ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 53 โดยท่าน adslman

ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 53 โดยท่าน adslman

  • 0 ตอบ
  • 6414 อ่าน
*

ออฟไลน์ ppp44

  • Gold Member
  • *****
  • 1319
  • 1797
    • ดูรายละเอียด
ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 53  by adslman

ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 53 “เพลิงพิโรธที่ลุกโชนไม่สมบูรณ์!?”

“โอ๊ย!...โอย~~”
“นายท่าน!!”
“พี่!!!...รู้ทั้งรู้ว่าบอลจะเข้ามากันให้หนูแต่ก็ยัง...”
“มันสมควรโดน”
“ไร้น้ำใจ!!!”
“เกะกะนัก!!”
“ทำได้ก็ลองดู!!!”
...พี่แคทมุ่งมั่นจะเอากำปั้นยมทูตประทับบนหน้าผมให้ได้แต่ก็ถูกน้องสาวขัดขวางครั้งแล้วครั้งเล่าสาวเจ้าผมยาวจึงเบนเป้าเล่นงานฝนซะก่อน...ด้วยแรงแห่งโทสะที่เรียกว่า “สุริยะโลหิต” ทำให้เธอกลายเป็นนางมารร้ายที่สามารถประทุษร้ายทุกคนที่ขวางหน้าแม้กระทั่งน้องสาวร่วมสายเลือดของตัวเอง...การโหมบุกชนิดที่ไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู้หยุดพักหายใจของพี่แคททำให้ฝนต้องยกแขนสองข้างป้องปัดอุตลุดทว่าเมื่อเจอกับกำปั้นที่รัวต่อยออกมาทั้งบนและล่างกับทั้งซ้ายและขวาก็ไม่อาจจะป้องกันได้หมดจึงโดนหมัดซ้ายชกเข้าที่หัวไหล่อย่างจังและหมัดขวาก็พุ่งตามออกมาเป็นลูกติดพันซึ่งเป็นจังหวะที่ผมถลันเข้าไปแล้วผลก็เป็นดังข้างต้น...แค่หมัดเดียว ผมก็ตัวงอเป็นกุ้งเพราะถูกอัดเข้าที่ท้องเต็มๆ...
“อูย~~...จะเรียก...สุภาพบุรุษได้มั้ย?”
“ศิเตือนนายท่านแล้วว่าอย่าเข้ามาในห้อง”
“ฉันเป็นต้น...เหตุนะ...จะหนีได้ไงเล่า?”
“แต่หากนายท่านยังอยู่ที่นี่...”
“พี่แคทจะเอาถึงตาย...ฮึ!!...ดูนั่น”
“............................................”
“ฝนยอมเผชิญหน้ากับพี่สาวที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธสุดขีดเพียงลำพังแล้วถ้าฉันทิ้งเธอหนีเอาตัวรอด...ฉันจะไม่สามารถมองหน้าใครได้อีก!!!”
“ไม่มีใครตำหนินายท่านอย่างนั้นหรอกค่ะ”
“คนอื่นจะว่าฉันโง่ก็ช่างแต่ต่อให้ช่วยเหลืออะไรฝนไม่ได้เลย...ฉันก็จะอยู่ที่นี่กับเธอ!!!!”
“แกจะต้องเสียใจ...อ๊อก!!!”
“แต่ได้ยินที่บอลพูดประโยคนี้ฝนก็ไม่เสียใจแล้ว!!!!”
“ฮึ่ม!!!”
...ฝนงัดวิชาคาราเต้ออกมาสู้กับพี่แคททุกรูปแบบจนข้าวของพังยับกระจัดกระจายหมดแถมหลอดไฟบนเพดานยังแตกเพราะโดนอะไรบางอย่างไปก็ไม่รู้พอภายในห้องมืดสนิทสองสาวพี่น้องก็ออกมาสู้กันข้างนอกผลัดกันรุกผลัดกันรับชนิดไม่มีใครยอมใคร...พี่แคทถูกถีบยอดอกหงายท้องหงายไส้แต่ก็ลุกมาเหวี่ยงศอกกระแทกกลางหลังฝนหน้าคว่ำล้มไปได้เหมือนกันแล้วพอจะเข้ามาซ้ำฝนก็คว้ากองหนังสือพิมพ์ฟาดตีพี่สาวจอมระห่ำสุดท้ายหยิบเก้าอี้พลาสติคขว้างใส่แต่พี่แคทปัดได้พลางแผดเสียงร้องลั่น...
“ไอ้เด็กบ้า!!!”
“ก็บ้าทั้งคู่แหละ”
“เอะอะอะไรหา?...ทำอะไรกันน่ะ!?”
(แย่แล้ว!!!)
... “น้าเย็น” เจ้าของหอพักวัย 40 ปีผัวเป็นตำรวจยศจ่าอยู่ที่อุทัยธานีมีลูกชายคนนึงเรียนชั้นมัธยมต้นซึ่งบ้านแกก็อยู่หลังหอพักนี่เองและช่วงเวลานี้ของทุกๆวันแกจะเดินขึ้นมาตรวจตราความเรียบร้อย...น้าเย็นเป็นคนปากจัดและไม่ยอมเสียเปรียบใครง่ายๆแถมยังงกอีกต่างหาก...สงสัยผมคงได้โดนไล่ออกก็ครั้งนี้แหละเพราะสองลูกพี่ลูกน้องทะเลาะวิวาทกันจนทำข้าวของๆแกเสียหายไปหลายอย่างไม่ว่าจะหลอด ไฟ,เก้าอี้,ประตู,หน้าต่าง...
