ก้อย final season ep 20 by ukisa( จากเวปเพื่อนบ้าน )

ก้อย final season ep 20 by ukisa( จากเวปเพื่อนบ้าน )

  • 2 ตอบ
  • 13267 อ่าน
*

ออฟไลน์ mamyedkuy

  • Junior Member
  • ***
  • 297
  • 1429
    • ดูรายละเอียด
ก้อย final season ep 20 by ukisa( จากเวปเพื่อนบ้าน )
« เมื่อ: ตุลาคม 25, 2011, 06:08:20 pm »
ผมขับรถไปถึงร้านอาหารแนนก็ฝากก้อยสั่งของที่ชอบก่อนจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า

“นี่ๆ ไปห้องน้ำ ไม่ต้องเอาโทรศัพท์พี่ไปด้วยก็ได้มั้ง”
“ทำไมอะ กลัวมีสาวโทรมาหาแล้วแนนรับหรอ”
ผมต้องรีบมองหน้าก้อยก่อนว่าเธอคิดว่าแนนผู้เล่น หรือคิดว่าแนนพูดจริง
“เอาไปๆ”
ผมต้องรีบไล่แนนไปก่อนที่แนนจะพูดอะไรที่ทำให้ผมเสี่ยงกับการโดนก้อยโกรธออกมาอีก
“ดูซิก้อย เอาแต่ใจ นี่พี่บอกแล้วนะว่าแค่มาดูยังซื้อไปเลี้ยงไม่ได้ แล้วเป็นไง จะเป็นจะตายจะเอาให้ได้ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาวเจ้าของร้านเค้าร้องไห้ไม่ยอมนะ ตอนนี้เจ้าลูกหมาตัวนั้นคงมากับเราด้วยแน่ๆ”
“แหมพี่บีนี่ ไม่สงสารแนนเค้าบ้างหรอ ดูเค้าซิคงอยากได้มากซะจนร้องไห้เลย”
“ก้อยก็ใจดีเกินไปนะ ก็รู้อยู่ว่าแนนจะต้องดื้อขอซื้อลูกเลยแน่ๆ แทนที่จะช่วยกันห้ามกลับสนับสนุนอีก”
“ค่ะก้อยใจดี แต่สู้คนที่จะลงทุนบินไปญี่ปุ่นเพื่อเอาลูกหมาให้แนนไม่ได้หรอกค่ะ”
“นี่ก้อยว่าพี่หรอเนี่ยเ อาใหญ่แล้วนะเดี๋ยวนี้ ตกลงว่ารักใครมากกว่ากันระหว่างพี่กันแนน”
“แหมพี่บีทำไมถามแบบนี้หละค่ะ ก้อยก็ต้องรักแนนมากกว่าอยู่แล้ว”
“นี่ก้อย” ผมแกล้งก้อยด้วยการเอานิ้วจิ้มไปที่ซอกคอของเธอ
เวลาปรกติทั่วไปก้อยจะเป็นคนบ้าจี้ โดนจับคอจับเอวไม่ได้
“โอ้ยยย พี่บีอย่าซิ อายคนอื่นเค้า” ก้อยเอียงคอหนีบมือผมไว้

ผมแกล้งก้อยจนกระทั้งแนนกลับออกมาจากห้องน้ำก้อยเลยขอให้แนนช่วย แต่แนนหรือจะช่วยได้เพราะแนนเองโดนผมเอานิ้วจี้ไปที่เอวก็สะดุ้งกระโดนหนีผมไปเป็นเมตรเหมือนกัน  ผมแกล้งแนนกับก้อยจนคนทั้งร้านจ้องมาที่โต๊ะเราโต๊ะเดียวผมถึงได้หยุด

“พี่บีอะ จี้เอวแนนจนปวดท้องเลย”
“ไม่เกี่ยวมั้ง หิวมากกว่ามั้งถึงได้ปวดท้อง”
“ไม่หิวซะหน่อย”
“ไม่หิว งั้นเดี๋ยวพี่บอกบ๋อยให้ยกเลิกอาหารส่วนที่แนนสั่งแล้วกันนะ เพราะแนนไม่หิวนี่”
“เชอะไม่กินก็ได้”
“พอแล้วๆ ทะเลาะกันอีกแล้วพี่น้องคู่นี้นี่ ก้อยถามจริงๆ นะ เวลาอยู่กันสองคนไม่ตีกันแย่หรอค่ะเนี่ย”
ผมสบตากับแนนครั้งนึงก่อนเพราะเวลาเราอยู่กันสองคน ผมกับแนนแทบจะไม่ทะเลาะกันเลยด้วยซ้ำ
“ช่ายค่ะพี่ก้อย แนนเลยต้องหาคนมาอยู่เป็นเพื่อน จะได้ไม่ต้องยุ่งกับผู้ชายคนนี้”
“พี่ว่าเป็นข้ออ้างหาคนมาเล่นเป็นเพื่อนมากกว่า แล้วพี่จะหาเรื่องไปทะเลาะกับเราทำไม ถ้าเราไม่หาเรื่องพี่ก่อน”
“ถ้าพี่บีทำตัวดีๆ แนนจะมีเรื่องให้ว่าหรอ”
ผมกับแนนเริ่มทะเลาะกันอีกรอบจนก้อยต้องห้าม
“พอแล้วๆ ทั้งคู่เลย อาหารมาแล้วทานกันเถอะค่ะ ดูซิคนมองกันใหญ่แล้ว เอาไว้ไปแกล้งกันต่อที่ห้องนะ เดี๋ยวก้อยจะไปแอบในห้องนอน แล้วสองคนนี้ทะเลาะกันให้พอใจเลย”

แนนทำปากเบ้ก่อนจะหยิบน่องไก่ไปแทะ ผมทำปากเบ้คืนใส่แนน ก้อยสังเกตเห็นว่าผมกับแนนยังคงไม่เลิกแหย่กันก็ส่ายหัวแล้วเริ่มทาน แต่พอเริ่มทานอาหารได้ไม่นานแนนก็เริ่มชวนก้อยคุยซักพักก็ชวนผมคุยถามเรื่องลูกหมา มือนี้เราสามคนทานกันจนอิ่มแปล้จนไม่อยากไปเที่ยวไหนต่อ

การที่ได้อยู่กันแค่สามคน ผม ก้อย แนน ทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนผมไม่มีเวลานั่งเครียดเรื่องของน้องหงส์เลย พอเรื่องน้องหมาของแนนลงตัว ผมก็มีภาระเพิ่มคือต้องรีบหาบ้านใหม่ให้ได้ก่อนที่ซาโตชิจะให้คนอุ้มน้องหมามาส่งให้แนน ไม่งั้นผมปวดหัวกับแนนเรื่องเลี้ยงหมาในคอนโดอีกแน่ๆ

วันจันทร์ผมต้องรีบออกไปทำงานแต่เช้าเพราะต้องพาก้อยไปส่งบ้านก่อน หลังจากนั้นผมก็ขับรถกลับไปที่บริษัท ผมลืมไปสนิทว่าหงส์กลับไปบ้านจนกระทั้งได้เห็นโต๊ะทำงานของหงส์ที่ไม่มีเธอนั่งอยู่เหมือนที่ผมเห็นอยู่เป็นประจำ แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้ผมไม่มีเวลามาหยุดคิดเรื่องหงส์อีก

