Copy บันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ ตอนที่13 ตะวันกับจันทร์เพ็ญ  บทประพันธ์ nookylove

Copy บันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ ตอนที่13 ตะวันกับจันทร์เพ็ญ  บทประพันธ์ nookylove

  • 0 ตอบ
  • 12200 อ่าน
*

ออฟไลน์ areja

  • Global Moderator
  • *****
  • 11837
  • 21143
  • เจ้เตือนแล้วนร้าว่า อย่าสดๆ
    • ดูรายละเอียด
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                    
Copy บันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ ตอนที่13 ตะวันกับจันทร์เพ็ญ บทประพันธ์ nookylove
บันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ ตอนที่ 13
แสงแดดในตอนสายที่ลอดผ่านหน้าต่าง ทำให้ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงนุ่มรู้สึกตัวเมื่อลืมตาขึ้นมาเจ้าของเตียงนุ่มก็บิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบตามความเคยชินจากนั้นจึงค่อยลุกจากที่นอนเพื่อไปทำธุระส่วนตัวหลังจากเสร็จกิจวัตรในตอนเช้าจึงลงมาที่ห้องอาหารชั้นล่างก็พบกับผู้เป็นมารดานั่งอยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับชายหนุ่มที่ระยะนี้ดูเหมือนจะเป็นแขกประจำของบ้านหลังนี้ไปแล้ว

" หนูพลอยลูกเมื่อวานหายไปไหนมาทั้งวัน กลับมาซะดึกดื่นรู้ไหมว่าแม่กับพี่เค้าเป็นห่วงเราขนาดไหน " ยังไม่ทันที่สาวสวยจะนั่งลงดีคุณหญิงประภาก็ยิงคำถามเข้าใส่ทันที
" พลอยก็ไปช็อปปิ้งนี่คะขออนุญาตคุณแม่แล้วด้วย " หญิงสาวตอบ ขณะกำลังจะเริ่มรับประทานอาหารเช้าทำเอามารดากับชายหนุ่มผู้มาเยือนด้วยความเป็นห่วงแต่เช้านั่งมองหน้ากันอย่างประหลาดใจกับคำตอบและท่าทีที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นของเธอ
" หนูรู้ตัวไหมว่าเมื่อคืนกลับมาเมื่อไหร่ ในสภาพไหน " คุณหญิงยังคงซักต่อ เพราะเริ่มเป็นห่วงในอาการของบุตรสาว
" ..... พลอย กลับมาเอ...ไม่ใช่ตอนเย็นเหรอคะ "คำตอบของลูกสาวคนเดียวยิ่งทำให้มารดาแสดงสีหน้ากังวลอย่างชัดเจน
" คุณแม่ดูแปลกๆ นะคะเช้านี้" พลอยชมพูสงสัยในท่าทางแปลกๆแต่คุณหญิงประภาก็ตอบปฏิเสธและบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับนิรุฬ จึงบอกให้เธอทานอาหารต่อไปแล้วจึงลุกไปพร้อมกับชายหนุ่ม
หลังจากทั้งคู่มาที่ห้องนั่งเล่นแล้วจึงเริ่มปรึกษากันเพราะเมื่อคืนพลอยชมพูกลับมาเกือบๆเที่ยงคืนหลังจากหายไปทั้งวันโทรติดต่อไม่ได้เลยจนทุกคนเป็นห่วงและตามไปที่ห้างสรรพสินค้าก็พบรถจอดอยู่ ของที่ซื้อมาก็อยู่ในรถแต่เจ้าของกลับหายตัวไปยิ่งทำให้ร้อนใจจึงอาศัยเส้นสายที่มีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแม้จะหายไปไม่ถึง24ชั่วโมงให้ช่วยตามหาเมื่อตรวจสอบไปยังกล้องวงจรปิดที่ลานจอดรถก็พบมาว่าหญิงสาวหายไปกับรถตู้สีขาวกลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งจนเริ่มแน่ใจแล้วว่าอาจจะเป็นการจับตัวไปเรียกค่าไถ่ทั้งหมดจึงรอให้ทางคนร้ายติดต่อมา แต่กลับไม่มีใครติดต่อกลับมาและที่ยิ่งแปลกประหลาดที่สุดคือ หญิงสาวกลับมาบ้านเอง ในสภาพที่ปกติเพียงแต่ชุดที่ใส่มีรอยคราบเลือดเป็นหย่อมๆ เมื่อเข้าบ้านก็เดินตรงขึ้นห้องนอนผ่านผู้คนมากมายที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขกคล้ายกับว่ามองไม่เห็นใครเลยเมื่อผู้เป็นแม่เข้าไปในห้องนอนก็พบว่าหญิงสาวหลับไปแล้วจึงเรียกหมอให้มาดูอาการก็ไม่พบร่องรอยบาดแผลหรือได้รับบาดเจ็บใดๆแต่กลับพบรอยเลือดบนเสื้อผ้าของเธอจึงทำการเปลี่ยนเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่นำไปตรวจสอบหลักฐาน จนมาเช้านี้พลอยชมพูทำตัวราวกับว่าทุกอย่างปกติไม่มีเหตุการณ์ร้ายใดๆเกิดขึ้น
" รุฬ น้าควรทำไงดีดูแกจำเรื่องเมื่อวานไม่ได้เลย "คุณหญิงปรึกษากับชายหนุ่มที่เธอหมายมาดให้เป็นคู่หมั้นของบุตรสาว
" ผมว่าเราควรใจเย็นๆนะครับปล่อยน้องพลอยไว้แบบนี้ไปสักพัก บางทีแกอาจไม่เป็นอะไรก็ได้เดี๋ยวผมคุยกับทางตำรวจให้ แล้วจะลองปรึกษาหมอดูว่าอาการแบบนี้เกิดจากอะไรนะครับคุณน้า " ชายหนุ่มรูปงามช่วยคิดหาทาง ทำให้คุณหญิงประภาสงบลงบ้างทั้งสองปรึกษากันจนพลอยชมพู กินอาหารเช้าเสร็จแล้วขอตัวมาที่มหาวิทยาลัยเพื่อซ้อมใหญ่การแสดงบนเวที ของงานเฟรชชี่ไนท์และการประกวดดาวมหาวิทยาลัยที่จะจัดขึ้นในตอนค่ำของวันพรุ่งนี้

