Copy บันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ ตอนที่11 เล่ห์พยัคฆ์ บทประพันธ์ nookylove

Copy บันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ ตอนที่11 เล่ห์พยัคฆ์ บทประพันธ์ nookylove

  • 0 ตอบ
  • 7769 อ่าน
*

ออฟไลน์ areja

  • Global Moderator
  • *****
  • 11814
  • 21135
  • เจ้เตือนแล้วนร้าว่า อย่าสดๆ
    • ดูรายละเอียด

 

ท่าน nookylove บันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ ตอนที่11 เล่ห์พยัคฆ์

 

ชายหนุ่มรู้สึกตัวขึ้นมาก็ได้เวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นสู่จุดสูงสุดของวันแล้ว ซึ่งก็น่าแปลกเพราะเขาไม่รู้สึกถึงความอ่อนล้าของร่างกายสักนิด ทั้งที่เมื่อคืนจนกระทั่งเช้า ออกแรงเสพสุขกับเรือนร่างงดงามยั่วยวนอย่างหักโหม เขาจำเหตุการณ์หมดได้ดีเพียงแต่ไม่สามารถควบคุมแรงตัณหาที่พลุ่งพล่านอย่างรุนแรงได้ เมื่อนึกขึ้นได้ชายหนุ่มก็มองมายังร่างนุ่มนิ่มในออมกอด ซึ่งยังคงไม่ได้สติ สำรวจดูก็พบร่องรอยจากแรงอารมณ์ของเขามากมาย ทั้งที่ต้นคอ เนินอกขาวสล่าง ลำแขนบอบบาง ยังไม่นับส่วนล่างของสาวงาม ที่คงบอบช้ำไม่น้อย ทำให้เขารู้สึกสงสารและโทษตัวเองที่ควบคุมสติไม่อยู่ จนทำให้หญิงสาวอยู่ในสภาพนี้ คิดในใจว่าเธอคงเจ็บระบมน่าดู
  ถึงแม้ว่าแสงเดือนจะเป็นวิญญาณที่ปราศจากกายเนื้อ แต่กับเขาเธอก็คือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง มีแต่เขาที่สามารถสัมผัสร่างงดงามของเธอได้ ด้วยมนตราที่เกี่ยวโยงจิตวิญญาณของทั้งคู่ไว้ โดยปู่ดาที่ร่ายไว้ก่อนสิ้นชีวิต ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วลูบไล้ใบหน้าเนียนสวยไร้ที่ติอย่างอ่อนโยนด้วยความรู้สึกผูกพัน และอาจรวมถึงความรักที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น โดยที่เขาก็ไม่แน่ใจนักว่าระหว่างแสงเดือนและพลอยชมพู หญิงสาวสองนางที่เขารู้สึกแบบเดียวกันนี้ ฝ่ายไหนจะมีน้ำหนักในใจมากกว่ากัน หลังจากใช้ความคิดทบทวนความรู้สึกอยู่พักใหญ่แต่ก็ยังหาบทสรุปหัวใจไม่ได้ จึงละความคิดนั้นไป หันกลับมาเพ่งจิตสมาธิ เพื่อทำให้ร่างกายอันแสนบอบช้ำกลับมางดงามเหมือนดั่งเดิม ครั้งนี้นับว่าแสงเดือนบอบช้ำทีสุดตั้งแต่ร่วมรักกันมา เพราะเมื่อเขาตระหนักได้ว่าแม้จะสามารถคืนสภาพให้เธอได้ทุกครั้งหลังจากเกมส์กามแล้ว แต่ในระหว่างนั้น ถ้าเขาทำรุนแรงเธอจะรู้สึกเจ็บปวด แม้บางครั้งจะไม่พูดออกมาเพราะต้องการจะตามใจ ด้วยความรักที่สาวงามคนนี้ที่มีให้เขาอย่างสุดหัวใจ นั่นทำให้ชายหนุ่มพยายามจะอ่อนโยนกับเธอให้มากที่สุด เพราะไม่อยากให้เธอรู้สึกว่าเป็นเพียงที่ระบายความใคร่ของเขา ยื่งแสงเดือนตามใจและดูแลเขาทุกอย่างแม้ว่าบางเรื่องจะขัดต่อความรู้สึกของหญิงสาวที่มีต่อชายที่ตัวเองรักก็ตาม แต่เธอก็ยังปล่อยให้เขาทำโดยไม่ขัดข้อง ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรักเธอมากขึ้นทุกที ...ใช่...ความรัก
บางทีเมื่อถึงเวลาที่แน่ใจแล้วเขาจะบอกออกไป
  เมื่อชายหนุ่มรวมรวมจิตสมาธิ เพื่อทำให้ร่องรอยบอบช้ำบนร่างงดงามจางหายไป แต่คราวนี้กลับไม่เกิดผลอันใดรอยช้ำยังอยู่เหมือนเดิม ทำให้เขาแปลกใจมาก พอลองดูอีกครั้งก็เหมือนเดิม จึงตัดสินใจปลุกสาวงามที่ยังไม่ลืมตาขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง หลังจากเรียกอยู่นานหญิงสาวจึงลืมตาขึ้นมา เมื่อเธอขยับตัวก็ครางออกมาด้วยความเจ็บปวด ชายหนุ่มจึงช่วยประคองอย่างเบามือด้วยความเป็นห่วง

