เจ้านายใช้งานผมหนัก 1-3

เจ้านายใช้งานผมหนัก 1-3

  • 4 ตอบ
  • 30216 อ่าน
*

lionthelast

เจ้านายใช้งานผมหนัก 1-3
« เมื่อ: มกราคม 21, 2016, 10:21:20 pm »
เจ้านายใช้งานผมหนัก
บทที่ 1


ตอนนี้ผมเพิ่งจบมหาลัยมาได้ปีนึง แต่เรียกว่ากว่าจะจบได้นี่ก็เกือบตายเอาเหมือนกันครับ โชคดีว่าผมสามารถใช้ภาษาจีนกับภาษาอังกฤษได้ดีทั้งคู่ ตอนนี้ผมเลยได้ทำงานในบริษัทนำเข้าส่งออกเล็กๆ แห่งนึง เงินเดือนดีเชียวล่ะคุณ จบมาใหม่ๆ ได้เงินเดือนตั้งเกือบสองหมื่น ไอ้ตอนยังไม่ผ่านโปรเนี่ยก็เงินเดือนเจ็ดแปดพันเอง แต่พอไอ้ความสามารถในการพูด ฟัง และอ่าน นี่แหละครับ ที่ทำให้เจ้านายผมแกยอมจ้างผมในอัตราเงินเดือนขนาดนี้

บริษัทที่ผมทำงานเนี่ย มีลูกน้องทำงานทั้งหมดรวมทั้งเจ้านายผมด้วยก็....แปดคนเองแหละครับ เฮ้อออ บริษัทเล็กจ้อยแค่นี้ เค้าจะมีอนาคตเท่าไหร่เชียว แถมที่สำคัญ ใช้งานผมหนักยังกะวัวอย่างกะควาย บางทีผมเองต้องนั่งเจ่าอยู่ที่ออฟฟิสเพื่อจะรอทางฝั่งนิวยอร์คเค้าเริ่มงาน กลับบ้านตีสองตีสามก็มี นี่ตอนนี้ผมเองก็พยายามมองหางานที่อื่นอยู่ ถ้าไม่ติดเรื่องเงินเดือน ผมคงไม่ทนทำงานที่นี่หรอกครับ เฮ้อออออออ

ผมก็เหมือนคนปกติทั่วไปนั่นแหละครับที่ชอบผู้หญิงสาวๆ ยิ่งขาวยิ่งชอบ เวลาผมจีบสาวส่วนใหญ่ผมก็เน้นไปที่ความขาว น่ารักก่อนเลย ถ้าเป็นผู้หญิงผิวคล้ำและรูปร่างอ้วนขึ้นมาหน่อยเนี่ย ผมไม่มีทางมองเลยล่ะครับ แต่เรื่องหญิงเนี่ย ไอ้ผมไม่มีโอกาสกับเค้าเลย เพราะผมต้องมาทำงานงกๆ ให้กับเจ้านายของผมจนผมไม่มีเวลาไปใช้ชีวิตอย่างที่วัยรุ่นอย่างผมควรจะได้ใช้ แถมที่ทำงานก็ไม่มีใครที่เจริญหูเจริญตาเลยซักกะคน เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ก็หน้าตางั้นๆ หรือไม่ก็อายุเข้าวัยกลางคนทั้งนั้นเลย เฮ้ออออ ช่างเป็นชีวิตพนักงานออฟฟิสที่น่าเบื่อจริงๆ ยิ่งเจ้านายผมนะคุณเอ๊ยยยย ทั้งแก่ ทั้งดำ ทั้งตัวใหญ่ ตัวแกน้ำหนักเท่าไหร่น่ะผมไม่รู้หรอก แกสูงพอๆ กับผมเลยล่ะครับ ไอ้ผมเนี่ยก็ไม่ใช่ตัวเล็กๆ นะครับ สูงตั้งร้อยแปดสิบเซนต์ แต่น้ำหนักเนี่ย ผมว่าแกน่าจะมากกว่าผมเกือบๆ ยี่สิบกิโลได้ เรียกว่าเป็นนางยักษ์เลยล่ะคุณ แถมบุคลิกแกก็ดุมากด้วย เรียกว่า ใครคุยกะแกนะครับ ตัวแทบจะหดลงไปเหลือเท่าลูกหมาเลยล่ะ อ้อ ลืมบอกไป เจ้านายผมชื่อยุ้ยครับ ทุกๆ คนในบริษัทก็เรียกแกว่าคุณยุ้ยกันทั้งนั้น
ไอ้ผมก็ทำงานกับคุณยุ้ยได้ประมาณปีเศษๆ ก่อนหน้านั้นผมเองก็หาโอกาสสมัครงานที่อื่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง ผมได้งานกับทางปตท. แกให้เงินเดือนผมมากกว่าที่คุณยุ้ยให้ซะอีก แถมผมยังไม่ต้องมานั่งทำงานจนดึกดื่นแบบนี้ พอเค้าตกลงรับผมเข้าทำงานเรียบร้อยแล้ว ไอ้ผมก็เลยจัดการเคลียร์งานกับทางคุณยุ้ยให้สิ้นเรื่องสิ้นราว บรรจงเขียนจดหมายลาออกให้ฝากไว้ที่โต๊ะทำงานคุณยุ้ย แล้วผมก็นั่งฝันหวานถึงชีวิตพนักงานออฟฟิสโก้ๆ ที่มีเวลาให้กับชีวิตวัยรุ่นอย่างเต็มที่ครับ

แต่เรื่องมันไม่ง่ายอย่างที่ผมคิดเอาไว้น่ะสิครับ ปรากฏว่า พอคุณยุ้ยแกได้จดหมายลาออกของผม หลังจากเลิกงาน แกก็เรียกผมให้เข้าไปคุยในห้องแก เฮ้ออออ จะเอาอะไรกันอีกเนี่ย.....

“พล....เธอลาออกเนี่ยเธอได้งานใหม่แล้วเหรอ” แกมองลอดแว่นถามผม

“ครับ...ได้งานใหม่ครับ ที่ปตท. ครับผม”

คุณยุ้ยถอนหายใจแล้วเอนหลังพิงกับเก้าอี้อย่างเหนื่อยหน่าย......ผมรู้ว่าถ้าผมออกไปนี่แกเดือดร้อนแน่ เพราะว่านอกจากการที่จะหาคนรู้ภาษาจีนและอังกฤษได้ดีในระดับผมเนี่ย ไม่ใช่ง่ายๆ แถมยังประสานงานติดต่อเป็น มันเป็นเรื่องยากที่แกจะหาคนมาทำแทนผมได้ง่ายๆ

“งั้นเอางี้ พี่ให้เงินเดือนเราเพิ่มเป็นสามหมื่นห้า โอเคมั้ย? พี่ว่าที่โน่นเค้าไม่มีทางขึ้นให้เราง่ายๆ แบบนี้หรอก”

“ม่ายยยยเอาล่ะครับคุณยุ้ย...ที่ผมออกไม่ใช่เพราะเรื่องเงินอย่างเดียวหรอกครับ จริงๆ ผมอยากจะทำงานในบริษัทชั้นนำที่ผมพอจะฝากอนาคตผมได้ และเค้าไม่ใช้งานผมจนดึกดื่นอย่างที่คุณยุ้ยทำ”

คุณยุ้ยแสยะยิ้มที่มุมปาก “เฮ้อออ เด็กๆ สมัยนี้ห่วงแต่เล่น ไม่รู้จักทุ่มเทให้กับการทำงาน”

“ชีวิตผม ผมเลือกได้น่ะคุณยุ้ย” ผมยักไหล่อย่างไม่แคร์ ก็ผมจะออกแล้วนี่ ผมจะกลัวแกไปอีกทำไม

“งั้น......ถ้าพี่ไปบอกทางปตท. ว่าเราปลอมทรานสคริปต์มาสมัครงานกับพี่ล่ะ...ทางโน้นเค้าจะรับเธออยู่มั้ย” แกยิ้ม

ผมเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ใช่ ผมปลอมทรานสคริปต์ไปสมัครงานกับคุณยุ้ยตั้งแต่แรกเอง แต่ผมเองก็นึกไม่ถึงว่าเธอจะไปตรวจสอบประวัติผมกับทางมหาวิทยาลัย อันที่จริงผมจบมาด้วยเกรดในวิชาภาคที่ต่ำกว่า 2.00 มันขาดบวกอีกแค่ตัวเดียวเท่านั้น เกรดเฉลี่ยรวมผมจาก 1.97 ก็จะกลายเป็น 2.01 ทันที ตอนที่ผมมาสมัครงานกับคุณยุ้ยผมไปจ้างคนปลอมใบทรานสคริปต์ให้กับผมซะเหมือนเปี๊ยบ แล้วผมก็นึกไม่ถึงด้วยว่าแกจะกลับไปค้นประวัติผมแบบนี้ เหงื่อกาฬผมแตกพลั่กทั้งๆ ที่ห้องทำงานของคุณยุ้ยเปิดแอร์ซะเย็นฉ่ำ

“ไม่ใช่เท่านั้นนะพล...ตอนที่พลทำงานที่ออฟฟิสพี่ดึกๆ ดื่นๆ พี่เองไม่ได้ใช้พลฟรีๆ พี่ก็ให้โอทีพลตามฐานเงินเดือนพล แต่พลทำอะไร...พลใช้คอมพ์บริษัทพี่ อินเตอร์เนตพี่ ไปดูเวบลามกอีกด้วย...พลว่าพี่ไม่รู้เหรอ”

“พี่ยุ้ย!!!!!!!” ผมถลึงตาตวาดใส่

“อ๊ะๆๆๆ อย่าน่าพล ที่นี่พี่ติดกล้องวงจรปิดไว้ด้วยนะ พี่ถึงบอกไงว่าพี่รู้ว่าพลทำอะไรเวลาอยู่บริษัทคนเดียว พลอยากเห็นภาพมั้ย??”

