Koy 2nd Generation ep 17 By Ukisa

Koy 2nd Generation ep 17 By Ukisa

  • 4 ตอบ
  • 14351 อ่าน
*

ออฟไลน์ icejet

  • Full Member
  • **
  • 212
  • 609
    • ดูรายละเอียด
Koy 2nd Generation ep 17 By Ukisa
« เมื่อ: ตุลาคม 31, 2014, 02:03:51 pm »
                เมื่อผมตัดสินใจที่จะสู้ ผมก็ต้องเริ่มเข้าคอร์สของคุณพ่อกลับไปบ้านคุณพ่อก็เริ่มฝึกผมทันที

                “ทำอะไรกันค่ะ พี่บีสอนลูกต่อยมวยอีกแล้วหรอ ลูกบอกว่าไม่ชอบไงค่ะยังจะบังคับลูกอีก” แม่ก้อย
                “พี่ไม่ได้บังคับไอ้ตัวเล็กนะ ใช่ไหมไอ้ตัวเล็ก” คุณพ่อ
                “ใช่ครับ ผมขอให้คุณพ่อสอนเองครับ”
                “พ่อไม่ได้บังคับใช่ไหมเนี่ย” แม่ก้อย
                “เปล่าครับ”
                “ไม่มีใครบังคับหรอพี่ก้อย” แม่แนน
                “งั้นก็อย่าเล่นกันถึงเจ็บตัวหละ” แม่ก้อย
                “แหมพี่ก้อย บีน้อยมันเป็นผู้ชายนะ ก็ต้องมีบ้างหละ” แม่แนน
                “งั้นพี่ไม่ยุ่ง ตามใจแล้วกัน” แม่ก้อย

                แม่ก้อยงอนเดินกลับเข้าไปในบ้าน

                “วันนี้เอาแค่วิ่งก่อนแล้วกัน ยังไม่ต้องซ้อมมวย” คุณพ่อ
                “งั้นแนนจะขี่มอเตอร์ไซค์ตามดูไอ้ตัวเล็กเอง” แม่แนน

                คุณพ่อให้ผมวิ่งรอหมู่บ้าน 5 รอบ ระยะทางประมาณ 5 กิโลได้ และมีแม่แนนที่ขี่มอไชค์และเจ้าริววิ่งตามผม พอผมเริ่มเหนื่อยแม่แนนก็จะบอกให้เจ้าริวกัดผม ผมต้องรีบวิ่งให้เร็วขึ้น แค่วันแรกก็รู้สึกเหมือนตกนรกแล้วครับ แต่ผมก็ต้องทน เพราะถ้าเทียบกับที่พี่ก้อยต้องทำเพื่อผมแล้ว แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ

                แต่พอวิ่งเสร็จผมก็หมดแรงนอนแผ่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน คุณพ่อให้ผมกระโดดเชือกอีกครึ่งชั่วโมง ก่อนนอนก็ให้ผมซิทอัพอีก 50 ครั้ง คืนนี้ผมหลับเป็นตาย วันรุ่งขึ้นผมรู้สึกปวดไปทั้งตัว ผมมีโอการง้อครีมตอนขับรถไปมหาลัย ผมจับมือครีมแล้วขอโทษเธอที่ตะหวาดใส่ไปเมื่อวาน

                “ขอโทษนะ”
                “ไม่เป็นไรหรอก ครีมยุ่งไปเอง”
                “ไม่เอาน่า ไหนว่าเข้าใจบีไง แล้วทำไมไม่ยอมยกโทษให้บีหละ”
                “เปล่านี่ ก็ครีมไม่ได้โกรธบีน้อย”
                “ถ้าไม่โกรธขอหอมแก้มได้ไหม”
                “ขับรถอยู่นะไม่อายคนหรอ”
                “ไม่อาย”

                ผมหอมแก้มครีมเป็นการขอไถ่โทษที่ไปตะหวาดเธอ จริงผมอยากทำมากกว่านั้นแต่ทำไม่ไหวจริงๆ ปวดเมื้อยไปทั้งตัว ไปถึงมหาลัยไอ้เจกับแป้งก็ถามเรื่องที่ผมจะชกกับไอ้ก้อง

                “เป็นไงบ้างวะ พ่อแกสอนทีเด็ดอะไรให้หรือยัง” เจ
                “ยังเลย ให้วิ่งกระโดดเชื่อ และซิทอัพเท่านั้น”
                “แล้วแบบนี้จะสู้เค้าไหวหรอ” แป้ง
                “อีกตั้งหลายวัน เดี๋ยวพ่อบีน้อยเค้าก็สอนไม้เด็ดให้เองแหละ” เจ
                “มันจะง่ายแบบนั้นเลยหรอ เป็นไปได้หรอที่คนไม่เป็นมวยจะชนะคนที่ต่อยมวยมา 6 7 ปี” แป้ง
                “เห้ยมึงพูดให้กำลังใจบีน้อยมันหน่อยสิ พูดแบบนี้ก็เหมือนบอกว่ามันต้องแพ้อย่างเดียว” เจ
                “อ้าวก็กูไม่รู้นี่” แป้ง
                “เออ พวกมึงไม่ต้องเถียงกันหรอก ถึงแพ้กูก็จะสู้”