หลังจากเสร็จซ้อมใหญ่การแสดงบนเวทีเวลาก็ล่วงไปเกือบสามทุ่มแล้วพลอยชมพูเข้ามานั่งรอที่ห้องค.น.เหมือนเช่นเคยโดยหวังว่าจะได้พบชายหนุ่มที่เธอเฝ้าคิดถึงอยู่ทั้งวัน ทุกครั้งที่มีคนเปิดประตูห้องเข้ามาเธอจะรีบหันไปมองว่าใช่เขาหรือไม่ แต่รอแล้วรอเล่าเขาก็ไม่มาจนเธออดไม่ได้ที่จะถามรุ่นพี่ที่เดินเข้าเดินออกอย่างวุ่นวายจากงานที่จะจัดขึ้นพรุ่งนี้ถึงชายหนุ่มที่เธออยากพบแม้จะมีเบอร์โทรศัพท์ของเขาแต่กลับไม่กล้าที่จะโทรไปด้วยความรู้สึกที่ว่าไม่เห็นหน้าแต่ก็อยากจะได้ยินเสียงเมื่อถามรุ่นพี่จนได้ความว่า เมื่ออนิลมารายงานตัวตอนเช้าวันนี้แต่คู่ชกของเขาสละสิทธิ์ จึงทำให้ผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองในวันพรุ่งนี้โดยอัตโนมัติวันนี้จึงน่าจะทำให้เขากลับเร็วทำให้ในใจหญิงสาวดีใจที่ชายหนุ่มเข้าชิงแต่ก็เสียดายที่ไม่ได้พบเขาในวันนี้เมื่อรู้แน่แล้วว่าเขาจะไม่มาจึงโทรศัพท์ให้คนขับรถมารับซึ่งวันนี้คุณแม่ของเธอดูมีท่าทีแปลกๆตั้งแต่ตอนเช้าทั้งคำถามและการไม่ยอมให้เธอขับรถมาเองและวันนี้ที่มหาวิทยาลัยก็รู้สึกเหมือนมีคนคอยตามเธออยู่ห่างๆแต่เมื่อคิดว่าคุณแม่คงเป็นห่วงเธอจึงยอมตามใจท่านบ้าง

