Koy restart ep 17 By Ukisa

Koy restart ep 17 By Ukisa

  • 2 ตอบ
  • 16877 อ่าน
*

ออฟไลน์ icejet

  • Full Member
  • **
  • 212
  • 609
    • ดูรายละเอียด
Koy restart ep 17 By Ukisa
« เมื่อ: สิงหาคม 18, 2013, 07:45:40 am »
 Koy restart ep 17


                เช้ามืดเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงแนน
              
                “ริวไปตลาดกัน”

                เจ้าริวลุกขึ้นแล้วกระโดดลงจากเตียงวิ่งไปที่หน้าประตู ผมยังลืมตาดูได้ไม่เต็มที่แนนก็ปิดประตูไปแล้ว ผมเลยลุกขึ้นแล้วเดินไปห้องแนนดูว่าเจนยังนอนอยู่หรือเปล่า พอเปิดประตูเข้าไปก็เจอสาวผมยาวนอนหันหลังให้อยู่ ผมเลยเดินไปนั่งข้างเตียงแล้วตีก้นของเธอจนเธอสะดุ้งตื่น

                “อุ้ยย พี่บีอะ ก้อยขอนอนต่อหน่อยนะค่ะ”
                “แล้วไม่ตื่นมาทำกับข้าวให้พี่ทานหรอ”
                “วันนี้แนนเค้าพาเจนไปตลาด ก้อยไม่ต้องทำอะไร”
                ผมนอนลงที่ด้านหลังก้อยแล้วกอดเอวเธอ
                “นอนนะ นอนเดี๋ยวแนนกลับมาค่อยไปกินโจ๊กกัน”
                “ไม่เอาพี่ไม่อยากนอน พี่อยากทำอย่างอื่น”
                “อืมม พี่บีอะ อย่าค่ะก้อยเหนื่อย”
                “เหนื่อยอะไร นอนมาทั้งคืนแล้ว”
                “ก็แหม กว่าน้องๆ จะนอนหลับกันก้อยก็เหนื่อยเลยหละค่ะ”
                “ทุกทีเลย อยู่กันครบที่ไร ก็ไม่มีใครสนใจพี่แบบนี้ทุกที”
                “อย่าน้อยใจซิค่ะ นอนนะเดี๋ยววันนี้ต้องพาน้องๆ ไปดูชุดไปวันแต่งงานกุ้งอีก”
                “ไม่นอน”
                “อืมม พี่บีอะ ไม่เอานะ”
                “ก็จะเอา”
                “ใจร้ายแกล้งก้อยอีกแล้ว”

                ก้อยงอแงทำให้ยิ่งน่าแกล้ง ผมเลยแกล้งไปหนึ่งรอบจนก้อยตาสว่างลุกไปล้างตัว ผมเลยตามไปซ้ำอีกรอบในห้องน้ำ พอเราออกมาแต่งตัวแนนก็กลับมาพอดี ก้อยเลยชวนผมลงไปทานโจ๊กที่แนนซื้อมา

                “อู้ยยย คิดถึงๆ ไม่ได้กินมาตั้งหลายวัน” แนน
                “ทำไมบ้านเจนเค้าไม่ได้ให้เรากินข้าวตอนเช้าหรอไง”
                “ก็มันไม่มีแบบนี้นี่”
                “ที่บ้านตอนเข้าเค้าทานขนมปังปิ้งกับน้ำส้มหรือไม่ก็กาแฟค่ะ แนนคงทานไม่อิ่มต้องไปหาร้านขายฮ๊อดด๊อกกินทุกวัน” เจน
                “อ้อถึงว่ากลับมาผอมหัวโตมาเชียว”
                แนนค้อนใส่ผมกลับ
                “ไม่หรอกค่ะ มื้อเที่ยงก็กินสเต็กบ้างไก่บ้าง มื้อเย็นเป็นอาหารไทย” เจน
                “เค้าหุ่นดีมาว่าเค้าผอมเชอะ” แนน
                “ไม่เอาน่ากลับมาวันเดียวก็ทะเลาะกันอีกแล้ว” ก้อย
                “แนนมีอะไรจะให้พี่ก้อยดูด้วย เมื่อคืนไม่ได้ให้ดู”
                แนนส่งโทรศัพท์ให้ก้อยดู
                “นี่ๆ ลูกคนเล็กแนนชื่อลูกหมี”
                ผมอยากรู้ว่ารูปอะไรเลยชะโงกหน้าไปดู เป็นรูปแนนอุ้มโคอาล่าอยู่
                “ตั้งชื่อโคอาล่าว่าลูกหมีเนี่ยนะ”
                เจนยิ้มแต่ไม่กล้าหัวเราะคงกลัวแนนโกรธ
                “ก็มันเป็นหมีนี่” แนนเถียง
                ผมมองเจ้าริวที่กำลังกินหมูปิ้งอยู่ข้างๆ
                “เอ้าริวแกก็เปลี่ยนชื่อด้วยซิ เป็นลูกหมา”
                “เดี๋ยวเหอะ ตั้งชื่อไปแล้วห้ามเปลี่ยน” แนน
                แนนกอดแขนก้อย “เนี่ยลุงเค้าให้แนนด้วยนะ แนนอยากเอากลับมาเลี้ยงที่บ้านอะ”
                ก้อยก็มองผมเพราะรู้ว่าเธอตัดสินใจเองไม่ได้
                “ไม่ได้หรอก”
                “เค้าไม่ได้ถามตัวเองซะหน่อย” แนน
                “เอามาแล้วจะให้มันกินอะไรหละ ใบยูคาลิปตัสมีขายหรอ”
                “ปลูกเองก็ได้ ลุงเค้าปลูก”
                “มันจะปลูกขึ้นหรอกรุงเทพ แล้วอีกอย่างประเทศไทยก็ร้อน เอามามันตายพอดีไม่สงสารมันหรอ”
                แนนทำหน้างอแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะ
                “อ้าวอิ่มแล้วหรอแนน” ก้อย
                “อิ่มแล้วค่ะ เบื่อ กลับมาก็เจอกับคนกวนประสาท” “ริวขึ้นห้องกันดีกว่า”
                แนนเดินกลับขึ้นไปที่ห้องโดยมีเจ้าริววิ่งตามไป
                “พี่บีเนี่ยบอกน้องดีๆ ก็ได้ไม่เห็นต้องพูดแบบนี้เลย” ก้อย
                “ก็พูดดีๆ ไม่ยอมฟังนี่น่า”

