ชำระแค้นแทนเพื่อน ตอนที่5

ชำระแค้นแทนเพื่อน ตอนที่5

  • 0 ตอบ
  • 13133 อ่าน
*

ออฟไลน์ kollayut

  • Banned!

  • Junior Member
  • ***
  • 268
  • 1294
  • Thai
    • ดูรายละเอียด
ชำระแค้นแทนเพื่อน ตอนที่5
« เมื่อ: ตุลาคม 21, 2012, 09:38:34 am »
 
เช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นค่อนข้างสาย ผิดปรกติวิสัยที่เป็นคนตื่นเช้ามาโดยตลอด สาเหตุก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เป็นเพราะทั้งมิ้น
และเมย์ เรียกค่าตอบแทนของเธอจนเกินคุ้ม หลังจากที่ช่วงเย็นเธอเรียกน้ำกามของผมไปคนละ2รอบแล้ว ตกดึกสองสาวยัง
ตามเข้ามาเบิกค่าจ้างล่วงหน้า อีกคนละรอบ เล่นเอาผมเพลียหลับผลอยไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัว

หลังจากผมอาบน้ำเเสร็จความสดชื่นก็กลับมาอีกครั้ง ผมเดินเปลือยกายออกมาจากห้องน้ำ ท่อนลำอ่อนตัวห้อยหัวอยู่กลาง
หว่างขา ออกมาเจอน้องมิ้นนั่งรออยู่บนเตียงหนานุ่ม เธอทำหน้าทำตาล้อ ๆ อยู่บนเตียง พร้อมหัวเราะคิก ๆ เมื่อเหลือบมองต่ำ
ลงมาที่หนอนชาเขียวตัวใหญ่ของผม ที่บัดนี้ดูเหมือนมันไร้พิษสงไปเสียแล้ว น้องมิ้นเดินมาเข้ามาใกล้ เอื้อมมือเล็ก ๆ มาลูบ
ไล้เจ้าหนอนชาเขียวเล่น มันก็เหมือนหนอนตายตัวหนึ่ง ไม่รู้สึกรู้สาอะไร

"ทำไรกันอยู่คะ...." เสียงยัยเมย์มาพร้อมกับตัวที่เปิดประตูเข้ามาในห้องนอน เห็นมิ้นนั่งลูบไล้เจ้าหนอนชาเขียวผมเล่น
"ว๊าย!...แต่เช้าเชียวรึเพื่อน..."
"ได้ก็ดีสิยะ....อิอิ...." มิ้นจับหนอนชาเขียวผมกำบีบเบา ๆ พร้อมยกชูให้ยัยเมย์ดูสภาพของมัน สองสาวต่างพร้อมกันหัวเราะ
คิก ๆ คัก ๆ เป็นที่สนุกสนาน แต่ผมนี่สิขำไม่ออก เจ้าหนอนชาเขียวมันทำให้ขายหน้าแบบนี้
"โถ ๆ ๆ ๆ.....เจ้าหนอนที่รัก....จะฟื้นมั๊ยเนี่ยะ อิอิ...." ยัยเมย์ถลาเข้ามานั่งคุกเข่า แย่งหนอนชาเขียวของผมจากมือมิ้นไป
ลูบ ๆ กำ ๆ เบา ๆ เหมือนพยายามปลุกเร้า แต่ก็ไร้ผล ท่อนลำอ่อนนุ่มของผมยังคงหลับเสมือนมันหมดสติไป ไม่รับรู้ถึงสิ่ง
เร้าจากมือนุ่มนิ่มของสาวทั้งคู่

