ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 83 adslman

ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 83 adslman

  • 0 ตอบ
  • 4982 อ่าน
*

ออฟไลน์ matable2016

  • Full Member
  • **
  • 166
  • 2367
    • ดูรายละเอียด
ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 83 adslman
« เมื่อ: สิงหาคม 10, 2015, 08:50:45 pm »
ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 83 “ศึกชิงตัวเจ้าบ่าว(พ่อ)!?...ชายผู้โง่เง่าที่สุด!!!”


“มาสถานที่แปลกๆอีกแล้วสินะเรา?”
...ผิด ไปจากที่ผมเคยเห็นเมื่อคราวที่ได้พบหนูหยาดวารินทร์สองครั้งก่อนซึ่งที่นั่น มีต้นไม้ใบหญ้าเขียวชอุ่มลำธารใสสะอาดแต่ที่นี่ไม่มีอะไรเลยแม้กระทั่งก้อง หินโดยที่ห่างออกไปสักสิบกว่าก้าวเดินจะมีเพียงเวิ้งน้ำขนาดใหญ่ราวกับเป็น ทะเลสาบหรือบึงอะไรสักอย่างที่กว้างขวางมากๆแล้วพอมองขึ้นไปบนท้องฟ้า...
“โอ...โอ้โฮ!!!!...อย่าบอกว่านะนั่นคือพระอาทิตย์?...ทำไมถึงได้ใหญ่โตมโหฬารขนาดนั้น!?”
(แต่แปลกมากที่ไม่รู้สึกร้อนผิวเลย)
“ส่วนอีกด้านก็...พะ...พระจันทร์งั้นเรอะ?...ไหงถึงมาอยู่ตรงกันข้ามกันได้ล่ะเนี่ย?”
(แล้วดวงจันทร์ที่ใหญ่โตขนาดนี้เกิดมาก็เพิ่งจะเคยพบเคยเห็น!!!!)
“ริน!!!...ลูกอยู่ที่นี่หรือเปล่า?...ถ้าอยู่ก็ออกมาหาพ่อหน่อย~~”
“................................................”
(ไม่มีเสียงตอบนอกจากเสียงก้องของเราเอง...หืม!?)
...ข้าง หน้าผมปรากฏร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งก็ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่และ จากทางไหนเพราะอย่างที่บอก...ที่ๆผมยืนอยู่นี่ไม่มีแม้กระทั่งต้นไม้สักต้น หรือก้อนหินสักก้อนเลยฉะนั้นถ้าหนูน้อยเดินมาจากทิศทางไหนผมก็ต้องเห็นก่อน อย่างแน่นอน!?...
“.................................................”
“.................................................”
(ตัวโตพอๆกับหนูรินแต่ไม่ใช่...แม่หนูคนนี้ไว้ผมยาวและแต่งกายแปลกๆคือห่มผ้าคลุมสีขาวไว้รอบตัวเพียงผืนเดียวเท่านั้น)
“อ่า--...เป็นเพื่อนกับ...หนูรินหรือเปล่าจ๊ะ?”
“.................................................”
(ไม่พูดไม่จาเอาแต่เงียบ)
“หรือว่าจะไม่รู้จัก?...แล้วหนูเป็นใครมาทำอะไร?...ที่นี่ที่ไหนจ๊ะ?”
“.................................................”
(ก็ยังไม่ยอมพูดอีกแฮะ...อะ...อะไรนั่นน่ะ!?)
“ผะ...ผมของหนูมันเป็น...สีขาว!!...ขาวยังกับคนแก่เลยและดวงตาก็...อึ๋ย!!!”
...สีดำสนิทไปทั้งหมดจนไม่รู้ตรงไหนเป็นตาดำตาขาว!!!!... ผมเริ่มเกิดความกลัวขึ้นมาในจิตใจซะแล้วว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่ และมีจุดประสงค์อะไรซ่อนอยู่?...ยมทูตรับดวงวิญญาณไปพิพากษาโทษในนรกหรือนาง ฟ้าตัวน้อยที่มารับไปเสวยสุขบนสวรรค์!?...
“คิก!”
(เมื่อกี้หนูน้อยหัวเราะงั้นเรอะ?...พอลองมองดูให้ดีๆเธอมีส่วนคล้ายกับพี่แคทตอนยังเด็ก!!!!...รึว่า?...เด็กผู้หญิงคนนี้จะเป็น...)
“ไม่...ไม่ใช่มั้ง?...แต่...หนูรินยังเป็นลูกของเรากับฝนได้นี่นาแล้วพี่แคทจะไม่...”
“.................................................”
“เอ่อหนูจ๋า!...พี่อยากจะถามอะไรสักนิด”
“.................................................”
“แล้วทำไมต้องถอยหลังด้วย?...พี่ไม่ทำอะไรหรอก”
(เราเดินหน้าสองก้าวเธอก็ถอยหลังสองก้าว...คงจะยังไม่ไว้ใจเรา...อื๋อ?...ความรู้สึกนี้มัน...ยังมีใครอยู่อีก!?)
“!!!!”
“.................................................”
...ข้าง หลังผมก็ปรากฏเด็กผู้หญิงอีกคนที่มีผ้าคลุมนุ่งห่มร่างกายเช่นเดียวกันแต่ ยังมีข้อแตกต่างจากคนแรกคือดวงตาของเธอนั้นมีสีขาวปลอดกับไว้ผมสั้นดำขลับ รวมทั้งสีของผ้าคลุมก็ดำสนิทอีกด้วย!?...ผมมองไปมองมาอยู่หลายครั้งจนคอแทบเคล็ดก็แน่ใจว่าแม่หนูน้อยทั้งสองนั้นเป็นฝาแฝดกัน...
(แล้วที่แตกต่างกันอีกประการก็คือหนูน้อยผมขาวสีหน้าเรียบเฉยไม่ยินดียินร้ายส่วนหนูน้อยผมดำกลับยิ้มแย้มสดใสดูมีชีวิตชีวา)
“สงสัยจะไม่ใช่เพื่อนกัน...งั้นไปตามหาหนูรินดีกว่าเรา”
“...............................................”
“...............................................”
“!?”
(เฮ่ยๆๆ...เด็กผู้หญิงสองคนนี่จะเดินตามเราทำไมน่ะแล้วพอเราหยุดพวกเธอก็หยุดด้วยแต่ยังรักษาระยะห่าง!?)
“เทียบกันแล้วหนูรินกลายเป็นเด็กธรรมดาๆไปเลยแฮะ...พวกหนูชื่ออะไรกันจ๊ะ?”
“...ถามใคร?”
“ถามใครเรอะ?”
(อะฮ้า!!!!...ในที่สุดก็ยอมเปิดปากพูดแล้วยังพร้อมๆกันอีกต่างหาก)
“ที่นี่ไม่มีใครอื่น...ก็หนูสองคนนั่นแหละ”
“จะบอกหรือไม่?”
“บอกดีไหมนะ?”
(อืม--... เท่าที่ดูและสังเกตเห็น...หนูน้อยผมดำจะพูดตามหนูน้อยผมขาวด้วยถ้อยคำที่ ใกล้เคียง...ไม่รู้ว่าจะมีความหมายซ่อนเร้นอยู่หรือเปล่า?)
“พี่ว่าชื่อของหนูๆต้องไพเราะมากแน่...บอกให้รู้หน่อยสิจ๊ะ”
“...คงจะไม่ไพเราะเสนาะหูเท่ากับสองพี่น้องนุจรินทร์หรอก”
“ไม่ไพเราะเสนาะหูเท่า”
(ใครกันสองพี่น้องนุจรินทร์?)
“แต่จะบอกก็ได้”
“บอกก็ได้”
(ฮือ~~...ฝาแฝดคู่นี้เอาแค่คำพูดอย่างเดียวก็ประหลาดเข้าขั้นทีเดียวเชียวแฮะ!!!)
“รัศมี”
“รัศมี”
“ห๊ะ!?...นี่...พวกหนูชื่อเหมือนกันเรอะ?...แล้วอย่างนี้จะแยกออกได้ยังไงว่าใครเป็นใคร?”
“..................................................”
“..................................................”
“ปกติฝาแฝดน่ะถึงหน้าตาจะเหมือนกันแต่เขาก็ไม่นิยมตั้งชื่อซ้ำกันหรอกนะจ๊ะ”
“...เขาที่ว่าเป็นใคร?”
“เขาเป็นใครเหรอ?”
“เอ่อ...”
(ถามมาแบบนี้ก็อึ้งไปไม่เป็นเลยสิเรา!!)
“อะ...เอาเป็นว่าเขาไม่นิยมตั้งชื่อเหมือนกันเพราะจะแยกออกยาก”
“แต่ก็แยกออกได้ไม่ใช่หรือ?”
“แยกออกได้แน่ๆ”
...เออนั่นสิ!!!... คนหนึ่งผมขาวตาสีดำสนิทส่วนอีกคนก็ผมดำตาสีขาวปลอดแบบนี้แยกออกไม่ยากเลยว่า ใครเป็นใครแต่ดันใช้ชื่อ “รัศมี” ทั้งคู่แล้วจะให้เรียกยังไงดี?... “รัศมีขาว” กับ “รัศมีดำ” งั้นรึ?...
(ฟังแล้วมันทะแม่งๆชอบกลนา--)
“ส่วนท่านชื่อเอกคเชนทร์”
“ชื่อเอกคเชนทร์”
“หา!!!...ทะ...ทำไมพวกหนูรู้ชื่อของพี่ล่ะ?”
“ไม่ผิดตัวแน่”
“ไม่ผิดตัวจ้ะ”
(เอ๋ๆๆ...อะไร?...ทำไม?...ด้วยเหตุใด?)
“มาเล่นทายปัญหากัน”
“ทายปัญหากัน”
“หากตอบถูกหนูจะพูดในสิ่งที่ท่านต้องการรู้”
“พูดในสิ่งที่ท่านต้องการรู้”
“จะ...จะทายอะไรเหรอ?”
“ระหว่างพวกเราใครคือพี่แล้วใครคือน้อง?”
“ใครคือพี่แล้วใครคือน้อง?”
“หวา!!!...ยากนะเนี่ย?...ไหนๆๆ...ลองมายืนคู่กันหน่อยซิ”
“...............................................”
“...............................................”
(คล้ายจริงๆ...ยิ่งมองก็ยิ่งชวนให้นึกถึงพี่แคทในวัยเด็กเพราะไม่ว่าจะปาก,จมูก,เค้าใบหน้าหรือรูปร่างคือมองมุมไหนก็ใช่...อุ!!!...แต่ดวงตาน่ากลัวไม่ค่อยจะชวนมองสักเท่าไหร่นัก)
“อ่า--...พี่ขอทายว่า...หนูรัศมีผมดำเป็นพี่และหนูรัศมีผมขาวก็เป็นน้อง”
“มั่นใจนะ?”
“มั่นใจหรือเปล่า?”
“อื้ม!!...ลองดู”
“ฮิ...ฮิๆๆๆๆๆ”
“ฮะๆๆๆๆๆๆ”
“!?”
“ผิดแล้ว”
“ผิดจ้ะ”
“หนูเป็นพี่ต่างหาก!!”
“หนูเป็นน้องต่างหาก!!”
...ดูท่าสองหนูน้อยจะมีความสุขที่เห็นผมทายผิดแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกเพราะโอกาสถูกหรือผิดจะมีครึ่งหนึ่ง...เอ๋!?...สองฝาแฝดค่อยๆเดินแยกออกไปคนละทางโดยมีผมยืนตรงกลางเหมือนกับครั้งแรก...
“ทำ...ทำไมหรือ?”
“ในเมื่อตอบผิดก็ต้องโดนลงโทษ!!!”
“ต้องโดนลงโทษ!!!”
“ฮ้า!?...มะ...มีงี้ด้วย!!!...ไม่เห็นบอกกันก่อนเลยนี่นา?”
“งั้นก็ไม่สนุกสิ”
“ไม่สนุก”
“!!!!!!”
(เฮ้ย!?...เมื่อ ...เมื่อกี้ไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ย?...เราเห็นดวงตาสีดำมืดของหนูรัศมีผมขาว ส่องประกายขึ้นแวบหนึ่งและพอมองไปอีกทาง...ดะ...ดวงตาสีขาวปลอดของหนูรัศมี ผมดำก็สว่างวาบขึ้นครั้งหนึ่งเช่นเดียวกัน)
“เป็นบุคคลเช่นนี้เอง”
“เป็นบุคคลเช่นนี้”
“จะ...จะทำอะไรน่ะ?”
(เด็ก หญิงทั้งสองค่อยๆย่างเท้าเข้ามาใกล้เราทีละก้าวอย่างเชื่องช้า...คนหนึ่ง นิ่งเฉยคนหนึ่งฉีกยิ้ม...นี่เรากำลังเจอกับอะไรอยู่กันแน่?)
“อย่าเอาแต่นิ่งเฉย!!!!”
“หนีเร็วพ่อ!!!!”
“!!!!!!!!!!”
“!?”
“!?”
...


