แค้นวิปริต จิตสั่งกาม (cop) ตอนที่ 4

แค้นวิปริต จิตสั่งกาม (cop) ตอนที่ 4

  • 1 ตอบ
  • 12947 อ่าน
*

ออฟไลน์ ฟัก อยู่แม้น

  • Gold Member
  • *****
  • 1107
  • 12327
    • ดูรายละเอียด
แค้นวิปริต จิตสั่งกาม (cop) ตอนที่ 4
« เมื่อ: ตุลาคม 21, 2015, 11:43:28 pm »
[backcolor=#ffffff]
[/backcolor]
[/font]
[backcolor=#ffffff]
[backcolor=#ffffff]
[/backcolor]

ตอนที่ 4 เล่นกับไฟ

[/size][/b][/backcolor][/font]
“ถ้าเราไม่เชื่อ มั่นผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ แล้วใครจะมาเชื่อเรา นี่คือสิ่งที่ผมยึดถือมาตลอดระยะเวลาที่เข้าสู่ครอบครัวแอนนาเบลล์ ความเชื่อนั้นส่งผลให้เกิดความมุ่งมั่น และความมุ่งมั่นทำให้ผมมีวันนี้ได้ด้วยวัยเพียงยี่สิบปี เช่นเดียวกัน พวกเราทุกคนในห้องต่างก็มีศักยภาพที่จะก้าวขั้นเข้าสู่ยอดนักขายระดับสุพรีม แพลทตินั่มถ้ามีความเชื่อและความมุ่งมั่นแบบผม เดินไปพร้อม ๆ กับผม เดินไปพร้อม ๆ กับแอนนาเบลล์ เอ้า!! ขอเสียงดัง ๆ ของว่าที่สุพรีมแพลทตินั่มคนต่อ ๆ ไปหน่อยครับ!!”
.


สิ้น คำกล่าว เสียงปรบมือโห่ร้องจากคนนับพันทั้งหอประชุมก็ดังขึ้นมาราวกับฝ้าผ่า ไฟเย็นเอคเฟคหลากสีสันพุ่งขึ้นมาด้านหลังผมราวกับน้ำพุร้อน ทุกคนมองผมด้วยสายตาเปี่ยมด้วยศรัทธาแรงกล้า คุณคงไม่อยากเชื่อใช่ไหมละว่าผมไม่ได้ใช้พลังจิตครอบงำผู้ฟังเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นเพียงจิตวิทยาโน้มน้ามใจเบื้องต้นบวกด้วยวาทศิลป์นิดหน่อยเอง งานของผมวันนี้คือให้กำลังใจสมาชิกเครือข่ายธุรกิจขายตรงผลิตภัณฑ์เพื่อ สุขภาพยี่ห้อหนึ่ง
.

ถูก ต้องแล้วครับ เด็กหนุ่มวัยเพียงยี่สิบปีอย่างผมมีกินมีใช้เหลือเฟือได้ทุกวันนี้ก็เพราะ การใช้พลังพิเศษเป็นทางลัดสู่ความสำเร็จ ซึ่งคงไม่มีอะไรเหมาะสมไปกว่าธุรกิจขายตรงที่มีตำแหน่งและผลตอบแทนล่อตาล่อ ใจ แม้มีเงื่อนไขที่หินสำหรับคนทั่วไปพอสมควร แต่มันไม่เป็นอุปสรรคต่อผมเลยแม้แต่น้อย พลังพิเศษช่วยทำให้ทุกคนที่ผมพูดคุยด้วยสนใจสินค้าและยินยอมตอบรับทุกรายไป ภายในเวลาสองปีเศษผมก็สามารถก้าวสู่ตำแหน่งเกือบสูงที่สุดของเครือข่าย สมาชิกได้อย่างอัศจรรย์
.
ส่วน เหตุที่ผมชะลอความก้าวหน้าไว้ก็เพราะยังไม่อยากโตไปมากกว่านี้ ผมไม่อยากให้ “ลูกหนี้” เกิดเอะใจหรือรู้ตัวว่าผมเป็นใคร เพราะตอนนี้ผมเริ่มมีชื่อเสียงในวงแคบ ๆ บ้างแล้ว คนที่กำลังทำหรือเคยผ่านธุรกิจแอนนาเบลล์จะทราบรู้จักชื่อผมในฐานะผู้เป็น แรงบันดาลใจที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยจนเหลือเชื่อ พวกเขารู้จักจากเวทีที่เชิญผมเป็นวิทยากรบรรยาย แผ่นพับ และจุลสารของบริษัทฯ
.