                พอกลับบ้านคุณพ่อก็ให้ผมวิ่งอีก แต่คราวนี้ให้วิ่งแค่ 2 รอบต้องวิ่งให้เร็วกว่าเมื่อวานโดยมีแม่แนนตามดูและให้เจ้าริววิ่งไล่ พอวิ่งเสร็จก็มากระโดดเชือก หลังจากนั้นก็ไปห้องออกกำลังซึ่งเมื่อก่อนคุณพ่อพยายามจะสอนมวยผมเลยทำห้องนี้ขึ้นมา

                “ยืนเฉยๆ” คุณพ่อ
                คุณพ่อเหวี่ยงหมัดไปมา
                “ระยะประมาณนี้นะ ยืนเฉยๆ ไม่ต้องกลัว” คุณพ่อ
                คุณพ่อต่อหมัดมาใส่หน้าผม ผมหลับตาบี้ แต่เหมือนหมัดมันหยุดก่อนถึงหน้าผมแค่ไม่กี่เซ็น
                “อย่าหลับตาและจำระยะไว้ให้ดี”
              
คุณพ่อต่อยมาอีกหลายหมัดจนผมเริ่มกล้าลืมตามองหมัดที่ชกเข้ามา แต่พอคุณพ่อเก้าเท้าขึ้นมาครึ่งก้าวผมก็โดนหมัดต่อยที่หน้าจนล้มลงไปนอน
              
“อ้าวบอกให้ดูระยะไง ถ้าชั้นก้าวเข้าไปหาแกก็ต้องถอยสิ”

                เราเริ่มอีกครั้งผมยังโดนหมัดคุณพ่อไปอีกหลายครั้งกว่าจะเริ่มชิน คราวนี้พอคุณพ่อก้าวเท้าเข้ามาผมก็ถอยได้ทัน

                “ดี แล้วถ้าแบบนี้หละ”

                คุณพ่อถอยออกไปผมทำอะไรไม่ถูก จากนั้นคุณพ่อก็โถมตัวเหมือนกระโดดเข้าใส่ผม ผมทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยกการ์ดขึ้นกัน

                “การ์ดก็ดี แต่อ่อนแออย่างแก การ์ดไปก็เหมือนเป็นกระสอบทรายให้เค้าซ้อม ถ้าถอยแกต้องพุ่งเข้ามากอดชั้นลองทำดู”

                คุณพ่อก้าวถอยไปด้านหลังผมรีบพุ่งเข้าไปกอดก่อนที่คุณพ่อจะเหวี่ยงหมัดยาวมาใส่ ผมซ้อมจนจับจังหวะได้

                “ดี งั้นชั้นจะใช้ความเร็วจริงของชั้นแล้วนะ ถ้าแกทำได้แกก็หลบหมัดไอ้ก้องนั่นได้”

                พอคุณพ่อเอาจริงผมก็หลบไม่ได้ซักหมัดดีที่ใส่เฮทการ์ดและคุณพ่อใส่นวมไม่งั้นผมคงหน้าเละไปแล้ว

                “วันนี้พอแค่นี้ไปอาบน้ำกินข้าวไป”

                วันที่สองไม่รู้สึกปวดตามตัวเท่าเมื่อวาน แต่ก่อนนอนผมก็ซิทอัพอีกตามที่คุณพ่อสั่ง พอวันที่สามผมเริ่มมองเห็นหมัดของคุณพ่อบ้าง แต่ก็ยังโดนเข้าไปเต็มๆ อยู่หลายที สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือการเคลื่อนไหวของร่างการเริ่มคล่องตัวขึ้น บางจังหวะผมเอียงหน้าหลบหมัดคุณพ่อได้

                “หลบได้ก็ดี แต่ชั้นยังไม่สอนให้แกหลบแกไม่ต้องหลบ” คุณพ่อเอานวมตีหัวผม

                แม่แนนยืนหัวเราะผม แม่ก้อยกับแม่เจนไม่มาดูเพราะไม่อยากเห็นผมเจ็บ ครีมเองแรกๆ ก็มาดูแต่พอเห็นผมโดนต่อยเข้ามากๆ ทนดูไม่ไหวเหมือนกัน

                วันที่สี่ที่ห้าเป็นวันเสาร์อาทิตย์ ผมโดนปลุกให้ตื่นแต่เช้ามาวิ่งกระโดดเชือกแล้วฝึกโยกตัวหลบหมัดจนเที่ยง บ่ายถึงจะเริ่มลงนวม ตอนนี้ผมเริ่มดีขึ้น 10 หมัดผมจะโดนต่อยเข้าซักหมัดสองหมัดเท่านั้น

                “แกอย่าได้ใจไปนะ ครั้งนี้แกใช่ลูกไม้ที่ชั้นสอนได้เพราะมีกฏกติกา และไอ้ก้องนั่นมันจะประมาทแก แต่ถ้าทะเลาะกันจริงๆ มวยกิ๊กก๊อกแบบนี้มันช่วยอะไรแกไม่ได้หรอกนะจำไว้ด้วย”

