The New World : จอมคนโลกใหม่ 11

The New World : จอมคนโลกใหม่ 11

  • 5 ตอบ
  • 9274 อ่าน
*

ออฟไลน์ punyang

  • Full Member
  • **
  • 53
  • 2647
    • ดูรายละเอียด
The New World : จอมคนโลกใหม่ 11
« เมื่อ: เมษายน 09, 2016, 05:24:35 PM »
ขอเล่าก่อนเขียน

- เรื่องการแทรกภาพประกอบนะครับ
เข้าใจว่าหลายๆท่านคงรู้สึกว่า หากนิยายมีภาพประกอบจะช่วยในเรื่องของจินตนาการให้เห็นภาพมากขึ้น แต่โดยส่วนตัวผมเห็นต่างสักเล็กน้อย เพราะผมไม่ชอบให้มีภาพประกอบเท่าไหร่ เนื่องจากบางครั้งรู้สึกว่ามันเป็นการตีกรอบให้กับจินตนาการของผู้อ่านไปโดยปริยาย บางทีนางในฝันที่หวานซึ่งอย่างมินตรา หรือ สาวที่ดุเด็ดอย่างกีช่า ในกรอบความคิดของผมอาจจะไม่ตรงกับความคิดของท่านก็ได้ ผมขออนุญาตไม่ใส่รูปประกอบเป็นหญิงสาวนะครับ ให้ท่านจินตนาการถึงนางในเรื่องกันเอาเอง ซึ่งผมคิดว่า ผมอธิบายรูปลักษณ์ของเธอไว้ค่อนข้างละเอียดพอสมควร

แต่จะพิจารณา เรื่องภาพประกอบในฉากสำคัญส่วนอื่นๆที่ผมคิดว่า อ่านแล้วน่าจะจินตนาการถึงได้ยาก ไว้เป็นไกค์ไลน์ให้ (ถ้าหาภาพประกอบได้นะครับ) เด่วจะลองทำให้นะครับ

ตอนที่ 11 นี้เขียนนานพอสมควร เกือบ 4 ชั่วโมงแหนะ อ่านตรวจทานดูแล้วพบว่าเห้ย มันแอบหวาน แต่ก็แรงพอดู เหลืออีก 4 ตอนเองอะ เสียดายเหมือนกัน แต่จะค่อยๆละเมียดละไมเขียนหน่อยละ คงไม่มีแบบบ้าพลัง 2 ตอนติดเหมือนเมื่อวานแล้ว แม่งโคตรปวดตาบอกเลย


สวัสดี
.....
ชนเผ่า อาชูร่า ผู้บูชาไฟชนเผ่าแห่งนี้นับเป็นชนเผ่าในเงามืด ที่ไม่ค่อยได้เผยตัวตนกับโลกภายนอกสักเท่าไหร่ ผู้คนจากโลกภายนอกมักมองพวกเขาในทางร้าย เพราะโดยปกติพวกนางชอบแฝงในมืด คอยดักปล้นกลุ่มคาราวานพ่อค้าอยู่บ่อยๆ

ชื่อเสียงด้านความเป็นโจรผู้ร้ายของพวกเธอจึงโด่งดังมาหลายทศวรรษ แต่เอาเข้าจริงๆเท่าที่ผมสัมผัสกับพวกเธอ แม้ภายนอกจะดูแข็งกระด้าง ดุร้าย แต่ทุกครั้งของการออกปล้น เธอมันจะช่วยเชลยที่เป็นหญิงสาวจากการค้าทาสออกมาเสียมากกว่า สินค้าที่ติดคาราวานมามักเป็นเหตุผลรอง

ยายเฒ่าเอ่ยสรุปให้ผมฟัง ก่อนจะเริ่มขยายความต่อ

ในชนเผ่าของเราตอนนี้มีประชากรอยู่ประมาณ 200 เศษ แบ่งเป็นพวกสายเลือดแท้คือกำเนิดจากหญิงประจำชนเผ่าประมาณ 150 คน มีนักรบที่เป็นกลุ่มแมวดำอยู่ประมาณ 50 คน กีช่าเป็นหัวหน้าพวกเธอ  ส่วนอีก 100 คนที่เหลือล้วนเป็นเด็กฝึกหัดที่กำลังจะขึ้นเป็นนักรบเด็กหญิงและคนชราอย่างข้า

ส่วนบรรดาทาสที่ปลดปล่อยมาและอาศัยอยู่กับชนเผ่ามีประมาณ 50 กว่าคน คนพวกนี้สังเกตได้ชัดเจน คือมักมีผิวพรรณที่แตกต่างจากพวกกลุ่มชนเผ่าชัดเจน คือ พวกกลุ่มชนเผ่ามีเอกลักษณ์ชาติพันธุ์ทางสีผิวที่ชัดเจน คือมีผิวออกไปทางสีแทนเสมอกันทั่วเรือนร่าง แต่พวกกลุ่มผู้อาศัยจะมีหลากหลาย บ้างขาว บ้างดำ บ่งบอกลักษณะทางชาติพันธุ์ที่แตกต่าง

ผมเริ่มมองที่ตนเอง ผมไม่ได้มีสีผิวเหมือนพวกเธอ พวกเธอจะยอมรับผมเป็นหัวหน้าชนเผ่าหรอ

ยายเฒ่า ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า ท่านคือบุรุษตามคำทำนาย ขอเพียงท่านพิสูจน์ให้เห็นว่า ท่านต่างไปจากบุรุษทั่วไป เป็นบุตรแห่งอาชูร่า มีหรือพวกนางจะไม่ยอมรับ เพราะตอนนี้ชื่อเสียงของเจ้าในชนเผ่าก็ไม่ได้แย่อะไรนัก หากไม่นับเรื่องที่พรากพรหมจรรย์หัวหน้าพวกหล่อน แล้วหนีหน้าออกไป