“เห้ยบี มึงแดกไวน์อะไรวะ สองขวดห้าหมื่น” พี่คมเสียงดังออกมาจากหูโทรศัพท์
“เออ   อ้อก็ไวน์ฉลองเซ็นต์สัญญากับบริษัทในประเทศจีนที่พี่ให้ผมไปคุยไงครับ”
“อ้าวเห้ย มึงให้เค้าเซ็นต์สัญญาวันนั้นเลยหรอวะ”
“อ้าวพี่ แล้วพี่ให้สัญญาผมมาทำไม ถ้าไม่ได้ให้เอาไปให้เค้าเซ็นต์”
“ไม่กูก็แค่กะเอาให้เค้าพิจารณาดูก่อน เพราะพวกนี้มันเขี้ยว ยังไงมันต้องต่อรองและต้องแก้สัญญาฉบับใหม่อยู่ดี”
“งั้นผมก็ไม่รู้แล้วหละครับพี่ เค้าเซ็นต์ให้ผมแล้วและมีแนบท้ายต่อสัญญาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะแจ้งยกเลิกด้วย ถ้ามันใช่ไม่ได้ พี่ก็ส่งอันใหม่มาให้ผมแล้วผมจะให้เค้าเซ็นต์ใหม่ส่วนอันนี้ผมจะฉีกทิ้ง”
“ไอ้บ้า มึงจะฉีกทำไม ได้แบบนี้ก็ดีแล้วแบบเดิมสัญญาปีต่อปีต้องมีการต่อสัญญาใหม่กันทุกปี แต่แบบนี้ก็สบายแล้วไม่ต้องมานั่งเสียเวลาคุยกันใหม่ทุกปีอีก เออถ้าเป็นแบบนี้กูก็ ok ที่จะต้องฉลองด้วยไวน์ราคาแพงแบบนี้ ว่าแต่เดี๋ยวนี้มึงหัวสูงนะ แดงไวน์ราคาหลักพันไม่ได้แล้วหรอไง”
“พี่คม พี่คิดว่าคนอย่างผมจะยอมเสียเงินขนาดนั้นเพื่อแลกกับไวน์ 2 ขวดหรอครับ คือผมไม่ได้เป็นคนเลือกเองหรอก ถ้าให้ผมเลือกนะ ผมคงเอาซักพันสอง สองหมื่นไม่อยู่ในความคิดผมหรอกครับ”
“เออๆ กูก็ว่า เมื่อก่อนขนาดกูเปิดขวดละห้าพันแดกกับมึง มึงยังบ่นเลยว่าแพง กูนึกว่าตอนนี้เป็นถึงลูกเศรษฐีหมื่นล้านแล้วจะกำพืด”
“โหพี่คม แรงนะผมหรือจะลืมว่าตัวเองเป็นใคร ทุกวันนี้ถ้าไม่ใช่ของที่ผมเคยฝันว่าอยากจะได้ หรือว่าของสำคัญจริงๆ ผมก็ไม่เคยเอาเงินคุณอำนาจมาใช้นะครับ ขนาดตอนนี้เงินเดือนผมยังใช้เท่าเดิม ส่วนที่เพิ่มมาผมยังไม่กล้าแตะเลย กลัววันนึงผมทำให้คุณอำนาจแกไม่พอใจแล้วมาขอคืน ผมกลัวไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนท่าน”
“ไอ้บ้า ใครเค้าจะทวงคืนกันวะ แล้วมึงก็ทำตัวให้มันดีๆ หน่อย ไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเองนึกอยากจะทำอะไรก็ทำ แค่นี้พี่อำนาจเค้าก็ไม่ยึดสมบัติคืนจากมึงแล้ว”
“ครับพี่ผมจะพยายามทำตัวดีๆ นะครับ อ้อพี่คมช่วงบ่ายมีอะไรกับผมอีกหรือเปล่าครับ ถ้าไม่มีผมจะไปข้างนอกซักหน่อย คงจะกลับมาอีกทีก่อนห้าโมงนะครับ”
“ไม่มี ว่าแต่มึงจะไปจีบสาวที่ไหนอีกหละ”
“พี่คมนี่ชอบมองผมในแง่ร้ายนะครับ ที่จริงผมก็ไม่ได้อยากออกไปเลย แต่ด้วยความที่ว่าตอนนี้ผมต้องดูแลบริษัทน้อยใหญ่หลายบริษัท ผมก็เลยต้องออกไปดูผลประกอบการของบริษัทอื่นบ้าง ไหนๆ เค้าก็ให้ค่าจ้างมาแล้ว แถมเดือนหน้าผมคงต้องได้เริ่มใช้เงินส่วนที่ผมไม่กล้าใช้แล้วด้วย”
“อ้าวไหนมึงว่ากลัวไม่มีเงินชดใช้พี่อำนาจไง แล้วมึงจะเอาเงินเยอะแยะไปทำอะไร”
“ผมจะซื้อบ้านครับพี่ เตรียมไว้เป็นเรือนหอ ต้นปีหน้าผมกับก้อยจะแต่งงานกันแล้วนะครับ ยังไงรบกวนพี่เป็นผู้ใหญ่ให้ด้วย”
“เออ ก็ดี เมียหลายคนนี่มึงจะให้ทนอยู่กันในห้องแคบๆ คงอึดอัดตาย อ้อแต่กูคงเป็นผู้ใหญ่ให้มึงไม่ได้หรอกนะ”
“อ้าวทำไมหละครับ รังเกรียจกันหรอครับเนี่ย โอ้ว ผมเสียใจนะ”
“ไอ้บ้า ไม่ได้รังเกรียจ แต่มึงมีพ่ออยู่ทั้งคน จะให้กูข้ามหน้าพี่อำนาจหรอ มีหวังเค้าได้ไล่กูออกกันพอดี”
“แหม ผมคงไม่ยอมให้คุณอำนาจมาไล่พี่คมของผมออกหรอกครับ แต่ถ้าตอนนั้นผมเองก็ยังเอาตัวไม่รอดก็คงต้องตัวใครตัวมันนะครับ” ผมหัวเราะ
“เออ ไม่มีอะไรกับกูแล้วใช่แป้ง งั้นแค่นี้ก่อนนะกูจะทำงาน”
“อา    ครับไม่มีแล้ว” ผมตอบอย่างงงๆ ตกลงว่าผมโทรไปรบกวนเวลางานพี่คม หรือแกโทรมาหาผมกันแน่ผมชักงง

ผมเตรียมตัวออกไปหาลินตามที่ได้นัดไว้ แต่ก่อนที่จะออกไปผมก็ส่งข้อความไปยืนยันเรื่องเย็นนี้กับหญิง ผมขับรถยังร้านที่นัดทานข้าวเที่ยงกับลิน ผมไปถึงก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมงแต่ก็พบว่าลินเป็นฝ่ายมารอผมอยู่ก่อนแล้ว วันนี้เธอแต่งตัวแต่งต่างจากปรกติ

ลินใส่กระโปรงสั้นสวมถุงน่องสีดำ แทนที่จะใส่กางเกงผ้าตามปรกติ ด้านบนยังคงใส่เสื้อเชิ๊ตและสวมเสื้อนอกทับ แต่เสื้อตัวในที่ปรกติลินจะใส่แบบมิดชิด วันนี้ก็กลายเป็นเสื้อเชิ๊ตคอลึกจนเห็นร่องอก ใบหน้าแต่งแต้มสีสันด้วยเครื่องสำอางสีอ่อนๆ ทรงผมเซ็ทมาอย่างดี จากสาวทำงานที่ปรกติแทบจะไม่เคยมีใครสนใจเธอ วันนี้ลินกลับมีหนุ่มๆ จ้องมองเธอกันตาเป็นมัน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นลินก็ยังคงไม่สนใจสายตารอบข้างที่จ้องมองเธอ พอลินเห็นผมเธอก็รีบลุกขึ้นแล้วโบกมือให้ ทำเอาบรรดาสายตาหนุ่มๆ ที่กำลังจ้องเธอ หันมาจ้องผมกันเป็นตาเดียว

“อ้าว นัดกันเที่ยงไม่ใช่หรอ ทำไมมาก่อน 11 โมงครึ่งอีกหละ”
“ก็ลินอยากเจอพี่บีนี่ค่ะ แล้วก็ได้เจอก่อนเวลานัดจริงๆ ด้วย”
“อืม แต่อย่าเหมาว่าพี่จะมาเร็วแบบนี้ทุกครั้งนะ ครั้งหน้าอาจจะรอเก้อก็ได้ มาตามเวลานัดดีกว่าเพราะพี่ไม่อยากให้ลินต้องมานั่งรอนานๆ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ รอนานแต่ยังได้เจอ ดีกว่าไม่มีโอกาสได้รอ”
ผมยิ้มเพราะคำพูดของลินยืนยันกับผมอีกรอบว่าเธอไม่ได้สนใจสายตาที่อยากจะผูกสัมพันธ์จากชายหนุ่มรอบข้างเลย
“ถ้างั้นหิวหรือยังหละ สั่งอาหารเลยแป้ง อืมแล้วลุงที่ขับรถให้ลินหละ ไปไหนซะแล้ว”
“วันนี้ลินให้ลุงเค้าหยุดหนะค่ะ”
“อ้าวงั้นลินก็ขับรถมาเองหนะซิ”
“เปล่าค่ะ ลินนั่งรถแท๊กซี่มา ลินจะได้ขอพี่บีให้ไปส่งได้ไงค่ะ”
“ได้ซิ ยังไงพี่ก็ต้องให้ลินสรุปงานของอาทิตย์ที่แล้วให้พี่ฟังอยู่แล้วนี่น่าจริงแป้ง”

ผมยิ้มและส่งสายตาที่สื่อความหมายว่าผมคิดถึงเธอและต้องการทำรักกับเธอให้หายคิดถึง ลินอายจนนหน้าแดงก่อนจะตอบค่ะสั้นๆ หลังจากนั้นเราก็เริ่มสั่งอาหารมาทานกันระหว่างทานอาหารผมขอให้ลินช่วยหาบ้านให้ผมซักหลัง เพราะผมคิดว่าคุณอำนาจอาจจะมีธุระกิจด้านนี้อยู่บ้าง

“พี่บีอยากได้บ้านแบบไหนค่ะ”
“อืมพี่อยากได้บ้านใหญ่ๆ หน่อย เอาสองชั้นพอ ชั้นบน อยากให้มีห้องซัก 4 หรือ 5 ห้องก็ได้ ชั้นล่างมีห้องทำงาน ห้องทานข้าว ห้องครัว ห้องรับแขก อ้อชั้นบนพี่อยากให้มีห้องใหญ่ห้องนึงที่อยู่ด้านหน้าของบ้าน แล้วเรื่องห้องน้ำ ก็อยากให้มีส่วนตัวกัน หรือไม่มีซักสองห้องแล้วแบ่งโซนกันก็ดีจะได้ไม่ต้องแย่งกัน”
“โห แบบนี้สร้างใหม่ดีกว่าแป้งค่ะ เราก็มีบริษัทก่อสร้างอยู่นะค่ะ พี่บีจะให้เป็นยังไงได้หมด”
“ตอนแรกพี่ก็คิดว่าจะสร้างนะ แต่พี่ไม่มีเวลารอหลายๆ เดือน พี่อยากได้ซักเดือนหน้านี้”
“ค่ะ ลินจะลองหาให้นะค่ะ แล้วพี่บีอยากได้ที่กว้างซักกี่ตารางวาค่ะ”
“อืมพี่ก็ไม่รู้นะว่ากี่ตารางวา เอาเป็นว่า อืม” ผมนับจำนวนรถที่จะต้องจอดในบ้าน “ก็เอาให้จอดรถได้ซัก 5 คัน แล้วมีสนามหญ้าซักหน่อยเอาแบบไว้ปลูกต้นไม้ หรือให้ลูกหมาวิ่งเล่นได้”
“ค่ะ ได้ค่ะ เอาไว้พรุ่งนี้ลินจะส่งข้อมูลไปให้นะค่ะ ถ้าพี่บีชอบใจหลังไหน ลินจะนัดเข้าไปดูบ้านด้วยกัน”
“ได้ซิ พี่ก็อยากมีคนที่ช่วยดูและให้คำปรึกษาเหมือนกัน”

คุยกันเรื่องบ้านจบเราก็กินสเต็กกันต่อจนอิ่ม วันนี้ลินไม่สั่งกลับบ้าน พอผมถามเธอก็ตอบกลับมาว่ากลัวอ้วน กลายเป็นว่าลินพยายามรักษาร่างกายเพื่อให้ผมไม่เบื่อเธอ

