คดีพิศวาส[20+] ตอนที่ 2 - เพื่อนสามี และ พระนอกรีต

คดีพิศวาส[20+] ตอนที่ 2 - เพื่อนสามี และ พระนอกรีต

  • 2 ตอบ
  • 5697 อ่าน
*

ออฟไลน์ pekopon66

  • Tiny Member
  • *
  • 25
  • 1172
    • ดูรายละเอียด


พูดคุยกับนักเขียน

มาถึงตอนที่สองแล้ว ขอขอบคุณทุกๆคอมเม้นนะครับ เรื่องราวค่อยๆขมวดปมขึ้นไปเรื่อยๆ ผมขอซ่อนช่วงสยิวกิ้วนะครับ เพื่อคอมเม้นงามๆจากทุกคนและเพื่อที่จะเช็คกับตัวเองด้วยว่าควรตัดช่วงนี้ออกเวลาไปลงเว็บอื่น ฮ่าๆ มีอะไรสงสัยถามได้ในคอมเม้น จะเข้าไปตอบให้ครับ สำหรับใครเป็นแฟนโชคชะตา กามารมณ์ ผมก็ได้พาใครบางคนมาหาทุกท่านแบบแว้บๆให้หายคิดถึงด้วย อย่าลืมอ่านกันดีๆนะครับ

ราโชมอนคืออะไร

ราโชมอนคือภาพยนตร์ลึกลับอาชญากรรมของญี่ปุ่น ซึ่งจุดเด่นของเรื่องเลยคือ ตัวละครหลายตัวเล่าเรื่องราวเดียวกันออกมาได้ไม่เหมือนกัน ต่างคนต่างเล่าเอาดีเข้าตัว เอาชั่วเข้าคนอื่น เช่นเดียวกับนิยายเรื่องนี้ ที่ตัวหลักของเรื่องสองตัวเล่าเรื่องไม่ตรงกัน ใครพูดจริง ใครโกหกก็อยู่ที่วิจารณญาณของผู้อ่านแล้วละครับ

เรื่องย่อ

เกิดเหตุคดีฆาตกรรมขึ้นในบ้านหลังหนึ่ง คดีจะคลี่คลายง่ายกว่านี้มาก ถ้าหากพยานทั้งสองให้การตรงกัน แต่นี้กลับพูดกันคนละเรื่องเลย "หมิว" ลูกสะใภ้หุ่นดี ตาคม ผู้ย้ายมาอยู่ในบ้านได้ไม่นานก็เกิดเหตุแปลกประหลาดขึ้นมากมาย กับ "พงษ์" พ่อสามีของหมิว เจ้าของสวนผลไม้และบ้านที่เกิดเหตุ ใครกันที่พูดความจริง ใครกันที่พูดเท็จ แล้วใครคือฆาตกรที่แท้จริงในคดีนี้กันแน่

ย้อนหลัง

คดีพิศวาส ตอนที่ 1 :

ผลงานอื่นๆ

โชคชะตา กามารมณ์

ตอนที่ 1 ความลับ :
ตอนที่ 2 ความสับสน :
ตอนที่ 3 ความรัก :
ตอนที่ 4 ความเชื่อ :
ตอนที่ 5 ความสงสัย :
ตอนที่ 6 ความจริง :
ตอนที่ 7 ความขัดแย้ง :
ตอนที่ 8 ความรู้สึก :
ตอนที่ 9 ความต้องการ :
ตอนที่ 10 ความเจ็บปวด :
ตอนที่ 11 ความทรงจำ(ตอนจบ) :

[เรื่องสั้น]เรื่องลึก สัมผัสลับ

เรื่องที่ 1 บ้านร้าง :

----------------------------------------------------------

ตอนที่ 2 - เพื่อนสามี และ พระนอกรีต

ลูกสะใภ้

“ขอโทษด้วยนะครับที่นัดมาเจอในร้านกาแฟแบบนี้ พอดีมีเรื่องที่สำนักงานนิดหน่อย”

โต๊ะมุมในสุด ณ ร้านกาแฟชื่อดัง มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งสนทนาถึงอะไรบางอย่างอยู่ ฝ่ายชายหน้าตอบใส่แว่นดำ ใส่หมวกราวกับโจร ส่วนฝ่ายหญิงกลับสวยดั่งนางฟ้าจำแลง ใส่เสื้อยืดรัดรูป กางเกงขายาวเลคกิ้งสีดำ หน้าตาสวยแบบดุๆ ตาคม ผิวสวยเนียนสีน้ำผึ้ง หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่จนแทบมาเกยบนโต๊ะ ใครที่มาเห็นคงนึกอิจฉาชายหน้าโจรไม่น้อย ถึงแม้ความจริงจะไม่ใช่แบบนั้นก็ตาม

“คุณหมิวเป็นยังไงบ้างครับ คุณหนึ่งได้ติดต่อมาบ้างรึเปล่า”

“ไม่เลยค่ะ หมิวยังไม่ได้คุยกับเขาเลย”

“งั้นเรามาต่อจากคราวที่แล้วเลยนะครับ หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นที่ชายประหลาดโผล่มาที่หน้าบ้าน มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้นไหมครับ”

“ก็..มีค่ะ” ดูเหมือนหมิวลังเลที่จะพูด

“คือหลังจากที่ฉันนั่งกลัวจนเสียสติอยู่กลางห้อง ฉันก็ได้ยินเสียงเรียกแล้วก็เคาะประตู”

“หมิว เอ็งเป็นอะไรรึเปล่า”

หมิวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะได้สติรู้ว่าชายที่อยู่หน้าห้องคือ พงษ์ เธอจึงลุกขึ้นจะไปเปิดประตู แต่ผ้าขนหนูเจ้ากรรมหลุดร่วงลงมา จนเธอนึกขึ้นได้ว่าแต่งตัวไม่เรียบร้อย หมิวจึงดึงผ้าขนหนูขึ้นมาพันเหนือร่องอกให้มิดชิด แล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูอีกผืนมาคุมไหล่ ก่อนที่จะไปเปิดประตู

“คุณพ่อ หมิวไม่ได้เป็นอะไร แค่ตกใจนิดหน่อย”