หมดคำพูดยายเฒ่า ผมสะดุดกึก หน้าถอดสี ที่เรื่องระหว่างผมกับกีช่า มันดังขนาดที่ทำให้คนในชนเผ่ารับรู้กันหมดแล้วหรอกหรอ  ผมยังไม่กล้าตอบรับถึงการยินยอมเป็นหัวหน้าชนเผ่าของยายเฒ่า แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปฎิเสธ ผมมีประสบการณ์ของการปฎิเสธที่ทำให้เกือบตายมาแล้วรอบนึง ครั้งนี้ต้องไม่เป็นแบบนั้น

หลังสิ้นบทสนทนากับยายเฒ่า ผมปลีกตัวออกมามุ่งตรงไปหากีช่าก่อน เป็นคนแรก

แต่ความผิดหวังก็กระโจนเข้ามาเต็มๆเปา กระโจมของเธอว่างเปล่า มีเพียงนักรบหญิงสองนางยืนเฝ้ายามไว้หน้ากระโจมไม่ห่าง

กีช่าไม่อยู่หรอ  ผมเอ่ยถามพวกนางที่ยืนเฝ้ากระโจม

ทั้งสองนาง น้อมศีรษะคำนับผมก่อนจะเอ่ยอย่างแข็งขันว่า นายหญิงออกไปล่าสัตว์แต่เช้าแล้วค่ะ นายท่าน

ผมสะดุดกับคำว่า นายท่าน อยู่ครู่ใหญ่ ท่าทีพวกนางล้วนเปลี่ยนไป นี่คงเป็นชนเผ่าเล็กๆที่เรื่องราวต่างๆแผ่กระจายไปอย่างรวดเร็วจริงๆ ผมยืนอึ้งอยู่ไม่นาน จู่ๆเสียงฝีเท้าม้าศึกจากด้านหลังก็ดังขึ้น

ผมเหลียวกลับไปมองที่ต้นเสียง หญิงสาวในชุดนักรบรัดรูปสีดำทะมึน ควบม้ามาเบื้องหน้า  ใบหน้าดูเปร่งปรั่งสดใส หน้าอกอวบอูมได้รูปถูกชุดนักรบของหล่อนขับเน้นขึ้นจนสองเต้างามดูเด่นสง่า เธอดูไม่ต่างจากนางงามเป็นหลังม้า

เสียงสดใสเจี้ยวแจ้วด้วยท่าทีเขินอายเอ่ยกับผมว่า  แม่เฒ่าให้เราพา นายท่านเยี่ยมชมชนเผ่า นายท่านจะสละเวลาไปกับเราได้หรือไม่  ผู้ที่มาเบื้องหน้าผมไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคู่พิธีกรรมของผมเมื่อคืน ริน นั่นเอง

เมื่อเห็นหน้าผม เธอคงเก็บอาการไว้ไม่ได้ เพราะเมื่อคืนนี้ เขาคือคนที่เพิ่งพรากพรหมจรรย์ไปจากเธอ เธอยังไม่รู้วิธีรับมือด้วยซ้ำว่าต้องทำตัวเช่นไร แล้วยิ่งเขากำลังจะเป็นหัวหน้าชนเผ่าแห่งนี้ด้วยแล้ว เธอยิ่งทำใจลำบากขึ้นไปใหญ่

ริน ลงจากหลังมาและเปลี่ยนมาเป็นลากจูง ให้ผมขึ้นหลังม้าแทนรินจูงม้า พาผมเดินไปตามเส้นทางเรื่อยๆ

...

ผมเคยมาอยู่ที่นี่พักหนึ่งแล้ว ทุกอย่างยังไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไหร่ บ้านเรือนส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ ทุกคนแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน กลุ่มทาสที่ถูกปลดปล่อยชำนาญงานเย็บปักทักร้อย และงานฝีมือเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่หญิงสาวของชนเผ่าคนอื่นๆ ชำนาญการออกล่าสัตว์ และ ปัจจุบันนี้พวกเธอหันมาทำการเพราะปลูกตามแบบที่ผมเคยสอนไว้ พวกเธอพัฒนาไปถึงการเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลาไว้เป็นอาหาร ทำเอาผมแปลกใจไม่น้อย นี่น่าจะเป็นโมเดลแรกของโลกแห่งนี้ของการพึ่งพาตนเอง

ผมลอบตื่นเต้นในใจ นี่ผมกำลังมีแหล่งผลิตสินค้าชั้นดีอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว ระบบการปกครองของหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังคงเป็นระบบอาวุโส อย่างยายเฒ่าคนนั้นคือผู้อาวุโสสูงสุดของชนเผ่า แม้ผมจะเป็นหัวหน้าเผ่าก็ตาม ผมยังคงต้องเชื่อฟังเธอ ผมไม่อาจเข้าไปเปลี่ยนแปลงระบบที่อยู่มาเป็น 100 ปีได้

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดเปลี่ยนแปลงที่นี่ คืออาจจะนำระบบเศรษฐกิจเข้ามา เศรษฐกิจของปัจจุบัน ไม่ต่างอะไรจากระบบคอมมิวนิสต์ คือทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนและส่งให้ส่วนกลาง และชนเผ่าจะเป็นคนเลี้ยงดูพวกเขา ผมมีแนวคิดที่อยากจะเปลี่ยนให้ที่นี่เป็นที่แรกในโลกที่จะมีการจ้างงาน ในอนาคตผมอยากจะจ่ายเงินเป็นค่าแรงให้กับพวกเขา อย่างน้อยๆให้ทาสที่เข้ามาในชนเผ่าแห่งนี้มีความหวัง ว่าถ้าแข็งขันทำงานต่อไปเรื่อยพวกเขาอาจมีเงินเก็บและสามารถลืมตาอ้าปากได้ ไม่ตกเป็นทาสของผู้ใดอีก

ผมมองสภาพโดยรวมของที่แห่งนี้ โดยที่ไม่ได้สนใจฟัง ริน เอ่ยบรรยายสรุปให้ฟังสักเท่าไหร่ เหลือบไปมองอีกที หญิงสาวก็ดูมีเหงื่อไหลโทรมกาย ขับเน้นผ้ารัดรูปให้ดูแนบเนื้อยิ่งขึ้น