                ทานโจ๊กกันเสร็จก้อยกับเจนก็ช่วยกันเก็บจานล้างจากนั้นเจนก็ชงกาแฟมาให้ผมที่โซฟา ส่วนก้อยก็ทำแซนวิสให้แนน

                “แหมเอาใจกันจริงๆ เลยนะ”
                “ก็เค้ารักของเค้านี่” ก้อยพูดยั่วผมว่ารักแนนมากกว่าผม

                ผมได้แต่ทำหน้าเบ้ใส่ก้อย พอก้อยเดินขึ้นไปชั้นสองเจนก็หัวเอนมาซบไหล่ผม ผมก้มไปหอมแล้วก็กอด

                “เมื่อวานกลับมาทั้งทีแทนที่จะมาให้พี่กอด กลับไปอยู่กันสามคน”
                เจนไม่ตอบเอาแต่ขำ แต่เวลาที่เจนขำยิ่งดูน่ารักผมเลยหอมแก้มเธอไปหลายครั้งจนทนไม่ไหวเริ่มหอมไปที่ซอกคอ
                “อืมม ไม่เอาค่ะ”
                “ทำไมหละ ไม่คิดถึงพี่เลยหรอ”
                “คิดถึงค่ะ”
                “แล้วทำไมไม่ให้พี่หอมหละ”
                “กลัว”
                “กลัวอะไร พี่ไม่ทำร้ายเจน เจนก็รู้”
                “กลัวยอมให้หอมแล้วจะไม่อยากกลับไปเรียนต่อหนะซิค่ะ” “ทั้งๆ ที่ตั้งใจหลายครั้งว่าจะเรียนให้จบแล้วค่อยกลับมา แต่ก็ผิดสัญญากับตัวเองตลอด”
                ผมดึงเจนขึ้นมานั่งตัก
                “มาดีแล้ว ถ้ารอให้เรียนจบแล้วค่อยกลับมาพี่ก็คิดถึงเมียของพี่แย่หละซิ”
                ผมได้แค่กอดแค่หอมเพราะเจนไม่ยอมให้ทำมากกว่านั้น พอเก้าโมงกว่าๆ ก้อยกับแนนก็ลงมาจากห้อง
                “ปะเจน ไปเที่ยวกันดีกว่า” แนน “ไปเที่ยวๆ” เจ้าริวเห่าตาม
                เจนลุกขึ้นแล้วรีบเข้าไปกอดแขนแนน
                “อ้าวเดี๋ยวซิ จะไปไหนกันไม่เห็นบอกพี่บ้างเลย”

                สามสาวไม่สนใจที่ผมถามเอาแต่คุยกันแล้วหัวเราะคิกๆ คักๆ ทำให้ผมต้องรีบตามออกไปเปิดประตูรถให้พวกเธอขึ้นไปนั่งก่อนที่พวกเธอจะทิ้งผมให้อยู่เฝ้าบ้านคนเดียว

                “จะไปไหนกัน”
                “ขับไปสุขุมวิทกก่อนแล้วกันค่ะ” ก้อย
                “จะไปทำอะไรหรอ”
                “ขับๆ ไปเธอน่า เป็นคนขับรถอย่าถามมาก” แนน

