Wannaluck Sidestory 1 โดยท่าน adslman

Wannaluck Sidestory 1 โดยท่าน adslman

  • 0 ตอบ
  • 6209 อ่าน
*

ออฟไลน์ ppp44

  • Gold Member
  • *****
  • 1315
  • 1793
    • ดูรายละเอียด
Wannaluck Sidestory 1 โดยท่าน adslman
« เมื่อ: สิงหาคม 07, 2012, 07:16:09 pm »
Wannaluck Sidestory 1 โดยท่าน adslman

Wannaluck Sidestory 1 “ทุกสิ่งไม่เหมือนเดิม!?”

“จะรับเพิ่มหรือเจ้าคะ?”
“เปล่าค่ะ...คือ...”
“................................................”
“................................................”
“ทำไมคุณป้อมถึงมองฉันจังเลยคะ?”
“คุณหนูเล็ก...คงจะอยากสนทนากับคุณวรรณลักษณ์กระมัง?”
...เสียง ของเด็กหญิงรับใช้ที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันช่วยทำให้หนูตื่นจากจาก พวังค์...สนทนาหรือ?...คุณป้อมคงจะอยากตบหนูมากกว่า...พยายามมองไปทางอื่นรึ ไม่ก็ชวนพี่สาคุยโน่นคุยนี่แต่พอหันหน้ามาก็ยังเห็นคุณป้อมจ้องตาลุกวาวเสีย ทุกครั้งไป!?...ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าหนูไปทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองตั้งแต่ เมื่อไหร่?...
(แล้วก็ทำไมน๊าทำไมเก้าอี้ตัวสุดท้ายในจำนวนทั้ง 8 ที่เธอนั่งถึงอยู่ใกล้ๆเราด้วย!?)
“จะให้รอไปถึงไหนเนี่ย?”
“ใจเย็นๆ”
“..............................................”
...พี่ สาเริ่มอึดอัดกับบรรยากาศเบื้องหน้าซึ่งหนูก็รู้สึกแบบเดียวกันว่าถ้าคุณปู่ กับคุณย่าของพี่บอลเห็นพวกเราแล้วจะว่าอย่างไรมั่ง?...พวกท่านจะยอมรับได้ หรือเปล่าโดยเฉพาะหนูที่เป็นแค่ลูกสาวอดีตคนรับใช้?...
“เปลี่ยนชุดแล้วค่อยมานั่งไม่ดีกว่าเรอะ?”
“เสียเวลา”
“ตรงไหน?”
“ก็ตรงที่มองบรรดาว่าที่พี่สะใภ้ทั้งหลายให้เต็มๆตาน่ะสิคะ”
“จะไปยุ่งอะไรกับเขาหรือ?”
“พี่แคทก็รู้ว่าป้อมคิดอะไรแต่ยังจะแสร้งถาม...จะให้บอกออกมา?”
“พูดจาโอหังยัยตัวเล็ก!!”
“หนูรู้สึกยังไงก็พูดออกมาแบบนั้น...ไม่เหมือนพี่ฝนที่ร้ายลึกน่ากลัวกับหลอกคนอื่นเก่งมากๆ”
“...............................................”
“พี่กวางว่าไว้ไม่ผิด...นิสัยเหมือนคุณศรมรกต”
“แถมแตะต้องไม่ได้ง่ายๆด้วย”
“หนูป้อมจ๊ะ”
“?”
“การรับฟังความเห็นของผู้ที่อาวุโสกว่าถือเป็นสิ่งที่สมควรกระทำนะ”
“หากมันมีประโยชน์จะรับฟังแต่ถ้าไม่หนูก็ขอเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา”
“..................................................”
“ยังไงก็แล้วแต่...คำสั่งสอนของคุณน้า...หนูจะจำใส่ใจไว้ไม่มีลืมค่ะ”
“..................................................”
“ฮืม--”
“ใช่แล้วจ้ะพี่แคท”
...แล้วพี่แคทกับฝนก็ยิ้มให้กันส่วนคุณป้อมหลับตานั่งเงียบไปพักใหญ่จนกระทั่ง...
“นายหญิงมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
“สวัสดีครับคุณแม่”
“ไม่ค่อยจะกลับมาเลยนะพ่อภพ?”
“งานมันยุ่งครับคุณแม่”
“แล้วปีใหม่จะมามั้ย?”
“โอ้!!...นี่โอกาสสำคัญไม่มาไม่ได้ครับ”
“ต้องพาหลานบอลมาพบแม่ด้วย”
...งาน นี้ไม่ใช่ง่ายๆเพราะพี่บอลยืนกรานว่าชั่วชีวิตจะไม่กลับมาที่นี่แถมพอใคร เซ้าซี้มากๆก็จะพาลโมโหทุกครั้งแต่คนๆนี้หรือคุณย่าของพี่บอล?...แม้จะล่วง เข้าวัยชราแต่ร่างกายก็ยังดูแข็งแรงกระฉับกระเฉงและที่สำคัญคือแววตาของท่าน เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเองกับแฝงไว้ซึ่งอำนาจบารมีที่สามารถข่มผู้ อื่นให้ยำเกรงได้ตั้งแต่แรกเห็น...