“............................................”
“เสียงดังหนวกหูลงไปถึงข้าง...ว้ายผีหลอก!!!!”
...งานนี้น้าเย็นคงกะจะเฉ่งด่าให้สะใจปากเหมือนทุกทีแต่ขอโทษ!!...พอแกขึ้นมาเห็นหน้าพี่แคทเท่านั้นก็ถึงกับหวีดร้องด้วยความตกใจเป็นลมหมดสติไปเลย(จะมาทำซากอะไรวะเนี่ย?)ซึ่งถ้าผมไม่รู้เรื่องสุริยะโลหิตมาก่อนหน้าและเจอเข้าอย่างนี้ก็คงช็อคตาตั้งไปเหมือนกัน...
(เผอิญพี่แคทอยู่ตรงที่สลัวๆตาของเธอเลยมีแสงสีแดงก่ำ...ใครไม่รู้ความก็นึกว่าหล่อนเป็นผี)
“โอ๊ว!!”
“จะไม่ยอมแพ้เรอะ?”
“หนูขอสู้ตาย!!!”
“หนอยแน่!!!”
“คุณหยาดฝนสู้ไม่ถอยแบบนี้คุณสุรีย์พรรณยิ่งโมโหไปใหญ่”
“..............................................”
(“ป้าจะบอกให้ตาหนูรู้ว่าสุริยะโลหิตคืออะไร?...สุริยะโลหิตคือภาวะการเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่จะเกิดขึ้นในหญิงสาววัยกำดัดของตระกูลวิษณุมนตรี”
“เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น?”
“จ้ะ...วัยกำดัดในที่นี้จะยืนยาวไปจนกว่าเธอผู้นั้นจะให้กำเนิดลูกสาวคนสุดท้องและราวๆหนึ่งปีต่อจากนั้นสุริยะโลหิตในร่างกายจะเสื่อมถอยลงไปตามลำดับ...สุดท้ายไม่มีเหลืออยู่อย่างเช่นป้าหรือนิภา”
“ถ้าเป็นลูกผู้ชายและไม่ตั้งท้องอีกล่ะครับ?”
“...สุริยะโลหิตก็จะยังคงอยู่จนล่วงเข้าวัยกลางคนและค่อยๆหายไปเองจ้ะ”
“..............................................”
“ของป้าหายไปหมดตอนอายุเข้า 35 หลังจากคลอดน้องคนสุดท้องไม่นานส่วนนิภาประมาณ 22-23 และพอลูกสาวอายุประมาณ 3-4 ขวบสุริยะโลหิตในร่างกายก็จะเริ่มตื่นพร้อมกับกล้าแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ”
“สืบทอดจากรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง...อย่างกับทายาทอสูรเลย!?”
“หลักๆที่มองเห็นได้คือดวงตาจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มเพราะมีเลือดไหลเข้าไปในส่วนที่เป็นตาดำ”
“มัน...มันไม่เป็นอันตรายหรือครับ?”
“ไม่จ้ะเพราะมันไม่ใช่โรคหรือได้รับบาดแผลเพียงแค่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงอยู่ใน นั้นมากกว่าปกติ...อ้อ!!...ถ้าเป็นตอนกลางคืนดวงตาจะเรืองแสงได้ด้วยนะจ๊ะ...สีแดงส่องสว่าง”
“ผะ...ผมว่ามันจะน่ากลัวเกินไปแล้วครับ...นี่คนหรือภูติผีกันแน่?”
...เดี๋ยวก่อนซิ!?...ดวงตาเรืองแสงได้ในตอนกลางคืน!!!...เหมือนว่าผมเคยได้ยินมาจากที่ไหนมาก่อน?...
“เอ่อ--...สุริยะโลหิตจะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้างครับนอกจากตาดำเป็นสีแดงเลือดกับสุ้มเสียงที่ห้าวขึ้น?”
“ที่เห็นชัดๆคือความป่าเถื่อนเหี้ยมโหด...มันจะเข้าครอบงำจิตใจส่วนที่เป็นด้านดีไว้หมดสิ้น...คิดเพียงอย่างเดียวคือทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ศัตรูล้มลงตรงหน้าในสภาพที่ไม่อาจจะลุกขึ้นต่อสู้อีกครั้ง”
“ทำยังไงถึงจะเกิดสุริยะโลหิตครับ?”
“...ส่วนใหญ่เกิดจากความโกรธ”
“ความโกรธ?”
“อืม!!...ต้องมากอย่างผิดปกติด้วย...ยกตัวอย่างง่ายๆ...ตาหนูเคยโมโหใครจนอยากจะฆ่าให้ตายหรือเปล่า?”
“ผมไม่...”
“สำหรับผู้ที่มีสุริยะโลหิตในตัวนั่นแหละคือเชื้อไฟ...โกรธเคือง,เคียดแค้นชิงชัง,ผิดหวังโศกเศร้า,มัวเมาหม่นหมอง”
“ไม่เคยเห็นเลยครับผมจึงไม่รู้...พี่แคทกับฝน...”
