Koy restart ep 1 By Ukisa

Koy restart ep 1 By Ukisa

  • 4 ตอบ
  • 17778 อ่าน
*

ออฟไลน์ godgod610

  • Full Member
  • **
  • 185
  • 1185
    • ดูรายละเอียด
Koy restart ep 1 By Ukisa
« เมื่อ: มีนาคม 29, 2012, 11:46:01 am »
Koy restart ep 1

ผมกดปุ่มสตาร์ทบนด้ามกุญแจ เครื่องยนต์ 6 สูบคำรามแสดงถึงพลังที่อัดอั้นเอาไว้ได้ถูกปลดปล่อย แต่หลังจากผมสตาร์ทรถได้ไม่ถึง 5 นาทีก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาจากด้านในช่องเก็บของที่คอนโซนด้านหน้า ผมเอื้อมมือไปเปิดออกดูก็พบว่าของทุกอย่างที่ผมเคยคืนให้คุณอำนาจอยู่ในนี้ทั้งหมด

        “ครับ”
        “พี่บีหรอค่ะ ดีใจจังในที่สุดพี่บีก็กลับมา”
        “ลินหรอ ทำไมถึงรู้ได้หละว่าพี่กลับมาแล้ว”
        “ก็ลินให้ช่างที่ไปดูแลรถเค้าตั้งไว้ค่ะ ถ้ามีคนมาสตาร์ทรถคันนี้ให้ส่งข้อความแจ้งมาที่เครื่องลิน”
        “อ้าวแล้วถ้าไม่ใช่พี่แต่เป็นช่างที่มาดูแลหละ”
        “ช่างเค้ามาทุกวันอาทิตย์ค่ะ ซึ้งถ้ามี sms มาวันอาทิตย์ลินก็จะรู้ว่าไม่ใช่พี่บี”
        “งั้นหรอ แต่พี่ยังไม่พร้อมจะเปิดตัวว่ากลับมาแล้วเลยนะ”
        “ไม่ทันแล้วหละค่ะ นอกจากลินจะรู้แล้ว ตอนนี้ท่านเองก็คงกำลังนั่งยิ้มอยู่แน่ๆ”
        “อะไรนะ คุณอำนาจรู้ด้วยหรอ”
        “ใช่ค่ะ ตอนนี้ท่านคงรู้แล้วว่าพี่บีกลับมาแล้ว พี่บีอยากดูรายงานบริษัทในเครือเลยไหมค่ะ”
        “ขอเป็นพรุ่งนี้ได้ไหม พี่มีเรื่องจะคุยกับลินอยู่เหมือนกัน”
        “ได้ค่ะ พี่บีไม่อยู่ไม่มีใครยอมดูรายงานที่ลินทำเลย ท่านก็ไม่ยอมดู คุณรุชก็บอกว่าดูไม่รู้เรื่อง”
        “อืมว่าแต่กลับไปทำตำแหน่งเดิมได้หรอ”
        “อ้อ คุณรุชเค้าย้ายไปอยู่บริษัทอื่นแล้วค่ะ รวมถึงว่าที่คู่หมันด้วย”
        “งั้นหรอ แล้วใครดูแทนอยู่”
        “พี่คมไงค่ะ”
        “งั้นหรอ แบบนี้พี่ก็ไม่มีเลขาแล้วซิ”
        “ลินขอสมัครได้ไหมค่ะ”
        “คงไม่ได้หรอก ถ้าลินมาอยู่กับพี่แล้วใครจะช่วยพี่ดูบริษัทอื่นหละ”
        “นั่นซิค่ะ อืม อุ้ยลินต้องประชุมแล้ว แล้วค่อยคุยกันนะค่ะ”
        “จ้าพรุ่งนี้เจอกันที่ร้านเดิมนะ”
        “ค่ะ”

        หลังจากวางสายจากลิน ผมก็รู้ตัวว่าต้องโทรหาใครต่อ

        “สวัสดีครับ”
        “ว่าไง มีอะไรกูกำลังยุ่งๆ ด้วย”
        “ไม่มีอะไรมากครับผมก็แค่อยากจะขอขอบคุณที่ท่านให้โอกาสผมอีกครั้ง”
        “อืม แค่นี้ใช่ไหม”
        “ยังมีอีกเรื่อง”
        “ว่ามา”
        “การที่ผมกลับมา ไม่ได้แปลว่าต่อไปนี้ผมจะยอมท่านหรือทำตามใจท่าน ผมก็ยังจะเป็นผมเหมือนเดิม อะไรที่ผมคิดว่าไม่ถูก ถึงท่านจะบอกว่าถูกผมก็คงลงให้ท่านไม่ได้ เรื่องที่ท่านให้รถผมใช้ให้เงินเดือนผมเยอะให้สิทธิพิเศษกับผม นั้น ผมก็จะทำงานชดใช้ให้คุ้มค่ากับเงินที่ท่านเสียไป และเกิดท่านไม่พอใจผมขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ ผมก็พร้อมที่จะก้าวออกไปจากจุดนี้อีกครั้ง”
        “แล้วถ้ากูให้มึงก้าวออกไปอีกครั้ง มึงจะทำยังไงเรื่องเมียๆ มึงกับคนที่ตามเล่นงานมึง”
        “ก็ถ้าเป็นคนดีอยู่อย่างสงบมันอยู่ไม่ได้ ผมก็จะขอเป็นคนเลวเอาคืนมันจนกว่าจะตายไปข้างนึง”
        คุณอำนาจหัวเราะ “เออดี กูก็นึกว่ามึงจะกลับมาหงอเพราะต้องพึงกูซะอีก ถ้ามึงเป็นแบบนั้นกูคงผิดหวังมาก แต่มึงเลิกเรียกกูว่าท่านได้แล้วถ้ามึงคิดจะกลับมาเหมือนเดิมจริงๆ”
        “ได้ครับ เออคุณพ่อ”
        “พูดให้มันเต็มๆ ปากหน่อย ทีด่ากูพูดเสียงดังฟังชัดนะ แล้วนี่มึงจะเข้าออฟฟิตเลยหรือเปล่า”
        “ผมคงยังไม่เข้าออฟฟิตครับ ผมมีเรื่องที่ต้องทำให้จบก่อนไม่งั้นคงทำงานอย่างสบายใจไม่ได้”
        “เออก็ตามใจ งั้นแค่นี้นะ”
        “ครับ”

        คุณอำนาจวางสายไป ผมก็รีบกดโทรศัพท์อีกครั้ง

        “สวัสดีครับ ยูกิซัง คุณใช้เบอร์นี้แสดงว่าคุณกลับมาแล้วซินะครับ”
        “ใช่ครับ แต่เรื่องนั้นเอาไว้คุยกันที่หลังนะซาโตชิซัง ตอนนี้ผมอยากคุยกับเอริกะจังก่อน เธออยู่หรือเปล่า”
        “อืม เธออยู่นะครับ แต่เธอคงยังไม่อยากคุยกับยูกิซัง”
        “ช่วยบอกเอริกะจังหน่อยเถอะครับว่าผมอยากคุยกับเธอจริงๆ “
        “อืมยูกิซังผมว่าอย่าเพิ่งไปบังคับเอริกะจังเลย ตอนนี้เธอสบายดี เธอกลับมาทำงานกับผม แต่ถ้าเราไปบีบคั้นเอริกะจังมากๆ เธออาจจะหนีไปก็ได้นะครับ ถึงตอนนี้เธอยังไม่พร้อมจะคุยกับยูกิซัง แต่อย่างน้อยยูกิซังก็เช็คกับผมได้ตลอดว่าเอริกะจังเป็นยังไงบ้าง”
        “งั้นก็ได้ครับ งั้นผมฝากบอกเอริกะจังด้วยนะครับว่าผมอยากให้เธอกลับมา และถ้าเธอพร้อมที่จะคุยกับผมเมื่อไหร่ผมอยากให้เธอโทรมาหา ผมจะรอนะครับ”
        “ได้ครับ”
        “งั้นผมไม่รบกวนแล้วสวัสดีครับ”
        “สวัสดีครับยูกิซัง”