                ผมมองแนนทางกระจกมองหลัง กำลังคิดว่าจะตอบโต้คำตอบของแนน แต่กลับมาคิดอีกทีก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังตกเป็นรองไม่ควรจะทะเลาะกับแนนตอนนี้เพราะมีสิทธิที่สาวๆ จะเปลี่ยนใจแล้วขับรถไปกันเองได้ ระหว่างทางแนนอวดรูปที่ถ่ายที่ออสเตรีย มันทำให้ผมยิ่งน้อยใจเมื่อคืนก็อยู่ด้วยกันจนเช้าทำไมเพิ่งมาอวดรูปกันตอนนี้ แปลว่าคงทำอะไรกันเพลินจนไม่มีเวลาจะมาอวดกันรูปที่ไปเที่ยวกันหละซิ

                “พี่ก้อยดูนี่ซิ แนนได้ขี่ม้าด้วยนะ ที่ฟาร์มมีม้ามีวัวมีโคอาล่า จิงโจ้ก็มี”
                “ไหน”
                แนนส่งมือถือให้ก้อยดู
                “แบบนี้คงจะให้เจนพาไปทุกวันหละซิ” ผม
                “ยุ่งและๆ ขับรถไปเหอะ เชอะ” แนน
                “ว่าแล้วเชียว ต้องไปสร้างความเดือนร้อนให้ที่คนที่บ้านเจนต้องไปส่งที่ฟาร์มนี่ทุกวันเลยหละซิ”
                “เปล่าหรอกค่ะ แนนเค้ามีคนมารับ อุ้ยลืม” เจนร้องเหมือนตกใจที่เผลอพูดความลับออกมา
                แนนตีขาเจนดังเผียะพร้อมกับกระซิบกระซาบเหมือนจะบอกให้เจนหยุดพูด
                “ใคร ใครมารับเรารู้จักคนที่นั่นด้วยหรอ” ผมเริ่มหึง
                “คนนี้หรือเปล่า คนที่ขี่ม้ากับแนน” ก้อย

                ผมรีบหันไปมองที่จอมือถือที่ก้อยยืนกลับไปให้แนน ผมเห็นแว๊บว่ามีฝรั่งผมทองกำลังนั่งโอบเอวแนนอยู่บนหลังม้า แนนรีบดึงโทรศัพท์กลับเพื่อไม่ให้ผมดู

                “มีรูปอื่นอีกไหม รูปนี้มองหน้าไม่ถนัด ไม่รู้ว่าหล่อหรือเปล่า” ก้อย
                “หล่อค่ะพี่ก้อย เจนยังชอบเลย” เจน
                ผมทำหน้างอใส่เจนที่มาชมคนอื่นว่าหล่อ เจนกับแนนหัวเราะชอบใจแล้วแนนก็ส่งโทรศัพท์ให้ก้อยดูรูปแฟนใหม่ พร้อมกับบอกก้อยว่าห้ามให้ผมดู

                “อืม หล่อเชียว” ก้อย
                ผมหันมองก้อยด้วยสายตาที่ไม่พอใจ ก้อยทำเป็นไม่สนใจผม
                “ถ้าชอบมากก็น่าจะบอกนะ พี่จะได้ต่อวีซ่าให้ เอาแบบไม่ต้องกลับมาเลยก็ได้” ผมพูดประชดแนน
                “เชอะ ก็ไม่อยากกลับมาหรอกเบื่อคนที่นี่บางคน” แนน
                “ตามใจ พี่อยู่กับเจ้าริวสองคนก็ได้”
                “ถ้าไป แนนจะเอาริวไปด้วย เนอะริวเนอะ ริวจะได้ไปเล่นกับน้องลูกหมีเนอะ” แนน

                ก้อยขำผม มันยิ่งทำให้ผมโกรธ แทนที่เธอจะห้ามแนนไม่ให้ทะเลาะกับผมกลับมาหัวเราะผมแทน พอไปถึงสุขุมวิก้อยก็บอกให้ผมขับรถเข้าไปจอดที่ร้านตัดชุดราตรีแห่งนึง พอจอดรถเสร็จเราเดินไปที่ประตูหน้าร้าน พนักงานต้อนรับบอกว่าห้ามเอาเจ้าริวเข้าไปผมเลยโดนสาวๆ ให้ยืนเฝ้าเจ้าริวอยู่นอกร้าน แต่ระหว่างนั้นมีสาวคนนึงอุ้มหมากระเป๋ามา แต่พนังงานต้อนรับกลับไม่ว่าอะไรปล่อยให้เธอเดินเข้าไป ผมเลยสงสัยแล้วเดินเข้าไปถาม

