เรื่อง สั้น นวนิยาย ผจญ..ตอนที่ 1 บทที่ 3 ไพรวิปโยค..แว่น...By…areja..

เรื่อง สั้น นวนิยาย ผจญ..ตอนที่ 1 บทที่ 3 ไพรวิปโยค..แว่น...By…areja..

  • 0 ตอบ
  • 6071 อ่าน
*

ออฟไลน์ areja

  • Global Moderator
  • *****
  • 11813
  • 21134
  • เจ้เตือนแล้วนร้าว่า อย่าสดๆ
    • ดูรายละเอียด
                            
................เรื่อง สั้น นวนิยาย ผจญ..ตอนที่ 1 บทที่ 3 ไพรวิปโยค..แว่น...By…areja..

..............มาตามอัพบทที่ 3ไพรวิปโยคกันต่อนะจ๊ะ ..(19/ 9/2555 )..

บทที่3 ไพรวิปโยค.............. พรานชาติให้ ลูกหาบ เอาสัมภาระไปกองรวมกัน ใต้ถุนที่บ้าน นายบ้านเผ่าคะเยิ่น หรือบ้านหัวหน้าเผ่า นาม จันสู พรานชาติ แนะนำ เพลา กาล และ มาเรีย ให้ จันสูรู้จักส่วน กาหลง นั้นคุ้นเคยกันดี กับ พ่อบ้านเผ่ากระเหรี่ยง จันสู เดินกอดคอพาพรานชาติ เดินไปยังบ้านหลังใหญ่สุดกลางหมู่บ้าน ตัวบ้านเป็นลักษณะชั้นเดียวปลูกยกพื้นสูง 1เมตร จากพื้นดินป้องกันฝนตกยามหน้าฝนด้านใต้ถุนท้ายบ้านเป็นที่เลี้ยงไก่ ตัวบ้านยาวสี่เหลี่ยมทรงปานยาวเกือบ 15เมตร ด้านหน้ากว้าง 5 เมตรด้านหน้ามี นอกชานยื่นออกมาเกือบ 3 เมตร ห่างบ้านเล็กน้อยเป็นเล้าหมูป่าเลี้ยงมียุงฉางไว้เก็บพืชการเกษตร มีห้องน้ำลานล้อมกั้นมิดชิดไว้อาบน้ำที่ใช้กระบอกไม้ไผ่ต่อรองเป็นทางจากธารน้ำนำมาใช้..ทั้งหมดมายังบ้าน นายบ้าน จันสู และ นั่งลงที่ชานบ้านมีร่มเงาต้นมะขามใหญ่บังแดด ที่ สาดส่องมาจากทางทิศตะวันตก เมีย จันสู ยกน้ำ และไหเหล้าถาดยาสูบมาวางข้างวงสนทนา ที่ล้อมวงเริ่มเรื่อง เพลา เล่าที่มา ที่ไป ของการบุกเข้ามายังป่าแห่งนี้ จันสู ตั้งใจฟัง เพลา แสดงความจริงใจดึงกระบอกแผนที่ๆที่ตนมี เอาออกมกางให้ จันสู ดู จันสู จึงบอกว่า เขา ก็มี อีกส่วน ของ แผนที่ เพลาตื่นตะลึงที่ จันสู กล่าวเช่นนั้น พร้อม บอกว่า แผนที่ ของ เพลา ที่ได้มานั้นตามที่ เพลา เล่า มีฝรั่งชาวอังกฤษพยายามตามหาทางไปสู่นครหลง ! นั้นเป็นเรื่อง ที่ บรรพบุรุษ เขาเล่าให้ฟังว่าเดิมทีมีอยู่ 2 ผืน แต่ ถูกขโมยไปได้โดย ลูกบ้านกระเหรี่ยงในสมัยอังกฤษ มาทำไม้ในพม่าผืนหนึ่ง ปู่ ของ จันสู พยายามตามกลับมา แต่ ก็ไม่สำเร็จ และถูกลูกบ้านคนนั้นพา กลุ่มชาวอังกฤษ มาถามหา และ ทำร้ายคนในหมู่บ้าน ได้ฆ่าคนในหมู่บ้านล้มตายเป็นจำนวนมาก ปู่ จันสู ต้องเสียชีวิตไป พ่อจันสูจึงพาคนที่เหลือหนีเข้าป่าไป จนหลายปี จึงย้อนกลับมาสร้างหมู่บ้าน ณ. ตำแหน่งเดิมเพราะ นั้นคือคำสั่งเสีย ของ ปู่ ก่อนจากไป และ ให้ทำการสักลายละเอียดต่างๆบนแผนที่ ลงที่ผิวหนังด้านหลัง ของ นายบ้านกระเหรี่ยงคะเยิ่นทุกคน ซึ่ง เขาก็ทำตามคำสั่ง จันสู เปิดเสื้อ ให้กลุ่ม ของ เพลา ดูลายแผนที่ บนแผ่นหลัง ของ เขาจันสู่ ยังบอกต่อ ที่กลุ่มชาวอังกฤษ ไม่สามารถหาสมบัติในแผนที่เจอ ก็ เพราะส่วนที่ได้ไปนั้น เป็นแผนที่ หนทางที่ จะกลับออกมาจาก นครหลง และ ในส่วนนั้นได้เขียนในส่วนที่ แม่ทัพพม่า เอาสมบัติไปซ่อนไว้ด้วย ส่วนที่หลัง เขา นั้นคือหนทางที่จะพาเข้าไปสู่ นคร หลง ทุกคนนั่งฟังด้วยตั้งใจ พรานชาติส่งกระบอกไม้ไผ่ตัดที่เทเหล้ายื่นส่งให้ เพลา 2 สาว หยิบจานก่อคั่ว ทาน ( พืชพันธุ์เถาคลายถั่ว เม็ดหลายขนาดตั้งแต่ ปลายนิ้วก้อยยันใหญ่เท่านิ้วหัวแม่โป้งมือ ลักษณะคล้ายผลท้อจีนทางเหนือจะเอามาคั่วกับทรายจนสุก ทานคล้ายถั่ว มันมาก มั๊ก..) เมีย จันสู ลำเลียงอาหารออกมาหลายรายการ ทั้งโค๊ะหมู-ไก่ แกงหมูป่า เนื้อเก้งยางแดดเดียว ต้มยำไก่ดำถ้วยโต และนำพริกปลา และ ผักถาดใหญ่ เพลา กระดกเหล้าป่าที่ดีทีสุดในหมู่บ้านดื่มหมดจอกไม่ไผ่หน้าเบะเล็กน้อย เพราะ ความแรง ก่อนหยิบน้ำดื่มตาม พรานชาติ จึงกล่าวชวน จันสู มุ่งหาสมบัตินครหลง ด้วยกัน โดย สิ่งที่ได้มาจะแบ่งกัน 3 ส่วน คือ ของ จันสู หนึ่งส่วน เพลา หนึ่งส่วน และพรานชาติ หนึ่งส่วน เท่าๆกัน จันสู ทำท่าคุ้นคิดพักใหญ่ ก่อน กล่าวตกลง และถามถึงกำหนดเดินทาง พรานชาติ ต้องการให้เดินทางไว้ที่สุด เพราะ เหล่าลูกหาบกำลังขวัญเสียจากการตาย ของ ลูกหามอีกคน พรานชาติ กลัวว่า คนที่เหลือ จะตื่นกลัวขอกลับไป เสียก่อนจันสู