Copy บันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ ตอนที่14 ห้วงฝัน ปางก่อน บทประพันธ์ nookylove

Copy บันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ ตอนที่14 ห้วงฝัน ปางก่อน บทประพันธ์ nookylove

  • 1 ตอบ
  • 12922 อ่าน
*

ออฟไลน์ areja

  • Global Moderator
  • *****
  • 11836
  • 21141
  • เจ้เตือนแล้วนร้าว่า อย่าสดๆ
    • ดูรายละเอียด
   Normal  0  false        false  false  false    EN-US  X-NONE  TH                                          MicrosoftInternetExplorer4                                                                                                                                                                                                                                                                                                                        
Copyบันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ ตอนที่14 ห้วงฝันปางก่อน บทประพันธ์ nookylove
บันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ตอนที่14 ห้วงฝัน ปางก่อน


แม้จะยืนอยู่ตรงระเบียงแต่ชายหนุ่มก็ได้ยินทุกอย่างด้วยโสตประสาทอันเฉียบคมเมื่อมั่นใจแล้วว่าต่อไปนี้คงไม่มีใครที่จะมาคิดร้ายต่อพลอยชมพูได้อีก จึงจะไปหาชายชราผู้ลึกลับเป็นเป้าหมายต่อไปซึ่งตัวเขาเองก็ไม่สามารถรู้ได้เหมือนกันว่าทำไมตนจึงรู้สึกรับรู้ถึงตัวตนและที่ที่เป้าหมายอาศัยอยู่เหมือนอย่างที่เขาสามารถตามหาส.ส.วิชัยถูก เพราะหลังจากอุ้มพลอยชมพูไปไว้ที่รถเรียบร้อยแล้วก็ย้อนกลับมาหาพวกที่จับตัวหญิงสาวและสะกดให้พวกมันบอกออกมาว่ามีเป้าหมายอะไร และใครเป็นตัวการ บางทีเขาอาจจะมีความสามารถคล้ายกับแสงเดือนเหมือนตอนที่ช่วยตามหาน้องฝ้ายเพียงแต่เมื่อรวมกับสัญชาติญาณนักล่าในตัวกลับยิ่งทำให้ความสามารถนี้ทรงประสิทธิภาพมากขึ้นขณะที่กำลังเดินจากระเบียงกลับเข้ามาในห้องนอนเพื่อที่จะออกจากห้องชุดนี้ ประตูที่คาดว่าเป็นประตูห้องน้ำก็เปิดออกแสงจากห้องน้ำสาดเข้ามาในห้องนอนที่มืดมิด พร้อมกับกลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมา ทำให้ความพลุ่งพล่านที่เริ่มสงบได้แล้วหลังจากกำหนดจิตหาเป้าหมายไม่พยายามมุ่งไปที่เรื่องของการสมสู่ แต่คราวนี้ราวกับฉลามร้ายได้กลิ่นเลือด ทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้อีกแล้ว
“ รอนานไหมคะ ท่าน “ เสียงหวานดังออกมาจากห้องน้ำโดยที่เจ้าตัวที่ตอนนี้อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมาและกำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมอยู่เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมาและพบกับร่างสูงใหญ่ยืนขวางหน้าอยู่อีกไม่กี่ก้าว
“ คุณเป็นใคร “ สาวสวยชะงักและร้องถามด้วยความตกใจเพราะเธอมั่นใจว่าร่างสูงใหญ่ตรงหน้าไม่ใช่ ชายคนที่ซื้อห้องนี้ให้เธอแน่ๆ เมื่อประมวลผลในหัวชั่วขณะก็พบความผิดปกติจึงก้าวถอยหลังตามสัญชาติญาณระวังตัว และกำลังจะหมุนตัวเพื่อกลับเข้าไปในห้องน้ำแต่ยังไม่ทันจะได้กลับตัว แขนบอบบางก็ถูกรั้งไว้ และเอวคอดของเธอก็ถูกรวบแล้วยกลอยขึ้นจากพื้นหญิงสาวหวีดร้องด้วยความตกใจและหวาดกลัวพริบตาเดียวชายลึกลับก็พาร่างเธอมาที่เตียงนุ่ม โดยมีร่างกำยำคล่อมอยู่บนตัว ตอนนี้หญิงสาวพอจะรู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเองจึงยิ่งดิ้นรน สะบัดตัวไปมาทั้งทุบทั้งถีบ แต่ดูเหมือนจะไม่มีผลอะไรกับชายที่อยู่เหนือเธอตอนนี้
