กามลิขิต ชีวิตหฤหรรษ ตอนที่ 5

กามลิขิต ชีวิตหฤหรรษ ตอนที่ 5

  • 1 ตอบ
  • 6006 อ่าน
*

ออฟไลน์ saradio

  • Full Member
  • **
  • 98
  • 4864
    • ดูรายละเอียด
กามลิขิต ชีวิตหฤหรรษ ตอนที่ 5
« เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2015, 11:02:02 PM »

                
                                                        น้องกลาง


          การได้กลับบ้านเกิดที่จากมานานๆมันทำให้เราหวนคิดถึงอดีต ตอนที่อยู่ที่นั่นไม่ได้และแน่นอนว่าผมก็มีแอบคิดถึงน้าแก้ว ทั้งที่ผมตังใจไว้ว่า จะไม่ยุ่งกับลูกคนอื่นที่ยังอยู่ในความดูแลของพ่อแม่และผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้ว ผมต้องสะบัดความคิดที่จะติดต่อหาน้าแก้วทิ้งไปแต่แล้วก็ไม่วายเมื่อผมถึงเชียงใหม่ และกลับไปที่วัดที่อำเภอที่ผมอยู่
            หลวงพ่อดีใจที่เจอผมอยู่เหมือนกันทั้งที่คราวก่อนบอกห้ามผมกลับมา แต่นี้เป็นความจำเป็นเพาะต้องมาเกณฑ์ทหารไม่มาก็ไม่ได้ หลวงพ่อก็รู้และเป็นหวงเรื่องนี้อยู่เหมือนกันกลัวผมไม่กลับมารับเข้าการเกณฑ์ แล้วบอกผมว่า
            "ไอ้ที่คราวก่อนบอกว่า มึงไม่ต้องกลับมาก็เพราะเป็นห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง เอ้า เอาไปดูซะ"
          หลวงพ่อเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์เก่าในตู้ให้ผมดูเล่มหนึ่งก็ประมาณครึ่งปีที่แล้ว ชี้ให้ผมดูข่าว ที่ช่องหนึ่ง หัวข่าวว่า ผัวหึงโหดยิงดับทั้งชู้ทั้งเมีย พอผมอ่านเนื้อในข่าว ก็ต้องตกใจผู้หญิงกับชู้ที่ตายคือน้าแก้ว กับพี่จัน เรื่องนี้เกิดขึ้น เมื่อ 6 เดือนที่แล้วที่ตัวเมืองเชียงใหม่ งานเทศการจังหวัดปีที่แล้ว สงสัยพี่จันและน้าแก้วมาขายของเหมือนทุกปี และคงนัดเล่นกันอีก แต่ผัวน้าแก้วแอบตามสะกดลอยไป จนจับได้คาหนังคาเขาเลยยิงดับคาโรงแรม
            ผมอ่านแล้วสะเทือนใจอย่างมากรู้สึกใจหายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนนึกเป็นห่วงกิ่งขึ้นมาไม่รู้ปานนี้เป็นยังไงบ้างที่มาเสียพ่อไปแบบนี้ แล้วเธอคงเหลือตัวคนเดียว
            หลวงพ่อเห็นผมอ่านไปจนจะจบเนื้อความแล้วก็พูดว่า
            "นี่ถ้ามึงยังอยู่ที่นี่ คนที่ตายคงจะเป็นมึงมากกว่าไอ้ผู้ชายคนนั้น...เฮอ.. ก็ถือว่าพ้นเคาะห์ไป พ้น 20ไป ก็คงไม่ตายโหงแล้วละมึงหนะ "
