Topaz Sidestory 1 adslman

Topaz Sidestory 1 adslman

  • 0 ตอบ
  • 4834 อ่าน
*

ออฟไลน์ ~De[@]tH_[N]oTe~

  • Junior Member
  • ***
  • 393
  • 611
  • ลอยไปตามสายลม
    • ดูรายละเอียด
Topaz Sidestory 1 adslman
« เมื่อ: มกราคม 06, 2015, 11:35:15 pm »
Topaz Sidestory 1 “ขนมปังทาเนยครึ่งแผ่น!?”

(“จะทำไงดี?...น้ำนมของฉันทำไมไม่ออกมา?”
“ตายแล้ว~~...นี่ก็ผ่านเวลาคลอดมาตั้งนานถ้าเด็กยังไม่ได้ดื่มนมล่ะก็ต้องแย่แน่!!!”
“ช่วย...ช่วยลูกโผมด้วย~~...คูณหมอ!!!!”
“ข้าเป็นหมอตำแย...ก็ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน”
“สะ...ส่งลูกมาให้ฉัน!!!!”
“เอ็ม!?...เธอจะทำอาราย?...ร่างกายอ่อนแอแบบนั้นยางจาพาลูกออกปายหนายอีก?”
“ไป...ไปที่ถ้ำเสือ”
“หา?...นี่เธอบ้าปายแล้วเรอะ?...จะอาวลูกสาวที่เพิ่งเกิดปายให้เสือกินหรือยังงาย?”
“พูดบ้าๆ...ฉันจะให้ลูกดูดนมแม่เสือต่างหากเล่า!!!...ฉันไม่มีน้ำนมพอจะให้ลูกแต่แม่เสือมีเยอะมาก”
“โอ้พระเจ้า!!!!”
“แม่เสือจ๋า~~...ฉันขอร้อง...ช่วยลูกสาวฉันด้วย!!!”
“คุณเอ็มเข้าไปไม่ได้นะครับ!!!!...แม่เสือเพิ่งออกลูกเมื่อหัวค่ำ...มันกำลังหวงลูก”
“...........................................”
“อูย~~...แม่เสือคำรามดังลั่นเลย...ออกไปให้ห่างจากปากถ้ำเถอะ...เวลานี้ต่อให้เป็นเจ้าของหรือคนเลี้ยงก็ไม่ปลอดภัยนะครับ!!!”
“เดี๋ยวเขาจะพาแม่ลูกอ่อนมาที่นี่แล้ว...คุณเอ็มอดทนรออีกสักนิดนะคะ”
“ไม่!!!...ลูกฉันร้องให้ไม่หยุดและตัวก็เริ่มเขียว...ฉันจะไม่รออะไรทั้งนั้น!!!!”
“...........................................”
“แม่เสือกำลังขู่เราว่าอย่าส่งเสียงรบกวน”
“ไม่ใช่!...นั่นเสียง...เป็นเสียงเรียกของแม่เสือ!!...แม่เสือเรียกให้ฉันเข้าไป!!!...อย่ามาขวาง!!!!”
“เอ็มอย่า~~”
“ไม่ว่าคนหรือสัตว์ต่างก็มีสัญชาตญาณของความเป็นแม่เหมือนกัน...ได้โปรดช่วยลูกฉันด้วยเถิด...เด็กคนนี้จะรอดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความเมตตาของแม่เสือแล้ว~~”
“...........................................”
“นั่น!?...มะ...แม่เสือนอนลงครับ!!!!”
“ขอบ...ขอบพระคุณมากจ้ะ...นิโคไล...นายมาคอยอุ้มลูกแทนที...ฉันจะหมดแรงแล้ว”
“จาดีเหรอ?”
“อย่ามัวชักช้า!!!...ทำตัวให้สมเป็นพ่อคนหน่อย...ฉันจะคอยประคองเต้านมแม่เสือเอง”
“อะ...อา--”
“ผมไม่อยากเชื่อตาตัวเองเลยครับ...เสือยอมให้ลูกคนกินนมของมันได้...เกิดมาก็เพิ่งจะเคยเจอ”
“โล่งอกไปทีนะคะคุณหนูเอ็ม”
“อื้อ!!...เด็กคนนี้รอดแล้ว~~...เด็กคนนี้จะต้องเติบโตขึ้นมาด้วยร่างกายที่แข็งแรงอย่างแน่นอน!!!!”
“โหยลูกพ่อดูดใหญ่เลย!!...ท่าจะหิวมากเลยน๊า~~...โตขึ้นต้องกินเก่งแน่ๆ”
“พ่อเสือก็เอ็นดูลูกเราด้วยนะ...เห็นมั้ย?...ช่วยคาบลูกตัวเองออกไปก่อนเพื่อให้ลูกเรากินนมอย่างเต็มที่”
“นั่นสิ...เอ้อ!!...เอ็มจาให้ลูกสาวเราชื่ออารายหรือ?”
“ก็นายคิดไว้แล้วไม่ใช่รึไง?”
“โผมคิดไว้เยอะแต่...ตาดสินจายไม่ได้สักทีแต่ชื่อเล่นน่ะได้แล้ว”
“ชื่ออะไรบอกมาซิ?”
“อ๋อม”
“อืม--...ก็ดีนี่!!...งั้นเอาชื่อนี้แหละ”
“ส่วนชื่อจริงยกให้เอ็มล่ะกัน”
“เออๆๆ...ฉันตั้งเอง!!...ลูกสาวคนนี้...อือ--...ฉันขอตั้งชื่อว่า...ศรบุษราคัมเพราะมันเป็นอัญมณีที่มีสีเหลืองคล้ายลายบนตัวเสือ”)
...ฉันชอบรบเร้าให้แม่เล่าถึงเหตุการณ์ช่วงที่ฉันเพิ่งเกิดซึ่งฟังกี่ครั้งๆก็ไม่เคยเบื่อเลย...หึ!!...แต่มันไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าศรบุษราคัมคนนี้จะโตขึ้นมาได้ด้วยน้ำนมของเสือ!?...
(“คุณหนูศรเพทาย”
“น้องสาวฉันที่เพิ่งเกิดอยู่ไหน?”
“อยู่บนบ้านขอรับ”
“ดีใจจัง!!...ฉันมีน้องสาวเพิ่มอีกคนแล้ว...ม่อน...พี่จะพาม่อนไปดูน้องสาวของเรา”
“...............................................”
“ถ้าเด็กคนนี้ไม่ได้กินนมเสือบางทีอาจจะตายไปแล้วก็ได้เพราะช่วงเวลานั้นไม่มีแม่ลูกอ่อนในโยนกจัตุรัสเลยสักคน”
“คุณศรมรกตเธอกล้าจริงๆนะว่ามั้ยที่อุ้มลูกสาวเพิ่งคลอดไปหาเสือแม่ลูกอ่อนเพื่อจะขอน้ำนม?”
“ว่ากันจริงๆก็เป็นเสือที่เธอเลี้ยงมานี่หว่า...ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?”
“แล้วก็ที่แน่ๆอีกอย่างคือหนูอ๋อมจะมีกลิ่นเสือติดตัวและทำให้สัตว์ร้ายไม่กล้าเข้ามาทำอันตรายแถมเข้าฝูงคลุกคลีเล่นหัวกับเสือเล็กเสือใหญ่ได้ด้วยนะ”)
...ที่มีคนขนานนามให้ฉันว่า “นางพญาเสือ” ก็เพราะเหตุผลว่าเข้าฝูงของเสือกับกินนอนด้วยกันได้นี่แหละ...ไม่ใช่เพราะเก่งขนาดสู้เอาชนะเสือได้หรอกแล้วที่สำคัญฉันจะไม่สู้หรือทำร้ายเสือโดยเด็ดขาดเพราะถือว่าพวกมันคือ “เพื่อน” และ “ผู้มีพระคุณ” ต่อชีวิตของฉัน...
“พ่อแม่...ฉันจะไปธุระข้างนอกหน่อยนะ”
“..........................................”
(พ่อแม่เสือของเราอายุเกือบยี่สิบสี่ปีซึ่งนับว่าอายุยืนมากโดยถ้าเทียบกับคนก็ร้อยกว่าปีเชียว)
“ไปหาคนรู้จักแถวๆนี้เอง...ขากลับฉันจะหาของอร่อยๆมาฝากและอย่าออกไปไหนไกลนะ...โดยเฉพาะพ่อที่ขาเพิ่งจะค่อยยังชั่ว”
“..........................................”