บอก ถ้าเช่นนั้น เช้าของ วันพรุ่ง ก็ออกเดินทางเลย เพราะ เขาก็ได้สักลายแผนที่ให้ลูกชาย และ ได้สั่งลูกชาย ที่ก็ใกล้จะมารับตำแหน่งแทนเขาในฐานะพ่อบ้าน อีกไม่นานนี้ เรียบร้อยแล้ว ไม่มีห่วงอันใดให้กังวลพรางเอ่ยปากเรียกให้ลูกบ้านที่เดินผ่านมาไปตามลูกชาย ที่ แยกไปอยู่กับครอบครัวมาหาแดดเริ่มคล้อยลงต่ำจวนหลบเลื่อมเขา ที่ซ้อนเรียงกันไกลออกไปดูครึ้มทะมึนหน้าเกรงขาม จันสู กล่าวต่อเรื่องแผนที่ ช่วงแรกที่เดินทาง บอกว่า พ่อเขาบอกต้องเดินมุ่งหน้าต่อไปทางทิศตะวันตกบริเวณที่พระอาทิตย์กำลังลงลับเหลี่ยมเขาเวลานี้ โดยเดินเป็นเวลา 1 วันเต็ม จะพบผาน้ำตก 2 สายซึ่งจะเป็นจุดที่กล่าวไว้ในแผนที่ จากนั้น ให้ย้อนเบนเท้าขึ้นทางเหนือเป็นเส้นตรงโดย ยึดภูเขา 2 ลูกที่พิงกันเป็นหลัก เป็นจุดต่อไปแล้วจะพบขุนเขารูปพญางูอย่างเด่นชัด มีคำเตือนให้ระวังพญางูด้วยจุดนี้ พอผ่านไปได้ก็จะพบหลุมอุกาบาศก์ใหญ่จำนวนมากถ้าผ่านพ้น ไปได้ ก็ ยังไม่ทันเล่าต่อ ลูกชายจันสู ก็ยกมือไหว้ และ นั่งลงข้าง จันสู พร้อม ได้ยื่นแผนที่จริงให้ จันสู จันสูกล่าวว่า ปู่ เขา ที่เป็นทั้งนายบ้านขณะนั้น และ เป็นพ่อหมอในหมู่บ้านได้ทำนายไว้ว่าวันหนึ่ง จะมี ชายคนหนึ่ง พร้อม หญิงสาว 2 คน ๆ หนึ่งใน 2ผู้หญิงที่มาจะเป็นชาวต่างชาติมา ให้ ลูกหลานรุ่นต่อไปจงนำเอาแผนที่นี้ มอบให้ แต่เวลาในสมัยนั้น มีขโมยมาๆ จึงได้สักจารแผนที่ไว้บนหลังคนที่จะมาเป็นนายบ้านป้องกันการโดนแย่งชิงแผนที่ และ ให้เอาแผนที่จริงไปซ่อนไว้ บัดนี้ถึงเวลาที่ควรมอบแผนที่ดั่งกล่าวที่ลูกชายจันสูไปเอามาจากที่ซ่อนเก็บ มอบให้ แก่ คนที่ ปู่ ได้สั่งไว้ ในนิมิตญาณ พอ จันสูกล่าวจบ ทั้งหมดมองหน้ากันไป-มาด้วยความอัศจรรย์ใจ ต่างขนลุกกันแทบทุกคน..เพลารับแผนที่มา จากมือ จันสู่ พร้อมคลี่ออก มองดูเหมือนกับลายสักจาร ที่สักไว้บนหลังจันสู แทบเป็นชิ้นเดียวกัน จันสู สั่งเสียแก่ลูกชาย และ ให้ดูแลหมู่บ้านยาม เขาไม่อยู่ เมื่อ เขา กลับมาเมื่อใด เขา จะแต่ ตั้งให้ เป็นหัวหน้าหมู่บ้านแทนทันที่ พร้อมสั่งให้ ลูกชาย ไปบอกลูกบ้านทุกคนไว้ ว่า พรุ่งนี้เมื่อตะวันขึ้นให้มาร่วมกันที่นี้ ลูกชาย จันสู รับคำ และ ลากลับไป ค่ำนั้นทุกคน ร่วมกินอาหารกันพร้อม ให้เรียก เหล่าลูกหาบมาคุย เรื่อง การจะบุกป่าผ่าไพรไปต่อ ใครประสงค์จะกลับให้บอกได้ ใครสมัครใจไปด้วย เมื่อกลับมา พรานชาติ รับปากว่า จะมอบสมบัติแบ่งให้อีกจากที่ เพลา ได้มอบค่าจ้างไปก่อนหน้านั้นแล้ว เพลา ก็บอก เขาก็จะมอบสมบัติแบ่งให้ด้วยอีกส่วนหนึ่ง เช่นกัน ทั้ง 3คนครุ่นคิด ต่างมองหน้าซักถามกันเองไป-มา ส่วน นายใบ้นั้น อย่างไร เขาก็ทิ้งนายทั้งหมด ของ เขา ไม่ได้ทั้ง 3 คน ตกลงไปต่อ จันสูเลยได้สั่งเสีย เมีย ของ เขา ลูกชายเกณฑ์คน ไปนำพาร่าง นายกรวกที่ฝั่งไว้ตามตำแหน่งที่ พรานชาติ บอก นำกลับไปให้ญาติ ที่หมู่บ้าน ของ พรานชาติด้วย เพราะ ไม่แน่ใจว่าจะไป นาน เพียงใดกว่าจะกลับ เมื่อ สั่งทุกสิ่งเรียบร้อย...ยามนี้ ลมเย็นเหน็บหนาวเริ่มพัดมาแล้ว กลุ่ม ของ พรานชาติ นั่งกอดอกกันแล้วจันสู จึงให้ทั้งหมดนั้นแยกตัวกันเข้าไปพักพักผ่อนภายในบ้านได้แล้วภายในอุ่นแทบจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ อากาศอุ่นสบายจาก บริเวณกลางบ้านที่มีดินก่อขึ้นมาจากด้านล่างใต้ถุน ถึงพื้นเรือน ขนาดกว้าง 1 x 1 เมตร ตรงกลางมีกองไฟก่อไว้ เหนือกองไฟ มีคานไว้ย่าง และห้อยเกี่ยวพาชนะสำหรับทำอาหาร เหนือขึ้นไปมีเนื้อตากแดดเดียวห้อยอยู่จำนวนมาก โดยโยงลงมาจากหลังคาที่อยู่สูงมาก คงสร้างไว้สูง เพื่อ กันสะเก็ด และ เปลวไฟ..ที่นอนถูกวางเรียงไว้ 3 ด้าน 2 ฝั่งตรงข้ามกันติดผนังคนละด้านเป็นของ เหล่าผู้มาเยือน ส่วน เจ้าของบ้านนอนด้านบนตรงกลางทุกคนต้องหันหัวเข้ามาทางกองไฟ เพลา นอนข้าง พรานชาติ ด้านหนึ่ง 3 สาว นอนอีกฝั่งที่อยู่ตรงข้าม 2 ผัว-เมียเจ้า ของเรือนนอนตรงกลางหันหัวเข้าหากองไฟ หันเท้าออกไปทางด้านหลังเรือน อีกด้านนั้นว่างซึ่ง จะอยู่ตรงกับประตูทางเข้า มาในตัวบ้าน ทั้งหมดหลับในเวลาอันรวดเร็ว กาลมารู้สึกตัวยามดึกขณะกำลังฝันถึง ประโยค ที่ แม่หญิงแห่งป่าได้บอกเตือน..

