอกฝีมือดีกว่าจีไม่ใช่หรือ?...ผิดคาด...
“บอลบาดเจ็บตรง ไหนมะ?”
“เจ็บที่ต้นแขนนิดหน่อย”
“ฮืม--...แต่ถ้าพี่แคทเข้ามาขวางช้า อีกนิดเดียว...นายได้โดนยัยจีเตะกลิ้งเป็นลูกบอลสมชื่อแน่...ดังนั้นขอบใจฝน ซะ”
“ไหงต้องขอบใจเธอ?”
“ว้าก~~...ฝนยังทำธุระไม่ทันเสร็จก็รีบดิ่งมา ช่วยนายเลยนะเฟ้ย!!...อย่างนี้ยังจะไม่ขอบใจกันอีกเร๊อะ?”
“อ่า---... งั้นฉันขอบใจเธอมากนะแล้วอะไรที่ยังทำธุระไม่เสร็จ?”
“ก็ฝนฉี่แล้วยังไม่ ได้ล้างปิ๊เลย...แหะๆๆ”
“อึ๋ย!!...ธะ...เธอนี่พูดจาน่าเกลียดจริงๆ!!!”
“น้อง นี่!!...เป็นสาวเป็นแส้พูดจาอย่างนี้ได้ยังไง?...รีบๆไปจัดการให้เรียบร้อย เดี๋ยวนี้นะ!!!”
“เฮะๆๆ”
...แต่หลังจากนั้นทั้งฝนและพี่แคทก็ไม่ได้ ไต่ถามสาเหตุที่จีมาหาเรื่อง...ที่แท้พวกเธอก็ไม่สนใจจะรู้?...
(โล่งอก ไปที!!!)
.............................................................................................................

เทพธิดา โคจร* เป็น 1 ในกระบวนท่าจู่โจมของหยาดฝนคืออาศัยความเร็ววิ่งเข้าไปเตะอย่างแรงคล้ายการ ยิงจุดโทษใน กีฬาฟุตบอลโดยใช้โจมตีท่อนล่างของศัตรูตั้งแต่เอวลงไป...
.............................................................................................................

...ผม ติดรถพี่แคทมาถึงมหาวิทยาลัยที่สาเรียนอยู่ก่อนจะแวะไปทำธุระส่วนตัว(โทรคุย กับเก๋และสาว...โดนดุด้วย)...
“พี่...”
“...................................................”
...พอก ลับ มาก็เห็นพี่แคทนั่งเป่าใบไม้เป็นเพลงที่ใต้ถุนอัฒจันทน์สนามฟุตบอลทางทิศ เหนือรอเวลาไปชมรมคาราเต้ตามนัดหมาย...อย่างนี้ก็แสดงว่ากำลังอารมณ์ดี สินะ?...อืม--...ว่าแต่มีความสามารถแบบนี้ด้วย?...ฟังจากทำนองแล้วน่าจะเป็น เพลงพื้นเมืองของทางล้านนา...ผมเลยไม่เข้าไปขัดจังหวะยืนฟังอยู่เงียบๆจน กระทั่งเธอหยุดเป่า...
“ว่าไง?”
...ฟันธง!!!...ถ้าบริเวณไหนไม่ค่อยมี ผู้คนหรือเป็นสถานที่สงบร่มรื่นต้นไม้เยอะๆก็เป็นไปได้สูงเลยว่าจะได้พบกับ หญิงสาวดวงตาเย็นชาผมยาวสลวยคนนี้...
“ตอนอยู่ร้านอาหารผมลืมไป...เอ่อ --...คือมีของบางอย่างอยากจะให้พี่ครับ”
“...ในโอกาสอะไร?”
“ก็...ครบ รอบวันเกิดพี่ไงครับ”
“ไม่เห็นจะต้องทำให้ยุ่งยาก...หนำซ้ำมันก็ผ่านมา ตั้งเดือนนึงแล้ว”
“ไม่ได้หรอกครับ...เราเป็นลูกพี่ลูกน้องกันนะ”
...จาก นั้นก็รีบส่งกล่องของขวัญผูกริบบิ้นสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำวันเกิดของพี่แค ท...นับแต่วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2526 จวบจนวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2548 ที่ผ่านมา...อายุของเธอก้าวขึ้นถึงเลข 22 ...