ผมหน้าชาด้วยความอาย ความจริงคือผมมักจะแกล้งให้ล่วงเวลากว่าที่ควรจะเป็นเสมอ ไหนๆ ก็ไม่มีโอกาสไปเที่ยวแล้ว และทุกๆ วัน ผมก็ชอบใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนตของบริษัทดูคลิปโป๊ แล้วก็ชักว่าวไปด้วยในที่ทำงานนี่แหละ

“พี่ว่าพลกลับบ้านไปพักผ่อนก่อนก็ได้ แต่พี่บอกเราแล้วว่าพี่จะขึ้นเงินเดือนให้เป็นสามหมื่นห้า พี่ขึ้นให้เราจริงๆ หวังว่าเดือนหน้าพี่จะมีโอกาสได้จ่ายเงินเดือนให้พลนะ แต่ถ้าพี่ไม่เห็นหน้าเราพรุ่งนี้ พลก็อย่าคิดว่าพลจะได้ทำงานที่ปตท. แล้วคลิปที่พลชักว่าวในออฟฟิสพี่ พี่จะเอาลงเนตให้พลดู เอ้า ไปซะ”

อีผีเสื้อสมุทร อีห่าลากระยำ ผมนั่งด่าอียุ้ยในใจ ทำไมมันเลวแบบนี้ มันคิดจะให้ผมเป็นขี้ข้ามันไปตลอดรึไง แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินออกจากห้องทำงานของอีผีเสื้อสมุทรนั่นอย่างผู้แพ้ ใช่ ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำงานกับมันต่อไป

หลังจากวันนั้น แน่นอนว่าผมต้องโทรไปยกเลิกกับทางปตท. และขอโทษขอโพยทางโน้นเป็นการใหญ่ และผมก็ต้องจำใจกลับไปทำงานกับอียุ้ยเหมือนเดิม แต่มาครั้งนี้ ความรู้สึกดีๆ หายไปหมด ผมคิดอยู่แค่อย่างเดียวว่า ผมเกลียดที่นี่ ผมเกลียดอียุ้ย มันจะเอาอะไรกับผมนักหนา มันหาคนใหม่ไม่ได้เลยรึไง ถึงได้มารั้งตัวผมด้วยวิธีนี้

ผมทำงานไปตามปกติ อีกหนึ่งอาทิตย์ถัดมา มันก็เรียกผมไปพบอีกครั้ง

“ตอนนี้ชั้นหาฟรีแลนซ์มาทำหน้าที่แปลงานเอกสารแทนเธอได้แล้ว” คุณยุ้ยนั่งเซ็นต์เอกสาร พลางคุยกับผมโดยไม่มองหน้าผมแม้แต่น้อย

ผมยิ้มขึ้นมา ใช่ มันทำให้ผมเบาแรงไปได้อีกเยอะ....คิดดูดีๆ ถ้าผมทิ้งงานตรงนี้ไปได้ ผมก็ไม่จำเป็นต้องมาอยู่ดึกๆ อีกแล้ว เพราะมีหลายครั้งมากที่ผมต้องมานั่งแปลงานจนดึกดื่น ผมดีใจมากจนผมอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากขอบคุณแก

“ขอบคุณครับพี่ยุ้ย” ผมยิ้มขอบคุณแกเป็นการใหญ่ ลืมไปหมดแล้วว่าก่อนหน้านี้ผมด่าแกไว้ในใจยังไงบ้าง

“แต่พลต้องมาทำหน้าที่เลขาของพี่แทน” แกวางปากกาแล้วบอกผม

ความดีใจของผมหายวับไปกับตาทันที มันอะไรกันเนี่ย นั่นแปลว่า เวลาที่อีนี่ไปติดต่องานข้างนอกผมก็ต้องเดินตามตูดมันด้วย แล้วนั่นมันแปลว่าถึงจะหักเอางานแปลเอกสารออกไป ผมก็ต้องมีภาระคือทำหน้าที่เลขาให้มันด้วย ฉิบหายล่ะคุณ มันไม่ได้ขึ้นเงินเดือนให้ผมฟรีๆ จริงๆ ด้วย มันใช้งานผมหนักกว่าเดิมซะอีก

“นี่...พี่ยุ้ย ผมไม่ใช่ทาสของพี่นะ พี่ชี้นิ้วให้ผมทำโน่นทำนี่ พี่เคยถามผมซักคำมั้ยว่าผมอยากทำรึเปล่า” ผมตวาด

“ถ้าเธอไม่พอใจเธอลาออกก็ได้...แต่พี่จะประกาศว่าเราไม่ใช่พนักงานของเราอีกแล้ว เธออยากให้ทำอย่างนั้นมั้ยล่ะ?” พี่ยุ้ยพูดเรียบๆ

…..ผมคิดถึงภาพประกาศในหน้าหนังสือพิมพ์ที่บอกว่าคนนั้นคนนี้ไม่ได้เป็นพนักงานแล้ว.....ถึงไม่ต้องบอกเหตุผล แต่ใครๆ ก็รู้ว่าถ้าหากโดนประกาศแบบนี้แล้วร้อยทั้งร้อยรู้ว่ามันคือการประจานกันดีๆ นี่เอง แล้วที่สำคัญ ตัวผมเองก็ปลอมทรานสคริปต์มาสมัครกับแกจริงๆ ด้วย ผมได้แต่ก้มหน้าแล้วส่ายหน้าไปมา แล้วพูดเบาๆ อย่างคนพ่ายแพ้ว่า “ก็แล้วแต่พี่ครับ”

พี่ยุ้ยหัวเราะคิกคักอย่างคนมีชัยชนะ แล้วหลังจากนั้น ผมก็มีหน้าที่ใหม่ คือเป็นเลขาประจำตัวของพี่ยุ้ย แกมักจะเอาผมหนีบไปด้วยทุกครั้งที่แกต้องไปติดต่องานข้างนอก แถมไม่ใช่เท่านั้น เรื่องทุกเรื่องของบริษัทประดังประเดเข้ามาหาผมคนเดียว เพราะผมเป็นด่านหน้าของพี่ยุ้ย เรียกได้ว่างานผมหนักกว่าเดิมมากกว่ามาก แต่ท้ายที่สุดเมื่อวันเงินเดือนออก ผมเห็นเงินโอนเข้าบัญชี 40,250 บาท ผมก็รู้สึกดีกับพี่ยุ้ยขึ้นมาทันที และเอาเข้าจริงๆ แกก็ไม่ใช่คนเลวร้ายนัก ถึงแกจะบีบบังคับให้ผมทำงานกับแก แกก็ไม่ได้เอาเปรียบผมซะทีเดียว และหลังจากที่ผมทำงานกับพี่ยุ้ยอย่างใกล้ชิด ทำให้ผมมีความเลื่อมใสในตัวพี่ยุ้ยมากกว่าเมื่อก่อน

พี่ยุ้ยเองใช้งานผมหนักข้อขึ้นกว่าเก่า แล้วคราวนี้ก็ไม่ได้เป็นแค่งานของบริษัทเท่านั้น แกยังใช้ผมกับเรื่องส่วนตัวของแกด้วย เช่น ใช้ผมไปซื้อผ้าอนามัยให้แกบ้าง ใช้ผมไปซื้อยกทรงให้กับแกบ้าง ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก ซึ่งเรื่องพวกนี้ผมเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรนัก แต่เรื่องเวลาที่รองเท้าแกเปื้อนนี่สิ แกมักจะชอบใช้ผมลงไปคุกเข่าเช็ดรองเท้าให้แกเลย แรกๆ ผมก็กระอักกระอ่วนใจอยู่หรอก แต่มาพักหลังๆ ผมก็สามารถทำให้แกได้โดยที่ผมไม่รู้สึกอะไรแล้ว ทั้งๆ ที่อยู่ต่อหน้าธารกำนัลอย่างข้างถนนเป็นต้น

เรื่องเวลาส่วนตัวผมเนี่ย ไม่ต้องพูดถึง มันไม่มีอีกแล้ว พี่ยุ้ยแทบจะเป็นอะไรที่ผมต้องติดสอยห้อยตามแกตลอดเวลา แล้วแกก็ชอบใช้งานผมในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงานมากขึ้น เช่น ใช้ให้ผมบีบนวดขาให้แกในเวลาที่ทุกคนกลับบ้านเหลือแค่ผมกับพี่ยุ้ยในออฟฟิส และมาจนถึงวันหนึ่ง วันที่มันเปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล

วันนั้นกลับมาจากที่พี่ยุ้ยไปขึ้นศาลฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับลูกค้าที่เบี้ยวหนี้เรา ผมในฐานะพยานก็ต้องไปให้ปากคำในศาลด้วย วันนั้นเรากลับถึงออฟฟิสแล้วรีบกลับไปเคลียร์งานกันจนถึงเวลา 4 ทุ่ม วันนั้นดูเหมือนพี่ยุ้ยจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะว่าท่าทางทางเราจะชนะคดีและทางคู่ความเสนอการยอมความและจ่ายค่าเสียหายรวมดอกเบี้ยให้ พอเคลียร์งานเสร็จ พี่ยุ้ยก็เรียกผมให้ไปบีบขาให้แกเหมือนทุกครั้ง พี่ยุ้ยนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ แกยื่นขาให้ผมบีบนวดไปซักพัก อยู่ๆ พี่ยุ้ยก็ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาพาดไว้ที่บ่าผมที่นั่งยองๆ นวดให้พี่ยุ้ย

“พล นวดต้นขาด้านในด้วยสิ”

ผมพยักหน้ารับ แต่คราวนี้ผมมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้ร่มผ้าพี่ยุ้ยชัดเจน แกใส่ชั้นในลายลูกไม้ที่แกเคยใช้ผมไปซื้อ ผมเห็นสิ่งที่อยู่ใต้ร่มผ้าพี่ยุ้ยแล้วมือไม้ผมสั่นไปหมด ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าการเห็นแค่ร่มผ้าของพี่ยุ้ยแล้วมันจะทำให้ผมตื่นเต้นได้ขนาดนี้ ผมตั้งใจนวดให้กับพี่ยุ้ยอย่างสุดฝีมือ แกสั่งให้ผมเลื่อนตัวเข้ามาจนหน้าผมอยู่ห่างจากใต้ร่มผ้าแกแค่ฟุตหนึ่งเท่านั้น ผมนวดต้นขาที่ที่อวบอัดของพี่ยุ้ยอย่างแผ่วเบา แต่ตาผมนี่สิ จ้องดูกางเกงในลูกไม้ใต้กระโปรงพี่ยุ้ยซะเขม็ง

“จ้องอะไรน่ะ”

“ปะ เปล่าครับ” ผมรีบหลบตา

“ฮึๆ พลแอบดูกางเกงในพี่ไม่ใช่เหรอ”

“เอ่อ ผมไม่ตั้งใจครับ ผมขอโทษ”

“พี่ถามว่าเราแอบดูกางเกงในพี่ใช่มั้ย ตอบมาให้ตรงคำถามสิ”

“คะ...ครับ ผมแอบดูครับ ผมขอโทษ”

“เรานี่ก็ยังเด็กอยู่เลยนะ...แล้วเห็นของพี่แล้วรู้สึกไงบ้างล่ะ”

“เปล่าครับ ผมไม่ได้คิดอะไรกับพี่เลยนะครับ”

“พี่ไม่เชื่อหรอก” แล้วขาอีกข้างหนึ่งของพี่ยุ้ยก็มาเขี่ยที่เป้ากางเกงผม ที่ตอนนี้มันแข็งปั๋งแถมยังมีเยี่ยวเหนียวเหนอะเลอะจนมันเปียกทั้งกางเกงในอีกด้วย “นี่ไง ไหนบอกว่าไม่คิด โกหกพี่นี่”

ผมพูดอะไรไม่ออก มาจนถึงตอนนี้ผมรู้แล้ว ว่าพี่ยุ้ยไม่ได้คิดกับผมแค่ลูกจ้างปกติซะแล้ว แต่ผมถูกพี่ยุ้ยทำแบบนี้แล้วผมยิ่งตื่นเต้น ยิ่งกลิ่นจากใต้ร่มผ้าของพี่ยุ้ยกระทบจมูกผม ผมยิ่งตื่นเต้นขึ้นอีก พี่ยุ้ยให้เท้ากดบี้กับเป้ากางเกงผมไปได้พักนึง แกก็สั่งผมว่า

“พล ยืนขึ้นซิ”

ผมลุกขึ้นยืนตามที่แกสั่ง

“ถอดกางเกงออกเดี๋ยวนี้”

ผมถอดกางเกงออก กางเกงสแลกผมหลุดลงไปกองกับพื้น ขณะที่ผมกำลังจะถอดกางเกงในพี่ยุ้ยก็แหวใส่ผมว่า “ใครให้เธอถอดกางเกงใน ทำตามที่ชั้นสิ” เท่านั้นแหละครับ ผมรีบยืนตรงนิ่งทันที พี่ยุ้ยยิ้มกริ่มอย่างพอใจที่เห็นเป้ากงเกงที่ตุงแน่นเพราะลำควยที่โป่งพองของผมอัดแน่นอยู่ในนั้น แถมหัวควยผมยังโผล่พ้นขอบกางเกงอีกด้วยซ้ำ น้ำเยี่ยวเหนียวฉ่ำแฉะที่ปลายหัวถอกฉ่ำเยิ้มไปหมด พี่ยุ้ยสั่งให้ผมเขยิบตัวเข้าไปใกล้ๆ แก แล้วพี่ยุ้ยก็กำหมับเข้าที่เป้ากางเกงที่เปียกแฉะและตุงแน่นของผม