     

“ตาเฒ่า”
“งืมๆๆๆๆ”
“ตื่นเซ่!!”
“โอ้ย!!...อะไรวะเจ้าอ๋อม!?...คนกำลังหลับสบาย”
“แต่ฉันนอนไม่หลับ”
“แล้ว...มันเกี่ยวอะไรกับข้าวะ?”
“ออกไปกินเหล้าเป็นเพื่อนกันหน่อย”
“กินเหล้า!!!...ดึกดื่นป่านนี้เนี่ยนะ?”
“มาเหอะน่า!!”
“เฮ่ยๆๆ...ขอข้าใส่เสื้อก่อน...อย่าฉุดซี่เดี๋ยวข้าก็หกล้มหน้าคะมำ!!!”
“..............................................”
“จะกินหน้าประตูบ้านนี่น่ะเรอะ?”
“เออสิ”
“หาว~~...เจ้านี่ชอบทรมานคนแก่ว๊า!!”
“หึ!!...ไอ้นี่จะช่วยให้หายง่วงได้แน่”
“นอนไม่หลับ...เจ้ากลุ้มใจอะไรอยู่ล่ะ?”
“เอ้าดื่ม!!”
“ไม่ๆ...ไม่เอา!!...ข้าแก่ปูนนี้แล้วกินเหล้าดีกรีจัดไม่ไหวหรอก”
“บอกให้ดื่มก็ดื่ม!!...อย่าขัดใจฉันจะได้ไหม?”
“ฮึ่ย~~...เรื่องบังคับขู่เข็ญคนอื่นนี่ยกให้เจ้าเป็นที่หนึ่งโว้ย!!...เจ้าเซคยิ่งสั่งห้ามข้าอยู่...อึก--...อ๊าย~~...บาดคอฉิบเป๋ง!!!”
“ฮะๆๆ”
“โอ้!!...ข้างในมันร้อนเหมือนจะลุกไหม้เลยเชียว”
“บังคับขู่เข็ญรึ?...ฉันก็ติดนิสัยมาจากตาแก่นั่นแหละ”
“ไม่จริงว่ะ!!...ข้ายังไม่ถึงขนาดนี้สักหน่อย”
“ก็ใครกันเล่าที่เป็นคนเลี้ยงฉันมาตั้งแต่แบเบาะ?...เอ้า!!...อีกจอกซิ”
“.................................................”
“ในโลกนี้...หลานสาวที่ชวนตากินเหล้ากลางดึกคงจะมีแต่ฉันนี่ล่ะมั้ง?...หึๆๆ”
“คงจะหาที่ไหนไม่ได้แล้วแน่ๆ...นี่!...ถ้าข้าร่วงเมื่อไหร่ก็ช่วยพาเข้าไปนอนในห้องด้วยละกัน”
“เออ!!...ไม่ปล่อยให้นอนหนาวอยู่ตรงนี้หรอก”
“แล้วตกลงเจ้ากลุ้มใจอะไรไหนลองระบายมาให้ข้าฟังหน่อย”
“...ตาแก่”
“หา?”
“ฉันสวยน่ารักมั้ย?”
“เหอ~~...จู่ๆมาถามอะไรแบบนี้?”
“เหอะน่า--...บอกมาที”
“สวยน่ะสิถามได้!!...เจ้าน่ะถอดแบบมาจากแม่เอ็มไม่ใช่น้อยเลยเชียว”
“แต่ยังไม่เท่าศรมุกดาหรือสุรีย์พรรณ?”
“...เอ่อ--”
“จริงๆด้วยสินะ?”
“เฮ้ยๆๆ...เจ้า ก็คือเจ้าจะเอาไปเปรียบกับคนอื่นทำไมเล่า?...ทุกคนคือหลานที่ข้าเลี้ยงดูมา กับมือและก็รักใคร่ใส่ใจไม่เคยแบ่งแยกหรือรังเกียจเดียดฉันท์...เจ้าอ๋อม”
“?”
“ตัวเจ้าเองก็มีจุดเด่นหลายอย่างที่เจ้าแคทกับเจ้าม่อนไม่มีเหมือนกันนะ”
“...ตรงไหนบ้างล่ะ?”
“อือ--...ก็อย่างเช่นเจ้าทำงานบ้านเก่งกว่าเจ้าม่อนไงและก็ทำอาหารเก่งกว่าเจ้าแคทด้วย”
“โฮ่~~”
“ไม่ สมกับเป็นตัวเจ้าเลยนี่?...เจ้าเองก็หน้าตาสะสวยไม่เบา...ไอ้หนุ่มที่ไหนลอง กล้าว่าหลานสาวข้าไม่สวยสิเดี๋ยวข้าจะไปจับมันถ่วงน้ำรายตัวสิเอ้า!!!”
“ฮ่าๆๆๆๆ...พูดดีว่ะตาเฒ่า!!”
“อ้อ!!...แล้วมีอีกอย่างที่เจ้าแคทกับเจ้าม่อนไม่มีและก็เลียนแบบไม่ได้ด้วย”
“ว่าไง?”
“ตาข้างนึงของเจ้าที่เป็นสีเขียว...ฮึ!...ถึงจะได้มาจากพ่อของเจ้าไอ้ฝรั่งขี้นกโซเวียตรัสเซียอะไรนั่นก็เถอะแต่ข้าชอบมากๆ”
“ขอบคุณมากนะ”
“แต่นี่ยัง...ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าไม่สบายใจใช่ไหม?”
“...ใช่”
“มันคืออะไรเรอะ?”
“รู้ใช่มั้ยว่าฉันกับป้อมรักบอล?”
“อื้ม!...ข้ารู้ดี”
“รักแบบชายหญิงนะเฟ้ย!!”
“เออ--...ก็แล้วมันยังไงเล่า?”
“สุรีย์พรรณกับหยาดฝนก็เหมือนกัน”
“อะ...อะไรนะ!?...เจ้า...เจ้าแคทกับเจ้าฝนด้วย?”
“...........................................”
“เฮ่!...เจ้าฝนน่ะข้าไม่ค่อยแปลกใจหรอกเพราะเห็นที่มันมองบอลข้าก็พอจะดูออกแต่เจ้าแคท...จะเป็นไปได้งั้นเหรอ?”
“เป็นไปได้หรือไม่สองคนนั้นกับบอลก็เรียบร้อยกันไปแล้ว...ฉันถึงมานั่งกลุ้มอยู่นี่”
“ฮ้า!!!!...เจ้าบอล...อุ๊บ!!...สะ...เสียงดังไม่ได้”
“งั้นเอาเหล้าอุดปากไป!”
“ส่งมา!!...กรึ๊บ~~”
“...........................................”
“อ้า!!...มะ ...ไม่นึกว่ามันจะโง่เง่าถึงขนาดนี้...ตอนข้ายังหนุ่มๆเท่ากันยังทาบไม่ติด เลย...จุ๊ๆ...เอาพี่สาวน้องสาวตัวเองซะแล้วเจ้าเด็กเวรนี่!!”
“เฮ้ย!?...ทำไมว่าหลานตัวเองโง่วะ?”
“ก็มันจริงนี่นา!!...แล้วเจ้าแคทที่เกลียดผู้ชายเจ้าชู้ซะขนาดนั้นกลับไปหลงคารมเจ้าบอลได้ยังไง?”
“ถ้าไม่ใช่เพราะรักก็ไม่มีทางหรอกน่ะ”
“...งั้นหรือ?...ฮึ!!...ความใกล้ชิดนี่มันช่างอันตรายจริงๆ...หือ?”
“อะไร?”
“ทางแม่นิภาจะรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”
“ฉันคิดว่าน้านิภารู้แต่น้าเขยไม่แน่ใจ”
“โอ้โห~~...นี่แสดงว่าเจ้าบอลจะโดนทั้งป้าทั้ง...อาจ้องตะครุบให้มาจับคู่กับลูกสาวตัวเองงั้นสิ?”
“............................................”
“เฮ้อ!!...ข้ากลุ้มใจแทนเจ้าภพจริงๆ...หมอนี่ก็ไปทำงานซะไกลไม่ได้รู้เห็นอะไรซะมั่งเล้ย~~...โง่เง่าทั้งพ่อทั้งลูก”
“พูดให้สวยโว้ย!!...บอลโง่เง่าตรงไหน?”
“ก็โง่ที่ผู้หญิงมีเยอะแยะไม่สนใจดันผ่ามาคว้าพี่สาวตัวเองเป็นเมียไงเล่า?”
“เอ้ยตาแก่!!...คงยังไม่ถึงกับ...เป็นเมียหรอกมั้ง?”
“เจ้า แคทน่ะข้าเลี้ยงดูมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยทำไมจะไม่รู้นิสัยท...ลองมันรักใคร ขึ้นมาแล้วจะไม่มีทางปล่อยมือจากคนๆนั้นแน่ถ้าไม่จริงนะให้มาถอนหงอกข้าได้ เลย...เหมือนแม่นิภาสมัยยังสาวๆไงที่คอยเทียวไล้เทียวขื่อจนเจ้าสนที่ตามจีบ แม่เอ็มอยู่ดีๆให้เปลี่ยนใจมาแต่งงานด้วยหน้าตาเฉย”
“ฮะๆๆๆ...น้าเขยก็เคยเป็นหนึ่งในพวกผู้ชายที่มาตามจีบแม่นี่หว่า...คิดแล้วปวดหัวเนอะ?”
“พูดเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรอารมณ์ข้าก็ปรี๊ดขึ้นมาเชียว...รินมาอีกโว้ย!!!”
“.................................................”
“เอิ๊ก!!!...ชายผู้โง่เง่าที่สุดที่แท้ก็กลับกลายเป็นหลานชายของตัวเองซะงั้น...เจ้าบอลเอ๊ย~~...ข้ารู้สึกหนักใจแทนเจ้าจริงๆและก็...เฮ้อ~~”
“อ๋า!?...มองหน้าฉันแล้วถอนใจทำไมฟะ?”
“หมัด ยมทูตอะไรนั่นคงจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมเพราะคราวนี้มีลมเพชรหึง ด้วย...เจ้าฝนยังพอว่าแต่เจ้าอ๋อมกับเจ้าป้อมนี่สิลำบากแน่แล้วผู้หญิงคน อื่นก็อาจจะ...เข้าใกล้เจ้าบอลไม่ง่าย”
“นี่!...พึมพำอะไรอยู่คนเดียวตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว?”
“เจ้าอ๋อม!!...สมเหตุแล้วว่ะที่เจ้ากลุ้มใจจนถึงกับต้องลากข้าออกมากินเหล้ากลางดึกกลางดื่นเพราะขนาดข้าตอนนี้ก็ยังพลอยกลุ้มไปด้วยเหมือนกัน”
“.................................................”
...


