Kat Sidestory 4 adslman

Kat Sidestory 4 adslman

  • 0 ตอบ
  • 6455 อ่าน
*

ออฟไลน์ ~De[@]tH_[N]oTe~

  • Junior Member
  • ***
  • 393
  • 611
  • ลอยไปตามสายลม
    • ดูรายละเอียด
Kat Sidestory 4 adslman
« เมื่อ: มกราคม 08, 2015, 09:22:10 pm »
Kat Sidestory 4 “สุดแค้นแสนรักแต่จะไม่สูญเสีย!!!”

“หายากจริงๆที่พี่แคทจะอนุญาตให้เรามาดูหนังกันแค่สองคน”
“ไม่...ไม่ใช่”
“?”
“เค้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ๊จะยอมปล่อยให้พวกเราไปดูหนังกันตามลำพัง”
“ถ้าอย่างงั้น...พี่แคทก็อาจจะสะกดรอยตามพวกเรามาแล้วน่ะสิ?”
“ป่านนี้น่าจะแอบซุ่มดูอยู่ที่ไหนสักแห่งเรียบร้อยละ!!”
...สมกับเป็นฝนที่สามารถอ่านแผนการของฉันออกอย่างทะลุปรุโปร่งแต่ก็อย่าหวังเลยว่าจะเสียกำลังใจง่ายๆเพราะเมื่อคืนฉันเพิ่งได้กำลังใจที่ดีเยี่ยมมาจาก “ลูกสาว” สุดที่รักและคำพูดประโยคสุดท้ายของหนูน้อยก็ยังดังกังวานอยู่ในโสตประสาทส่วนลึก...
(“ลูกรีย์จ๋า!!...แม่มาหาลูกแล้ว...ออกมาหาแม่หน่อยสิ!!!”
“..............................................”
“แม่มีเรื่องอยากจะพูดกับลูกนะจ๊ะ...ออกมาเถอะ~~”
“..............................................”
“...หนูโกรธแม่จริงๆเหรอ?...โกรธที่แม่พูดใส่หน้าพ่อเขาแบบนั้น...นี่ลูกคงจะไม่ยกโทษให้แม่อีกแล้วใช่ไหม?”
“ทำไมหนูจะต้องโกรธคุณแม่ด้วยล่ะคะ?”
“!?”
“เพราะนั่นเป็นเหตุผลของคุณแม่ที่ไม่มีใครจะโต้แย้งได้”
“.............................................”
“และที่เราไม่ได้พบกันเสียทีนั่นก็เพราะคุณแม่ตั้งใจมากจนเกินไปนะคะ...ทำใจให้สบายอย่าคิดมากหรือกังวลเกินไป”
“.............................................”
“มี...อะไรหรือคะทำไมคุณแม่ถึงไม่พูด?”
“.............................................”
“คุณแม่...อ๊ะ!?”
“ได้แล้ว~~...แม่ได้กอดลูกแล้ว!!!...แม่...ในที่สุดแม่ก็ได้พบกับลูกซะที!!!!”
...ฉันต้องอดใจรอให้ลูกสาวสุดที่รักเดินเข้ามาหาเพราะกลัวว่าถ้าเป็นฝ่ายเดินเข้าไปเองแล้วหนูน้อยอาจจะหนีหายไปซะ...คิดว่ามันทรมานมากขนาดไหนล่ะทั้งๆที่แรกพบหน้าฉันก็อยากโผไปกอดเด็กหญิงผมยาวนัยน์ตาเย็นชาแทบใจจะขาด!!!!...
“คุณแม่...ร้องให้หรือคะ?”
“ฮือๆ...ลูกรีย์รู้มั้ยว่าแม่ทุกข์ทรมานใจแค่ไหนน่ะ?”
“...ปกติคุณแม่เป็นคนเข้มแข็งมาก”
“แต่เวลานี้...เวลานี้แม่กลัวที่สุดว่าจะไม่ได้พบลูกอีก”
(อ่อนแอจนน่าหัวเราะเสียจริงสุรีย์พรรณ!!!...นี่เราปล่อยโฮร้องให้สะอึกสะอื้นต่อหน้าลูกสาวอย่างไม่อายเลยนะ!?)
“ถ้าคุณพ่อได้รู้ล่ะก็...ฮิ...”
“ลูกจะบอกเหรอ?”
“แต่ไม่ดีกว่าค่ะ...เอาไว้เป็นความลับระหว่างสองแม่ลูกและหนูก็ไม่อยากจะพบกับคุณพ่อเวลานี้หรอก”
“ทำไมล่ะจ๊ะ?”
“เพราะยังไม่ถึงเวลาไงคะ”
“............................................”
“โธ่คุณแม่~~...น้ำตาไหลเต็มแก้มหมดแล้วค่ะ”
...กลับกลายเป็นว่าลูกสาวต้องเป็นฝ่ายปลอบโยนฉัน...ที่ผ่านมาฉันอาจดูเป็นคนเข้มแข็งในสายตาผู้อื่นแต่เมื่อได้รู้ว่าอนาคตตัวเองจะมีลูก(อย่างแน่นอน)ทัศนคติก็เริ่มเปลี่ยนไป...ไม่อาจปฏิเสธได้อีกแล้วว่าในจิตใจของฉันก็มีความอ่อนแอและหวาดกลัวเหมือนกันซึ่งมันได้แสดงออกมาเมื่อสักครู่นี้...
“มะ...แม่นี่น่าอายชะมัด~~...ร้องห่มร้องให้เป็นเด็กๆต่อหน้าลูกสาวซะได้”
“ไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยสักนิดเดียวค่ะเพราะหนูต่างหากที่ต้องขอบพระคุณคุณแม่”
“?”
“ทั้งๆที่เราเพิ่งพบกันเพียงครั้งเดียวแต่คุณแม่ก็มอบความรักและเป็นห่วงเป็นใยหนูมาก”
“นั่นเพราะหนูคือลูกของแม่ไงจ๊ะ”
(ไม่ว่าจะมองยังไงลูกรีย์ก็คล้ายเราในวัยเด็กมากเหลือเกิน...มากจนรู้สึกประหลาดใจทีเดียวซึ่งแม้กระทั่งกลิ่นของเส้นผมก็ยังเป็นกลิ่นของดอกราตรีเหมือนกับเรา)
“คุณแม่คะ”
“จ๊ะ?”
“หนูอยากเดินเล่น”
“จ้ะ...แม่จะอุ้มหนูเอง”
“ตัวหนูหนักนะคะ”
“เด็กแปดขวบคงจะไม่หนักไปกว่าตานั่นหรอก”
“ฮะๆๆ”
“มาจ้ะ”
“จูงมือหนูดีกว่าค่ะ...กลัวคุณแม่จะเจ็บแขน”
(อุ๊ก!!...ได้ยินแล้วน้ำตาก็พาลจะไหลด้วยความตื้นตันอีก)
“แต่ก่อนอื่นหนูอยากให้คุณแม่สวมสิ่งนี้”
“นี่...ดวงอาทิตย์สีทองที่แม่ให้ลูก?”
“ช่วยใส่ให้หนูดูหน่อยสิคะ...คุณแม่จะต้องสวยเจิดจรัสมากแน่ๆเลย”
“ได้...ได้สิจ๊ะ”
...แม้ในใจนั้นจะอยากรู้เหตุผลอยู่บ้างแต่หากเป็นคำขอร้องของลูกสาวสุดที่รักก็ไม่มีเหตุผลจะต้องปฏิเสธด้วยประการทั้งปวง...ฉันลงนั่งคุกเข่าก้มหัวนิดหนึ่งเพื่อให้ลูกรีย์สวมสร้อยก่อนจะลุกยืนและก้าวเท้าออกเดินโดยกุมมือน้อยๆที่แสนจะอบอุ่นไปด้วย...)
“ช่วงเวลานั้นช่างมีความสุขจริงๆ...ทั้งที่เราไม่มั่นใจว่าจะได้เจอลูกแต่ก็...ฮิๆๆ...หืม?”
“อะไรวะน่ะ?...แต่งตัวแบบนั้น”
“ถ่ายหนังหรือ?”
“สวมหมวกใส่แว่นดำมีผ้าคาดปาก...จะมาขโมยของหรือเปล่า?”
“ไปตามรปภ.ดีกว่ามั้ง?...ดูท่าทางไม่น่าไว้ใจเลย”
(ตกเป็นเป้าสายตาคนอื่นซะงั้น!?...แย่จริง!!...เราก็ปกปิดหน้าตามิดชิดดีแล้วไหงถึง...)
“อีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะรีบเข้าไปทำไมเล่า?”
“งั้นไปหาอะไรกินกันก่อนนะตัวเอง”
“ก็ดี”
...เห็นทีว่าจะดักอยู่ด้านหน้าโรงหนังไม่ได้ตลอด...เราคงต้องซื้อตั๋วเข้าไปดูด้วยทั้งๆที่เกลียดเสียงดังอึกทึกที่สุด...เอ๊ะนั่น?...