“อ๊ะหหห์ อาห์ พะพี่ยุ้ยครับ อูยยยยยยยย”

“อะไร เป็นอะไร เจ็บเหรอ?” แกถามพลางขยำบีบลำควยที่โป่งพองอย่างมันส์มือ แกบีบแรงซะจนผมเห็นข้อมือพี่ยุ้ยเกร็งบีบควยผมแน่น

“คะ..ครับ...จะเจ็บครับพี่ อูยยยยยยยยย”

“ช่วยไม่ได้นี่ เราอยากมาเงี่ยนพี่เองทำไม” แกพูดพลางบิดควยผมไปมา “แต่ปากบอกว่าเจ็บแต่ของเธอมันแข็งสู้มือพี่ใหญ่เชียวนะ” แกเหลือบตาขึ้นมามองหน้าผมพลางบีบไข่ทั้งสองข้างผมแรงๆ

“อ๊ะห์ๆๆๆๆ พะพี่ยุ้ย ซี้ดสสสสสสส ขอโทษครับพี่ โอ๊ยๆๆๆ พี่ซี้ดสสสสส”

ผมเห็นพี่ยุ้ยเลียริมฝีปากตัวเองอย่างสะใจ แกบีบที่หัวควยผมที่มันโผล่พ้นขอบกางเกงใน แกยิ้มกริ่มคงจะด้วยเพราะสนุกสนานกับการทรมาณผม

“ขอโทษ????? แต่ของเรามันแข็งปั๋งสู้มือพี่ตำตาแบบนี้เนี่ยนะ ดูซิเนี่ย ยิ่งพี่ทำโทษพลเท่าไหร่มันก็ยิ่งแข็งสู้มือพี่ พลนี่ดื้อกับพี่แล้วนะเนี่ย”

“อาาาาห์ อูยยยยยยยยย ซี้ดสสสสส ขอโทษครับพี่ พลผิดไปแล้ว ซี้ดสสสสสสสส อูยยยยยยยยยยย พี่ยุ้ยกรุณาทำโทษพลหน่อยนะครับ อูยยยยย” ผมแปลกใจมาก ไม่รู้ว่าผมพูดออกไปแบบนั้นได้ยังไง แต่ตอนนี้ผมอยากให้พี่ยุ้ยบีบควยผม อยากให้พี่ยุ้ยบีบแรงๆ ยิ่งแรงยิ่งดี ยิ่งผมพูดไปอย่างนั้น มืออีกข้างของพี่ยุ้ยก็มาวางนาบไว้ที่หัวควยผมแล้วถูไปถูมาแรงๆ ส่วนอีกข้างของพี่ยุ้ยก็ทั้งบีบทั้งบี้ลำควยผม เท่านั้นแหละครับ ทำนบผมแตกทันที น้ำควยผมทะลักล้นออกมาเยอะจนผมเองยังตกใจ คงเป็นเพราะผมทำงานมาตลอดจนไม่มีเวลามาคิดเรื่องนี้ ควยผมฉีดน้ำอสุจิกลิ่นคาวคลุ้งใส่อุ้งมือพี่ยุ้ย มันเลอะทั้งมือพี่ยุ้ย ทั้งกางเกงในของผม

“เฮอะ....เสร็จจนได้....น้ำออกมาเยอะขนาดนี้เลย ท่าทางจะตื่นเต้นมากนะเราน่ะ”

“อาาาาาห์ ครับพี่ พลขอโทษพี่ครับ”

“ช่างเถอะ ไม่เป็นไรหรอก” พี่ยุ้ยพูดพลางเอามือบีบเฟ้นควยที่อ่อนตัวของผมไปมา น้ำควยผมที่เลอะมือพี่ยุ้ยก็เลอะติดกางเกงในผมจนมันเปียกเหนียวหมดเกือบทั้งกางเกง “เอ้า ดึกแล้ว เรากลับบ้านซะ”

“แล้วพี่ยุ้ยจะทำงานต่อเหรอครับ ให้พลอยู่ช่วยพี่นะครับ”

“ชั้นบอกให้เธอกลับ ไม่เข้าใจรึไง” พี่ยุ้ยพูดเสียงเขียว

“คะ..ครับพี่”

“กางเกงในน่ะ ถอดทิ้งไว้ที่นี่ เลอะขนาดนั้นเดี๋ยวมันหมักหมม สกปรกจะตาย”
“ครับพี่ยุ้ย” ผมรับคำพลางจะเดินเข้าไปห้องน้ำ

“ชั้นบอกให้เธอถอดไว้ที่นี่....ทำตามที่ชั้นบอกสิ”

“คะ...ครับพี่ยุ้ย” ผมรีบถอดกางเกงในออกต่อหน้าแก แล้ววางกางเกงในไว้ที่พื้น สวมกางเกงสแลกให้เรียบร้อยแล้วเดินออกไปอย่างจำยอม ตลอดเวลาที่ผมขับรถกลับคอนโดผมเองคิดถึงพี่ยุ้ยตลอดเวลา คิดถึงรูปร่างที่ท้วมอวยอัดของแก คิดถึงภาพของร่องนมพี่ยุ้ยใต้เสื้อสูทตอนที่พี่ยุ้ยบีบควยผม พอถึงห้อง อาบน้ำเสร็จแล้ว ผมยังคิดถึงพี่ยุ้ยอยู่ ผมเลยตัดสินใจโทรไปหาพี่ยุ้ย ผมกะว่าพี่ยุ้ยน่าจะยังไม่ถึงบ้านด้วยซ้ำ เสียงสัญญาณรอสายมันดังนานมาก ผมไม่รู้ว่าพี่ยุ้ยจะรับสายผมรึเปล่า จนกระทั่งปลายสายรับ

“มีอะไรเหรอ”

“พี่ยุ้ยกลับบ้านรึยังครับ”

“กำลังกลับ”

“ผมห่วงพี่จังเลยครับ”

“น้อยๆ หน่อยพล พี่ไม่ใช่เด็กๆ ให้เรามาห่วงพี่นะ”

“คะ..ครับ”

“แต่เราจะนอนแล้วใช้มั้ย”

“ดี...ต่อไปนี้ก่อนพลนอนพลต้องโทรมาบอกพี่ก่อนรู้มั้ย”

ผมได้ยินพี่ยุ้ยพูดอย่างนั้นแล้วผมดีใจมาก ผมละล่ำละลักบอกว่า “คะ ครับพี่ ผมจะโทรหาพี่ก่อนนอนทุกคืนครับ”

“ดี เอ้า นอนได้แล้ว”

แค่นี้เองเหรอ??????? ผมคาดหวังว่าผมจะได้พูดคุยกับพี่ยุ้ยให้มากกว่านี้ มันไม่มีการพลอดรักรำพันอะไรเลยเหรอ พี่ยุ้ยก็ยังเป็นพี่ยุ้ยเหมือนเดิมที่เย็นชาอย่างกับน้ำแข็ง ผมเองไม่เข้าใจพี่ยุ้ยจริงๆ แต่ผมก็ทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ นอกจากต้องยอมวางสายและนอนหลับเอาแรงวันพรุ่งนี้

บทที่ 2

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่อะไรเปลี่ยนแปลงอีกเลย ผมก็ยังคงทำงานให้กับพี่ยุ้ยตามปกติ แต่ไม่มีอะไรพิเศษมากไปกว่านั้น ที่สำคัญ พี่ยุ้ยไม่ได้เรียกผมให้เข้าไปรับใช้แกเกินกว่างานของบริษัทอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นการเช็ดรองเท้า นวดเท้า ดังนั้นอย่าได้ฝันไปว่าแกจะมาบีบควยผมให้อีกเหมือนวันนั้น ส่วนเรื่องโทรหาแกก่อนนอนนั้น ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าโทรบอกแกว่า ผมจะเข้านอนแล้วนะ แล้วพี่ยุ้ยก็รับคำ เท่านั้นเอง ผมเลยเข้าใจเอาเองว่า ผมคงคิดไปเองฝ่ายเดียวเท่านั้น จนมีอยู่ครั้งหนึ่ง เป็นวันเสาร์อาทิตย์ ผมไม่โทรไปรายงานพี่ยุ้ยซะดื้อๆ อย่างเคย เท่านั้นแหละครับ วันจันทร์ตอนเช้า พี่ยุ้ยเรียกให้ผมเข้าไปหาแกในห้องทำงาน พอผมเดินเข้าห้องแล้วปิดประตูเท่านั้นแหละครับ พี่ยุ้ยเดินถลึงเข้ามาหาผมแล้วตบหน้าผมไปฉาดนึงทันที ผมงงไปหมด หน้าชา ว่าผมทำอะไรผิด

“มองหน้าชั้นอีก ไม่รู้เหรอว่าแกทำผิดอะไร” พี่ยุ้ยพูดกับผมช้าๆ ย้ำทีละคำอย่างคนโกรธจัด

“เอ่อ...ที่ผมไม่ได้โทรหาพี่ยุ้ยน่ะเหรอครับ”

“ใช่” แล้วพี่ยุ้ยก็ตบผมอีกครั้ง คราวนี้ด้วยมืออีกข้าง

“ผะ...ผมขอโทษครับพี่ยุ้ย ผมนึกว่า พี่ไม่อยากให้ผมโทร”

“ชั้นบอกแกเหรอ” พี่ยุ้ยพูดเกือบจะตะโกน แต่ติดว่ายังมีพนักงานคนอื่นอยู่ข้างนอกอีก แกเลยพยายามควบคุมอารมณ์ไว้ แต่พี่ยุ้ยโกรธมากจริงๆ โกรธอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน และไม่คิดว่า พี่ยุ้ยจะโกรธผมได้ขนาดนี้

“ผมขอโทษครับ ผมคิดไปเองว่าพี่ไม่ต้องการผมอีกแล้ว”

“พี่ไม่ได้พูดอย่างนั้นซักคำ ทำไมพลคิดแบบนั้น”

ผมดีใจมากที่พี่ยุ้ยตอบแบบนี้ แกไม่ปฏิเสธว่าแกไม่ต้องการผม ผมมีรอยยิ้มขึ้นมาและรู้สึกดีใจที่เห็นพี่ยุ้ยโกรธผมในเรื่องที่ผมไม่ได้โทรหาพี่ยุ้ย ผมเลยพูดต่ออีกว่า

“ก็...เวลาผมโทรหาพี่ยุ้ยพี่ยุ้ยก็ตอบรับผมคำสองคำแล้วก็วาง แถมตั้งแต่วันนั้นพี่ยุ้ยก็ไม่ได้เรียกใช้พลอีก”

“พี่ก็ใช้เธออยู่ทุกวันไง ติดต่อลูกค้า จัดคิวงานให้พี่ แค่สองอย่างนี้พลก็ทำเต็มที่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นครับ ผม...ผมอยากให้พี่ใช้ผมเช็ดรองเท้าให้พี่....บีบนวดขาให้พี่...แล้วก็....แบบวันนั้น” คำหลังผมไม่ค่อยกล้าพูดเต็มเสียงนัก พอผมพูดจบพี่ยุ้ยก็หัวเราะหึๆ ในลำคอแล้วก็บอกว่า

“พี่ไม่เคยถามพลเลยนี่ ว่าพลชอบรึเปล่า พลเคยถามพี่แบบนี้ไม่ใช่เหรอ”

“ตะ...ตอนไหนครับพี่” ผมถามพี่ยุ้ย

“อ้าว...ก็วันนั้นไง วันที่พี่ให้พลทำหน้าที่เลขาให้พี่อีก พลพูดว่าอะไรพลลืมแล้วเหรอ”

ผมย้อนคิดกลับไป...ใช่ เป็นอย่างนั้นจริงๆ วันนั้นผมโกรธพี่ยุ้ยมากแล้วผมก็โพล่งไปว่าผมไม่ใช่ทาสพี่ยุ้ย พี่ยุ้ยจะให้ผมทำอะไรเคยถามผมบ้างมั้ย? ใช่ ผมพูดคำนั้นขึ้นมาจริงๆ ผมพยักหน้ารับ พร้อมกับเอ่ยปากขอโทษ

“ใช่ครับพี่ วันนั้นผมผิดเองครับ ที่ผมโวยวายกับพี่ว่าพี่จะให้ผมทำอะไร พี่เคยถามผมบ้างรึเปล่า ผมขอโทษครับ”

“ไม่ใช่แค่คำนั้น พลพูดอีกคำนึงด้วย จำไม่ได้เหรอ พลพูดอีกคำด้วย”

“ผมบอกว่าผมไม่ใช่ทาสของพี่”

“อื้ม แล้วพี่จะสิทธิ์อะไรล่ะ เกิดพลไม่ชอบขึ้นมา พี่ไม่โดนพลโกรธแย่เหรอ?”