“แน่มาก”
“แน่จริงๆ”
“ชิงดวงจิตของชายผู้นั้นไปต่อหน้าต่อตาเราทั้งสอง”
“ต่อหน้าต่อตาเราทั้งสอง”
“สุริยนนุจรินทร์”
“วสันตะนุจรินทร์”
“พวกท่านต่างหากที่เป็นฝ่ายเริ่มต้นไม่ใช่เรา!!”
“จริงด้วย!!!...ทำไมถึงบังอาจมาช่วงชิงดวงจิตของพ่อไปขณะที่พี่รีย์กำลังชักนำ?”
“....................................................”
“....................................................”
“ไม่ตอบก็หมายความว่าไม่มีเจตนาดีและเมื่อสักครู่ถ้าเรามาไม่ทัน...พวกท่าน...จะทำอะไรพ่อกันแน่?”
“เรียกมนุษย์ผู้นั้นว่าพ่อได้อย่างเต็มปากเชียวหรือ?...วสันตะนุจรินทร์”
“ฮิ!...เรียกได้อย่างเต็มปากเชียวหรือ?”
“พี่รีย์...หนูเริ่มโกรธขึ้นมาแล้ว...พวกนางจะทำร้ายดวงจิตของพ่อ!!!!”
“ริน”
“ช่างเป็นกำลังฤทธิ์ที่มากมายเหลือเกิน”
“มากมายเหลือเกิน”
“หาก พวกท่านยังไม่แจ้งเจตนาที่แท้จริงออกมาให้รู้...เวิ้งทะเลน้ำกรดแห่งนี้จะ ถูกเปลี่ยนเป็นสายน้ำที่โหมกระหน่ำและถล่มทุกสิ่งทุกอย่างให้ราบพนาสูญ”
“ไม่ได้เห็นเจ้าโมโหโกรธาขนาดนี้มานานทีเดียวนะ...วสันตะนุจรินทร์”
“อชินีสุราลัย!?”
“จะพูดไปให้มากความทำไม?”
“ริน...หลบเร็ว!!!”
“หวา!!!!”
“!?”
“!?”
“อูย~~...เกือบ...เกือบไปแล้ว...อชินีสุราลัย!!...เจ้าคิดจะทำร้ายพวกเราไปด้วยเรอะ?”
“...เสียดายที่หลบทัน”
“หน็อยแน่ะ!!!”
“ริน--...ใจเย็นๆก่อน”
“ก็ดูที่สหายของพี่ทำสิคะ!?...กลายร่างเป็นเสือทองปรากฏตัวบนท้องฟ้าไม่พอยังยิงสายฟ้าลงมาที่ทะเลน้ำกรดใกล้กับที่เราอยู่...ตั้งใจชัดๆเลย!!!”
“พูดมากจริง...สายฟ้าเท่านี้จะทำอะไรเจ้าได้กัน?”
“แล้วถ้าเมื่อกี้หลบไม่ทันจะว่าไง?”
“หึ!...ก็เรื่องของเจ้าสิ”
“นิ...นิสัยเสียนัก!!!”
“สุริยนนุจรินทร์...ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนน้องสาวเจ้านี่ก็น่ารำคาญเหลือเกิน”
“ว้าก~~”
“หนวกหู!!”
“ถูกต้อง
“ถูกแล้ว”
“?”
“อสุนีบาตเพียงเท่านี้ทำอะไรเราไม่ได้หรอก”
“ทำไม่ได้หรอก”
“ฮึๆๆๆๆๆ”
“ฮะๆๆๆๆๆ”
“สมแล้วที่ถูกขนานนามว่าเสือสวรรค์อันธพาล”
“เสือสวรรค์อันธพาล”
“อุ!...อุ๊บ!!”
“วสันตะนุจรินทร์!!...เจ้าขำรึ?”
“เปล่าๆ...ฮิ!...เปล่านะ~~...ฮิๆ”
“ฮึ่ย!!...ส่วนพวกเจ้าฝาแฝดจงมาเปิดศึกกับข้า!!!...ใช้ทะเลน้ำกรดนั่นสิแต่ขอพูดไว้ก่อนเลยว่ามันไม่มีผลอะไรกับร่างนี้!!!!”
“ทางนี้ก็เช่นกัน...ต่อให้ท่านสำแดงอิทธิเดชอสุนีบาตฟาดเต็มกำลังออกมาก็เผาผลาญพวกเราไม่ได้”
“เผาผลาญพวกเราไม่ได้”
“พูดจาโอ้อวดนัก!!!...งั้นก็เข้ามาพร้อมกันทั้งคู่แล้วจงพิสูจน์ดูเองเถอะ!!!!”
“จงหยุด!!”
“หือ?”
“เสียงนี้?”
“มาแล้วหรือสหายของเรา?”
“สหายของเรา”
“พี่รีย์...เขา...”
“หัสดินเทวนาถ”
“เฮอะ!!...ทีนี้ต่างฝ่ายก็มีสามเท่ากัน...ดี!!!...จะได้ไร้ข้อครหา”
“อย่า เลย...ข้าพเจ้ามิได้มาที่นี่เพราะต้องการเปิดศึกระหว่างเทพบดีอันเป็นการ ละเมิดกฎที่ถูกบัญญัติไว้แต่ครั้งโบราณกาล...สุริยนนุจรินทร์,วสันตะนุจริ นทร์,อชินีสุราลัย...ข้าพเจ้าหาได้ประสงค์จะตั้งตนเป็นศัตรูกับพวกท่านแม้ แต่น้อย”
“แล้วจะอธิบายการกระทำของสหายทั้งสองของท่านอย่างไรกัน?...ที่เรากับพี่รีย์มาที่นี่ก็เพื่อต้องการทราบเจตนานั้น”
“เหตุใดพวกท่านจึงยังมิพูดออกไปเล่า?”
“ก็อยากจะบอกหรอกนะแต่เปลี่ยนใจแล้ว”
“เปลี่ยนใจแล้ว”
“อชินีสุราลัยเอย--...ถือซะว่าที่ท่านจู่โจมใส่เราเมื่อสักครู่เป็นการชดใช้ที่เราแย่งชิงดวงจิตของชายผู้นั้นจากสหายของท่าน”
“ชดใช้ที่เราแย่งชิงดวงจิตของชายผู้นั้นจากสหายของท่าน”
“จะได้ยังไงกัน?”
“เอ๊ะ?...ก็อชินีสุราลัยไม่ใช่สหายของท่านด้วยหรอกหรือ?...วสันตะนุจรินทร์”
“ไม่ใช่สหายด้วยหรอกหรือ?”
“อะ...อือ...นั่นมัน...”
“อชินีสุราลัยเป็นสหายของพวกเราอย่างไม่ต้องสงสัยฉะนั้นการกระทำของนางก็คือการกระทำของพวกเรา”
“พี่รีย์!??
“ดีมาก...อย่างนั้นต่างฝ่ายต่างก็ทำผิดแล้วนะ”
“ต่างฝ่ายก็ทำผิดแล้วนะ”
“ฮึ่ม!!...ข้ารำคาญเจ้าแฝดผู้น้องนี่จริงๆ...พูดตามกันอยู่ได้...แล้วแปลงกายเป็นเด็กอย่างนี้...น่าขัน!!!”
“ยามที่ท่านกลายร่างเป็นเด็กคงจะไม่น่าดูสิ”
“คงจะไม่น่าดูแน่ๆ”
“วะ...ว่ายังไงนะ?...ข้าไม่มีวันจะกระทำเรื่องโง่เขลาเช่นนั้น!!”
“อ้าว!?...ด่ากระทบกันนี่นา!!”
“ข้าไม่ได้หมายถึงเจ้ากับสุริยนนุจรินทร์!!!”
“ก็เหมือนกันนั่นแหละ!!”
“เจ้า!!!”
“ริน!!...เงียบก่อน”
“เอ๊อะ!!...แต่ว่า...”
“พี่สั่งให้เงียบ!!!”
“อือ--”
“สรุปคือพวกท่านจะไม่พูดจริงๆหรือว่ากระทำไปเพื่ออะไร?”
“ไม่บอก”
“ไม่พูด”
“..............................................”
“งั้นไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ที่นี่อีก...เราไปกันเถอะค่ะพี่”
“...อืม”
“ฮึ!!...หากครั้งหน้าพวกเจ้ายังก่อเหตุขึ้นอีกข้าจะไม่ไว้หน้าแล้ว...รวมทั้งเจ้าด้วย...หัสดินเทวนาถ!!!”
“..............................................”
“..............................................”
“เหตุใดทั้งสองจึงมิพูดความจริงออกไปเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด?”
“เพราะเสือสวรรค์อันธพาลเข้ามาก้าวก่ายเสียก่อน”
“เข้ามาก้าวก่ายเสียก่อน”
“อชินี สุราลัยก็มีเหตุผลเป็นของตนเอง...การเผชิญหน้ากันโดยตรงหาใช่วิธีที่สมควรจะ กระทำไม่...ต่อไปภายหน้าท่านทั้งสองอย่าได้กระทำการตามแต่ใจตนอีกเพราะหาก เกิดเหตุอย่างเช่นครั้งนี้ข้าพเจ้าจะมิยื่นมือมาช่วยไกล่เกลี่ยให้อีกแล้ว”
“โอ--...จะไม่แล้งน้ำใจไปหน่อยหรือไง?”
“จะไม่แล้งน้ำใจไปหน่อยรึ?”
“อุตส่าห์คบหาเป็นสหายกันมาตั้งเนิ่นนาน...ท่านย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าเราสองฝาแฝดมีจุดมุ่งหมายอะไร?”
“ข้าพเจ้าทราบเจตนารมย์ของท่าน...เทพบดีแห่งกาลเวลาที่แปรเปลี่ยนผู้สถิตอยู่ ณ อุดรทิศ...อุษณรัศมี”
“แล้วท่านจะช่วยเหลือพวกเราไหม?”
“คำถามนี้ท่านก็ย่อมทราบดีอยู่แล้วมิใช่ฤา?...เทพบดีแห่งห้วงมิติที่ผกผันผู้สถิตอยู่ ณ ทักษิณทิศ...สีตลรัศมี”
“ขอขอบคุณนะ”
“ขอขอบคุณจ้ะ”
“ครั้งนี้พวกท่านต้องการพิสูจน์ให้ประจักษ์แก่ตาตนเองว่าสองพี่น้องนุจรินทร์จะรู้สึกอย่างไรกับบุรุษนามว่าเอกคเชนทร์ใช่หรือไม่?”
“ได้รู้อะไรมากกว่าที่คาดเลย”
“มากกว่าที่คาดเลย”
“อย่างเช่น...”
“สองพี่น้องนุจรินทร์หวงชายผู้นั้นมากและนับถือเป็นบิดาอย่างสนิทใจ”
“หวงชายผู้นั้นมากและนับถือเป็นบิดาอย่างสนิทใจ”
“อชินีสุราลัยก็เช่นเดียวกัน”
“เช่นเดียวกัน”
“ที่พวกท่านไปช่วงชิงดวงจิตของเอกคเชนทร์แลแสดงทีท่าคุกคามประหนึ่งว่าจะคิดร้าย...นางโกรธมากทีเดียวนะ”
“เอาล่ะ!!...ต่อจากนี้ไปเราจะคอยเฝ้ามองท่าทีของทั้งสาม”
“เราจะคอยเฝ้ามองท่าทีของทั้งสาม...ฮิๆๆ...อย่างสนุกสนาน”
“..................................................”
“ว่าแต่...เทพบดีแห่งการหยั่งรู้ประจำทิศประจิมทำไมจึงไม่มา?”
“ทำไมไม่มา?”
“นั่นก็เพราะนางหยั่งรู้ทุกอย่างตั้งแต่ต้นจึงมิยินดีจะปรากฏตัวอย่างไรเล่า”
“จริงด้วย”
“จริงสินะ”
...