..........
”หนทางเบื้องหน้าอันตรายนัก สูจงระวังภัยให้จงหนัก นคร ที่สู จะไปมีมนต์ร้ายครอบคลุมอยู่ ทางแก้คือ ทำลายคัมภีร์หนังมนุษย์ ใต้ ฐานพระศพแห่งองค์ราชาพระองค์เก่า จำไว้ ใต้ พระศพองค์ราชา..ใต้พระศพ........” ........... กำลังคิดเพลินๆก็รู้สึกได้ว่ามีมือเรียวนิ่มๆ มาเกาะกุมโคก ของ เธอ ไว้ เธอ นอนตรงกลาง เธอหันไปทาง มาเรีย ที่ขยับตัวเข้ามากอด เธอ แน่นขึ้น ทั้ง 3 คนอยู่ใต้ผ้าห่มเดียวกันกาล ก็ ไม่ปล่อยให้ มาเรีย รุกอยู่ฝ่ายเดียว เธอ โต้ตอบกลับเช่นกันทั้งหมดอยู่ใต้ภายใต้ สายตา ของ เพลาที่ มองผ่าความมืดยามค่ำคืน ที่กองไฟเริ่มค่อย ๆ มอดเหลือแต่ ไฟแดงๆ ที่ขี้เถ้าเคลือบหนา เปลวไฟไม่มีหลงเหลือแล้ว ความหนาวเย็นแทรกลอดพื้นไม้ขึ้นมา รอบๆลมเย็นไอดินทะลุผ่านไม้สาน ของ ฝาเรือนเข้ามาภายในห้อง เพลา เขา กอดกุ่มหน้าอก ของตัวเอง ดูการจูบป้อนเชื้อสวาทกัน ของ 2 สาว กาหลงก็เห็นเช่นกัน มือ เธอ ล้วงเข้าไปในกางเกงเดินป่ามือลูบโคกอูมคล้ายหลังเต่าที่ซึมน้ำล่อลื่น ขนหมอยเส้นเล็กนุ่ม ถูกลูบละเลง เม็ดแตดถูกคลึงบี้ เธอกัดกามแน่นขบเสียวไม่ให้ลอดเล็ด..เพลา ก็ได้รับรู้เช่นกัน ว่าเกิดอะไรขั้นกับฟากฝั่ง ของ เหล่า หญิงสาว ส่วน พรานชาติ นอนกรนเสียงดังแผ่วๆคงเพลียจากการนำทาง เพราะ ต้องช่วยฟันกิ่งไม้แพร้วถางพงมาตลอดทาง เพราะ แล้วพอลูกหามน้อยลงด้วยจึงหนักหนาสำหรับชายวัยเกิน60 ปี แม้ เพลา จะช่วยด้วยก็ตาม แต่ ด้วยวัยที่มากเมื่อมีโอกาสหลับในที่ๆ ปลอดภัย พรานชาติ จึงหลับยาว หลับลึก ดูมีความสุขค่ำคืนนั้นเวลาก็ดำเนินไป อย่างสุขสงบ ลูกหาบนอนผิงไฟอยู่ข้างลานกว้างข้างบ้าน...