        คงจริงอย่างที่ซาโตชิพูด ถึงตอนนี้เอริกะจังยังไม่อยากคุยกับผม แต่อย่างน้อยก็มีซาโตชิคอยช่วยดูแลให้ เอาไว้เธอสบายใจยอมคุยกับผม ผมจะไปรับเธอกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ผมยังเหลือคนที่ต้องโทรหาอีกคน

        “สวัสดีค่ะพี่บี เป็นยังไงบ้าง”
        “เจนเรียนอยู่หรือเปล่า คุยได้ไหม”
        “คุยได้ค่ะ”
        “พี่กลับมาทำงานที่เดิมแล้วนะ เจนไม่ต้องเป็นห่วงพี่แล้วนะ”
        “จริงหรอค่ะ เจนดีใจด้วยนะค่ะ เจนเป็นห่วงพี่บีมากเลย อยากโทรหาแต่ก็กลัวจะทำให้พี่บียิ่งเครียด”
        “เจนไม่ต้องเป็นห่วงแล้วหละ ตอนนี้พี่กลับมาเหมือนเดิมแล้ว เจนตั้งใจเรียนให้จบแล้วกลับมาหาพี่ก็พอ”
        “ค่ะ เจนจะตั้งใจเรียนให้จบเร็วๆ จะได้รีบกลับไปหาพี่บีนะค่ะ”
        “จ๊ะ พี่ต้องไปแล้ว คิดถึงนะ”
        “ค่ะ เจนก็คิดถึงพี่บีค่ะ”

        หลังจากวางสายจากเจนผมก็รู้สึกอยากกลับบ้าน ตอนนี้ก้อยกับแนนจะรอผมอยู่ที่บ้านหรือเปล่านะคิดจบผมก็ขับรถออกจากลาดจอดรถ ไปถึงที่บ้านเจอแนนเล่นกับเจ้าริวอยู่ที่สนามหญ้าคนเดียว

        “พี่ก้อยหละ”
        “พี่ก้อยกลับไปทำงานค่ะ ตอนเย็นๆ จะมาค้าง”
        ระหว่างนั้นมีรถเข็นไก่ย่างผ่านมา เจ้าริวรีบวิ่งไปเอาหัวลอดประตูรั่วมอง แต่มันไม่กล้าเห่าเรียกเพราะกลัวแนนจะตี
        “ริวเดี๋ยวเถอะ”
        “ช่างมันเถอะแนน”
        ผมเดินไปเปิดประตูเจ้าริวก็รีบวิ่งตาม
        “ริวจะไหนอะ”
        “พี่จะไปร้านก๋วยเตี๋ยวปากซอยจะไปด้วยกันไหม”
        แนนเดินตามออกมาอุ้มเจ้าริวแต่ดูเหมือนมันจะดิ้นไม่ยอมให้แนนอุ้ม
        “อะไรเนี่ยริว เดี๋ยวแม่ตีนะ”
        เจ้าริวกลัวจะโดนตีเลยหยุดดิ้น
        “นี่ริวจะกินอะไรดี เอาตับย่างไหม”
        “เอาปีกด้วยไม้นึง”

        ผมซื้อตับกับปีกอย่างละไม้จากนั้นก็เดินไปปากซอยโดยมีแนนเดินตามหลัง พอใกล้ถึงปากซอยผมก็หันหลังไปดูแนนป้อนตับให้เจ้าริวกินหมดแล้ว และตอนนี้แนนกำลัง

        “อ้าว ปีกไม่ได้ให้เจ้าริวหรอ”
        “แนนอยากกิน” แนนฉีกไก่กินต่อ เจ้าริวได้แต่มองตาปริบๆ

        เราเดินกันไปจนถึงร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วก็สั่งก๋ยวเตียวมากินกัน เฮียเดินออกมาจากหลังร้านเห็นผมก็เข้ามาทักทันที

        “หายหน้าไปนานเลยนะบี”
        “สวัสดีครับเฮีย”
        “เมื่อไหร่จะกลับมาเปิดร้านหละ ลูกค้ามาถามทุกวันเลยนะ”
        “คงเร็วๆ นี้แหละครับ”
        แนนมองหน้าผมด้วยความสงสัยในเมื่อไม่มีหงส์แล้วผมยังจะเปิดร้านอีกหรอ
        “แต่แม่ครัวคงไม่ใช่คนเดิมแล้วนะครับ แล้วผมก็คงไม่มีเวลามาดูเหมือนเดิมด้วย”
        “อ้าวทำไมหละ”
        “ผมคงต้องกลับไปเป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนเดิมครับเฮีย” ผมถอนหายใจ
        “อ้าวแล้วทำไมถึงยังคิดจะเปิดร้านต่อหละ”
        “สงสารลูกน้องเก่าครับ ก่อนผมจะปิดร้านเค้าก็ขอให้เปิดร้านต่อโดยไม่ต้องจ่ายเงินเดือนจนกว่าร้านจะกลับมามีกำไรค่อยจ่ายก็ได้ และอีกอย่างมันก็เป็นธุรกิจของตัวเองชิ้นแรกครับ ถ้ามันเจ็งเพราะขายไม่ออกจริงๆ ผมก็คงไม่คิดเปิดต่อ แต่นี้มันต้องปิดเพราะโดนกลั่นแกล้งแบบนี้ผมคงยอมรับไม่ได้”
        “แล้วเปิดอีกแบบนี้จะไม่มีปัญหาหรอ”
        “ไม่หรอกครับ คนที่แกล้งผมเค้าบีบให้ผมกลับมาเล่นเกมกับเค้าต่อสำเร็จแล้ว หลังจากนี้เค้าคงไม่มาสนใจร้านอาหารเล็กๆ แบบนี้แล้วหละครับ”
        “บีพูดเหมือนกับว่าต้องกลับไปใช้ชีวิตยุ่งยากอย่างงั้นแหละ”
        “ผมพูดตรงๆ นะครับเฮีย ถ้าผมเลือกได้ผมก็อยากเปิดร้านของผมอยู่กับเมียของผมไปแบบนี้จนแก่ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้วหละครับ ตราบใดที่ผมจัดการปัญหาที่ผมเคยทิ้งมันมาไม่จบ ต่อให้ผมคิดจะหนีมันอีกก็คงมีเรื่องให้ผมต้องกลับไปหามันเหมือนครั้งนี้อยู่ดี”

        แนนมองหน้าผมเธอคงเพิ่งรู้ว่าที่จริงแล้วที่ผมยอมทิ้งทุกอย่าง ส่วนนึงคือผมเบื่อและอยากหนีปัญหาเรื่องนายวิบูลย์ด้วย แต่แนนคงไม่รู้ว่าผมไม่ได้หนีเพราะกลัวนายวิบูลย์ แต่ผมกลัวว่าจะเกิดเรื่องๆ ร้ายๆ ขึ้นกับแนนหรือเจนอย่างที่เกิดขึ้นกับก้อยมาก่อนหน้านี้ ก่อนที่บรรยากาศจะเริ่มเครียดเจ้าริวก็กระโดดลงจากตักแนนแล้วรีบวิ่งไปหาเจ๊ที่เพิ่งเดินออกมาจากหลังร้าน

        “ว่าไงรูปหล่อ หายไปตั้งหลายวัน” เจ๊ทักเจ้าริว
        “เจ้าริวนี่ ซนอีกแล้วนะ” แนน
        “ปล่อยมันเถอะหนู เจ๊เค้าบ่นถึงมันทุกวันได้เจอซะที”

        หลังจากนั้นเฮียก็ขอตัวไปดูลูกค้า ผมกับแนนก็ทานก๋วยเตี๋ยวที่สั่งมาส่วนเจ้าริวก็กินลูกชิ้นที่เจ๊ป้อนจนอิ่มแปร่ หลังจากจ่ายเงินเสร็จเราก็บอกลาเฮียกับเจ๊แล้วเดินออกจากร้าน เจ้าริวทำท่าเหมือนยังไม่อยากกลับแต่พอแนนเดินออกจากร้านไปก่อนมันก็รีบวิ่งตามออกไปทันที