“ แกเป็นใคร ปล่อยนะ อย่าทำอะไรบ้าๆนะรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ถ้าแกทำอะไรฉัน ท่านเอาแกตายแน่ “ เมื่อออกแรงจนเหนื่อยหอบก็ใช้การขู่แทน แต่ชายลึกลับยังคงนิ่งเฉย และที่ทำให้เธอยิ่งกลัวมากขึ้นไปอีกคือดวงตาของเขาสองประกายได้ในความมืดคล้ายกับดวงตาของสัตว์ร้าย
“ ปล่อยฉันไปเถอะนะนะ “ เมื่อขู่ไม่ได้ผลก็กลับมาอ้อนวอนแทน ซึ่งก็เหมือนเดิม แต่คราวนี้ใบหน้าของเขาเลื่อนเข้ามาใกล้จนเริ่มมองเห็นเค้าหน้าได้ทำให้เธออุทานอย่างตกใจ
“ ลม ทำไมเป็นเธอ ...“ สาวสวยพูดได้เพียงเท่านั้นริมฝีปากนุ่มก็ถูกประกบปิดรสจูบที่มีทั้งดุดันและอ่อนโยนทำเอาสาวสวยเคลิบเคลิ้ม เริ่มปลอยตัวปล่อยใจ จูบตอบชายหนุ่มบ้างชายหนุ่มเมื่อจูบจนพอใจแล้ว ก็เลื่อนริมฝีปากลงมาจูบไซร้ที่ซอกคอขาวผ่อง สองมือที่ตอนแรกค้ำกั้นไม่ให้หญิงสาวหนีไปไหนก็แหวกสาบเสื้อเข้าไปสัมผัสอกอวบอิ่ม ทั้งนุ่มทั้งหยุ่นจึงคลึงเคล้นอย่างสนุกมือเรียกเสียงครางออกมาจากสาวสวย
“ พี่นุช หอมจังนะครับ “ อนิล กระซิบบอกออกมาเป็นครั้งแรก เดิมทีเมื่อได้กลิ่นหอมฟุ้งจากเรือนร่างครั้งแรกทำให้เขาถึงกับแทบคลุ้มคลั่งอยากจะกระชากร่างหญิงสาวมาแล้วจัดการอัดกระแทกเธอซะตอนนั้น แต่เมื่อสัมผัสกับร่างกายของเธอความรู้สึกบางอย่างก็แล่นเข้ามาในความคิดเหมือนจะรับรู้ถึงความรู้สึก อารมณ์ ความคิดของหญิงสาวได้คล้ายกับเหตุการณ์ที่ปะทะกับชายชราลึกลับที่เขาสามารถรับรู้จึงเจตนาของอีกฝ่ายได้ และความรู้สึกของหญิงสาวที่สัมผัสได้คือกลัว ในตอนแรก แล้วมาเป็นประหลาดใจ และตอนนี้คือต้องการความอบอุ่นอ่อนโยน จิตของเขาบอกว่าเธอโหยหาความอบอุ่นอ่อนโยนมากที่สุดซึ่งอาจเป็นเพราะอดีตที่ผ่านมาที่เขาไม่อาจรู้ได้ เพียงแต่ความรู้สึกของหญิงสาวนั้นส่งมาให้เขาอย่างชัดเจนจนทำให้ความพลุ่งพล่านลดลงจนไม่ทำรุนแรงกับเธอเหมือนที่ทำกับแสงเดือน เมื่อเริ่มควบคุมตัวเองได้แล้วขณะกำลังจะผละออกจากร่างนุ่มนิ่ม กลับถูกสองแขนบอบบางของสาวสวยกอดรั้งไว้
“ อย่าไปนะ “ นุชนารถบอกอย่างวิงวอนเพราะเธอก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอ่อนโยนจากชายหนุ่ม ที่นับแต่เสียพ่อแท้ๆไปเธอก็โหยหามาตลอดเมื่อแม่แต่งงานใหม่ พ่อเลี้ยงที่คิดว่าแสนดีกลับบังคับข่มขืนเธอกระทั่งทนไม่ไหวต้องหนีมา อยู่กับเพื่อนสนิทพวกผู้ชายที่ผ่านเข้ามาก็หวังเพียงแค่ร่างกายของเธอเท่านั้น จนเมื่อรับงานเป็นพริตตี้ก็ได้พบกับส.ส.วิชัย จึงกลายมาเป็นผู้หญิงของเขา ซึ่งก็ไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่น เพียงใช้ร่างกายของเธอเพื่อระบายความใคร่เท่านั้นโดยไม่สนว่าเธอจะรู้สึกอย่างไรแต่ก็ทำได้เพียงอดทนจนกว่าเขาจะเบื่อและเลิกยุ่งกับเธอไปเองตามสันดานผู้ชาย จนเริ่มจะชินชาเพียงแต่ตอนนี้เธอรู้สึกถึงสัมผัสที่หามาตลอดอีกครั้งจึงไม่อยากเสียมันไป สองแขนออกแรงเหนี่ยวตัวเองขึ้นมาและเป็นฝ่ายเริ่มจูบชายหนุ่มอีกครั้งซึ่งเขาก็ยอมให้เธอสัมผัสโดยดี
