ชีวจิต ตอนที่ 02 COPY by Pana (Gooo3d)

ชีวจิต ตอนที่ 02 COPY  by Pana (Gooo3d)

  • 0 ตอบ
  • 6171 อ่าน
*

ออฟไลน์ zaaaar65

  • Senior Member
  • ****
  • 704
  • 2451
    • ดูรายละเอียด
ชีวจิต ตอนที่ 02 COPY  by Pana (Gooo3d)
« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2015, 03:17:05 am »
ชีวจิต ตอนที่ 02 by  Pana (Gooo3d)

ตั้งแต่รีมทำงานผมไม่เคยโทรไปหารีม หรือโทรเข้าไปในบริษัทเลยซักครั้งเดียว หรือแม้แต่โทรไปหาใครๆผมก็ไม่เคย..... 1 เดือนเต็มๆ ผมอยู่แต่บ้านเพื่อพักผ่อนเต็มที่ ผมจึง เจอแต่รีม กับลูกแป้งเท่านั้น ............ผมแปลกใจว่า ผมโทรไปหาเจ้านายของผม ซึ่งเลขาจะเป็นคนรับก่อน แต่นี่กลับกลายเป็นเสียง

รีมผมก็เลยแปลกใจเพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของผม จึงน่าจะไม่ใช่หน้าที่ของรีมด้วย “ภพ...ภพ..คุณโทรมาทำไม” ใช่รีมจริงด้วย “ภพจะมารายงานตัวหน่ะ พรุ่งนี้ภพจะทำงาน รีมจะได้ไม่ต้องทำแทนภพอีกแล้ว” ผมจึงพูดบอกเหตุผลไป “รีมบอกภพแล้วไงว่าภพไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องงาน รีมทำแทนได้” “แต่ว่ารีม...” “ภพ...ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นไว้ พูดกันที่บ้าน แค่นี้นะ กำลังยุ่งๆอยู่” ผมไม่ทันได้พูดอะไรต่อ รีมวางสายไปก่อนแล้ว ผมวางหูโทรศัพท์ลง นิ่งคิดอยู่หลายอย่าง แต่เดี๋ยวตอนเย็นรีมกลับมา สิ่งที่สงสัยก็จะได้รู้กัน ……………………………………………….


ถึงเวลาเย็นรีมกลับมา ผมนั่งคุยกลับรีม ดูรีมนิ่ง “ภพไปทำงานไม่ได้แล้ว” “ทำไมกันล่ะ” ผมตกใจ รีมพูดอย่างนั้นมันทำให้ผมสงสัยว่าทำไมผมจึงไปทำงานไม่ได้ ทั้งๆที่ตอนนี้ผมแข็งแรงร่ายกายสมบูรณ์แล้ว “เฮ่ออ...” ผมเห็นรีมถอนหายใจ เหมือนจะตัดสินใจพูดอะไรบางอย่างให้ผมรับรู้ “ก้อ..ภพถูกออกจากงาน ไม่ได้ทำงานที่บริษัทแล้วหน่ะสิ” “อ้า..อะไรนะ...ทำไมกัน ทำไมผมจึงถูกออกจากงาน” ผมเสียงดังเอะอะโวยวาย ผมไม่เข้าใจ ทั้งๆที่ทางบริษัทก็ให้รีมไปทำงานแทนผม รึรีมทำงานผิดพลาดกันนะ พาลให้ผมโดนออกจากงาน “อย่างนี้ต้องคุยให้รู้เรื่อง” ผมลุกขึ้นเดินไปที่โทรศัพท์เพื่อโทรไปที่บริษัท “อย่าค่ะคุณ” รีมดึงมือผมไว้ ผมใจร้อนรน ไม่ฟังรีมที่ห้ามและทัดทานผม รีมยังยื้อผมไปมาแย่งหูโทรศัพท์จากมือผมไปได้ “ภพ!!...ฟังรีมก่อนสิ” ผมเห็นรีมหน้าตาขึงขังจริงจัง ผมเลยนิ่งฟังทั้งที่ใจนั้นรุ่มร้อน “จากที่ภพเกิดอุบัติเหตุนั่นแหละ ทางบริษัทติดต่อไปทางโรงพยาบาลเพราะต้องจ่ายค่ารักษาให้ เป็นสวัสดิการของภพ ... ทราบว่าภพร่างกาย และสมองถูกกระทบกระเทือน มีผลทำให้ร่างกายภพผิดปกติ อย่างที่ภพเห็น น้ำควยของภพไม่ออก นั่นคือความผิดปกติอย่างหนึ่ง ดังนั้นความสามารถในการทำงานอาจลดลง เขาจึงให้ภพออกซะ”