“เจ้าใหญ่กับเจ้าสองอยู่ดูแลพ่อแม่...ห้ามตามมาเชียวไม่งั้นอดของกิน”
“..........................................”
“ไม่ต้องร้องและก็อย่าอ้อน...โอ๊ว!!!”
(เวลาที่พวกมันอยากตามไปด้วยก็จะโดดเกาะหลังเราเหมือนที่ชอบทำทว่าปัญหาคือตัวไม่ใช่เล็กๆอย่างแต่ก่อนเลยล่อซะเราล้มหน้าคมำไม่เป็นท่าแถมตามรุมเลียหน้าเลียตา...เพิ่งจะอาบน้ำสระผมแต่งตัวชุดใหม่ซะด้วย...หมดกัน!!)
“ชุดเปื้อนหมดแล้วปัทโธ่วุ้ย!!...ฉันอุ้มพวกแกไม่ไหวแล้วนะ...ฮ่าๆๆ...ยะ...อย่าเอาจมูกดุนเอวฉันเซ่~~”
“..........................................”
“ให้ตายสิพวกแกนี่ตัวก็ใหญ่โตแต่ขี้อ้อนจังเล้ย~~...ไม่ได้!!...ยังไงก็ต้องอยู่ที่นี่เข้าใจมั้ย?”
“.........................................”
“อุ!”
...ขืนอยู่มองนานๆเดี๋ยวฉันจะต้องใจอ่อนอนุญาตให้พวกมันไปด้วยแน่ๆ...มันคงไม่ดีหรอกถ้า “แขก” ที่จะมาพบวันนี้ได้เห็นเสือหนุ่มสองตัวนั่งขนาบข้างฉันเพราะมีหวังกลัวจนฉี่ราดเผ่นหนีกระเจิง...
(แต่อีกใจก็อยากเห็นเพราะจะได้เย้ยหยันให้สาสมกับความหมั่นไส้และชังน้ำหน้า)
“บุศยา...ตอนนี้เธออยู่ไหน?”
“ที่บ้านค่ะ”
“ดี!...อีกครึ่งชั่วโมงเธอกับน้องสาวมาที่ศาลาหน้าหมู่บ้าน...เออน่าไม่มีหรอก!!...ฉันให้อยู่ในบ้านหมดแล้ว”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
(หึๆๆ...งานนี้จะมีตบกันหรือเปล่านะ?...อยากเห็นจัง...ที่เรียกบุศยากับน้องสาวมาก็เพื่อจะแสดงให้สาวิตรีรู้ว่าเราถือหางใครอยู่แต่นั่นมันก็คือการ “เสแสร้ง” เท่านั้นแหละ)
“ลูกพี่!!...มานั่งรอใครตรงนี้เหรอครับ?”
“...ว่าที่น้องสะใภ้ว่ะ”
“น้องสะใภ้...หมายถึงสาวน้อยที่ชื่อ...ชื่ออะไรนะ?”
“ชื่อสาวิตรีไงไอ้บื้อ!!”
“เออๆ...เธอน่ารักดีนะครับลูกพี่ว่ามั้ย?...นับว่าคุณชายหกตาถึงจริงๆ”
“...อ๋า!?”
“ท่าจะไม่ดีซะแล้วว่ะ...ไปเถอะไอ้หมู!!”
“เป็นอะไรของมึงเนี่ย?...ใช่ๆๆ...เมื่อกี้ผมก็เห็นเธอด้วยแหละครับ...สงสัยจะมาหาลูกพี่แน่ๆ”
“................................................”
“ดีจังเลย...รู้จักสนิทกันไว้อนาคตจะได้ไม่มีปัญหาระหว่างพี่ผัวกับน้องสะใภ้”
“เวรเอ๊ย!!!”
“ไอ้หมู”
“ครับ”
“มาให้กูถีบหน่อยซิ”
“เอ้ย!!!...ผะ...ผมทำอะไรผิดเหรอ?”
“ยังจะมีหน้ามาถามอีกไอ้หอกหัก?...รีบไสหัวไปให้พ้นตีนกูเลยนะ!!!”
“ว้าก!!!”
“กูเตือนมึงแล้วไงเล่า!!...ไอ้ห่-นี่โง่แล้วเสือกขยัน”
“..............................................”
...ไอ้เวรนี่ทำงานอยู่กับฉันมาก็หลายปีแต่ทำไมยังไม่รู้ใจกันอีก?...เมื่อกี้ฉันพูดประชดแต่มันก็ไม่เข้าใจแถมยังพล่ามอะไรไม่เข้าหู...น้องสะใภ้บ้าบออะไรไม่มีทั้งนั้นโว้ยไม่ว่าจะบุศยาหรือศกุนตลากับสาวิตรี!!!!...
(“เฮ่ย!!”
“หือ?”
“แกเป็นใครฉันไม่เคยเห็นหน้า?”
“.............................................”
“ยังจะมามองหน้า...ฉันถามไม่ได้ยินเรอะ?”
“ผมชื่อบอล...อยู่ที่บ้านโยนกอุดรครับ”
“มาเที่ยวหรือ?”
“ผมเกิดที่นี่ครับแต่ย้ายตามพ่อไปหลายที่และบางทีก็กลับมาอยู่กับแม่”
“พอๆๆ...พูดยาวจริง!”
“.............................................”
“แกเป็นลูกใคร?”
“พ่อผมชื่อภพและแม่ก็ชื่อภรณ์ครับ”
“หืม?...คุ้นๆแฮะ...แล้ว...ปู่ของแกน่ะชื่ออะไร?”
“ชื่อ...เอก...บะ...บดินทร์”
“อ๋อ~~...ที่แท้แกก็เป็นน้องชายฉันนี่เอง...ฉันชื่ออ๋อมเป็นลูกแม่เอ็มพี่สาวของพ่อแก”
“ป้าเอ็มหรือเปล่า?”
“ใช่...แกอายุเท่าไหร่?”
“5 ขวบ”
“ส่วนฉัน 6 ขวบ”
“จริงด้วย!!...แม่เคยบอกเหมือนกันว่าผมก็มีพี่สาวอยู่ที่โยนกทักษิณ”
“รู้แล้วทำไมไม่ไปหากันมั่ง?”
“คือ...แม่บอกว่าที่นั่นมีเสือเยอะเลยห้ามผมไปเพราะกลัวมันจะกัดเอา”
“ฮ่าๆๆๆ...เสือนั่นเป็นเพื่อนฉันทั้งหมด”
“เพื่อน?”
“พวกมันน่ารักออกจะตายไปไม่เห็นน่ากลัวสักนิด...แกอยู่โยนกอุดรงั้นก็อยู่กับแคทกับฝนล่ะสิ?”
“เราเล่นด้วยกันทุกวันครับ...พี่อ๋อมก็มาเล่นกับพวกเรานะ”
“ฉันไม่ชอบออกจากบ้านและไม่ชอบเล่นกับสองคนนั้น”
“ใคร?”
“ก็แคทกับฝนไงเล่า...ไอ้ซื่อบื้อ!!”
“..............................................”
“อยากเล่นกับฉันป่าว?”
“อื้อ!!”
“งั้นจะต้องเป็นเพื่อนกันก่อน...ว่าไง?”
“ได้สิครับ”
“หึๆๆ...ดีมาก!!...ต่อไปนี้เราก็เป็นเพื่อนกันแล้วนะ”)
“นั่นคือการพบกันครั้งแรกของเราแต่นายกลับลืมเพราะแรงช็อคที่สูญเสียแม่ไปอย่างกะทันหัน...น้องชายที่น่าสงสารของฉัน...หือ?”
(ยัยสาวิตรีเดินมาลิบๆแล้วนั่นไงและเท่าที่เห็นก็มาเพียงคนเดียวด้วย...ใช้ได้นี่!)
...นี่นับว่าเป็นครั้งแรกเลยนะที่คนอย่าง “ศรบุษราคัม วิษณุมนตรี”  ต้องเป็นฝ่ายมานั่งรอคู่สนทนา...แขกสำคัญรึ?...ไม่...ไม่ใช่สักนิดแต่เป็นศัตรูหัวใจต่างหาก!!!...