“พี่ยุ้ย...พลยอมแล้วครับ พลเป็นทาสพี่....นะครับพี่ พลเป็นทาสพี่” ผมพูดออกมาโดยไม่ต้องคิด น้ำตาผมไหลออกมาโดยไม่รู้สึกตัว ผมยอมทำทุกอย่าง ขอให้พี่ยุ้ยทำกับผมมากกว่าความเป็นลูกจ้างนายจ้าง

พี่ยุ้ยนั่งเอนหลัง กอดอก แล้วยิ้มให้ผมอย่างพอใจ แกพยักหน้ารับ แล้วแกก็พูดว่า “ดี....ดี...พลคือทาสของพี่ พลจำเอาไว้นะ พลคือทาสของพี่”

“ครับ พลยอมเป็นทาสพี่ครับ นะครับพี่ยุ้ย ให้พลเป็นทาสพี่นะครับ”

“ดีมาก แล้วคุกเข่าเดี๋ยวนี้”

ผมคุกเข่าตามที่พี่ยุ้ยสั่ง พี่ยุ้ยเดินมาหาผมแล้วก็มายืนคร่อมหน้าให้ชายกระโปรงของพี่ยุ้ยคลุมหัวผมพอดี หว่างคาอันมหีมาของพี่ยุ้ยครอบทั้งใบหน้าผมจนสนิท ควยที่อยู่ใต้กางเกงผมแข็งปั๋ง ผมสูดดมกลิ่นชื้นของหว่างขาพี่ยุ้ยเต็มปอด เสียงผมหายใจสูดดมกลิ่นผู้หญิงของพี่ยุ้ยดังฟืดฟาด ผมร้องครวญครางไม่ขาดปากว่าพี่ยุ้ยครับๆๆๆๆ
“อื้มมมมมม ต่อไปพี่จะให้พลดมของพี่ทุกๆ วันแบบนี้ พลชอบมั้ย”

ผมรีบพยักหน้ารับใต้หว่างขา พยายามเอาจมูกทิ่มเข้าไปที่เป้ากางเกงในของพี่ยุ้ยให้ลึกที่สุด มือทั้งสองข้างของผมจับก้นของพี่ยุ้ยไปมา แกส่ายเอวให้หีของแกบดกับใบหน้าผมไปด้วย พลางพูดว่า

“ฮึๆๆ พลนี่น่ารักจริงๆ ดมเยอะสิพล ถ้าพลชอบ ดมเยอะๆ”

ผมสูดกลิ่นผู้หญิงของพี่ยุ้ยอย่างเต็มรัก ผมนึกไม่ถึงเหมือนกันว่าผมจะคลั่งกับผู้หญิงที่ทั้งตัวใหญ่ ทั้งอายุมากเกือบเท่าแม่ผมอย่างพี่ยุ้ย ตอนนี้ผมสูดดมกลิ่นหีของพี่ยุ้ยอย่างตะกละตระกรามให้สมกับที่ผมอดอยากมาตลอด พี่ยุ้ยเองก็ส่ายเอวร่อนรับจมูกผมอย่างเมามันส์ แกถอนหายใจเป็นระยะ และผมก็เริ่มรู้สึกถึงความเปียกชื้นใต้กางเกงในพี่ยุ้ย ผมยิ่งพยายามใช้ลิ้นเลียไปด้วย แต่ความสุขของผมก็มีไม่นาน พี่ยุ้ยก็บอกให้ผมหยุด แล้วพี่ยุ้ยก็ปล่อยผมจากใต้กระโปรงแก

“พลไปทำงานเถอะ นี่มันเวลางาน รีบๆ เคลียร์งานให้เสร็จก่อนบ่ายสองนะ วันนี้เดี๋ยวพลต้องไปหาลูกค้าที่สมุทรปราการกับพี่อีก” พี่ยุ้ยก้มลงมาลูบหัวผม

“ครับๆ พี่ยุ้ย”

พี่ยุ้ยเช็ดคราบที่มีทั้งน้ำตาและน้ำหีของพี่ยุ้ยผสมปนเปบนใบหน้าผม แล้วก็จัดทรงผมของผมให้เรียบร้อย พอออกมาจากห้องผมโล่งใจขึ้นมาทันที พี่ยุ้ยต้องการผม พี่ยุ้ยอยากให้ผมเป็นทาส ผมจะทำเพื่อพี่ยุ้ยทุกอย่าง วันนี้ผมเลยทำงานจนเสร็จก่อนบ่ายโมงครึ่งซะอีก พอถึงเวลาบ่ายสองแล้ว แกออกมาจากห้อง ผมหิ้วกระเป๋าให้พี่ยุ้ยอย่างเคย เดินกุลีกุจอตามพี่ยุ้ย ผมเห็นก้นที่อวบใหญ่ยักย้ายไปมาใต้กระโปรงของพี่ยุ้ยแล้วผมยิ่งรู้สึกกระหายที่จะเอาหน้าซุกเข้าไปในก้อนพี่ยุ้ยอีก แต่ผมรู้ดีว่าผมขออะไรไม่ได้แล้วนอกจากต้องรอพี่ยุ้ยก่อนเท่านั้น

ระหว่างที่อยู่ในลิฟท์ มีคนเข้ามาในลิฟท์จนเต็ม ผมกับพี่ยุ้ยเข้ามาในลิฟท์ก่อน เราก็เขยิบถอยเข้ามาเรื่อยๆ จนผมติดกับผนังลิฟท์ พี่ยุ้ยที่ยืนหันหลังให้ผมก็เบียดเข้ามาอีก จนกระทั่งก้นของพี่ยุ้ยมาเบียดชิดกับลำควยผมพอดี ผมดีใจมาก ผมแอ่นควยผมบดกับก้นพี่ยุ้ย ผมก้มลงมองดูก้นอับอวบอัดของพี่ยุ้ยที่นาบแนบชิดกับลำตัวท่อนล่างผมอย่างตื่นเต้น เหมือนกับว่าบั้นท้ายแกจะดูดเอาส่วนล่างผมไปหมดยังไงยังงั้น แต่พี่ยุ้ยก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน แถมยังเบียดเข้ามาหนักกว่าเดิม แล้วไหนจะมีคนรู้จักพี่ยุ้ยอยู่ในลิฟท์อีก พี่ยุ้ยหันไปคุยกับเค้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ควยผมนี่สิ มันพองตัวตุบๆ ภายใต้บั้นท้ายพี่ยุ้ย

ผมพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด แต่บางครั้งพี่ยุ้ยกลับแกล้งส่ายก้นเบาๆ ซึ่งมันแทบจะทำให้ผมอยากจะกอดพี่ยุ้ยตรงนั้นเอาเลย จนลิฟท์ลงไปถึงชั้นจอดรถพี่ยุ้ยยื่นกุญแจให้ผม ผมเปิดประตูให้พี่ยุ้ยลงไปนั่งก่อน พอพี่ยุ้ยนั่งในรถเสร็จแกก็บอกว่า

“เอ้า เช็ดรองเท้าพี่ซิ”

ผมยิ้มรับ บรรจงใช้ผ้าชามัวร์เช็ดรองเท้าพี่ยุ้ยจนเงาวับ พี่ยุ้ยนั่งยิ้มแล้วบอกว่า

“เด็กดีของพี่...ถ้าพลทำตัวน่ารักมากๆ พี่จะทำแบบในลิฟท์ให้บ่อยๆ นะ”

ผมยิ้มรับ แล้วบอกว่า “ขอบคุณครับพี่ยุ้ย” พอพูดจบผมก้มลงจูบปลายเท้าพี่ยุ้ยเบาๆ พี่ยุ้ยหัวเราะคิกคักชอบใจ ผมมีความสุขมากที่ผมทำให้พี่ยุ้ยมีความสุขได้แบบนี้

พอผมขึ้นรถ พี่ยุ้ยก็ถามผมต่อว่า

“พล...วันนั้นที่พลดูใต้กระโปรงพี่ พลตื่นเต้นมากเลยเหรอ”

“ใช่ครับพี่....พลชอบครับ”

“ฮื้ม???? พี่ทั้งแก่ ทั้งอ้วน พลชอบลงไปได้ยังไง”

“พี่ยังไม่แก่นะครับ แล้วหุ่นแบบพี่ผมชอบออกครับ มันใหญ่มาก ผมชอบดูก้นพี่ที่สุดเลยครับ”

“ฮะๆๆ จริงเหรอ เอ้าแล้วตรงนี้ล่ะชอบมั้ย” พี่ยุ้ยพูดพลางแบะเสื้อสูทออก เผยให้เห็นถึงชุดซับในที่รัดแน่นภายใต้หน้าอกที่ผมว่าใหญ่กว่า 40 นิ้วซะอีก ที่สำคัญ พี่ยุ้ยไม่ใส่ชั้นในซะด้วย หัวนมของพี่ยุ้ยมันดันนูนแทบจะทะลุซับในบางๆ ออกมา ผมมองทรวงอกอันใหญ่โตของพี่ยุ้ยอย่างหื่นกระหาย

“ชะ ชอบครับพี่ยุ้ย”

“เอ้าๆ ดูของพี่อยู่นั่นแหละ มองข้างหน้าสิ เดี๋ยวเอารถพี่ไปชนใครเข้า ไม่ทันไปเจอลูกค้าพอดี” พี่ยุ้ยพูดเสร็จแล้วก็เอื้อมมือมาจับเป้ากางเกงผม ลูบเบาๆ แล้วก็อุทานว่า “ต๊ายยยย แข็งจริงๆ ด้วย ดูของพี่แค่นี้ก็แข็งแล้วเหรอ”

“ครับพี่ พี่ยุ้ยสวยมากนะครับ ผมอยากบีบอยากจับ อยากเลียพี่ทั้งตัวเลย”

“โถ...เด็กน้อย....เราไม่ชอบเด็กสาวๆ ตัวเล็กๆ น่ารักๆ หรอกเหรอ แบบพี่จะมีดีอะรั้ย”