“อ้าว..ทำไมรีมไม่บอกผม” รีมไม่เคยบอกผมเลยว่าทางโรงพยาบาลบอกผลการรักษาผมอย่างนั้น “รีมขอโทษ... รีมไม่อยากให้ภพเป็นกังวล” “แต่ภพยังทำงานได้ตามปกติ รีมก็เห็นนี่ ว่าตอนนี้ผมไม่เป็นอะไรแล้ว ทำอย่างนี้ บริษัทคิดจะทิ้งขว้างกันรึไง” ผมต่อว่าทางษริษัท สิ่งที่ผมเคยเอ่ยชมนั้นกลับมลายหายสิ้น ที่มาทำกับผมแบบนี้ “เขาจะคิดอย่างนั้นก็ไม่แปลกหรอกนะ มีภพเพียงคนเดียวเท่านั้นนี่ที่รอดมาได้ คนอื่นเขาก็คิดสิ ถึงรอดมาได้ แต่ก็น่าไม่สมประกอบแล้ว อย่างนี้ ทางบริษัทก็ต้องคิดแง่ลบไว้ก่อน” รีมให้เหตุผล ผมเห็นด้วยเล็กน้อย “แต่น่าจะบอกกันล่วงหน้าก่อนนี่…เอะ...นี่หมายความว่า ที่ผ่านมารีมบอกว่าผมได้หยุดพัก รีมก็โกหกผมหน่ะสิ” ผมนึกขึ้นได้ ตลอดหนึ่งเดือนกว่าๆที่ผมอยู่แต่บ้านผมคิดเสมอว่าบริษัทให้ผมพักรักษาตัวได้อย่างเต็มที่ “ความจริงเขาก็บอกมาแล้วค่ะ ...แต่ว่า รีม...ไม่กล้าบอกภพ กลัวภพทำใจไม่ได้...รีมจึงต้องโกหกภพ...ขอโทษด้วยนะคะ” รีมเข้ามากอดผม ผมไม่เคยโกรธรีม ที่ผมโกรธ ผมโกรธทางบริษัทที่ทอดทิ้งผม “แต่ถึงอย่างไร เขาก็ให้รีมทำงานแทนภพนะคะ” รีมบอก ทำให้ผมนึกขึ้นได้เรื่องผมโทรไปแล้วรีมเป็นคนรับสาย “นั่นไม่หน้าที่ของรีมนี่ นั่นเป็นหน้าที่ของเลขา” รีมเงยหน้ามามองผม “ค่ะ...รีมเป็นเลขาท่านกีรเกียรติ” กีรเกียรตินั้นเป็นบอสใหญ่ของแผนกผมเอง “ท่าน เห็นรีมพูดจาอ่อนหวาน เพราะ เหมาะแก่การพูดติดต่อธุระค่ะ รีมจึงได้ย้ายมาเป็นเลขา…ภพไม่ต้องห่วงนะคะอย่างไรเสีย รีมจะทำงานแทนภพเองค่ะ” “ขอบใจมากจะรีม ไม่ต้องหรอก ไว้ภพหางานที่อื่นทำใหม่ก็ได้ อย่างน้อยภพก็มีประสบการณ์ในการทำงานมาหลายปี คงเข้าทำงานที่อื่นไม่ยาก” “มะ…ไม่ต้องหรอกค่ะ…รีมทำเองคนเดียวได้ ภพอยู่เฉยๆเถอะนะคะ ให้รีมเลี้ยงดูภพบ้าง รีมอยากทำค่ะ นะคะ” รีมหว่านล้อมผมต่างๆนาๆ เพื่อไม่ให้ผมทำงาน บอกว่าเป็นห่วงผม อยากให้ผมอยู่ดูแลบ้านอย่างเดียว ผมก็ใจอ่อนยอมตามที่รีมต้องการ “รีมรักภพค่ะ” “ภพก็รักรีม..รีมเบื่อที่จะทำงานเมื่อไหร่บอกภพ..ภพจะทำแทนเองบ้าง” เรากอดกันแน่นเข้าใจในรักของกันและกัน