(น้องม่อน!!...ธะ...เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย?)
“?”
(โธ่!!...เห็นเราจนได้สิน่า~~)
“ท่านพี่...สุรีย์พรรณ?”
(มะ...ไม่ได้การ...โอ๊ะ!!!)
“บังเอิญจังเลยเจ้าค่ะ”
“คุณ...จะ...จำคนผิดแล้ว”
(พยายามดัดเสียง)
“น้องน่ะหรือเจ้าคะจะจำหญิงสาวผู้เลอโฉมอย่างท่านพี่สุรีย์พรรณผิด?”
(สวมกอดทางด้านหลังแบบนี้เราก็หนีไม่ได้น่ะสิ)
“.................................................”
“เหตุใดจึงแต่งกายเช่นนี้เจ้าคะ?”
“คือ...คือพี่มีความจำเป็น...เอ๊ย!!...ไม่ใช่ๆ...”
(ไม่ไหว~~...ความแตกจนได้)
“...พี่ตามฝนมาแต่ไม่ใช่มาด้วยกันหรอกนะ”
“หากเป็นน้องนางหยาดฝน...เมื่อสักครู่น้องเห็นเธออยู่กับเอกคเชนทร์”
“ม่อนคงจะรู้เหตุผลของพี่แล้วใช่ไหม?”
“...ก็พอจะเดาได้เจ้าค่ะ”
“ว่าแต่ที่ม่อนบอกว่าเห็นฝนกับบอลงั้นก็หมายความว่า...”
“เปล่าเจ้าค่ะ...น้องมิได้พบหรือพูดคุยกับเอกคเชนทร์”
“พี่ไม่ไว้ใจสองคนนั่นก็เลยแอบตามมาดู”
“ทว่าการแต่งกายของท่านพี่สุรีย์พรรณออกจะสะดุดตาเกินไป”
“ไม่นะ...นี่ล่ะมิดชิดจนใครๆก็มองไม่ออก”
“.....................................................”
“นอกจากน้องม่อน”
...ฉันไม่คิดว่ามันจะสะดุดตาเลยนะเพราะอุตส่าห์รวบผมมัดแล้วใส่หมวกแก๊ปสวมแว่นดำส่วนผ้าคาดปากรึก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนสักนิด!?...อากาศเย็นแบบนี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติสามัญนี่นาแต่ดูเหมือนน้องม่อนจะไม่คิดเช่นนั้นเนื่องจากเธอขออาสาเป็นคนจับตาดูฝนกับบอลแทนโดยให้เหตุผลว่าเวลานี้ฉันตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นง่ายไป...
(พูดตามจริงม่อนยังแต่งตัวแปลกเรากว่าซะอีกเพราะไม่ว่าจะใส่ชุดอะไรเธอต้องมีผ้าคลุมสีขาวไข่มุกอยู่ด้านหลังด้วยเสมอ)
“แต่ปกติม่อนไม่ชอบเข้าโรงหนังเลยนี่?”
“วันนี้พิเศษเจ้าค่ะ”
“?”
“เพราะม่อนมาเดท”
“เดท!!!...มะ...หมายความว่าน้องเริ่มจะ...”
“ซื้อตั๋วมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู...เอ๊ะคุณ?”
“ท่านพี่สุรีย์พรรณอย่างไรเล่า”
“อะอ๋อ!!...เพราะแต่งกายเช่นนี้ดิฉันเลยจำมิได้”
“ที่แท้ก็มา...มาเดทกับคุณไหม...แหม!!...พี่ก็นึกว่าน้องม่อนกำลังคบกับชายหนุ่มที่ไหนซะอีก?”
“หากเป็นดังนั้นท่านพี่มิยอมอยู่เฉยแน่เจ้าค่ะ”
“...นั่นสินะ”
“คุณหนู...ใกล้จะได้เวลาแล้วเจ้าค่ะ”
“ยกให้เป็นหน้าที่ของม่อนเถิด...ม่อนจะคอยจับตามองอย่างมิให้คลาดสายตา”
“?”
“ไม่รบกวนเวลาของน้องใช่ไหม?”
“เจ้าค่ะ”
“งั้นพี่ขอฝากด้วย...ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นรีบติดต่อพี่ทันทีเลยนะ”
“จับตามองอะไรหรือเจ้าคะ?”
“เดี๋ยวเราจะบอกภายหลัง...ไปเถิด”
...ในเมื่อน้องม่อนขันอาสาจะช่วยฉันก็ไม่อยากขัดศรัทธา...ดีเหมือนกัน...ถ้าเป็นญาติผู้น้องคนนี้ล่ะก็ไว้ใจได้อย่างแน่นอนงั้นฉันไปรอในรถก่อนจะดีกว่า...หือ?...
(พนักงานห้างมีอะไรกับเราถึงมายืนขวาง!?)
“ช่วยมาด้วยกันหน่อยสิน้อง”
“ทำไมฉันจะต้องไป?”
“เอาเถอะน่า--...มาด้วยกัน!!”
“ไม่!!...ฉันไปทำอะไร?”
“มีคนแจ้งว่าน้องทำตัวมีพิรุธน่าสงสัย”
“พูดบ้าๆ!!!...นี่จะกล่าวหาฉันเป็นขโมยงั้นรึ?”
“เอาเป็นว่าถอดแว่นกับผ้าคาด...โอ๊ย!!!”
“อย่ามาแตะต้องตัวฉันถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
“หนอย~~...เฮ่ย!!...มาช่วยจับไอ้หมอนี่ที”
“ชิ!”
“หวา~~...อะไรกันๆ”
“หลีกไป!!”
“ว้าย!?”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะโว้ย!!!!”
“พบคนท่าทางน่าสงสัยเดินลับๆล่อๆอยู่ใกล้ทางเข้าโรงหนังครับ!!”
“แล้วจะมัวช้าอยู่ทำไมเล่า?...ไปตามคนมาเพิ่มเซ่!!!”
“ไม่มีอะไรนะครับไม่มีอะไร...เหตุการณ์ปกติ”
...จู่ๆก็มาวิ่งไล่จับชาวบ้านชาวช่องนี่น่ะเรอะเหตุการณ์ปกติและฉันจำไม่ได้เลยว่าเคยไปก่อเหตุอะไรไว้ในห้างแห่งนี้ซึ่งเหตุผลที่ต้องวิ่งหนีก็เพราะไม่อยากให้ฝนกับบอลรู้ในกรณีที่พวกเขายังไม่ได้เข้าไปในโรงหนัง...
(ไม่เคยก่อเหตุ...ไม่นะๆ...ปีที่แล้วเราเคยชกผู้ชายปากสุนัขจนฟันหลุดร่วงแต่นั่นเพราะถูกก่อกวน...โธ่เอ๊ย!!!)
“หยุด!...บอกให้หยุดไง!!!”
“ฉันไม่ใช่โจรขโมยสักหน่อย!!!...มาตามจับฉันทำไม?”
“คนร้ายวิ่งไปทางด้านหลังแล้ว!!!!”
(คนร้าย...เราน่ะเหรอคนร้าย?...บ้าบอสิ้นดี!!!)
“หมดทางหนีแล้วล่ะไอ้น้อง”
“ไอ้น้องบ้านแกสิ!”
“โอ๊ย!!”
“ผะ...ผู้หญิงนี่!?”
(หมวกแก๊ปหลุดไปตอนจังหวะที่เราหันไปถีบหนึ่งในพนักงานห้างที่จะเข้ามาจับและเส้นผมก็สยายลงมา)
“ขืนไม่เลิกกล่าวหามั่วซั่วก็จะมาว่าฉันโหดไม่ได้...หลีกไปซะ!!...ฉันไม่อยากทำร้ายใครหรอกนะ”
“รีบไปตามกำลังเสริมมา...ร้ายนักหรือ?”
“เจ้าพวกฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง!!!...อยากเจ็บตัวกันนักใช่ไหม?”
“จับมัน!!”
“อ๊าก!!!”
“เฮ่ย!?”
“อีนี่~~...หมัดหนักฉิบหา-”
“ใครอยากลองดีเชิญเข้ามาเลย!!!”
(แค่จะตามมาดูน้องสาวเท่านั้นแล้วตั้งแต่เข้ามาในห้างบ้าๆนี่เรายังไม่ได้ไปแตะข้าวของอะไรเลยแม้แต่ชิ้นเดียวแต่กลับหาว่าเป็นขโมยและพาพวกจะมากลุ้มรุมจับตัว...ชักจะโมโหขึ้นมาแล้ว...กล่าวหาเลื่อนลอยแบบนี้เห็นทีจะต้องสั่งสอนกันเสียบ้าง!!!!)
...