“ไม่เป็นไรหรอ อ้วนนิดๆ ก็น่ารักดี เวลากอดก็นิ่มดีด้วย”
“ไม่เอาค่ะ ลินอยากให้ตัวลินเหมือนเดิม เหมือนครั้งแรกที่พี่บี อืม ได้เห็นและจะเป็นแบบนั้นให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้”

หลังจากทานสเต็กเสร็จเราสองคนก็ไปที่รถผม ผมเปิดประตูให้ลินขึ้นไปนั่งจากนั้นผมก็เดินไปอีกด้าน

“ลินอยากไปไหนก่อนหรือเปล่า หรือว่าจะไปห้องเลย”
“พี่บีค่ะ คือลินอยากลองไปที่ที่คนอื่นเค้าไปกันบ้าง พี่บีจะว่าอะไรแป้งค่ะ”
ผมเข้าใจความหมายของลิน “งั้นหรอก็ได้นะ”

ผมขับรถพาลินไปยังโรงแรมม่านรูดเกรดเอ แห่งหนึ่ง พอเลี้ยวรถเข้าไปด้านในลินก็แสดงอาการเขินอายสายตาพนักงานที่กำลังโบกรถ ผมก็เลยบอกเธอให้แกล้งหลับ ซึ่งเป็นมุขประจำของสาวๆ ที่อายเวลาแฟนพาเข้าโรงแรม ซึ่งลินก็ทำตาม

พอเด็กรับรถเดินกลับออกไปผมก็เปิดประตูรถ ลินลืมตามองแล้วรีบลุกขึ้น ผมกับเธอเดินเข้าไปในห้อง พอคิดว่าพ้นสายตาคนอื่นลินก็หันมาประกบปากจูบกับผม ผมรีบคว้าก้นของลินขย้ำพร้อมกับถลกกระโปรงสั้นของเธอขึ้นพอ พอเรียวขาของลินไม่ถูกกระโปรงตัวเล็กของเธอเหนี่ยวรั้ง ลินก็ยกขาขึ้นเกี่ยวเอวผม

เนื่องจากลินไม่ใช่สาวตัวเล็กน้ำหนักของเธอจึงทำให้ผมต้องรีบเดินไปที่เก้าอี้นวมแล้ววางเธอลง แต่ลินก็กอดคอผมไว้แน่นจนผมต้องล้มตัวลงตามเธอ ลินยังคงไม่ยอมปล่อยให้ผมหยุดหายใจเธอยังควานลิ้นเค้ามาในปากผมไม่หยุด ผมเองก็ทั้งล้วงทั้งควักเธอทั้งบนทั้งร่าง

ผมกับลินฟัดกันจนเพลิงราคาเริ่มรุกโชนขึ้น ในที่สุดเราสองคนก็ทนต่อความต้องการที่มีไม่ไหว โดยที่ยังไม่ทันได้ถอดเสื้อผ้า ลินก็รีบแกะเข็มขัดและซิบกางเกงผมออก พอท่อนเอ็นผมได้เป็นอิสระผมก็รีบเอาแหวกด้านข้างเกงเกงในลูกไม้ตัวน้อยของลินแล้วดันมันพรวดเข้าไปจนมิดด้าม ลิ้นร้อง อ้าแอ่นเอวรับผมจนหน้าขาเราแนบกันสนิท

จากนั้นลินก็จับสะโพกผมแล้วเริ่มให้จังหวะ ผมถอนเอ็นออกช้าๆ ก่อนจะกระแทกกลับเข้าไปสุดลำทำเอาลินต้องผละปากจากผมแล้วร้องซีด จากนั้นผมก็เริ่มทำตามจังหวะที่ลินเป็นคนควบคุม ลินดันเอวผมออกช้าๆ แต่ดึงกลับอย่างแรงเหมือนอยากให้ผมกระแทกรูเสียวเธอให้ทะลุ

ผมกระแทกเอ็นตามจังหวะที่ลินต้องการจนเก้าอี้นวมที่รองรับแรงกระแทกของผมถึงกับดังเอี๊ยดๆ แล้วค่อยๆ เขยื่อนไปจนชนกับผนังห้อง แต่นั้นก็ไม่ทำให้ผมผ่อนจังหวะลงแม้แต่น้อย ผมจับขาลินถ่างออกจนสุด เสียงน้ำรักเธอโดนเอ็นผมกรแทกจะแตกกระจายดัง จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ แต่เสียงครางของลินก็ทำเอาผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงอย่างอื่นเลย

ลินกดหัวผมซุกหน้าอกคู่อวบของเธอ แต่ผมก็ทำได้เพียงดูดงับเนินเนื้อที่โผล่ออกมาจากคอเสื้อ เพราะมือสองข้างผมกำลังพยายามดันข้อพับขาของลินเพื่อให้ขาเธอถ่างรับท่อนเอ็นของผม ความคับแน่นและตอดรัดของรูเสียวลินทำให้ผมอยากจะแทงของรักเธอให้แหลกคาเอ็นผมจริงๆ ดูเหมือนลินเองก็อยากให้ผมทำแบบนั้น เธอเด้งเอวขึ้นรับการกระแทกของผมแรงขึ้นทุกครั้งเหมือนเธอมีความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ผมเริ่มทนไม่ไหวที่ไม่ได้ลิ้นรสปลายถันของลิน ผมเลยจับขาเธอมาผาดบ่าผมแทนแล้วเอามือตะปบหน้าอกทั้งสองข้างของลิน ผมขย้ำมันอย่างแรงจนเสื้อลินแทบจะฉีกขาด ผมรู้สึกได้ถึงปลายยอดแหลมด้านในเสื้อลินที่กำลังแข็งเต็มที่ ผมรีบแกะกระดุมเสื้อของลินออกจากเป็นหน้าอกคู่อวบที่มีบราตัวเล็กสีดำรัดแน่นจนแทบทะลัก

ผมไม่รอช้ารีบถลกมันลงด้านล่าง ตอนนี้ปลายถันสีอ่อนกำลังชี้มาที่หน้าผมเหมือนกำลังชวนเชิญ ผมก้มลงแล้วดูดปลายถันด้านซ้ายของลินสุดแรง ลินเสียวจนต้องผวาแอ่นตัวขึ้น ลินกดหัวผมกับหน้าอกเธอแน่น ผมทั้งดูดหน้าอกทั้งกระแทกเอ็นใส่ลินไม่หยุด ตอนนี้แอร์ที่เย็นฉ่ำกลับไม่สามารถทำให้เหงื่อของเราทั้งคู่หยุดไหลออกมาได้เลย

ผมดูนมลินข้างนึงอีกข้างนึงผมก็ใช้มือขย้ำ ผมปลุกปั่นอารมณ์ของลินจนสุดที่เธอจะทานรับไว้ได้ ลินตัวกระตุก เธอผมบอกว่าเธอถึงแล้ว แต่ผมก็ยังคงไม่ยอมหยุด ลินร้องเหมือนจะขาดใจให้ได้ แต่เธอก็ไม่ได้ขอให้ผมหยุดสิ่งที่ผมทำให้เธออยู่ ผมโยกเอวกระแทกเอ็นใส่ลินจนรู้สึกว่าท่านี้เริ่มทำให้ผมเมื่อย

ผมหยุดกระแทกเอ็นแต่ยังคามันไว้ด้านในรูเสียวลิน ทำให้ลินมีเวลาหยุดพักเหนื่อย ผมค่อยจับลินให้พลิกกลับด้านแล้วให้เธอยกก้นแอ่นขึ้นเพื่อที่ผมจะได้เปลี่ยนท่าเป็นท่ายืน ผมจับสะโพกลินให้ยกสูงเพื่อที่ผมจะได้ยืนกระแทกเอ็นใส่เธอได้ถนัดๆ ลินหันมายิ้มหวานก่อนจะเริ่มกระดกเอวให้เอ็นผมครูดกับด้านในรูเสียวเธอพร้อมกับครางเสียว

“อู้ยยยย เสียวค่ะพี่บี อ้าลิน เสียวววว รูไปหมดแล้ว ทำลินต่อเถอะ”
“งั้นพี่ขอต่อเลยนะ”
“เอาเลยค่ะลินอยากอีกแล้ว”

ผมเริ่มโหย่งเอวแล้วกระแทกเอ็นใส่รูเสียวลินต่อ ลินเสียวจนต้องสะบัดหัวไปมาร้องคราง ผมกระแทกลินแรงมากจนเธอต้องเอามือจับยันโซฟาไว้ไม่ให้หน้าไปกระแทก พับ พับ พับ พับ เสียงหน้าขาผมกระแทกกับก้นลินดังไปทั้งห้อง กางเกงในตัวน้อยที่โดนแทงเอ็นผมแหวกตอนนี้เปียกชุมไปด้วยน้ำรักของลิน ผมยืนกระแทกอยู่นานจนไม่รู้ว่ารูเสียวลินตอดเป็นผมเพราะเสร็จสมไปแล้วกี่ครั้ง

แต่ผมเอกก็ใช่ว่าจะทนความเสียวที่ได้รับอยู่ได้ตลอดไป ผมเริ่มรู้สึกถึงอาการอยากหลั่งน้ำกามจากปลายรูบนหัวบานผม ผมก้มตัวลงพร้อมกับเอามือประคองสองเต้าลินไว้ จากนั้นผมก็เริ่มกระเด้าเอ้วอย่างเร็ว ลินร้องครางเสียงดังลั่นจนกลบเสียงเอี๊ยดอ๊าดของเก้าอี้ไปหมด ผมเร่งกระเด้าเอวสุดตัวพร้อมกับขย้ำหน้าอกลินจนมันแทบแหลกคามือผม

