น้องแม่ยายสวยจัง ก๊อบมาเสียวกัน

น้องแม่ยายสวยจัง ก๊อบมาเสียวกัน

  • 0 ตอบ
  • 16432 อ่าน
*

ออฟไลน์ wgis

  • Full Member
  • **
  • 167
  • 271
    • ดูรายละเอียด
น้องแม่ยายสวยจัง ก๊อบมาเสียวกัน
« เมื่อ: สิงหาคม 16, 2012, 12:49:12 AM »
เรื่องผมเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน ผมเรียนจบแล้วกำลังรองาน เพ็ญสาวปี 2 นักกิจกรรมรุ่นน้องเกิดปัญหาที่บ้านโทร.มาขอความช่วยเหลือ เธอกับแม่โดนตามล่าเพื่อปิดปากหลังพ่อโดนยิงเสียชีวิต ผมจึงขับไปรับเพ็ญกับแม่มาพักที่บ้านในกรมทหาร กรุงเทพฯ พ่อผมไปขอให้เพื่อนตำรวจช่วยเร่งคดีของพ่อเพ็ญ ได้ความว่าพ่อเพ็ญกับเพื่อน 3คนรวมทุนค้าขายแถวชายแดน ต่อมาเพื่อนไปค้ายา พ่อเพ็ญขอแบ่งทุนแยกทาง แล้วเกิดเหตุตำรวจจับยาของเพื่อนทำให้คิดว่าพ่อเพ็ญหักหลังจึงตามมาฆ่า เพ็ญกับแม่จำหน้าคนยิงได้ถูกตามเก็บด้วยต้องหนีหัวซุน ก่อนขอให้ผมช่วยเพราะผมเป็นลูกทหารมีบ้านพักอยู่ในกรมทหาร ระหว่างรอคดีผมต้องรับส่งเพ็ญไปมหา'ลัยด้วยจึงสนิทกันมากเช่นเดียวกับแม่เอ๋แม่ของเพ็ญไม่กล้าไปไหนกว่าจะจับคนยิงได้ก็หลายเดือน กลุ่มเพื่อนพ่อเพ็ญยิงสู้กับตำรวจตายไป 1 สาหัส 1 อีกคนหนีได้ แม่เอ๋จึงขายที่และบ้านจว.เดิมย้ายไปอยู่กับน้องสาวส่วนเพ็ญยังอยู่บ้านผม เสร็จคดีไม่นานผมจึงได้งานเงินเดือนออกผมพาเพ็ญกับเพื่อนไปเลี้ยงเป็นเรื่องเลยครับ เพ็ญกับเพื่อนท้าผมชนแก้วเล่น 2 รุม 1 ผมเมาแบบกลับบ้านไม่ถูก ไปส่งเพื่อนเพ็ญที่บ้านแถวปทุมฯ แล้วขับรถกลับไม่ไหวจึงจอดนอนข้างทาง "ไปนอนโรงแรมดีกว่าพี่สันต์ตรงนี้กลัวโดนจี้" ผมฝืนขับรถไปโรงแรมเข้าห้องได้คิดว่าบ้านตัวเองจึงถอดชุดโยนทิ้งเหลือกางเกงในตัวเดียวก็ตะกายขึ้นเตียงหลับแบบปิดสวิตช์รู้สึกตัวหนาวมากมือควานเจอผ้าห่มก็ซุกเข้าไปแต่พอเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มดันไปเจอร่างนุ่มๆ แต่ร้อนผ่าวของเพ็ญเข้าจึงกอดหมับ "พี่สันต์..อย่ากอดเพ็ญ" เสียงอู้อี้ของเพ็ญทำให้ผมรู้สึกตัวว่าไม่ได้อยู่คนเดียว แต่มือกอดร่างอุ่นๆ น่ารักแล้วใครอยากปล่อยล่ะ "ขอกอดแก้หนาวหน่อย" ปากพูดไปอย่างนั้นแต่ใต้ผ้าห่มมือผมกอดล้วงไปโดนอกหน้าซุกเข้าหาซอกคอเพ็ญ "อย่าค่ะ..พี่สันต์..อย่ารังแกเพ็ญ" เสียงเพ็ญสั่นระริก "ไม่ได้รังแก..พี่ทำเพราะรักเพ็ญ..รักมากอยากใกล้ชิด..น้องเพ็ญจ๋า"  ผมพล่ามออกไปตามสันดานเจ้าชู้ประสบการณ์สอนสั่งให้พูดรักหวานๆ กับหญิงแล้วหล่อนจะใจอ่อน หากไม่เอ่ยคำรักอย่าหวังจะได้เสพสม "ไม่..ไม่..ไม่..ไม่ค่ะ..พี่สันต์ไม่ได้รักเพ็ญ..พี่สันต์รักคนอื่นเพ็ญรู้" เพ็ญเถียงเสียงสั่น "เพ็ญรู้ดีกว่าพี่ได้ยังไง..พี่รักเพ็ญบอกเพ็ญอยู่นี่ยังจะให้พี่ไปรักคนอื่นทำไม" ผมยืนยันยื่นหน้าเข้าหาเพ็ญหลบปากไม่ยอมให้จูบแต่อาการดิ้นรนผลักไสไม่แข็งแรงเท่าตอนแรก เมื่อไม่ยอมจูบปากผมจึงไซ้ต้นคอแก้มกับใบหู มือเคล้าเนินอกล้วงไปจนเจอเม็ดบัวจึงบีบบี้เบาๆ "พี่สันต์ขา..อย่าทำค่ะ..ปล่อยเถอะ..เพ็ญกลัว" เสียงเธอขาดเป็นช่วงๆ "กลัวอะไรหรือเพ็ญ" "กลัวพี่สันต์ไม่รับผิดชอบ..กลัวพี่...." ผมไม่ปล่อยให้เธอพูดจบประกบดูดปากทันทีเพ็ญบิดหน้าหนีแต่ไม่พ้นจึงเม้มปากแต่ผมแหย่ลิ้นซอกซอนไม่นานปากเธอก็ยอมให้ลิ้นล่วงล้ำเข้าไป ที่สุดก็ได้ดูดลิ้นเธอ ผ่านไปสักพักเพ็ญเริ่มดูดลิ้นผมตอบโต้ "พี่รักเพ็ญ..