Moonstone Sidestory 2 adslman

Moonstone Sidestory 2 adslman

  • 0 ตอบ
  • 3729 อ่าน
*

ออฟไลน์ ~De[@]tH_[N]oTe~

  • Junior Member
  • ***
  • 393
  • 618
  • ลอยไปตามสายลม
    • ดูรายละเอียด
Moonstone Sidestory 2 adslman
« เมื่อ: มกราคม 06, 2015, 11:37:57 pm »
Moonstone Sidestory 2 “ตามล่าฆาตกร...พบเบาะแส!!!!”

“เสี่ยจะไปงานเลี้ยงสิ้นปีที่โยนกจัตุรัสด้วยหรือคะ?”
“ครับ...ท่านเอกบดินทร์อุตส่าห์ออกบัตรเชิญ...แม้จะติดเรื่องจัดงานศพภรรยาแต่หากผมไม่ไปล่ะก็คงเสียมารยาทแย่”
“แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...คุณตาท่านเข้าใจ”
“ผมตั้งใจจะไปคารวะท่านตั้งนานแล้วครับและอีกอย่างผมก็เคยทำธุรกิจกับวิษณุมนตรีมาก่อน”
“แล้ว...จะเดินทางตอนไหนหรือคะ?”
“งานเลี้ยงมีคืนพรุ่งนี้ใช่มั้ยครับ?...ผมกะว่าจะออกจากที่นี่พรุ่งนี้เที่ยง”
“ส่วนดิฉันจะไปวันนี้เลย...ทิม...นายเคลียร์งานเสร็จก็ไปกับฉันก็ได้”
“ผมไม่ไปหรอกเพราะคดีคุณดวงตายังไม่คลี่คลาย”
“หนอย!!...กล้าปฏิเสธคำขอของคุณตาฉันงั้นรึ?”
“ไม่ใช่--...แต่ว่า...”
“ไม่รู้เฟ้ย!!!...นายต้องไปเพราะคุณตาอยากเจอและถ้าไม่ไปท่านจะต่อสายคุยกับผู้บังคับบัญชาของนาย”
“โธ่~~...เซคเนี่ยชอบบังคับคนอื่นไม่เปลี่ยน”
“ยังไงคนร้ายก็หนีไม่รอดกฎหมายและบาปกรรมไปได้...ฉันเคยบอกกับเสี่ยตอนอยู่ที่โรงพยาบาล...ใช่มั้ยคะ?”
“ครับ”
“เข้าใจแล้ว...งั้นผมขอไปสั่งงานลูกน้องแล้วจะขับรถตามไปละกัน”
“ฮะๆๆ...ไปกันเยอะๆสิดีเพราะงานจะได้สนุกครึกครื้นนะครับผู้หมวด”
“หือ?”
“นั่นเสียงอะไรน่ะ?”
“พวกแกเอะอะอะไรกัน?...ฉันกำลังมีแขกอยู่นะหัดรู้จักมีมารยาทมั่ง!!”
“เกิดเรื่องแล้วครับเสี่ย?”
“หา?”
“พี่จักรหายไปไหนก็ไม่รู้...ตามหาก็ไม่เจอครับ?”
“ว่าไงนะ?”
“!?”
“...............................................”
...

“พวกมึงทำอะไรพี่จักรน่ะ?”
“แย่แล้วคุณหนู!!!”
“เจ้ารีบไปที่จุดนัดพบซะ”
“คุณหนู”
“เร็ว!!...แล้วเราจะตามไป”
“คิดหนีเรอะอย่าหวังเลย...อ๊อก!!!”
“ขออภัยด้วยแต่ปลายแถวเช่นเจ้าขัดขวางพวกเรามิได้ดอก”
“เตะก้านคอทีเดียวร่วง...หึ!...ที่เจ้าฝึกมวยไทยนับว่ามิสูญเปล่าเลย”
“ได้โปรดรีบตามมาด้วยนะเจ้าคะคุณหนู”
“อืม”
“................................................”
“เจ้าเองก็มิรู้เห็นเหมือนกันรึ?...เปล่าประโยชน์อีก...”
“................................................”
“................................................”
“...ไม่นึกว่าจะมีหนูสกปรกแอบเข้ามา”
“!?”
“จะถลกหนังออกแล้วกระทืบให้แหลกคาตีนเลย!!”
“อั๊ก!!!”
“เพราะยังไงก็ถือได้ว่าทำไปเพื่อป้องกันตัวและจัดการผู้บุกรุกที่อาจจะมีอาวุธ...มานี่เลยมึง!!!”
“เฮอะ!”
“โอ๊ก!!”
“...............................................”
“อะ...อะไรนี่!?...มึง...มึงทำอะไรกู?”
“เจ้า...บังอาจมาก!!”
“เสียงเอะอะอะไร?”
“ผู้บุกรุกครับเสี่ย!!”
“มันอยู่ทางนี้--”
“รีบขึ้นไปบนดาดฟ้าเร็วๆเข้า!!!”
“แก...แกเป็นใครกันแน่?”
“ชิ!!”
“หยุดนะ!!...อุ๊บ!!!”
“พี่จิ๋ว!!”
“รีบตามไปเซ่!!...มันเป็นใครกันวะ?”
“นั่นมันไอ้คนบ้า”
“คนบ้า?”
“เมื้อกี้มันมาร้องเพลงอยู่หน้าตึกน่ะครับ”
“บ้าจริงซะที่ไหนมันแกล้งทำต่างหากเล่าไอ้โง่!!!”
“หา?”
“เป็นยังไง?”
“เราหาไม่เจอเลย...สงสัยมันหนีไปแล้ว”
“ปัทโธ่โว้ย!!...พวกมึงนี่ก็ไม่ได้ความเอาซะเลย”
“แล้วพี่บาดเจ็บหรือเปล่า?”
“อือ--...กูก็ไม่รู้ว่ามันทำอะไรแต่เล่นซะจุกแทบลุกไม่ขึ้นแล้วไอ้ตำรวจนั่นก็ยังอยู่ในตึกนี้ด้วย...กูรีบเผ่นก่อนดีกว่า”
“เดี๋ยวผมจะรายงานเสี่ยเองครับ”
“ไม่เข้าใจจริงๆ...แค่เจ้านั่นผลักมือมาที่เราก็เหมือนกับมีแรงอะไรบางอย่างกระแทกเราจนกระเด็นอัดข้างฝา...นั่นคือ...เรา...เราถูกผลักใช่มั้ย?”
“พี่จิ๋วครับ”
“อ้อ!!...เสี่ยมาพอดี”
“...มันเป็นใครกันแน่?”
“ผมก็ยังไม่รู้แต่ที่แน่ๆมันแกล้งบ้าแถมไม่ธรรมดาซะด้วย...ไอ้จักรเป็นยังไงมั่งล่ะ?”
“ฟื้นแล้วแต่บอกว่าจำอะไรไม่ได้เลยและยังโวยวายใหญ่ว่าใครต่อยปากมัน...นี่มันชักจะแปลกๆนะว่ามั้ย?”
“จำอะไร...ไม่ได้รึ?”
“อืม--...พอมองตาไอ้บ้านั่นแล้วก็ไม่รู้สึกอะไรอีก...ไอ้จักรมันว่าแบบนี้”
“...........................................”
“คิดว่าไง?...กูว่าไอ้จักรไม่โกหกหรอกแต่ที่ไม่เข้าใจคือมันเกิดอะไรขึ้น...ไอ้คนแกล้งบ้านั่นใช้วิธีการอะไรกัน?”
“วิธีน่ะยังไม่รู้แต่เป้าหมายหลักของพวกมันน่าจะเป็นไอ้จักร...ไม่สิ...ลูกน้องทุกคนของเสี่ยเลย...ฝ่ายนั้นคงจะคิดรีดเอาความลับออกมา”
“เฮอะ!!...ถ้าเป็นเรื่องเมียกูตายล่ะก็ทำไปก็เท่านั้นเพราะไม่มีใครรู้เห็นอะไรสักคน...นับว่าบังอาจไม่เบาที่กล้ามาลูบคมเสี่ยคำลือคนนี้”
“ผมเองก็โดนอัดกระเด็นเหมือนกัน...นี่ยังปวดหลังแปล๊บอยู่เลย”
“ยังไงๆระดับมืออาชีพอย่างแกก็ไม่น่าจะเกินมือนะ?”
“ฮะๆ...แต่ผมว่าคงต้องออกแรงกันมากหน่อยแล้วเสี่ยว่ามันจะเกี่ยวข้องกับไอ้ผู้หมวดนั่นมั้ย?”
“นั่นสิ...นี่กูก็ยังสงสัยอยู่เพราะทำไมมันช่างประจวบเหมาะกันพอดี?...ฮึ!!...แค่วันแรกที่เข้าออฟฟิศก็เกิดเรื่องเลย”
“ผมต้องทำยังไงต่อ?”
“จะหลบไปกบดานอยู่เงียบๆสักพักหนึ่งมั้ยล่ะ?”
“ไม่!!...ผมจะยังอยู่แถวๆนี้แหละ...อีกอย่างฉายาจิ๋ว แวงใหญ่นี่นับว่าโด่งดังพอตัวและพวกตำรวจก็จมูกไวจะตาย”
“งั้นระหว่างนี้อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น...วันสองวันนี่กูจะไปธุระแถวทองแสนขัน...รอจนกว่ากูจะกลับมาค่อยหารือกันอีกที”
“ครับ”
“ไม่มีวันหรอก--...พวกแกจะต้องคว้าน้ำเหลวทุกอย่างเพราะการตายของดวงตาน่ะมันเป็นอุบัติเหตุ...หึๆๆ”
...