“โออออออ...เออะ...ไม่~~...อย่า!!!”
“บอล...เธอเป็นอะไร?”
“ห๊ะ!!...พี่...แคท!?”
“ฝันร้ายเหรอ?...เหงื่อออกเต็มหน้าเลย”
...เมื่อรู้สึกตัวอีกทีผมก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพี่แคท...นี่แสดงว่าเมื่อฝันไปเองสินะ...อะ...เอ๊ะ?...
(จำ...จำไม่ได้ว่าฝันอะไรไปบ้าง!?)
“ท่าทางจะเป็นฝันที่ไม่ค่อยดีนะ?”
“...อืม”
“ฝันว่าอะไรมั่งล่ะ?”
“ผม...”
“?”
“จำ...ผมจำไม่ได้”
“จะเป็นไปได้ยังไง!?...เพิ่งตื่นแท้ๆลืมซะแล้วรึว่าฝันอะไรไปบ้าง?”
“จริงๆนะครับ!!...ผมนึกอะไรไม่ออกเลยสักอย่าง”
“สักนิดก็ไม่มี?”
“..................................................”
“อย่างเช่น...ฝันเห็นเด็กผู้หญิงน่ารักๆ”
“อือ--...ไม่...ผมจำไม่ได้จริงๆ...อุ๊บ!!...ผมรู้สึกปวดหัว”
“..................................................”
“โอยปวด~~...พยายามนึกเท่าไหร่ก็...นึกไม่ออก”
“ช่างเถอะๆอย่าฝืนเลย...รีบนอนดีกว่าเพราะต้องตื่นแต่เช้า”
“วะ...ว่าแต่...”
“มีอะไรอีกล่ะ?”
“ผม...นอนอยู่ในห้องพี่”
“ก็แล้วมันทำไมเล่า?”
“ตอนนี้...ตะ...ตีหนึ่งกว่า!?...แย่แล้วๆ...พี่แคทพาผมไปนอนที่ห้องฝนเถอะครับไม่งั้นอานิภารู้ล่ะก็ซวยแน่!!!”
“...อยากกลับก็กลับไปเอง”
“อ้าว!?”
“พี่จะนอนและไม่อยากลุกตอนนี้ด้วย”
“โธ่~~...แค่พยุงผมไปนอนที่ห้องฝนเท่านั้นเองนะ...อย่างน้อยก็ช่วยเป็นต้นทางให้เผื่ออานิภาจะออกมาเห็น”
“กลัวแม่พี่รู้ขนาดนั้นเลยรึ?”
“กะ...ก็แน่อยู่แล้ว”
“ฮึ!!...เธอก็เหมือนผู้ชายคนอื่นไม่มีอะไรแตกต่าง”
...พี่ แคทพูดจบก็พลิกตะแคงหันหลังให้...สงสัยว่าจะไปทำให้สาวเจ้าไม่พอใจเข้าซะ แล้ว...ทำไมกัน?...ผมยังไม่อยากให้ความแตกตอนนี้มันผิดงั้นเหรอ?...อื้อหือ แม่เจ้าวู้ย~~...แม้ จะเปิดแค่โคมไฟตรงหัวเตียงแต่ที่ญาติสาวผู้พี่นอนตะแคงโชว์บั้นท้ายโดยที่มี ผ้าห่มผืนเดียวพาดตรงสะโพกนี่มันช่างสร้างความเสียหายให้แก่สติของผมอย่าง มากเชียวนะเนี่ย?...
(แต่เราดันใช้กระสุนไปจนหมดคลังซะแล้ว)
“พี่...ไม่ชอบให้ผมไปนอนที่ห้องฝนใช่มั้ย?”
“เธอจะไปที่ไหนมันก็เรื่องของเธอ”
(พูดห้วนๆอย่างนี้ชัวร์!!!)
“ก็ได้...คืนนี้ผมจะนอนกับพี่”
“................................................”
(นั่นแน่~~...เมื่อกี้ญาติสาวผู้พี่แอบยิ้มนี่หว่า...อ๋อ!!...เจ้าหล่อนไม่ชอบให้เราไปนอนในห้องผู้หญิงคนอื่นถึงจะเป็นน้องสาวแท้ๆก็เถอะ)
“แหม~~...ไม่อยากให้ผมไปก็บอกกันตรงๆสิ”
“...ไม่เห็นต้องบอก...เธอน่าจะเดาเองได้”
“แต่พี่ต้องให้ผมดูดนมทั้งคืนนะจ๊ะ”
“เป็นเด็กทารกเหรอไงยะถึงจะดูดนมทั้งคืนน่ะ?”
“ไม่รู้ละ!!...หันกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”
“บอลก็...”
“ผมจะทำอย่างนุ่มนวลเชียว...มาใกล้ๆผมอีกหน่อยครับ”
“...นึกแล้วว่าต้องขออย่างนี้...งั้นเชิญดูดนมจนหลับไปเลยก็แล้วกัน...เด็กโข่งลามก!!”
...ปาก ไม่ตรงกับใจแบบนี้ช่างสมกับเป็นพี่แคทจริงๆและผมก็จำไม่ได้เหมือนกันว่า ผล็อยหลับไปเมื่อไหร่แต่ที่แน่ๆคือหลับทั้งๆหัวนมของสาวเจ้ายังคาอยู่ในปาก!?...
...