                แล้วคุณพ่อก็สอนให้ผมหลบหมัด ผมทำได้ดีเพราะผมมองเห็นหมัดคุณพ่อแล้ว

                “จำไว้นะ ห้ามหใช้วิธีหลบหมัดเด็ดขาดจนกว่าจะนาทีสุดท้ายของยกสาม” คุณพ่อ
                “ทำไมหละครับ”
                “แกจำไว้ก็พอ ห้ามหลบหมัดเด็กขาดจนกว่าจนนาทีสุดท้ายของยกสามหรือไม่ก็ชั้นสั่งเท่านั้นถ้าแกไม่อยากโดนมันน๊อค”

                วันที่ห้าคุณพ่อให้ผมต่อยกระสอบทราย คุณพ่อไม่เน้นให้ต่อยแรง แต่เน้นให้ขยับตัวให้ถูกต้อง คุณพ่อสอนหมัดชุดให้ผม ฮุกซ้ายท้อง ฮุกขวาท้อง ฮุกซ้ายหน้า แล้วก็อัพเบอคัท 4 หมัด คุณพ่อให้ผมซ้อมอยู่แบบนั้นจนกว่าจะรู้สึกชิน ผมสงสัยว่าทำไมมีมีหมัดตรง

                “หมัดตรงสำหรับคนไม่เป็นมวยมันจะเสียกำลังเวลาต่อยออกไป และจะทำให้ตัวเองเจ็บเปล่าๆ”

                ผมตั้งใจซ้อมเต็มที่ระหว่างนั้นผมไม่ได้เสียน้ำให้กับฟ้าหรือครีมเลยเพื่อเก็บแรงไว้ซ้อมมวย หนึ่งวันก่อนจะชกจริงคุณพ่อให้ผมวิ่งกับกระโดดเชื่อกแล้วก็พัก แล้ววันที่ที่รอคอยก็มาถึง วันนี้ฟ้ากลับเร็วอย่างที่ผมคาดไว้ ไม่มีใครมาขวางผมกับไอ้ก้องได้แล้ว

                พอบ่ายสามผมกับเจและแป้งก็ไปที่โรงยิม ไอ้ก้องรออยู่แล้วรวมถึงพี่ก้อย คุณพ่อก็ตามมาเหมือนกัน ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าและขึ้นบนเวที คุณพ่อทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงผม

                “ทำตามที่ชั้นสอนห้ามข้ามขั้นเด็จขาดนะจำเอาไว้” คุณพ่อ
                “ครับ”
                “จะไหวไหมครับคุณลุง” เจ
                “ไม่ต้องกลัว ระหว่าง 7 วันนี้ ไอ้ก้องมันไม่ซ้อมเลยแถมเที่ยวกลางคืนทุกวัน ถ้าไอ้ตัวเล็กทำตามที่ลุงบอกมันก็มีสิทธิชนะน๊อคได้”
                “น๊อคเลยหรอค่ะ” แป้งตกใจ
                “น๊อคแน่ๆ เชื่อลุงเถอะ”

                ผมมองพี่ก้อยที่ยืนดูอยู่ข้างเวทีด้านไอ้ก้อง พี่ก้อยมีสีหน้ากังวนและเป็นห่วงผม

                “เตรียมเงินมาหรือยังลุง” ก้อง
                “นี่ไง 1 แสนในซองนี่” คุณพ่อ
                “ผมว่าลุงเอาเงินมาให้ผมเลยแล้วผมจะยกโทษให้ ลูกลุงจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว” ก้อง
                “คงไม่ได้ เพราะมันตั้งใจจะมาเจ็บตัวอยู่แล้ว”
                “ก็ดีแล้วอย่าหาว่าผมใจร้ายที่หลังหละ” ก้อง
                “ไม่อยู่แล้ว แต่ถ้าพ่อหนุ่มแพ้ก็อย่าลืมสัญญาหละ”
                “ได้อยู่แล้ว ผู้หญิงคนนี้เอาคืนไปเลยถ้าผมแพ้ แต่ถ้าผมชนะผมจะทำอะไรก็ได้ใช่ไหม”

                ไอ้ก้องหัวเราะทำให้ผมรู้สึกโกรธมาก

                “ใจเย็นๆ มันยั่วให้แกโกรธ คิดถึงแผนเข้าไว้” คุณพ่อ

                ระฆังตีเริ่มยกที่หนึ่ง ไอ้ก้องปรี่เข้ามา ผมเข้าไปกอดก่อนที่มันจะออกหมัดได้

                “ดี” คุณพ่อ

                กรรมการแยกผมกับไอ้ก้องแล้วสั่งให้เริ่มชก ผมรักษาระยะตามที่คุณพ่อบอก หมัดมันช้ากว่าของคุณพ่อทำมันเหวี่ยงหมัดออกมาเท่าไหร่ก็ไม่โดนหน้าผมซักหมัด พอมันถอยผมก็เข้าไปกด พอมันเก้าเท้าเข้ามาผมก็ถอย คุณพ่อคอยเตือนไม่ให้ผมโดนไอ้ก้องต้อนเข้ามุมจนหมดยกที่ 1