ผมอยู่บ้านกลับกลายมาเป็นพ่อบ้าน ได้สามเดือนกว่าๆแล้ว ทุกอย่างที่รีมทำผมทำแทนทั้งสิ้น ส่วนรีมนั้นทำหน้าที่แทนผม แต่รู้สึกว่าระยะหลังมานี้ รีมกลับมาบ้านไม่ค่อยตรงเวลาซักเท่าไหร่ จะบอกเพียงว่าติดงานยังทำไม่เสร็จ รึไม่ที่บริษัทจัดงานเลี้ยงต่างๆนาๆ ผมก็เข้าใจ เพราะงานเลขานั้นอาจจะเป็นงานที่ต้องรับรู้แทนเจ้านายทั้งหมด งานจึงอาจจะหนักไปสำหรับรีม ที่เพิ่งได้ทำงานเพียงสามเดือนเท่านั้น “อื้ออ...ไม่ค่ะ...รีมง่วง” ระยะหลังไม่ค่อยได้ยุ่งกับรีมในเรื่องบนเตียงซักเท่าไหร่ พอรีมเข้าห้องนอนได้ ล้มตัวนอนหลับทุกที ตรงนี้ผมก็เข้าใจว่ารีมคงเหนื่อย ถึงผมจะเงี่ยนแต่ไม่คิดจะไปรบกวนรีม ปล่อยให้รีมพักผ่อนได้เต็มที่ ส่วนผมอดทนระงับอารมณ์เงี่ยนต่อไป