พงษ์ไม่ตอบอะไรกลับมา สายตาของเขายังคงสำรวจเรือนร่างของหมิวอย่างโจ่งแจ้ง ถ้ามองทะลุได้คงเห็นไส้ติ่งกันไปแล้ว มันทำให้หมิวรู้สึกขยะแขยง แต่ก็ไม่กล้าแสดงตัวออกไป ทำได้เพียงยืนจ้องด้วยสายตาที่ดุดัน  พงษ์มองจนเพลิน พอเงยหน้าขึ้นมาก็สะดุ้ง เพราะหมิวยืนจ้องหน้าอยู่ พ่อสามีหัวเราะแหะๆกลบเกลื่อนเรื่องราว

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ว่าแต่เอ็งเห็นคนบ้าที่ยืนหน้าบ้านเรารึเปล่า”

“ค่ะ น่ากลัวมากเลย ไม่รู้มันจะยืนจ้องเข้ามาในบ้านทำไม”

“เพราะมันเห็นนางฟ้าละมั่ง ฮ่าๆ ยังไงก็ระวังตัวด้วย มีอะไรก็เรียกข้าได้นะ”

พงษ์หัวเราะร่าพลางเอามือลูบต้นแขนที่เปลือยเปล่าของหมิว แล้วเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง หมิวยืนตัวเกร็งขนลุกไปหมด เธอเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าอะไรน่ากลัวกว่ากัน ระหว่าง ชายประหลาด กับพ่อสามีของตนเอง

“พอคุณพ่อกลับไป ฉันก็ล็อคห้องแล้วนอน นานมากกว่าจะหลับ แต่ก็หลับได้ในที่สุด”

“ภายในหนึ่งอาทิตย์หลังจากวันนั้น คุณได้พบกับชายประหลาดอีกไหมครับ”

“ไม่เลยค่ะ”

“ในระแวกบ้าน ในวัด รึในตลาดแถวบ้านก็ไม่เจอเลยใช่ไหมครับ”

“ค่ะ ไม่ค่ะ” หมิวทำหน้าตาดุใส่ ตอบด้วยความมั่นใจ

“โอเคครับ หลังจากนั้นคืนต่อมา คุณหนึ่งก็กลับบ้านมาตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือเขาพาเพื่อนของเขามาด้วยใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ พี่อู๋เขาเป็นเพื่อนร่วมงานของพี่หนึ่ง แล้วก็เป็นรุ่นพี่ของหมิวที่มหาลัยด้วย”

“โอ้ เป็นคนรู้จักของคุณหมิวซะด้วย บังเอิญจริงๆ”

“ก็ไม่เชิงบังเอิญหรอกค่ะ เพราะหมิวรู้จักพี่หนึ่งจากเพื่อนของหมิวที่เรียนมหาลัยเดียวกัน ไม่แปลกที่พี่หนึ่งจะรู้จักคนอื่นที่เรียนในมหาลัยเดียวกับหมิวด้วย”

“นั่นหนะสิครับ คุณหนึ่งนี้ไม่ได้เรียนมหาลัยที่เดียวกับคุณหมิวใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ คนละมหาลัยแต่ไม่ห่างกันมาก”

“คุณหนึ่งกับคุณอู๋นี้รู้จักกันตอนเรียนมหาลัยใช่ไหมครับ”

“ค่ะ เท่าที่คุยกันเป็นเช่นนั้น เพราะพี่หนึ่งเล่าว่า พี่เขากับพี่อู๋อยู่กันคนละแผนก แล้วมาเจอกันที่ร้านอาหาร ถึงได้ทราบว่าทำงานที่เดียวกัน”

“แล้วคุณหมิวกับคุณอู๋รู้จักกันได้ไงครับ”

“เอาตรงๆเลยคือ พี่อู๋เขามาตามจีบหมิวหนะค่ะ”

“อ่อ แล้วคุณอู๋เขาทราบไหมครับว่าคุณหนึ่งแต่งงานกับคุณหมิว”

“น่าจะทราบนะคะ แต่วันแต่งงาน พี่อู๋ไม่ได้มาร่วมงาน”

“ขอโทษนะครับ คุณหมิวกับคุณอู๋เคยคบหาเชิงชู้สาวกันมาก่อนรึเปล่าครับ”

“ไม่ค่ะ เป็นแค่คนรู้จักกันเฉยๆ พี่อู๋ไม่ใช่สเป็คของหมิว หมิวไม่ชอบสายตาของเขาเวลามองมา มันเหมือนกับเขาคิดแต่เรื่องทะลึ่งอยู่ตลอดเวลา”

“คล้ายกับคุณพงษ์รึเปล่าครับ”

“ประมาณนั้นค่ะ”

“คุณอู๋นี่ รูปร่างหน้าตาเป็นยังไงหรอครับ”

“ตี๋ๆค่ะ ขาว แต่หน้าจะออกกลมๆเหมือนจะอ้วนแต่ไม่อ้วน หุ่นไม่สูงมาก ดูเจ้าเนื้อ เดี๋ยวให้ดูรูปในเฟช”

หมิวหยิบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมากดอยู่ซักพักแล้วยื่นให้นักสืบหนุ่มดู เป็นรูปของชายหน้าตาดี น่าจะมีเชื้อจีนอยู่ ใส่สูทยืนกอดอก ดูดีมีฐานะเลยทีเดียว นักสืบหนุ่มแอบมองสีหน้าของหมิวเล็กน้อย ก่อนที่จะพูด

“ดูจากรูป เขาเป็นคนมีฐานะใช่ไหมครับ”

“ไม่หรอกค่ะ เขาก็แค่พนักงานกินเงินเดือนเหมือนคนปกติทั่วไปละค่ะ  สมัยนี้รูปโปรไฟล์ต้องทำให้ดูดีไว้ก่อนอยู่แล้ว จะเหมือนจริงรึเกินจริง ก็ว่ากันอีกเรื่อง ดิฉันยังทำเลย” หมิวยิ้มแล้วดึงมือถือกลับมายัดใส่กระเป๋า

“ผมก็ทำ ให้เพื่อนถ่ายเป็นร้อยรูป แต่ไม่ได้เรื่องซักรูป สุดท้ายเอารูปแมวขึ้นหน้าเฟชแทนหน้าตัวเองเลย ดูดีสุดละ” เป็นครั้งแรกที่หมิวยิ้มออกมา

“เมื่อวานผมไปกดไลท์เฟชของคุณมาด้วยนะ”

“จริงหรอคะ ขอบคุณมากเลย”

“พอดูแล้วผมก็ว่าทำไมคนตามเป็นแสน”