                “ทำได้ไงวะ ไม่โดนต่อยเลย กูนึกว่ามึงจะโดนมันยำเละตั้งแต่ยกแรกแล้ว” เจ
                “ลุงบอกแล้ว” คุณพ่อ

                ยกที่สองผมเริ่มได้ใจ และหมัดไอ้ก้องเริ่มช้าลงด้วย ผมเลยลองหลบหมัดมันดู ไอ้ก้องก้าวเข้ามาแทนที่ผมจะถอยผมกลับลองหลบหมัดที่มันเหวี่ยงมาดู หมัดที่ชกใส่หน้าผมหลบได้ แต่พอมันฮุกมาลำตัวผมทำอะไรไม่ถูกโดนเข้าไปเต็มท้องตามด้วยหมัดขวาที่หน้าจนล่วงลงไปนอน

                “อ้าวเฮ้ยบอกแล้วไงว่าอย่าข้ามขั้น” คุณพ่อ
                “ลุกโว้ยบีน้อยลุก” ไอ้เจกับแป้ง

                ผมพยายามลุกขึ้น หมัดของไอ้ก้องไม่หนักเหมือนคราวที่แล้ว ผมเลยไม่เจ็บมาก กรรมการนับถึงแปดแล้วให้ชกต่อ ผมยืนต่อจนหมดยก

                “มันนำอยู่ 2 คะแนนแล้ว มันคงคิดว่าชนะแน่ๆ จนมันอาจจะไม่เข้ามาชกแกแล้วก็ได้” คุณพ่อ
                “ขอโทษครับ”
                “เอาเถอะชั้นมีวิธี”

                คุณพ่อไปเพิ่มเดิมพันอีกเป็นสองแสนแต่ไอ้ก้องต้องน๊อคผมไห้ได้ พอเริ่มยกสามมันก็ไล่ล่าผม ผมพยายามประคองตัวหนีมันไปรอบๆ มันเริ่มต่อยผมโดนบ้างแต่ก็ติดการ์ดและผมก็รีบหนีไม่ยอมให้เป็นกระสอบทรายให้มันซ้อม ตอนใกล้หมดยกสามผมชำเลืองมองคุณพ่อ

                “ยังยังก่อน” คุณพ่อ

                ผมวนหนีไอ้ก้องไปรอบๆ ผมเริ่มเห็นประโยชน์ของการวิ่งและกระโดดเชือกขึ้นมาแล้ว ในขณะที่ผมยังไม่เหนื่อย แต่ไอ้ก้องเหมือนกำลังเหนื่อยมาก พอใกล้จะหมดเวลามันโถมหมัดขวาเข้ามา

                “เอาเลย” คุณพ่อ

                ผมหลบหมัดขวาของไอ้ก้องแล้วใส่หมัดชุดที่ซ้อมมากตามแผนคุณพ่อ ซ้าย ขวา ซ้าย อัพเบอคัท ไอ้ก้องโดนไปเต็มๆ สี่หมัด มันหน้าหง่ายลงไปนั่งที่บนเวที ผมไม่คิดว่าแค่หมัดเบาๆ ของผมจะทำมันล้มลงได้ กรรมการนับไอ้ก้องเหมือนลุกไม่ขึ้น ผมคิดว่าชนะแล้ว แต่ระฆังดังขึ้นซะก่อน

                ไอ้ก้องดูหงุดหงิดมากๆ ที่โดนผมต่อยจนล้มลงไปนั่งแถมคะแนนผมขึ้นนำแล้วด้วย

                “ต่อไปแผนบี” คุณพ่อ

                ผมเข้าใจแผนบีคือแผนขโมยคะแนน คุณพ่อไม่ได้สอนให้ผมใช้หมัดตรง แต่บอกให้ผมออกหมัดยังไงก็ได้ให้โดนหน้าไอ้ก้องโดยไม่ต้องใช้แรง ผมถอยหนีไปด้านข้างแล้วปล่อยหมัดเบาๆ ใส่หน้ามัน หมัดผมเข้าเป้าเกือบทุกหมัดดูเหมือนไอ้ก้องจะเริ่มยกการ์ดขึ้นไม่ไหว

                ยกสี่กลายเป็นทำคะแนนอยู่ข้างเดียวโดยมีเสียงโห่ของพวกเด็กพละ ไม่รู้โห่ใส่ผมหรือว่าโห่ไอ้ก้องกันแน่ หมดยกไอ้ก้องเหงื่อท่วมตัวและดูหงุดหงิดมาก

                “ยกสุดท้าย ถ้ามันการ์ดตกเหมือนไหร่ใส่หมัดชุดเลย ใส่แล้วถอยการ์ดตกใส่ใหม่จำไว้อย่ายืนแลกหเด็ดขาด” คุณพ่อ

