เรื่อง สั้น นวนิยาย ผจญ..ตอนที่ 1 บทที่ 1 เบิกไพร..แว่น...By…areja..

เรื่อง สั้น นวนิยาย ผจญ..ตอนที่ 1 บทที่ 1 เบิกไพร..แว่น...By…areja..

  • 1 ตอบ
  • 9337 อ่าน
*

ออฟไลน์ areja

  • Global Moderator
  • *****
  • 11836
  • 21141
  • เจ้เตือนแล้วนร้าว่า อย่าสดๆ
    • ดูรายละเอียด
[align=center]............... .เรื่อง สั้นนวนิยาย ผจญ..ตอนที่ 1 บทที่ 1 เบิกไพร..แว่น...By…areja.. [/align]................เรื่องนี้เสียวน้อยนร๊า..บอกกันไว้ก่อนจ๊ะ ตั้งใจทำไว้แบ่ง เป็น 4 ตอนตอนละ 4บทบ้าง 2 บทบ้าง แล้วจะค่อยๆทยอยเอามาลงให้นะคะ เพราะ ปั้น ตอน 1 ส่งเข้าร่วมกิจกรรมบอร์ดหนึ่งแล้ว ก็ยังไม่จบดี แต่ ก็เขียน ตอน 3 เข้าร่วมกิจกรรมด้วยจึงทำให้แยก ภาคแบ่งตอนกันไป แว่น เลยกำลังค่อยๆ ทยอย ปั้นเรื่อง เอามาเชื่อมกันนะคะ ตามกันไปเรื่อยๆ นะคะ ถ้าใครชอบ แนวนี้นะ.. “ เรา.” มาตามกันว่าเนื้อหาเป็นเช่นไร แว่นจะแบ่งลงที่ ละบทๆ นะคะ หาก อักษร หรือ ถ้อยคำใดๆ ในเนื้อเรื่อง ผิดพลาด แว่น ขออภัยมา ณ. ที่นี้ด้วยนะคะ..(18/9/2555 )..
[align=center][/align]                 