“แต่งรูปสวยใช่ไหมละคะ สวยกว่าตัวจริงอีกว่าไหม”

“เปล่าเลยครับ ผมเสียดาย รูปสวยน้อยกว่าตัวจริงซะอีก ถ้าหนุ่มๆมาเห็นตัวจริงกัน คงติดตามกันเป็นล้าน”

“เวอร์ไป แต่ขอบคุณนะคะ” หมิวยิ้มหวาน

“เรามาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่า วันนั้นคุณหนึ่งพาคุณอู๋มาที่บ้านใช่ไหมครับ ช่วยเล่าเรื่องในคืนนั้นทั้งหมดให้ฟังหน่อย”

วันนั้นหมิวแต่งชุดเป็นสาวนักศึกษารัดติ้ว กระโปรงสั้นจู๋ เพราะได้รับงานมาให้โฆษณาปากกา ยังดีที่ใส่เสื้อซับใน ไม่งั้นคงโป๊ไปไหนถึงไหน สาวสวยหัวใสจึงไปรื้อชุดนักศึกษามาใส่ถ่ายรูปคู่กับปากกา พอทำงานเสร็จ หมิวกะเซอร์ไพส์สามีจึงไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า เธอเดินไปที่ห้องครัวหยิบอาหารที่ซื้อมาจากตลาดจัดใส่จาน ตั้งโต๊ะเรียบร้อยก็มานั่งดูทีวีที่ห้องรับแขกรอเวลาให้หนึ่งกลับมา

พงษ์พ่อสามีของเธอเดินผ่านมาก็ถึงกับตาลุกวาวเมื่อเห็นหมิวนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา หมิวหันไปเห็นพ่อสามียืนอยู่ก็รีบยกขาลงนั่งท่าปกติขาชิดกัน พงษ์นั่งลงข้างๆหมิวแบบชิดสนิทจนสาวน้อยต้องเขยิบออกหนี

“ข้าว่า คืนนี้ต้องมีศึกหนักเกิดขึ้นในบ้านแน่ๆเลย ฮ่าๆ” พงษ์หัวเราะลั่น หมิวเงียบ

“รีบมีลูกกันไวๆสิ ข้าอยากอุ้มหลานแล้ว”

“คุณพ่อก็”

หมิวตอบส่งๆ แต่ใจของเธอเองก็อยากมีลูกเช่นกัน เวลาผ่านไปซักพัก เสียงบีบแตรก็ดังขึ้นจากหน้ารั้ว หมิวคุ้นเคยกับเสียงนี้ดี เธอยิ้มแล้วเดินออกไปเปิดประตูรั้ว รถเก๋งญี่ปุ่นคันเก่าๆขับเข้ามาจอดอย่างชำนาญ หมิวเดินมายืนข้างรถรอต้อนรับสามี หนึ่งลงจากรถมามองหมิวแบบไม่ละสายตา เขามองภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้าสลับไปมาอยู่หลายที

“นักศึกษาที่ไหนมาอยู่ในบ้านผมเนี้ย”

หนึ่งยิ้มพร้อมแซวภรรยาตัวเองเล็กน้อย หมิวไม่ทันอธิบายอะไร ประตูข้างคนขับก็เปิดออก มีผู้ชายคนหนึ่งเดินลงมา หมิวยืนมองซักพักพอฝ่ายชายหันมายิ้มให้เธอก็ถึงบางอ้อ

“อ้าว พี่อู๋หวัดดี มาได้ยังไงคะเนี้ย” หมิวยกมือไหว้แบบกันเอง

“หวัดดีๆ หนึ่งมันชวนมาเที่ยวบ้าน แต่พี่ไม่คิดว่ามันจะไกลขนาดนี้ นั่งซะเมื่อยเลย”

“เอาหน่าเพื่อน พรุ่งนี้ไม่ได้ทำงาน นอนที่นี้ซักคืนจะเป็นไรไป”

“นอน...พี่หนึ่งน่าจะโทรมาบอกกันก่อนนะ ข้าวปลาอาหารไหนจะห้องอีก หมิวไม่ได้เตรียมไว้เลย

“โทษทีๆ พี่ลืม” หนึ่งหัวเราะแหะๆ

“เอาหน่า อย่าไปว่ามันเลย ว่าแต่หมิวเถอะ อารมณ์ไหนเนี้ย ใส่ชุดนักศึกษาซะอื้อหือเลย เอ้ะ รึว่าพี่จะมาผิดวัน พี่กลับก่อนก็ได้นะ”

“บ้าพี่ก็ ไม่ใช่แบบนั้น”

หมิวแก้ตัวให้หนึ่งกับอู๋ฟังเสร็จ ทั้งสามคนก็พากันเข้าบ้าน พงษ์ที่นั่งบนโซฟาเห็นว่ามีแขกมาก็รีบยืนต้อนรับ อู๋ยกมือไหว้และแนะนำตัว เพราะทั้งสองไม่เคยเจอกันมาก่อน หนึ่งขอตัวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนหมิวก็เดินมาในครัว เปิดตู้เย็นดูว่ายังมีของเหลือพอที่จะทำอาหารเพิ่มไหม โชคดีที่ยังมีของเหลืออยู่บ้าง

หมิวบิดขี้เกียจนิดหน่อยก่อนที่จะเริ่มทำอาหาร ใจจริงวันนี้เธอไม่อยากทำอาหารด้วยซ้ำ อย่างที่ทราบกันว่าหมิวซื้อกับข้าวจากตลาดมาแล้ว จนแล้วจนรอดก็ต้องเข้าครัวอยู่ดี ในขณะที่เธอกำลังผัดกับข้าวอยู่นั้น เธอก็สะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงมือที่ไม่คุ้นเคยมาสัมผัสที่เอว หมิวหันไปเป็นอู๋นั่นเองที่แอบมายืนอยู่ข้างหลัง

“อะไรกัน แค่นี้ตกใจซะแล้ว”

“พี่อู๋ หมิวทำอาหารอยู่ อย่าแกล้งกันสิ”

“โทษที เห็นหมิวใส่ชุดนักศึกษาแล้วคิดถึงสมัยก่อน เลยอดใจไม่ไหว ฮ่าๆ ล้อเล่นนะ” หมิวมองหน้าก็รู้ว่าไม่ได้ล้อเล่น

“แล้วพี่อู๋เข้ามาในครัวทำไม เดี๋ยวเหม็นกลิ่นน้ำมันนะ”