“นัยน์ตาที่อำมหิตกระหายเลือดเช่นนั้นเรารู้สึกได้ทันทีว่าเจ้านั่นจักต้องเคยสังหารผู้คนมาอย่างโชกโชน!!!”
“ไม่ทราบว่าคุณหนูพอจะรู้ชื่อหรือเคยเห็นเขามาก่อนบ้างมั้ยครับ?”
“...มิเคยเห็น...แต่เราได้ยินพวกมันเรียกชายคนนั้นว่าจิ๋ว”
“จิ๋ว!?...เอ๊ะผมว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหนน๊า?...คุ้นๆเพิ่งเห็นผ่านตาสักวันสองวันนี่เอง...เดี๋ยวจะรีบไปตรวจสอบให้นะครับ”
“ไปเถิด...เผื่อเจ้าหน้าที่จะยังอยู่ในละแวกนี้...หากเรารวมกลุ่มกันย่อมมิปลอดภัย”
“คุณหนูก็รีบออกจากที่นี่เถอะครับ...ผมไปล่ะ”
“.............................................”
“อึ๊ก!!”
“คุณหนู!!...ได้รับบาดเจ็บหรือเจ้าคะ?”
“...พาเรา...ไปนั่งพักตรงนั้น”
“พลาดท่าถูกหมัดของชายชื่อจิ๋วชกเข้าที่ท้องอย่างจัง...ตั้งแต่เกิดจนโตเรามิเคยโดนใครทำร้ายมาก่อน...ครั้งนี้ประมาทไปจริงๆที่ปล่อยให้ผู้อื่นเข้าใกล้ตัวได้โดยง่ายนัก...มัน...เจ็บปวดถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“แม้พลังจิตของคุณหนูจะแข็งแกร่งทว่าร่างกายนั้นกลับบอบบางดุจอิสตรีทั่วไปมิแตกต่างกันเลย”
“เรามิใช่นักสู้ดังเช่นท่านพี่สุรีย์พรรณหรือนางเสือจอมอหังการนะ...กำปั้นเมื่อกี้หากเป็นพวกนางย่อมมิอยู่ในสายตาดอก”
“นายจิ๋วนั่นรู้ตัวจริงของคุณหนูหรือยังเจ้าคะ?”
“...คิดว่ายัง...เมื่อครู่เราก็ตอบโต้มันได้แลจะเข้าซ้ำแต่กลับมีพวกมาช่วย”
“เสี่ยคำลือมีสมุนมือดีคอยอยู่รายล้อมเช่นนี้เห็นทีจะมิง่ายซะแล้ว...เอ๊ะนั่นคือ?”
“ของที่เราซื้อให้คุณดวงตาซึ่งนี่คือสิ่งยืนยันความเชื่อแต่แรกเริ่ม...ไอ้เสี่ยคำลือจอมปลิ้นปล้อนมันจะต้องชดใช้
แต่ก่อนอื่น...”
“มีใครกำลังมาทางนี้...รีบไปกันเถิดเจ้าค่ะ”
“เจ้าไปคนเดียว...ที่นี่เราจัดการเอง”
“จะ...เจ้าค่ะ”
“กัดมิปล่อยจริงๆนะผู้หมวดว่าแต่ตามมาได้อย่างไร?”
(...รึจะเป็นเพราะท่านพี่แจ้งให้เขาทราบ?)
“เจอตัวซะที”
“............................................”
“ใครจะไปนึกว่าสาวสวยที่มีคนขนานนามว่าเป็นร่างแปลงของนางฟ้านางสวรรค์จะกล้าเปลี่ยนโฉมเป็นชายวิกลจริตผมเผ้ายุ่งเหยิงสวมใส่เสื้อผ้าสกปรกเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนนแต่นั่นคือการตบตาทั้งเพ”
“เหอะๆๆ”
“เพราะลับหลังก็แอบลอบเข้าไปในอาคารของเสี่ยคำลือสืบค้นหาหลักฐานและยังให้พี่สาวร่วมมือพาผมมาเป็นตัวล่อเรียกความสนใจของทุกคน...พูดง่ายๆก็คือหลอกใช้ตำรวจเพื่อล้วงความลับของเสี่ยคำลือ...ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”
“ฮิๆๆ...นกบินไปก็บินมา”
“เลิกเล่นบทคนบ้าเสียสติได้แล้วล่ะ...ผมมีอะไรอยากจะถามน้องม่อนเต็มไปหมดเลย...โอ๊ะ!?...จู่ๆก็ขว้างหินใส่มันอันตรายนะ”
“แต่เราหาได้มีเรื่องพูดกับท่าน...ไปซะ!!...ท่านทำงานของท่านส่วนเราก็ทำงานของเราอย่าได้ยุ่งเกี่ยวกัน”
“น้องจะทำอะไรที่ผิดกฎหมายไม่ได้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเถอะ...อีกอย่าง...”
“?”
“เลือด...น้องม่อนเอาเลือดคุณดวงตาทาปากจริงหรือ?”
“...จริง”
“ทำไปเพื่ออะไร?”
“นั่นคือ...คำสัญญาจากสหายที่มีต่อผู้วายชนม์ว่าเราจะลากคอฆาตกรมาชดใช้กรรมให้จงได้”
“พี่ก็บอกแล้วไงว่าให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายที่จะเอาคนผิดมาลงโทษ”
“ทว่าบางครั้งกฎแห่งกรรมก็เดินทางเร็วกว่านะเจ้าคะ”
“น้องม่อน”
“ท่านกับเราผู้ใดจะจัดการเสี่ยคำลือได้ก่อนช่างน่าติดตามนักแลหากท่านทำสำเร็จเราก็จะยอมรามือ...หึๆ...แต่จงรีบซะก่อนที่โอกาสจะหลุดลอยมาเข้าสู่กำมือของเรา...ผู้หมวด”
“..................................................”
...

(“เรากำลังเดินทางกลับโยนกบูรพา...เจ้าล่ะ?”
“ผมก็นั่งรถมาจวนจะถึงแล้วครับ...คุณหนู...ผู้ชายที่ชื่อจิ๋วนั่น...บางที...”
“รู้แล้วอย่างนั้นรึ?”
“เขาอาจเป็นมือปืนรับจ้างที่มีฉายาว่า...จิ๋ว แวงใหญ่...หมอนี่มีหมายจับและค่าหัวสูงทีเดียวครับ”
“เช่นนั้นสังหรณ์ของเราก็ถูกต้องว่าแต่แวงใหญ่นั้นคืออะไร?”
“เป็นชื่ออำเภอหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นครับ”
“จะเกี่ยวกับที่เสี่ยคำลือเดินทางไปไหม?”
“ผมว่าใช่แน่นอน...เจ้าเสี่ยนั่นคงจะไปว่าจ้างให้จิ๋ว แวงใหญ่มาทำงานกับมัน”
“แล้วเหตุใดจะต้องไปติดต่อด้วยตนเองให้เสียเวลา?”
“เรื่องสำคัญๆอย่างการว่าจ้างให้ไปเก็บใครสักคนนี่เขาไม่ติดต่อกันทางโทรศัพท์หรอกนะครับเพราะเสี่ยงจะถูกดักฟัง”
“อืม--...นับว่ารอบคอบใช้ได้เทียว”
“แค่นี้ก่อนนะครับ...ผมจะถึงบ้านแล้ว”
“เจ้าจะร่วมงานเลี้ยงด้วยหรือไม่?”
“ผมกะว่าจะไปสักประเดี๋ยว...พอดื่มให้กรึ่มๆสักหน่อย...แฮะๆๆ”
“...อย่าดีกว่า”
“เอ๋?”
“เจ้าเสี่ยคำลือจะมางานนี้ด้วย”
“แต่ผมว่าไม่น่าเป็นอะไรนะครับเพราะเขาไม่เคยเห็นผม”
“เราหมายถึงลูกน้องของมัน...เจ้าเคยไปกินอาหารที่ร้านหน้าอาคารของเสี่ยคำลือมิใช่ฤา?”
“เออจริงด้วย!!...ไม่แน่ว่าไอ้พวกนั้นอาจจะตามมา”
“ถูกต้อง...หากพวกมันเห็นหน้าเจ้าแลจำได้ย่อมเกิดความสงสัย”
“โห~~...แบบนี้ผมก็เซ็งแย่สิ...อุตส่าห์รอ”
“มิต้องเสียดายไปดอกเพราะเราจะชดเชยให้เจ้าเอง...คืนนี้เจ้ามาที่เรือนมุกดาจันทร์...เพียงผู้เดียว”)
“คุณหนู...แต่งคิ้วให้เข้มอีกนิดเจ้าค่ะ”
“อืม”
“แลตรงจมูกควรหนากว่านี้”
“...นายสมหวังเป็นอย่างไรบ้าง?”
“หลับมิรู้สึกตัวเจ้าค่ะ...คาดว่าพรุ่งนี้เช้าอาจได้สติ”
“ม่อน”
“ท่านพี่...มาถึงที่นี่มีสิ่งใดให้น้องรับใช้หรือเจ้าคะ?”
“เปล่า...จะมาเตือน”
“?”
“พี่ขอให้พวกเธอจงระมัดระวังตัวให้มากขึ้นและทำอะไรรอบคอบกว่าที่เป็นอยู่นี่...คราวนี้ถึงกับมีนักฆ่ามืออาชีพมาข้องเกี่ยวด้วยแล้วน้องก็เกือบจะเสียที...แต่พี่ยังไม่ได้บอกทิมหรอก”
“...............................................”
“เอาล่ะ...แต่ในเมื่อกลับมาทั้งทีความจริงม่อนก็น่าจะปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนนะ?”
“แปลงโฉมสะดวกกว่าเจ้าค่ะ”
“ฉันก็รู้น่าไหม--...คงจะมีเรื่องอื่นอีกล่ะสิ?”
“...............................................”
“เจ้าเอกคเชนทร์ใช่มั้ย?”
“................................................”
“ไม่ตอบก็แสดงว่าใช่...อ่ะ!!...พี่ไม่กวนล่ะต้องไปแต่งตัวเหมือนกันแล้วนั่นเสียงหัวเราะของใคร?”
“นายชาญเจ้าค่ะ”
“อีตานักสืบไม่ได้เรื่องนั่นทำไมมาอยู่ที่นี่?”
“เพื่อตอบแทนน้ำใจเล็กๆน้อยๆเจ้าค่ะ”
“หึๆ...ยังชอบทำอะไรไม่เหมือนคนอื่นจริงๆน้องสาวพี่คนนี้”
“................................................”
“ม่อน...อย่าให้ถึงขั้นเอาชีวิตกันเลยนะ...บอกตรงๆว่าพี่ไม่อยากให้น้องเจริญรอยตามเอ้กับคุณน้าอรศินีย์”
“...มันย่อมขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้นเจ้าค่ะ”
“เฮ้อ!!...พี่ละอยากให้เจ้าทิมรีบจับไอ้เสี่ยนั่นเข้าห้องขังเร็วๆจัง...ได้เดี๋ยวนี้เลยยิ่งดี”
“ท่านพี่”
“?”
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะที่ปฏิบัติตามคำขอของน้อง”
“...อือ--...ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงอะไร”
...