“เปิดได้มั้ย?”
“ครับ”
“........................................................”
“........................................................”
“ปากกา ?...อืม--...แต่ว่านะ...”
“?”
“นักศึกษาทำงานพาร์ทไทม์อย่างเธอไม่น่า จะมีเงินซื้อปากการาคาแพงๆอย่างนี้?”
“ถ้าแค่ผมคนเดียวคงซื้อไม่ไหวแต่มี กุนช่วยออกเงินด้วยน่ะครับ”
“พี่กุน?”
...พอ ได้ยินชื่อของผู้มีพระคุณแววตาก็เปลี่ยนไปทันที...ใช่แล้ว...ความจริงกุนออก เงินซื้อเกือบทั้งหมด...แรกๆผมก็ไม่สบายใจเพราะเกรงว่าพี่แคทจะไม่รับ...แต่ ว่า...ดูท่าทางและสีหน้าของเธอก็เบาใจได้ล่ะ...
“ทั้ง 2 คนไม่เห็นต้องลำบากเลยนะ...เอาล่ะ...ไหนๆก็เปิดกล่องแล้วอีกอย่างเห็นแก่บอล กับพี่กุนที่อุตส่าห์มีน้ำใจ...พี่จะรับไว้จ้ะ”
...ค่อยยังชั่วหน่อยของ ขวัญชิ้นนี้คงจะถูกใจ...เอ๊ะไม่หรอก!!...เพราะรู้ว่าพี่กุนเป็นคนซื้อต่าง หากถึงยอมรับง่ายๆ...
“แต่พี่ไม่เคยรับของใครมาฟรีๆ...งั้นก็มีบางสิ่งจะ ให้เธอด้วย”
“อ๊ะ!!...ไม่ต้องครับ...นี่คือของขวัญวันเกิดพี่...ผมไม่ได้ ให้เพราะต้องการสิ่งตอบแทน”
“เอาเถอะ...สิ่งนี้พี่ไม่เคยมอบให้ผู้ชายคน ไหนมาก่อน...บอลเป็นผู้ชายคนแรกทีเดียวเชียวนะ...จงรับไว้เถอะ”
...หรือ ว่าพี่แคทจะ...
“เดี๋ยวนะ...”
(อ้าว!!?)
...หญิงสาวใช้ปากกาที่ เป็นของขวัญวันเกิดเขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดบันทึกประจำตัวและฉีกกระดาษส่ง ให้ผม 1 แผ่น...
“นี่คือ?”
“เธอเก็บดีๆล่ะกัน...ไว้ติดต่อคุยธุระตอน ไม่อยู่บ้านหรือยามในฉุกเฉิน”
...นี่ เราคิดไปถึงไหนหว่า?...เรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแต่สิ่งนี้พี่แค ทไม่เคยมอบให้ผู้ชายคนไหนเลยจริงๆด้วยซึ่งมันคือตัวเลข 10 หลัก…ผมแน่ใจว่าผู้ชายคนไหนก็ต้องอยากได้สิ่งนี้...เบอร์โทรศัพท์ยังไงล่ะ ครับ...นี่ต้องถือว่าเป็นเลขหมายจากปลายปากกาของขวัญวันเกิด...
“ขอบคุณ มากครับ...ถ้ามีอะไรสงสัยผมจะโทรหาพี่นะ”
“เชิญจ้ะ”
...ที่ จริงผมน่ะรู้เบอร์ของพี่แคทมาตั้งนานแล้วแต่ไม่กล้าโทรหาหรอก...เมื่อเธอ เขียนเบอร์โทรศัพท์ส่งให้ก็หมายความว่าต่อไปนี้ผมสามารถติดต่อคุยธุระได้ตาม สมควรโดยไม่ถือเป็นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล...
“แล้ววันเกิดของฝน ...บอลจะให้ของขวัญหรูๆแบบนี้ป่ะ?”
“!?”
...อุ๊!!...เสียงยัยผีดังมา จากไหนวะ?...เอ๊ะ?...ไม่เห็นตัวได้ยินแต่เสียง...มองในรถก็ไม่เห็นมี...