“สำหรับหนูสองคนนั้นถ้าไม่โมโหถึงขีดสุดก็ไม่เกิดหรอกซึ่งต่างจากลูกสาวป้าที่เกิดขึ้นง่ายกว่าแต่ระดับของสุริยะโลหิตจะพอๆกัน”
“หมายความว่าสุริยะโลหิตของสองคนนี้จะใช้แรงโทสะเป็นเชื้อ?”
“ถูกต้องเลยและถ้าได้เห็นบุคคลอันเป็นที่รักของตัวเองโดนทำร้ายก็จะยิ่งส่งผลมากขึ้นไปอีก”
“มันจะเพิ่มพลังทำลาย...ประเภทว่าช่วยให้หมัดหนักขึ้นด้วยหรือเปล่าครับ?”
“...ไม่นะจ๊ะ...แค่ขจัดความลังเลกับความกลัวออกไปจากจิตใจเท่านั้น”
“อ๋อ!!... เมื่อไม่มีความเกรงกลัว,เมตตาสงสารหรือลังเล...ตั้งใจแน่วแน่ที่จะต่อสู้จึงใช้กำลังออกมาได้อย่างเต็มที่...โจมตีแต่ล่ะครั้งก็จะทำอย่างสุดกำลัง”
“แต่ความน่ากลัวที่แท้จริงไม่ใช่ระดับของสุริยะโลหิตนะ...วิชาการต่อสู้ต่างหากล่ะพ่อบอล...หนูแคทกับหนูฝนฝึกศิลปะการต่อสู้มายาวนานเป็นสิบปีจนมีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้ง...รู้ว่าส่วนไหนในร่างกายคือจุดบอดหรือจุดตายและรู้ว่าโจมตีไปแล้วจะส่งผลอย่างไรบ้างแต่หากใครที่พวกเธอตัดสินแล้วว่านี่เป็นศัตรูไม่ต้องให้รอตะวันเลือดออกมาหรอกจริงไหมจ๊ะ?”
“พวกเธอไม่เคยบอกผมเลย”
“เอ่อ--...ที่ไม่พูดก็คงเพราะว่ามัน...ไม่น่าดูน่ะ”)
“โอ๊ย!!”
“ก็บอกว่าไม่ได้ผลยังไม่เข้าใจอีก...ลูกไม้เดิมใช้ไม่...อั๊ก!!”
“ยังไม่จบหรอก!!”
“เจ้าเด็กนี่!!!”
“ฮึ่ย!!!”
...ในสถานที่แคบๆนี่แขนมีประโยชน์กว่าขาซึ่งฝนก็รู้จึงหาจังหวะล่อหลอกเพื่อรุกเข้าถึงตัวและใช้วิชาบิดข้อต่อแต่พี่แคทไม่หลงกลสะบัดหลุดทุกครั้ง...ที่ป้าเอ็มว่ามันไม่น่าดูนั่นก็เพราะมีเลือดจำนวนมากไปหล่อเลี้ยงอยู่ในส่วนตาดำและส่องสว่างได้หากอยู่ในที่มืดอีกทั้งน้ำเสียงยังเปลี่ยนไปคือห้าวทุ้มไม่ แหลมเล็กอย่างปกติและดังก้องกังวานฟังแล้วน่าเกรงขาม...
“อ๊า~~”
“ฝน!!!”
...แค่ชั่วเดี๋ยวเดียวที่ผมนึกถึงตอนที่คุยกับป้าเอ็มเรื่องของความลับของสุริยะโลหิตฝนก็ถูกพี่แคทจับตัวได้!!!!...
“ความไวนั้นน่ะน่ารำคาญแต่มันจบแล้ว”
“ไม่...ไม่”
“นายหญิงรีบขึ้นมาเร็วๆเข้า...ศิอยู่กับนายท่านค่ะ”
“อึ๊!!”
“ทำให้ฉันเสียเวลาไปมากนะ...เจ้าเด็กนิสัยเสีย”
“!!!!”
...และแล้วพี่แคทก็ทำในสิ่งที่พวกเราไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองคือเธอก้มจูบปากฝนและก็ใช้สันมือตีที่หลังคอน้องสาว...ในหนังประเภทบู๊ดุเดือดผมเห็นบ่อยถ้าโดนฟาดจากบริเวณนั้นก็สามารถทำให้คนเราสลบได้...
“อย่า...อย่านะ!!”
“นอนอยู่ตรงนั้นแหละ”
“บะ...บอล...หนี--”
...ฝนพูดได้แค่นั้นก็ทรุดฮวบหมดสติไปและวินาทีนั้นพี่แคทก็หันขวับจ้องมาที่ผม...ศิจึงตัดสินใจขั้นเด็ดขาดชักปืนออกมาจากเอวแต่ทว่า...
“คนที่จะเอาชนะฉันได้ไม่มีอีก...แล้วทางหนีของแกก็ปิดตัวลงด้วย”
“หยุดเถอะค่ะคุณสุรีย์พรรณ...อย่าให้ดิฉันต้องลำบากใจเลย”
“...............................................”
“!!!”
“ชักช้า!!!”
“ว้าย!!”
“พี่แคท!!!...ศิไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ”
“หุบปาก!!...ฉันจะไม่ละเว้นไอ้อีหน้าไหนที่บังอาจมาขัดขวาง...หือ?”
“ได้โปรดอย่าทำร้ายนายท่าน...ศิขออ้อนวอนคุณสุรีย์พรรณเถิด”
“............................................”
