ก้อย final season ep 17 by Ukisa

ก้อย final season ep 17 by Ukisa

  • 1 ตอบ
  • 13814 อ่าน
*

ออฟไลน์ godgod610

  • Full Member
  • **
  • 185
  • 1185
    • ดูรายละเอียด
ก้อย final season ep 17 by Ukisa
« เมื่อ: สิงหาคม 16, 2011, 11:56:50 am »
[backcolor=#ffffff]5555+ตอนนี้เกือบจากไม่ได้อ่านกันแล้วนะครับ เพราะมีคนไปป่วนบอร์ดที่คุณ ukisa อยู่ประจำ ukisaก็เลยจะเลิกลง แต่คุณukisa ก็ยังใจดี กลับมาลงให้ต่อ ขอบคุณมากๆนะครับ ukisa        [/backcolor][/font]
[backcolor=#ffffff]
[/backcolor]
[/font]
[backcolor=#ffffff]
[/backcolor]
[/font]
[backcolor=#ffffff]
[/backcolor]
[/font]
[backcolor=#ffffff] หลังจากที่ผมได้กลับไปบ้าน บ้านของผมที่ที่ผมเคยอยู่มาตั้งแต่เด็ก มันทำให้ผมรู้สึกถึงความสำคัญของครอบครัว และผมก็เริ่มนึกถึงวิ ผมปล่อยให้วิเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ถึงเธอจะเก่งแค่ไหนแต่การอยู่ตัวคนเดียวยังไงมันก็ต้องรู้สึกเหงาอ้างว้าง และยิ่งตอนที่เจ็บป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ตอนนั้นจะยิ่งรู้สึกทรมานเหมือนโลกเหลือแค่เราเพียงคนเดียว


        ผมกด intercom บอกหงส์ให้ตามวิมาพบผม แต่วิไม่อยู่ที่โต๊ะ ผมเลยบอกหงส์ว่าพอเห็นวิกลับมาเมื่อไหร่ให้เรียกมาพบผมทันที จากนั้นผมก็นั่งทำงานต่อซักพักลินก็โทรมาหาผม

        “พี่บีค่ะ คุณป้าที่พี่บีให้ลินช่วยเรื่องโรงบาลเค้าอยากคุยกับพี่บีค่ะ”
        “อ้าว แล้วทำไมคุณป้าเค้าไม่โทรมาหาพี่เองเลยหละ พี่ก็ให้เบอร์ไว้แล้วนี่”
        “คุณป้าแกคงเกรงใจแหละค่ะ พี่บีจะคุยไหมค่ะ ลินจะได้ต่อสายให้”
        “ได้ซิ รบกวนหน่อยนะ”
        “ไม่เป็นไรค่ะ”

        ซักพักลินก็ต่อสายแล้วโอนสายคุณป้ามาที่เครื่องผม

        “สวัสดีครับคุณป้ามีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ คุณป้าอยากให้ผมช่วยอะไรเพิ่มหรือเปล่า”
        “โอ้ย ป้าไม่รบกวนคุณแล้วหละค่ะ แค่นี้ป้าก็ไม่รู้จะขอบคุณ คุณบียังไงแล้ว”
        “ครับ งั้นคุณป้ามีอะไรจะคุยกับผมหรือครับ”
        “อ้อ ป้าจะคืนเงินให้คุณ และก็อยากจะเอาผลไม้ที่สวนไปฝากด้วย แต่ป้าไม่รู้ว่าคุณอยู่ที่ไหนแล้วคุณว่างวันไหน”
        “อ้าวแล้วคุณป้าเอาเงินที่ไหนมาคืนผมครับ คงไม่ไปกู้เค้ามานะ ถ้ากู้มารีบเอาไปคืนเลยนะครับผมยังไม่รีบทวงเงินคุณป้าหรอกครับ”
        “ไม่ใช่หรอกจ๊ะ คือวิหลานสาวป้ามันโอนเงินมาให้ป้าแล้ว ป้าเลยอยากรีบคืนเงินคุณ ป้าเกรงใจนะ”
        “งั้นหรอครับ อืมไหนว่าหลานป้าเค้าไม่ยอมให้แล้วนี่ครับ”
        “มันคงอายคนแหละค่ะคุณ แต่สุดท้ายมันก็ยังสงสารป้ากับลุงมัน”
        “งั้นก็ดีครับ คุณป้าจะได้สบายใจว่าหลานยังเป็นห่วงอยู่”
        “ค่ะ แล้วคุณบีจะว่างเมื่อไหร่ค่ะ”
        วิเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาพอดี
        “เออคุณป้าคุยกับหงส์แล้วกันนะครับ น้องคนเมื่อวานครับ นัดวันนี้เลยก็ได้ครับผมว่าง”
        “ค่ะ”
        ผมรีบกหงส์เข้ามารับโทรศัพท์มือถือผมไปคุยนอกห้อง จากนั้นผมก็เชิญให้วินั่ง ทีแรกผมกะจะหาทางว่าวิอ้อมๆ เรื่องที่เธออกตัญญูกับคุณป้าคุณลุงของเธอ แต่พอคุณป้าโทรมาบอกว่าวิโอนเงินให้ผมก็รู้แล้วว่าวิยังเป็นห่วงลุงกับป้าอยู่แต่ที่เธอหนีคุณป้าขึ้นไปบนคอนโดวันนี้อาจจะเพราะเธออยากหนีอดีตของตัวเอง

        “คุณบีมีอะไรจะสั่งวิค่ะ”
        “เออ อืมที่จริงผมจะให้คุณส่งรายงานเรื่องการลงทุนให้หน่อยนะ เพราะผมจะเอาไปประชุม แต่พอดีคุณอำนาจยังไม่กลับมาผมเลยขอเลื่อนประชุมกับผู้บริหารไปก่อน”
        “ค่ะ งั้นคุณบีก็ไม่มีอะไรแล้วนะค่ะ ส่วนเรื่องรายงานวิจะส่งให้เย็นนี้”
        ผมรู้สึกว่าวิชอบกะเกณฑ์ชีวิตตัวเองมากเกินไป อย่างเรื่องรายงานก็ต้องบอกว่าจะให้ตอนไหนเวลาไหน ซึ่งผมรู้สึกว่ามันดูอึดอัดเกินไป
        “ไม่เป็นไรหรอกครับคุณวิ ไม่ต้องเร่งส่งผมเย็นนี้ก็ได้ ยังไงผมก็คงยังไม่ได้ประชุมไปอีกหลายวันเพราะคุณอำนาจยังไม่มีกำหนดกลับมาจากไปพักร้อนเลย”
        “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ วิไม่อยากให้มีอะไรค้าง”
        “ก็ตามใจครับ”
        “งั้นวิขอตัวนะค่ะ”
        “เออเดี๋ยวครับ ผมมีเรื่องจะขอถามหน่อย”
        “ค่ะ คุณบีมีอะไรจะถามวิค่ะ”
        “อืม ในประวัติที่คุณกรอกในใบสมัคร ผมไม่เห็นคุณลงชื่อคนที่เอาไว้ติดต่อฉุกเฉินเลย คุณไม่มีญาติเลยหรือครับ”
        วินิ่งไปก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
        “ไม่มีหรอค่ะ”
        “จริงหรอครับ แบบนี้เวลาที่คุณไม่สบายจนช่วยตัวเองไม่ได้คุณจะตามใครให้ช่วยคุณหละครับ”
        “รถพยาบาลซิค่ะ วิจะตามคนอื่นมาทำไมเค้าไม่ใช่หมอซักหน่อย” วิย้อนผมแล้ว
        “ก็จริงนะครับ แต่ผมว่าคนอื่นยังไงก็เป็นคนอื่นวันยันค่ำ จะมีใครห่วงเราเท่ากับครอบครัวของเรา คุณวิว่าไหมครับ”
        “วิไม่มีครอบครัวค่ะ วิตัวคนเดียว ถ้าวิต้องการคนดูแลจริงๆ วิจ้างพยาบาลมาดูแลดีกว่าค่ะ”
        “อ้าว แล้วเพื่อนหละครับ หรือไม่ก็แฟน ผมว่ามันยังรู้สึกดีว่าคนอื่นอย่างพยาบาลพิเศษนะ”
        “ไม่มีหรอค่ะ วิสนใจแต่เรื่องงาน เพื่อนที่สนิทวิไม่มี ส่วนแฟนจะมีไปทำไมค่ะ มีไปก็มีแต่เอาเปรียบ นอกใจไม่เคยพอ วิไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบหรอกค่ะ”
        ผมสะอึกเลยเพราะช่วงท้ายเหมือนวิด่าผมหยั่งไงหยั่งงั้น แต่ผมก็เข้าใจว่าทำไมวิถึงได้มีทัศนคติแย่ๆ กับผู้ชายแบบนี้ คงเพราะเธอต้องเอาเรือนร่างแรกเงินกับผู้ชายมาตั้งแต่เริ่มสาว เธอรู้สึกเหมือนโดนกดขี่และสนใจเงินมากกว่าความรัก
        “อืม แต่สำหรับที่นี่ ผมว่าการมีเพื่อนเป็นเรื่องสำคัญนะครับ อย่างน้อยเวลามีปัญหาหรือมีความทุกข์เราก็ยังไม่รู้สึกโดดเดียว เหมือนเหลืออยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้นะครับ”
        “ถ้างั้นวิคงไม่มีคุณสมบัติที่จะทำงานที่นี่แล้วซินะค่ะ”
        “ผมไม่ได้หมายความว่าหยั่งนั้นนะครับคุณวิ ผมก็แค่ห่วงคุณ คุณไม่มีญาติพี่น้องเลย ผมเองก็เหมือนกันนะก่อนหน้านี้ผมเองก็เป็นคนที่ไม่เหลือญาติให้พึงพาเลยซักคน ตอนนั้นผมรู้สึกเหงาและเดียวดายมาก แต่พอผมได้มีเพื่อนได้มีคนที่รู้ใจ มันก็ช่วยให้ผมรู้ว่าโลกนี้ยังมีคนอื่นอยู่ คนที่ห่วงใยเรา คนที่พร้อมจะให้กำลังใจ คอยดูแลยามเราป่วยไข้”
        ตาวิเริ่มแดงผมคิดว่าวิคงซึมซับสิ่งที่ผมพูดไปบ้างไม่มากก็น้อย
        “คุณบีมีเรื่องจะบอกวิอีกไหมค่ะ ถ้าไม่มีวิขอตัวก่อนนะค่ะ พอดีหุ้นกำลังขึ้นวิกลัวไปสั่งขายไม่ทัน”
        “อ้อ ครับ ผมไม่มีอะไรแล้วครับ คุณวิกลับไปทำงานเถอะ”
        “ค่ะ วิขอตัวค่ะ”