ผมลอบมอง ริน จากด้านข้างอย่างเพลินตา เธอดูสวยสง่ากว่านักรบคนอื่นๆ แม้จะดูด้อยกว่ากีช่า แต่ก็ยังดูเป็นหงส์ในหมู่กา ผมคงนิ่งไปนานจนเกินไป รินถึงได้หันกลับมามองผมอีกครั้ง

ทันทีที่เธอเห็น นายท่านมองเธอไม่วางตา เธอถึงกับหลบหน้าเอ่ยอย่างขุนเคืองว่า นายท่านได้ฟังเราบ้างหรือเปล่า
ฮ่า ฮ่า ผมหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ผมว่าบางครั้งเธอมีจริตแบบนี้ก็น่ารักดี

ผมคว้าแขนเธอไว้ แล้วบอกว่าขึ้นมาบนม้าด้วยกันสิ เดินอีกตั้งไกล เหนื่อยแย่

ริน ขัดขืนบอกว่าไม่ได้คะ ตอนนี้ท่านเป็นหัวหน้าเผ่าแล้ว เราจะตีตัวเสมอได้อย่างไร ความรู้สึกกระชุ่มกระชวยมันกลับมาอีกครั้ง มันเหมือนครั้งแรกๆที่มินตราพยายามขัดคำสั่งผม ผมเรียนรู้จากบ่าวสาวคนเก่าๆ เราต้องออกคำสั่งกับเธอ
สุดท้าย รินไม่อาจขัดคำสั่งผมได้ ผมให้เธอขึ้นบนหลังม้าและนั่งหน้าผม

กลิ่นกายเธอไม่ได้หอมฟุ้งเหมือนเหล่าสาวๆที่อยู่ในเมืองใหญ่ แต่ก็มีเสน่ห์ของกลิ่นตัวอ่อนๆของสาวบ้านป่าที่เย้ายวนไปอีกแบบ เธอรวมผมได้ตึงให้ดูทะมัดทะแมง ผมจึงเห็นต้นคอเรียบเนียนสูงระหง

ผมโอบเอวเธอไว้จากด้านหลัง แสร้งคุมบังเหียนม้าไว้ รินไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว เธอดูเกร็งไปทุกสัดส่วน อานม้ามันไม่ได้ใหญ่ถึงขนาด 2 คนจะนั่งได้

ผมนั่งเบียดเสียดกับก้นงอนงามของเธอจนเจ้าหนูมันแข็งดันออกมา

ริน สะดุ้งเฮือกเหมือนเมื่อถูกดุ้นเนื้อบางอย่างเบียดอันอยู่กับแก้มก้น เธอเขินอายจนใบหน้าแดงฉาน ภาพบุรุษฝ่ามือหยาบกร้านที่กำลังลูบไล้เรือนร่างเธอ ดุ้นเนื้อแท่งใหญ่ที่สอดแทรกเข้ามาที่หว่างขาเธอมันผุดขึ้นมาในความทรงจำ เป็นความทรงจำที่สร้างความวาบหวิวใจให้เธอไม่น้อย แม้แต่ขณะนี้เอง เธอยังรู้สึกตึงๆบริเวณง่ามขา หลังจากถูกกระทำชำเราเมื่อคืนก่อน

นายท่าน อย่างแกล้งเราแบบนี้สิ  เราจะลงจากหลังม้าจริงๆนะ  เธอเอ่ยเสียงอ่อน

ไหนเจ้าบอกเราเป็นนายของเจ้าแล้วไง เจ้าจะขัดคำสั่งเราหรอ  ผมเอ่ยถาม

เราไม่ขัดคำสั่งท่าน แต่ถ้าท่านข่มเหงเรา เราจะฆ่าท่านเสีย   เธอเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม แต่กลับไม่ได้สร้างความกดดันใดๆให้ผมเลยด้วยซ้ำ

ผมโอบผ่านหลังไปตะบปหน้าอกคู่งาม ผ่านชุดรัดรูปของนักรบ

โอ้ยยยยยย  อื้ออออออ  เธอเหมือนถูกไฟช้อต พยายามบิดตัวหนีดึงมือผมออกไม่หยุด ไอ้ผมก็ยิ่งคลึงยิ่งมัน นักรบบ้าอะไรนมใหญ่ฉิบหาย ผมนวดคลึงมันอย่างมันมือ ระหว่างที่ม้าควบไป ดุ้นเนื้อก็เสียดสีกับร่องก้นเธอไป ให้ความรู้สึกตื่นเต้นไปอีกแบบ

ริน นักรบสาวแรกรุ่นอย่างเธอ ผ่านศึกรบมาไม่รู้เท่าไหร่ แต่กับศึกรักเธอช่างไม่ประสีประสา เธอกำลังถูกลวนลามอยู่บนหลังม้า ซึ่งแท้จริงแล้วนี่คือสถานที่แห่งความภาคภูมิใจของเธอไม่มีใครทำอันตายเธอได้เมื่ออยู่บนหลังม้า แต่ยามนี้เธอแทบไม่ต่างอะไรจะลูกแมว ที่ถูกบีบไซร้ตรงไหนก็อ่อนปวกเปียก

มือหยาบกล้านของเขาบีบหน้าอกเธอจนเธอเคลิ้มไปหมด ชายหนุ่มบีบคลึงไปเรื่อยๆ จนเขาเริ่มที่จะล้วงต่ำลง เธอไม่อยากรู้สึกอัปยศบนหลังม้าไปกว่านี้อีกแล้ว เธอปัดมือผมออก ลงไปยืนด้านล่างอย่างเข่าอ่อน  ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา

ท่านพอได้แล้ว เราถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว หยุดรังแกเราสักครู่เถิด เธอพูดอย่างเขินอาย ก่อนจะเดินปรี่นำผมไป