[align=center][/align][align=center][/align]................แรงกระทอก กระแทก ทำให้กายหญิงสาวสั่นเทิ้ม ตุ่มขนเกรียวลุกกราว ร่างเกร็ง ช่องลืบบีบรัด ท่อนเอ็นแน่นตอดซ้ำแล้วซ้ำอีก กับ น้ำกามขุ่นข้นคาวที่พวยพุ่งอัด ผนังมดลูก ร้อนท้องอุ่นวาบไปทั้งโพรง ท่อนเนื้อกระดกฉีด ฉีด ฉีดลำขยายพองดุ้น ฉีด ฉีดฉีดจนเยิ้มท้วมออกขอบจีบช่องเสียว ของ หญิงสาว ทั้งสองกอดรัดกันแน่นเนินนานเกินกาลเวลาสุขใดๆอาอา อ้าว ว ว ...
บทที่1 เบิกไพร
................เพลาหนุ่มนักเรียนนอก วัย เบญจเพส รีบก้าวขึ้นรถที่ พี่สาว กาล จอดรับพร้อมเสียงแตรรถแท็กซี่ป้ายดำเจ้าถิ่นบีบไล่หลัง รถออกตัวด้วยอาการฉุนเฉียว และ อารมณ์โมโห ของหญิงสาว เธอบ่นไปตลอดทาง.. เพลา ลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ และ ต่อเครื่องสายการบินภายในประเทศมาลงที่ จังหวัดบ้านเกิดญาติที่เหลือเพียงคนเดียวมารับ เขา กาล หญิงสาวอายุ 30 ปีผู้มีความมั่นใจและ ฉลาดจนสามารถประครองกิจการ ของ ครอบครัว หลังคนอันเป็นที่รัก สูญเสียไป เธอ ก็ส่งน้องเรียนต่อ ในสาขาที่เขารักจนจบปริญญาตรี ปริญญาโท และ เรียนต่อ ปริญญาเอกอยู่ เพลา เรียนด้านโบราญวัตถุ ด้วยชอบ และ รักการผจญภัย และ หลงใหลในวัตถุโบราญขณะเรียน เข้าบุกป่าตระเวนไปทั่วแหล่ง ผจญภัย ที่ได้ยินว่ามีสมบัติล้ำค่าอยู่ เขาไม่ได้ยินดีในราคา ของ สิ่งที่จะพบ แต่ เขา หลงใหลอดีต ของ วัตถุนั้นๆ ต่างหาก เขากลับมาเพื่อพักร้อนระยะสั้นๆ โดยพาเพื่อนร่วมเรียนชาวต่างชาติที่สนิทมาด้วยหนึ่งคน มาเรีย สาวลูกครึ่งอิสราเอล กับปาเรสไตน์ เธอ ขาวหน้าเนียนผิวออกสีชมพู คิ้วคมเข้ม ตาโตสวยเหมือนแขกขาวทั่วไปปากเรียวบางรับกับจมูกโด่งเล็กๆ เรือนร่างสวยระหงส์หุ่นนางแบบ ของที่มีก็สมส่วนได้รูป เดินไปไหนใครก็ต้องเหลียวกับมามอง... เธอ ขอ เพลามาเที่ยวด้วย เพราะชอบ และ ได้ยินถึงเมืองไทยมานานแล้วอีกทั้งเที่ยวนี้ เพลามีกิจกรรมใหญ่ที่ต้องอาศัย เธอ ด้วย.... กาล พอรับช่วงต่อจากครอบครัวก็โหมงานทำไม้ กิจการสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ต่างหน้าพ่อ- แม่ เธอ มีทั้งไร่สัก และไม้พยุง แล้วก็ไม้ยืนต้น อีกนับพันไร่ และ กิจการส่งออกไม้ซุงไม้แปรรูปออกนอกประเทศ เธอ ปลูกเพื่อขาย และ ส่งออก เธอ มีโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์เพื่อ ผลิตขายในประเทศ และ ต่างประเทศบางครั้งถ้าไม้โตไม่ทันขนาดที่ต้องการก็ต้องซื้อจากแหล่งปลูก อื่นๆ ในภาคเหนือเพื่อ นำมาผลิตถ้ามีลูกค้าสั่งมามากๆ เธอ เป็นหญิงเข้มแข็งเก่งแกร่งจนไม่กล้ามีหนุ่มใดมาจีบความสูงแค่ 162 เซนติเมตร อก 34 เอว 22สะโพก 35 นับว่าดึงดูดสายตาคนที่พบพานใช่น้อยแถมวงหน้าได้รูป แบบหญิงไทยในวรรณคดี และ ฉลาดปราดเปรียวแบบสาวมั่นยุคใหม่.. เพลาหนุ่มทรงทหารร่างสูงโปร่ง หนุ่มนักนิยมไพร ตัวกลั่นซึ่งหลงใหลชื่นชมวัตถุโบราญดั่งชีวิต..รถเคลื่อนมาจอด ณ. ปางไม้อันเป็นแหล่งพักไม้ที่ เป็นทั้งแหล่งกล้าพันธุ์ และที่แปรรูปไม้ด้วย ตัวเรือนพักทรงไทยประยุกต์หลังโตด้านบนเป็นเรือนไม้สักทั้งหมดด้านล่างเป็นหินอ่อนแบ่งทำเป็นห้องต่างๆ ตัวเรือนตั้งอยู่หลังปางไม้ห่างออกมาร่วม 100เมตร เพื่อสะดวกแก่การควบคุมดูแล และ บริหารกิจการที่นี่มีปศุสัตว์ขนาดไม่น้อยอีกด้วย มีเลี้ยงทั้ง วัวนม วัวเนื้อ แกะ แพะแล้วก็สวนผักผลไม้ ที่ให้คนงานดูแลอีกหลายไร่ เพื่อ ให้คนงานเอาไว้บริโภค และขายบ้างบางส่วน ถ้าผลิตผลปีใดออกมากเหลือเกินบริโภค โดย เอา เงินที่ขาย มาเป็นทุนและ แบ่งผลกำไรในรูปของ ปั้นผล แก่ คนงาน.. ไร่ขนาดใหญ่ แห่งนี้ล้วนเป็นสิ่ง ที่กาล ต้องดูแลเพียงลำพังมา โดยตลอด โดยอาศัย คนงานเดิมเก่าแก่แทบทั้งสิ้น..

..นมเนย “ แม่เลี้ยง กระเป๋าคุณแหม่ม นมเนยเอาไว้ที่ห้องข้างแม่เลี้ยง ที่จัดเตรียมไว้แล้วนะคะเชิญรับประทานอาหารเย็นได้แล้วคะ นมเนย เตรียมสำหรับเสร็จแล้วคะ..”..เธอ รายงานให้ทั้งสามคน ที่นั่งสนทนากันอยู่ในห้องรับแขกทราบ..
..กาล “ จ๊ะ ขอบใจจ๊ะ นมเนย เตรียม ของ โปรดตาเพลา ไว้แล้วซินะ พ่อยอดรักกลับมาแล้วนี่ ..”..เธอสัพยอกแม่นมเนย สาววัยแซยิด ที่เป็นคนเก่าแก่ ของ ตระกูล..
..นมเนย “ แหม่ แม่เลี้ยงก้อ ก็คุณหนูไปซะหลายปีนี่คะ นมเนย ก็เลยจัดของชอบซะเต็มโต๊ะเลย..”..เธอตอบพร้อม โอบมือไปด้านหลังที่ นายคนเล็กกอดอยู่ด้านหลัง และลูบมือบนศีรษะชายหนุ่มด้วยความรักใคร่เอ็นดู..
..เพลา “ จุ๊ฟๆ นี่แนะหอมซะให้ชื่นใจเลย..”..เขา แสดงความรักเคารพด้วยการหอมแก้ม นมเนย คนที่เลี้ยง และ ตามใจ เขาเสมอมาตั้งแต่ เขา ยังเล็ก..