                ยกสุดท้ายผมทำตามที่คุณพ่อบอก ผมล่อให้ไอ้ก้องเดินตามเหวี่ยงหมัดใส่จนมันเหนื่อย พอการ์ดมันตกผมก็เข้าไปใส่หมัดชุด ซ้าย ขวา ซ้าย อับเบอร์คัท จนมันเซ ผมก็ถอยหนีให้มันไล่อีก พอมันเสียจังหวะผมก็เอาอีกชุด คุณพ่อตะโกนมาบอกว่าให้พอแล้วหนีอย่างเดียวเพราะผมชนะคะแนนแน่ๆ แล้ว

                ไอ้ก้องหันไปมองคะแนน มันฮึดเฮือกสุดท้ายไล่ผมอีก ผมหนี พอหนีไม่รอดผมก็เข้าไปกอด ดูเหมือนไอ้ก้องจะรอจังหวะนี้อยู่ มันผลักผมแล้วเหยียบเท้าผมไว้ข้างนึงไม่ให้หนีจากนั้นก็ต่อยใส่หน้าผมหลายหมัด ถึงผมยกการ์ดไว้แต่ก็เซไปเซมาตามแรงหมัดของไอ้ก้อง

                “อย่าล้มนะ” คุณพ่อตะโกนบอก

                ผมพยายามมองหมัดที่ต่อยเข้ามาแล้วก็ได้จังหวะต่อยขวาสวนไปเข้าหน้าไอ้ก้องเต็มๆ แต่หมัดมันก็เข้าหน้าผมเหมือนกัน เราทั้งคู่ล้มลงนอนแผ่บนเวที

                “ลุกขึ้น” คุณพ่อ
                “ไอ้บีน้อยลุกขึ้นเร็วลุกขึ้น” เจ

                ผมพยายามจะลุกขึ้นแต่มันมึนไปหมด ส่วนไอ้ก้องอาศัยเชือกพยุงตัวขึ้นนั่งได้แล้วและกำลังจะยืนขึ้น ผมแพ้แน่ผมคิด ผมหันไปมองหน้าพี่ก้อยที่กำลังมองผมด้วยความหวัง ถ้าผมแพ้ไม่รู้ว่าไอ้ก้องจะทำอะไรพี่ก้อยบ้าง คิดแบบนั้นผมก็กลั้นใจพยายามจะยืนขึ้น ต่อให้ยืนขึ้นแล้วต่อไปผมจะยืนไม่ได้อีกตลอดชีวิตผมก็ยอม

                “ห้า หก เจ็ด”

                ผมดันตัวเองลุกขึ้น ในขณะที่ไอ้ก้องกำลังจะยืนได้แล้ว ผมพยายามลุกก่อนที่จะแพ้

                “แปด”

                หนึ่งวินาทีมันช่างรู้สึกเหมือนนานแสนนาน ผมกลั้นใจยืนขึ้นได้ ไอ้ก้องก็เหมือนกัน แต่ถ้ามันมีแรงต่อยผมอีกคราวนี้ผมคงลุกไม่ขึ้นจริงๆ แต่แล้วอยู่ๆ ไอ้ก้องมันล้มลงไปทั้งยืนจนกรรมการนับสิบ ตอนนั้นผมเหมือนไม่รู้ตัวแล้วหูอื้อไปหมด ไอ้เจกับแป้งขึ้นมากอดผมบนเวที

                ผมมารู้สึกตัวอีกทีตอนนอนอยู่ในห้องพยายามบาล พี่ก้อยนั่งอยู่ข้างๆ พอผมตื่นพี่ก้อยก็จับมือผม

                “เจ็บหรือเปล่าบีน้อย”
                “ไม่เจ็บหรอกครับ”
                “ขอบคุณมากนะพี่ทำเพื่อพี่”
                “พี่ก้อยต้องทำมากกว่าผมอีก แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
                “แค่นี้ก็พอแล้วหละ”

                ระหว่างที่เราคุยกันก็มีเสียงแม่แนนดังแว่วๆ มา พี่ก้อยเลยปล่อยมือผม แม่แนนเข้ามาก่อนพอเห็นพี่ก้อยก็เข้าไปกอด พี่ก้อยตกใจ

                “ไงไอ้ตัวเล็ก ตื่นแล้วหรอ” แม่แนน
                “แนน ทำอะไร เดี๋ยวเพื่อนลูกตกใจหมด” แม่ก้อย
                “ไม่เป็นไรหรอกเนอะ” แม่แนนบอกพี่ก้อย
                “ค่ะ” พี่ก้อยตอบตามไปแบบงงๆ
                “ตื่นแล้วหรอลูก เจ็บหรือเปล่า” แม่ก้อย
                “ไม่เจ็บหรอกครับ แค่มึนๆ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว อ้อนี่พี่ก้อยครับ รุ่นพี่ปีสอง”
                “แหม คนชื่อก้อยนี่สวยทุกคนเลยเนอะ” แม่แนน
                แม่เจนตามเข้ามาที่หลัง “เป็นยังไงบ้าง”
                “ไม่เป็นไรหรอก เด็กผู้ชายก็ต้องมีชกต่อยเป็นธรรมดา” แม่แนน
                “แต่บีน้อยไม่เคยไปต่อยกับใครนะ” แม่ก้อย
                “ก็ตามใจกันแบบนี้ ไอ้ตัวเล็กถึงชอบโดนรังแก” แม่แนน
                “งั้นเราไปกินข้าวที่ร้านกันไหมค่ะ ชวนหนูคนนี้” แม่เจน
                “ก้อย” แม่แนน
                “ชวนหนูก้อยไปด้วย และเพื่อนๆ ของบีน้อย” แม่เจน