“ พี่ขอแค่คืนนี้นะลม “ หญิงสาวพูดขึ้นหลังจากถอนริมฝีปากออกเป็นคำขอร้องซึ่งเธอไม่เคยพูดกับผู้ชายคนไหนมาก่อน ไม่ใช่ว่ากลัวว่าเขาจะมาติดพันกับเธอแต่เป็นเธอที่รู้ดีว่าเขาไม่ได้มีใจให้ต่างหาก ชายหนุ่มไม่ตอบแต่แสดงออกด้วยการกระทำแทนเขาค่อยๆปลดเสื้อคลุมออกจากเรือนร่างสวย หญิงสาวก็ช่วยปลดกระดุมเสื้อเขาบ้างจนทั้งคู่เปลือยเปล่าอวดสรีระต่อกัน สาวสวยมองรูปร่างชายหนุ่มตาเป็นประกายอย่างถูกใจเอื้อมมือมาลูบไล้แผงอกของเขาอย่างหลงใหล แต่ดูเหมือนเธอจะไม่พอใจกับแสงสลัวๆ ที่อาศัยแสงไฟจากห้องน้ำจึงเอื้อมไปเปิดไฟหัวเตียง เมื่อแสงสว่างเพียงพอแล้ว จึงหันกลับมาชื่นชมกับเรือนร่างของผู้ชายที่เธอคิดว่าสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมาแม้ใบหน้าของเขาจะพูดไม่ได้เต็มปากว่าหล่อเหลาแต่ก็คมเข้มดูดี มีสเน่ห์ แล้วยังผิวเรียบเนียนละเอียดแต่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามที่เจ้าตัวมักจะซ่อนรูปไว้ภายใต้เสื้อนักศึกษาตัวโคร่ง สาวสวยจ้องมองชายหนุ่มราวกับตกอยู่ในมนต์สะกดเมื่อไล่สายตามองต่ำลงมาเธอถึงกับเสียวท้องน้อยวูบกับท่อนลำลึงค์ยาวใหญ่จนน่ากลัวและน่าดึงดูดไปพร้อมๆกันจนอดใจไม่ไหวต้องเอื้อมมือไปสัมผัส ท่อนลำที่ได้รับสัมผัสจากมือนุ่มนั้นก็ยิ่งขยายตัวจนมือเธอกำแทบไม่รอบส่วนความยาวนั้นกำสองมือยังเกินออกมาอีกมาก ยิ่งทำให้นุชนารถ ทั้งขยาดและกระสันจะลิ้มลองไม่ช้าฝ่ายอารมณ์ความอยากก็เป็นฝ่ายชนะ หญิงสาวสบตาสีอำพันของชายหนุ่ม แล้วแลบลิ้นเลียริมฝีปากเล็กน้อยคล้ายจะบอกเป็นนัยว่าเธอต้องการจะทำอะไรจากนั้นจึงผลักร่างกำยำ ให้นอนหงายลงไปซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ขืนกายไว้ ยอมนอนลงไปแต่โดยดีซึ่งสาวสวยก็ไม่รอช้าก้มลงไปแสดงทักษะการดูดเลียที่เธอมั่นใจว่าไม่เป็นสองรองใคร ทั้งการเม้มริมฝีปากการดูดอมอัณฑะจนชายหนุ่มสยิวไปทั้งกาย และที่เด็ดที่สุดคือเธอสามารถส่งท่อนลำยาวใหญ่จนคับปากเคลื่อนลงไปจนเกือบหมดทั้งลำ สาวสวยดูดเลียอย่างสนุกปากจนคราบน้ำลายเปรอะจนถึงค้างมนพลางส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มไปให้ แต่แม้จะทำให้ชายหนุ่มเสียวซ่านขนาดไหนก็ไม่สามารถทำให้น้ำรักของเขากระฉูดออกมาได้อย่างที่เธอต้องการจะลิ้มลองชายหนุ่มยิ้มให้บางๆก่อนจะลุกขึ้นมาแล้วดึงสาวสวยขึ้นมาจูบแลกลิ้นกันอย่างเร่าร้อนแล้วก็พลิกร่างเธอลงนอนอย่างนุ่มนวล มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วร่างของหญิงสาวทั้งที่ปากยังประกบกันอย่างดูดดื่มจนเมื่อชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกมาเล่นเอาหญิงสาวหอบหายใจอย่างแรง แค่จูบจากเขาก็ทำให้เธอรู้สึกดีได้ขนาดนี้แต่อนิลยังไม่หยุดแค่นั้น พรมจูบไล่มาตั้งแต่ แก้มเนียนนุ่ม ลำคอขาวผ่อง เนินอกอวบชายหนุ่มแกล้งขบเบาๆบนเนินอก แล้วก็เปลี่ยนเป็นลากลิ้นมาจนถึงยอดถันใช้ลิ้นดุนไปมาสลับกันทั้งซ้ายขวา สองมือก็บีบเคล้นเบาๆที่สองเต้า จนหญิงสาวครางออกมาแล้วแอ่นอกขึ้นเพื่อให้ชายหนุ่มสร้างความเสียวให้เธอได้ถนัดเมื่อปากผละจากสองเต้าอวบ สองมือก็ทำหน้าที่เคล้าคลึงส่วนยอดแทน ส่วนใบหน้าก็เลื่อนต่ำลากลิ้นลงมาเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่แอ่งสะดือน้อยเขาส่งลิ้นลงไปสำรวจชั่วครู่ก็เงยหน้าขึ้นจัดแจงท่าทางให้สาวสวยที่นอนหลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้มโดยการจับขาเรียวสวยให้แยกออกจากกันจนโคกนูน ที่มีขนอ่อนได้รับการตกแต่งอย่างดี กลีบแคมสีสดที่เริ่มมีน้ำเยิ้มออกมาจากการเล้าโลมเมื่อครู่ยิ่งทำให้น่าลิ้มลอง ชายหนุ่มดันขาของหญิงสาวขึ้นไปจนสะโพกยกขึ้นสูงแล้วจึงคว้าหมอนมารองไว้ให้โคกเนินลอยเด่นจากนั้นก็แบะขาสาวสวยออกกว้าง ก้มลงไปเริ่มจูบไล่จากต้นขาไปซอกขาขาว ก่อนจะจู่โจมเป้าหมายหลักเขาใช้มือแหวกจนเห็นร่องเสียวที่เปียกชุ่มข้างในสั่นระริกอย่างน่าดู ติ่งเสียวที่โผล่ออกมาโดนชายหนุ่มขยี้เบาๆจนนุชนารถครางงออกมาเสียงดังพร้อมกับพยายามหุบขาเข้ามาแต่เขารั้งไว้ก่อนจากนั้นจึงก้มลงไปเลียเน้นๆที่ติ่งเสียว สลับกับใช้นิ้วแยงลงไปที่ช่องทางฉ่ำเยิ้มที่ตอนนี้น้ำล่อลื่นมีมากขึ้น