วันนี้รีมออกไปทำงาน รีมไม่ได้เอารถไป บอกว่าเดี๋ยวมีเพื่อนที่ทำงานมารับ ผมจึงมาดูที่รถ ที่ผมเคยขับเป็นประจำ แต่ตอนนี้เป็นของรีมแล้วที่ใช้อยู่สม่ำเสมอ “ดีล่ะ” ผมมีความคิดดีๆขึ้นมา ผมคิดที่จะออกไปข้างนอกเพื่อหางานทำบ้าง ผมอยู่แต่บ้านอย่างนี้ มานานแล้ว ความจริงรีมนั้นบอกย้ำผมหลายครั้งว่าผมนั้นห้ามออกไปไหน ผมไม่เข้าใจว่าทำไมรีมต้องห้ามผมด้วย แต่ผมเห็นว่าตนเองนั้นก็ไม่ได้ทำอะไร น่าจะทำอะไรเพื่อแบ่งเบาภาระรีมบ้าง และเป็นจังหวะที่วันนี้รถยนต์อยู่บ้านพอดี ซึ่งบ้านผมมีพาหนะนั่นคือรถยนต์อยู่คันเดียว ผมรีบเข้าไปแต่งตัวหยิบเอกสารที่อยู่ในเก๊ะลิ้นชักของผม ที่ผมเคยสำเนาเก็บเอาไว้ เพื่อเอาไปเป็นหลักฐานในการสมัครงาน ที่ผมแอบหาเอาไว้แล้วจากหนังสือหางาน โดยที่รีมไม่รู้…. “บรื้นนนนๆๆ” ผมขับรถออกมาจากบ้าน ผมมองดูรอบๆบรรยากาศข้างทางที่ผมไม่เคยออกมาตั้งนานแล้วมันชั่งดีเสียจริงๆ “เอะ…อะไรกัน” ผมขับรถมาได้ซักระยะพอสมควร ผ่านป้อมตำรวจได้ซักนิด ผมก็เห็นรถมอไซค์ตำรวจขี่มาข้างๆผม บอกให้ผมจอด ผมคิดว่าผมก็ไม่ได้ทำผิดอะไรนี่ทำไมถึงเรียกผมจอด รึมีการตรวจอะไรพิเศษ แต่เมื่อกี้ที่ผ่านป้อมตำรวจมา ผมก็ไม่เห็นมีตรวจอะไรนี่ “บรื้น…..กึกกก” ผม จอดรถตามที่ตำรวจบอก เปิดเก๊ะลิ้นชักรถ เอาใบขับขี่ที่อยู่ในนั้นออกมา ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้วเพราะผมไม่มีความผิดอะไร ผมเลื่อนกระจกรถลง “ออกมาข้างนอกเดี๋ยวนี้” ตำรวจ2นายสั่งผม เอะ...ยังไง อยู่ดีๆสั่งผมให้ออกจากตัวรถ แทนที่จะสอบถามอะไรก่อน ผมก็ทำตามออกมาข้างนอกรถ “ควับบ…แกร็กก” “อะ..อะไรกันครับคุณตำรวจ” ทันใดนั้นเมื่อผมออกจากตัวรถ ผมถูกตำรวจสองนายนั้นจับล็อคแขน แล้วเอามือผมไขว้หลัง เอากุญแจมือมาล็อคที่มือของผม “อะ...ผมทำอะไรผิด” ผมทั้งงงและตกใจที่อยู่ดีๆมาจับผม อะ..รึว่านี่ไม่ใช่ตำรวจ อาจจะเป็นผู้ร้ายแฝงตัวอยู่ในคราบตำรวจ จะอุกอาจขนาดนั้นเชียวรึ ขนาดอยู่ใกล้ป้อมตำรวจยังทำได้ “ผมไม่มีทรัพย์สินอะไรจะให้หรอกครับ” ผมบอกเจ้าสองคนนั่น เพราะผมไม่ได้ เอาของมีค่าติดตัวมาจริงๆ มีแต่เอกสารเอาไปสมัครงาน แต่เจ้าสองคนนั้นก็นิ่งเงียบ