“อืมมมมมมมม...อื๋อ?”
(หมอนข้างดิ้นได้หายไปไหนแล้ว?)
“แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของแคทตลอดไปเช่นกันค่ะ...ไม่มีวันลืม”
(แคท...เอ่อ--...พี่แคทกำลังคุยกับใครอยู่นะได้ยินไม่ค่อยชัดเลย?)
“หนูจึงอยากขอร้อง...ได้โปรด...ยกเขาให้หนูเถอะนะคะเพราะเขาจะต้องเป็นพ่อของลูกสาวที่อยู่ในท้องหนู”
“ว่าอะไรนะ?”
“!?”
“อะ...อ้าว!?”
“เป็นอะไรของเธออีก?”
“...พี่แคท”
“ร้องเสียงดังแบบนั้นน่ะไม่กลัวเรื่องแดงแล้วหรือไง?”
“เมื่อกี้...พี่ไม่ได้โทรศัพท์ใช่มั้ย?”
“เปล่า...จะโทรไปหาใครแต่เช้ากันล่ะ?”
...พอ ลองกวาดสายตามองหาโทรศัพท์ของญาติสาวผู้พี่มันก็วางเรียบร้อยอยู่ที่หัว เตียงส่วนเจ้าของกำลังนั่งส่องกระจกผัดหน้าทาแป้งที่โต๊ะโดยสวมใส่เพียงชุด ชั้นใน...สงสัยหูผมฝาดไปแน่ๆเลยถึงพาลได้ยินอะไรเป็นตุเป็นตะ...
“เพิ่งหกโมงครึ่ง...พี่จะไปแล้วเหรอ?”
“ยัง...พี่ไปเก้าโมง”
“งั้นไม่เห็นต้องรีบแต่งหน้าเลยนี่ครับ”
“ใครจะทนไหวจ๊ะพ่อคุณ?”
“หือ?”
“ก็เจ้าคนบ้าที่ไหนหึที่เมื่อคืนทำเลอะเทอะไว้กับพี่น่ะ?”
“ฮะๆๆ”
“ยังจะมาหัวเราะ...ลุกไปเข้าห้องน้ำห้องท่าซะ”
“ช่วยผมหน่อยสิจ๊ะ”
“อย่ามาอ้อน!!”
“แหม~~...ขาผมแทบจะไม่มีแรงเดินแล้วนะ”
“ใครใช้ให้เล่นท่าพิสดารเอง”
“หูย~~...ไม่แปลกใหม่สักหน่อยเป็นแค่ท่าพื้นฐานเองครับ...ตกลง!!...ต่อไปผมให้พี่ขึ้นข้างบนตลอดล่ะกัน”
“บะ...บ้าเหรอ?”
“ลูกแคทตื่นหรือยังจ๊ะ?”
“อึ๋ย!?...อานิภา!!”
(แย่แล้ว!!!!)
“นอนลงไป”
“ห๊ะ?”
“งกๆเงิ่นๆอยู่ได้!!”
“แม่จะเข้าไปแล้วน๊า~~”
...พี่ แคทตั้งสติได้ก่อนจึงผลักผมนอนลงแล้วตัวเองขึ้นทับพลางคว้าผ้าห่มคลุมร่าง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่อานิภาเปิดประตูห้องเข้ามาอย่างหวุดหวิดทีเดียว แล้วไม่รู้ว่าจะปิดบังได้หรือไม่เพราะถ้าน้องสาวพ่อเกิดความสงสัยเดินมาเลิก ผ้าห่มออกงานนี้ก็จบสิ้นกัน...
“พี่”
“เงียบ!!”
(อูย~~...งานนี้จะออกหมู่หรือจ่า?...อย่าว่าแต่เราเลยพี่แคทก็หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้อย่างชัดเจน)
“นี่”
“อะ...อะไรครับ?”
“เวลาอย่างนี้ยังทะลึ่งได้อีก!!”
“ผมเปล่า!”
“เปล่าอะไร?...มือเธอจับตูดพี่อยู่นะยะ!!”
“อย่าดังสิครับ”
“ฮึ!”
“ปกติลูกจะตื่นไปซ้อมฟันดาบที่สวนแต่เช้านี้แม่ไม่เห็นก็เลยขึ้นมาดู...ยังนอนอยู่อีกเหรอ?”
“คะ...ค่ะ...เมื่อคืนหนูปวดหัวนิดหน่อยแต่ค่อยยังชั่วแล้ว”
“งั้นก็ไปดูแลบอลด้วย...ขาน้องเขายังไม่หายเจ็บทำอะไรคนเดียวไม่สะดวก”
“เดี๋ยวหนูจะไปปลุกบอลเองค่ะ”
“อีกอย่างวันนี้ลูกแคทจะต้องไปธุระนะจ๊ะ...แม้ยังไม่ถึงเวลาแต่ก็ไม่ควรจะนอนตื่นสาย...ลุกได้แล้วล่ะ”
“ค่ะๆ...หนู...หนูจะลุกเดี๋ยวนี้...เธอนี่...อย่าขยับตัวสิ!!”
“ก็ขาผม...ขาพี่แคททับเฝือกผมอยู่”
“ชู่ว~~”
(สาธุ!!!!...ยะ...อย่าให้อานิภาเดินมาเลิกผ้าห่มเชียวนะไม่งั้นเรื่องไม่จบลงแค่ก้มกราบขอขมาแน่!!!)
“แล้วก็...”
“คะ?”
“ผ้าปูที่นอนนั่นน่ะรีบเอามาให้แม่ซักซะนะเพราะถ้าปล่อยไว้นานเข้าคราบมันจะซักออกยากจ้ะ”
“!?”
“!!!!!!!!!!!”
“คราบ...”
“ใช่...คราบไงจ๊ะ...ฮิๆๆ”
(เอื๊ยก!!!!!!...ฉิบ...ฉิบโผง!!!...ที่...ที่แท้...ที่แท้ก็...ระ...ระ...รู้...รู้อยู่แล้วไม่ใช่เรอะ!?)
“แม่จะไปเตรียมอาหารเช้าต่อ...รีบๆอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ลงไปกันนะ...ฮึฮื่ม--”
“.............................................”
“.............................................”
“แย่จริง”
“พี่แคท!!!...อา...อานิภา...”
“ก็ใช่น่ะสิ!!...แบบนี้คงไม่แคล้วโดนสอบปากคำแน่ๆ”
“จะทำยังไงดี?”
“...พี่ก็ไม่รู้”
(อ้าว!?)
“แต่เริ่มต้นเราอย่าเพิ่งพูดอะไรจะดีกว่า”
“คือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้”
“นั่นมันงานถนัดของเธอเลยไม่ใช่รึ?”
(ลงเรือลำเดียวกันแล้วแท้ๆก็ยังจะกัดจิกแบบเจ็บๆคันๆอีกนะ!?...แม่จ็อกกี้สาว!!!)
...


“............................................”
“............................................”
“............................................”
...ที่ โต๊ะอาหารอานิภาไม่พูดไม่จาอะไรเลยเอาแต่นั่งท้าวแก้มมองผมกับพี่แคทสลับไป มา...นี่มันเป็นความสงบของท้องทะเลก่อนที่จะเกิดพายุใหญ่หรือยังไงกันนะ?... บรรยากาศไม่สู้ดีเอาซะเลย...
(แต่จะหลุดปากสารภาพออกไปไม่ได้เด็ดๆ)
“ลูกแคท”
“คะ!!”
“อุ๊ย!?...ทำไมต้องเสียงดังด้วยล่ะ?”
“เอ่อ--...ก็ไม่ดังนี่คะ”
“แม่แค่จะถามว่าลูกออกไปกี่โมง?”
“ประมาณ...เก้าโมงเช้าค่ะ”
“ส่วนบอลก็...”
“ครับ!!!”
“หวะ!!...อยู่ใกล้ๆไม่ต้องตะโกนก็ได้...อาตกใจหมด”
“เธอนี่!!”
(ยังจะทำตาดุเรา...ตัวเองก็ตื่นเต้นเหมือนกันไม่ใช่เรอะ?)
“คือแม่จะบอกว่าความจริงบอลจะไปกับแคทก็ได้”
“ให้บอลอยู่บ้านดีกว่าค่ะ”
“แต่แม่จะไม่อยู่นะ”
“จะไปไหนล่ะคะ?”
“แม่นัดกับเพื่อนไว้น่ะจ้ะ”
“ใครหรือคะหนูรู้จักไหม?”
“เพื่อนเก่าสมัยเรียนพยาบาลน่ะลูกแคทไม่รู้จักหรอก...เขามาพักที่บ้านยัยชุ่มแถวสนามบินแม่ก็เลยว่าจะไปหาสักหน่อย”
“ผมอยู่คนเดียวได้...ถ้าไปด้วยพี่แคทจะพะวักพะวนและเมื่อวานก็นั่งรถมาไกล...ผมขอนั่งเหยียดแข้งเหยียดขาสบายๆที่บ้านดีกว่า”
“พี่ไปไม่นานหรอก...ประมาณบ่ายโมงก็กลับ”
“ส่วนแม่จะออกไปตอนสิบเอ็ดโมง...ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารกลางวัน...แม่จะเตรียมไว้ให้”
...สุด ท้ายตลอดเวลาอาหารเช้าอานิภาก็ไม่ได้ซักถามเกี่ยวกับเรื่องที่ผมกังวลแต่ อย่างใดทว่ายังวางใจไม่ได้เพราะในเมื่อเธอรู้ทุกอย่างแล้วยังปิดเงียบเช่น นี้ก็แสดงว่าจะต้องมีแผนการอะไรอยู่แน่!?...
“คุณแม่...ไม่ทานบ้างเหรอคะ?”
“ยังไม่ค่อยหิวจ้ะ...แม่ว่าจะซักผ้าปูที่นอนหมอนมุ้งก่อนแล้วค่อยกิน”
(อุ!!)
“บางทีพ่อเขาอาจจะกลับมาเย็นนี้เพราะงั้นแม่ต้องรีบทำงานบ้านให้เสร็จเร็วๆ...อิๆ...จะได้ออกไปร่อนนานๆหน่อย”
“.............................................”
“ไปเร็ว!”
“แต่ผมยังไม่อิ่ม”
“เอาขึ้นไปกินต่อที่ห้อง”
“ครับๆ”
“อย่าลืมเอาจานลงมาล้างด้วยนะจ๊า~~”
(พี่แคทเองก็ดูจะสูญเสียความเยือกเย็นไปเหมือนกัน...ให้ตายสิ!...คล้ายกับเราสองคนกำลังวิ่งวนอยู่บนฝ่ามือของอานิภาไม่มีผิดเลย)
“อูย~~”
“เป็นอะไรครับ?”
“เวลาเดินแล้วมันเจ็บ...ยะ...อย่ายุ่งน่ะ!!”
“ผมอุตส่าห์ถามดีๆ...เฮ่อ--”
...