“ตา เซ่อจริง!!...อยู่ข้างบนนี้”
“ขึ้น...ขึ้นไปทำอะไรบนนั้นน่ะ?”
...โอ้ โห?...ต้นจามจุรีอย่างสูงแม่นี่ยังทะลึ่งปีนขึ้นไปได้...
(ตุบ!!)
...พูด จบฝนก็โดดลงมาที่พื้น...ไอ้ตรงที่เธออยู่มันสูงขนาดชั้น 2 เชียวนะ!!...ถ้าไม่มั่นใจว่ากำลังขาตัวเองมีมากพอไม่มีทางกล้าทำแบบนี้แน่ ...เป็นคนอื่นได้มีแข้งขาเดี้ยงกันบ้างละ...
“กำลังนอนฟังพี่แคทเป่าเพลง ใบไม้จนเคลิ้มจะหลับนายดันมาคุยจ๊อกๆแจ๊กๆ...ฉันจึงต้องตื่นเพื่อแอบฟัง”
...ก็ ใครจะไปรู้ล่ะว่ามีเด็กสาวจอมยุ่งอยู่ที่นี่ด้วยแต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับที่ ว่าหล่อนขึ้นไปได้ยังไง?...สูงก็สูงแถมนุ่งกระโปรงด้วยหนำซ้ำอีตอนโดดลงมา นี่สิ...เห็นอะไรต่อมิอะไรหมด...
“เอ้าว่าไง!!...วันเกิดฉันก็เลยมาตั้ง นานแต่นายไม่เห็นจะให้ของขวัญ...ลำเอียงนี่นา...เอ๊~~...เป็นเพราะพี่แคทสวย น่ารักใช่ม้า?”
“พูดอะไรของเธอ?...ก็หนังสือเล่มนั้นไง...คราวนั้น บอกอยากได้ฉันก็เลยซื้อให้เพราะรู้ว่าใกล้จะถึงวันเกิดเธอ”
“โอ๋!!...บอล จาบอกว่านั่นคือของขวัญวันเกิดของฝนงั้นเรอะ?”
“เออสิ”
“เคะ!!!...ไม่ นับอ่ะ”
“อ้าว?”
“ฝน...แต่พี่คิดว่าหนังสือเล่มนั้นมันก็มีคุณค่าพอจะ เป็นของขวัญวันเกิดของน้องนะ”
“เธ่อ--...ตะเองได้ชุดปากกา 2 ด้ามราคาเป็นพันๆก็พูดได้ซี่...ของหนูแค่ราคาไม่ถึง 300”
“แต่ก็เป็นคู่ มือเล่นเกมส์ที่น้องตามหามาตั้งนานหลายปีไม่ใช่หรือ?...วันนั้นฝนดีใจกระโดด โลดเต้นไปรอบบ้านเชียว”
“มันก็...ใช่ค่ะ”
“สำหรับ ฝน...คุณค่าทางใจของหนังสือเล่มนั้นจะต้องมากกว่าราคาหน้าปกและรูปลักษณ์ภาย นอกอย่างแน่นอน...เป็นของขวัญวันเกิด 18 ปีที่ดีเยี่ยมที่สุดแล้ว”
...ฝน ฟังแล้วก็พยักหน้ายอมรับฟัง...พี่แคทสอนได้ดีมาก...ผมนับถือในความเป็น ผู้ใหญ่ของเธอจริงๆ...
“อือ--...คงจะได้เวลาแล้ว”
“ส่งผมที่ห้องสมุด นะครับ...นัดกับสาไว้”
“และหลังจากนั้นจะไปที่ไหนทำอะไรกันต่อเหยอ?”
“เรื่อง ของฉัน...”
“โฮะ!!...แน่ใจรึเจ้าหนุ่มรอบจัด?...ฝนเองก็มีสิทธิ์รู้ เหมือนกันนะเพราะเป็นเพื่อนรักของสา...แอ๊!!!”
“!!”
“พี่!!...เอาผมตี หัวหนูทำไมอ่ะ?...โหย~~...ควงฟั่บๆเป็นแส้เชียวนะ”
“หรือจะให้เอารัดคอ ล่ะหึ!!...ไปยุ่งเรื่องของคนอื่นทำไม?”
