Koy restart ep 11 โดยท่านukisa

Koy restart ep 11 โดยท่านukisa

  • 0 ตอบ
  • 15501 อ่าน
*

ออฟไลน์ ppp44

  • Gold Member
  • *****
  • 1315
  • 1797
    • ดูรายละเอียด
Koy restart ep 11 โดยท่านukisa
« เมื่อ: มกราคม 31, 2013, 07:50:59 pm »
                                                                            
                                    
« เมื่อ: มกราคม 30, 2013, 08:47:31 PM »
                                                                                                    
    [/li]
                                                                                        ที่จริงวันนี้ผมกะจะเบี้ยวไม่ยอมไปทำงานแต่พอดีนัดลินไว้ผมเลยนั่งดูแนนกับแอนเล่นกับเจ้าริวจน 11 โมงถึงได้ออกจากบ้าน ผมนัดลินไว้ที่ภัทคารที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งก็เพื่อจะได้ประหยัดเวลาไม่ต้องกลับไปคอนโดของลินอีก ลินไปรอผมก่อนเวลาที่นัด

  [    post] “อ้าวมาแล้วหรอ ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนะ”
   “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลินอยากเจอพี่บีเร็วๆ”
   ผมยิ้ม “งั้นก็สั่งอาหารทานกันเลยดีกว่า เดี๋ยวพี่จะได้ทำให้ลินหายคิดถึงพี่”
   ลินยิ้มแก้มแดง

   ระหว่างทานอาหารลินก็รายงานเรื่องงานของอาทิตย์นี้ให้ผมฟัง หลังจากนั้นเราก็ขึ้นไปห้องที่ผมเปิดไว้ พอเข้าไปในห้องได้ลินก็เข้ามากอดแล้วประกบปากจูบผม เธอโยนกระเป๋าถือราคาแพงลงบนพื้นแล้วดันผมให้ถอยไปที่เตียง ไปถึงเตียงลินก็ผลักผมให้นอนหงายลงบนเตียง

   “อะไรเนี่ย จะปล้ำพี่หรอไง”
   “ได้ไหมหละค่ะ”
   “ก็ตามใจลินซิ”

   ลินถอดรองเท้ากับถุงเท้าผมออกก่อนจะขึ้นมาคล่อมตัวผม เธอก้มลงจูบผมอีกครั้งพร้อมกับปลดเปลื้องเสื้อผ้าอมออกอย่างรีบร้อน ผมเองก็จัดการกับเสื้อผ้าลินเหมือน ผมถอดเสื้อสูทตัวออกออกจากนั้นก็ตามด้วยเสื้อซับสายเดียวด้านในจนเหลือแค่บราสีกุหลาบลายลูกไม้

   ลินช่วยแกะตะขอบราด้านหลังให้ พอมันหลุดออกลินก็ก้มลงเอาหน้าอก 36 นิ้วมาถูกับหน้าผม ผมเลยงับปลายถันของลินแล้วดูดเล่น ระหว่างนั่นผมก็เริ่มถอดกระโปรงสั้นของเธอออก ตามด้วยกางเกงในสีเดียวกับบราตัวสวย พอลินเปลือยเปล่าเธอก็ถอดกางเกงผมออกบ้าง

   ตอนนี้อาวุธผมมันตั้งรออยู่แล้วครับ ลินใช้มือนุ่มทักทายมันก่อนที่จะใช้ลิ้นเลียเหมือนมันเป็นไอติมแท่งโต ลินเลียขึ้นลงจากปลายมาถึงโคนแล้วไล่ไปรอบๆจนทั่วทั้งลำ จากนั้นเธอก็อมมันเข้าปากแล้วใช้ฟันขบมันเบาๆ ทำเอาผมเสียวแปล๊บเลย ก่อนที่ลินจะเริ่มใช้ริมฝีปากและลิ้นรูดเอ็นให้ผม ผมก็บอกให้เธอขยับมาเป็นท่า 69

   เพื่อไม่ให้เป็นฝ่ายโดนบุกอยู่ฝ่ายเดียวผมก็แหวกกลีบสาวของลินแล้วลากลิ้นเลียไปที่ร่องสีชมพูตรงกลาง ลินร้องซี๊ดก่อนที่จะเอาคืนด้วยการผงกหัวขึ้นลงใช้ปากรูดเอ็นผมอย่างรวดเร็ว เราสองคนทำรักด้วยปากให้กันจนเราทั้งคู่เครื่องร้อน ลินผละปากแล้วกลับตัวมาหาผม

ลินเลื่อนตัวมาที่หว่างขาผม เธอจับเอ็นผมจ่อที่น้องสาวเธอแล้วค่อยๆ กดลงมาช้าๆ เธอหลับตาร้องซี๊ดดด เบาๆจนกระทั้งทับเอ็นผมมิดด้าม จากนั้นลินเริ่มโยกเอวช้าๆ ลินเสยผมที่ตกมาปิดหน้าพร้อมกับแอ่นตัวโยกคลึงเอ็นผมที่อยู่ด้านในร่องสาวเธอ

“อืมมม อืมมม อื้มมมม” ลินครางเบาๆ อย่างมีความสุข

ผมเริ่มขยับเอวให้เข้ากับจังหวะของลิน เพื่อให้ลำแท่งมุดเข้าร่องสาวของเธอได้ลึกขึ้นและเสียดสีกันมากขึ้น ลินหลับตาพริ้มซูดปากเสียว ลินโยกเอวไปซักพักเธอก็ก้มตัวลงมาให้ผมช่วยดูดปลายถันให้ ผมดูดปลายถันสีอ่อนของลินข้างซ้ายทีขวาทีสลับกันไป

จากนั้นลินก็นอนลงมาทับตัวผมแล้วกระดกก้นให้เอ็นผมมุดเข้าออกร่องสาวเธอแทนการควบเอว ผมเลื่อนมือลงไปขย้ำแก้มก้นของลินเบาๆ เพื่อกระตุ้นความกระสัน ลินเริ่มกระดกก้นเร็วขึ้นเธอกอดผมไว้แน่นพร้อมกับเอาหน้าซุกมาที่แผ่นอกของผม