ล่า สุดแอนนาเบลล์ทาบทามผมให้เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาโทรทัศน์แคมเปญใหม่ของปีนี้ ด้วยค่าตอบแทนสูงถึงเจ็ดหลัก โดยหวังขยายฐานสมาชิกไปยังกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษามากขึ้น เพราะผมถือเป็นภาพในความฝันของหนุ่มสาวยุคนี้ที่มีค่านิยมวาดหวังว่าตนเองจะ ต้องประสบความสำเร็จหรือร่ำรวยกว่าคนในรุ่นเดียวกัน ยิ่งเร็วยิ่งดี ความจริงมันก็คือบริโภคนิยมนั่นแหละนะ
.

อย่าง ไรก็ตามผมได้ปฏิเสธข้อเสนอนั้น เป้าหมายที่ทำให้ผมมายืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เพราะอยากรวยอยากดัง แต่เพราะเป้าหมายที่แท้จริงมันต้องใช้ขุมเงินขุมทองในการสานฝันต่างหาก องค์กรนี้จึงเปรียบเสมือนสามเหลี่ยมพีระมิดให้ผมไต่เต้าขึ้นไปบนยอดเพื่อ บงการให้มดงานที่อาศัยบนฐานชั้นรองชั้นล่างลงไปคอยทำงาน ส่งป้อนเครื่องบรรณาการแก่คนที่อยู่ชั้นเหนือกว่า ดังนั้น จึงไม่เป็นการเหลือบ่ากว่าแรงที่ผมจะต้องเดินสายไปทั่วประเทศเพื่อพูดปาก เปียกปากแฉะให้กำลังใจเหล่ามดงานเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ผมตักตวงได้จาก พวกเขา เพราะคนเราย่อมอยู่ได้ด้วยความหวัง
[backcolor=#ffffff].
.
.
กว่า จะบรรยายเสร็จก็กินเวลาเกือบสามทุ่ม ผมขับรถกลับถึงบ้านอย่างเหนื่อยล้า ตู้ไปรษณีย์เต็มไปด้วยจดหมายธุรกรรมต่าง ๆ จากหลายบริษัทมากเสียจนผมไม่รู้ว่าควรเริ่มแกะฉบับไหนก่อนดี นอกจากนี้ยังจดหมายข่าวจากมหาวิทยาลัยเปิดที่ผมลงเรียนไว้ ตอนนี้ผมอยู่ปีสองแล้ว เหตุที่ผมเลือกเรียนมหาวิทยาลัยเปิดก็เพราะมีอิสระสูง เอื้อต่อการทำงานหาเงินและตามหาลูกหนี้ไปด้วยในตัว เหล่าลูกหนี้ก็คือเพื่อนร่วมรุ่นที่มีอายุไล่เลี่ยไม่ต่างกันมากนักคืออยู่ ในระหว่างสิบเก้าปีถึงยี่สิบปีต้น ๆ ดังนั้นหากผมจะไล่ล่าพวกมันก็ต้องรีบทำในช่วงวัยนักศึกษา เพราะหากทุกคนเรียนจบแล้วก็คงแยกย้ายไปตามทางเดินชีวิตแต่ละคน ซึ่งจะทำให้สืบเสาะหาตัวยากยิ่งขึ้นไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า

[/backcolor]
[/font][backcolor=#ffffff]ผมยืนคัดกรองจดหมายสำคัญไปเรื่อย ๆ อย่างเพลินมือ
จนกระทั่งสะดุดตากับจดหมายฉบับหนึ่งไม่ระบุชื่อที่อยู่ผู้ส่ง แต่ระบุชื่อที่อยู่ผู้รับอย่างชัดเจน
แน่ละ มันจ่าหน้าถึงผม จดหมายมีเนื้อความดังนี้
.
.
.
.[/backcolor]
[/font][/size]
“เรียน คุณเตโช เทวพรสถิต สมาชิกแอนนาเบลล์ระดับสุพรีมแพลทตินั่มผู้ทรงเกียรติ


สวัสดี คุณเตโช เราขออนุญาตเรียกว่าคุณเตอร์ ยังไม่ต้องสนใจว่าเราคือใคร แต่ขอให้ตั้งสติใด้ดีก่อนอ่านจดหมายฉบับนี้ เพราะเรื่องที่เราจะคุยกันต้องทำให้คุณกระวนกระวายใจแน่นอน


คุณ เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย รวดเร็วซะจนใคร ๆ ต่างอิจฉา เราพอจะทราบสถานะรายได้ปัจจุบันของคุณมาบ้างจากการบรรยายของคุณ รวมถึงภูมิหลังซึ่งคุณออกตัวว่าเป็นเพียงลูกแม่ค้าขายขนมที่มีฐานะความเป็น อยู่ลำบากยากจน แต่คุณก็สามารถฟันฝ่าสิ่งเหล่านั้นมาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงและความทุ่มเทสุดใจ หลังจากได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกครอบครัวแอนนาเบลล์ เรื่องราวนั้นสร้างความประทับใจแก่สมาชิกคนอื่น ๆ รวมถึงเราด้วย
.
.