05.00น.วันเดินทาง

................... แสงสุริยา ยังไม่ทันส่องแสงกล้า หมอกหนาเคลื่อนรูปช้าๆมองออกไปเป็นการเคลื่อนตัวเฉียดยอดไม้ไปต่ำๆ ควันจากบ้านหลายหลังที่รอบบ้านนายบ้านกระเหรี่ยง ที่ ตั้งอยู่ศูนย์กลางหมู่บ้าน เริ่มมีคนทยอยมารวมตัวกัน ลูกชายจันสู จัดเตรียมแท่นพิธีไว้รอท่าผู้เป็นพ่อ กลุ่มผู้มาเยือนนั้นได้เตรียมตัวทำธุระส่วนตัวกันเสร็จเรียบร้อยต่าง รอกันพร้อมเดินทาง มี ชาวกระเหรี่ยงที่สมัครใจไปด้วยเพิ่มอีก 2 คน โดย ลูกชายจันสู จัดหามา นายต๋าย กับ นายไว 2 ชาวบ้านกระเหรี่ยง ที่ไม่มีพันธะใดๆ อาสาไปเป็นลูกหาบช่วยด้วยอีกแรง.. จันสู บอกกล่าว ชาวบ้านถึงการเข้าไปหาบางอย่างใน“ ไพรวิปโยค ” ตามคำ ของ บรรพบุรุษ และการสั่งเสีย ของ ปู่ ของ เขา และ ได้มอบอำนาจดูแล ให้ ลูกชาย เป็น นายบ้านแทนไปจนกว่า เขา จะกลับมาแต่งตั้งอย่างเป็นทางการอีก ครั้งหลัง เขา กลับออกมาทุกคนรับทราบ เคารพการตัดสินใจ ของ จันสู พอแสงอรุณสว่างกระจ่างทั่ว หมอกบางลงจันสู และ พรานชาติ ก็เริ่มพิธี ขอ ขมาป่า และ เหล่าผู้อาศัยทุกชั้นภพในไพรกว้างครั้งนี้ ไม่มีความมืดปกคลุมหาก แต่ มีลม พัดมาช่วงขณะว่าคาถาทำพิธี...สิ้นเสียงลมก็หายไป..พอเสร็จพิธี คณะเดินทางก็ออกเดินทาง โดย พรานชาติได้จับจุดมองทิศกำหนดทาง ไว้ตั้งแต่ จันสู บอกเมื่อเย็นวาน นี้คือ ลักษณะ ของจอมพราน พรานชาติ( ที่ต่อไปจะรับหน้าที่หนัก อิอิ..มาตามกันต่อไปจ๊ะ แว่น นำเสนอ อิอิ.) ..สัมภาระเสบียงถูกเพิ่มจนสมบูรณ์พร้อมสรรพทั้งคณะออกเดินทางตลอดทางป่ารอบๆ เริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้สูงเสียดฟ้ามองขึ้นไปแทบไม่มีแสงรอดลงมา มวลสัตว์มากพันธ์โผล่หน้าออกมา ดูกลุ่มคณะเดินทางอย่างไม่กลัวเกรง เดินกันมาเฉียดเที่ยง ก็หยุดพักดื่มกินอาหารกันและ พักแรงไปในตัว เพลา ให้ พรานชาติ เก็บแผนที่ไว้ทั้ง 2 ผืนและ จันสู ก็ช่วย พรานชาติ ในการนำทาง และ แพร้วถางกิ่งไม้ที่ขว้างเส้นทางเถาวัลย์ไม้ขนาดใหญ่มากมาย ไม้พรรณแปลกก็ดาลดื่น แม้แสงลอดลงมาแทบไม่ถึง และลมก็โชยมาเป็นระยะแทบไม่ขาดสาย คณะล่าสมบัติ เดินทางต่อ อีกไม่นานก็พ้นป่าทึบสู่ป่าเบญจพรรณ แสงสว่างจัดจ้านร้อนจนลูกหาบต้องถอดเสื้อเดินกัน 2 สาวเหงื่อไหลลงซอกซ่อน เพลา จับปีกหมวกออกมองเงาร่าง ที่แสงยามบ่ายเริ่มตกกระทบ พร้อม สะบัดหมวกไป-มาพัดลม เขา หาตัว 2 เฒ่า ยังเดินฟันกิ่งไม้ไม่มีลดละ เพื่อ เร่งการเดินทางแข่งกับเวลา ให้ไปถึงที่หมายแรก จะพบผาน้ำตก 2 สาย เหล่าลูกหาบที่เดินตามอยู่กลางขบวน เพราะ หากเกิดอะไรขึ้น มือที่หาบสัมภาระอยู่ไม่ว่างจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มี กาล เมารีย เดินตาม และ เพลา กับ กาหลง ปิดท้าย กาหลงนั้น เหงื่อก็ชุ่มกายเช่นกัน ขณะ เดินคู่กันมากับ เพลา เธอ ก็แหวกเสื้อใช้ผ้าที่เหน็บเอวซับเหงื่อมาตลอด โดย บ้างครั้งก็ลวงควักลงเช็ดทรวงอก โดยหารู้ไม่ว่า เพลา ลอบมองอยู่ตลอด จนบ้างครั้ง คอเสื้อ รูปตัววี ถ่างกว้างเวลา เธอซับเหงื่อเนินด้านบน ของ อกอูมเนื้ออก เธอ ล้นอวดความขาว จนแกนดุ้น เพลาตึงตื่นขึ้นมา ต้องหลบสายตาไปทางอื่น และ เดินมองอะไรเพื่อเปลี่ยนอารมณ์....พระอาทิตย์ถึงเงาภูเขาทิวยาว ที่มองดูคั้นฟ้า กับผืนป่าเบื้องหน้าบัดนี้ เริ่มมองเห็นสายน้ำตก 2 สายแล้วเดินอีกพักใหญ่ๆ เสียงสนั่นไพร จาก การไหลลงมา ของ สายน้ำก็ดังชัดขึ้น ๆ ๆคณะเดินทางเดินเข้าไปจนอยู่ห่าง ไม่ถึง 1 กิโลเมตร พรานชาติจอมพราน ก็สั่งพักตั้งปาง ภูผาที่สูงมองขึ้นไปสูงใหญ่คล้ำตระหง่าน ดังปราการกำแพงยักษ์ ซ้าย-ขวา ของ สายน้ำที่ไหลลงมาเป็นทิวภูเขายาวไกลทั้ง 2 ด้าน พรานชาติ ออกเดินสำรวจไปเลาะสายน้ำ ที่ ไหลมารวมกัน ของ 2 น้ำตก..