ลินครางอู้อี้แต่เหมือนเธอกำลังเร่งให้เสร็จ ผมขย้ำก้นลินแรงขึ้นตามอารมณ์ของเธอ ลินเร่งจนเสียงเอ็นผมมุดเข้าร่องสาวเธอดัง จั๊บ จั๊บ จั๊บ แล้วลินก็หยุดเกร็งกัดฟันแน่นพร้อมกับแอ่นตัวขึ้น ผมเอื้อมมือไปขย้ำหน้าอกเธอเบาๆ น้องสาวลินรัดน้องชายผมจนแน่นหลายครั้งก่อนจะคลายตัวพร้อมๆ กับที่ลินทิ้งตัวลงซบผม

ผมปล่อยให้ลินได้พักแป๊บนึง จากนั้นผมก็พลิกตัวขึ้นคล่อมลินบ้าง ลินรีบหยีตาขมวดคิ้วเพราะรู้ว่าผมกำลังจะทำอะไร ผมโหย่งเอวออกช้าๆ แล้วดันมันกลับเข้าไปพรวดเดียวสุดลำ ลินสะท้านกายขึ้นรับพร้อมกับร้องอู้ยยยยย ผมเริ่มดึงเอ็นออกช้าๆ แล้วกระแทกกลับเข้าไปเน้นๆ เป็นจังหวะ

ผมไม่เร่งร้อน อาศัยความยาวของอาวุธบดของรักของลินจนเธอครางกระเส่า พอลินเริ่มเครื่องติดเธอเลื่อนมือมาที่สะโพกผมแล้วดึงเข้าหาตัวเป็นจังหวะนำให้ผมทำทาม ผมกระแทกตามจังหวะที่ลินต้องการ ลินดูจะชอบให้เข้าลึกๆ มากเพราะเธอดึงเอวผมเข้าหาตัวสุดแรงทุกครั้ง

ผมเผาเครื่องของลินจนร้อนเต็มที่ มันก็ถึงเวลาที่ลูกสูบของผมมันจะเริ่มทำงานเต็มที่ซะที ผมเริ่มขยับเอวส่งเอ็นออกร่องสาวลินต่อเนื่องขึ้น ลินปิดตาขมวดคิ้วมือเธอเริ่มจิ๊กไปที่ผ้าปูที่นอน ผมเร่งจังหวะกระแทกขึ้นอีกจนเริ่มมีเสียง พับ พับ พับ ดังขึ้น ลินเริ่มสะบัดหน้าไปมาพร้อมกับร้องคราง

ผมกระแทกลินท่าเบสิกอยู่พักใหญ่ก่อนที่ผมจะจับเธอพลิกตัวนอนคว่ำแล้วดึงก้นเธอให้โก้งขึ้นมาโดยที่เอ็นไม่หลุดจากร่องสาวของลิน ผมเริ่มกระแทกใส่ด้านหลังของลินจนเสียงดัง พับ พับ พับ ลินร้องครางสะบัดหน้าไปมา จากนั้นผมก็ก้มลงแนบแผ่นหลังลินแล้วเอื้อมมือไปขย้ำหน้าอกเธอ

“อู้ยยยย ซูดดดดดด โอ้ยยยยย อืมมมมมมม โอ้ยยยยยยซี๊ดดดดดด”

ลินซี๊ดปากเสียวตลอดเวลาพร้อมกับเด้งก้นสู้ผมด้วย ผมกอดตัวลินไปหอมไซ้ไปทั่วแผ่นหลังหัวไหล่และซอกคอของเธอ ตอนผมไซ้ไปที่ใบหูและเลียที่รูหูของลิน เธอเกร็งไปทั้งตัวเหมือนเสียวซ่านมากๆ ร่องสาวลินรัดเอ็นผมแรงมากน้ำรักเธอก็ไหลออกมาจนเต็มหว่างขา

ผมปล่อยหน้าอกลินแล้วดึงแขนเธอให้แอ่นตัวขึ้นแทน ลินแอ่นตัวขึ้นจนเกือบเป็นท่านั่งคุกเข่าสองข้าง โดยที่มีผมกำลังกระแทกน้องสาวเธออย่างรุนแรงจนตัวลินแทบจะลอยตามแรงกระแทก เสียงหน้าขาผมกระแทกก้นลินดัง ปั๊บ ปั๊บ ปั๊บ รัว ลินเสียวมากจนร้องไม่เป็นภาษา

ผมเองก็เริ่มไม่ไหวแล้วเหมือนกันเลยเร่งจังหวะสุดท้าย ลินรู้ว่าผมกำลังจะเสร็จเธอพยายามขมิบช่วยจนผมกลั้นความสุขต่อไปไมไหวผมปล่อยมันอัดเข้าน้องสาวลินหลายครั้งจนล้น ลินส่งเสียงร้องแห่งความสุขออกมาก่อนจะหมดแรง ผมค่อยวางลินลงบนเตียงโดยที่เอ็นยังไม่หลุดจากน้องสาวเธอ