แล้วผมก็ทนต่อไปไม่ไหวผมเร่งกระแทกเอวเร็วจี่แข่งกับเสียงครางของลินที่เริ่มถี่ขึ้น แล้วผมก็กลั้นความเสียวต่อไปไม่ไหว ผมปลดปล่อยน้ำกามร้อนๆ อัดกระแทกเข้าไปในรูเสียวลินหลายครั้งจนมันล้นกลับออกมาด้านนอก รูเสียวลินตอดรัดเอ็นผมไว้แน่นจะผมไม่อาจจะชักมันออกมาเพื่อไม่ต้องโดนน้ำกามร้อนๆ ของตัวเองไหลย้อนกลับมา ทำให้ผมต้องเสียวซ่านไปพร้อมๆ กับลินจนเธอหยุดเสียวแล้วคลายรูให้ผมถอนเอ็นออกมาได้

พอผมชักเอ็นออกมาลินก็พลิกตัวหันกลับมาพร้อมกับเอาริมฝีปากดูดรูดเอ็นทำความสะอาดให้ผม ผมยืนให้ลินดูดเอ็นจนเริ่มมีอารมณ์อีกครั้ง คราวนี้ผมถอดเสือ้ผ้าเธอออกจนหมดแล้วพาเธอไปจัดการที่เตียง ผมต้องชดเชยให้ลินหลายยกจนเธออิ่มเอมกับความสุขที่ผมมอบให้และนอนคลอเคลียกับผมอยู่บนเตียงเหมือนลูกแมวตัวน้อย

“พี่บีซื้อบ้านแบบนี้แสดงว่ากำลังจะแต่งงานแล้วหรอค่ะ”
“เปล่าหรอก ก็แค่ซื้อเตรียมไว้ก่อนเท่านั้นเอง” ผมลูบหัวลินเบาๆ เพราะเธอคงกำลังคิดว่าต่อไปคงจะไม่มีโอกาสมาอยู่กับผมสองต่อสองแบบนี้อีก
“ลินจะรีบหาให้นะค่ะ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ลินหมดโอกาสที่จะได้มาใกล้ชิดกับพี่บีแบบนี้อีก”
“น้อยใจพี่หรอเนี่ย” ผมก้มลงหอมไปที่หน้าผากของลิน
ลินส่ายหัว
“ไม่น้อยใจก็มองหน้าพี่หน่อยซิ”

ลินไม่ยอมเงยหน้ามองผม ผมก็เลยจับคางเธอแล้วค่อยๆ เชิดหน้าเธอเงยขึ้น พร้อมกับพรมจูบเบาๆ จากหน้าผากต่ำลงมาจนถึงริมฝีปาก จนตาเราสองคนประสานกัน ริมฝีปากบดเข้าหากันเหมือนมีแรงดึงดูด แล้วผมก็ปลอบใจลินไปอีกยก หลังจากนั้นเราก็นอนพักกันจนสี่โมงเย็น ผมเลยพาลินกลับไปส่งที่คอนโด

หลังจากส่งลินเสร็จผมก็กลับไปที่ออฟฟิตตามที่นัดกับหญิงไว้ วันนี้หญิงก็ไม่ขับรถมาเหมือนกันเพราะหลังจากกิจการรมแล้วเธออยากให้ผมขับรถไปส่งที่บ้าน แต่กว่าที่ผมจะกลับไปถึงก็ห้าโมงกว่า ผมเลยนัดให้หญิงมายืนรอผมที่ด้านข้างตึกเพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับขึ้นไปออฟฟิตอีก

“ไปไหนมาค่ะ กลับซะช้าเชียว หญิงนึกว่าพี่บีเปลี่ยนใจแล้วซะอีก”
“ไม่หรอกครับ พอดีไปดูงานหลายทีก็เลยกลับมาช้า อีกอย่างพี่สัญญาแล้วพี่ไม่ผิดสัญญาหรอครับ”
“ค่ะ หญิงเชื่อค่ะ”
“เราจะไปไหนก่อนดีครับ หญิงหิวหรือเปล่า”
“เออ คือถ้าหญิงอยากจะไปเลย แล้วเอาไว้หิวค่อยสั่งอาหารมาทานที่ห้องได้ไหมค่ะ อีกอย่างพี่บีจะได้ไม่ต้องกลับดึกด้วย เดี๋ยวแนนโทรตาม”
“ได้ซิครับ แต่แนนคงไม่โทรตามพี่หรอกครับวันนี้เค้าไปรับเพื่อนมาค้าง” วันนี้แนนบอกผมว่าจะไปรับฟางคงไม่สนใจหรอกว่าผมจะกลับดึกหรือเปล่า

แต่ผมก็ต้องผิดแผนเมื่อพี่คมให้ผมทำสรุปการเคลื่อนไหวของหุ้นในบริษัทเพื่อเอาไปให้ลูกค้างดู แน่นอนผมจะให้วิทำก็ยังรู้สึกแครงใจอยู่ ผมก็เลยต้องให้หญิงเป็นคนทำ แล้วอีกอย่างไหนๆ ผมกับหญิงก็มีนัดกันอยู่แล้วรอให้มืดแล้วค่อยเค้าโรงแรมด้วยกันก็ดีจะได้โรมแมนติกหน่อย

“ว้าแบบนี้หญิงจะอดไหมค่ะเนี่ย”
“ไม่หรอกจ๊ะ นิดเดียวเองทำเสร็จแล้วเราคอยไปตามที่สัญญากัน”
“ค่ะ งั้นหญิงจะรีบทำแล้วกัน”

แต่แล้วผมก็ผิดแผนอีกเพราะว่าข้อมูลที่พี่คมต้องการมันไม่ได้ทำง่ายๆ อย่างที่ผมและหญิงคิด หญิงเลยต้องนั่งทำอยู่จนถึงทุ่มกว่า ผมรู้สึกหิว หญิงก็คงเหมือนกัน ผมเลยสั่งอาหารมากิน หญิงขอให้เป็นอาหารฝรั่งจะได้กินง่ายๆ และเธอจะได้ทำงานไปด้วยผมก็เลยตามใจหญิงแต่ที่จริงมันก็ถูกใจผมเหมือนกัน

พออาหารเย็นมาส่งผมจักแจงแกะวางที่ด้านข้างโต๊ะทำงานของหญิง จากนั้นผมก็เอาซ้อมจิ้มสปาเก็ตตี้แล้วม้วนเป็นก้อนเล็กๆ แล้วเอามาป้องหญิง หญิงอ้าปากงับแล้วทำงานต่อ  ผมป้อนหญิงเหมือนกับแกล้งนะ พอเธอทำหน้าเครียดผมก็รีบหาอะไรป้อนจนหญิงหัวเราะผม

“พี่บีแกล้งหญิงอยู่นั่นแหละ แล้วเมื่อไหร่หญิงจะทำเสร็จหละค่ะ”
“ก็พี่เห็นหญิงทำหน้าเครียดก็เลยคิดว่าหิว”
หญิงหันมาค้อนก่อนจะกลับไปจ้องจอคอมต่อผมก็เลยป้อนเธอต่อ
“อ้ามๆ อ้าปากซิ”

หญิงหันหน้ามาเหมือนจะว่าอะไรผม แต่เธอก็อ้าปากงับนักเก็ตที่ผมป้อนเธอ ผมป้อนหญิงจนคิดว่าเธอน่าจะอิ่มแล้วผมก็เลิกแล้วหันมาเริ่มกินเองบ้าง ผมกินไปมองดูหญิงไป ตอนนี้สองทุ่มกว่าแผนกอื่นๆ ปิดไฟกันหมด ทั้งชั้นคงเหลือแค่หญิงกับผมสองคน ผมนั่งมองหญิงทำงานไปก็เริ่มทะเล้น

ผมแอบดูหน้าอกหญิงที่โผล่ออกมาจากสาปเสื้อของเธอ จากนั้นผมก็เริ่มจ้องดูเรือนร่างของเธอตั้งแต่ผมจนถึงปลายเท้า ผมมองดูเพลินจนไม่รู้ว่าหญิงรู้ตัวแล้วว่าโดนผมลวนลามด้วยสายตา หญิงหันมาเม้มปากแล้วขยับสะโพกไปมาเหมือนเธอมีอะไรเหนอะหนะอยู่ที่หว่างขา

ผมไม่รอช้าเลื่อนเก้าอี้ไปชิดกับเก้าอี้ของหญิงแล้วหอมแก้มเธอไปหนึ่งฟอด

“อย่าซิค่ะ แกล้งหญิงอยู่นั่นแหละ งานก็ไม่เสร็จซะที”
“ก็หญิงน่ารักนี่ พี่ก็เลยอยากแกล้ง”
ผมไม่พูดเปล่าแต่วางมือลงที่ต้นขาขาวๆ ของหญิงด้วย วันนี้หญิงใส่กระโปรงมา ซึ่งน้อยมากที่ผมจะเห็นเธอใส่กระโปรงแบบนี้ หญิงทำท่าสยิวนิดๆ ก่อนจะรีบดึงมือผมออก
“พี่บีอย่าซิค่ะ หญิงรีบๆ อยู่นะ”
“พี่ช่วยดูให้อยู่นี่ไง”
ผมไม่หยุดสอดมือล้วงเข้าไปใต้กระโปรงไปหาสามเหลี่ยมที่หว่างขาของหญิง ตอนแรกหญิงเคลิมถ่างขาให้ผมล้วงแต่พอเธอได้สติก็หุบขาหนีบมือผมไว้ซะแน่น
“อย่า  อย่าทำหญิงแบบนี้ซิค่ะ หญิงไม่มีสมาธิทำงานแล้วนะ”
“ไม่มีสมาธิทำงาน งั้นเรามาทำอย่างอื่นกันก่อนก็แล้วกัน”
“อย่า ค่ะ อุ๊บ”

หญิงไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อก็โดนผมเอาลิ้นอุดปากซะก่อน แต่หญิงก็รีบควานลิ้นตอบผมเธอคงกำลังมีอารมณ์จากที่โดนผมแกล้ง หญิงค่อยๆ ถ่างขอออกให้ผมเอาลิ้นลูบไปตามร่องหลืบของเธอต่อ ผมรู้สึกว่ามันไม่ถนัด ผมเลยดึงหญิงให้ลุกขึ้นแล้วให้เธอมานั่งตักผมแทน