“ระหว่างที่พี่ไม่อยู่ถ้าคุณแม่ถามอะไรก็พยายามอย่าเผยพิรุธ...พูดเท่าที่จำเป็นห้ามยืดยาว...ไม่รู้ไม่เข้าใจก็ไม่ต้องตอบ”
“โห~~...สีหน้าพี่ทำซะผมยิ่งเครียดไปใหญ่นะเนี่ย?”
“ก็เธอน่ะมันผู้ร้ายอ่อนหัดแต่ชอบจะทำความผิดนัก!!”
“ให้รับมือกับเมียนายตำรวจสายปราบปรามชั้นเซียนสงสัยผมจะไม่รอดแหงๆ”
“บอลก็พูดเกินไป...เฮ้อ!!...แต่โชคอาจพอจะเข้าข้างอยู่มั่งนะ”
“พี่คิดอย่างนั้นเหรอ?”
“อืม--...พี่มั่นใจว่าคุณแม่รู้แล้วแต่ก็ไม่โกรธหรือเอาเรื่องซึ่งพี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม?...หึ!...ลองเปลี่ยนเป็นคุณพ่อสิ...ไม่แน่เธออาจจะขาหักอีกข้าง”
“พี่...ผมกลัว!!”
“อย่าใจเสาะได้มั้ย?...ทีตอนทำไม่รู้จักคิด”
“ก็มัน...”
“อยู่แต่ในห้องนี้ห้ามออกไปไหน...ถ้าไม่อยาก...ซวย”
“ธะ...โธ่เว้ย~~...งั้นผมจะนอนให้หลับเป็นตายซะเลย!!!”
“ดีย่ะ!!”
...คนยิ่งกลัวๆอยู่ยังจะมาพูดขู่กันอยู่ได้!!...ทำยังกับว่าความจะแตกเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลางั้นสิ?...อานิภายังซักผ้าอยู่ข้างล่างส่วนพี่แคทขับรถออกไปจากบ้านแล้ว...เวลาอย่างนี้น่าจะหาคนคุยด้วยเพื่อระบายความขัดข้องในใจแต่เขาผู้นั้นสมควรเป็นใครดีล่ะ?...
“พ่อ...ไม่ได้ๆ...มีหวังเราโดนด่ายับแหงๆ...ป้าเอ็มก็ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย”
(รึว่าจะเป็น...เอ๊า!!...เลขหมายนี้ติดต่อไม่ได้อีก...โธ่ไอ้เชนบ้า!!!...ช่างเหอะ...คนนอกรู้มากไม่ดี)
“....................................................”
(งั้นก็น่าจะมีแต่...)
“ฝนเหรอ?”
“จ้ะที่รัก!!”
“ฉันอยากถามอะไรเธอหน่อย”
“ถามมาได้ทุกเรื่อง”
“เธอรู้เบอร์ของพี่ม่อนใช่ไหม?”
“อื๋อ?...จะโทรไปจีบงั้นเรอะ?...ประเดี๋ยวเหอะ!!!”
“บ้า!!...ฉันจริงจังนะว้อยยังจะมาพูดล้อเล่น”
“เค้าก็ไม่ได้ล้อเล่นและพี่ม่อนไม่มีมือถือหรอกนะ”
“หมายความว่าไง?”
“ก็คือเวลาเค้าหรือใครจะติดต่อพี่ม่อนก็ต้องโทรเข้าเครื่องของคุณไหม”
“งั้นขอเบอร์คุณไหม”
“ย้าก!!!”
“เอ้ย!!...จะตะโกนทำไมฟะ?...แก้วหูแทบแตก!!!”
“วางแผนจะทำอะไรกันแน่น่ะ?”
“วางเวิงอะไรเล่าระแวงไปได้!!...ฉันแค่อยากปรึกษาอะไรพี่ม่อนสักหน่อย”
“ชิๆๆ...เสียใจด้วย...ตอนนี้คุณไหมอยู่กับพี่เซคไม่ใช่อยู่กับพี่ม่อนเพราะฉะนั้น...”
“เพราะฉะนั้น?”
“เวลานี้จึงไม่มีใครติดต่อพี่ม่อนได้เลยนอกซะจากเธอจะเป็นฝ่ายติดต่อมาเอง”
(เวรกรรม!!!)
“ฮึฮื่อ~~...จีบไม่ได้แล้วน๊า!!”
“ก็บอกว่าไม่ได้จีบไงเล่ายัยเขี้ยวผี!!!...เอางี้...ฉันขอเบอร์คุณปู่ล่ะกัน”
“โฮ่!...เตรียมกระดาษกับปากกาจดเลย”
(อะไรของมันวะเนี่ย?...เราว่าฝนต้องรู้วิธีอื่นที่สามารถติดต่อพี่ม่อนแน่ๆแต่ไม่ยอมบอกเพราะกลัวเราจะจีบ...ทำเป็นเด็กประถมไปได้!!)
“โทรเข้าเครื่องในห้องนอนคุณตาโดยตรงเลยนะตัวเอง”
“เออ!!!...ขอบใจ”
(คุณปู่รู้ดีว่าเราเจ้าชู้แต่อย่าให้รู้ว่าผู้หญิงเป็นพี่แคทและถึงจะโดนว่าบ้างก็ไม่เป็นไร...อย่างน้อยก็ได้ระบายความกลัดกลุ้มออกมาซะบ้าง)
“....................................................”
“....................................................”
“อ่า--...นั่นคุณปู่ใช่ไหมครับ?...นี่ผมเอง”
“ก็ปู่ของเอ็งนั่นแหละ!!”
(อุ!!...ไปอารมณ์เสียมาจากไหนหว่า?)
“หนอยเจ้าตัวดี~~...เข้าปีใหม่มานี่ก็หายหัวเงียบเชียวไม่คิดจะติดต่อมามั่ง...ฮึ!!...นี่ก่อเรื่องงามหน้าไว้ถึงโทรมาหาข้าได้สินะ”
“ผม...ผมไม่ได้...เอ๊ะ?...เมื่อกี้คุณปู่...”
“เอาเถอะ...ดีเหมือนกันที่โทรมาหาข้าเพราะข้าก็มีอะไรจะบอกเจ้าด้วย”
“?”
“ข้ารู้หมดแล้วว่าเจ้าน่ะจับเจ้าแคทกับเจ้าฝนทำเมียทั้งคู่”
“!!!!!!!!!!!!!!!!!”
(เอ้ยๆๆๆๆๆๆ...คุณปู่รู้ได้ยังไงว่าเรา...ไอ้บ้าที่ไหนเสือกปากสว่าง!?...แม่ง~~...น่าเอาดินปืนกรอกปากแล้วก็จุดไฟซะจริงๆ!!!!)
“จะถามข้าว่ารู้ได้ยังไงใช่มั้ย?...เจ้าอ๋อมเพิ่งบอกข้าเมื่อคืนนี้”
“อะ...อ๋อมบอก!?”
(ยัย...ยัยบ้านั่นทำอะไรลงไปเนี่ย?)
“เจ้ามันไร้เสน่ห์ถึงขนาดนี้เลยงั้นเรอะ?”
“หา?”
(พูดเหมือนพี่แคทเลย!?)
“นี่เจ้าไม่รู้?”
“เอ่อ...”
“ผู้หญิงมีตั้งเยอะแยะไม่มีปัญญาจีบหรือไงถึงผ่าไปคว้าพี่สาวน้องสาวตัวเองมาเป็นเมีย?...ไม่เรียกว่าไร้เสน่ห์แล้วจะให้เรียกอะไรวะ?”
(หรือนี่คือความหมายของพี่แคทที่ชอบว่าเราบ่อยๆ!?)
“พะ...พูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะครับ...คือผม...”
“เพราะฝ่ายหญิงมีใจให้เจ้าเลยไม่ปฏิเสธแต่เคยคิดมั่งหรือเปล่าว่าปัญหาจะตามอีกมากมายเป็นพะเรอเกวียน?...เจ้าแคทกับเจ้าฝนน่ะจะทำเป็นเล่นด้วยเหมือนหมาหยอกไก่ไม่ได้นะ...อ้อ!...นี่ระเบิดลูกใหญ่ก็กำลังจะไปลงที่บ้านอาของเจ้าแล้วนะเว้ย!!!”
“ระ...ระเบิดอะไรกันครับ?”
“ฮึ!!...ก็ระเบิดที่เจ้าอ๋อมส่งไปไงเล่า!!...มันน้อยใจเจ้าน่าดูเชียวนะจะบอกให้และเมื่อคืนยังลากข้าไปซัดเหล้าแก้กลุ้มจนข้าสลบเหมือดหน้าบ้าน...งานนี้ดูท่าจะเกิดศึกชิงตัวเจ้าบ่าวกันให้วุ่นวายซะแล้วล่ะมั้ง?”
“ชิงตัว...เจ้าบ่าว”
“ข้าว่าเจ้ารีบหาทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านี่ก่อนจะดีกว่า”
“คุณปู่ครับ...ระเบิดที่ว่าคือ...”
“คนที่เจ้าก็รู้จักดีไง”
“!?”
...

(ป้าเอ็ม...จะมาพาเรากลับไปโยนกจัตุรัส...นี่ยัยอ๋อมถึงกับใช้แม่ตัวเองเลยเชียวเหรอ?)
...เรื่องระหว่างผมกับพี่แคทหรือฝนคุณปู่ไม่ได้ห้ามทว่าก็ไม่ได้ออกปากสนับสนุนอีกทั้งไม่ได้ตำหนิเท่าไหร่นักและท่านไม่ได้พูดอะไรมากได้แต่แนะนำว่าค่อยๆแก้ปัญหาไปทีละจุด...
(“แต่ย่าเจ้ายังไม่รู้หรอกนะ”
“คุณปู่ช่วยปิดไปก่อนนะครับ”
“เออน่ะ!...ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอกเจ้าจัดการทางนั้นให้เรียบร้อยเถอะ”
“ขอบคุณครับ”
“จำไว้ให้ดีนะว่าพยายามใช้วิธีบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นจะดีที่สุด...เจ้าอ๋อมเป็นคนใจร้อนก็เอาใจมันมากๆหน่อยส่วนเจ้าแคทแม้จะขี้หึงแต่มันเป็นคนมีเหตุผลพอ”
“คุณปู่รู้ว่าพี่แคท...”
“หลานทุกคนข้ารู้นิสัยหมดนั่นแหละน่า--”)
“สมัยทุกคนยังเด็กคุณปู่คงจะเหนื่อยน่าดู...สิบโมงแล้วเหรอนี่?...อุ๊บ!!”
(รู้สึกคันขยิกที่ฝ่าเท้าซ้าย!?...ใคร...ใครกำลังเอาอะไรมาเขี่ย?)
“อึ๊!!...อึก”
“ฮิๆ”
(อานิภา!?...เข้ามาในห้องฝนตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมเราไม่รู้เลย?...แกล้งหลับ...ต้องแกล้งหลับไว้!!!)
“.............................................”
(น้องสาวฝาแฝดของพ่อซุ่มอยู่ตรงปลายเตียงแต่โผล่มาแค่ศีรษะพลางเอาไม้กวาดขนไก่เขี่ยฝ่าเท้าเรายิกๆ)
“เลิกใช้ลูกไม้ตื้นๆดีกว่าน่า--”
“อึย~~”
“ยังอีก!!...เปลือกตาปริบๆแล้ว”
“.............................................”
“งั้นต้องเจอ!!!”
“โอ๊ย!!...ก๊าก!!!...ฮ่าๆๆๆๆๆๆ...หยุด...หยุดเถอะครับอา~~...โอ้ย!!...ฮะๆๆๆ”
“ทำเป็นนอนเงียบเชียวน๊ะแล้วนึกไงถึงมาอยู่ในห้องนี้?”
“ก็อาจัดให้ผมนอนห้องนี้ไม่ใช่เหรอ?”
“แน่ใจ๊?”
“..............................................”
“ผิดแล้ว...เมื่อคืนบอลไม่ได้นอนที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว”
(อึ๋ย!!!)
“พูด...พูดอะไรครับ?”
“หาไอ้นี่อยู่เรอะ?”
“นั่น!?”
...หายนะมาเยือนแล้วสิตู!!...ผมจัดแจงจะคว้าไม้ค้ำแต่กลับพบว่ามันไปอยู่ในความครอบครองของน้องสาวพ่อซะฉิบ!!!...อย่างนี้ก็หมดทางหนีสิปัทโธ้~~...แน่ะ!...ทำเป็นมาส่งคืนให้ด้วยใบหน้าที่ยิ้มระรื่นซะงั้น...แสบสันต์เหลือเกินวุ้ย!!!...
“ยังคิดจะหนีไปที่ไหนอีกจ๊ะพ่อตัวดี?”
“ผม...ผมเปล่าหนี...หนีอะไรกัน?”
“ฮะ!!...ฮ่าๆๆๆๆๆ...หนี!!...บอลต้องคิดหนีอาแน่ๆ...คิกๆๆๆ...ไม่มีเหตุผลอื่นหรอกเจ้าข้าเอ๊ย!!!”
(กระโดดไปกระโดดมารอบห้องลูกสาวคนเล็กพลางหัวเราะด้วยความขบขันกับเอานิ้วชี้หน้าเรา...นี่อานิภายังปกติดีอยู่หรือเปล่า?)
“เอาล่ะ!!...เลิกเล่นกันซะที...อามีอะไรอยากจะถามบอลเต็มไปหมดนะจะบอกให้”
(จู่ๆสีหน้าก็เปลี่ยนทันควัน!?)
“แต่ก่อนอื่น...ฮึก!!”
“!?”
“ฮะๆๆๆๆๆๆ...บะ...บอลทำหน้าตลกมากอ่ะ!!...ฮิๆๆๆๆ...ทะ...ทนไม่ไหวแล้ววววววว~~”
(นี่เรากำลังคุยกับคนบ้าใช่ไหมเนี่ย?...ทำไมอานิภาถึงได้เพี้ยนสุดเดชขนาดนี้?...ดูสิ!!...ลงไปนอนกลิ้งตัวงอหัวเราะงอหายที่พื้นห้องสลับกับเอากำปั้นทุบปึกๆ)
“ฮ่าๆๆๆ...ห๊ะ!...แฮ่ม!!...โทษ...โทษที...คะ...คืออาขำจนทนไม่ได้”
“ขำอะไรนักหนาครับ?”
“ก็บอลกับแคทไง”
“?”
“ก่อเรื่องขึ้นแล้วคิดว่าจะปิดบังอาได้งั้นหรือ?”
“อานิภารู้”
“แน่นอน...อารู้ทุกอย่างตั้งแต่ต้นเลยเพราะงั้นทั้งสองคนน่ะ...”
“..................................................”
“จะดูถูกกันมากเกินไปแล้ว!!!”
“!!!!”
(พอลองสังเกตดีๆที่มุมห้องมีดาบคงโมเคียวอาวุธคู่กายของพี่แคทพิงอยู่ด้วย...อย่าบอกนะว่าอานิภาจะ...)
...