ขอรับผิดชอบทุกอย่างที่ทำลงไป"  ผมกระซิบข้างหูขณะดึงกางเกงในเพ็ญออก มือได้สัมผัสกับอารมณ์รักของเธอที่ฉ่ำเยิ้มทั่วบริเวณปากร่องกลางเนินเนื้ออวบอูมเพ็ญตัวสั่นผวากอดเมื่อผมแทงนิ้วกลางช้าๆจนสุดนิ้วมือ ร่องเนินของเพ็ญเต็มไปด้วยน้ำหล่อลื่น เธอพร้อมแล้ว... ผมคิดจับเพ็ญนอนหงายจ่อหัวสูบเข้าปากท่อกดสะโพกเข้าไป "โอ้ย..เบาๆ พี่สันต์เพ็ญเจ็บ" เธอร้องยกสองขาแยกห่างกันมากขึ้น ผมก้มลงจูบดูดดุนเม็ดบัวกลางเนินนมปลุกเร้าอารมณ์ให้เพ็ญเกิดความต้องการรุนแรงยิ่งขึ้น โดยคาหัวสูบไว้แค่ปากทางเพ็ญหายใจแรงเหมือนกับว่าออกกำลังวิ่งไกลมาจนเหนื่อย ผมจึงกดสะโพกใส่อีกนิด หัวสูบดับเพลิงมุดลึกกว่าเดิมมากขึ้นและมากขึ้น แต่ไม่ทันสุดสายสูบ "โอ้ยยย..พี่สันต์ขา..พอแล้วค่ะ..เอาออกก่อนเพ็ญเจ็บ..เจ็บมากจริงๆ" เสียงร้องของเธอน่าสงสาร "เพ็ญขึ้นมานอนทับพี่จะได้ไม่เจ็บ" ผมไม่ยอมเอาออกแถมพลิกตัวให้ให้เธอขึ้นมาอยู่ข้างบน ผมลูบหลังเธอเบาๆ เป็นการปลอบโยนให้คลายความหวาดกลัวอย่างหนึ่งที่อาจารย์จิตวิทยาเคยสอน "หายเจ็บแล้วใช่ไหม" ผมรู้สึกเธอเกร็งตัวไม่ให้หัวสูบของผมมุดลึกเข้าไป  "มันยังตึงอยู่ค่ะพี่สันต์" น้ำเสียงของเพ็ญดีขึ้น "ครั้งแรกก็เป็นแบบนี้แหละ..เพ็ญของพี่เก่งจะตายเดี๋ยวก็หายเจ็บ" "เพ็ญไม่เคยนะคะ..พี่สันต์เป็นคนแรกของเพ็ญ..อย่าทำให้เพ็ญเสียใจนะคะพี่สันต์" ผมไม่อยากเชื่อเพ็ญไม่เคยมีประสบการณ์เพราะท่าทีเธอเต็มใจสนุกกับผม "พี่รักเพ็ญ..ไม่ทำให้เพ็ญเสียใจ" สันดานเจ้าชู้ทำให้ผมรับปากไปก่อนแล้วค่อยหาทางแก้เอาข้างหน้า "เพ็ญก็รักพี่สันต์ค่ะ..เพ็ญแอบรักมานานแต่ไม่คิดว่าพี่จะรักเพ็ญ" คิดไว้แล้วเพ็ญต้องมีใจให้ผม "เพ็ญจ๋าวันนี้เรามีความสุขด้วยกันนะ" "ค่ะพี่..เราจะมีความสุขด้วยกัน"  เพ็ญตอบรับผมแล้วค่อยหย่อนก้นลงมาหูผมแว่วได้ยินเธอกัดฟันกระทั่งหัวสูบผมมุดเข้าไปจนหมด ผมให้เธอขยับตัวยกก้นขึ้นให้หัวสูบวิ่งเข้าวิ่งออกแต่เพ็ญทำได้ไม่ดีนักจึงจับเธอกลับลงไปนอนหงายแล้วเริ่มชักสายสูบเข้าๆ ออกๆ เนินเนื้อของเพ็ญอย่างเมามันร่องรักของเพ็ญฟิตแน่นรัดหัวสูบของผมตลอดเวลา ผมชักสายสูบเข้าๆ ออกๆไม่นานก็เสียวสุดทานทนปล่อยความรักพุ่งเข้าใส่เป็นระลอก เพ็ญผวาเข้ากอดผมตัวสั่นระริกเมื่อความสุขพุ่งผ่านเข้าหาเพื่อนสาวรุ่นน้องหมดแล้วผมจึงชักหัวสูบออกเพ็ญรีบลงจากเตียงเดินไปเข้าห้องน้ำ ผมจึงเปิดไฟสว่างทั้งห้องแล้วก็ตกใจเมื่อเห็นสีแดงดวงใหญ่บนผ้าปูที่นอน และเมื่อรูดหัวสูบของตัวเองก็ได้พบว่า มีสีแดงๆ ติดมือออกมาด้วย..เพ็ญมีประจำเดือน..ผมคิดง่ายๆ แต่ความจริงคืออะไร  ''พี่สันต์..เพ็ญเลือดออกไม่หยุด'' เพ็ญเปิดประตูห้องน้ำออกมาหน้าซีดเสียงสั่น ''ประจำเดือน'' ''ไม่ใช่....ประจำเดือนหมดไปสิบวันแล้ว'' ''ไปหาหมอกัน..'' ผมหาทางออก ''ตอนตีสี่เนี่ยะนะ..ให้เพ็ญบอกหมอว่าไง'' ''บอกว่านอนกะผัว''  ''นอนกะผัว..ผู้หญิงไม่ได้แต่งงานไปบอกหมอว่านอนกะผัว..พี่สันต์บ้าไปคนเดียวเถอะ'' ''พี่นี่ไงผัวเพ็ญ'' ผมผูกมัดตัวเองมากขึ้น ''มานั่งตรงนี้ซิ..ขอดูแผลหน่อย'' ''บ้า..บ้า..พี่สันต์บ้า..เพ็ญอายนะ'' เธอร้องลั่นท่าทางมีความสุขคลายตระหนกจากการตกเลือด   'พี่นึกว่าประจำเดือนของเพ็ญ'' ผมชี้ให้ดูรอยเลือดบนผ้าปูที่นอน ''หมดไปตั้งนานแล้ว'' เธอยืนยัน ''งั้นพี่รู้แล้ว..'' ผมดึงเพ็ญเข้ามากอด ''รู้อะไรคะ..'' ตาใสซื่อคู่นั้นทำให้ผมสงสารเธอยิ่งขึ้น ''รู้ว่าเพ็ญรักพี่มาก ถึงขนาดพี่บอกรักคำเดียวเพ็ญก็มอบความบริสุทธิ์ให้'' ''พี่รักเพ็ญมากไหม'' ''รักมากกว่าเพ็ญรักพี่'' เธอซุกอกกอดผมแน่น ''พรุ่งนี้ไปหาหมอกัน..