          ผมถึงรู้ว่าคราวก่อนที่หลวงพ่อ ไม่ให้ผมกลับมาเพราะอย่างนี้นี่เองเพราะถ้าผมยังอยู่ยังติดต่อน้าแก้ว ก็ไม่แคล้วโดนผัวแกยิงตาย ผมเลยกราบสาธุงามๆไปหนึ่งทีช่วงนั้นผมรู้สึกหดหูใจกับเรื่องน้าแก้วและพี่จัน เลยขอหลวงพ่อบวชอุทิศส่วนกุศลไปให้ทั้ง2 คน โดยบวชให้ 7 วัน เพราะหลังจากนั้นผมต้องไปคัดเลือกทหาร ทุกวันที่บวชอยู่ก็ทำบุญกรวดน้ำไปให้พี่จันกับน้าแก้วตลอด อย่างน้อยพี่จันก็ถือว่าเคยเกื้อหนุนผมมาส่วนน้าแก้วผมก็ถือว่าเคยมีสัมพันธ์ฉันผัวเมียต่อกันมาก่อนก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ด้วยใจจริง
            พอสึกแล้ว ผมก็เข้าการเกณฑ์ทหารและจับได้ใบแดง ไปเป็นทหาร 2 ปี ตอนที่ฝึกหกเดือนแรก เขาไม่ให้ใช้โทรศัพท์ผมจึงไม่ได้โทรหาครอบครัวน้าชิต พอฝึกครบหกเดือน ก็เข้าเป็นทหารประจำการ จึงได้ใช้โทรศัพท์บ้างแต่ตอนนั้นผมกลับโทรหาครอบครัวน้าชิตไม่ติดไม่รู้ว่าน้าชิตเปลี่ยนเบอร์หรือว่ายังไง แล้วไม่นานผมก็ถูกส่งไปสี่จังหวัดชายแดนใต้เป็นทหารราบในอยู่ในหน่วยลานตะเวน ชุดคุ้มครองพระ เพราะรู้เรื่องเกี่ยวกับพระดี ตอนนั้นผมเฉียดตายหลายครั้งจากการถูกลอบยิงและวางระเบิดแต่ก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด โดยไม่เป็นอะไรเลยสงสัยดวงตายโหงของผมจะหมดไปแล้วจริงๆ ตามหลวงพ่อบอก
          แล้วผมก็ปลดประจำการออกมา ผมดูเป็นผู้ใหญ่ดูนิ่งสุขุมขึ้นเพราะผ่านอันตรายมาเยอะ รูปร่างก็ดูแมนสง่าสมชายมากกว่าเดิมแล้วผมก็กลับไปเยี่ยมครอบครัวน้าชิต เพราะไม่ได้ยินข่าวคราวมาถึง 2 ปี
            แต่ปรากฏว่า น้าชิตกับเมียเสียชีวิตไปแล้ว จากอุบัติเหตุถูกรถชนมอเตอร์ไซด์ที่น้าชิตซ้อนเมียมา แล้วรถคันนั้นก็หนีไปจับตัวไม่ได้ หลังจากนั้น น้องชายน้าชิตมาหลอกให้นางขายที่ เพราะทำนากันไม่ได้ แถมราคาข้าวก็ตกตอนนั้นนางโทรหาผมเพื่อหวังให้ผมไปเป็นหลักครอบครัว ช่วยทำนา แต่ก็ติดต่อผมไม่ได้เพราะผมอยู่ในค่ายทหาร เมื่อนางไม่รู้จะทำยังไงก็ต้องยอมขายโดยน้องน้าชิตซึ่งเป็นอาแท้ๆ ของนางเป็นคนจัดการ แล้วอาแท้ๆของนางก็โกงเงินค่าที่แล้วหนีไป ทิ้งให้เด็กสาว 3 คนเผชิญชะตากรรมกันเองสุดท้ายนางก็ต้องขายบ้าน แล้วย้ายไปอยู่ที่อื่น ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ไปอยู่ไหน
            ผมรู้เรื่องนี้จากป้าศรีที่มีที่ติดกันข้างๆ และเป็นคนค่อนข้างสู่รู้นิดหน่อยผมเลยทิ้งเบอร์ไว้ให้ป้าศรี บอกว่าถ้าได้ข่าวนางให้โทรบอกผมหรือถ้าเจอนางก็เอาเบอร์ผมให้เธอ ป้าศรีก็บอกว่าจะช่วยดูให้
            จากนั้นผมก็หางานทำในจังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นจังหวัดที่ นางอยู่ เพื่อรอฟังข่าวผมคิดว่าอาจจะเจอกันหากเธอย้ายมาอยู่ในตัวเมือง แต่ก็ไร้วี่แววจนผมเริ่มปลงที่จะหาพวกเธอ