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผมรู้สึกชอบใจ การได้ไล่ต้อนหญิงสาวที่กำลังอ่อนประสบการณ์มันก็ให้ความรู้สึกที่สะใจไปอีกแบบ ระหว่างสองข้างทางมีผลไม้หลากหลายชนิด มีทั้งเคยเห็นและไม่เคยเห็น

ผมควบม้าตามรินไป ก่อนจะมือบอนหยิบผลไม้ลูกสีแดงสดชิมเข้าปาก มันผลเหมือนเชอร์รี่ แต่พอกินไปแล้ว รสชาติออกไปทางเปรี้ยวๆ มากกว่าหวาน ไม่อร่อยเลย ผมกินมันได้ลูกเดียวก่อนจะคายที่เหลือทิ้งและรีบติดตามเธอไป
...
รูปปั้นแกะสลักสูงตะหง่านตา ของเทพผู้น่าเกรงขาม ปรากฏเบื้องหน้าผม ริน ที่ใบหน้ายังดูเขินอายเริ่มเอ่ยอธิบายว่า นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าเป็นที่ประทับของเทพอาชูร่า ผมเพ่งมองสถานที่แห่งนี้ มันดูร่มรื่นไม่ต่างจากสวนสวรรค์ มีเพียงรูปปั้นเทพสูงตระหง่านตั้งอยู่ตรงกลาง

รินยังบอกผมอีกว่า เธอจะพาผมไปดูผงธุลีแห่งเทพอาชูร่า ตอนแรกผมก็สงสัยว่ามันคืออะไร รินพาผมเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง เธอรวบดินที่อยู่บนพื้นขึ้นมากำมือหนึ่ง ก่อนจะโยนผงนั่นใส่คบไฟ ผลปรากฏคือว่าไฟมันลุกซู่ขึ้นมาระรอกใหญ่ ผมตกใจจนต้องถอยล่นออกไป รินหัวเราะชอบใจเหมือนได้แกล้งผม

ผมนึกถึงพิธีกรรมเมื่อคืนขึ้นมาทันที นี่น่าจะเป็นผงประกายที่พวกเธอโยนใส่ไฟเมื่อคืน พวกเธอคิดว่ามันเป็นธุลีของเทพที่เธอเคารพ แต่เมื่อผมเข้าไปดูใกล้ๆกลับพบว่าไม่ใช่เลย มันคือดินปืน

ผมบอก ริน ว่าให้ดับไฟเลยนะ ถ้ำแห่งนี้อันตรายมาก รินหัวเราะคิกคัก เหมือนไม่เชื่อผม เธอล้อเล่นด้วยการโบกคบไฟไปในถ้ำที่มีดำปืนอัดแน่นอยู่เต็มพิกัด ผมลอบหวาดเสียวในใจ บอกเธออย่างเล่นแบบนี้มันอันตราย เมื่อเธอเห็นผมจริงจังเข้าหน่อย เธอก็ดับคบไฟลง

ผมรู้สึกร้อนรุ่มไปหมดทั้งตัว ไม่รู้เพราะความกลัวเมื่อครู่หรือเปล่า ตอนนี้ร่างกายผมมันร้อนฉ่าขึ้นไปหมด
นายท่านยังไม่หาโกรธเราหรอ  ทำไมหน้าแดงเชียว  เธอเอ่ยกับผม

ผมรู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกาย ตอนนี้มันร้อนไปทั่วร่าง เหงื่อผมไหลโทรมกายจนต้องถอดเสื้อออก นี่เกิดอะไรขึ้นเนี่ย รินก็ชักเริ่มรู้สึกไม่ดี เธอเอาหลังมือสัมผัสเบาๆที่ใบหน้าผม

เธออยู่ใกล้ผมในระยะที่แทบจะประชิด ทำไมสัมผัสของเธอทำให้ผมเริ่มสงบลง ผมเหม่อมองเธออย่างเลื่อนลอย จู่ๆใบหน้าของรินก็ดูเหมือนมีเสน่ห์เย้ายวนเป็นพิเศษ ผมโอบเธอเข้ามาก่อนอย่างแผ่วเบา

ว้ายยยย นายท่านจะทำอะไร

ผมประกบจูบลงที่ต้นคอเธออย่างไม่มีสติ ร่างกายอันร้อนรุ่มมันเหมือนไฟที่เพิ่งปะทุ ผมขบกัดที่ต้นคอเธอเบาๆ
อื้อออ  รินครางเหมือนถูกไฟรน  เธอแทบดิ้นไม่ออก ผมโอบรัดเธอไว้แน่น

ผมรู้สึกควบคุมร่างกายตนเองไม่ได้ ผมเริ่มจากการกระชากเสื้อรัดรูปของเธอออก ไม่นานหน้าอกคู่งามก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าผม ผมชิงจังหวะก่อนที่เธอจะตั้งตัวติดงับหัวนมเธอและกัดขบเบาๆอย่างบ้าคลั่ง

โอ้ยยยย อย่ากัดสิ นายท่านอย่า  อื้ออออ  รินดิ้นครางไม่หยุด  นักรบสาวอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก นายท่านที่นุ่มนวลกับเธอมาตลอดทำไมถึงได้ดูป่าเถื่อนขึ้นขนาดนี้

ในสถานที่อันศักด์สิทธิ์ ต่อหน้ารูปสลักของเทพประจำชนเผ่า เธอเปลือยกายนอนอ้าขาอย่างขาดสติ ชายหนุ่มหัวหน้าชนเผ่าคนปัจจุบัน แทรกตัวอยู่ที่หว่างขาเธออย่างเลื่อนลอย

เขาเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ ก่อนจะอัดแรงกระแทกหญิงสาวแรกรุ่นอย่างป่าเถื่อน

โอ้ยยยย เจ็บบ อื้อออ รินถึงกับร้องครางอย่างเจ็บปวด

ชุดนักรบของเธอถูกกระชากออก เรือนร่างทรงโตของเธอดิ้นพล่านอย่างเจ็บปวด

ผมก้มลงมองรอยแยกสวาทที่ยังคงมีอาการบวมช้ำอยู่ โดนกระทำซ้ำจนบวมเป๋งขึ้นมา ผมบีบหน้าอกคู่งามที่มีรอยแผลเป็นกลางอกปลิ้นไปหมดอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