“ไปกันเถิด...อ๊ะ!...ไปกันเถอะครับ”
“ดิฉันจะล่วงหน้าไปก่อนเจ้าค่ะ”
“อืม--...อย่าลืมที่ผมเตือนนะ”
“คุณเอกคเชนทร์จะมาถามดิฉันเรื่องคุณหนูจริงหรือเจ้าคะ?”
“มีความเป็นไปได้เพราะคุณศรมุกดาไม่ได้มาในงานและผู้ใกล้ชิดอย่างไหมก็คือเป้าหมาย”
“.............................................”
...เวลานี้เราคือ “สมหวัง” หนุ่มน้อยที่มีหน้าที่รับส่งอาหารเครื่องดื่มไปให้แขกที่มาร่วมงานฉะนั้นต้องแสดงให้สมบทบาทเพื่อรอเวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสม...
“หวัง!!...เอานี่ไปเสริฟ์โต๊ะริมแถวซ้าย”
“ครับ”
(หนักเหมือนกัน...เราเคยทำงานเช่นนี้มาก่อนซะที่ไหนจึงมิคุ้นเคยเอาเสียเลย)
“โอ๊ะ!!”
“ขอโทษครับ”
“ไม่เป็นไรครับ”
“เอ๊ะ?...คุณ...ชายหก”
(เอกคเชนทร์!!...เพราะเราปิดกั้นจิตสัมผัสแลพยายามใช้ตาเนื้อมองดูจึงมิทันรู้ตัวจริงๆว่าเจ้าจะมาอยู่ตรงนี้)
“ผมช่วยถือมั้ยครับ?...ท่าทางจะหนัก”
“ไม่เป็นไรครับไม่เป็นไร...ผมไม่กล้ารบกวนคุณเอกคเชนทร์หรอก...แหม~~...เมื่อกลางวันผมได้พบคุณหนูศรมุกดาและตกเย็นก็ได้คุยกับคุณเอกคเชนทร์อีก...ผมช่างโชคดีจริงๆ...นึกว่าจะไม่มีโอกาสซะแล้ว”
(ใจดีเสียจริงนะ!?)
“คุณได้เจอพี่ม่อนเหรอ!?”
“ครับ...ได้คุยด้วยตั้งหลายคำ...ผมล่ะปลื้มใจเหลือเกิน”
“เธอปลอมตัวเป็นใครครับ?”
“ปลอมตัว?...ไม่นี่...คุณหนูศรมุกดาตัวจริงเลยนะครับ”
(เราเพิ่งกลับมาถึงจะแปลงโฉมได้อย่างไร?)
“พบที่ไหน?”
“ที่นี่แหละครับ...เธอมากับคุณไหมที่เป็นคนสนิท...พูดเหมือนคุณเอกคเชนทร์เป๊ะเลยว่าจะช่วยผม”
(แค่เหตุบังเอิญมากกว่า)
“ที่บอกว่าโชคดีน่ะยังไงหรือ?”
“เพราะคุณหนูศรมุกดาไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าคนอื่น”
“ก็...ชอบปลอมตัวเป็นใครต่อใครไม่รู้นี่นา”
(เพราะมันเป็นความบันเทิงใจของเรา)
“คนนอกไม่รู้เรื่องก็ถือว่าปกติแต่ทว่า...”
“?”
“แม้แต่ชาวบ้านในโยนกจัตุรัสก็ยังมีอีกมากครับที่ไม่เคยเห็นรูปโฉมที่แท้จริงของคุณหนูศรมุกดา”
“ฝนเคยบอกว่าเธอชอบแปลงโฉมเป็นคนอื่นไม่ว่าจะทั้งผู้ชายหรือผู้หญิงเพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง”
“นี่แหละครับที่น่ากลัวมาก!!!...ไม่แน่ว่าเวลานี้เธออาจจะปลอมเป็นใครสักคนกับแฝงตัวเข้ามาในงานแล้วก็ได้”
(ใช่...แต่เจ้าจะรู้ไหมนะ?)
“หึ!...ผมล่ะไม่เข้าใจความคิดของเธอจริงๆ”
(เจ้ามิจำเป็นต้องมาเข้าใจ)
“...ผมชื่อสมหวังอยู่ที่โยนกบูรพา...ขอตัวไปช่วยเขาจัดสำรับก่อนนะครับ”
“ตามสบายครับ”
“..................................................”
“..................................................”
“เป็นฝ่ายเข้าไปพบปะชาวบ้าน...นั่นคือความตั้งใจของตัวเจ้าหรือคำแนะนำจากผู้ใด?”
“อุ๊บ!...ดื่มมากไปหน่อย...จะอยู่ถึงจนงานเลิกไหวมั้ยเนี่ย?”
“.................................................”
“ไง!!...มาทำอะไรอยู่ตรงนี้เล่า?...เข้าไปหาเหล้ากินกันเถอะ”
“.................................................”
“เฮ้อ~~... คุณชายหกนี่มีสัมมาคารวะอ่อนน้อมถ่อมตัวดีนะ...ยกมือไหว้สวัสดีใกล้ชิดทุกๆคนโดยไม่ถือตัวเลยสักนิด...ท่านเอกบดินทร์กับท่านอุทุมพรคงจะมีความสุขมากๆที่หลานชายกลับมาซะที...เอ๊ะ?”
“เจ้ากำลังง่วงนอนอย่างหนัก...เจ้าจะเริ่มมิรับรู้ถึงสิ่งรอบตัว...สติของเจ้าจะค่อยๆเลือนรางแลจมดิ่งลงสู่ความมืดมิด”
“อือ...อื๋อ~~”
“จงหลับไปซะบัดเดี๋ยวนี้!”
“เคาะ...คร่อก--”
“น่าขำ...เอกคเชนทร์ทำเพียงเท่านี้เจ้าก็ชื่นชมว่าเป็นคนที่ควรค่าแก่การนับถือแล้วอย่างนั้นรึ?”
“ฮะๆๆๆ...หลุดออกมาจนได้”
“เธอ...”
“อุตส่าห์ปลอมตัวกับเปลี่ยนสำเนียงพูดซะดิบดีก็อย่าเที่ยวสะกดจิตชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เซ่ยัยคนชอบทำตัวลับๆล่อๆ!!!”
“...............................................”
“คราวนี้คิดจะเล่นตลกอะไรอีกวะ?”
“...ไม่ใช่เรื่องของคุณศรบุษราคัมสักนิดนะครับ”
“เออ--...ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกโว้ยแต่เห็นหล่อนเดินไปเดินมาในสภาพนี้แล้วมันขัดลูกตา!!”
(จับไต๋เราได้แต่แรกเริ่ม...สมแล้วที่เป็นน้องสาวร่วมมารดา)
“อย่ามาทักอีกเพราะจะทำให้ผมเสียงาน”
“งานอะไรของเธอ?”
“...ศัตรูของผมจะมาในงานเลี้ยงคืนนี้”
“เฮอะ!!...หล่อนนี่มันขยันสร้างเรื่องจริงๆ...ชอบแกว่งตีนหาเสี้ยนเที่ยวไปทะเลาะกับชาวบ้านชาวช่องไม่รู้จักอยู่เฉยๆ”
(นางเสืออารมณ์ร้ายอย่างเธอมีสิทธิ์ว่าผู้อื่นได้ด้วยรึ?)
“อ้อ!!...แล้วที่ฉันออกมาคุยด้วยนี่ไม่ใช่เพราะอยากเจอแต่เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่คิดทำอะไรแผลงๆกับบอล”
“...ธุระของผมไม่เกี่ยวกับคุณเอกคเชนทร์”
“ได้ยินอย่างนี้ฉันก็เบาใจ...นายสมหวัง...ไม่สิ...ยัยบ้าศรมุกดา!!!”
“....................................................”
(หวงน้องชายอย่างออกหน้าออกตา...ดูท่าจะกู่มิกลับซะแล้วแต่ศรบุษราคัมเอ๋ย~~...เธอกับน้องนางศรโกเมนสมควรจะตาสว่างเสียทีว่าหัวใจของเอกคเชนทร์นั้นมีเจ้าของอยู่ซึ่งมิใช่เรื่องง่ายเลยที่พวกเธอจะสอดแทรกเข้าไปได้)
...

“เฮ่ยไอ้หวัง!!...เมื่อกี้เอ็งบอกอยากได้งานใช่มะ?...งั้นยกถาดเครื่องดื่มนี่ไปที่โต๊ะคุณวงศ์ศักดิ์ทีซิ”
“ครับ”
(น้ำองุ่นคงจะเป็นของท่านพี่สุรีย์พรรณแลอีกสองแก้ว...อื๋อ!?...กลิ่นฉุนเข้าจมูกเช่นนี้คือน้ำเบญจวารีมิใช่เรอะ?)
“อย่าเสริฟ์ผิดคนนะเว้ยไม่งั้นงานล่มแน่!!!...แก้วคุณหนูแคทอยู่บนสุดถ้ามองจากฝั่งแกนะ”
“พี่ไว้ใจผมได้เลย”
“..............................................”
“เชิญรับเครื่องดื่มครับ”
“ขอบใจจ้ะ...อ่ะ!...นี่ของคุณ”
“อืม”
“กำลังอยากดื่มน้ำองุ่นพอดี...ขอบใจนะจ๊ะ”
“ไม่เป็นไรครับ”
“เดี๋ยว”
“!?”
“เก้าอี้ของเธอก็อยู่นั่นแน่ะ...ไม่คิดจะมานั่งเหรอ?”
(อุ!?...ท่านพี่สุรีย์พรรณรู้จริงๆด้วยว่าเป็นเราแต่ขืนทำเช่นนั้นก็เท่ากับประกาศตัวว่าเราเป็นใครน่ะสิ?)
“นั่นเป็นของคุณหนูสี่...ไม่ใช่ที่นั่งของผมเลยนะครับ”
“ฮิๆๆ...ก็ไม่รู้นะจ๊ะว่ามีเหตุผลอะไรแต่พี่จะช่วยเงียบไว้ให้ล่ะกัน”
(ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ)
“ข้าขอแสดงความเสียใจด้วยนะแต่ความจริงเสี่ยไม่ต้องมาก็ได้”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ...ผมอยากมาคารวะท่านอยู่นานแล้วและถ้ายังไงก็ขอเชิญไปร่วมงานศพภรรยาผมด้วยนะครับ”
(เจ้าคนชั่วจอมปลอมโผล่หน้ามาแล้วแต่มิเห็นจิ๋ว แวงใหญ่เลย...หือ!?...เมื่อกี้นี้ท่านน้าอรนิภา?)
“ข้อสันนิษฐานนั้นอาจเป็นความจริง”
“..........................................”
“...คุณศรบุษราคัม...กำลังมองมาที่เราเจ้าค่ะ”
“คุณหนูหยาดฝนก็ด้วย...ท่าทางจะรู้ซะแล้ว”
...เราจำต้องถอยห่างออกมาแม้รู้ดีว่าพวกนางจะมิแพร่งพรายเพราะเข้าใจว่าเราคงมีความจำเป็นบางอย่างถึงต้องแปลงโฉม...เหตุการณ์ยังมิเป็นใจให้เราแม้แต่นิดแลเมื่อครู่ก็ให้รู้สึกขัดเคืองเพราะเอกคเชนทร์หาญกล้าคุกเข่าขอท่านพี่เต้นรำ...เขาช่างบังอาจจริงๆ!!!...
“บอล...ทำไมเธอถึงไม่เคยเชื่อฟังในสิ่งที่ฉันสั่งสอนซะมั่ง...นึกว่าตัวเองเก่งแล้วหรือยังไง?”
“อะ...อะไรของพี่ครับเนี่ยอยู่ดีๆก็มาตะคอกใส่ผม?...โอ๊ย!!”
“เฮ่ยปล่อยบอลเดี๋ยวนี้นะไม่งั้นสวยแน่!!”
“ใครไม่เกี่ยวถอยออกไปฉันจะอบรมเจ้าน้องชายไม่รักดีนี่!!...อ้อ~~...รึถ้าอยากจะโดนด้วยก็เข้ามา!!!”
(อะไรกันอีกล่ะนี่?)
“เจ้าแคทใจเย็นๆก่อน...ค่อยพูดค่อยจากันดีๆ”
“ยายขอเถอะลูก~~...ปล่อยพ่อบอลเถอะ”
(จู่ๆท่านพี่สุรีย์พรรณก็เปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคน...นางคว้าคอเสื้อเอกคเชนทร์ด้วยจิตที่มุ่งร้าย...ใช่จริงๆด้วย!!...เมื่อครู่นี้ท่านน้าอรนิภาแอบสับเปลี่ยนแก้วเหล้าของตนกับของท่านพี่สุรีย์พรรณแต่เพราะมีจุดประสงค์ใดกันเล่า?)
“ไม่มีอะไรนะคะ...ทุกคนไม่ต้องกลัว...เอ๋?”
“คู่ต่อสู้หล่อนอยู่นี่!!”
“ฮึ!”
“ว้าก!!!...ไรห์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“โอล่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“พี่ชายรีบถอยออกมาเร็ว!!!”
“บอลบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
“ไม่...ไม่เป็นไร”
...ยมทูตกับนางเสือร้ายมีเหตุทะเลาะเบาะแว้งกันอีกคราย้อนรอยงานวันเกิดของท่านตา...เราสมควรจะแทรกแซงการต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์ดีนี่หรือไม่นะ?...
“จะมากเกินไปหน่อยมั้งสุรีย์พรรณ?...ฉันชักโมโหแล้วนะโว้ย!!!”
(“อุตส่าห์ปลอมตัวกับเปลี่ยนสำเนียงพูดซะดิบดีก็อย่าเที่ยวสะกดจิตชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เซ่ยัยคนชอบทำตัวลับๆล่อๆ!!”)
“กรอด!!!”
(“ฮิๆๆ...ก็ไม่รู้นะจ๊ะว่ามีเหตุผลอะไรแต่พี่จะช่วยเงียบไว้ให้ล่ะกัน”)
“บังอาจ!!!”
“ดี--...แน่จริงก็เข้ามา!!”
(หากจะหยุดทั้งสองพร้อมๆกันเราคงต้องใช้พลังจิตเกือบทั้งหมดแลต้องให้จบในการลงมือเพียงครั้งเดียวด้วย...ยิงจันทรกานต์แยกออกเป็นสอง?...ช้าก่อน!!!...ท่านี้มีไว้เพื่อจัดการศัตรูเท่านั้นแลพวกนางก็เป็นลูกพี่ลูกน้องคนสำคัญของเรา...จะใช้จันทรกานต์มิได้)
“นั่น...น้องแคททำอะไร?”
“หืม?...มัน...มันเยาะเย้ยฉันนี่หว่า!?...แก!!!”
(นอกจากนี้เราก็มิอาจจะทำลายความตั้งใจของศรบุษราคัมแลอีกอย่าง...ท่านพี่สุรีย์พรรณที่โหมบุกอย่างบ้าเลือดแต่แรกเริ่มก็เริ่มจะหมดแรงแล้วเช่นนั้นชัยชนะจักเป็นของนางพญาเสือ)
“เอาะ...อ๊อก!!!”
“สะ...สำเร็จแล้ว!!!!”
“เมื่อกี้มันอะไร?”
“ท่าสวนกลับของพี่อ๋อมค่ะ...ว้าว~~...เด็ดขาดมาก!!!”
“ที...ทีนี้...ก็จบได้ซะที...เล่นซะเหงื่อตก”
“พี่แคท!?”
“เป็นยังไงมั่งลูก?”
“แค่สลบไปเท่านั้นเอง...น้ารีบพากลับไปเลยป่ะ”
(อย่างไรก็ตาม...ท่านน้าอรนิภามีพฤติกรรมน่าสงสัยมาก...นางต้องการให้ท่านพี่สุรีย์พรรณเมามายจนมิอาจครองสติไปเพื่ออะไรกันนะ?)
...