“..............................................”
“ไงเจ้าสาม!!...เจ้านายแกออกไปข้างนอกคงจะเหงาล่ะสิ?”
“..............................................”
“ฮื่อ~~...ยังขี้อ้อนไม่เปลี่ยน...สงสัยจะแข่งกับเจ้าสองมั้งเนี่ย?”
“..............................................”
“อยากรู้จริงๆว่าถ้าฉันพาว่าที่สามีมาบ้านพวกแกจะต้อนรับเขายังไง?...เฮ่ย!?...เจ้าสามอยู่นี่ไม่ยอมไปไหนซะด้วย”
(เอาล่ะสิ!!!)
“คุณศรรัตน์คะ”
“โอ้!!”
“..............................................”
“ว้าย!?...สะ...เสือ!!!!”
“เจ้าสามอย่า!!!”
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด~~”
...ช่างประจวบเหมาะอะไรอย่างนี้!!!...ปกติเจ้าสามจะคอยติดตามป้อมแทบไม่ห่างตัวแต่ที่แยกมาได้ก็แสดงว่าป้อมออกไปนอกตำบลและยัยสาวิตรีก็ดั๊นมาหาฉันพอดี...แม้เจ้าสามจะตัวโตกว่าเดิมเยอะแต่ก็ยังมีนิสัยเด็กๆกับชอบแกล้งคนคือทำเป็นขู่คำรามให้กลัวทว่าเอาเข้าจริงมันไม่เคยกัดใครหรอกเพราะป้อมสั่งห้ามไว้...
(แต่ธรรมชาติคนเราย่อมต้องกลัวเสืออยู่แล้วไม่ว่าจะตัวใหญ่หรือตัวเล็ก)
“เจ้าสาม!!...มานั่งตรงนี้”
“..............................................”
“เลิกแกล้งคนอื่นซะที~~”
“..............................................”
“ดีมาก!”
“ทำ...ทำไมที่นี่ถึงมีเสือ?”
“ฉันเลี้ยงไว้เอง”
“แล้วคุณปล่อยให้ออกมาเดินเพ่นพ่านข้างนอกได้ยังไงคะ!?...ถ้าเมื่อกี้มันกัดฉันตายคุณจะรับผิดชอบมั้ย?”
...โฮ่~~...ปากคอจัดจ้านไม่เบานี่หว่ายัยคนนี้!?...เมื่อกี้ฉันน่าจะสั่งเจ้าสามให้ขู่หนักกว่าเดิมไม่น่าห้ามเล้ย!!!...
“..............................................”
“ว้าย!!!”
“ฉันว่าเธอสงบปากสงบคำไว้ดีที่สุด...เสือตัวนี้เชื่อฟังคำสั่งฉันฉะนั้นมันจึงไม่ทำร้ายเธอไง”
“ไว้ใจสัตว์หน้าขนแบบนี้ได้เรอะ?”
“สาวิตรี...พูดให้มันดีๆหน่อยนะ...อย่าว่าแต่เลือดสักหยดเลย...เสือของฉันได้เอาอะไรไปจากเธอแม้ปลายเส้นผมมั้ยล่ะ?...อีกอย่างถ้าฉันต้องการให้เธอเจ็บหรือตายจริงๆก็แค่พูดออกมาคำเดียวเท่านั้น”
“ฉันไม่น่าเชื่อคุณเลย!!!...หากรู้แต่แรกล่ะก็...”
“เอ๊ะอีนี่ไม่รู้จักฟัง!!!!...เอาซะจริงๆดีมั้ย?”
“...........................................”
“ชิ!...ฉันขอโทษเธอก็ได้...เอ้า!!...ลุกแล้วมานั่งที่นี่สิ”
“ไม่ค่ะ!!!...ฉันจะกลับบ้าน”
“ใครสั่งให้หล่อนกลับ?”
“ไม่ต้องให้มีใครสั่งหรอก”
“อ๊ะๆ...อย่าวิ่งนะฉันขอเตือน”
“ทำไม?”
“ถ้าหล่อนอยากตายก็เชิญหนีเลย...วิ่งไปสิ...แล้วฉันรับรองได้ว่ามันจะไล่ขบหัวเธอแน่!!”
“ที่แท้...คุณก็ต้องการให้ฉันหายไปจากชีวิตของบอลเช่นเดียวกับแม่คุณ!!!...คุณจะสั่งให้เสือตัวนี้ฆ่าฉัน?”
“สาวิตรี...ฉันมั่นใจว่าฝีมือตัวเองดีพอจะเล่นแบบตรงไปตรงมาและไม่มีทางใช้วิธีขี้ขลาดตาขาวว้อย!!!”
“ยังไงฉันก็ทำใจนั่งคุยกับคุณไม่ได้หากยังมีเสือตัวนี้อยู่ใกล้ๆ...ขอให้คุณนัดเวลาและสถานที่มาใหม่เถอะค่ะ”
“เสียเวลา!!”
“ดีกว่าเสียชีวิตค่ะ”
(ปากดีนัก!!!...กล้ามาต่อรองกับเรา)
“ก็ได้!...แต่ฉันขอบอกไว้เลยนะว่าเจ้าสามแค่จะกลับมาบ้านและมันเห็นฉันอยู่ที่นี่จึงเดินมาหา...ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแต่ก็จะถือซะว่านี่เป็นความผิดพลาดของฉัน...เดี๋ยวจะนัดหมายอีกครั้ง”
“...ขอเป็นที่โยนกอุดรนะคะ”
 (งั้นก็ดีเลยเพราะบางทีอาจได้พูดคุยกับบอลและหยาดฝนด้วย...ไม่แน่เรื่องราวอาจจะน่าสนุกขึ้นอีกก็ได้!?)
“...มีอะไรหรือคะ?”
“เธอกับน้องไม่ต้องมาแล้ว”
“ทำไมล่ะคะ?”
“เพราะยัยสาวิตรีเผ่นหางจุกก้นไปเมื่อกี้น่ะสิ”
“อ้าว!?”
“บังเอิญเสือของฉันอยู่ด้วยน่ะ...หึๆ...ยัยคนขี้ขลาดเลยไม่กล้าอยู่คุยกับฉัน”
“คุณศรบุษราคัมพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกซะทีเดียวนะคะเพราะใครๆต่างก็กลัวเสือกันทั้งนั้น”
“บุศยา...นี่เธอก็จะว่าฉันผิดด้วยหรือไง?”
“ไม่...ไม่ใช่ค่ะ!!”
“ช่างเหอะๆ”
...ไม่ได้เรื่องเลยสักคน!...สำหรับฉันแล้วเสือก็เป็นแค่แมวตัวใหญ่...โอเค!!...มนุษย์ย่อมกลัวสัตว์ป่าที่ดุร้ายฉะนั้นสาวิตรีน่ะไม่ผิดหรอกแต่มันพลาด!!!...พลาดที่บังอาจจะมารักกับบอลโดยไม่บอกกล่าวฉันก่อน...
“นี่น่ะเรอะผู้หญิงที่จะมาเป็นเมียของนาย?”
(ฉันบอกแล้วว่าให้มาถึงก่อนเที่ยงไง!!”
“ขะ...ขอโทษ”
“ฝนคอยตามแจอีกล่ะสิว่าแต่แกถืออะไรอยู่?”
“ขนมปังทาเนยครับ”
“ท่าทางน่ากิน...ซื้อมาจากร้านตรงหัวมุมนั่น?”
“ครับ”
“ขนมปังในมือแกน่ะ...ขอให้ฉันได้มั้ย?”
“ถ้าเธอหิวผมจะให้แต่แบ่งครึ่งกันนะ...แม่ให้เงินผมมาแต่พอซื้อได้อันเดียวเอง”
“เออ!!...แล้วฉันให้สัญญาว่าโตขึ้นฉันจะเป็นเมียของแก”
“หา!?...เมียของผม?”
“ดีใช่มั้ยล่ะ?”
“ผมยังเด็กอยู่จะมีเมียได้ไง?”
“ปัทโธ่ไอ้เบื๊ยก!!!...ฉันก็บอกไปว่าโตขึ้นๆ...ไม่ได้ฟังเลยเรอะ?”