" เป็นยังไงบ้าง พี่ขอโทษนะ ที่รุนแรงกับเดือน " ชายหนุ่มบอกอย่างเสียใจ มือก็ลูบไล้ที่รอยช้ำบนเนินอกอย่างอ่อนโยน
" เดือนไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็กลับมาเหมือนเดิม " สาวงามยิ้มบางๆอย่างปลอบโยน
" นี่แหละปัญหา พี่เพ่งสมาธิเท่าไหร่รอยช้ำก็ไม่หายไป อ้อ งั้นลองสร้างชุดให้เดือนก่อน " เมื่อลองสร้างเสื้อผ้าให้หญิงสาวดูแล้ว ก็สามารถทำได้เหมือนปกติ มีแต่รอยร่อยบนร่างกับความเจ็บปวดอ่อนล้าที่ยังคงอยู่ ชายหนุ่มจึงคิดถึงเรื่องเมื่อคืนจึงเดินไปหยิบบันทึกที่เขียนถึงมนตราพญาเสือมาอ่านอย่างละเอียดอีกครั้ง ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเพิ่มเติม เพียงแต่สะดุดตรงข้อความย้ำว่า ' เมื่อเดินทางนี้แล้วมิอาจหวนคืน ' จึงหันมาถามหญิงสาวที่ยังคงอยู่บนเตียง
" เมื่อคืนจำได้ว่า พี่ถามเรื่องมนตราพญาเสือเดือนยังไม่ได้ตอบพี่เลย " ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีโอกาสได้ตอบมากกว่า สาวงามนั่งขบคิดก็ส่ายหน้าบอกว่าจำเรื่องราวเมื่อคืนแทบไม่ได้ จำได้เพียงสบตาสีอำพันของเขาแล้ว ก็เหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด ได้สติบ้างตอนรู้สึกเจ็บแสบที่ร่องเสียว จากนั้นก็คล้ายตกอยู่ในห้วงฝัน
" พ่อดาก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้นะจ๊ะ " แสงเดือนบอก ยิ่งทำให้ชายหนุ่มกังวล เริ่มคิดขึ้นอันตรายและความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งตอนนี้เขาเริ่มรู้แล้วว่า มนต์พญาเสือสามารถทำร้ายร่างวิญญาณได้ และมีช่วงเวลาที่จะสำแดงความกระหายซึ่งเขาจะควบคุมตัวเองแทบไม่ได้ ขณะกำลังวิตกอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

' เฮ้ย ลมอยู่ไหนวะ มาเตรียมตัวที่มหาลัยได้แล้ว วันนี้ขึ้นชกนัดแรกเอ็งลืมแล้วไงวะ '
' หา วันนี้เหรอพี่ ... คือผมมีปัญหานิดหน่อย ' ยังพูดไม่ทันจบ
' ปัญหาเอาไว้ทีหลัง เอ็งรีบมาเลย แค่นี้นะ ' ปลายสายสั่งเสร็จก็กดวางไปโดยไม่รอให้เขาได้พูดต่อ

" พี่ไปเถอะเดือนไม่เป็นไรหรอก "  เสียงหวานๆเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มยังคงนั่งมองเธออย่างเป็นห่วง
" เดือนก็เป็นซะแบบนี้ เฮ้อ พี่เป็นห่วงเธอมากนะ ไม่อยากทิ้งให้เธออยู่คนเดียว " ชายหนุ่มรู้ว่าสาวงามคนนี้ทำเพื่อเขามาตลอด
" เดือนไม่เป็นไรจริงๆนะ พี่จำคืนแรกที่เราพบกันได้ไหม เดือนก็สามารถรักษาตัวเองได้นะเพียงแต่ว่าอาจจะช้าสักหน่อย ถ้าพี่ไม่เชื่อ คอยดูนะ " พูดจบแสงเดือนก็หลับตาลงกำหนดจิตเพื่อรักษาตัวเอง สักครู่จึงเปิดให้ดูที่รอยช้ำที่ดูจางลงกว่าตอนแรก
" แน่ใจนะว่าจะอยู่คนเดียว ถ้าอย่างนั้นพี่ไปเสร็จแล้วจะรีบกลับนะ " ชายหนุ่มถามย้ำอีกครั้ง เมื่อหญิงสาวยืนยันว่าอยู่ได้ เขาจึงจูบเบาๆที่ริมฝีปากนุ่มเป็นการลาก่อนจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัว ทำเอาสาวงามที่ไม่เคยชินสักทีกับความอ่อนหวานที่ชายคนรักมอบให้เธอเสมอได้แต่นั่งเขินอยู่บนเตียงพลางบ่นเบาๆ ' เราอยู่กันตามลำพังซะที่ไหนล่ะ '