“ก็อยากมาทักทายหมิวนิดหน่อย เรานี่สวยขึ้นเป็นกองเลยนะ เซ็กซี่มากด้วย” อู๋มองหัวจรดเท้า

“พี่นี่ทะลึ่งไม่เปลี่ยนเลยนะ หมิวแต่งงานแล้ว ดูแหวนที่นิ้วด้วย” หมิวพูดจบก็หันไปผัดผักในกระทะต่อ

“จ้า แซวเล่นไม่ได้เลย ไปก็ได้ แต่ก่อนไปขอตีก้นซักทีเถอะ หมั่นเขี้ยวก้นงอนเสียจริง”

“บ้า ไปเลยนะพี่ เดี๋ยวเอาตะหลิวตีหัวเลย”

“ฮ่าๆ ล้อเล่น ไปก็ได้”

อู๋พูดจบก็เดินออกจากห้องครัวไป หมิวจึงทำอาหารต่อจนเสร็จ แล้วไปจัดห้องนอนให้อู๋ พอเสร็จเรียบร้อยทั้งสี่ก็เริ่มทานอาหารค่ำกัน วันนี้พิเศษตรงที่มีแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มเสริมรสชาติ พงษ์ผู้อาวุโสสุดกลับคออ่อนสุด นั่งดื่มกินกับลูกๆได้ไม่นานก็ขอตัวไปนอนก่อน ทั้งสามก็พูดคุยถึงอดีตสมัยมหาลัยกันอย่างสนุกสนาน โดยอู๋พูดจาดีไม่เหมือนกับตอนที่อยู่ลับหลังหนึ่งเลย แต่มันก็ทำให้หมิวโล่งใจ

เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน หนึ่งหมดสภาพนักศึกษานอนตายคาโต๊ะ เหลือเพียงอู๋ที่นั่งหน้าแดงราวกับกวนอูลงประทับ และหมิวที่เมาไม่มากเพราะเธอดื่มน้อย เน้นรับฟังและจิบพอเป็นพิธีเท่านั้น พอเห็นทางสะดวกบวกอาการเมาอู๋ก็มองหมิวด้วยสายตาเจ้าชู้

“หมิวรู้ไหมว่าพี่แอบชอบหมิวมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว”

“ไม่รู้มั่งพี่ พี่ตามจีบหนูจนหนูเรียนจบ” ทั้งสองหัวเราะ

“เรียนจบที่ไหน ยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลย ติด F วิชาไหนบอกพี่นะจ้ะ เดี๋ยวพี่ติวเข้มจัดหนักให้”

“เมามากแล้วนะพี่เนี้ย ไปนอนไป เดี๋ยวหมิวพาไป”

“น้องนักศึกษาจ๋าช่วยพยุงพี่ทีสิ พี่เดินไม่ไหวแล้ว”

ดูเหมือนจะเป็นความจริง เพราะอู๋แทบจะหลับตาพูดแล้วตอนนี้ เหล้าที่เก็บตุนไว้ในบ้าน ก็เอาออกมากินกันแทบหมด หมิวถอนหายใจพลางมองซ้ายขวาหาคนช่วย แต่หนึ่งกับพงษ์ก็เมาหลับไปหมดแล้ว เธอจึงจำเดินเข้าไปหาอู๋ สาวสวยย่อตัวลงเอาแขนข้างหนึ่งของอู๋มาพาดคอตนเอง แล้วใช้กำลังทั้งหมดดึงตัวอู๋ขึ้น ชายหนุ่มเองก็พยายามลุกเช่นกัน แต่แอบแกล้งเซให้แก้มทั้งสองชนกัน

“อุ้ยๆ โทษที แหะๆ”

“ไม่ต้องเลยพี่ อดทนหน่อย ห้องอยู่ชั้นหนี่งนี้ละ”

บ้านของพงษ์มีห้องนอนรับแขกอยู่หนึ่งห้อง อยู่ชั้นล่างข้างห้องรับแขก หมิวพยุงอู๋ที่เดินโต๋เต๋มาอย่างช้าๆ อู๋พอได้สติก็เริ่มคิดไม่ซื่อ เขาค่อยๆเลื่อนมือที่คล้องคอหมิว เลื่อนลงมาที่หลัง แล้วลงไปที่บั้นท้าย หมิวรู้สึกตัวจึงบันดาลโทสะผลักอู๋ออกไป แล้วตบหน้าไปหนึ่งฉาดอย่างแรง จนทำให้อู๋ส่างเมาเลยทีเดียว

“ถ้ามีแรงขนาดนี้ก็เดินเข้าห้องเองนะคะ จัดห้องไว้ให้แล้ว”

หมิวพูดด้วยอารมณ์โมโหแล้วเดินกลับมาหาหนึ่งที่นอนนิ่งอยู่ เธอพยายามปลุกแต่เท่าไหร่ก็ไม่ตื่น จึงทำใจปล่อยสามีไว้เช่นนั้น แล้วตนก็ขึ้นไปนอนในห้อง วันนี้หมิวตัดสินใจแล้วว่า จะไม่ลงไปอาบน้ำข้างล่าง กลัวจะเจอกับพี่อู๋อีก เธอจึงนอนทั้งชุดนักศึกษาเช่นนั้นละ

“คุณอู๋นี่นิสัยไม่ดีเลยนะครับ”

“ค่ะ เป็นคนที่ไม่น่าผูกมิตรที่สุดแล้ว”

“ถ้าตายๆไปเสียก็คงดี”

“นี่คุณนักสืบทำไมพูดอย่างงั้นละคะ คุณเป็นนักสืบนะ ไม่ใช่ฆาตกร”

“โทษทีครับ ผมเป็นอย่างงี้ประจำ เวลาสืบคดีอะไรชอบมีอารมณ์ร่วมเสมอ ถ้าผมตัดข้อเสียนี้ได้ ผมคงเป็นยอดนักสืบไปแล้ว” นักสืบหนุ่มกระแอมไอเล็กน้อยแล้วพูดต่อ

“คุณหมิวทราบใช่ไหมครับว่า นับตั้งแต่เกิดเรื่องร้ายแรงที่บ้านของคุณ ก็ไม่มีใครพบกับคุณอู๋อีกเลย เช่นเดียวกับคุณหนึ่งที่หายไป”

“ทราบค่ะ”

“แล้วพอจะมีแนวคิดอะไรบ้างไหมครับ เกี่ยวกับการหายตัวไปของคุณอู๋และคุณหนึ่ง”