“คุณเอกคเชนทร์จะไปดูอาการคุณสุรีย์พรรณ?”
“เจ้าค่ะ”
“................................................”
“ทำไมหรือเจ้าคะ?”
“ผม...จะไปให้ถึงก่อนคุณเอกคเชนทร์...คิดเรื่องสนุกๆออกแล้วอีกทั้งใช้โอกาสนี้พูดคุยกับน้องชายผู้อวดดีสักหน่อยจะเป็นไรไป”
“คุยด้วยตนเอง”
“ไม่ใช่...ผมจะใช้ตัวแทนที่เตรียมไว้ไง”
“................................................”
(เทเลโพเทชั่นสองครั้งแลก้าวเท้าให้เร็วสักนิดก็จะถึงที่หมายก่อนโดยมิยากเย็น)
“เช็ดหน้าเช็ดตาเสร็จก็ออกไปข้างนอกกันเถอะ”
“ดี...พี่ว่าเราคอยอยู่ใกล้ๆดีกว่า...เผื่อคุณสุรีย์พรรณจะฟื้น”
“เป็นไปมิได้!!...โดนคุณศรบุษราคัมตีเข่าแรงซะขนาดนั้น...บางทีอาจพรุ่งนี้เช้าแหละ”
“ช่างเป็นท่าสวนกลับที่เด็ดขาดจริงๆ”
“ดีหิวจัง...รู้สึกในตู้เย็นจะมีน้ำหวาน...พี่ซีไปกินด้วยกันมั้ย?”
“เอาสิ...แต่ยังไงก็เหลือไว้ให้พี่เอกับพี่บีด้วย”
(โอกาสเหมาะมาเยือนแล้ว!!)
“.................................................”
“ท่านพี่สุรีย์พรรณ”
“.................................................”
(ตั้งสมาธิให้แน่วแน่รวมพลังไว้ที่ปลายนิ้วเพียงจุดเดียวแลชี้ไปที่กลางหน้าผากของผู้ที่ต้องการจะสะกด)
“ด้วยเนตรมุกดาหารหมอกมัวนี่...ท่านพี่สุรีย์พรรณจักต้องตกอยู่ในอำนาจสะกดจิตของเรา...ใช่ก็เหมือนมิใช่คล้ายก็เหมือนมิคล้าย...จงปฏิบัติตามคำสั่งของเรา ณ บัดนี้เถิด”
“.................................................”
“ลืมตาสิเจ้าคะ”
“.................................................”
“อะ...อะไรกัน?...เราสะกดจิตท่านพี่สุรีย์พรรณมิสำเร็จ!!...เฮ้อ~~...สุริยะโลหิตในตัวนางทำให้เรายุ่งยากขึ้นมาเสียแล้ว”
“.................................................”
“แม้เมามายมิได้สติทว่าตะวันเลือดก็ยังกล้าแข็งนักเช่นนั้นเราจะเพิ่มพลังให้มากกว่านี้...ด้วยเนตรมุกดาหารหมอกมัวนี่...ท่านพี่สุรีย์พรรณจักต้องตกอยู่ในอำนาจสะกดจิตของเรา...ใช่ก็เหมือนมิใช่คล้ายก็เหมือนมิคล้าย...จงปฏิบัติตามคำสั่งของเรา ณ บัดนี้เถิด!!!”
“................................................”
“ไหนลองลืมตามองน้องสิเจ้าคะ...ท่านพี่สุรีย์พรรณ”
“................................................”
“สำเร็จ!!!...ในที่สุดเราก็ทำได้...สะกดจิตผู้ที่มีสุริยะโลหิตแข็งแกร่งช่างเป็นงานที่มิง่ายดายเลย...เอาล่ะเอกคเชนทร์เอ๋ยแล้วเจ้าจะได้ประหลาดใจเป็นแน่!!...ท่านพี่สุรีย์พรรณเจ้าคะ...หากได้เห็นแลได้กลิ่นรูปรสสัมผัสของชายหนุ่มผู้นั้นก็จง...”
“................................................”
(ซุบซิบๆ)
“ท่านพี่สุรีย์พรรณในบุคลิกอันแสนน่ารักแลออดอ้อนฉอเลาะนั่นคืออุปนิสัยของสตรีที่เจ้าชอบนักหนามิใช่ฤา?...เอกคเชนทร์”
(อยากเห็นเหลือเกินว่าเจ้าจะทนข่มใจได้หรือไม่?...อ้อ!!...ท่านพี่สุรีย์พรรณที่จะได้เจอในอีกมินานนี้ก็มีความหึงหวงอยู่ด้วยนะ...หากเป็นไปได้ก็จงอย่าขัดใจแลมิควรพูดถึงหญิงอื่นให้นางได้ยิน)
“คุณเอกคเชนทร์”
“มาแล้วหรือ?...ท่านพี่สุรีย์พรรณจงนอนหลับตาเฉยๆนะเจ้าคะ...น้องจะออกไปก่อน”
“................................................”
(ขึ้นไปอยู่บนหลังคาจะดีที่สุด...ว้าย!!!...หวิดตกเพราะเท้าเกือบเหยียบหลังคามิถึง!?...ระ...เราคงจะใช้พลังจิตในการเทเลโพเทชั่นกับสะกดจิตท่านพี่สุรีย์พรรณมากเกินไป...ตกใจหมดเลย!!!!)
...