  ภายในโรงยิมของมหาวิทยาลัยได้จัดเวทีขึ้นอย่างเป็นทางการในฐานะเจ้าภาพ ที่มีนักชกจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศมาร่วมแข่งขันเพื่อเป็นตัวแทนไปแข่งระดับมหาวิทยาลัยโลกต่อไป ซึ่งก็มีแมวมองจากทีมชาติมาสังเกตุการเพื่อเฟ้นหาดาวรุ่งดวงใหม่เข้าทีมชาติ บนอัฒจรรย์คราคร่ำไปด้วยเหล่ากองเชียร์ที่ขนกันมาให้กำลังใจนักมวยของตน อนิล ขึ้นชกในรุ่น Light heavyweight (ไม่เกิน79.4 kg) กับตัวแทนมหาวิทยาลัยชื่อดังทางภาคเหนือดีกรีเหรียญทองกีฬาเยาวชนแห่งชาติปีที่แล้วจึงได้โควต้าเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นตัวแทนนักศึกษาชั้นปีที่1 เช่นเดียวกับเขาและเป็นหนึ่งในดาวรุ่งตัวเต็งที่น่าจับตามอง ทางอธิการบดีจึงประกาศหยุดเรียนห้าวันในฐานะเจ้าบ้านเพื่อให้นักศึกษามาร่วมให้กำลังใจแก่นักกีฬา โดยในวันสุดท้ายจะมีงานเฟรชชี่ไนท์ร่วมด้วยเพื่อให้บรรดาเฟรชชี่ปี1 ได้ร่วมสนุกและร่วมเชียร์การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ขณะกำลังจะเตรียมตัวอบอุ่นร่างกาย เพื่อขึ้นชกในอีกสองคู่ถัดไป สามสาวเพื่อนซี้ก็เดินเข้ามาหา

" สู้ๆ นะจ๊ะลม พวกเราเชียร์เต็มที่เลย " หงส์สาวหมวย ยังคงร่าเริงเช่นเดิมให้กำลังใจ ชายหนุ่มยิ้มรับขอบคุณ พลางมองไปที่อีกหนึ่งสาวที่วันนี้อุตส่าห์สละเวลามาดู
" เอ่อ..พวกนี้ชวนเรามาน่ะ " พลอยชมพู รีบออกตัวเมื่อเห็นชายหนุ่มมองมา
" เอ๊ะ สองคนดูแปลกๆไปนะ ปกติแกไม่พูดกับลมแบบนี้นี่ " นุ้ย แอบจับผิดเพื่อนสาวคนสวย
" เอ่อ...ไม่มีอะไรนี่ ไปหาที่นั่งกันดีกว่า " สาวสวยรีบเปลี่ยนเรื่องจากนั้นจึงจูงมือ สาวหมวยตัวเล็กนำไปก่อน ทิ้งให้สาวใต้ตาคมยืนมองชายหนุ่มด้วยประกายตาแวววาว จนชายหนุ่มต้องรีบเอ่ยลา เพราะรับรู้ความหมายของสายตานั้นดี