................
ทั้งหมดรวมทั้งนมเนย นั่งร่วมโต๊ะอาหาร ต่างถามสุข-ทุกข์ ต่างๆ จนเวลาล่วงคล้อยเกือบเที่ยงคืนจึงแยกกันไปนอน..ห้อง มาเรีย ซึ่งอยู่ติดกับห้อง ของ กาล ส่วนห้อง เพลาอยู่ด้านหลังสุด ของ ตัวเรือน เพราะ มีเนื้อที่ติดป่า เขา หลงใหลกลิ่นไอกลางคืนของ ป่าที่พัดโชยเข้ามาในห้องนี้ ตั้งแต่ เขา ยังเด็กๆ.. เขา กลับมาเกือบอาทิตย์ตระเวนไปตามบ้านเพื่อนเก่า และ ผู้ใหญ่ ที่เครารพหลายคนวันนี้ เขา แวะ บ้านพรานชาติ คนเก่าแก่ที่ร่วมสร้างปางไม้กับรุ่นปู่ ของ เขา และ พอมีครอบครัวพรานชาติ ก็ขอแยกออกมาทำอาชีพเดิม คือหา ของ ป่าทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรนานาสรรพคุณ หรือเหล่าสัตว์หายากที่มีมากมายทางป่าติดฝั่งตะวันตก ของ ประเทศไทย แต่ พออายุมากขึ้นแก ก็ไม่ล่าสัตว์ใหญ่ แต่ ก็ยังออกป่าเสมอ โดยมีลูกหลงลูกสาวนอกความคาดหมายที่บังเอิญเกิดมายาม เขา อายุมากแล้ว.. กาหลงเด็กสาววัย 18ปี เป็นคนติดตามเข้าป่าเสมอ และ ปล่อย นางนวล สาวรุ่นอายุห่างเกือบ 20ปีที่ได้มาเป็นเมียเฝ้าเรือน.. เมื่อพอมี กาหลง เกิดมา แกก็หยุดฆ่าสัตว์ใหญ่ แต่ ก็ยังยึดอาชีพเดิม มีชาวเมืองมาจ้างแก พาเดินป่าเสมอๆ เพลาสมัยเด็กๆ ก็มักคลุกอยู่กับ พรานชาติ และ ขอติดเข้าป่าไปเสมอถ้า พรานชาติไม่บุกไพรลึกเกิน วันนี้ เขา มาหา เพื่อ เอาของฝากเหล้าขาวจากต่างประเทศลังหนึ่งมาให้ พร้อม เสื้อผ้าอีกมากมาย และ จะมาปรึกษาเรื่องเข้าป่าไปตามหาฝัน เขา เรียนอยู่อังกฤษแล้ววันหนึ่งเกิดเดินไปร้านของเที่ยวป่าเพื่อหาดูของใช้ที่ถูกใจ แต่ได้ไปสะดุดเข้ากับ แผนที่หนังผืนหนึ่ง ที่โชว์ไว้ในตู้กระจก เขา พิจารณาดูจึงพอมองออกว่าเป็นภาษาไทยโบราณ เขา ขอเจ้าของร้านดู ในลายแทงนั้น เป็นภาษาไทยสมัยพ่อขุนฯจริงๆ แต่ จะใช้สลับไป-มากับภาษาพม่ายุค 400 ปีก่อนระบุว่าเป็นลายแทงสู่นครหลงเป็นที่ๆ มีสมบัติมากมาย อายุนครแห่งนี้นับ 1000 ปีโดย กลุ่มผู้เขียนลายแทงนี้ เป็นนายทหารพม่าที่หลงทาง เข้าไปพบ และ มีเชลยชาวไทยที่เป็น พรานป่า แต่ อาสาเข้าเป็นทหารอโยธยารบกับ พม่า เมื่อหน่วยพ่ายศึก จึงโดนจับต้อนมาเป็นเชลย ได้ เขียนไว้ ให้แม่ทัพผู้นั้น มังมหานรธา และ เขา ได้นำสมบัติกลับมาบางส่วน หาก แต่ยังไม่พ้นเขตป่า ทหารก็เกิดโรคระบาดล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุ.. แม่ทัพพม่าก็แถบเอาชีวิตไม่รอด จึงเอาสมบัติมาเท่าที่พอเอาออกมาได้..