“ฉันคิดไม่ออกเลยละค่ะ ฉันกลัวที่จะคิดด้วยซ้ำ”

“ผมขอโทษก็แล้วกันนะครับ ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณ เอาเป็นว่าถ้าคุณไม่สบายใจกับเรื่องไหนก็บอกผมได้นะครับ บอกได้ตลอดเวลาเลย” นักสืบหนุ่มยิ้มเบาๆ หมิวพยายามจ้องไปที่ตาแต่เธอไม่สามารถมองทะลุแว่นตาสีดำนั้นได้เลย

“เข้าเรื่องกันต่อนะครับ วันต่อมาคุณอู๋ก็แยกย้ายกลับบ้านรามปกติใช่ไหมครับ”

“ค่ะ ใช่ค่ะ หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จ คุณอู๋ก็ขอตัวกลับบ้าน โดยพี่หนึ่งอาสาไปส่งที่ท่ารถ”

“ไม่ได้มีเหตุการณ์แบบเมื่อคืนเกิดขึ้นอีกใช่ไหมครับ”

“ค่ะ เพราะไม่มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพังมั่งคะ เพราะดิฉันก็กลัว จึงติดก้บสามีแจ”

“อ่อ งั้นผมขอถามอีกเรื่องนะครับ น่าจะมีเวลาเหลือพอ”

“ค่ะ” หมิวหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูเล็กน้อย

“หลังจากที่คุณอู๋กลับไป คุณกับคุณพงษ์ก็ไปเดินตลาดตามปกติ จนกระทั่งไปทราบเรื่องของ พระนอกรีด รูปหนึ่งใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ แต่อันที่จริงเป็นคุณพ่อที่ได้ยินมา ไม่ใช่ดิฉัน”

“เล่ารายละเอียดให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับว่าเขาเป็นใครมาจากไหน”

เรื่องเริ่มต้นเกิดจากในละแวกบ้านของหมิว มีวัดแห่งหนึ่ง เป็นวัดร้าง เขาว่ากันว่าที่นี้ผีดุจนแม้แต่พระก็อยู่กันไม่ได้ จึงพากันไปจำวัดที่อื่น มีเพียงชาวบ้านบางกลุ่มเท่านั้นที่ยังคงเข้าไปทำนุบำรุงดูแลรักษาวัด เพื่อให้ยังคงสภาพไม่ดูน่ากลัวจนเกินไป จนอยู่มาวันหนึ่ง ชาวบ้านที่มีหน้าที่ดูแลก็เข้าไปทำความสะอาดวัดกันตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ จู่ๆมีพระรูปหนึ่งเดินลงมาจากกุติร้าง หน้าตาของพระรูปนี้ดูน่ากลัว สวมจีวรสีแดงเลือดหมู ผิดแปลกไปจากพระสงฆ์ปกติทั่วไป

เหล่าชาวบ้านจึงเข้าไปนมัสการถามไถ่ถึงความเป็นมา พระรูปนั้นจึงบอกว่าตนเป็นพระนอกรีด มีวิถีในการศึกษาพระธรรมต่างจากหลักศาสนาทั่วไป ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องมานับถือตนหรอก ขอเพียงพื้นที่ในวัดร้างนี้ ให้ตนจำวัดก็พอแล้ว แต่คนไทยยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ชาวบ้านต่างศรัทธาในความแปลก และความกล้าหาญที่พระรูปนี้จำวัดในวัดร้างได้ด้วยตัวคนเดียว

“แต่ทุกครั้งที่ชาวบ้านไปกราบไหว้ พระรูปนี้ก็บอกว่า ไม่ต้องมาอีกทุกครั้งไป แปลกดีนะคะ”

“แปลกมากเลยละครับ แล้วพระรูปนี้มีคนเห็นครั้งแรกเมื่อไหร่ครับ”

“เช้าวันนั้นเลยละค่ะ เป็นครั้งแรกที่แม่ค้าในตลาดพูดถึงกัน ดิฉันเองไปตลาดเกือบทุกวันยังไม่เคยได้ยินเลย”

“แล้วคุณได้ไปนมัสการพระรูปนี้เลยไหมครับ”

“เปล่าค่ะ วันนั้นดิฉันไม่ได้สนใจ แต่เหมือนคุณพ่อจะสนใจ วันรุ่งขึ้นท่านจึงไปที่วัดนั้นด้วยตัวคนเดียว”

“แล้วคุณพงษ์กลับมาเล่าอะไรให้ฟังบ้างไหมครับ”

“ค่ะเล่าอยู่ ถึงความแปลกและดูดุดันของพระรูปนั้น อีกอย่างพระท่านทักอะไรบางอย่างกลับมาด้วย”

“ทักอะไรหรอครับ”

“พระท่านบอกว่า ให้คุณพ่อระวังตัว เพราะช่วงนั้นคุณพ่อดวงตก เวลาทำสวนให้ระวังงูเงี้ยว เขี้ยวขอ หรือพวกโจรที่ดักซุ่มตามสวน ทางที่ดีหาคนสวนเพิ่มซักคนก็ยังดี” นักสืบหนุ่มได้ยินถึงกับนิ่งไปพักใหญ่

“พูดแล้วก็แปลกนะครับ ที่คุณพงษ์ไม่มีลูกมือซักคน ยังงี้ดูแลทั้งสวนเหนื่อยตาย”

“ท่านก็มีอยู่บ้างค่ะ จ้างมาเป็นครั้งคราว”

“แล้วคนสวนคนนี้ ไม่สิ นายเพียรทองที่เสียชีวิตจากคดีครั้งนี้ละครับ เป็นคนสวนที่มาที่หลังรึมาก่อน ที่พระรูปนั้นทักครับ”

หมิวจ้องไปที่นักสืบเขม็ง เหมือนว่าเธอจะสันนิษฐานอะไรได้บางอย่าง เรื่องราวในหัวค่อยๆเชื่อมโยงกันทีละนิด  มันชวนให้เธอรู้สึกสยองพองขน

“ค่ะ เขามาที่หลังจากพระคนนั้นทักค่ะ”

---------------------------------------------------------------------

พ่อสามี

“คุณพงษ์ชอบดื่มกาแฟอะไรไหมครับ เดี๋ยวผมเดินไปสั่งให้”

“ไม่เป็นไรครับ ผมสั่งไปแล้ว ซักพักเขาคงมาส่ง”