“สวัสดีค่ะคุณแม่...กุน,สา...สวัสดีคุณย่าอุทุมพรซะสิ”
“อ้อย”
“ค่ะแม่”
“เดี๋ยวก่อน!...ฉันไม่ให้เรียกย่าเพราะพวกเจ้ายังไม่มีใครได้รับการยอมรับว่าเป็นหลานสะใภ้ของบ้านนี้”
“ทำ...ทำไมคะคุณแม่?”
“แม่ กวางฤทัยไม่เข้าใจหรือไงว่าฉันต้องการตัดปัญหายุ่งยาก?...รอให้หลานบอลเลือก ซะก่อนว่าจะแต่งงานกับใครแล้วค่อยมาเรียกย่าก็ยังไม่สาย”
“..................................................”
...นาย หญิงอุทุมพรช่างเป็นบุคคลที่น่าหวั่นเกรงมาก...แค่ได้ยินเสียงพูดปกติหนูก็ ตัวสั่นแทบจะไม่กล้าสบตาด้วยแล้ว...นึกไม่ถึงจริงๆว่าพี่บอลจะมีคุณย่าที่ เข้มงวดถึงเพียงนี้...
“ทะเลาะกับตามาอีกแล้วใช่มะ?”
“ฝน!”
“แหมๆ...ออกมาก็หน้าบึ้งอย่างเงี้ยสงสัยใช่แหงๆ”
“ยายไม่ได้ทะเลาะกับตาสักหน่อย”
“เฮอๆ...ถ้าเรื่องเงินล่ะก็หายห่วง...ตาไม่ได้แอบจิ๊กไปให้อีหนูที่ไหนแต่เอามาให้หนูเองแหละจ้ะ”
“ฮะๆๆอีหนูเร๊อะ!...ขานั้นน่ะไม่กล้าร้อก~~”
“คุณยายอย่าถือสาฝนนะคะ...เด็กนี่ชอบพูดเหลวใหล”
“เหลวใหลอะไรกันเจ๊?”
“หยุดพูดเลย!”
“ไม่เป็นไรๆก็เหมือนแม่ภาตอนอายุเท่าๆกันนี่แหละ...แล้วขนมที่ยายทำเป็นไงบ้าง?”
“อร่อยมากค่ะ”
“ฝีมือยายไม่มีตกเลยแต่คนเอามาให้เนี่ยสิ--”
“ว่าไงน๊ะ!?...คนเอามาให้มันเป็นยังไง?”
“ยังจะต้องให้บอกรึ?”
“ฮึ่ม!...แน่จริงก็พูดมาซี่!!”
“ไม่เอาลูกไม่เอา...พูดจากันดีๆเถอะเป็นพี่เป็นน้องกันทั้งนั้น”
“ก็พี่ฝนชอบแหย่หนูอยู่เรื่อย”
“งั้นยัยตัวเล็กก็อย่าหาเรื่องก่อน...ทำได้มั้ยล่ะ?”
“ใครกันแน่คะที่หาเรื่องก่อน?”
“เอ้าๆ...ยายขอๆ”
...ทว่า... พอกับหลานสาวของตนเองกลับมีสีหน้าแววตาทีท่าอ่อนโยนลงอย่างไม่น่าเชื่อซึ่ง พี่บอลก็คงจะได้รับการปฏิบัติที่ดูอบอุ่นมีเมตตาแบบนี้ด้วย...
“เอาล่ะ!...แม่สาวพวกนั้นน่ะแนะนำตัวให้ฉันรู้หน่อยว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครมาจากไหน”
“อะไรๆ...เริ่มไปแล้วเร๊อะ?”
“ก็ใครใช้ให้มัวแต่ยืดยาด”
“จะรอสักหน่อยก็ไม่ได้น๊า!!...มวยมันเพิ่งจบ”
...คราว นี้เป็นชายสูงวัยท่าทางใจดี...พอลงนั่งเก้าอี้ข้างๆนายหญิงอุทุมพรหนูก็รู้ ทันทีว่าท่านคือคุณปู่ของพี่บอลและเป็นผู้นำตระกูลวิษณุมนตรีคน ปัจจุบัน...ท่านเอกบดินทร์...
“สวัสดีคุณพ่อครับ”
“มากันตั้งเยอะตั้งแยะเชียวนะ...ใครบ้างเนี่ย?”
“เอาซี่พี่กุน!!”
(พี่ฝนดูจะเอาใจช่วยพวกเราเต็มที่!?)
“อ่า--...หนูชื่อศกุนตลาค่ะ”
“หนูเป็นน้องสาวชื่อสาวิตรีค่ะ”
“...ลูกสาวของสมควรใช่มั้ย?”