        วิรีบออกไปจากห้องทำงานผม เธอคงรู้สึกสะเทือนใจไม่มากก็น้อยเลยต้องรีบหนีออกไปก่อนที่ผมจะพูดแทงใจดำจนเธอต้องปล่อยหยดน้ำตาให้ผมเห็น ผมรู้สึกสงสารวิเหมือนผ่านเรื่องที่โหดร้ายมาจนกลายเป็นคนที่มีนิสัยกรานแบบนี้

        หลังจากวิออกไปจากห้อง ผมก็เรียกหงส์เข้ามาถามเรื่องนัดเจอกับคุณป้าของวิ หงส์นัดเจอกับคุณป้าที่ไร่ของแกที่จังหวัดปทุม ผมเลยชวนหงส์ไปด้วยเลยจะได้ไม่ต้องโทรให้แนนแวะมารับเธออีก

        “งั้นหงส์ไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ อืมแล้วเที่ยงนี้กินข้าวด้วยกันหน่อยซิ ไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้วนะ”
        “ค่ะ”
        ก้อยโทรเข้ามาหาผม
        “อ้าวพี่ก้อยโทรมาแล้ว เดี๋ยวเที่ยงรอพี่ด้วยนะ เดี๋ยวเราไปกินข้าวด้วยกัน”
        “ค่ะพี่บี” หงส์กลับออกไปนอกห้องทำงานของผม
        ผมกดโทรศัพท์รับสายก้อย
        “สวัสดีจ๊ะคิดถึงพี่แต่เช้าเลยหรอ”
        “ไม่ใช่ซะหน่อยค่ะ เข้าข้างตัวเองอีกและ”
        “ก้อยไม่คิดถึงพี่เลยหรอ พี่คิดถึงก้อยทุกวันเลยนะ”
        “อุ้ย อย่าเพิ่งพูดเล่นซิค่ะ ก้อยขอคุณเรื่องสำคัญก่อน”
        “อะไรหรอ ก้อยท้องหรอ ดีใจจังพี่จะมีลูกแล้ว”
        “บ้าอะพี่บี ก้อยไม่ท้องซะหน่อย ก้อยจะโทรมาบอกว่าบ่ายนี้เค้าจะประกาศคนที่จะได้เป็นผู้จัดการแผนกแทนผู้จัดการคนเก่าแล้วนะค่ะ”
        “งั้นหรอ พี่ดีใจด้วยนะ”
        “แหมพี่บี เค้ายังไม่ได้ประกาศว่าก้อยได้เป็นซะหน่อย”
        “งั้นพี่เอาใจช่วยแล้วกัน”
        “ขอบคุณค่ะก้อยยังไม่ค่อยมันใจว่าจะได้เลยค่ะพี่บี”
        “พี่ชื่อว่าก้อยทำเต็มความสามารถแล้วนะ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไงพี่อยากให้ก้อยภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไว้อย่างเต็มที่”
        “ค่ะขอบคุณนะค่ะ อืมก้อยต้องวางสายแล้ว ได้ผลยังไงก้อยจะโทรหานะค่ะ”
        “จ๊ะ พี่จะรีบเตรียมผู้ใหญ่ไปขอก้อยเลยแล้วกันนะ”
        “พูดเล่นอีกแล้ว แค่นี้ก่อนนะค่ะ คิดถึงค่ะ”
        “จ้า พี่ก็คิดถึงก้อยนะ”
        “ค่ะ บายค่ะ”
        “บายจ๊ะ”

        ผมคิดว่าก้อยต้องได้เป็นผู้จัดการแผนกแน่ๆ แต่ก็พูดเผื่อไว้เกิดโผพลิกขึ้นมาก้อยจะได้ทำใจได้ แต่ถ้าโผพลิกขึ้นมาจริงผมคงต้องเรียกผู้จัดการใหญ่บริษัทนี้มาสอบสวนอีกรอบแน่ๆ 

        เที่ยงผมก็ลุกขึ้นเก็บของออกจากห้อง หงส์เห็นผมเปิดประตูออกมาก็รีบหยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้นตาม 

        “ปะวันนี้เราไปกินเป็ดย่างกันดีกว่า”

        หงส์ยิ้มเจือนๆ เหมือนมีเรื่องอะไรในใจ ผมมองไปก็เห็นคุณรุชกำลังเดินตรงมาหาผมกับหงส์ หงส์ทำหน้าตกใจแล้วกอดแขนผมแน่น คุณรุชเห็นหงส์กอดแขนผมก็ทำหน้าแปลกๆ ก่อนจะหันกลับแล้วรีบเดินหนีไป

        ผมหันมองหน้าหงส์แล้วยิ้มก่อนจะปล่อยให้เธอเกาะแขนผมระหว่างที่เดินไปที่ลิฟท์ ผมคิดในใจว่าหงส์กับคุณรุชคงทะเลาะกันอีกแล้ว ผมพาหงส์ไปที่รถ ระหว่างที่ผมขับรถออกจากบริษัท ผมก็ชวนหงส์คุยเพื่อให้เธอหายกังวนเรื่องคุณรุช

        “เราไปกินเป็นย่างกันที่ไหนดี ไปร้านเดิมที่หงส์เคยทำงานดีไหม”
        หงส์ได้แต่ยิ้ม
        “เอาแต่ยิ้มอีกแล้ว งั้นก็ไปร้านที่พี่บอกนะ”
        “ค่ะ”

        ไปถึงร้านผมก็เปิดห้องส่วนตัวเพราะอยากให้หงส์ทานได้เต็มที่ไม่ต้องอายถ้าเกิดเจอเพื่อนเก่าที่เคยทำงานอยู่ที่ร้านนี้ด้วยกัน แน่นอนว่าผมสั่งของที่หงส์ชอบมาครบทุกอย่าง

        “คราวที่แล้วพี่เอาใจไอ้ตัวเล็กไปแล้ว คราวนี้พี่ขอเอาใจหงส์บ้างแล้วกันนะ กินเยอะๆ เลยนะ เพราะไอ้ตัวเล็กไม่ชอบอาหารจีน พี่คงไม่ค่อยได้พามาบ่อยๆ”
        หงส์ยิ้ม ไม่พูดอะไรแต่ผมก็รู้ว่าเธอดีใจที่ผมพามาทานของที่ชอบ
        “อืมพอมานั่งร้านนี้อีกครั้ง พี่นึกถึงวันที่เจอหงส์ครั้งแรกขึ้นมาทันทีเลยนะ สาวน้อยหน้าหมวยๆ ใส่ชุดกี่เภ้าสีแดง เกล้าผมแบบเด็กสาวจีน”
        หงส์ยิ้มเขินจนหน้าแดง
        “แต่ตอนนี้หงส์ดูเปลี่ยนไปเยอะนะ จากเด็กสาวเป็นสาวเต็มตัว แต่ก็นิสัยก็ยังเหมือนเดิม ไม่พูดไม่จาเอาแต่ค่ะๆ”
        หงส์ก็เอาแต่ยิ้ม ผมเลยไม่รู้จะพูดอะไรได้แต่ยิ้มตอบเธอ
        “เอาเป็ดมาแล้วเริ่มทานกันเลยดีกว่าพี่หิวแล้ว”

        ผมคีบเป็ดย่างให้หงส์เป็นการเปิดงานเพราะรู้ว่าหงส์ไม่ยอมเริ่มตักอะไรทานถ้าผมไม่ได้เริ่มทานไปก่อนซักคำสองคำ เรานั่งกินเป็ดย่างหมูแดงหมูกรอบที่หงส์ชอบ แล้วพนักงานก็เอาติ่มซำที่ผมสั่งไว้มาเสริฟ ขณะที่ผมกำลังจะคีบฮะเก๋าผมก็นึกเรื่องนึงขึ้นมาได้

        “พอพี่เห็นฮะเก๋าก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้นะว่านอกจากหงส์แล้วคนที่ชอบอาหารจีนแบบนี้ยังมีอีกคน”
        หงส์ทำหน้าสนใจ
        “เฮอ พอนึกได้พี่ก็ยิ่งรู้สึกแย่นะ พี่ไม่เคยโทรหาเจนเลย พี่นี่ขี้ลืมจริงๆ มานึกได้ก็ตอนกินของที่เธอชอบแบบนี้”
        หงส์ได้แต่มองหน้าผมตาแป้ว
        “มีแต่เจนที่โทรมาหาพี่ พี่ไม่เคยโทรหาเจนเลย สงสัยตอนนี้เจนกลายเป็นแฟนแนนแทนแฟนพี่แล้วละมั้ง เพราะแนนโทรหาเจนบ่อยกว่าพี่ซะอีก”
        “ไม่หรอกค่ะ พี่บีเป็นคนที่จำรายละเอียดของคนอื่นได้ทุกคน แต่แค่พี่บีมีคนให้พี่สนใจเยอะเลยอาจจะไม่มีเวลาที่จะมานั่งนึกถึงครบทุกคน”
        “อ้าวนี่หงส์ว่าพี่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นจนไม่มีเวลานึกถึงแฟนหรอเนี่ย” ผมแกล้งว่าหงส์เพราะนานๆ ทีเธอถึงจะกล้าออกความเห็นแบบนี้
        “เออ เปล่านะค่ะ หงส์ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น หงส์ขอโทษนะค่ะพี่บี” หงส์ทำหน้าจ๋อย
        “จะกลัวทำไมเนี่ย ดีแล้วหละคิดอะไรก็พูดออกมา หงส์เป็นคนไม่พูด พี่ไม่รู้หรอกนะว่าหงส์กำลังคิดอะไรอยู่ คนอื่นก็เหมือนกัน (ผมหมายถึงคุณรุช) ต่อไปมีอะไรก็พูดออกมา มันไม่น่ากลัวหรอก ดีซะอีกคนอื่นจะได้เข้าใจเรานะ”
        หงส์ยิ้มแล้วก็พยักหน้า