เมื่อกลับถึงบ้านชายหนุ่มแทบจะทรงตัวไม่อยู่ยังคิดอยู่ว่าหากคู่ชกวันนี้ไม่สละสิทธิ์เขาเองนี่ล่ะจะเป็นฝ่ายโดนถลุงบนเวทีที่ไปรายงานตัวในตอนเช้าวันนี้เป็นเพราะความหยิ่งในศักดิ์ศรีที่ไม่ยอมแพ้และด้วยเป็นความหวังของชมรม จึงฝืนสังขารตัวเอง โดยที่มีแสงเดือนคอยตามด้วยความเป็นห่วงซึ่งหลังจากที่เขากลับมาในสภาพย่ำแย่เมื่อคืนสาวงามก็ดูแลเขาอย่างดีโดยที่ไม่ถามสักคำว่า ไปไหนมาหรือเกิดอะไรขึ้นจนเขาเองที่เป็นฝ่ายต้องเล่าทุกอย่างออกไปโดยที่หญิงสาวไม่มีทีท่าโกรธเคืองหรือแง่งอนมีเพียงแต่ความเป็นห่วงในสภาพร่างกายเขาเท่านั้น ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด
" ถ้าหากเดือนมีร่างกายคงดูแลพี่ได้ดีกว่านี้ " แสงเดือนพูดอย่างเสียใจขณะนั่งดูชายหนุ่มทำแผลให้ตัวเองซึ่งบาดแผลที่ได้รับนั้นหากเปลี่ยนเป็นคนอื่นคงได้ไปนอนที่ โรงพยาบาลแล้วแต่ที่ยังคงอยู่ได้ตอนนี้คงเป็นเพราะวิญญาณพญาเสืออย่างที่ชายชราลึกลับบอกไว้จริงๆและที่เขาผ่านการตรวจร่างกายวันนี้ก็เพราะหญิงสาวช่วยปกปิดบังตา
" โธ่แค่นี้เดือนก็ทำดีแล้วอย่าคิดมากเลยนะ ...อื้อที่เมื่อคืนเดือนบอกว่าตอนที่พี่บาดเจ็บเดือนก็รู้สึกได้ด้วยหมายความว่ายังไง" ชายหนุ่มถามถึงสิ่งที่ค้างคาใจเมื่อคืน
"หมายความว่าพี่เจ็บเดือนก็รู้สึกเจ็บด้วย ก็วิญญาณเราผูกพันกันพี่ลืมไปแล้วเหรอจ๊ะ" แสงเดือนอธิบาย
" แล้วทำไมพี่....เอ่อ "ชายหนุ่มจะถามว่า ทำไมเขาถึงรู้สึกได้ว่าพลอยชมพูตกอยู่ในอันตรายแต่ไม่กล้าบอกออกไป
" บางที...พี่กับเธออาจจะมีบางสิ่งเชื่อมโยงกันก็ได้ "แสงเดือนเหมือนจะรู้ถึงความคิดว่าเขาอยากจะถามอะไรเมื่อหญิงสาวพูดจบความเงียบและบรรยากาศชวนอึดอัดก็เข้ามาแทรกระหว่างทั้งคู่จนชายหนุ่มทำแผลเสร็จ แสงเดือนจึงบอกให้เขาพักผ่อนชายหนุ่มจึงหลับไปด้วยความอ่อนล้าและอ่อนเพลียโดยมีสาวงามนั่งอยู่เคียงข้างด้วยความเป็นห่วง....' บางทีพี่กับเธอคนนั้นคงจะมีใจเชื่อมโยงต่อกัน 'ความคิดนี้ที่เธอไม่ได้พูดออกไปทำได้เพียงคอยอยู่ข้างๆคนที่เธอรักจนกว่า....

ค่ำคืนที่เหล่าเฟรชชี่รอคอยมาทั้งเทอมก็มาถึงและในที่นี้ภายในโรงยิมที่จัดเวทีมวยไว้เพื่อการขึ้นชกในรอบชิงชนะเลิศของทุกรุ่นเหล่ากองเชียร์พากันส่งเสียงตะโกนและร้องเพลงเชียร์และเพลงของสถาบันตนเองอย่างสนุกสนานโดยภายนอกบริเวณสนามฟุตบอลได้จัดเวทีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อการประกวดดาวและเดือนของมหาวิทยาลัยซึ่งในขณะนี้วงดนตรีของนักศึกษาขึ้นมาสร้างสีสันเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนจะถึงเวลาของการประกวดและปิดท้ายด้วยวงดนตรีชื่อดังขวัญใจวัยรุ่นกลับมาที่โรงยิมโค้ชกำลังวางแผนการชกโดยมีชายหนุ่มนั่งฟังอยู่อย่างไม่มีสมาธินักเพราะเพียงแค่ขยับตัวความเจ็บปวดก็แล่นขึ้นมาถึงสมองบาดแผลที่ได้รับนั้นเข้าขั้นสาหัส แต่ที่เขายังมาชกในวันนี้ได้เพราะศักดิ์ศรีและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ข้างกายชายหนุ่มยังมีสาวงามที่คนอื่นไม่เห็นยืนมองเขาอยู่ด้วยความเป็นห่วงถึงแม้บาดแผลภายนอกจะถูกสมานโดยตัวยาจากบันทึกสมุนไพรแต่บาดแผลของชายหนุ่มสาหัสกว่านั้นคือบาดแผลที่มองไม่เห็นที่ทำร้ายถึงวิญญาณทำให้เขาแทบจะไร้เรี่ยวแรง
แม้จะเป็นห่วงสักเพียงไหนแต่หญิงสาวก็ทำได้เพียงเฝ้าดูและให้กำลังใจคนรักอยู่ห่างๆเพราะรู้ดีว่าเขาไม่ปรารถนาให้เธอช่วยเพื่อให้ได้ชัยชนะมาอย่างแน่นอน

สิ้นเสียงระฆังยกสุดท้าย ความรู้สึกที่เหมือนปลดปล่อยภาระอันหนักอึ้งทำให้อนิล แทบอยากจะนอนลงบนเวทีเดี๋ยวนั้นเลยแต่เขายังต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์โดยการรอผลคะแนนที่ออกมาซึ่งก็เป็นไปตามคาด เขาแพ้ไป 15 ต่อ 10 หมัดแต่เป็นความพ่ายแพ้ที่ชนะใจกองเชียร์เพราะเขาสู้อย่างสุดความสามารถแล้วซึ่งคู่ชกของเขาก็ดูเหมือนจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่สมบูรณ์แขนข้างที่บาดเจ็บทำให้แทบจะยกขึ้นป้องกันไม่ได้ในยกแรกฝ่ายตรงข้ามคิดว่าเขาตั้งใจเผยช่องเพื่อรอจังหวะสวนกลับ
แต่เมื่อเข้ากลางยกสองถีงได้รู้ว่าเป็นเพราะเขายกแขนไม่ขึ้นยิ่งหมัดที่ชกลำตัวแต่ละหมัดที่โดนทำให้สะท้านไปทั้งร่างจนออกอาการอย่างเห็นได้ชัด ในที่สุดเมื่อจบการแข่งขันฝ่ายตรงข้ามทั้งโค้ชและนักชกยังเข้ามาถามอาการเขาด้วยความเป็นห่วงและชื่นชมในสปิริตและแน่นอนโค้ชของเขาต้องเข้ามาด่าเรื่องที่ไม่ยอมบอกเรื่องอาการบาดเจ็บที่ตอนนี้เขาเจ็บจนพูดไม่ออกเมื่อฝืนขึ้นไปรับเหรียญรางวัลแล้วจึงขอตัวจากงานฉลองที่จะจัดขึ้น