"พอแล้ว...เล่นเป็นเด็ก...." ผมยกมือผลักหัวเล็ก ๆ ของสาวทั้งคู่หงายล้มไปบนเตียง พร้อมขยับก้าวเดินไปห้องแต่งตัว มิ้น
เดินตามเอาผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ๆ มาเช็ดเส้นผมที่เปียกชื้นของผมไปมา ในขณะที่ยัยเมย์นั่งมองอมยิ้มอยู่บนเตียง
"ป๊า...ไปไหนหรอ...." มือเล็ก ๆ ช้วยเช็ดผมที่เปียกชื้นจนมันเริ่มแห้ง
"ป๊านัดครูแอ้ไว้ไง......" ผมตอบเบา ๆ นึกแปลกใจนิด ๆ เพราะปรกติมิ้นไม่เคยถาม เรื่องไปไหนมาไหนของผม นอกเสียจาก
ผมอยากจะบอกให้เธอทราบเอง
"อ่อ....ถ้าป๊าจะไปเพราะเรื่องเด็กฟางละก็...ไม่ต้องก็ได้ค่ะ...เราสองคนจัดการได้ รับรองว่าไม่เกินอาทิตย์ เรียบร้อย..."
"อืม....งั้นหรอ...ป๊าไปคุยเล่นเฉย ๆ ก็ได้...." ความจริงเมื่อทราบอย่างนี้แล้วผมก็ไม่อยากจะไปเช่นกัน แต่รู้สึกผิดสังเกตกับ
กิริยาท่าทางของมิ้น เลยแกล้งพูดแหย่เธอเล่น
"ไม่ไป...ได้มั๊ยคะ....." นั่นไงผิดปรกติจริง ๆ ทั้งน้ำเสียงและการกระทำของมิ้น
"พี่เลิฟ...ไม่เจอจารย์แอ้นานยังคะ...." ยัยเมย์ลุกลงจากเตียงเดินเข้ามาสมทบ
"อืม...........นานแล้ว...20ปีได้มั๊ง...." ผมนึกถึงใบหน้าเด็กสาวหน้าหวานตัวเล็ก ๆ แต่ท่าทางเหมือนพวกทอม ชอบใส่เสื้อ
นักศึกษาตัวโคร่ง ๆ ผมซอยสั้น ๆ รูปร่างบอบบาง จนเหมือนว่าแทบจะไม่มีหน้าอกหน้าใจเฉกเช่นสาวคนอื่น ๆ
"เมื่อก่อนจารย์แอ้....แกเป็นไงคะ...." เสียงมิ้นถามเบา ๆ
"ก็สวย....ตัวบาง ๆ ... แต่เหมือนทอม....." ผมตอบไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไร แต่สองสาวกลับหันหน้ามองสบตากันอย่างผิด
ปรกติเหมือนมีพิรุูทอะไรบางอย่างที่ไม่อยากบอกให้ผมรู้
"แล้วตอนนี้ยัยแอ้...เป็นไงล่ะ..." ผมพร้อมไปก็เริ่มหวีผมที่บัดนี้มีเส้นสีขาวขึ้นแซมตรงบริเวณด้านข้างของศรีษะชัดเจนขึ้น
"รับปากก่อนว่าจะไม่ไป..." มิ้นพูดเสียงอ่อย ๆ พร้อมส่งสายตาวิงวอนอ้อน ๆ ให้ผม
"โอเค...ไม่ไป.." ปรกติมิ้นไม่ใช่เด็กช่างอ้อนเท่าใดนัก แต่คราวนี้ดูเหมือนเธออ้อนผมมากผิดปรกติ ทั้งน้ำเสียงสายตา และ
ท่าทาง จนผมอดไม่ได้ต้องดึงเธอเข้ามากอดพร้อมหอมแก้มเธอฟอด ๆ โดยมีัยัยเมย์ยืนมองทำตาปริบ ๆ อยู่ข้าง ๆ