        เรานั่งทานข้าวกันต่อ ผมคีบโน้นคีบนี้ให้หงส์กินจนรู้สึกว่าพุงเธอป่องนิด แต่ไม่เป็นไรผมชอบฟัดพุงนิ่มของเธออยู่แล้ว โทรศัพท์ผมดังขึ้น ผมหยิบขึ้นมาดูว่าใครโทรมา “ไอ้ตัวเล็ก”

        “ว่าไงไอ้ตัวเล็กมีอะไร”
        “พี่บีอยู่ไหนอะ”
        “พี่อยู่ข้างนอกกินข้าวกับหงส์อยู่”
        “พี่หงส์หรือสาวอื่น”
        “ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวพี่ส่งโทรศัพท์ให้คุยกับหงส์ไหม”
        “ไม่ต้อง เดี๋ยวเย็นนี้แนนค่อยถามพี่หงส์ก็ได้ว่าพี่บีโกหกหรือเปล่า”
        “อะ เดี๋ยวนี้หวงพี่ขนาดต้องโทรเช็คแล้วหรอ”
        “เชอะ ไม่ใช่ซะหน่อย”
        “ไม่ใช่แล้วโทรมาเนี่ยมีอะไร”
        “พี่บีว่างไหมอะ” แนนทำเสียงอ้อน
        “เดี๋ยวจะไปธุระต่อมีอะไรว่ามา”
        “พี่บีไปเอาของให้แนนหน่อยซิ”
        “เอาของอะไร”
        “ก็เอาของที่ลุงชลให้หน่อย”
        “ลุงชลไหน ญาติเรามาจากเชียงใหม่หรอ”
        “ไม่ใช่”
        “อ้าวแล้วใครหละ พี่ไม่รู้จักคนชื่อนี้นะ”
        “โห ก็ลุงชลที่อยู่คลองถมไง”
        “อ้าวทำไมเรารู้จักด้วยหละ”
        “จำได้แล้วใช่มะ”
        “ยังไม่ตอบพี่เลยว่าทำไมเรารู้จักลุงชลด้วย”
        “ก็นามบัตรในกระเป๋าพี่บีอะ”
        แล้วผมก็นึกได้ว่าแนนยึดกระเป๋าวิเศษผมไปตั้งแต่ผมยังไม่ได้รถคันนี้เลย
        “แล้วสั่งอะไรไปเนี่ย”
        “ไปรับมาก็รู้เองแหละ”
        “ซนนะเราเนี่ย อย่าเอาไปเล่นกับฟางจนฟางเสียเด็กหละ”
        “แหมก็ไม่ได้เอาไว้เล่นกับฟางคนเดียวซะหน่อย พี่ก้อยพี่หงส์ด้วย”
        “พี่มีธุระไปเอาพรุ่งนี้ได้ไหม”
        “แหมพี่บีอะ แนนอยากได้วันนี้ พี่บีไปเอาให้หน่อยนะ”
        “แบบนี้คงต้องมีรางวัลหน่อยนะ เพราะว่าพี่ต้องโดดงานไปเอาให้”
        “แหม ปรกติก็โดดงานอยู่แล้วนี่ ไปเอาให้หน่อยไม่ได้หรอ”
        “อ้าวว่าพี่หรอ แบบนี้ค่อยไปเอาอาทิตย์หน้าดีกว่า”
        “โอ้ย แนนอยากได้วันนี้อะ”
        “อยากได้ก็พูดให้มันเพราะๆ หน่อย”
        “ฮึ ก็ได้ พี่บีขาแวะไปเอาให้น้องแนนหน่อยนะค่ะ”
        “แล้วรางวัลหละ”
        “ถ้าพี่บีเอามาให้น้องแนนวันนี้ น้องแนนจะเตรียมรางวัลพิเศษไว้ให้พี่บีนะค่ะ”
        “รางวัลอะไร”
        “แหมพี่บีก็เอาไว้ถึงเวลาค่อยรู้นะค่ะ แนนเขิน”
        เสียงอ้อนแนนทำผมสยิวจริงๆ
        “ก็ได้เดี๋ยวกินข้าวเสร็จจะแวะไปเอาให้”
        “ค่ะแนนรอให้รางวัลพี่บีอยู่นะค่ะ วันนี้รีบกลับมาเร็วๆ นะค่ะ”
        “อืม แค่นี้นะ”
        “ค่ะ แนนคิดถึงพี่บีนะค่ะ”
        “พอๆ เริ่มเลียนแล้ว บาย”

        ผมวางสายแล้วก็หัวเราะที่แนนพูดอ้อนผม หงส์มองหน้าผมแล้วก็ยิ้ม ผมบอกหงส์ว่าเดี๋ยวทานข้าวเสร็จผมจะแวะไปเอาของให้แนน ผมกับหงส์ทานอาหารกันจนอิ่มจากนั้นผมก็ขับรถไปคลองถมเพื่อเอาของให้แนน ผมจอดรถไว้ใกล้ๆ ก่อนจะพาหงส์เดินเข้าไปในซอยเพื่อไปร้านลุงชล

        “หงส์ยืนดูของร้านนี้รอพี่ดีกว่านะ เดี๋ยวจะอายหนุ่มๆ ที่ยืนอยู่ที่ร้านลุงชล”
        ผมบอกหงส์รอเพราะมีคนยืนมุงร้านลุงชลอยู่หลายคน จากนั้นผมก็เดินเข้าหาลุงชลที่กำลังยุ่งขายของอยู่
        “หวัดดีครับลุง”
        “อ้าว หายหน้าไปนานเลยนะบี”
        “ยุ่งๆ หนะครับลุง”
        “แล้ววันนี้ลมอะไรพัดมาหละ”
        “ก็เมียคนกลางผมหนะซิบอกว่าสั่งของกับลุงไว้เนี่ยสั่งให้ผมมาเอาวันนี้ให้ได้”
        “อ้อ นั่นเมียบีหรอ แหมตอนโทรมาลุงก็งงๆ เมียบีนี่เองลุงเตรียมไว้ให้แล้ว”
        ลุงชลหยิบถุงพลาสติกทึบสีดำที่มีของอันแน่นอยู่ด้านในขึ้นมาส่งให้ผม
        “อะไรบ้างเนี่ย ไอ้ตัวเล็กสั่งอะไรบ้างครับลุงเต็มถุงเลย”
        “ก็หลายอย่างนะ แต่นี่แฟนบีก็ตัดทิ้งไปหลายอย่างแล้วนะเห็นบอกว่าไม่อยากให้เกินงบ”
        “หรอครับ เหอๆ งั้นลุงเอาของที่เค้าตัดทิ้งไปใส่ถุงให้ผมด้วยนะครับ”
        “อ้าว เอาด้วยหรอ”
        “เอามาเถอะครับ เพราะได้ของไม่ครบแบบนี้เดี๋ยวก็อ้อนให้ผมมาซื้อให้อีก ซื้อไปเลยดีกว่าจะได้ไม่ต้องมาหลายเที่ยว”
        “เหอๆ แหมน่าอิจฉานะ นี่เมียคนกลางหรอ แล้วตกลงบีมีเมียกี่คน”
        “สามครับลุง”
        “โห แบบนี้ก็แสดงว่ายาที่ลุงให้ได้ผลดีซินะ”
        “อืมใช่เลยลุง ผมลืมไปเลยยาจะหมดแล้ว เอาให้ผมอีกสามกล่อง อืมหกเลยดีกว่าผมจะเอาไปให้เจ้านายด้วย”
        “เหอๆ เอาซิ เมียเยอะแบบนี้ คงต้องเสียแรงเยอะซินะ”

        ผมซื้อเจลโอ ถุงยางปลอกนิ้วที่ผมเคยเก็บไว้ในกระเป๋าวิเศษอีกชุด เพราะชุดเดิมผมโดนแนนแย่งไปแล้ว หลังจากซื้อของเสร็จ คนที่มุงดูอยู่เริ่มซา ลุงชลก็แซวผมเรื่องหงส์

        “นี่แล้วคนที่ให้ยืนรอตรงนั้น เมียคนที่เท่าไหร่หละ”
        “หึ ลุงรู้ได้ไงครับว่าน้องเค้ามากับผม”
        “ก็ลุงเห็นน้องเค้าคอยมองมาที่บีตลอด”
        “ไม่ใช่เมียหรอกครับลุง เลขาผมหนะ”
        “แหมเลขาที่พามาซื้อของแบบนี้ได้ คงไม่ธรรมดามั้ง”
        “อุ้ย ไม่หรอกครับ แหมแบบนี้น้องเค้าเสียงหายนะครับลุง”

        พอซื้อของเสร็จผมก็ลาลุงชล แกให้นามบัตรใหม่ผมมาอีกและบอกว่าทีหลังให้สั่งทางเวปก็ได้มีรูปมีราคาเสร็จพร้อมส่ง EMS ฟรี ผมบอกแกว่าจะบอกแนนให้จากนั้นผมก็เดินมารับหงส์ ผมเดินหาซื้อกระเป๋าเพื่อทำเป็นกระเป๋าวิเศษใบใหม่ของผม 

        หลังจากซื้อกระเป๋าเสร็จผมก็กลับไปที่รถแล้วขับไปสวนของคุณป้าของวิ ระหว่างทางแนนก็โทรมาอีกเหมือนจะโทรมาเช็คว่าผมไปเอาของให้เธอแล้วหรือยัง

        “ที่รักขา เอาของมาให้น้องแนนหรือยังค่ะ”
        “เอาให้แล้วจ๊ะ”
        “งั้นแนนขอคุยกับพี่หงส์หน่อยซิค่ะ”
        “ได้ซิจ๊ะที่รัก”
        ผมส่งโทรศัพท์ให้หงส์ แล้วก็หัวเราะเพราะเลี่ยนคำพูดที่แนนแกล้งพูดกับผม หงส์หันมาถามผมว่าของๆ แนนคืนอันไหนบ้าง ผมเลยยอกเธอว่าอยู่ในถุงสีดำแยกไว้แล้ว หงส์หยิบถุงที่ใส่ของที่เป็นของแนนมาใส่กระเป๋าสะพายก่อนจะส่งโทรศัพท์คืนให้ผม

        “แนนขอคุยด้วยค่ะพี่บี”
        “อืม”
        ผมรับโทรศัพท์มาแล้วคุยหวานๆ กับแนนต่อ
        “แล้วรางวัลของพี่หละจ๊ะที่รัก พี่ขอรับคืนนี้เลยได้ไหม”
        “แหมพี่บีก็อย่ารีบร้อนซิค่ะ ของดีก็ต้องอดใจรอกันหน่อย”
        “แล้วเมื่อไหร่พี่จะได้รางวัลหละเนี่ย”
        “ก็วันศุกร์นี้ไงค่ะ” แนนเปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาเป็นปรกติ “แนนจะเอาเบียร์ให้พี่ก้อยกินเยอะ เป็นรางวัลให้พี่บีไงค่ะ” แนนหัวเราะแล้วรีบกดวางสาย
        “หน่อยไอ้ตัวเล็ก”
        หงส์หัวเราะแนนคงบอกเธอแล้วว่าจะแกล้งผมแบบนี้ 
        
        ผมขับรถไปถึงสวนของคุณป้าของวิ คุณป้ารีบออกมาต้อนรับ

        “ขอบคุณมากนะค่ะที่อุสาห์มาหาป้าถึงบ้าน”
        “ไม่เป็นไรหรอกครับคุณป้า ผมเอกก็อยากมาดูสวนของคุณป้าด้วย คุณป้าคงรู้เรื่องจากลินแล้วนะครับที่ผมจะขอซื้อผลไม้ของคุณป้าไปขายที่คอนโด”
        “ค่ะ ป้าทราบแล้ว ป้าต้องขอบคุณ คุณบีมากเลยนะค่ะ ช่วยป้าเรื่องลุงแล้วยังมาช่วยป้าเรื่องสวนนี่อีก”
        “ไม่ถือเป็นการช่วยหรอกครับคุณป้า คุณป้าเป็นฝ่ายช่วยผมต่างหาก เพราะผลไม้ของคุณป้าวันนั้น ผมก็มีหนทางหารายได้เพิ่มและยังเป็นการดึงลูกค้าต่างประเทศอีก”
        “อย่างป้าจะช่วยอะไรคุณบีได้ มีแต่คุณบีนั่นแหละที่จะกรุณาป้า”
        “ผมขอเดินดูสวนหน่อยได้ไหมครับ”
        “ได้ค่ะป้าจะเป็นคนพาเดินดูเอง”

        ผมให้คุณป้าพาเดินดูสวนของแกจนทั่ว ก่อนจะกลับมานั่งคุยกันต่อที่แคร่หน้าบ้านของแก

        “แล้วคุณป้าไม่ไปเฝ้าคุณลุงหรอครับ”
        “คงไม่ต้องแล้วจ๊ะ คุณลุงดีขึ้นเยอะแล้ว อีกไม่กี่วันก็คงกลับบ้านได้ ที่ป้ากลับมาอยู่บ้านเนี่ยก็เพราะลุงแกสั่งแหละจ๊ะ แกกลัวไม่มีคนดูแลสวน”

        ผมคุยกับคุณป้าต่ออีกจนเย็นถึงได้ขอตัวกลับ คุณป้าให้ผลไม้ผมมาอีกหลายตระกร้า ผมบอกให้แกเก็บไว้ขายก็ไม่ยอม ผมจะไม่เอาก็กลัวแกจะคิดว่าผมหยิ่งไม่กินของราคาถูก

        หลังจากออกจากบ้านคุณป้าก้อยก็โทรมาหาผม

        “ว่าไงครับผู้จัดการคนใหม่”
        “แหมพี่บีก้อยเขินนะค่ะ”
        “อืม พูดแบบนี้ก้อยของพี่ก็ได้เป็นผู้จัดการอย่างที่หวังแล้วหละซิ”
        “ค่ะ”
        “ดีขอแสดงความยินดีด้วยนะ งั้นวันนี้เราไปฉลองตำแหน่งใหม่ก่อนกันดีไหม”
        “คือ เอาไว้วันศุกร์ได้ไหมค่ะ วันนี้เพื่อนในออฟฟิตจะให้ก้อยพาไปเลี้ยง”
        “แหม พอเป็นหัวหน้าปุ๊บก็เริ่มไม่ค่อยว่างซะแล้ว สงสัยพี่ต้องรีบจับก้อยแต่งงานแล้วให้เลี้ยงลูกอยู่บ้านดีกว่า”
        “ไม่เอานะพี่บี ก้อยเพิ่งจะได้ตำแหน่งเอง ก้อยอยากทำงานต่อก่อน เรื่องลูกก้อยยังไม่พร้อม”
        “เรื่องลูกยังไม่พร้อมไม่เป็นไร แต่เรื่องแต่งงานรับปากพี่ไว้แล้วนะ ห้ามเบี้ยวหละ”
        “ก้อยไม่เบี้ยวหรอกค่ะ แต่ขอเป็นต้นปีหน้าตามที่คุยกันไว้นะค่ะ”
        “ก็ได้เรื่องแต่งนะ แต่เรื่องหมั่นคงจัดก่อนได้นะ”
        “ไม่เอาแล้วก้อยอายนะค่ะ เอาไว้ค่อยคุยนะค่ะพี่บีก้อยขอย้ายของไปไว้ในห้องทำงานใหม่ก่อน”
        “จ๊ะแล้วคุยกัน”

        ผมแวะซื้อกับข้าวก่อนเข้าไปที่คอนโดเพื่อฉลองที่ก้อยได้เป็นผู้จัดการกับแนนหงส์และฟางก่อน แล้วค่อยฉลองอีกทีตอนที่ก้อยมาค้าง ไปถึงห้องแนนก็รีบเข้ามากอดหงส์ ผมรู้ว่าเธออยากจะรีบมาเอาของเล่นมากกว่า หงส์หยิบถุงสีดำส่งให้แนนก็รีบวิ่งไปนั่งที่โซฟาแล้วแกะดู

        “อุ้ยทำไมมีอันนี้ด้วยหละ พี่บี” แนนตะโกนมาถามผม
        “ก็ลุงเค้าบอกแนนอยากได้แต่ตั้งไม่พอไม่ใช่หรอ พี่เลยให้ลุงชลแกเอาของที่แนนอยากได้มาให้ผมทีเดียว พี่จะได้ไม่ต้องไปอีกรอบ”
        “แหม รู้ใจจัง แบบนี้ต้องให้พี่ก้อยกินเบียร์ซักครึ่งโหลจะได้สมกับที่ทำความดี”
        “เอาซี่ถ้าพี่ก้อยเมาพี่จะอุ้มพี่ก้อยไปไว้ในห้องนอนกับเราแล้วขังไว้ด้วยกันซะเลย”
        “โอ้ยไม่เอานะ”

        ผมเข้าไปแกล้งแนนขณะที่เธอกำลังจะพาฟางไปลองของเล่นที่ซื้อมาใหม่ แนนร้องโวยวายใส่ผมเราวิ่งไล่กันไปทั่วห้อง แต่ขณะนั้นโทรศัพท์หงส์ก็ดังขึ้น ผมกับแนนหันไปดูพร้อมกันเพราะร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครโทรหาหงส์ในช่วงเวลาหลังเลิกงานแบบนี้เลย

        หงส์ดูจอมือถือแล้วทำหน้าเหมือนไม่อยากรับสายจากนั้นก็แอบเดินไปรับสายที่หน้าห้อง พฤติกรรมหงส์ทำให้ผมกับแนนส่งสัย เราสองคนแอบไปยืนฟังได้ยินเสียงหงส์เหมือนกำลังทะเลาะกับใครอยู่แต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องจนหงส์เปิดประตูกลับเข้ามา แนนเลยเอ่ยปากถามหงส์

        “พี่หงส์เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมทำหน้าแบบนั้นหละ”
        “พี่ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ”
        “โกหกไม่เนียนเลยนะ ปากบอกไม่เป็นไรแต่หน้าบอกบุญไม่รับ” ผมเสริม
        “ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะพี่บี พี่บีกับแนนไปอาบน้ำกันเถอะค่ะ เดี๋ยวหงส์จัดโต๊ะเสร็จจะได้ทานข้าวกัน”
        “ปะเราไปอาบน้ำกันนะไอ้ตัวเล็ก”
        “อืม เอ้ย ไม่เอาแนนจะอาบกับฟางสองคน”
        “ไม่ต้องเลย จะเล่นของเล่นใหม่หละซิ”
        “ไม่ต้องมายุ่งเลย”

        ผมกับแนนแกล้งกันต่อทำให้หงส์หัวเราะออกมา แต่สีหน้าเธอก็ยังดูเหมือนกำลังกลุ้มใจอยู่ดี ระหว่างทานข้าวมีโทรศัพท์ผมดังขึ้น ผมรู้สึกว่าวันนี้ทำไมมันมีสายเข้ามากจังปรกติไม่เคยเยอะแบบนี้ ผมลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ดู เบอร์ที่โทรมาเป็นเบอร์ของคอนโด ผมเลยกดรับ