.....................................



.. จันสู “ เคยเดินเข้ามาถึงนี้เหมือนกันยามหาของ ป่า และ สมุนไพรหาอยาก คนป่าชาวเขาเรียกผานี้ว่า ผ่าโยนีสวาท เพราะมักมีกลุ่มพรานบ้านป่า และ ชาวบ้านกระเหรี่ยงผู้ชายเข้ามาถึงที่นี้ แล้วมักถูก.....” ยังไม่ทันเล่าจบ..

..............
เพลาก็เดินเข้ามา บอกสาวๆ กำลังจะขอไปอาบน้ำที่ลำธารข้างที่พัก ค่ำนี้ พรานชาติ ให้พักห่างธารน้ำไม่ถึง 20เมตร เพราะ เห็นว่าเดินมากัน วันนี้หนักเอาการจะได้สะดวกแก่การหาน้ำ-หาท่า และ หุงหาอาหาร ไม่ต้องเดินกันไกล เพื่อไปเอาน้ำมาใช้อาบ ใช้กิน..พรานชาติ เดินสำรวจต่อไปเลาะสายน้ำด้านเหนือเดินย้อนสายน้ำขึ้นไป ส่วน จันสู ก็ ข้ามลำธารกว้าง เกือบ 20 เมตร ที่น้ำสูงแค่เข่า เดินเลาะลำธารล่องตามสายน้ำลงไป เพลาเดินกลับไปกลุ่มสาวๆ ที่เตรียมลงเล่นน้ำอยู่ริมลำธาร เหล่า ลูกหาบจัดเตรียมกิ่งไม้ไว้ยามคำคืนและ อุปกรณ์ทำอาหารไว้รอ กาหลง แม่ครัวของคณะไปทำ..วันนี้ 3 สาวต้องอาบน้ำทั้งชุดเดินป่า เพลา ตามไปร่วมสบทบด้วย เพราะ เมื่อวานทุกคนก็ไม่ได้อาบน้ำกัน ..พรานชาติเดินมาระยะหนึ่งก็ได้ยินเสียงไก่ป่าตัวใหญ่ขึ้นนอนอยู่บนคบคาต้นไทรใหญ่ ที่รากยาวกิ่งขยายใหญ่กว้างแผ่คลุมไปทั่วบริเวณ บางส่วนยื่นลงไปในน้ำ พอจะกดไกก็คลายมีเสียงห้ามทักมา.. “ ข้าขอไว้เทิด พ่อพราน ไก่ตัวนี้ กำลังกกไข่ลูก ของมันหลายใบ ถ้ายังไม่จำเป็นในเรื่องอาหาร ข้าฯ ขอ ชีวิตมันไว้จะได้ไหม? ..” เสียงหวานใสเหมือนมีคนมากระซิบที่ข้างหูและ ลมต้องใบหู พรานชาติ ลดปากระบอกลงมองไปรอบตัว และ มองไปที่ กก ต้นไทร เพราะเขา เหมือนเห็นใครแวบๆ ที่ตรงนั้น เขา ยืนอยู่อีกพักก็ เดินย้อนกลับปางพักกลับไปตลอดทางก็นึกว่า คงเป็นเจ้าที่-เจ้าป่ามาขอให้ละชีวิตไก่ป่าคอกนั้นเป็นแน่นแท้ เข้าเดินมาถึง กลุ่มสาวๆ ช่วยกันทำอาหาร โดยสลับให้ลูกหาบแยกย้ายกันไปอาบน้ำ จันสู เดินกลับมาพร้อม ปลา 4 ตัวใหญ่ข้ามธารน้ำมา..

..จันสู “ อ้าว ไปมือเปล่า ก็กลับมามือเปล่าไงพี่ชาติ กลัวหนักไง ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” เขา กระเซ้า พรานชาติ.

..............
พรานชาติยิ้มๆ ไม่ต่อคำ และ เดินไปอาบน้ำร่วมกับกลุ่มลูกหาบ จันสูเดินลูบหัวล้านเดินเข้ามายื่นพวงปลา ที่ผ่าท้องทำมาเรียบร้อยยื่นให้ กาหลง..

..จันสู “ แหม่ ถ้ารู้อย่างนี้ ข้าเอาใบมะขามข้างบ้านข้างติดมาด้วยก็ดีแล้ว ปลาตัวใหญ่อย่างนี้ ต้มโคล้งซดน้ำดีนักวะ อีกาหลง เอย..”..เขา ยื่นดู อาหารเย็นที่ กาหลงประดิษฐ์ปั้น..