“อ่า--...แล้วเธอก็เป็นพี่ผมด้วย”
“ไม่มีปัญหาหรอกโว้ย!!...ส่งมาซะทีสิ”
“อะ...เอ้า!”
“สัญญากันแล้วนะ!!...ฉันโตขึ้นเมื่อไหร่ก็จะไปเป็นเจ้าสาวของแก”
“ถ้าผมมีเมียก่อนล่ะ?”
“เลิกกับมันซะ”
“เหอ?”
“หรือไม่งั้นฉันจะเตะตูดไล่มันไปเอง!!!”)
“ฮะๆๆๆ...นึกออกแล้ว...ฉันบอกกับบอลว่าจะเตะตูดไล่นังผู้หญิงนั่นไปนี่นาแล้วก็ท่าทางจะเป็นหล่อนสินะ...สาวิตรี?”
(แต่เมื่อกี้ฟังจากเสียงโทรศัพท์รู้สึกเหมือนมีคนอื่นอยู่ใกล้ๆบุศยา!?...เอ--...เราคงคิดมากไปมั้งเพราะจะมีใครนอกจากบุศลาวัลย์น้องสาวอีก?)
“เปลืองสมองเปล่าๆ...งั้นไปฟังน้านีย์เทศนาเรื่องที่เราตีกับหยาดฝนเมื่อวานเลยดีกว่า...ไม่ต่ำกว่าชั่วโมงแน่นอน...เฮ้อ!!”
...บอลเอ๋ย~~...ขนมปังทาเนยครึ่งแผ่นนั้นรสชาติอร่อยที่สุดในชีวิตของฉัน...ที่จริงฉันรู้อยู่ก่อนแล้วว่านายเป็นใครแต่แค่อยากลองใจดูเฉยๆ...หึ!...นายเป็นคนมีน้ำใจแม้แต่กับคนแปลกหน้าที่เพิ่งพบเจอ...ฉันชอบ!!!...
...

“เอ้!...แม่แกนี่ชักบ่นเก่งเหมือนยายเข้าไปทุกวันๆแล้วนะ?”
“หากอ๋อมใจเย็นกว่านี้อีกสักนิดก็จักมิถูกตำหนิดอกขอรับ”
“แล้วมีฉันคนเดียวที่ใจร้อนเหรอไงฟะหยาดฝนกับสุรีย์พรรณก็ใช่ย่อยซะที่ไหน?...ประเคนทั้งหมัดทั้งตีนใส่ฉันเป็นพายุ!!”
“กระผมว่าท่านแม่กระทำถูกต้องแลอย่างไรก็ถูกติเตียนกันทุกคนมิใช่หรือขอรับ?”
“เดียะปั๊ด!!!...พูดเยิ่นเย้ออย่างเดียวก็พอว่านี่ยังไม่ค่อยจะเข้าท่าเข้าทางอีก...มีแต่สองคนนั้นแหละที่ชอบฟังสำนวนลิเกแบบนี้ของแก...ฉันจะกลับไปนอนกลางวันละ!!”
“พี่อ๋อม...หนูขออนุญาตไปแช่น้ำร้อนที่โยนกบูรพานะคะ...ไปด้วยกันมั้ย?
“แม่ชวนรึ?”
“ค่ะ...น้าภากับน้านีย์ก็จะไปด้วย”
“พี่ขอตัว...ไม่ชอบ”
...แค่สถานที่ก็ไม่ชื่นชอบแล้วอีกอย่างพาเสือสามพี่น้องไปเล่นที่น้ำตกยังจะสนุกซะกว่า...
“นายก็ไปด้วย?”
“เปล่าหรอก...ฉันจะไปเดินเที่ยวรอบๆหมู่บ้านน่ะ...ยังไปไม่ทั่วเลย”
“สองพี่น้องนั่นพาไปสิท่า?”
“อืม”
(น่าหมั่นไส้นัก!!!)
“กระผมก็ไปขอรับ”
“ใครถามแกวะ?”
“หือ?...นั่นบุศยากับน้องสาวนี่นาแล้วผู้ชายนั้นก็คนขับรถ...ออกไปไหนกันมาน่ะ?”
“สงสัยเข้าไปในเมืองมั้ง?”
“...............................................”
(“มากันแค่สามคนเหรอ?”
“ค่ะ...ส่วนคนนี้คือลุงส่ง...คนขับรถของเรา”
“มีคนขับรถให้ซะด้วย?...เจ๋งไม่เบา”
“พี่อ๋อม...ป้อมว่าจะให้บุศยามาพักที่โยนกทักษิณ”
“อืม--...เรือนด้านหลังหมู่บ้านว่างอยู่ให้ใครไปกวาดถูสักหน่อยก็ใช้ได้...ที่นั่นมีสามห้อง...เธอกับน้องใช้ห้องเดียวกันหรือจะแยก?”
“ห้องเดียวกันก็ได้ค่ะ”
“ส่วนอีกห้องให้คุณลุงคนขับรถ”
“ขอบคุณครับ”
“พี่...เรือนนั่นมีข้าวของเครื่องใช้พร้อมก็จริงแต่ต้องให้ไปถึงโน่นเชียวหรือจ๊ะ?”
“ไกลๆจากถ้ำหน่อยซี่!!...พ่อกับแม่ยิ่งไม่ชอบคนแปลกหน้าอยู่...ขนาดแค่ได้กลิ่นชาวบ้านมาใกล้ยังตาขวางเลย”
“จริงสิคะ...งั้นตกลงตามนี้”)
“หึ!!...เรื่องสะกดรอยตามเนี่ยต้องยกให้นางพญาเสือคนนี้”
...ฉันชักสังหรณ์ใจอะไรบางอย่างจึงคิดจะสะกดรอยสามคนนั้นไปและกิตติศัพท์ของบุศยาที่ฉันได้ยินมาจากป้อมนับว่าโชกโชนไม่เบาทีเดียวแล้วไหนจะที่สุรีย์พรรณเคยบอกไว้ก่อน...
(“หมายความว่าไงสุรีย์พรรณ?”
“ก็หมายความตามที่ถาม”
“ทีเธอกับหยาดฝนยังถือหางสองพี่น้องวิชานาถเลย...มันก็เหมือนกันน่ะแหละ”
“แต่พี่ไม่เชื่อว่าพวกเธอจะมีความจริงใจช่วยเหลือบุศให้ลงเอยกับบอลหรอก”
“ถือดียังไงมาคาดเดาความคิดของพวกฉัน?”
“พี่แค่เดาเอาเองจากนิสัยของเธอสองคน...ถ้าผิดก็ขออภัยด้วย”
“แล้วบุศยามีอะไรเสียหายงั้นเรอะ?...ฉันว่าผู้หญิงคนนี้ยังดูดีกว่าสาวิตรีตั้งเยอะ”
“ไม่จริง”
“หา?”
“พี่จะบอกอ๋อมก็ได้”
“มีอะไรก็ว่ามา”
“บุศเป็นผู้หญิงที่ขาดเรื่องบนเตียงไม่ได้”
“เฮ่ย!?...นี่เธอพูดอะไร?”
“จะให้พูดง่ายๆก็คือโรคขาดผู้ชายไม่ได้ยังไงล่ะ”
“ยะ...ยัยนั่นน่ะเหรอ?”
“...............................................”
“ไม่อยากเชื่อ...หึ!...หึๆๆ”
“?”
“คิดจะมาใช้ไม้นี้หลอกฉัน...ไม่สำเร็จหรอก!!!”
“พี่ก็ไม่ได้บังคับให้อ๋อมเชื่อ”)
“บุศยา...เธอน่ะเป็นอย่างที่สุรีย์พรรณพูดจริงๆหรือไม่...ฉันจะต้องรู้ให้ได้!!!!”
...

...ถ้าเป็นเรื่องการแอบลักลอบเข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ให้ถูกจับได้หรือย่องเบาขโมยของจะต้องยกให้ฉันไม่ที่หนึ่งก็ที่สอง...ถามว่าเรียนรู้มาจากไหน?...ก็จะมีใครอีกล่ะนอกจากน้านีย์?...ขานั้นน่ะรอบรู้ไปซะแทบทุกอย่างและหากเป็นสมัยก่อนก็คงตั้งตัวเป็นมหาโจรชื่อดังไปแล้ว!!!...
