อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 9

อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 9

  • 2 ตอบ
  • 8043 อ่าน
*

ออฟไลน์ nonstopper

  • Full Member
  • **
  • 175
  • 1465
    • ดูรายละเอียด
อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 9
« เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2015, 06:55:54 PM »
         นับตั้งแต่อาจางถูกไล่ออกจากตึกตระกูลเยี่ย อาจางก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องหนังสือ นอกจากเวลาทานข้าว กับเวลานอนแล้วอาจางแทบจะใช้เวลาทั้งหมดอยู่ในห้องหนังสืออ่านตำราต่างๆที่ตระกูลจางสะสมเอาไว้ โดยมีฮูหยินจางคอยเข้ามาหาบ้างเป็นระยะพร้อมแนะนำหนังสือความรู้ต่างๆ มาให้

     กว่าจะได้ไปเรียนที่ตำหนักเทพโอสถต้องรออีก  2-3 วัน เพราะ แต่ละสำนักจะรับศิษย์เป็นรุ่นๆไป จึงต้องรอวันที่กำหนดถึงจะสามารถเข้าสำนักได้

     อาจเป็นเพราะอาจางมาจากอนาคตหลายๆ อย่างเป็นสิ่งที่เคยเห็นเคยเรื่องรู้มาบ้างจากในยุคปัจจุบันทำให้อาจางสามารถทำความเข้าใจกับเนื้อหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วจนแม้แต่ฮูหยินจางยังประหลาดใจ แต่ก็รู้สึกยินดีที่อาจางสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

     อาจางมีออกไปข้างนอกบ้างเป็นบางครั้งเพราะทนถูกฮูหยินจางรบเร้าให้ออกมาพักไม่ได้ แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย เพราะครั้งนี้เขาออกมาเดินเล่นนอกบ้านและได้พบกับ 2 สาวฝาแฝดที่ออกมาเดินเล่นเช่นกัน

    “เยี่ยหนี่ เยี่ยหลิง”อาจางตระโกนทักแต่ไกลก่อนรีบเข้าไปหา
     “อาจาง”2สาวพอได้ยินเสียง จึงหันกลับไปเห็นอาจางเดินมาหาก็ยินดียิ่งรีบส่งเสียงทักตอบก่อนจะรีบจูงมือกันเดินเข้าหา

     พออาจางจะเข้าไปทักทายยังไม่ทันถึงระยะ 10 ก้าว ทหารติดตามของ 2 ฝาแฝดต่างพากันชักกระบี่ชี้หน้าใส่อาจางแต่ไกล จนชาวบ้านในบริเวณต่างวิ่งหนี้กันจ้าละหวั่น คนรับใช้ของเยี่ยหนี่และเยี่ยหลิงก็รีบเข้ามาจับตัวคุณหนูทั้ง 2 เอาไว้ไม่ให้ไปหาอาจาง

     “พวกเจ้าทำอะไรกล้าดียังไงมาจับข้าแบบนี้ และกล้าดียังไงถึงชี้ดาบเข้าหาอาจางแบบนี้ รีบปล่อยข้าและเก็บดาบเดี่ยวนี้” เยี่ยหนี่ที่อารมณ์ร้อนกว่าตระโกน สั่งออกมาเสียงดัง

      แต่เหมือนจะไม่มีผู้ใดรับฟังยังคงจับทั้งคู่เอาไว้แน่น

     “คุณหนูจางโปรดถอยกลับไปมิเช่นนั้นอย่าหาว่าพวกผู้น้อยไม่เตือน นายหญิงมีคำสั่งมิให้คุณหนูจางเข้าใกล้เกิน 10 ก้าว”

     ช่วงแรกๆอาจางก็ทำเป็นไม่สนใจเดินเข้าไปหาต่อแต่กลับถูกทหารเหล่านั้นฟันใส่ขาจนต้องล้มลงไปกุมขาปล่อยให้โลหิตไหลเป็นทาง

     แต่อาจางกัดฟันทนลุกขึ้นเดินเข้าไปต่อจนทหารติดตามตระกูลเยี่ยยกดาบฟันลงมาใหม่กลางศีรษะ หากอาจางไม่หลบรับรองว่าดาบนี้ได้ส่งอาจางขึ้นสวรรค์ของจริงแน่ๆ(และนิยายเรื่องนี้จะถูกตัดจบ!?!) แต่โชคดีชุยถงที่เดินตามอยู่ใกล้ๆรีบเข้ามาดึงตัวอาจางถอยออกมาได้ทันดาบที่ฟาดลงไปจึงทำได้เพียงตัดชุดของอาจางขาดลงมาเป็นทางยาวเส้นหนึ่ง

     อาจางที่ถูกกระชากออกมาก็ล้มลงไปทับชุยถงทั้งตัว รู้สึกได้ถึงปทุมถันเนื้อแน่นที่ดันแผ่นหลังของตนอยู่ เหมือนทหารที่ตามมากับอาจางพึ่งจะรู้ตัวพาเข้ามารุมล้อมอาจางไว้ก่อนพากันชักดาบ กระบี่ ชี้ใส่ทหารของตระกูลเยี่ย

     ซึ่งทหารของตระกูลเยี่ยก็ไม่ได้ก้าวเข้ามาแต่อย่างไรเพียงถือดาบเตรียมตัวเอาไว้เท่านั้น

     เยี่ยหนี่กับเยี่ยหลิงที่เห็นอาจางถูกฟันใส่ขาตอนแรกถึงกับตาโตรีบวิ่งเข้าไปหาอาจางแต่ถูกหญิงรับใช้คนสนิทข้างกายกุมตัวไว้อยู่ก่อนทำให้เข้าไปหาอาจางไม่ได้ ได้แต่ส่งเสียงตะโกนเรียกอาจางอยู่ห่างๆ ปล่อยน้ำตาไหลเป็นสาย ยิ่งเห็นอาจางลุกขึ้นมาส่งยิ้มให้พวกตนก่อนจะเดินเข้ามาอีกรอบ และเห็นทหารของตนง้างดาบฟาดลงไปใส่อาจางทำเอา ทั้ง 2 ที่เห็นเหตุการณ์ชัดถนัดตาคิดว่าอาจางต้องถูกฟันใส่จนเสียชีวิตแน่ๆถึงกับพากันเป็นลมหมดสติลงไปในอ้อมกอดของหญิงรับใช้