บนเวทีใหญ่ที่จัดขึ้นในสนามฟุตบอล เวลานี้หนุ่มสาวสี่คู่สุดท้ายยืนอวดโฉมอยู่บนเวทีก่อนการแสดงความสามารถพิเศษเพื่อนำไปรวมกับคะแนนvoteที่นับจากดอกกุหลาบที่ผู้ชมด้านล่างมอบให้และคะแนนจากคณะกรรมการเพื่อตัดสินหาดาวเดือนมหาวิทยาลัยประจำปีการศึกษานี้หลังจากเดินโชว์ตัวรอบหนึ่งแล้วทั้งหมดก็ลงจากเวทีเพื่อเตรียมการแสดงพลอยชมพูรีบโทรศัพท์ไปถามถึงผลการชกมวยจากเพื่อนซี้ทั้งสองและหวังว่าเขาจะมาดูเธอประกวดด้วยเมื่อได้ทราบว่าชายหนุ่มแพ้ก็เสียดายแต่ก็ไม่เท่ากับความเป็นห่วงที่เพื่อนสาวของเธอบอกว่าดูเหมือนเขาจะมีอาการบาดเจ็บทำให้เธออยากรู้จนเริ่มไม่มีสมาธิจนทีมงานบอกให้เตรียมตัวเมื่อใกล้จะถึงรอบที่เธอจะต้องขึ้นไปแสดงก็ยังทำสมาธิไม่ได้แทบไม่น่าเชื่อว่าเวลาเพียงไม่นานเขาจะมีความสำคัญต่อความรู้สึกและจิตใจของเธอมากขนาดนี้จนกระทั่งได้เวลาที่สาวสวยต้องขึ้นเวทีซึ่งการแสดงที่เธอเลือกนั้นเป็นการแสดงเดี๋ยวไวโอลีน นับเป็นไม่กี่อย่างที่เธอสามารถได้ดีเพราะเรียนมาตั้งแต่ยังเด็กหลังจากยืนทำสมาธิและรวบรวมความมั่นใจแล้วจึงก้าวขึ้นเวทีเมื่อขึ้นไปยืนบนเวทีแล้วพลอยชมพูก็ควบคุมมือไม่ให้สั่นไม่ได้เพราะไม่เคยเล่นให้ผู้คนมากมายขนาดนี้ฟังปกติก็มีแค่คนที่บ้านกับครูสอนเท่านั้น จึงทำให้เธอประหม่าทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่งอยู่บนเวทีจนเสียงผู้คนด้านล่างเริ่มจอแจนาทีนั้นหญิงสาวก็เหมือนได้ยินเสียงกระซิบผ่านสายลมหากแต่ดังชัดในความรู้สึกเมื่อมองไปก็เห็นเขายืนอยู่และส่งยิ้มให้กำลังใจมาถึงเธอ ซึ่งส่งผลอย่างยิ่งกำลังใจจากคนที่รักทำให้มือที่สั่นผ่อนคลายลง สาวสวยจึงเริ่มบรรเลง เพลง ALover's Concerto เพลงที่ออกมาจากความรู้สึกผสานกับดวงตาเป็นประกายด้วยรักและรอยยิ้มงดงาม เสียงที่เคยดังจอแจกลับเงียบงันทุกผู้คนคล้ายตกอยู่ในมนต์สะกดแห่งเสียงเพลงและความงดงามของผู้บรรเลงที่เปล่งประกายดุจดาราในคืนเดือนมืดนี้จนเมื่อสิ้นเสียงดนตรีชั่วเงียบอึดใจก็ตามมาด้วยเสียงปรบมือดังสนั่นทั้งสนามเพียงแต่คราวนี้ไม่ปรากฏร่างชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว ผู้ชายที่ไม่ใช่สเป็คและไม่เคยคิดว่าจะใช่ในครั้งแรกที่พบ แต่กลับเข้ามาอยู่ในใจเธออย่างไม่รู้ตัวอยากจะให้เขามองเพียงเธอคนเดียวเหมือนที่เธออยากเห็นเขาในสายตาตลอดเวลาหวังว่าเขาจะรู้สึกแบบเดียวกับเธอ