ผมนอนทับตัวลินไว้ ลินเอียงหน้ามาหาผม ผมเลยก้มไปหอมแก้มเธอ

“เป็นไงหายคิดถึงหรือยัง”
“ยังค่ะ เอาอีก” ลินทำหน้าทะเล้นใส่ผม
“งั้นเอาต่อเลยนะ”
“เดี๋ยวค่ะ พักค่ะ ลินเหนื่อยจะแย่แล้ว”
“เหนื่อยอะไร พี่ทำอยู่คนเดียว ลินไม่ได้ทำอะไรเลยซะหน่อย”
ลินทำหน้าอาย “พี่บีอะ ลินก็อายเป็นนะค่ะ ดูซิทำซะลินเหงื่อออกท่วมตัวแล้วเนี่ย แบบนี้จะไม่ให้เหนื่อยได้ยังไง”
“แหมพี่แซวเล่นนะ พักก็พักซิแต่พี่ขอกอดลินไว้แบบนี้นะ”
“ได้ซิค่ะ” “พี่บีค่ะ ลินขออะไรพี่บีอย่างนึงได้ไหมค่ะ”
“จะขออะไรหละ จะขอลาพักร้อนหรอ ได้ซิลินไม่ได้หยุดงานนานแล้วเหมือนกันนะ”
“ไม่เอาหรอกค่ะ ถ้าลินหยุดงานไม่มีอะไรทำลินก็ยิ่งนึกถึงพี่บีซิค่ะ แล้วจะให้ไปเที่ยวคนเดียว ลินก็ยิ่งเหงา”
“ทำไมหละ งั้นเราหาเวลาไปเที่ยวด้วยกันไหม”
“จะดีหรอค่ะ ลินไม่อยากทำให้พี่บีมีปัญหากับแฟนนะค่ะ”
“ก็ไม่เป็นไรนี่ คุณลุงมีบริษัทอยู่ต่างจังหวัดด้วยไม่ใช่ ลินก็จัดให้พี่ไปดูสองสามวันก็ได้ แล้วเราไปด้วยกันดีไหม”
“จริงๆ นะค่ะ”
“ก็จริงซิ”
“ขอบคุณนะค่ะพี่บีที่จะพาลินไปเที่ยว”
“แหมก็ลินน่ารักแบบนี้พี่ก็ต้องตอบแทนลินบ้างซิ”
“อืมแต่ที่ลินจะขอไม่ใช่เรื่องนี้หรอกนะค่ะ”
“อ้าว ลินจะขออะไรพี่หละ”
“คือ ลินอยากให้พี่เลิกยุ่งเรื่องของนายเพชรค่ะ”
“ทำไมหละ ลินกลัวหรอ”
“ลินไม่ได้กลัวหรอกค่ะ แต่ลินเป็นห่วงพี่บี”
“ทำไมหละ มีอะไรที่ลินยังไม่ได้บอกพี่หรอ”
ลินพยักหน้า “คือลินรู้มาว่าคนที่พยายามจะจับนายเพชรมักจะจบไม่ดี”
“ทำไมหละ พี่ไม่กลัวพ่อนายเพชรหรอกนะ คนทำชั่วยังไงมันก็ต้องรับกรรม”
“แต่ทุกคนที่ไปยุ่งกับนายเพชรไม่ว่าเป็นคนธรรมดาหรือแม้แต่ตำรวจหรือทหารก็มักจะจบด้วยการโดน อืม”
“อะไร”
“คือโดนลอบยิง ซึ่งส่วนใหญ่ก็”
“ไม่เป็นไรหรอกนา ยังไงพี่ก็ไม่เป็นไรหรอกลินไม่ต้องกลัวนะ”
“แต่ลินกลัว”
“ไม่เอานะไม่ต้องกลัว”

ผมปลอบลินด้วยเอ็นอีกรอบก่อนที่เราจะออกจากโรงแรม ลินไปทำงานต่อส่วนผมก็กลับไปออฟฟิต ช่วงบ่ายหมวดป๊อบก็มาหาผมพร้อมกับเพื่อนที่อยู่ ปปส ที่ชื่อหมวดสิงห์ แต่ดูสีหน้าหมวดสิงห์เหมือนไม่อยากมาคุยซักเท่าไหร่

“คุณบีค่ะนี่หมวดสิงห์ ปปส ที่รับคดีนี้อยู่”
“สวัดสดีครับ”
“เอาง่ายๆ สั้นๆ ดีกว่า ผมอยากให้คุณหยุดยุ่งเรื่องคดีนี้ซะ” หมวดสิงห์พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจมากๆ
“อะไรนะครับ”
“ผมอยากให้คุณหยุดยุ่งเรื่องคดีนี้ซะ”
“แล้วยังไงครับ คุณจะจัดการเองงั้นหรอ” ผมเริ่มไม่พอใจเหมือนกัน
“มันหน้าที่ของตำรวจ ประชาชนไม่ควรเข้ามายุ่ง มันจะเสียรูปคดี”
“เสียยังไง ไอ้เพชรมันโดนจับมากี่คดีแล้ว ถึงตอนนี้คุณยังจับมันไม่ได้เลย”
“หลักฐานไม่พอจับมันมามันก็หลุดอีก”
“ยังไม่ได้จับคุณก็คิดว่ามันจะคดีแล้วหรอ สรุปมันต้องมีคนดีๆ ที่ต้องเดือนร้อน หรือเสียคนอีกซักกี่คนคุณถึงจะมีหลักฐานพอที่จะจับมันได้” ผมขึ้นเสียงบ้าง
“คุณบีใจเย็นๆ ค่ะ”
“แต่มันไม่ใช่หน้าที่ของคุณ มันหน้าที่ผมที่จะจับคนร้าย คุณเลิกยุ่งเรื่องนี้ซะดีกว่า”
“ใช่มันไม่ใช่หน้าที่ของผม แต่ตอนนี้ไอ้เวรเนี่ยมันกำลังทำให้คนของผมเดือนร้อน มันใช้คนของผมเป็นเครื่องมือหากินของมัน แล้วอีกอย่างนะ ถ้าไอ้คนที่มีหน้าที่แล้วมันทำไม่ได้เรื่อง มันก็ควรจะมีคนอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน”
“นี่คุณกำลังสบประมาทเจ้าหน้าที่อยู่นะ”
“ฮึ ตำรวจแล้วไง ด่าไม่ได้หรอ ตำรวจไม่ใช่คน”
หมวดป๊อบเห็นว่าเริ่มจะบานปลายเลยรีบเข้ามาขวางผมกับหมวดสิงห์ไว้ซะก่อน
“ใจเย็นๆ กันก่อนค่ะ เรื่องนี้มันก็มีเหตุผลนะค่ะ คุยกันด้วยเหตุผลดีกว่าค่ะ”
ผมกับหมวดสิงห์ต่างคนต่างหันหน้าไปคนละทางเหมือนไม่อยากมองหน้ากัน
“คือที่หมวดสิงห์เค้าไม่อยากให้คุณบีเข้ามายุ่งเรื่องนี้ก็เพราะว่ามีคนที่ต้องเสียชีวิตไปเพราะเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้หลายคนแล้วนะค่ะ เราเลยไม่อยากให้คุณบีต้องเสี่ยง”
“ผมไม่กลัวหรอกนะแค่นี้ ก่อนหน้านี้ผมเคยโดนจ้องเอาชีวิตมาแล้วหลายครั้ง ผมก็ยังอยู่มาได้”
หมวดป๊อบถอนหายใจ “โอเค แต่เรื่องจับกุมขอให้เป็นหน้าที่ตำรวจแล้วกันนะค่ะ ตกลงนะค่ะ”
“ก็ขึ้นอยู่กับว่าผลมันจะออกมายังไงนะครับ ถ้ากฎหมายทำอะไรมันไม่ได้ผมคงต้องใช้กฎของตัวเอง”
หมวดสิงห์หันมามองหน้าผมด้วยสายตาที่ไม่พอใจ
“ค่ะๆ ยังไงวันเสาร์นี้มันต้องโดนจับแน่ ทางเราเองก็ได้ข่าวกรองมาตรงกัน ครั้งนี้มันไม่รอดแน่ๆ”
“ก็หวังว่ามันคงไม่มีพวกแตกแถวเตือนให้มันรู้ตัวซะก่อนนะครับ ทีมคุณไว้ใจได้แค่ไหน”
“นี่คุณ” หมวดสิงห์โมโหที่ผมพูด
“เดี๋ยวค่ะๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกัน เอาเป็นว่าเสาร์นี้พอเราจับตัวนายเพชรได้เราจะรีบแจ้งคุณบีทันทีค่ะ”
หมวดสิงห์บ่นเบาๆ “มันเป็นใครทำไมต้องรายงานมันด้วย”
ผมหันจะไปเอาเรื่องแต่หมวดป๊อบรีบลากลับก่อน