อีกส่วนแอบฝังซ่อนไว้ในฝั่งป่าบริเวณนั้น ก่อนกลับมาทำศึกกับไทยต่อ และก็ไม่ได้มีโอกาสหวนกลับไปเอาสมบัตินั้นอีกเลยจนสิ้นชีวิต.. ลายแทงนี้ ถูกชาวอังกฤษ ที่เข้าไปทำสัมปทานไม้ สมัยก่อนอังกฤษล่าเมืองยึดเมืองพม่าเป็นเมืองขึ้น โดย พรานกระเหรี่ยงวัยกลางคน คนหนึ่ง นำมาขายให้ชายชาวอังกฤษคนนั้น แล้ว เขา นำกลับมาด้วย โดย เจ้าของร้านบอกชาวอังกฤษคนนั้นพยายามจ้างพรานตามหา แต่ ก็ไม่อาจค้นพบแหล่งฝังสมบัตินั้น จนหลายครั้ง และจังหวะเดียวกัน กับ พระเจ้ามินดง องค์กษัตริย์ผู้ปกครองดินแดนพม่าขณะนั้น เริ่ม ไม่พอใจชาวอังกฤษจึง พยายามขับอังกฤษ ออกจากประเทศ ประเทศอังกฤษ จึงได้ตลบคมยึดพม่าเป็นเมืองขึ้นแบ่งเขตหากินอิสระ ณ บัดนั้น โดย ยึดด้านล่างทางใต้ ของประเทศส่วนด้านบนทางเหนือ ก็ยังเป็นที่ทำกิน ของ ชนชาติพม่า โดย ระบบกษัตริย์ก็สิ้นสุดลง โดยนายพลอู ออง ซาน เรียกร้องอำนาจ คืน แก่ ชาว พม่า ทำสนธิสัญญาปางซาง ขึ้นพออักฤษ ออกไปแล้วนายพลเน วินก็นำกำลังปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลนายพลอู ออง ฉีกสัญญาปางซางทิ้ง และ สังหารนายพลอูออง ซาน ด้วยโดยเหตุผล แผ่นดินพม่าจักต้องปกครองโยคนพม่า กลุ่มชาติพันธ์ หรือชนกลุ่มน้อยจะมามีส่วนร่วมไม่ได้ ณ.ตอนนั้นเป็นต้นมา พอถึง นายพลตาลฉ่วยที่สืบทอดเจตนาทางทหาร ของ นายพลเน วิน ทำให้ ประชาชนชาวพม่าเรียกร้องเอาประเทศคืนมาจากรัฐบาลทหาร แต่ อนิจจัง พอจะเลือกตั้งแบบนานาประชาชาติ ทหารก็ยึดประเทศ โดย ทหารอ้างว่า เพื่อความเข้มแข็ง และ เป็นเหตุให้ พม่า ปกครองโดยทหาร มาตลอด จนบัดนี้ ส่วนลายแทงนี้ พอเจ้าของนำกลับมาประเทศอังกฤษไม่นานก็เสียชีวิต ลูกหลาน ก็นำมาขาย โดย ไม่สนใจในสมบัติอะไรในลายแทง แต่เห็นได้ราคาว่าเป็นหนังสมัยโบราณ จึงเอามาขายให้ทางร้าน เจ้าของร้านก็รับซื้อไว้ด้วย เคยนับถือ เจ้าของลายแทงคนเดิม ซึ่งมักนำ ของ เก่าจากแหล่งต่างๆ ที่ เขาเข้าไปทำไม้มาขายให้ประจำสมัยมีชีวิตอยู่ เพลา เมื่อฟังจบก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอกลับมาเกสเฮาส์ คืนนั้น เขา ก็ฝันแปลกๆ มีเสียงดนตรีโบราณ และ ผู้คนสวม ชุดโบราญ มากมาย มีเมืองใหญ่ดั่งเนรมิต ท่ามกลางป่า ผู้คนหน้าเครียดอมทุกข์ เขาสะดุ้งตื่น และ ทบทวนสิ่งที่เห็น และ ได้ยินในฝัน พอเช้า เขาก็รีบกลับไปซื้อแผนที่นั้นมา เขา ฝัน ซ้ำๆ อีกหลายคืน.. จนพอจังหวะเป็นช่วงพักร้อน ของ ทางมหาลัยฯ ไม่มีเรียน เขา จึงกลับมาประเทศไทย เพื่อแก้ความสงสัยนั้น ..