ตรวจให้รู้ทำไมเลือดสาวออกเยอะนัก'' ''เพ็ญไปวันจันทร์แต่คนเดียว พี่ไปทำงานเถอะ'' ผมซุกไซ้ดมกลิ่นแก้มหอมๆ ''จะกลับหรือยัง'' ''แล้วแต่พี่ค่ะ'' เพ็ญยังไม่อยากกลับ ส่วนผมอยากกอดต่อเราจึงนัวเนียกันด้วยความสุข ผมดึงหัวสูบออกมาให้เพ็ญจับต้องให้คุ้นเคย แรกๆ เธอไม่กล้า แต่ที่สุดก็ยอมนวดหัวสูบแข็งจึงถูกส่งเข้าไปในร่องสาว ผมซอยอย่างมีความสุข แต่เพ็ญตัวเกร็งแข็งทื่อเหมือนเจ็บปวดตลอดเวลา รุ่งขึ้นเพ็ญนอนจับไข้อยู่ในห้อง ผมส่งข้าวส่งน้ำเงียบๆ ไม่ให้พ่อรู้ ตอนเย็นนั่นจึงออกมาเดินไม่ค่อยถนัด วันจันทร์เพ็ญไล่ผมไปทำงานเย็นเจอกันจึงรู้ ''หมอว่าเยื่อสาวของเพ็ญหนามาก มีเลือดค้างอยู่ด้วย พอขาดเลือดค้างผสมออกมาจึงดูว่ามากกว่าปกติ''  ''หมอห้ามไม่ให้ยุ่งกับแฟนพักหนึ่ง'' กลางดึกผมแฉลบเข้าไปหา เพ็ญอ้างคำสั่งหมอไม่ยอมให้ผมล่วงเกินถึงเจ็ดวัน แต่พอวันที่แปดเธอเรียกผมเข้าไปซักไซ้เรื่องข้อสอบ นั่งเอานมเบียดแขน ผมทำเป็นไม่รู้เท่าทันอธิบายเธอเข้าใจแล้วก็จะออกจากห้อง ''พี่ไม่กินบัวลอยไข่หวานก่อนหรือจ๊ะ'' ''ไหนล่ะ'' ''เพ็ญกำลังอุ่นให้พี่'' เธอประคองถ้วยขนมโปรดมาวางตรงหน้า เพ็ญใช้วิธีก้มตัวลงวาง แทนการนั่งแล้ววางอย่างเคย เสื้อคอกระเช้าที่สวมแม้เป็นผ้าหน้า แต่เพ็ญไม่สวมเสื้อในนมสองเต้าจึงออกมายั่วตา ''เพ็ญ..'' ''จ๋า..'' เพ็ญขานรับเหลือบตามองผม ''พี่อยากกินเม็ดบัว'' ''พรุ่งนี้เพ็ญจะซื้อให้'' ''อยากกินวันนี้'' ''พี่สันต์ก้อ..บอกล่วงหน้าซีค่ะ ..ดึกป่านนี้ร้านขนมปิดแล้วค่ะ'' ''ไม่ต้องไปซื้อที่อื่นหรอก พี่อยากกินเม็ดบัวของเพ็ญ'' ''อุ๊ย..'' เพ็ญอุทานมือดึงเสื้อคอกระเช้าให้บังนมสวยๆ ให้พ้นจากสายตาหื่นๆ ''ไม่ต้องปิดพี่อยากกินบัวสองเม็ดในเสื้อคอกระเช้าของเพ็ญนี่แหละ'' ''ไม่ค่ะพี่สันต์'' เธอหลบ แต่ผมรวบเข้ามาจูบเท่านั้น ตัวเพ็ญก็ลอยพ้นพื้นไปหล่นโครมบนเตียง เพ็ญไม่อิดออดแล้วยังตอบโต้ประสานจังหวะผมได้คล้องจอง เราสองสอดประสานเด้งรับกันอย่างรู้ใจจนเหงื่อกาฬไหลพร่างพรูก่อนพบกับความสุขสันต์บนแดนสุขาวดีพร้อมกัน  ''เพ็ญทำข้อสอบได้ทุกข้อเลยพี่สันต์'' เธอยิ้มร่าวิ่งเข้ามากอดเมื่อผมกลับถึงบ้านใกล้ค่ำวันต่อมา ''เห็นมั้ยมีความสุขกับพี่แล้วสมองปลอดโปร่ง ความจำดีจำตำราได้ทุกบทตอน'' ''เพ็ญเหนื่อยแทบตื่นไปสอบไม่ทัน..พี่ยังว่าดีอีก'' เธอตัดพ้อ ''งั้นคืนนี้ต้องซ้ำจะได้หายเหนื่อยหายเพลีย'' ''ไม่ไหวพี่..รอไปก่อนเถอะ..เพ็ญระบมทั้งตัว..ยังกะคราบของพี่ตามไปสอบด้วยเลย'' ''นึกว่าพี่ตามไปให้กำลังใจถึงห้องสอบซี..จะได้มีความสุข'' ''นึกแบบนั้นเพ็ญคงเพลียไม่มีแรงสอบแน่ๆ'' เธอหัวเราะเสียงใส ผมสนุกกับเพ็ญคืนเว้นคืนจนเธอสอบเทอมสุดท้ายเสร็จทุกวิชา ''รู้ผลเมื่อไหร่'' ''เดือนหน้าค่ะ'' จังหวะนั้นผมมีงานมากจนไม่ค่อยได้สัมผัสกัน สิบกว่าวันผมกลับบ้านค่ำเพ็ญไม่อยู่บ้านจึงออกตามหาไปเจอนั่งชิงช้าที่สนามเด็กเล่นคนเดียวกลางความมืด ''ไม่สบายหรือเปล่าเพ็ญ'' ''เปล่าค่ะ'' เธอให้ผมจูงมือกลับบ้าน ''กลัวสอบไม่ผ่าน'' เพ็ญสั่นหัว ''งั้นก็บอกพี่มาว่าไม่สบายใจเรื่องอะไร'' ''เพ็ญสบายดีค่ะพี่'' เธอรีบเดินนำผมถึงบ้านก็จัดหาข้าวให้ทันที ''พ่อล่ะ'' ''ท่านไปทานเลี้ยงค่ะ'' ''คืนนี้พี่นอนด้วยนะ'' ''ค่ะ..''  สี่ทุ่มกว่าพ่อถึงบ้านเรียกผมไปคุย ''ท่าทางเพ็ญมีปัญหาเอ็งสังเกตไหม'' ผมสั่นหัว ''เอ็งปล้ำเพ็ญหรือเปล่า?'' ผมสั่นหัวอีก ''เออดี แต่ถ้าเอ็งปล้ำพ่อก็ไม่ว่าอะไร เพ็ญมันเด็กดี ขยัน ช่วยเอ็งทำมาหากินได้'' ''พ่อคิดว่าเพ็ญมีปัญหาเรื่องผู้ชาย'' ผมแข็งใจเอ่ยปากถามพ่อ ''เออใช่..