ชักว่าวเพื่อสุขภาพ..

ชักว่าวเพื่อสุขภาพ..

  • 0 ตอบ
  • 1344 อ่าน
*

ออฟไลน์ tum040

  • Full Member
  • **
  • 243
  • 6
  • Surat FC
    • ดูรายละเอียด
ชักว่าวเพื่อสุขภาพ..
« เมื่อ: ตุลาคม 13, 2011, 10:16:52 AM »
[backcolor=#ffffff]
การ "ชักว่าว" หรือการทำ "อัตตกามกริยา" ซึ่งแปลว่าการสำเร็จความใคร่ด้วยการช่วยตนเอง  
ในการปลดเปลื้องอารมณ์ทางเพศของตน  เป็นวิธีที่ผู้ชายหรือผู้หญิงทั่วโลก นิยมกระทำมากที่สุด 

การ "ชักว่าว"ทำให้เราสำเริงสำราญเบิกบานใจคลายทุกข์ และความหงุดหงิดจากสิ่งแวดล้อม 
[/backcolor]
[/font][backcolor=#ffffff]และเหตุการณ์ตึงเครียดรอบด้าน  แหะๆ...อย่ากระนั้นเลย เรามา "ชักว่าว" กันดีกว่าอิอิ...[/backcolor][/font][/size][backcolor=#ffffff]ที่มีทั้งอากาศที่ร้อนอบอ้าว [/backcolor][/font][/size][backcolor=#ffffff]
ทำไมผู้ชายถึงชอบชักว่าวกัน  ต่อไปนี้คือสารพัดสาเหตุที่ผู้ชายชอบใช้เป็นข้ออ้างกับตนเองในการชักว่าว

1. เ-งี่-ย-น   (horney)
2. อยู่คนเดียว (alone)  ไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยชักว่าว
3. เบื่อๆ อยากๆ (bored) คืออยากทำอะไร ที่เกิดความรู้สึกดีๆ กับตนเอง
4. บางครั้งก็มีเพื่อนสนิท (with a buddy) ก็เลยชวนกันชักว่าวชวนกันชักว่าว
5. คุยเรื่องสัปดน สนุกๆ กะเพื่อนฝูง (with a group)ก็เลยชวนกันว่าวหมู่  
6. เพื่อคลายเครียด (to let off some pressure) คือเครียดมากๆ ถ้าชักว่าวแล้วก็จะคลายเครียด
   ได้ชั่วขณะหนึ่งนะ  ไม่เชื่อลองดูดิ..อิอิ
7. คืออยากจะยกภูเขาออกจากอก (to get their rocks off) คืออยากลืมเรื่องหนักใจในสารพันปัญหา 
    เช่นปัญหาครอบครัว เรื่องการงาน หรือถูกแฟนทิ้ง เป็นต้น
8. ต้องการอวดความเป็นชาย (to show they are a man)

9. อยากรู้ว่าเมื่ออวัยวะเพศของตนแข็งตัวสุดๆ จะใหญ่-ยาว ขนาดไหน?(to see how BIG their wood gets) 
10. เจอคนถูกใจแล้วไม่ได้แอ้ม(saw some cute guy) ก็เลยกับมาสอยกับตัวเอง
11. เพราะว่ากำลังดูหนังสือหรือวีดีโอเกย์อยู่พอดี (watching male magazine/videos)  
     ก็เลยถือโอกาสประกอบกิจกามตามจังหวะ....แหะๆ ดีกว่าอยู่เฉยๆ.. นิ
12. คือกะลังเคลิ้มๆ (fantasizing) จินตนาการอะไรสักอย่างแบบ 5 x7  หรือ  7 x11 อะไรอย่างงั้นอ่ะ
13. ฝันกลางวัน (day dreaming)  ส่วนใหญ่จะเปียกซะก่อนที่จะชัก...เหอๆ
14. คิดถึงแฟน (miss their boy friend)
15. อยากรู้ว่าน้ำแตก แล้วจะพุ่งได้ไกลขนาดไหน? (to see how far they can shoot) 
16. อยากชิมรสชาดของน้ำตัวเอง  ( want you to taste what comes OUT) ว่า หวาน มัน เค็ม 
     เปรี้ยวจิ๊ดขนาดไหน? ต่อไปจะได้กินอาหารให้ถูกสูตร
17. ไม่มีเหตุผล (NO reason)  อยากจะชักว่าวก็ชัก
18. เหตุอื่นๆเแยะแยะสารพัด สรรหามาอ้าง ฯลฯ    (แหะๆ ..ใครอยากจะเพิ่มเติมก็เชิญครับ)