        “อ้าวบีเจอพอดีเลย” เฮียเจ้าของอู่รถ
        “สวัสดีครับเฮีย”
        “ผมรอคุณทุกวันเลยนะ แต่ไม่เจอซักที”
        “ผมยุ่งๆ หนะครับแล้วก็ไม่ได้เปิดร้านด้วยเลยไม่ได้ผ่านมาตรงนี้”
        “อืมๆ เฮียเข้าใจ คนเราล้มแล้วก็ลุกได้”
        “ขอบคุณครับเฮีย”
        “มัวแต่คุยเกือบลืมอีกแล้ว นี่หนูเอริกะจังเค้าลืมของไว้”
        “อะไรหรือครับเฮีย”
        เฮียส่งกุญแจให้ผม
        “กุญแจอะไรครับเฮีย”
        เฮียไม่ตอบแต่พาผมเดินเข้าไปในอู่จนถึงของสิ่งนึงที่มีผ้าคลุมไว้ จากนั้นเฮียแกก็ดึงผ้าคลุมออก
        “NC-30”
        “ของหนูเอริกะจัง ตอนมาลาออกดูเค้ารีบร้อนแล้วก็ฝากให้ช่วยเก็บเอาไว้ แต่เฮียคิดว่าให้บีเก็บดีกว่านะ”
        “เอริกะจังเค้าซื้อมาหรอครับ”
        “ก็เรียกว่าซื้อไม่เต็มปากหรอกนะ เอาเป็นว่าซื้อซากมาแล้วก็มาค่อยปรับแต่งเปลี่ยนอะไหล่ไปจนกลายเป็นรถใหม่เอื่ยมแบบนี้”
        
        เฮียเล่าว่าเอริกะจังใช้เวลาหลังเลิกงานวันละหนึ่งชั่วโมงแต่งรถคันนี้แต่สุดท้ายพอเสร็จยังไม่ทันได้ลองขี่เธอก็รีบกลับญี่ปุ่นซะก่อน ที่จริงเอริกะจังไม่ได้บอกเฮียว่าให้ส่งต่อรถคันนี้ให้ผม แต่เฮียแกรู้ว่าของชิ้นนี้น่าจะมีความหมายกับผมมากกว่าแก แกเลยดักรอเจอผมเพื่อที่จะเอารถให้

        หลังจากคุยกันเฮียเสร็จผมก็ลองขึ้นคล่อม nc-30 สีขาวที่เอริกะจังเป็นคนประกอบ จากนั้นผมก็สตาร์เครื่อง ผมให้แนนเอาเจ้าริวมานั่งที่ถังน้ำมัน จากนั้นแนนก็ขึ้นมานั่งซ้อนท้ายแล้วกอดเอวผมไว้ ผมขับ nc-30 ออกจากอู่ช้าๆ แล้วขับเข้าไปในซอย

        ดูเหมือนเจ้าริวจะชอบใจที่ได้นั่งรถกินลมแบบนี้ ส่วนแนนก็กอดผมซะแน่นจนผมรู้สึกถึงหน้าอกสองก้อนของเธอที่เบียดอยู่ที่แผ่นหลัง ผมวนอยู่ในซอยสองรอบจนรู้สึกว่าแนนเหมือนเริ่มมีอารมณ์ ผมเลยรีบกลับบ้าน ผมจอดรถแนนรีบบีบลง หน้าเธอแดงรีบเดินเข้าบ้านไม่สนใจเจ้าริวที่ยังนั่งอยู่ที่ถังน้ำมันของ nc-30

        ผมอุ้มเจ้าริวแล้ววางลงบนพื้นจากนั้นก็รีบตามแนนเข้าไปในบ้าน ผมเข้าไปก็เห็นแนนกำลังจะเข้าห้องน้ำผมเลยรีบเข้าไปกอดเอวไว้ แนนไม่พูดอะไรแต่เริ่มหายใจแรงผมเลยก้มลงไซด์ซอกคอ แนนไม่ขัดขืนและดูเหมือนจะมีอารมณ์ร่วม มือที่กอดเอวก็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาที่หน้าอก

        ขนาดมีเสื้อยืดและบราขวางอยู่ผมก็รู้สึกได้ว่าหัวนมแนนกำลังตั้งและตึงเต็มที่ได้จากอาการที่เธอสะท้านและครางเสียวตนที่ผมพยายามจะคลึ่งหัวนมเธอ เราทั้งคู่คุมอารมณ์กันต่อไปไม่ไหว ผมรีบถอดกางเกงขาสั้นแนนออก แนนเองก็เอื้อมมือมาปลอดซิบกางเกงผม

        “โฮ่ง โฮ่ง”

        เสียงที่ดังขึ้นทำให้เราสองคนต้องหยุด แนนรีบสะบัดแขนผมแล้วเดินไปอุ้มเจ้าริว

        “ไอ้ริวเอย”

        ผมคิดว่าเจ้าริวกำลังวิ่งเล่นในสนามหญ้าหน้าบ้านอยู่ซะอีกไม่คิดว่ามันจะตามผมเข้ามาในบ้านด้วยทำผมเสียจังหวะเลย แต่ผมก็เดินไปหาแนนแล้วบอกให้แนนเอาเจ้าริวไปไว้สนามหญ้าก่อน เราจะได้สานต่อสิ่งที่ค้างคากันอยู่

        “ไม่เอา”
        “ทำไมหละ นะๆ แป๊บเดียว ให้เจ้าริวมันไปเล่นหน้าบ้านก่อนนะ”
        “ทะลึงไม่อายลูก เนอะริวเนอะ”

        จากนั้นแนนก็อุ้มเจ้าริวไปนั่งเล่นหน้าบ้าน ผมเลยอดไม่ได้แอ้มแนน  ตอนเย็นก้อยก็มาค้าง หลังจากทานข้าวเย็นเราสามคนก็นั่งที่โซฟาดู TV ด้วยกันสามคน ก้อยนั่งซ้ายแนนนั่งด้านขวา ผมโอบเอวเธอทั้งคู่ไว้ก้อยกับแนนก็เอาหัวมาซบที่ไหล่ผม

        “ถ้าได้นั่งกอดเมียสองคนแบบนี้ทุกวันก็ดีซินะ”
        “แล้วเอาเจนไปไว้ไหนหลค่ะ” ก้อย
        “ก็ถ้าเจนอยู่ก็จะกอดพร้อมกันทั้งสามคนเลย”
        “จะกอดยังไงมีแค่สองแขน” แนน
        “ก็แบบนี้แหละ ก้อยข้างซ้าย แนนข้างขวา ส่วนเจนก็ให้นั่งตักเพราะตัวเล็ก”
        “ว่าเจนตัวเล็กหรอ เดี๋ยวจะโทรไปฟ้อง”
        ผมหันไปหอมแก้มแนน “ฟ้องซิ”
        “โอ้ยย ทำไรเนี่ย”
        ผมก็หอมไปอีกรอบ ก้อยหัวเราะเบาๆ ผมเลยหันไปหอมแก้มก้อยบ้าง
        “อุ้ยไม่เอาค่ะ หอมน้องโน้นไป”
        “อะไรเนี่ยมีแต่คนไม่ยอมให้หอมแบบนี้ต้องจับให้หอมให้เข็ด”

        จากนั้นผมก็หันไปหอมก้อยที หอมแนนที พวกเธอพยายามดิ้นหนีแต่ผมก็ใช้แขนกอดเอวไว้แน่น โดนหอมเจ้าไปมากก้อยกับแนนก็เริ่มมีอารมณ์ ผมไม่ต้องออกแรงรั้งเอวพวกเธอไว้แล้ว ผมเลยค่อยเลื่อนมือขึ้นมาที่หน้าอก ปลายถันทั้งคู่ตึงแน่นแค่สัมผัสเบาๆ ก็ทำเอาสองสาวครางซี๊ดออกมา

        “โฮ่ง”
        ผมหยุดกิจกรรมพร้อมกับก้มลงบ่นตัวขัดจังหวะ “ไอ้ริวอีกแล้วหรอแก เดี๋ยวพอจับไปปล่อยวัดเลย”
        “อุ้ย อย่ามาแกล้งเจ้าริวนะ” แนนลุกขึ้น
        จากนั้นแนนก็ก้มลงอุ้มเจ้าริว
        “ริวเราไปเล่นเกมกันที่ห้องแม่ดีกว่าเนอะ เปิดแอร์ด้วยนะชอบไหม”
        “โฮ่ง” เจ้าริวเห่าตอบ