ผมรู้สึกหงุดหงิดกับอาการของหมวดสิงห์มากจนกลับถึงบ้านได้เห็นแอนมีสีหน้ามีความสุขผมถึงค่อยสบายใจขึ้น ผมไม่ได้บอกแอนเรื่องไอ้เพชร ชีวิตผมก็ผ่านไปจนถึงวันศุกร์ ผมก็ไปรับก้อยมาค้างที่บ้านตามปรกติ ก้อยเจอแอนเธอก็ไม่ว่าอะไรก็ทักทายตามปรกติ

เราไปไปทานข้าวที่ร้านของผมกันเพราะผมเห็นว่าก้อยเหนื่อยเลยไม่อยากให้ต้องทำกับข้าวอีกและเป็นการเอาใจก้อยด้วย คืนนั้นหลังจากฟิจเจอร์ริ่งกับก้อยไปหนึ่งรอบขณะที่ผมกำลังนอนกอดก้อยที่นอนหันหลังให้ผมอยู่ เธอก็เริ่มถามเรื่องแอน

“น่ารักดีนะค่ะ”
“ใครหรอ พี่หรอ”
“แหมน่ารักตายหละพี่บีเนี่ยนะ”
“อ้าว แล้วใครน่ารักหละ”
“ก็น้องแอนไงค่ะ”
“อืมหรอ” ผมทำเป็นไม่รู้เรื่อง
ก้อยพลิกตัวกลับมาหาผมพร้อมกับยิ้ม “ไม่ต้องมาไก๋เลย”
“ไก๋อะไร แอนเพื่อนแนนเค้านะ”
ก้อยบีบจมูกผม “คนเจ้าชู้ นึกหรือว่าก้อยไม่รู้เหอ”
“เปล่าซะหน่อยนะ พี่ไม่รู้เรื่อง แนนเค้าชวนแอนมาค้างเอง”
“แต่แอนเค้าก็ไม่ได้มาเพราะแนน แต่มาเพราะพี่บีไมใช่หรอ” ก้อยบีบจมูกผมแล้วบิดไปบิดมา
“โอ้ยย เจ็บนะยอมแล้วๆ”
“ก็แค่เนี่ย”
“หึงหรอ”
“หึงทำไมหละค่ะ ถ้าก้อยหึง ก้อยคงหึงต้องแต่แนนแล้ว ว่าแต่พี่บีเถอะคิดยังไงกับน้องเค้า”
“ก็ไม่มีอะไร ที่จริงพี่แค่เคยรู้จักน้องเค้าเมื่อก่อนนี้แล้วเราก็ไม่ได้เจอกันอีก พอมาเจออีกทีแอนเค้าก็กำลังเดือดร้อนมากๆ จนพี่ไม่ช่วยก็ไม่ได้”
“พี่บีก็เป็นแบบนี้แหละ สาวๆ ถึงได้ติดกันเยอะ”
“ถึงจะมีสาวๆ มาติดเยอะแค่ไหน ก็ไม่มีใครสู้ก้อยได้หรอก”
“หืม ก้อยอายุเยอะแล้ว คงสู้เด็กสาวๆ ไม่ได้แล้วหละค่ะ อีกหน่อยก้อยคงต้องให้น้องๆ ทำหน้าที่แทน”
“ใครว่าก้อยแก่ ก้อยยังเต่งตึงอยู่เลยดูซิหน้าอกยังแน่นอยู่เลย” ผมแกล้งจับนมก้อย
“ว้าย พี่บีทะลึงจังเลย”
“ทะลึงอะไร คนเป็นแฟนกันนอนด้วยกันเค้าก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ”
“ไม่เอาแล้วก้อยนอนดีกว่า เหนื่อย”
“เหนื่อยตรงไหนเมื่อยตรงไหนมาพี่นวดให้นะ”
ผมแกล้งบีบก้นก้อย
“อู้ยย พี่บีก้อยไม่ได้เมื่อยก้นซะหน่อยนะ”
“แล้วก้อยเมื่อยตรงไหนหละมาพี่นวดให้”
“ไม่เอาแล้วพี่บีนวดก้อยมีหวังเมื่อยมากกว่าเดิม”
ก้อยดึงผ้าห่มไปคลุมโปง ผมมุดตามเข้าไป แล้วปล้ำก้อย
“พี่บีอะ ไม่เอาค่ะก้อยหายใจไม่ออก”
“แหมซ้อมไว้ก่อนไง อีกหน่อยก้อยมีน้องเวลาพี่จะกอดก้อยก็ต้องทำเป็นผีผ้าห่มแบบนี้แหละ ลูกจะได้ไม่เห็น”
“ไม่เอา ก้อยไม่อยากท้อง ก้อยไม่อยากอ้วน”
“ก้อยไม่ยอมแล้วใครจะยอมท้อง มาวันนี้มาให้พี่ฝึกปั้มลูกซะดีๆ นะ”
“ว้ายไม่เอากค่ะ โอ้ยยย พี่บีเนี่ย”

ผมซ้อมปั้มลูกกับก้อยไปสองรอบก่อนที่เราจะนอนหลับกันไปทั้งคู่ ตอนเช้าแนนมาปลุกให้ผมกับก้อยไปทานข้าวเช้ากัน ตอนนี้แนนซื้อของกินมาเยอะเลยเพราะมีมอเตอร์ไซค์ไม่ต้องเดินถือของกลับมาให้เมื่อยมือแล้ว ก้อยดูจะเอ็นดูแอนมากยิ่งพอผมเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับแอน แต่ผมไม่ได้เล่าเรื่องที่ผมจะจัดการกับไอ้เพชรให้ก้อยฟังเพราะกลัวเธอจะเป็นห่วงผม