ใน ปี ค.ศ. 1948 ดร.คินซี่ (KINSEY) ได้เริ่มทำการศึกษาเรื่อง “ชักว่าว” ในผู้ชายอเมริกันผิวขาว 
ห้าพันคนพบว่า 92 เปอร์เซ็นต์เคยชักว่าว จนถึงขั้นสำเร็จความใคร่ ในจำนวนนี้ 20 เปอร์เซ็นต์สารภาพว่า 
เริ่มชักว่าว เป็นตั้งแต่อายุ 12 ปี พออายุได้ 15 ปี ก็ชักว่าวกันถึง 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว พอเข้าวัยหนุ่มก็แทบ
ไม่มีเว้นเลย และแม้แต่ผู้ชายที่แต่งงานแล้วจำนวนไม่น้อย ก็ยังแอบ ชักว่าว อยู่เป็นนิจสิน นี่ขนาดเป็นสถิติ 
นะเนี่ยะ อิอิ....ต่อมาก็วิจัยกันมาเรื่อยๆ  จนในที่สุดนักวิจัยทั้งหลายก็เชื่อกันว่ากว่า 98% ของผู้ชายในโลกเคย 
"ชักว่าว" (masturbate) กันแล้วทั้ง ..นัาาานนน 

อ้าว...แล้วอีก 2% หายไปไหน? 
แหม...ก็เค้าอายน่ะ เค้าก็เลยไม่ให้สัมภาษณ์ แอบไปชักเองเงียบๆ คนเดียวงัย ไม่บอกใครอิอิ....  

โดยทั่วไปแล้ว ร่างกายของมนุษย์เราจะสะสมความรู้สึกทางเพศตลอดเวลา เหมือนเราหยอดเหรียญเงิน 
ใส่กระปุกออมสินนั่นแหละ  พออัดอั้นไว้นานๆ น้ำอสุจิที่ถูกสร้างโดยลูกอัณฑะและนำมาเก็บไว้ในถุงเก็บอสุจิก็จะเต็ม 
พอถุงเต็มก็จะไปกระตุ้นเตือนทำให้เกิดความต้องการทางเพศมากขึ้น และหากยังไม่ได้มีการระบายปลดปล่อยด้วยการ  
"ชักว่าว" หรือมีเพศสัมพันธ์ (ทุบกระปุก) ตกกลางคืนก็จะมีการฝันเปียกหลั่งน้ำอสุจิที่คั่งค้างออกมาปลดปล่อยเช่นกัน
 
เพราะฉะนั้นการชักว่าวอาทิตย์ละ 4-5 ครั้งนี่ถือเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย  เพราะผลจากการชักว่าวไม่ได้
ทำให้คุณหูหนวก ตาบอด เป็นไข้เป็นหวัด ขนขึ้นที่มือ  หรือทำให้คุณเป็นคนฮีสทีเรียบ้าๆ บอๆ เซ้กส์จัด   
ในทางตรงกันข้ามร่างกายของเราอาจได้ประโยชน์จาก "การชักว่าว"  
(There are many health Benefits for Men...) ก็ได้

มีบทความเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาความสัมพันธ์และการบำบัดของนักวิาจัยชาวออสเตรเลี่ยน รายงานว่า 