...ผมเห็นจะๆกับตาตัวเองเลยครับ ว่าพี่แคทเอาเส้นผมที่แสนยาวของเธอตีไปบนหัวของฝนราวกับใช้แส้...
“แค่ ล้อเล่นเท่านั้นเอง...ยังไงฝนก็ต้องไปเป็นพี่เลี้ยงให้น่า”
“พี่เลี้ยง?”
“ก็ พี่เขาจะไปกระทืบคนน่ะซี่~~...นายนี่ไม่น่าเซ่อถาม...โอ้ย!!”
“...กระทืบ บ้าอะไร?...ไม่ได้ไปหาเรื่องเขาสักหน่อย...เห็นพี่เป็นเหมือนพวกอันธพาลข้าง ถนนไปได้ยังไงนะ?”
“งั้นหนูจะเฝ้ารอดูว่าพี่มีความอดทนเล่นตามกติกากับ เจ้าพวกนั้นได้นานสักแค่ไหน?...จะคอยนับหน่วยเป็นวินาทีๆเลย...ฮึ!!”
“...............................................”
...ครั้ง ที่ 2 พี่แคทสะบัดผมฟาดไปที่ไหล่น้องสาวตัวแสบ...ใช้ผมของตัวเองเป็นอาวุธผมไม่เคย เห็นใครที่ไหนทำแบบนี้มาก่อน...ใช่...เส้นผมอันอ่อนนุ่มยาวสลวยและส่งกลิ่น หอมคล้ายกลิ่นของดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ยังนึกไม่ออกในตอนนี้อาจเป็น 1 ในอาวุธสำคัญที่ฝ่ายตรงข้ามจะคาดไม่ถึง!!!...
........................................................................................................

...ส่วน อีกด้านหนึ่ง...จีกลับมาถึงบ้านก็ตรงดิ่งเข้าโรงฝึกและตรงไปง้างเท้าเตะ กระสอบทรายเป็นการระบายความโมโห...
(ตูม!!!!)
“กำพร้า แม่ตอน 8 ขวบรึ?...เพราะอย่างนั้นเลยขาดความอบอุ่น...โตมาถึงได้เที่ยวสีหญิงไป ทั่ว...พี่บุศก็ช่างรู้เรื่องของเจ้านั่นไปซะหมดทุกอย่างเชียวนะ”
“บ่น อะไรเป็นหมีกินผึ้งฟะ?”
“นี่จุน!!...เธอจะไม่ยุ่งกับฉันสักเรื่องได้มั้ย เนี่ย?”
“โฮ้!!...แน่ใจอ่ะ?”
“อะไร?”
“ก็แน่ใจแล้วเร้อว่าจะไม่ให้ ฉันยุ่งน่ะ?...หนาย~~...มือข้างนั้นไปโดนอะไรมา?...แบซิจะกำไว้ทำไมเล่า!!!”
“แค่ ลูกเทนนิสอัดว้อย!!...ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสักหน่อย?”
“ลำพัง ลูกเทนนิสนุ่มๆหยุ่นๆมันก็ไม่เท่าไหร่แต่นี่แกแกล้งโง่หรือไงวะ?...แรงอัด กระแทกรุนแรงขนาดทำให้เลือดออกยังจะบอกไม่ใช่เรื่องใหญ่อีก...นี่มันเกิดจาก พลังปราณนะโว้ย!!!!...ใคร?...แกไปหาเรื่องใครมา!!?”
“2 พี่น้องนักคาราเต้...”
“นั่น ปะไร!!...ฉันว่าแล้วไง...แกนี่มันชอบหาเรื่องไม่รู้จักหยุดหย่อน!!...ฉันบอก แล้วใช่มั้ยว่าฝีมือแกยังไม่ถึงขั้นไปท้าสู้กับพี่น้องคาราเต้คู่นั้น?”
“รู้ ว้อย!!...แค่ลองเชิงกันก็รู้แล้ว”
“มือเลยโดนลูกเทนนิสอาบพลังปราณกระแทก จนผิวแตก...ทำเป็นตีหน้าตายแต่คงเจ็บแทบทนไม่ไหวล่ะสิ?”
“.............................................”