“.............................................”
“อา”
“.............................................”
“อาครับ”
“.............................................”
“ที่จริงไม่เห็นจะต้องลากผมออกมาด้วยเลย”
“.............................................”
“แล้วไหนบอกจะไปหาเพื่อนแต่นี่...”
“หนวกหู!!!”
(อุ๊ก!!)
“อาบอกแล้วใช่มั้ยว่าบอลไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเรียกร้องอะไรและไม่มีสิทธิ์ขัดใจอาด้วย?...ฮึฮื่อ~~...อยากให้อาเอาเรื่องขึ้นมาหรือยังไงกันห๊า?”
“ไม่ครับ”
“ถ้างั้นก็นั่งเงียบๆ”
...ถึงขณะนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าอานิภาต้องการทำอะไรกันแน่?...พอน้องสาวพ่อหัวเราะขบขัน(?)จนสะใจแล้วก็ตีหน้าขรึมชี้นิ้วสั่งให้ผมแต่งตัวเพื่อจะออกไปข้างนอก...
(“จะไปที่ไหนหรือครับ?”
“ไม่ต้องถาม”
“ต้องโทรบอกพี่แคทด้วยไหม?”
“ไม่ต้องโทร”
“อ้าว!?”
“แฮ่!!”
“หวึย!!!”
“พูดมากเดี๋ยวกัดเนื้อหลุดเลย!!!...คนผิดอย่างบอลไม่มีสิทธิ์สงสัยหรือถามอาหรอก”
“...................................................”
“แต่จะต้องทำตามที่อาสั่งอย่างเดียว...โฮ่~~...รึจะให้อาสนรู้?”
“ไม่...ไม่นะครับ!!”
“ฮิๆๆๆ...ถ้าตานั่นเกิดรู้ว่าลูกสาวตัวเองทั้งสองคนโดนบอลเจาะไข่แดงไปแล้วล่ะก็น่ากลัวมากนะจะบอกให้!!!...อือ--...หลานก็หลานเท้อ!!...จับนอนคุกลูกเดียวแถมหล่อๆอย่างบอลนี่ยัง...”
“?”
“จะต้องถูกพวกกะเทยกลัดมันจับอัดตูดคาห้องขังด้วยแหงๆ”
“หวา!!!!”
“เฮะๆๆๆๆๆๆๆ...กลัวมากม๊าย~~...กลัวใช่ไหมล่า~~...แล้วหากส่งสำนวนฟ้องศาลกับโดนตัดสินโทษก็จะต้องส่งเข้าเรือนจำ...อี๋!!...ในนั้นน่ะมีนักโทษหุ่นบึ้กกะดอใหญ่ๆอยู่เพียบ...ยิ่งหน้าตาหล่อเหลาแบบนี้ด้วยละรอดยากส์!!!...หึๆๆๆ...รับรองมีจองคิวแน่นทุกวันแน่นอน!!!!”
“อา!!...อานิภา...ได้โปรดช่วยผมด้วยเถอะครับ!!!...แบบนั้นไม่เอานะให้ผมตายไปซะเลยดีกว่าครับ!!!!”
“ฮืม--...แล้วบอลจะเชื่อฟังที่อาพูดทุกอย่างหรือเปล่า?”
“เชื่อ...เชื่อทุกอย่างครับ!!!”
“ไม่งั้นถูกกะเทยควายในคุกข่มขืนจนตูดบานแน่ๆนะ?”
“ครับ!!!!”
“...................................................”
“...................................................”
“ฮี่!!...ดีมากๆหลานรักของอา!!!...คราวนี้จะยอมช่วยสักครั้ง...งั้นแต่งตัวรอไว้ซะเดี๋ยวเราจะออกไปเที่ยวกัน”
“เอ๋!?...ไป...เที่ยว”
“ใช่!!...ไปเที่ยวไง”
“แล้วอาไม่ไปหาเพื่อนเหรอ?”
“หา!?”
“ครับๆๆ...ผมไม่สงสัยแล้ว!!...จะรีบแต่งตัวเดี๋ยวนี้แหละครับ!!!”)
...ในที่สุดอานิภาก็พา(ลาก)ผมมาที่สปอร์ตคลับแถวชานเมืองลำปางโดยออกตัวว่าก็เป็นเส้นทางที่จะไปบ้านเพื่อนนั่นแหละฉะนั้นจึงไม่ถือว่า “นอกลู่นอกทาง” แต่ผมรู้สึกเซ็งระเบิดเพราะความแตกและอยากจะนอนอยู่ที่บ้านเฉยๆมากกว่า...
(มันช่วยไม่ได้...เราตกเป็นเบี้ยล่างอยู่นี่นา--)
“เฮ้อ~~”
“!?”
(อานิภาจ้องเราตาเขม็งเชียววุ้ย!!)
“ถอนหายใจกับทำหน้าซังกะตายแบบนั้นหมายความว่าไงยะ?”
“อาพาผมมาที่นี่ทำไมครับ?”
“ก็บอกว่ามาเที่ยวพักผ่อนไง...นี่!...สระว่ายน้ำกว้างขวางและวันนี้คนก็ไม่ค่อยมีด้วยล่ะเออ!!!”
“ผมลงน้ำได้ซะที่ไหนล่ะครับ?”
“งั้นนั่งดูสาวสวยเล่นน้ำเป็นอาหารตาก็ได้นี่จ๊ะ”
“ไหนครับสาวสวย?...ผมยังไม่เห็นสักคน”
“ก๊าดดดดดดดดดด!!!!”
“เฮ่ย!?...อาเสียงดังไปแล้ว!!!”
“ตาก็ไม่บอดแท้ๆแต่กลับมองไม่เห็นสาวสวยเร๊อะ?”
“อะ...อาเนี่ยนะ?”
“ก็ยังจะมีใครอีกเล่า?”
“อุ๊บ!!”
“ฮื่อ~~”
“อุ๊!”
“ฮึ่ม!!”
“ผะ...ผมไม่ได้...ขำนะ”
“ช้าไปแล้ว!!!...หนอย~~...บอลช่างกล้า...กล้าหัวเราะเย้ยหยันอาสาวสุดสวย...จับลากลงน้ำซะดีมั้ง?”
“ยะ...อย่าครับ!!!”
“มานี่!!”
“เฝือกผมมีหวังได้เปียกหมดสิ!!!”
“กรอด~~”
“มีอะไรกันหรือคะเสียงดังไปถึงข้างนอก?...อ้าว!?...คุณอรนิภานี่เอง”
“โอ๋!?...วันนี้เธอมาทำงานด้วยรึ?”
“พอดีเพื่อนโอ๋เขาลาน่ะค่ะ...เอ๋?...หนุ่มคนนี้หรือว่าจะเป็น...”
“อุ๊ยบ้า!!...ไม่ใช่กิ๊กหรืออะไรนะ...นี่หลานชายแท้ๆของฉันเลยจ้ะ”
(ท่าทางอานิภาจะมาที่นี่บ่อย)
“แต่ไหงวันนี้คนน้อยจัง?”
“คือห้องฟิตเนสปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนน่ะค่ะลูกค้าเลยน้อย...จะมีแต่สระว่ายน้ำกับห้องอบไอน้ำที่ยังให้บริการ”
(แต่เราว่าเพราะอากาศหนาวนี่ล่ะสาเหตุที่ทำให้คนน้อย)
“ก็ดีจะได้ไม่วุ่นวาย...ฉันอุตส่าห์พาหลานชายมาเที่ยวทั้งที”
“ใช่หลานชายแน่หรือคะ?”
“เธอหยุดคิดบ้าๆทันที!!...ฉันไม่มีรสนิยมแอบเลี้ยงเด็กหนุ่มเหมือนพวกคุณหญิงคุณนายในสมาคมหรอกจะบอกให้...แฮ่ม!!!...อย่างฉันน่ะแค่อยู่เฉยๆก็มีนักศึกษาหนุ่มหล่อตามไปจีบถึงโรงพยาบาลเชียวไม่อยากจะคุย”
(โห!?...เนี่ยนะไม่อยากจะคุย?)
“ค่ะๆ...งั้นเชิญตามสบายนะคะ...ต้องการอะไรเพิ่มเติมก็ติดต่อพนักงานได้เลยค่ะ”
“................................................”
“................................................”
(ท่าจะไม่ค่อยดีซะแล้ว...นั่นมันแววตาหาเรื่องชัดๆ)
“ดูถูกกันดีนัก--...คอยเดี๋ยว!!”
“หา?”
“เจ้าเด็กตาถั่วเอ๊ย~~...เดี้ยงอยู่แท้ๆแต่บังอาจชวนสาวเล่นท่าสุดเสียว...จงเตรียมตัวตกตะลึงปากอ้าตาค้างได้เลย!!!”
...พูดจบอานิภาก็ชูนิ้วโป้งกับหลับตาปี๋แลบลิ้นให้ผมก่อนจะกำหมัดสาวเท้าสวบๆเดินจากไป...ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะทำอะไรแผลงๆอีกทว่าทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้นซึ่งทีแรกผมคิดว่าเป็นพี่แคทแต่แล้ว...
“ปะ...ป้าเอ็มนี่หว่า!?...ฮัล...ฮัลโหล”
“...อยู่ที่ไหน?”
“เอ่อ--”
“ป้ามาถึงหน้าบ้านยัยภาแล้วแต่ไม่มีใครอยู่”
“นี่...นี่ป้ามาถึงลำปาง...”
“ใช่!!...มารับตาหนูกลับโยนกจัตุรัสไงล่ะ”
“คือว่า...ป้าฟังผมก่อนนะครับ...ยังไงขากลับผมก็จะแวะที่นั่นอยู่แล้ว”
“ช้า!!!”
“อึ๋ย~~”
“ในเมื่อป้ามาที่นี่ด้วยตัวเองก็จะไม่กลับไปมือเปล่าแน่...ตาหนูบอกมาว่าตอนนี้อยู่ไหน?”
“อ่า--...ที่...”
“หืม?...ยัยภาไปบ่อยนี่นะและป้าก็รู้จักด้วย...อีกไม่เกินสิบนาทีป้าจะไปถึง”
“ป้าครับ...ผมมากับพี่แคทด้วยความเต็มใจไม่ได้ถูกบังคับ”
“..................................................”
“แล้วอานิภาก็ขอร้องมาด้วย...ยังไงก็พูดคุยดีๆอย่าทะเลาะกันนะครับ”
“ตาหนูใจเย็นๆ...ป้ารู้ดีว่ากับยัยภาน่ะควรจะรับมือยังไง?...เดี๋ยวเจอกันนะจ๊ะ”
...งานนี้มีหวังแย่แน่!!!!...แม้ป้าเอ็มจะบอกให้ใจเย็นแต่กลับสังหรณ์ใจไม่ดีเลยพับผ่าสิเพราะผมรู้จากคุณปู่ก่อนหน้านี้แล้วว่าพี่สาวพ่อมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อะไร...
“แอบคุยกับสาวๆที่ไหนอีกห๊ะ?”
“ไม่ใช่สักหน่อยครับ!!...ตอนนี้...อื๋อ?”
“แต่นแต๊น!!...ชุดนี้ของอาเป็นยังไงมั่งเอ่ย?”
“...............................................”
“?”
“...............................................”
“เฮ่~~”
“นะ...นะ...นั่น...”
“ฮะแฮ่ม!!!...ไม่เคยเห็นอาใส่ชุดว่ายน้ำสินะเป็นไงสุดยอดมั้ย?...หุ่นของอาน่ะแจ่มแจ๋วไม่แพ้สาวน้อยวัยเรียนหรอกขอบอก”
(สติสัมปะชัญญะของเราได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง!!...ช่างเป็นอาวุธทำลายล้างที่มีอานุภาพมากมายอะไรเช่นนี้?...ชุดว่ายน้ำบิกินี่สีฟ้าเข้มที่ประหยัดเนื้อผ้าไม่ใช่ย่อยและถ้าไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองแล้วล่ะก็จะไม่กล้าใส่อย่างเด็ดขาด!!!)
“อา...”
“หึฮื่อ~~...ถึงกับตาค้างอ้าปากไม่ลงเชียวรึ?...มันต้องอย่างนี้ซี่!!”
(อึ๊ก!!...ให้ตายเถอะซ่อนรูปจริงๆอาเราคนนี้!!!!...กะด้วยสายตาแล้วหน้าอกหน้าใจไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่แคทเลยนะเนี่ย!?)
“ไม่นึกว่า...อา...จะนุ่งบิกินี่”
“ผิดแล้วจ้ะ...นี่คือ TRIANGLE ต่างหาก”
“!?”
“ความหมายก็ตรงตัว...ชุดว่ายน้ำรูปสามเหลี่ยม...มันจะคล้ายๆทูพีชกับบิกินี่นะแต่เปิดส่วนเว้าส่วนโค้งมากกว่า...นี่ไง!!”
“ว้าว!!!...สะ...สายเดี่ยวแล้วผูกเชือกข้างหลัง...แล้วผ้าที่ปิด...หน้าอกนั่น”
(ดูท่าจะใหญ่กว่าฝ่ามือเราแค่นิดหน่อยเองมั้งนั่น?...ใจสั่นหมดแล้วววว)
...ส่วนชิ้นผ้าผืนน้อยรูปสามเหลี่ยมท่อนล่างก็เป็นชนิดผูกเชือกเช่นกัน...หูย~~...ความดัน(?)จะขึ้นซะให้ได้!!!...ไม่กล้านึกภาพว่าถ้าเกิดเชือกของชิ้นใดชิ้นหนึ่งดันหลุดขึ้นมาแล้วมันจะเป็นยังไงต่อไป?...
“แน่ะ!...มองต่ำจังน๊า~~...แบบนั้นน่ะปวดคอแย่เล้ย!!”
“อะ...อ้า!!”
(ก็ตรงนั้นมัน...นูนเด่นออกมาชัดเต็มสองตาเลยนี่หว่า!!!)
“ทีนี้บอลก็จงบอกมาซะที”
“บอกอะไรครับ?”
“ว่าเห็นสาวสวยแล้วหรือยัง?”
(เฮอ--...ขืนตอบว่าไม่เห็นสิถูกจิ้มตาชัวร์เพราะอาสาวจอมแก่นเตรียมจกนิ้วรอท่าอยู่...อูย~~...แต่ท่าก้มตัวมาข้างหน้านี่ช่างยอดเยี่ยมแท้!!!...นมเป็นนมจริงจริ๊ง~~...พนันกันได้เลยว่าหากพี่แคทเกิดมาเห็นจังหวะนี้เข้าพอดีล่ะก็เรา...ไม่รอดแน่)
“...ครับ...ผม...ผมเห็นแล้ว”
“เป็นใครเอ่ย?”
“.............................................”
“อย่ามัวแต่หน้าแดง!...บอกมาเร็วๆ”
“ไม่น่าถาม...ก็ฉันไงเล่า!!!”
“ป้าเอ็ม!!”
“!?”
“แต่งชุดว่ายน้ำเพื่อจะหลอกล่อหลานชายงั้นเหรอ?”
“พี่...พี่เอ็ม...มาได้ยังไงเนี่ย?”
“แต่ฉันก็ทำแบบเดียวกับเธอนั่นแหละนะ”
...คุณพระช่วย!!!!...ไม่นึกว่าป้าเอ็มจะปรากฏตัวพร้อมกับชุดว่ายน้ำสีเขียวมรกตแข่งประชันกับน้องสาวเช่นนี้...แล้ว...แล้วผ้าบางๆลวดลายฉูดฉาดที่พันรอบเอวกับปิดบังชิ้นผ้าท่อนล่างแต่ยังพอจะเห็นวับๆแวมๆนั่น...เมื่อคืนผ่านศึกใหญ่มาไม่พอนี่ยังจะโดนอาวุธหนักทำลายล้างสูงโจมตีซ้ำเข้าไปอีก...
“ว้ายตาหนู!?...จมูกมีเลือดไหลออกมา!!”
“สงสัย...จะใส่โป๊เกินไปหน่อย”
“เชอะ!!...พื้นๆ...ของเธอน่ะยังธรรมดา”
“ว่าไงน๊ะพี่!?...บอลเลือดกำเดาไหลเพราะชุดของภาแล้วมันจะธรรมดาได้ยังไงล่ะ?”
“ใครว่า?...เพราะชุดของพี่ต่างหาก”
“หนอย!!!”
“จะทำไมยัยเด็กกะโปโล?”
“ไม่ใช่นะ!!”
“ป้าครับ...อาครับ...ยะ...อย่าเพิ่ง...ทะเลาะกันสิ...ได้โปรด”
(โอว~~...สุดแสนจะมีความสุข!!!)
...