(น้านีย์ถนัดวิธีลอบฆ่าด้วยการปาดคอกับวางยาพิษที่สุดฉะนั้นจึงจำเป็นต้องศึกษาทางหนีทีไล่ว่าจะแอบเข้าไปทางไหนและหลบหนีออกมายังไง)
“เมื่อกี้...นายเอาอาหารไปส่งที่เรือนหลังนั้นใช่มั้ย?”
“ครับ”
“ใครออกมารับ?”
“ผู้ชายวัยกลางคนครับ”
(ตาลุงคนขับรถ)
“อยู่กันสามคนใช่หรือเปล่า?”
“ใช่ครับ”
“แล้วผู้หญิงสองคนเป็นยังไง?”
“เอ่อ--...ก็ดูปกติดีนี่ครับ”
...ฟังแล้วไม่มีอะไรพิรุธหรือน่าสงสัย...ฉันอาจคิดมากไปจริงๆแต่เพื่อความแน่ใจก็จะต้องไปดูให้เห็นกับตาตัวเองซะก่อน...หึ!!...ฉันไม่โง่เข้าไปซึ่งๆหน้าหรอกนะเพราะครั้งนี้จะของัดเอาวิชาย่องเบาที่เรียนรู้จากน้านีย์มาใช้สักหน่อย...พื้นที่ส่วนใหญ่ของโยนกทักษิณเป็นป่ารกต้นไม้ขึ้นหนาทึบและตัวฉันที่อยู่มาตั้งแต่เด็กย่อมรู้จักถนนหนทางดี...ใช้วิธีลัดเลาะอ้อมไปด้านหลังแล้วปีนต้นไม้ที่อยู่ด้านหลังเรือนเพื่อสังเกตความเป็นไปเบื้องต้นซะก่อน...
“โชคดีที่เรือนนี่ไม่มีหมางานเลยง่ายขึ้นเยอะและเพื่อความไม่ประมาทก็ปิดเสียงซะ...อื๋อ!!...ทำยังไงวะ?”
“............................................”
“บ้าเอ๊ย~~...ปิดเครื่องแม่งเลยนี่!!!”
(เราไม่ถูกกับไอ้ของทันสมัยแบบนี้จริงๆด้วย...ทุกทีถ้าจะโทรศัพท์ติดต่อใครก็แค่ไปที่ตู้สาธารณะหน้าบ้านผู้ใหญ่แต่เดือนก่อนแม่ยัดเยียดมือถือมาให้ไอ้เราก็ไม่รู้เรื่องว่ามันกดตรงไหนบ้าง...สู้น้องป้อมไม่ได้หรอกขานั้นคล่องปรื๋อ)
“เขาไปแล้วนะ?”
“ครับ”
“เอาถาดอาหารเข้ามาในห้องฉันแล้วก็ล็อคประตูซะ”
“จะทานอาหารเลยไหมครับ?”
“ยังไม่ค่อยหิวเลย”
“หนูก็เหมือนกัน”
“งั้นถ้ายังไง...เรามาออกกำลังกันก่อนดีกว่า”
...แค่ยกอาหารเข้ามากินในห้องน่ะไม่แปลกแต่จะล็อคประตูทำไมวะ?...จะว่ากลัวใครมาแย่งกินก็ไม่น่าใช่...ฉันยืนหลังแนบต้นไม้แล้วเอียงคอเหล่ตามองความเป็นไปของทั้งสามคนนั่น...บุศยานุ่งผ้าเช็ดตัวเหมือนเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงส่วนบุศลาวัลย์นั่งเก้าอี้ใกล้ๆแต่ตาลุงคนขับรถยืนเด่นอยู่กลางห้องและถอดเสื้อเชิ้ตออก...
(จะทำอะไรน่ะ?)
“ลุงส่งดูจะผอมไปนิดนึงนะ?”
“ก็แก่แล้วนี่ครับ”
“แต่ยังมีกล้ามท้องอยู่...อย่างนี้แหละที่ฉันชอบ”
“บุศยา!?...นะ...นี่อย่าบอกนะว่าเธอ...”
“เอ้า!!...ถอดกางเกงเร็วๆสิจ๊ะ...บุศไม่ได้เห็นควยลุงมานานคิดถึงมาก”
“แค่คิดถึงเท่านั้นหรือจ๊ะคุณพี่?”
“โธ่โบว์ก็!!...รู้ๆกันอยู่”
(ตาลุงถอดกางเกงโชว์ท่อนควยดีดผึงด้วยสีหน้าภูมิอกภูมิใจส่วนบุศยาก็ตาลุกวาวแลบลิ้นเลียริมฝีปาก...หนอยแน่ะ!!!!...ทั้งหัวหงอกหัวดำเลย...กล้ามาทำเรื่องบัดสีในหมู่บ้านที่เราปกครองอยู่เรอะฟะ?)
“แต่แบบนี้ไม่ดีต่อพี่บอลนะคะ”
“มันไม่ได้ผิดสัญญาสักหน่อยนี่จ๊ะ?”
(เฮ่ๆ...ไม่ผิดสัญญายังไง?...แล้วนี่หล่อนริอ่านจะมีอะไรผู้ชายแก่คราวพ่อคราวลุงจริงๆน่ะเรอะ?...กล้าทำได้ยังไงวะ!!!!)
“ก็จริงไหมล่ะ?...สัญญากำหนดไว้ว่าห้ามเราสองคนมีอะไรกับบอลแต่ไม่ได้ห้ามมีอะไรกับคนอื่นนี่”
(อื๋อ?)
“นั่นมันก็...มันก็จริงแต่...”
“จะให้พี่ไม่ได้มีเซ็กส์เลยตลอดเวลาสองปี...พี่ขอตายดีกว่า”
...พูดไปบุศยาก็เอี้ยวตัวยื่นมือจับท่อนควยรูดขึ้นรูดลงขณะที่มืออีกข้างลูบไล้หน้าอกตัวเอง...เออ--...มันก็ถูกต้องจริงๆ...ห้ามกับบอลแต่ไม่ได้ห้ามกับคนอื่น...
(หึๆๆ...นังนี่นอกจากหัวใสและยังใจกล้าหน้าด้านอีกด้วย...เชื่อแล้วล่ะว่าสุรีย์พรรณพูดความจริง)
“หน้าต่าง...ไม่ปิดก่อนหรือครับ?”
“ไม่ต้อง~~...ด้านหลังเป็นป่าทึบแล้วเรือนนี้ก็สูงแถมอยู่ท้ายหมู่บ้านด้วย...ใครจะมาเห็นเหรอ?”
(ก็กูนี่ไงเล่าอีผู้หญิงหยำฉา!!!)
“โอออออออ...ดี...ดีจริง...คุณหนูบุศของผม...ระ...รีบอมมันเข้าไปสิครับ”
“ลุงส่งจะรีบไปไหนจ๊ะ?...เรามีเวลาอีกเยอะแยะ...ขอฉันจับควยลุงเล่นก่อนซี่!!”
“ฮืมมมมมมมมม”
“นานเลยนะที่ลุงกับฉันไม่ได้เย็ดกัน...ฮิๆ...เชื่องมือดีจัง”
“ก็...ก็คุณหนูบุศมีหนุ่มๆในบ้านคอยแวะเวียนผลัดเปลี่ยนไปรับใช้ถึงห้องแทบทุกคืนนี่ครับ...แล้วผมจะมีโอกาสตอนไหน?”
“โถ~~...จะต้องไปเกรงใจใครทำไมกัน?...ฉันกับลุงน่ะได้กันก่อนพวกนั้นจะมาอยู่ซะอีก”
...ผู้หญิงหน้าด้านดอกทองฟันควยมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำแล้วยังคิดจะมาจับน้องชายฉันรึ?...เลวชาติชั่วที่สุด!!!...เบื้องหน้าวางท่าเป็นผู้ดีมีตระกูลสูงแต่ลับหลังกลับเน่าเฟะเหลวแหลกสิ้นดี!!!!...ฉันแทบอยากจะกระโดดเข้าทางหน้าต่างแล้วจิกผมยัยบุศยามาตบให้ฟันร่วงเลือดกลบปากก่อนลากไปให้คนทั้งตำบลเห็นเพื่อประจานความเป็นนังโมรากากีของมันแต่ยังยับยั้งชั่งใจไว้เพราะฉันคนเดียวพูดไปก็ยากที่ใครจะเชื่อและเผลอๆอาจถูกหาว่าแกล้งใส่ร้ายบุศยาอีกด้วย...