"มิ้น...มันไม่อยากให้พี่เลิฟไปหาจารย์แอ้ก็เพราะกลัวว่า พี่เลิฟจะโดนจารย์แอ้งาบอ่ะคะ...." ยัยเมย์เริ่มเล่าเรื่องของแอ้ให้ผมฟัง
เป็นฉาก ๆ ทำให้ผมทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับยัยแอ้น้องสาวเพื่อนด้วยความพิศวง จากเด็กสาวท่าทางเหมือนทอมกลับ
กลายเป็นสาวใหญ่ ที่เป็นเซ็กส์บอมของมหาวิทยาลัย เพื่อนอาราจย์ผู้ชายด้วยกันรวมทั้งบรรดานักศึกษาชาย ต่างลุ่มหลงแย่งชิง
กันให้วุ่นวาย จนถึงขนาดทางมหาลัยต้องตั้งกรรมการขึ้นสอบสวนความประพฤฒิในความเป็นครู เมื่อปีที่ผ่านมา

ผมฟังเรื่องของแอ้จากปากยัยเมย์จบ แม้เหมือนฟังความข้างเดียว แต่ผมกลับเชื่อเพราะรู้นิสัยดีว่ายัยเมย์ไม่ใช่คนขี้อิจฉาริษยา
เธอเป็นคนไม่เอาเรื่องราวกับใครอยู่แล้ว ฉนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่เธอจะใส่ความอาจารย์ผู้เคยสอนเธอมา อีกทั้งเวลาที่ผ่านมา
กว่า20 ปี ก็อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้หลายอย่าง จากเด็กสาวบอบบางเหมือนทอม ก็อาจกลายเป็นเซ็กส์บอมของมหาวิทยาลัย
ได้เช่นกัน ชีวิตของผมก็มิใช่ว่าจะขาดเซ็กส์แต่อย่างใด มีมิ้นสาวสวยแนบกายอยู่แล้ว แถมบัดนี้ยังมีัยัยเมย์เพื่อนรักของเธอบวก
เพิ่มเข้ามาอีกคน ฉนั้นพอรับรู้ถึงการเปลี่ยนไปของยัยแอ้ ก็หาทำให้ผมตื่นเต้นอยากเข้าไปสัมผัสไม่ แต่สิ่งที่ทำให้ผมรุ้สึกตื่น
เต้นแปลกใจมากกว่า ก็คือการที่ได้รับทราบว่า น้องมิ้นเธอหวงผม

"หวงเป็นด้วยหรอ...." ผมหันไปทำหน้าล้อเลียนใส่น้องมิ้น จนเธออายยกมือตีแขนผมแปะ ๆ ผมค้อนควักทำหน้าทำตา
"แล้ว...." ผมไม่พูดต่อ แต่ทำหน้ายื่นปากไปทางยัยเมย์ ให้น้องมิ้นทราบ
"ไม่เหมือนกันค่ะ....นี่เมย์เพื่อนรักของมิ้น...ไม่ใช่ใครอื่น...อิอิ....." เฮ้ออออแม่คุณ นี่ตกลงน้องมิ้นจะยัดเยียดยัยเมย์ให้ผม
จริง ๆ หรือนี่ ผมละหวั่นใจว่าอายุจะสั้นลงคราวนี้แน่
..........................................................................................................................................

หลังจากที่เราทั้งสามทานข้าวมื้อเช้าซึ่งความจริงน่าจะเรียกว่ามื้อเที่ยงมากกว่ากันเรียบร้อยแล้ว มิ้นกับเมย์ก็แต่งตัวไปมหาลัย
กันอีก พร้อมกำชับให้ผมรอฟังข่าวดีในตอนเย็น ไม่ต้องแรดออกไปหายัยแอ้ ซึ่งป่านนี้เธอน่าจะกำลังรอทานข้าวเที่ยงกับผม
อยู่แน่ ผมสองสาวออกจากไปได้เพียงครู่ ผมก็โทรไปหายัยแอ้ พร้อมขอโทษเธอที่ผิดนัด เสียงยัยแอ้ทำท่าผิดหวังที่ไม่ได้
เจอกับผม พร้อมทั้งหยอดกลับมาว่าคงสักวันที่เราจะได้พบกัน แล้วเธอจะรอวันนั้น