“ไม่ครับ ผมทั้งรักทั้งเคารพพี่ยุ้ย แล้วทุกวันนี้เวลาผมทำอะไรกับตัวเอง ผมคิดถึงพี่ยุ้ยตลอดเลยครับ”

“ฮะๆๆๆ ดี...ดีมาก พล พลเป็นทาสพี่ใช่มั้ย”

“ครับ..ใช่ครับ พลเป็นทาสของพี่ยุ้ย”

พี่ยุ้ยแบะอกเสื้ออยู่ในรถตลอดทาง พร้อมๆ กันพี่ยุ้ยก็ยังเอื้อมมือมาลูบเป้ากางเองผมไปด้วย “พี่ชอบจับของพลน่ะ มันสบายมือพี่ดี” ผมยิ้มรับจนกระทั่งผมขับรถถึงโรงงานของลูกค้า พวกเราคุยกันได้พักนึง จนเป็นที่พอใจแก่ลูกค้าแล้ว เสร็จงานเป็นเวลาเกือบๆ หกโมงเย็น พอเข้าไปในรถ พี่ยุ้ยถามว่า

“พลเอาที่พลจดของวันนี้ให้พี่ดูหน่อยซิ”

ผมยื่นให้พี่ยุ้ยดู พี่ยุ้ยพลิกๆ ไป แล้วผมก็บอกว่า

“เรื่องที่ลูกค้ารายนี้เค้าขอให้เราลดให้แกอีก 10% ถ้าเราสั่งจากจีนภายในอาทิตย์นี้ก็น่าจะทำได้โดยที่เราไม่เสียกำไรที่เคยได้ครับ เมื่อกี๊ผมโทรไปถามที่เมืองจีนแล้วแกบอกว่าแปดโมงเช้าพรุ่งนี้ก็น่าจะเปิดออร์เดอร์ได้ แล้วก็ของจะเข้าจันทร์หน้าครับ”

“เราเตรียมเอกสารสั่งซื้อรึยัง”

“ผมทำเผื่อไว้ตั้งแต่ก่อนออกมาแล้วครับ” ผมยิ้มตอบ

พี่ยุ้ยยิ้มแก้มปริ แล้วถามว่า “แล้วพลถามเจ้าอ๋องรึยัง ไม่ใช่ว่าพอวันของเข้ามาแล้วหารถไปขนไม่ได้อีกนะ”

“พี่อ๋องแกบอกว่ารถเทรลเลอร์ที่เรานัดไว้เค้ามีที่ใส่พออยู่ครับ นั่นแปลว่า พี่ยุ้ยเสียค่าส่งสำหรับลูกค้าเจ้านี้มันถูกกว่าเดิมตั้งห้าหมื่น คือเสียแค่ค่าจ้างวิ่งเลี้ยวมาที่นี่เท่านั้นเอง นั่นแปลว่าพี่ยุ้ยไม่ได้มีกำไรน้อยลงสำหรับลูกค้ารายนี้เลยนะครับ”

“ดีนี่...นี่แปลว่าพวกเราไม่ต้องไปเคลียร์อะไรต่อที่ออฟฟิสอีกแล้วใช่มั้ย” พี่ยุ้ยถามผมอย่างรู้ทัน

“ครับพี่” ผมตอบพี่ยุ้ยด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยม

“เอ้าขับรถไปที่ออฟฟิสเถอะ ยังไงรถพลก็จอดที่นั่น”

ความหวังผมพังครืนลงมา แถมพี่ยุ้ยยังนั่งหลับอยู่บนรถ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมลงจากรถแล้วปลุกพี่ยุ้ย แกลุกมานั่งฝั่งคนขับแล้วออกรถไปเหมือนไม่เห็นผมอยู่ตรงนั้น ผมกลับเข้าไปออฟฟิสอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก พี่ยุ้ยเค้ามีความสุขนักรึไงที่ปั่นหัวผมเล่นแบบนี้ ผมเก็บของออกจากออฟฟิสแล้วเดินขึ้นรถ ระหว่างนั้นเองมือถือก็ดัง ผมรับสายอย่างอารมณ์เสีย

“ฮัลโหล”

“พลออกมารึยัง”

“พี่ยุ้ย!!! ออกมาแล้วครับ”

“อื้มมมม มาหาพี่แถวๆ สุขุมวิทนะ พี่เปิดห้องเอาไว้ มาหาพี่เร็วๆ นะ”

“คะ ครับพี่ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

พอพี่ยุ้ยบอกชื่อโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในสุขุมวิท ผมก็นึกออกทันที ผมรีบขึ้นรถไฟฟ้าไปสุขุมวิทแทนที่จะขับรถเพราะมันเร็วกว่าเยอะ ใจผมตื่นเต้นตลอดเวลา ผมกดลิฟท์ขึ้นไปชั้นที่สิบแปด เดินไปยังห้องที่พี่ยุ้ยบอกเอาไว้ เคาะประตู 4-5 ครั้งเสียงของพี่ยุ้ยก็ดังออกมาว่า

“เข้ามาเลยพล”

ผมเปิดห้องเข้าไป พอโผล่พ้นช่องประตู ผมเห็นพี่ยุ้ยนั่งอยู่ที่ขอบเตียง พี่ยุ้ยใส่ชุดสูทตัวเดิม แต่ว่าช่วงล่างของพี่ยุ้ยเหลือแค่บิกินี่สีม่วงที่พี่ยุ้ยเคยใช้ผมไปซื้อ ผมกลืนน้ำลายดูพี่ยุ้ยที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบไวน์อย่างสบายอารมณ์

“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าเพิ่งเข้ามา”

ผมหยุดตามที่พี่ยุ้ยบอก

พี่ยุ้ยลุกขึ้นถอดชุดสูทออก แต่ข้างในชุดสูทมันไม่ใช่ซับในที่พี่ยุ้ยใส่เมื่อตอนไปหาลูกค้า มันเป็นบอดี้สูทสีม่วงอันเดียวกับบิกินี่ของพี่ยุ้ย ที่มันฟิตเปรี้ยะพอดีกับตัวพี่ยุ้ยยกเว้นแค่ตรงส่วนหน้าอกที่ดูเหมือนกับว่าบอดี้สูทของพี่ยุ้ยจะโอบอุ้มมันไว้ไม่อยู่ ดูเหมือนกับว่ามันล้นทะลักออกมานอกชุดแนบเนื้อให้ได้

ผมมองดูพี่ยุ้ยในชุดเซ็กซี่อย่างหื่นกระหาย ความรู้สึกผมเหมือนกับที่เจ้าชายปารีสได้เห็นนางเฮเลนก็ไม่ปาน สะโพกกลมกลึงเหนือต้นขาที่อวบอัดของพี่ยุ้ยแทบทำให้สติผมแตกกระเจิง ผมภาวนาอยากให้พี่ยุ้ยเรียกผมเข้าไปกอดรัดแกเดี๋ยวนั้น แต่พี่ยุ้ยก็ทำเหมือนกับไม่มีผมอยู่ พี่ยุ้ยหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบพลางจิบไวน์ไปด้วยอย่างสบายอารมณ์ แล้วพี่ยุ้ยก็บอกว่า

“พลคงไม่ว่าพี่นะที่พี่แต่งตัวสบายๆ แบบนี้”

“มะ...ไม่ครับพี่ยุ้ย ผมชอบครับพี่”

“ใครถามว่าเธอชอบรึเปล่า”

ผมก้มหน้าเงียบ

“อันที่จริงชั้นจะแต่งตัวแบบไหนมันก็เรื่องของชั้นนี่นะ ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับเธอเลยนี่”

“ครับพี่ยุ้ย”

“คลานมานี่ซิ”

ผมคลานเข้าไปแทบเท้าพี่ยุ้ย พี่ยุ้ยยื่นเท้ามาที่หน้าผม แล้วใช้ปลายนิ้วโป้งคลึงบี้ที่ริมฝีปากผมเบาๆ

“เอ้า ทำความสะอาดให้หน่อยซิ”

ผมยิ้มรับพลางแลบลิ้นเลียเท้าพี่ยุ้ยอย่างยินดี มันช่างเป็นช่วงเวลามีความสุขอะไรอย่างนี้ที่ผมได้มีโอกาสเลียปลายเท้าให้กับพี่ยุ้ยในห้องสองต่อสอง แถมยังเป็นพี่ยุ้ยในชุดชั้นในรัดรูปอันแสนเซ็กซี่ซะด้วย ผมบรรจงจูบนิ้วเท้าพี่ยุ้ยทีละนิ้ว..ทีละนิ้ว พี่ยุ้ยหัวเราะคิกคัก พลางบอกว่า

“วันนี้พี่จะให้พลรับใช้พี่ทั้งคืนเลย เป็นรางวัลที่พลทำงานให้พี่ดีไงล่ะ”

ผมไม่ตอบอะไรพี่ยุ้ยนอกจากมองหน้าพี่ยุ้ยแล้วเลียฝ่าเท่าของพี่ยุ้ยอย่างหื่นกระหาย ผมอยากให้พี่ยุ้ยรู้ว่าผมเทอดทูนบูชาตัวพี่ยุ้ยมาก ผมไม่รังเกียจเท้าพี่ยุ้ยเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ผมกลับยิ่งมีความสุขที่ได้แสดงความรักใคร่ต่อเท้าของพี่ยุ้ย พี่ยุ้ยยิ้มร่าอย่างมีความสุข นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าผมได้ทำดีแล้ว ผมทั้งจูบพรม หอมฝ่าเท้าของพี่ยุ้ยด้วยความรักและเทอดทูนยิ่งขึ้นไปอีก พี่ยุ้ยคงจะรู้สึกจั๊กจี้ แกหัวเราะคิกคักไม่ขาดปาก อาจจะด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในไวน์ที่พี่ยุ้ยดื่มด้วย พี่ยุ้ยสลับเท้าอีกข้างหนึ่งมาให้ผมดื่มด่ำรสชาติของพี่ยุ้ย ผมทั้งจูบทั้งเลียอย่างไม่เหนื่อยหน่ายเลยแม้แต่นิดเดียว

“ฮึๆๆ พลเลียใหญ่เลย มีความสุขมากรึไงน่ะเรา” พี่ยุ้ยยิ้มถาม

“มะ มีความสุขครับพี่ยุ้ย”

“เอ๊....พลเนี่ยประหลาดคนจัง เลียเท้าพี่แล้วมีความสุขได้ยังไง”

“ผมทั้งรัก ทั้งเคารพพี่ครับ ผมได้จูบเท้าพี่ เลียเท้าพี่แบบนี้เป็นความสุขของผมแล้วครับ”

“โถ....เด็กน้อยของพี่.....พลน่ารักแบบนี้พี่หลงพลแย่เลยเนี่ย คิกๆๆ”

“งั้นพลจะทำตัวน่ารักแบบนี้เยอะๆ นะครับ” ผมพูดแล้วผมก็เลียฝ่าเท้าของพี่ยุ้ยอย่างหลงใหล

ผมเลียเท้าทั้งคู่ของพี่ยุ้ยอย่างมีความสุข ผมรับใช้พี่ยุ้ยอย่างนั้นอยู่นานมาก น้ำลายของผมเปียกชุ่มไหหมดบนเท้าของพี่ยุ้ย พี่ยุ้ยนั่งยิ้มกริ่มอยู่บนเตียงมองผมตลอดเวลา ผมยิ้มให้พี่ยุ้ย ผมดูดนิ้วเท้าพี่ยุ้ยแล้วมองหน้าพี่ยุ้ยเพื่ให้แกรู้ว่าผมมีความสุขแค่ไหนที่ได้ทำแบบนี้