“นางเป็นแม่ที่ดีนะ...ยอมสละพระอาทิตย์สีทองเพื่อให้ลูกได้กินน้ำเพียงกึ่งกระบอก...ไม่เลว!!...ไม่เลวทีเดียว”
“เจ้าที่อยู่ในร่างหญิงชราก็ไม่เลวเช่นกัน...อชินีสุราลัย”
“ฮึ!!...นั่นเพราะเจ้าขอให้ข้าทำไม่ใช่หรืออย่างไรสุริยนนุจรินทร์?...เป็นอุบายของตัวเจ้าเอง”
(“มีอะไรเหรอจ๊ะ?”
“...กระบอกน้ำของคุณยายตรงนั้น...ท่าทางจะมีน้ำเย็นๆใส่อยู่”
“หืม?”
“คุณแม่...หนูหิวน้ำ”
“หิวน้ำเหรอลูก?...เดี๋ยวแม่ไปหามาให้”
“เอาใบไม้มารองน้ำในลำธารก็ได้ค่ะ”
“ลำธาร?...แม่กลัวน้ำในนั้นจะไม่ค่อยสะอาดนะจ๊ะ...อือ--”
“.....................................................”
“เอาอย่างนี้...แม่จะไปขอน้ำจากคุณยายมาให้...ลูกรีย์รอตรงนี้อย่าไปไหนล่ะ”
“ค่ะ”
“ยายคะ...หนูอยากจะขอน้ำไปให้ลูกสาวดื่มได้ไหมคะ?”
“ลูกสาว...ของเจ้างั้นรึ?”
“เด็กผู้หญิงน่ารักตรงนั้นไงคะลูกสาวของหนู”
“ดูท่า...เจ้าจะรักลูกมากทีเดียว?”
“รักค่ะ...รักมากที่สุด...รักยิ่งกว่าชีวิตตัวเองซะอีก”
“พูดได้ดี!!...หึๆๆๆ...เห็นแก่ที่เจ้าทำเพื่อลูกข้าจะให้กระบอกน้ำนี้กับเจ้าแต่...”
“แต่อะไรหรือคะ?”
“เจ้ามีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยน?”
“คือ...ตอนนี้หนูไม่มี...”
“ก็มีอยู่ไม่ใช่เรอะ?...เหรียญทองที่คอของเจ้านั่นไงเล่า!!”
“ตะ...แต่ว่า...”
“ทำไม?...นั่นเป็นของสำคัญมากสินะ?”
“...................................................”
“หากเจ้ามอบเหรียญทองนั้นมาให้ข้าๆก็จะมอบกระบอกน้ำเพื่อที่เจ้าจะได้เอาไปให้ลูกสาวดื่ม”
“...................................................”
“...................................................”
“แม้น้ำในกระบอกจะมีแค่ครึ่งเดียวก็คงพอช่วยดับกระหายให้ลูกสาวของเจ้าได้...ว่าอย่างไร?”
“ถ้า...”
“หือ?”
“...................................................”
“เพื่อ...ถ้าเพื่อลูกสาวผู้เป็นดังแก้วตาดวงใจแล้ว...ไม่ว่าอะไรหนูก็สละให้ได้ค่ะ”
“!?”
“...ทั้งที่เหรียญทองอันนี้เป็นของสำคัญของเจ้าน่ะหรือ?”
“แต่มันไม่สำคัญหรือมีค่าเท่ากับลูกรีย์ของหนูหรอกค่ะ...ไม่เลยสักนิด...ต่อให้มีเป็นร้อยเป็นพันเหรียญก็เทียบกับลูกสาวสุดที่รักของหนูไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยว!!!”
“...................................................”
“...................................................”
“ตามสัญญา...เจ้าเอากระบอกน้ำนี่ไปให้ลูกเถอะ...ยินดีด้วย”
“ยินดี?”
“หึๆ...ข้าไปล่ะ...ไม่อยากอยู่รบกวนความสุขของสองแม่ลูกอีกแล้ว”
“?”
“คุณยาย...เอาเหรียญของคุณแม่ไปเหรอ?...เพราะหนูแท้ๆคุณแม่จึงต้องสูญเสียพระอาทิตย์สีทองนั่นไป”
“ไม่ๆ...ลูกรีย์อย่าพูดแบบนี้อีกนะ...สำหรับแม่ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับที่ลูกจะได้ดื่มน้ำแก้กระหายเลย...อ่ะ!...รีบดื่มสิจ๊ะ”
“งั้นคุณแม่ก็ดื่มด้วย”
“ไม่เป็นไรจ้ะ...ลูกดื่มให้หมดเถอะแม่ไม่หิว”)
“ทีนี้เจ้าก็คงจะได้รู้แล้วนะว่ามนุษย์คืออะไร?”
“ก็จากแม่ของเจ้านั่นแหละ...ครั้งนี้ข้าได้รู้กับเข้าใจดีขึ้นมากทีเดียว”
“อย่างไรบ้าง?”
“มนุษย์นั้นคือ...ความไม่แน่นอนและมีทั้งดีชั่วปะปนแต่แม่ของเจ้าก็ได้พิสูจน์ให้ข้าเห็นว่านางมีคุณสมบัติเพียงพอ...สุริยนนุจรินทร์เอ๋ย~~...เจ้าจงเฝ้ารอคอยถึงวันที่จะได้ใช้ชื่อสุพรรณรีย์อย่างมีความสุขเถิด”
“ทว่ากว่าจะถึงวันนั้นยังมีอุปสรรคอีกมากนักแต่เรากับวสันตะนุจรินทร์ไม่มีทางนิ่งนอนใจอย่างแน่นอนส่วนเจ้าจะมาช่วยไหม?”
“ข้าไม่ทำอะไรทั้งนั้นเพราะถ้าไปยุ่งด้วยก็จะมากความมากเรื่องกันซะเปล่าๆ”
“..............................................”
“สุริยนนุจรินทร์...ดูแม่ของเจ้า”
“!?”
“ฮะๆ...นี่ก็คงเป็นอีกประการหนึ่งที่ข้ารู้สึกชื่นชมแม่ของเจ้านะ”
...