หลังจากวางสายจากแอ้ผมก็โทรหาไอ้วัตร เพื่อบอกให้มันเตรียมตัวให้พร้อม ไม่เกินอาทิตย์มันได้จิ้มสาวแน่ ท่าทางไอ้วัตรดี
ใจ น้ำเสียงมันดูตื่นเต้น บอกกลับมาว่าเสียเท่าไหร่ไม่ว่าขอให้มันมีส่วนร่วมจิ้มสาวมหาวิทยาลัยคนนี้ด้วยก็พอ ผมโทรไปหา
จอมยุทธหมิงคนต้นเรื่องอีกครั้งเพื่อหยั่งท่าที กลัวจริง ๆ ว่าพี่แกจะใจอ่อน แต่คราวนี้ผิดคาด น้ำเสียงดูกระตือรือร้น เมื่อผม
เล่าให้ฟังว่า ยุทธการชำระแค้นแทนเพื่อน คราวนี้ทำท่าจะเห็นผลถายในไม่เกิน7วัน
.........................................................................................................................................

และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึงหลังจากผ่านไปเพียง5วัน น้องมิ้นมากระซิบบอกผมว่า เย็นนี้จะพายัยฟางแก้วกับเจ้าเจมาที่บ้าน ซึ่ง
ผมกับไอ้วัตรวางแผนกันไว้แล้ว โดยอาศัยจุดอ่อนของคนทั้งคู่มาทำให้แผนสัมฤทธิ์ผล ยัยฟางเรียนอ่อนผลการสอบวิชาบัญชี
ตกลงมาแล้วถึง3ครั้ง ก็จะมาให้ผมติวที่บ้าน ส่วนเจ้าเจมันติดการพนันอย่างมาก ผมก็ให้ไอ้วัตรเตรียมต้มไอ้เจ้าเด็กคนนี้โดย
ใช้เกมไพ่ ที่ไอ้วัตรมันเชี่ยวชาญอยู่

ผมเตรียมติดกล้องวงจรปิดในห้องเล่นไพ่ซึ่งเตรียมไว้สำหรับการเชือดเหยื่อไว้ถึงสี่จุุด เป็นกล้องอย่างดีที่สามารถดึงซูมภาพ
ได้ ด้วยรีโมทคอนโทรล จากนั้นลากสายมายังห้องนอนของผมที่ติดเครื่องรับโทรทัศน์จอแบนขนาด42นิ้วไว้ถึง2เครื่อง ทด
ลองตรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิดจนมั่นใจว่า มันเห็นชัดทุกมุมทุกส่วนพื้นที่ของห้อง จากนั้นก็โทรเรียกทั้งไอ้วัตร และจอม
ยุทธหมิงให้มานั่งกินเบียร์รอเวลาที่เหยื่อจะเดินเข้ามาหาปังตอที่ผมลับไว้รอท่า