“............................................”
“แกมีความภักดีกับไอ้สารเลวนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ในเมื่อเจ้านายของแกก็มีอยู่?...สิ่งที่พวกแกสามพี่น้องกำลังกระทำคือการทรยศเนรคุณ!!!”
“ไม่...ไม่ใช่นะคะ!!”
“อย่ามาแก้ตัว!!!”
...หลังจากศิโดนแย่งปืนจากมือก็ถูกเตะล้มคมำแต่ยังตะเกียกตะกายคว้าข้อเท้าของพี่แคทพลางอ้อนวอนไม่ให้ทำร้ายผมทว่าหญิงสาวผมยาวไม่ยอมฟังและใช้ด้ามปืนทุบที่ท้ายทอยของศิจนสลบไปอีกคน...
“ไม่มีใครช่วยแกได้อีก...แค่ยืดเวลาออกไปเท่านั้น”
“เอาเลย!!...พี่แคทอยากจะทำอะไรก็เชิญ!!!...ปืนในมือนั่นไงเล่า”
“สำหรับคนอย่างแกน่ะใช้ไอ้นี่สนุกกว่า...อัญเชิญยมทูต!!!!”
...พี่แคทตวาดเสียงดังกึกก้องแล้วกำหมัดสองข้างยกแขนขึ้นเสมอระดับอกพลางพุ่งเข้ามาจับคอด้วยมือซ้ายจากนั้นมันก็เหมือนทุกสิ่งรอบๆตัวสว่างจ้าหรือว่าผมจะถึงแก่ชีวิตแล้วกำลังเดินทางไปสู่อีกโลกหนึ่ง!?...โลกที่มีคุณแม่รัญภรณ์...
....................................................................................................................

“?”
“.....................................................”
“สมุดปกแข็งในเสื้อ...ใครกัน?”
“.....................................................”
“ศศิธร?...ไม่เลว”
“หยุดเดี๋ยวนี้!!!”
“พวกแก!!...ฮึ่ย~~”
“ล็อคคอไว้!!!...ออกแรงเต็มที่ไม่ต้องกลัว”
“ใครสั่งพวกแกมา?”
“กรุณาหยุดได้แล้วค่ะคุณสุรีย์พรรณ!!...เหตุผลของคุณไร้ความชอบธรรมแล้ว!!!”
“มันยังไม่จบแค่นี้หรอก!!...ไร้ความชอบธรรมรึ?...ปล่อยเซ่!!!”
“ต่อให้เก่งแค่ไหนแต่ถูกประชิดตัวล็อคคอล๊อคแขนขาก็ไปไม่เป็น...เมื่อกี้คุณถามใครสั่งมาใช่ไหมคะ?”
“กรอด!!!”
“ก็คุณแม่ของคุณเอง”
“ว่าไงนะ!?”
“ฝน!!...ฝนเป็นยังไงบ้างลืมตาดูแม่สิลูก!?...บอล...บอลตื่นสินี่อาเองนะ!!...พี่เอ็มมาเร็วๆเข้า!!!”
“...แม่”
“ตาหนู!!!...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?”
“ทำไม...ทำไมถึงมาขวาง?”
“เกินไปแล้วนะเจ้าลูกบ้า!!!”
“....................................................”
“จะลืมตาตื่นได้หรือยัง?”
“แม่...ตบพี่...”
“ก็ตบให้ตาสว่างไง!!...มีพี่ที่ไหนในโลกทำร้ายน้องๆตัวเองจนบาดเจ็บหมดสติไปตามๆกันอย่างนี้บ้างหา?...แม่ไม่นึกเลยว่าลูกจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้น่าผิดหวังเหลือเกิน!!!...ความใจเย็นสุขุมรอบคอบมันหายไปไหนหมดแล้ว?...ดูซิ!?...ดูให้เต็มๆตาเลยว่าทำอะไรลงไป!!...ต้องให้ฝนหรือไม่ก็บอลคนใดคนหนึ่งตายไปต่อหน้าใช่มั้ยถึงจะสะใจ!!!”
“คุณแม่เข้าข้างคนผิด!!!...หากบอลเป็นคนซื่อสัตย์เสียแล้วแคทจะมีเหตุผลอะไรไปยุ่ง?”
“จะผิดหรือจะถูกลูกก็ไม่ควรแสดงความป่าเถื่อนอย่างนี้...ปล่อยให้ความเคียดแค้นชิงชังเข้าครอบงำ...แบบนี้จะเป็นตัวอย่างให้น้องได้อย่างไร?...ลืมคำสั่งสอนของแม่หมดแล้วหรือว่าจงเป็นคนใจเย็นทำอะไรให้มีสติกับตัวเสมอ?”
“เพราะแคทให้โอกาสบอลปรับปรุงตัวมานานมากเกินพอและที่คุณแม่พูดก็ใช่ว่าจะไม่ทำตามแต่พอเห็นพี่กุนกับสาต้องเศร้าโศกเสียใจแคทจึงทนไม่ได้”
“แต่อย่างไรลูกก็เป็นคนนอก...ขึ้นชื่อว่าแฟนกันก็ต้องปล่อยให้พวกเขาเคลียร์ปัญหาเอาเอง”
“หนูจะไม่ยุ่งด้วยเลยถ้าไม่ใช่พี่กุน”
“ยังจะเถียงแม่อีก?...นี่ถ้าแม่กับป้ามาไม่ทันแคทตั้งใจจะทำอะไรกับบอลอีกรึ?...จะเอาให้ถึงแก่ชีวิตให้ได้ใช่ไหมแคทจึงจะมีความสุขได้?”