จนกระทั่งพี่ยุ้ยดึงเท้ากลับ แกจับที่เนคไทที่ยังไม่ถอดของผมเข้าไปหาแก พี่ยุ้ยโน้มตัวลงมาลูบหัวผมอย่างเอ็นดูแล้วบอกว่า

“พลจ๋า พลมีความสุขใช่มั้ยที่ได้รับใช้พี่ ตอบพี่มาซิ”

ผมพยักหน้ารับ แล้วบอกว่า “ครับพี่ ผมมีความสุขที่สุดเลยครับ”

“งั้นพลขึ้นมาบนเตียงมา มาอยู่บนนี้ พี่จะทำสิ่งที่พลชอบให้นะ ถอดเสื้อผ้าพลออกก่อนนะจ๊ะ”

ผมยิ้มดีใจ พี่ยุ้ยคงจะมอบร่างกายของพี่ยุ้ยให้ผมแล้ว ผมลุกขึ้นถอดเสื้อออกจนหมด ไม่เหลือแม้กระทั่งกางเกงใน ควยแข็งปั๋งของผมแข็งโด่ขนานไปกับพื้น ชี้ตรงเด่ไปยังพี่ยุ้ยอย่างแข็งขัน พี่ยุ้ยล้วงมือเข้าไปหยิบของในกระเป๋า พี่ยุ้ยโยนมาให้ผม ผมจึงรู้ว่ามันคือกางเกงในขนาดจิ๋ว พอใส่ดูแล้วผมค่อยรู้ว่ามันเป็นจีสตริงของผู้ชาย ที่มีแค่ผ้าชิ้นเล็กๆ หุ้มเป้าอันแข็งตุงของผมไว้เท่านั้น ส่วนด้านหลังมันเผยให้เห็นถึงแก้มก้นของผม พอผมใส่เรียบร้อยแล้ว ผมปีนขึ้นไปนอนหงายอยู่บนเตียงตามที่พี่ยุ้ยสั่ง แล้วพี่ยุ้ยก็ลุกขึ้น นั่งยองๆ เอาซอกขาของพี่ยุ้ยวางนาบไว้บนหน้าผม พี่ยุ้ยเป็นคนร่างใหญ่อยู่แล้ว รวมกับสะโพกของพี่ยุ้ยที่ใหญ่โต เวลามันทับบนหน้าผมเหมือนกับว่าผมโดนหว่างขาของพี่ยุ้ยกลืนกินไปยังไงยังงั้น

“ดมสิพล ดมกลิ่นของพี่เยอะๆ พี่รู้ว่าพลชอบ” พี่ยุ้ยนั่งทับหน้าผมพลางลูบหัวผมไปด้วย

ผมไม่ได้แค่ดมน่ะสิครับ ผมทั้งจูบทั้งเลียสิ่งที่อยู่ใต้บิกินี่ของพี่ยุ้ย พี่ยุ้ยโยกสะโพกไปมากดลงบหน้าผม หลายๆ ครั้งทำเอาผมเกือบหายใจไม่ออก แต่มันทำให้ผมมีความสุขมาก ที่ผมได้มีโอกาสสอดหน้ามาอยู่ใต้หว่างขาของผู้หญิงที่ผมทั้งรักและเทอดทูนอย่าพี่ยุ้ย พี่ยุ้ยยกก้นตัวเองขึ้นหน่อยนึง แกถามผมว่า

“เด็กน้อย ดมใหญ่เลยดูซิ....พี่รู้ว่าพลชอบให้พี่ทำแบบนี้ จริงมั้ย?”

“จริงครับพี่ ผมชอบดมตรงนี้ของพี่ที่สุดเลยครับ”

“ฮิๆๆๆ งั้นต่อไปพี่จะให้พลดมมันทุกวันเลย ที่ออฟฟิสด้วยเหมือนอย่างวันนี้ไง แล้วพี่จะให้พลเอากางเกงในพี่กลับไปดมที่บ้านด้วย”

“ขอบคุณครับพี่ยุ้ย” ผมยื่นหน้าขึ้นไปดมหอมที่หว่างขาของพี่ยุ้ยอย่างอดใจไม่อยู่

“พลมาชอบอะไรกับคนแบบพี่เนี่ย...พี่อ้วนจะตายไป”

“พลชอบครับ ผลชอบรูปร่างของพี่ เวลาพี่ทับพลแบบนี้ พลมีความสุขครับ”

“พี่แก่แล้วนะ อายุตั้งสี่สิบหกแน่ะ”

“นั่นทำให้พลเคารพพี่ พลไม่มีทางมีความรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงรุ่นๆ เดียวกับพลเลย พลภูมิใจและมีความสุขที่พลได้รับใช้พี่ครับ”

“แถมพี่มีสามีแล้ว พี่มีลูกแล้ว พลแน่ใจแล้วเหรอ?”

“อาหห์ ไม่ๆๆ ครับ พี่จะให้พลอยู่ในฐานะอะไรก็ได้ พลยินดีเป็นทาสพี่ ขอให้พลได้มีโอกาสรับใช้พี่ยุ้ยบ่อยๆ นะครับ พลจะขออยู่กับพี่ตลอดไป นะครับ” ผมพูดอย่างที่ผมรู้สึกจริงๆ ผมย้ำคำพูดผมด้วยการทั้งหอมทั้งจูบหว่างขาของพี่ยุ้ย พี่ยุ้ยเงียบไปพักหนึ่ง แล้วก็เอาหว่างขาของแกบดอัดบนใบหน้าผมต่อ แล้วผมได้ยินพี่ยุ้ยพูดขึ้นมาว่า

“อ๊าาาาาห์ ดมเยอะๆ พล จูบให้เต็มที่เลยพล พี่ให้เราเป็นทาสพี่แล้ว ซี้ดสสสสสสสสสส”

ผมได้ยินพี่ยุ้ยพูดอย่างนั้น ผมยิ่งมีความสุข ทั้งจูบทั้งเลีย แถมมือพี่ยุ้ยยังมาแหวกเป้ากางเกงในของตัวเอง เปิดทางให้ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับเนื้อหนังแท้ๆ ที่อยู่ภายใต้บิกินี่ หีของพี่ยุ้ยบดเบียดและถูไถไปกับใบหน้าของผม น้ำหีพี่ยุ้ยละเลงออกมาเปียกชุ่มเต็มไปหมดทั้งหน้า ผมพยายามดื่มดินน้ำจากรูพี่ยุ้ยให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ พี่ยุ้ยลุกขึ้นแล้วถอดกางเกงในออก ผมดูหีของพี่ยุ้ยที่อยู่บนเหนือหัวผมอย่างตื่นตะลึง มันอวบใหญ่มาก แคมทั้งสองข้างอวบพูเหมือนกับพูทุเรียนลูกใหญ่ไม่มีผิด ผมสาบานได้ว่าผมไม่เคยเห็นของใครใหญ่อย่างนี้ พอพี่ยุ้ยสลัดบิกินี่ออก แกก็ย่อตัวลงมาแล้วเอาพูหีของแกบดเบียดกับใบหน้าผมอีกครั้ง ซึ่งผมก็รองรับมันด้วยความยินดีปรีดา

วันนั้นผมนอนให้พี่ยุ้ยนั่งทับหน้าของผมอยู่ทั้งคืน พี่ยุ้ยเสร็จบนหน้าผมไปสามครั้ง แต่พี่ยุ้ยไม่ได้ลุกไปไหนเลย พี่ยุ้ยเสร็จแล้วก็นั่งบดหีของพี่ยุ้ยบนหน้าผมต่อ พี่ยุ้ยอยู่กับผมในสภาพนั้นทั้งคืน จนครั้งสุดท้ายพี่ยุ้ยพลิกตัวแล้วบีบขยำควยผมที่อยู่ใต้กางเกงในจนผมเสร็จไปครั้งนึง แล้วพี่ยุ้ยก็หลับโดยพี่ยุ้ยกอดผมไว้ในอ้อมอกอันใหญ่โตของพี่ยุ้ยอย่างนั้นทั้งคืน คืนนั้นผมมีความสุขมากที่สุดในชีวิตเลยทีเดียวครับ เพราะผมได้หลับโดยมีร่างกายของพี่ยุ้ยห่อหุ้มผมไว้ โดยเฉพาะหน้าอกของพี่ยุ้ยที่ผมได้ซุกหน้าหลับกับมันทั้งคืนนั่นเอง


บทที่ 3

ตั้งแต่วันนั้นมา พี่ยุ้ยก็ทำอย่างที่พี่ยุ้ยได้พูดกับผมไว้จริงๆ ทุกๆ วันพี่ยุ้ยทั้งให้ผมจูบเท้าของพี่ยุ้ยในออฟฟิส แล้วก็นั่งทับหัวผมที่พิงรองอยู่ใต้เก้าอี้ของพี่ยุ้ย หลายๆ ครั้งแกเรียกผมให้เข้าไปนั่งเลียหีของพี่ยุ้ยใต้โต๊ะทำงานอยู่เป็นชั่วโมงๆ พี่ยุ้ยบอกว่าทำแบบนี้แล้วสมองแกโล่ง ทำงานได้เร็วขึ้นเยอะ มันเป็นแบบนี้เป็นมาได้ประมาณเกือบปี โดยที่ผมยังไม่มีโอกาสสักครั้งที่ผมจะได้เย็ดพี่ยุ้ยเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่นั่นไม่ได้เป็นปัญหากับผมเลยแม้แต่น้อย เพราะทุกๆ ครั้ง พี่ยุ้ยจะสำเร็จความใคร่ให้กับผมก่อนที่เราจะจากกันในแต่ละวัน

พี่ยุ้ยใจกล้ามากขึ้น แกแต่งหน้ามากขึ้น และพี่ยุ้ยก็แต่งตัวโป๊มากขึ้นเรื่อยๆ พี่ยุ้ยเริ่มใส่เสื้อที่โชว์เนินอก ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้ผมหลงใหลในตัวพี่ยุ้ยมากขึ้นกว่าเดิม หลายๆ ครั้งพี่ยุ้ยใส่เสื้อเดรสรัดรูปเน้นรูปทรงมาทำงานแทนที่จะเป็นชุดสูทสุภาพอย่างที่เคย นอกจากมันทำให้ผมหลงใหลพี่ยุ้ยมากขึ้น มันก็ทำให้คนในที่ทำงานเค้าซุบซิบถึงความสัมพันธ์ของเรา

ผมไม่กล้าถามเรื่องนี้กับพี่ยุ้ย เพราะผมรู้ดีว่าพี่ยุ้ยรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ และส่วนตัวผมก็ไม่ได้แคร์อะไรเรื่องนี้นัก แต่ผมก็อดห่วงพี่ยุ้ยไม่ได้ถึงภาวะความเป็นผู้นำในบริษัท อย่างไรซะมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูก ที่สำคัญพี่ยุ้ยมีสามีแล้ว เรื่องแบบนี้ใครเขาจะยอมรับกัน ไอ้ตัวผมน่ะถึงยังไงผมก็ไม่ได้เสียอะไรเลย ที่คนอื่นมองผมผมก็ไม่สนใจหรอก แต่พี่ยุ้ยนี่สิที่ผมห่วง มันเป็นเรื่องของความเป็นผู้นำในฐานะเจ้าของบริษัทเชียวนะครับ

มีอยู่วันหนึ่ง พี่ยุ้ยให้ผมเข้าไปรับใช้พี่ยุ้ยอย่างเคย ซึ่งระหว่างที่ผมอยู่ใต้โต๊ะกำลังเลียหีให้พี่ยุ้ยอยู่นั้น พี่ยุ้ยก็โทรหาพนักงานหญิงคนนึงให้เข้ามาพบ ผมแปลกใจมาก เพราะพี่ยุ้ยไม่เคยให้ใครเข้ามาตอนที่ผมทำอย่างนี้ให้พี่ยุ้ยเลย พอผมได้ยินอย่างนั้น ผมถอนใบหน้าออกจากหว่างขาพี่ยุ้ย แต่พี่ยุ้ยกลับจิกหัวผมแล้วดุว่า

“ใครบอกให้พลหยุด ทำให้ชั้นต่อ อย่าหยุด!”