ผมซักซ้อมทำความเข้าใจในแผนการกับไอ้วัตรจนมั่นใจว่างานนี้ไม่พลาดแน่ ส่วนจอมยุทธหมิงให้นั่งทานเบียร์ไปเรื่อย ๆ รอ
เวลาเย็ดจนหนำใจฺห้าร้อยเจ็ดสิบสามครั้งที่จะเชือดอยู่ก็พอแล้ว ยังไม่ถึง6โมงเย็นด้วยซ้ำ มาสด้า 3 สีดำ ที่ผมซื้อให้มิ้นก็แล่น
เข้ามาจอด ยัยเมย์เปิดประตูรถด้านหน้าลงมายืนคู่กับมิ้น ส่วนด้านหลังมีหนุ่มหล่อสาวสวยหุ่นอวบแน่น ก้าวลงมายืนท่าทางตื่น ๆ
ผมแอบมองที่ม่านหน้าตาห้องรับแขก เห็นท่าทางของเด็กฟางแก้วแล้ว ดูซื่อ ๆ ใบหน้าสวยหวานผิวขาวละเอียด แม้เธอจะสูง
ไม่เท่ามิ้นกับเมย์ แต่รูปร่างของเธอก็เด่นสะดุดตาไม่น้อย อกกลมโตพุ่งตระหง่านจนดันสาบเสื้อนักศึกษาแยกออกจนมองเห็น
เป็นร่อง แม้มองจากที่ไกล ๆเช่นนี้ก็ตามที เอวคอดกิ่วแทบจะกำได้รอบ เลยทำให้สะโพกอวบกลมของเธอชวนมองยิ่งขึ้น ลำขา
ขาวเรียวที่โผล่พ้นชายกระโปรงออกมาร่วมคืบ ทำให้ร่างของสาวน้อยฟางแก้วดูเด่นสง่าไม่แพ้สองสาวเมย์มิ้นของผมเลย ผมดู
แล้วก็ไม่แปลกใจหรอกว่า ทำไมจอมยุทธหมิงเพื่อนเราถึงได้รักได้หลง จนแทบจะเป็นบ้าตายยามเมื่อรู้ว่าตนเองโดนหลอกลวง
เช่นนี้ ใจเย็นเพื่อนรัก นับเวลาถอยหลังได้เลย เอ็งได้ชำระแค้นแน่ ๆ ผมนึกอยู่ในใจ

ผมเดินกลับมายืนเชียร์ไอ้วัตรอยู่ข้าง ๆ ในขณะที่มันกำลังสับไพ่แจกให้ขาไพ่4คน ซึ่งความจริงก็คือลูกน้องคนสวนของผมคน
หนึ่ง อีก3คนเป็นเด็กของไอ้วัตรมัน ซึ่งเราใช้ให้คนทั้ง4เป็นหน้าม้าในแผนการตุ๋นไอ้เด็กเจ แฟนยัยฟางแก้ว
"ป๊า...ป๊า่ค่ะ....ๆ ..." เสียงน้องมิ้นร้องเรียกในห้องรับแขก ผมขานรับพร้อมเปิดประตูรับให้น้องมิ้นกับเพื่อนทั้งสามเข้ามาในห้อง
น้องมิ้นทำท่าแปลกใจเมื่อเห็นวงไพ่ พร้อมทั้งแนะนำเด็กทั้งสองคนให้ผมรู้จัก
"คนนี้ชื่อฟางค่ะ....ที่มิ้นบอกให้ป๊าช่วยติวบัญชีให้ไงค่ะ...." น้องมิ้นพูดตามบทที่นัดแนะกันไว้
"นี่น้องเจ...เพื่อนของฟางเค้า...." ผมยกมือรับไหว้เด็กทั้งคู่
"ตามสบายนะ....เด็ก ๆ พักสักกินน้ำกินท่าก่อน เดี๋ยวค่อยติวกัน..."
"ป๋าครับ....ผมเลิกก่อนดีมั๊ยครับ...." ลุงชาติคนสวนวัยชราของผมที่เป็นหน้าม้าเล่นไพ่ พูดตามบทที่ผมวางไว้
"เอ๊า...ลุงชาติ...ได้แล้วเลิกเลยนะ...." ไอ้วัตรเจ้ามือไพ่ป็็อกเด้ง ร้องแซว
"แหะ ๆ ....ได้นิดหน่อยเองครับเสี่ย....สี่ห้าพันขนหน้าแข้งเสี่ยไม่ร่วงหรอก..." ลุงชาติรีบลุกขึ้นตามบทที่ผมวางไว้

ปลาเริ่มสนใจเหยื่อที่ผมกับไอ้วัตรวางล่อ ไอ้เด็กเจหันไปมองวงไพ่อย่างสนใจ เมื่อลุงชาติเก็บเงินที่เล่นไพ่ได้ใส่กระเป๋าก็รีบ
ลุกออกไปตามบท มีเสียงไอ้วัตรบ่นเบา ๆ ว่าขาขาด ๆ มิ้นรีบสวมเข้าไปนั่งแทน ตามบทที่ผมให้ ทำให้วงไพ่ดำเนินต่อไปอีก
ครั้ง ยัยเมย์กลับเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมแก้วน้ำส้มส่งให้ฟางแก้วและเจ้าเจ แต่ดูท่าทางมันจะสนใจขวดเบียร์ที่วางอยู่เสีย
มากกว่า