   หลังจากฟังแผนการชกของโค้ชแล้วชายหนุ่มก็ก้าวขึ้นเวที เพื่อชนนวมกับคู่ชกตามธรรมเนียม ก่อนที่กรรมการจะให้สัญญาณชก เสียงเชียร์จากรอบข้างดังกระหึ่มทำเอาเขารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย ต่างกับคู่ชกซึ่งเป็นหนุ่มผิวขาวสูงโปร่งตามสไตร์ชาวเหนือ ทำให้เรียกเสียงกรี้ดจากบรรดากองเชียร์สาวๆได้ไม่น้อย ดูแล้วหนุ่มชาวเหนือผู้นี้คงจะเจนเวทีไม่น้อยเพราะดูท่าทางสุขุม สเต็ปการฟุตเวิร์คเข้ามาอย่างน่าดู ทั้งปล่อยหมัดแย๊บเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง สร้างความลำบากให้ อนิลไม่น้อยเนื่องจากคู่ต่อสู้ช่วงชกยาวกว่า จีงได้แต่ตั้งรับจนหมดยกแรก หลังจากเข้ามุมแล้วโค้ชก็สั่งให้เดินเข้าหามากขึ้น รอดักจังหวะสวนกลับ เมื่อเสียงระฆังยกที่สองดังขึ้นชายหนุ่มจึงเดินเข้าหามากขึ้นตามที่โค้ชบอก แต่ก็โดนแย๊บรบกวนตลอดและถูกดักต่อยเก็บแต้มไปเรื่อยๆจนคะแนนเริ่มทิ้งห่างฝีไม้ลายมือสมกับเป็นนักชกเหรียญทอง จนหมดยกที่สองคะแนนก็ทิ้งห่างออกไปจนห่างกันหกหมัดแล้ว หากคะแนนห่างมากเกินกว่าสิบสองหมัด อาจถูกจับแพ้ R.S.C. ตามกติกา ทำให้ยกที่สามนี้เขาต้องรับความกดดันอย่างมาก เมื่อเสียงระฆังยกที่สามดัง ทำให้อนิลต้องเร่งทำคะแนนและต้องป้องกันให้ดี แต่ก็ยังติดๆขัดๆ เพราะคู่ชกรู้ตัวว่าคะแนนนำห่างอยู่จึงไม่ปะทะด้วย อาศัยหมัดแย๊บและวนไปรอบๆเวที สร้างความรำคาญให้ชายหนุ่มไม่น้อยยิ่งเวลาใกล้จะหมด ยิ่งทำให้ร้อนรนจนถูกดักต่อยอีกสองหมัด และเดินออกจนหมดยกที่สาม ซึ่งฝ่ายตรงข้ามดูจะมั่นใจในชัยชนะมาก จึงเดินกลับเข้ามุมพร้อมรอยยิ้ม ถึงตอนนี้โค้ชสั่งให้ลุยลูกเดียวเพราะไม่มีอะไรเสียแล้วในยกที่สี่ ขณะนั้นเสียงตะโกนให้กำลังใจก็ดังมาจากกองเชียร์ฝั่งของเขา พอจะจับเสียงได้ว่าเป็นของหงส์และนุ้ยสองสาว ส่วนสาวสวยอีกคนเพียงส่งสายตาและรอยยิ้มให้กำลังใจมา ดูท่าทีเขินอายเกินกว่าจะส่งเสียงออกมา ก่อนที่ระฆังยกสุดท้ายจะดังขึ้นชายหนุ่มรวบรวมสมาธิขจัดความฟุ้งซ่านให้หมดไป ใจจดจ่ออยู่กับการชก จนได้ยินสัญญาณเริ่มยกที่สี่ คู่ชกยังคงใช้วิธีเดิม จนชายหนุ่มจากที่รำคาญจนเริ่มมีโทสะ พลันเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นกับตัวเขา คล้ายกับวันที่ถูกมนตราพญาเสือเข้าครอบงำ สามารถรับรู้และจำแนกเสียงรอบกายได้อย่างชัดเจน ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของคู่ชก สัมผัสได้ถึงลมหายใจ และรับรู้ได้แม้กระทั่งกล้ามเนื้ออากัปกิริยาของอีกฝ่ายอย่างทะลุปรุโปร่ง ทำให้คล้ายจะคาดเดาการเคลื่อนไหวของคู่ชกได้ล่วงหน้า ที่สำคัญคนรอบข้างหรือแม้แต่ผู้ชมบนอัฒจรรย์ สัมผัสได้ถึงบรรยากาศหนาวเย็นประหลาดชวนขนลุกรอบๆตัวชายหนุ่มคนนี้ คล้ายกับมีอำนาจบางอย่างในตัว ทำให้รู้สึกถึงความสง่างาม น่าเกรงขามและน่าหวาดหวั่นไปพร้อมๆกัน ชายหนุ่มไม่รอโอกาสและปล่อยเวลาให้เสียเปล่า เร่งเดินเข้าหาคู่ชกที่ตอนนี้ขยับออกห่าง แล้วเดินวนไปรอบๆ ด้วยสามารถคาดเดาทางล่วงหน้าได้ อนิลจึงดักทางและปล่อยหมัดออกไป ประสิทธิภาพของหมัดทรงพลังจนน่าเหลือเชื่อ เมื่อกระทบกับการ์ดที่ยกขึ้นป้องกัน ทำให้การ์ดแตกออกเป็นช่อง เขาจึงปล่อยหมัดซ้ำลอดช่องเข้าไปกระทบบริเวณลิ้นปี่ของคู่ต่อสู้จนร่างสะท้าน และทรุดฮวบลงไปให้กรรมการนับสิบ กลายเป็นชัยชนะที่มหัศจรรย์ในสายตากองเชียร์ส่งผลให้ เสียงเชียร์ดังกระหึ่มทั้งโรงยิม มีเพียงเขาที่รู้ว่าชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่ได้มาจากความสามารถที่เกิดจากการฝึกฝนอย่างหนัก แต่เป็นเพราะสัญชาติญาณของพยัคฆ์ร้ายในตัว ทำให้เขาไม่นึกยินดีนัก โชคยังดีที่ปลดปล่อยออกมาเพียงบางส่วน ถ้าเกิดเป็นเช่นเมื่อคืนเขาคงวิตกอย่างมาก