แต่ จะมีสักกี่คนที่ทราบรายละเอียดถึงขั้นว่าความจริงแล้วคุณโกหก แม่คุณไม่ได้ขายขนม แต่ขายน้ำอัดลมรถเข็นอยู่หน้าโรงเรียนเอกชนมีชื่อ แม่คุณทำอาชีพนี้บนทำเลที่ว่ามาตั้งแต่คุณยังเล็ก จนเมื่อคุณโตพร้อมเข้าสู่ระดับมัธยม แม่คุณต้องการให้ลูกชายได้มีโอกาสร่ำเรียนในสถาบันที่พรั่งพร้อมเช่นเดียว กับลูกชนชั้นกลางและลูกคนมีฐานะ โดยขอผ่อนชำระค่าเทอม ยอมวิงวอนขอร้องคุณพ่อผ.อ. ซึ่งท่านก็เป็นบาทหลวงที่ใจดี คุณถึงได้ที่นั่งในโรงเรียนเซนต์แมธธิว แต่เคราะห์ร้ายที่ผ่านไปได้ไม่นาน คุณพ่อก็หมดวาระ บาทหลวงคนใหม่จึงเข้ามาบริหารแทนและท่านเป็นคนเข้มงวดการเงินมาก ๆ ชีวิตวัยเรียนของคุณจึงเต็มไปด้วยแรงกดดันทั้งจากทางโรงเรียนและเพื่อนฝูง

.
.
คุณ กลายเป็นคนที่ถูกรุมรังแกเป็นประจำตลอดระยะเวลาสามปีที่อยู่ชั้นม.ต้น จนตัดช่องน้อยแต่พอตัว กระโดดตึกในวันที่นักเรียนชั้น ม.3/3 รุ่น 40 ถ่ายรูปรวมเพื่อจัดทำอนุสรณ์รุ่น ทำเนียบรุ่นดังกล่าวจึงไม่มีรูปคุณ หนำซ้ำคุณพ่อผ.อ. คนใหม่เดิมทีก็ไม่ชอบคุณอยู่แล้ว แถมคุณยังก่อเรื่องให้เสื่อมเสียชื่อเสียงโรงเรียนอีก จึงสั่งไม่ให้ระบุชื่อคุณในทำเนียบรุ่นไปด้วย และปิดข่าวที่คุณกระโดดตึก เจรจากับแม่คุณไม่ให้สัมภาษณ์สื่อใด ๆ โดยแลกกับการอนุญาตให้คุณจบการศึกษา
.
.

คุณ จึงกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนสำหรับรุ่น ไม่ว่าใครก็อยากลืม ไม่อยากพูดถึงคุณ จะด้วยความรู้สึกผิดหรืออะไรก็ตาม เราไม่ทราบ แต่สิ่งที่เราพูดมาทั้งหมดนี้เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าเราเคยรู้จักคุณเป็น อย่างดี แม้คุณจะดัดแปลงประวัติเดิม เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนาม กระทั่งชื่อเล่น แต่เราก็จำคุณได้ เราจำรอยสักบนแขนคุณได้ตอนคุณเผลอตัวไม่ระวัง รวมถึงบุคลิกบางอย่างที่เราจับผิดได้จากการตามไปฟังคุณบรรยายตามที่ต่าง ๆ เงินมันกลบกลิ่นกำพืดเดิมไม่ได้ทั้งหมดหรอกนะคุณเตอร์ หรือชื่อเดิมก็คือ “คุณเต๋อ วิหค อรุณทอแสง” ใช่ไหมล่ะ เรามั่นใจว่าสะกดถูกทุกตัวอักษร
.
.

อ่าน มาถึงตรงนี้คุณคงจะตีความว่าจดหมายฉบับนี้ไม่ใช่ข่าวดีแน่นอน คุณคิดถูกแล้ว แต่ก็ไม่แย่ซะทีเดียวเพราะเราสามารถตกลงกันดี ๆ ได้ถ้าคุณเป็นคนเข้าใจอะไรไม่ยาก
.
.