ไอ้วัตรเป็นเจ้ามือป็็อกเด้งที่อับโชค เพราะบรรดาหน้าม้าทั้งหลายเดี๋ยวก็ร้องเฮ ๆ ว่าได้ป็็อกแปดมั่ง ป็็อกเก้ามั่ง จากการทำไพ่
ของไอ้วัตร จนเงินหน้าตักของมันหลายหมื่นหมดเกลี้ยงไปในพริบตา
"ไอ้ภู....น้องมิ้นมึงเด้งเก่งฉิบ....เดี๋ยวเด้ง ๆ จนกูจะหมดตูดอยู่แล้ว...." เสียงไอ้วัตรพูดแซวดังลั่นห้อง จนคนทั้งห้องหัวเราะ
ออกมา
"แหม.........พี่...คนอื่นก็ได้....พี่วัตรไม่เห็นแซวเลย..." เสียงน้องมิ้นบ่นอุบอิบ พร้อมหัวเราะฮา ๆ เมื่อปรากฎว่าเธอได้ไพ่
เก้าเด้งอีกครั้ง คราวนี้ไอ้วัตรเลยต้องเปิดกระเป๋าเจมส์บอนของมันควักแบ็งค์พันออกมาปึกหนึ่ง
"คืนนี้ไม่อั้น...ใครมีปัญญากินได้กินไป...." ไอ้วัตรโยนเงินปึกใหญ่ลงบนโต๊ะ พร้อมคว้าแก้วเบียร์ซดอัก ๆ จนเกลี้ยง

ผมเห็นว่าไอ้เจทำตาลุกวาว เลือดผีพนันของมันคงกำลังแตกสร้าน ผมจึงดึงยัยเด็กฟางแก้วเลี่ยงออกมาที่ห้องทำงาน ทำทีเป็น
ติววิชาบัญชีให้หล่อน ส่วนยัยเมย์ให้ไปอยู่เป็นเพื่อนจอมยุทธหมิงในห้อง นึกหวั่น ๆ เหมือนกันว่าจอมยุทธผู้พ่ายรักจะชวนยัย
เมย์ ฝึกวิทยายุทธลับหลังผมหรือไม่ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ผมก็ไม่ขัดหรอก ด้วยรู้ตัวดีว่า ในระยะยาวผมคงให้ความสุขกับ
สองสาวไม่ได้ทั่วถึง

ผมสอนหลักการวิชาบัญชีให้ยัยฟางแก้วในห้องทำงานไปเรื่อย ๆ อย่างใจเย็น ๆ จนเวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมง ตลอดเวลายัยเมย์
คอยบริการอาหารว่างให้มิได้ขาด จวบจนถึงเวลาที่นัดหมายกันไว้ให้ลูกน้องไอ้วัตรคนหนึ่งถอนตัวออกจากวงไพ่ให้ดูเหมือนขา
ไพ่ขาดไปคนหนึ่ง เพื่อให้ไอ้เจเกิดความโลภอยากเล่น เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาไอ้วัตรแกล้งเล่นเสียเงินไปหลายหมื่นบาท ซึ่ง
ก็ไม่ผิดความคาดหมาย พอมีขาไพ่ขาดไปคนหนึ่ง ไอ้เจก็กระโดดเข้าร่วมวงทันทีเช่นกัน