            ตอนนั้นผมทำงานเป็นบ๋อยอยู่ในโรงแรม 3ดาวแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ก็ทำงานประเภทคอยขนกระเป๋าแล้วก็เสริฟอาหารเครื่องดื่มไปตามห้องและบ๋อยที่นี่บางคนยังหาลำไพ่พิเศษโดยการติดต่อพวกวัยรุ่นใจแตกพวกนักเรียนนักศึกษาที่ขายตัวมาบริการแขกถึงห้องพัก โดยหักเปอร์เซ็นต์จากสาวๆเหล่านั้น
            คนที่เชียวชาญที่นี้ก็คือไอ้ โก้มันอายุ 24 แก่กว่าผม 2 ปี มันรู้จักกลุ่มวัยรุ่นพวกนี้ดีมีเบอร์โทรติดต่อพวกผู้หญิงที่ขายบริการหลายคน และเวลาขนกระเป๋าให้แขก มันก็จะแนะนำแขกถ้าแขกสนใจมันก็ติดต่อให้ มันสนิทกับผมพอควร และยังชวนผมให้ทำกับมัน มันจะแบ่งให้แต่ผมไม่เอา เพราะตอนนั้นไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงมากนักขนาดพนักงานหญิงที่ทำงานด้วยกันผมยังไม่คุยไม่พูดด้วย ถ้าไม่จำเป็นผมเลยดูเงียบๆหยิ่งๆ พนักงานหญิงที่นี่เลยไม่ค่อยสนใจผมเท่าไหร่
            "เฮ้ย ไอ้ใหญ่ มึงช่วยกูหน่อยดินะวะ กูเสียบอลเยอะจริงๆนะเว้ย หาไปจ่ายไม่ได้กูตายแน่"
          ไอ้โก้ตามข้อร้องผม ให้ช่วยมันแนะนำผู้หญิงกับแขกเพื่อมันจะได้มีรายได้เพิ่ม เพราะมันดันไปเสียบอลหนัก
            "ก็กูบอกแล้วกูไม่ทำไง มึงจะมาอะไรนักหนาวะ"
          "เอ่อน่า ทำหน่อยไม่ตายหรอก ก็แค่มึงแอบถามแขก ถ้าแขกสนใจมึงก็โทรบอกกูเท่านั้นเดี๋ยวกูแบ่งให้"
          ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายในลูกตื้อของมัน ก่อนบอกว่า
            "แล้วมึงไม่ให้คนอื่นทำว่ะ บ๋อยแม่งมีเยอะแยะ เสือกมาตามตื้อกูอยู่ได้"
          "ไอ้เหี้ย คนอื่นมันก็ติดต่อเอาของมันเองหมดแหละแม่งถึงแย่งแขกกันอยู่นี่ไง กูถึงต้องมาให้มึงช่วยกูอีกแรง หา 2 คนมันย่อมได้มากกว่าหาคนเดียวเว้ยเอาน่ากูขอให้มึงช่วยกูเดือนนี้เดือนเดียวอ่ะ"
          ผมแอบหัวเราะในใจว่า นี่มันสงครามพ่อเล้าเลยนี่หว่า ก็อย่างว่าเด็กคนหนึ่งแม่งก็แจกเบอร์ให้บ๋อยหมดทุกคนนะแหละใครติดต่อมามันก็ให้เปอร์เซ็นต์คนนั้น ที่นี่ก็คงมีผมคนเดียวละมั่งที่ไม่ได้ทำแบบพวกมันเพราะผมไม่มีเบอร์ใครเลย
            "เออๆ เดือนเดียวนะมึง"
          ผมรับปากไปอย่างตัดรำคาญ แต่ไอ้โก้ดีใจใหญ่ บอกว่า
          "เออ อย่างนี้สิวะ ถึงเรียกว่าเพื่อน"
          ตอนนี้เวลาผมไปยกกระเป๋า พาแขกไปส่งห้อง ต้องมีคำตบท้ายว่ารับเด็กและถุงยางเพิ่มมั๊ยครับ เป็นเซ่เว่นเลยไอ้ห่า ก็หาให้มันไปได้หลายคนอยู่เหมือนกัน
            จนวันหนึ่งขณะผมจะออกกะ ตอนตี 5ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่งเดินอยู่หน้าผม กำลังออกจากโรงแรมเหมือนกัน หุ่นเธอน่ามองมาก เป็นคนหุ่นแน่นและตัวสูงพอควรแถมเนื้อตูดหนาแน่นงอนสวย เอวกิ่ว หลังตรง