(ถ้าเราทำอย่างนั้นโดยอารมณ์ชั่ววูบสาวิตรีก็จะหมดคู่แข่งสำคัญและได้รับความชอบธรรมมากขึ้น...ไม่มีทาง!!!)
“ลุงส่งยังแข็งไวอยู่นะเนี่ย...ขนาดอายุจะเข้าเลข 6 อยู่อีกไม่กี่เดือน”
“ยิ่งได้ล่อหีสาวเอ๊าะๆยิ่งปึ๋งปั๋งไวครับ”
“เอ๋~~...แสดงว่าที่ไม่ค่อยเข้าไปหาฉันเพราะแอบเข้าห้องโบว์ใช่หรือเปล่าเอ่ย?”
(เฮ้ย!?...ตาแก่นี่ก็ฟัดน้องสาวมันด้วยเหรอ?)
“มะ...ไม่ใช่นะคะ!!!”
“อย่า!!...วันก่อนพี่แอบเห็นโบว์ขย่มควยลุงเค้าใหญ่เลย”
“คุณพี่เห็น?”
“จ้า!!”
“แหม~~...นะ...นั่นก็แค่ครั้งเดียว”
“จริงน่ะ?”
“ก็ครั้งเดียว”
“แน่รื้อ?”
“จริงครับ...คืนนั้นคุณหนูโบว์ลงมาเรียกผมเอง”
“ลุงก็!!...พูดทำไม?”
“เอาน่ะ!!...เรื่องแบบนี้มันทนกันไม่ได้หรอก”
...จะไปเหลือซากรึ?...มันก็ยากเย็นเหมือนกับควานหาสาวบริสุทธิ์ในซ่องนั่นแหละ...สรุปพี่น้องคู่นี้นอกใจบอลกันหมด!!!!...อดทนไว้ๆ...สองคนนี่ยังมีประโยชน์อยู่ดังนั้นรอดูต่อไปเรื่อยๆก่อน...
(ดีซะอีกมีหนังสดให้รับชมฟรีๆ)
“นึกว่าแถวนี้จะมีม่านรูดมั่งนะคะคุณพี่?”
“นั่นสิ...จะเข้าตัวจังหวัดมันก็เสียเวลาแล้วละแวกนี้ดันมีมินิมาร์ทแห่งเดียว...บ้านนอกจริงๆ...แต่ยังดีที่มีถุงยางขาย”
“ผมก็ไม่ได้เตรียมมาซะด้วย”
“คราวหลังลุงพกใส่กระเป๋าเงินไว้สิ”
“ครับ”
“อ่ะ!...ลุงขึ้นมาบนเตียง...เลียหีฉันหน่อย”
...พูดจบบุศยาก็พลอกตัวกลับพลางดึงผ้าเช็ดตัวออก...เผอิญหันหัวออกหน้าต่างฉันจึงได้เห็นหัวตาลุงนั่นทำขยุกขยิกแถวๆหว่างขาบุศยาส่วนบุศลาวัลย์นั่งถ่างขาเอานิ้วถูกางเกงในทำหน้าทำตาเคลิบเคลิ้มอยู่พักนึงก็ลุกมานั่งตรงขอบเตียงเอียงคอแลบลิ้นเลียหัวควยตาลุงผู้โชคดีเปิดกิจกรรมเสียวระหว่างสองสาววัยรุ่นพี่น้องกับหนึ่งตาลุงคนขับรถอย่างสนุกสนาน...
“โอวววววววววววววว...ขึ้น...ขึ้นไปอีก...อูยยยยยยยยยย...ลุงจ๋า~~...บุศเสียวจัง”
“อืมมมมมมมมมมมม...ผมก็เสียวครับ...คุณหนูโบว์ดูดเก่งกว่าเมื่อก่อน”
“...ไม่เก่งเท่าคุณพี่หรอกจ้ะ”
(รูดซะคล่องปากเนี่ยนะไม่เก่งแถมลิ้นก็ไวเชียะ!?...ตัวแค่นี้แต่ตอแหลฉิบหา-...เป็นกรรมของบอลแน่ถ้าได้พี่น้องคู่นี้ไปเป็นเมีย)
“ซีดสสสสสสสส...ลุงยังเก่ง...อืออออออออออออ...เหมือนเดิมเลย”
“จริงหรือครับ?”
“อื้อ!!...หนุ่มๆสู้ไม่ได้หรอก”
“แกล้งยอลุงให้ดีใจเล่นหรือเปล่า?”
“เปล่าแกล้ง~~...บุศพูดจริง...อาสสสสสสสสส...อร่อยหีสุดๆเลยจ้ะ”
(ภาพที่นังผู้หญิงแพศยาโก้งโค้งแอ่นบั้นท้ายขาวอวบให้คนขับรถสูงวัยลากลิ้นแซะเลียตวัดร่องดูดเม็ดแตดอย่างเสียวกระสันต์ทำให้เราเองก็ชักจะอารมณ์ปั่นป่วนเหมือนกัน...ถ้าบอลอยู่ใกล้ๆล่ะก็จะจับทำผัวซะตรงนี้เลยคอยดูสิ!!!!)
“อ๊ากกกกก...ผมชักจะไม่ไหว”
“งั้นเร็ว!!...ลุงเอาควยใส่มาเลย...อย่าช้านะเดี๋ยวฉันค้าง”
“โบว์...ขอนั่งดูก่อนนะคะ”
...บุศลาวัลย์ถอดชุดตัวเองออกแล้วไปนั่งเปลือยเปล่าอยู่บนเก้าอี้โดยมือข้างนึงลูบนมที่ไม่ค่อยจะมีของตัวเองส่วนอีกข้างก็เขี่ยรูหีที่มองขนหมอยแทบไม่เห็นชะม้ายชายตามองพี่สาวแท้ๆร้องครางเพราะโดนตาลุงกระทุ้งท่อนควยหุ้มถุงยางเย็ดอย่างกระหายคล้ายอดอยากมานาน...บุศยาครางสลับกับยิ้มให้น้องสาวที่บางครั้งก็ยังมีหลบตาด้วยความอาย...
(เห็นขนาดตัวบุศลาวัลย์แล้วอดห่วงนิดๆไม่ได้เพราะร่างกายเล็กกว่าป้อมซะอีก...ตัวแค่นี้แต่ต้องรับควยผู้ใหญ่ไม่เจ็บแย่เหรอไง?)
“โอออออออออออออออ...แรงอีกลุง...แรงๆกว่านี้”
“ได้...ได้ครับ”
“อึ๊ยยยยยยยยยยย...โบว์เสียวหีจังเลยค่ะ...อืมมมมมมมมมมมมม”
“กรอดดดดดดดด...หะ...หีคุณหนูบุศเย็ดกี่ทีก็มันส์...ซีดสสสสสสสสสสสส”
“อ๊าวววววววว...ควยลุงส่งด้วยจ้ะ...อ๊อยยยยยยยยยยยย...เย็ดมาหลายปีก็ไม่มีผิดหวัง”
“อู๊ยยยยยยยย...โบว์...โบว์จะเสร็จแล้วค่ะ...อือออออออออออ”
...เย็ดกันเสียวสะท้านเรือนเชียวสามคนนี่...ที่หว่างขาของฉันเองก็แฉะแล้วด้วย...เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นคนเอากันจะๆต่อหน้าเพราะทุกครั้งเคยดูแต่ในวีดีโอที่แม่เอามาให้...อ๊ะ!!...อย่ามัวบรรยายเรื่องตัวเอง...ทางนี้กำลังใกล้ถึงจุดสุดยอดกันแล้ว...บุศลาวัลย์ขยับเก้าอี้มาใกล้เตียงและนั่งแหกหีอ้าซ่าจับมือตาลุงให้มาล้วงหีบี้แตดตัวเองพลางร้องครวญครางแข่งกับบุศยาที่ก็ร่านไม่แพ้กันเพราะทั้งซอยทั้งกระเด้าหีสู้ควยของชายแก่คราวพ่ออย่างไม่ยั้ง...