                “อ้าวไหนว่าห้ามนำสุนัขเข้าไปไงครับ”
                “ให้เฉพาะสัตว์เลี้ยงที่อุ้มได้เท่านั้นค่ะ ตัวใหญ่เข้าไม่ได้”
                ผมเลยนั่งลงแล้วอุ้มเจ้าขึ้นมา ตัวมันหนักเหมือนกันและก็ไม่เล็กด้วย แต่พนักงานต้อนรับบอกนี่ว่าถ้าอุ้มไว้ก็เข้าได้
                “แบบนี้เข้าได้ใช่ไหมครับ”
                พนักงานต้อนรับก็ขำผม “ค่ะ แต่ต้องอุ้มไว้ตลอดนะค่ะ”
                “ครับ” ผมบอกเจ้าริว “ห้ามดิ้นนะแกไม่งั้นอดเข้าไปหาแม่ด้วย”
                เหมือนเจ้าริวมันจะรู้เรื่อง มันพยายามหดตัวให้เล็กให้ผมอุ้มได้ถนัด

                ผมเข้าไปด้านใน พนังงานต้อนรับพาผมเข้าไปนั่งรอให้ห้องลองเสื้อ สาวๆ กับลองเสื้อผ้ากันอยู่ที่ห้องด้านในอีกชั้นนึง ผมเอาเจ้าริวนั่งตักผมแล้วบอกมันว่าห้ามดิ้นห้ามลงจากตักผมเด็ดขาดไม่งั้นมันกับผมจะโดนไล่ให้ออกไปยืนหน้าร้านเหมือนเดิม

                ผ่านไป 15 นาทีก้อยก็เปิดประตูแล้วเดินออกมาพร้อมกับชุดราตรียาวสีม่วงเอิร์ธโทนเว้าร่องอกเข้าเอวและผ่าด้านข้างโชว์เรียวขา ชุดที่ร้านเหมือนทำมาพอดีกับไซด์ก้อย พนักงานหยิบเครื่องประดับแอเมทิสต์ (พลอยสีม่วง) ที่เข้ามชุดกันมาให้ก้อยลองใส่ ก้อยไม่เอาเพราะรู้ว่าค่าเช่าคงแพงแต่ผมก็พูดให้เธอยอมลองใส่

                “เป็นไงค่ะ”
                “สวยมากเลย แบบนี้จะเด่นเกินเจ้าสาวหรือเปล่า”
                ก้อยยิ้ม “แต่วันนี้มีคนเด่นกว่าก้อยแล้วหละค่ะ”
                “ใครจะสวยกว่าก้อยของพี่อีกหละ”

                ก้อยไม่ตอบแต่กลับถามผมว่าทำผมแบบนี้ถึงจะเข้ากับชุด จากนั้นเธอก็กลับเข้าไปในห้องลองเพื่อถอดชุดออก หลังจากนั้นพักนึงเธอพาสาวตัวน้อยของผมพร้อมกับชุดราตรีสีฟ้าสั้นค่อนข้างรัดรูปออกมา เจนทำหน้าเขิน เธอดูสวยและน่ารักตามสไตร์เด็กสาวแรกรุ่น

                “ชุดเจนเป็นไงบ้างค่ะพี่บี” ก้อย
                “สวย น่ารักดี”
                เจนยิ้ม
                “เจนไว้ผมสั้นไม่ต้องทำอะไรแล้ว แค่หาชุดเครื่องประดับให้เค้ากันก็พอ”
                “เอาซิ”
              
                พนังงานเอาเครื่องประดับอะความารีน(พลอยสีฟ้าอ่อนเข้ากับชุด ซึ่งพอเจนใส่แล้วก็สวยมาก ผมอยากจะลุกขึ้นไปหอมแก้มเธอ แต่ติดที่ถ้าผมปล่อยเจ้าริวลงไม่ได้เดี๋ยวจะโดนไล่ออกไปรอนอกร้านอีก พอลองเครื่องประดับเสร็จก้อยกับเจนก็กลับเข้าไปในห้องลองเสื้อ

                แนนส่งโวยวายดังออกมา แนนคงไม่อยากให้ผมเห็นว่าเธอใส่ชุดอะไร ก้อยเปิดประตูโผล่หน้าออกมาก่อน

                “พี่บีคนสวยสุดมากแล้ว”

                ผมทำเป็นไม่สนใจ ก้อยกับเจนช่วยกันทั้งดึงทั้งดันจนแนนออกมาพ้นประตูห้อง ผมเห็นชุดที่แนนใส่ถึงกับตกใจ เจ้าริวเองหูตั้งแล้วยืนขึ้นเหมือน แนนเห็นผมตกใจเธอหน้าแดงจะกลับเข้าไปในห้อง แต่ก้อยกับเจนพยายามขวางไว้ แนนใส่ชุดราตรียาวสีแดง กระโปรงด้านหน้าผ่าขึ้นมาสูงจนเห็นเรียวขาที่ขาวสวยของเธอ