"ไปดูเขาเล่นไพ่กันเถอะนู๋ฟาง...พักผ่อนสมองหน่อยเรียนมาสองชั่วโมงแล้วนิ" ผมชวนยัยเด็กฟางแก้วกลับเข้าห้องเชือดเหยื่อ
อีกครั้งหนึ่ง
"ค่ะ....แล้วแต่คุณอา...." ยัยฟางแก้วเดินตามผมมาในห้อง หน้าสวยเธอคิ้วขมวดมุ่นเมื่อแลเห็นว่าไอ้เจร่วมวงเล่นไพ่อยู่
"เจ..." เธอสะกิดที่ไหล่มันเบา ๆ ทำหน้าตาไม่ค่อยพอใจนัก ในขณะที่ไอ้เจกำลังลุ้นไพ่ตัวโก่ง
"นิดหน่อยน่าฟาง....เจกำลังมือขึ้น..." มันตอบมาโดยไม่หันมามองหน้ายัยเด็กฟางแก้วสักแว๊บ

ผมมองไปที่หน้าตักของมันเห็นมีเงินกองอยู่ร่วม ๆ หมื่นบาท ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเล่นได้หรือว่าเป็นเงินลุงทุนของตัวมัน
"อยู่ละยังน้องเจ...." ไอ้วัตรร้องถามพร้อมยื่นสำรับไพ่มาเบื้องหน้า
"อยู่ครับอา..."
"มิ้นก็อยู่ค่ะ....พี่ัวัตรเสียรอบวงอีกแน่ อิอิ"
ใน วงไพ่ป็อกเด้งนั้นจัดที่นั่งให้ไอ้เจนั่งตรงข้ามกับไอ้วัตร โดยมีน้องมิ้นนั่งเป็นขาบ๊วย ส่วนลูกน้องไอ้วัตรที่ยังเหลืออีกคนเป็น
หน้าม้า นั่งเป็นขาแรก เมื่อลูกขาไม่มีใครเรียกไพ่เพิ่ม ไอ้วัตรก็เริ่มจับไพ่ตัวเองขึ้นมาลุ้น ผมเดินไปยืนอยู่เบื้องหลังของมันเพื่อ
มองไพ่ที่ไอ้วัตรมันถืออยู่ เป็นเลขสามดอกจิกกับสิบดอกจิก มันถือไพ่เด้งอยู่ แต่แต้มน้อยเกินกว่าที่จะจับ มันจึงเรียกไพ่เพิ่ม
อีกหนึ่งใบ ผมเห็นมันคลี่ไพ่ออกดู เป็นแจ็คโพธิ์ดำ นึกขำในใจว่าแม่งแค่สามแต้มเสียรอบวงแน่ ไอ้วัตรรวบไพ่ทั้งสามใบที่ถือ
อยู่เข้าหากัน จากนั้นคล่อย ๆ คลี่ไพ่ลุ้นอีกครั้งที่ใบสุดท้ายซึ่งผมเห็นก่อนหน้านั้นแล้วว่าเป็นแจ๊คโพธิ์ดำ แต่คราวนี้พอมันค่อย ๆ
แพล็มไพ่ออกมาทีละนิด ขอบของตัวแจ๊คกลับหายไปกลายเป็นสีดอกจิกขึ้นมาสามแถว