  สาวสวยนั่งอยู่เพียงลำพังในห้องของคณะกรรมการนักศึกษาหรือเรียกย่อๆว่า ค.น. หลักจากฝึกซ้อมการแสดงเพื่อเป็นตัวแทนคณะวิทยาศาสตร์ไปประกวดดาวมหาวิทยาลัยในงานเฟรชชี่ไนท์ที่จะจัดในอีกสี่วันข้างหน้า ซึ่งได้เธอฝึกซ้อมมาได้หลายอาทิตย์แล้ว เพียงแต่วันนี้มีเรื่องให้คิดเป็นพิเศษ เธอคิดถึงชายหนุ่มนิสัยประหลาดที่มาว่าบอกว่าชอบแต่กลับไม่มีท่าทีสนใจว่าเธอจะทำอะไรหรือว่าไปที่ไหนกับใคร แล้วยังความเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่ได้พบหน้า ยิ่งวันนี้ที่ได้พบกับเขาเพียงแค่ชายหนุ่มมองมาทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างประหลาด แล้วยังชัยชนะที่พลิกจากการเป็นฝ่ายเสียเปรียบนั้นอีก ได้สร้างความประทับใจขึ้นในใจของผู้ชมมากมายรวมทั้งเธอด้วย ขณะกำลังคิดอะไรเพลินอยู่นั้น