                ผมลุกขึ้นแต่ยังมึนๆ อยู่เลยเซ พี่ก้อยรีบเข้ามาพยุง แม่ๆ ก็มองหน้ากันแต่ก็ไม่พูดอะไร ผมออกมาด้านนอกเจอเจกับแป้งคุยกับคุณพ่ออยู่ แม่เจนก็บอกเรื่องจะไปทานข้าวกันที่ร้านกัน

                “งั้นใครไปกับลุงบ้าง” คุณพ่อ
                “หนูก้อยเดี๋ยวไปกับแม่นะ” แม่ก้อย
                “งั้นครีมไปกับแม่ให้บีน้อยไปกับเพื่อนๆ” แม่แนน

                ครีมอยากมากับผมแต่พอแม่แนนชวนครีมก็ไม่กล้าขัด เราแยกย้ายกันไปเจอที่ร้านอาหาร ไปถึงคุณพ่อก็ให้จัดโต๊ะใหญ่และสั่งอาหารมาเพียบ ท่าทางคนที่ดีใจที่สุดของเป็นไอ้เจ เพราะมันบ่นว่าไม่ได้กินข้าวที่ร้านผมนานแล้วหลังจากไม่ได้เล่นดนตรี

                พี่ก้อยนั่งข้างแม่ก้อยทำให้ผมไม่มีโอกาสได้คุยด้วย แต่แม่ก้อยคุยกับพี่ก้อยเกือบตลอดเวลา ผมรู้สึกกลัว กลัวว่าแม่ก้อยจะไม่ชอบพี่ก้อยเหมือนกับที่ไม่ชอบฟ้า ทานอาหารเสร็จคุณพ่อก็สั่งอาหารพิเศษให้เจกลับบ้าน

                “หนูก้อยพักที่ไหนจ๊ะ” แม่ก้อย
                “หอพักหลังมหาลัยค่ะ”
                “แล้วอยู่กับใครหรอ” แม่ก้อย
                “อยู่คนเดียวค่ะ”
                “งั้นดีเลย คืนนี้ไปค้างกับแม่นะ”
                “ดีๆ พ่อจะได้คุยด้วย” คุณพ่อ
                “ไม่ได้ค่ะ ผู้หญิงเค้าจะคุยกัน และวันนี้พี่บีสนับสนุนให้บีน้อยชกต่อย ก้อยจะทำโทษให้ไปนอนกับเจ้าริวที่โซฟาค่ะ”
                “โถ ใจร้ายจริงๆ เลย พี่อุตสาห์เทรนจนไอ้ตัวเล็กต่อยชนะ แทนที่จะมีรางวัลกลับโดนลงโทษ”
                “ถ้าไม่ยอมรับโทษดีๆ ก้อยจะเพิ่มเป็น 2 วันนะค่ะ”
                “โอ้ยๆ วันเดียวพอแล้วนะๆ”

                “แล้วหนูแป้งกับเจหละบ้านอยู่ไหนกัน” แม่ก้อย
                “แป้งอยู่ในซอยนี่แหละค่ะ”
                “อ้าวหรอ ทำไมถึงไม่เคยเห็น” แม่แนน
                “แป้งอยู่บ้านตรงข้ามบ้านคุณแม่แหละค่ะ”
                “อ้อหนูแป้ง ที่เคยอยู่บ้านตรงข้ามตอนบีน้อยยังเล็กๆ” แม่แนน
                “ใช่แล้ว เพื่อนบีน้อยสมัยเด็กๆ นั่นเอง แต่บีน้อยคงจำไม่ได้หรอก เพราะตอนนั้นเล็กมาก” แม่เจน
                “แล้วหนูแป้งย้ายไปอยู่ที่อื่นหรอ แม่กลับมาอีกหนูแป้งก็ไม่อยู่แล้ว” แม่ก้อย
                “ค่ะ แป้งตามคุณพ่อไปอยู่ต่างจังหวัด เพิ่งจะกลับมาอยู่ตอนเริ่มเรียนมหาลัย”
                “ถึงว่าทำไมเราถึงไม่รู้จักทั้งๆ อยู่บ้านตรงข้ามแค่นี้เอง” ผม

                พอกับข้าวของไอ้เจเสร็จเราก็แยกย้ายกันกลับ ไอ้เจขอตัวขึ้นแท๊กซี่กลับ ผมขับรถไปส่งแป้งที่บ้านแล้วค่อยขับรถกลับบ้าน ไปถึงบ้านพี่ก้อยก็ขึ้นห้องไปแล้ว ผมได้เจอพี่ก้อยอีกทีตอนเช้า เราไปมหาลัยด้วยกันสามคน มีครีมอีกคน ผมแวะไปส่งพี่ก้อยที่หอก่อนแล้วค่อยเข้าไปมหาลัย