ขนาดผมตอนนั้นคิดว่าจะไม่สนใจผู้หญิงยังอดมองตามหลังไม่ได้เธอแต่งตัวแนววัยรุ่นเปรี้ยวๆ ดูป๊าดเดียวก็ดูออกว่ามาขายตัว และคงเพิ่งเสร็จกิจกำลังจะกลับ พอผมเห็นหน้าเธอผ่านๆ หน้าตาเธอดูสวยและน่ารักจนรู้สึกนึกเสียดายที่หน้าตาแบบนี้ไม่น่ามาขายตัวเลย ดูเธออายุยังไม่มาก ไม่น่าเกิน 18 แต่แต่งหน้าจัดกลบเกลื่อนเธอคงกลัวแขกหาว่าเด็กแล้วไม่กล้าเอา กลัวโดนข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 18
            แต่เมื่อผมพิจารณาเธอดีๆ ดูเธอชัดๆเธอกลับหน้าคุ้นมาก ผมแม้ไม่แน่ใจ แต่รีบเดินตามออกไป แล้วเรียก
            "กลาง"
          เธอสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันมา เมื่อเธอเห็นผม เธอตกใจจนมองหน้าผมค้างพูดเบาๆว่า
            "พี่ใหญ่"
            เธอคือกลางจริงๆ ยัยตัวแสบลูกน้าชิต ที่ชอบมาตอแยผมเล่นแล้วทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ผมพูดอะไรไม่ออก กลางเองก็เหมือนกันแล้วเธอก็ตัดสินใจวิ่งหนีผม จนผมต้องวิ่งตาม แล้วไปทันกันที่ลานจอดรถผมฉุดแขนเธอไว้แล้วรีบพูดว่า
            "กลางอย่าหนีสิ คุยกันก่อน"
          ."คุณทักคนผิดแล้ว ฉันไม่ได้ชื่อกลาง ปล่อยนะ"
          เธอปฏิเสธเสียงแข็ง และพยายามสะบัดมือผมออก แต่ผมไม่ปล่อย พูดไปว่า
            "พอเหอะน่า เธอจะไม่ใช่ได้ยังไง พี่ตามหาพวกเธอมาเป็นปีแล้วนะ"
          กลางฟังว่าผมตามหาเธอมาเป็นปี เธอรู้สึกสะเทือนใจจนต้องหยุดดิ้นหนีแล้วร้องไห้ พูดว่า
            "แล้วพี่ไปอยู่ไหนมา.. ทำไมตอนพ่อแม่นู๋ตายพี่ถึงไม่กลับมารู้มั๊ยพวกนู๋ลำบากกันแค่ไหน แล้วตอนนี้จะมาตามหาพวกนู๋ทำไม"
          เธอยิ่งพูดยิ่งร้องไห้ ฟูมฟายนั่งลงกับพื้น จนเด็กรับรถต้องเข้ามาดูพอเห็นเป็นผมซึ่งทำงานที่นี่ด้วยกัน ก็ถามว่าเรื่องอะไร ผมก็บอกว่าไม่มีอะไรเดี๋ยวจัดการเองผมก็เลยบอกกลางว่า
            "เราไปคุยกันที่อื่นดีกว่า ตรงนี้ไม่เหมาะเท่าไหร่ นะเชื่อพี่"
          แล้วพยุงกลางลุกขึ้น เธอก็ยอมลุกขึ้น ผมถามว่ามอเตอร์ไซด์เธออยู่ไหนเธอยังสะอื้นอยู่แต่ก็ชี้ไป ผมถามว่ากุญแจหละ เธอก็ให้มาผมเลยไปขี่ออกมาแล้วให้เธอซ้อนท้าย
            ผมพาเธอออกจากโรงแรม แล้วขับไปเรื่อยๆจนเธอหยุดสะอื้น ถามผมว่าจะไปไหน ผมบอกว่าไปหาอะไรกินแล้วคุยกันก่อนผมแวะซื้อของกินเซ่เว่น ได้กาแฟเย็นและขนมปังติดมือมาจากนั้นก็ไปหาที่เงียบๆจอดคุยกัน
            ผมส่งของกินให้เธอและชวนคุยไปด้วยถามว่า
            "แล้วตอนนี้ นางกับก้อยอยู่ไหน"
          กลางบอกว่า
            "พี่นางไปทำงานกรุงเทพ ก้อยก็อยู่กับพี่นาง"