"จับรอบวงเลยน้อง ๆ แต่คราวนี้พี่วัตรขอสามเด้งด้วยนะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ" ไอ้วัตรมันกางไพ่ออกมาให้ทุกคนดู ปรากฎว่ามันได้9แต้ม
สามเด้ง กินรวบทุกขา แถมยังต้องเพิ่มเงินให้มันอีกคนละสองเท่าจากจำนวนเงินที่แทงเป็นค่าเด้งตามกติกา ไพ่เกมนี้ไอ้เจเสีย
เงินไปถึงสามพันบาท เพราะมันแล่นขาละ500สองขา
"เจ....เลิกเหอะ...." เด็กฟางแก้วร้องเตือนมันเบา ๆ อีกครั้ง
"เดี๋ยวดิฟาง....เจกำลังดวงขึ้น อย่ามาขัดได้ป่ะ...." ไอ้เจเสียงเข้มขึ้นด้วยความไม่พอใจ
ไอ้วัตรรวบไพ่ทั้งสำรับมากรีดพร้อมสับไพ่สองสามที แล้ววางตรงกลางวง ไอ้เจชิงยื่นมือมาตัดไพ่แซงหน้าน้องมิ้นที่กำลังยื่น
ออกมา"เกมนี้เจของตัดนะพี่ีมิ้น.....่"
"ตามสบายจ๊ะ....ใครตัดก็กินพี่วัตรเหมือนกัน...จริงมั๊ยคะเสี่ย อิอิ..." น้องมิ้นทำหน้าทำตาล้อหลอกยั่วประสาทเจ้าวัตรเล่น
และก็เป็นจริงตามนั้น ไอ้วัตรอ่อยให้กินอีกสามตารวด เสียงร้องเฮ ๆ ชอบใจที่เจ้ามือเสีย ดังเป็นที่สนุกสนาน จนยัยฟางแก้ว
ชักเริ่มสนุก พี่เห็นไอ้เจแฟนนักศึกษาได้เงินมากองอยู่ที่หน้าตักเกือบจะสองหมื่น

"เสีย....คืนนี้ผมพอก่อนได้มั๊ยครับ..." ลูกน้องไอ้วัตรเริ่มถอนตัวลุกขึ้น หลังจากที่ผมส่งซิกให้มันรู้
"อ๊าว....พอแล้วหรอวะ....ว๊า....กำลังสนุกอยู่เชียว...." ไอ้วัตรทำท่าเสียดาย
"ไงเสี่ยวัตร....ยังแจกเงินไม่จุใจ..ว่างั้นเหอะ...." ผมแกล้งสัพยอกล้อมัน
"เออสิวะ..นาน ๆ หนีเมียออกมาแจกเงินน้อง ๆ เล่นสักครั้ง ฮ่า ๆ ๆ ๆ...ยังอยู่ในกระเป๋าอีกหลายแสน มึงจะรีบเลิกไปไหน..."
"เอ่อ....คราวหน้าดีกว่าครับเสี่ย.....ให้น้องผู้หญิงเล่นแทนก็ได้นี่ครับ....ถ้าเสี่ยยังอยากแจกเงินอยู่" ลูกน้องไอ้วัตรพูดจบก็้รวบ
เงินที่กองอยู่บนหน้าตักหลายหมื่นใส่กระเป๋าเดินออกจากห้อง ทำให้วงไพ่ต้องชะงักไปชั่วคราว
"ฟางเล่นเป็นมั๊ย....เสี่ยวัตรเขายังอยากแจกเงินพวกเราอยู่ อิอิ..." น้องมิ้นเริ่มชักจูงให้เด็กฟางแก้วตกหลุมพรางที่ผมวางเอาไว้
"ก็เป็นค่ะ...แต่ว่า....เจว่าไง" ยัยเด็กฟางหันไปถามความคิดเห็นจากแฟนหนุ่ม
"เล่นเลยดิฟาง.....หนุก ๆ ...." ความโลภของคนเรามักมีไม่สิ้นสุด เฉกเช่นไอ้เจกำลังเป็นอยู่ มันเล่นได้เลินไปหลายหมื่นแล้ว
แต่ก็ยังโลภไม่พอ เพราะเห็นว่าคืนนี้เจ้ามือคงไม่ได้พกดวงมา โอกาสที่มันจะกอบโกยเงินจากเสี่ยวัตรยังมีให้เห็นอีกมาก มันจึง
รีบสนับสนุนให้แฟนสาวร่วมเล่นด้วยทันที

แผนที่ผมวางเดินทางมาถึง จนใกล้จะสำเร็จแล้ว เหยื่อทั้งสองตัวตกหลุมพรางด้วยความโลภ รอเพียงเวลาอีกสักหน่อย เหยื่อวัย
ละอ่อนทั้งคู่จะต้องเสียจนหมดเนื้อหมดตัวด้วยฝีมือไพ่ชั้นเซียนของไอ้วัตร


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