“ขออภัยด้สยนะครับที่มานัดเจอในที่แบบนี้ พอดีมีเรื่องพอสมควร”

“เกิดอะไรขึ้นหรอครับ” พงษ์มองนักสืบด้วยความเป็นห่วง

“คือจะว่าไงดี พอดีผมศัตรูเยอะหนะครับ มีสำนักที่ไหนนานไม่ได้ โดนเขาบุกถล่มตลอด โชคดีที่เมื่อคืนผมกลับบ้านไว ไม่งั้นคุณคงได้จุดธูปคุยกับผมเป็นแน่” นักสืบหน้าตอบถอนหายใจ

“คุณรอดมาได้ก็ดีแล้วครับ อย่าคิดมากเลย”

“ขอบคุณครับ เรามาคุยกันต่อดีกว่า จากคราวที่แล้ว คุณพงษ์ได้ยินเสียงร้องไห้ของคุณหมิวใช่ไหมครับ แล้วคุณทำยังไงต่อ”

พอได้ยินเสียงร้องไห้ของหมิว พงษ์ก็รีบเคาะประตู แล้วตะโกนเรียกหมิวที่อยู่ในห้องอย่างร้อนใจ

“หมิว เอ็งเป็นอะไรรึเปล่า”

พงษ์พูดพลางเคาะประตูรัว ไม่นานนักประตูก็เปิดออก ภาพที่เห็นทำให้พงษ์ต้องกลืนน้ำลาย หมิวโผล่ออกมาด้วยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา เธอสวมเพียงผ้าขนหนูตัวเดียว ที่พันอยู่อย่างหลวมๆจนแทบหลุด เผยให้เห็นเนินอกขนาดใหญ่ที่ทะลักล้นออกมาเหนือผ้าขนหนู ไหนจะช่วงไหล่ที่เปลือยเปล่า ผิวเนียนสะกดสายตาของพงษ์ยิ่งนัก เขารีบดึงสติของตนกลับมา ให้สนใจกับสิ่งที่หมิวกำลังจะพูด

“คุณพ่อ หมิวไม่เป็นอะไร แค่ตกใจนิดหน่อย”

พงษ์สงสัยแต่ด้วยความที่ตนเป็นผู้ใหญ่จึงไม่อยากเซ้าซี้ หมิวเหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ เธอเช็ดน้ำตาแล้วรีบดึงผ้าขนหนูขึ้นมามัดให้ดีๆ จังหวะที่ดึงขึ้นมัด พงษ์ถึงกับหันหน้าหนีเลย เพราะเขากลัวจะเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น พงษ์ถอนหายใจระบายอารมณ์เปลี่ยวก่อนจะตอบกลับ

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ว่าแต่เอ็งเห็นคนบ้าที่ยืนอยู่หน้าบ้านเรารึเปล่า”

“ค่ะ น่ากลัวมากเลย ไม่รู้มันจะยืนจ้องเข้ามาในบ้านทำไม”

“มันอาจจะบ้าก็ได้มั่ง ยังไงก็ระวังตัวด้วย มีอะไรเรียกข้าได้นะ”

พงษ์เดินหันหลังจะกลับห้องแต่ถูกหมิวดึงแขนเอาไว้ เขาหันไปดูก็พบหมิวยืนตัวสั่นด้วยความกลัว พงษ์จึงลูบไหล่ปลอบขวัญลูกสะใภ้ ผิวของหมิวที่ดูแลมาอย่างดีมันช่างเนียนนุ่ม เต่งตึง นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่พงษ์ไม่ได้สัมผัสร่างกายของสาววัยรุ่น หมิวอาการดีขึ้นสั่นน้อยลง พงษ์จึงปล่อยมือยิ้มให้แล้วเดินกลับเข้าห้อง

“ต้องบอกเลยว่า พระพุทธ พระธรรมรึพระสงฆ์ผมแทบยกมาทั้งวัดเพื่อมาข่มใจในตอนนั้น ให้ตายเถอะ เด็กสมัยนี้มันช่างมีสเน่ห์เสียเหลือเกิน ขนาดแค่แตะนิดเดียวกลิ่นติดมือทั้งคืนเลย”

“คุณพงษ์นี่ใจแข็งนะครับ เป็นผมคงทนไม่ไหว”

“ใครว่าผมทนไหวละ ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ แต่ผมจัดการตัวของผมได้”

“ทำยังไงหรอครับ แนะนำผมที”

“ก็เล่นว่าวสิวะ ฮ่าๆ” พงษ์หัวเราะร่า นักสืบหน้าตอบก็อดที่จะยิ้มไม่ได้

“คุณนี่มันร้ายจริงๆ ว่าแต่หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ คุณก็ไม่เห็นชายประหลาดเลยใช่ไหมครับ”

“ครับ ไม่เห็นเลย”

“โอเคครับ คืนต่อมาคุณหนึ่งกลับบ้านมาพร้อมเพื่อนของเขาใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ ชื่ออะไรนะ ผมนึกไม่ออก...อ๋อง อ้อๆ อู๋ครับ ถ้าจำไม่ผิดนะครับ ชื่ออู๋”

“ถูกต้องครับ นี่คุณจำคุณอู๋ไม่ได้หรอครับ”

“เห็นอย่างงี้ผมก็แก่แล้วนะ คุณนักสืบ ความทรงจำก็หลงๆเลือนๆบ้างเป็นปกติ”

“เขาเป็นหนึ่งในสองคนที่หายสาบสูญไป หลังจากเกิดคดีที่บ้านของคุณนะครับ”

“ว่าไงนะครับ เจ้าอู๋หายสาบสูญ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องมาก่อน”

“นี่คุณไม่ทราบจริงๆหรอครับ”

“ค...ครับ ผมทราบแค่เพียงว่าลูกของผมหายตัวไป”

“ตำรวจไม่ได้บอกคุณเลยหรอ”

“ครับ ไม่ได้บอก”

“แล้วทำไมหมิวถึงรู้ได้” นักสืบพึมพำเบาๆ ดูเหมือนพงษ์จะไม่ได้ยิน นักสืบหน้าตอบจ้องไปที่หน้าของพงษ์อย่างสงสัย

“ผมภาวนาให้คุณไม่โกหกละกันนะ”

“ผมไม่โกหกอยู่แล้ว เชื่อผมสิ”

“งั้นผมขอถามเรื่องในวันนั้นหน่อยครับ วันที่คุณอู๋มาที่บ้าน”