“ข้างในเกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“เขากำลังตามจับคนร้าย”
“คนร้าย!?”
“แต่ไม่ง่ายน่ะสิ”
“ทำไมล่ะคะ?”
“เพราะพนักงานและเจ้าหน้าที่รปภ.โดนทำร้ายไปหลายคนเลยล่ะ...ตอนนี้ตำรวจกำลังมาที่นี่เพื่อตามจับคนร้ายแล้ว”
“มีกี่คนหรือ?”
“คนเดียว”
“หา!?...มีแค่คนเดียวแต่ไม่มีปัญญาจับได้เรอะเนี่ย?”
...ไม่มีปัญญาจับได้หรอกเพราะฉันหนีออกมาที่ลานจอดรถด้านหลังเรียบร้อยและโชคดีที่เอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนด้วย...ฉันจะยอมแพ้ไม่ได้และไม่มีทางยอมรับข้อกล่าวหาที่ตัวเองไม่ได้ก่อแน่นอน!!...
(ลูกรีย์ช่วยเป็นกำลังใจให้แม่ด้วย~~...หนูจะต้องรู้ดีแน่ว่าแม่ไม่ใช่คนร้าย)
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนร้ายจะเป็นผู้หญิงแถมหน้าตาดีซะด้วย...นั่นไงเธออยู่ตรงนั้น!!!!”
“ตามไป!!!”
“อ้าว!?...หายไปไหนวะ?...แป๊บเดียวเอง”
“ช่วยกันหาให้ทั่วส่วนมึงไปดูพวกที่เจ็บซิ!!”
“ครับ”
(ดีล่ะ!!...อาศัยโอกาสนี้รีบเปลี่ยนชุดกับขับรถออกไปเลย...อื๋อ?)
“พอแค่นั้นแหละ”
“ยังจะ...ขวางกันอีกเรอะ?”
“โอ๊ะ!?”
“ชอบแส่หาเรื่องเจ็บตัวกันนัก!!!”
“ดะ...เดี๋ยวก่อน~~”
“ฮึ่ม!!”
(ผู้ชายคนนี้ปฏิกิริยาไม่เลวทีเดียวหลบหมัดกับเท้าของเราได้หมด...งั้นต้องเอาจริงขึ้นมาสักหน่อยละ!!!)
“คุณหนูแคทใจเย็นก่อนสิครับ!”
“หือ?”
“มองให้ดีๆว่าผมเป็นใคร”
“ผู้หมวดทิม!?...คุณเองหรือตำรวจที่จะมาจับฉัน?”
“อ่า--...มันเป็นความซวยของผมน่ะ...ทั้งที่ผมมาซื้อของแท้ๆแต่เผอิญใส่เสื้อยืดตราตำรวจเลยถูกขอร้องให้ช่วยตามจับคนร้าย...นี่ไม่นึกเลยนะเนี่ยว่าจะเป็นคุณหนูแคท?”
“...ฉันแค่ตามน้องสาวมาแต่กลับถูกกล่าวหาเป็นขโมย”
“ตามคุณหนูฝนมาแล้วทำไมต้องแต่งตัวลึกลับแบบนี้ด้วยครับ?...ใส่แว่นดำสวมหน้ากากปิดปากเดินไปมาในห้างก็ต้องถูกสงสัยเป็นธรรมดาเพราะมันส่อมีเจตนาไม่ปกติ”
“ไม่แต่งแบบนี้ก็ถูกจับได้สิคะ”
“แต่มันเกินไปหน่อยครับ...นี่ถ้าท่านวงศ์ศักดิ์รู้เข้าล่ะดูไม่จืด”
“เกี่ยวอะไรกับคุณพ่อของฉันคะ?”
“อุ!!...อารมณ์บูดแฮะ”
“...ฉันจะไปล่ะ”
“เดี๋ยวๆ”
“อะไรอีก?...อย่าบอกว่าคุณจะจับฉันไปโรงพัก?”
“ใช่”
“คุณ!!!”
“ฟังผมอธิบายก่อนซี่~~”
“....................................................”
“ในห้างมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ทั่ว...ต่อให้คุณหนูแคทมีชุดมาเปลี่ยนหรือรีบขับรถหนีออกไปสุดท้ายก็ต้องถูกตามจับภายหลังเพราะภาพในกล้องจะบันทึกไว้”
“...แล้วไงคะ?”
“พนักงานห้างก็ต้องส่งภาพกับหลักฐานให้ตำรวจอยู่ดีน่ะสิครับ”
“งั้นฉันต้องทำยังไง?”
“ยอมให้ผมจับตรงนี้แล้วค่อยไปหารือกันอีกทีที่สถานีตำรวจ”
“บ้าหรือไงกัน?...รู้ถึงไหนอับอายไปถึงนั้น!!!!”
(จู่ๆเราจะต้องมาเสียประวัติด้วยเรื่องบ้าๆบอๆแถมยังเป็นลูกสาวนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แต่ดันมาโดนจับใส่กุญแจมือซะเองรึ?)
“แต่คุณหนูแคทจะหนีไปเฉยๆไม่ได้เพราะพยานรู้เห็นมีมากและก็...มีคนที่โดนทำร้ายด้วย”
“ขวางฉันไม่ได้หรอกและเจ้าพวกที่เจ็บตัวนั่นก็สมควรแล้ว!!!”
“ช่วยมอง...ตรงนั้นก่อนนะครับ”
(กล้องวงจรปิด!?)
“อีกไม่นานรปภ.ห้างก็จะมาที่นี่และเรื่องราวอาจบานปลายใหญ่โต...คุณหนูแคทควรทำตามวิธีที่ผมแนะนำดีกว่า”
“..................................................”
“ผมรู้ดีว่าคุณหนูไม่ใช่ขโมยและจะพยายามช่วยเหลือเต็มที่แน่นอน”
“บะ...บ้าที่สุดเลย!!...ฉันต้องถูกจับเพราะโดนใส่ความ”
“..................................................”
“ฮึ๊ย~~...ตกลง!...ฉันยอมแพ้”
“ช่วยยกแขนขึ้นด้วยครับ”
“ฮึ!!”
“นั่นไงๆๆ”
“ไม่ต้องห่วง...ผมจับตัวได้แล้วล่ะ”
“โอ!!!...ขอบพระคุณมากเลยครับ”
“งั้นผมขอพาตัวสาวแสบนี่ไปโรงพักก่อนนะครับ”
“อืม--...หน้าตาก็สะสวยแท้ๆไม่น่าทำตัวเป็นโจรเล้ย!!”
“โจรบ้านแกสิ!!!...คอยดูนะ--...ฉันจะแจ้งกลับไอ้พวกพนักงานห้างเฮงซวยข้อหาหมิ่นประมาทซะให้หมดทุกคนเลยส่วนแกก็จะโดนฉันกระทืบด้วย...จำไว้ให้ดี!!!!”
“ไปๆๆ...หยุดซ่าได้แล้วน้องสาว”
“ปล่อย!!!...อย่ามาแตะตัวฉัน~~”
...มันกลายเป็นอย่างนี้ไปได้ยังไง?...เริ่มต้นจากการสะกดรอยตามฝนกับบอลแต่สุดท้ายดันลงเอยด้วยการถูกจับใส่กุญแจมือโดนลากขึ้นรถไปสถานีตำรวจ...วันนี้กลายเป็นคราวเคราะห์หามยามซวยของฉันไปซะอย่างงั้น...
(รู้งี้ไม่น่าออกอุบายปล่อยให้สองคนนั่นไปกันเองแล้วแอบตามมาเลยให้ตายเถอะ!!!!)
“ติดต่อเซคให้มาเคลียร์ดีกว่านะ”
“แต่ฉัน...”
“เรื่องจะได้จบเร็วๆไงครับ”
“.....................................................”
...