“ขอโทษจริงๆนะคะ” ผมอยู่ในห้องขังสถานีตำรวจ รีมมาประกันตัวผมออกไป เป็นตำรวจจริงๆด้วย แต่ผมไม่เข้าใจว่าผมทำอะไรผิด รึตำรวจพวกนี้ หาเรื่องประชาขนเอาเงินเข้ากระเป๋าตนเองจากการมาประกันผม ตอนที่ผมถูกจับมา ผมถามอะไร ก็ไม่มีใครตอบ รีมจูงมือผมออกจากสถานีตำรวจ ตอนแรกผมคิดจะโวยวาย แต่ผมระงับอารมณ์โกรธเอาไว้ ผมคิดว่าตำรวจพวกนี้ต้องรีดไถประชาชนแน่นอน ผมขับรถตามกฎแท้ๆยังถูกจับมาขังได้ “ขอบคุณมากนะคะ..ที่มาส่ง” รีมหันไปคุยกับคนแปลกหน้าที่ผมไม่รู้จัก เป็นชายหนุ่มรุ่นเดียวกับผมเห็นจะได้ ชายคนนั้นยิ้มตาหวานใส่เมียผม ทำให้ผมไม่พอใจยิ่งนัก “ใครกันหน่ะ” ผมถามรีมต่อหน้าชายคนนั้น “เข้าไปนั่งในรถเถอะหน่ะ” รีมไม่ตอบผม พูดจาเรียบๆ ดึงมือผมเข้านั่งรถ รีมมองหน้าชายคนนั้นและยิ้มให้ ก่อนที่รีมจะออกรถ ชายคนนั้นโบกมือลาให้รีม ทำให้ผมฉุนกึก ไอ้นี่มันทำอย่างนี้ได้อย่างไร ผัวเขาอยู่ต่อหน้าอย่างนี้ยังกล้า ส่งสายตาท่าทางหวานๆให้เมียผมอีก ถามรีมหลายครั้งรีมก็ไม่ตอบ ขับรถนิ่งเงียบ มันยิ่งทำให้ผมสงสัย ผมถามรีมอยู่หลายครั้งตั้งนานถึงชายคนนั้น พาลไปเรื่องที่ผมถูกตำรวจจับ …….. “หยุดซะที่ได้ไหม!!!!”(เสียงดังมาก) รีมพูดออกมาเสียงดังขึงขัง เอ็ดผม ทำให้ผมนิ่งเงียบ อึ้งไปด้วย “ถ้าไม่อยากให้รีมโกรธ.....ภพก็เงียบๆ” น้ำ เสียงรีมขึงขังเหลือเกิน น้ำเสียงอย่างนี้ผมรู้ครับว่ารีมดุผม ไม่ใช่ดุเพียงธรรมดาแต่ดุแบบอารมณ์ขึ้นหน้าอย่างที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน “รีม..รีมเป็นอะไร” รีมไม่ตอบผม


 ....................................................... ภายในรถมีแต่ความนิ่งเงียบ จนมาถึงบ้านผมลงจากรถ “อยู่บ้าน ห้ามออกไปไหน จำไว้” น้ำ เสียงห้วนๆของรีม ผมนิ่งเงียบ มันเกิดอะไรขึ้นกลับรีม เมื่อผมลงจากรถแล้ว รีมขับรถออกไป คงไปทำงานนั่นแหละ ผมคิดว่ารีมคงเหนื่อยจากการทำงานแน่ๆ ถึงมาลงกับผมอย่างนี้ อาจจะเป็นช่วงที่รีมทำงานอยู่พอดี แต่ต้องมาประกันตั;ผม ..................................................................


เมื่อ รีมกลับมาบ้านตอนเย็น ดูพูดเย็นลง บอกเพียงว่า ห้ามให้ผมออกไปไหนอีกให้อยู่แต่ภายในบ้านเท่านั้น แต่พอผมแย้ง ขัดใจ ท่าทางของรีมก็เริ่มเปลี่ยนไปอีกดูเงียบขึงขังทันที ด้วยความที่ผมรักเมียผมจึงยอม แต่ผมยังไม่เข้าใจว่าทำไมรีมถึงไม่ยอมให้ผมออกไปไหนเลย ทั้งๆที่แต่ก่อนรีมไม่เคยเป็นอย่างนี้


นับวันรีมชักเริ่มกลับบ้านไม่ตรงเวลา มีคนมารับมาส่ง ตอนเช้าและตอนเลิกงาน ผมมองดูเป็นผู้ชายคนนั้น คนที่ไปกับเมียผมที่สถานีตำรวจ รีมบอกว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน ทางกลับบ้านเดียวกันเลยไม่อยากเปลืองน้ำมันจึงอาศัยเขาไปด้วย แต่ผมมองชายคนนี้อย่างไร ผมไม่เคยคุ้นหน้าว่าอยู่ทางเดียวกัน หน้าตาอย่างนี้ผมไม่รู้จัก ผมคิดว่ารีมนอกใจผมรึเปล่านะ แต่รีมไม่เคยเป็นอย่างนี้นี่ “บรื้นนนนน” ผมได้ยินเสียงรถยนต์คงเป็นเสียงรถยนต์รีม “รีมกลับมาแล้ว” ผมกำลังนั่งสอนลูกแป้งทำการบ้าน จึงไม่ได้ออกไปรับเมีย ............. “เอะ” รีมกลับมาได้ซักพักแล้วทำไมไม่เห็นรีมเข้ามาในบ้านซักที ผมจึงออกไปดูเพราะอาจไม่ใช่รีมก็เป็นได้ อะ