หญิงนั่งหันหลังอยู่บนตักผม หญิงขยับก้นไปมาเอาร่องก้นถูกับท่อนเอ็นผมที่กำลังเริ่มแข็งจนกางเกงโป่งขึ้นมาเป็นลำ ผมเองก็ใช้มือซ้ายล้วงควักหว่างขาหญิงมือขวาก็ขย้ำหน้าอกเธอ ส่วนปากผมก็ซุกไซด์ไปตามต้นคอของหญิง ผมหญิงนิ่มและหอมมากยิ่งผมไซด์ยิ่ง ยิ่งได้อารมณ์อย่างบอกไม่ถูก

หญิงคงทนไม่ไหวเธอปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตและบราออกให้ผมขย้ำเต้าด้านในของเธอ จากนั้นเธอก็ปลดซิบกระโปรงทำให้มันรนขึ้นมาที่เอว จากนั้นหญิงก็ดึงกางเกงในออกไปไว้ที่ข้อขา ตอนนี้ก้นกลมๆ ของเธอถูกับเอ็นผมที่ตุงกางเกงอย่างเต็มที่ ผมเสียวจนอยากจะงัดเอาท่อนเอ็นออกมาแล้วเสียบเข้าไปในรูเสียวของหญิงให้รู้แล้วรู้รอดไปจริงๆ

ไม่ทันที่ผมจะทำให้ตามที่คิดหญิงก็เป็นฝ่ายลงมือก่อนเธอถอดกางเกงผมแล้วงัดเอาเจ้าท่อนเอ็นของผมออกมาจากนั้นเธอก็ดึงมือผมที่กำลังแหย่เข้าออกรูเสียวเธออกแล้วเอาแคมแนบกับท่อนเอ็นผมแล้วเริ่มกระดกก้นไปด้านหน้าด้านหลังเอาแคมถูกับลำท่อนเอ็นผม ผมทั้งเสียวทั้งเจ็บเพราะหญิงนั่งทับเอ็นผมที่กำลังแข็งเต็มที่จนมันแบนราบไปตามร่องก่อนและร่องเสียวเธอ

หญิงเอาแคมถูกับเอ้นผมจนน้ำรักเธอไหลออกมาเปียกไปทั่วท่อนเอ็นและหน้าขาของผมเต็มไปหมด หญิงขยับก้นไปครางเสียวไปแบบไม่กลัวว่าใครจะมาได้ยิน แต่ก็คงไม่มีใครมาได้ยินแล้วเพราะทั้งชั้นมีแค่ผมกับเธอเพียงสองคน ผมปล่อยให้หญิงขยับก้นเอาแคมถูกับเอ็นผมจนผมเริ่มทนไม่ไหวผมก็พยายามหาจังหวะพอหญิงขยับก้นไปด้านหน้าผมก็รีบกระกดปลายหัวบานขึ้น

“โอ้วววว”

หญิงที่ขยับก้นกลับมากลายเป็นส่งให้ปลายหัวบานผมมุดเข้าไปในร่องเสียวเธอ ผมจับเอวหญิงไว้แล้วกระกดเอวส่งท่อนเอ็นแทงขึ้นรูเสียวหญิง ระหว่างนั้นผมก็ถอดเสื้อตัวนอกของหญิงออกเหลือแต่เสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมออกแล้วทุกเม็ด ตอนนี้หญิงรู้งานแล้วเธอให้มือจับพนักเก้าอี้เพื่อพยุงตัวให้ผมเด้งเอวแทงเอ็นใส่เธอ

ผมเอื้อมมือไปกอดที่หน้าท้องหญิงแล้วค่อยๆ เลื่อนลงผ่านพงหญ้าอันนุ่มนิ่มของเธอจนมาถึงติ่งเล็กที่อยู่ด้านบนกลีบสองข้างของเธอ พอเจอสิ่งที่ผมควานหาผมก็บี้มันเล่นด้วยนิ้วชี้ หญิงร้องซี๊ดพร้อมกับบิดเอวไม่เป็นจังหวะ ผมเองก็แทงเอ็นไปทางซ้ายทีขวาทีไม่หยุด

เราเล่นท่านี้กันซักพักผมก็พยุงตัวหญิงให้ลุกขึ้นแล้วให้เธอยืนเกาะโต๊ะทำงานโดยที่ผมยืนแทงเอ็นอยู่ด้านหลัง พอผมยืนได้ถนัดผมก็กระแทกเอ็นใส่ด้านหลังหญิงดัง ตับ ตับ ตับ หญิงร้องครางสะบัดหัวไปมา หญิงเหลี่ยวหลังมามองผมด้วยสายตาหวานเยิ้มหลายครั้งสลับกับการหันไปแหง่นหน้าร้องคราง

“โอ้ยยย พี่บี แรงๆ ค่ะ โอ้ววววว ลึกๆ ค่ะลึกๆ”

ผมยัดท่อนเอ็นสุดลำจะกระแทกผนังมดลูกตามที่หญิงต้องการ หญิงสะบัดหน้าพร้อมกับครางเสียวอย่างพอใจ ผมเองก็เมามันส์จนเผลอขย้ำก้นหญิงจนแดงเป็นรอยมือ ในเมื่อหญิงขอบแทงแรงๆ ผมเลยเปลี่ยนท่าเป็นลิงอุ้มแตง ถึงตัวเธอจะไม่ได้เล็กแต่กฒก็กัดฟันเล่นท่านี้

“โอ้วววว สุดยอดค่ะพี่บี โอ๊ยยยยยยยยย หญิงเสียวรูไปหมดแล้ว”

ผมโยนตัวหญิงแล้วปล่อยให้รูเสียวเธอโดนแรงโน้มถ่วงปล่อยลงมากระแทกท่อนเอ็นผม ผมต้องกัดฟันเล่นท่าลิงอุ้มแตงอยู่เกือบสิบนาทีถึงเปลี่ยนพาเธอไปนอนแผ่บนโต๊ะวิ ที่จริงผมก็ไม่อยากจะเอาหญิงบนโต๊ะวิหรอกนะ แต่บังเอิญโต๊ะหญิงมีของวางเต็มไปหมด

ผมวางหญิงนอนแผ่ลงบนโต๊ะจากนั้นผมก็จับขาหญิงถ่างออกแล้วยืนกระเด้าเอวส่งท่อนเอ็นกระแทกรูเสียวเธอ หญิง ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ ผมก็นึกถึงหน้าวิที่กำลังครางเสียวเพราะโดนผมเอา มันยิ่งทำให้อารมณ์กระสั่นผมเตลิด ผมกระแทกเอ็นใส่รูเสียวหญิงถี่ยิบเหมือนอยากให้น้ำแตกให้เร็วที่สุด

หญิงเองก็ยกเอวร่อนรับการกระแทกของผมไม่หยุดเช่นกันจนในที่สุดผมก็ทนเสียวต่อไปไม่ไหว แล้วผมก็ต้องร้องโอ้ววววว หญิงเองก็ร้องกรี๊ดพร้อมทั้งเอาขาเกี่ยวเอวผมไว้แน่น ผมเอ็นกระตุกปล่อยน้ำกามออกหลายครั้งจนหมดลำ หญิงนอนหลับตาพริ้มเหมือนสุขสมกับรสสวาทที่ผมทำให้

หลังจากเสร็จยกแรกผมก็อุ้มหญิงไปนอนที่โซฟาให้ห้องผมเพื่อเริ่มยกสอง เราทำกันทุกท่าที่นึกได้และที่จะอำนายจนผมหมดแรง หญิงเองก็คงหมดแรงเหมือนกัน ผมบอกหญิงว่างานที่เหลือเอาไว้ทำต่อพรุ่งนี้ก็ได้วันนี้เหนื่อยแล้ว หญิงหัวเราะก่อนจะบอกผมว่าทำเสร็จนานแล้วแต่เห็นผมเอาใจป้อนข้าวก็เลยแกล้งทำเป็นว่ายังไม่เสร็จ

ผมบี้จมูกหญิงเอาคืนที่เธอแกล้งผม เราแกล้งกันอีกซักพักก่อนที่หญิงจะนอนกอดผมนิ่งเหมือนต้องการไออุ่น

“พี่บีค่ะ นอกจากหญิงแล้ว ยังมีใครที่มานอนกับพี่แบบนี้บ้างค่ะ”
“ไม่มีหรอกมีแต่หญิงคนเดียวแหละ”
“อย่ามาโกหกเลยค่ะ หญิงรู้นะ แต่แค่ไม่อยากเดา”
“มันก็ไม่เห็นจะสำคัญเลยนี่ว่าพี่จะนอนกับใครในออฟฟิตบ้าง”
“หญิงก็ไม่ได้ถามเพราะหึงนะค่ะ หญิงก็แค่อยากรู้ว่าใครที่หัวอกเดียวกับหญิงบ้าง”
ผมบีบจมูกหญิง “สรุปว่าหึงนั่นแหละ”
“ไม่ได้หึง จะหึงทำไมของไม่ใช่ของเรา สนุกด้วยชั่วครั้งชั่วคราวก็พอแล้ว เดี๋ยวเบื่อก็ไปหาคนใหม่ดีกว่า”

คำพูดของหญิงทำให้ผมเป็นฝ่ายหึงเธอแทนมากกว่าเลยต้องจัดเธออีกครั้ง ผมจัดให้หญิงจนเธอสมใจอยาก กว่าเราสองคนจะมีแรงลุกขึ้นแต่งตัวก็เกือบเที่ยงคืน ผมพาหญิงไปที่รถเพื่อพาเธอไปส่งบ้านระหว่างทางผมก็ชวนเธอกินข้าวต้มก่อนเพราะข้าวเย็นที่เราสองคนกินไปใช้ไปหมดแล้วกับกิจกรรมหลังอาหาร