คิดว่าเป็นเอ็งด้วย..เพราะเอ็งเจ้าชู้นัก..เอ็งไม่ทำก็แล้วไป แต่ลูกผู้ชายทำอะไรต้องรับผิดชอบนะโว้ย..เดี๋ยวพ่อจะไปคุยกับเพ็ญสักพัก'' พ่อแยกจากเพ็ญห้าทุ่มกว่า ผมแกล้งสนใจหนังคาวบอยเก่าในทีวี ''ได้เรื่องไหมพ่อ'' พ่อส่ายหัวเดินเข้าห้องนอนแล้วไม่ออกมาอีก ผมนั่งดูหนังอีกครึ่งชั่วโมงไม่มีความเคลื่อนไหวของพ่อและเพ็ญจึงปิดทีวีปิดไฟ เข้าไปแปรงฟันเปลี่ยนชุดนอนแล้วจึงไปห้องเพ็ญประตูไม่ได้ล็อก เพ็ญนอนมองผมไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ''คิดถึงพี่ใช่ไหม..หรืองอนพี่'' ผมแกล้งหยอก ''ไม่ทั้งสองอย่างค่ะ'' ''พี่คิดถึงเพ็ญเหลือเกิน'' ผมล้มตัวลงนอนกอดเธอ ซุกไซ้ปากแก้ม เพ็ญรับจูบไม่ขัดขืน..แต่ไม่มีอารมณ์จนผมรับรู้ได้ ''เพ็ญเป็นอะไรไป..บอกพี่ซิ''  ''พี่สันต์..'' แววตาเซื่องซึมไร้ชีวิตชีวาจ้องผม ''เพ็ญสงสัยท้องค่ะ..'' ''เพ็ญท้อง'' ผมครางยาวในใจปั่นป่วนไปหมด ''ยังไม่แน่นะคะพี่สันต์ ประจำเดือนหายไปสิบวันเท่านั้น แต่ถ้าท้องจริงเพ็ญจะจัดการเอง พี่สันต์ไม่ต้องห่วง'' น้ำเสียงเธอแหบแห้ง  ''เพ็ญจัดการอะไร..จัดการยังไง'' ผมถามเสียงดัง ''เบาๆ ซีคะเดี๋ยวท่านได้ยิน..เพ็ญปรึกษาเพื่อนแล้วพรุ่งนี้เพื่อนจะพาไปปรับ'' เสียงเพ็ญแหบแห้งแต่มั่นคง ''เพ็ญจะฆ่าลูก'' ''เปล่าค่ะ..เพ็ญยังไม่ท้อง..แต่เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ทำให้พี่สันต์ยุ่งยากเท่านั้น'' ''พรุ่งนี้เพ็ญไปกับพี่'' ผมกอดเธอแน่น ''ไปไหนคะ'' ''ไปหาแม่เอ๋..พี่จะไปขมาแม่เอ๋ สารภาพว่าพี่รักเพ็ญแล้วทำเพ็ญท้อง..พี่ต้องการแต่งงานกับเพ็ญเร็วที่สุด'' ''พี่สันต์ไม่หลอกให้เพ็ญดีใจคืนเดียวนะคะ'' ''ไป..ไปหาพ่อกันเดี๋ยวนี้'' ผมพาเพ็ญไปเคาะเรียกพ่อสารภาพเรื่องทั้งหมด ''แบบนี้ค่อยสมกับเป็นลูกพ่อ..เพ็ญสบายใจได้แล้วลูก..'' ผมกราบเท้าพ่อแล้วกอดเพ็ญเข้าห้องตัวเอง ''เฮ้ยๆ ไม่ได้เพ็ญยังไม่ใช่เมียเอ็ง..ปล่อยให้เพ็ญกลับไปนอนห้อง'' ผมไม่สนล็อกประตูห้องให้พ่อบ่นพึมพำคนเดียว
ผมลางานขับรถพาเพ็ญไปพบแม่เอ๋ สารภาพกับแม่ยายเหมือนที่บอกพ่อ ''สันต์รักลูกสาวแม่หรือเปล่า'' ''รักครับแม่เอ๋'' ''เพ็ญล่ะรักพี่สันต์เค้ามั้ย'' ''รักมากจ้ะแม่'' ''แม่ยินดีด้วยทั้งสองคน..ดีเหมือนกันแม่จะได้อุ้มหลานทันใจ'' แม่เอ๋กอดลูกสาวคู่กับผมแนบแน่น ''แม่เอ๋หาฤกษ์แต่งเลยนะครับ ศุกร์นี้ผมกับพ่อจะมาขออีกหน'' ''ไม่ต้องแล้วสันต์..ได้ฤกษ์เมื่อไหร่แม่จะโทร.ไปบอกแล้วมาทำพิธีที่บ้านนี้ตอนเช้า..ค่ำๆ ก็เลี้ยงเพื่อนๆ แบบกันเองในบ้านนี่แหละไม่ต้องมากพิธี ส่วนสินสอดพอใจให้เพ็ญเท่าไหร่ก็เท่านั้นแม่ไม่เรียกร้อง'' แม่ยายจัดการเรื่องแต่งงานได้รวบรัดภายในสองอาทิตย์ต่อมาด้วยเหตุผลเดิม ''ไม่ต้องเอิกเกริกให้รู้ทั่วเมืองแม่ยังระแวงไอ้หลองที่ยังหนีไปอยู่นะ..'' แม่เอ๋แต่งตัวสวยเหมือนเพื่อนเจ้าสาวราวไม่ใช่แม่ ส่วนน้าแอ๊วไม่โผล่มาจนเพ็ญเอ่ยถาม ''น้าแอ๊วไปไหน ป่านนี้ยังไม่มา'' แม่เอ๋ดึงเพ็ญเข้าไปกระซิบ เจ้าสาวของผมหัวเราะคิก เมื่อเสร็จเรื่องราวผมพาเพ็ญกลับกทม. น้าแอ๊วของเพ็ญก็ยังไม่มา ''น้าเค้ายกที่ท้ายสวนให้ 2 งาน แม่จะออกเงินปลูกบ้านให้ เดือนหน้าช่างนัดมาดูแบบอย่าลืมล่ะ'' ผมแยกไปอยู่คอนโด ชีวิตคู่มีความสุขดี เพียงแต่ห่างเรื่องบนเตียงด้วยเมียท้อง ผมจึงต้องอดทนเพื่อลูก คิดในใจนับวันอดอยาก คลอดเมื่อไหร่ผมจะเรียกดอกทบต้นคืนจากเพ็ญ แล้วผมก็ได้ลูกชาย ''ภรรยาคุณมดลูกไม่แข็งแรง 2-3 ปีนี้อย่าเพิ่งมีลูกอีกนะครับ'' เพ็ญกินยาคุมตามคำแนะนำของหมอเมื่อมดลูกเข้าอู่ ''อย่าแรงนะพี่สันต์ เพ็ญยังเสียวข้างใน'' คำขอร้องของเพ็ญทำผมหายคึกไปเกือบครึ่ง ส่วนเพ็ญเกร็งตัวไม่ปล่อยอารมณ์สนุกกับผมเหมือนก่อนแต่ง ยาคุมทำให้หุ่นที่อวบอัดของเพ็ญเป็นสาวบอบบาง แค่ปีเดียวเมียหุ่นอวบอั๋นกลายเป็นผอมบางไม่สะใจ ผมเริ่มหงุดหงิด เมื่อเพ็ญไม่ค่อยมีอารมณ์ผมอยากมากๆ ก็ต้องใช้กำลัง แทนที่จะได้รับความสุขกลับกลายเป็นทุกข์ เพ็ญโดนข่มขืน 2 ครั้ง เธอขอแยกห้องไม่ยอมให้ผมร่วมรัก สรุปอยากมีความสุขผมต้องใช้กำลัง ผมแก้ปัญหาด้วยการออกไปปลดปล่อยข้างนอก แต่พอกลับดึกหรือมีกลิ่นพิเศษติดตัวมาก็เกิดวิวาทกัน แล้วเพ็ญก็อุ้มลูกขวบครึ่งหนีไปอยู่กับแม่เอ๋ ผมตามไปงอนง้อเท่าไหร่เพ็ญไม่ยอมกลับ ''ขออยู่รักษาตัวกับแม่สักพักนะคะพี่สันต์..ถ้าไม่ดีขึ้นเพ็ญยอมให้พี่มีคนอื่น'' เพ็ญไปนอนห้องแม่เอ๋ล็อกประตูไม่เปิดรับ ผมเรียกจนท้อ ''ไปหาข้าวกินก่อนเถอะสันต์'' แม่เอ๋มาให้สติ ''ผมอยากกินเหล้า'' ''ไปรอที่บ้านเดี๋ยวจะให้เด็กเอาไปส่ง'' ผมอยู่บ้านใหม่คนเดียวไม่นานก็มีสาวสักสามสิบถือเหล้ากับแกล้มมา ''พี่เอ๋ให้เอามาส่งคุณสันต์''  ''วางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ'' ผมกำลังเซ็งมองแวบเดียวว่าคนใช้บ้านนี้สวยดีแต่ไม่มีอารมณ์จะจ๊ะจ๋าจึงหลับตาคิดถึงปัญหาชีวิต ''รินเหล้าให้แล้วนะคะคุณสันต์'' เธอพูดขณะเดินผ่านตัวออกจากบ้านไปผมขยับไปยกเหล้าแก้วนั้นดื่ม แล้วดื่มติดๆ กันจนหมดไปครึ่งขวด กินเหล้าแล้วผมร้อนเมื่ออยู่คนเดียวจึงถอดเสื้อกางเกง คว้าผ้าเช็ดตัวมานุ่งทับกางเกงลิงฝืนกินเหล้าต่อจนเมาหลับบนเก้าอี้ยาว รู้สึกตัวปวดฉี่มากเข้าห้องน้ำแล้วอาบน้ำเสร็จออกมาจึงเห็นว่าแก้วเหล้าจานใส่กับแกล้มบนโต๊ะถูกเก็บเรียบร้อยหมดแล้ว ...เพ็ญคงมาเก็บ... ผมคิดในใจเดินเข้าห้องนอนเปิดไฟแต่ไม่ติดสักดวงจึงปิดประตูห้องกระชับผ้าขนหนูแน่นแล้วขึ้นเตียงนอน ฤทธิ์เหล้ายังเหลืออีกหลายก๊งผมจึงหลับตาก่อนพลิกมือควานหาหมอนข้างแต่ไปกระทบร่างใครคนหนึ่งในผ้าห่ม ''เพ็ญ..เพ็ญจ๋า..เพ็ญมานอนกับพี่คิดถึงพี่ใช่ไหม'' ผมเชื่อมั่นว่าร่างในผ้าห่มนั้นเป็นเมียรักจึงสอดมือเข้าไปกอดลูบไหล่เธอปากก็พร่ำพรรณนาบอกถึงความรักเมียมากมายมหาศาลปานใด ไม่มีเสียงตอบจากเพ็ญมีแต่เสียงถอนหายใจยาวๆ ติดต่อกัน ''พี่รักเพ็ญมากนะจ๊ะ..ต่อไปพี่จะไม่ขัดใจเพ็ญอีกแต่เพ็ญก็ตามใจพี่บ้างนะ'' มือที่ลูบแขนเลยไปถึงอก เพ็ญซูบไป แต่ยังมีก้อนเนื้อให้เคล้าคลึง ผมเคล้นนวดเต้าตึงต่อไปเพ็ญถอนหายใจหนักๆ อีกหลายครั้งผมจึงใช้สองนิ้วบีบบี้เม็ดบัวกลางอก ''ซี้ดดด...'' เพ็ญครางหันตัวกลับมาซุกหน้ากับอกผมอย่างเคยชิน แต่มือเธอล้วงจับหัวสายสูบที่แข็งตัวอยู่ เพ็ญถลกกางเกงลิงดึงหัวสายสูบของผมออกมารูด ผมจึงล้วงเนินรักของเธอบ้าง เพ็ญมีอารมณ์มากจนนิ้วผมเปียกเลยครับ ไม่ต้องเสียเวลาอีกแล้ว ''เพ็ญจ๋าพี่จะทำเบาๆ นะ เจ็บเมื่อไหร่รีบบอกพี่'' ผมกระซิบถือโอกาสไซ้ลิ้นตวัดเลียใบหูเธอไปพร้อมกัน ''ฮืออ..ฮือออ...ซี้ดดด..'' เสียงเพ็ญอู้อี้เมื่อหัวสายสูบผมเริ่มมุดเข้ากลางเนินรัก น้ำหล่อลื่นมากมายของเพ็ญทำให้มันหายเข้าไปหมดสายในเวลาไม่นานนัก ''ไม่เจ็บแล้วนะจ๊ะ'' ผมถามให้แน่ใจเพราะไม่อยากวิมานทลายอีก ''ฮืออออ..'' เพ็ญตอบรับด้วยเสียงคราง ''พี่ซอยเลยนะเพ็ญ..