                ผมอยากจะขึ้นไปที่ห้องกับพี่ก้อยใจจะขาด แต่มีครีมมาด้วยผมก็ไม่อยากให้ครีมต้องเดินเข้าไปมหาลัยเอง พอเข้าไปมหาลัยดูเหมือนจะมีคนมารอผมอยู่ ฟ้ามายืนรอผมอยู่ที่ที่ผมจอดรถเป็นประจำ พอฟ้าเห็นครีมนั่งรถมาด้วยเธอทำหน้าไม่พอใจ

                “มาแล้วหรอ” ฟ้าทักผมแต่ไม่ยอมทักครีม
                ครีมรีบก้มหน้าเดินหนีไปก่อนที่จะโดนฟ้าว่าเอา
                “ต้องมาพร้อมกันด้วยหรอ” ฟ้า
                “โถฟ้า ก็ครีมเค้าอยู่บ้านบีตอนนี้”
                “อ้าวทำไมถึงต้องอยู่บ้านเดียวกันด้วย” ฟ้า
                “ก็คุณแม่ครีมเค้าไปต่างจังหวัด ครีมอยู่บ้านคนเดียว คุณพ่อคุณแม่ก็เลยให้มาอยู่ด้วย”
                “ไม่ใช่ที่มาอยู่เพราะชอบบีน้อยหรอกนะ” ฟ้า
                ผมสะอึก “เออ ไม่หรอก ครีมเป็นน้องเราและเจอกันมาตั้งแต่เด็ก ครีมไม่ชอบบีหรอก”
                “แล้วบีน้อยหละชอบครีมหรือเปล่า เดี๋ยวนี้แต่งหน้าแต่งตัวด้วยเหมือนอยากจะยั่วใคร” ฟ้า
                “ไม่เอาน่าฟ้า ครีมเค้าเป็นผู้หญิงนะ เค้าก็อยากแต่งตัวแต่หน้าบ้างแหละ”
                “ก็อย่าให้รู้แล้วกันว่าแอบชอบกันอยู่” ฟ้า
                “ไม่หรอกน่าฟ้า ว่าแต่ฟ้ามีอะไรทำไมถึงมารอบีตรงนี้”
                “เมื่อวานมีคนบอกว่าบีไปต่อยกับมวยที่โรงยิมหรอ” ฟ้า
                ผมตกใจ ไหนไอ้เจบอกว่ากลุ่มเพื่อนๆ ฟ้าไม่สนใจเรื่องแบบนี้ เรื่องผมไปต่อยกับไอ้ก้องคงไม่ทีทางเข้าหูเธอ แล้วทำไมตอนนี้ฟ้ากลับมายืนตาเขียวคาดคั้นผม
                “ว่าไงหละ เงียบทำไม แล้วไปต่อยกับเค้าแย่งผู้หญิงหรอ” ฟ้า
                “ไม่ใช่ เข้าใจผิดแล้ว บีไม่ได้ต่อยซะหน่อย”
                “ก็มีคนพูดเนี่ย ไม่จริงแล้วเค้าจะมาพูดได้ยังไง” ฟ้า
                “เข้าใจผิดแล้ว คงเพราะคุณพ่อมาที่โรงยิมหละมั้ง คนเค้าเลยคิดว่าบีไปต่อยมวย แบบบีเนี่ยนะจะต่อยกับนักมวย”
                ฟ้ามองหน้าผม “อืม แบบบีน้อยคงไม่ไปต่อยมวยให้เจ็บตัวใช่ไหม”
                “ใช่สิ บีจะไปทำให้เจ็บตัวทำไม”
                “เบื่อๆ จริงๆ พวกนี้พูดอะไรเลยเถิด ฟ้าว่าแล้วเชียว เดี๋ยวต้องกลับไปว่าซะหน่อย” ฟ้า
                “อย่าเลยเค้าคงเป็นห่วงแหละ อย่าไปว่าเค้าเลยนะ” ผมกลัวว่าถ้าฟ้าไปรื้อฝื้นเรื่องผมเดี๋ยวฟ้าจะรู้ความจริง
                “อืมงั้นก็ไปเข้าเรียนเถอะวันนี้มีเรืยนทั้งวันเลย แบบนี้ก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวแย่จัง” ฟ้า

                พอบ่ายสามครึ่งฟ้ากลับบ้านผมค่อยโล่งใจ ผมรีบตามหาพี่ก้อย และก็ได้รู้ว่าพี่ก้อยกลับไปหอพักแล้ว ผมรีบตามไปที่ห้อง ไปถึงหน้าห้องผมก็เคาะประตูเรียก พี่ก้อยก็มาเปิดให้ ผมรีบเข้าไปในห้อง แล้วกอดพี่ก้อย