“....................................................”
“ตาหนูๆ...ลืมตามองป้าสิ!!!...ตาหนู!!!!”
“อึ๊ก!!...อือ--
“พ่อบอล!!...จำป้าได้มั้ย?”
“...ป้าเอ็ม”
“โอ้ดีจริงๆหลานรักของป้า~~...พวกเธอมาช่วยพาหลานฉันไปที่รถเร็ว!!!...ศิ...เธอลุกไหวมั้ย?”
“...ค่ะนายหญิง”
“มาฉันช่วย”
“นายหญิง!!...นะ...นายท่านหมดสติไปอีกแล้วค่ะ!!!!”
“ไม่!!...ไม่เอานะอย่าล้อเล่นกับป้าแบบนี้!!!...รีบพาไปโรงพยาบาลเร็วโทรบอกเซคด้วย...จะปล่อยให้ตาหนูเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด!!!!”
“ฝนจะไปรถป้านะคะแม่...พี่แคท”
“ฮึ!!”
“...พี่”
“ท่าทางจะยังไม่หายบ้าเดี๋ยวปล่อยให้แม่จัดการเอง...แคท...เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยละ”
“...............................................”
“หาก...หากพ่อบอลเป็นอะไรไปฉันจะไม่ยกโทษให้หนูแคทเลย!!...นิภา...ต่อไปเธออย่าให้หนูแคทเข้าใกล้พ่อบอลอีก!!!”
“พี่เอ็มพูดอะไรเนี่ย?”
“ที่หลานชายฉันบาดเจ็บหนักอย่างนี้ก็เพราะลูกสาวของเธอไงเล่า!!”
“บอลก็เป็นหลานของภาเหมือนกันนะคะ!!”
“โธ่~~...แม่กับป้าเอ็มอย่าเพิ่งเถียงกันตอนนี้ได้มั้ย?”
“ก็ดูป้าของลูกสิ...เอะอะก็จะเอาแต่โทษแม่”
“เออฉันขอโทษก็ได้พอใจยัง?...บ้าเอ๊ย!!!”
“แล้วคุณเจ้าของหอพักนี่ล่ะ?”
“หนูฝนเอาน้ำสาดให้ฟื้นก็พอเพราะมันสมกับความเค็มของยัยนี่แล้ว”
..........................................................................................................................................

“..............................................”
“ฟื้นแล้วหรือลูก?”
“ป้าเอ็ม...ที่นี่...”
“ห้องพิเศษที่โรงพยาบาลจ้ะ”
“...โรงพยาบาล?”
“นายหลับไปเกือบสามชั่วโมงเชียว”
...สามชั่วโมง!?...นี่ผมหลับไปนานขนาดนั้นเลยหรือแต่นึกว่าจะต้องตายซะแล้วสิ...อ๊ะ!!...ผมฝันเห็นแม่รัญภรณ์และได้คุยกับท่านด้วยล่ะ!!!...ท่านดูมีความสุขสีหน้าก็ยิ้มแย้มแล้วสั่งให้ผมกลับไปสะสางปัญหาซะเพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่ผมจะอยู่ที่นี่...
(หมายความว่าคุณแม่ช่วยชีวิตเรา!?)
“อุ๊บ!!”
“ตาหนูปวดท้องเหรอ?”
“มันปวดเสียดๆครับ”
“นอนพักสักคืนก็คงหาย”
“แล้วเธอเป็นไงมั่ง?”
“เล็กน้อยจ้า!!...ไกลหัวใจตั้งแยะ”
“แล้วเศกล่ะครับ?...ศิด้วย”
“อยู่ห้องข้างๆนี่แหละ...เศกกระดูกซี่โครงหักสามซี่น่ะส่วนยัยศิ...ศุกร์เพิ่งพาไปห้องเอ็กซ์เรย์เพราะบ่นปวดขามาก”
“ฝนต้องขอโทษป้าเอ็มกับบอลแทนพี่แคทด้วยค่ะ”
“เฮ้อ!!...ทั้งที่ป้าอุตส่าห์ตักเตือนแล้วว่าอย่าปล่อยให้สุริยะโลหิตเข้าครอบงำจิตใจก็เพราะกลัวเหตุการณ์ร้ายอย่างวันนี้จะเกิดขึ้นไง...ไม่เห็นนิภาโกรธขนาดนี้มานานมากๆเลย”
“หากป้อรู้ก็จะพลอยผสมโรงโกรธไปด้วยอีกคนแหงๆ”
“เพราะกลัวกันว่าพี่เราจะเป็นเหมือนห้าปีก่อนใช่ไหม?”
“จ้ะ”
“รุ่นป้าน่ะเทียบกับรุ่นหนูไม่ติดเลยจริงๆนะ”
“แต่ตะวันเลือดครั้งนี้ของพี่แคทยังมีเมฆมาบดบังอยู่บ้างค่ะ”
“ฮ้า!?...นี่ยัง...ไม่ถึงที่สุดเหรอ?”
“เดี๋ยวๆๆ...เมฆบังอะไรกันหรือฝน?”