          "แล้วทำไม กลางไปไปอยู่ด้วยกันละ"
          ."หึ..นู๋จะไปทำไม ไปเป็นภาระให้พี่นางเหรอพี่นางทำงานเดือน ไม่ถึงหมื่น จะเลี้ยงพวกเรา 3 คนไหวเหรอ นู๋ก็เลยบอกว่าจะอยู่หางานทำที่นี่"
          "ด้วยการขายตัวนะเหรอ"
          "แล้วทำไมละ นู๋มีทางเลือกเหรอ"
           เธอทำเสียงสูงใส่ผมเหมือนประชดประชัน ผมเลยต้องบอกว่า
            "คนเรามีทางเลือกหมดแหละ อยู่ที่เราจะเลือกอะไร"
          "เหรอ งั้นพี่บอกนู๋ทีสิ ว่า นู๋ควรจะทำอะไรทำงานอย่างพี่นางอะเหรอ เป็นสาวโรงงานได้เดือนไม่ถึงหมื่นแล้วมันจะพอใช้จนส่งยัยก้อยมันเรียนจนถึงมหาลัยมั๊ยแล้วเมื่อไหร่พวกเราจะได้มีบ้าน จะได้อยู่กันอย่างสบาย..ตอนนี้นู๋ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นู๋อยากหาเงินให้มากๆพี่ใหญ่ก็ไม่ต้องมาสนใจนู๋หรอก ....จริงๆเราก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันอยู่แล้ว พี่จะมาวุ่นวายกับพวกนู๋ทำไม"
          ประโยคหลังที่บอกว่าไม่เกี่ยวข้องกัน ทำผมของขึ้น เตะถังขยะใกล้ๆดังโครม แค่นเสียงใส่กลางว่า
            "อย่าพูดแบบนี้ให้พี่ได้ยินอีกนะ ...."
          ท่าทางของผมโมโหจนหน้ากลัว กลางก็รู้ตัวว่าเธอพูดแรงไปเลยก้มหน้าหลบน้ำตาคลอ ก่อนจะพูดเสียงเรียบๆอ๋อยๆ ว่า
            "นู๋ขอโทษ นู๋รู้ว่าพี่ใหญ่พยายามพูดให้นู๋เปลี่ยนใจ เลิกทำงานแบบนี้แต่พี่คิดดูสิ นู๋เป็นของที่เสียไปแล้ว ต่อให้นู๋เลิก นู๋ก็กลับไปเป็นคนเดิมไม่ได้อีกแล้วสู้นู๋ทำต่อไปหาเงินให้พี่น้องสบาย ไม่ดีกว่าหรือพี่ ส่วนนู๋จะเป็นยังไงก็ช่าง"
          กลางเป็นคนที่ตัดสินใจเด็ดขาด และคิดอะไรเกินตัวตั้งแต่เด็กและมักมองเหตุผลในความเป็นจริงมากกว่าโลกสวย ถ้าเธอตัดสินใจจะทำอะไรแล้วเธอไม่ค่อยจะลังเล ผมอาจจะเจอเธอช้าไป หากผมมาเจอเธอก่อนที่เธอจะตัดสินใจขายตัวเธออาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันสายไปแล้วอย่างที่เธอบอก หรือนี่อาจจะเป็นลิขิตชีวิตของเธอ
            "แล้วนางรู้เรื่องนี้ มั๊ย"
          ผมถามด้วยน้ำเสียงท่าทีที่ปลงและล้มเลิกความคิดที่จะพูดให้เธอเปลี่ยนใจ เธอส่ายหน้าตอบ แล้วพูดว่า
            "พี่ใหญ่ก็อย่าบอกพี่นางนะ นู๋ไม่อยากให้พี่นางเสียใจ นู๋บอกแค่ว่า นู๋ได้งานดีๆทำได้เงินดี"
          ผมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วถอนใจแบบแรงๆ เหมือนระบายความอึดอัดในใจก่อนจะพยักหน้ารับปาก แล้วผมก็ชวนเธอคุยเรื่องอื่น เราคุยกันอีกสักพัก กลางก็ชวนผมให้ขับมอเตอร์ไซด์ไปส่งที่หอพอไปถึงเธอก็ชวนผมขึ้นไปรู้จักห้องเธอไว้เธอไม่ได้อยู่คนเดียวแต่พักอยู่กับเพื่อนที่ทำงานแบบเดียวอีกคนหนึ่ง ชื่อว่า แอน