“ค่ะ”
“แหม่--...ไม่นึกว่าเจ้านั่นจะมีลูกสาวน่ารักขนาดนี้...นับว่าเจ้าบอลตาถึง”
“.............................................”
“แล้วแม่หนูคนเล็ก?”
“หนู...หนูชื่อวรรณลักษณ์เป็นลูกสาวของแม่ศรีวิกาค่ะ”
“ห๊ะ!!...ลูกสาวเจ้า?”
“ค่ะนายท่าน”
“เคยเห็นตอนแบะเบาะนี่จะโตเป็นสาวแล้ว...เฮ่ย!?...โดนเจ้าบอลหลอกเหมือนกันเรอะ?...ฮ่าๆๆๆ...เอากับมันสิ”
“ดีอกดีใจซะเหลือเกินที่หลานชายนิสัยเหมือนตัวเองน่ะ?”
“แน่นอน!!!”
(ปลื้มใจที่มีหลานชายเจ้าชู้!?)
“ก็เพราะแบบนี้แหละแม่เซคกับแม่ม่อนถึงไม่ยอมอยู่ไง”
“ปล่อยสองคนนั่นไปเถอะ...ใช่มั้ยเจ้าป้อม?”
“สงสัยเรื่องนี้จะยาวแน่ๆ”
“ข้าก็ว่างั้นแหละ”
“เออใช่ตาแก่...พี่ฝนจะแกล้งหนูอีกแล้ว!!”
“ว่ะ!?...อย่าไปเชื่อยัยตัวกะเปี๊ยกขี้จุ๊นะตา!!”
“คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”
“ก็พี่สาวเธอไงยะ!”
“นิสัยแย่อย่างนี้ไม่นับถือเป็นพี่ร้อก!!”
“ฉันยังแย่น้อยกว่าเธอเฟ้ย!...ปากเสียแบบนี้ต้องจับตีก้นให้ลายพร้อย!!!”
“ทำได้ก็ลองเซ่!!”
“เฮ้ยๆๆๆ...พอซะทีได้ไหมต่อหน้าแขกเหรื่อตั้งเยอะแยะ?...พวกเจ้านี่มันยังไงกันเฮอะ!?”
“ฮึ่ม!!”
“แฮ่!!”
“หนูแคทพาน้องๆออกไปข้างนอก...ยายชักจะรำคาญแล้ว”
“ป้อมไม่ไปไหนทั้งนั้น!!”
“งั้นสัญญากับยายสิว่าจะอยู่เงียบๆ”
“หนูไม่มีเจตนาจะมาก่อกวนสักหน่อย~~...พี่ฝนต่างหาก!!”
“หนอย!!”
“เดี๋ยวเหอะ!...ถ้าไม่อยากถูกโยนออกไปทั้งคู่ก็นั่งฟังเฉยๆและอย่าหวังว่าตาจะช่วยเลย”
“อือ~~”
“..............................................”
“ยังๆ...ยังจะแยกเขี้ยวใส่กันอีก!?...ช่วยเห็นแก่หน้ายายเค้าหน่อยมีอะไรค่อยไปคุยกันทีหลัง...เข้ามาสิแม่นีย์”
“!!!”
“..............................................”
“ใคร...นี่ใครอีกล่ะคะคุณแม่?...หน้าเหมือนคุณอรนิภาเปี๊ยบเลยแต่...”
“น้องสาวฝาแฝดของคุณอรนิภาชื่ออรศินีย์จ้ะ”
...วาว!!!!... เส้นผมเธอยาวมากๆเลยแล้วก็ยังเป็นสี...สีขาวดุจน้ำนมซึ่งมันแปลกจริงๆเพราะ ปกติผมของคนไทยส่วนใหญ่จะสีดำและมีน้อยมากเหลือเกินที่จะมีสีอื่นอย่างเช่น ลุงเอกภพที่ผมเป็นสีทองมาแต่กำเนิด!?...
(แต่ผมพี่บอลสีดำเหมือนแม่รัญภรณ์)
“ฝาแฝดที่ผมต่างสีมีด้วยหรือเนี่ย?”
“พี่ไม่มีความรู้น่ะ”
“ไว้ยาวมากเลยนะ...นี่ขนาดรวบมัดทำทรงหางม้าปลายผมยังยาวถึงน่อง”
“มีความผิดปกติอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ไม่จ้ะ...แม่โตมาก็เห็นเธอเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว...แม้กระทั่งคิ้วก็สีขาวเห็นไหม?”
“แปลกมากๆ...ไม่เหมือนพี่สาวเลย”
...สรุป คือคุณอรนิภากับคุณอรศินีย์เป็นพี่น้องฝาแฝดที่ช่างแตกต่างกันมากเหลือ เกิน...เธอนั่งเก้าอี้ตัวสุดท้ายของแถวตรงข้ามกับพี่ฝนและคุณป้อมพอดีซึ่งก็ หยุดเถียงกันไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้มีเพียงแค่เสียงซุบซิบเบาๆแต่อ้อยได้ ยินเพราะอยู่ใกล้...