“ อู้ยย เสียวจัง อย่าหยุดนะ พี่ใกล้ถึงแล้วอู้วว “ สาวสวยร้องบอก หลังจากโดนชายหนุ่มทั้งเลียทั้งแยงอยู่สักพักทำให้อารมณ์ความเงี่ยนง่านใกล้จะระเบิดเต็มที จนกระทั่งร่องเสียวเริ่มบีบรัดทำท่าใกล้จะถึงเต็มที่ชายหนุ่มกลับหยุดดื้อๆ
“ หยุดทำไม ทำต่อเถอะน้า “ นุชนารถร้องอ้อนวอน แต่พอเห็นชายหนุ่มลุกขึ้น เธอก็เข้าใจทันทีว่าเขาจะทำอะไรต่อไปเมื่อเขาขยับเข้ามาประชิดแล้วจ่อหัวบานแดงเข้าที่ปากทางแฉะไปด้วยน้ำใสๆ บั้นท้ายที่ถูกหมอนรองทำให้โคกเนินลอยเด่นสาวสวยกลืนน้ำลายอย่างระทึกกับภาพที่ร่องเสียวของตนกำลังจะถูกท่อนลึงค์ลำเขื่องมุดเข้ามา
“ เบาๆ ก่อนนะ ของลมมันใหญ่ “ หญิงสาวเตือน เพราะกลัวชายหนุ่มจะทิ่มพรวดเข้ามา ซึ่งเธอคงต้องฉีกแน่ๆเพราะขนาดแค่ส่วนหัวยังไม่เข้ามาดี ปากร่องก็ตึงไปหมดแล้ว จนชายหนุ่มดันเข้ามาพ้นคอหยักสาวสวยก็ถอนหายใจอย่างแรง แล้วส่ายบั้นท้ายด้วยความเสียวและคับแน่น อนิลพยายามกระดกบั้นท้ายสั้นๆ ทำให้ท่อนลำเริ่มมุดเข้าไปได้มากขึ้นทำอยู่หลายครั้งจนเข้าไปได้ครึ่งลำ
“ โอ้ย ไม่ไหวแล้ว นุชถึงแล้ว ซี้ดด “ นุชนารถก็เกร็งกระตุกร่องสาวตอดถี่ยิบ เธอเสร็จสมด้วยความตื่นเต้นตอนนี้เรียกแทนตัวเองว่านุชเมื่อชายหนุ่มเห็นเธอสุขสมไปก่อนแล้วจึงปล่อยให้สาวสวยได้พักชั่วครู่ แล้วโน้มตัวลงไปโอบแผ่นหลังเนียนทำให้ท่อนเอ็นยิ่งมุดเข้าไปลึกกว่าเดิม จากนั้นจึงพลิกให้หญิงสาวขึ้นมาอยู่ด้านบนแทนโดยที่ท่อนเนื้อลำเขื่องยังโดนแคมอวบอ้าคาบจนแทบจะปริออกจากกันอยู่ นุชนารถที่เพิ่งเสร็
จไปหลังจากได้พักหายใจก็เริ่มกลับมาเสียวอีกรอบ ท่อนเนื้อของชายหนุ่มแม้จะเข้าไปมิดโคนแต่ก็ยันถึงมดลูกเธอแล้วสาวสวยจึงขยับสะโพกส่ายร่อนด้วยความเสียว จากนั้นจึงค่อยๆยกสะโพกขึ้นทำให้เห็นแคมในแดงแจ๋ปลิ้นออกมาอย่างน่าดู
“ อ้าส์ ทั้งแน่น ทั้งเสียว ของลมดีที่สุดเลยอ้ายยย “ พูดพลางก็ทิ้งตัวลงมา กลีบแคมก็ยู่กลับเข้าไปข้างในจนเมื่อร่องเสียวของเธอปรับสภาพให้รับกับขนาดชายหนุ่มได้ดีแล้ว จึงเร่งควบอย่างเมามัน
“ โอ้ย มันส์จริงๆนุชไม่เคยเสียวขนาดนี้มาก่อนเลย โอ๊ะ ใกล้จะถึงอีกแล้ว ซี้ด ลมใกล้ออกหรือยังอ้าส์ อูยส์ “ สาวสวยตอนที่ทั้งส่ายทั้งร่อนอย่างเร่าร้อนในที่สุดก็น้ำทะลักสุขสมไปอีกรอบ อ่อนแรงจนฟุบไปบนร่างกำยำแต่ชายหนุ่มยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ โอบกอดหญิงสาวอยู่สักพักโดยที่ท่อนลำยังคาอยู่ในร่องสาว
“ นุช มีความสุขที่สุดเลย อุ๊ย “ นุชนารถ เงยหน้าสวยๆขึ้นมาบอกหลังจากเริ่มมีแรงอีกครั้ง แต่โดนชายหนุ่มแกล้งซอยสะโพกจนร้องออกมา
“ แกล้งดีนัก เดี๋ยวนุชจะทำให้ลมเสร็จให้ได้เลย“ สาวสวย พูดจบก็ยกสะโพกขึ้น ชายหนุ่มก็แกล้งเสยงัดท่อนเอ็นตามจนเธอครางออกมาด้วยความเสียว ก่อนจะหยิกหน้าอกเขาเบาๆเป็นการเอาคืน เมื่อชายหนุ่มหยุดแกล้งเธอจึงยกสะโพกขึ้นอีกครั้งละกลับตัวหันหลังให้โดยที่ท่อนเอ็นไม่หลุดออกจากร่องเสียวแล้วจึงเริ่มบดส่ายโยก เพื่อทำให้ชายหนุ่มน้ำแตกอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่.......

เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงนาฬิกาตีบอกเวลาตีหนึ่งสภาพบนเตียงตอนนี้ เป็นภาพหญิงสาวคว่ำหน้าท่อนบนราบไปกับที่นอนเพียงยกบั้นท้ายขึ้นสูงโดยมีชายหนุ่มประกบอยู่ด้านหลังกระแทกซอยเป็นจังหวะสม่ำเสมอไม่รุนแรงมากนัก ฝ่ายนุชนารถหลังจากพยายามทุกท่าที่จะให้ชายหนุ่มเสร็จสมแต่กลับเป็นเธอเองที่น้ำแตกทะลักเป็นสิบๆครั้งจนไม่มีแรงแม้แต่จะคราง ได้แต่แอ่นสะโพกกลมกลึงให้เขาซอยเข้าออกจนเธอใกล้จะเสร็จไปอีกรอบซึ่งเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้รู้แต่ว่าตอนนี้เธอไม่มีแรงจะทำอะไรแล้ว ร่องเสียวเปรอะเปียกเยิ้มไปด้วยน้ำของเธอเองทะลักออกมามากจนไหลย้อยลงมาตามขาแม้จะได้รับการเสียดสีมาหลายชั่วโมงแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอแสบที่ร่องรักแต่อย่างใด เพราะชายหนุ่มปฏิบัติต่อเธออย่างอ่อนโยนและให้เธอได้พักบ้างและตอนนี้สติเธอกำลังจะหลุดลอยลงไปสู่ห้วงนิทราด้วยความสุขสมและอ่อนเพลีย เมื่อเห็นหญิงสาวฟุบหลับลงไปแล้วชายหนุ่มจึงถอนลำออกมาแล้วจัดท่าทางการนอนเพื่อให้เธอนอนหลับสบายแล้วจึงห่มผ้าให้เธออย่างทะนุถนอม พลางจุมพิตเบาๆที่หน้าผากแล้วกระซิบว่า“ เรื่องของเราจะเหมือนความฝัน เมื่อตื่นมาทุกอย่างจะเลือนหายไป“ จากนั้นจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง

รัตติกาลอันมืดมิดในคืนเดือนแรม ชายชราร่างเล็กนั่งหลับตาขัดสมาธิในห้องพระที่จุดเทียนพอให้มีแสงสลัวๆคล้ายกับรอคอยบางอย่างอยู่ หลังจากพบกันครั้งที่แล้วเขาก็มั่นใจว่าไม่ช้าจะต้องได้พบกันอีก
“ เข้ามาสิ ไอ้หนุ่ม “ ชายชราลืมตาแล้วพูดขึ้น ขณะที่ทุกสรรพเสียงที่เคยดังระงมบริเวณรอบๆบ้านพลันเงียบหายไป ไม่ช้าประตูไม้ก็ถูกเปิดออกร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาตามคำเชิญ
“ นั่งลงใกล้ๆข้านี่ มาสิ “ ผู้อาวุโสบอกอีกครั้ง เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้มาเยือนยังคงยืนนิ่ง
“ พี่ดาคงละสังขารไปแล้วสินะถ้าข้าเดาไม่ผิดเอ็งคงเป็นหลานพี่ดา ใช่ไหม “ ชายชราถามขึ้นพลางถอนหายใจอย่างอาลัยเมื่อชายหนุ่มนั่งลงเรียบร้อย
“ ตารู้จักปู่ผมด้วยเหรอครับ “ ชายหนุ่มถามอย่างแปลกใจระคนตื่นเต้น ในเมื่อพบกันครั้งแรกอีกฝ่ายทำท่าจะเอาชีวิตเขาอยู่เลย
“ รู้จักดีเชียวล่ะ ว่าแต่เอ็งเถอะทำไมถึงไปมีเรื่องกับเขาแล้วยังไปร่ำเรียนมนตราโหดร้ายอย่างพญาเสือได้ “ ชายสูงวัยถามถึงต้นสายปลายเหตุชายหนุ่มจึงเล่าให้ฟังอย่างละเอียด
“ เฮ้อ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เอาล่ะถือว่าให้มันผ่านไปแล้วกันอย่าได้เพิ่มการฆ่ามากกว่านี้เลย แต่ดูจากเอ็งเวลานี้คล้ายกับถึงขั้นญาณสมิงแล้วนี่นะ “ชายชราพูดขึ้นหลังจากสังเกตชายหนุ่มนับตั้งแต่เข้ามา เมื่อเห็นชายหนุ่มทำหน้าสงสัยจึงอธิบายต่อ
“ ระดับแรกของมนตราพญาเสือคือ จัณฑาสมิงที่มีแต่ความโหดเหี้ยมในกมลสันดาน ยิ่งฆ่ายิ่งเสพสม จิตใจก็ยิ่งชั่วร้าย ความแข็งแกร่งก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อนานวันเข้าวิญญาณอาฆาตที่มันได้สังหารไปจะติดตามจนอยู่ไม่สงบคอยเวลาที่มันจะได้ทวงแค้น เมื่อถึงเวลาดับสูญวิญญาณก็จะตรงดิ่งไปยังขุมนรกชั่วกัป ส่วนญาณสมิงเป็นสมิงขั้นสูงแล้ว สามารถควบคุมความกระหายอยาก และยังมีญาณวิเศษแบบต่างๆกันส่วนขั้นสุดท้ายก็คือ เทวะสมิง ชื่อก็บอกอยู่แล้วข้าคงไม่ต้องอธิบายให้มากความคือดับความกระหายเมื่อสร้างกรรมดีแล้วก็ไปเกิดเป็นเทวดา แต่ในชีวิตข้ายังไม่เคยเห็นเหมือนกัน “ชายหนุ่มนั่งฟังอย่างตั้งใจ มีความรู้สึกคล้ายกับเจอปู่ดาอีกครั้ง
“ ตาเคยเจอคนใช้มนต์นี้เหรอครับ “ นิสัยอยากรู้อยากเห็นเมื่อครั้งเป็นเด็กน้อยกลับมาอีกครั้ง