พอสิบโมงครึ่งผมก็จะต้องพาก้อยไปซื้อของเข้าบ้านตามปรกติ ผมก็เลยชวนแนนกับแอนไปด้วย ที่นี้ที่ห้างไม่ยอมให้เอาเจ้าริวเข้าไปข้างใน เลยต้องมีคนยืนเฝ้าเจ้าริวที่ทางเข้าลาดจอดรถคนนึง ผมบอกให้แนนเฝ้าแต่แนนจะซื้อของ แอนก็เลยอาสาเฝ้าเจ้าริวแทน  แต่แนนไม่ยอมสุดท้ายแนนก็เลยต้องอุ้มเจ้าริวเข้าไปในห้างเพราะยามบอกว่าถ้าอุ้มไว้ถึงจะเอาสุนัขเข้าไปได้

แต่แนนก็อุ้มเจ้าริวไม่นาน เพราะพอเข้าซุปเปอร์มาเก็ต แนนก็เอาลงในรถเข็น จากนั้นแนนก็เข็นรถเข็นเล่นกับเจ้าริว

“ดูซิค่ะสนุกกันใหญ่เชียว” ก้อย
“เดี๋ยวเถอะเดี๋ยวยามเค้าก็มาไล่ออกไปหรอก ซนจริงๆ”
“คงไม่เป็นไรมั้งค่ะ ถ้าไม่ทำให้ลูกค้าอื่นรำคาญ ดูซิค่ะมีแต่คนชอบนะ”

ผมกับก้อยเดินตามแนนที่เข็นรถนำหน้าไปพร้อมกับแอน ผมรู้สึกยังไม่รู้อยากจับมือก้อยผมเลยเอื้อมมือไปจับมือก้อยมากุมไว้ ก้อยยิ้มตอบผม

“ก้อยไม่หลงหรอกค่ะ ไม่ต้องจับมือก้อยไว้ก็ได้”
“ไม่ได้กลัวก้อยหลงนะ แต่ว่ามันขาดความอบอุ่นเลยอยากจับมือก้อยไว้ให้อุ่นใจ”
“แล้วไม่อายคนอื่นหรอค่ะ ดูซิ จ้องมองดูกันใหญ่แล้ว”
“อายทำไมหละ ให้เดินกอดเอวก็ยังได้เลย” ผมปล่อยมือก้อยแล้วไปกอดเอวแทน
“ว้ายไม่เอาค่ะอายคน ดูซิจ้องกันใหญ่เลย”
“ไม่เห็นเป็นไรเลยเค้าจ้องเพราะอิจฉาเราหนะซิ”
“ไม่เห็นต้องอายเลย กอดหรือหอมแก้มก้อยพี่ก็กล้าทำนะ”
ผมดึงก้อยให้หันมาหาแล้วก้มลงจะหอม
“ว้ายพี่บีนี่ ไม่เอานะค่ะ อายคนอื่นเค้าบ้างซิ ไม่เอาแล้วก้อยไปดูของกับแนนดีกว่า”
ก้อยสะบัดหลุดจากแขนผมเธอก็รีบเดินไปหาแนน ผมรู้สึกขำที่ได้แกล้งก้อย แอนเห็นก้อยเดินพาแนนซื้อของก็เลยแกล้งเดินช้าๆ รอผม ผมเดินเข้าไปหาแอน
“เป็นไงบ้าง อยู่กับแนนหายเหงาไหม”
“ค่ะ”
“ทำใจให้สบายๆ นะ อีกไม่นานแอนก็ไม่ต้องเจอเรื่องร้ายๆ อีกแล้ว”

แอนทำหน้างงๆ แต่แนนวิ่งกลับมาลากแอนไปดูของซะก่อน เธอเลยไม่ทันถามผมว่าเรื่องอะไร เราซื้อของกันเสร็จก็แวะทานข้าวเที่ยงกันก่อนจะกลับบ้าน ตอนเย็นก้อยทำกับข้าวแอนกับแนนก็ช่วยทำด้วย ชีวิตผมก็ควรจะกำลังมีความสุข แต่ว่าคืนนั้นเอง ผมก็ได้ข่าวร้าย

ไอ้เพชรไหวตัวทันมันทิ้งรถแล้วหนีเอาตัวรอดก่อนที่จะโดนตำรวจจับ
“มันเกิดอะไรขึ้นหนะคุณป๊อบ ทำไมมันถึงรู้ตัวก่อนได้ คนคุณเป็นหนอนหรือเปล่า”
“ไม่น่านะครับ เรื่องนี้มีแค่คนที่รู้ไม่กี่คน และรู้เฉพาะทีมที่จะไปจับด้วย”
“แล้วทำยังไงหละครับทีนี้ มันคงระวังตัวแจ แล้วเราจะจับมันได้อีกหรอ”
“เรายึดรถกับยาของกลางไว้ได้ ถ้าทะเบียนรถคันนี้เป็นของนายเพชรวันจันทร์เราจะออกหมายจับได้”
“วันจันทร์เลยหรอครับ ป่านนี้มันไม่หนีออกนอกประเทศไปแล้วหรอ หรือไม่มันก็กำลังให้พ่อมันหาแพะมารับแทน”
“เราจะพยายามทำงานให้รัดกุมที่สุดค่ะ เราจะไม่ยอมให้มันรอดไปแน่นอนค่ะ”
“โอเคครับ มีเรื่องอะไรคืบหน้าแจ้งผมด้วยแล้วกันนะครับ”
“ค่ะ”
ผมนึกได้ว่าให้ลินหาคนของคุณอำนาจตามดูไอ้เพชรอยู่ ผมเลยโทรหาลินทันที ทั้งๆ ที่ตอนนี้มันตีหนึ่งกว่าแล้ว
“ลินหรอ”
“ค่ะพี่บี มีอะไรค่ะ”
“ลิน คนที่ลินให้ตามไอ้เพชร ยังตามมันอยู่ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ พี่บีมีอะไรหรือค่ะ”
“งั้นลินช่วยบอกให้คนที่ตามไอ้เพชรอยู่แจ้งที่อยู่มันมาทีนะว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”
“ได้ค่ะ ลินจะตามให้”
“พี่จะรอนะ”
“ค่ะลินจะตามให้เลยค่ะ”