“สงบศึกชั่วคราวนะคะถ้าไม่อยากโดนทำโทษ”
“กลัวรึ?”
“ลงโทษให้นั่งสมาธิเป็นชั่วโมงๆใครบ้างจะไม่กลัว?”
“ชี่~~...น้านีย์ยิ้มให้แสดงว่าได้ยินที่เราคุย!!”
“................................................”
(ที่แท้พวกเธอก็กลัวคุณอรศินีย์นี่เองแต่เหตุผลคืออะไร?)
“ท่านพี่เอกภพยังสบายดีอยู่หรือเจ้าคะ?”
“ก็...สบายดี”
“คุณกวางฤทัยแลคุณศรีวิกา...มิได้พบกันเสียนาน”
“จะ...จ้ะ”
“แลนั่น...”
“ลูกสาวของศรีเองค่ะ...อ้อย...สวัสดีคุณอรศินีย์”
“สะ...สวัสดีค่ะ”
“...ดูไปก็ช่างละม้ายคล้ายกับผู้เป็นแม่นัก...น่ายินดี...”
“..................................................”
“..................................................”
“พี่กุน...ทำไมคุณอรศินีย์มองเราเขม็งเลยล่ะคะ?”
“ไม่รู้สิ”
“บุตรสาวของสมควรหรือ?...ประเสริฐยิ่งนัก...ประเสริฐยิ่งนัก”
...คุณ อรศินีย์นุ่งผ้าซิ่นสีฟ้าอ่อนยาวเกือบถึงตาตุ่มที่มีลวดลายประณีตงดงามและ สวมเสื้อคอกลมสีเดียวกันส่วนเครื่องประดับก็มีสร้อยคอกับต่างหูแต่ที่โดด เด่นสุดไม่ใช่ของมีค่าทว่าเป็นรูปร่างหน้าตาต่างหาก...ฝาแฝดของคุณอรนิภาก็ หมายความว่าเกิดวันเดือนปีเดียวกัน...ปีนี้อายุ 40 แต่ดูภายนอกเหมือนเธอเพิ่งจะ 20 ปลายๆเท่านั้น...
“นี่แน่ะพ่อภพ!!...จะให้ลูกชายแต่งงานแล้วทำไมไม่พาเจ้าตัวมาด้วยล่ะ?”
“คือ...”
“มันหมายความว่าอะไร?...เอ้าแม่กวางฤทัยบอกฉันหน่อยซิ!!”
“..............................................”
“ไม่ได้ยินที่ฉันถามหรือ?...นี่ตกลงหลานบอลรู้หรือเปล่าว่าเขาจะต้องแต่งงานน่ะ?”
“อ่า...”
“ว่าไง?”
“ยัง...ยังไม่รู้ค่ะ”
“ไม่รู้?”
“...............................................”
“บังอาจ!!!”
“!!!”
“คุณแม่...คุณแม่ใจเย็นๆก่อนครับ”
...นาย หญิงอุทุมพรในวัยชราแต่น้ำเสียงยังกังวานสดใสและเต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมี แค่เสียงของท่านคนเดียวก็ดังก้องไปทั่วห้องโถงและมันสามารถสะกดพวกเราทุกคน จนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัวกับไม่กล้าสบตาด้วย...หมดข้อสงสัยเลยว่าคุณศร มรกตนั้นเหมือนใคร...
“ไม่เห็นจะต้องโมโหโกรธาถึงขนาดนั้นเลยนี่ยาย?”
“ยังไม่เข้าใจสถานการณ์อีกรึไงเจ้าป้อม?”
“พี่ฝนเข้าใจงั้นก็บอกหนูมาสิ”
“สองคนนั้นน่ะเงียบ”
“อะไรกันเล่าพี่แคท?”
“...............................................”
“ฮึ!!...แค่พี่บอลไม่ได้มาด้วยเท่านั้นเอง”
...ไม่ เข้าใจหรือ?...ผิดแล้ว!!...อ้อยว่าคุณป้อมอาจจะรู้เรื่องแต่แกล้งมากกว่า เพราะสังเกตแววตาที่มองมาที่พวกเราแต่ล่ะครั้งมันแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันดู ถูกเช่นเดียวกับคุณศรมรกตผู้เป็นแม่และอาจจะรวมถึงคุณอุทุมพรผู้เป็นยาย...
“มัดมือชกกันนี่?...กวางฤทัยศรีวิกา...พวกเจ้าตั้งใจจะให้หลานเอกคเชนทร์เกลียดฉัน!!...จงใจจะให้เขาเกลียดย่าตัวเองใช่มั้ย?”
“ไม่...ไม่ใช่นะคะ!!!...คุณแม่อย่าเพิ่งเข้าใจผิด”
“นายหญิงคะ...ศรีไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่...”