        จากนั้นแนนก็ทิ้งผมไว้กับก้อยสองคน ไม่มีแนนก็ไม่เป็นไรผมหันไปกอดแล้วจะจูบก้อยต่อ แต่ก้อยเอามือดันหน้าผมไว้
        “ไม่เอาค่ะเดี๋ยวน้องเห็น”
        “ทำไมหละเมื่อก่อนตอนอยู่คอนโดเราก็ทำกันที่โซฟาแบบนี้บ่อยๆ ไม่ใช่หรอ”
        “ก็ตอนนั้นมันไม่มีที่นี่ค่ะ ตอนนี้มีแล้วนี่ค่ะ” ก้อยทำเขินอาย

        ผมเข้าใจรีบปิด TV ปิดไฟแล้วกอดเอวก้อยขึ้นห้อง พอถึงห้องรีบเปิดแอร์จากนั้นก็ดึงก้อยมากอดแล้วประกบปาก

        “อืมมม อุ้ยยย อย่ารีบร้อนซิค่ะ โอ้ยยยย”

        ก้อยให้ผมช้าแต่ผมข้าไม่ไหวแล้วเพราะอารมณ์ค้างมาตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว ผมให้สองมือประกบแก้มก้นสองข้างของก้อยแล้วขย้ำ ก้อยเสียวจนเขย่งขาบิดเอวไปมา ยิ่งก้อยเสียวผมก็ยิ่งขย้ำจนก้อยทนไม่ไหวเธอบอกให้ผมหยุดจากนั้นเธอก็ค่อยๆ นั่งลง

        ก้อยค่อยๆ แกะกางเกงนอนผมออกแล้วเอามือจับเอ็นผมที่กำลังตื่นตัวรูดเบาๆ ผมเสียวมา ก้อยรูดดึงหนังหุ้มปลายจนหัวบานมีแดงโร่ของผมโผล่ออกมา ก้อยเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมแว๊บนึงก่อนที่เธอจะอมปลายหัวบานผมเข้าปาก ผมเสียวจนแทบยืนไม่อยู่

        ผมยืนเอามือขยุ้มหัวก้อยเบาๆ ในขณะที่เธอทั้งดูดทั้งเอาลิ้นควานหัวบานผมที่อมอยู่ในปาก ลีลาดูดก้อยทำเอาผมเสียน้ำแรกคาปากเธอ ผมกดหัวก้อยกับเอ็นผมขณะที่เอวกระตุกปล่อยน้ำใส่ปากก้อย ก้อยกินน้ำผมลงคอจนหมดจากนั้นก็ดูดเอ็นผมต่อ

        คราวนี้ผมร้องอู้ยยๆ ผมต้องทนยืนเสียวจนก้อยดูดทำความสะอาดเอ็นผมจนเสร็จ จากนั้นก้อยก็ค่อยๆ คายเอ็นผมออกจากปาก ก้อยลุกขึ้นแล้วเดินไปนอนลงบนเตียง จากนั้นเธอก็ชันขาขึ้น กระโปรงนอนเธอร่นขึ้นจนเป็นกางเกงในสีม่วงที่รัดน้องสาวที่หว่างขาเธอจนเป็นเป็นสองกลีบ

        ผมเห็นแล้วมีอารมณ์สุดๆ ผมรีบตามไปบนที่นอน ผมจับขาขวาก้อยยกขึ้นมาแล้วเริ่มเลียไปที่ขาอ่อน ก้อยสยิวครางเสียว ผมค่อยละเลงลิ้นไปทั่วขาอ่อนด้านในก้อยจนมาถึงหว่างขา เปากางเกงในก้อยเปียกแฉะจนยิ่งเห็นเป็นสองกลีบอย่างชัดเจน

        ผมค่อยดึงบีกีนีตัวน้อยออกจากเอวก้อย ก้อยเองก็ยกก้นช่วยให้มันหลุดออกจากจากเอว ผมรูดมันจนไปกองอยู่ที่ขอขาซ้ายของก้อย ก้อยหลับตาพริ้มเม้มปากเหมือนจะรู้ว่าผมกำลังจะทำอะไร ผมรีบก้มลงเลียไปที่รอยแยกที่มีน้ำไหลเยิ้มออกมาของก้อย

        “อ้า” ก้อยร้องเสียวพร้อมกับแอ่นเอวรับลิ้นที่สัมผัสของสงวน

        ผมเลียหนักๆ ใส่ร่องสาวก้อยเหมือนเอาคืนที่เธอดูดผมซะน้ำแตกคาปาก ก้อยครางเสียวพร้อมกับเด้งเอวไม่หยุด ผมเลยใช้มือรองสะโพกเธอไว้แล้วดูดกินน้ำรักที่ไหลออกมาจากน้องสาวเธอ ก้อยเสียวจนเกร็งเอวเป็นสะพานโค้ง ผมไม่หยุดแค่นั้น ผมเพิ่มความเสียวด้วยการแหย่ลิ้นเข้าไปในน้องสาวก้อย

        ผมดันลิ้นเข้าออกร่องสาวก้อยที่ตอนนี้มีน้ำไหลทะลักออกมาไม่หยุด ก้อยเกร็งเอวหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ ผมแยงลิ้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ ก้อยเองก็ครางเสียวถี่ขึ้นเรื่อยๆ ตาม จนในที่สุดก้อยก็ร้องกรี๊ด ก้อยกำผ้าปูที่นอนแน่น เอวเกร็งกระตุกเป็นจังหวะก่อนจะทิ้งตัวลงหายใจรวยระริน

        ก้อยดึงผมขึ้นไปทาบตัวเธอ ผมเลยถือโอกาสดึงเสื้อนอนเธอขึ้นแล้วถอดออกไปจากร่างก้อยด้วย ผมกับก้อยแลกลิ้นจูบกันอย่างดูดดื่ม ก้อยเลื่อนมือไปจับเอ็นผมที่เริ่มตื่นตัวอีกครั้ง พอโดนมือก้อยเอ็นผมมันก็ตื่นตัวเต็มที ก้อยค่อยๆ ถ่างขาออกเพื่อรับท่อนเอ็นผม

        จากนั้นก้อยก็เอามันจ่อที่ร่องสาวเธอ ผมไม่รอช้าค่อยดันหัวบานมุดร่องสาวก้อยเข้าไป ก้อยผวามากอดผม หัวบานผมมุดผ่านร่องสาวที่กระขับและเปียกลื่นเข้าไปจนสุดลำ ก้อยต้องผวาแอ่นเอวอีกครั้งตอนที่ปลายหัวบานชนมดลูกเธอ ผมไม่ปล่อยให้ก้อยอารมณ์ขาดช่วง ผมถอนเอ็นออกมาช้าๆ แล้วดันมันพรวดเข้าไปอีกครั้ง

        “โอ้วววววววววววววววววววว”

        ก้อยแอ่นเอวรับความสุขที่ผมทำให้ ผมกระแทบเอ็นเนิบๆ แต่เน้นๆ ใส่ก้อย ก้อยตอบสนองด้วยเสียงเสียวทุกการกระแทกของผม ร่องสาวก้อยเองก็ตอดรัดจนทำเอาผมเสียวร้องซิ๊ดเวลาที่หัวบานผมแหวกร่องสาวที่รัดแน่นของเธอ ผมจับก้อยนอนตะแคงแล้วเอาขาผาดบ่า

        ท่านี้ทำเอาก้อยร้องซี๊ดเพราะปลายหัวบานผมมันยันมดลูกเธอได้มากกว่าเดิม ผมเองก็แทงเอ็นเข้าจนมิดโคนทุกครั้งจนน้ำรักก้อยไหลเยิ้มออกมาตามข้างแคม จากนั้นผมก็เริ่มเร่งจังหวะกระหน่ำแทงเอ็นเร็วขึ้น ก้อยเสียวจนสะบัดหน้าไปมา สองมือจิกผ้าปูที่นอนจนแน่น