ผมเห็นน้ำตารินไหลออกมาอาบสองแก้ม ผมไม่เคยเห็นเธอร้องไห้มาก่อน ไม่รู้ว่าครั้งนี้ เธอร้องไห้ด้วยความเจ็บกายหรือเจ็บใจ

โอ้ยยยยย นายท่าน พอแล้ว เราเจ็บไปหมดแล้ว ฮือออ   รินร้องขอความเมตตา แต่ไม่รู้เป็นอะไร เหมือนหูมันไม่ได้ยิน ผมเร่งกระเด้าหนักขึ้น แรงขึ้นเหมือนควบคุมสติไม่อยู่ ก่อนที่ผมจะฉีดน้ำกามไหลทะลักเข้าร่องหีเธออีกครั้ง

ทันทีที่ปล่อยน้ำออกไป เหมือนร่างกายมันจะสงบลงครู่หนึ่ง รินนอนร้องไห้ซิกๆอยู่ข้างรูปปั้น ผมทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่ รินไม่ต่างอะไรกับเด็กสาวทีเพิ่งถูกข่มขืน เธอนั่งกอดเข่าร้องไห้ชนิดที่สิ้นสภาพนักรบ ผมมองเรือนร่างเธอครู่ใหญ่ ก่อนจู่ๆ มันแข็งตัวอีกแล้วครับ ผงกหัวขึ้นหงึกๆ คืออยากจะเย็ดหีเธออีกแล้ว

ผมพยายามสะกดอารมณ์ไว้ ผมนอนแดดิ้นอยู่บนผืนหญ้าอย่างทุรนทุรายก่อนจะรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเอ่ยกับเธอเสียงดังว่า รินหนีไป !!!

เธอหันกลับมามองผมอย่าง งุนงง ก็เขาไม่ใช่หรือที่ข่มขืนเธออย่างป่าเถื่อน เธอทั้งโกรธทั้งสับสน นายท่านเป็นอะไรไปเนี่ย

หรือว่า !! หญิงสาวตะโกนขึ้นเสียงดัง ก่อนจะรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งหนีหายไปบริเวณทางที่เราเข้ามา

….

[post]ผมคิดว่าริน คงไปแล้ว ผมเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย หรือนี่จะเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ แต่จะบ้าหรอเหตุผลคือผมถูกผีเข้า หรือต้องคำสาปเนี่ยนะ ผมไม่มีทางเชื่ออะไรแบบนี้เด็ดขาด

ร่างกายมันเริ่มร้อนรุ่นขึ้นอีกครั้ง ผมต่อสู้ขัดขืนกับมันจนแทบขาดสติ จู่ๆห้วงเวลานั่นเอง หญิงสาวนางเดิมก็หวนกลับมา เธอนำผลไม้บางอย่างที่มีสีฟ้าสดยัดใส่ปากผม และบอกให้ผมเคี้ยวและกลืนลงไป มันมีรสชาติหวานจนเลี่ยน ผมไม่รู้ว่ามันคือผลของอะไร แต่อาการมันไม่เห็นจะดีขึ้นสักที

ผมตวัดมือโอบ ริน เข้ามาในอ้อมอกอีกครั้ง ผมเอ่ยวาจาอย่างหมดอาลัย ริน ช่วยผมด้วย

หญิงสาวเหมือนจะเข้าอกเข้าใจแล้วว่าผมเป็นอะไร เธอผลักผมนอนลงกับพื้นหญ้า ก่อนจะจู่โจมประกบริมฝีปากผมอย่างเร่าร้อน ริน ขึ้นคร่อมร่างผมและค่อยๆจับดุ้นผมตั้งฉากอย่างหวานละมุน ก่อนค่อยๆทิ้งตัวลงใส่ดุ้นช้าๆ ไม่นานดุ้นใหญ่ๆของผมก็หายวับไปในร่างกายของเธอ

อื้อออออ  รินครางอย่างเจ็บปวด แต่ก็ไม่ละความพยายามที่จะขย่มให้มันผมอย่างนุ่มนวล เธอโยกมันไปมาเบาๆพร้อมกับเอ่ยถามผมอย่างเป็นห่วง นายท่านดีขึ้นหรือยัง

โอ้ยยย ยังครับ บอกเลยว่ายัง ผมอยู่ในอาการเงี่ยนมากๆ ผมจับรินกระดกก้นขึ้นเล็กน้อย พอเป็นช่วงไฟให้ผมกระเด้าสวนiร่องสวาทเธอได้ง่ายๆ ผมกระดกซอยร่องเธอถี่ยิบๆ

เสียงลมพัดผ่านต้นไผ่ สลับกับเสียง ป๊าบ ป๊าบ ของเนื้อกระทบกันของหนุ่มสาวดังต่อเนื้อยาวนาน

รินหลับตาปี๋อ้าปากค้าง เหมือนอยากจะร้องแต่ร้องไม่ออก เธอคงเจ็บร่องมากๆ ผมงับหัวนมเธออีกครั้ง และตวัดลิ้นไปมาอย่างรุนแรง รินตัวกระตุกขึ้นหลายรอบ และผมรู้สึกว่าร่องเธอมันกระเด้าง่ายขึ้นเพราะน้ำเธออกมาเยอะมาก รินแทบจะนอนฟุบลงที่อกผม ปล่อยให้ผมกระเด้าหีเธออย่างบ้าคลั่งต่อเนื่องและยาวนาน ครั้งนี้มันออกยากมากกว่าครั้งแรก ผมกระเด้าจนเอวแทบเคล็ดและสุดท้ายก็ฉีดน้ำขาวๆเข้าไปในตัวเธออีกครั้งเป็นน้ำที่ 2 ภายในเวลาที่ห่างกันไม่นาน รินครางอย่างแผ่วเบาว่าอุ่นจัง