“จะ บอกว่าหลานชายฉันรักกับลูกสาวเธอ?...ฮึ!!...จะรักกันขนาดไหนฉันไม่ขอรับรู้ แต่พ่อบอลต้องมายืนยันว่าอยากจะแต่งงานและจะแต่งกับใครด้วยตัวของเขาเองเท่า นั้น...จู่ๆมาขอให้พวกฉันรับรองโดยเจ้าตัวไม่รู้เรื่องนี่เห็นทีจะไม่ ได้!!!”
“แต่บอลมอบแหวนหมั้นให้ลูกกุนแล้วนะคะ”
“ต่อให้แหวนราคาเป็นล้านก็ไม่มีประโยชน์หรอกแม่กวางฤทัย”
“คุณพ่อ”
“คุณกวางฤทัยเอย...ท่านแม่ก็ชี้แจงชัดเจนแล้วมิใช่หรือว่าต้องการให้หลานเอกคเชนทร์มายืนยันด้วยตนเอง”
“นีย์”
“โบราณว่าปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ผูกอู่ตามใจผู้นอน...ท่านพี่เอกภพสมควรให้หลานเอกคเชนทร์เป็นผู้ตัดสินใจนะเจ้าคะมิใช่ผู้ใหญ่รวมหัวหาวิธีรวบรัดจัดการกันเอง...นั่นหาใช่สิ่งที่สมควรกระทำไม่”
“ไม่...ไม่ใช่อย่างนั้น”
“จริงด้วยๆ...ถ้ามั่นใจกันนักหนาแล้วทำไมถึงไม่พาพี่ชายมาด้วยล่ะ?...อ๋อ!!...รึคิดจะใช้แผนมัดมือชกบีบให้พี่ชายไม่มีทางเลือกงั้นสิ?”
“เจ้าป้อม!”
“..................................................”
“ขอแสดงความเห็นหน่อยนะคะ...ในฐานะที่หนูก็เป็นวิษณุมนตรีคนหนึ่ง”
“ลองว่ามาซิ”
“อืม--...ฉันอยากจะถาม...เธอ!!”
“!!!!”
(หนูเหรอ!?)
“พี่ชายอยู่ไหน?”
“เอ่อ...ไปเที่ยวลำพูนค่ะ”
“แล้วเหตุใดจึงไม่รอให้พี่ชายกลับมาถึงก่อนค่อยหารือแต่รีบยกโขยงกันมาทำไม?”
“.................................................”
“ไม่ตอบงั้นฉันตอบเอง...พวกเธอกลัวพี่ชายจะถูกชิงตัดหน้าไปซะก่อนใช่ไหม?”
“หนูยังเด็กไม่รู้อะไรหรอก”
“รู้สิ!!...รู้ดีเลยล่ะและก็พวกเธอน่ะ...”
“ยัยตัวจิ๋ว!”
“ปล่อยนะพี่ฝนอย่ายุ่ง!!...พี่ชายหนูทั้งคนจะให้ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้ยังไง?”
“เอาล่ะเลิกเถียงกันเสียทีฉันขอเป็นคนตัดสินเรื่องนี้เอง!!...ตกลงมั้ย?”
“...............................................”
“แม่กวางฤทัยกับแม่ศรีวิกาจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่...ไม่มีค่ะ”
“พ่อภพล่ะ?”
“ผมก็แล้วแต่คุณแม่ครับ”
“ยายจะว่าไงเร๊อะ?”
“เรื่องที่ให้หลานบอลแต่งงานฉันจะขอเลื่อนออกไปก่อนเพราะเจ้าตัวไม่รู้และไม่ได้อยู่ที่นี่”
“ข้ากับยายต้องการเห็นหลานชายได้ครองคู่กับผู้หญิงที่เขารักจริงๆโดยไม่ว่าจะเป็นลูกเต้าเหล่าใครมาจากไหนพวกเราก็ยอมรับได้”
..................................................................................................................................

“เหมือนกับเราเสียเวลาไปเปล่าๆยังไงไม่รู้ค่ะ?”
“อ้อยคิดเหมือนพี่กับสาเลย”
“แม่กับพี่กวางก็นึกแล้วว่านายหญิงต้องเอาประเด็นของบอลมาใช้”
“..........................................................”
...หมาย ความว่าคุณปู่เอกบดินทร์กับคุณย่าอุทุมพรจะไม่ทำอะไรทั้งนั้นจนกว่าพี่บอลจะ กลับมายังบ้านเกิดและประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะแต่งงานกับพี่กุนหรือ...ใครคน อื่น...
“เวลาอย่างนี้ดันหนีไปเที่ยวลำพูนซะได้...เหลวใหลจริงๆและไหนจะมียัยบุศยากับน้องของมันอีกเล่า!!”
“กล้าว่าร้ายพี่ชายฉันเรอะ?”
“คุณป้อม!?”
“รู้ผลลัพธ์ล่วงหน้าแล้วก็ยังจะโง่มากันอีกเขาเรียกงี่เง่าแต่แค่สัญญาปากเปล่าไม่ทำให้ตาเฒ่ายอมรับพวกเธอ”
“สาบานว่านั่นน่ะปากรึนังหนู?”