        จากนั้นผมก็จับก้อยพลิกเป็นนอนคว่ำแล้วดึงเอวเธอแอ่นขึ้น ก้อยนอนแอ่นก้นให้ผมอัดเอ็นต่อ พอได้ท่าที่แทงเอ็นได้ถนัดขึ้นผมก็โยกเอวแทกหว่างขาก้อย เสียวหน้าขากระทบแก้มก้นดัง ตับ ตับ ตับ คละกับเสียงเจาะแจะจากน้ำรักก้อยที่กระเซนออกมาจากร่องเสียว

        ผมเร่งจังหวะกระแทกเอ็นหนักขึ้นจนก้อยร้องเสียงหลง ด้านในก้อยบีบรัดเอ็นผมจนแน่น  ผมรู้สึกว่าอีกไม่นานผมก็จะกลั้นน้ำกามที่อัดแน่นในลำแท่งไว้ไม่ไหว ก้อยเองเด้งก้นสวนเอ็นผมเหมือนอยากให้ผมแตกก่อนที่เธอจะขาดใจ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังถี่ขึ้นจนในที่สุด

        “โอ้วววววววววววววววววววววววววว” ก้อยร้องลั่นเพราะโดนฉีดน้ำกามอัดเข้าไปที่ร่องสาว

        ผมกระตุกเอ็นปล่อยน้ำใส่ร่องสาวก้อยหลายครั้งจนหมดแม๊กก่อนจะค่อยๆ นอนลงทับแผ่นหลังก้อย แล้วหอมไปทั่วซอกคอด้านหลังและเลื่อนไปหอมแก้ม

        “พี่ขอโทษนะ”
        “ขอโทษเรื่องอะไรค่ะ”
        “ขอโทษที่ทำให้ก้อยต้องลำบาก”
        “พี่บีลำบากก้อยจะสบายอยู่คนเดียวได้ไงค่ะ”
        “น่ารักแบบนี้ต้องให้รางวัลอีกรอบแล้ว”
        “ไม่เอาแล้ว ไปให้รางวัลแนนบ้างเถอะ”
        “แนนเค้าไปนอนกับลูกเค้าแล้ว ถ้าก้อยไม่อยากให้พี่ให้รางวัลๆ บ่อยก็มีลูกบ้างซิพี่จะได้ยุ่งไม่ได้”
        “ไม่เอาก้อยไม่อยากท้อง”
        “แบบนี้ต้องปั้มทุกวันดูซิจะท้องไหม”
        “ไม่เอานะพี่บี”

        ผมปล่อยน้ำใส่ก้อยอีกหลายรอบจนหลับเป็นตายจนถึงเช้า ก่อนจะไปทำงานก้อยก็มาปลุกผม

        “วันนี้ไม่ไปทำงานหรอค่ะ”
        “ยังนะพี่มีเรื่องต้องทำอีกสองสามอย่าง พี่บอกคุณอำนาจไว้แล้วหละ”
        “ค่ะ งั้นก้อยไปทำงานนะ เจอกันอีกทีวันศุกร์นะค่ะ”
        “ทำไมหละ พี่ก็คิดถึงก้อยแย่หนะซิ”
        “คิดถึงก้อยก็กอดแนนแทนก็ได้นี่ ไม่เอาแล้วเดี๋ยวก้อยสายไปก่อนนะค่ะ”
        “จ้า”

        พอก้อยไปผมก็ไปหาแนนที่ห้อง ผมเจอเธอกำลังแต่งตัวไปเรียนพอดี ผมรีบเข้าไปกอดแนน แนนตกใจพยายามดิ้น แต่ผมก็พยายามปลุกอารมณ์เธอด้วยการขย้ำหน้าอกและล้วงไปที่หว่างขา แต่แล้วเจ้าขัดลาภก็เห่าขึ้นมาทำให้แนนสะบัดผมหลุด

        “ไปมหาลัยกันดีกว่าริว อยู่บ้านมีแต่คนหื่น”

        แนนหยิบกระเป๋าแล้วอุ้มเจ้าริวลงไปชั้นล่าง แนนหนีไปเรียนทำให้ตอนนี้เหลือแค่ผมอยู่บ้านคนเดียว เช้านี้ผมยังคิดไม่ออกว่าจะไปไหนดี เลยอยู่บ้านรอไปเจอลินตอนเที่ยง ผมนั่งกินกาแฟดู TV จน 10 โมงก็มีเสียงรถมาจอดที่หน้าบ้านแล้วก็บีบแตรเรียก ผมเลยเดินออกไปดู

        “อ้าวลิน เรานัดกันตอนเที่ยงไม่ใช่หรอ”
        “ลินรอไม่ไหวค่ะ ขอลินเข้าไปในบ้านได้ไหมค่ะ”
        “ได้ซิเข้ามาซิ” ผมเปิดประตูให้ลินขับรถเข้ามาในบ้าน

        ผมพาเธอไปนั่งที่โซฟารับแขก

        “กินกาแฟไหม”
        “ค่ะ”

        ผมชงกาแฟมาให้ลิน ผมสั่งเกตว่าเธอแต่ตัวสวยมาก และพอผมนั่งลงข้างๆ กลิ่นน้ำหอมก็โชยมาเตะจมูก ลินก็ยิ้มพร้อมกับส่งตาหวานเยิ้มให้ผมตลอดเวลา สงสัยว่าผมจะงานเข้าซะแล้ว

        “ทานอะไรมาหรือยัง ถ้ายังเดี๋ยวเราเดินไปหาอะไรทานกันไหม”
        “ทานแล้วค่ะ พี่บีหละค่ะ”
        ผมยังไม่ได้กินอะไรเลย แต่ไม่อยากตอบว่ายัง เพราะรู้ว่าลินคงไม่อยากกินอะไรแล้วนอกจากน้องชายผม
        “พี่ทานแล้ว”
        ลินเอาแต่จ้องหน้าผม
        “อืมพี่มีเรื่องจะปรึกษานะ และก็มีอะไรจะให้ดู”
        “ค่ะ”
        “กระเป๋าวางไว้ตรงนั้นแหละ มาแต่ตัวก็พอ”

        ผมแกล้งเดินนำลินขึ้นมาที่ห้อง ผมกะจะทำให้เธอหายคิดถึงอยู่แล้ว แต่แกล้งทำเป็นเฉยๆ ให้เธอลุ้น พอเดินเข้าไปในห้องนอนดูลินทำหน้าลุ้นๆ เธอคงอยากลองนอนบนเตียงที่มีแต่เมียผมเท่านั้นที่เคยนอนดูบ้าง ผมก็แกล้งถามถึงเตียงที่ซื้อตอนที่คิดจะซื้อบ้านใหม่

        “เตียงที่บ้านของคุณอำนาจยังอยู่ไหม หรือคุณอำนาจให้เอาออกไปแล้ว”
        “ยังอยู่ค่ะ พี่บีจะเอามาไว้ที่นี่หรอค่ะ”
        “แล้วลินคิดว่ามันใหญ่ไปไหม นี่ขนาดเอาสองห้องมาต่อวางแค่เตียงอันนี้ก็เกือบเต็มห้องแล้ว”
        “นั่นซิค่ะคงใส่ไม่ไหว”
        “งั้นหรอน่าเสียดายนะ งั้นกลับไปข้างล่างกันเถอะ” ผมแกล้งลินที่กำลังลุ้นด้วยการชวนเธอกลับลงไปข้างล่าง
        ลินทำหน้าผิดหวังแต่ก็เดินกลับมาที่ประตู ผมสงสารเลยกอดเอวเธอไว้
        “เป็นอะไรอย่าทำหน้าน้อยใจแบบนี้ซิ”
        “พี่บี”
        “มาหาพี่ถึงบ้านแบบนี้ ถ้าพี่ใจร้ายไม่ยอมให้นอนเตียงของพี่ พี่ก็ใจร้ายเกินไปแล้ว”

        ลินยิ้มจนแก้มแทบปริ จากนั้นก็หันกลับมาแล้วแหง่นหน้าเผยริมฝีปากรอให้ผมประทับรอยจูบ ผมก็ไม่ทำให้ลินผิดหวัง ผมก้มลงจูบปากลินพร้อมกับขย้ำก้นอวบแน่นของเธอ ลินตอบสนองอย่างร้อนแรง เธอคงอัดอั้นมาตั้งแต่ที่ผมตัดสินใจจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เมีย