เราไม่รู้ว่าเวลามันเนิ่นนานผ่านไปแค่ไหน

ผมกับรินควบม้าตัวเดิมกลับมาด้วยกันอย่างเหนื่อยอ่อน รินแทบจะยืนไม่อยู่ด้วยซ้ำ เธอบอกว่าเธอเจ็บระบมไปทั้งตัวแล้ว เธอบ่นกับผมว่า ออกศึกยังไม่เหนื่อยขนาดนี้

รินบอกผมว่า ท่านน่าจะซุกซนเกินเหตุ ถึงได้ไปหยิบเอาผลคลุ้มคลั่งเข้าปากเสียได้ เป็นผลไม้ที่อย่าไปกินอีก กินเข้าไปแล้วจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งจนควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนั้น แต่ก็แก้ได้ด้วยการกินผลสงบ แต่ผลสงบจะหายากหน่อย ไม่เหมือนผลคลุ้มคลั่ง ที่หาได้ทั่วๆไปหุบเขานี้

ผมคลุ้มคลั่ง บ้าอะไร นี่มันยาปลุกเซ็กซ์ชัดๆ
...
เธอมาส่งผมที่พักส่วนตัวก่อนจะขอตัวกลับไปนอนพัก เธอบ่นอุบว่า เพราะความมือบอนของนายท่าน ทำเธอระบมไปทั้งตัว  ผมขอโทษเธออีกครั้ง แต่ก็แอบชมเธอกลับไปว่า แต่ ริน ก็สวยน่ารักขนาดนั้น ถึงผมไม่โดนฤทธิ์ผลไม้บ้าๆนั่น ผมก็จะปล้ำเธออยู่ดี

ริน ฟังแล้วค้อนผมวงใหญ่ก่อนจะควบตะบึงม้าจนลับสายตาไป

ทีแรกผมว่าจะนอนพักสักหน่อย แต่เมื่อมาถึงปรากฏว่ามีนักรบหญิงหนึ่งนางมารอผมอยู่แล้ว เธอบอกว่ายายเฒ่าเรียกหาให้ผมไปพบ ผมเก็บข้าวของเล็กน้อยก่อนจะเดินตามเธอออกไป
...
ผมเล่าให้กับ ยายเฒ่าฟัง ถึงแนวคิดด้านการส่งสินค้าไปขายในเมืองใหญ่ โดยไม่ผ่านตัวกลางคือพวกพ่อค้าเถื่อน ยายเฒ่าถามผมกลับว่า มันจะทำได้จริงหรือ เพราะเพียงแค่รู้ว่านี่เป็นสินค้าจากชนเผ่าของเรา ชาวเมืองก็น่าจะพากันรังเกียจเดียดฉันท์ พาลไม่คบค้าด้วยเป็นแน่ ผมฟังแล้วแอบยิ้มมุมปากเล็กๆ

ถ้าปัญหามีเพียงเท่านี้ ผมจัดการได้แน่นอน   ผมเอ่ยบอกกับเธอ

ยายเฒ่ามีสีหน้า งุนงงอีกครั้งก่อนจะโบกมือเอ่ยขึ้นอย่างรำคาญใจว่า เอาเถอะๆ เจ้าเป็นหัวหน้าเผ่าแล้วนิ ทุกอย่างล้วนแต่เจ้าเป็นผู้ตัดสินใจ ข้ามันเพียงคนชรา ทุกอย่างล้วนแล้วแต่คนหนุ่มสาว

สิ้นเสียงยายแก่ กีช่า เดินเข้ามาพอดี กริยาของเธอดูตายด้านเย็นชาสนิท เธอเพียงโค้งตัวเล็กน้อยต่อยายเฒ่าก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ผู้อาวุโส เรียกข้ามามีเรื่องอันใด   เธอเอ่ย

ยายเฒ่ามองที่เธอ ก่อนจะเหลียวมองที่ผม แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย ผมลอบร้องคำร้ายกาจในใจ ยายเฒ่าเหมือนจะอ่านจิตใจผมออก เธอหัวเราะด้วยน้ำเสียงน่ารังเกียจ ทำเอากีช่า งุนงงไม่น้อย

หนุ่มสาว หนอ หนุ่มสาว อย่างที่ข้าบอกเจ้านั่นไง ข้ามันเพียงคนชรา ทุกอย่างล้วนเป็นหน้าที่ของหนุ่มสาว  เธอเอ่ยขึ้นอย่างมีเงื่อนงำก่อนจะ เดินไคว้หลังหนีหายออกไป ปล่อยเพียงเราหนุ่มสาวไว้ตามลำพัง
...

ผมยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของยายเฒ่า แต่ผมคงไม่ปล่อยโอกาสที่ได้อยู่ตามลำพังกับ กีช่า หลุดลอยไปแน่ๆ

ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว เราขอตัวกลับก่อน  กีช่าตัดบทก่อนจะรีบเดินตามออกไป

เดี๋ยวก่อน เจ้าจะหนีเราไปถึงไหน  ผมเอ่ยถาม

ใครหนีท่าน  กีช่าหันกลับมาตวาดใส่ผม ด้วยอาการฉุนเฉียว

ทำไมต้องฉุนเฉียวด้วย เราแค่ถามเจ้าดีๆ  ผมเอ่ยกับเธอ

เธอหลับตาลงวูบหนึ่ง เหมือนพยายามจะสะกดอารมณ์ฉุนเฉียวนั่นลง มองๆดูแล้ว เธอเพิ่งจะอายุ 20 หมาดๆ กริยาท่าทางดูไปแล้วก็ไม่ได้ต่างจากเด็กวัยรุ่นเอาแต่ใจทั่วๆไป การจะวางตนให้สุขุมตลอดเวลา คงเป็นเรื่องขัดวัยเธอไม่น้อย