ผมฝังหน้าเข้าไปทำหน้าที่อีกครั้ง พี่ยุ้ยนั่งทำงานได้ครู่นึง พนักงานคนที่พี่ยุ้ยเรียกก็เข้ามา ทั้งสองคนคุยกัน พี่ยุ้ยสอบถามเรื่องงานไปซักพัก จนจบแล้ว...อยู่ๆ พนักงานคนนั้นก็ถามว่า

“คุณยุ้ยคะ เอ๋เห็นพลเค้าเข้ามาห้องคุณยุ้ยเมื่อกี๊นี่ แล้วพลเค้าไปไหนเหรอคะ? หนูไม่เห็นเลย”

“เค้าก็ยังอยู่ในนี้แหละ”

“หา...แล้วหายไปไหนล่ะคะ ห้องก็มีเท่านี้”

ผมได้ยินเสียงพี่ยุ้ยเคาะโต๊ะสองสามครั้งแล้วพี่ยุ้ยก็บอกว่า

“อยู่ใต้โต๊ะนี่แหละ เค้ารับใช้ชั้นอยู่”

“.........” ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรจากพนักงานคนนั้น

“มีอะไรรึ???? นี่มันเรื่องส่วนตัวของชั้น และชั้นก็อยากให้เธอรู้ว่า พลเค้ามีหน้าที่พิเศษอันอื่นด้วย เงินเดือน โบนัสที่เธอได้มันน้อยลงรึไง? เธอทำงานหนักขึ้นเหรอ??”

“มะ ไม่ค่ะ เอ๋ไม่ติดใจอะไรนะคะ”
“อื้มมมม ก็ดีแล้ว กลับไปทำงานเราซะ”

ผมได้ยินพี่ยุ้ยพูดอย่างนั้นแล้วผมสะใจจริงๆ ผมทั้งรู้สึกภูมิใจที่พี่ยุ้ยประกาศเรื่องของผมให้คนอื่นๆ รู้ ผมตอบแทนด้วยการทั้งจูบทั้งดูดน้ำจากรูพี่ยุ้ยหนักกว่าเดิม พี่ยุ้ยลูบหัวผมไปมาเหมือนจะบอกผมว่า ผมทำได้ดีแล้ว แต่มันไม่จบเท่านั้นสิครับ พี่ยุ้ยเรียกคนอื่นเข้ามาอีก คราวนี้ผมรู้หน้าที่ ทำหน้าที่ผมต่ออย่างไม่ลดละ พี่ยุ้ยเรียกพนักงานทุกคนเข้ามาพบกับพี่ยุ้ยทีละคน หลายๆ ครั้ง ผมแกล้งดูเม็ดของพี่ยุ้ยตอนที่มีคนคุยด้วยจนเสียงดังขึ้นมา จนทำให้พี่ยุ้ยสะดุ้งตอนที่คุยกับคนอื่นอยู่ แต่นอกจากแกจะไม่ว่าผมแล้ว แกยังลูบหัวผมซะด้วยสิ บางคนก็ก็น่าจะเข้าใจอะไรง่ายๆ แต่บางคนก็ถามเหมือนกับคนแรก แล้วพี่ยุ้ยก็ตอบไปเหมือนเดิมทุกครั้ง คราวนี้มันทำให้ผมเคารพในตัวพี่ยุ้ยมากขึ้น และรักในพี่ยุ้ยมากกว่าเดิมซะอีก แต่ปัญหาคือคนสุดท้ายนี่สิครับ ชื่อน้องฝน อายุน้อยกว่าผมปีนึง พี่ยุ้ยรับเข้ามาเป็นเซลส์ พอคุยไปซักพัก น้องฝนก็ถามเรื่องผมขึ้นมา

“พี่พลเค้าไปไหน”

“เค้าอยู่ตรงนี้ อยู่ใต้โต๊ะชั้น”

“พี่ใช้เค้าทำอะไรทุเรศๆ น่ะสิ” เสียงของฝนพูดด้วยความเคียดแค้น

“ฮึ....แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอมิทราบ?” พี่ยุ้ยแค่หัวเราะถามกลับ

“มันไม่ถูกต้อง พี่เป็นเจ้านาย พี่เป็นเจ้าของบริษัท พี่จะมาทำอย่างนี้ไม่ได้”

“ชั้นกับพลทำอะไรผิดเหรอ ชั้นไม่ได้บังคับพล แล้วชั้นไม่มีอะไรไปบังคับพลได้....เธอดูพลเค้าไม่ออกรึไง”

“.......”

“เธอจะเอากฏหมายแรงงานข้อไหนมาเล่นงานชั้น? เธอพูดไปสิ เค้ารู้เรื่องชั้นกับพลกันหมดแล้ว”

“แต่พี่มีสามีแล้วนะ”

“ฮึ เด็กเมื่อวานซืน เธอรู้เรื่องของผู้ใหญ่น้อยไปก็อย่ามาพูดเลย ใช่ ชั้นมีสามีตามกฏหมายแล้ว แล้วทำไมล่ะ????? ชั้นไม่ได้ชอบไม่ได้รักสามีชั้น แต่เราต้องอยู่กันตามธรรมเนียมและกฏหมาย ชั้นขี้เกียจไปฟ้องแบ่งสมบัติกับมัน นี่ชั้นเลือกที่จะทำอย่างนี้กับผู้ชายที่ชั้นรัก มันผิดรึไง”

“พี่พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยนะ...พี่ไม่อายเหรอ”

“อาย??? ทำไมต้องอาย ทำไมชั้นต้องเป็นเมียที่ดี ทั้งๆ ที่สามีชั้นทำกับชั้นไม่ถูกมาตั้งนานงั้นเหรอ ทำไมชั้นจะมีผู้ชายที่ชั้นเลือกเองไม่ได้เหรอ ชั้นผิดอะไรพูดมาซิ”

“แต่...แต่...ฝน...ฝนทนไม่ได้” เสียงของฝนเริ่มสั่นเครือ

“ชั้นรู้ ว่าเธอคิดยังไงกับพล วันนี้ชั้นไม่ได้มาคุยกับเธอในฐานะนายจ้างกับลูกจ้าง ชั้นจะคุยกับเธออย่างผู้หญิงคนหนึ่ง และชั้นต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ชั้นรักพล และพลคือผู้ชายของชั้น!!!” พี่ยุ้ยพูดเสียงดังจนตะโกน แน่นอนว่าการโต้ตอบระหว่างพี่ยุ้ยกับฝนมันได้ยินไปถึงข้างนอก ผมนึกไม่ถึงเหมือนกัน ว่าพี่ยุ้ยจะเอาจริงเรื่องของผมขนาดนี้ และคราวนี้เป็นครั้งแรก ที่ผมได้ยินพี่ยุ้ยพูดว่า พี่ยุ้ยรักผม

“เธอไม่พอใจจะออกก็ได้นะ แต่ชั้นไม่ได้คิดจะไล่เธอออก เพราะเธอไม่ได้ทำผิดอะไรในฐานะลูกจ้าง แต่ชั้นต้องการให้เธอเข้าใจเรื่องนี้ ไม่ใช่เอาชั้นกับพลไปพูดลับหลังเสียๆ หายๆ”

“โอเค งั้นหนูออก งั้นหนูออกไปเอง!!!!!!!!!!”

ฝนร้องไห้พลาง เดินออกจากห้องไปพลาง โดยที่ไม่ได้ปิดประตู ฝนเก็บของแล้วรีบเดินออกจากออฟฟิส พี่ยุ้ยบอกให้ผมลุกออกมาจากใต้โต๊ะ แล้วเดินไปปิดประตูห้องทำงานพี่ยุ้ย แน่นอนว่าทุกคนในออฟฟิสมองเข้ามาเห็นภาพตอนที่ผมลุกจากใต้โต๊ะพี่ยุ้ยกันหมด แต่ไม่มีใครกล้าสบตาพี่ยุ้ย ทุกคนก้มหน้าทำงานต่อไป ผมเดินไปปิดประตู เห็นพี่ยุ้ยนั่งหน้าเครียดอยู่ ผมเข้าไปนั่งคุกเข่ากอดพี่ยุ้ย แล้วบอกว่า

“ผมรักพี่ยุ้ยครับ ผมรักพี่”

“พลได้ยินที่พี่พูดแล้วใช่มั้ย พี่รู้ว่าพลเองก็ลำบากใจ แต่พี่อยากให้ทุกคนเค้าเคลียร์เรื่องนี้”

“ครับ แต่ผมเป็นห่วงพี่มากกว่า”

“พี่ไม่มีอะไรต้องห่วงเลยพล พลน่ะสิที่พี่ห่วง พี่รักพลมากนะรู้มั้ย”

ผมน้ำตาไหล เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้ “พี่พูดอีกสิครับ พี่พูดให้พลได้ยินอีกซิครับ”

“พี่รักพล พี่รักพลแบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะรักผู้ชาย และพลเป็นความรักครั้งแรกและรักเดียวของพี่ พี่ไม่เคยรักสามีพี่เลย พวกเราถูกจับให้แต่งงานกัน”

“ผมดีใจจริงๆ ที่พี่กล้าบอกให้ทุกคนรู้ว่า ผมเป็น...เป็นผู้ชายของพี่ ผมไม่นึกมาก่อนเลย”

“พี่คิดว่าทำอะไรตรงไปตรงมาดีกว่า โดยเฉพาะเด็กคนเมื่อกี๊ เค้าชอบพลนะ พลรู้รึเปล่า”

“พลก็เพิ่งรู้เหมือนกันครับ ถ้าพลไม่ได้ยินเสียงเค้าร้องไห้ รับรองพลไม่เชื่อแน่ๆ แต่พลก็ไม่เข้าใจว่าเค้าถึงขนาดต้องลาออกไปเลยเหรอ”

“พลของพี่น่ะหล่อน๊าาาาาาาาา ไม่แปลกหรอกที่ใครเค้าจะมาชอบพล พี่ก็เหมือนกัน แต่ที่เค้าไปน่ะ เพราะว่าเค้าทนไม่ได้ที่จะเห็นพลเป็นของพี่ มันเป็นความรู้สึกพ่ายแพ้ของผู้หญิงน่ะ”

“อืมมมม แต่พลว่าพลต้องไปทำงานในส่วนของฝนซะเอง”

“น่ารักจัง ใช่จ้ะ พลควรจะเป็นคนทำ เพราะพี่ไม่อยากให้คนอื่นในบริษัทเค้าต้องทำงานของฝน ประเดี๋ยวเค้าจะมาโทษเราสองคน แล้วพลต้องทำให้คนอื่นเค้าเห็นว่า พลมีดีมากกว่าที่เป็น...ทาสของพี่”

“งั้นพลไปจัดการก่อนนะครับ วันนี้คงจะอยู่ดึกหน่อย”

“พี่จะอยู่กับพลจ้ะ แต่พี่ไม่ช่วยพลนะ พี่จะรอตรงนี้ ทำเสร็จเมื่อไหร่เข้ามาหาพี่”