     หญิงรับใช้เห็นคุณหนูของตนเป็นลมหมดสติไปก็รีบสั่งให้เหล่าทหารให้คุ้มกันคุณหนูกลับตึกตระกูลเยี่ย ฝ่ายอาจางเองเห็นพวกเยี่ยหนี่ เยี่ยหลิงถูกพากลับไปแล้วก็ได้แต่เจ็บใจตัวเองไร้ปัญญาทำอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย ได้แต่กดฟันจนเลือดไหลออกมาจากริมฝีปาก มือกำปั้นทุบดินข้างกายอย่างอารมณ์เสียในความไร้ความสามารถของตน ปล่อยให้ชุยถง หยิบยาสมานแผลจากในตะกร้าใบเดิมออกมาพอกใส่ขาอาจางก่อนจะหยิบผ้าขาวออกมารัดบาดแผลเอาไว้ก่อนสั่ง ให้ทหารหญิงมาช่วยพยุงอาจางกลับตึกตระกูลจางเช่นกัน และให้คนไปตามตัวหมอมารักษาอาจางด้วย ทั้งหมดจึงแยกย้ายกันไปไม่เกิดเรื่องราวใดอีก

     ฮูหยินจางเมื่อทราบว่าอาจางได้รับบาดแผลกลับมาถึงก็รีบเข้ามาดูอาการ เห็นต้นขาอาจางมีโลหิตไหลออกมาอยู่เนื่องๆไม่มากนักดีที่ ชุยถง พอกยาห้ามเลือดเอาไว้ทันที แต่รอบบาดแผลก็บวมแดงจนน่ากลัว เพียงไม่นานซินแสที่ชุยถงใช้ให้ไปตามก็มาถึง ฮูหยินจางก็ลุกให้ซินแสเข้ามาดูอาการตัวเองออกมาด้านนอก

     ฮูหยินจางถึงค่อยได้ถามสาเหตุกับชุยถง ว่าเกิดอะไรขึ้นอาจางถึงได้รับบาดแผลกลับมา

     ‘หนอย เยี่ยเอ๋อเจ้าถึงกลับกล้าสั่งให้ คนของเจ้าลงมือกลับอาจางขนาดนี้ดูท่าข้าต้องไปจัดการสักรอบเสียแล้ว’ ฮูหยินจางได้ฟังชุยถงเล่าเรื่องแล้ว ก็ได้แต่จดบัญชีเอาไว้ก่อน เพราะแม้จะทราบว่าจากซินแสที่เข้ามารักษาแล้วว่าอาจางไม่เป็นอะไรแล้วเพียงแค่บาดแผลภายนอก แต่ก็ยังอดเป็นห่วงอาจางไม่ได้

     คืนนั้นอาจางถูก ฮูหยินจางสั่งห้ามให้นอนพักห้ามลุกขึ้นจากเตียงเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวบาดแผลจะปริแตกออกมาอีก โดยให้ ชุยถง อยู่คอยเฝ้าโดยกำชับห้ามอาจาง ร่วมรักกับชุยถงเด็ดขาด หากอาจางกล้าลงไม้ลงมือขึ้นมาให้มาแจ้งให้ตนทราบ ตนจะกลับมาจัดการ

     อาจางได้ยินถึงกลับหน้าแดงเพราะ ฮูหยินจางทราบแล้วว่าตนเองก็เกือบจะมีอะไรกับชุยถง อีกคน ได้แต่รับคำ อาจางทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่ใช้ให้ชุยถงไปขนตำราจากห้องหนังสือมาให้อาจางอ่านบนเตียง
      ......
      ......
      ......
     ฮูหยินจางหลังจัดการสั่งคนใช้ในบ้านให้ดูแลอาจางให้ดีๆแล้วก็กลับไปยังห้องทำงานของตน ภายในห้องทำงานของฮูหยินจาง ถูกประดับตกแต่งอย่างหรูหรา ข้างผนังถูกประดับไปด้วยรูปปั้น ต่างๆ หยกประดับ จานกระเบื้องเคลือบ ภาพเขียนพู่กัน แต่ละอย่างมีค่าควรเมืองแทบทั้งสิ้น

     ทันทีที่ฮูหยินจางลงไปนั่งยังโต๊ะทำงานกลางห้อง ที่บนโต๊ะมีเพียงจานฝนหมึกพู่กัน และ ของสำคัญต่างๆที่ใช้ในการทำงานวางไว้อยู่มุมหนึ่ง ค่อยส่งเสียงออกมาเบาๆ

     “กุหลาบป่า”

     ทันใดนั้นก็มีบุคคลผู้หนึ่งกระโดดลงมาจากหลังคาห้องแต่งกายด้วยชุดดำมิดชิดไม่เห็นใบหน้าทั้งตัวมีเพียงดวงตาโผล่ออกมาให้เห็น บนหน้าอกมีสัญลักษณ์ดอกกุหลาบที่มีเถาวัลย์หนามรัดเอาไว้ตรงกลาง ดูจากรูปร่างแล้วสมควรเป็นสตรีนางหนึ่ง

     “ตั้งแต่นี้จัดคนที่มีฝีมืออาวุธลับ ระดับมือดีคอยติดตามอาจางเพิ่มอีกเท่าตัวให้คอยระวังว่าอาจางจะหุนหันไปหาเยี่ยหนี่ เยี่ยหลิงอีก แม้จะมีชุยถงอยู่ด้วยแต่ถ้าต้องรับมือกับคนจำนวนมากก็อาจจะช่วยเหลืออาจางไม่ทันการ”
     “รับคำสั่ง” สตรีชุดดำนั่นรับคำแล้วก็กระโดดลอยตัวขึ้นไปบนหลังคาก่อนจะค่อยๆหายตัวไป