...คล้าย คุณป้อมต้องการจะดักรอพวกเรา!?...เธอขึ้นไปนั่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่หน้า บ้านพลางมองลงมาด้วยแววตาที่ไม่เป็นมิตรเอาเสียเลยโดยเฉพาะอ้อยที่โดนจ้อง เหมือนกับเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่แค้นเคืองกันมานาน!!!...
“สาวิตรีเอ๊ยฉัน จะบอกให้เอาบุญ!!!...จู่ๆพวกหล่อนก็เดินดุ่มเข้ามาขอเป็นลูกสะใภ้ของวิษณุ มนตรีก็ถือว่าบังอาจมากพออยู่แล้วแต่เพราะยังเห็นแก่หน้าคุณน้ารวมไปถึงพี่ แคทกับพี่ฝนอยู่หรอกนะไม่งั้นตาแก่เฉดหัวพวกหล่อนออกไปตั้งนานแล้วรู้ไว้ เสียด้วย!!!!”
“ไร้สัมมาคารวะอะไรอย่างนี้!!!”
“อย่างพวกหล่อนไม่จำเป็นต้องมีโดยเฉพาะเธอ!!”
“หนู?”
“ฉัน ไม่ชอบหน้าเธอตั้งแต่แรกเห็นแล้ว!!!...ชั่วชีวิตนี้ไม่ต้องเจอกันอีกเลยคงดี มาก...อ้อ!...ในสายตาของฉันน่ะบุศยากับบุศลาวัลย์ยังดูดีกว่าพวกหล่อนซะอีก”
“อะไรนะ?”
“แสดงว่าเธอสนับสนุนสองคนนั้นหรือ?”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะทำไมรึศกุนตลา?”
“เพราะคุณป้อมไม่ถูกกับพี่แคทและก็พี่ฝนเลยเลือกถือหางฝั่งตรงข้าม”
“ฉลาดเหมือนกันนิ!?...นึกว่าจะดีแต่แก้ผ้าให้ผู้ชายดูอย่างเดียว”
“มันจะมากไปแล้วนะ!!!...ถือวิสาสะอะไรมาด่าลูกฉันฉอดๆ?”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ...ทน ฟังเรื่องจริงไม่ได้เลยเรอะศรีวิกา?...จะปฏิเสธไปทำไมเล่าในเมื่อสุภาษิตเขา ก็มีบอกไว้ว่าจะดูช้างให้ดูหางจะดูนางให้ดูแม่?...ฮิๆ...แม่ลูกประสาอะไรวะ มีรสนิยมชอบใช้ของร่วมกัน?”
“!!!!”
...ประโยคนี้ทำให้อ้อยใจหายวาบและแม่ก็คงจะไม่ต่างกันด้วยรวมทั้งพี่กุน,พี่สา,ป้ากวางที่ต่างก็มีท่าทางตื่นตระหนกไปตามๆกัน...
“ศกุนตลาและก็สาวิตรี...พวกเธอเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า?”
“พูด...พูดอะไรไม่รู้เรื่อง!!!”
“เอ๊าะเหรอ?...งั้นฉันถามแม่เธอดีกว่านะว่า...”
“...ป้อม”
“..........................................................”
“เพิ่งจะเจอกันแท้ๆ...มันไม่มีเหตุผลเลยนะที่หนูจะไปเกลียดพวกเขา”
“แต่แม่สอนป้อมว่าการที่จะเกลียดใครสักคนบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล”
“อะไรนะ?”
“และหนูก็เชื่อมั่นในสิ่งที่แม่สอนด้วย”
“ไม่...ไม่น่าเชื่อว่าพี่เอ็มจะสอนให้หนูมีความคิดแบบนี้...”
“หากคุณน้าไม่พอใจก็ไปคุยกับแม่เองเถอะค่ะ”
“..........................................................”
...................................................................................................................................

“แม่คะ”
“จ๊ะ?”
“หวังว่าคุณลุงจะไม่รู้นะคะ”
“แม่ก็กังวลอยู่แต่คิดว่าไม่น่าจะมีอะไร”
...พวกเราแวะกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารก่อนเข้าอำเภอวัดโบสถ์โดยเลือกที่จะไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่โยนกบูรพา...
“โบว์!!!”
“ไง!!”
“มะ...มาทำอะไร?”
“ฉันกับคุณพี่ก็ไปที่โยนกบูรพาเหมือนกันน่ะแต่ไม่ได้เผยตัวเพราะอยากรู้ว่าพวกเธอจะทำอย่างไรบ้างและผลที่ได้รับกลับมาคืออะไร?”
“...................................................”
“คุณพี่ช่างคาดการณ์แม่นยำนักว่าพวกเธอจะคว้าน้ำเหลวกลับมาแน่นอน”
“ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องนี้”
“?”