“แค่คำเปรียบเทียบเฉยๆ”
“หมายความว่าเกิดความลังเล...อ้าวว่าไงจ๊ะ?...เหรอจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
“?”
“ตาหนูเพิ่งฟื้นก็อย่าขยับตัวกับคิดอะไรมากเลย...พักผ่อนเยอะๆ”
“ครับ”
“พบใครคะ?”
“...คุณหมอจ้ะ”
“อ๋อ!!”
“.............................................”
“ฉันจะเฝ้านายเอง...อยากให้ทำอะไรก็บอกมาได้”
“เธอก็พักซะบ้างเถอะ”
“ฝนไม่เป็นไรหรอก”
“...สารู้เรื่องหรือยังนะ?”
“มาเยี่ยมตอนบอลหมดสติเมื่อสักครู่ใหญ่แล้ว”
“เฮ่!?...มาแล้วรึ?”
“อื้อ!!...แต่มาไม่นานหรอกเพราะป้าเอ็มคอยกันท่า...น้องอ้อยก็มาแถมพี่กุนกับคุณลุงยังโทรถามอาการด้วยละ”
“ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี...ขอโทรศัพท์หน่อย”
“เอ้า!”
“............................................”
“...ฝนกดให้มั้ย?”
“ฉัน...ฉันไม่กล้า...”
“............................................”
“............................................”
“เอางี้...ถ้าบอลยังไม่สบายใจกับไม่รู้จะพูดอะไรงั้นก็ฟังสิ่งที่ฝนจะเล่าต่อไปนี้ก่อนแล้วกัน...เกี่ยวกับที่พี่แคทไม่รู้...ไม่สิ!!...จงใจจะทำเป็นไม่รู้ต่างหาก”
“?”
.................................................................................................................................

“แคทก็บอกคุณแม่ไปแล้วไงคะ...ถ้านายบอลไม่ได้คบกับพี่กุนและเขาจะไปมีผู้หญิงอีกสักกี่คน...แคทจะไม่ยุ่งไม่สนใจแต่ขอเกลียดชังไปจนวันตาย”
“...ตรงข้ามกับน้องเราเลยแฮะ...เด็กนั่นนับวันก็ยิ่งชอบบอลมากขึ้นๆ”
“ไม่เข้าใจเลยสักนิด...ไอ้ผู้ชายคนนี้มันมีอะไรดีตรงไหนถึงได้มีผู้หญิงมารุมรัก?...เจ้าชู้หัวดื้อแถมปากเสียอีก”
“หนูไม่รู้จริงๆเหรอ?”
“...ไม่รู้ค่ะ”
“ไม่อ่ะ!...แคทรู้แล้ว”
“.............................................”
“แม่ขอโทษที่ตบหน้าหนูแต่มันก็เป็นวิธีเดียวกับที่ยายของหนูใช้กับแม่น่ะ”
“ได้ผลชะงัดเลย”
“แต่แม่แปลกใจที่ตะวันเลือดดับง่ายเหลือเกิน...เวลานั้นลูกสับสนอยู่เหรอ?”
“...ประมาณนั้นค่ะ”
“งั้นก็ใช่แล้ว!!...ฝนบอกแม่ว่าระหว่างต่อสู้เราจงใจทิ้งโอกาสที่จะทำร้ายบอลให้บาดเจ็บสาหัสไปถึงสองครั้ง”
“คุณแม่เชื่อ?”
“อื้อ!!...เชื่ออย่างสนิทใจด้วยจ้ะ...ครั้งแรกคือแคทจงใจทิ้งดาบคงโมเคียวไว้โดยไม่ไปแตะต้องอีก”
“เพราะมันหลุดจากเอวหนูไปแล้วก็สู้ติดพันกับฝนจนหยิบมาไม่ได้ต่างหากค่ะ”
“เหรอ?...แล้วครั้งที่สอง...รอยฝ่ามือที่สมุดจะอธิบายยังไง?”
“นั่น...”
“ที่ทำให้บอลสลบไปแคทใช้อัญเชิญยมทูตใช่มั้ย?”
“...........................................”
“มันไม่ใช่เลย...อัญเชิญยมทูตที่สันต์สอนลูกไม่ใช่การใช้ฝ่ามือแต่เป็นหมัดต่างหาก...หมัดซ้ายขวาที่โจมตีทั่วร่างของศัตรูหลายสิบครั้ง”
“...หนูเปลี่ยนใจในเสี้ยววินาทีสุดท้าย”
“แคทลังเลใจสินะที่เห็นบอลปกป้องฝนและมีผลให้สุริยะโลหิตกลายเป็นเพลิงพิโรธที่ลุกโชนไม่สมบูรณ์!?”
“...เมฆดันมาบังซะได้”
“หึๆๆ...ลูกแม่ยังมีน้ำใจให้บอลอยู่...ตะวันเลือดถึงได้สลายไปอย่างรวดเร็วแต่ยังไงสองสามวันนี้ก็อย่าเพิ่งออกไปไหนเลยนะจ๊ะ...อยู่แต่ในบ้านดีกว่าเดี๋ยวจะหาว่าสุดสวยไม่เตือน”
“...........................................”
“อ้อ!!...มีอีกเรื่องนึงที่แคทควรจะรู้ไว้”
“?”
.....................................................................................................................