" รอคนมารับเหรอพลอย " เสียงทุ้มของคนที่หญิงสาวกำลังคิดถึงอยู่ตอนนี้ถามขึ้นทำเอาเธอสะดุ้ง เมื่อหันมาจึงพบว่าชายหนุ่มมายืนอยู่ข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้
" อืม รอพี่รุฬมารับน่ะ " สาวสวยจงใจพูดถึงลูกชายของเพื่อนสนิทคุณแม่ของเธอ ซึ่งชายหนุ่มก็อยู่ด้วยตอนที่ท่านแนะนำให้รู้จักกัน เพื่อรอดูท่าทีว่าเขาจะแสดงออกถึงความหึงหวงแบบผู้ชายคนอื่นๆที่เธอเคยเจอหรือไม่ แต่ก็เห็นเพียงรอยยิ้มเหมือนเช่นทุกครั้ง
" งั้นเดี๋ยวเรานั่งรอเป็นเพื่อน " พูดจบก็นั่งลงบนที่นั่งไม่ไกลจากที่นั่งของหญิงสาวโดยไม่รอให้เธออนุญาต
" ยินดีด้วยนะ ที่วันนี้ชกชนะ " พลอยชมพู พยายามชวนคุยเพื่อลดบรรยากาศอึดอัดและความรู้สึกประหม่าอย่างน่าประหลาด ทั้งๆที่ก็เคยอยู่กับผู้ชายตามลำพังมาไม่น้อย แต่กับผู้ชายคนนี้ นับวันเธอยิ่งรู้สึกว่าเขาดูมีสเน่ห์ขึ้นทุกครั้งที่พบ
" อือ ขอบใจนะ พลอยเองก็ต้องประกวดดาวมหาวิทยาลัยนี่นะ หนุ่มๆในคณะคอยเชียร์อยู่นะ สู้ๆ " ชายหนุ่มพูดให้กำลังใจ
 " หนุ่มๆ ที่ว่ารวมทั้งลม ด้วยหรือเปล่า " อยู่ดีๆสาวสวยก็หลุดปากพูดออกไปด้วยความรู้สึกลึกๆบางอย่างที่ยังไม่แน่ใจนัก รู้แต่เพียงว่า เธอต้องการกำลังใจจากเขามากกว่าคนอื่น ชายหนุ่มเพียงยิ้มไม่ตอบคำถามแต่กลับขยับเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น จนแทบจะแนบชิดกันจากนั้นก็ยื่นหน้าคมเข้มเข้าใกล้ใบหน้าเนียนสวย ซึ่งตอนนี้หลับตาปี๋ เพราะความเขิน น่าแปลกที่เธอกลับไม่ยอมถอยหนีหรือผลักไสชายหนุ่ม เหมือนที่เคยทำทุกครั้งเวลาที่ผู้ชายคนไหนก็ตามเข้าใกล้ขนาดนี้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่ทำให้เธอไม่อยากลุกหนีไปไหน จึงทำได้เพียงนั่งหลับตาตัวเกร็งสองมือกำแน่น รอคอยบางอย่างที่หวานชื่นจากชายหนุ่มด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมา ยิ่งสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่ใกล้เข้ามา ก็ยิ่งเกร็ง จนกระทั่งสัมผัสถึงริมฝีปากของเขาที่แนบชิดเข้ากับริมฝีปากอ่อนนุ่มของเธอ ความอ่อนโยนและอ่อนหวานที่เขามอบให้ทำให้สาวสวยผ่อนคลายลง สองมือที่กำแน่น ค่อยๆคลายลงและเปลี่ยนเป็นเลื่อนไปโอบรอบคอของเขา ราวกับเวลาของทั้งคู่จะหยุดนิ่งไปชั่วนิรันดร์ จนเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ห้วงเวลาที่คล้ายความฝันนั้นก็กลับมาสู่โลกของความจริง พลอยชมพูลืมตาขึ้นมาอีกครั้งชายหนุ่มก็กลับไปนั่งอยู่ที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น คิ้วเรียวสวยขมวดกันเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย
' ค่ะ พี่รุฬ ถึงแล้วเหรอคะ ได้ค่ะจะรีบลงไป ' ระหว่างพูดสายก็แอบชำเลืองมองชายหนุ่ม ที่นั่งอยู่ไม่ไกลมีความรู้สึกคล้ายกลัวเขาจะไม่พอใจกับหงิดหงุดเล็กน้อย เมื่อท่าทีของเขายังคงนิ่งเฉยปกติไม่มีทีท่าอาการหึงหวงเธอบ้างที่คุยกับผู้ชายคนอื่นและกำลังจะออกไปด้วยกัน ทั้งๆที่ เพิ่งจะจูบเธอไป ยิ่งทำให้สาวสวยทั้งสับสนและหงุดหงิด เมื่อวางสายแล้วจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่มีคำกล่าวลาใดๆ  ฝ่ายอนิล ซึ่งตอนนี้ก็สับสนเช่นกันเหตุการณ์เมื่อครู่ มันเริ่มจากคำถามของสาวสวยจากนั้น เขาก็รู้สึกถึงกลิ่นหอมอันเย้ายวนใจจนอดใจไม่ไหวต้องเข้าไปสัมผัส ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนหัวใจที่เคยเต้นปกติเมื่อเจอกับคุณหนูนั่น แต่พอได้สัมผัสความหอมหวานมันดันกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง คล้ายกับตอนที่ได้เจอเธอเมื่อครั้งแรก หรือเขาจะไม่สามารถตัดใจจากผู้หญิงคนนี้ได้ ....
   ภายในรถคันหรูสาวสวยนั่งเงียบเพราะกำลังใช้ความคิดและเผลอนึกไปถึงความอ่อนหวานตอนนั้นจนยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มรูปงามที่ขับรถอยู่หลักจากชวนคุยแต่หญิงสาวกลับเงียบ มาตอนนี้กลับยิ้ม ทำเอาเขาถึงกับมึนงง กับสาวสวยคนนี้ลูกสาวเพื่อนสนิทของคุณแม่ ที่เขาหลงรักทันทีเมื่อแรกเห็นและดูเหมือนเธอเองก็ดูมีใจให้เขาอยู่บ้าง อีกทั้งผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็สนับสนุน โดยแอบตกลงกันไว้ว่าจะให้หมั้นกันไว้ก่อนเมื่อทำความคุ้นเคยกันได้สักพัก ซึ่งมีแต่เขาที่รู้ จึงเร่งทำคะแนนเพื่อให้สาวสวยคนนี้ยอมรับหมั้นด้วยความเต็มใจ และแพลนวันนี้คือเขาจะพาไปทานอาหารร้านที่เธอชอบแล้วพาไปดูหนัง จนสาวสวยพูดขึ้นเป็นครั้งแรกหลังจากขึ้นรถมายังไม่ทันจะออกจากมหาวิทยาลัย
" วันนี้พลอยอยากกลับบ้านแล้วค่ะ " ฟังแล้วน้ำเสียงเหมือนหงุดหงิดทั้งๆที่เมื่อครู่ยังยิ้มอยู่เลย แต่หนุ่มรูปงามก็ไม่เซ้าซี้แม้จะผิดหวังที่ไม่เป็นไปตามแผน จึงได้แต่ตามใจหญิงสาว
 ส่วนต้นเหตุที่ทำให้จากอารมณ์กำลังจะดีกลายเป็นหงุดหงิดของพลอยชมพูก็คือ ภาพผู้ชายที่เพิ่งจะจูบเธอไปไม่นานตอนนี้กลับยืนคุยกับสาวสวยหุ่นดีคนหนึ่ง ด้วยสายตาอันเฉียบคมของผู้หญิงเวลาจับผิด ทำให้เธอมองออกว่าสาวสวยคนนั้นคือนุชนารถ รุ่นพี่ที่อยู่ในทีมเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งเธอได้ยินแว่วๆมาว่ารุ่นพี่คนสวยคนนี้เจ้าชู้ไม่หยอกเปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่น ยิ่งตอนนี้เริ่มมีงานถ่ายแบบและโฆษณายิ่งมีหนุ่มมารุมจีบ แล้วนี่มาสนใจนายลมของเธอได้อย่างไร .....
 