ในห้องเรียนทั้งที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแต่พลอยชมพูกลับรู้สึกแปลกๆเหมือนกับขาดอะไรบางอย่างไปเพราะหลังจากวันงานเฟรชชี่ไนท์แล้วผ่านมาสองวันเธอก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลยในคืนนั้นผลการประกวดก็ออกมาตามที่คนส่วนใหญ่คาดไว้เพราะหลังจากการแสดงความสามารถจบไป ก็จัดให้ให้มีการvoteด้วยดอกกุหลาบซึ่งหนุ่มทั้งคณะและคณะอื่นก็พากันซื้อมามอบให้แต่ไม่ว่าชายหนุ่มคนไหนมาให้ก็ไม่ทำให้เธอดีใจได้เพราะไม่ปรากฏว่าคนที่เธออยากจะเจออยู่ ณ ที่นั้นด้วย เมื่อรวมคะแนนทุกอย่างเธอได้เป็นดาวมหาวิทยาลัยคนใหม่ประจำปีการศึกษานี้พ่วงด้วยรางวัลpopularvote พร้อมภาระในการโปรโมทและถ่ายแบบให้วารสารของมหาวิทยาลัยด้วยแม้จะรายล้อมไปด้วยรุ่นพี่และเพื่อนๆที่มาแสดงความยินดีแต่เมื่อไม่มีเขาความสุขและความดีใจลดลงมาก และวันนี้เธอตั้งใจว่าเมื่อเลิกเรียนแล้วจะลองไปหาชายหนุ่มที่บ้านด้วยเป็นห่วงว่าเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่าเพราะจำได้ว่าเขาอยู่บ้านคนเดียวเวลานี้จึงได้แต่รอ

หลังจากขับรถวนแทบจะรอบหมู่บ้านอยู่หลายรอบพลอยชมพูก็ขับมาจอดหน้าบ้านที่เธอค่อนข้างแน่ใจว่าเป็นบ้านของเขา สังเกตุจากต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกไว้หน้าบ้านและภายในรั้วยังมีแปลงไม้ประดับอยู่อีกหลายแปลง เธอจึงลงจากรถขณะกำลังจะกดกริ่งที่หน้าประตูสายลมเย็นๆก็พัดโชยหอบเอากลิ่นหอมของดอกไม้มาให้ได้สัมผัสแล้วประตูก็เปิดออกโดยที่ยังไม่ทันได้กดกริ่ง....

ชายหนุ่มรู้สึกตัวเพราะได้กลิ่นหอมโชยมาจากด้านล่างจึงลุกขึ้นจากเตียงด้วยความหิวเพราะหลังจากตืนขึ้นมากินตอนเช้าแล้วเขาก็หลับยาวไปจนถึงตอนนี้ซึ่งเป็นเวลากว่าสี่โมงเย็นแล้วเมื่อลงไปที่ห้องครัวก็พบกับเรื่องน่าประหลาดใจกับภาพสาวสวยในชุดนักศึกษากำลังตั้งใจทำอาหารอยู่

" อ้าวพลอยมาได้ยังไง "ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยความสงสัย แต่หญิงสาวไม่ตอบเพียงแค่หันมายิ้มให้เขาและหันไปจัดการกับสิ่งที่ทำค้างไว้จนเสร็จจากนั้นจึงตักใส่จานและชามแล้วนำมาวางไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้วจึงเดินไปตักข้าวมาให้ชายหนุ่มซึ่งแลดูขัดกับบุคลิกคุณหนูของเธออย่างที่สุด เมื่อหันกลับมาดูสิ่งที่เธอตั้งใจทำก็พบว่าเป็นต้มเลือดหมูกับผัดผักรวมมิตรเมื่อข้าวสวยร้อนๆ มาวางตรงหน้าเขาจึงลงมือกินโดยที่มีสาวสวยนั่งมองดูเขากินอย่างมีความสุขหลังจากกินเรียบร้อยชายหนุ่มจึงช่วยหญิงสาวเก็บจานชามมาล้างต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไรกัน จนเมื่อล้างจานเสร็จเธอก็ช่วยเขาทำแผลให้ใหม่