                “เป็นไงค่ะพี่บีชุดแนนสวยไหม” ก้อย
                ผมเกือบจะชมแต่นึกได้ว่าโกรธกัน
                “ก็งั้นๆ คนกระโดกกระเดกใส่ชุดสวยไปก็เท่านั้นแหละ”
                แนนทำหน้างอใส่ผม “เห็นไหมเล่า บอกแล้วไม่อยากใส่ก็ไม่มีใครเชื่อ”
                “พี่บีนี่ น้องแต่งชุดสวยก็ไม่ยอมชมอีก” ก้อยว่าผม
                “ชุดสวย แต่คนไม่รู้จะไปทำซุ่มซ่ามให้ขายหน้าหรือเปล่า”

                แนนโกรธผมใหญ่เลยบอกว่าไม่ใส่แล้วชุดราตรีจะไปใส่ชุดทักซิโดแทน พอดีเจ้าของร้านเดินเข้ามาในห้องเพื่อต้อนรับพอเห็นแนนกำลังโวยวายก็รีบเข้าไปดู

                “มีอะไรกันค๊า ชุดไม่ถูกใจหรอค๊า” เจ้าของร้านรูปร่างท่วมดูเหมือนเป็นเพศที่สามถาม
                “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คือแค่แกล้งพูดกันหนะค่ะว่าแนนใส่ชุดนี้แล้วไม่สวย” ก้อย
                “ต๊ายยย ไหนดูซิค๊า โหคุณพ่อคุณน้องนี่ท่าทางจะสายตาไม่ดีนะค๊า ลูกสาวใส่ชุดแล้วสวยขนาดนี้ดันบอกว่าไม่สวย”
                ก้อยเจนแอบหัวเราะที่เจ้าของร้านคิดว่าผมเป็นพ่อแนน แนนเองก็ทำหน้าเหมือนว่าเอาชนะเรื่องที่ผมว่าเธอว่าไม่สวยได้ เจ้าของร้านก็เรียกให้ลูกน้องไปเอาเครื่องประดับทับทิมที่เข้าชุดกันมาให้แนนลองใส่

                “เป็นไงค๊าคุณพ่อ พอหนู๋แนนแต่งครบชุดถึงกับตะลึงไปเลยหรอค๊า”
                ผมเหล่ก้อยกับเจนที่แอบหัวเราะก่อนจะตอบ “ก็งั้นๆ หละ ให้ดียอมผมกลับเป็นสีดำดีกว่า แบบนี้ หน้าจืดชืด” ผมเน้นคำว่าจืดชืดให้แนนโกรธซึ่งก็สำเร็จเพราะแนนทำตาขวางใส่ผม
                “แหมคุณพ่อก็ตาถึงเหมือนกัน เนี่ยผมตรงสลวยแบบนี้ถ้าย้อมสีดำหน้าก็จะเด่นขึ้นอีกเยอะ เข้ากับชุดสีแดงด้วย”
                “ไม่เอาหรอก” แนน
                “อืม อย่าทำเสียงแบบนี้ซิค่ะ เราคนสวยเราต้องทำตัวให้เรียบร้อยนะค่ะ” เจ้าของร้าน
              
                หลังจากนั้นเจ้าของร้านก็ขอถ่ายรูปแนนเพื่อเอาไว้โชว์ลูกค้า หลังจากได้ชุดแล้วสาวๆ ก็ให้ผมพาไปซื้อรองเท้ากันต่อจากนั้นเราก็ทานข้าวเที่ยงกัน ถึงจะบ่ายกว่าๆ แล้วก็ตาม หลังจากทานข้าวเสร็จก้อยก็บอกสถานที่ที่เธอจะไปต่อ

                “พี่ค่ะ เราเชิญคุณอำนาจไปงานกุ้งด้วยดีไหม”
                “อืม แต่แกจะยุ่งหรือเปล่า อีกอย่างแกเองก็ไม่รู้จักกุ้งนะ”
                “แต่ก้อยว่าถึงคุณลุงจะไม่รู้จัก แต่มีงานใหญ่ก็น่าจะบอกซักหน่อยนะค่ะ คุณลุงจะไปไม่ไปก็ค่อยว่ากัน”
                “อืมก็ได้”
                “เย้” แนนตะโกนแทรกขึ้นมา “ไปบ้านคุณลุงๆ จะได้ไปเล่นกับเจ้าโบ้เจ้าบี้ด้วย ดีไหมริว”
                เจ้าริวมันก็เห่ารับแนน
                “เค้าจะไปเรื่องงานไม่ได้ไปเล่น”
                “ยุ่งเลย ไม่ได้คุยด้วยซะหน่อย”
                “เด็กไม่น่ารักก็ ก็ไม่น่ารักวันยังค่ำนั่นแหละ”
                “บ่นไรเดี๋ยวเหอะ”
                “พอแล้วๆ สองคนหยุดทะเลาะซะที เดี๋ยวปล่อยให้อยู่กันสองคนเลยทะเลาะกันดีนัก” ก้อย
                “ไม่เอา” ผมกับแนนตอบพร้อมกัน