     ฮูหยินจางจัดการงานที่ค้างอยู่อีกสักพักก่อนออกจากห้องทำงานไป
     ......
     .....
     .....
     “เจ้าว่าอะไรนะ” เสียงเยี่ยฮูหยินดังขึ้นมาถามสาวใช้คนสนิทของบุตรสาวตัวเองอีกครั้ง หลังรู้ว่า เยี่ยหนี่และเยี่ยหลิงหมดสติกลับมา
     “คือคุณหนูเห็นคุณหนูจางกำลังถูกทหารองครักษ์ฟันใส่จึงหมดสติไปเจ้าค่ะ”
     “ไม่ใช่เจ้าบอกว่าทหารนั้นฟันใส่ขาของอาจางจนอาจางล้มลงไป”
     “ใช่เจ้าค่ะอาจางถูกฟันเข้าที่ขาก่อนล้มลงไปและลุกขึ้นเดินเข้ามาหาใหม่เจ้าค่ะ”
     “โอ้ย.. ข้าสั่งว่าแบบนั้นไปก็จริง แต่ไม่ได้ต้องการให้ลงมือจริงๆ ทำไมพวกเจ้าถือได้ซื่อบื้ออย่างนี้”
     “ต่อไปนี้ถ้าอาจางบุกมาอีกให้ลงไม้ลงมือได้แต่ไม่ให้ใช้อาวุธจนเลือดตกยางออกเช่นนี้อีก”
     “เจ้าค่ะ”สาวใช้คนสนิท รับคำก่อนค่อยๆออกจากห้องไปทิ้งเยี่ยฮูหยินอยู่ในห้องเพียงลำพัง
     .....
     .....
     .....
     ภายในห้องอาบน้ำฝั่งตะวันออกของตึกตระกูลเยี่ยขณะนี้เตาไฟถูกจุดเพื่ออุ่นน้ำด้านในให้พร้อมใช้งานได้ทันที ส่งควันลอยขึ้นไปตามปล่องควันไปเรื่อยๆ ส่งเสียดัง เพี๊ยพะๆ เป็นระยะๆ

     ภายในห้องน้ำตอนนี้กำลังมีคนเข้าไปใช้งานอยู่ เธอคนนั้นเดินไปยังราวแขวนผ้าหน้าประตูก่อนค่อยๆลงมือดึงปิ่นปักผมออกมาปล่อยม้วยผมที่เกลาขึ้นสูงเป็นม้วยสูงลงมา ตามด้วยเครื่องประดับอีก 2-3 ชิ้นที่ติดอยู่บนเส้นผมเงางามดำขลับ ก่อนจะค่อยๆแก้สายรัดเอวทีดูบอบบางลงมาพาดเอาไว้ที่ราว

     เสื้อคลุมที่ปกปิดร่างกายมิดชิดนั้นค่อยๆถูก รูดออกจากร่างกายที่ขาวผ่องนวลเนียนออกมาช้าๆ เผยให้เห็นเอี๊ยมตัวใหญ่สีแดงสดแต่ก็ดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับปทุมถันใหญ่โตที่มันกำลังปกปิดเอาไว้อยู่จนแทบจะล้นทะลักออกมา หน้าท้องแบนเรียบไร้ไขมันส่วนเกิน ลงมาเป็นสะโพกผายอวบใหญ่ภายใต้กระโปรงตัวน้อยที่ปกปิดความอวบอูมของช่อดอกไม้เอาไว้  เห็นรอยผ่าเป็นแนวยาวขึ้นไปจนถึงเกสรดอกไม้เม็ดใหญ่เท่านิ้วก้อยเด็กนูนเด่นออกมา ไล่ลงมาเป็นช่วงขาเรียวยาวสวยรับกับสะโพก

     เธอค่อยๆ แขวนชุดนั้นเอาไว้บนราวอย่าพิถีพิถัน ก่อนค่อยๆ ปลดเอี๊ยมที่สวมอยู่ออกไปปลดปล่อยปทุมถันที่ถูกรัดเอาไว้ออกมา แม้จะมีขนาดใหญ่เท่าผลส้มโอแต่กลับไม่หย่อนคล้อย ยังคงดูเต่งตึงเหมือนสาวแรกรุ่น เม็ดบัวเม็ดใหญ่ประดับอยู่บนปานสีแดงดูขนาดพอเหมาะกับขนาดของปทุมถันยิ่งนัก

     “อ้า... สบายจริงๆ อึดอัดมาทั้งวัน ค่อยหายใจสะดวกหน่อย” เธอบ่นออกมาเบาๆ ก่อนจะขยับยืดเส้นยืดสายจนปทุมถันสั่นไหวไปมาตามการเคลื่อนไหว
     “ทำไมมันถึงไม่ยอมหยุดโตสักทีนะ ทำอะไรก็ไม่สะดวกแย่จริงๆ” เธอบ่นออกมาอีกครั้งก่อนใช้ 2 มือขึ้นมากุมปทุมถันขนาดใหญ่เอาไว้เต็ม 2 มือซึ่งดูจะเล็กเกินกว่าที่เธอจะสามารถกุมได้ทั้งเต้า

     ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็น เยี่ยฮูหยินนั้นเอง ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ เยี่ยฮูหยินชอบมากที่สุด เพราะไม่จำเป็นต้องทนอึดอัดจากเอี๊ยมที่รัดปทุมถันเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้มันดันออกมามากจนเกินไป เยี่ยฮูหยินยังคงลูบคลำไปทั่วปทุมถันเต่งตึงเหมือนจะสำรวจความบอบช้ำหลังถูกรัดแน่นมาทั้งวัน

     แต่ยิ่งลูบไล้สัมผัสก็เหมือนยิ่งกระตุ้นอารมณ์ตัวเองขึ้นมา หลังจากที่เยี่ยฮูหยินเสียสามีไปก็ไม่มีใครได้สัมผัสกับปทุมถันคู่นี้อีกนอกจาก... และหลังได้เห็นอาจางในห้องน้ำวันนั้นทำให้เยี่ยฮูหยินคิดไปถึงวันเก่าๆที่ตนเคยร่วมรักกับสามีแต่ไม่เคยมีท่วงท่าไหนเหมือนกับที่อาจางกระทำกับบุตรสาวของตนเลย ยิ่งคิดยิ่งทำให้เยี่ยฮูหยินหน้าแดงขึ้นมา ทำให้แค่เพียงถูปลายนิ้วลูบไล้เบาๆ ทำให้เม็ดบัวค่อยๆแข็งเป็นไตขึ้นมาชี้ชูชันสู้กับนิ้วเรียวยาวที่คลึงอยู่ไปมา จนเยี่ยฮูหยินหลับตาเคลิ้มรับ ความรู้สึกที่ตัวเองร้างราไปนาน