....ไม่ใช่รถของรีม รู้สึกคุ้นๆ เคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ …..นั่นเป็นรถของชายคนนั้นอีกแล้ว ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ …อะ..ถ้าผมตาไม่ฝาด ผมเห็นชายคนนั้นกำลังรุ่มร่ามกับเมียผมอยู่ในรถ ผมเห็นมันกำลังโอบกอดเมียผมไซ้ซอกคออยู่ ผมใจ เต้นตุ๊บๆ นี่มันอะไรกัน ผมตาไม่ฝาดแน่ๆ จังหวะเห็นรีมหันมามองผมพอดี รีมจึงผละจากชายคนนั้น และออกจากรถ ชายคนนั้นโบกลาและขับรถออกไป ........ “รีมทำอะไรอยู่ในรถกับไอ้นั่น” ผมเสียงดุใส่รีม “ทำอะไร รีมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย” รีมดูไม่สะทกสะท้านเลย ขนาดคาหนังคาเขาอย่างนี้ ตอบผมด้วยเสียงห้วนๆ “แล้วรถของรีมล่ะ” ผมเห็นรีมมากับรถของไอ้นั่น “รถจอดที่บริษัทสตาร์ทไม่ติด เชษเลยมาส่ง” อ๋อไอ้ชายคนนี้มันชื่อเชษนี่เอง ผมมองรีมที่ดูนิ่งเฉย “รีมเปลี่ยนไปนะ” ผมพูดรีมดูไม่สนใจเดินฉับๆเข้าไปในบ้าน ผมเดินตาม ”หวัดดีค๊ะแม่” “จ้าลูก...เป็นไงบ้างจ๊ะ” เมียผมเข้าไปกอดลูกแป้งทักทาย และพูดคุยกัน ทำให้เรื่องที่ผมต้องการพูดกับรีมต้องชะงักไป เพราะไม่อยากให้ลูกแป้งรับรู้ถ้าเอามาพูดตรงนี้


ผมเอาแขนเกยหน้าผาก รีมหลับไปแล้ว คิดถึงเรื่องของรีมที่ท่าทางความประพฤติเปลี่ยนไป ผมทบทวนหน้าที่ความเป็นสามีของผมว่าผมทำอะไรผิดพลาดบกพร่องตรงไหน เรื่องบนเตียงผมว่าผมให้ความสุขจนสุขล้น เพราะผมจะเย็ดได้บ่อย และ อึดกว่าแต่ก่อนเยอะ สามารถมีอะไรกับรีมได้ตามที่รีมต้องการ แต่รีมซะอีกที่ดูเหมือนว่าไม่ต้องการมันเลย พอถึงเตียงนอนรีมก็นอนหันหลังให้ผม รึเป็นเพราะว่า ผมไม่มีน้ำเงี่ยนออกมาชโลมหีของรีม ที่ทำให้เหมือนเป็นธรรมชาติในส่วนนี้รึเปล่า รึเป็นเพราะว่า รีมทำงานส่วนผมอยู่บ้าน รีมต้องทำงานหนักเลี้ยงดูผมกับลูกแป้ง .....แต่รีมเองนั่นแหละที่ไม่ยอมให้ผมทำงาน แถมสั่งไม่ให้ผมออกไปไหนเสียด้วยซ้ำ... เรื่องอื่นๆ ผมนั้นไม่เห็นขาดตกบกพร่องตรงไหน ยิ่งคิดผมยิ่งไม่เข้าใจจริงๆ