        “คุณบีครับ คุณช่วยลงมาข้างล่างหน่อยได้ไหมครับ” ผู้ดูแลคอนโด
        “มีอะไรหรอครับ มีคนชนรถผมหรอ”
        “ไม่ใช่ครับ มีคนมาเมาอาละวาดบอกว่าจะมาหาคุณ”
        “ใครอะ เค้าชื่อะไร เค้าบอกไหม”
        “ดูเหมือนจะชื่อรุชอะไรเนี่ยแหละครับ”
        “อ้อหรอ เค้ามานานหรือยังเนี่ย”
        “นานแล้วครับมาอาละวาทอยู่นานแล้วผมกำลังจะให้ยามจับตัวออกไปด้านนอกเค้าก็บอกว่ามาหาคุณบี ผมเลยยังไม่กล้าทำอะไร ได้แต่ให้ยามคุมตัวไว้ก่อน”
        “ได้ๆ เดี๋ยวผมลงไป” ผมเผลอมองหน้าหงส์ทำให้เธอรู้ว่าโทรศัพท์ที่เข้ามาต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเธอ
        “อย่าเพิ่งทำอะไรรุนแรงนะครับ เค้าเป็นน้องผมเอง ผมจะลงไปเดี๋ยวนี้” ผมกดวางโทรศัพท์แล้วหยิบคีย์การ์ด
        “มีอะไรค่ะพี่บี” หงส์ถามผมด้วยสีหน้าร้อนรน
        “เออ อืมมีคนถอยรถชนรถพี่หนะ พี่จะลงไปดูซักหน่อย หงส์ทานข้าวต่อเถอะเดี๋ยวพี่ขึ้นมา”

        หงส์ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อแต่ก็ไม่พูดอะไร แนนกับฟางมองหน้าผมทีมองหน้าหงส์ทีเหมือนกำลังงง ผมรีบลงไปที่ล๊อบบี้เจอยามกำลังจับตัวคุณรุชที่สภาพเหมือนกำลังเมาจนไม่ได้สติ ผมไม่อยากให้มีคนรู้ยืนดู ผมเลยให้ยามช่วยพยุงคุณรุชไปคุยที่ลานจอดรถ พอถึงลานจอดรถผมก็ให้ยามปล่อยตัวคุณรุชและกลับไปทำหน้าที

        “พวกคุณเปล่าเค้าเถอะ ที่เหลือผมจัดการเอง พวกคุณกลับไปทำงานได้แล้ว”
        ยามสองคนมองหน้ากันเหมือนไม่มั่นใจก่อนจะกลับไปทำงานของตัวเอง
        “คุณรุชมาหาผมที่นี่ คุณมีอะไรจะคุยกับผมงั้นหรือครับ”
        “ผมอยากเจอหงส์”
        “คุณมาผิดที่แล้วหละครับคุณรุช หงส์ไม่ได้อยู่ที่นี่ ทำไมคุณไม่ลองไปดักรอเธอที่หอดูหละครับ”
        “หึคุณอย่ามาแกล้งเซอเลย ผมรู้หมดแล้วว่าหงส์อยู่กับคุณ หงส์เป็นแค่น้องสาวคุณแต่หงส์เป็นเมียคุณด้วย หงส์บอกผมหมดแล้ว เธอบอกให้ผมตัดใจ แต่ผมตัดใจไม่ได้”
        “ในเมื่อคุณรู้แล้ว คุณยังจะรักผู้หญิงที่เป็นน้อยของคนอื่นแบบนี้อีกหรอครับ”
        “ตอนแรกผมก็รับไม่ได้ ผมเกลียดหงส์เข้าใส้ แต่พอผมขาดเธอผมก็รู้ว่าผมทนอยู่แบบนี้ไม่ได้”
        “แล้วคุณจะเอายังไง”
        “ผมอยากได้หงส์คืน”
        “แต่หงส์ไม่เคยเป็นของคุณนะคุณรุช แล้วคุณก็ยังเคลียเรื่องแฟนนางแบบคุณไม่ได้ซักที แบบนี้ผมคงให้คุณคบหงส์ต่อไม่ได้ ผมว่าคุณเลิกยุ่งกับหงส์ซะดีกว่า”
        “ทำไม แกมีเมียตั้งสามคนแล้ว ยังคิดจะหุบหงส์ไว้เป็นนางบำเรออีกคนหรอ” 
        พอดูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่องคุณรุชก็เริ่มใช้คำหบายคาย
        “ผมไม่ได้เก็บหงส์ไว้เป็นนางบำเรอนะคุณรุช ผมดูแลเธอดี ดีกว่าที่คุณดูแลเยอะ ผมไม่เคยปล่อยให้เธอต้องโดนใครมาทำร้ายเหมือนคุณ”
        “ผมก็ดูแลหงส์ได้ ผมปกป้องเธอได้”
        “ปกป้องเธอได้หรอครับ แล้วที่แฟนนางแบบของคุณมาดักทำร้ายหงส์ถึงสองครั้งมันอะไร ผมขอเตือนคุณไว้นะครับคุณรุช จากนี้ไปถ้าหงส์ยังโดนแฟนคุณมาทำร้ายอีก ผมเอาเรื่องแน่ และผมก็จะไม่ไว้หน้าคุณด้วยต่อให้คุณลุงคุณขอร้องก็เถอะ”
        “ใช่ซิ เดี๋ยวนี้มึงมันใหญ่กว่ากูแล้วนี่ มึงมันลูกรักคุณลุง กูมันก็แค่หลานที่ไม่เอาไหน แต่ถ้าไม่ใช่เพราะมึงเลียคุณลุงกูมึงก็ไม่มีทางได้ดีขนาดนี้หรอกวะ ถุย”
        “ผมว่าคุณเมามากแล้วนะครับคุณรุช คุณกลับไปก่อนเถอะ เอาไว้คุณไม่เมาแล้วค่อยมาคุยกันใหม่”
        “กูไม่เมากูจะเอาเมียกูคืน มึงมันก็แค่แมงดาเท่านั้นแหละ ถ้าไม่ใช่เพราะมึงเอาอีส้มจนถึงใจ มึงก็ไม่มีวันนี้หรอก”
        คุณรุชทำเอาผมฟิวล์ขาด ผมซัดหมัดขวาใส่หน้าคุณรุชจนหงายลงไปนั่งกับพื้น
        “งั้นคุณรุชลองแสดงให้ผมดูหน่อยได้ไหมครับว่าคุณสามารถจะปกป้องหงส์ได้อย่างที่ปากพูดหรือเปล่า หรือคุณมันก็แค่หลานที่อาศัยบารมีลุงมาอวดอ้างว่าตัวเองใหญ่โต หรือคุณมันก็แค่เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่พอไม่มีบารมีคุณลุงช่วยก็ทำอะไรไม่เป็น”
        “มึง” คุณรุชลุกขึ้นมาพร้อมกับชกใส่ผม
        ผมหลบพร้อมกับแทงเข่าใส่ท้องคุณรุชจนตัวงอก่อนจะต่อยขวาไปที่หน้าอีกครั้งจนคุณรุชลงไปนอนหงายกับพื้น
        “ถ้าคุณทำได้แค่นี้ ผมว่าต่อไปคุณขอคุณลุงคุณไปทำงานที่อื่นดีกว่า ผมไม่อยากให้หงส์อยู่ใกล้ๆ กับผู้ชายไม่เอาไหนอย่างคุณ”
        คุณรุชพยายามพยุงตัวขึ้นยืนจากนั้นก็ต่อยซ้ายต่อขวาใส่ผม ขนาดคนไม่เมาผมยังหลบได้สบายนับประสาอะไรกับคนเมาแทบไม่ได้สติแบบนี้ แต่คุณรุชก็ทำให้ผมโกรธอีกครั้งด้วยคำพูดดูถูก

        “จะหลบไปถึงไหนวะไอ้แมงดา”
        
        ผมฟิวส์ขาดอีกรอบ ผมปล่อยให้หมัดขวาคุณรุชกระแทกหน้าจากนั้นผมก็จับมือคุณรุชไว้

        “ตกลงทำได้แค่นี้ใช่ไหม ต่อยได้เบาหวิวขนาดนี้ยังคิดจะมาแย่งผู้หญิงของกูหรอ”
        ผมปล่อยมือคุณรุชแล้วเปลี่ยนไปจับคอเสื้อเค้าไว้ จากนั้นก็ยิงหมัดขวากระแทกหน้าคุณรุชดังผัวะๆ แบบไม่นับ พอดีหงส์กับแนนที่ตามลงมาเห็นเข้าเลยรีบมาห้าม
        “พี่บีหยุดเถอะ” แนนเข้ามาขว้าแขนผม
        ส่วนหงส์นั่งลงไปดูอาการของรุชที่ตอนนี้นอนแผ่อยู่กับพื้น
        “คุณรุช คุณรุช เป็นยังไงบ้างค่ะ”
        “หงส์ หงส์จริงๆ ใช่ไหม ในที่สุดหงส์ก็ยอมพูดกับผมแล้ว หงส์ยอมมาหาผมแล้ว”
        “อย่าเพิ่งพูดเลยค่ะคุณรุช ดูซิหน้าคุณเลอะไปหมดแล้ว”
        “หงส์ หงส์ไปกับผมนะ หงส์กลับไปกับผมนะ”
        “คุณรุชไปหาหมอก่อนเถอะค่ะแล้วพรุ่งนี้เราค่อยคุยกันที่ออฟฟิตนะค่ะ”
        “ไม่ผมไม่ไปไหน ถ้าหงส์ไม่ไปด้วย”
        ผมรู้สึกว่าหงส์เริ่มใจอ่อนเลยบอกให้แนนพาหงส์กลับขึ้นไปบนห้อง

        “แนนพาหงส์กลับไปบนห้อง”
        “แต่พี่บี”
        “พี่บอกให้พาหงส์กลับขึ้นไปบนห้องไง” ผมดุแนนที่ไม่ยอมทำตามที่ผมบอก
        “ค่ะ ค่ะ”
        แนนรีบเข้าไปดึงหงส์ให้ลุกขึ้น
        “พี่หงส์ไปเหอะ”
        “แต่”
        “ไปเหอะน่าพรุ่งนี้ค่อยคุยกับเค้านะ”
        