            แอนก็เป็นสาววัยรุ่นหน้าตาดีคนหนึ่งแต่ถ้าเทียบกับกลางแล้ว ไม่สู้สีเลย กลางกินขาดทั้งหน้าตาและหุ่นแอนพอเห็นกลางพาผมเข้ามาในห้องก็ตกใจ พูดว่า
            "เฮ้ย มึงพาแขกมาห้องเลยเหรอวะ อีกลาง"
          "แขกบ้าอะไร นี่พี่กู"
          แล้วกลางก็แนะนำแอนให้รู้จัก แอนดูงงๆ แต่ก็ยกมือไหว้ แล้วไปแอบกระซิบถามกลางอีกว่า
            "ก็มึงมีแต่พี่สาวกับน้องสาวไม่ใช่เหรอวะ แล้วพี่ชายมึงโพล่มาจากไหน แถมหล่ออีกต่างหาก มึงบอกกูมาตามตรงดีกว่า นี่ถ้าไม่ใช่แขก ก็ผัวมึงใช่มั๊ย"
          ผมเห็นกลางหน้าแดงเมื่อเพื่อนเธอทัก ว่าผมเป็นผัว เธอรีบเถียงเสียงดังว่า
          "กูบอกว่าพี่ก็พี่สิ มึงนี่ก็ จะไปไหนก็ไปไป๊"
          "มึงจะให้กูไปไหน ก็ห้องมีอยู่แค่เนี๊ย"
          ผมดูผู้หญิงเถียงกันก็ตลกดีเหมือนกัน ตอนนั้นเห็นว่าไม่สะดวกจะอยู่ต่อเพราะเกรงใจเพื่อนกลางก็เลยบอกกลางว่าจะกลับ กลางจึงบอกว่า
            "'งั้นพี่ใหญ่ อยู่ที่ไหนกลางจะไปส่ง"
          ตอนนั้นรถผมจอดทิ้งไว้ที่ทำงาน และขี่รถกลางออกมากัน  กลางก็เลยไปส่งผมอีกที่ ผมพักอยู่หออีกที่หนึ่งเมื่อมาถึงกลางขอขึ้นไปดูห้องผมด้วยแล้วเธอก็ชวนผมคุยโน้นนี่นั้นไม่มีที่ท่าว่าจะกลับ ท่าทางเธอดูอิดโรยและง่วงนอนแต่ก็ยังจะคุยกับผมไม่เลิกผมเองก็อยากจะคุยกับเธอเหมือนกันเพราะมีอีกหลายเรื่องที่ผมอยากรู้แต่ดูเธอจะไม่ไหวหนังตาเริ่มจะหนักแล้ว  ผมเลยยิ้มบอกว่า
            "กลาง ถ้างวงนอนก่อนก็ได้นะ ถ้ามีธุระอะไรตอนกี่โมง บอกพี่ก็ได้พี่ปลุกให้"
          กลางก็ยิ้มบอกว่า
            "วันนี้นู๋ไม่มีธุระอะไรหรอก แต่ว่าขอนู๋ขอนอนหน่อยก็ดี แต่พี่ให้นู๋นอนหนุนตักเหมือนสมัยก่อนได้มั๊ย"
          ผมก็ยิ้มให้อย่างเอ็นดู แล้วไปนั่งเอนหลังบนที่นอน ยืดขาออกไปตบหน้าขาตัวเอง ให้เธอมาหนุน
เธอยิ้มดีใจอย่างเด็กๆแล้วเอาหัวมาหนุนนอนเธอหลับตาสักพักแล้วพูดเบาเสียงสั่นเครือว่า
            "พี่ใหญ่ นู๋ดีใจมากนะที่เจอพี่ นู๋ไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว พี่อย่าเพิ่งทิ้งนู๋ไปไหนนะ"
          ผมก็รับปากใช้มือลูบหัวเธอเบาๆ แล้วไปวางมือไปก่ายวางตรงช่วงเอวเธอเอวที่กิ่วที่อยู่ระหว่างสะโพกที่กลมแน่นกับเนินหน้าอกที่อวบนูนของเธอมันทำให้จิตใจผมหวั่นไหวขึ้นมา รูปร่างของกลางตอนนี้มันน่าสัมผัสไปหมด ไม่ใช่เด็กกระโปโลเหมือนเมื่อก่อน
----------------------------------------------------------------------------------------------------------