“ ข้าจดจำไปจนตายเลยล่ะเอ็งเอ๋ยมันสังหารมานับร้อย ย่ำยีผู้หญิงนับไม่ถ้วนจน ปู่เอ็ง ข้าแล้วก็มิตรสหายหลายคนต้องร่วมกันกำจัดไม่ให้มันก่อกรรมได้อีก แต่เอ็งรู้ไหมจากเป็นฝ่ายไล่ล่าสุดท้ายถูกมันย้อนรอย จนเหลือข้ากับปู่เอ็งสองคน แทบเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกันปู่ของเอ็งช่วยชีวิตข้าก็หลายครั้ง สุดท้ายเหมือนองค์เทพเทวาจะเห็นใจชี้แนะหนทางกำจัดภัยร้ายให้จนได้กริชไอยรางาดำ นี้มาเป็นดาวข่ม วิญญาณพยัคฆ์ถึงค่อยจัดการมันได้ ตอนนั้นข้าก็คิดว่ามนตราอันโหดเหี้ยมนี้จะหายไปจนได้มาพบเอ็งนี่ล่ะ“ ชายชราพูดพลางหันไปหยิบ มีดยาวประมาณหนึ่งฟุตสีดำสนิท ทำให้ชายหนุ่มจำได้ทันทีเพราะเคยลิ้มรสมาแล้วและแผลก็ยังไม่หายดี
“ ไม่ว่าอาวุธอะไรก็ยากจะจัดการผู้ใช้มนต์พญาเสือได้ว่าแต่เอ็งเถอะ ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีคนใช้ได้ทั้งมนต์ไมยราพและพญาเสือได้ เพราะยากนักที่คนหนุ่มเช่นเอ็งจะมีจิตแกร่งพอแล้วยังอัญเชิญวิญญาณพญาเสือมาได้อีก หากไม่ใช่ผู้ที่เกิดในวันที่มีราหูอมจันทร์ก็ไม่สามารถสำเร็จได้นอกจาก....ยักษ์หรืออสูรชั้นที่อยู่บนโน้น  “ ชายชราชี้นิ้วขึ้นไปด้านบน อนิลก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ ตา...เอ่อ “ เขายังไม่รู้จักชื่อชายสูงอายุคนนี้เลย
“ ข้าชื่อแสน “ ชายชราจึงบอกให้รู้
“ ผมลมครับ ตาแสนสนิทกับปู่ดามากไหมแล้วตอนหนุ่มๆปู่ดา เป็นยังไงบ้างครับ “ ชายหนุ่มถามอย่างกระตือรือร้นราวกับพบญาติสนิทอีกครั้ง
“ ว๊ะ ไอ้นี่ถามมาเป็นชุดๆเลยปู่เอ็งน่ะเรียกได้ว่าเป็นยอดคนเลย ทั้งด้านบารมี จิตใจ อาคม ความรู้ล้วนเหนือผู้ใด ถึงขนาดเจ้าเมืองฝั่งขะโน้นออกปากจะยกลูกสาวให้ แต่พี่ดาแกก็ไม่รับพวกกระเหรี่ยง บูชาแกอย่างกะเทวดาเพราะแกไปช่วยพวกนั้น จากอันตรายทั้งจากภูตผีผู้มีอาคม สัตว์ร้าย และพวกทหาร จนอยู่กันมาอย่างสงบได้นานปีขนาดพวกทหารจะตั้งให้เป็นนายพลแกยังไม่เอาเลย ส่วนข้ากับพี่ดาเราร่วมน้ำสาบานเป็นพี่น้องกันข้าก็ติดตามแกอยู่หลายปีเหมือนกัน ได้แกช่วยสอนวิชามากมายจนค่อยแยกตัวมาช่วยเหลือชาวบ้านฝั่งโขงบ้างเฮ้อ แต่ก็น่าเสียดายแกไม่ยักกะแต่งเมียที่ไหน เหมือนกับว่าแกสัญญากับใครบางคนไว้ “ตาแสน เล่าเรื่องราวต่างๆให้ชายหนุ่มฟังทั้งสองสนทนากันอย่างสนิทสนมคุ้นเคย บางทีชายชราอาจจะอยากมีลูกหลานไว้เป็นเพื่อนคุยยามเหงาเหมือนกับผู้สูงอายุทั่วไปก็เป็นได้ชายต่างวัยทั้งคู่คุยกันจนเวลาล่วงเลยไปจนใกล้รุ่ง

หลังจากข่มตาหลับอย่างยากเย็น พลอยชมพูก็พบว่าเธอมายืนอยู่ภายในที่ที่หนึ่งเมื่อหันไปมองรอบกายก็พบว่าตนเองคล้ายกับอยู่ในกระโจมผ้า ที่ตกแต่งด้วยผ้าทอหลากสีและพรมที่ทอขึ้นเพื่อใช้แขวนเป็นเครื่องประดับเพราะสังเกตุจากลวดลายรูปสัตว์ที่ปักอย่างประณีตบนนั้นด้านข้างมีโต๊ะไม้ บนโต๊ะมีหวีที่ทำจากไม้และคันฉ่องที่ทำจากทองเหลืองขัดจนขึ้นเงา บ่งบอกว่ากระโจมนี้เป็นของอิสตรีจนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกจากภายนอก เมื่อเดินผ่านม่านที่กั้นไว้ก็พบว่าอีกฝั่งของกระโจมเป็นห้องโล่งๆมีตั่งเตี้ยๆพร้อมหมอนรองและหมอนอิงจัดไว้เพียงชุดเดียวสักครู่จึงมีชายในชุดเกราะโบราณเต็มรูปแบบสวมหมวกเหล็กที่มีพู่สีแดง เดินเข้ามาและคุกเข่าให้เธอพร้อมกับรายงานบางอย่าง
“ ท่านหญิง ตอนนี้กองทัพแม่ทัพอนาโทนิสกำลังถูกโอบล้อมโดยพวกเซเลอูซิด ที่แนวชายหาดใกล้เมืองเยรูซาเล็มบิดาท่านก็รบติดพันกับพวกกบฏนอกเมืองเยรูซาเล็ม ข้ามารายงานให้ท่านทราบ “ นายทหารคนนั้นรายงานต่อเธอซึ่งก็น่าแปลกที่เธอฟังเข้าใจแถมยังเข้าใจถึงสถาณการณ์ราวกับเป็นเรื่องที่เธอรับรู้มาตลอดที่ว่าเธอติดตามบิดาที่เป็นแม่ทัพใหญ่ของอียิปห์ภายใต้รับสั่งขององค์ฟาโรห์ปโตเลมีในการปราบปรามกบฏเมืองเยรูซาเล็มที่ไปเข้าร่วมกับฝ่ายเซเลอูซิด และครั้งนี้เธอหวังจะมาเพื่อให้กำลังใจแม่ทัพอนาโทนิสชายคนรักด้วยซึ่งเธอกับเขาหมั้นหมายกันไว้ก่อนออกศึกครั้งนี้