“สองคุณยายทำอะไรกันนี่?...เลือดไหลออกจากจมูกพ่อใหญ่แล้ว!!”
“ริน”
“หือ?”
“ทางนั้น”
“นั่น!...อุษณรัศมีไม่ใช่เหรอ?”
“ทางโน้นก็ด้วย”
“สีตลรัศมี!?...พวกนางจะทำอะไรกันอีกคะถึงมาแอบซุ่มดูเรา?”
“...พี่ก็ไม่รู้แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะไม่ออกมาสนทนากับเรา”
“หนูไม่เข้าใจว่าเทพแฝดคู่นี้ต้องการอะไรแต่อย่าหวังเลยว่าจะปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย...แม้เทพฤทธิ์จะด้อยกว่าหนูก็ไม่มีทางยอมให้พ่อถูกชิงตัวไปง่ายๆหรอก!!!”
“......................................................”
...

...ตัวอย่างในตอนหน้า...ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 84 “สถานการณ์อันตราย!?...ลางร้ายเริ่มปรากฏ!!!”

“รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา?...ถึงเป็นน้องสาวแต่ฉันก็จะไม่อ่อนข้อหรือยอมหลีกทางให้หรอกนะ!!”
“ไม่ต้องห่วงค่ะสติภายังครบถ้วนสมบูรณ์ดี...มาตัดสินกันวันนี้เลยว่าระหว่างเราใครจะมีเสน่ห์มากกว่า!!”
“เธอจะให้ตาหนูเป็นคนตัดสินสินะ?...ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็...ยัยภาเอ๊ย~~...เธอน่ะแพ้ไปครึ่งค่อนตัวแล้ว!!!”
...............................................
“รู้สึกว่าทั้งป้าเอ็ม,อานิภาและอาสน...สามคนนี้มีอะไรแปลกๆยังไงก็ไม่รู้สิ?”
(“มั่นใจแล้วเหรอจ๊ะที่จะปล่อยให้สนเห็นหน้าฉัน?...จริงๆหมอนั่นก็เหมือนตาหนู...เจ้าชู้ไม่ใช่เล่นเลย”)
“หรือว่า...ในอดีตก่อนที่เราจะเกิดมา...พะ...พวกเขาสามคน!?...ไม่...ไม่จริง!!!”
...............................................

“ใกล้จะถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว...เพื่อมิตรภาพของทั้งสองตระกูลฉันจำเป็นจะต้องทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้”
“ส่วนทางเราก็เตรียมพร้อมนานแล้วค่ะ...รอเพียงคุณชายหกกลับมาที่โยนกจัตุรัสอีกครั้ง”
“เอกคเชนทร์...ถ้าฉันปล่อยให้อยู่แกก็ต้องอยู่แต่หากฉันต้องการให้ไสหัวไปไกลๆ...แก...ก็จะต้องไป!!!!”
...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 06, 2017, 03:48:52 pm โดย kaithai »

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