..เพลา “ ตกลง อีกสองวัน ผม จะมาหา และเริ่มเดินทางกันเลยนะ ลุงชาติ จัดหาลูกหาบไว้ด้วยหละกัน..”..เขากำชับ เมื่อ เล่าที่มา-ที่ไป และ ความขุ่นข้องใจใน นิมิต ตลอด ระยะ เวลาที่ผ่านมา..

................
แม้เมื่อแรก พรานชาติ จะทักท้วงว่า เขา เดินป่าแทบชายแดนนี้มาจนปรุไม่เคยได้พบสถานที่ ที่กล่าวไว้ ในลายแทงเลย แต่ มีเพียงจุดแรกเท่านั้นที่บอกไว้ในแผนที่ ว่า เผ่าคะเยิ่น กระเหรี่ยงไพร เป็น หมู่บ้านแรกที่จะเป็นประตูสู่ หนทางในลายแทง ซึ่ง กระเหรี่ยง เผ่าคะเยิ่น นี้ตั้งถิ่นฐานในป่าแทบนั้น โดย วนทำมาหากิน ด้วยการเกษตร และ เลี้ยงสัตว์ มาแต่ บรรพ์กาลและ ไม่เคยไปหากินไกลจากถิ่นเดิมเลย จะวนทำมาหากินที่นั้น มาเนินนานนับรุ่นไม่ได้พรานชาติ เลย คิดว่า บางที่ อาจได้เบาะแสต่างๆ จาก พ่อบ้าน หัวหน้าเผ่าคะเยิ่นซึ่ง ก็สนิทกันดี ก็เป็นไปได้ บวก การ คะยันคะยอจาก เพลา ซึ่ง เขา รักดุจลูกหลานเพราะ ปู่ ของ เพลา เคยช่วย เขา และ เขา ก็เคยช่วย ปู่ ของ เพลามานับครั้งไม่ทวนสมัยบุกเบิกปางไม้ ถิ่นนี้..

..กาหลง “ เอา พี่เพลา แกงไก่ป่า ต้มยำหมูโทนแล้วก็....ของ โปรด พี่เพลา ลาบหมูดีปรี ..”..เธอเอาสำรับอาหารวางกลางวงเหล้า ของ สองบุรุษ ต่างวัยที่ร่ำสุราขาว จากเมืองนอก..หางตาหว่าน ชายหนุ่ม ที่หลงรักมา แต่ เด็ก เธอ ชอบ เขา และ เขา ก็ชอบ เธอ ..

................
วงสุราร่ำตะลุยราตรีนั้นจนดึกดื่นพรานชาติ พยายามดึง ให้ เขา อยู่นอนที่นั้น เพราะ ให้ นางนวล และ กาหลงจัดที่ทางไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ เพลา ขอตัวโดย อ้างว่า ต้องรีบกลับไปจัดเตรียม ของสำหรับเดินทางวันมะรื่น ถ้าขืนอยู่ต่อ พรุ่งนี้ ได้เมาต่อยาวเดียวเสียงานแน่พรานชาติ เห็นด้วยตามนั้น จึงให้ กาหลง พยุงร่าง เพลา มาส่ง ที่ รถจิ๊บด้วยอาการเมา มือ เพลา เลยโอบกอดใต้วงแขน กาหลง และ มือสัมผัสเต้าอวบพอดีตัวสมวัยเข้าเต็มๆ ทั้งสองมองสบตากัน แต่ ก็ไม่เอยคำใดทั้งสิ้น และ ยังประครองกันมา ใบหน้ากาหลง ที่เนียนสวยใสตามธรรมชาติ ซบแนบอกขณะประครอง เพลา มาตลอดทางจนถึงรถ ถ้าเป็นกลางวัน จะเห็นใบหน้า ของ เธอ แดงสดปานผลตำลึงสุกแน่ แต่ ยามนี้ความมืดปกคลุมทั้งไพรรอบทิศ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนเท่านั้น ที่ล้อเล่น กับดงป่าเสียงลมหายใจทั้งคู่รดราดใส่หน้า ของ กัน และ กัน ยาม เพลา ก้มหน้าลงมา.. พอถึงรถเขา ก็ค่อยๆ ก้าวขึ้นรถโดย กาหลง ยังโอบประครอง และ เพลา ก็ยังเกาะกุมเต้าตูมไว้..กาหลง เสียหลัก เมื่อ เพลา ขึ้นไปนั่งบนเบาะแล้ว.. โดย ถลำตัวหน้าซบไปที่แผลงอกแน่นด้วยมัดกล้ามเธอ ซบอยู่นานจนเสียงหัวใจ เพลา เต้นโครมคราม.. กาหลง ได้ยินชัด แล้วเสียงเรียกจากพรานชาติ ผู้พ่อดังครั้นจังหวะ .." เอ้ย หลง คุณเพลา แก่กลับไหวไหมวะ..”เธอ ต้องรีบถอยตัวถอนหูที่แนบอกชายหนุ่มออกมา ทั้งสองมองสบตากัน ( โอ้ ! ! โอ เกือบไประฆังดังหมดยก ซะก่อน )..เพลาค่อยขับรถออกไปอย่างอารมณ์กระเจิง.. ดี ที่ดีกรีกดไว้ก่อนจึงจรดจ้องกับหนทางที่กันดาร จนขับรถมาจอดในปางไม้ และ เดินเซกลับเรือนหนทางเดิน แค่ 100 เมตร แต่ เหมือนไกลมากมายกว่าจะถึงห้องนอน แต่ ขณะเดินผ่านห้อง พี่สาวเพียงคนเดียว เพลาก็เสนาะเสียงคนครางครวญ ประหนึ่ง กินพริกเผ็ด เขา รู้ได้ทันที ว่านั้น คือเสียงอะไร จึง เดินมองหารอยแยกจากไม้ โดย อาศัยแสงภายในเป็นการบอกตำแหน่ง แนบสายตาแล้ว ก็เจอจนได้ เขา จรดสายตาที่รอยแยกไม้แตก ภาพ หญิงสาว ที่เข้ารู้จักดี สองคนขณะนี้ ไร้อาภรณ์ห่อหุ้มพันกายปกปิด หนึ่งนางขาวดั่งหยวกกล้วยเนื้อนวลเนียนแหกขาแยกออกทั้งสองข้าง โดย มี อีกหนึ่งสาวผิวชมพู ก็อยู่ในลักษณะเดียวกันทั้งสองหันหัวไปคนละทิศละทาง.. แต่ ที่บดแนบสนิท กับคือ โคกโหนก ของ พวก เธอ ที่กระแทกกระแทก ๆ ๆ ๆ ๆ ส่ายวน อัดเนินอวบอูมเข้าหากัน คนหนึ่งขนดกหนาปิดเหนือเหน่าโหนกโคก อีกคน ก็เนื้อเนียนนูนเกลี้ยงเกลาไร้ขนทั้งสองต่างบิดร่าง มือเกาะหัวเตียงคนหนึ่ง อีกคนก็ เกาะท้ายเตียง..เสียงกระทบกันของ แป้นโคกดังถี่รัวกระชั้น ปนผสมเสียงร้องเพ้อ ของ ทั้งสองคนที่งอมสุขเฉียดสวรรค์..