                “เป็นอะไรไป” พี่ก้อย
                “ผมคิดถึงพี่ก้อยนี่ครับ”
                “พี่ก็อยู่นี่แล้วไง ปล่อยพี่ก่อนได้ไหม” พี่ก้อย
                “ไม่ครับเดี๋ยวพี่ก้อยทิ้งผมไปอีก”
                พี่ก้อยลูบหัวผม “ขอบคุณนะที่ช่วยพี่ แต่ว่า”
                “แต่ว่าอะไรครับ”
                “อืม ไม่มีอะไรจ๊ะ แล้วนี่มาหาพี่อยากกอดพี่หรอ”
                “ครับ”
                “งั้นกอดเสร็จแล้วก็กลับไปได้แล้วหละ” พี่ก้อย
                “พี่ก้อย”
                “ร้องเป็นเด็กไปได้” พี่ก้อย
                “ผม ผม ร....”
                พี่ก้อยเอามือปิดปากผม “พี่บอกแล้วยังไงว่ารอให้แน่ใจก่อนแล้วค่อยพูดคำนี้กับพี่อีก เพราะถ้าบีน้อยพูดมาอีกครั้งแล้วยังไม่เข้าใจคำนี้จริงๆ พี่ก็จะไม่เจอบีน้อยแล้วอีกแล้วนะ” พี่ก้อย
                “พี่ก้อยแล้วเรา”
                พี่ก้อยยิ้ม “เราก็ยังคบกันได้ แต่อย่าพูดคำนั้นกับพี่จนกว่าเราจะแน่ใจแล้วเท่านั้น”

                ผมพูดอะไรต่อไม่ออก พี่ก้อยเห็นผมเศร้าก็เลยสงสารเธอหอมมาที่หน้าผากผม

                “พี่ยังไม่ได้ให้รางวัลบีน้อยที่ช่วยพี่เลย อย่าได้หรือเปล่าหละ” พี่ก้อย
                “อยากได้สิครับ”

                พี่ก้อยจูบผม เรายืนกอดกัน พี่ก้อยค่อยๆ ถอยไปที่เตียงแล้วก้มล้มตัวลงนอนดึงผมล้มลงไปนอนด้วย เรามองตากันก่อนจะจูบกันอีกครั้ง คราวนี้พี่ก้อยกอดผมพร้อมกับลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลัง ผมเองก็ลูบไล้ไปทั่วตัวพี่ก้อยเหมือนกัน ผมผละปากจากริมฝีปากพี่ก้อยแล้วหอมไปตามซอกคอขาวๆ ของเธอ

                “อืมมม อืมมมมม โอ้ยยยยย อืมมมมม”

                พี่ก้อยครางเหมือนเริ่มมีอารมณ์ผมซุกไซ้ลงมาที่คอเสื้อ สองมือผมประกบสองเต้าขนาด 33 นิ้วแล้วขย้ำเบาๆ พร้อมกับเอาหน้าซุก

                “โอ้ยยยย บีน้อย โอ้ยยยยยย”

                ผมค่อยๆ แกะกระดุมชุดนักศึกษาของพี่ก้อยออกจากนั้นผมก็แบะเสื้อจนเห็นสองเต้าอวบที่มีบราสีชมพูรัดแน่นอยู่ ผมซุกหน้าไปที่ระหว่างสองเต้าแล้วสูดความหอมจนเต็มปอด ผมดึงบราสีชมพูขึ้นจนหน้าอกขาวอวบเด้งออกมาตรงหน้า ผมหันไปดูดที่ปลายถันสีชมพูสวยข้างซ้ายก่อน แล้วก่อนกลับมาดูดข้างขวา

                “โอ้ยยยยซี๊ดดดดด โอ้วววววว บีน้อย โอ้ยยยยยซี๊ดดดดดด”

                พี่ก้อยกอดหัวผมแนบกับหน้าอกแน่น พี่ก้อยแอ่นอกเร้าๆ ตามแรงดูดของผม มือผมเริ่มเลื่อนลงไปจัดการกับกระโปรงขอ


Re: Koy 2nd Generation ep 17 By Ukisa
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 17, 2016, 11:36:05 am »
มันขาดไปทุกตอนเลยแล้วจะทำไงถึงได้อ่านทั้งหมดล่ะครับ

*

ออฟไลน์ gai

  • Junior Member
  • ***
  • 445
  • 19
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy 2nd Generation ep 17 By Ukisa
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 11:57:03 am »
มันขาดไปทุกตอน จริงๆครับ มีขาดหาย

*

ออฟไลน์ chokolate

  • Senior Member
  • ****
  • 618
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy 2nd Generation ep 17 By Ukisa
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 04, 2020, 11:05:33 pm »
ชอบเรื่องนี้มาก ๆ ทุกภาคเลย แต่เสียดาย บางตอนไม่เต็ม หายไป ไม่รู้จะหาอ่านได้จากที่ไหน

*

ออฟไลน์ myfino262903

  • Full Member
  • **
  • 199
  • 3
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy 2nd Generation ep 17 By Ukisa
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 12, 2020, 03:21:02 pm »
ครับขาดทุกตอนเลยยิ่งตอนหลังๆแต่ก้อได้อารมดีนะครับ ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้แต่งนะครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