“................................................”
(พลาดอีกแล้ว!...เราขึ้นมาอยู่บนนี้แล้วจะมองเห็นเหตุการณ์ในห้องได้อย่างไรเล่า?)
“................................................”
(จะลงไปซ่อนตัวอยู่ภายในห้องก็คงมิทันการเช่นนั้นยังเหลืออีกวิธีแต่เราก็มิค่อยอยากใช้สักเท่าไหร่นัก...พลังมองทะลุสิ่งกีดขวาง)
“................................................”
(ลืมตาแลเพ่งจิตกับสมาธิแล้วก้มมองไปที่หลังคา...หากได้ผลก็จะเริ่มปรากฏภาพของสิ่งที่อยู่ข้างล่าง)
“เฮ่ย!?”
“หวาย~~”
“ทำไมจู่ๆก็ลุกพรวดแบบนั้น?”
“แต่นั่นไม่สำคัญเท่า...โอ๊ะ!!”
“คุณเอกคเชนทร์อย่าดูนะเจ้าคะ!!!”
“โอ้ยตา!!!...เล็บๆๆๆ”
“พี่ซีไปช่วยพยุงคุณสุรีย์พรรณสิ...เธอจะไปที่ไหนน่ะ?”
“ห้องน้ำล่ะมั้งแต่เอ--...ท่าทางแปลกๆนะว่ามั้ย?”
“ยังไง?”
(เด็กแฝดทั้งสองนี่จะช่วยเงียบเสียงกันหน่อยมิได้หรืออย่างไรนะ?...เรามองเห็นภาพแต่มันก็เลือนรางเพราะมิค่อยมีสมาธิ...เปรียบประดุจดำลงน้ำในเวลากลางวันแล้วแหงนหน้ามองพระอาทิตย์นั่นแหละ)
“...ยังกะคนนอนละเมอเลย?”
“นั่นสิ”
“...ใครๆก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น”
“คุณเอกคเชนทร์ก็ด้วยหรือเจ้าคะ?”
“อืม--...ยิ่งเวลาเมาน่ะแทบจะไม่รู้ตัวหรอกว่าทำอะไรไปบ้าง”
(ราวกับมองดูภาพในกล้องวงจรปิดแต่ก็เอาเถิด... Clairvoyance เป็นพลังจิตขั้นสูงที่เหนือชั้นกว่าการใช้จิตสัมผัสช่วยกระตุ้นประสาทการมองเห็นของตาเนื้ออันพร่าเลือนของเรา...จะเรียกร้องมากไปกว่านี้ได้อีกหรือในเมื่อทุกสิ่งย่อมมีขอบเขตซึ่งพลังของเราก็มิใช่ข้อยกเว้น!?)
“เอ่อ--...ผมขอโทษครับที่ถือวิสาสะเข้ามา...จะ...จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละครับ”
“...............................................”
“เธอสองคนดูแลพี่แคทด้วยนะ...ฉันไปล่ะ”
“...หยุดก่อน--”
“อึ๋ย!!...ผะ...ผมไม่รู้จริงๆครับว่าพี่แคทไม่ได้ใส่เสื้อผ้า!!!”
“...............................................”
“มะ...ไม่ใช่ความผิดหนูนะเจ้าคะ!!”
“ยังไม่มีใครพูดเลยยัยดีก็...”
“ฮือ--...หึๆๆ...นาย...เป็นน้องชายของฉันสินะ?”
(การมองทะลุสิ่งกีดขวางนั้นปกติเราจะมิยอมใช้เพราะยุ่งยากแลสิ้นเปลืองพลังจิตมาก...ยังมิทันไรเราก็เริ่มจะปวดดวงตาแล้ว)
“เดินมาหาคุณเอกคเชนทร์ทั้งที่ไม่ใส่เสื้อ...คุณสุรีย์พรรณกล้ามาก!!!”
“นมใหญ่จังเลยอ่ะ!!...เมื่อไหร่เราจะมีบ้างนะ?”
“เข้ามาหา...ฉันเองเลยเหรอ?”
“ผมมาเยี่ยมพี่...ยังปวดตรงไหนอยู่...อู้!!”
“!!!!!!!!!!!!”
“ว้ายตายแล้ว!?”
(โอ้!!...ท่านพี่สุรีย์พรรณช่างกล้าเหลือเกิน...แม้อยู่ต่อหน้าเด็กหญิงก็หาได้นำพาไม่มุ่งแต่จะกระทำตามความต้องการของตนเอง...แม้ภายนอกจะมิแสดงออกทว่าภายในกลับร้อนแรงยิ่งเพราะอย่างไรซะนางก็คือปุถุชนที่ยังมีอารมณ์รักโลภโกรธหลง)
“คุ...คุ...คุ...คุณ...คุณสุรีย์พรรณ...จุ...จุ...จูบคุณเอกคเชนทร์”
“อุ!!”
“อือ~~”
“อึ๊ย!!...พี่แคท...พี่เป็นอะไร?”
“ฉันก็เป็นพี่สาวของนายไง”
“ไม่ใช่...ที่ผมจะถาม...อุ๊บ!!!”
(การสะกดจิตของเราเมื่อสักครู่จะดึงเอาความปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจให้เป็นที่ปรากฏหมายความว่าท่านพี่สุรีย์พรรณต้องการจะสานต่อความสัมพันธ์ในโรงพยาบาลกับเอกคเชนทร์อย่างนั้นหรือ?)
“ว้าวๆๆ...ดีเพิ่งจะเห็นคนจูบกันจะๆก็คราวนี้แหละ”
“น่าตื่นเต้นมาก!!!...อยากให้พี่เอกะพี่บีมาเห็นจังเลย”
“ใช่ๆๆ”
“อุ...อู้!!!”
(เราก็ยังมิแน่ใจว่าท่านพี่สุรีย์พรรณจะเหมือนน้องนางหยาดฝนที่แอบมีใจให้ชายคนนี้หรือเพียงต้องการปลดเปลื้องอารมณ์ที่อัดอั้นไว้เท่านั้น?...อืม--...ทว่านางเคยพูดไว้ว่ารังเกียจเอกคเชนทร์เพราะเป็นคนเจ้าชู้มากรักมิใช่หรือ?...มิเข้าใจ...สำหรับเรานี่เป็นเรื่องยากที่จะหยั่งรู้)
“พ...พอก่อนครับ!!!”
“ใช่...พอซะที...ผู้ใหญ่เขาจะสนทนากันเด็กๆรีบออกไปซะ”
“เอ๋?”
“...ไปสิ”
“เจ้าค่ะๆ”
“อย่าเพิ่งไป...โอ๊ะ!!”
“นายนั่นแหละอย่าไป!!”
“คือว่า...”
“ฉันมันน่ารังเกียจนักหรือ?”
“ไม่ใช่หรอกครับ”
“งั้นนายก็เห็นฉันเป็นผู้หญิงไม่ดีใช่มั้ยล่ะ?”
“ไม่...ผมไม่เคย”
“พูดจริงนะ?”
“ครับ”
“อ๊า~~...ดีใจที่สุดเลย”
(ท่านพี่สุรีย์พรรณน่ารักมาก!?...หากเราเป็นเจ้าก็จะมิยอมให้สตรีผู้นี้อยู่ห่างกายอย่างแน่นอน!!!...เอกคเชนทร์เอ๋ย~~...แล้วตัวเจ้าจะทำอย่างไร?...ตอบรับหรือปฏิเสธ?)
“คืนนี้...ฉันสวยมั้ยคะ?”
“เอ่อ--”
“ตอบมา~~”
“คือว่า...”
“ถ้าไม่ตอบหรือโกหกล่ะก็...คิกๆ...ฉันจะถอดเสื้อผ้านายออกทีละชิ้นๆ”
(ท่าทางท่านพี่สุรีย์พรรณจะเอาจริง...อุ!!...ปวดตามากขึ้นเรื่อยๆ...ใช้พลังจิตที่มิค่อยเชี่ยวชาญก็เป็นเช่นนี้)
“รึไม่...ก็จะจูบให้ขาดใจตายไปเลย”
“................................................”
“พูดเล่นน๊า~~...แบบนั้นฉันคงตรอมใจตายตามไปแน่ๆ...เอ้า!!...ตอบมาสิคะ”
“พี่...พี่แคทสวยมากครับ”
“แล้ว...นายอยากให้ฉัน...เป็นพี่สาวต่อไปหรือเปล่า?”
“พี่หมายความว่ายังไง?”
“มานั่งตรงนี้แล้วฉันจะบอก”
“ตอนนี้อากาศเย็น...ให้คุณสุรีย์พรรณใส่นี่เจ้าค่ะ”
“นี่ของพี่ครับ”
“ใส่ให้หน่อยสิ”
“เอ่อ--...ไม่เหมาะหรอกครับ”
“โธ่เอ๊ย!!...แค่นี้ก็ไม่กล้า”
(เวลานี้หาได้มีผู้ใดจะใจกล้าเท่าท่านพี่สุรีย์พรรณอีกแล้วล่ะ)
“ในเมื่อบอกว่าฉันสวยแล้วจะยังอดใจให้เป็นพี่สาวอีกได้หรือ?”
“พี่...พี่เมามากแล้วควรจะนอนพักผ่อน”
“ฉันเมาตรงไหน?”
“กลิ่นเหล้าหึ่งเลยยังจะถามว่าเมาตรงไหน?”
“จะหาเรื่องบ่ายเบี่ยงแล้วหนีไปรึ?...ไหนพูดว่าฉันสวยไง!!!”
“!?”
“แท้จริงแล้วนายรักใครกันแน่น่ะ?”
“.............................................”
“ไม่ใช่ศกุนตลาหรือสาวิตรีใช่มั้ย?...ในก้นบึ้งที่ลึกถึงที่สุดของจิตใจ...นายยังมีใครอยู่อีกเหรอ?”
(คำตอบนี้เราเองก็อยากรู้ว่าหญิงคนใดกันที่เป็นผู้ครอบครองหัวใจของชายมากรักเช่นเจ้า?...ฮึ่ม!!...เราใช้ Clairvoyance มากไปกว่านี้มิได้เสียแล้ว--...เอาล่ะ...คงถึงเวลาที่ตัวแทนของเราจะได้ใช้งานซะที)
“บอกมาเร็วๆซี่!...เอ๋~~...รึจะเป็นฉัน?”
“...ผมพูดไม่ได้”
“ทำไม?”
“เพราะผมเองก็ยังสับสน”
“ผู้หญิงที่เคยลิ้มลองมาทั้งหมดไม่มีใครทำให้นายตราตรึงใจได้งั้นหรือ?”
“ไม่...ไม่ได้หมายความอย่างนั้นครับ...ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย”
“งั้นถ้านายทำกับฉันแล้วบางทีอาจจะเปลี่ยนความคิด”
“อะไร?...เข้า...เข้าใจผิดไปใหญ่แล้วครับ!!...เอ้ย!?...อย่า...พี่อย่าถอดเสื้อผมนะ!!!”
(เอกคเชนทร์ใช้สันมือตีหลังคอของท่านพี่สุรีย์พรรณ...หากทำเช่นนั้น...อุ๊บ!!!...พลังจิตมองทะลุขาดหายไป...ถึงขีดจำกัดของเราแล้วสินะ?)
“เมื่อกี้มันเจ็บนะคะ”
“อึ๋ย~~”
“ทีนี้ตาฉันมั่ง...อึ๊!!”
“!?”
“..................................................”
“พี่แคทๆ...พี่เป็นอะไรไป?”
“คุณสุรีย์พรรณสลบไปแล้ว!?”
“แหม่~~...กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลยเชียว!!!”
“พวกเธอ--...ทำไมไม่เข้ามาช่วยฉันเล่า?”
“โธ่!...คุณสุรีย์พรรณน่ะน่ากลัวจะตาย...พวกเราไม่กล้าเจ้าค่ะ”
“หนูกับพี่ซีจึงตกลงว่าจะดูอยู่ข้างนอกเฉยๆดีกว่า”
(สมกับที่แม่หนูสี่แฝดนี่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากท่านน้าอรนิภามาตั้งแต่เล็ก...ถอดแบบอุปนิสัยกันมาเทียว...เวลานี้เรามิอาจมองเห็นอากัปกิริยาของพวกเขาแต่จะใช้จิตสัมผัสไปเพิ่มความสามารถในการรับฟังแทน)
“อืม--”
“อะไรเรอะ?”
“จู่ๆก็หมดสติไปแบบนี้...ซีว่า...”
“นี่คือการสะกดจิต”
“สะกดจิตอะไร?”
“มีจริงๆเจ้าค่ะ...แล้วก็ไม่ใช่การแสดงด้วย”
“โดยเฉพาะคนที่มีพลังจิต...แค่นี้นับว่าง่ายมาก”
“ฉันงงไปหมดแล้ว...สะกดจิตพลังจิตอะไรกัน?”
“เวลานี้คงเป็นเรื่องยากที่คุณเอกคเชนทร์จะทำความเข้าใจแต่ผู้ที่ทำอย่างนี้ได้มีเพียง 2 คนเท่านั้นเจ้าค่ะ...หนึ่งคือคุณไหม”
“...ผู้หญิงที่อยู่ใกล้ๆพี่เซค?”
“และสองก็คือคุณศรมุกดา”
“พี่ม่อน!?”
“ซีเชื่อว่าที่คุณสุรีย์พรรณถูกคลายสะกดกลางคันก็แสดงว่าผู้ลงมือน่าจะอยู่มิห่างจากที่นี่”