    ขณะกำลังขับรถกลับบ้านหลังจากแยกทางจากรุ่นพี่สาวสวยสุดเซ็กซี่แต่กลับไม่ได้สร้างความรู้สึกพิเศษใดๆแก่เขา โดยอยู่ดีๆรุ่นพี่คนสวยก็มาบอกว่าอยากรู้จักและขอเบอร์มือถือเขาไป โดยไม่รู้ว่าตอนนั้นมีสาวสวยอีกคนที่เห็นภาพนั้นด้วย ยังไม่ทันจะถึงบ้านเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
' ตอนนี้นาย อยู่ที่ไหน ' เสียงฟังดูเหมือนหงุดหงิดปนอยากรู้อยากเห็นดังขึ้นทันทีที่แนบหู และยิ่งประหลาดใจเมื่อเสียงนั้น ไม่ใช่เสียงของรุ่นพี่สาวสวยแต่กลับเป็นคุณหนูเอาแต่ใจ
' กำลังกลับบ้าน นั่นพลอยเหรอ มีอะไรหรือเปล่า ' ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย และที่สงสัยอีกอย่างคือคุณหนูพลอยไม่เคยเบอร์และไม่มีท่าทีอยากจะติดต่อกับเขากลับเป็นฝ่ายโทรมา
' เหรอ ไม่มีอะไรหรอก งั้นแค่นี้นะ ขับรถกลับบ้านดีๆล่ะ อ่อ ถึงบ้านแล้วส่งข้อความมาด้วยล่ะ ' สาวสวยพูดมาเป็นชุดแล้วก็กดวางไปน้ำเสียงสดใสขึ้นอย่างผิดหู ทำเอาเขามึนกับอาการของเธอ  ฝ่ายพลอยชมพูเมื่อถึงบ้านแล้วก็รีบโทรหาสาวหมวยเพื่อนซี้เพื่อขอเบอร์อนิล ทำเอาเพื่อนสาวหมวยประหลาดใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็ให้โดยไม่ถามอะไร  จากนั้นจึงโทรหาชายหนุ่มด้วยความอยากรู้ว่าเขายังอยู่กับรุ่นพี่คนนั้นหรือไม่ พอวางสายด้วยความโล่งใจ ก็กลับมาคิดทบทวนความรู้สึกและอาการที่แสดงออกมาของตัวเอง สรุปได้อย่างเดียวว่าเธอหลงรักอนิลเข้าแล้วจึงได้แต่นั่งปิดหน้าที่แดงก่ำอย่างอายตัวเองที่แสดงออกว่าหึงหวงชายหนุ่มไปขนาดนั้น ' เพราะนายคนเดียวตาบ้าลม '

  เมื่อ อนิล เข้าบ้านมาก็พบแสงเดือนนั่งรออยู่ที่โซฟาที่ห้องนั่งเล่น หญิงสาวเมื่อเห็นชายหนุ่มก็ลุกเดินเข้ามาหาแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนหวานเหมือนทุกครั้ง แต่พอสาวงามเดินเข้ามาใกล้ก็ต้องร้องกรี้ดลั่นบ้านเมื่อชุดสวยของเธอหายวับไปด้วยอำนาจจิตของชายหนุ่ม
" ว้าย !! พี่จะทำอะไร เอาชุดเดือนคืนมาเดี๋ยวนี้นะ " สาวงามร้องอย่างตกใจ สองมือรีบยกขึ้นมาปิดอกอวบงดงามและจุดสงวนของสตรีเพศ
" ก็พี่อยากดูรอยช้ำว่า หายดีหรือยัง " ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
" ก็บอกกันดีๆ ก็ได้ มาแก้ผ้าเดือนแบบนี้ได้เหรอ เห็นเดือนเป็นของเล่นหรือไง " หญิงสาวพูดอย่างน้อยใจ น้ำตาคลอ ทำเอาชายหนุ่มหัวใจหล่นวูบ รีบคว้าร่างงามเข้ามากอดแนบอก
" พี่ขอโทษนะ อย่าร้องเลย พี่ไม่เคยคิดว่าเดือนเป็นของเล่นเลยนะ " เขารีบปลอบ สาวงามยั่งคงนิ่งในอ้อมกอดเขา
" ชุดของเดือน " หญิงสาวย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็น ทำเอาชายหนุ่มต้องรีบคืนชุดให้เธอ
" แล้วเห็นเดือนเป็นอะไรถ้าไม่ใช่ของเล่น " หลังจากได้ชุดคืนสาวงามก็ถามอย่างจริงจัง
" เดือนเป็นคนสำคัญของพี่ไงจ้ะ ทีนี้ให้ดูได้หรือยังว่ารอยช้ำจางไปแค่ไหนแล้วพี่เห็นห่วงนะ " แม้คำตอบที่ได้จะไม่ถูกใจซะทีเดียว แต่เมื่อเห็นความห่วงใยของชายหนุ่มจึงทำให้เธอยิ้มได้อีกครั้ง จากนั้นจึงยกแขนให้ดูรอยช้ำที่จางลงกว่าเมื่อเช้า และเปิดคอเสื้อให้เห็นรอยบนเนินอก ทำเอาชายหนุ่มกลืนน้ำลายดังเฮือก ดูเหมือนหญิงสาวจะรู้ว่าเขาคิดอะไรจริงยิ่งแกล้ง โดยการเปิดสาปเสื้ออวดหน้าท้องแบนราบขาวนวลเนียน มีรอยฟกช้ำจางๆ
" คิดว่าอีกสามสี่วันคงหายสนิท " พูดพลางปิดเสื้อลง แล้วส่งยิ้มหวานเหมือนจะยั่วยวน ทำเอาชายหนุ่มฝันค้าง
" แต่ถ้าพี่ต้องการ .... เดือนจะไม่ขัดใจพี่ " สาวงามพูดต่อแล้วมองสบตาชายหนุ่ม ซึ่งเขายิ้มให้อย่างอ่อนโยน
" พี่ขอกอดได้ไหม " เขาขออนุญาตเธอก่อน เมื่อสาวงามผยักหน้าตอบรับจึงโอบกอดร่างงามแนบแน่น
" พี่บอกแล้วว่าเดือนไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่ที่ระบายความใคร่ พี่..รักเดือน นะ " คำที่ชายหนุ่มลังเลที่จะพูดออกมาตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่ารักสาวงามในอ้อมกอดคนนี้ ซึ่งก็ทำให้เธอถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตัน กับคำว่ารักที่รอคอยมานานแสนนาน จึงกอดตอบร่างกำยำด้วยความรักทั้งหมดของเธอ หลังจากกอดกันอย่างเนิ่นนานชายหนุ่มจึงพาเธอมานั่งคลอเคลียที่โซฟา
" แค่นี้ถึงกับต้องร้องไห้เลย " ชายหนุ่มหยอกล้อ พลางใช้นิ้วเขี่ยปลายจมูกเธอเบา แล้วไล้นิ้วไปตามใบหน้างามอย่างเพลิดเพลิน ทำเอาเจ้าของหัวเราะเบาๆอย่างจั๊กจี้
" เอ่อ เดือนมีเรื่องจะบอกพี่ " หลังจากความหวานชื่นผ่านไป สาวงามจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างลังเล
" หืม ว่ามาสิจ๊ะ " เมื่อเห็นว่าแสงเดือนไม่พูดต่อจึงเร่ง
" คือ เอ่อ....น้องฝ้ายจะมาอยู่กับเราด้วย .....ได้ไหมจ๊ะ " แสงเดือนถามเขาอย่างลังเล
" ฝ้าย ? ยังอยู่ ? ถ้าอย่างนั้น .... สงสัยเรามีเรื่องต้องพูดกันยาวแล้วล่ะ " ชายหนุ่มแกล้งโมโหเพื่อกลบเกลื่อนความอายเพราะแสดงว่าที่เขาทำกับแสงเดือนทั้งหมดฝ้ายก็รับรู้ด้วยรวมทั้งเรื่องเมื่อคืน.......