“ลุง...บุศจะขาดใจแล้ววววววววว”
“ผม...ผมด้วยครับ...กรอดดดดดดดด”
“น้ำหีคุณพี่ออกเยอะมากค่ะ”
“ของโบว์ก็เหมือนกัน”
“หนูออกไปทีนึงแล้ว...อาววววววววว”
“ลุงส่งจ๋า!!...ฉันขอขย่มมั่ง”
...บุศยาไม่รอฟังคำตอบจากคู่ขาอายุคราวพ่อพลิกตัวผลักตาลุงนอนหงายแล้วมือจับท่อนควยชี้โด่ก่อนจะกดตัวลงมาอย่างแรงทีเดียวท่อนควยจมหายไปในรูหีมิดดุ้นจากนั้นแม่สาวไฟแรงสูงก็ขย่มตัวขึ้นลงจนเตียงไหวเยิบแหงนหน้าสูดปากร้องครางด้วยความเสียวซ่านขณะที่คู่ขาหนุ่มใหญ่ก็เด้งสะโพกสวนเป็นระยะเอื้อมมือบีบเคล้นหน้าอกขาวผ่องนั่นสลับกับลุกขึ้นเอาปากดูดหัวนมเสียงดังจ๊วบๆฝ่ายบุศลาวัลย์ก็ไม่อยู่เฉยนอนตะแคงข้างๆตาลุงก้มลงหอมแก้มกับเลียใบหูให้อย่างสนิทสนมแล้วเอานิ้วเขี่ยร่องหีตัวเองเล่นตามไปด้วย...
“คุณ...คุณหนูโบว์ของลุง”
“อื้มมมมมมม...ลุงส่งขา~~...ลุงเนี่ยใจดีกับโบว์เสมอเลยนะ”
“อึ๊!!...ฉัน...ฉันใกล้จะออกล่ะ”
“อีกนิด...อีกนิด...ทนอีกนิดครับ...ผมก็จะแตกเหมือนกัน”
“ซีดสสสสสสสสสสส...ชี...ชีวิตฉันขาด...ขาดผู้ชาย...ขาดควยไม่ได้จริงๆ...อ๊อยยยยยยยยย”
“คุณหนูบุศ...ผม...ผมจะ...โอ้ยยยยยยยยยยย”
“ฉะ...ฉันก็จะไม่ไหวละ...โอวววววววววววว...ลุง!!...รีบ...รีบเอาควยออกมา”
...ลุงส่งคนขับรถชักควยออกจากรูหีแล้วเอามาจ่อหน้าบุศยา...ตาแกถอกควยอยู่ไม่กี่ที่น้ำเงี่ยนขาวขุ่นก็พุ่งกระฉูดออกมารดเต็มหน้าบุศยาที่หลับตากับแลบลิ้นรอ...นังนี่มันดูท่าจะช่ำชองเหลือเกินเพราะไม่มีอาการขัดเขินปะดักปะเดิดเลยส่วนแม่น้องสาวก็ใช่เล่นค่อยๆลุกขึ้นมาเลียน้ำกามที่ติดตามจมูกและแก้มของพี่สาวแล้วกลืนลงคอไปหมด...
“เดี๋ยวมาต่อกันอีกยกนะ”
“ครับ...ผมไหว...ถึงจะแก่แต่สู้ไม่ถอยอยู่แล้ว”
“ฮิๆๆ”
“ยกที่สองโบว์ต้องขย่มให้พี่ดู”
“นะ...หนูเหรอ?”
“เอาแบบเมื่อคืนนั้นเลยนะจ๊ะ”
(นังหนู...ที่เคยพล่ามว่ารักบอลคนเดียวน่ะมันแค่ลมปากเน่าๆหรือเปล่า?)
“ลุงส่งมองด้วยสายตาอ้อนวอนมากอ่ะ!...ก็ได้จ้ะ...โบว์จะให้ลุงเอาฟรีๆสักยกนึง”
“ดีมาก!!...สมกับที่เป็นน้องรักของพี่”
...เออ--...สมกันมากๆเลยว้อย!!...โกหกตอแหลมักมากบ้าผู้ชายทั้งพี่ทั้งน้อง!!!...ขอสาบานต่อเจ้าป่าเจ้าเขา ณ ตรงนี้เลยว่าฉันจะไม่ยอมให้บอลได้นังผู้หญิงหยำฉาคู่นี้ไปเป็นเมียยกย่องออกหน้าออกตาเด็ดขาด!!!!...
(ถามว่าเราโกรธมั้ย?...ตอนแรกน่ะใช่แต่โกรธแทนบอลนะทว่าตอนนี้เราดีใจสุดๆเลยแม้จะมีหยาดฝนคู่แข่งคนสำคัญเป็นก้างขวางคออยู่ก็ตาม)
....................................................................
“แฉะเต็มเป้าเลยฉัน...ขืนดูต่อมีหวังแข้งขาอ่อนร่วงจากต้นไม้แหงๆ”
...พอสามคนนั่นเสร็จสมอารมณ์หมายไปหนึ่งยกบุศยาก็ชวนน้องสาวไปอาบน้ำทิ้งให้ตาลุงคนขับรถพระเอกของงานนอนแผ่หราควยหดหมดสภาพ...เฮอะ!!...ผมหงอกแล้วไม่รู้จักเจียมสังขารอยากเย็ดหีสาวๆก็เป็นแบบนี้แหละว้า!!!...
(แต่แหม~~...เมื่อกี้สองนายสาวกับหนึ่งบ่าวรับใช้นอนกอดจูบหยอกล้อกันอย่างกะเป็นผัวเมียจริงๆเลยละ!!!)
“ฮัลโหลแม่เหรอ?”
“ว่าไงจ๊ะ?”
“ฉันมีอะไรจะบอกแน่ะ”
“ถ้าเรื่องสำคัญไว้ค่อยบอกทีหลังดีกว่านะ”
“...แม่อยู่กับใคร?”
“น้าภากับน้านีย์”
“อ๋อ!!...เข้าใจล่ะ”
(ยังแช่น้ำร้อนเพื่อสุขภาพผิวที่ดีกันอยู่อีก)
“แล้วลูกอ๋อมพาพ่อบอลไปเที่ยวไหนหรือเปล่า?”
“เปล่า”
“ทำไมลูกไม่หาโอกาสอยู่ใกล้ชิดให้มากๆล่ะหึ?...จะให้ช้ากว่าหนูฝนไม่ได้นะ!!”
“ฉันรู้น่า--”
“รู้ทุกทีแหละแต่เราน่ะเสียเปรียบคนอื่นมากแล้ว...โดยเฉพาะนิสัย”
“นิสัยฉัน?”
“ลูกอ๋อมจะต้องจำไว้เสมอว่าพ่อบอลชอบผู้หญิงแบบไหน?...อ่อนหวานเรียบร้อย...แม่เคยบอกแล้ว”
“แต่จะให้ฉันเปลี่ยนนิสัยน่ะไม่เอาหรอกแม่...ฉันจะเป็นของฉันอย่างนี้แหละและจะทำให้บอลชอบฉันให้ได้!!!”
“แม่ก็นึกแล้วว่าลูกอ๋อมต้องพูดอย่างนี้...ไม่รู้ว่าหัวแข็งเหมือนใครแฮะระหว่างแม่กับอีตานิโคไลจอมดื้อนั่น?”
“ไม่ต้องพูดถึงคนๆนั้นได้มั้ย?”
“อืมๆๆๆ...แม่ไม่พูดก็ได้”
...กะว่าจะรายงานเรื่องของนังบุศยากับน้องสาวมันซะหน่อยแต่ก็ไม่เป็นไร...ตอนนี้รู้ให้น้อยคนก่อนจะดีกว่า...
(แต่คนนี้ยังไงก็ต้องรู้)
“ฮ้า!!!”
“จริงๆ...พี่เห็นมากับตา...นังบุศยากับน้องสาวเล่นชู้กับคนขับรถที่แก่คราวพ่อในเรือนหลังนั้น”
“แล้ว...แล้วพี่ถ่ายคลิปมาป่ะ?”
“คลิ...คลิปอะไร?”
“อ้าว!?...ก็ป้อมสอนไปแล้วไม่ใช่รึว่ามือถือพี่น่ะถ่ายคลิปวีดีโอได้?”