[align=center]................แบะ แปะแปะแปะ ปักปักตึบ ตึบ ตึบแปะแปะปักปับปับ “อึบ อึบ อึบ อูย ย อูย อูย.” ปับปับปับปับ... [/align]
[align=center][/align] 
..กาล “ โอย โอว ว ว ว์ มาเรีย แรงอีกกระแทกให้ พังกันไปเลย อา อา อาว ว ว ว ส์ แดะ หน่อย มาเรีย ยก ยก หี หี อีก อ้าอา ..”..เธอ กระดกสะโพกเด้งเอวอัดกลีบกระแทก โหนก ของ มาเรียขา ของ สองคนพันรัดกันไป-มา.. เตียงไม้สักสั่นไหวแทบพัง..
..มาเรีย “ โอว ก๊อต ก๊อต ต ต เยส เยส เยสโอ๊ะ โอ โอ้ว ว ว ว ว ว ส์ ได้จร้า เชิดโคก หี อีก ที่รัก อึบ ๆ อู้ อู..”..เธอ งัดเอวสวน แรงกระแทก หี ของ กาล เสียงดังสนั่นห้อง..

................
“ เสร็จ ๆ ๆ ๆ ๆ แล้ว โอว ว ว ว พระเจ้ามายก๊อต กรี๊ด ด ด ด ด ด ด ด ด ด ด ดด ด ด ด..อ๊าค ค คค ค ค ค ค ”..เสียงประสานกันทั้งสองคนไม่รู้เสียงใครเป็นเสียงใคร แนวกลีบเนื้ออ่อน ที่กระแทกใส่กันติ่งแตดแดงเจ่อด้วยกันทั้งสองฝั่ง ทั้ง 2 ดีดเด้งร่างขึ้นมากอดกัน โคกที่แนบกันสนิท แทบไม่มีสิ่งใดผ่านได้น้ำเสียวที่ฉาบชโลมเอ่อล้นออกมาแฉะคลุมพื้นที่โหนก หี ของ ทั้ง 2 ต่างยังกระแทก โคกเด้งเอวใส่กันแน่นๆ เนื้อๆ.. ตับ ตับ ตับ..เปรอะไปหมดร่างทั้งสองเกร็งกอดกันแน่น เพลา นะหรือ กำท่อนเนื้อรูดซะแทบเล็ด “ โอว ! อะไรนี้ สองรอบที่ค้างแล้วนะ ”เพลา เขา ถอนหายใจกับตัวเอง ก่อนมอง 2 สาวพันลิ้นดูดปากกันลงนอนเคียงกันโคกแคมหันมาทาง เขา ร่องแยกผ่าแดงเถือก เนื้อแคม มาเรีย อ้าปลิ้นคาบเมือกใสเปรอะวาวไปทั้งเนินเนื้อขนดกดำฟองเกาะฟ่องไปทั้งดงหมอย พี่สาว เขา ก็เช่นกัน โคกกลีบแดง แต่ ไม่ปลิ้นปริ แต่ ก็มีเมือกน้ำใสฉาบโหนกเลอะไปทั้งแผ่นพื้นที่โหนกเนียน เช่นกัน เพลา เดินตัวงอค้างเติ่งกลับห้อง แต่ ด้วยพิษแอลกอฮอล์ เขา จึงหลับไปโดย ไม่ติดกังวลกับสองความคลาดเคลื่อน ที่พานพบ แค่ คิดไว้มีโอกาสเมื่อไร เขา จะสนองรสแท่งทวนให้ จมเขี้ยว จนไม่อาจลืมเลือนที่เดียว.. เขา ผล็อยหลับไปนานเท่าใดไม่รู้แต่ ใกล้รุ่งสาง เขา ก็เกินความฝัน ดุจเดิมอีก..2 วันที่ เขาเตรียมตัว ทั้งเครื่องกระสุน ที่ขนไปเหมือนทำสงครามเป็นลัง ทั้งเสบียงอาหารที่สาวๆจัดหนักอีกลังใหญ่ และ สัมภาระ ของ แต่ละคน ที่จะเดินทาง โดย ใครใคร่ขนเอาสิ่งใดไปก็แบกกันไปเอง