“ได้เลยครับ วันนั้นเป็นอีกวันที่ผมจำได้ชัดเจน เพราะลูกสะใภ้ของผมแต่งชุดนักศึกษาวาบหวิวซะขนาดนั้น ฮ่าๆ”

พงษ์หัวเราะร่าตามเอกลักษณ์ก่อนจะเล่าเรื่อง หลังจากที่เขาทำสวนหลังบ้านเสร็จแล้ว พงษ์ก็เดินเข้ามาในตัวบ้าน เห็นทีวีเปิดรายการน่าสนใจอยู่ เขาจึงเดินไผที่โซฟาเพื่อนั่งดู แต่เมื่อเขาเดินไปถึงกลับพบกับใรรบางคนที่น่าดูเสียยิ่งกว่าโทรทัศน์ หมิวนั่นเอง วันนี้เธอใส่ชุดนักศึกษารัดติ้วแถมบางจนเห็นบราสีดำลางๆ กระโปรงสั้นจู๋นั่งไขว่ห้าง พงษ์แทบขาดอากาศหายใจแทนคนใส่เลยทีเดียว

“ข้าว่าคืนนี้ต้องมีศึกหนักเกิดขึ้นในบ้านแน่ๆเลย ฮ่าๆ” พงษ์หัวเราะร่าพลางนั่งลงบนโซฟา ห่างจากหมิวเล็กน้อย

“รีบมีลูกไวๆสิ ข้าอยากอุ้มหลานแล้ว”

“คุณพ่อก็ น่าจะรู้นี่คะ ว่าลูกชายของคุณพ่อไม่มีเวลาทำลูก ถ้าเขาว่างเหมือนคุณพ่อซักหน่อยก็คงทำกันได้”

พงษ์กลั้นหายใจแบบไม่รู้ตัว เขาโดนลูกสะใภ้เล่นเข้าให้แล้ว พงษ์ทำตัวไม่ถูกเลย หมิวนั่งมองพงษ์แล้วยิ้มหวาน โชคดีของพงษ์ที่เสียงบีบแตรดังขึ้น พงษ์จำเสียงรถคันนี้ได้ดี เขาซื้อให้ลูกกับมือ หมิววิ่งหน้าอกกระเพื่อมออกไปเปิดประตู พงษ์ไม่กล้าออกไปรับลูก แม้แต่ยืนตรงตอนนี้เขายังทำไม่ได้เลย พงษ์น้อยของเขาขยายตัวจนแทงออกมาเป็นรูปเป็นร่างในผิวกางเกง

ไม่นานนักหมิวก็เข้ามาพร้อมหนึ่งและอู๋ ชายหนุ่มหน้าตี๋หันมายกมือไหว้ พงษ์ไหว้รับแบบงงๆ หนึ่งขอตัวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านบน ส่วนหมิวแยกตัวไปทำอาหารในห้องครัว

“สวัสดีครับคุณพ่อ ผมชื่ออู๋นะครับ เป็นเพื่อนของหนึ่งที่ทำงาน คุณพ่อสบายดีนะครับ”

“เอ้อ สบายดีๆ นี่เราไม่เคยเจอกันมาก่อนใช่ไหม”

“ครับ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมมาที่บ้านนี้ บ้านสวยมากเลยครับคุณพ่อ ผมเห็นภาพจากหนึ่งมานานละ อยากจะมาให้ได้ซักครั้ง ผมชอบแนวผสมธรรมชาติแบบนี้หนะครับ ว่าจะทำแนวนี้ที่บ้านผมหน่อย ขออนุญาติลอกนะรับ”

“ขอบใจมาก เอาตามสบายเลย ข้าไม่ได้จดลิขสิทธิ์เอาไว้ เดี๋ยวข้าพาไปเดินเล่นสวนหลังบ้านเอาไหม ช่วงนี้หลายต้นผลมันเริ่มสุกแล้ว ไปลองเด็ดกินกัน”

“จริงหรอครับคุณพ่อ มีหรือที่ผมจะปฏิเสธ แต่ผมขออนุญาติไปคุยกับเพื่อนเก่าแปปนะครับ

พงษ์งงว่าใครคือเพื่อนเก่า แต่ไม่ได้ถามออกไป พอเห็นอู๋เดินไปทางห้องครัว พงษ์ก็พอเดาออกบวกกับตกใจเล็กน้อย ที่อู๋รู้จักกับหมิว โลกนี้มันช่างกลมเสียเหลือเกิน พงษ์คิดแล้วต่อมความอยากรู้ก็ทำงาย เขาแอบเดินไปตรงขอบบานประตูห้องครัว แล้วค่อยๆแง้มหัวออกไปดู

เขาเห็นอู๋ค่อยๆย่องไปด้านหลังของหมิวที่กำลังยืนผัดอะไรบางอย่างอยู่ ชายหนุ่มเอื้อมมือออกไปสัมผัสเอวของหมิวอย่างแผ่วเบา พงษ์รู้สึกตื่นเต้นปนอึดอัดอยู่ในใจ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขาโกรธแทนลูกชาย รึว่าเขาหึงหวงลูกสะใภ้ตนเองกันแน่นะ

“อะไรกัน แค่นี้ตกใจซะแล้ว” อู๋พูดแต่มือยังคงจับอยู่ที่หลังหมิวอยู่ สาวสวยหันหน้ามาคุย อู๋ถึงยอมปล่อยมือ

“พี่อู๋ หมิวทำอาหารอยู่ อย่าแกล้งกันสิ”

“โทษที เห็นหมิวใส่ชุดนักศึกษาแล้วมันคิดถึงสมัยก่อน เลยอดใจไม่ไหว ฮ่าๆ ล้อเล่นนะ”

“แล้วพี่อู๋เข้ามาในครัวทำไม เดี๋ยวเหม็นกลิ่นน้ำมันนะ”

“ก็อยากมาทักทายหมิวนิดหน่อย เรานี่สวยขึ้นเป็นกองเลยนะ เซ็กซี่มากด้วย”

“ปากหวานเหมือนเดิมเลยนะพี่เนี้ย ว่าละทำไมสาวๆหลงกัน” ทั้งสองมองหน้ากัน

“รู้ได้ไงว่าปากพี่หวาน เคยชิมหรอ ลองดูซักทีไหม” หมิวเอามือข้างหนึ่งยันไว้เบาๆ

“พี่นี่ทะลึ่งไม่เปลี่ยนเลยนะ หมิวแต่งงานแล้ว ดูแหวนที่นิ้วด้วย”