" ขอบใจจ้ะเดือน "ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากหญิงสาวทำแผลให้เขาเสร็จแล้ว
" พี่รู้ตอนไหนจ๊ะ ว่าเป็นเดือน" แสงเดือนในร่างพลอยชมพูถามอย่างอยากรู้
" แค่หันมายิ้มสบตาเดือนตอนนั้นพี่ก็รู้แล้ว เดือนมองพี่แบบนั้นอยู่ทุกวันใครจะจำไม่ได้ต่อให้อยู่ในร่างพลอยก็เถอะ ว่าแต่ทำไมไปอยู่ในร่างเขาได้ล่ะจ๊ะ "เขาถามแม้จะพอรู้คำตอบ
" เดือนก็แค่อยากดูแลพี่เหมือนที่ผู้หญิงคนนี้กำลังจะทำ "แสงเดือนตอบอย่างเศร้าสร้อยเพียงแค่นั้นแล้วก็เงียบไปจนชายหนุ่มสงสารขณะกำลังจะปลอบใจ
" อ้าว พลอยเข้ามาตอนไหนเนี่ยเอ๊ะ ลมนายเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น เจ็บมากไหม ไปโรงพยาบาลหรือเปล่า "เมื่อแสงเดือนไป สาวสวยก็ได้สติขึ้นมาเห็นสภาพของชายหนุ่มจึงยิงคำถามออกมาเป็นชุดด้วยความเป็นห่วง
" .... ใจเย็นๆ พลอยเราไม่เป็นอะไรมากหรอก แล้วนี่มาได้ยังไง " อนิลรู้สึกขำกับท่าทางเป็นห่วงจนดูเหมือนจะมากเกินไปของหญิงสาว
" ก็...เอ่อ เห็นลมไม่ไปเรียนพลอยเป็นห่วงเลยมาดูนี่ไง แล้วไปโดนอะไรมาล่ะเนี่ย " สรรพนามที่ใช้เปลี่ยนไปจากครั้งก่อนๆ
" อุบัติเหตุ นิดหน่อยน่ะไมเป็นอะไรมากหรอก พรุ่งนี้ก็ไปเรียนได้แล้ว " ดูท่ามนต์สะกดจากดวงตาพยัคฆ์จะได้ผลพลอยชมพูจำเรื่องในคืนนั้นไม่ได้เลย
" แล้วพลอยล่ะคืนนั้นเป็นยังไงบ้าง " ชายหนุ่มถาม เพื่อเปลี่ยนเรื่องคุย
" อืม ก็ชนะล่ะ ได้popular vote มาด้วย ....แหน่ะ เปลี่ยนเรื่องเชียวนะที่หายไปหลังจากการแสดงเพราะแผลนี่เหรอ เห็นหงส์บอกว่า ลม เจ็บตั้งแต่ตอนชกแล้วนี่ถ้างั้นก็แสดงว่า ขึ้นชกทั้งๆที่มีแผลขนาดนี้น่ะเหรอ จะบ้าหรือไง ฮึ "ทั้งคำพูดและแววตาฉายชัด จนชายหนุ่มหวั่นไหว
" เราไม่เป็นอะไรจริงๆขอบใจนะที่มาเยี่ยม ว้าว มีดาวมหาลัยมาเยี่ยมถึงบ้านแบบนี้พรุ่งนี้คงหายเป็นปลิดทิ้ง แล้วล่ะ " เขาพูดติดตลกเพื่อให้เธอคลายกังวลจนสาวสวยยิ้มออกมาได้เล็กน้อย
" แล้วนี่ทานอะไรหรือยัง "หญิงสาวถามขึ้นโดยไม่รู้
" เรียบร้อยแล้วพลอยล่ะกินอะไรมาหรือยัง " ชายหนุ่มถามกลับบ้าง เมื่อเธอส่ายหน้าจึงถามต่อว่าอยากกินอะไรจึงเดินลงมาที่ห้องครัวอีกครั้งพลางมองหาแสงเดือนด้วยว่าหายไปไหนเพราะเขาตั้งใจว่าเพียงจะทำอาหารตอบแทนพลอยชมพูที่อุตส่าห์มาเยี่ยมเท่านั้นหลังจากทำตามเมนูที่สาวสวยขอมาเสร็จแล้ว ก็เป็นเวลาเกือบสามทุ่มเมื่อพลอยชมพูจัดการกับอาหารเรียบร้อยแล้วนำจานไปเก็บล้างจึงพากันมานั่งที่ห้องนั่งเล่น

" วันนี้ พลอยเอ่อ...ขอค้างที่นี่ได้ไหม " อยู่ๆ สาวสวยก็พูดขึ้น เล่นเอาชายหนุ่มชะงัก
" จะดีเหรอ ไม่เหมาะมั๊ง เราว่า" เขาพยายามปฏิเสธ
" ก็ลมอยู่คนเดียวเกิดเป็นอะไรขึ้นมา หรือเจ็บแผลตอนดึกใครจะช่วยได้ พลอยเป็นห่วงนะ....เอาตามนี้แล้วกันพรุ่งนี้จะได้ไปเรียนพร้อมกันเลย " สรุปเองเสร็จสรรพ ตามนิสัยคุณหนูยังไม่ทันที่อนิลจะค้านหญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์ไปหาหงส์ธิดานัดแนะกันเรียบร้อยแล้วจึงโทรไปที่บ้านเพื่อขอบอกกล่าวไว้เฉยๆถึงอย่างไรเธอก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะค้างที่นี่ เมื่อค้านไม่สำเร็จชายหนุ่มจึงได้แต่เลยตามเลยและจัดให้พลอยชมพูไปนอนที่ห้องของแม่เขา