     “ตุบ” เสียงเบาๆ ดังขึ้นมาด้านหลังของเยี่ยฮูหยินแม้มันจะไม่ดังมากนักแต่สำหรับเยี่ยฮูหยินแล้วแม้อยู่ในช่วงเคลิบเคลิ้มอยู่ก็ยังคงได้ยินอย่างชัดเจนและรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที โดยไม่ต้องคิดเยี่ยฮูหยินเกร็งลมปราณขึ้นมาไว้ที่ฝ่ามือก่อนฟาดกลับใส่ด้านหลังทันที มืออีกข้างรีบยกขึ้นมาปกปิดปทุมถันเอาไว้แม้จะไม่ช่วยอะไรมากแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรปิดบังเลยสำหรับเยี่ยฮูหยิน

     เนื่องจากในห้องน้ำคับแคบเกินไปหากเป็นที่โล่งกว้างกว่านี้ เยี่ยฮูหยินจะไม่มีทางลงมือเช่นนี้ มีแต่จะพุ่งไปด้านหน้าสร้างระยะห่างกลับตัวมาเผชิญหน้า เพราะไม่เพียงไม่เห็นเป้าหมายยังคงถูกจำกัดด้วยท่วงท่าที่สามารถใช้ออก ทำให้สามารถถูกดักทางได้ง่าย แต่ช่วงเวลาเช่นนี้มีแต่ต้องใช้ออกด้วยความจำใจ แต่เพราะปฏิกิริยาที่ช้าลงไปหลายส่วนเพราะกำลังเคลิ้มอยู่กับสัมผัสจากปลายนิ้ว และท่วงท่าที่ไม่พร้อมทำให้

     บุคคลชุดดำด้านหลังที่ไม่ทราบมาจากที่ไหนใช้เพียงนิ้วชี้และนิ้วกลางเป็นดัชนี จิ้มเข้าใส่บริเวณข้อศอกที่เป็นจุดศูนย์กลางพลังทำให้ ลมปราณที่รวบรวมไว้ที่ฝ่ามือสลายไปก่อนจะรู้สึกชาไปทั้งแขนจนแขนขวาที่ฟาดกลับไปทิ้งลงไปอยู่ข้างลำตัวไม่สามารถยกขึ้นได้อีก

     เยี่ยฮูหยินแม้จะไม่สามารถใช้ฝีมือออกมาได้ทั้งหมดแต่ด้วยฝีมือที่เธอมีสามารถนับได้ว่าติดอันดับ 1 ใน 10 ยากจะหาใครมาต่อกรด้วย ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่สามารถครองเป็นโสดเช่นนี้โดยไม่มีใครกล้ามาตอแย และสร้างฐานกำลังตระกูลเยี่ยยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ได้ แต่กลับถูกคนผู้หนึ่งลงมือเพียงกระบวนท่าเดียวก็แทบทำให้เธอไร้ท่าสู้ด้วยเสียแล้ว

     เยี่ยฮูหยินเห็นท่าไม่ดีรีบยกเท้าขึ้นมาใช้เพลงเตะตระกูลเยี่ยกลับไปหวังสร้างระยะห่างไม่ให้คนผู้นั้นเข้าประชิดตัวได้พร้อมตระโกนส่งเสียงออกมาหวังให้ กล้วยไม้ดำที่น่าจะอยู่บริเวณนี้เข้ามาช่วยเหลือ

     แต่เหมือนคนผู้นั้นจะรู้ทันความคิดของเยี่ยฮูหยินไปเสียทั้งหมดทันทีที่ลงมือใส่แขนของเยี่ยฮูหยินไปแล้วก่อนที่ เยี่ยฮูหยินจะยกเท้าขึ้นมาด้วยซ้ำคนผู้นั้นก็เคลื่อนเข้ามาด้านข้างหลบพ้นรัศมีเพลงเตะไปก่อนแล้วก่อนใช้วิชาดัชนีจิ้มไปยังต้นคอของเยี่ยฮูหยินเต็มๆ ก่อนส่งพลังลมปราณเข้าไปสะกดเส้นเสียงของเยี่ยฮูหยินเอาไว้จน เยี่ยฮูหยินไม่สามารถส่งเสียงออกมาจากลำคอได้

     เยี่ยฮูหยินเหมือนรู้ตัวว่าพลาดท่าอีกครั้งถึงกับตื่นตระหนกจนหน้าเปลี่ยนสี แต่ยังไม่ยอมแพ้ใช้เท้าข้างที่เหลือกระโดดออกมาหวังสร้างระยะห่างไปทางสระน้ำอีกครั้ง ในเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ต้องมากลัวอับอายเปลื้องผ้าโชว์แล้วเพราะหากถูกสยบเอาไว้ไม่เพียงปทุมถันที่จะถูกชมแม้แต่เบื้องร่างก็คงไม่เหลือ จึงใช้มือซ้ายที่ปิดปทุมถันอยู่ วาดฝ่ามือเป็นวงสร้างเป็นเกราะป้องกันไม่ให้คนผู้นั้นลงมือได้สะดวกแต่เหมือนเยี่ยผู้หยินจะคิดผิดอีกครั้งเพราะตอนนี้บนมือของผู้บุกรุกนั้นมีเชือกลูกตุ้มเส้นหนึ่งอยู่

     ทันทีทีเยี่ยฮูหยินซัดฝ่ามือออกมาเป็นวงก็ถูกเชือกที่ผู้บุกรุกนั้นซัดมารัดแขนของเยี่ยฮูหยินเอาไว้จนแน่นก่อนกระชากตัวเยี่ยฮูหยินกลับมา ด้วยท่วงท่าสภาวะของเยี่ยฮูหยินขณะนี้หมดสิทธิที่จะใช้ของด้วยท่วงท่าใดๆก็ตามได้แต่ลอยตัวเข้าหาผู้บุกรุกคนนั้น