ระหว่างทานข้าวต้มเราก็คุยกันต่อ ผมถามเรื่องแฟนเธอ คือผมอยากรู้ว่าตอนนี้เธอมีแฟนเป็นตัวเป็นตนหรือเปล่า ผมจะได้ทำตัวถูก เพราะผมรู้สึกติดใจเธอขึ้นมาเหมือนกัน ผมกลัวว่าจะเหมือนจอยที่มีแฟนแล้ว ผมจะได้ไม่ยุ่งมากเดี๋ยวแฟนเธอจับได้จะเป็นเรื่อง หญิงบอกว่าตอนนี้เธอไม่มีแฟน

“เคยมีตอนอยู่อเมริกาแหละค่ะ เสียตัวก็ที่นั่น ตอนอยู่ประเทศไทยหญิงไปเที่ยวกลับๆ ไม่ได้หรอกค่ะ แถมจะมีแฟนยังไม่ได้เลย พอได้ห่างบ้านก็เลยลองหมด นึกๆ แล้วก็เสียดายนะค่ะ เสียของรักไปเพราะแค่อยากลอง”
“ไม่เห็นต้องคิดมากเลย เดี๋ยวนี้ผู้ชายเค้าไม่ถือเรื่องแล้ว”
“นั่นซินะค่ะ ว่าแต่การกินข้าวต้มเที่ยงคืนมันคือแบบนี้เองหรอค่ะ หญิงเพิ่งเข้าใจ เมื่อก่อนหญิงก็คิดนะค่ะว่าเค้าจะมากินอะไรกันอีกตอนเที่ยงคืนได้เวลานอนแล้ว แต่พอเจอเองก็รู้เลยว่ามันหิวมากขนาดไหน” หญิงยิ้ม
“ว่างๆ ถ้าทำงานดึกอีก มาทานกันอีกไหม”
หญิงมองผมด้วยสายตาเหมือนจะบอกว่าเมื่อไหร่ก็ได้เธอพร้อมเสมอ

หลังจากกินข้าวต้มเสร็จ ผมก็ไปส่งหญิงที่บ้าน บ้านของหญิงใหญ่โตแบบพวกเศ


Re: ก้อย final season ep 20 by ukisa( จากเวปเพื่อนบ้าน )
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2016, 01:45:00 pm »
 ::HeyHey::เยี่ยม

*

ออฟไลน์ gai

  • Junior Member
  • ***
  • 445
  • 19
    • ดูรายละเอียด
Re: ก้อย final season ep 20 by ukisa( จากเวปเพื่อนบ้าน )
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2018, 12:40:08 am »
 ::Angry::   ต่อๆๆๆๆๆ