“ ไปตาม องครักษ์อดามัสมาเดี๋ยวนี้ “ หญิงสาวออกคำสั่งด้วยความร้อนใจ นายทหารผู้นั้นจึงรีบไปตามประสงค์ สักครู่ก็ปรากฏร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะเต็มรูปแบบเช่นเดียวกับนายทหารคนก่อน เพียงแต่ชายผู้นี้ไม่ได้สวมหมวกเหล็กแต่ทั้งศรีษะและใบหน้าถูกครอบด้วยหน้ากากโลหะสีเงินยวงยืนนิ่งรอคำสั่ง
“ ข้ามีเรื่องจะให้เจ้าช่วยเพราะข้ามองไม่เห็นผู้ใดอีกแล้ว ที่จะสามารถช่วยข้าได้นอกจากเจ้า “ หญิงสาวพูดอย่างอ้อนวอน ดวงตาคู่งามดุจดวงดาราเริ่มมีหยาดน้ำตาคลอด้วยความร้อนใจเป็นห่วงชายคนรัก ชายร่างสูงใหญ่พยักหน้าอย่างที่เคยทำมาทุกครั้งเมื่อเธอเอ่ยปากต้องการสิ่งใดชายผู้นี้ไม่เคยที่จะปฏิเสธเลยสักครั้งนับตั้งแต่พบกันมา แม้กระทั่งองค์ฟาโรห์เสนอให้เขาเป็นราชองครักษ์ส่วนพระองค์ด้วยทรงพอพระทัยในความเก่งกาจและกล้าหาญแต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้าปฏิเสธอย่างไม่ลังเลเพียงเพื่อมาติดตามเธอ แม้แต่ชื่อ อดามัสก็เป็นชื่อที่องค์ฟาโรห์ประทานให้ เพราะเขาเองนั้นไม่มีชื่อเรียก นับแต่พบกันครั้งแรกเธอก็เรียกเขาว่าเจ้าหน้ากาก
“ ท่านอนาโทนิสติดอยู่ในวงล้อม เจ้าไปช่วยเขา....ได้ไหม“ คำขอนี้ เปรียบเสมือนคมหอกทิ่มแทงชายหนุ่ม เพียงแต่เมื่อออกมาจากปากของนางอันเป็นที่รักและก็เป็นเช่นทุกครั้งที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ครั้งนี้จะต้องเสี่ยงอันตราย เขาก็จะทำให้คำขอของนางเป็นจริงแม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
“ ทุกสิ่งจะเป็นไปตามที่ท่านประสงค์ท่านหญิงสตาทีร่าเพียงแต่ข้าอยากขอบางสิ่งจากท่าน “ เสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและเศร้าสร้อยดังให้ได้ยินเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รู้จักกันมา ดังบาดลึกไปถึงหัวใจของเธอ จากนั้นจากหนุ่มก็ทำบางอย่างกับกลไกในหมวกโลหะนั้นจนมันแยกออกจากกันก่อนจะเผยให้เห็นใบหน้าที่ปิดบังมานาน ใบหน้าที่เคยคิดว่าอัปลักษณ์จนต้องสวมหน้ากากปิดบังกลับหมดจดคมคายชวนให้หญิงสาวทุกนางหลงใหล แต่นั่นไม่ได้ทำให้สตาทีร่าหวั่นไหวเท่ากับดวงตาที่เศร้าสร้อยแต่แสดงชัดถึงความรักอย่างเปี่ยมล้น
“ จดจำข้าไว้ อย่าได้ลืมเลือนนี่คือคำขอจากข้า “ พูดจบก็สวมหน้ากากกลับเข้าเหมือนเดิมแล้วหันหลังเดินจากมา ซึ่งหญิงสาวก็คล้ายตกอยู่ในภวังค์ทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังที่ห่างออกไปช้าๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นมาในจิตใจและสังหรณ์ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้พบเขา ทำให้หยาดน้ำใสๆไหลลงมาจากดวงตาจนอาบแก้มเนียน เสียงภายในจิตใจกรีดร้องให้รั้งเขาไว้ เพียงแต่เธอก็มิได้ทำเช่นนั้นได้แต่ปล่อยให้เขาจากไปจนลับสายตา

ภาพที่เหมือนมองจากที่สูงแสดงให้เห็นถึงกองทัพที่ถูกโอบล้อมเป็นชั้นๆแต่ฝ่ายโอบล้อมนั้นเพียงรอเวลาตีวงเข้าไปบดขยี้เท่านั้นเอง ดูเหมือนกองทัพภายในวงล้อมก็ไม่ยอมรอให้อีกฝ่ายบดขยี้โดยง่ายพยายามที่จะทะลวงฟ่าออกไป แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ทำได้เพียงประวิงเวลาออกไป กองทัพที่ล้อมอยู่เห็นได้ชัดว่ามีระเบียบวินัยและช่ำชองศึกคาดว่าแม่ทัพคงจะมากความสามารถ เจนจัดการศึก เพราะไม่ทำการหักโหมให้ศัตรูอยู่ในสภาพจนตรอกแต่กลับบั่นทอนศัตรูกำลังลงเรื่อยๆ เมื่อศัตรูอ่อนล้าแล้วจึงค่อยส่งทัพที่กล้าแข็งที่สุดเข้าจัดการ