                ไปถึงบ้านคุณอำนาจแนนก็ดึงแขนเจนวิ่งเข้าไปในบ้านกันก่อนโดยมีเจ้าริวรีบวิ่งตามไป ส่วนผมกับก้อยเดินตามเข้าไปที่หลัง คุณอำนาจนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก

                “สวัสดีครับคุณพ่อ”
                “สวัสดีค่ะคุณลุง”
                “อ้าว เรียกลุงอีกแล้ว เรียกพ่อซิ เป็นลูกสะใภ้มาเรียกลุงได้ไง”
                “แล้วสองคนกับอีกหนึ่งตัวไปไหนกันแล้วหละครับ”
                “อ้อ แนนกับเจนเค้าชวนหนูฟ่างไปเล่นที่สวน คงจะไปเล่นกับเจ้าโบ้เจ้าบี้เหมือนทุกที่นั่นแหละ ว่าแต่มาวันนี้มีธุระอะไร”
                “ทำไมหละครับ ไม่มีธุระผมมาบ้านนี้ไม่ได้หรอ”
                “มาได้ แต่แกหนะถ้าไม่มีธุระไม่เคยโผล่หัวมา ที่ออฟฟิตไปหาก็ไม่ค่อยอยู่”
                ผมตกใจที่คุณอำนาจพูดว่าไปหาที่ออฟฟิตแล้วผมไม่ค่อยอยู่ต่อหน้าก้อย แต่คุณอำนาจจะรู้ตัวก็เลยแก้ต่างให้
                “ดีหน่อยที่หนูลินบอกว่าแกออกไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยวจีบสาวที่ไหน”

                แต่ดูเหมือนคุณอำนาจจะโกหกไม่เนียนพอ เพราะก้อยแอบหยิกขาผมจนผมสะดุ้งร้องโอ้ยยย ผมเลยต้องรีบพูดเรื่องกุ้งแต่งงานเพื่อกลบเกลื่อน

                “ได้ซิน้องชายสะใภ้ใหญ่แต่งงานพ่อตาไม่ไปได้ยังไง ว่าแต่เมื่อไหร่แกจะแต่งกับหนูก้อยซะทีหละ กูอยากอุ้มหลานแล้วนะ”
                “ผมอยากแต่งอยากมีลูกจะตาย แต่สะใภ้ใหญ่ของคุณพ่อหนะซิ ไม่ยอมซะที”
                “อ้าวทำไมหละหนูก้อย หรือเบื่อที่ไอ้บีมันเจ้าชูจนไม่อยากแต่งกับมัน”
                “เปล่าค่ะ ก้อยแค่อยากทำงานก่อนเท่านั้นค่ะ ที่จริง ก้อยกับพี่บีก็คุยๆ กันไว้ว่าต้นปีหน้าเราอาจจะแต่งงานกัน”
                “ก็ดีนี่พ่อจะได้มีหลานซะที”
                “แต่เรื่องลูกยังไม่รับปากนะค่ะ”
                “ไม่ต้องกลัวนะถ้าไอ้นี่มันทำตัวเองจนไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียอีก ก้อยพาน้องๆ มาอยู่กับพ่อเลยพ่อเลี้ยงเอง ปล่อยให้ได้บีมันบ้าของมันไปคนเดียว”
                “โถคุณพ่อครับ ผมคงไม่ยอมทำผิดแบบนั้นเป็นครั้งที่สองหรอกครับ”
                “กูจะไปรู้มึงหรอ กูเห็นบางเรื่องมึงทำผิดแล้วผิดอีกไม่ยอมจำซะที”
                “ไม่หรอกครับคุณพ่อถ้ามีบีน้อยซักคน ผมยอมทำทุกอย่างไม่ให้เค้าต้องลำบากหรอกครับ”
                “ให้มันจริงเถอะ”

                คุยกันจบคุณอำนาจก็ชวนผมกับก้อยออกไปนั่งเล่นที่สวนเพื่อดูแนนเจนและฟ่างที่เล่นกันอยู่ พอออกมาด้านนอกเราก็ได้ยินเสียงสาวๆ ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกันดังลั่น คุณอำนาจหัวเราะชอบใจ เจ้าบี้เจ้าโบ้วิ่งมาหาเจ้านายแต่พอแนนตะโกนเรียกมันก็รีบวิ่งกลับไปหาทันที

                แนนมีมีทีท่าว่าจะยอมกลับบ้านคุณอำนาจก็เลยชวนให้เราทานข้าวเย็นด้วยกัน วันนั้นกว่าผมจะได้พาสาวๆ กลับบ้านก็ดึก ก่อนกลับแนนชวนฟ่างให้ไปค้างด้วย แต่ฟ่างก็ปฏิเสธถึงแม้เธอจะจ้องมองผมเหมือนคิดถึงมากๆ ผมเข้าใจหลังจากเกิดเรื่องฟ่างก็บอกว่าจะขอทำตัวให้เป็นประโยชน์กับผมให้มากที่สุด