“อึ๊!...กึ๊!!...ฮะ”
“.....................................................”
“อุ๊กๆๆ...เอิ๊บ~~”
“พี่เซค...”
“วะ...ว๊าก!!!...ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“มันตลกตรงไหนไม่ทราบคะ?”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ...คิกๆๆๆๆ...อุ๊บ!!...ท้องฉัน~~...อ๊อกๆๆ”
“หนอย!!!”
“ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าบุตรสาวคนโตของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่กลับโดนจับกุมในข้อหาทำร้ายร่างกาย!?”
“คุณหนูใหญ่กับหมวดทิมพอได้แล้วมั้งครับ?...คุณหนูแคทน่ะ”
“อุ!...ระ...ระวังแก่เร็ว...ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“พี่เซคคะ!!!”
“อ้า!!...ขอโทษๆๆ...แต่มันก็อดขำไม่ได้นี่”
“...ฉันไม่น่าเชื่อผู้หมวดเลยจริงๆ”
“เป็นงั้นไป?”
“เฮ่--...เรียกให้พี่มาช่วยเคลียร์น่ะถูกต้องที่สุดจ้า!!”
“จริงครับ...ผมจะได้เรียนให้ท่านวงศ์ศักดิ์ทราบว่าตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรน่าหนักใจแล้ว”
“อย่าลืมเรียนให้คุณตาทราบด้วยนะคะ”
“แน่นอนครับ!!!...นี่ยังเสียวสันหลังไม่หายเลยตอนที่ท่านโทรกลับมาสอบถาม...ผมไม่เคยได้ยินท่านเอกบดินทร์พูดด้วยน้ำเสียงที่ฉุนเฉียวมากขนาดนี้มาก่อน”
(“กล้าดียังไงมาจับหลานสาวข้า?...เจ้าแคทน่ะเรอะเป็นขโมย?...ข้าเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนป้อนข้าวป้อนนมมากับมือตัวเองนะ!!!”
“ใจเย็นๆก่อนครับท่าน~~...มันเป็นแค่การเข้าใจผิดเท่านั้นและคุณหนูแคทจะได้รับการปล่อยตัวในอีกไม่นาน”
“หนึ่งชั่วโมง!!!...เจ้าแคทต้องถูกปล่อยตัวภายในหนึ่งชั่วโมงไม่อย่างงั้นข้าจะลงไปจัดการเอง!!!!”)
“ถ้าท่านเอกบดินทร์ทำอย่างที่พูดป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ส่วนท่านวงศ์ศักดิ์ให้ทางเราสืบสวนไปตามพยานแวดล้อมแต่ก็เชื่อมั่นลึกๆแหละครับว่าบุตรสาวของท่านไม่ใช่ขโมยแน่”
“ไม่ต้องถึงมือคุณตาหรอกค่ะแค่ดิฉันก็พอ...แคท?”
“หนู...กลับได้หรือยัง?”
“รออีกเดี๋ยวนะครับ...ทางห้างกำลังส่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลมาที่นี่...เขาคงมีเรื่องจะเคลียร์กับคุณหนูแคทด้วย”
“เรื่องค่าเสียหายกับค่ารักษาพยาบาลพี่จะรับผิดชอบทุกอย่างเองแต่แคทก็มีส่วนผิดเหมือนกัน”
“?”
“เพราะแต่งตัวแบบ...นี้...อึ๊!!”
“พี่เซค!!”
“ขะ...ขอโทษๆ...คือสวมหมวกแก๊ปยังพอว่าแต่นี่เล่นใส่แว่นดำกับผ้าคาดปาก...มันต้องเป็นที่น่าจับตามองอยู่แล้วนี่?”
“ทางห้างก็จึงมีสิทธิ์จะตรวจสอบเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาและความปลอดภัยของลูกค้าเช่นเดียวกัน”
“ใช่ครับ...ท่านสารวัตรพูดถูก”
“.................................................”
“เอ้าๆๆ...คลี่คลายลงไปได้เยอะละ!!...แคทอย่าทำหน้าบึ้งแบบนั้นสิจ๊ะ...ตอนแรกที่พี่รู้ก็ตกใจมากเลยนา--”
“แต่เมื่อกี้ปล่อยก๊ากยกใหญ่เลย?”
“ไอ้ทิม~~...เพราะฉันโล่งใจถึงหัวเราะออกได้นะยะยังจะมาขัดคอ!!!”
“ยังไงก็แล้วแต่...อย่าบอกน้องม่อนนะคะ”
“ก็เจอกันที่โรงหนังนี่นา...ทำไมล่ะ?”
“ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีที่สมควรบอกค่ะและหนูก็จะไม่ให้ฝนกับ...บอลรู้ด้วยส่วนคุณพ่อคุณแม่นั้นรับทราบแล้ว”
“งั้นแคทโทรไปหาคุณตาด้วยสิท่านจะได้สบายใจซะที”
“...ค่ะ”
...