“คุณ...คุณป้อมให้การหนุนหลังเธอกับพี่บุศจริงหรือเปล่า?”
“...จริง”
“แล้วเธอก็เป็นคนบอกคุณป้อมว่าฉันกับแม่และพี่บอลมีความสัมพันธ์กัน?”
“ถูกต้อง”
“เลว!!!”
...ปกติอ้อยจะพยายามอดทนอดกลั้นไม่โกรธใครง่ายๆแต่ครั้งนี้โบว์ทำเกินไปแล้วจึงตบหน้าเธอทีนึง...
“มือหนักดี”
“ร้ายมาก”
“ที่ร้ายน่ะมันเธอต่างหาก”
“หา?”
“สุดท้ายอ้อยก็ยอมให้พี่เชนล่วงล้ำ...ไหนเคยยืนยันนักหนาว่าจะมีแต่พี่บอลคนเดียวเท่านั้น?”
“!!!!!!”
“ตกใจรึ?”
“เธอ...เธอรู้มาจาก...ขวัญใช่มั้ย?”
“หากยัยขวัญไม่เมาก็คงไม่เผลอหลุดปากหรอก...โบว์รู้หลังจากที่พวกเธอไปโรงแรมนั่นได้อาทิตย์หนึ่งและจอยก็รู้เหมือนกันนะ”
“แล้วไง?...พี่บอลเขายอมให้พี่เชนเอาฉันเพื่อจะได้ไม่เสียเปรียบกัน”
“ไม่ๆๆ...ประเด็นสำคัญไม่ใช่ตรงนี้”
“อะไรนะ?”
“หลังจากนั้นๆ...ฉันเห็นกับตาตัวเองนะว่าอ้อยไปที่บ้านขวัญและทำอะไรกับพี่เชนบ้าง”
“...............................................”
“เดิมทีก็ไม่อยากยุ่งแต่เผอิญถ่ายหนังไว้ด้วย”
“จะเอามาขู่ฉันเรอะ?”
“ขู่?...นั่นสิ...เกิดพี่บอลเห็นเข้าจะว่าไงน๊า!?”
“ไม่ นึกว่าเธอจะเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้เสียแรงที่คบเป็นเพื่อน...ฉันเชื่อพี่สาแล้ว ว่าเธอน่ะเป็นงูพิษแต่อย่าฝันว่าจะล้มฉันได้ด้วยวิธีนี้!!!!”
“?”
“เพราะฉันก็มีหนังที่เธอแอบมีอะไรๆกับพี่เชนเช่นกัน!!!”
“!!!!!!”
“ก็ไหนพร่ำบอกนักหนาว่าที่น้ำตกนั่นจะถือเป็นอุบัติเหตุแต่ไหงถึงแบหีให้เขาเย็ดในห้องเรียนล่ะจ๊ะโบว์?”
“แก!!!”
“วัน นั้นฉันลืมสมุดจดเลยกลับมาเอาแต่ได้ยินเสียงซะก่อน...ต้องขอบคุณสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่ดลใจไม่ให้ฉันเผยตัว...เธอเองก็ไม่ซื่อสัตย์ต่อพี่บอลเหมือน กันนั่นแหละ!!...ว่าไงจะยังเอาหนังนี้มาเล่นงานฉันอีกไหม?”
“...อ้อยนี่ก็ร้ายอย่างคาดไม่ถึงแฮะ...ขอดูหน่อยได้มั้ย?”
...หนูจึงเปิดไฟล์วิดีโอหนังที่เก็บในมือถืออย่างไม่รอช้าแล้วชูให้โบว์ดูพลางเร่งเสียงให้ดังขึ้น...
“ไม่ผิด...คนที่กำลังขย่มตอพี่เชนคือฉันเอง”
“...............................................”
“สนุกกันจนลืมเลยแฮะฉันนี่”
“...แล้วของเธอ?”
“เอ้า!!”
“...ฉันก็แค่อมให้พี่เชนเท่านั้น”
“แค่ดูดควยแต่แก้ผ้าหมดเนี่ยนะ?”
“ไม่เชื่อก็ตามใจเอาไว้ถามขวัญเอง”
...สถาน ที่คือภายในห้องนอนของขวัญและอ้อยอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าคลานโก้งโค้งตูดก้ม หน้าเลียควยพี่เชนส่วนขวัญกำลังนอนตะแคงแหกขาเอาดิลโด้แหย่เข้าๆออกๆรูหี ร้องครางกระเส่าอยู่ใกล้กัน...
(“อาวววววววววววววว...เร็วๆเข้าน้องอ้อยจ๋า~~...พี่...พี่จะแตกแล้ววววว”
“อืมมมมมมม...อื้มมมมมมมมมมมม”
“นั่นต้องแบบนั้น!!!”