รับรองว่าเบาๆ เบาที่สุด'' ผมซักหัวสูบออกมาซอยเข้าออกช้าๆ และนิ่มนวล ไม่นานสะโพกของเพ็ญก็ส่ายรับการซอยของผมได้คล่องแคล่ว ''เพ็ญไม่เจ็บแล้ว..พี่ดีใจที่สุด'' ผมเสียงดังซอยกระแทกใส่เพ็ญรุนแรงไม่ยั้งอย่างที่เคยทำ เพ็ญก็ตอบสนองสุดเหวี่ยงไม่เกรงกลัวความเจ็บปวด และส่งเสียงร้องครางดังกระหึ่มขึ้นทุกขณะ ป้าบๆ ป้าบๆ ผมซอยหัวสูบใส่เพ็ญไม่บันยะบันยังด้วยความเสียวกระสันอย่างที่สุด เพ็ญก็ร้องครางตอบรับ ''เสียว...เสียวววว...เสียวจังเลยสันต์ขา..'' เสียงเพ็ญแปร่งไปจากปกติ  ''พี่เสียวแล้วนะเพ็ญเกือบหรือยัง..เราเสร็จพร้อมกันนะเพ็ญจ๋า'' ''เสียว..เสียวแล้วค่ะ..เสียววว..เหลือเกินไม่ไหวแล้ว..เสียวเหลือเกินสันต์ขา..เสียวที่สุดเลย'' ''พี่..'' ผมรู้แล้วว่ากำลังนอนกับใครจึงหยุดชะงัก ''อย่าหยุด..อย่าหยุดนะ...เอาอีก..เอาพี่แรงๆ เอาต่อไป..พี่กำลังมันเอาต่อไปเร็วๆ..เร็วๆ...พี่กำลังจะออก...ออกกก...แล้วสันต์ขา'' คนที่ผมเข้าใจว่าสาวที่เด้งรับหัวสูบอยู่นั้นเป็นเมียรักจะส่งเสียงร้องครางด้วยความเสียวกระสัน เธอได้พลิกตัวจากการนอนหงายขึ้นมาอยู่เหนือผมทำตัวเป็นจ็อกกี้ม้าขี้โขยกอย่างเมามันพร้อมกับเสียงเร่งเร้าตลอดเวลา ผมจึงเด้งใส่เธอรุนแรงโดยไม่สนว่าใครคือเธอ ''พี่ออก. ..ออกแล้ว.. .สันต์ขา'' เธอกระแทกหอยสู้ผมอย่างรวดเร็วปากก็ร่ำร้อง.. .ออกแล้วๆๆๆ. ..ติดๆ กันไม่หยุด เพ็ญเคยเสียวสะท้านกับผมมาก่อน แต่เสียงและลีลาเมียผมไม่ได้ครึ่งของเธอผู้นี้ ...เธอมีความสุขสองครั้งติดๆ ก็เริ่มอ่อนแรงไม่มีแรงกระแทกเนินสู้ ผมจึงพลิกตัวเธอกลับลงไปนอนยกสองขาเบื้องล่างแล้วทำตัวเป็นคนขี่ม้าโขยกใส่บ้าง คราวนี้เธอกระเส่าเสียงครวญครางเสียงเร่งเร้าให้ผมขึ้นถึงสรวงสวรรค์ด้วยความเสียวสุดยอดยิ่งกว่าครั้งใดๆ  ป๊าบๆ ป๊าบบบ...ผมกระแทกหัวสูบใส่อย่างรุนแรงติดต่อกันเกือบยี่สิบทีแล้วปล่อยความสุขพุ่งเข้าใส่ เธอแอ่นเนินขึ้นรับลาวาร้อนๆ ของผมพร้อมกับบิดตัวไปมาครางเสียงสั่น...สันต์จ๋าดีเหลือเกิน...สันต์จ๋าพี่มีความสุขมาก...สันต์จ๋าๆๆ เสียงครางของเธอเบาลงทีละน้อยกระทั่งเงียบไป เหลือเพียงเสียงหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อยของเราสองดังแข่งกัน ''เข้ามาอยู่ในห้องผมได้ไง...พี่...'' ผมถามประโยคแรกเมื่อหายเหนื่อยแต่ถูกใช้มือปิดปากไว้ก่อนพูดจบ ''ไม่ต้องถามอะไร...ตอบพี่มาก่อนว่ามีความสุขกับพี่หรือเปล่า'' ''มีครับ...มีมาก'' ''รังเกียจพี่ไหม...ถ้าพี่จะขอความสุขจากสันต์อีก'' ''แล้วเพ็ญล่ะพี่...'' มือเธอปิดปากผมพูดย้ำอีกหน ''ตอบอย่างเดียวไม่ต้องถาม'' ''เมื่อทำให้พี่มีความสุขได้ผมก็ยินดีทำให้ครับ'' ''ดีมากน้องรัก...'' เธอจูบปากสอดลิ้นเข้ามากอดกระหวัดลิ้นผม ''พี่...'' ผมจูบกันอย่างเร่าร้อนรุนแรงด้วยความต้องการของเรานั้นคล้องจองกันเมื่อถอนปากออกผมจึงเอ่ยแต่ถูกมือประกบปิดไว้ ''บอกแล้วไงว่าฟังกับตอบเท่านั้นไม่ต้องถาม...ไม่ต้องสงสัยทุกอย่าง'' ''แต่..'' ''ไม่ต้องมีแต่ด้วย..มีพี่..มีสันต์และมีความสุขระหว่างเราสองคนเท่านั้น..ไม่เกี่ยวกับใครทั้งสิ้น..สันต์ทำได้ไหม'' ''แต่ผม...'' ผมไม่รับคำ ''สันต์สงสัย..กลัวพี่จะทำลายความรักของสันต์กับเพ็ญหรือเปล่า?'' ''แต่พี่มา..'' เธอไม่ยอมให้ผมถามจบ ''ใช่พี่มาเสนอตัวให้..ถ้าสันต์ไม่รังเกียจ ช่วยพี่ให้มีความสุขบ้างตามวาระ โดยสันต์ยังรักเพ็ญกับลูกมากๆ..