(เสียเวลาไปเปล่าๆเกือบสี่ชั่วโมง...แย่จริงๆ...ก่อนอื่นต้องโทรกลับหาน้องม่อน)
“......................................................”
“เจ้าคะ?”
“เป็นยังไงบ้าง?”
“พวกเขาดูหนังเสร็จก็กลับบ้านทันทีเจ้าค่ะ”
“ไปนานหรือยัง?”
“ประมาณ...ชั่วโมงครึ่งเจ้าค่ะ”
“ขอบ...ขอบใจมากนะจ๊ะ”
...ชั่วโมงครึ่งหรือ?...หากบอลขี่รถเร็วสักหน่อยก็จะใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหรอกและเวลาที่เหลืออยู่ก็เพียงพอที่จะ...
“ฮึ่ม~~...พลาด!!...ครั้งนี้ฉันผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง!!!!”
“เฮ่ยๆๆ...จะรีบไปตายหรือไงวะ?”
“หนวกหู!!...ฉันไม่มีเวลามาเสียกับใครแล้ว”
(ออกนอกเมืองได้ก็สบายล่ะ...เหยียบให้เกินร้อยยี่สิบไปเลย!!!)
“.....................................................”
“.....................................................”
“ไฟเหลือง...ไม่สน!!!...ฉันจะไม่ผ่อนคันเร่งเด็ดขาด!!!!”
(ปื๊นๆๆๆ)
“บีบแตรหาพระแสงอะไรห๊ะ?...ยังอยู่ไกลไหนมิไกล!!...โค้งเหรอ?”
(ไม่!!...เราไม่เบรค!!!)
“อึ๊ยยยยยยย~~...ฮึ!!!”
(เมื่อกี้เกือบเอารถไม่อยู่เพราะแรงเหวี่ยงแต่อย่างน้อยเราก็พอจะลอกเลียนวิธีเข้าโค้งแบบมืออาชีพของพี่เซคมาได้!!!!...ถึง...ถึงบ้านแล้ว--)
“อะ...อื๋อ?...ล็อคจากข้างใน!?...นี่!!...เปิดประตูเดี๋ยวนี้!!!”
(อย่าบอกนะว่าเรามาช้าไปและฝนกับบอลก็กำลังทำเรื่อง “อย่างว่า” กันอยู่?...ไม่ยอม!!!...เราต้องมาทันพอที่จะทำอะไรได้บ้างซี่~~)
“หนอยแน่ะพี่บอกให้เปิดไง!!!...ไม่งั้นจะพังเข้าไปล่ะ”
“...................................................”
“จะนับหนึ่งถึงสาม...หนึ่ง...สอง...”
“หวา!!!”
“!!!”
“โอ๊ย!!...พะ...พี่ทำบ้าอะไรเนี่ย?”
“อูย~~”
“จะถีบประตูพังอีกแล้วเรอะ?”
“ยังจะมาพูด!!...พวกเธอนั่นแหละทำอะไร?”
...จังหวะที่ฉันยกเท้าจะถีบทันใดนั้นบานประตูก็พลันแยกออกและฝนที่ตกใจก็ยกหน้าแข้งขึ้นรับเท้าของฉันโดยสัญชาตญาณแล้วจากนั้นฉันก็เสียหลักล้มไปพร้อมกับน้องสาว...
“หนูน่าจะเป็นฝ่ายถามพี่มากกว่าว่าที่แอบสะกดรอยตามไปน่ะมันคืออะไร?”
“...เธอรู้จริงๆด้วย”
“เราเป็นพี่น้องกันมาตั้งกี่ปีและพี่คิดอะไรมั่งทำไมฝนจะไม่รู้แต่...หึๆ...มาช้าไปหน่อยนะคะ”
“!?”
(ฝน...นุ่งผ้าขนหนูแล้วที่หว่างขาก็มีคราบบางอย่างติดอยู่ด้วยอีกทั้งกลิ่นที่โชยออกมาเราก็...จำได้เป็นอย่างดี)
“หนูจะลงมาอาบน้ำอยู่พอดีน่ะ...แหม~~...บอลเนี่ยแรงเยอะอย่างกับสัตว์ป่าเล่นเอาหนูแทบหายใจหายคอไม่ทัน...อ๊า~~...ตั้งสองเกมส์เชียวอ่ะ!!...อึ๊ยสยิวกิ้วสุดๆ~~...ฝนเสร็จไปตั้งไม่รู้กี่ครั้งแน่ะแถมบอลยังทะลึ่งคึกจะเข้าประตูหลังด้วยแต่...”
“หยุด!!...นะ...หน้าไม่อาย!!!...น่าบัดสีที่สุด!!!!”
“หึ!!...ก็บอกไปแล้วไงคะว่าอย่างไรก็ไม่มีทางขัดขวางความรักของหนูได้และหนูจะมีลูกกับบอลทันทีที่เรียนจบ...อย่างแน่นอน!!!!”
“หา!?”
“อ้อ!!...บอลหมดแรงนอนหลับอยู่ข้างบน...พี่แคทกรุณาอย่าไปรบกวนเขาเชียวนะคะไม่งั้น...ฝน...ไม่ยอมแน่!!!!”
(พูดจบก็ถลึงตาดุใส่เรา!?...ฮึ่ม~~...จะทำตามใจตัวเองมากเกินไปแล้วนะ!!!)
“ความรักของพี่กุนกับบอลที่พี่คิดจะเอาใจช่วยนักหนาน่ะมันไปไม่รอดหรอก...เอาแค่ในรอบเจ็ดวันสองคนนั่นก็แทบจะยกหูคุยกันแทบนับครั้งได้และที่สำคัญ...”
“?”
“พี่เอง...ก็ดูจะชอบๆบอลเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?...เห็นหมู่นี้ดูอ่อนๆลงไปเยอะ”
“พูดมั่วๆ!!!”
“โอเคๆฝนไปมั่วเองแหละค่ะ...ดีเลย!!...ต่อไปนี้ฝนก็ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆคอยหาโอกาสแอบไปนอนห้องบอลอีกแล้ว...คิๆๆ”
(ฝน...น้องนี่...นักแทงข้างหลังเพื่อนตัวฉกาจจริงๆ...หืม?)
“ใคร?”
“ขอโทษครับ...คุณคือคนที่ขับรถเก๋งสีขาวหมายเลขทะเบียน...ใช่ไหมครับ?”
“...ค่ะ”
“คุณถูกแจ้งข้อหาขับรถโดยใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดครับ”
“อึ๊!!”
(อีกแล้วเหรอ?)
“โดยที่คุณใช้ความเร็วถึง 131 กม./ชม. รบกวนช่วยไปชำระค่าปรับภายในวันเวลาที่กำหนดด้วยนะครับ”
...โธ่เว้ย!!!...วันนี้มันเป็นวันโลกาวินาศอะไรถึงได้มีแต่ความซวยวิ่งเข้ามาหาฉันอย่างไม่หยุดหย่อน?...ความอดทนอดกลั้นของฉันกำลังใกล้จะถึงจุดระเบิดแล้ว!!!!...แค่นิดเดียว...อีกนิดเดียวฉันคงจะต้องออกไปฆ่าใครสักคนแน่ๆ~~...
“ใครมาน่ะฝน?...หึย!?”
“....................................................”
“พะ...พี่แคท!!!”
(ย่ามใจออกจากห้องในสภาพชีเปลือยเรอะ?...ถ้าเราพกดาบคงโมเคียวอยู่ล่ะก็จะวิ่งตามไปเฉือนไอ้ไก่น้อยนั่นทิ้งลงชักโครกซะให้รู้แล้วรู้รอด!!!...ไม่สิ!?...เราอาจจะไม่ต้องออกไปฆ่าคนข้างนอกหรอกมั้ง?...เอาในบ้านหลังนี้แหละง่ายและก็เร็วดี!!!!)
...