“อ้อย...ขอ...ขอให้ฉันเถอะ”
...ขวัญ ละมือจากควยยางและขอเล่นกับควยจริงต่อพอหนูได้ยินก็คายท่อนลำพลางหยิบกระดาษ มาเช็ดปากเพราะพี่เชนหลั่งน้ำกามออกมาบ้างแล้วแต่ยังไม่มากฝ่ายยัยขวัญเห็น ดังนั้นก็คว้าเข้าปากต่อทันทีเธอดูดแรงมากจนพี่เชนตัวงอร้องบอกให้เบาๆหน่อย แต่ขวัญก็ไม่ยอมฟังคล้ายคนตายอดตายอยากเรื่องบนเตียงมานานทั้งๆที่สองคนนี้ เอากันแทบทุกวันเรียกได้ว่าว่างเมื่อไหร่เป็นต้องเล่นเสียวกัน...
“อ้อยจะกลับล่ะ”
“อ๊าว!!!...ไหนน้องอ้อยบอกจะค้างที่นี่ไง?”
“หนูลืมไปว่าแม่จะกลับมาบ้านวันนี้ค่ะ”
“จะไม่ปลดปล่อยสักหน่อยหรือจ๊ะ?...ขวัญไม่ว่าอะไรหรอกนะ”
“อืม...”)
“...หมดแล้ว!?”
“ความ จริงฉันก็รู้อยู่แล้วว่าจากนั้นพวกเธอทำอะไรกันอีกบ้างเพราะยังแอบดูต่อแต่ ถามไปงั้นแหละ...ไม่หวั่นไหวไม่ตกใจสมกับเป็นอ้อยจริงๆ”
“เธอยิ้มอะไร?”
“เปล่านี่”
“โกหก!!...เห็นชัดๆว่ายิ้มอยู่...เธอกับพี่บุศกำลังวางแผนอะไรไว้อีกล่ะ?”
“................................................”
“โบว์!!”
“หนวกหูน่า!!...เกรงใจแขกคนอื่นเขาบ้าง”
“อ้อย~~...เราจะไปแล้วนะ”
“คะ...ค่า!!”
“................................................”
“โบว์”
“หืม?”
“เราสองคนจะไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนใช่ไหม?”
“ก็...คงงั้นแหละ”
“ทุกสิ่งไม่เหมือนเดิมและไม่ยั่งยืน...สาอะไรกับใจคนเล่า?”
...หนูกับโบว์แค่รักผู้ชายคนเดียวกันเท่านั้นแต่กลับผิดใจจนถึงขั้นตัดความสัมพันธ์...ไม่น่าเลย...มันไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย...
“ว้าย!!!”
“อ๋าขอโทษทีน๊า!!...เผอิญมองไม่เหน~~”
“คุณนี่เอง!!”
...อ้อยเห็นกับตาเลยนะคะว่าพี่ฝนจงใจแหย่เท้ามาขัดขาโบว์ให้สะดุดและหวุดหวิดจะล้มที่หน้าห้องน้ำ!!!...
“รู้จักฉันด้วย?”
“คุณหยาดฝน เทวะกรนันท์ที่มีศักดิ์เป็นพี่ของคุณศรโกเมน...หนูย่อมรู้จักสิคะ”
“โฮ่!?...คารมคมคายไม่เบาแต่อย่างเธอกับเจ้าป้อมจะเอาชนะได้เรอะ?”
“ยังมีคุณพี่อีกทั้งคน...กรุณาอย่าประเมินพวกเราต่ำจนเกินไปนักเพราะอาจจะน้ำตาตกในภายหลังได้นะคะ”
“...................................................”
“พี่ฝน...คุณป้อมเลือกที่จะอยู่ข้างฝ่ายนั้น”
“ไม่ต้องกังวลหรอก”
“?”
“คน อย่างยัยตัวเล็กไม่เคยไว้ใจใครง่ายๆหรือยอมช่วยฟรีๆโดยที่ไม่หวังผลตอบแทน กับไม่มีจุดประสงค์แอบแฝง...เชื่อเถอะหนูอ้อย...พี่รู้นิสัยมันดีจะตายไป”
“ว่าแต่พี่ฝนคะ...คุณป้อมเธอเกลียดชังอะไรหนูนักหนา?...คิดจนหัวแทบแตกก็ไม่เข้าใจสักทีค่ะ”
“อือ...”
“..................................................”
“อาจเป็นเพราะหนูอ้อยหน้าอกใหญ่กว่ายัยตัวกะเปี๊ยกมั้ง?”
“เอ๋!?”
“ไม่เห็นเหรอจ๊ะว่าอกยัยนั่นน่ะแบนราบยังกับไม้กระดานซักผ้า?...มันก็คงจะอิจฉาหนูอ้อยไง”
...แล้ว พี่ฝนก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดีซึ่งภายนอกอ้อยก็พลอยยิ้มไปด้วยแต่ในใจกลับไม่ รู้สึกเบิกบานสักเท่าไหร่นักเมื่ออุปสรรคขวากหนามที่หนักหนาสาหัสกำลังรอ คอยอยู่เบื้องหน้า..


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