ชายหนุ่มผู้สวมหน้ากากนั่งบนหลังม้ามองสถานการณ์อยู่บนเนินสูงด้านหลังมีทัพม้าอีกห้าร้อยที่ติดตามเขามาจากค่าย เมื่อเปรียบเทียบจำนวนทหารนับหมื่นของศัตรูเบื้องล่างแล้วเปรียบเสมือนโยนไข่ไปกระทบหินหากเข้าปะทะตรงๆ มีเพียงโอกาสเดียวเท่านั้นที่เขาจะสามารถช่วยเหลือกองทัพในวงล้อมได้ซึ่งเขากำลังรอโอกาสนั้นอยู่ และโอกาสนั้นก็มาถึงเมื่อทหารฝ่ายที่ถูกล้อมอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัดกองทัพหน้าของฝ่ายผู้ล้อมที่เป็นทหารราบอาวุธเบาประกอบด้วยดาบและโล่ห์ก็เริ่มถอนกำลังออกมาจะเคลื่อนหน่วยฟาลังซ์ซึ่งเป็นทัพหลักมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์เข้าแทนที่เพื่อเตรียมตัวบดขยี้ให้สิ้นซากชายหนุ่มไม่รอช้าควบม้าตะบึงลงจากเนินสูงพร้อมด้วยทหารม้าห้าร้อยนายตรงเข้าจู่โจมทัพฟาลังซ์ซึ่งมีจุดอ่อนไม่สามารถรับการโจมตีจากทางด้านหลังจนแตกออกเป็นช่องทหารที่ตกอยู่ในวงล้อมเห็นดังนั้นมีขวัญกำลังใจก็กลับมาฮึดสู้อีกครั้งเร่งทะลวงจากภายในจนเปิดช่องกว้างขึ้นแม่ทัพหนุ่มอนาโทนิส ก็ฝ่าวงล้อมออกมาสำเร็จ เพียงแต่กองทัพที่ช่วยเปิดวงล้อมกว่าครึ่งกลับติดอยู่ในวงล้อมแทนเมื่อฝ่ายทัพเซเลอูซิดที่เจนศึกหลังจากถูกลอบจู่โจมจากทางด้านหลังได้ไม่นานก็จัดกระบวนทัพใหม่ได้และทำการบดขยี้ผู้ที่บังอาจช่วยเหลือกองทัพที่เพลี่ยงพล้ำออกไป ภาพฝุ่นคลุ้ง เสียงดาบปะทะกันค่อยๆเลือนหายไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของสาวสวยที่นอนบนเตียงอีกครั้งแล้วที่เธอฝันร้ายเช่นนี้ เมื่อได้มานิทราอยู่ที่บ้านหลังนี้ เพียงแต่ฝันครั้งนี้กลับฝังลึกในความทรงจำราวกับจะตอกย้ำความผิดของเธอ

ชายหนุ่มมายืนอยู่ข้างเตียงที่มีหญิงสาวผู้งดงามทั้งสองนางนอนอยู่หนึ่งนั้นงดงามอ่อนหวานดุจแสงจันทร์อ่อนละมุนในคืนเดือนเพ็ญ ส่วนอีกหนึ่งเป็นสาวสวยเอาแต่ใจร้อนแรงเหมือนแสงตะวันที่คอยแผดเผาหัวใจของเขา และวันนี้ก็มาถึงเมื่อเธอทั้งคู่ได้มาพบกันขณะที่ชายหนุ่มกำลังจ้องมองอย่างบรรยายความรู้สึกไม่ถูกนั้น หนึ่งสาวก็ลืมตาขึ้นมามองมองราวกับรับรู้ถึงการมาของเขานานแล้ว
“ พี่กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ “ แสงเดือนเอ่ยขึ้นแล้วหันไปดูอีกหนึ่งสาวที่นอนอยู่ข้างเธอ ก็เห็นอาการกระสับกระส่ายและน้ำตาไหลเหมือนตกอยู่ในฝันร้ายจึงส่งเสียงเรียกให้เธอตื่น พลอยชมพูลืมตาขึ้นมาอย่างงงๆ เมื่อเห็นอนิลจึงรีบลุกขึ้น
“ ลม ลมไม่เป็นไรใช่ไหม “ สาวสวยถามอย่างไม่รู้ตัว เหมือนความฝันยังคงตามมาหลอกหลอนแม้ยามตื่น
“ อื้อ เราไม่เป็นไร พลอยฝันร้ายเหรอ “อนิลถามเมื่อเห็นท่าทางไม่ปกติของเธอ
“ อืม ฝันร้ายมากเราฝันว่า....ช่างเถอะ ว่าแต่ลมไปไหนมา“ พลอยชมพูเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าแสงเดือนอยู่ด้วย
“ เราไปหาคนสองคนน่ะ มีเรื่องต้องคุยกัน “ชายหนุ่มตอบแบบกว้างๆ
“ พลอย มีเรื่องจะถาม “ หญิงสาวมีเรื่องข้องใจมากกว่าที่จะถามว่าเขาไปหาใครมาเมื่อเห็นชายหนุ่มพยักหน้าจึงถามต่อ
“ ลมกับเดือนเป็นอะไรกัน “ สิ่งที่ค้างอยู่ในใจมาทั้งคืนจนนอนแทบจะไม่หลับแถมยังฝันร้ายอีก จึงทำให้พลอยชมพูถามขึ้นมาทันทีโดยไม่รอช้า
“ เป็นคนรัก “ อนิลตอบเรียบๆแบบไม่ต้องคิดส่งผลให้น้ำตาที่เหือดหายไปของสาวสวย กลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินคำนี้จากปากเขา
“ แล้วนายมาจูบฉันทำไม ทำไมๆ ไอ้บ้า “ เธอร้องไห้ออกมาแบบไม่อายใครอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆจากเขา จึงลุกจากเตียงจะวิ่งออกจากห้องไปเพื่อหนีไปให้พ้นจากความรู้สึกทั้งโกรธ อับอาย น้อยใจ นี


*

ออฟไลน์ pandabb

  • Junior Member
  • ***
  • 340
  • 446
    • ดูรายละเอียด
น่าสนใจดี ไม่ได้อ่านแนวนี้นานแล้วเพียงแต่มีไม่กี่ตอน

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