เรา ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ว่าเราเป็นใคร จนกว่าคุณจะยอมรับข้อตกลงจากเรา จะไม่มีการติดต่อผ่านช่องทางใด ๆ ทั้งสิ้น เราจะพบเจอกันตามจุดนัดพบตามวันเวลาที่กำหนดเท่านั้น ตามแผนที่ที่แนบมานี้พร้อมวันเวลานัดหมาย สิ่งที่เราต้องการคือเงินสดจำนวนห้าแสนบาท คงไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับคุณ แถมเรายังให้เวลาคุณเตรียมตัวพอสมควรคือประมาณหนึ่งสัปดาห์
.
.

คุณ จะทราบว่าเราคือใครต่อเมื่อคุณมาด้วยตัวเองเพียงลำพัง เรารู้จักคุณ หากคุณมาตรงตามเวลาที่กำหนดเราจะเข้าไปแสดงตัวเอง ถ้ามีลูกเล่นตุกติกใด ๆ ขอให้ทราบไว้ด้วยว่าเรายังมีข้อมูลสำหรับใช้แบล็คเมล์คุณสำรองเก็บอยู่กับ ตัวไว้ส่วนหนึ่ง โดยจะมอบให้หลังจากมั่นใจว่าเราปลอดภัย และเราจะทราบว่าคุณยอมรับเงื่อนไขหรือไม่ก็ต่อเมื่อวันนั้นมาถึงเท่านั้น หากคุณมาสายหรือไม่มา คุณคงพอเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น
.
.


ขอ ให้ตระหนักไว้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากภาพที่อยู่ในมือคุณถูกเผยแพร่ออกไป สมาชิกผู้เลื่อมใสในตัวคุณจะผิดหวังขนาดไหน เมื่อเห็นหลักฐานรูปที่แสดงว่าคุณเคยกราบเท้าเพื่อนเพื่อเอาตัวรอด เคยถูกทารุณกรรมทางเพศแบบพิสดาร รวมถึงเคยกระโดดตึกฆ่าตัวตายจนสภาพดูไม่ได้ คนมีอดีตน่าอับอายเช่นนี้ใครจะศรัทธาลง และหากพวกเขาหมดศรัทธาเมื่อไหร่ย่อมมีผลกระทบกับชีวิตคุณอย่างใหญ่หลวง ขอให้คุณเตอร์คิดดี ๆ

.
.
.
............................................................................................................................................................................................. ด้วยความเคารพ
.

[backcolor=#ffffff]
.............................................................................................................................................................................................. คู่เจรจา”

[/backcolor]
[/font][backcolor=#ffffff]เห็นได้ว่าเจ้าคนที่ใช้นามแฝงว่า “คู่เจรจา” ฉลาดพอตัวที่ใช้สรรพนามว่า “เรา”
และไม่ใช้หางเสียงในจดหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ผมคาดเดาเพศและสถานภาพของอีกฝ่าย
นอกจากนี้ยังหลีกเลี่ยงการใช้ลายมือโดยใช้การพิมพ์จดหมายด้วยคอมพิวเตอร์ทุกส่วน[/backcolor]
[/font][/size]
ส่วน การที่เรียกแทนตัวเองว่าคู่เจรจานั้นก็พอฟังขึ้น เพราะกฎแรกของการเจรจาคือ อีกฝ่ายต้องมีคุณค่ามากพอที่จะยอมเสียเวลาฟังเงื่อนไข ไม่น่าเชื่อว่าคนที่อยู่เหนือความคิดผู้อื่นอย่างผม ต้องยินยอมให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้ยกตนมามีสถานะทัดเทียมกันเพียงแค่ได้อ่าน จดหมายที่มันเขียนขึ้น เอาละ ถือว่ามันเก่งพอตัว เอาเป็นว่าผมยอมรับฟังเงื่อนไขของมันในฐานะ “คู่เจรจา”


หลัง จากอ่านจบผมหยิบสิ่งที่ส่งมาด้วยในซองจดหมายขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง ชิ้นหนึ่งคือแผ่นกระดาษวาดแผนที่จุดนัดหมาย วันเวลาและรายละเอียด อีกชิ้นหนึ่งเป็นรูปขาวดำที่คงถ่ายเอกสารมาสำหรับใช้แบล็คเมล์ผมห้าภาพ ลักษณะภาพเป็นไปตามรายละเอียดที่มันขู่ไว้ในจดหมาย ผมพลิกดูแต่ละภาพอย่างพินิจพิเคราะห์