“พี่แคทอาบน้ำนานจังนะครับ”
“หนวกหู!!...มันเรื่องของฉัน!!!”
“ครับๆ”
“...แต่ล่ะคนทำให้ฉันหงุดหงิด...ฮึ่ม!!!”
(อาบน้ำหวังจะให้หัวเย็นลงแต่ไม่ได้ช่วยสักเท่าไหร่เลยก็วันนี้เราเจอเรื่องเฮงซวยไปกี่ครั้งล่ะ?)
“?”
(เอาดวงตะวันสีทองมาแนบกับแก้มพลางหลับตานึกถึงลูกรีย์...หนูเท่านั้นที่จะเป็นกำลังใจให้แม่ได้)
...ปกติแล้วฉันจะเอาเหรียญพระอาทิตย์แปดแฉกวางไว้บนหัวนอนเป็นประจำทว่าเช้านี้มันกลับมาอยู่ในมือของฉันอย่างน่าประหลาดใจและพอลองนึกตรึกตรองดูดีๆ...บางทีนั่นอาจจะเป็น “บททดสอบ” จากลูกสาวก็ได้!?...
น่าปลาบปลื้มยินดีที่เราตัดสินใจถูก...นี่แหละคือความนึกคิดของผู้เป็นแม่ที่ไม่มีอะไรจะสำคัญกว่าลูกตัวเองหรอก...
(“คุณแม่สมควรจะมองข้ามความเจ้าชู้ของคุณพ่อไปบ้างนะคะ”
“จะมองข้ามได้ยังไงล่ะจ๊ะ?...เขาชอบยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นไปทั่วแต่ก็ยังมาหลอกแม่อีกด้วย”
“หลอก?”
“อย่างเช่น...มักจะมาทำกิริยาเจ้าชู้หรือพูดจาสองแง่สองง่ามกับแม่น่ะสิ...หลายครั้งนี่แม่เคืองมากเลยนะ!!”
“แต่ลึกๆคุณแม่ก็ดีใจนี่คะ?”
“อึ๊ก!!”
“................................................”
“หนูพูดแบบนี้แสดงว่าก็ชอบที่...พ่อเขาเป็นอย่างนั้น”
“ค่ะ...แม้จะเจ้าชู้แต่คุณพ่อก็ใจดีและรักหนูมาก”
“ฮึ!...ตานั่นน่ะเหรอรักลูก?”
“...ดูคุณแม่จะโกรธคุณพ่อ?”
“โกรธสิ...แม่อยากตีอีตาบ้านั่นทุกเวลาที่เห็นหน้าเลย!!!”
“งั้นหนูฝากตีสักทีด้วยนะคะ”
“เอ๋?”
“เพราะบางทีหนูก็เคืองๆคุณพ่อเหมือนกัน”
“ได้สิจ๊ะ...ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง!!!”
(คำขอนี้ของลูกสาวสุดที่รักไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน)
“แต่ว่า...”
“?”
“มีอีกอย่างที่หนูอยากฝากคุณแม่ให้ช่วย”
“พูดมาเลยจ้ะลูก...แม่ยินดีทำทุกอย่าง”
“คุณแม่ได้โปรด...ปกป้องคุณพ่อให้หนูด้วยนะคะ”
“...มีใครจะทำอะไรเขาหรือ?”
“สัญญากับหนูก่อนสิคะ!!!”
“ตก...ตกลงจ้ะ...แม่ให้สัญญา”
“ดีใจจัง~~”
“ลูกรีย์!?”
...รู้สึกอบอุ่นทั้งกายและใจทุกครั้งที่ลูกสาวเข้ามากอด...ฉันอยากหยุดเวลาตรงนี้ไว้ให้นานที่สุดแต่ต่อมาก็ต้องตกตะลึงเมื่อลูกรีย์พูดว่า...
“มีผู้หญิงสองคนที่จะทำร้ายคุณพ่อจนถึงแก่ชีวิต...คุณแม่สัญญากับหนูนะคะว่าจะต้องปกป้องคุณพ่อไว้ให้ได้”
“ผู้หญิงสองคน...ใครกัน?”
“เป็นคนที่คุณแม่ก็รู้จักดีเลยค่ะ...พวกเธอคือ...”
“หืม?”
“....................................................”
“!!!!”
(อะไร...กันนี่!?...เป็น...จะเป็นไปได้ยังไง?)
“สาเหตุก็เกิดจากความเจ้าชู้ของคุณพ่ออีกนั่นแหละค่ะแต่หนูก็อยากขอร้องคุณแม่เพราะหากคุณพ่อตายไป...”
“หนูก็จะ...ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่”
“...................................................”
“ไม่!!...ไม่มีทาง!!!...แม่ไม่มีทางยอมอยางแน่นอน!!!!...หืม?...หรือว่าที่ลูกรีย์บอกให้แม่มองข้ามความเจ้าชู้ของเขา”
“ใช่ค่ะ...หนูรู้ว่าคุณแม่ไม่ชอบคนเจ้าชู้แต่คราวนี้ขอให้ยกเว้นสักครั้งเถอะนะคะ”
“...................................................”
“...................................................”
“...สุดแค้น”
“?”
“แสนรัก”
“คุณแม่”
“แต่จะไม่สูญเสีย...แม่จะไม่ยอมปล่อยให้เขาเป็นอะไรไปหรอกจ้ะ”
“สุดแค้นแสนรักแต่จะไม่สูญเสีย”
“ไม่สูญเสีย”
“สมแล้ว...สมแล้วจริงๆ...คุณแม่ได้โปรด...ช่วยปกป้องคุณพ่อด้วยนะคะ”)
“ประโยคสุดท้ายนั้นอีกทั้งสีหน้าของลูกรีย์ก็จริงจังมากจนหัวใจของเราสั่นสะท้าน...ผู้หญิงสองคน...หนึ่งในนั้นคือ...ศรมุกดา...ญาติสาวผู้น้องของเรา”
...แต่ปกติน้องม่อนไม่ชอบยุ่งกับใครแล้วบอลจะไปล่วงเกินเธออีท่าไหนกันนะ?...ทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต!?...งั้นแสดงว่าความผิดของบอลต้องหนักหนาสาหัสมากขนาดที่น้องม่อนไม่ให้อภัยและถึงกับจะตามฆ่า!!!!...ส่วนอีกคน...ได้ยินทีแรกฉันก็ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยเพราะนิสัยที่แท้จริงของ “เธอผู้นั้น” ทั้งใจดีและก็บริสุทธิ์อ่อนโยนเหลือเกิน!?...
(ซึ่งก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้เพราะเธอเป็นคนสองบุคลิก...อบอุ่นมีเมตตาแต่ก็โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งกว่าใคร)
“ดังนั้นในเมื่อลูกรีย์บอกมามันก็ต้องเป็นความจริง...อีตาบ้านี่ชอบหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ...ความเจ้าชู้เสมอต้นเสมอปลายมันกำลังจะย้อนกลับมาเล่นงานแล้วเห็นไหม?”
(คุณแม่ได้โปรด...ช่วยปกป้องคุณพ่อด้วยนะคะ)
“แล้วที่น่าหนักใจคือเรายังไม่เคยเอาชนะสองคนนี้ได้...จะทำยังไงดี?...ไม่ให้พบกันเลยงั้นหรือ?”
“ไม่ให้พบกันอะไรหรือครับ?”
“...ตัวต้นเหตุความยุ่งยากยังจะอยู่ที่นี่อีก...ไปให้พ้น!!...เห็นหน้าแล้วฉันหงุดหงิด”
“พี่ยังโกรธผมอยู่หรือครับ?”
“..................................................”
“แต่พี่ก็ไม่น่าทำแบบนั้น”
“?”
“แล้วพี่แคทหายไปไหนตั้งนานเหรอ?...ผมกับฝนกลับมาบ้านพักใหญ่พี่ก็ไม่มาสักที”
“เธอไม่ต้องรู้...อ้อ!!...พอไม่เห็นฉันก็เลยชวนกันทำเรื่องบัดสีซะเลย”
“อือหือ?”
“อะไร?”
“หึๆ”
“มองหน้าพี่แล้วยิ้มกรุ้มกริ่มเรอะ?”
“เอ้ย!?...พี่อย่ารุนแรงกับผมสิ”
 ...ฉันอยากจะคว้าคอญาติหนุ่มผู้น้องแล้วก็ชกซ้ายชกขวาอย่างที่เจ้าพวกพนักงานห้างตาถั่วโดนแต่พอเห็นแววตาของเขาก็กลับลงมือไม่ลงเพราะมันดันไปเหมือนกับแววตาของลูกรีย์...บ้าจริง!!!...แม่หนูน้อยฝากฉันตีอีตาบ้านี่แต่ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกายสักหน่อย...
(อีกทั้งยังฝากฝังให้เราช่วยปกป้องเขาด้วย...ฮึ่ม!!...มันเป็นความรู้สึกที่อัดอั้นอย่างบอกไม่ถูก...นี่สินะที่เขาเรียกว่าทั้งรักทั้งแค้น?...อื๋อ!?...นับวันก็จะยิ่งใจกล้าเกินไปแล้ว!!!)
“ปล่อยพี่!!”
“หอมจังเลยครับ”
“อย่ามาทำเจ้าชู้แถวนี้...ฮึ!!...ตัวเหม็นคาวที่สุด”
“ขยะแขยงผมนักหรือไง?”
“ใช่สิ...วันนี้เธอกับฝนทำอะไรกันบ้างฉันคงไม่ต้องบรรยาย”
“เราสองคนเคยได้กันมาก่อนแล้ว...พี่ก็รู้”
“รู้ซี่~~...ได้กันเพราะวางกลอุบายไงเล่า...ปล่อย!!...พี่จะเข้าห้อง”
“ที่แท้ก็หึงผมนี่เอง”
“พูดจาระวังปากหน่อย!!!...แน่จริงลองเอ่ยออกมาอีกครั้งซิ”
“พี่แคทน่ะ...หึงผมแน่นอน”
“เธอ!!!”
“....................................................”
(อุ!!...ทำไม่ลง...ทำไม่ลงจริงๆ)
“และนี่ก็คือหลักฐานไงครับ”
“ทำไมเรื่องบ้าๆบอๆนี่จะต้องเกิดขึ้นกับฉันด้วย?...หือ!?...เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะฉันได้ยินไม่ชัด?”
“....................................................”
“หลักฐานงั้นเหรอ?...มั่วซั่วสิ้นดี!!!”
“เดี๋ยวก่อนสิ!!...แล้วพี่จะเดินหนีอีกทำไม?”
“ก็บอกอย่ามายุ่ง...อ๊ะ!!!”
“!?”
(คุณแม่ได้โปรด...ช่วยปกป้องคุณพ่อด้วยนะคะ)
“ไม่!!!!”
(คุณแม่ได้โปรด...ช่วยปกป้องคุณพ่อด้วยนะคะ)
“สุดแค้นแสนรักแต่จะไม่สูญเสีย!!!!!!!”
...จะผิดสัญญาที่ไว้ให้กับลูกรีย์ไม่ได้...ไม่ได้เด็ดขาด!!!!...ฉันกระโดดตามไปคว้าตัวบอลที่กำลังจะร่วงตกจากบันไดและประคองหัวเขาไว้ในอ้อมอก...ยังไม่ทันจะถูกหญิงสาวสองคนเอาชีวิตแล้วจะมาตายเพราะโดนฉันพลั้งมือผลักตกบันไดได้อย่างไรเล่า?...
(ละ...ลูกรีย์!?...เรารู้สึกเหมือนว่าเห็นลูกรีย์มาช่วยประคองเรากับบอลในระหว่างที่ร่วงตกลงมาข้างล่าง!!!!...ตาฝาดไปหรือไง?...แล้ว...เด็กผู้หญิงอีกคนล่ะเป็นใคร?)
“อั๊ก!!!!”
“บอล!!!...บอลเป็นยังไงบ้าง?”
“เจ็บ!!!!...อ๊ากกกกกกกกกกกกกก”
(ส่วนหัวไม่เป็นอะไรเพราะเราโอบกอดไว้แต่ดูท่าส่วนขาจะกระแทกลงพื้น...แต่...แต่อย่างน้อยเราก็รักษาชีวิตของบอลไว้ได้แล้ว)
“เสียงดังอะไรน่ะ?...ว้าย!!!!...บอล...บอลเป็นอะไรไป?”
“ขาขวา!!!...ขาของฉัน~~”
“โอ๊ย~~”
“พี่แคท!!”
“ข้อมือคงจะซ้นซะแล้วแต่พี่ไม่เป็นไรมาก...เราต้องรีบพาบอลไปโรงพยาบาลโดยด่วนแล้ว!!!!”
“นี่มันเกิด...”
“อย่าเพิ่งถาม!!!...รายละเอียดเอาไว้คุยกันทีหลัง...ช่วยพี่ประคองบอลไปขึ้นรถ...อุ๊บ!!”
“จะขับรถไหวแน่เหรอ?”
“แต่รอให้รถพยาบาลมาเห็นทีจะไม่ดี...เราต้องไปเอง”
(ไหล่ซ้ายเราก็ปวดแปลบไม่ใช่น้อยทว่ายังพอจะอดทนต่อความเจ็บจับพวงมาลัยขับรถได้...ลูกรีย์...อย่างไรแม่ก็จะอดทนและไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก!!!!)
...