                วันนี้ถึงแนนจะพยายามชวนแค่ไหน ถึงคุณอำนาจจะออกปากให้ไปค้างกันแนนฟ่างก็ไม่ยอมมา ผมรู้ว่าเป็นเพราะคำพูดที่ฟ่างพูดไว้หลังจากเกิดเรื่องตอนนั้น ผมรู้สึกเสียใจขึ้นมาผมคิดว่าเธอมาอยู่กับคุณอำนาจคงสุขสบายไม่ได้ลำบากอะไร แต่ผมลืมไปว่าเธอจะต้องทนเหงาทนคิดถึงผมขนาดไหน

                ระหว่างกำลังทานขนมหลังกินข้าวเย็นกันคุณอำนาจบอกว่าซื้อไวน์มาฝากผมและให้ฟ่างพาไปหยิบ ผมรู้ทันทีว่าคุณอำนาจเปิดโอกาสให้ผมอยู่กับฟ่างสองต่อสอง ก้อยแนนเจน เองก็น่าจะรู้เหมือนกัน  แนนบอกฟ่างว่าไม่ต้องรีบเธออยากกินเค้กอีกชิ้น ฟ่างหน้าแดงเธอเองเข้าใจว่าทุกคนเปิดโอกาสให้

                ฟ่างเดินนำหน้าผมออกไปจากห้องอาหาร พอพ้นห้องผมก็กอดเอวฟ่างไว้

                “คิดถึงจังคิดว่าจะไม่ได้กอดแล้ว”
                ฟ่างเงียบแต่ปล่อยให้ผมกอด ผมก้มลงไปหอมแก้ม
                “ไม่อยากไปค้างกับพี่หรอ”
                “อยากค่ะ แค่ถ้าฟ่างไปก็ไม่มีใครอยู่กับคุณลุง”
              
ผมกอดฟ่างแน่นขึ้นแล้วกระซิบให้เธอพาไปที่ห้อง ฟ่างหน้าแดงขึ้นกว่าเดิมแต่ก็พยักหน้ารับ ฟ่างพาผมขึ้นไปที่ชั้นสอง พอเข้าห้องผมก็รีบดึงฟ่างหันกลับมาหาแล้วประกบปากจูบ ฟ่างแลกลิ้นตอบเหมือนเป็นสิ่งที่เธอรอคอยมานานแสนนาน
              
                ผมอุ้มฟ่างไปนั่งบนโต๊ะวางของในห้องของเธอ จากนั้นผมก็ดึงชายเสื้อยืดรัดรูปของเธอขึ้น แล้วถอดมันออกไปทางด้านบน เราหยุดจูบกันแค่จังหวะที่ต้องดึงเสื้อผ่านปากของเราเท่านั้นจากนั้นเราสองคนก็รีบประกบปากจูบแลกลิ้นกันต่ออย่างดูดดื่ม

                ผมจัดการกับกางเกงขาสั้นของฟ่างต่อ ผมรีบปลดกระดุมออกอย่างรวดเร็วแล้วรูดมันออกโดยที่ฟ่างช่วยยกสะโพกขึ้น ตอนนี้ฟ่างเหลือแค่ชั้นในสีเหลืองอ่อน ผมประกบมือข้างนึงไปที่เนินเนื้อที่อวบอูมของเธอ ผมค่อยคลึงเค้นเบาๆ พร้อมกับผละปากลงมาสูดความหอมที่ซอกคอของฟ่าง

                “อ้า โอ้ยยยยย โอ๊ะ” ฟ่างครางออกมาเบาๆ

                ผมเลื่อนมือขึ้นแล้วค่อยสอดเข้าไปด้านในกางเกงตัวน้อยของฟ่าง มือผมเคลื่อนผ่านเนินหญ้านุ่มๆ ก่อนที่จะเจอกับรอยรักที่หว่างขาของฟ่าง ผมค่อยสอดนิ้วทักทายน้องสาวของฟ่าง เธอสะดุ้งร้องซี๊ดดดดดดด ฟ่างพูดเสียงสั่นๆ ว่าให้ผมทำเบาๆ เพราะไม่เคยมีอะไรมาสัมผัสกับของรักเธอนานแล้ว

                ผมค่อยสอดนิ้วเข้าไปในร่องรักของฟ่างช้าๆ ฟ่างเสียวซ่านเธอพยายามแอ่นเอวขึ้นตาม พอนิ้วผมเข้าไปได้สุดผมก็รูสึกถึงอาการตอดรัดที่ด้านในของฟ่าง ผมค่อยขยับนิ้วเข้าออกช้าๆ น้ำรักไหลเอ่อออกมาช่วยหล่อลื่น ผมเริ่มดันนิ้วเร็วขึ้นจนฟ่างยกสะโพกเด้งตาม