     จนตอนนี้เยี่ยฮูหยินถึงค่อยได้เห็นรูปร่างของผู้บุกรุกคนนี้ ผู้บุกรุกแต่งกายชุดดำปกปิดมิดชิดทั้งตัวแม้แต่ดวงตายังมีแถบผ้าบางๆ ปกปิดเอาไว้ไม่ให้ใครเป็นประกายตา ส่วนสูงพอๆกับนาง รูปร่างดูแล้วน่าจะเป็นบุรุษผู้หนึ่งทำเอาเยี่ยฮูหยินยิ่งหน้าซีดเข้าไปใหญ่

     ไม่ใช่ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีใครบุกรุกเข้ามาก่อน ไม่ว่าโจรปล้นสวาท จอมยุทธ ชั้นแนวหน้าเคยบุกดเข้ามาหวังเด็ดดมดอกไม้เช่นนางหลายครั้งหลายคราแต่ถูก ‘กล้วยไม้ดำ’ของนางจัดการไปจนหมดหรือที่หลุดรอดเข้ามาได้ก็ถูกนางจัดการทิ้งจนหมด พึ่งมีครั้งนี้ที่นางเสียท่าจนหมดรูปเช่นนี้

     ทันทีทีเยี่ยฮูหยินถูกดึงตัวเข้ามาในระยะของผู้บุกรุก ผู้บุกรุกนั้นก็รีบใช้ดัชนีจี้ไปยังเรือนร่างของเยี่ยฮูหยินหลายตำแหน่งโดยเฉพาะบริเวณปทุมถันทั้ง 2 จนเยี่ยฮูหยินได้แต่หลั่งน้ำตาออกมาเต็มหน้าแต่ยังคงไม่สามารถส่งเสียงใดๆออกมาได้ หลังถูกผู้บุกรุกสกัดจุดจนทั่วตอนนี้แม้แต่ปลายนิ้วเยี่ยฮูหยินยังไม่สามารถกระดิกได้

     ทันทีที่ผู้บุกรุกลงมือสำเร็จ ร่างของเยี่ยฮูหยินก็ลอยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของผู้บุกรุกทันทีแต่เยี่ยฮูหยินที่ได้แต่พยายามขยับตัวหนีแต่เสียดายร่างกายไม่ยอมทำตามที่สั่งจึงได้แต่ปล่อยให้ปทุมถันบดเบียดกับร่างของผู้บุกรุกแนบแน่น

     “หึ หึ หึ ฮาๆๆ เยี่ยฮูหยินช่างงามล้ำจริงๆ ไม่เสียดายที่ข้าลงทุนบุกเข้ามาถึงที่นี่ ฮาๆๆ” ผู้บุกรุกบังคับเส้นเสียงให้เยี่ยฮูหยินได้ยินเพียงผู้เดียว ก่อนจะตวัดเชือกขึ้นไปอ้อมคานด้านบนก่อนจับมัดแขนอีกข้างของเยี่ยฮูหยินชูขึ้นด้านบน

     เยี่ยฮูหยินที่ทำอะไรไม่ได้พยายามส่งเสียงออกมาไม่หยุดแต่ก็ทำได้เพียงขยับปากไปมาโดยไม่มีเสียงออกมา น้ำตาเอ่อไหล่ไม่หยุด แม้จะแสดงอาการออกไปเช่นนั้นแต่ความจริงแล้วเยี่ยฮูหยินพยายามเดินลมปราณคลายจุดให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่เสียดายที่วิชาสกัดจุดของผู้บุกรุกนั้นล้ำลึกเกินไปและ เยี่ยฮูหยินถูกสกัดจุดหลายแห่งเกินไปทำให้ไม่สามารถรวบรวมลมปราณจากตำแหน่งต่างๆ เพื่อนคลายจุดให้ตัวเองได้ แต่ถึงอย่างนั้นเยี่ยฮูหยินก็ไม่ท้อ พยายามเดินลมปราณเท่าที่ทำได้ค่อยๆ กระตุ้นจุดลมปราณไปเรื่อยๆ หวังแต่เพียงว่าผู้บุกรุกจะสนใจเรือนร่างของตนจน สามารถคลายจุดได้สำเร็จเวลานั้น เยี่ยฮูหยินจะเอาคืนให้สาสมกับที่มันบังอาจล่วงเกินเธอถึงเพียงนี้

     ผู้บุกรุกแขวนเยี่ยฮูหยินเอาไว้ลอยเหลือพื้นเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาร่างกายหากเยี่ยฮูหยินคลายจุดได้อย่างน้อยร่างกายต้องขยับให้เห็นบ้าง แสดงถึงความช่ำชองชำนาญ

     ผู้บุกรุกไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปนานหากใช้เวลามากเกินไปเกิดมีคนสงสัยขึ้นมาตนเองจะหลบหนีลำบาก จึงเข้ามาประชิดเยี่ยฮูหยินก่อนซุกไซ้ซอกคอของเยี่ยฮูหยินอย่างมูมมาม 2 มือก็บีบขยำปทุมถันของเยี่ยฮูหยินที่ใหญ่จนล้มมืออย่างไม่มีการยั้งแรง จนปทุมถันของเยี่ยฮูหยินเปล่งพองเหมือนจะระเบิดออกมา แต่เมื่อผู้บุกรุกคลายมือออก ปทุมถันที่เปลี่ยนรูปร่างไปเมื่อสักครู่ก็กลับมาสู่สภาพเดิมอย่างน่าอัศจรรย์

     เยี่ยฮูหยินแม้จะพึ่งมีอารมณ์อยู่เมื่อสักครู่แต่ถูกข่มขืนเช่นนี้ไม่ได้ช่วยสร้างอารมณ์ให้แก่นางแม้แต่น้อยมีแต่ความรู้สึกรังเกียจ โสโครก น้ำตาที่เสแสร้งตอนแรกกลายเป็นน้ำตาจริงๆที่เยี่ยฮูหยินไม่สามารถกลั้นเอาไว้ได้