        หงส์ยอมตามแนนกลับขึ้นไปบนห้อง พอหงส์กับแนนไปแล้วผมก็เดินเข้าไปดึงคอเสื้อคุ


*

ออฟไลน์ gai

  • Junior Member
  • ***
  • 445
  • 19
    • ดูรายละเอียด
Re: ก้อย final season ep 17 by Ukisa
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2018, 12:55:51 am »
 ::Angry::   ต่อๆๆๆๆๆ

 หงส์ยอมตามแนนกลับขึ้นไปบนห้อง พอหงส์กับแนนไปแล้วผมก็เดินเข้าไปดึงคอเสื้อคุณรุชให้ยืนขึ้นมา “ผมจะบอกคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะคุณรุช ถ้าคุณยังเคลียร์เรื่องแฟนนางแบบของคุณไม่ได้ ผมห้ามคุณเข้าใกล้หงส์อีก ถ้าคุณไม่เชื่อครั้งหน้าคุณจะเจ็บตัวยิ่งกว่านี้” ยามวิ่งเข้ามาพอดีผมเลยไม่ได้สั่งสอนคุณรุชต่อ “มีอะไรกันครับๆ” “ไม่มีอะไร ฝากคุณหิ้วผู้ชายคนนี้ไปที่หน้าคอนโดแล้วเรียกแท๊กซี่ให้ที” ผมบอกยามว่าให้บอกแท๊กซี่ว่าให้ไปส่งที่ไหนพร้อมกับให้เงินค่าแท๊กซี่ไปด้วย ยามหิ้วปีกคุณรุชพาออกไปที่หน้าคอนโด พอผมเรื่องผมก็กลับขึ้นไปบนห้อง ผมกลับขึ้นไปบนห้อง หงส์ดูเหมือนอยากจจะคุยกับผมแต่ผมก็ไล่ให้เธอไปนอน แนนต้องรีบมาดึงหงส์เข้าห้องเพราะรู้ว่าผมกำลังโกรธอยู่ วันรุ่งขึ้นผมไม่พูดอะไรกับหงส์เรื่องคุณรุชเลยจนถึงบริษัท ลินโทรหาผมแต่เช้าเธอแจ้งว่าคุณอำนาจกลับมากรุงเทพแล้วตั้งแต่เมื่อคืน “ทำไมมาเร็วนักหละ คุณอำนาจมาจากมัลดีฟหรอ” “เปล่าค่ะ ท่านบินมาฮ่องกงเมื่อวาน แล้วอยู่ๆ เมื่อคืนก็ให้ลินจองไฟลต์ที่เร็วที่สุดกลับมากรุงเทพนี่แหละค่ะ” “ท่านมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า” “ไม่ทราบค่ะลินไม่รู้อะไรเลยรู้แค่ท่านน่าจะมีเรื่องร้อนใจ” “งั้นหรอ อืมไม่เป็นไรถ้ามีเรื่องเดี๋ยวผมก็คงรู้” ผมวางสายลิน ผมแอบคิดว่าที่คุณอำนาจรีบกลับมาเป็นเพราะเรื่องคุณรุชกับผมเมื่อวานหรือเปล่านะ แต่ไม่คิดว่าจะใช่คุณรุชคงไม่กล้าเล่าเรื่องนี้กับคุณอำนาจ ผมไม่ทันได้นั่งทำงานพี่นุ่นก็โทรมาบอกว่ามีประชุมด่วนให้ผมขึ้นไปที่ห้องประชุมทันที ผมไม่เอใจก็เลยรีบขึ้นไปตามที่พี่นุ่นบอก ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องประชุมก็เจอคุณอำนาจนั่งอยู่กับคุณรุช คุณอำนาจบอกให้ผมนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “เอาหละมึงไม่ต้องถามเลยว่ากูเรียกมึงมาทำไม รอกูพูดให้จบก่อนค่อยมีคำถาม” “ครับ” ผมตอบรับ “รุช เค้ามาขอกูให้เป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอหนูหงส์” ได้ยินแค่นั้นผมก็หันไปจ้องหน้าคุณรุชทันที คุณรุชรีบหลบตาผม “อ้าวมึงจะหลบหน้ามันทำไม ทำแบบนี้มันยิ่งไม่ยอมให้มึงแต่งกับหนูหงส์นะ” คุณรุชโดนคุณอำนาจตวาดถึงได้ค่อยๆ เงยหน้ามองผม แต่สายตาคุณรุชก็บ่งบอกว่ากลัวผมมากแค่ไหน “เฮอ มึงนี่” คุณอำนาจบ่นคุณรุชก่อนจะพูดกับผมต่อ “เอาหละมึงจะว่ายังไงไอ้บีในฐานที่มึงเหมือนเป็นพี่ชายของหนูหงส์” “ผมว่าหงส์คงไม่เหมาะกับคุณรุชหรอกครับ” “ทำไมวะ หลานกูมันไม่ดีตรงไหน” “ก็หลายอย่างนะครับ” “วะ ไอ้หลายอย่างมันมีอะไรบ้างมึงลองว่ามาซิ” “ได้ครับถ้าคุณพ่ออยากรู้ เรื่องแรกตั้งแต่คุณรุชมาทำงานกับผม ผมบอกตรงๆ ผมยังไม่ค่อยเห็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย เริ่มแล้วก็ดูว่าจะดี มีแผนงานมีกำหนดการส่งผม แต่อยู่กลับหายไปงานถึงได้แล้วก็ไม่เคยแจ้งผม แต่อันนี้ผมพอให้อภัยได้อาจจะเพราะคุณรุชมีปัญหาส่วนตัวเยอะไปหน่อยเลยมีผลมากระทบกับงาน เรื่องสองก็พวงมาจากเรื่องแรกพอคุณรุชมีปัญหาส่วนตัวมาก คุณรุชก็เริ่มไม่ค่อยมาทำงาน ไม่ค่อยเข้าออฟฟิต หรือไม่มาแล้วก็ออกหายไปทั้งวัน อันนี้ผมก็พอจะยกโทษให้ได้เพราะนี่มันบริษัทของคุณลุงของรุช คุณรุชคงคิดว่าอยากจะทำอะไรก็ได้” “เห้ยเบาๆ หน่อยไอ้บีแบบนี้มึงด่ากูด้วยนะ” “งั้นสุดท้ายเลยแล้วกันนะครับ คุณรุชไม่สามารถดูแลหงส์ได้ ข้อนี้ผมยกโทษให้ไม่ได้” “ดูแลไม่ได้หมายความว่ายังไง ถึงมันไม่ได้ดูแลบริษัทของกูทั้งหมดเหมือนมึง แต่กูก็ให้สมบัติมันเยอะพอที่จะสบายไปตลอดชีวิตนะ แล้วแค่หนูหงส์คนเดียวทำไมมันจะเลี้ยงไม่ได้” “มันไม่ใช่เรื่องแค่การเลี้ยงดูกันนะครับ แต่มันรวมถึงเรื่องที่คุณรุชจะต้องปกป้องไม่ให้มีใครมาทำร้ายหงส์ได้ ซึ่งคุณรุชทำให้ผมรู้แล้วเค้าไม่เอาไหนมากขนาดไหน” “กูไม่เข้าใจมึงพูดตรงๆ มาเลยดีกว่า” “คุณรุชปล่อยให้แฟนนางแบบของเค้า มาทำร้ายหงส์ที่หน้าหอพักถึงสองครั้งจนหงส์กลัวมาขออยู่กับแนนที่ห้องผม” ผมคิดว่าคุณรุชไม่กล้าบอกว่าหงส์เป็นเมียผมแน่ๆ เพราะถ้าบอกคุณอำนาจคงไม่มาขอหงส์ให้คุณรุชอย่างแน่นอน ผมเลยต้องอ้างชื่อแนนจะได้ดูไม่เหมือนมาขออยู่กับผม “จริงหรอไอ้รุช” คุณรุชพยักหน้า “ไอ้เวนตะลัย” คุณอำนาจทำท่าจะตีหลานชาย แต่คงสงสารเพราะแค่ที่โดนผมต่อยไปก็เยินมากพอแล้ว “เอาหละเรื่องซินดี้กูจะจัดการเอง ถ้ามันไม่ยอมเลิกลากูจะตัดงานมันให้หมด ส่วนมึงไอ้รุช ถ้าหลังจากนี้มึงยังกลับไปหาอีซินดี้นี่อีก หรือมึงมีคนอื่นอีก กูจะถอดมึงออกจากกองมรดกและกูจะยกสมบัติส่วนของมึงให้หนูหงส์ให้หมดไม่ว่ามึงจะได้แต่งงานกับหนูหงส์หรือไม่ก็ตาม ไอ้บีกูทำแบบนี้มึงยอมยกหนูหงส์มาเป็นหลานสะใภ้กูได้หรือยัง” “คุณรุชคุณช่วยเดินมาใกล้ๆ ผมหน่อยได้ไหมครับ” คุณรุชได้ยินถึงกับสะดุ้ง “เอ้าพี่เค้าเรียกแล้ว รีบเดินไปซิทำหงออยู่ได้” คุณรุชค่อยเดินมาหาผม ผมยกมือขึ้นคุณรุชรีบเอามือปิดป้องตัวเอง “เอ้าอะไรของมึงหนะไอ้รุชเป็นอะไร” “เออ เปล่าครับคุณลุง” ผมจับหน้าคุณรุช คุณรุชทำท่าเหมือนเจ็บแผล “แผลเยอะเลยนะครับไปล้มใส่อะไรมาหละครับ อืมผมว่าไปให้น้องหงส์ใส่ยาให้ก่อนดีกว่านะครับ” คุณรุชหันไปมองคุณอำนาจ คุณอำนาจพยักหน้าอนุญาต “อ้อเดี๋ยวๆ” ผมจับหน้าคุณรุชบีบจนคุณรุชร้องเจ็บ “ผมหวังว่าคุณรุชคงไม่ทำให้ผมผิดหวังนะครับ ไม่อย่างนั้นครั้งนหน้าคุณรุชคงล้มแรงกว่านี้ เอาหละรีบไปให้หงส์ใส่ยาให้เถอะครับเดี๋ยวเป็นแผลเป็นจะหมดหล่อ” ผมปล่อยมือคุณรุชก็รีบออกไปจากห้องประชุมทันที “แหมกูให้มึงดูแลบริษัทให้ มึงกลับดูแลหลานกูแถมให้กูด้วยหรอวะบี” “คุณอำนาจไม่พอใจที่ผมชกหน้าคุณหรือเปล่าหละครับ ถ้าใช่คุณอำนาจอยากจลงโทษผมยังไงก็ตามใจคุณอำนาจเถอะครับ” “มึงนี่พอโมโหก็เรียกกูคุณเรียกกูท่านอีกแล้วนะ” “ผมก็เรียกเพื่อไว้ให้ท่านเมตาหนะครับ เพราะผมอาจจะโดนปลดกลายไปเป็นพนักงานธรรมดาก็ได้ ฐานที่ผมต่อยหลายชายท่าน” “เห้ยกูไม่ได้โกรธ แต่กูเคือง ทำไมวะคุยกันดีๆ ไม่ได้ ดูซิกูกำลังช๊อปปิ้งกับหนูส้มที่ฮ่องกงเพลินๆ ไอ้รุชก็โทรไปร้องไห้บอกว่าถ้ากูไม่กลับมาจัดการเรื่องหงส์ให้มันจะหนีไปอยู่ประเทศอื่น” “ผมก็คุยดีว่า แต่คุณรุชก็พูดยั่วผมจนผมทนไม่ไหว อีกอย่างผมก็อยากจะพิสูจน์ว่าคุณรุชปกป้องหงส์ได้หรือเปล่า” “ด้วยการต่อยกับมึงหนะหรอ ระดับมึงนี่ขนาดยามตัวล่ำๆ ที่ไม่ได้เมา มึงยังซัดซะสลบ แล้วไอ้แหยอย่างไอ้รุชมันจะมีปัญญาทำอะไรมึงได้” “แต่ผู้ชายมันก็ต้องสอนให้รู้จักเจ็บบ้างนะครับ ก็มัวแต่โอ้แบบนี้คุณรุชถึงได้กลายเป็นไอ้แหยอย่างที่ท่านว่า” “เออ มึงด่ากูไม่สั่งสอนหลานใช่ไหมเนี่ย” “ผมไม่กล้าด่าท่านหรอกครับ” “มึงบอกว่าไม่กล้าแต่มึงก็กำลังด่ากูอยู่เนี่ย” “ผมไม่ได้ค่าท่าน ผมด่าคนที่เลี้ยงดูคุณรุชมาแบบนี้ต่างหาก” “ก็กูนี่แหละที่สปอยมันจนเป็นแบบนี้” “อ้าว งั้นผมก็ด่าท่านแล้วหละครับ” “เออไม่ต้องมาย้ำ กูรู้แล้ว เฮอ ปวดหัวคนนึงก็แหย คนนึงก็ดือฉิบหายเถียงตลอด” “ผมไม่ได้เถียงนะครับ ผมแค่อธิบายให้ท่านเข้าใจ” “เออๆ พอๆ กูเริ่มปวดหัวแล้ว เอ้าของฝากที่มึงฝากซื้อ” คุณอำนาจส่งถุงใส่ชุดฮาวายให้ผม “ขอบคุณครับท่าน” “มึงเลิกประชดกูด้วยการเรียกว่าท่านได้แล้ว ตกลงมึงยอมให้หมวยกับรุชแต่งงานกันแล้วนะ” “ผมตัดสินใจไม่ได้ครับ” “อะไรของมึงอีกหละ ไหนมึงก็ปล่อยให้เค้ากลับไปคบกันแล้วไม่ใช่หรอ” “หงส์เค้าก็มีพ่อมีแม่นะครับคุณพ่อ แล้วเรื่องนี้มันยังเป็นเรื่องสำคัญของชีวิตเค้าอีก ผมจะไปกะเกณฑ์ชีวิตเค้าได้ยังไง” “แล้วมึงจะเอายังไงกูงงไปหมดแล้ว” “ส่วนตัวผมถือว่าผมยอมแล้ว แต่หงส์เค้าก็ต้องตัดสินใจเอง แล้วจากนั้นเค้าก็ต้องไปบอกพ่อแม่เค้าอีก ซึ่งผมคิดว่าตอนนี้ถ้าน้องหงส์เค้ายอมจริงๆ ผมขอแค่หมั่นกันไว้ก่อนดีกว่าไหมครับ ดูกันอีกซักพักก่อนที่จะแต่งงาน” “เอางั้นก็ได้ แล้วมึงจะให้กูไปบอกหนูหงส์เองหรือมึงจะบอกให้หละ” “ผมบอกให้ก็ได้ครับ ผมคิดว่าจะให้หงส์กลับบ้านไปปรึกษากับที่บ้านซักสองสามวัน แล้วถ้าน้องหงส์เค้าตัดสินใจยอมหมั่นผมก็จะได้เตรียมเชิญคุณพ่อคุณแม่เค้าขึ้นมางานหมั่น ผมดูแลฝ่ายหงส์ ส่วนคุณพ่อก็ดูแลหลานชายคุณพ่อให้ดีก็แล้วกัน” “เห้ยเดี๋ยวๆ ไอ้คำลงท้ายที่ว่าให้กูดูแลหลายกูให้ดีๆ เนี่ย มันเหมือนด่ากูอีกแล้วนะ” “โหคุณคุณพ่อ คุณพ่อเนี่ยเป็นคนคิดมากนะครับ ระวังนะครับคิดมากแบบนี้จะเซ็กส์เสื่อมเร็ว” “ไอ้บีนี่มึง” คุณอำนาจลุกขึ้นเหมือนจะเข้ามาทุบผม “เดี๋ยวครับๆ ยาที่ผมเคยซื้อให้คุณพ่อ ใกล้หมดแล้วใช่ไหมครับ” “เออ ใช่หวะ กูก็ดูๆ อยู่ว่าจะบอกมึงก็ลืมทุกที” “ผมเพิ่งแวะไปร้านมาเมื่อวาน ผมซื้อมาให้อีกสามกล่องอยู่ที่ห้องเดี๋ยวผมให้เด็กเอาขึ้นมาให้นะครับ” “เออดี แหมได้ยาอันนี้กูสบายไปเยอะ” “แสดงว่ามัลดีฟกับน้องส้มนี่ได้ตลอดซินะครับ” “เออก็พอได้วะ แหมไม่ได้ยานี่กูสงสัยได้กลับมาก่อนกำหนด” ผมคุยกับคุณอำนาจอีกซักพักก็ขอตัวกลับไปที่แผนก พอมาถึงหน้าห้องผมก็เห็นคุณรุชนั่งให้หงส์ทายาทำแผลให้ พอหงส์เห็นผมเธอสะบัดให้คุณรุชปล่อยมือที่กุมมือข้างนึงของเธออยู่ “ทำแผลกันต่อเถอะ แต่เดี๋ยวถ้าทำเสร็จแล้วหงส์เข้าไปหาพี่หน่อยนะ” “ค่ะพี่บี” ประมาณ 15 นาทีหงส์ก็เข้ามาพบผมในห้อง ผมบอกให้เธอนั่งลงที่เก้าอี้ “คุณรุชได้บอกอะไรหงส์บ้างหรือยัง” “เรื่องอะไรค่ะ ไม่เห็นคุณรุชบอกอะไรหงส์เลย” “ก็เรื่องที่คุณอำนาจจะเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอหงส์” หงส์ทำหน้าตกใจ “คุณอำนาจเค้ารับปากว่าจะจัดการเรื่องซินดี้ไม่ให้มายุ่งกับหงส์อีก ส่วนคุณรุชก็สัญญากับพี่ว่าจะไม่กลับไปหาซินดี้อีก รวมถึงจะไม่มีผู้หญิงอื่นอีกนอกจากหงส์ พี่เองก็พอจะยอมรับได้นะถ้าเค้าทำแบบที่พูดกันได้จริงๆ แล้วหงส์หละว่าไง” “คือ หงส์ยังไม่แน่ใจค่ะ” “อืมพี่ก็คิดว่างั้นนะ พี่เลยคิดว่าจะให้หงส์ลากลับบ้านไปปรึกษาคุณพ่อนคุณแม่ซักสองสามวันก่อนจะกลับมาให้คำตอบ หงส์ว่าดีไหม” “ค่ะ” “หงส์ไม่ต้องกลัวนะถึงจะรับปากไปแล้วแต่ถ้านายรุชมันยังไม่ได้เรื่องเหมือนเดิมพี่ก็ไม่ยอมยกหงส์ให้หรอก ตอนนี้ถ้าหงส์รับปากพี่ก็ขอแค่ให้หมั่นกันไว้ก่อน พี่ขอเวลาให้หงส์ดูใจกับนายรุชไปอีกซักพักจนแน่นใจก่อนค่อยแต่งงานกัน” “ค่ะ” “ขอเป็นพรุ่งนี้เย็นได้ไหมค่ะ หงส์จะได้มีเวลาเก็บเสื้อผ้าและโทรบอกที่บ้าน” “ได้ซิ จะไปอาทิตย์หน้าเดือนหน้าหรือปีหน้าก็ยังได้นะ พี่ไม่เร่งหงส์ให้รีบตัดสินใจหรอกจ๊ะ” “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หงส์ขอกลับไปปรึกษาคุณแม่ก่อนนะค่ะแล้วหงส์จะกลับมาให้คำตอบ” “ได้ซิ อืมแล้วเที่ยงนี้หงส์จะไปทานข้าวกับพี่ไหม” “เออคือ” “อ้าวมีนัดแล้วหรอ ไม่เป็นไรจ๊ะ เดี๋ยวพี่ไปกินกับคุณอำนาจกับพี่คมพี่นุ่นก็ได้ ไม่มีอะไรแล้วหงส์ไปทำงานต่อเถอะ” เฮอแค่กลับมาคืนดีกันไม่ถึงวันหงส์ก็ไม่ว่างกับผมซะแล้ว ที่ผมบ่นเนี่ยเพราะผมรู้สึกหึงหรือเปล่านะ ไม่ทันที่ผมจะได้คิดอะไรต่อก้อยก็โทรเข้ามาหาผม “สวัสดีจ๊ะว่างคุยกับว่าที่สามีแล้วหรอจ๊ะ” “อุ้ยพี่บีอะอย่าพูดแบบนี้ซิค่ะ มันจั๊กจี้อะ” “แหมก็พอเมียพี่เป็นผู้จัดการก็ยุ่งจนไม่มีเวลาให้พี่เลย” “แค่นี้ก็เริ่มบ่นแล้ว ต่อไปแต่งงานกันไม่บ่นก้อยมากกว่านี้หรอค่ะ” “ก้อยยอมแต่งกับพี่แล้วใช่ไหม ดีจังพรุ่งนี้พี่จะให้คุณอำนาจไปขอก้อยกับคุณพ่อคุณแม่เลย” “พี่บีนี่ ชอบชวนก้อยคุณนอกเรื่องทุกทีเลย ดูซิก้อยลืมเลยว่าโทรมาหาพี่บีเรื่องอะไร” “อ้าว พี่ผิดหรอเนี่ย” “อ้อ พี่บีค่ะ แนนบอกว่าพี่บีพาแนนไปบ้านเก่าของพี่บีมาหรอค่ะ” “ใช่จ๊ะ” “ก้อยขอโทษนะค่ะ ถ้าก้อยรู้ก้อยคงลางานไปเป็นเพื่อนพี่บีแล้ว” “ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ พี่ก็ขอโทษก้อยนะ ที่พี่ไม่รอไปพร้อมก้อย” “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ก้อย แนน เจน เราสามคนยินดีที่จะทำอะไรให้พี่บีแทนกันได้ และก็ไม่น้อยใจด้วยค่ะถ้าตัวเองไม่ได้เป็นคนทำ” “เมียพี่น่ารักที่สุดเลย อืมตอนนี้ก้อยเป็นผู้จัดการฝ่ายขายอยู่นี่นะ เอ้ถ้าพี่จะขอให้ก้อยออกมาหาเพื่อนคุยเรื่องยอดขายก้อยจะว่างไหม” “ก้อยเพิ่งจะทำงานได้วันเดียว งานก้อยยุ่งมากเลยค่ะพี่บี เอาไว้วันศุกร์ก้อยไปค้างด้วยนะค่ะ” “อืม แบบนี้สงสัยพี่ต้องให้หมวยเอารายงานยอดซื้อของบริษัทก้อยมาให้ดูซะหน่อยแล้ว ผู้จัดการไม่ดูแลลูกค้าแบบนี้ สงสัยต้องลดยอดสั่งซื้อ” “พี่บีอะ แกล้งก้อยอีกแล้วนะ” “อ้าว ก็ผู้จัดการไม่ดูแลลูกค้า ลูกค้าก็ไม่พอใจ พอไม่พอใจก็ซื้อน้อยลง หรือเลิกซื้อดี” “พี่บีเดี๋ยวก้อยโกรธนะ” “ก้อยจะมาโกรธพี่ได้ยังไง นี่พี่คุยเรื่องธุรกิจอยู่นะไม่ใช่เรื่องส่วนตัว” “เดี๋ยวเหอะพี่บี เดี๋ยวเจอกันก้อยจะหยิกให้แขนเขียวเลย แกล้งก้อยดีนัก” “ว่าไงครับ กินข้าวกัน เสร็จแล้วก็เปิดห้องต่อกัน หลังจากนั้นผมจะพิจารณายอดซื้อของคุณเพิ่ม” “ก็เอาซิค่ะ แต่แบบนี้ต้องขอยอดเพิ่มเยอะๆ นะค่ะ” “มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีข้อเสนอดีแค่ไหนนะ” “รับรองค่ะว่าเสนอแบบสุดตัวแน่นอน” “งั้นเดี๋ยวเจอกันนะครับ” “ค่ะ” ผมนัดเจอก้อยที่โรงแรมแห่งนึงเพื่อทานข้าวเที่ยงและเปิดห้องกันต่อ พอใกล้เที่ยงผมก็รีบออกไปตามที่นัดก้อยไว้ ผมไปรอที่ห้องอาหารซักพักก้อยมามาถึง ก้อยแต่แต่งตัวเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก เธอแต่งตัวเรียบหรูดูภูมิฐานกว่าเมื่อก่อน เสื้อเชิ๊ตสีขาวกับผ้าพันคอสีน้ำเงินกระโปรงยาวแค่หัวเข่าผ่าขาโชว์เรียวขาเล็กน้อย เสื้อนอกที่ดูเก๋สวมทับเสื้อเชิ๊ตตัวในไม่ให้ดูเรียบจนเกินไป ผมรวบไว้ด้านบนเซ็ทเป็นกระบังด้านหน้าแว่นตากรอบบางสีชมพูเข้ากับการแต่งหน้าของเธอ “มาช้านะครับคุณก้อย ปล่อยให้ลูกค้ารอแบบนี้สงสัยยอดขายจะลดนะครับ” “ก้อยต้องขอโทรคุณบีด้วยนะค่ะ เอาไว้ก้อยขอแก้ตัวหลังจากทานข้าวเสร็จได้ไหมค่ะ” “ได้ซิครับแต่ถ้าคุณก้อยทำไม่ถูกใจผม ผมคงเพิ่มยอดขายให้ไม่ได้นะครับ” “ก้อยรับรองว่าถึงใจคุณบีแน่นอนค่ะ” แล้วผมกับก้อยหัวเราะกัน จากนั้นผมก็ลุกขึ้นดึงเก้าอี้ให้ก้อยนั่ง จากนั้นเราก็สั่งอาหารมาทานกัน “พี่บีนี่เล่นบทลูกค้าหลอกเครมเซลล์เก่งจังนะค่ะ เคยแอบทำแบบนี้บ่อยๆ หรือเปล่า” “ไม่มีพี่ไม่เคย มีแต่กับก้อยนี่และที่พี่เครมมาตลอด” “พี่บีอะ ทะลึงนักนะเดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวก้อยจะหยิกให้เขียวเลย” “ดีซิ หยิกพี่ตอนพี่ใกล้ถึงนะ พี่จะได้อึกทำได้นานๆ” “อุ้ยยย พอแล้วกินข้าวเถอะค่ะ” ผมนั่งทานข้าวไปคุยเรื่องงานในตำแหน่งใหม่ของก้อยไปจนอิ่ม ก้อยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ผมนั่งกินกาแฟรอก้อย พอก้อยกลับมาผมก็พาเธอขึ้นห้องที่ผมจองไว้ ผมเดินควงแขนก้อยไปที่ลิฟท์เพื่อขึ้นไปที่ห้อง พอเข้าลิฟท์ก้อยก็หยิกแขนผมจนผมต้องสะบัดแขนให้เธอปล่อย “โว้ยยย ก้อยหยิบพี่ทำไมเนี่ย” “ก็พี่บีทะลึง บังคับขืนใจก้อย” “ขืนใจยังไง” “ก้อยอยากทำงานพี่บีก็บังคับให้ก้อยมาหา แถมยังบังคับก้อยเข้าโรงแรมด้วย แบบนี้ไม่เรียกขืนใจหรอค่ะ” ผมก้มลงกระซิบข้างหูก้อย”แบบนี้เค้าไม่เรียกข่มขืนหรอกจ๊ะ ถ้าอยากรู้ว่าโดนข่มขืนเป็นไงเดี๋ยวพี่จะแสดงให้ก้อยดูที่ห้องดีไหม” “นี่แหนะคนบ้า” ก้อยหยิกผมอีกจนผมต้องร้องลั่น ผมพาก้อยไปถึงห้องที่เปิดไว้ มันเป็นห้องสูทที่มองเห็นวิวสวยๆ ของกรุงเทพ ก้อยวางกระเป๋าแล้วเดินไปมองวิวด้านนอกตัวโรงแรม ผมตามเข้าไปกอดเอวก้อยจากด้านหลัง “พี่ยินดีด้วยนะที่ในที่สุดความพยายามของก้อยก็ประสพผลสำเร็จ ในที่สุดก็ได้เป็นผู้จัดการอย่างที่ก้อยหวังไว้แล้วนะ” “ขอบคุณค่ะพี่บี” “พี่มีอะไรจะให้ก้อย” ผมหยิบกล่องแหวนเพชรออกมาเปิดให้ก้อยดู “อะไรค่ะพี่บี” ก้อย “แหวนที่พี่ซื้อไว้ให้ก้อยไงครับ วงที่มีคนมาขายให้ครั้งที่แล้วพี่คิดว่าก้อยคงไม่อยากรับ พี่เลยแอบไปซื้ออีกวงมาเก็บไว้รอให้ถึงวันนี้ วันที่ก้อยพร้อมแล้วที่จะแต่งงานกับพี่” “พี่บี” ผมหยิบแหวนออกมาแล้วจับมือซ้ายก้อยมาสวมแหวน “มันอาจจะไม่มีราคาค่างวดอะไรนัก เพราะพี่ซื้อไว้ก่อนหน้าที่พี่จะต่ำแหน่งหน้าที่การงานแบบทุกวันนี้” “ไม่หรอกค่ะ แค่นี้ก้อยก็ดีใจจนไม่รู้ว่าจะขอบคุณพี่บียังไงดีแล้ว” พอแหวนเพชรทองคำขาวอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของก้อยเป็นที่เรียบร้อย ผมก็หอมแก้มเธอเบาๆ ก้อยยิ้มเขินอาย ผมหอมก้อยอีกครั้งอีกครั้งไปเรื่อยๆ จนก้อยเริ่มครางอืม อืม ออกมาเบาๆ ผมก็ค่อยๆ ถอดเสื้อนอกเธอออกแล้ววางลงบนโซฟาข้างๆ จากนั้นผมก็ค่อยๆ แกะผ้าพันคอผื้นใหญ่ของก้อยออก ระหว่างนั้นผมก็งับติ่งหูเธอเบาๆ ก้อยร้องอู้ยยยด้วยความเสียว




 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