“เจ๊ไม่มีเจตนาจะเอาชีวิตใครเลยตั้งแต่แรกและนี่คือหลักฐาน”
“สมุด...สมุดจดของฉันทำไม?”
“ดูให้ดีๆ”
“รอยยุบรูปมือ!?”
“ที่บอลสลบไปก็เพราะเจ้านี่...อัญเชิญยมทูต...ท่าไม้ตายที่พี่แคทจะปล่อยพลังกำปั้นได้รุนแรงที่สุด”
“ไม้ตาย...อัญเชิญยมทูต...กำปั้น”
“แต่รอยที่สมุดนี่เป็นฝ่ามือใช่มั้ย?...อัญเชิญยมทูตจะมีอานุภาพสูงสุดเมื่อกำหมัดต่อยออกไปฉะนั้นพอเปลี่ยนเป็นฝ่ามือพลังทำลายจึงลดลงนั่นแสดงว่าพี่แคทไม่ต้องการให้บอลเจ็บหนัก”
“ขนาดส่งฉันนอนโรง’บาลเนี่ยนะไม่หนัก?”
“อ่า--...ที่จริงไม่ต้องนอนก็ได้แต่ป้าเอ็มขออนุญาตคุณหมอเป็นพิเศษ”
“เพราะอะไร?”
“ก็เพราะ...บอลถูกน้าเย็นไล่ออกจากหอพักแล้วน่ะสิ”
“ล้อเล่นน่า!?”
“เป็นความจริง”
“ป้าเอ็ม”
“แต่ไม่ต้องกังวลจ้ะ...ป้าจะหาที่อยู่ที่ดีกว่านี้ให้พ่อบอลเอง...อือ--”
“มีอะไรอีกครับ?”
“ฟังนะจ๊ะ...คุณแม่...ย่าของพ่อบอลน่ะต้องการให้พ่อบอลย้ายออกจากบ้านและห้ามมีอะไรกับแฟนจนกว่าจะเรียนจบ”
“ฮ้า!!?”
“............................................”
“จะไม่มากเกินไปหน่อยเหรอ?...ผมไม่เคยคิดจะไปข้องแวะกับคนที่นั่นและพวกเขามีสิทธิ์อะไรมาห้าม?”
“สิทธิ์ในฐานะปู่กับย่าของบอลไง”
“ฝน?”
“กำพืดของตัวเองเปลี่ยนแปลงได้เรอะ?...ต่อให้หนีไปจนสุดขอบโลกแต่เลือดที่ใหลเวียนอยู่ในร่างของนายก็เป็นของวิษณุมนตรี...หัดเปิดตามองเสียบ้างอย่าเอาอคติส่วนตัวใช้ให้มันมากนักเลย”
“ฉันเปล่ามีอคติ”
“มีอยู่ชัดๆ”
“ก็บอกว่าไม่!!...ฉันแค่ไม่อยากจะอีนังขังขอบอะไรด้วยเท่านั้น”
“นั่นแหละที่เรียกว่ามีอคติ”
“............................................”
“พี่กุนกับสารวมทั้งหนูอ้อยก็ยอมรับเงื่อนไขแล้ว”
“อะไรนะ?”
“ยังไม่เข้าใจเรอะ?...ที่ทั้งสามยอมตกลงก็เพื่อไม่ให้ตกเป็นข้อครหาและเป็นการทดสอบไงเล่า...หลานสะใภ้ของวิษณุมนตรีจะต้องมีความประพฤติที่ดีและเป็นที่ยอมรับของทุกคนในตำบลโยนกจัตุรัสฉะนั้นการมีอะไรกันทั้งที่ยังเรียนอยู่กับยังไม่เข้าพิธีแต่งงานจึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้”
“หนูฝนพูดถูก...หากเรียนจบแล้วบรรลุนิติภาวะแล้วก็จะไม่มีใครว่าได้หรอกจ้ะ...แค่สองปีกว่าๆเองถ้าทนไม่ไหวหรือใจเร็วด่วนได้ก็ไม่สมควรแต่งเข้าเป็นสะใภ้และถึงเวลานั้นป้าจะค้านหัวชนฝาแบบยอมตายกันไปข้างเลย”
...หมายความว่าต่อไปนี้ผมจะไม่สามารถเล่นเสียวกับสามสาวทั้งกุน,สาและก็น้องอ้อยได้จนกว่าจะสำเร็จการ ศึกษา!?...แต่...แต่กับสาวอื่นล่ะ?...ฝนอยู่ในห้องด้วยผมเลยไม่กล้าถามป้าเอ็มจึงได้แต่ปิดปากเงียบ...
(ไว้รอถามเธอตอนอยู่กันตามลำพังดีกว่า)
“ต่อให้อายุ 20 บรรลุนิติภาวะแต่ยังเรียนไม่จบก็ไม่ได้”
“ห้ามจ้ะ!”
“ผมสลบไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เล่นตัดสินใจกันเอาเอง...ไม่คิดจะรอกันบ้างเลย”
“บ่นอะไร?...บอลก็ยังกลับไปบ้านนั้นได้นี่นาหรือจะชวนแฟนออกมาเที่ยวก็ได้แต่อย่ามีอะไรกันเท่านั้นเป็นพอ...อ้อจริงด้วย!!...ยังไม่ได้บอกว่าถ้าฝ่ายไหนผิดเงื่อนไขที่ตั้งไว้จะเป็นยังไง?”
“?”