มาเรีย เตรียมอุปกรณ์ไฮเทคติดตัวไปมากมาย พี่สาว เขา ที่ เขาไม่อยากให้ไปร่วมลำบากด้วย ก็ ขอ ไปด้วย อ้อนจน เขา ต้องใจอ่อนให้ไปด้วย เขาขับรถจิ๊บ ไปถึง โดย มี เขา มาเรีย กาล และ นายใบ้ คนงานวัย 40 ที่ถูก สองสาวลากมาช่วยแบก ของ ติดตามมาด้วย เพราะ บ่นอะไร ก็ แบะ แบะอย่างเดียว แถมร่างใหญ่โตกำยำแข็งแรงอย่างกับทหารโรมัน ในกรุงโรมผิดที่ผิวดำเป็นนิจมองเห็นแค่ฟันยามค่ำคืนเมื่อยิ้มเท่านั้น..ส่วน ฝั่ง พรานชาติก็มี หลง และ ลูกหาบชาวบ้านอีก 4 คน บุญช่วยเฒ่าร่างผอมแกร่งหุ่น คล้ายคนเมากัญชา ตาเยิ้มตลอด แต่ เป็นคนตลกเฮฮา เอางานเอาการดี อายุคงเกือบพรานชาติ แต่ คงอ่อนกว่า บักเขียดหนุ่มอีสานอยู่ติดริมฝั่งโขงที่มาตั้งถิ่นฐานแถวนี้ ร่างเตี้ยสั้นมะขามข้อเดียวมัดกล้ามป้อมสั้นดูตลกๆ หนานหงำ ชายลูกครึ่งกระเหรียง-เหนือ ผิวเนื้อเหลืองร่างผอมแกย้ายตามเมียมาอยู่แถบนี้ร่วม 5 ปีแล้ว ส่วนคนที่ สามนายกรวก หนุ่มลูกบ้านเผ่าคะเยิ่นนี้ อาศัยที่นี่มาตั้งแต่ รุ่น ปู่-ยา แต่ เป็นคนเกเรไม่ชอบทำงานหนัก แต่ พอได้ยินว่า พรานชาติ ต้องการลูกหาบ ก็ มาขอไปด้วย จนพรานชาติ อดใจอ่อน ไม่ได้ ความจริง นายกรวก คนนี้ ประสงค์ หาโอกาส เอา กาหลงมาเป็นเมีย เท่านั้น หาใช่อะไรเลยที่ร่วมเดินทาง ท้ายสุด บ๊องตันหนุ่มกระเหรี่ยงขยัน แต่ ร่างเล็กคล้ายชาวกระเหรี่ยงทั่วไป ทั้งหมดรอ และจัดเตรียมเครื่องใช่ แค่ ย่ามคนละใบ บรรจุข้าวสารพอยัดไปได้ กับเนื้อเค็มตากแห้งแล้วก็ เสื้อผ้าอีกชุด อาวุธที่นำติดไป ปืนลูกซองสไลด์ 5 นัด ของ พรานชาติ หนึ่งกระบอก และ พรานชาติ ก็ให้ปืนแก๊ปรุ่นพ่อ ให้หนานหงำ ถือติดมือไว้ อีกกระบอก ส่วน อีกสามคน ก็ อีแหนบ คนละเล่ม แหนบผ้าขาวม้าไปด้าน เพลา ก็ติดลูกกรด .22 กระบอกหนึ่ง เอวคาด ขนาด 9ม.ม ติดไว้ เพราะ เขา ก็ไม่ได้คิดไปทำร้ายสัตว์ใหญ่ และ ล่าอะไร แต่ก็ติด ไรเฟิ่ล ยัดลังไว้มาอีกกระบอก พอมาถึงยื่นก็ส่งให้ บุญช่วย ถือไว้เวลาฉุกเฉินเผื่อเรียกหาใช้ ถ้าหลีกภัยใหญ่ไม่ได้จริงๆ ส่วน สองสาว มาเรีย ก็แหนบเอวด้วย .38 ออร์โต กระบอกหนึ่ง ถือ ลูกซองแฝดตัดอีกกระบอก กาล พกเพียง .357 แม๊กนั่ม ไอ้เห่าดง 7 นิ้ว เพียงกระบอกเดียว กับ มีดสั้นพันไว้ที่สนับขา..