“อะ....รีม” วันนี้ผมเห็นอีกแล้ว รีมกลับมาบ้านกับไอ้เชษนั่น ครั้งนี้ผมแอบอยู่ตรงมุมบ้านเพื่อดูว่า ทั้งสองจะทำอะไรกันรึเปล่า..... เป็น ไปดังคาด ไอ้เชษมันเริ่มรุ่มร่ามกับรีม ทีนี้ผมอยู่ใกล้รีมกับเชษมากกว่าครั้งก่อน และครั้งนี้เขาทั้งสองคนไม่เห็นผมแน่ๆ เพราะผมหลบมุมบ้านอยู่ รีม โดนไซ้ซอกซอนที่คอ มือไอ้เชษล้วงไปที่หน้าอกของเมียผม อีกมือนึงลงยุกยิกอยู่ข้างล่างของเมียผม ผมไม่รู้หรอกว่า ไอ้เชษทำอะไรช่วงล่างเมียของผมเพราะผมไม่เห็น เนื่องจาก ทั้งสองอยู่ข้างในรถ “รีม…ไม่น่าเลย” ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก รู้สึกว่าร้องให้ แต่ทำไมนะ ไม่มีน้ำตาออกมาซักหยด ผมอยากฮือๆออกมา แต่ทำอย่างไรน้ำตาผมมันไม่ซึมออกมาเลย มันเป็นเพราะอะไร…………


“ตึกๆ…แกร็กๆ” ผมผละเดินออกมาจากตรงที่ผมหลบมุม ผมไม่คิดที่จะไปห้ามคนทั้งสอง รีมนอกใจผม ผมทำอะไรผิด ”เอะ....ทำไมแม่ไม่เข้ามาพร้อมพ่อด้วยล่ะค๊ะ” ลูกแป้งรู้ว่าผมออกไปรับรีมที่หน้าบ้าน แต่กลับมาเห็นผมเดินเข้ามาคนเดียว “เดี๋ยวแม่ก็เข้ามาจ๊ะ” ผมบอกลูก จิตใจผมห่อเหี่ยวเหลือทน ลูกแป้งทำการบ้านต่อไป ....................................................................... “หวัดดีค๊ะแม่” “หวัดดีจ้าลูกแป้งของแม่” รีม เข้ามาหาลูกแป้งทักทายเหมือนเคย ทำเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมเองก็นิ่งเงียบ พูดไม่ออกและไม่รู้ว่าจะพูดอะไร คงเกิดจากที่รีมออกทำงานข้างนอก รีมไม่เคยพบปะผู้คนมากมาย มากหน้าหลายตาอย่างนี้มาก่อน สิ่งแวดล้อมที่ยั่วยุภายนอกอาจทำให้รีมหลงใหลไปชั่วขณะก็เป็นได้ พอรีมรู้สึกตัวและคิดขึ้นมาได้ รีมคงจะเป็นคนเดิม ผมจึงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร  นอกจากรีมกลับบ้านไม่เป็นเวลาแล้ว เวลานี้รีมมักไม่ค่อยกลับบ้าน มักให้ผมนอนอยู่คนเดียวเสมอ หลายต่อหลายครั้งผมจะเข้ามานอนในห้องลูก นอนกอดลูกแทนเสมอ มันทำให้จิตใจของผมที่ฟุ้งซ่านคลายลงไปได้เมื่อนอนอยู่กับลูกแป้ง