“นิสัย ฉันชมใครไม่ค่อยเก่งก็น่าจะรู้...แกฝีมือดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนแต่ไม่พอ...ยัง ไม่พอหรอก...วิชาเทควันโด้ที่ถีบเตะตามแต่อารมณ์จะพาไปและขาดความหนัก แน่นอย่างนี้...เอาชนะสาวน้อย 2 คนนั้นหรือคู่ต่อสู้ที่เก่งๆไม่ได้”
“แล้วจะ ให้ฉันทำยังไงเล่า?...ทุกวันนี้ก็พยายามฝึกฝนเทควันโด้ขัดเกลาฝีมือตัว เองอย่างหนักอยู่แล้ว!!”
“ไม่พอ!!...ก็บอกแล้วไงว่ามันยังไม่พอ!!!...นี่ เคยรู้ซึ้งถึงจุดอ่อนของตัวเองบ้างมั้ยวะ?”
“จุดอ่อน...”
“เออ!!!”
“............................................”
“ใบ้ แดกอย่างนี้ก็แสดงว่าไม่รู้หรือคิดฟุ้งซ่านว่าตัวเองคงมีจุดอ่อนมากเกินไป ล่ะสิ?”
“............................................”
“ดัง นั้นถ้าแกไม่อยากถูกกระทืบเละหมดสารรูปในไม่กี่อึดใจก็จงฝึกให้หนักยิ่งกว่า นี้อีกร้อยๆเท่าซะแล้วก็จะได้รู้ถึงจุดอ่อนของตัวเอง...แกต้องรู้ได้แน่ๆ... ฉันจะเคี่ยวอย่างหนักเลย”
“ก็ได้...ถ้าเพื่อให้เก่งขึ้นจะให้ทำอะไรฉัน ก็จะทำ!!!”
“ดี!!!!... และจะบอกอะไรให้รู้อย่างหนึ่งนะ...แม้แต่ตัวฉันเองก็อาจจะเอาผู้หญิงที่ชื่อ สุรีย์พรรณไม่อยู่เหมือนกัน...เมื่อดูจากร่องรอยความเสียหายบนมือแก”
“.............................................”
“ตอน นี้ไม่ว่าใครเจอกับพี่น้องคู่นั้นก็ถือว่าอันตรายมากๆเพราะคาราเต้ของพวกเธอ ไม่ได้มีไว้สำหรับประลองในลานสี่เหลี่ยมแคบๆกับที่ใครได้คะแนนมากกว่าจะชนะ แต่มันเป็นคาราเต้ที่ใช้ต่อสู้ในโลกกว้าง!!!...มีเพียงแค่เอาชีวิตรอดหรือ ไม่รอดเท่านั้น!!!!”
“เธอดูจะรู้จักพี่สุรีย์พรรณกับหยาดฝนดีเหลือเกินนะ ...เคยพบกันหรือไง?”
“เปล่า...ไม่เคย...แต่ก็พอจะเดาได้ว่า 2 สาวนั่นฝึกฝนคาราเต้มาจากใครถ้าความคิดของฉันถูกต้อง...ประมาทได้ที่ไหนกัน ล่ะ?”
“ปกติเธอจะไม่พูดอย่างนี้”
“ก็เร็วๆนี้ฉันเคยเกือบเสียท่าให้ คู่ต่อสู้น่ะสิ”
“?”
“เป็นเพียงเด็กผู้หญิงอายุเท่าๆน้องจอยซะด้วย ...นี่ก็ยังไม่รู้ว่าจะโดนเล่นเมื่อไหร่เหมือนกัน”
“ฮึๆๆ!!...ถูกหมายหัว เข้าแล้วสิท่า?...น่าตลกนะ...อดีตแชมป์โลกเทควันโด้ 2 สมัยเกือบจะต้องพ่ายแพ้ให้กับเด็กหญิงอายุแค่ 13-14”
“ลำพังเด็กนั่นฉัน สามารถรับมือได้สบายแต่อีกคนนี่...โอย~~...ต้องตึงมือแหงๆ”
“ใครกัน?”
“เสือ... ฉันจะต้องสู้กับนางพญาเสือว่ะ”
“หา!?”
.........................................................................................................

...การ ปะทะกันครั้งแรกของฝนและจี!!,เรื่องดีๆของบอลและแคท!?...  
.........................................................................................................


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