“ก็อย่างที่หนูฝนพูด...จะชวนไปเที่ยวไปดูหนังหรือซื้อของทานอาหารก็ไม่ถือว่าผิดกติกาแต่ห้ามไปนอนค้างอ้างแรมแอบทำอะไรไม่เหมาะสม...หากละเมิดเงื่อนไขก็จะถูกตัดสิทธิ์ห้ามคบหากันอีกต่อไปและพ่อบอลต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ทางตระกูลหาให้”
“ไม่เอาครับ!!!!”
“...งั้นรึ?”
“ให้ไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้เรื่องอะไรที่ผมจะยอม?”
“...........................................”
“ก็ทำให้ได้ล่ะกัน...อ้อ!!...สิ้นปีกลับโยนกจัตุรัสได้แล้วนะจ๊ะ”
“ทำไมผมต้องไป?”
“แน่ะ!...รับปากกับป้าไว้ว่ายังไง?”
“อุ!!”
(เรื่องของเรื่องคือที่บ้านพักตากอากาศเราดันเผลอรับปากป้าเอ็มไปเสียได้!!!)
“ต้องกลับไปนะ...กลับไปฟังความจริงในวันที่รัญภรณ์เสียชีวิต”
“มันยังมีความจริงเหลืออยู่ตรงไหนอีกครับ?”
“ที่แล้วมาบอลเข้าใจคุณปู่คุณย่าผิดหมด”
“ผิดอะไร?...ก็ฉันเห็นกับตาตัวเองว่า...”
“แม่รัญภรณ์โดนคุณตาผลักตกจากบันไดจนเสียชีวิต...จะบอกอย่างนี้ใช่มั้ย?”
“ใช่!!... ก่อนที่แม่จะตายฉันกอดท่านไว้แน่นและคำสั่งเสียสุดท้ายคืออย่าโกรธแค้นปู่เขาเลยนะลูก...นี่คือคำพูดที่แม่บอกฉันก่อนจะสิ้นใจฉะนั้นฆาตกรที่ฆ่าแม่ก็คือ...”
“ผิดแล้ว!!!...คุณตาไม่ใช่ฆาตกรแต่มันเป็นอุบัติเหตุ...กลับบ้านเกิดสิแล้วจะมีคนบอกนายเอง”
“ใคร?”
“พยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนั้น...เขารับปากกับป้าเอ็มแล้วว่าจะเล่าทุกอย่างให้นายรู้และจะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้คุณตากับคุณยายด้วย”
“เขา...เขาเป็นใครกัน?”
“อดีตคนใช้ในบ้านจ้ะ...อายุ 70 กว่าแล้วแต่ยังจดจำเหตุการณ์ได้...เขาไปอยู่ระนองหลายสิบปีแต่สิ้นปีนี้จะมาร่วมงานเลี้ยงที่โยนกบูรพา...พ่อบอลต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้เลย”
“โอกาสนี้เปรียบดังกุญแจที่จะเปิดหีบแห่งความจริงเมื่อเกือบสิบปีก่อน...มันจะช่วยขจัดความคลาดเคลื่อนและความระแวงสงสัยในใจของบอลนะ”
“...............................................”
..................................................................................................................................

“พี่เชน”
“จ๋า~~”
“ไหนบอกจะไปเยี่ยมพี่บอลไง?...ขวัญรอนานแล้วนะ”
“อีกแป๊บนึงๆ”
“มัวทำอะไรน่ะ?...อุ๊ย!!...มัวแต่ดูหนังโป๊อยู่นั่นแหละ”
“นี่ไม่ใช่หนังโป๊ทั่วไปนา--”
“ยังไง?”
“ดูหน้านางเอกสิ...คุ้นๆมั้ย?”
“อือ--...ดูคล้ายคุณแม่?”
“น้องขวัญก็เห็นด้วยใช่มะ?”
“แต่ภาพไม่ค่อยชัดเลยนะคะ”
“ของเก่าเมื่อสิบปีก่อนก็อย่างนี้แหละแต่ถ้าเป็นคุณแม่จริงๆจะว่าไงนะ?”
“ไม่ มีทาง!!...ถึงเมื่อก่อนแม่จะเคยเป็นนางแบบปฏิทินกับถ่ายรูปลงหนังสือแฟชั่นแต่ไม่มีทางรับงานเล่นหนังลามกเกรดต่ำอย่างนี้หรอก!!!...ดูสิ...ผู้หญิงถูกผู้ชายรุมตั้งสามคนแน่ะ”
“แต่พี่ดูยังไงก็คุณแม่ชัดๆน๊า~~”
“พอเถอะรีบไปโรงพยาบาลได้แล้ว!...ดูนานเดี๋ยวก็เดือดร้อนขวัญอีก”
“จ้ะๆๆ”
“ไม่รู้บ้านนั้นเกิดอะไรขึ้นอีก?...พักนี้มีแต่เรื่องไม่ดี...แล้วตอนนี้คนที่รอชุบมือเปิบก็คือยัยจอยเพราะเอาแต่ซุ่มเงียบตลอดเลย”
“อืม--...พี่จะต้องรู้ให้ได้เลยว่านั่นใช่คุณแม่จริงหรือเปล่า?”
“หา!?...นี่ยังไม่เลิกคิดเรื่องทะลึ่งอีกเรอะ?”
“โอ๊ยเจ็บ!!!”


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