        ผมให้มือประคองก้นแล้วอุ้มลินขึ้น ลินรีบเอาขาเกี่ยวเอวผมพร้อมกับเอามือกอดคอผมไว้ไม่ให้หล่น ผมรีบอุ้มลินไปวางบนที่นอนโดยที่ตัวคล่อมอยู่ด้านบน ผมผละปากจากริมฝีปากลินแล้วเริ่มไซด์ต่ำลงมาที่ซอกคอแล้วก็เนินอก หน้าอกลินใหญ่ไม่เข้ากับหุ่นบางๆ ของเธอเลย แต่มันก็ทำให้ผมยิ่งชอบ

        ผมรีบแกะกระดุ้มเสื้อเชิ้ตเธอออก ลินเองก็รีบถอดเสื้อทับตัวนอกออก พอเห็นบราสีฟ้าขลิบดำด้านในผมก็รีบเอาหน้าซุกำที่ร่องอกอวบของลิน ลินแอ่นอกรับ ผมสูดกลิ่นหอมจนเต็มปอดก่อนที่จะเริ่มใช้ลิ้นลิ้มรสเนื้อสาวที่หวานหอมของลิ้น ผมซุกไซด์และเลียไปทั่วเนินอกอยู่นานจนลินทนไม่ไหว

        ลินรีบถอดบราออกเผยให้เห็นจุกสีชมพูอ่อนตัดกับเนินเนื้ออวบสีแทน ผมไม่รอช้าตรงเข้าดูดปลายถันลินข้างซ้ายทีขวาที ลินซูดปากครางเสียวตอนที่โดนผมใช้ฟันเม้มปลายถันของเธอ ผมใช้สองมือคลึ้งเค้นสองเต้า ปากก็ดูดเม้มที่ปลายถัน ลินดิ้นไปมาด้วยความเสียว

        ผมทำเอาลินอารมณ์กระเจิดกระเจงจนเธอจับผมพลิกมานอนหงาย จากนั้นลินก็รีบแก้กางเกงผมออก ผมบอกลินให้กลับตัวหันก้นมาทางหน้าผม ลินจับเอ็นผมออกมารูดไม่กี่ครั้งเธอก็อมมันเข้าไปจนมิดด้าม ผมเสียวจนกลั้นเสียงครางไว้ไม่อยู่

        ผมแหย่นิ้วเข้าไปดันร่องที่หว่างขาลิน ตอนกางเกงในตัวน้อยของเธอมันเปียกแฉะไปทั้งตัวแล้ว ผมรีบปลดเปลื้องกระโปรงกับกางเกงในเธอออก จากนั้นผมก็ดึงเอวลินต่ำลงมาเพื่อชิมรสร่องสาวของเธอ ผมลากลิ้นยาวๆ ตามแนวร่องของลินทำเอาลินคายเอ็นผมครางเสียว

        แต่พอลินเริ่มชินเธอก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาใช้ริมฝีปากรูดเป็นผมไม่หยุด ผมเองก็ไม่ยอมแพ้ ผมทั้งดูดแตดทั้งเอาลิ้นแยงร่องเสียวลินจนลินส่ายก้นไปมา ไม่ใช่แค่นั้นผมยังเอานิ้วแหย่รูก้นลินเล่นด้วย ผมทำจนลินทนไม่ไหว เธอหยุดอมเอ็นผมแล้วกลับตัวไปนั่งที่หว่างขาผม

        ลินค่อยเขย่งตัวขึ้น เธอเอามือจับเอ็นผมตั้งแล้วจ่อที่ร่องสาวเธอ จากนั้นลินก็ค่อยๆ หย่อนก้นลงมาช้าๆ ลินไม่ได้โดนาของผมมาซะนานขนาดมีน้ำรักไหลเยิ้มผมกับเธอยังรู้สึกถึงความแน่นจนเราต้องร้องซี๊ดกันทั้งคู่ พอลินนั่งลงมาจนมิดโคนเธอก็เริ่มโยกเอวเหมือนควบม้าช้าๆ

        ผ


*

ออนไลน์ gai

  • Junior Member
  • ***
  • 445
  • 19
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 1 By Ukisa
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2018, 07:49:04 am »
 ::Angry::  เนื้อหาขาดหายไปครับ