..............
กลิ่นหอมจากหม้อซุบเนื้อหมูป่าเลี้ยงที่เอาติดมาทำ เตะจมูก สายตาก็เหลือบมองไปทางยำเนื้อแดดเดียวกลิ่นไพรเครื่องเทศสะบัดปลายจมูก และยังเก้งแดดเดียว ที่ ปาดสไลด์แผ่นบางๆ ย่างลนไฟ มองกลับไปที่ปลา ถูกเสียบไม้พอกเกลือห่อใบตองผิงคานไม้ที่วางพาดกองเพลิงกลิ่นข้าวในกระบอกไม้ไผ่ที่ระอุส่งทั้งกลิ่น และ เสียงเดือดเบาๆ พรางให้ จันสูต้องลูบท้อง และ ยิ้มเดินกลับไปร่วมอาบน้ำกับ ลูกหาบ ที่อาบน้ำเสร็จแยกกันไปตากผ้ายังกองสัมภาระ ยังเป็นลักษณะเดิมสำหรับ การกางเต็นท์นอน ของ คณะเดินทางอาหารถูกลำเลียงวางยาวบนใบตอง แยกเป็น 2 วงใกล้กัน ทั้ง 2 วงไม่มีอะไรแตกต่างกันจัดว่างเท่าๆ กัน ทั้งหมดร่วมดื่มกินอาหาร พรานชาติ อนุญาตให้ ลูกหาบดื่มได้ แต่ถ้าเกินที่ เขา กำหนด จะไม่มีครั้งต่อไป พรานชาติ ก็เอยจัดยามค่ำคืนนี้ ยามต้นหนานหงำ กับ บักเขียด ยาม 2 นายไว กับ นายต๋าย ยาม 3 บุญช่วย กับ พรานชาติ ยามสุดท้าย นายใบ้ กับ จันสู ส่วน ที่เหลือไว้สลับวนกันในคืนต่อๆ ไปพอ ย่อยอาหาร อิ่มกันทั้งหมดแล้ว ก็แยกย้ายกัน โดยยามแรก เก็บกวาดบริเวณกองไฟด้วย เพราะ ยังหัวค่ำอยู่ ไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็จะพักเปลี่ยนยามแล้ว ..เหตุการณ์ เป็นปกติจนถึงยาม 3 บุญช่วย นั่งยามกับ พรานชาติ พาเกรงใจไม่กล้า ดูด กัญชา ของ แกในค่ำคืนนี้จนเหลือเกือบครึ่งชั่วโมงจะหมดยาม 3 เปลี่ยน ยามผลัด 4ลุกมาก่อนเวลา และ ให้ พรานชาติ ไปนอนพอละหลัง พรานชาติ บุญช่วยก็รีบย่องไปเอาบ้องประจำตัวมาสูบทันที พร้อม ขอบอก-ขอบใจ นายใบ้ และ จันสูเป็นการใหญ่ ที่ มาก่อนเวลา พรานชาติ แขวนเปลนอน เหนือแค้มป์ ขึ้นมาทาง ที่ แกเดินเมื่อเย็นห่างแค้มป์ 10 เมตรแขวนเปลกับกอไผ่ 2 กอตรงนั้น ตรงนั้นกอไผ่ขึ้นเต็มเป็นดงทึบจากริมธารเข้าไปในป่ากำลังเคลิ้มหลับ ก็ได้ยินเหมือนใครมาลูบแขน และ จับที่ข้อมือให้เดินตามพรานชาติ เดินตาม ไป รู้สึกเหมือนกึ่งฝัน-กึ่งตื่น เขาถูกพาไกลเท่าไหนไม่อาจทราบมานั่งลงอีกทีมองเงยขึ้นไปก็พบว่า เป็นต้นไทรใหญ่เมื่อกลางวัน.. มี หญิงสาววัยไม่ถึง 20 ปีนั่งอยู่เบื้องหน้าอกด้านบนเปลือยเปล่าไร้สิ่งคลุมปิด มีสังวาล กึ่งกลางมีเพชรวาวพาดเฉียง สร้อยระย้า ที่แผลงคอมี มณีหลากสีร้อยเรียงงามงด ข้อมือข้อเท้ามีกำไลทองถ่วงคล้อง นุ่งผ้าใยสีทองทอถักเอวขัดรัดคาดด้วยมุกมณีสายร้อยฝังสายดิ้นทองดูอ่อนช้อย เรือนกาย เธองามหมดจรดไม่อาจหาที่ ตำหนิ ติใดๆ พรานชาติ ตะลึงมอง ที่ ดวงหน้านวล ที่ยิ้มพรายผิวกายพราวเปล่งแสงเป็นประกายดั่งลูบทาด้วยเกล็ดเพชรมือน้อยเรียวยื่นมาแบะคอเสื้อม่อฮ่อม ของ เขา แบกออกปลดปม ที่ผูกไล่ไปที่ละขั้นๆจนหมด เสื้อถูกดึงถอดออกไป โดย คนด้านหน้าผลัก ให้ ออกไปทางด้านหลัง เธอโน้มตัวเข้ามา กลิ่นเนื้อหอมเหมือนไม้ดอกกลางคืนเตะจมูก จอมพราน เขา นิ่งดังมนต์ที่ เป่ารดมาต้องกาย เอนหลังผิงกิ่งสาขาไทรใหญ่ด้านหลัง กางเกงถูกถอดรูดออก หญิงงามตามโน้มตัวขึ้นมาค่อมนั่ง ที่กล้ามท้องของ จอมพราน แบบไม่เต็มน้ำหนักอกอวบสวยแดะสี ที่ แผลงอกแม้วัยล่วงเกิน 60 ไปแล้วแต่ยังแน่นตึงไม่หย่อนคล้อยเท่าใด เธอ ค่อยๆ เปลื้องผ้านุงออกวางไว้ข้างกาย อกตูมเริ่มเบียดแนบแผลงอกนาบ ยอดปลายถันไล้คลึง ที่ อก จอมพราน กลีบแคมโคก นางกลางไพรเตะเนื้อท้องน้อย จอมพราน เธอ ค่อยๆ หย่อนสะโพกกดนาบเนื้อ พรานชาติแล้วยกขึ้นเล็กน้อย พรานชาติ รู้สึกได้ถึงความเยิ้มชุ่มที่ กดทับแล้วเออออกฉาบไหลตามร่องกล้ามท้องน้อย เธอ ยกแล้วไถกลีบ ที่ไร้ขนขึ้นมาจรดสะดือตัวของ เธอ งอค้างไว้ชั่วเสียววินาที ก็ไถลกดลากกลับไป ที่ โหนกกระดูกเชิงกรานอกยันอก โคกยันโหนก เธอ ทำซ้ำอีกหลายครั้ง ก่อน ถอยลงไปจนจีบแคมแนบ กกท่อนลึงค์ขนาดข้อแขนเด็ก 2 ขวบ ความยาวยื่น กก ยันปลายได้คืบ... ( ของ คุณ..? ผู้อ่านอยู่นั้นแหละจ๊ะ ให้ ป๋าชาติแก่หน่อยนะคะ อิอิ..) ...จอมพราน ซุกซอกคอ นางกลิ่นหอมรสกลิ่นจรุงจิตเคลิ้ม ดุจดั่งวิมานพรหมชั้นฟ้า เธอ ยกเอวขึ้นเล็กน้อยมือจับส่วนปลาย งัดง้างกลับมาจ่อจรด ที่ รูจีบเสียว ก่อนไถตัวกดหัวคมหอกมนทู่รุกล้ำกลีบ จีบเสียว ของ เธอ เธอ เป่าปากครางลากเสียงยาว พรานชาติเผลอขบงับด้วยริมฝีปากเบาๆ ที่ต้นคอ ของ เธอ เธอ เอียงแนบแก้มกับแก้ม จอมพรานสายตาต้องกัน ดุจหนุ่ม-สาว แล้วปากบางเฉียบ ของ เธอ ก็งับขอบปาก พรานชาติ และพอถอนก็ไล้ลิ้นเลียริมฝีปาก พรานชาติ เขา ตอบสนอง เธอ โดย งับลิ้นขบด้วยปากกลับและ ดูดเรียวลิ้นน้อยๆ นั้น กลิ่นหอมดั่งทิพย์ ที่ไม่อาจบรรยาย( นิยาม ของ แว่นในคำนี้ คือ คิด-นึกว่ากลิ่นนั้นเป็นเช่นไรที่ชอบ ก็เป็นเช่นนั้น..) ..ท่อนเอ็นแข็งมุดงัดเข้าไปครูดลืบด้านในไถลล้ำเข้าไป เรื่อยๆ ๆ ๆ จน สุดลำคืบ เธอ ค้างไว้ และ เริ่มวนโม่ เมื่อ พรานชาติโกยดันเต้าอวบขึ้น และ กดขยำ แล้วปล่อย แล้วทำซ้ำอีก เอวอ่อนร่อนส่ายไปบนแทน โคนควย กลีบแคม ของ เธอ บี้แป้นวนโม่บน กก ควย ภายในตอดรัดลำท่อน เช่นกัน ลำดุ้นจอมพราน ก็ พองกระดกต้านแรงบีบรัดรอบทิศภายในลืบ ลิ้นทั้ง 2 สอดพันกันแลกไป-มาต่างหลับเปลือกตาซึมซับรสกาม นางไพร เริ่มยกก้นขึ้น สั้นๆ เบาๆ พรานชาติ ก็สวมกอดโอบรัดเนื้อนวลลูบไล้ ที่ แผ่นหลัง นางไพร สะโพก เธอ ยก และแดะติ่งแตดบดยามกระแทกกลับ กับ ดงขนหยาบหนา เม็ดแตด เธอ ขยี้บดดงหมอย เธอ เริ่ม ยก โยก โยก ..ตับ ตับ ตับตับตับตับตับ..จากห่างระยะถูกเร่งกระชัน พรานชาติ ยกเอวขึ้นสวนแป้นอวบอูม ที่ กระแทกๆ ๆ ลงมา เขาสวนเด้งดันขึ้น ต่างครางดังขึ้นๆ ๆ เธอ แอ่นโค้งตัวแดะหงายไปด้านหลังเล็กน้อยพรานชาติ รั้งประครองช่วย อกคู่กระเพื่อมไหว ตามแรงโน้มถ่วงแกว่ง-ไกวเสียด-สีไป-มาแผลงอก จอมพราน เนินนาน ( จนจวนจะหมดหน้าเขียนแล้ว ) พรานชาติ ก็ร้องลั่นก้องไพร ผสานกับเสียงหวานใส ของ หญิงสาวตรงหน้า ที่ โขยกขย่มร่างไม่ หยุด..