ซักพักลินก็โทรมาบอกผมว่าไอ้เพชรมันไปกบดานอยู่ที่โกดังร้างแห่งหนึ่งที่ชานเมืองโดยมีคนคุ้มกันพร้อมอาวุธครบมือ และสายที่ตามยังรายงานมาอีกว่ามันอาจจะกำลังเตรียมหนีออกนอกประเทศด้วย ผมวางสายลินเสร็จก็รีบโทรหาหมวดป๊อบเพื่อแจ้งเรื่องนี้ ผมพยายามให้หมวดป๊อบรีบออกหมายจับซะวันนี้ไอ้เพชรมันจะได้หนีไม่ทัน แต่ดูเหมือนคนมีหน้าที่ทำคือหมวดสิงห์และดูจะไม่พอใจที่ผมเข้าไปยุ่งเรื่องนี้อีก

“มันหน้าที่ของตำรวจ คุณไม่เกี่ยวข้องเลิกยุ่งเรื่องนี้ซะที ไม่งั้น”
“ไม่งั้นจะทำไมผม จะจับผมหละ ข้อหาอะไร ข้อหาที่ผมพยายามจะให้ตำรวจทำตามหน้าที่ให้มันคุ้มเงินภาษีผมหรือเปล่า หรือว่าจะจับผมเพราะผมไปขัดขานายของคุณ” ผมเริ่มคิดว่าหมวดสิงห์เป็นคนเตือนให้ไอ้เพชรหนี
“นี่คุณ ผมจับคุณข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่ได้นะ”
“ก็เอาซิครับ ผมเองก็อยากให้ ปปช สอบวินัยคุณอยู่เหมือนกัน”

ผมทะเลาะกับหมวดสิงห์เสียงดังจนก้อยตื่น หมวดป๊อบรีบเข้ามาแย่งโทรศัพท์หมวดสิงห์ซะก่อนไม่งั้นผมคงเปลี่ยนเสื้อผ้าขับรถออกไปสำนักงานตำรวจแน่ๆ พอวางสายก้อยก็ถามผมว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่มีอะไรหรอก ก้อยนอนเถอะ”
“พี่บีเองก็นอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ค่อยคิดใหม่ก็ได้ คืนนี้ใจร้อนไปก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วหละค่ะ” ก้อยไม่รู้ว่าผมเครียดเรื่องอะไรแต่เธอก็ปลอบให้ผมใจเย็น

ผมนอนไม่หลับแต่พอเห็นกว่าก้อยก็ไม่ยอมนอนตามผมก็เลยต้องพยายามข่มตาให้หลับ รุ่งเช้าผมตื่นแต่เช้าผมรู้สึกว่าตัวเองอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็คงมีแต่ก้อยที่รู้สึกส่วนแนนกับแอนคงไม่รู้ว่าผมไม่ปรกติ คืนวันอาทิตย์ผมแทบไม่อยากนอนเลยผมอยากให้มันเช้าเร็วๆ ผมจะได้ไปหาไอ้หมวดสิงห์แต่เช้าเพื่อให้มันรีบๆ ขอหมายจับไอ้เพชร

ก้อยเห็นผมเครียดเธอเป็นห่วงผมมาก และก็ไม่เคยเอ่ยปากถามผมอีกว่าผมกำลังเครียดเรื่องอะไร ผมส่งสารก้อยเลยกอดเธอซักพักก็เริ่มมีอะไรกันเพื่อให้ก้อยคิดว่าผมเลิกเครียดแล้ว วันรุ่งขึ้นผมไปส่งก้อยที่บ้านจากนั้นผมก็รีบตรงไปหาหมวดสิงห์ที่สำนักงานตำรวจทันที เจอหน้ากันผมกับหมวดสิงห์ก็ปะทะคารมกันอีก

“ตกลงยังไงเนี่ย โจรมันกำลังจะหนี แต่ตำรวจกลับทำเฉย สรุปคุณมันพวกเดียวกับโจรหรือเปล่า”
“นี่คุณ คุณหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่อยู่นะ”
“คำก็เจ้าหน้าที่ สองคำก็เจ้าหน้าที่ ถ้าไม่อาศัยคำว่า เจ้าหน้าที่ คุณคงไม่กล้าขู่ผมหละซิ”
“นี่คุณมันจะมากไปแล้วนะ”
“แล้วไงหละ ไอ้เพชรมันกำลังจะหนีอีกไม่กี่วันนี้ หมายจับก็ไม่ยอมออก แบบนี้จะให้ผมไม่คิดว่าคุณเป็นพวกมันได้ยังไง”
“เรื่องมันก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน คุณไม่พอใจก็ไปร้องผู้ใหญ่เอาซิ”
“อย่าถ้าผมนะ ผมถึงจะไม่เส้นใหญ่โตอะไร แต่พี่ชายผมมีเพื่อนที่สามารถย้ายคุณใน 24 ชั่วโมงได้สบาย”
“ก็เอาซิ”
“งั้นก็เลือกมาเลย ยะลา ปัตตานี หรือ นาราธิวาส ผมให้คุณเลือกได้แค่สามจังหวัดนี้”
“นี่คุณกำลังข่มขู่เจ้าหน้าที่อยู่นะ”
“เอ้า เอาอีกแล้วพอสู้ไม่ได้ก็อ้างเจ้าหน้าที่ บอกตรงๆ นะ ถ้าคุณไม่มีตำแหน่งคุ้มหัว คนอย่างคุณมันก็เป็นได้แค่โจรนั่นแหละ”
“นี่คุณบี คุณว่าผมแรงไปแล้วนะ นี่ถ้าไม่ได้อยู่ในเวลาราชการผมต่อยปากคุณไปแล้วนะ”
“เอางั้นก็ได้ ถอดยศถอดตำแหน่งคุณออกแล้วเรามาชัดปากกันให้หายส่งสัยว่าใครมันจะแน่กว่ากัน”
“เอาซิ”

หมวดสิงห์ถอดนอกออกแล้วเดินนำผมไปที่ห้องออกกำลังกาย หมวดป๊อบตามมาพอดีเธอรู้ว่าผมต้องมาหาหมวดสิงห์แต่เช้าแน่ๆ หมวดป๊อบพยายามห้ามแต่พวกผมไม่ยอม เธอก็เลยทำให้แค่ให้ผมใส่นวมกับเฮทการ์ด ซึ่งผมกับหมวดสิงห์ยอม

“เอาเลยครับต่อยมาเลย ไม่ต้องกลัวว่าผมจะแจ้งความเพราะว่าคุณต่อยผมก่อน เพราะคนอย่างคุณมันไม่มีค่าพอหรอก”