" นี่ ไม่กลัวหรือไงเราก็ผู้ชายนะ "อนิลถามขึ้นเพราะดูเหมือนสาวสวยคนนี้จะไม่ได้ตั้งใจมาตั้งแต่ต้นที่จะมาค้างที่นี่
" ถ้ากลัวคงไม่กล้าค้างหรอกพลอยไว้ใจลมนะ " เธอสบตาเขา แล้วพูดอย่างเชื่อแบบนั้นจริงๆ
"เอ...ถามแบบนี้แสดงว่าคิดอะไรสิเนี่ย หืม " สาวสวยแกล้งหยอกเขาคืน
" คิดสิ คิดว่าทำแบบนี้บ่อยเหรอ" ชายหนุ่มไม่ยอมแพ้
" บ้าเหรอ บ่อยที่ไหนนี่ครั้งแรกเลยนะที่พลอยมาค้างบ้านผู้ชาย ไม่คุยด้วยแล้วไปอาบน้ำดีกว่า "พูดจบก็เดินหนีไป
" เดือน ออกมาเถอะ " อนิลเรียกสาวงามอีกคนที่หายไปเลยตั้งแต่ตอนเย็น สักครู่เธอก็ปรากฏร่างออกมาและเดินมาหา
" เดี๋ยวนี้ เก่งนะเราทำให้พี่มองไม่เห็นก็ได้ด้วย มานี่สิจ้ะ " เมื่อหญิงสาวเดินมาใกล้ก็รั้งร่างเธอให้มานั่งที่ตักแล้วกอดเอวไว้หลวมๆ แสงเดือนดิ้นรนเพียงเล็กน้อยแล้วถึงยอมอยู่นิ่งๆ แต่ก็ยังไม่ยอมพูดอะไร
" อย่าหายไปแบบนี้อีกนะพี่ไม่ชอบเลย " พูดไปพลาง สูดดมกลิ่นหอมไปพลาง ก่อนจะประทับรอยจูบเบาๆที่ต้นคอระหง จนสาวงามหันมาส่งสายตาต่อว่าทั้งที่สองแก้มแดงระเรื่อ
" รับปากสิจ๊ะ ไม่งั้น ...." ไม่ขู่เปล่า สองมือเริ่มซุกซุน มือนึงเลื่อนลงต่ำ อีกมือลูบไล้ขึ้นที่สูงจนเธอสะดุ้ง
" กะ ก็ได้จ้ะชอบแกล้งเดือนอยู่เรื่อยเลยนะ ปล่อยเดือนได้แล้ว"ในที่สุดแสงเดือนก็ต้องยอมแพ้ เมื่อเขาเริ่มที่จะไม่ทำเพียงแค่ขู่เพราะเธอเริ่มรู้สึกถึงความแข็งขึงที่มาเสียดสีกับบั้นท้ายของเธอ ชายหนุ่มยังไม่ยอมปล่อยเรือนร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นนี้ทันทีตามที่เธอร้องขอแต่กลับโน้มคอลงไปจูบอย่างอ่อนหวานที่ริมฝีปากนุ่ม ก่อนจะยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ
" พี่ชอบริมฝีปากของเดือนจังทั้งนุ่มทั้งหวาน " เขายังคงแแกล้งหยอกเย้าเธอเล่นแต่ไม่นานความรู้สึกพลุ่งพล่านก็แล่นเข้ามาอย่างรุนแรงเหมือนเมื่อครั้งก่อนที่ทำให้ร่างงามต้องบอบช้ำ
" เดือนพี่ฝากอยู่เป็นเพื่อนพลอยด้วยนะ " เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนหญิงสาวเงยหน้าจากความอายขึ้นมอง พอสบตาของชายหนุ่มถึงได้รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดเมื่อตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีอำพัน
" พี่จะไปไหนจ๊ะ "แสงเดือนถามอย่างเป็นห่วง
" พี่ต้องไปเพราะไม่อยากทำร้ายพวกเธอ เดือนรีบขึ้นไปหาพลอยก่อน เร็ว " อนิลบอกให้สาวงามตรงหน้ารีบไปก่อนเพราะเริ่มทนกลิ่นหอมอันยั่วยวนจากเรือนร่างที่ฟุ้งออกมาจนแทบทนไม่ไหวหญิงสาวได้แต่ทำตามที่เขาบอก เมื่อเธอเดินขึ้นไปข้างบนแล้วเขาจึงรีบออกจากบ้านมาเพราะเริ่มจะควบคุมความต้องการไม่ได้