                       ......................



.........ผับ ผับผับ ผับตับตับตับ อาอา อา อา อา อา อา โอว์ อาอาอา อะ อะ อะอะ อะ อา...อ๊าค ค ค คค..

( ให้นึกตาม ทีละคำๆ ตัวหนังสือแดงด้านบนนี้.. ลักษณะ อ่านแล้วหายใจออกยาว แล้วกระชากรีบดึงลมหายใจเข้า แล้ว อ่านคำต่อไป ที่ละคำ ๆ จนครบ...ลองทำตาม แว่น แนะนะคะ แล้วมิติ ของ คุณ จะเป็นเช่นไร..)

................แรงกระทอกกระแทก ทำให้กาย หญิงสาวสั่นเทิ้ม ตุ่มขนเกรียวลุกกราว ร่างเกร็ง ช่องลืบบีบรัดท่อนเอ็นแน่น ตอดซ้ำแล้วซ้ำอีก กับ น้ำกามขุ่นข้นคาวที่พวยพุ่งอัด ผนังมดลูกร้อนท้องอุ่นวาบไปทั้ง โพรง ท่อนเนื้อกระดกฉีด ฉีด ฉีดลำขยายพองดุ้น ฉีด ฉีดฉีดจนเยิ้มท้วมออกขอบจีบช่องเสียว ของ หญิงสาว ทั้งสองกอดรัดกันแน่นเนินนานเกินกาลเวลาสุขใดๆอาอา อ้าว ว ว ...

..กาหลง “ พ่อๆ พ่อ เป็นอย่างไรบ้าง พ่อ พ่อ..”..เธอ ส่งเสียงเรียกพรางเขย่าตัว พรานชาติ ..
..เพลา “ พรานชาติ ๆ ๆ..”..เขา จัดเสื้อผ้า จอมพราน ให้กลับ เข้าที่เข้าทางจากมาพบครั้งแรกอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า..