ท่านเป็นหัวหน้าของเราแล้วนิ ขอเพียงแต่ท่านเรียกหา เราก็ต้องมารายงานตัวต่อท่านอยู่แล้ว ใครว่าเราหนีหน้าท่าน ท่านไม่ได้เรียกหาเราต่างหาก   เธอเอ่ยเหตุผลขึ้นอย่างฉะฉาน

แม้คำพูดคำจา จะสื่อออกมาอย่างนั้น แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่เลย เธอออกลูกประชดเสียมากกว่า อยากจะเล่นต่อคำนักใช่ไหม

ได้ยินอย่างนั้นก็ดี อย่างนั้นคืนนี้ เจ้ามานอนกับเราได้หรือไม่  ผมเอ่ยถาม

แล้วก็เป็นอย่างที่คาดคิดไม่มีผิด เธอถลึงมองผมอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองพลาดพลั้งอย่างสู้ไม่ได้ เธอสะบัดหน้าปรี่เดินออกไปอย่างไม่ต่อคำ เดือดร้อนผมต้องวิ่งตามยายหัวหน้านักรบผู้เอาแต่ใจคนนี้

เธอหยุดลงหน้ากระโจมของเธอ เอ่ยผมอย่างขุ่นเคืองว่า เราไม่ยอมเจ้าแล้ว เราเป็นเพียงคนในชนเผ่าคนหนึ่งของเจ้า ไม่ใช่ทาสบำเรอกาม ที่เจ้าจะเรียกหาได้ตลอดเวลา หากเจ้ามากราคะนัก ก็ไปหา ริน ซะสิ

โหยยยย ผมลอบเบิกตาโต เป็นครั้งแรกที่เธอเผยไต๋ ที่แท้ก็ไม่ใช่เรื่องอะไร เธอหึงหวงผมกับ ริน นั่นเอง

ผมรีบตัดบทว่า กีช่า อย่าทำแบบนี้ แม้เราจะเป็นหัวหน้าเผ่าหรืออะไร แต่ระหว่างเจ้าแล้วเรายังเหมือนเดิม อย่าทำตัวเหินห่างเราแบบนี้เลย  ผมบอกกับเธอ

กีช่า ไม่เพียงไม่ฟังผม แต่ยังสะบัดหน้าเดินหนีเจ้ากระโจมไปอย่างรวดเร็ว ผมไม่ลดลาที่จะติดตามเธอไปอีกครั้ง

เธอนั่งอิงกับเก้าอี้ตัวโปรดอย่างหัวเสีย ก่อนจะเอ่ยทีเล่นทีจริงว่า

ท่านพูดว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม ท่านกล้านวดขาให้เราหรือไม่ ถ้าเจ้ากล้าทำข้าก็จะเชื่อว่าที่เจ้าพูด เจ้าพูดจากใจจริง

บางครั้งเธอดูเป็นนักรบที่ห้าวหาญ บางครั้งก็เป็นเด็กหัวดื้อคิดแต่จะเอาชนะ สตรีผู้นี้เอาใจยากเสียจริงๆ ผมยอมรับว่าเธอรับมือยากกว่าคนไหนๆ

เธอกระหยิมในใจ ไม่มีบุรุษผู้ใดในโลกหล้า ที่จะยอมปรนนิบัติหญิงสาว และยิ่งกับการนวดเท้าแล้ว ถือเป็นงานของทาสชั้นต่ำที่สุด กับเขาเพิ่งรับตำแหน่งหัวหน้าเผ่ายิ่งแล้วใหญ่ เธอค่อนข้างมั่นใจว่าศึกครั้งนี้ต้องจบลงด้วยชัยชนะของเธอ ไม่นานนักเขาคงจะรับไม่ได้และเดินหนีออกจากกระโจมเธอไป อย่างเลี่ยงไม่ออก

แต่แล้วเขากลับทำเรื่องที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน เขาคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ และค่อยๆใช้มือทั้งสองข้างกุมบริเวณฝ่าเท้าเธอไว้ และค่อยๆบีบนวดมันอย่างไม่รังเกียจ กีช่า เอามือปิดปากและเบิกตาโต ท่านทำอะไรเนี่ย ท่านทำแบบนี้ได้อย่างไร เธอเพียงแค่คิด แต่ไม่กล้าเอ่ยออกไป

มือบุรุษ บีบนวดอย่างแผ่วเบาที่บริเวณฝ่าเท้า ก่อนจะลากยาวไปถึงบริเวณเนื้อน่องและหน้าขา ผมดึงประสบการณ์จากที่เคยนวดฝ่าเท้าบ่อยๆมาใช้ปรนเปรอให้เธอ กีช่า จ้องมองผมตาแป๋ว บางครั้งเธอก็ดูแข็งกร้าว บางทีก็ดูสับสน

เธอเอามือทั้งสองข้าง กุมหลังมือผมเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

ท่านพอได้แล้ว เราเชื่อแล้วว่าท่านพูดจริง อย่าทำอะไรต้อยต่ำแบบนี้อีกเลย กีช่า เหมือนจะเริ่มเปิดใจให้กับผม

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ให้เราปรนนิบัติเจ้าต่อเถอะ เรายินดีที่จะทำให้

กีช่า อึ้งจนเอ่ยวาจาใดไม่ออก ทำไมบุรุษเช่นเขาถึงได้กล้าลงตัวลงต่ำขนาดนี้ เขานอบน้อมกับทุกคนหรือเปล่า หรือเฉพาะกับเธอเท่านั้น จิตใจเธอเริ่มสับสนจนแสดงสีหน้าออกมา

ผมนวดคลึงเบาๆที่ต้นขาของเธอ กีช่าถือเป็นสตรีที่ผิวพรรณผุดผ่องไม่ด้อยไปกว่าสาวเมือง แต่เธอโดดเด่นกว่าที่หุ่นเซี๊ยะ ดูกระชับไปทุกสัดส่วน ผมลูบไล้ต้นขาเธอเบาๆ จนเธอเริ่มผ่อนคลาย ผมเห็นเธอไม่ขัดขืนจึงเริ่มเรื่อยสูงขึ้น สูงขึ้นเรื่อยๆ จนมีโอกาสได้ลูบไล้ต้นขาเรียวสวยของเธอ