หลังจากกินข้าวต้มเสร็จ ผมก็ไปส่งหญิงที่บ้าน บ้านของหญิงใหญ่โตแบบพวกเศรษฐี แต่ผมก็ไม่แปลกใจเพราะคิดอยู่แล้วว่าเธอต้องเป็นลูกคนรวย ที่ทำงานก็เพื่อเอาเงินมาซื้อเสื้อผ้า ส่วนเงินใช้จ่ายทางบ้านเธอคงมีเงินให้ใช้ต่างหากอยู่แล้ว วันนี้ผมรู้สึกระบมไปทั้งตัวเพราะกดไปทั้งลินทั้งหญิง เดี๋ยวกลับไปไม่รู้ว่าต้องกดฟางอีกคนหรือเปล่าถ้าเธอทำหน้าอ้อนให้ผมทำ แต่กว่าที่ผมจะกลับไปถึงห้องก็ตีหนึ่งกว่าแล้ว สองสาวหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่อง ผมเลยสบายหน่อย คืนนื้ผมเลยแค่นอนกอดฟางเฉยๆ แต่สุดท้ายผมก็ต้องมาเสียน้ำตอนก่อนสว่างเพราะฟางตื่นมาซะก่อนและทำตาแป๋วจ้องผม ผมเลยต้องทำให้เพราะความน่ารักของเธอ ผมแทบไม่อยากจะตื่นเลยเพราะระบมไปทั้งตัวแต่ก็ไม่กล้าบ่น หรือแสดงอาการออกมาเพราะกลัวแนนจะสงสัย วันนี้ลินส่งรูปบ้านพร้อมแปลนมาให้ผมดูหลายหลังแต่ผมก็ยังไม่ค่อยถูกใจ เพราะไม่มีหลังไหนเลยที่มีห้องใหญ่ใหญ่อย่างที่ผมต้องการ เพราะห้องนี้ผมกะเอาไว้อยู่กับก้อยกันสองคน และสามารถให้แนนกับเจนมานอนด้วยกันได้ถ้าพวกเธออยากมานอนด้วยกัน 4 คน พอนึกถึงเรื่องที่จะอยู่ด้วยกัน 4 คนผมก็นึกถึงเจนขึ้นมา ผมเลยทำสิ่งที่ผมละเลยมานานเหลือเกิน ผมกดโทรศัพท์ไปหาเจนที่ออสเตรีย “สวัสดีค่ะพี่บี” “สวัสดีจ๊ะเจน คุยได้หรือเปล่า กำลังเรียนอยู่หรือเปล่า” “เปล่าค่ะ กำลังนั่งเขียนแพทเทรินอยู่ค่ะ แต่คุยได้แล้วก็อยากคุยด้วยค่ะ” “พี่คิดถึงเจนนะ” “เจนก็คิดถึงพี่บีค่ะ” “ไม่รู้แนนเล่าให้เจนฟังหรือยัง คือพี่กำลังจะซื้อบ้าน ต่อไปเวลาเจนกลับมาเที่ยวก็จะได้มีห้องส่วนตัวอยู่ หรือหลังจากเรียนจบ จะได้มีห้องไว้เขียนแบบคนเดียวไม่มีคนรบกวนโดยเฉพาะแนน” “อ้าวหรอค่ะ เจนก็นึกว่าพี่บีซื้อบ้านไว้ให้แนนเลี้ยงน้องหมาซะอีก” เจนแซวผมแล้วก็หัวเราะ “โอ้ย เลี้ยงหมาอะไร ไม่เห็นจะสำคัญเลย” “หรอค่ะ แหมเห็นแนนบอกว่าจะบินไปอุ้มมาให้เลยไม่ใช่หรอค่ะ” “ถ้าจะให้พี่บินไปอุ้มลูกหมานะ พี่บินไปอุ้มเจนดีกว่า” “จะมาหาเจนหรอค่ะ มาได้แต่ห้ามอุ้มนะ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ว่าเอา” “แย่จังถ้าไปแล้วไม่ได้อุ้มเจน พี่คงขาดใจตายแน่ๆ เลย” เจนหัวเราะคิกๆ “ก็อุ้มแนนไปก่อนซิค่ะ แนนเค้าเป็นไอ้ตัวเล็กไม่ใช่หรอ” “ตัวเล็กอะไร ตัวหนักจะตาย เดี๋ยวนี้นะกินเก่งมาก อีกหน่อยจะกลายเป็นไอ้ตัวใหญ่แล้ว” “แหมไม่หรอกค่ะพี่บีแนนเค้ารักษาหุ่นจะตาย เค้าไม่ยอมให้อ้วนหรอกค่ะ” “รักษาหุ่นหรอ เจนรู้เปล่าว่าแนนกินไอติมเป็นถังๆ คนเดียว ไม่รู้เอาไปเก็บตรงไหนตัวก็แค่นั้น” “แต่แนนเค้าก็อยู่ไม่นิ่งนี่ค่ะ เค้าคงไม่อ้วนหรอค่ะ” “อืม คุยเรื่องเจนดีกว่า ถ้าพี่ซื้อบ้านได้แล้ว คงมีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เจนจะมาได้หรือเปล่า เรื่องตั๋วเครื่องบินพี่ออกให้” “เมื่อไหร่หละค่ะ” “ก็คงประมาณเดือนหน้านะ เพราะถ้าเดือนหน้าพี่ยังหาบ้านไม่ได้ มีหวังพี่ได้ปวดหัวกับเจ้าริวของไอ้ตัวเล็กแน่ๆ เลย” “หมายถึงน้องหมาหรอค่ะ” “ใช่มันชื่อเจ้าริวพี่ตั้งให้เอง แนนส่งรูปให้ดูหรือยังเค้าเห่อมาเลยนะ” “ส่งให้ดูแล้วค่ะ น่ารักดี สงสัยถ้ามาตัวเป็นๆ แนนคงอุ้มไม่ยอมวางแน่ๆ เลย” “พี่ว่าคงจะอยู่กันทั้งวันทั้งคืนเลยมากกว่าคราวที่แล้วลูกหมาหลงมาก็ยังยอมไปนอนนอกห้องคนเดียวเลยด้วยซ้ำ” “พี่บีอิจฉาหมาหรอค่ะ” เจนหัวเราะคิกๆ “พี่จะอิจฉาหมาทำไมเนี่ย พี่มีเจนกับพี่ก้อยให้กอดอยู่แล้ว คนอื่นเค้าจะอยากกอดแต่ลูกหมาก็ช่างเค้าซิ” “พี่บีพูดแบบนี้ยิ่งเหมือนกับพี่อิจฉาเจ้าริวเลยนะค่ะ” เจนหัวเราะ “แหมๆ รู้สึกว่าจะเข้าข้างกันจังนะ แบบนี้สงสัยต้องไปหาเพื่อทำคะแนนซะแล้ว โดนแนนทำทิ้งห่างไปเยอะเลยนะเนี่ย” “ก็มาซิค่ะ แต่ไม่ให้กอดนะ” “เฮอ ติดตรงนี้แหละ ถ้าเจอหน้าแล้วไม่ได้กอด ไม่ได้อุ้มพี่จะทนไหวหรือเปล่านะ” “ก็ต้องทนนะค่ะ หรือว่าพี่บีจะกล้ากอดเจนต่อหน้าพี่แจน” “อ้าว พี่แจนอยู่ที่โน้นหรอ” “ใช่ค่ะ มาอยู่หลายเดือนแล้ว ถ้าพี่แจนรู้ว่าพี่บีบินมาหาเจน พี่แจนคงต้องตามมาด้วยทุกครั้งที่เรานัดเจอกันแน่ๆ เลย” “แย่จัง แบบนี้พี่รอเจนมาหาดีกว่า ตกลงมางานขึ้นบ้านใหม่ของเรากันนะ พี่อยากให้เราอยู่กันพร้อมหน้า” “ยังไม่รับปากนะค่ะ แต่จะพยายามไปให้ได้” “จ๊ะ พี่จะรอนะ อืมพี่ไม่กวนเจนแล้วขยันๆ เรียนนะ จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันซะที” “ค่ะ เจนจะรีบเรียนให้จบ เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างที่สัญญากันเอาไว้” “จ๊ะบายจ๊ะ” “บายค่ะ” พอได้คุยกับเจนผมก็รู้สึกคิดถึงแก้มนุ่มๆ ดวงตากลมๆ ที่เหมือนตุ๊กตา และความอ่อนหวานของเธอจนผมแทบจะทนรอให้วันที่เธอจะกลับมาไม่ไหว คงเพราะแบบนี้หละมั้งที่ทำให้ผมไม่ค่อยได้โทรหาหรือติดต่อกับเจน ลึกๆ แล้วจิตใต้สำนึกของผมเตือนตัวเองอยู่เสมอว่ามันจะทำให้ผมอดทนรอให้เธอทำตามความฝันไม่ไหว ผมมัวแต่คิดถึงเจนเพลินจนไม่ได้ยินเสียงเคาะประตู “ขอโทษนะค่ะ” วิเปิดประตูห้อง “อ้อครับเชิญๆ” ผมเชิญให้วินั่ง “มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ” “ไม่มีอะไรด่วนค่ะ วิแค่มาส่งรีพอร์ทประจำสัปดาห์เท่านั้นค่ะ” “อ้อครับ” ผมรับรีพอร์ทจากวิมาดู “สัปดาห์ที่แล้วไม่มีอะไรพิเศษเลยหรอครับ” “ก็ไม่มีอะไรนี่ค่ะ” ผมหยุดคิดก่อนจะยิงคำถามใส่วิอีกข้อ “ถ้าสมมุติว่ามีคนคิดจะซื้อหุ้นบริษัทนี้ให้ถึง 25% เพื่อที่จะมีสิทธิเข้ามาบริหาร ผมพอจะมีวิธีไหนที่ผมจะป้องกันหรือแก้ไขได้บ้างไหม” อยู่ๆ ผมก็นึกคำถามลองใจวิขึ้นมาได้ “ทำไมหรอค่ะ คุณบีคิดว่ากำลังมีใครทำแบบนั้นอยู่หรอค่ะ” วิแสดงอาการมีพิรุธออกมาและพยายามเลี่ยงไม่ตอบคำถาม “ก็ไม่มีหรอก ไม่ถามแบบนี้ก็ได้ แล้วถ้าผมคิดจะฮุบบริษัทอื่นโดยการกว้านซื้อหุ้น ทางบริษัทนั้นเค้าจะมีวิธีแก้ไขยังไงบ้าง” “จริงๆ แล้วถ้าคุณบีมีเงินพอ และมีคนขายให้ มันก็ป้องกันอะไรไม่ได้หรอกค่ะ” “ทำไมหละ แบบนี้บริษัทที่มีหุ้นในตลาดก็มีความเสี่ยงที่จะโดนเทคโอเวอร์หมดหละซิ” “ธุรกิจมันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่ค่ะ ใครมีเงินมากกว่าก็มีอำนาจมากกว่า ก็เหมือนปลาใปญ่กินปลาเล็ก มันเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ” “งั้นหรอ อืม” ผมรู้สึกว่าวิไม่อยากจะตอบคำถามผมเรื่องนี้ผมเลยไม่อยากถามต่อ “คุณบีไม่มีอะไรแล้ววิขอตัวนะค่ะ” “เดี๋ยวซิครับ เรื่องงานจบแล้ว ตอนนี้ขอถามเรื่องส่วนตัวคุณวิจะรังเกรียจไหมครับ” “ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะส่วนตัวมากแค่ไหนค่ะ” “ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็แค่อยากจะถามว่าคุณวิแต่งคอนโดไปถึงไหนแล้ว เห็นคุณบอกว่าอยากให้ผมช่วยดู แต่เห็นคุณวิเงียบไปเลย ผมคิดว่าคุณวิคงเกรงใจผมเลยไม่กล้าบอก” “อ้อ ก็ยังไม่ถึงไหนค่ะ วิยังหาเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกใจไม่ได้เลย แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะแต่งสีห้องโทนไหนดี ตอนนี้ก็อยู่แบบเดิมๆ ไปก่อนค่ะ ถ้าจะทำวิอยากทำทีเดียวให้จบ ไม่อยากให้ค้างๆ คาๆ” “งั้นหรือครับ แต่ผมกลับคิดว่าเราค่อยๆ ทำค่อยๆ แต่งไปน่าจะรู้สึกดีกว่า เหมือนโตไปพร้อมๆ กัน และก็มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จะได้ไม่รู้สึกจำเจ” “แต่วิไม่ชอบค่ะ วิคิดว่าถ้าจะทำแล้วต้องเสร็จ วิไม่ชอบอะไรค้างๆ คาๆ” “ครับ แต่ถ้าทำครั้งเดียวนี่คงต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากเหมือนกันนะครับ ผมก็เข้าใจนะครับว่าเงินเดือนวิก็เยอะน่าจะมีเงินเก็บพอ แต่คุณวิไม่คิดจะสำรองเงินไว้เผื่อฉุกเฉินบ้างหรือครับ” “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ วิมีงานพิเศษด้วย และยังเล่นหุ้นอีกคุณบีก็รู้ แค่เงินจากส่วนนั้นวิก็เหลือใช้แล้วหละค่ะ” ผมรู้รายรับรายจ่ายของวิดี และรู้ว่าเธอไม่มีทางพอใช้แน่ๆ แต่ก็ไม่อยากเผยไต๋ให้เธอรู้ “นั่นซินะครับ อืมเรื่องโทนสีคุณวิชอบสีดำไม่ใช่หรอครับ แล้วดูคุณก็เป็นคนสมัยใหม่คงไม่ถือเรื่องห้องสีดำใช่ไหมครับ แต่ดำล้วนมันก็คงดูมืดไป เป็นสีดำตัดทองหรือดำตัดเงินน่าจะดีไหมครับ” “ก็น่าสนใจค่ะ” “ที่จริงบริษัทในเครือที่ผมดูอยู่ก็มีพวกอินทีเรียดีไซน์อยู่เหมือนกันนะครับ ถ้าคุณวิสนใจผมจะให้เค้า ช่วยออกแบบให้ก็ได้” “แบบนั้นวิคงต้องเพิ่มงบค่าอินทีเรียด้วยหรือเปล่าค่ะ” “ไม่ต้องหรอกครับ คนบริษัทเดียวกันเดี๋ยวผมให้เค้าทำให้ฟรี แต่ขอผมไปดูด้วยได้ไหมครับตอนที่เค้าเข้าไปดูห้องคุณวิ” “แบบนั้นก็ได้ค่ะ” “เออแล้ว คุณวิพักอยู่คนเดียวหรอครับ หรือว่าอยู่กับแฟนแล้วเรื่องแต่งห้องไม่ต้องปรึกษาแฟนด้วยหรือครับ” “วิไม่มีแฟนค่ะ” “อืมหรอครับ แล้วญาติพี่น้องไม่มีเลยหรอครับ” “ในใบสมัครของวิก็ระบุอยู่แล้วนิค่ะว่าพ่อแม่เสียตั้งแต่เกิดและไม่มีญาติพี่น้อง” “อ้าว แล้วใครเลี้ยงคุณวิมาหละครับ” วิทำหน้ากระอักกระอ่วนเมื่อเจอผมถามยอกย้อนเรื่องญาติพี่น้อง “วิอยู่บ้านเด็กกำพร้าค่ะ” “หรอครับ คุณวิอยู่บ้านเด็กกำพร้าไหนครับ ประเทศไทยมีด้วยหรอครับผมนึกว่ามีแต่ในต่างประเทศ แล้วคุณวิกลับไปเยียมที่บ้านเด็กกำพร้าบ้างหรือเปล่าครับ อืมแล้วคุณวิออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าตอนอายุเท่าไหร่ครับ” “เออขอโทษนะค่ะ วิคิดว่านี่เป็นเรื่องค่อนข้างส่วนตัววิขอไม่ตอบนะค่ะ” “อ้า งั้นผมก็ต้องขอโทษนะครับที่ถามซอกแซกเกิดไป แต่ผมไม่ได้คิดอะไรนะครับ ผมก็แค่อยากชวนคุณวิคุณเพราะปรกติผมเห็นคุณวิไม่ค่อยคุยกับใครเลย กลัวว่าจะเครียดแล้วไม่อยากมาทำงาน ผมไม่อยากเสียคนดีๆ ไป” “ไม่หรอกค่ะ วิชอบทำงานเงียบๆ มากกว่า ถ้าคุณบีไม่มีอะไรแล้ววิขอตัวนะค่ะ” “ครับ ผมหมดคำถามแล้วเชิญครับ” “ค่ะ” วิลุกขึ้นแล้วเดินกลับออกไปนอกห้อง ผมรู้ว่าวิคงอึดอัดและไม่พอใจกับคำถามของผมมาก ส่วนผมเองก็รู้สึกสงสัยในตัวของผู้หญิงคนนี้มากขึ้นเช่นกัน ขณะที่ผมกำลังคิดเรื่องนี้อยู่หญิงก็เปิดประตูเข้ามา “สวัสดีค่ะพี่บี” หญิงทำเสียงหวาน “สวัสดีจ๊ะ” แทนที่หญิงจะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเธอกลับเดินเลยมานั่งที่ด้านซ้ายของพนักเก้าอี้ของผม พร้อมกับกอดคอผมไว้ โชคดีที่ผมปิดมูลี่ไว้ “เมื่อวานนี้หญิงมีความสุขมากเลยค่ะ พี่บีทำจนหญิงหลงรักจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วรู้ไหมค่ะ” หญิงพูดหยอกผม “คนธรรมดาอย่างพี่เนี่ยนะทำให้ สาวไฮโซอย่างหญิงตกหลุมรักได้” ผมหยอกหญิงคืน “เฮอ น่าเสียดายนะค่ะเจอคนถูกใจก็ดันมีเจ้าของถึงสามคนซะแล้ว จะขอเป็นคนที่สี่ก็ไม่ได้” หญิงจับคางผมให้เงยหน้ามองเธอ “คนสวยๆ อย่างหญิงมีคนดีๆ รออยู่เยอะแยะ” “ก็พี่บีแหละ ไม่น่าทำจนหญิงติดใจแบบนี้เลย” หญิงหยิกแก้มผมเล่น ผมเลยแกล้งดึงเธอมานั่งตักผมแทน “โอ้ยย อย่าซิค่ะ เดี๋ยวหญิงก็สปาร์คหรอก แล้วไม่มีใครช่วยหญิงไม่อยากไปช่วยตัวเองนะ” ผมไม่สนใจและแกล้งล้วงไปที่หว่างขาหญิงแล้วบีบมันเล่นเบาๆ ทำเอาหญิงเริ่มคางแล้วขยับเอวตามจังหวะช้าๆ หญิงเงยหน้ามาหาผมเราประกบปากจูบกัน มืออีกข้างผมที่ว่างอยู่ก็เริ่มนวดคลึงหน้าอกหญิงเบาๆ ผมกำลังคิดว่าจะเอาญิงซะตอนนี้เลยท่าจะตื่นเต้นดี แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูทำให้ผมกับหญิงต้องแยกออกจากกันทั้งๆ ที่อารมณ์ยังค้างอยู่ “น้องแป้งมีอะไรหรอ” “งั้นหญิงขอตัวก่อนนะค่ะ” หญิงทำหน้าเหมือนอารมณ์ค้างและเสียดายที่กำลังเข้าได้เข้าเข็มแต่แป้งเข้ามาขวางซะก่อน น้องแป้งเดินมานั่งที่เก้าอี้ฝังตรงข้าม “ว่าไงเรามีอะไรหรือเปล่า หน้าตาดูไม่ค่อยดีเลย มีปัญหาเรื่องงานหรือเปล่า” “เปล่าค่ะ ไม่ใช่เรื่องงาน” “อืม ไม่ใช่เรื่องงานแล้วมีเรื่องอะไร บอกพี่มาซิ เผื่อพี่จะช่วยได้” ผมมองแป้งสาวตัวเล็ก เธอตัวเล็กว่าเจนซะอีก ถ้าไม่รู้ว่าเธออายุ 24 แล้วผมต้องคิดว่าเธอเป็นรุ่นน้องแนนแน่ๆ “คือแนนเค้ายุ่งหรอค่ะช่วงนี้” “เออ อืม แป้งมีธุระอะไรกับแนนหรอ เค้าก็ยุ่งๆ ละมั้งคงทั้งเรียนทั้งทำรายงาน” ผมต้องโกหกช่วยแนนเพราะแนนได้ฟางเป็นเพื่อนก็เลยลืมแป้งไปซะสนิท “งั้นหรอค่ะ” “มีอะไรกับเค้าหรือเปล่าหละ โทรหาเค้าซิเค้าคุยได้อยู่แล้วหละ” “อ้อไม่มีอะไรหรอกค่ะ เห็นแนนหายไปแป้งคิดว่าแนนคงยุ่งไม่ว่างโทรหา” “เย็นนี้ไปหาเค้าไหมหละ แล้วตอนจะกลับพี่จะไปส่ง หรือว่าต้องขอที่บ้านก่อนเป็นพรุ่งนี้ก็ได้” ที่จริงผมก็ไม่ได้อยากให้แป้งไปคอนโดผมวันนี้เพราะจะไปเจอความจริงว่าแนนมีเพื่อนแล้วเลยลืมเธอ แต่ผมก็ต้องแกล้งชวนเพราะคิดว่าแป้งคงไปไม่ได้เพราะที่บ้านคงจะมารับเหมือนปรกติ “ไปวันนี้ก็ได้ค่ะ” “อืม เออ แล้วที่บ้านหละ แป้งขอแล้วหรอ วันนี้เค้าไม่ส่งรถมารับหรอ” “แป้งขออนุญาตที่บ้านไปค้างกับแนนไว้แล้วค่ะ เหลือแค่ถามแนนว่าสะดวกหรือเปล่า” “อ้อ อืมๆ งั้นเดี๋ยวเลิกงานแล้วไปกับพี่ก็ได้” “ค่ะ” คุยจบแป้งก็กลับไปทำงาน ผมต้องรีบโทรหาไอ้ตัวเล็กทันที ไม่รู้ทำไมผมต้องช่วยไอ้ตัวเล็กด้วยก็ไม่รู้น่าจะให้รถไฟชนกันจริงๆ แต่อาจจะเพราะหัวอกเดียวกันเป็นคนเจ้าชู้เหมือนกันเลยต้องช่วย “นี่” “นี่อะไร โทรมานี่ๆ ไม่รู้เรื่อง” “ยังทำเป็นเล่นอีกนะ งานจะเข้ายังไม่รู้ตัว” “งานจะเข้าอะไรไม่มีหรอก” “อ้อหรออืม ลืมไปว่าคุยกับคนเก่งสับรางเก่ง” “สับรางอะไร ทำไมต้องสับราง” “เราชอบว่าพี่ว่าชอบลืมเจน แล้วเราลืมใครไปบ้างหรือเปล่า” “ไม่มีอะ แนนไม่เคยลืมใคร มีแต่พี่บีแหละที่ขี้ลืม” “อ้อ เก่งนะ ก็ดีงั้นก็ไม่บอกปล่อยให้เจอหน้าเค้าแล้วค่อยรู้ดีกว่า” “นี่ ใครอะบอกมานะ” “นี่ๆ อะไรไม่เข้าใจ” ผมเลียนแบบแนน “อย่ามากวนนะ ใครอะแนนลืมใครไป” “บอกก็ได้แต่ถือว่าติดหนี้พี่ครั้งนึงนะ” “บอกๆ มาซะทีซิวกวนอยู่ได้” “พี่แป้งไง เราลืมพี่เค้าแล้วซิ เนี่ยพี่แป้งเค้ามาถามพี่ว่าแนนยุ่งหรอไม่เคยโทรหาเค้าเลย” “ว้าย แย่แล้วแนนลืมสนิทเลย ทำไงดีๆ อะ” “อีกอย่างนะ วันนี้เค้าจะไปหาแนนด้วย” “ไม่เอาอะ เดี๋ยวก่อนซิ ถ้าพี่แป้งมาเจอแนนกับฟาง พี่แป้งต้องน้อยใจแนนแน่ๆ เลย พี่บีช่วยหน่อยซิ” “ช่วยทำไม เราไม่ได้ติดค้างอะไรกันไม่ใช่หรอ” “ก็ได้ ถ้าพี่บีไม่ช่วย แนนจะฟ้องพี่ก้อยเรื่องมีนากับเมษา” “นี่เรารู้ได้ไง” ผมตกใจมากที่แนนรู้เรื่องสองคนนี้ “ไม่รู้แหละ ถ้าพี่บีไม่ช่วยพูดให้พี่แป้งเปลี่ยนใจมาวันอื่น แนนจะฟ้องพี่ก้อยจริงๆ ด้วย แนนมีทั้งเบอร์ทั้งรูปของมีนากับเมษาด้วย รับร้องพี่บีหูยานแน่ๆ” “เอาๆ ก็ได้ แต่พี่อาจจะต้องกลับดึกนะ” “ก็ตามใจแต่อย่าเพิ่งให้พี่แป้งมาวันนี้แล้วกัน พรุ่งนี้แนนจะไปง้อพี่แป้งที่บริษัทพี่บีเอง” “งั้นก็ตามนี่นะ แค่นี้แหละ” “จ้า ทำให้สำเร็จนะ ไม่งั้นได้หูยานไม่รู้ด้วย” “ก็เอาซิ ถ้าพี่โดนพี่ก้อยหึง พี่ก็จะฟ้องเรื่องแนนกับแป้งเหมือนกัน ดูซิใครจะหูยานกว่ากัน” “อุ้ย อย่านะ เดี๋ยวเหอะ ทำให้ทำสำเร็จแล้วเราถือว่าหายกัน” “อะไรเนี่ย เอ้าหายกันก็หายกัน” “แค่นี้แหละไปแล้วฟางมาแล้ว อิอิ” แนนวางหูไปทันทีที่พูดจบ เอาหละซิแนนรู้เรื่องมีนากับเมษาได้ยังไงหละเนี่ย แล้วมีทั้งรูปทั้งเบอร์แบบนี้คงจะเสร็จแล้วแล้วทั้งคู่แน่ๆ ไอ้ตัวเล็กนี่ร้ายจริงๆ ตามเก็บเด็กผมตลอดเลย แต่ตอนนี้ผมมีเรื่องกลุ้มใจมากกว่า ทำยังไงแป้งถึงจะเปลี่ยนใจไม่ไปหาแนนที่คอนโดผมนะ ไอ้ตัวเล็กทำเรื่องให้ผมซะแล้วซิเนี่ย ขอให้กำลังใจกับเพื่อนๆ ที่กำลังโดนวิกฤติน้ำท่วมอยู่ตอนนี้ สู้ๆ ครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