ห้องชุดสุดหรูบนตึกระฟ้ากลางกรุงชายวัยกลางคนนั่งครุ่นคิดอยู่ที่ระเบียงด้วยความกังวลแก้วเหล้าในมือหมุนไปมาอย่างใช้ความคิด ขณะกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดนั้นความรู้สึกเย็นยะเยือกถึงไขสันหลัง ทำให้ขนลุกซู่และตามมาด้วยบรรยากาศอึดอัดกดดันจนแทบอยากจะทรุดลงไปบนพื้น
“ เลิกยุ่งกับพลอยซะ “เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ดังมาจากข้างหลังจะคนที่นั่งอยู่สะดุ้ง
“ แกเป็นใครเข้ามาได้ยังไง “ ส.ส.วิชัยหันไปถามด้วยเสียงสั่นอย่างตกใจและเริ่มหวาดกลัวกับชายหนุ่มที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้ร่องรอย
“ คนที่คุณตามหาไงล่ะ “เขาให้คำตอบ
“ แกนั่นเองที่ทำให้ลูกชายฉันต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทรา แกต้องการอะไรบอกฉันมาสิ ฉันจะหามาให้ทุกอย่าง “ เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าคือตัวการ จึงเริ่มต่อรอง
“ คุณมีลูกสาวหรือเปล่า“ ชายหนุ่มตั้งคำถามขึ้นแทน
“ มี...แกถามทำไม “ส.ส.วิชัยถามอย่างระแวง
“ ถ้าลูกสาวคุณถูกผู้ชายห้าคนบังคับขืนใจแล้วถ่ายวีดีโอเก็บไว้ เพื่อให้เธอกลับมาให้พวกมันรุมอีกคุณจะทำยังไง “ คำถามนี้ทำให้คนเป็นพ่อถึงกับสะอึกเพราะเริ่มเดาได้แล้วว่าเหตุใดลูกชายของตนถึงประสบชะตากรรมเช่นตอนนี้จึงนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามของชายหนุ่มไม่ว่าจะตอบออกไปอย่างไรก็มีแต่จะไปในทางร้ายมากกว่าเพราะแน่นอนใครที่กล้ามาทำร้ายลูกสาวของเขา พวกมันต้องตายแน่นอน แต่ถ้าบอกออกไปก็เท่ากับว่าได้ตัดสินชะตาชีวิตที่เหลืออยู่ของลูกชาย
“ คุณเงียบแสดงว่ารู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้วเพราะฉะนั้นผมขอย้ำอีกครั้งว่าเลิกยุ่งกับพลอยซะ “ เขาสำทับอีกครั้งทำให้ส.ส.วิชัย ที่ยิ่งใหญ่มาทั้งชีวิตถึงกับคอตกด้วยรู้ว่าไม่ว่าอย่างไรชายหนุ่มคนนี้คงไม่มีทางช่วยเหลือลูกชายของเขาแน่นอนและด้วยความสามารถที่เข้ามาถึงตัวขนาดนี้ จึงเป็นการบอกให้รู้กลายๆว่าครั้งหน้าหากยังไม่เลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น จะไม่มีการเตือนอีกต่อไปยังไม่ทันไรเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ส.ส.วิชัยมองชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเมื่อเห็นว่าไม่แสดงท่าทีอะไรที่บอกว่าไม่ให้รับสายเขาจึงหยิบโทรศัพท์มารับสายแล้วเดินกลับเข้ามาข้างใน
‘ ฮัลโหล คุณวิชัยนี่ผมบดินทร์นะ ‘
‘ ครับผู้กำกับมีเรื่องอะไรหรือครับ โทรมาซะดึกเชียว ‘
‘ ก็คุณไปทำเรื่องอะไรไว้ล่ะผมบอกได้เลยคราวนี้ผมช่วยคุณไม่ได้อีกแล้วนะ ‘ ผู้กำกับบดินทร์นายตำรวจผู้ได้รับสินบนจากส.ส.วิชัย และช่วยปกปิดความผิดที่กระทำมาตลอดบอกอย่างไม่เกรงใจ
‘ คุณพูดเรื่องอะไร ‘ส.ส.วิชัย ที่เสียเงินไปไม่น้อยให้นายตำรวจคนนี้เริ่มหงุดหงิดบ้างที่อีกฝ่ายไม่ให้ความเกรงใจเหมือนเมื่อก่อน
‘ ก็เจ้านายสั่งตรงลงมาที่ผม ให้จัดการทุกคดีที่คุณเกี่ยวข้องให้เรียบร้อยในเจ็ดวันไม่อย่างนั้นผมโดนเด้งแน่ ผมถึงได้ถามไงว่าคุณไปทำอะไรไว้แล้วนายยังบอกอีกว่าทางพรรคก็จะลอยแพคุณด้วยแถมเมื่อตอนค่ำยังมีนายทหารคนนึงโทรมาบอกผมอีกว่า ถ้าเรื่องนี้ผมจัดการไม่ได้ทางเขาจะจัดการคุณเอง ผมว่าคุณไม่มีทางเลือกแล้วล่ะคุณวิชัยที่ผมโทรมาเตือนเพราะเห็นว่าเรารู้จักกันมานาน ‘ เมื่อฟังจบส.ส.วิชัยถึงกับเหงื่อตกที่ทุกอย่างที่เขาทำมาทั้งชีวิตกำลังจะพังทลายและตอนนี้เองที่เขาได้รับรู้ถึงอำนาจของตระกูลวิจิตรจินดาและตอนนี้เขามีทางเลือกสองทางคือใช้ชีวิตบั้นปลายในคุกหรือหนีไปต่างประเทศเมื่อเวลาไม่คอยท่าเขาจึงรีบออกจากห้องนี้เพื่อเตรียมตัวหนี

หลังจากอาบน้ำเสร็จพลอยชมพูก็ต้องประหลาดใจเมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมาพบหญิงสาวผู้งดงามขนาดเธอเป็นผู้หญิงด้วยกันแถมยังเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยและพอจะมั่นใจในความสวยของตัวเองแต่เมื่อมาพบผู้หญิงคนนี้ยังต้องชะงักกับใบหน้าหมดจดงดงามราวกับภาพวาดหรือออกมาจากความฝันผิวพรรณนวลเนียนละเอียดเปล่งปลั่งราวกับจะส่องสว่างได้เนียนจนเธอเองยังอดอิจฉาไม่ได้ แล้วชุดที่ใส่...

" ฉันชื่อแสงเดือนพี่ลมให้มาอยู่เป็นเพื่อนคุณ " สาวงามบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลใบหน้ามีรอยยิ้มน้อยๆเสียงแนะนำตัวเอ่ยขึ้นทำให้พลอยชมพูยิ่งสงสัยว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นใครแต่ที่เธออยากรู้มากกว่าคือ
" ลมเค้าไปไห


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