(หึ!!...ผู้ลงมือมิใช่เราแต่เป็นเจ้านั่นแหละเอกคเชนทร์...เจ้าใช้สันมือตีหลังคอของท่านพี่สุรีย์พรรณอย่างไรเล่า?)
“น่าคิดจริงๆว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป...มันจะเกิดอะไรขึ้นนะพี่ซี?”
“คุณเอกคเชนทร์กับคุณสุรีย์พรรณก็จะ...อึ๊บๆกันน่ะซี่!!!”
“ว้าย~~”
“หึๆๆๆๆๆ”
“!?”
“นั่น!?...เสียงคุณศรมุกดา”
“อื้ม!!...มิผิดแน่”
“หมายความว่าเป็นพี่ม่อนจริงๆ...อยู่ที่ไหนน่ะครับ?”
“หึๆๆๆๆ”
“ทำไมเสียงหัวเราะของเธอถึงฟังแล้วขนลุกจังนะพี่ซี?”
“ใช่...อากาศก็หนาวด้วย...เหมือนผีหัวเราะเลย”
(นี่เสียงหัวเราะของเราน่ากลัวขนาดนั้นเทียวรึ?)
“มิใช่เจ้าค่ะ...พวกหนูตัวเล็กแบบนี้คุณศรมุกดาจะปลอมได้ยังไง?”
“เหตุใดจึงมิกระทำอย่างที่หัวใจร่ำร้องในเมื่อเจ้าเองก็ปรารถนาท่านพี่สุรีย์พรรณอยู่?”
“จะ...จะทำได้ยังไงครับเพราะนั่นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของพี่แคทสักหน่อย?”
(ถูกต้อง!!...มิใช่ตัวตนที่แท้จริงแต่เป็นความปรารถนาที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกต่างหากเพราะก่อนที่จะออกไปเรากระซิบข้างหูท่านพี่สุรีย์พรรณว่า “จงกระทำทุกอย่างตามแต่ความต้องการของตนเองเถิด”)
“แต่นางมีอารมณ์เสน่หาแลต้องการให้เจ้าเป็นผู้ปลดปล่อยนะ”
“เลิกเล่นตลกที่ขำไม่ออกซะที...พี่...สะกดจิตพี่แคทใช่หรือเปล่า?”
“...เป็นฝีมือของเราเอง”
“เห็นไหมล่ะเจ้าค่ะ?...นี่มิใช่เพราะความเมาแต่เป็นฝีมือของคุณศรมุกดา”
“ผู้ที่จะประสบความสำเร็จคือผู้ที่รู้จักโอกาส...หากมุ่งหวังจะรอให้โอกาสเดิมหวนกลับสู่ตนบางทีต่อให้คอยจนชั่วชีวิตโอกาสนั้นก็หาได้ย้อนคืนไม่”
“พี่ม่อนมาที่นี่...อย่าบอกนะครับว่าตามผมมา?”
“ช่างสำคัญตนใหญ่โตเสียจริง...เรามาถึงก่อนเจ้าเกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อดูแลท่านพี่สุรีย์พรรณแต่เจ้า...มาทำอะไร?”
(มิได้โกหก...เรามาถึงก่อนเจ้าตั้งนาน)
“ผมก็มาดูพี่แคท”
“สมัครใจหรือใครไหว้วาน?”
“ความตั้งใจของผมล้วนๆ”
“...............................................”
“ออกมาคุยกันดีๆเถอะครับ...บอกตามตรงว่าผมกลัว”
“กลัว?”
“พี่คงไม่ได้คิดจะทำร้ายผมใช่ไหม?”
“แล้วไปทำความผิดอะไรมาหรือเราจึงจะทำร้ายเจ้า?”
“...ผมเปล่า”
“เช่นนั้นก็หาได้ต้องหวาดระแวงเรา”
(เสียงโทรศัพท์)
“ว่าไงเรอะ?”
“ก็...นอนหลับแล้ว”
“.................................................”
“...ฝน...พี่ม่อนอยู่ที่นี่”
(เป็นน้องนางหยาดฝนดังที่คิด)
“นี่เธอไม่รู้รึ?”
(คงจะมิได้หลุดปากบอก “ชายคนรัก” ว่าเราปลอมตัวเป็นใครนะ?)
“เธอบอกว่ามาดูแลพี่แคท”
(ด้วยความห่วงใย)
“สวยกะผีสิ...ได้ยินแต่เสียงไม่เห็นตัว”
(ไร้มารยาท!!!...เดี๋ยวเราก็ทำให้เจ้าพูดมิได้เสียเลย)
“เดี๋ยวจะไปเล่าให้ฟังนะ”
...เป็นความบังเอิญหรืออย่างไรกันที่เอกคเชนทร์เดินออกไปพ้นรั้วประตูแล้วหันกลับมามอง?...ยินดีด้วยที่หาพบแต่นั่นเป็นเพียงหุ่นตัวแทนส่วนเราลงมาอยู่ข้างล่างตั้งแต่ที่เจ้าเดินไปทั่วบ้าน...
“ดวงจันทราคืนนี้ส่องแสงงดงามแต่ก็ยังหาได้เพียงพอไม่”
(เพราะเรายังอำพรางรูปโฉมที่แท้จริงอยู่)
“เรามาพบกับเจ้าตามที่สัญญาไว้”
“จำได้ครับ”
“ความจริงที่น่าเจ็บปวดเป็นอย่างไรเล่า?...เจ้าคงจะรู้ซึ้งถึงเวลาที่ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์”
“ผมยอมรับว่าเสียใจแต่ก็ดีใจที่ได้รู้ความจริงซะตั้งแต่ตอนนี้”
(อย่างนั้นหรือ?)
“เจ้าจะบอกว่ามันย่อมดีกว่าปล่อยเวลาล่วงเลยไปยี่สิบหรือสามสิบปีจนมีใครล้มหายตายจากไป...เราเข้าใจถูกใช่หรือไม่?”
“ครับ”
“เช่นนั้นก็ตามแต่ใจเจ้า”
“ผมอยากจะถามว่าพี่ทำแบบนี้ทำไม?...ถ้าพี่แคทรู้คงโกรธพี่แน่ๆที่เอาร่างกายของเธอมาเล่นสนุก”
(เจ้าพูดเกินไปแล้วเพราะเรามิได้เล่นสนุกแต่กำลังทดสอบเจ้าต่างหาก)
“ระวังคำพูดนั้นจะย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเจ้าเอง...หึ!...ก็นับว่ายังมีมโนธรรมเหลืออยู่ในใจ...เราขอชื่นชม”
“เมื่อกี้หากผมตอบรับความต้องการของพี่แคท...พี่จะทำอย่างไร?”
“...วางเฉย”
“เห?”
“แต่เราก็เชื่อว่าเจ้าคงหาได้กระทำการฉวยโอกาสต่อเพศตรงข้าม”
“สรุปคือทดสอบผม?”
(สันดานเจ้านั้นหยิ่งผยองจองหองแต่แท้จริงแล้วก็มิใช่คนชั่วช้าสามานย์ถึงขั้นวางแผนสังหารภรรยาตนเองดังเสี่ยคำลืออีกทั้งยังเป็นญาติผู้น้องของเราด้วย)
“เอกคเชนทร์...แม้จะเป็นคนในตระกูลเดียวกันแต่ทว่าสมัยเด็กเราทั้งสองก็มิเคยพานพบหน้า...เช่นนั้นมาเล่นสนุกด้วยกันไหม?”
“เล่นอะไรครับ?”
“ขึ้นชื่อว่าการละเล่นที่สนุกแลเข้าใจง่ายก็เห็นจะมีแต่เล่นซ่อนแอบ...เวลานี้สี่ทุ่มตรง...หากในงานเลี้ยงเจ้าสามารถหาเราเจอก่อนเที่ยงคืน...เจ้าอยากรู้อะไรเราก็จะบอกทุกอย่างโดยมิปิดบัง”
“ทุกอย่าง...แม้กระทั่งเรื่องของพี่?”
“ถูกต้อง”
“แต่ก็จะแปลงโฉม?...ผมไม่เคยเห็นหน้าพี่มาก่อนนะและยิ่งปลอมตัวอีก...แบบนี้จะไปหาเจอได้ยังไงครับ?”
“อืมนั่นสิ...ถ้าเรามิบอกใบ้อะไรเสียบ้างก็จะถือว่าเป็นการเอาเปรียบเกินไป...เช่นนั้นเราให้สัญญาว่าก่อนถึงเที่ยงคืนจะอยู่ในงานนั้นโดยมิออกจากอาณาบริเวณแม้แต่ก้าวเดียว”
“แล้วที่ปลอมตัว?...คืนนี้มีทั้งชาวบ้านและแขกเหรื่อตั้งเยอะแยะ...ผมลำบากแย่”
“...เราจะแปลงตนเป็นชาวบ้านของโยนกบูรพา...มิใช่แขกเหรื่อหรือคนจากหมู่บ้านอื่น...เท่านี้คงจะเพียงพอแล้วกระมัง?”
(หึๆๆ...มิยากแต่ก็มิง่าย...เจ้าจะทำให้เรารู้สึกสนุกได้สักเพียงใดนะ?)
“เช่นนั้นก็เริ่มเลย...เราจะไปรอเจ้าในงานเลี้ยง”
“.............................................”
“ยังจะมัวช้าอะไรอีก?”
“แล้วพี่ล่ะ?...พี่ม่อนไม่หนาวบ้างหรือไงครับ?”
(เหตุผลที่เจ้ายั้งรอก็เพื่อจะถามเราว่ามิรู้สึกหนาวดอกหรือ?...ถ้ามองข้ามความเจ้าชู้ก็นับว่าเจ้ายังเหลือส่วนที่น่าเอ็นดูอยู่บ้าง)
“หรือว่าที่อยู่บนนั้นเพราะขึ้นไปแล้วลงไม่ได้?...ให้ตายสิลำบากเราจน...เฮ้ย!!!!!”
...เอกคเชนทร์เดินหายไปทางหัวมุมจากนั้นเขาก็ถือบันไดไม้ที่สูงพอจะวางพาด...ชายคนนี้คิดว่าเราขึ้นแล้วลงมิได้หรือจะทำอะไรกันแน่แต่หุ่นนั่นมิใช่เราดอก...นั่นไง...มันทนต่อแรงลมมิได้กลิ้งตกลงมาแล้ว...
“พี่!!!...พี่เป็นยังไงบ้างครับ?...พี่!?...เฮ้ยใครก็ได้มานี่เร็ว!!!!”
“อะ...อะไรหรือเจ้าคะ?”
“พี่ม่อนตกหลังคา!!”
“ว้ายตาย!!!”
“เธอรีบติดต่อคุณป้า...พี่เซคก็ได้...เร็วเข้า!!!”
“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ!!...นี่คือหุ่น”
“หา?”
“มิใช่คนเจ้าค่ะ...มันเป็นหุ่น”
“ไหน?...ไหนดูซิ!!”
...คืนนี้ลมพัดแรงมากอีกทั้งหุ่นตัวนั้นก็มีน้ำหนักค่อนข้างเบาครั้นเมื่อโดนกระแสลมพัดนานๆเข้าจึงร่วงลงมาอย่างที่เห็น...
“สรุปคือ...ฉันคุยกับเจ้าหุ่นบ้านี่ตั้งนานสองนานเลยเหรอ?”
“แต่เสียงเป็นของคุณศรมุกดาจริงๆนะเจ้าคะ”
“ใช่...พวกหนูก็ได้ยิน”
“สนุกนักหรือไงถึงได้เล่นอะไรบ้าๆ!!!...รู้ไหมว่าผมตกใจแค่ไหนน่ะ?”
“ฮะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“!?”
“สยองชะมัดเลยพี่ซี~~...หนูกลัว”
“ยังจะมีหน้ามาหัวเราะเยาะอีกเรอะ?”
“หึๆๆ...อุบายตื้นๆทว่ากลับหาได้ดูออกไม่แล้วมันมิสมควรจะให้เราขบขันดอกหรือ?”
(ช้าก่อน!!...เขาอาจจะเป็นห่วงเราจริงๆเช่นนั้นก็สมควรขอบคุณที่อุตส่าห์มีน้ำใจ)
“...เราขอขอบใจที่ห่วงใยแลก็ขออภัยที่เอาความรู้สึกของเจ้ามาล้อเล่นแต่ทว่า...”
“?”
“เอกคเชนทร์เอ๋ย~~...การละเล่นเริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้!!”
“...ผมต้องหาพี่ให้เจอแล้วจะขอเขกหัวสักทีเถอะ!!!!”
(หากเจ้าทำได้ก็เชิญเลย...หึ!!...เราจะรอดูว่าเจ้ามีปัญญาแลความสามารถสักเพียงใดกัน?)
...ทว่ายังติดใจกับความคิดของท่านพี่สุรีย์พรรณ...เราว่าแท้จริงแล้วนางมิน่าจะเกลียดเอกคเชนทร์ดอกแต่หากจะให้แน่ใจนั้นต้องพิสูจน์ซึ่งก็มีอยู่วิธีหนึ่งคือสะกดจิตในยามที่คนๆนั้นนอนหลับลึกแลสอบถามโดยตรงแล้วความเชื่อถือได้นั่นหรือก็เรียกว่าเต็ม 100% เทียวเพราะ...
“คนนอนหลับจักมิเอ่ยวาจาโกหก”
(แต่จงวางใจเถิด...น้องจะมิใช้วิธีนี้กับท่านพี่สุรีย์พรรณแน่นอนเจ้าค่ะเพราะเท่าที่กระทำในคืนนี้ก็นับว่าเสียมารยาทมากเหลือเกิน)
...