หมวดสิงห์โมโหมาต่อยขวามามาก่อน ผมเอียงหน้าหลบได้สบายๆ แต่ผมชะลาใจเกินไป หมัดฮุกซ้ายตามมาเข้าปลายคางผมเต็มๆ นี่ถ้าไม่ใส่เฮทการ์ดกับฟันยางผมอาจจะโดนน๊อคก็ได้ ถึงจะไม่น๊อคแต่ผมก็ล้มลงนั่งบนพื้นเบาะ
“คุณบี” หมวดป๊อบร้อง
“ไม่เลวนี่ครับสำหรับ วิชาจากโรงเรียนตำรวจ แต่ว่าวิชามวยพื้นๆ คงเทียบกับวิชามวยที่ผมเรียนมาไม่ได้หรอกนะครับ”
“หึ แล้วใครบอกคุณหละว่าวิชามวยของผมมันได้มาจากโรงเรียนตำรวจ”

ผมลุกขึ้นตั้งการ์ดแบบตั้งใจสู้แล้ว หมวดสิงห์ต่อขวาตรงเข้ามาอีก จากนั้นก็ฮุกซ้าย ขวาตามเป็นชุด แต่ครั้งเดียวผมก็จำได้แล้วครับ ผมหลบหมัดซ้ายหมัดขวาแล้วหมุนตัวเหวี่ยงหลังมือใส่หน้าหมวดสิงห์ หมวดสิงห์เซไปด้านซ้าย ผมหวดเท้าซ้ายเข้าที่ชายโครงทันทีดัง ป้าบ ผมดีดเท้าซ้ายเตะซ้ำเข้าไปที่เดิม แต่หมวดสิงห์ยกเข่าขึ้นมาบังทัน

แต่นั้นมันแค่ลูกหลอกให้ผมมีโอกาสคว้าจับคอหมวดสิงห์มาตีเข่า สองทีแรกนี่เข้าเต็มๆ แต่ก่อนที่จะโดนเข่าดอกที่สาม หมวดสิงห์กอดเอวผมแล้วเหวี่ยงออกไปได้ทัน จังหวะที่หมวดสิงห์เสียหลักผมก็ดีดเท้าซ้ายอีกรอบแกล้งหลอกว่าจะซ้ำชายโครงแต่ของจริงดีดขึ้นไปที่ก้านคอ เสียงดังปั้ก หมวดป๊อบร้องลั่น

แต่หมวดสิงห์ยกมือขึ้นการ์ดไว้ทันไม่งั้นคงได้ลงไปนอนนับดาวแน่ๆ หมวดสิงห์จับขาผมไว้แล้วดันให้ผมล้ม แต่ผมก็ตวัดเข้าขวาลอยตัวเตะเข้าก้านคออีกข้างของหมวดสิงห์ หมวดสิงเลยต้องปล่อยขาซ้ายผมแล้วดีดตัวออก กระบวนแรกผ่านไปดูเหมือนทางผมจะดีกว่าเพราะทำให้หมวดสิงห์เจ็บไปหายที่โดยที่ผมไม่ได้รับบาดเจ็บเลย

“ไม่เลวสำหรับนักธุรกิจ หน้าจือๆ อย่างคุณ แต่อย่าคิดว่าคุณจะเป็นแม่ไม้อยู่คนเดียว”
“งั้นก็ลองโชว์มาเลยครับ มาดูกันว่าสำนักใครจะแน่กว่ากัน”

หมวดสิงห์เข้ามาพร้อมกับรัวหมัดแย็บซ้ายใส่ ผมหลบได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ถึงโดนมันก็แค่หมัดเฉียดๆ และไม่มีน้ำหนักเท่าไหร่ ผมเบื่อที่จะเป็นฝ่ายโดนต้อน ผมก็เลยเบี่ยงตัวมาด้านขวาแล้วพุ่งหมัดขวาตรงกลับเข้าไปโดยไม่รู้เลยว่าหมวดสิงห์รอให้ผมพุ่งเข้าไปหาอยู่แล้ว

หมวดสิงห์ยกแขนซ้ายตั้งศอกขึ้นการ์ดแล้วพลิกตัวตัวสับศอกซ้ายใส่หน้าผม ดีที่ผมดึงหน้าถอยทันเลยโดนไม่เต็มแรง หมวดสิงห์ตามติดมาพร้อมกับสับศอกซ้ายขวาใส่ ผมยกแขนสองข้างขึ้นการ์ด ถึงจะกันไว้ได้แต่ก็รู้สึกเจ็บแขนเหมือนกัน จากนั้นหมวดสิงห์อาศัยจังหวะที่ผมกำลังระวังแต่ใบหน้า เตะขวากวาดมาที่ขาซ้ายผม ผมยกขาขึ้นกันทันแต่ก็โดนหมวดสิงห์อาศัยแรงเหวี่ยงเปลี่ยนเป็นกลับตัวมาถีบเท้าซ้ายเข้าที่ท้องผมเต็มๆ จนผมกระเด้นไปนั่ง หมวดป๊อบตกใจอีกรอบ

“ไม่เลว สำหรับตำรวจหน้าหงิกแบบคุณ” ผมเอาคืนที่โดนว่าเป็นนักธุรกิจหน้าจืด

ตอนแรกมันเล่นๆ ครับ คราวนี้ของจริงแล้ว หมวดสิงห์เข้ามาต่อยขวาใส่หน้าให้ผมยกการ์ดขึ้นรับ แล้วเหวี่ยงหมัดซ้ายเต็มแรงเข้ามาที่ชายโครงผม ถึงผมจะเห็นทันแต่ก็กันไม่ทัน หมัดซ้ายเข้าเต็มชายโครง ผมตัวง้อทันทีแต่ผมก็กัดฟันเหวี่ยงหมัดซ้ายอัพเบอร์คัทใส่หมวดสิงห์ที่กำลังจะเข้ามาซ้ำผมจนหน้าหงายออกไป

เราสองคนรู้แล้วว่าต่างคนต่างเอาจริง เราไม่พูดอะไรกันอีก เราแลกหมัดกัน ผมต่อยขวาไปที่หน้า หมวดสิงห์ก็ตุ้ยท้องผมกลับ ผมก็พลิกตัวศอกกลับใส่ หมวดสิงห์ก็ทนเจ็บจับผมโน้มคอลงแล้วแท่งเข่าใส่คืน ผมโดนเข่าไปสองทีรู้สึกจูกแต่ก็กัดฟันยันเท้าซ้ายไปที่หน้าท้องหมวดสิงห์จนกระเด้นออกไป