..............
กาหลงและ เพลา เรียก และ เขย่าตัว พรานชาติ จนเริ่มรู้สึกตัว เขา ถูกพบนอนเปลือยกายอยู่ที่โคนต้นไทรใหญ่ข้างริมธารน้ำ เขา ลืมเปลือกตา ขึ้นมา เห็นหน้าบุตรสาว และ เพลากำลังเรียก เขา พยามคิดว่าเกิดสิ่งใดขึ้น กับ ตัวเอง กาหลง เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าตาของ พรานชาติ เมื่อรู้สึกตัวดีแล้ว ก็ทบทวนเรื่องราว เขา ยิ้ม โดยที่ เพลา และ กาหลงไม่เข้าใจ เข้าลุกยืนขึ้น แล้วจึงชวนกันกลับไปปางพัก จอมพรานรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างในมือ เขา พรานชาติ แบบมือที่กำ ของ สิ่งนั้นออกดู พบเป็นทองรูปหยดน้ำ มีเพชรแวววาว ที่ ส่วนปลายหยดน้ำ เขา กำไว้ และยัดเก็บในย่ามประจำตัว เพลา สั่ง นายใบ้ ที่ร่วมตามมาหาตัว จอมพราน เขาเข้ามาช่วยพยุง พรานชาติ เดินกลับปางพัก ขณะเดินกลับ กาหลงสอบถามถึงการมาที่จุดนี้ของ ผู้เป็นพ่อ แต่ พรานชาติ บอกเพียงละเมอไม่รู้สึกตัวและ จำสิ่งใดไม่ได้ ทั้งหมดมาถึงปางพักกลุ่มคณะจับกลุ่มพูดคุยหลังออกแยกย้ายกันตามหา พรานชาติ ไม่เจอ และ ต่างพุดคุยถึงการหายไป ของ พรานชาติ ต่างๆ นานา แต่เมื่อ ทุกคนเห็น พรานชาติ เดินกับมากลุ่ม ของเพลา ที่เดินไปหาทางต้นน้ำต่างแสดงอาการโล่งใจ และ ดีใจต่างเดินเข้ามาสอบถามพรานชาติ บอกเพียง เขา ละเมอเท่านั้น..

..จันสู “ พรานชาติเดียวนี้แอบเที่ยวกลางคืนนะ ฮ่าฮ่า น่าจะพา ข้าไปด้วย ไปไม่ชวนเลยนะ ..”..เขา แกล้งแซว แต่ ในใจกังวล เพราะ พรานชาติ มีวิชาอาคมดี และ สัมผัส ของจอมพราน เหนือ พรานใดๆ ที่ เขาเคยรู้จักมาตลอดช่วงชีวิต ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เห็น พรานชาติ เสียทีให้แก่ ป่า แต่ก็ยังดีที่ พบตัวโดย ปลอดภัย..

..............
กลิ่นกาแฟโชยมากาแฟร้อนถูกยื่นให้ พรานชาติ รับมาดื่ม และ บอก อีกสักครู่จะเดินทางต่อให้ทุกคนตรวจตราสัมภาระ ของตน และสั่งเหล่าลูกหาบตระเตรียมพร้อม..พรานชาติ นำคณะเดินทางออกเดินทางต่อ โดยมุ่งหน้าขึ้นเหนือเลาะทิวเขาขึ้นไป ตามแผนที่ระบุไว้ เมื่อเดินกันมาพักใหญ่ป่าบริเวณรอบเริ่มเงียบ แทบไม่มีเสียงสัตว์ใดให้ได้ยิน และพงหญ้ากิ่งไม้พุ่มก็หนาขึ้นเรื่อย นายใบ้ ต้องมาช่วย พรานชาติ และ จันสูถากถางช่วยอีกแรง บางช่วงต้องติดอยู่เป็นเวลานาน กว่าจะฝ่าพ้นไปได้ มีหนองน้ำเล็กๆจำนวนมากพื้นที่ส่วนใหญ่ ชุ่มอับ และ เริ่มพบสัตว์เลื้อยคลาน และ งู เพิ่มมากขึ้นพรานชาติ เตือนทุกคนให้ระวังตัว และ หมั่นมองพื้นเวลาเดินด้วย เพราะ กำลังเข้าเขตพญางู ทุกคนเริ่มส่ออาการหวาดหวั่นมอง ไปตามยอดไม้เวลาเดินผ่าน และ ก้มมองพื้นการเดินทางไปได้ช้ามาในวันนี้ พื้นที่บางช่วง เป็นหนองน้ำตื่นๆ แค่หน้าแข้งถึงเข่าที่ต้องลุยผ่าไปไม่สามารถหาทางอ้อมไปได้ พรานชาติพาคณะเดินทางบุกผ่านมาจนทิวเขาแนวเดิมไกลออกไปจนห่างป่าเริ่มหนารกครึมมีกลิ่นสาปแปลกๆ แต่ จอมพราน ก็ไม่ได้บอกใดๆ กลุ่มคณะเดินทาง แต่ จันสู จับอาการขอพรานชาติ ได้ ว่าเริ่มกังวล เพราะ เขา ก็รู้สึกเช่นนั้นเช่นกัน นายใบ้ ฟันกิ่งไม้พบเจอ งู หลายต่อหลายครั้ง แต่ พรานชาติ ให้เงียบไว้ อย่ากระโตกกระตากไปเดียวทุกคนจะแตกตื่นกันไปมากกว่านี้ ความอบอ้าว ทำให้ทุกคนเหงื่อท้วมแฉะร่างไปตามๆกัน พรานชาติ สั่งหยุดพักเมื่อพบเนินหินขนาดใหญ่เป็นลานกว้าง ทั้งหมดหยุดกินข้าวห่อใบตองที่มีเนื้อย่างพรานชาติ มองหนทางที่จะบุกไปเบื้องหน้า ก็คาดว่าคงเดินต่อไปได้อีกไม่นานคงต้องหาที่เหมาะๆ ตั้งปางพัก ในใจรู้สึกวิตกพอสมควร เพราะ ตั้งแต่เดินเข้ามาในป่าช่วงนี้ เขา แทบไม่สำเหนียกสัตว์ใดๆ นอกจาก งู สารพัดชนิด “ เอ้ย ๆ งู.” เสียง นายไวลูกหาบกระเหรี่ยงโดดตัวลอย ที่เห็น งู เลื้อยตรงเข้ามาหากลุ่มลูกหาบที่นั่งรวมอยู่ด้วยวงแตก ต่างก้มมองรอบตัว ของ ตัวเอง แต่ เมื่อ งูเลื้อยผ่านไปกลุ่มลูกหาบก็ก็หยุด แตกตื่น..

..พรานชาติ “ ไอ้พวกนี้ อยู่กับป่ากันมาแต่เกิดแท้ๆ กลัวอะไรกับงู ไม่เข้าท่า ไปเตรียมตัวไปกันต่อเร็วเดียวจะบ่ายจะค่ำ หาที่พักข้างหน้ายาก..”..เขา สั่งเตรียมเดินทาง พร้อมกระซิบบอก เ


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