     “สมเป็นฮูหยิน กลิ่นกายช่างหอมเย้ายวนใจจริงๆ ไหนจะปทุมถันสุดวิเศษนี้อีกดูท่าข้าคงต้องหิ้วท่านกลับบ้านไปนอนกกสักหลายวันเสียแล้วฮาๆๆ” ผู้บุกรุกหลับจากผละหน้าออกมาจากซอกคอเยี่ยฮูหยินอย่างพอใจแล้วก็พูดขึ้นมาให้เยี่ยฮูหยินเจ็บช้ำใจเล่นก่อนก้มหน้าลงไปขบกันเม็ดบัวของเยี่ยฮูหยินที่แข็งเป็นไตอย่างมันเขี้ยว

     เยี่ยฮูหยินแม้จะถูกสกัดจุดจนขยับร่างกายไม่ได้ แต่ความรู้สึกที่ได้รับยังคงรู้สึกได้อยู่เช่นเดิม แรงกัดเม็ดบัวที่เธอได้รับนั้นทั้งเจ็บทั้งเสียวซ่านไปทั้งตัวยิ่งถูกผู้บุกรุกคนนี้โลมเลียลิ้นไปทั่วทั้งปทุมถันของนางไม่เว้นแม้แต่จุดเดียวจนนางรู้สึกวาบหวิวไปทั้งหัวใจ แม้จิตใจจะรังเกียจเพียงใดแต่ร่างกายกลับไม่สามารถทนต่อการปลุกเร้าได้ ปากของฮูหยินเม้มแน่นข่มความเสียวซ่านที่ได้รับเอาไว้แม้จะรู้ว่าเสียงของตนไม่มีทางเล็ดลอดออกมาได้ก็ตามแต่หากต้องแสดงอาการให้กากเดนเช่นนี้ทราบแล้วยิ่งสร้างความอัปยศแก่นางอย่างสุดกลั้น

     แต่ถึงจะสะกดอาการด้านบนได้แต่เหมือนช่อดอกไม้ของนางจะไม่สามารถควบคุมได้เพราะตอนนี้กระโปรงตัวน้อยที่เหลือเพียงชิ้นเดียวของเยี่ยฮูหยินเริ่มที่จะชุ่มไปด้วยน้ำหวานที่ไหลออกมาของนางจนแนบสนิทไปกับช่อดอกไม้ของนางจนสามารถมองเห็นกลีบดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ปกปิดดอกไม้เอาไว้ภายในอย่างถนัดชัดตา

     ผู้บุกรุกยังคงดูดดื่มปทุมถันของเยี่ยฮูหยินไม่หยุดปากเหมือนจะพยายามรีดน้ำนมของนางออกมาดื่มกินอย่างไรอย่างนั้น ก่อนที่ 2 มือจะเลื่อนลงไปขยำสะโพกผายของเยี่ยฮูหยินเต็มๆ มือ จนสะโพกงอนนั้นล้นตามร่องมือของผู้บุกรุกนั้นออกมา สร้างความสะใจให้ผู้บุกรุกยิ่งนัก

     “ไม่เพียงแต่ปทุมถันของฮูหยินที่แน่นเต่งตึง แม้แต่สะโพกของท่านก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันดูท่าวันนี้ข้าต้องใช้งานมันให้เยอะๆซะแล้วสิ ฮาๆๆๆ” ผู้บุกรุกยังคงลงมืออย่างย่ามใจ ยิ่งเห็นเยี่ยฮูหยินน้ำตาไหลเป็นทางยิ่งสร้างความสาสมใจแก่มันอย่างยิ่งยวด

     เมื่อมันละจากปทุมถันของเยี่ยฮูหยินก็ค่อยๆไล่ลิ้นลงมาเรื่อยๆตามหน้าทองแบนราบสะดือน้อยๆ เมื่อถูกลิ้นของผู้บุกรุกโลมเลียถึงกับ ขมิบน้อยๆให้เห็นตามธรรมชาติของร่างกาย  ผู้บุกรุกลงลิ้นจนถึงกระโปรงตัวน้อยปราการสุดท้ายของเยี่ยฮูหยิน

     ขณะนี้มันชุ่มน้ำหวานของเยี่ยฮูหยินจนแทบจะหยดลงไปกับพื้นได้ทุกขณะอยู่แล้ว ผู้บุกรุกที่เห็นถึงกับ หัวเราะชอบใจเป็นการใหญ่

     “ฮาๆๆๆๆ ท่าฮูหยินจะเริ่มต้องการมังกรของข้าขึ้นมาแล้วกระมัง ถึงกับปล่อยน้ำหวานรอคอยข้ามากมายขนาดนี้ ฮาๆๆๆๆ” เยียฮูหยินที่ได้ฟังถึงกับอับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี ตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยรู้สึกถูกหยามศักดิ์ศรีมากมายถึงตอนนี้

     โดยไม่รอช้าผู้บุกรุกรีบก้มหน้าลงไปประกบกับช่อดอกไม้จากภายนอกกระโปรงก่อนจะดูดกลืนน้ำหวานที่ชุ่มฉ่ำเข้าปากกลืนลงไปอย่างไม่รังเกียจ แถมดูเหมือนจะชอบใจเสียด้วยซ้ำ เยี่ยฮูหยินที่ถูกดูดเลียช่อดอกไม้ถึงกับเม้มปากไม่อยู่ได้แต่อ้าปากค้างไว้โดยยังไม่มีเสียงหลุดออกมาเช่นเดิมแต่หน้าตาของนางตอนนี้ก็แสดงถึงอาการเสียวซ่านที่ได้รับได้เป็นอย่างดี

     ผู้บุกรุกยังคงดูดกลืนน้ำหวานที่เปียกกระโปรงตัวน้อยอยู่ตลอด จากที่เคยเปียกชุ่มอยู่จนแห้งสนิท ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาเกี่ยวขอบกระโปรงตัวน้อยเลื่อนลงมาช้าๆ ให้เห็นแพรไหมที่เรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยลู่ลงไปตามช่อดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม ยิ่งกว่าสวนไหนๆที่เคยพบเจอ