“มิได้เจ้าค่ะ...ดิฉันมีหน้าที่รินเหล้าให้คุณหนูใหญ่”
“ไม่นานหรอกนะครับ”
“อย่างไรก็มิได้”
...หึ!!...มิได้เกินความหมายเพราะเรานึกอยู่แล้วว่าเจ้าจะต้องไปหาไหมทว่าเมื่อสักครู่ที่เราจงใจไปอยู่ตรงหน้าแลบอกใบ้แต่เจ้าก็หาได้รู้สึกตัวไม่...
(“เดินหาใครอยู่หรือครับ?...ผมเห็นอยู่พักหนึ่งแล้ว”
“ก็จะมีใครอื่น...พี่ม่อนนั่นแหละ”
“ผมก็ไม่รู้นะครับแต่เธอน่าจะอยู่ใกล้ๆนี่เอง”
“แต่หายังไงก็หาไม่เจอ...ใครต่อใครที่ผมไปคุยด้วยก็ไม่เห็นมีพิรุธเลย”
“ถ้าเจอแล้วจะทำยังไงล่ะครับ?”
“ก่อนอื่นจะขอเขกหัวสักที...หมั่นไส้นัก!!”
“แหม~~...ผมชักจะอยากเห็นซะแล้ว...คุณเอกคเชนทร์พยายามเข้านะครับ...ผมจะ...คอยเอาใจช่วย...เธอไม่อยู่ไกลคุณแน่”)
“ฮิๆๆ...น่าสนุก”
“ไม่อยู่ต่ออีกหน่อยเรอะครับเสี่ย?”
“กลับล่ะครับ...พรุ่งนี้ผมยังต้องไปจัดการงานของภรรยาอีก”
(ยังตีหน้าโศกหลอกลวงผู้คนได้อย่างแนบเนียนเช่นเคยนะเจ้าคนใจบาป...ฮึ่ม!!...แค่เห็นหน้าเจ้าความรื่นรมย์ของเราก็มลายหายไปทันที)
“อ้าว!?...แล้วลูกน้องผม...ไปไหนกันล่ะเนี่ย?”
“มีคนหลับอยู่หลังเวที...ใช่ลูกน้องเสี่ยหรือเปล่าครับ?”
“หา?”
“..............................................”
“ชะ...ใช่แล้วครับนี่ลูกน้องผมเอง...ไอ้หนูไอ้แสง!!...ตื่นสิเฮ่ยเราจะกลับกันแล้ว”
“..............................................”
“..............................................”
“ท่าจะเมามากเลยหลับไปน่ะครับ”
“บ้าจริง!!!...แล้วใครจะขับรถล่ะนี่?”
(สองลูกน้องของเจ้าหลับเพราะฝีมือของเราเอง...หึๆ...จงหัวเสียไปโดยที่มิรู้เรื่องอะไรซะเถิด)
“หือ?...กำลังมอง”
“เจ้าค่ะ”
“..............................................”
“?”
“หรือว่าคุณ...”
“ดิฉันมิใช่คุณหนูรองนะเจ้าคะ!”
“.............................................”
“คุณ...มาจ้องดิฉันเช่นนี้”
“.............................................”
“ออก...ออกไปให้ห่างเลยเจ้าค่ะ!!”
“ขะ...ขอโทษครับ”
...ไหม--...จงอย่าหลงกลชายผู้นี้เพราะเอกคเชนทร์มิได้สงสัยว่าเจ้าคือตัวเราแต่เขาหมายจะแอบสูดกลิ่นเอื้องสายหลวงต่างหาก...หึ!...คงยากหน่อยล่ะเพราะเราวานให้ท่านพี่นำเอื้องสายหลวงใส่แจกันแล้วมาตั้งตามโต๊ะในงานเลี้ยงฉะนั้นกลิ่นจึงหอมกระจายจนยากที่ใครจะรู้ว่าเราเข้ามาในงานนี้...
(ยกเว้นบรรดาพี่น้องของเราที่ป่านนี้คงรู้กันหมด...เฮ้อ!!...วิชาแปลงโฉมของเราก็นับว่าตบตาผู้อื่นได้สนิทแต่มิเคยหลอกพวกนางสำเร็จสักครั้งเดียว)
“นี่!!”
“?”
“ไม่!!...หนูไม่ได้อยากกินน้ำส้ม...เผยตัวออกมาซะดีกว่า”
(น้องนางศรโกเมนแลน้องนางหยาดฝน!?)
“เจ้าป้อมเบาๆ--”
“.................................................”
“เฮอดี--...หนูจะไปบอกพี่ชายเดี๋ยวนี้แหละว่าพี่ม่อนอยู่ที่นี่”
“...อย่าทำลายความสนุกของพี่เลย...น้องนางศรโกเมน”
“อึ๊!!...อะ...อะไรน่ะ?...นั่นคิดจะขู่หนูรึ?”
“................................................”
(หากกระทำเช่นนั้นพี่ก็จำต้องให้น้องหลับทันทีนะจ๊ะ)
“บะ...บอกไว้ก่อนว่าหนูไม่ได้กลัวพี่ม่อนและก็เลิกเล่นอะไรไร้สาระซะที!!!”
“ปากบอกไม่กลัวแต่รีบเดินหนีเชียวยัยตัวเล็ก...อ๊ะ!!...เดี๋ยวค่ะ”
“...มีอะไรหรือ?”
“หากเลยเที่ยงคืนไปแล้วบอลยังหาพี่ไม่เจอ...”
“การละเล่นก็จบลงทันที...หาได้มีอะไรมากไปกว่านั้น”
“................................................”
“น้องนางหยาดฝน”
“คะ?”
“พี่พอจะเข้าใจขึ้นบ้างแล้วว่าเหตุใดน้องจึงมอบความรักให้เอกคเชนทร์แต่ก็ขอเตือนไว้สักอย่าง”
“อะไรหรือพี่?”
“บางสิ่งที่สูญเสียไปแล้วก็มิอาจจะได้กลับคืนมา...เข้าใจไหม?”
“..............................................”
“พี่ฝน”
“..............................................”
“พี่ฝน!!”
“เอ้ยอะไร?”
“ผลการดวลออกมาแล้วล่ะ”
(การประลองไร้สาระจบลงได้เสียที)
“ใครชนะ?”
“ก็ดูนั่นสิคะ”
“อื๋อ?”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ...ชานะเว้ย~~...อึ๊ก!!”
“เดี๋ยวเถอะ!!...นี่แม่นะ”
“อุ๊ย!?...คูณแม่ไมแต่งตัวสวยจาง?”
(ท่านพี่ทำท่าจะเข้าไปจูบท่านแม่ซะอย่างนั้น!?)
“พล่ามมาด้ายว่าชานะ?...ฉานต่างหากโว้ย!!...นี่แม่...แม่อย่าปายเชื่อยัยแอบจิตนั่น”
“แล้วลูกอ๋อมพูดกับใคร?...แม่อยู่ทางนี้ย่ะ!”
(ทางนี้ก็พอกัน...ตาลายจนเห็นชาวบ้านเป็นท่านแม่ไปเสียได้)
“เออะ...แอวะ~~”
“ก๊าก!...ฮ่าๆๆๆ”
“น่ารำคาญ!!”
“ให้ตายสิ--...ใครมาช่วยพาลูกฉันขึ้นรถที”
“ไปส่งคุณหนูศรรัตน์ที่โยนกทักษิณก่อนนะเจ้าคะ”
“ไม่ๆ...พาไปนอนที่โยนกบูรพาเลย...เธอสั่งให้ทางนั้นจัดเตรียมห้องไว้...ลูกป้อมก็ต้องไปด้วย”
“แม่...หนูน่ะไม่มีปัญหาแต่พี่อ๋อมสร่างเมาเมื่อไหร่รับรองบ้านแตกแน่ๆ”
“ก็ให้มันรู้ไป!!...จะเรื่องมากอะไรกันนักหนา?”
“แม่จ๋า~~...ใครชนะเนี่ย?”
“ไม่มีแพ้ชนะหรอกเพราะหนูเซคกับหนูอ๋อมฟุบพร้อมๆกันเลย”
(มิรู้จะดื่มน้ำมึนเมานี่ไปเพื่อให้ได้อะไรกัน?...ท่านพี่ก็เหลือเกินที่ไปรับคำท้านางเสือหัวดื้อและพลอยทำให้ท่านแม่ลำบากไปด้วย)
“ลูกฝนก็กลับบ้านเถอะ”
“ยังค่ะ...หนูจะกลับพร้อมบอล”
(ว่าอย่างไรนะ?...กลับพร้อมกัน!?)
...