                “พี่บีขา ฟ่างเสียววว โอ้ยยยยย ซี๊ดดดดด”
              
                ผมสูดกลิ่นหอมฟ่างจนสมใจผมก็เลื่อนหน้าลงมาซุกร่องอกเธอ ฟ่างรีบถอดบราออกแล้วดันให้ปากผมไปตรงกับปลายถันของเธอ ผมเม้มริมฝีปากแล้วดูดปลายถันฟ่างจนเธอร้องซี๊ดดดดด พอฟ่างโดนเร้าทั้งบนทั้งล่างเธอก็คงทนไม่ไหว ฟ่างล้วงมาปลดเปลื้องกางเกงผมออก

                พอฟ่างพบสิ่งที่เธอต้องการเธอก็กำมันด้วยสองมือเหมือนจะวัดความเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะเริ่มรูดมันอย่างเร็ว ฟ่างทำให้ผมเสียวตามเธอ ผมเลยจัดการถอดกางเกงในกับบราเธอออกแล้วเริ่มบรรเลงนิ้วอีกรอบ ฟ่างก็ไม่ยอมแพ้เธอใช้เรียวนิ้วทั้งรั้งทั้งดึงจนผมเสียวซ่านเหมือนกัน

                พอเป็นแบบนี้ผมก็เลยจะให้ฟ่างได้เสร็จสมรอบแรกกับนิ้วผมก่อน ผมผละปากที่โลมเลียสองเต้าของเธอขึ้นมาหาในหน้าสวยของฟ่าง ฟ่างมองผมตาเยิ้มก่อนจะรีบกอดคอแล้วดึงผมไปกระกบปากจูบ ผมไม่รอช้าเร่งรัวนิ้วให้ฟ่างได้ถึงฝั่งฝัน ฟ่างเสียวซ่านเธอกอดผมแน่นพร้อมกับโยกเอวรับนิ้วผม

                ผมรัวนิ้วจนน้ำรักฟ่างแตกออกมาเป็นสาย ฟ่างเกร็งไปทั้งตัวก่อนที่จะบีบหัวไหล่ผมแน่พร้อมกับเอวกระตุก ของรักฟ่างตอดนิ้วผมแรงๆ หลายครั้งกว่าจะยอมคลายตัว พอร่องรักฟ่างเริ่มผ่อนคลายผมก็ค่อยๆ ดึงนิ้วออกแล้วผละปากที่จูบกับเธอ

                “มีความสุขไหม”
                ฟ่างยิ้ม “ค่ะ”

                แต่แค่นิ้วมันคงไม่ทำให้ฟ่างหายคิดถึงผม ผมอุ้มเธอที่เตียง ฟ่างจ้องหน้าผมตาไม่กระพริบไปตลอดทาง พอถึงเตียงผมก็วางฟ่างลงแล้วจัดการถอดเสื้อผ้าตัวเองออกบ้าง จากนั้นผมก็ขึ้นไปนอนทาบตัวฟ่าง ผมหอมแก้มเธอก่อนจะกระซิบบอกเธอว่าผมขอลิ้มรสหวานของเธอหลังจากที่ห่างเหินกันไปนาน

                “ว้าย ไม่เอาค่ะอย่า”

                ฟ่างร้องห้ามพร้อมกับอายจนหน้าแดง แต่ผมก็รู้ว่าเธอต้องการให้ผมลิ้นรสของรักเธอเพียงแต่ห้ามเพราะความเขินอายเท่านั้น ผมเลื่อนหน้าที่ไปที่ร่องน้ำหวานของฟ่าง เธอร้องห้ามจนกระทั้งปลายลิ้นผมสัมผัสกับกลีบอ่อนๆ ของเธอฟ่างถึงหยุดห้ามผมแต่เปลี่ยนเป็นแอ่นเอวขึ้นรับพร้อมกับครางเสียว

                ผมตวัดลิ้นแทรกกลีบสาวเข้าไปกินน้ำรักด้านในทำเอาฟ่างร้องสุดเสียงพร้อมกับแอ่นเอวขึ้นสูง ผมเลยช้อนสะโพกเธอไว้แล้วพยายามกดลิ้นเข้าไปในร่องสาวของฟ่างจนเธอดิ้นพร่านร้องเสียงหลง ผมดันลิ้นสำรวจร่องฟ่างอยู่เกือบ 10 นาทีเธอก็เกร็งไปทั้งตัวแล้วก็ร้องกรี๊ดดดดดด

                ฟ่างเสร็จสมอีกครั้งพร้อมกับน้ำรักที่พุ่งออกมาเหมือนน้ำพุ ผมดูดเลียกินจ


Re: Koy restart ep 17 By Ukisa
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 16, 2016, 12:36:34 pm »
 ::HeyHey::

*

ออฟไลน์ Boom Boom

  • Full Member
  • **
  • 135
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 17 By Ukisa
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 26, 2018, 12:58:32 pm »
::HoHo::

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