ไม่รังแก ไม่ทิ้งเพ็ญ... สันต์ทำได้ตามนี้ พี่ก็สัญญาจะส่งเสริมสันต์กับเมียให้รักมั่นยืนยาว'' ปากพูดมือไม่อยู่นิ่งไต่ไล่จากอกลงไปท้องแล้วขยุกขยิกที่ลำสายสูบ ''ผมไม่เคยรังแกเพ็ญและไม่เคยคิดทิ้งเพ็ญ'' ผมเถียง ''เรื่องนี้ไว้ทีหลัง'' สาวในความมืดตัดบท ''ผมรักเพ็ญอยากมีความสุขด้วยโดยไม่นอกใจเพ็ญ'' เธอขยับขึ้นมาจูบปิดปากไม่ให้พูดต่อ มือเกาตามลำสายสูบทำให้มันตื่นตัวร้อนแล้วตั้งขึ้นเป็นลำ ''มหึมาเกินกว่าพี่คาด'' มือเธอลูบลำสายสูบส่งเสียงพึมพำ ''ตอนได้ยินนึกว่าสักห้าหกนิ้ว..แต่นี่มันเจ็ดนิ้วกว่ามั้งเลยคืบไปตั้งเยอะ'' เธอยืดนิ้ววัดความยาวลำสายสูบของผมแล้วดึงหนังหัวเขี่ยนิ้วไปตรงร่องเส้นสองสลึง ''เสียวนะพี่..'' ผมตัวเกร็งร้องบอกไป ''ก็เสียวน่ะซี...ไม่เล่นให้เสียวแล้วจะเล่นทำไม'' เธอย้อนแล้วจากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีกเพราะเธอดูดหัวสูบของผมเข้าไปไว้เต็มปาก ตอนนี้พูดอธิบายอะไรต่อก็คงไม่รู้เรื่องผมจึงสนองตอบแทนการเสนอยกที่สองของเธอ เนินเนื้อด้านนอกของเธอแห้งแล้วแต่ภายในยังฉ่ำไปด้วยความสุขทั้งของเราที่คลุกเคล้ากัน สองนิ้วผมแทรกเข้าไปเธอคายหัวสูบออกมือจับลำแน่นแตะปลายลิ้นวนไปบริเวณเนื้อหน้าประธานที่อ่อนไหวด้วยปลายเส้นประสาท เพิ่มความกระสันเสียวทวีคูณ ผมพยายามมุดเข้าไปใช้ปากแต่โดนห้าม ''อย่าเพิ่งเลยวันนี้พี่ไม่พร้อม..เดี๋ยวได้กลิ่นแล้วบ่นว่าพี่เหม็น'' เธอดันหน้าผมพลิกตัวกลับมาประกบอยู่เบื้องบน มือจับหัวสูบตั้งตรง กางขายกก้นสูงให้หัวสูบปักกลางเนินเนื้ออูมแล้วปล่อยน้ำหนักตัวลงหัวสูบผมมุดเข้าไปเกลี้ยง ''ซี้ดดดด...ทำเถอะ..พี่เสียวแล้ว'' เธอซี้ดดด...ดังอื้ออึง ผมเสียวตามเสียงขณะหัวสูบโดนกลีบเนื้อในร่องรักของเธอขมิบบีบรัด กล้ามเนื้อข้างเธอแข็งแรงมากขยับบีบรัดให้ผมเสียวจนต้องวนสะโพกเป็นก้นหอยให้หัวสูบควานร่องรักตอบโต้บ้าง ''มันดีเหลือเกินสันต์..ของเธอมันดีจริงๆ'' เธอพึมพัมเป็นฝ่ายหมุนวนสะโพกสลับยกสูงขึ้นก่อนซอยกดลงต่ำให้กลีบเนื้อร่องรักบีบรัดขมิบ ผมใช้การเด้งเบาๆ ตอบรับเธอไปพร้อมกับการวนสะโพก ''เสียว...พี่เสียว...ไม่ไหวแล้วสันต์ทำเถอะพี่เสียวเหลือเกิน'' เธอพลิกนอนหงายสองขายกลอยอย่างว่องไวบ่งบอกว่ามีประสบการณ์มากมาย ผมจึงกระแทกหัวสูบเข้าใส่แบบไร้ความปรานี เธอร่อนเนินสู้แบบไม่เกรงกลัวร่องรักพัง ผ่านไปเกือบห้านาทีเธอก็ออกอาการรัดสองขากับเอวผมแน่นไม่ยอมให้เคลื่อนไหว ''ดีไหมพี่..'' ''ดี..ดีที่สุด..'' คำตอบของเธอบอกแล้วว่าเธอมีความสุข เมื่อเธอคลายแรงขาผมจึง..ซอย..ซอย..ซอย..ใส่เธอแบบไม่ซ้ำท่าเหงื่อไหลเป็นทางทั่วหลัง คราวนี้เธอทั้งกอดและรัดขา ''เกือบหรือยังสันต์จ๋า'' ''เสียวมากแล้วครับ..'' ''ออกพร้อมกันนะ..ซอยพี่แรงๆ'' ไม่ต้องย้ำหรือเร่งให้ซอยเร็วๆ อีก ผมจ้วงกระแทกหัวสูบอัดใส่เธออย่างไม่กลัวหัก ซอย..ซอย..ซอย..ผ่านไปหลายนาทีพลังในตัวผมที่อัดแน่นมานานจึงระเบิดเป็นลาวาร้อนพุ่งออกจากหัวสูบเข้าใส่เธออย่างรุนแรงในจังหวะที่ผมกระแทกเข้าไปสุดตัวพอดี ''กรี๊ดดด...สันต์จ๋า...เสียว...เสียวเหลือเกิน..เสียวววว..'' เธอลืมตัวกรี๊ดเสียงออกมาสองขาถีบที่นอนอย่างแรงเหมือนจะหนีหัวสูบของผมให้พ้นจนหัวเธอกระแทกกับพนักหัวเตียง ''.......'' เธอพึมพำคล้ายบ่นคล้ายร้องฟังไม่รู้เรื่องแล้วเงียบลงแต่เหงื่อแตกพรั่งพรูมากมาย ความสุขที่พุ่งออกจากหัวสูบเข้าใส่เธอเป็นจังหวะ ทุกครั้งที่มันพุ่งเข้าไปเธอก็จะขมิบกล้ามเนื้อข้างในรัดผมเหมือนกับจะรีดพิษรักของผมให้หมดตัว ความสุขหลั่งทะลักหมดแล้วเรี่ยวแรงก็สูญสิ้น ผมนอนกอดเธอนิ่งๆ จมูกได้กลิ่นเหมือนครั้งแรกที่ได้เพ็ญเป็นเมีย กลิ่นคาวเลือด ผมสูดจมูกฟุดฟิดให้แน่ใจกลิ่น ''สงสัยเมนพี่มา'' เธอขยับตัวพูดเบาๆ ลงจากเตียงเดินตรงไปเปิดไฟห้องน้ำสว่างวาบขึ้นมา ''พี่เอ๋'' เธอไม่หันมาแต่แสงไฟห้องน้ำสว่างพอให้เห็นชัด ''เธอไม่ใช่พี่เอ๋ครับ''