หึ หึ หึ ช่างน่าอายจริง ตัวผมในอดีตมีสภาพน่าสมเพชขนาดนั้นเชียวหรือ ถ้าไอ้หมอนี่ไม่ส่งรูปมาให้ดูถึงที่ ผมก็คงไม่รู้ว่าสารรูปผมเมื่อห้าหกปีที่แล้วเป็นอย่างไรได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง ถึงเพียงนี้

ไม่รู้ว่าผมออกแรงกับรูปที่อยู่ในมือมากเกินไปตั้งเมื่อไหร่ รู้สึกตัวอีกทีรูปพวกนั้นก็ยับยูยี่คากำมือหมดแล้ว

เสียง สุนัขทั้งหมู่บ้านเห่าหอนกันระงม วิทยุที่บ้านข้าง ๆ เปิดทิ้งไว้ส่งเสียงแหลมเสียดแทงโสตประสาท สัญญาณกันขโมยรถยนต์ดังขึ้นพร้อมกันเซ็งแซ่ จนสมาชิกในหมู่บ้านต่างเปิดไฟและประตูหน้าต่างออกมาสำรวจความผิดปกติทั้งที่ ค่อนข้างดึกแล้ว


“คุณเตอร์คะ คุณเตอร์คะ”


“ครับ” ผมค่อย ๆ หันไปหาเจ้าของเสียง สมาธิไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเท่าไหร่เพราะกำลังคิดถึงเรื่องอื่น


“สัญญาณ ทีวีบ้านคุณเตอร์ชัดไหมคะ น้ากำลังดูละครอยู่เพลิน ๆ หน้าจอก็เบลอ เสียงดังซ่า ๆ ไม่หยุดเลยค่ะ แย่จริงฉากสำคัญซะด้วย” เป็นเสียงของน้าบัว แม่บ้านของบ้านถัดจากผมนั่นเอง


“ต้องขอโทษด้วยนะครับ”


“คะ? คุณเตอร์ขอโทษอะไรคะ”


“อ้อ เปล่าครับ ผมยังไม่ได้เข้าบ้านน่ะครับ ไม่รู้ในบ้านเป็นเหมือนกันรึเปล่า”


ผมใช้ปลายนิ้วแตะเบา ๆ บริเวณขมับ พร้อมกับพยายามสงบสติอารมณ์ ไม่นานนักเสียงรบกวนและสัญญาณต่าง ๆ ก็กลับสู่ภาวะปกติ


“คงจะดีขึ้นแล้วมั้งครับ ขอตัวก่อนนะครับ”


ผมยิ้มให้น้าบัวแล้วเก็บจดหมายทั้งหมดยัดลงกระเป๋าแบบลวก ๆ เดินจ้ำอ้าวเข้าบ้าน ปิดประตูลงกลอนเพื่อตัดขาดจากโลกภายนอก
ผม ควรจะไปอาบน้ำอุ่นให้สบายตัว จากนั้นค่อยหามุมหย่อนตัวจิบเบียร์เย็นฉ่ำ นั่งใคร่ครวญปัญหานี้อย่างสุขุม ย่อมดีกว่าอากัปกิริยาที่สร้างความรำคาญให้เพื่อนบ้านเมื่อครู่
.
.
.
.

“น่าสนุก” ผมยิ้มและพูดกับตัวเองในกระจก
.
.
ตั้งแต่ ผมได้พลังพิเศษมาก็ยังไม่มีมนุษย์หน้าไหนที่ทำให้ผมรู้สึกว่าถูกคุกคามได้ จนกระทั่งได้อ่านจดหมายฉบับนั้น คุณไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องน่าสนุกบ้างหรือ?
.
.
.
.
ไม่ว่าเจ้าของจดหมายจะเป็นใครก็ตาม มันพลาดที่เป็นฝ่ายเข้ามาหาผมเอง รับรองว่าบทเรียนที่มันได้รับต้องไม่น้อยหน้าไปกว่าปรียาแน่ ๆ
.
.
.
จบตอนที่ 4 เล่นกับไฟ











ไม่อยากเจ็บจิ๋ม อย่ายิ้มให้พี่

*

ออฟไลน์ yourbuddy

  • Junior Member
  • ***
  • 522
  • 278
    • ดูรายละเอียด
Re: แค้นวิปริต จิตสั่งกาม (cop) ตอนที่ 4
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2020, 08:00:05 am »
ต้องมีคนซวยคนที่สามแบบลัดคิว มาก่อนคนอื่นแน่ๆ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