*

ylnox xonly

Re: Koy restart ep 1 By Ukisa
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 12, 2018, 08:15:52 am »
พอลินนั่งลงมาจนมิดโคนเธอก็เริ่มโยกเอวเหมือนควบม้าช้าๆ ผมหลบตากัดฟันรับความเสียวที่ปลายหัวบานครูดกับร่องสาวลิน
ลินเองก็ครางเสียวเอามือเสยผมไปไว้ด้านหลัง
ลินโยกเอวเร็วขึ้นแล้วก็โน้มตัวต่ำลงมาทางผม เธอหลับตาพริ้มเม้มปาก
ผมเลยเอื้อมมือขึ้นไปขย้ำสองเต้าลิน
กลายเป็นผมเพิ่มความเสียวให้เธอจนลินโยกเอวขึ้นลงอย่างลืมตัว แล้วลินก็ร้อง
 “อ้า” เธอเกร้งตัวกระตุกสองสามครั้งก่อนจะทิ้งตัวลงซบอกผม
ผมเอื้อมมือไปขย้ำก้นลินจากนั้นก็ค่อยดันนิ้วเข้ารูก้นเธอ
ลินร้องซี๊ดแล้วเริ่มขยับเอวขึ้นลงรับนิ้วผมแหย่รูก้นเธอ
ผมเองก็เริ่มดันเอ็นเสยร่องสาวลินบ้าง
ลินเด้งก้นเด้งร่องสาวรับความสุขที่ผมมอบให้ไม่หยุด
ผมเด้งเอวเสยร่องลินซักพักเธอก็เกร้งไปทั้งตัวอีกครั้ง
คราวนี้ผมเลยลุกขึ้นมานั่งโดยที่ลินนั่งอยู่บนตักผม
จากนั้นผมก็จับเอวลินยกขึ้นแล้วปล่อยให้น้ำหนักตัวเธอกดร่องสาวครูดกับเอ็นผม
 ลินกอดคอผมแหง่นหน้าร้องคราง หลังๆ
ผมไม่ต้องออกแรงยกเอวลินแล้วแต่เธอเป็นยกตัวขึ้นเองผมแค่ทำหน้าที่เด้งเอ็นสวนตอนที่เธอทิ้งน้ำหนักลงมา
 ตับ ตับ ตับ เสียงเอ็นกระแทกร่องสาวลินเสียงดังฟังชัด
ลินปล่อยมือจากคอผมแล้วแอ่นตัวไปด้านหลังโดยเอามือยันที่นอนไว้
ส่วนผมก็ลุกขึ้นคุกเข่าเพื่อให้ซอยเอ็นกระแทกได้ถนัดขึ้น คราวนี้เสียง พับ
พับ พับ ดังลั่นพร้อมกับเสียวครางเสียวของลิน
ลินแอ่นตัวเป็นสะพานโค้งให้ผมนั่งคุกเข้ากระแทกไม่หยุดจนในที่สุดผมก็กลั้นความเสียวต่อไปไม่ไหว
 ผมอัดน้ำกามใส่ร่องสาวลินพร้อมบดปลายหัวบานกับมดลูกเธอ ลินร้องเสียงหลง
พอผมปล่อยน้ำกามจนหมดลำกล้องลินก็ทิ้งตัวลงนอนหมดแรง
น้ำสีขุนไหลย้อยออกมาจากร่องสาวที่อ้าเป็นรูขาดเดียวกับเอ็นของผม
พอปล่อยน้ำหมดผมก็นอนลงทับตัวลิน ผมกอดหอมลินให้หายคิดถึง
ระหว่างพักยกผมก็ได้คุยเรื่องที่ผมจะขอให้ลินช่วย “จะเอาแบบนั้นหรอค่ะ”
“ใช่ซิ แบบนั้นแหละ” “แม่ครัว ผู้จัดการร้าน แล้วก็ตามลูกน้องเก่า” “ใช่”
“ได้ค่ะลินจะหาให้ รวมถึงจัดส่งอาหารสดเหมือนเดิมด้วยใช่ไหมค่ะ” “ใช่จ๊ะ”
ผมหอมไปที่หน้าผากลิน “แล้วพี่บีอยากเปิดร้านเหมือนไหร่ค่ะ”
“เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้นะ” “ค่ะ” “ไม่รบกวนเวลาลินนะ” “ไม่หรอกค่ะ
แล้วเรื่องบ้านหละค่ะ” “บ้าน บ้านไหนหรอ” “บ้านที่พี่บีเคยคิดจะซื้อค่ะ”
“ทำไมถึงถามเรื่องนี้หละ” “ก็เห็นพี่บีพูดถึงเตียงที่เคยซื้อเข้าบ้านนั้น
ลินก็เลยคิดว่าพี่บียังคงอยากได้บ้านนั้นอยู่” “คุณอำนาจยังไม่ขายไปอีกหรอ
พี่นึกว่าหลังจากเรื่องวันนั้นคุณอำนาจจะขายมันทิ้งแล้วซะอีก” “ยังค่ะ
ท่านคงรอพี่บีมาซื้อแหละค่ะ” “อ้อ คงกะให้พี่มีภาระเยอะๆ
จะได้ไม่กล้าทิ้งตรงนี้ไปอีกครั้งใช่ไหม” “ไม่ทราบซิค่ะ
แต่ท่านบอกว่าให้เก็บไว้จนกว่าเจ้าของบ้านหลังนั้นจะกลับมา”
“แต่พี่มีบ้านแล้วนะ พี่มีความสุขดีแล้ว”
“แต่ว่าบ้านหลังนี้อยู่ในชุมชนเปิดนะค่ะ ใครจะเข้าจะออกก็ได้
แต่บ้านหลังนั้นถ้าไม่ใช่คนในหมู่บ้านก็ต้องมีการแจ้งขออนุญาตล่วงหน้า
หรือไม่ก็ต้องมีผู้พักอาศัยเป็นคนมายืนยันคนนอกถึงจะเข้าได้ แบบนั้นอืม
เมียพี่บีน่าจะปลอดภัยกว่าอยู่ที่นี่นะค่ะ” “ขนาดนั้นเลยหรอ”
“ถึงลินจะอยากให้พี่บีกลับมาขนาดไหน
แต่ลินก็รู้นะค่ะว่าสถานที่ที่พี่บีกลับมามันคือสนามรบ
ลินก็แค่อยากช่วยเท่าที่จะทำได้
และการที่ทำให้คนที่พี่บีรักได้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยก็เป็นส่วนนึงที่ลินพอจะทำได้”
 “ขอบใจนะพี่จะลองคิดดู ไม่รู้ซิ ก้อยกับแนนจะอยากไปอยู่บ้านใหม่หรือเปล่า
เพราะเราเริ่มต้นสร้างครอบครัวกันที่นี่แล้ว” “ก็แล้วแต่พี่บีค่ะ
ลินก็แค่แนะนำ” “ขอบใจนะ อืมยังมีเวลากว่าจะเที่ยง
ขอพี่หอมลินให้หายคิดถึงหน่อยนะ” ลินยิ้มแล้วก็พยักหน้า
ผมเลยอัดน้ำใส่ร่องสาวลินอีกสองครั้งจนอิ่มเอมกับความสุขที่ได้รับหลังจากที่ไม่ได้สัมผัสมันมานาน
 หลังจากเราก็อาบน้ำกัน
ลินขอตัวไปทำงานต่อไม่ทานข้าวกับผมเพราะเกรงใจที่มาหาผมก่อนเวลา
แต่ผมก็ยังยืนยันที่จะทานข้าวกับเธอ แต่คราวนี้ผมไม่ได้ขับรถไปแต่ขับ nc-30
 ไปแทน
ระหว่างทานข้าวกันก็มีโทรศัพท์คุณอำนาจเข้ามาบอกให้ผมไปพบกับผู้ช่วยที่แกส่งมาช่วยผมสะสางปัญหาที่สนามยิงปืนแห่งหนึ่ง
 หลังจากทานข้าวเสร็จ ผมก็แยกกับลิน
ดูเหมือนลินอยากเจอผมอีกครั้งแต่ไม่กล้าขอ
ผมเลยเป็นฝ่ายนัดเจอเธอพรุ่งนี้อีกครั้งเพื่อคุยเรื่องบ้าน
ลินดีใจยิ้มจนแก้มปริ
หลังจากแยกจากลินผมก็ตรงไปยังสนามซ้อมยิงปืนที่คุณอำนาจบอกไว้ ผมจอดรถข้างๆ
 CBR 400 cc ผมรู้สึกชอบใจที่มีคนชอบมอเตอร์ไซด์เหมือนกัน
ผมเดินเข้าไปด้านใน ไม่มีวี่แววของคุณอำนาจ
แต่แล้วผมก็ต้องตกใจเมื่อมีเสียงที่คุ้นเคยทัก “สวัสดีครับคุณบี” “พี่เสือ”
 “เรียกผมเสือเฉยๆ ก็ได้ครับ” “พี่มาทำอะไรที่นี่ครับ
หรือว่าพาเจ้านายมายิงปืน” “ผมมาพบเจ้านายครับ” “หรอครับอยู่ไหนครับ
ผมอยากเห็นคนที่ติดใจอาหารร้านผม” “ท่านไม่มาหรอกครับ” “อ้าว
แล้วพี่บอกว่ามาพบเจ้านายไม่ใช่หรอครับ” “ครับ”
“แล้วเจ้านายพี่ยังไม่มาหรอครับ” พี่เสือยิ้ม
“เจ้านายผมก็คือคุณนั้นแหละคุณบี” “ผมหรอ พี่เป็นลูกน้องคุณอำนาจหรอครับ”
“ใช่แล้วหละ คนที่ติดใจอาหารที่ร้านคุณบีก็คือคุณอำนาจนั้นแหละครับ”
“แบบนี้เองซินะครับ ผมน่าจะคิดได้ตั้งแต่เห็นการแต่งตัวของพี่เสือแล้ว
ทั้งๆ ที่ผมก็เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าการ์ดคุณพ่อแต่งตัวแบบนี้” “ครับ
เชิญทางนี้ดีกว่าครับ”
พี่เสือพาผมมานั่งคุยเรื่องตามตัวพวกที่เคยมาหาเรื่องที่ร้าน
แล้วก็คุยเรื่องที่ต่อไปนี้จะมีคนคอยตามดูแลก้อยกับแนน
“พี่ว่าถ้าผมเปิดร้านอีก พวกมันจะมาอีกไหม” “คงไม่มาแล้วหละครับ”