     เยี่ยฮูหยินพอรู้ว่ากระโปรงที่เหลืออยู่ค่อยๆ ถูกถอดออกไปแล้วยิ่งกระวนกระวายใจยิ่งขึ้นตอนนี้นางยังไม่สามารถคลายจุดได้เลยสักจุด เพราะแต่ละชุดต่างส่งเสริมกันและกันเมื่อจุดหนึ่งกำลังจะถูกคลายจุดใกล้เคียงก็จะดันลมปราณของนางไปเสริมยังชุดนั้น ทำให้นางไม่สามารถคลายจุดได้

     เยี่ยฮูหยินเคยถูกวิชาสกัดจุดแบบนี้มาแล้วเป็นอาจารย์ของนางที่เคยใช้เพื่อสอนนางแต่เท่าที่นางรู้วิชาสกัดจุดระดับนี้นอกจากอาจารย์ของนางแล้วไม่มีใครสามาถกระทำได้อีก และตอนนี้อาจารย์ของนางก็เสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคชราอย่างสงบนางยังได้ไปกราบลาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยตัวเองด้วยซ้ำ

      เมื่อนางพอรู้แนวทางสกัดจุดแล้วก็สามารถหาทางคลายจุดได้ง่ายขึ้นคือต้องคลายจุดทุกจุดพร้อมๆกัน แต่นางยังหาจุดทุกจุดได้ไม่ครบ ยังมีจุดลับบางจุดของวิชานี้ที่เป็นหัวใจหลักทำหน้าที่ควบคุมจุดทุกจุดอยู่ ซึ่งหากนางหาพบก็สามารถเดินลมปราณเข้าคลายจุดได้ทันที เมื่อถึงเวลานั้นนางจะเอาคือผู้บุกรุกนี้ให้สาสม ได้เห็นนรกทั้งเป็น

     ผู้บุกรุกยังคงสนใจกับช่อดอกไม้ของเยี่ยฮูหยินอยู่เช่นเดิมทันทีที่ดึงกระโปรงออกมาน้ำหวานที่ไหลออกมาจากช่อดอกไม้ถึงกับยืดตามกระโปรงที่ถูกเกี่ยวลงมาเป็นเส้นยาวก่อนจะขาดไปเมื่อผู้บุกรุกนั้นถอดกระโปรงออกมาจากขาของเยี่ยฮูหยินได้สำเร็จก่อนจะโยนทิ้งไปแบบไม่สนใจใยดี

     ผู้บุกรุกลงไปนั่งยองๆให้หน้าอยู่ระดับเดียวกับช่อดอกไม้ของเยี่ยฮูหยินก่อนจะยกขาของเยี่ยฮูหยินอ้าออกไปจนสุด กลีบดอกไม้ที่ปิดสนิทถึงกับอ้าออกมาเล็กน้อยพอให้เห็นภายในที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์เหมือนไม่เคยถูกอะไรล่วงล้ำเข้ามาก่อน ทั้งๆที่นางมีบุตรแล้วแถมยังเป็นฝาแฝดเสียด้วย

     ผู้บุกรุกจ้องไปยังช่อดอกไม้อย่างพอใจในรางวัลที่มันจะได้รับก่อนจะจับขาทั้ง 2 มาพาดบนบ่าของมันแล้วมุดหน้าลงไปหาช่อดอกไม้ของเยี่ยฮูหยินช้าๆ

     “ฮูหยินหากข้าไม่รู้ว่าท่านมีลูกสาวแล้วข้าต้องคิดว่าท่านเป็น หยกบริสุทธิ์ แน่นอน ข้าช่างโชคดีจริงๆฮาๆๆ”

     เยี่ยฮูหยินทั้งได้ยินทั้งรู้สึกได้ถึงลมหายใจของมันที่ราดรดใส่ช่อดอกไม้ของนางทำเอา น้ำตายิ่งไหลออกมาไม่ขาด ยิ่งกระวนกระวายในการค้นหาจุดลับขึ้นไปอีกแต่ยิ่งขาดสมาธิการจะคว้านหาจุดลับยิ่งยากเย็นขึ้นไปอีก เยี่ยฮูหยินรู้ดี การหาจุดลับนั้นยากเย็นเพราะมันจะไม่แสดงตัวว่าทำการปิดกลั้นลมปราณเอาไว้หากแต่จะเป็นจุดที่ลำเลียงลมปราณไปยังจุดอื่นๆ

     นางต้องหามันให้พบก่อนจะส่งลมปราณของตนเองไปอุดจุดลับนั้นเอาไว้ก่อนที่จะใช้ลมปราณคลายจุดอื่นๆที่เหลือ นางพยายามไม่สนใจต่อผู้บุกรุกที่พยายามทำลายสมาธิของนาง  ทั้งวาจาและการกระทำ แต่น่าเสียดายไม่ว่าสตรีนางใดหากถูกกระทำเช่นนี้การจะตั้งสมาธิเพื่อคลายจุดนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

     ผู้บุกรุกเห็นว่าวาจาของตนนั้นรบกวนสมาธิของเยี่ยฮูหยินจนไม่สามารถคลายจุดของมันได้ผล ยิ่งยิ้มกริ่มในใจ ก่อนจะอ้าปากลงไปประกบกับช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ตรงหน้าเต็มปากเต็มคำ แต่กลับไม่สามารถปิดช่อดอกไม้ของเยี่ยฮูหยินที่อวบใหญ่ได้มิด ก่อนจะลงลิ้นแทรกเข้าไปเลียภายในช่อดอกไม้จนเยี่ยฮูหยินสมองขาวโพลนไปหมด สมาธิที่มีแทบหดหายไปหมดเพราะความเสียวซ่านที่ได้รับจากลิ้นร้ายภายในช่อดอกไม้ของนาง ทำเอาลมปราณของนางปั่นป่วนไปหมด