ผมรู้สึกว่าหมัดหมวดสิงห์นักหน่วงมากแต่เท้ากลับไม่มีแรงเอาซะเลย ผมเลยเปลี่ยนมาเป็นใช้เท้านำเพื่อไม่ให้อยู่ในระยะของหมัดหมวดสิงห์ ผมเริ่มเตะ พอผมเอาจริงหมวดสิงห์ก็หลบไม่ทันเหมือนกันได้แต่การ์ดแล้วก็เดินหนี ผมเตะจนแขนหมวดสิงห์แดงทั้งสองข้าง

ผมแน่ใจว่าน้ำหนักหมัดของหมวดสิงห์คงตกไปเยอะจากการที่โดนผมเตะใส่ ผมเสี่ยงเตะซ้ายสูงใส่หน้าหมวดสิงห์ แขนที่เจ็บและล้าของหมวดสิงห์ทำให้เค้ายกแขนขึ้นการ์ดไม่ทัน แต่หมวดสิงห์ก็เอียงหน้าไปด้านหลังหลบปลายเท้าผมไปฉิวเฉียด แต่นั้นมันลูกหลอกครับ ของจริงคือขาขวาตวัดตามาติดๆ

ส้นเท้าขวาผมกระแทกเข้าที่ซอกคอหมวดสิงห์เต็มแรง ผมคิดว่าปิดบัญชีแล้ว แต่สิ่งที่ผมเตะโดนมันคือฝ่ามือของหมวดสิงห์โดยที่ไม่ทันตั้งตัวหมัดซ้ายก็สอยเข้าชายโครงผมเต็มแรงจนผมแทบจะคายของเก่าออกมา ผมกุมท้องกลิ้งไปมา ส่วนหมวดสิงห์เองถึงจะเอามือมารับส้นเท้าผมแต่แรงสะเทือนมันก็ยังทำเอามึนจนนั่งลงคุกเข่าที่พื้น

“พอซะทีเถอะค่ะ” หมวดป๊อบพยายามจะให้พวกผมหยุด

แต่หมวดป๊อบก็หยุดพวกผมไม่ได้ เราทั้งคู่เจ็บจนไม่มีแรงจะออกลีลาอะไรแล้วยืนแลกหมัดศอกเข่าเตะกันแบบไม่มีถอย เราทำได้แค่การ์ดทันบ้างไม่ทันบ้าง จนปอบช้ำกันทั้งคู่

“ไม่ไหว แบบนี้ไม่จบแน่ๆ” ผม
“งั้นก็มาตัดสินกันด้วยหมัดเดียวไปเลย”
“เฮ คุณหมัดหนักกว่าผม ผมก็เสียเปรียบซิ”
“งั้นก็เตะมาและกับหมัด ใครล้มถือว่าแพ้”
“งั้นก็ได้”
“นับสามนะ ป๊อบนับให้หน่อย”
“ดีจะได้ไม่มีใครเอาเปรียบใครให้คนที่สามนับ”
ผมยืนยื่นเท้าขวามาข้างหน้าเตรียมตวัดเตะซ้ายใส่ก้านคอหมวดสิงห์ หมวดสิงห์เองก็ยืนเอาเท้าขวานำเตรียมเหวี่ยงฮุกซ้ายหมัดถนัดใส่หน้าผมเหมือนกัน พวกเราพยักหน้าให้หมวดป๊อบเริ่มนับ
“หนึ่ง      สอง       สาม”
   เสียงผลักดังขึ้นพร้อมๆ กัน ผมเตะเข้าเต็มซอกคอหมวดสิงห์แต่ก็โดนฮุกซ้ายเข้าเต็มแก้มขวาเหมือนกัน ผมเซไปด้านซ้ายพร้อมกับดาวที่ระยิบระยับเต็มไปหมด หมวดสิงห์เซไปทางขวาทำท่าเหมือนจะล้มเหมือนกัน ในขณะที่ผมกำลังจะสะดุดขาตัวเองผม ผมก็กัดฟันเกร็งขายันไว้ไม่ให้ล้ม ส่วนหมวดสิงห์ขาพับล้มลงไปนั่งก่อน

   “ผมแพ้แล้ว”
   “ไม่ต้องเสียใจหรอกหมวด หมวดไม่ได้แพ้ศิษย์สำนักกระจอกนะ”
   “แต่ผมต้องเสียใจ เพราะผมทำให้สำนักพุทไธศวรรย์เสียชื่อ”
   ผมได้ยินว่าหมวดสิงห์เป็นศิษย์สำนักเดียวกันผมก็หัวเราะ
   “คุณหัวเราะเยอะผมงั้นหรอ”
   “เปล่า แค่ขำตัวเอง ถ้ารู้ว่าเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน ผมคงไม่ต้องฝืนยืนเก็กอยู่แบบนี้”
   ผมทิ้งตัวนั่งลงกับพื้น “ครั้งนี้เราเสมอกันไม่มีใครทำให้สำนักต้องเสื่อมเสีย”

   หลังจากนั้นเราก็คุยกันจนผมเริ่มจำได้ว่ามีเพื่อนคนนึงที่เคยรู้จักที่สำนักพุทไธศวรรค์ชื่อไอ้ดำ ซึ่งก็คือหมวดสิงห์นั่นเอง

   “ไม่น่าเชื่อว่าไอ้ดำตอนนั้นตอนนี้จะมาเป็นรองสารวัตซะแล้ว”
   “ใช่นะ แต่นายซิน่าตกใจกว่า เด็กที่เอาแต่หนีฝึกจนโดนครูตีทุกวันจะมีฝีมือขนาดนี้”
   “ไม่เอาน่า ถ้าเอาจริงๆ ชั้นก็สู้นายไม่ได้หรอก นี่อาศัยว่ามีสาวอยู่ นายเลยไม่เอาจริงใช่ไหม ชั้นจำได้นะ ตอนที่นายเอาชนะ นักมวยสำนักอื่น นายแลกหมัดแบบไม่กลัวเจ็บตัวเลย ถ้าวันนี้นายทำแบบนั้นชั้นคงสู้ไม่ได้”
   “ตอนนี้แกแล้วใครจะแลกหมัดแบบนั้นไหว แถมนาย


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