สิ่งที่ผมคิดกลับผิดไปถนัด คิดว่ารีมจะสำนึกและคิดได้ โดยให้ระยะเวลาเธอซะหน่อย คงกลับตัวเป็นเหมือนเดิม .... ที่ ไหนได้ กลับยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ไอ้เชษนั่นมารับมาส่งตลอดเวลา ทั้งๆต่อหน้าผมด้วย ยิ่งผมนิ่งเงียบไม่ว่าอะไร รีมกับไอ้เชษยิ่งได้ใจ บางครั้งรีมกลับมาตอนเช้า หรือหายไปสองสามวัน ปล่อยให้ผมอยู่กับลูกแป้งสองต่อสอง จะมีโทรมาบ้างเหมือนกันถามเรื่องลูกเป็นอย่างไรบ้างเท่านั้น แต่ผมนั้นรีมไม่สนใจเลย มันยิ่งทำให้ความอดทนผมเริ่มสิ้นสุดแล้ว ........ นั่นครั้งนี้ก็อีกครั้งแล้ว ไอ้เชษมาส่งเมียผม ผมยืนดูอยู่ เห็นทั้งสองนัวเนียอยู่ในรถอีกแล้ว ผมเดินเข้าไปหา ทั้งสองไม่รู้ตัว คงอยู่ในอารมณ์เสียวกันอยู่ล่ะสิ จึงไม่รู้ว่าผมนั้นอยู่ใกล้ๆ “อื้อ...เชษข๋า....เสียวจังเลยค่ะ” ขนาดปิดกระจกผมยังได้ยินเสียงเมียที่ทรยศผมอย่างชัดเจนมันทำให้หัวใจผมแตก สลาย ผมรู้สึกว่าผมร้องไห้ออกมา แต่ก็เหมือนทุกๆครั้ง น้ำตามันไม่ยอมไหลออกมา ………….ผมเห็นไอ้เชษมันลูบไล้ทั่วกายเมียผม ชัดเจนเลยทีเดียว ผมยืนใกล้ๆ มือมันตะปบนมเมียผมขยำเล่น ปากประกบดูดกัน “ตัวรีมหอมจังเลย..ซี๊ดดดด” “อื้อ” รีม ครางกระเส่าโดนมันรุกล้ำส่วนสงวน มันล้วงมือเข้าไปใต้กระโปรง ยุกๆยิกๆ รู้เลยว่าไอ้เชษมันจับอะไรเมียของผม ผมเจ็บใจทนไม่ได้แล้ว “ก๊อกๆๆๆ” ผม เคาะกระจกรถ รีมหันมามอง ทั้งสองจึงผละออกจากกัน ถ้าผมมีน้ำตาไหลออกมารีมคงเห็นผมร้องไห้เสียใจอยู่แน่นอน รีมทำอย่างนี้ได้อย่างไร ทำไมรีมทำอย่างนี้ .....รีมเปิดประตูรถออกมาแล้ว ท่าทางนิ่งเฉยมาก “โชคดีนะคะ บ๊ายบ่าย” .... “บรื้น.....” รีมไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ไอ้เชษออกรถกลับไปแล้ว ผมมองหน้ารีม รีมไม่สนใจเดินเข้าไปในบ้าน “ทำไมรีมทำอะไรไม่มียางอายเสียเลย ผัวอยู่เป็นตัวตนอย่างนี้ นังกากี!!” ผมว่ารีมเจ็บแสบที่สุด รีมหยุดเดินหันมาทางผมที่ผมกำลังร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา “เพลี๊ยะ” หน้าผมโดนฝ่ามือรีมอย่างจัง ผมรู้สึกเจ็บแปล๊บเล็กน้อย “อย่ามาพูดหยาบคายกับชั้นนะ แกมันไม่ใช่ผัวชั้น” รีมเดินจากผมไป ลูกแป้งเห็นเหตุการณ์อยู่พอดี ยืนนิ่งอึ้ง “ไม่มีอะไรหรอกลูก เข้าบ้านกันเถอะ” รีมอุ้มลูกแป้งเข้าบ้าน ปล่อยให้ผมยืนนิ่งอึ้ง ทำไมรีมพูดกับผมอย่างนี้ บอกผมไม่ใช่สามีของเธอ นี่รีมหมดรักผมจริงๆแล้วรึนี่ ผมทำอะไรผิดไป ... “อ๊ากกก!!....ฮือๆๆๆ” ผมยิ่งคิด ยิ่งเครียด กุมขมับศรีษะ ร้องระบายออกมาเต็มที่…


 ในเวลานี้ผมไม่มีกระจิตกระใจทำอะไรทั้งสิ้น ทำความสะอาดดูเเลบ้าน หรือแม้แต่ทำอาหาร...


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