''พี่เอ๋คือใคร'' ผมไม่ได้ตั้งใจปิดบัง แต่คืนนั้นมืดมากและผมเมา...เมื่อเมาแล้วผมยึดเรื่องบนเตียงสำคัญกว่าอื่นใด มีผู้หญิงมานอนรอในห้องนอน คนอื่นอาจปฏิเสธแต่ไม่ใช่ผม แถมบทเพลงบนเตียงของเธอแสนสะใจสุขสมปานนั้น ผมไม่ทำ 3-4 ยกถือว่าแย่  คืนนั้นแค่เสร็จสองยกก็มีอุบัติเหตุ ผมรอหน้าประตูเมื่อเธอเปิดก็ดันสวนเข้าไป "เธอเอง..." เห็นชัดเธอคือคนยกเหล้ามาส่ง "ใช่..." เธอสู้ตาไม่มีแววหวาด "ทำแบบนี้...ถ้าเพ็ญรู้??" ผมเกิดกลัวเมียรู้เรื่อง "ไม่ได้ตั้งใจ...แต่เห็นแล้วอยากพิสูจน์ความจริง..." "พิสูจน์ความจริง...มีด้วย" ผมทวนคำ "มีซี...แม่น้องเพ็ญบังคับลูกให้มานอนกับผัวน้องมันไม่ยอมเอาแต่ร้องไห้...เลยอยากรู้ว่าเพราะอะไร" "ทำแบบนี้แล้วรู้?" ผมสับสนสงสัย เธอเป็นใครจึงเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ จึงกวาดตามองเธออย่างตั้งใจ "สงสัยมากนักเหรอ...ไปคุยกันข้างนอก" เธอดันผมไปนั่งบนเตียง เดินไปมุมห้องแล้วไฟในห้องก็สว่าง "พี่เป็นใคร?" คะเนอายุเธอน่าจะเกิน 30 สูงเกือบเท่าผมแต่ผ้าขนหนูกระโจมอกทำให้เห็นรูปร่างไม่ชัดเจน รู้ว่าสะโพกผายใหญ่ นมเต็มมือหน้าสวยปากบางตาคมเข้ม  "เด็กส่งเหล้าไงลืมแล้วหรือ?" เธอหัวเราะไม่สนใจว่าผมจะหน้านิ่วคิ้วขมวดปานใด "สี่ทุ่มกว่าไม่ได้ยินเสียงตั้งใจมาเก็บถ้วยจาน...แต่มาเจอคนเมานอนกำจรวดลำใหญ่เลยอยากพิสูจน์ ไม่คิดจะเจอจรวดข้ามทวีปสมใจอยากพี่เลย...เรื่องมีแค่นี้" "พี่เป็นใคร?" ผมย้ำอีกครั้ง "อย่าเครียดน้องสันต์...ถ้าน้องสันต์ให้สัญญากับพี่ตามที่ขอไว้ก็จะรู้ว่าพี่เป็นใคร" "ถ้าผมไม่สัญญา" "แล้วแต่ใจสันต์" เธอลูบขาอ่อนผมก่อนเลยไปโดนหัวสูบที่นอนในกางเกง "ถ้าสันต์ไม่...พี่ก็ได้แต่เสียดายสิ่งดีๆ ที่เราให้กันในคืนนี้อย่างที่สุด" "พี่ทำเพื่ออะไร" ผมซักไซ้ต่อ "เพื่อความสุขของทุกคนในบ้านนี้รวมทั้งพี่และสันต์" "ถ้าเพ็ญรู้เรื่องบ้านผมแตกแน่... พี่จะช่วยอะไรได้" "เราช่วยกันได้ดีที่สุด... ช่วยกันปิดความลับเอาไว้ไม่ให้เพ็ญกับพี่เอ๋รู้เรื่องนี้" "พี่เป็นน้องพี่เอ๋...เป็นน้าแอ๊ว..." "สันต์ตัดสินใจได้หรือยัง" เธอไม่ตอบแถมมือหันไปนวดหัวสูบผมหนักขึ้น "สันต์นี่ไฟแรงสูงเหลือเกินนะแค่แตะนิดเดียวขึ้นลำแล้ว" ผมยังตัดสินใจไม่ถูก จะรับสัญญาหรือปฏิเสธ ผมนั่งนิ่งปล่อยให้เธอลูบสัดส่วนสำคัญต่อไปจนแว่วเสียงไก่ขันมาแต่ไกล "เมื่อตัดสินใจไม่ได้พี่ก็ไปก่อนนะสันต์ขอบใจที่คืนนี้ทำให้พี่มีความสุขที่สุดในชีวิต" เธอปล่อยมือจากหัวสูบที่กำลังขึ้นลำลุกขึ้นยืน ผมดึงข้อมือไว้ "น้าแอ๊ว..." "อย่าขี้ตู่เรียกพี่แบบนั้น..พี่ไม่ใช่น้า..." ผมดึงเธอลงนั่งบนตัก "ถ้าผมสัญญาพี่จะทำยังไงให้ทุกคนพอใจ"  "พี่รู้ว่าจะทำยังไง...ข้อสำคัญอยู่ที่สันต์ต้องอยู่ในสัญญา...ถ้าสันต์ทำได้พี่จะมีของแถมให้พิเศษ" "เป็นอะไรครับ" ผมไซ้ซอกหูเธอกระซิบถาม "ถึงเวลาก็รู้เอง...ปล่อยพี่เถอะ...ใกล้สว่างแล้ว" "ขอล้างหน้าไก่อีกรอบนะพี่" ผมห้ามใจไม่อยู่เธอส่งยิ้มให้เอนตัวหงายลงบนเตียง
 
"อย่า...เมนส์พี่เพิ่งมา" เธอร้องห้ามเมื่อ


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