"การชักว่าว"  อาจจะช่วยร่างกายผู้ชายได้ 

—  เพิ่มพูนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
—  สร้างภูมิป้องกันต่อมลูกหมากอักเสบ
—  ทำให้ต่อมลูกหมากแข็งแรง ไม่เป็นมะเร็งง่ายๆ

การชักว่าวที่พอเหมาะพอควรนอกจากจะเป็นธรรมชาติและไม่เป็นอันตรายใดๆแล้ว กลับเป็นการเพิ่มพูน
พลังสุขภาพทางเพศ และทำให้เข้าใจความต้องการทางเพศของตนเองดีขึ้น จะช่วยลดอัตราการเสี่ยงภัยจาก
โรคมะเร็งต่อมลูกหมากให้ต่ำลงได้ 


จากการสำรวจในหมู่ผู้ชายที่มีอายุระหว่าง 20-50 ปีที่มีโอกาสจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากนั้น 

- ถ้าชักว่าวไม่เกิน 5 ครั้งต่อสัปดาห์ โอกาสที่จะปลอดภัยจากโรคมะเร็งต่อมฯ จะมีมากที่สุด
- ถ้าชักว่าวเกิน 5ครั้งต่อสัปดาห์ มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งต่อมฯ จะเท่ากับ 1 ใน 3
- ถ้าไม่ชักว่าวเลยจะมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมฯ มากที่สุด
 

แต่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตามเมื่อมีคุณประโยชน์ ก็ต้องมีโทษเช่นกัน เพราะว่าการหลั่งน้ำอสุจิ
(ejaculation drains)ในแต่ละครั้งนั้น  ร่างกายได้สูญเสียฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต 
และเกี่ยวข้องกับขบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกาย(HumanGrowth Hormones) ออกไป 
ซึ่งถ้าการสูญเสียอยู่ในอัตราที่พอเหมาะ ร่างกายก็สามารถที่จะสร้างทดแทนขึ้นมาใหม่ได้ทัน 

การ "ชักว่าว" มากเกินไปก็จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย  มีอาการ หน้ามืด ตาลาย สายตาจะพร่ามัว
เมื่อกระทบกับแสงสว่าง และอาจมีอาการเกร็งปวดกล้ามเนื้อ ปวดเอว ปวดหลัง  เพราะร่างกายขาดแร่ธาตุ
อาหารพวกโพแทสเซียม ที่ร่างกายต้องการเป็นจำนวนมากสำหรับการเจริญเติบโต  และขาดฮอร์โมน 
(DHEA and testosterone)ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอาหารไปเลี้ยงเซลล์ระบบประสาทส่วนกลาง 
( Central Nervous System) มีผลลดการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหารเพิ่มมากขึ้น ทำให้ ม่านตาหดลง 
หลอดลมหดตัว ความดันโลหิตต่ำลง เหงื่อออกน้อยลง อุณหภูมิร่างกายลดลง กระเพาะปัสสาวะหดตัว 
เพราะฉะนั้นเมื่อ "ชักว่าว" บ่อยเกินไปมันก็เกิดอาการ "ฟ้าเหลือง"ได้นะจะบอกไห่... 

บทความข้างต้นผมได้แปลและเรียบเรียงจากหนังสือ Healthy Wanking   เชื่อหรือไม่ก็
ใช้วิจารณญานเอาเองละกัน....ก็ฝรั่งเค้าทำการวิจัยกันมาอย่างงี้อ่ะครับ...อิอิ


คำจำกัดความ:

คนอังกฤษ เรียกการชักว่าวว่า Wank  หรือ  Wankle  

คนทั่วไปเรียกว่า  masturbate

คนอเมริกันมีศัพย์เรียกเยอะ แต่ที่นิยมกันจะเรียกว่า jerk- off  หรือ  Boot
[/backcolor]
[/font]


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