ผมจัดเผ้าผมแล้วออกไปทำงานตามปกติ ผมเคลียร์งานในส่วนของผม แล้วก็ตรวจดูงานของน้องฝนที่ทำค้างไว้ เสร็จแล้วติดต่อกับลูกค้าของฝน อันที่จริงงานฝนก็ไม่ได้มากมายอะไร ผมเองยังนึกเสียดายค่าจ้างแทนพี่ยุ้ย แต่เอาเถอะ เดี๋ยวคนใหม่มาแทน น่าจะหาคนที่มีประสบการณ์และทำงานได้คล่องกว่าเด็กๆ แบบฝน ระหว่างนั้นพี่ยุ้ยออกไปซื้อข้าวเที่ยงกับข้าวเย็นให้ผม เหมือนแกจะไม่ให้ผมหยุดพักเลย แต่ผมก็รู้สึกยินดีมาก ผมทำงานเสร็จประมาณสองทุ่ม แน่นอนว่าคนสุดท้ายในออฟฟิสก็เหลือแค่ผมกับพี่ยุ้ยอย่างเคย ผมเปิดประตูเข้าห้องพี่ยุ้ย ผมเห็นพี่ยุ้ยรูดกระโปรงท่อนล่างมาไว้เหนือสะโพก หันก้นอวบอัดที่เปล่าเปลือยมาทางประตู พูหีของพี่ยุ้ยอูมล้นลงมาใต้ง่ามขา ผมเห็นน้ำของพี่ยุ้ยมันเปียกแฉะไหลซึมเต็มทั้งง่ามขาไปหมด ผมรีบเดินเข้าไป เอาจมูกฝังลงไปที่ง่ามก้นพี่ยุ้ยอย่างไม่รังเกียจ ใช้ลิ้นเลียพูหีอวบอูมของพี่ยุ้ยเหมือนคนที่กระหายมานาน

พี่ยุ้ยกระดกก้นรับการเลียของผม ก้นของพี่ยุ้ยครอบหน้าผมจนมิด ผมเลียทั้งรูหีและรูก้นของพี่ยุ้ยโดยไม่รังเกียจแม้แต่น้อย ผมอยากจะเลียแบบนี้นานๆ จนกระทั่งพี่ยุ้ยบอกว่า

“ซี้ดสสสสส พล โอ๊ยยยย เอาควยแกมาเสียบหีชั้นซี่......ซี้ดสสสสสสส ชั้นอยากเอาแกทำผัวชั้น...เร็วๆซี่...พล”

ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง จนพี่ยุ้ยสั่งผมอีกครั้ง ผมเอาแท่งควยเสียบรูหีพี่ยุ้ย ตอนที่ผมดันเข้าไป ผมแทบไม่อยากเชื่อว่ารูหีของพี่ยุ้ย มันจะฟิตคับขนาดนี้

“ซี้ดสสสสสสส โอ๊ยยยย เบาๆ ก่อนซี่ ชั้นไม่เคยถูกเย็ดมาเป็นปีแล้วนะ”

“คะ ครับ พี่” ผมก้มดูควยผมที่ค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในรูหีพี่ยุ้ยอย่างตื่นเต้น โออออ นี่ผมกำลังจะได้เป็นผัวพี่ยุ้ยแล้วเหรอเนี่ย ผมแหวกก้นพี่ยุ้ยที่แอ่นกระดกรับควยของผม ผมดูภาพรูหีพี่ยุ้ยที่โอบรัดลำลึงค์ของผมอย่างเต็มตา ควยของผมเริ่มมุดเข้ารูหีพี่ยุ้ยช้าๆ จนในที่สุดควยผมก็ปักอยู่ข้างในลำตัวพี่ยุ้ยจนมิดด้าม

“อาาาาห์ พี่ยุ้ย...ซี้ดสสสสส พี่ยุ้ยยย...โอยยย ขอบคุณครับพี่”

“หุบปาก!!!! ชั้นไม่ได้ทำให้แก ชั้นสั่งให้แกเป็นผัวชั้นต่างหากล่ะ ซี้ดสสสสสส อูยยยยย พลจ๋า มันแน่นรูหีพี่ โอยยยยยยยยยย ก้มหน้ามาหาชั้น เร็วๆ”

ผมทำตามที่พี่ยุ้ยบอก ควยผมปักอยู่ในรูอันฟิตคับ แล้วก้มหน้าลงไปหาพี่ยุ้ยที่นาบอยู่บนโต๊ะทำงาน พี่ยุ้ยยกตัวขึ้นแล้วหันหน้ามาหาผม ลิ้นของพี่ยุ้ยยื่นออกมา ผมประทับปากพี่ยุ้ยไม่ได้นอกจากยื่นลิ้นไปเลียลิ้นพี่ยุ้ยอย่างพิสวาส เราแลกลิ้นกันพักใหญ่ๆ พอซักพักพี่ยุ้ยกระดกก้นใส่ควยผม ผมก็รู้หน้าที่ ผมลุกขึ้นมาโยกลำควยใส่รูหีพี่ยุ้ย ผมตั้งใจดึงควยออกมาจนเกือบสุด แล้วค่อยไสควยเข้าไปทีละครั้งอย่างบรรจง ผมโยกเอวแทงพยายามให้มันสีกับเม็ดแตดของพี่ยุ้ยช้าๆ ซึ่งแต่ละครั้งทำเอาพี่ยุ้ยครางหงิงไปเลย

“เอ๊ออ ออยยยยยย ซี้ดสสสสสส อ๊อยยยยยยยยยยยย อุยยยยยยยยยยย พี่เสียวววววววว อู๊ยยยยยยย พล ซี้ดสสสสสส ชั้นเสียว อ๊อยยยย อ๊อยยยย”

ผมได้ยินพี่ยุ้ยครางไม่เป็นภาษาผมยิ่งสะใจ มันเป็นโอกาสไม่กี่ครั้งที่ผมจะเล่นเอาพี่ยุ้ยสิ้นท่าได้แบบนี้ คราวนี้ผมจับพี่ยุ้ยที่นอนคว่ำอยู่บนโต๊ะทำงาน จับหงายท้องโดยผมระวังไม่ให้ควยผมหลุดจากรูหีพี่ยุ้ย จับขาพี่ยุ้ยพาดบ่าผมข้างหนึ่ง แล้วผมแทงเน้นๆ หนักๆ ให้ควยผมเข้ารูหีพี่ยุ้ยลึกที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่วนมือผมก็จู่โจมที่หัวนมสีแดงคล้ำของพี่ยุ้ย ใช้นิ้วบีบบี้หัวนมของพี่ยุ้ยแรงๆ ตอนนี้พี่ยุ้ยตาเหลือก อ้าปากน้ำลายไหล ได้แต่ร้องทีละคำ

“อ๊าหหห์....อ๊าหหหห์.....ฮึก...ฮึก...อ๊าหหหห์ ออยยยยย ไม่ไหวแล้วๆ”

มาตอนนี้ผมกระหน่ำแทงหีพี่ยุ้ยเต็มๆ แถมมือก็บี้ทั้งเม็ดแตดพี่ยุ้ยและหัวนมพี่ยุ้ยไปพร้อมๆ กัน ผมเย็ดหีกระทุ้งอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยให้สมใจที่ผมไม่ได้เย็ดพี่ยุ้ยมาตลอด เหงื่อกาฬของผมกับพี่ยุ้ยแตกพลั่กทั้งๆ ที่แอร์เย็นฉ่ำ ยิ่งผมน้ำแตกกับมือพี่ยุ้ยมาตั้งนาน จนตอนนี้ผมติดมือพี่ยุ้ยไปแล้ว การได้เย็ดหีพี่ยุ้ยแบบนี้ไม่ได้ทำให้ผมน้ำแตกได้ง่ายๆ เลย ผมกระหน่ำเอวเย็ดรูพี่ยุ้ยจนกระทั่งพี่ยุ้ยกระตุกตัวแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“โอ๊ยยยยๆๆๆ พล พี่เสร็จแล้ว อ๊อยยยๆๆๆ พล หยุดก่อนซี้ดสสสสส พลจ๋าเมียแตกแล้ววววววงวว อื๊ยยยยยยยยยยย”

ผมเห็นพี่ยุ้ยเสร็จคาควยผมอย่างนั้นผมดีใจมาก และภูมิใจมาก ผมเด้าควยใส่หีพี่ยุ้ยระรัว จนกระทั่งผมเองก็ทนไม่ไหว แตกน้ำควยอัดใส่มดลูกพี่ยุ้ยเต็มๆ

“อ๊ะห์....อ๊าหหหหห์ พล ฉีดเข้ามาๆๆๆๆๆ ซี้ดสสสสสสสสส อูยยยยยยย”

ผมฟุบลงไปทาบทับบนตัวพี่ยุ้ยอย่างเหนื่อยอ่อน ตัวพี่ยุ้ยนุ่มจริงๆ มันไม่เหมือนกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าท้องของพี่ยุ้ย หน้าอกของพี่ยุ้ย เป็นเหมือนเบาะที่มีชีวิตที่รองรับร่างกายผมไว้ มันเป็นเบาะที่นุ่มที่สุดในชีวิตที่ผมเคยสัมผัส นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสนอนทับตัวพี่ยุ้ย มันรู้สึกอบอุ่นยิ่งกว่าที่ผมเคยจินตนาการไว้ซะอีก

พี่ยุ้ยนอนแผ่รับน้ำหนักตัวผม แกโอบรอบคอแล้วประทับปากจูบกับผมอย่างรักใคร่ ผมจูบพี่ยุ้ยด้วยความรักเช่นเดียวกัน เราจูบกันปานจะกลืนกินเพื่อฉลองวันงานวิวาห์ของผมกับพี่ยุ้ย

“ชั้นได้แกเป็นผัวแล้ว” พี่ยุ้ยลูบหัวผม
“ครับ ผมเป็นผัวของนายครับ”
“แกเป็นลูกน้องชั้น เป็นทาสชั้น เป็นผัวชั้น”
“ครับ”
“แกเป็นทุกอย่างของชั้น เป็นชีวิตชั้นด้วย รู้มั้ย”
“ผมก็เหมือนกันครับ” ผมน้ำตาไหล

ผมเห็นน้ำตาคลอเบ้าพี่ยุ้ย พี่ยุ้ยบอกว่า “ชั้นรักแก ชั้นรักแก”
“ผมก็รักพี่ครับ ผมจะรักพี่จนตายเลย”



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 30, 2018, 10:35:58 pm โดย kaithai »

*

ออฟไลน์ doorman11

  • Junior Member
  • ***
  • 404
  • 308
    • ดูรายละเอียด
Re: เจ้านายใช้งานผมหนัก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2016, 05:09:06 pm »
ขอบคุณครับ ::HeyHey::

*

ออฟไลน์ yentafoo

  • Ultimate Member
  • ********
  • 4539
  • 1075
    • ดูรายละเอียด
Re: เจ้านายใช้งานผมหนัก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2016, 10:50:41 pm »
ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ scratt69

  • Banned!

  • Junior Member
  • ***
  • 273
  • 146
    • ดูรายละเอียด
Re: เจ้านายใช้งานผมหนัก
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2017, 09:17:49 pm »
ถ้ามีเจ้านายงี้นะ จะตั้งใจทำงานเลย 555

*

ออฟไลน์ tua245

  • Tiny Member
  • *
  • 41
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: เจ้านายใช้งานผมหนัก 1-3
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มกราคม 09, 2020, 12:59:58 pm »
อยากเจอเจ้านายแบบนี้จัง

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