“แต่เขาว่ากันว่า ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว สวยกว่าผู้หญิงที่เป็นโสดอีกนะ พี่เห็นด้วย หลักฐานอยู่ตรงหน้าเลย” หมิงถึงกับอมยิ้ม

“คนบ้า ออกไปเลยนะ ไม่งั้นจะฟ้องพี่หนึ่ง” หมิวหันไปผัดผักในกระทะต่อ

“จ้า แซวเล่นไม่ได้เลย ไปก็ได้แต่ก่อนไปขอตีก้นซักทีเถอะ หมั่นเขี้ยวก้นงอนเสียจริง”

อู๋พูดจบก็ตีก้นหมิวเบาๆไปหนึ่งที สาวสวยหันเอาตะหลิวมาชี้หน้าขู่แบบเล่นๆ อู๋หัวเราะแล้วเดินออกมา พงษ์รีบเนียนกลับไปนั่งที่เดิม ไม่นานอู๋ก็เดินมาคุยกับพงษ์ ทั้งคู่ตกลงที่จะไปเดินดูสวนหลังบ้านด้วยกัน

“ในขณะที่เดินคุณพงษ์กับคุณอู๋ได้พูดอะไรกันบ้างครับ” นักสืบหนุ่มถาม

“ผมก็ถามว่ารู้จักหนึ่งได้ไง ตอนมหาลัยหนึ่งเป็นยังไงบ้าง งานหนักไหมอะไรทำนองนั้นละครับ”

“แล้วได้พูดถึงคุณหมิวบ้างไหมครับ”

“ไม่เลยครับ ไม่ได้พูด ผมไม่กล้าถามกลัวเด็กมันจะรู้ว่าผู้ใหญ่อย่างผมแอบฟัง เสียหมากันพอดี ฮ่าๆ”

“อ่อครับ พอตกเย็นคุณทั้งสี่ก็ทานอาหารค่ำร่วมกันใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ แถมเจ้าหนึ่งมันใจป๋าควักเหล้าเบียร์ที่ซื้อตุนมาเลี้ยงเพื่อนซะหมด”

“ทำไมคุณหนึ่งต้องซื้อเหล้าเบียร์ตุนไว้ด้วยครับ”

“มันเป็นคนชอบดื่มที่บ้าน ก็ดูสิ มีเด็กดริ้งประจำตัวสวยขนาดนั้น จะไปเสียตังกินนอกบ้านทำไม เวลามันไปเจอเหล้านอกยี่ห้อแปลกๆ เจ้าหนึ่งมันก็ไปซื้อมา พอนานเข้าก็เริ่มเยอะ”

“คุณพงษ์จัดไปเยอะเลยสิคืนนั้น”

“ใช่ซะที่ไหนเล่าคุณนักสืบ ผมกินมากไม่ได้หรอก เดี๋ยวหมอด่าเอา ผมเลยแกล้งจิบๆแล้วทำเป็นเมา หลอกพวกวัยรุ่นมัน”

“งั้นคืนนั้นคุณพงษ์ก็ไม่เมาใช่ไหมครับ”

“จะว่างั้นก็ได้ครับ แล้วมันก็ทำให้ผมเห็นของดีซะด้วย” พงษ์หัวเราะในลำคอ

[post]หลังจากที่พงษ์ขึ้นห้องไปนอน เขาก็พลิกตัวไปมาอยู่หลายที แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลับ พงษ์คิดถึงเรื่องงานและเรื่องต่างๆนาๆ จนเริ่มรู้สึกปวดท้องอยากปัสสาวะ พงษ์จึงเดินลงมา ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า ทำให้พงษ์กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว หมิวลูกสะใภ้ของเขากำลังพยุงอู๋ไปที่ห้องนอนแขก จิตใจของพงษ์คิดถึงเรื่องบัดสีก่อนเป็นอันดับแรก เขาค่อยๆนั่งยองแอบดู จากชั้นพักบันใด

พอทั้งสองเดินไปใกล้ห้องนอนแขก อู๋ก็เริ่มออกลาย จากมือที่คล้องอยู่ตรงหลังคอ ค่อยๆเลื่อนลงมาจากหลัง สู่บั้นท้าย อู๋ค่อยๆบีบก้นของหมิว พงษ์ถึงกับตาโต อารมณ์ของเขาเดือดผุดๆขึ้นมา แต่ในใจเขาเชื่อว่าลูกสะใภ้ของตนจะปัดมือออก

มันไม่เป็นอย่างที่เขาคิด หมิวยังคงทำตัวนิ่งเฉยพยุงร่างอู๋ไปที่ห้องนอนต่อ มือของอู๋เปลี่ยนจากบีบกลายเป็นขยำและขยี้ จนหมิวเริ่มออกอาการ ชายหนุ่มเห็นฝ่ายหญิงไม่มีท่าขัดขืน ก็เริ่มย้ายจุดใหม่ มือของอู๋เลื้อยขึ้นมากลางหลังแล้วออกไปด้านข้าง ก่อนจะควักเข้ากับอะไรบางอย่างด้านหน้าตัวของหมิว พงษ์ที่เห็นแต่ด้านหลังก็พอจะรู้ว่าอู๋จับอะไรอยู่

แต่เหมือนว่าฟ้าจะอยากให้พงษ์เห็นชัดๆ หมิวบิดตัวกึ่งเสียวกึ่งหนีหันหน้ามาทางด้านพงษ์ ชายสูงวัยรีบซ้อนตัวก่อนจะแง้มตาออกมาดู พงษ์กลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเห็นอู๋กำลังนวดคลึงเ

Blog ของผมนะครับ - http://adultstoryth.blogspot.com/

*

ออฟไลน์ beeriero

  • Junior Member
  • ***
  • 401
  • 398
    • ดูรายละเอียด
Re: คดีพิศวาส[20+] ตอนที่ 2 - เพื่อนสามี และ พระนอกรีต
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2016, 09:12:27 AM »
เรื่องน่าสนใจแหวกแนวดีครับ

*

ออฟไลน์ masterart14

  • Full Member
  • **
  • 202
  • 260
    • ดูรายละเอียด
Re: คดีพิศวาส[20+] ตอนที่ 2 - เพื่อนสามี และ พระนอกรีต
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2016, 11:40:26 PM »
รอนานมากอยากอ่านตอนต่อไปครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