“มันกลัวเราหรอพี่” “ดูเหมือนจะไม่ใช่นะ
เท่าที่รู้ดูเหมือนผูจ้างกำลังจะปิดปากพวกมัน
ตอนนี้พวกมันกำลังหนีหัวซุกหัวซุนกันอยู่” “พี่รู้หรอว่าพวกมันอยู่ไหน”
“ก็ยังไม่แน่นะ เพราะไม่มีคำสั่งผมก็ใช้คนไปตรวจสอบไม่ได้”
“งั้นตอนนี้ผมขอสั่งเลยแล้วกันนะพี่” “ได้ครับคุณบี
ว่าแต่คุณบีอยากได้ตัวพวกมันทำไม คุณบีอยากรู้หรอว่าใครทำเรื่องนี้”
“ผมรู้อยู่แล้วครับว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
แต่ที่ผมอยากได้ตัวพวกนี้ก็เพราะผมอยากให้พวกอื่นๆ
รู้ว่าคนที่คิดร้ายกับผมไม่มีวันได้อยู่เป็นสุข
เพื่อที่เวลามีคนมาจ้างให้มาทำร้ายผมอีกจะได้ไม่มีใครกล้า”
“เข้าใจแล้วครับเรื่องนั้นไม่ยาก เครือข่ายพวกนี้ผมก็พอรู้อยู่
ถ้าเราได้ตัวพวกที่มาหาเรื่องแล้วแต่งข่าวนิดหน่อยรับรองว่าพวกที่เหลือคงขยาดกัน”
 “ครับพี่” พี่เสือหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้วรูดซิบเปิดออก
มีกล่องขนาดเท่ากับกระเป๋าอยู่ด้านใน “อะไรครับพี่” “ปืนครับ เบเรสต้า 9
มม. เอาไว้ป้องกันตัว” “ขนาดนั้นเลยหรอพี่”
พี่ผ่านมาไม่ว่ามีเรื่องร้ายแรงแค่ไหน ผมก็ไม่เคยถึงกับต้องใช้ปืนแบบนี้
“ครั้งนี้มันไม่เหมือนกันครับ ตามที่ผมบอก
ดูเหมือนนายจ้างคนที่มากวนร้านคุณบีต้องการปิดปากพวกนั้น
ถ้าบังเอิญปะทะกันยังไงก็คงเลี่ยงที่จะใช้ปืนไม่ได้ มีติดตัวไว้เถอะครับ”
“ก็ได้ครับพี่” “คุณบีให้ผมสอนวิธียิงให้ไหมครับ” “ไม่ต้องหรอกครับ
สมัยเรียน รด ตอนยิงปืนผมได้คะแนนสูงสุดนะครับ” “ก็ได้ครับ
งั้นผมขออยู่ดูแล้วกัน” “พี่ไปเถอะ ผมฝึกเองได้” “แต่ว่า” “โอเค
งั้นผมขอสั่งให้พี่ไปตามเรื่องไอ้พวกนั้นครับ แค่นี้พี่คงไปได้แล้วใช่ไหม”
“ครับได้ครับ” พี่เสือออกไปผมเห็นมีรถตู้สีดำขับมารับ
ผมถือกล่องเข้าไปลองฝึกยิงปืนดู ถึงผมจะโม้ไว้ว่าตอนเรียน รด
ผมได้คะแนนยิงปืนท๊อป แต่นั้นมันปืนยาวและก็นอนยิงด้วย
ตอนนี้ปืนสั้นแถมลูกกระสุนก็ใหญ่กว่าด้วย
ผมเอากล่องปืนไปวางที่แทนแล้วก็เก่ๆ กังทำไม่ค่อยถูก
ผมรู้แค่ห้ามหันปากกระบอกปืนเข้ามาในสนาม
ระหว่างที่ผมพยายามจะตั้งท่ายิงปืนก็มีกลิ่นหอมโชยมาจากทางด้านหลัง
จากนั้นก็มีมือมาจับที่แขนผมพร้อมกับจัดท่าทางให้
ผมรู้ว่าต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ แต่จะสวยหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ เพราะผู้หญิงสวยๆ
 จะมายิงปืนแบบนี้หรอมั้ง หลังจากนั้นเธอก็บอกให้ผมลองยิงดู
ผมก็ลองเหนียวไก ปัง ผมยิงออกไปหนึ่งนัด พร้อมกับมือสะบัดเพราะแรงถีบของปืน
 “ไม่เลว สำหรับมือใหม่” เสียงดังมาจากทางด้านหลัง
ผมหันกลับไปดูก็เจอกับสาวผมยาวดัดหยกตรงปลายผม
ที่สะดุดตาผมที่สุดก็คือขี้แมงวันที่ด้านบนริมฝีปากเธอที่มันดูเซ็กซี่มาก
พอเธอเห็นผมจ้องเธอก็ทำเป็นไม่สนใจแล้วเดินกลับไปยืนที่แทนเธอ
หญิงสาวรวบผมใส่ที่คลอบหูแล้วก็ใส่แว่นตา
ทำเอาผมรู้ตัวว่าทำไมเธอถึงรู้ว่าผมเป็นมือใหม่
ผมรีบไปซื้อแว่นตากับที่คลอบหูมาใส่บ้าง
เธอมองผมแล้วก็หัวเราะก่อนจะเริ่มซ้อมยิง
ถึงเธอจะไม่ได้ยิงเข้ากลางเป้าแต่กระสุนก็เกาะกลุ่มอยู่รอบๆ
ถือว่าเธอยิงแม่นใช้ได้เหมือนกัน
ผมเองลองยิงบ้างคราวนี้ผมเริ่มคุ้นมือทำให้เริ่มยิงเข้ากลางเป้า
ดูเหมือนสาวผมยาวจะหันมาสนใจในฝีมือผม
ผมซ้อมอยู่ซักพักพอหันไปมองอีกทีสาวสวยก็หายตัวไปซะแล้ว
สงสัยคงจะกลับไปแล้ว
ผมเองก็เบื่อแล้วเหมือนกันก็เลยเก็บปืนแล้วก็ออกจากสนามซ้อมมาที่รถ CBR
ยังจอดอยู่ ผมเดินไปที่ nc-30 จากนั้นก็ขึ้นคล่อม
แล้วผมก็เห็นสาวสวยผมยาวเดินออกมาจากด้านในของสนาม ผมแกล้งหยุดรอ
ผมอยากรู้ว่าสาวสวยที่มาซ้อมยิงปืนแบบเธอจะขับรถแบบไหน
สาวผมยาวเดินมาทางผมแล้วเธอก็ทำให้ผมแปลกใจเมื่อเธอคือเจ้าของ CBR
ที่จอดอยู่ข้างๆ ผม เธอทำเหมือนไม่สนใจผม เมื่อสาวไม่เล่นด้วยผมก็ไม่ตื้อ
ผมสตาร์เครื่อง nc-30 แล้วบิดเบิ้ล สาวผมยาวหันมามองผม
เธอถอดหมวกกันน๊อคออกแล้วลงจากรถเดินมาหาผม “ขอดูรถหน่อยได้ไหมค่ะ” “อ้อ
ได้ครับ” ผมลุกขึ้น สาวผมยาวขึ้นคล่อมแล้วก็ลองบิดคันเร่งดู
“ทำเครื่องใหม่ใช่ไหมค่ะ” “เออ ครับคงงั้น” เธอมองหน้าผมงงๆ
ก่อนจะเริ่มสำรวจตัวรถและเครื่องยนต์ “ทำที่อู่ไหนค่ะ
ฝีมือดีขนาดนี้หายากนะค่ะ” “คือมีคนทำให้ครับ” “ทำตั้งแต่โครงเลยใช่ไหมค่ะ”
 “ครับ คงใช่ครับ” “แล้วพอจะบอกได้ไหมค่ะว่าเพื่อนคุณคนนี้อยู่อู่ไหน
เผื่อฉันจะได้เอารถไปให้ดูบ้าง” “คงไม่ได้แล้วหละครับ
เค้ากลับญี่ปุ่นไปแล้ว” “อ้อ คนญี่ปุ่นนี่เองถึงว่าซิ” สาวผมยาวยิ้ม “ครับ”
 “ยิบโซค่ะ” ผมอึ้งๆ ก่อนจะรู้ตัวว่าเธอแนะนำชื่อตัวเอง “บีครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ คุณบีอยู่ทีมไหนค่ะ” “ทีม” “อ้าวคุณขี่ Big Bike
ไม่มีทีม หรือเพื่อนๆ หรอค่ะ” “อ้อ เมื่อก่อนเคยมีครับ แต่เลิกไปนานแล้ว
เพิ่งจะกลับมาขับวันนี้” “งั้นสนใจจะรวมทีมกับ โซไหมค่ะ” “น่าสนใจนะครับ”
“ถึงโซจะชวน แต่ก็ต้องดูฝีมือก่อนนะค่ะไม่ใช่ว่าใครก็เข้าได้” “ได้ซิครับ”
“งั้นก็ตามมาค่ะ โซจะพาไปพบทีมของโซ” จบตอนที่ 1
นึกว่าจะเขียนตอนนี้ไม่จบซะแล้ว กำลังมีปัญหาหัวใจอย่างมาก
แต่ก็ทำใจได้แล้ว ขอขอบคุณกำลังใจจากเพื่อนๆ ที่ติดตามผลงานตลอดมา

*

ออฟไลน์ myfino262903

  • Full Member
  • **
  • 203
  • 3
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 1 By Ukisa
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 11, 2020, 12:18:24 pm »
ผมจะรอตอนต่อไปนะครับ

*

ออนไลน์ timshel

  • Junior Member
  • ***
  • 456
  • 170
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 1 By Ukisa
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2020, 09:26:51 pm »
คิดถึงบี...

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