..พรานชาติ “ โอม หันทะมะยัง ไพรเบิก เจ้าป่าเทวา พญาพรหม ทั้งมวล นางอัปสร นางไม้ ภูติไพรป่า....ฯลฯ......”

................
พรานชาติเริ่มไล่คาถา เมื่อ เห็นว่าทุกคนพร้อมแล้ว สิ่งของเซ่นสรวงเจ้าป่าเจ้าเขา ทั้งหัวหมูไก่ดำ และ งาดำ สิ่งของดำ 8ชนิดถูกจัดวาง ที่ปรำพิธี พร้อมพลูหมาก เครื่องเซ่นอีกหลายประการเสียงก้องกัมปนาท ของ พรานชาติ ดังเข้าไปในไพรพฤษภ ดังกังวานชวนขนลุก ทันใดนั้นฟ้าก็มืด เมฆดำเคลื่อนมาปิดมิด จนที่ตรงนั้นดุจเวลาค่ำคืน มีเพียงแสงจากตะวันสายหนึ่งที่ลอดสาดเมฆลงมา ที่แท่นพิธี เป็นอัศจรรย์ ลมพายุจากทิศใดไม่ปรากฏพุ่งตรงพรั่งพรูมายังแท่นพิธี แต่ เหมือนลมดังกล่าวไม่ต้องของเซ่นใดๆ เลย เพราะไม่ไหวติง.. ผิดกับกลุ่มคน ที่ยืนรอบๆ บริเวณปรำพิธีแทบปลิวไปตามสายลม ที่กรรโชกมีเสียงดังก้องกัมปนาทในป่าดุจอสนีบาศฟาดเมฆา เสียงสนั่นลั่นบริเวณนั้นถึง 3ครั้ง แล้ว ก็ดุจกด หยุด ! สต๊อปภาพ ดี วี ดี เอ็กซ์กระแสลมหายนิ่งสนิท ฟ้าเปิด เมื่อ พิธีเสร็จสิ้นแสงสว่างจ้าฉายแดดแรงกลับมาอีกครั้ง มองบนฟ้า เกิดรุ้งรอบดวงอาทิตย์........... “ พระอาทิตย์ทรงกรด โอมายก๊อต .”..............จบบทที่1 ก่อนนะคะ แล้วแว่น จะค่อยๆ เอามาลงให้ต่อ เพราะ ตอนนี้ก็กำลังเขียนเชื่อมตอน ค่อยๆ ปั้น อยู่จ๊ะ..( 18/9/2555 ).....
[align=center].............. จบเรื่อง สั้น นวนิยาย ผจญ..ตอนที่ 1 บทที่ 1 เบิกไพร.. แว่น...By…areja ..[/align]
[align=center]* ก๊อป ไปอ่านได้แต่ ห้าม ! นำไปเผยแพร่นะคะ ต้องการหาอ่าน แว่น นำไปลงไว้หลายที่ มีรูปโปรไฟร์นี่ที่ไหน ที่นั้น ก็มี   งาน ของ แว่น นะคะ ขอบคุณคออ่านจ๊ะ * [/align]         Normal  0  false        false  false  false    EN-US  X-NONE  TH                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                


*

ออฟไลน์ lekyai

  • Junior Member
  • ***
  • 296
  • 247
    • ดูรายละเอียด
น่าติดตาม ขอบคุณ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