“ฮ่า~~...เหนื่อยจังเล้ย!!!”
“มีผ่าตัดด่วนสองครั้งติดเลยนะครับ...ผมจะไปชงชามาให้”
“หมอวิรัตน์~~”
“คะ...ครับ!!!”
“เคสผ่าตัดเย็บผนังลำไส้คุณก็น่าจะทำได้แล้วไม่ใช่หรือไงคะ?”
“...ขอโทษครับ...สำหรับผมตอนนี้ยังรับมือคนเดียวไม่ไหวถ้าคุณหมอไม่ช่วย”
“เออ!!...หมายความว่าฉันต้องเป็นคนลงมือเองทั้งหมดสินะ?...พูดมาตรงๆ”
“ใช่ครับ”
“เชอะ!!...นึกว่าจะช่วยทำให้ฉันสบายขึ้นมาบ้าง...หมอฝึกหัดรึก็ไม่ใช่”
“คุณหนู...ยังอยู่ในเวลางานนะเจ้าคะ!!”
“เอ้ยกระป๋องเบียร์ฉัน!!...วุ้ย~~...ขัดใจจริงเชียว!!!”
“กรุณาประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดีต่อหมอและเจ้าหน้าที่คนอื่นด้วยเจ้าค่ะ”
“ฮื่อ~~...นับวันไหมนี่ยิ่งทำตัวเป็นแม่ฉันเข้าไปทุกที...ไปเดินเล่นก็ได้ฟะ!!”
“......................................................”
“......................................................”
“ว้าย!!...คุณหมออ่ะ~~”
“ฮิๆๆ...เลิกงานแล้วไปเดทกันหน่อยมั้ยจ๊ะน้องสาวคนสวย?”
“โธ่!!...คุณหมอศรเพทายล่ะก็~~”
“เรียกหมอเซคก็ได้จ้า!!...อื๋อ์...ยังจะตามฉันมาอีกแน่ะ”
“ใส่ชุดผ่าตัดออกมาเดินข้างนอกมันดูมิค่อยเหมาะสมนะเจ้าคะ”
“ช่างเถอะน่า--...ไม่มีใครเดินสวนมาจนได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อสักหน่อย”
“เฮ้อ!!...ทั้งๆที่คุณหนูใหญ่เป็นหัวหน้าแผนกทว่ามิค่อยจะปฏิบัติตามกฏระเบียบเลยนะเจ้าคะ”
“ไงจ๊ะสาวๆ...กำลังทำอะไรกันอยู่เอ่ย?”
“คุณหมอศรเพทาย”
“มีคนไข้ด่วนครับ!!!!”
“อ้าวๆๆ...นี่ฉันยังไม่ทันจะหย่อนก้นนั่งก็มีเหตุเสียแล้ว...แคท!!!”
“พี่เซค!?”
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
“ไม่ใช่หนูหรอกค่ะ”
“หา!?”
“โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยย”
“เอกคเชนทร์!!”
“พามานอนตรงนี้...ระวังด้วยๆ”
“น้องฝน...เขาเป็นอะไร?”
“บอลพลัดตกบันไดคิดว่าขาคงจะหักค่ะ...พี่ได้โปรดช่วยบอลด้วย!!”
“................................................”
“คุณหนูใหญ่”
“ฟู่~~...ช่วยไม่ได้นะ”
“ไปตามหมอเวรมาเร็ว!!!”
“เดี๋ยว!!...ให้ฉันดูหน่อยซิ...ถ้าเป็นกระดูกหักง่ายๆฉันพอจะรักษาได้”
“พี่เซค...ไม่ต้องมารักษาผมนะ!!!”
“เวลานี้ยังจะมาเรื่องมากอีก!?...อืม--...หักจริงๆด้วยแต่ไม่มีเลือดออกและรูปแบบนี้ก็น่าจะดึงให้เข้าที่เหมือนเดิมได้โดยไม่ต้องผ่าตัด...พวกนายมาช่วยกันหน่อย”
“บอลพูดแบบนี้ไม่ได้นะ!!...พี่เซคอย่าไปถือสาเลยค่ะรีบลงมือเถอะ”
“ฮึ่ย!!”
“อย่าเพิ่งทำหน้าเซ็ง...ฉันแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับงานออกจากกันได้หรอกน่าแต่ขอหัวเราะสักนิดก่อนนะ”
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!”
“พี่เซค!?”
“ไหนบอกจะหัวเราะ?”
“ลืมเอาผ้ายัดปาก...หูย~~...ร้องเสียงดังดีมาก...แสบแก้วหูเลยเฟ้ย!!!”
“โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย~~”
“เอ้า!!...กระดูกเข้าที่แล้ว”
“เร็วจริงๆ!!!!”
“นับว่าโชคดีนะที่ได้ฉันเป็นคนรักษา...ฮึๆๆๆ...อีกไม่นานเกินรอแกจะได้กลับมาวิ่งไล่ตามก้นผู้หญิงเหมือนเดิมแน่นอนฉันรับประกันส่วนน้องแคท...”
“?”
“วันนี้ช่างเป็นวันที่ยาวนานเหลือเกินนะจ๊ะ”
“.....................................................”
...

...ตัวอย่างในตอนหน้า...

“บอลเป็นอะไรทำไมไม่พูด?”
“คราวนี้คุณเธอ...ปลอมเป็นนักศึกษาเหรอไง?”
“บ้าสิ!?...นั่นมาในสภาพตัวจริงเลยละจะบอกให้!!!”
..........................................................
“พอได้ยินว่าพี่ม่อนจะไปกินข้าวที่บ้านด้วยพี่แคทก็ดูมีสีหน้ากังวลนะว่ามั้ย?”
“คงไม่มั้ง?...เธอก็คงจะกังวลคิดมากไปเองเหมือนกันล่ะ”
“...งั้นเหรอ?”
..........................................................
“นะ...นี่น่ะหรือ?...โฉมหน้าที่แท้จริงของพี่ม่อน!?...แม้จะไม่เห็นดวงตา...แต่...แต่เธอก็...”
“ตะลึงเลยล่ะซี้?”
“ใช่...สวย...สวยมาก!!!...ฉะ...ฉันว่าเธอสวยไม่แพ้พี่แคทเลยนะเนี่ย!!!...รึบางทีก็อาจจะ...เหนือกว่าด้วยซ้ำ!!!!”
.......................................................................................


...ของขวัญปีใหม่...บอลขาหัก!!!!...

...............................................................

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 06, 2017, 01:00:10 am โดย kaithai »

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