    ภายในบ้านหลังใหญ่ของ ส.ส. คนดังของจังหวัดกาญจบุรี เจ้าของบ้านกำลังนั่งคอยผู้มาเยือนด้วยความหวังที่จะช่วยลูกชายของตน ยิ่งเมื่อผู้ที่เขารอคอยก้าวเข้ามาในห้องรับแขกยิ่งทำให้ความหวังเรืองรองยิ่งขึ้น ชายชราวัยเจ็ดสิบ แต่ยังแข็งแรงปราด้ปรียวเหมือนคนวัยห้าสิบผมเผ้าและหนวดเคลาขาวโพลน ใบหน้าอิ่มเอิบมีราศี แลดูมีเมตตา ในชุดขาว ทำเอาผู้มีอำนาจเช่นเขาก้มลงกราบอย่างเลื่อมใสโดยไม่รู้ตัว
"
กระผมยินดีมากที่ท่านอาจารย์เมตตามาช่วยลูกชายกระผม " เจ้าของบ้านที่นั่งพับเพียบกับพื้นกล่าวอย่างเลื่อมใสศรัทธา โดยที่ครั้งแรกที่ลูกน้องของเขาพูดถึงอาจารย์ท่านนี้เขาเองยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เมื่อมาพบหน้าเหมือนกับชายชราคนนี้เหมือนกับมีอำนาจวิเศษบางอย่างประกอบกับบุคลิกอันน่าเลื่อมใส ชายชราที่ผู้คนมากมายทั่วลุ่มน้ำโขงเลื่อมใสศรัทธา อาจารย์แสนจอมอาคมแห่งอีสานทิศ............. จบตอนเล่ห์พยัคฆ์




ตอนนี้ใช้เวลานานมากต้องขออภัยทุกท่านที่ติดตามอ่านอยู่นะครับ และขอขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณพี่สาวแว่น ขอบคุณป๋าที่มาเจิม ฮ่าๆ ขอบคุณผู้อ่านแฟนๆที่ให้กำลังใจมาโดยตลอดจากใจครับ

 

*ก๊อป ไปอ่านได้  แต่ ห้าม ! นำไปเผยแพร่นะคะ เพราะ คุณ ฝากให้นำมาลงแบ่งปันกันอ่านเท่านั้นจ๊ะ*



 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