“...พี่ไม่ได้ถ่าย”
“ปัทดิโธ้!!!...แล้วเราจะมีหลักฐานเก็บไว้เล่นมันทีหลังได้ยังไงเล่า?”
“แต่พี่ก็เป็นพยานได้นี่?”
“แค่พี่อ๋อมคนเดียวจะมีน้ำหนักพอได้ยังไงคะ?...โธ่เอ้ย!!”
...จริงอย่างที่ป้อมพูด...ต่อให้ฉันเป็นบุคคลในวิษณุมนตรีแต่ก็ใช่ว่าคนอื่นจะเชื่อไปซะทุกคนโดยเฉพาะบรรดาพี่น้องตัวเอง...ไม่น่าเลย--...ฉันทำผิดพลาดไปอย่างใหญ่หลวงซะแล้ว!!!...
“เอาน่ะๆ...ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ...โอกาสหน้ายังมี”
“อืม--...แต่ก็ยังอดเสียดายไม่ได้อยู่ดี”
“สันดานขาดผู้ชายไม่ได้ของบุศยาจะต้องเผยออกมาอีกแน่...พี่ม่อนเคยบอกว่าใครทำอะไรย่อมได้ผลอย่างนั้น”
“ไปพูดถึงมันทำไมฟะ?”
“นี่ป้อมจะปลอบใจพี่อ๋อมนะเนี่ย?”
“แต่ไม่ต้องพูดถึงยัยซกมกแอบจิตหมายเลขสองนั่นได้มั้ย?...พี่ไม่อยากฟัง!!...ป่านนี้ยัยคนประหลาดนั่นไปนอนเล่นในป่าช้าที่ไหนแล้วก็ไม่รู้”
“อยู่ที่พิษณุโลกจ้ะ”
“ไปทำอะไร?”
“พี่รู้อะไรหรือเปล่า?”
“รู้?”
“รู้สึกพี่ม่อนกำลังเข้าไปพัวพันกับเรื่องอันตรายอยู่ค่ะ”
“เรื่องอันตรายอะไร?”
“คดีฆาตกรรม”
“มันเอาอีกแล้วเรอะ?”
“คราวนี้พี่ม่อนกะจะเอาให้ถึงตายด้วยล่ะ”
“แสดงว่ายัยนั่นรู้ตัวคนร้ายแล้ว?”
“ป้อมได้ข่าวมาอย่างนั้นค่ะ”
“ไม่มีใครจะเป็นได้อย่างมันอีก...ศรมุกดา...ผู้หญิงคนนี้มีทั้งความดีและความชั่วอยู่ในจิตใจของตัวเอง...ถ้าดีก็จะเปรียบประดุจแม่พระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาโปรดเลยทีเดียวแต่หากกลายเป็นร้ายเมื่อไหร่...มันจะอำมหิตไร้ปราณียิ่งกว่าปิศาจซาตานในขุมนรก!!!”
“ป้อมไม่อยากให้พี่ชายได้พบเธอเลยค่ะ”
“อืม--...ถ้าเกิดรู้ความจริงว่าแม่กับบอลนั้นเคยมีความสัมพันธ์กัน...มันฆ่าบอลแน่ๆ”
“...........................................”
...ถึงไม่อยากจะพูดถึงนักแต่ “พี่สาว” ร่วมมารดาผู้นี้ก็ไม่ใช่คนปกติเหมือนใครๆเพราะได้รับสืบทอด “พลังจิต” มาจากคุณโยทะกาบิดาที่เสียชีวิตไปในวันที่เธอลืมตาขึ้นมาดูโลกแล้วความสามารถนี้ก็นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง!!!!...
...

“นี่คุณตำรวจหาว่าผมบ้าเหรอ?”
“เปล่า--...ผมไม่ได้ว่าคุณแต่...”
“งั้นจะบอกว่าผมเพี้ยนใช่มะ?”
“ไม่ใช่...แต่ไอ้ที่คุณเล่ามาน่ะมันออกจะ...”
“ฟังนะครับ!!!...ชีวิตนี้ผมไม่เคยพูดโกหกเลยสักครั้งเดียวคุณตำรวจรู้ไว้ซะด้วย”
“เอ่อ...”
“คืนนั้นก่อนรถหวอจะมาผมเห็นผู้หญิงคนนึงอยู่ข้างศพจริงๆ”
“แล้วก็เอานิ้วไปแตะเลือดผู้ตายก่อนจะเอามาป้ายริมฝีปากตัวเองเนี่ยนะ?”
“แถมยังหันหน้ามายิ้มเยาะให้ผมด้วย!!...นังนั่นต้องเป็นผีร้ายที่คิดจะดื่มเลือดเพื่อชีวิตอมตะแน่นอน!!!!...ผมเคยเห็นในหนัง”
“ฮ่า!!...หน้าตาผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไง?...มีเขากับเขี้ยวงอกออกมามั้ย?”
“บ้าหรือคุณตำรวจ?...นังปิศาจจะเผยโฉมหน้าแท้จริงแต่แรกได้ไงมันต้องอำพรางไว้ซี่!!...สวย...มันสวยมากเลยละแต่หน้าซีดขาวและดวงตาก็แดงก่ำเหมือนกองไฟ!!!...ผมต้องรีบหนีสุดชีวิตเพราะถ้าขืนอยู่ต่อมีหวังโดนกินเลือดหมดตัวแหงๆ”
“โอ้โฮ!?...ตาแดงลุกโชนเหมือนกองไฟด้วย!!...นี่จ่า...ผมว่ามันชักจะหลุดโลกเกินไปแล้ว”
“หึๆๆ”
“วุ้ย!!...ถ้าไม่เชื่อก็ตามใจเหอะผมกลับล่ะ...แล้วไม่ต้องไปตามมาอีกเลยนะ”
“.................................................”
“ผู้หมวดครับ...ผมว่าเจ้าหมอนี่ไม่ค่อยเต็มบาทและก็เพี้ยนเอาการเลยนะเนี่ย”
“ดูการแต่งตัวก็รู้แล้ว...เฮ้อ!...เพราะมีคนบอกว่านายคนนี้เห็นเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ตำรวจกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมาผมถึงเรียกมาถาม...ฮื่อ~~...นี่ตกลงจะไม่ได้อะไรคืบหน้าบ้างเลยเหรอ?”
“แล้วผู้หมวดคิดว่า...ผู้หญิงที่เอาเลือดจากศพมาทาปากตัวเองนั่นจะมีอยู่จริงหรือเปล่าครับ?”
“ฮืม--...ไม่มีคนอื่นเห็นเสียด้วยแต่ถ้ามีอยู่จริงๆผมว่า...เธอจะต้องมีอาการทางจิตหรือไม่ก็เป็นโรคประสาทแน่ถึงได้กล้าทำอะไรอย่างนั้นแต่ไม่!!...ผมยังไม่เชื่อตอนนี้จนกว่าพยานคนอื่นจะโผล่มารึมีหลักฐานยืนยันแน่ชัดซะก่อน”
...

...ตัวอย่างในตอนหน้า...

“การจะเข้าไปในอาคารไม่ใช่เรื่องง่าย...ขนาดเอาอาหารไปส่งยังทำได้แค่อยู่ที่หน้าประตู”
“เสี่ยคำลือสามารถยืนยันที่อยู่ตัวเองได้แน่ชัดกับมีพยานด้วยหรือว่าเขาจะไม่มีส่วนรู้เห็นจริงๆ?”
“คนนอนหลับจักมิเอ่ยวาจาโกหก”
“คุณหมอจะอธิบายว่ายังไงครับ?...ผมสามารถแจ้งความจับน้องสาวของคุณข้อหาบุกรุกได้เดี๋ยวนี้เลย!!”
“ใครที่กล้าลองดีกับกูๆจะเป่าสมองมันให้กระจุย!!!!”
“จะสังหารด้วยน้ำมือตนเองหรือจ้างวานผู้อื่นกระทำก็ถือเป็นความผิดที่จะให้อภัยมิได้”
“คุณหนู!!!”
“ตายซะนังปิศาจ!!!!”
“โดนมีดเสียบพรุนทั้งร่างไม่นับครั้ง...เก่งมาจากไหนก็ตายห่-เรียบ...ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 05, 2017, 04:50:06 pm โดย kaithai »

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