     ผู้บุกรุกที่เหมือนจะคาดเดาได้ว่าเยี่ยฮูหยินสติ สมาธิหลุดลอยไปแล้วค่อยลงมืออย่างนุ่มนวลขึ้น จากที่ตะกละตะกลาม เปลี่ยนมาเป็นแผ่วเบานุ่มนวล 2 มือเอื้อมขึ้นไปลูบไล้บีบปทุมถันเต่งอย่างทะนุถนอม จนเยี่ยฮูหยินถึงกับปรับตัวไม่ทัน ร่างกายที่ถูกลงมืออย่างรุนแรงมาโดนตลอดพอได้รับความนุ่มนวลที่แสวงหาถึงกับตอบรับไปเองโดยอัตโนมัติ

     เยี่ยฮูหยินที่พยายามอดกลั้นมาโดยตลอดถึงกับทนไม่ไหวปลดปล่อยน้ำหวานระเบิดเต็มหน้าใส่ผู้บุกรุกที่ดูดกลืนลงไปจนหมดทั้งยังโลมเลียโดยรอบไม่ปล่อยให้น้ำหวานลงเหลือสักหยด เยี่ยฮูหยินถูกกระทำเช่นนี้ถึงกับขึ้นสวรรค์ไปทั้งๆที่ไม่ต้องการ

     ความคิดที่จะคลายจุดถึงกับเบลอหายไปหมดปล่อยให้ ผู้บุกรุกส่งนิ้วเข้ามารุกรานในช่อดอกไม้โดยไม่สามรถทำอะไรได้

     ผู้บุกรุกเห็นว่าเยี่ยฮูหยินตอนนี้ขึ้นสวรรค์ไปแล้วเรียบร้อยแถมตาเริ่มปรือออกมาเหมือนขาดสติจึงค่อยๆลุกขึ้นมาปลดกางเกงของตนเองลงไปกองที่เท้า

     ก่อนจะลุกขึ้นคลายจุดที่ต้นคอของเยี่ยฮูหยิน จนเยี่ยฮูหยินส่งเสียงครางออกมาได้ ก่อนจะประกบปากของเยี่ยฮูหยินอย่างดูดดื่มนุ่มนวล เยี่ยฮูหยินพอถูกลิ้นร้ายเข้ามาในโพรงปากถึงกับลืมตัวปล่อยให้ลิ้นนั้นคว้านไปทั่วทั้งๆ ที่ตอนนี้ตนเองสามารถขยับปากไปแล้วแท้ๆ แต่กลับใช้ลิ้นของตัวเองพัวพันกับลิ้นของผู้บุกรุกอย่างชอบใจ

     จนผู้บุกรุกละปากออกไปจนน้ำลายไหลยืดระหว่างปากทั้งคู่นั้นแหละ เยี่ยฮูหยินถึงค่อยรู้สึกตัวว่าตนเองสามารถส่งเสียงและขยับส่วนหัวขึ้นมาได้แล้ว แต่เพราะจุดพึ่งถูกคลายเสียงที่ส่งออกมาจึงเป็นเสียงเบาๆ เท่านั้นเหมือนเป็นเพียงเสียงกระซิบมากกว่า ต้องรออีกสักพักถึงจะกลับมาพูดได้อย่างปกติ

     ผู้บุกรุกลงไปดูดเลียปทุมถันของเยี่ยฮูหยินอีกครั้งแต่รอบนี้เหมือนจะลงไปปลอบโยนปทุมถันคู่นี้ที่เต็มไปด้วยรอยฟันจากตอนแรก ลิ้นร้ายค่อยๆโลมเลียตามรอยฟันที่ปรากฏอย่างแผ่วเบาจนเยี่ยฮูหยิน ทนไม่ไหวครางออกมาเสียงใส

     “โอ้ย... อย่า.... ได้โปรด..... ท่านต้องการสิ่งใดข้าให้ได้ทุกอย่าง ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ซีสสสสสสสสสสสสสส”

     เยี่ยฮูหยินพยายามต่อรองด้วยอำนาจที่นางมีสามารถหาสิ่งใดก็ได้ขอเพียงนาสั่งการลงไป แต่เหมือนผู้บุกรุกจะไม่สนใจยังคง อ้าปากอมเม็ดบัวทั้ง 2 เม็ดเข้าปากพร้อมกันหลังจับปทุมถันมาชนกันแนบแน่น ค่อยๆใช้ลิ้นตวัดดูดดุน จนเยี่ยฮูหยินได้แต่สะบัดหน้าร้องห้ามไปมา ทั้งเผลอครางไม่หยุด

     จนกระทั้งผู้บุกรุกจับยกขาของนางขึ้นมาข้างหนึ่งนั้นแหละ เยี่ยฮูหยินก็รู้ชะตาตนเองแล้วว่าต้องถูกผู้บุกรุกคนนี้ย่ำยีนางแน่นอนแล้ว

     ผู้บุกรุกจับยกขาของเยี่ยฮูหยินขึ้นสูงจนชี้ถึงเพดานด้วยวิชาเพลงเตะของนางการยกขาสูงเช่นนี้เป็นเรื่องปกติง่ายดายมาก แต่พอถูกจับท่าทางเช่นนี้เยี่ยฮูหยินแทบไม่อยากมีความสามารถเช่นนี้เลยทีเดียว ผู้บุกรุกจับขาของนางพาดบ่าเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้ก่อนเลื่อนสะโพกเข้าหาช่อดอกไม้ของเยี่ยหนี่ที่ตอนนี้ชุ่มไปด้วยน้ำหวานอีกครั้งแล้วแถมบางส่วนถึงกับหยดลงไปที่พื้นเป็นดวง

     “หึๆๆ ฮูหยินถึงเวลาเป็นของข้าแล้ว ท่านพร้อมหรือยัง ฮาๆๆๆๆ” ผู้บุกรุกที่ตอนนี้เห็นว่าเยี่ยฮูหยินยังไงก็หนีชะตากรรมไม่


*

ออฟไลน์ konmerak

  • Full Member
  • **
  • 167
  • 131
    • ดูรายละเอียด
Re: อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 9
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2016, 06:26:05 AM »
ตอนมันจบรึยังครับ ติดตามมากกก~3~

*

ออฟไลน์ nichada

  • Tiny Member
  • *
  • 10
  • 55
    • ดูรายละเอียด
Re: อาจาง ย้อนเวลา ตอนที่ 9
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 16, 2016, 10:01:05 PM »
ได้อารมณ์มาก

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