“เอ๊ะ!?...สะกดจิต...เล่นซ่อนแอบ...นี่คุณหนูม่อนมาจริงๆด้วยหรือครับ?”
“มาสิคะ...เธอไม่ได้อยู่ไกลเลย”
“.............................................”
“เพราะขณะนี้คุณหนูรองก็กำลังสนทนาอยู่กับดิฉันไงล่ะเจ้าคะ”
“ถูกต้อง...รูปโฉมแท้จริงภายใต้หน้ากากของนายสมหวังชาวบ้านโยนกบูรพาในค่ำคืนอันหนาวเย็นนี้ก็คือเรา...ศรมุกดา ราศีกาญจนาบุตรีคนที่สองที่ถือกำเนิดจากท่านพ่อโยทะกากับท่านแม่ศรมรกต”
“เชิญเปลี่ยนเสื้อผ้าเจ้าค่ะ”
“.............................................”
“ดิฉันก็คาดคิดไว้ก่อนแล้วว่าคุณเอกคเชนทร์มิอาจจะหาคุณหนูรองพบ”
“นั่นต้องขอบใจน้องนางหยาดฝนแลน้องนางศรโกเมนที่มิได้เปิดเผยตัวตนของเรา”
“เอ๊ะนั่น!?...คุณหยาดฝนกับคุณเอกคเชนทร์!!!”
“.............................................”
“ควงแขนราวกับเป็นคู่รักกันเลยนะเจ้าคะ?”
“...เช่นนี้นี่เอง...เราพอจะรู้อะไรบ้างแล้ว”
“?”
“หมายความว่าที่ท่านพี่สุรีย์พรรณเมาสุราก็มิใช่เหตุบังเอิญแม้แต่นิดเพราะนางรู้ซึ้งถึงผลเสียของสุราดียิ่งกว่าใครจึงมิแตะต้องมันแน่อีกทั้งเป็นตัวเราเองที่ส่งแก้วใส่น้ำองุ่นให้”
“มีคนแอบสับเปลี่ยนแก้ว!!!...ใครหรือเจ้าคะ?”
“ไหมลองทบทวนดูซิว่าผู้ใดที่จะมีโอกาสสับเปลี่ยนแก้วได้มากที่สุด?”
“...ย่อมหนีมิพ้น...อะไรกัน!?...ผู้ที่นั่งใกล้คุณสุรีย์พรรณที่สุดก็คือคุณอรนิภานี่เจ้าคะ?...ใช่แล้ว!!...แก้วคุณอรนิภาเป็นเหล้าของโยนกอุดรที่มีกลิ่นสีและรสคล้ายคลึงน้ำองุ่น...ดิฉันจำได้!!!”
“เป็นเช่นนั้นจริงๆ...ทุกสิ่งถูกเตรียมการมาก่อนล่วงหน้ากับมีการคิดวางแผนอย่างรอบคอบโดยมีท่านน้าอรนิภาเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ”
“แล้วคุณหนูรองจะมิทำอะไรเลยหรือเจ้าคะ?”
“ทำอะไรนี่คือขัดขวาง?...น้องนางหยาดฝนมีอุปนิสัยเช่นไรเจ้าย่อมทราบดี...นางมีเหตุผลแลความเชื่อเป็นของตนเองเช่นเดียวกับท่านพี่สุรีย์พรรณในครั้งนั้นอีกทั้งเรายังเตือนสตินางไปแล้ว”
“..................................................”
“แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายเพียงใดแต่ก็ยังคิดเดินหน้าต่อไปตามที่หัวใจของตนเรียกร้องสินะ?...ความรักนั้นทำให้ผู้คนหน้ามืดตามัว...ช่างน่าเบื่อหน่ายนัก”
“ขึ้นชื่อว่าความรักนั้นช่างทำให้มนุษย์ต้องเป็นทุกข์มาตั้งแต่สมัยโบราณ”
“ไหม...เจ้าสองคนที่เหลือนั่นก็หาได้รู้เรื่องแต่อย่างใดไม่”
“นายหนูกับนายแสงคือสองในห้าลูกน้องคนสนิทที่สุดก็ยังมิได้ความ...เห็นทีว่าเราจะสูญเปล่า...”
“อย่าเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆ...แม้สองคนนี้จะมิทราบอะไรแต่เราก็ได้รู้บางสิ่งที่น่าสนใจ”
(“พี่ชอบน้ำเบญจวารีหรือครับ?”
“ที่นี่เขาเรียกแบบนี้เรอะ?...เออ!!...รสชาติมันเข้าท่าดี...พี่ถูกใจมาก”
“กินแล้วไม่บาดคอแต่ดีกรีมันออกจะอ่อนไปหน่อย...ชาวบ้านเขาทำเองใช่มะ?...ไปขอถึงบ้านเลยได้เปล่าเนี่ย?”
“อืม--...งั้นพี่ก็ไม่ต้องไปไหนแล้วล่ะ”
“ทำไมเหรอ?”
“เพราะถ้าพี่ไปขอเหล้าของบ้านที่มีลูกสาว...พี่ก็ต้องแต่งเข้าเป็นเขยที่บ้านนั้นซะก่อนนะครับ”
“เฮ้ย!?...จริงเรอะไอ้น้อง?”
“คือชาวบ้านที่นี่ไม่ค่อยให้เหล้าเบญจวารีให้คนภายนอกง่ายๆนอกจากเป็นแขกสำคัญ...หากพี่อยากดื่มเยอะๆก็ต้องขอเข้าเป็นลูกเขยและทีนี้พี่จะได้ดื่มสมใจอยากแถมได้เมียอีก”
“มีงี้ด้วย!!!...ฮ่าๆๆๆ”
“ไอ้น้องนี่พูดจาเข้าท่าว่ะ!!”
“เอ่อ--...ถ้าพวกพี่สนใจ...จะลองชิมเหล้าของโยนกทักษิณที่มีดีกรีแรงที่สุดมั้ยล่ะครับ?”
“เอาสิๆ...ไอ้น้องรีบเอามาเลย!!!”
“แรงแน่นะ?...อย่าหลอกกัน”)
“นี่คุณหนู...ไปขอเหล้าพยัคฆ์เดือดมาจากคุณศรบุษราคัมหรือเจ้าคะ?”
“...ใช่”
“หากเป็นเบญจวารีที่คุณศรบุษราคัมต้มด้วยตนเองก็ขึ้นชื่อลือชาว่าดีกรีแรงมาก...ขนาดคอเหล้าที่ว่าแน่ดื่มเข้าไปเพียวๆแค่หนึ่งจอกก็แทบจะเมาพับล้มทั้งยืนอยู่ตรงนั้น”
“ถูกต้อง...อีกทั้งกลิ่นก็แรงฉุนขึ้นจมูกจนเราเบือนหน้าหนีเทียว”
“แต่...คุณศรบุษราคัมเธอหวงแหนเหล้านี่มากแลยังพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยตลอด...คุณหนูขอมาได้อย่างไรเจ้าคะดิฉันมิอยากจะเชื่อเลย?”
“เรื่องนี้...เกิดขึ้นหลังจากงานเลี้ยงเริ่มไปมินาน”
(อะไรนะ?...จะขอเหล้าของฉัน”
“ผมอาจจะมีความจำเป็นต้องใช้ครับ”
“ฮิๆ...หล่อนรู้ตัวว่าไร้เสน่ห์ก็เลยจะเอาไปมอมผู้ชายใช่มะ?”
“...ผมจริงจังไม่ได้พูดเล่น...คุณศรบุษราคัม”
“อย่ามาพูดประชดฉันนะ!!...งั้นบอกมาก่อนว่าเธอจะเอาไปทำไม?”
“ตอนนี้ผมยังบอกอะไรไม่ได้...”
“...ฉันไม่ให้ถ้าเธอไม่บอก...เหล้าพยัคฆ์เดือดนี่กว่าจะทำสำเร็จน่ะมีขั้นตอนยุ่งยากและใช้เวลาหมักนาน...มันต่างจากเบญจวารีปลายแถวของที่อื่นและปีหนึ่งก็ทำได้แค่สองสามครั้งแถมปริมาณที่ได้ยังน้อยมาก”
“...โปรดจงถือซะว่านี่คือคำขอร้องของพี่สาวผู้มิเอาไหนคนนี้เถิด”
“...............................................”
“หากมิต้องใช้แล้วเราสัญญาว่าจะนำมาคืนให้โดยมิพร่องไปแม้สักหยดเดียว”
“หึ!!...เหลือเชื่อที่คนหยิ่งที่ไม่ชอบพึ่งพาผู้อื่นอย่างเธอจะมาขอร้องฉัน...น่าหัวเราะนะ?”
“เชิญหัวเราะขบขันเสียให้พอเถิดแต่เรามีความจำเป็น”
“ก็ได้...ยังไงคืนนี้ฉันก็ได้เห็นอะไรดีๆ...เอาไป!!...เสียเวลากินของฉันจริงๆ”
“...อ๋อม”
“เสร็จธุระแล้วเอาขวดไปวางไว้ตรงรูปปั้นเสือหน้าทางเข้าหมู่บ้าน”
“ที่เธอพูดว่าเห็นอะไรดีๆนี่คือ...”
“ไม่บอกโว้ย!!...ทีหล่อนยังไม่พูดว่าจะเอาเหล้าของฉันไปทำอะไรนี่หว่า...ฮะๆๆๆ”)
“แม้มิต้องเดาแต่นางเสือร้ายนั่นคงจะยิ้มเยาะกับสารรูปของเราเป็นแน่”
“ดิฉันก็เห็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ...แล้วต่อจากนั้น...”
“เราก็เอามาให้สองคนนั้นดื่ม...มันได้ผลจริงๆ...แค่คนละจอกก็หงายท้อง”
“ธรรมดาเหล้าของคุณศรบุษราคัมจะต้องผสมน้ำเสียก่อน”
“เราเตือนแล้วแต่พวกมันมิเชื่อ”
“ดื่มเพียวๆได้อย่างไรกันนะ?...หาเรื่องใส่ตนจริงๆ”
“แต่ก็ช่วยให้เราสะกดจิตได้ง่ายขึ้นมาก”
(“จิ๋ว แวงใหญ่เริ่มมาทำงานกับนายของเจ้าเมื่อไหร่?”
“...ราว...สองเดือนก่อน”
“พวกเจ้ารู้มาก่อนหรือไม่ว่าเขาเป็นใคร?”
“ไม่...ทีแรกเราไม่รู้...เสี่ยบอกว่านี่คือคนขับรถ...ใหม่”
“ที่ผ่านมาเขามีอะไรน่าสงสัยหรือกระทำการแปลกๆบ้างหรือเปล่า?”
“ไม่เลย...”
“นายหนูล่ะ?”
“พี่...พี่จิ๋วมักจะไปบ้านของเสี่ยบ่อยๆ”
“แค่นี้รึ?”
“แล้วเขาก็จะพักอยู่ที่ออฟฟิศ...ไม่ได้เช่าบ้าน”
“อืม--...แล้วไงต่อ?”
“พี่จิ๋ว...จะชอบขึ้นไปกินเหล้าบนดาดฟ้าออฟฟิศคนเดียว”
“ใช่ๆ...บางทีก็เดินไปทั่วอาคารแล้วชอบพูดคนเดียวด้วย”
“พูดอะไร?”
“....................................................”
“ว่าอย่างไร?...พอจะนึกออกหรือไม่?”
“ตรงนี้...ใช้ไม่ได้...อึ๊ก!!”
“อะ...อือ~~”)
“ตรงนี้...ใช้ไม่ได้...ดิฉันมิเข้าใจความหมายของประโยคนี้เลยเจ้าค่ะ”
“แต่มันต้องมีความหมายซ่อนอยู่เป็นแน่เสียดายที่พวกเขาหมดสติหลับไปเสียก่อน...เหล้าพยัคฆ์เดือดของนางพญาเสือช่างร้ายกาจสมคำร่ำลือ”
“ถ้าหลับสนิทคุณหนูก็สามารถสะกดจิตซ้ำแลไต่ถามอีกครั้ง”
“มิได้เพราะมันต้องใช้เวลากับสมาธิอีกอย่างใครมาเห็นจะเป็นเรื่องใหญ่”
“อืม--...แต่ก็มิสูญเปล่าซะทีเดียวนะเจ้าคะเพราะเราสามารถตัดห้าคนนี่ออกไปได้แล้ว”
“หากความคิดของเราถูก...จิ๋ว แวงใหญ่ก็คือผู้ต้องสงสัยแลบางทีที่เขามักจะเดินไปรอบๆตึกนั่นก็อาจเพราะ...”
(คิดวางแผนหาลู่ทางเพื่อฆ่าคุณดวงตาโดยให้ดูเหมือนว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุหรือ?)
“เราจะต้องรู้ความจริงให้ได้แลผู้ที่สามารถไขข้อข้องใจนี่ก็คือเจ้าเสี่ยคำลือนั่นเอง”
“เมื่อไหร่เจ้าคะ?”
“รอให้พลังจิตของเราฟื้นคืนมาเสียก่อน...กลางดึกคืนวันที่ 1 มกราคม 2549 ถือเป็นวันเวลาที่เหมาะสม”
...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 05, 2017, 08:16:41 pm โดย kaithai »

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