ติดตามผลงานได้ที่นี้ ไล่ตามที่ลงจากล่างขึ้นบนนะ...


กามลิขิต ชีวิตหฤหรรษ ตอนที่ 4
กามลิขิต ชีวิตหฤหรรษ ตอนที่ 3
กามลิขิต ชีวิตหฤหรรษ ตอนที่ 2
กามลิขิต ชีวิตหฤหรรษ ตอนที่ 1
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 5
ชอบเล่นชู้ ตอนที่ 2 (Remake)
ของวิเศษ โดเรม่อน ตอน คำคืนหฤหรรษ์กับเชือกเพื่อนแท้ (ซีรีย์จบในตอน)
ของวิเศษ โดเรม่อน ตอน หยิ่งนักมันต้องเจอรุมเปียก (ซีรีย์จบในตอน)
ชอบเล่นชู้ ตอนที่ 1 (Remake)
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 4
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 3
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 2
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 1 (นิยายกำลังภายใน ล้อยุทธภพ เสียวทะลึงปนฮา)
 
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่12
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่11
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่10
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 9
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 8
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 7
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 6
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 5
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 4
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 3
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 2
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 1
ลูกพี่ลูกน้อง 2
Reply 1994 ย้อนเล่าประสบการณ์ sex 8 บทส่งท้าย
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex7
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex6
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex5
ลูกพี่ลูกน้อง 1
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex4
ลูกกระหรี่
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex3
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex2
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex1
สวัสดีครับคุณครู แอม ฟราย แต็งค์กิ้ว ฟักยู
[/size]


*

ออฟไลน์ ่jub2520

  • Junior Member
  • ***
  • 359
  • 316
    • ดูรายละเอียด
Re: กามลิขิต ชีวิตหฤหรรษ ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2016, 04:09:31 PM »
ได้ใจเหมือนเดิม  อ่านได้สนุกมาก

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