อิสตรี อย่างไรก็ไม่ทิ้งความอ่อนไหว กีช่าเห็นเขาทำเรื่องต้อยต่ำได้ถึงเพียงนี้ เพียงเพราะคำประชดประชันของเธอ หัวใจเธอเริ่มเปิดออก เฝ้ามองเขาลูบไล้ไปตามท่อนขาเรียวสวยของเธอย่างนุ่มนวล

นี่ไม่ใช่เพียงการลูบไล้ต้นขาธรรมดา แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก นิ้วมืออันทรงพลังของชายหนุ่มบีบนวดคล้ายกล้าเนื้อสาวให้เธออย่างนุ่มนวล เธอผ่อนคลายจนลืมเรื่องราวก่อนหน้านี้ไปเสียหมดแล้ว

อื้ออออ  เธอสะดุ้งเฮือกใหญ่ เมื่อรู้สึกว่าฝ่ามือของเขาเริ่มนวดสูงขึ้นจนมาถึงบริเวณหน้าขาของหล่อน กีช่า กระอักกระอ่วมอับจนถ้อยคำ ใจหนึ่งก็อยากจะต่อว่าถึงความมักมากในกามราคะของชายผู้นี้ เธอนึกถึงภาพร่วมรักอันร้อนแรงของเขาและทหารคนสนิทเมื่อคืน เธอรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาในใจ แต่มานั่งนึกๆย้อนดูอีกที ก็เป็นเธอเองไม่ใช่หรอ ที่ส่งเขาให้เข้าสู่พิธีกรรม

บุรุษช่างร้ายกาจนัก เธอเริ่มรู้สึกตัวขึ้น เมื่อเขาพยายามลูบสูงขึ้นเรื่อยๆจนมาถึงหน้าท้องแบนราบของเธอ เธอตัดสินใจ ตะปบหลังมือเค้าเอาไว้

ไหนท่านบอกว่าจะนวดขาให้เราไง เราไม่ได้เมื่อยที่ท้องเสียหน่อย  เธอตัดพ้อกับผม ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

ผมเห็นว่ามันน่าจะสบโอกาสแล้ว ผมเลื่อนต่ำลงที่บริเวณโหนกนูนหลังเต่าของเธอ ก่อนจะใช้ฝ่ามือประกบมันทั้งเนินแล้วลูบไล้ไปเบาๆ  

อื้ออออ กีช่า ออกอาการเหมือนโดนไฟรวก เธอสะดุ้งเฮือก แอ่นโคกรับฝ่ามือผมยกใหญ่ ผมสัมผัสได้ว่าหญิงสาวเริ่มมีอารมณ์ขึ้นแล้ว

เธอหลับตาพลิ้ม ครางซี๊ดในลำคอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เบิกตาขึ้นกล่าวกับผมอย่างแช่มช้า

ตรงนั้นเราก็ไม่เมื่อย สักหน่อย  ท่านรังแกเราอีกแล้วนะ  เธอเอ่ยอย่างรัญจวน

ผมเริ่มรู้สึกว่า ผมกำลังคุมเกมส์นี้ได้ ผมบอกกับเธอ มาเถอะเดี๋ยวเราจะนวดให้เจ้าโกรธเราไม่ลงอีกเลย
ผมอุ้ม กีช่า ที่ตัวอ่อนไปทั่วร่างร่างวางลงที่เตียง ผมจับเธอนอนคว่ำ แล้วคลี่ชุดออกล่าสัตว์ของเธอออก แผ่นหลังเธอนวลเนียนน่าสัมผัส ไม่มีสิวให้รำคาญใจสักเม็ด ผมกระโดดขึ้นคร่อมและลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเรียบเนียนของเธอเบาๆ

อื้ออออ เธอครางขึ้นคำใหญ่ ก่อนจะเอ่ยว่า สบายจัง ท่านไปฝึกปรนนิบัติหญิงสาวแบบนี้มาจากไหน  คงเป็นโจรมากราคะที่พรากสวาทหญิงสาวมาไม่รู้เท่าไหร่กระมั่ง  เธอตัดพ้อต่อว่าผม

ผมโน้มตัวลงไปจูบหัวไหล่ของเธอ และขบกัดที่ติ่งหูเธอเบาๆ ทำเอากีช่า เอียงคอหลบอย่างจักกะจี้

แล้วเจ้าละ ทำร้ายผู้ชายมาเท่าไหร่แล้ว เจ้าขยี้หัวใจชายมาแล้วกี่คนละ  ผมถามกลับบ้าง

หยาบคาย เราไม่ใช่ท่านนะ ที่จะมักมากในกามราคะ เที่ยวอ้อยผู้ชายไปเรื่อย   เธอตอบ

ผมสนุกกับการต่อปากต่อคำของเธอ เสียจริงๆ ถึงตอนนี้ผม นวดคลึงเบาๆที่แก้มก้นเธอ ก่อนจะแหวกผ้าที่คลุมท่อนล่างเธอออก ผมใช้นิ้วกลางของผมแหย่ลงไปหว่างก้นล้วงลึกไปถึงฝีเย็บ แล้วจู่โจมเข้าอย่างจังที่ร่องเสียวหญิงสาว

โอ้ยยยย เธอสะดุ้งเหมือนถูกไฟรน เธอดิ้นพล่านอย่างทุรนทุราย แต่ก็ไม่อาจลุกหนีไปได้เพราะผมนั่งคร่อมอยู่

โอ้ยยยย อื้อออ ท่านเอาอะไรแหย่เข้ามา เอาออกไปเลยนะ อื้อออ โอ้ยยยย มันเสียวนะ เจ้าคนบ้า

ร่องกลีบอูฐ โหนกนูนอย่างสวยงาม ถูกนิ้วมือผมชำแหละแทรกผ่านเข้าไป ผมง้อนิ้วมันเกี่ยวเป็นนขอ เขี่ยติ่งเสียวให้เธออย่างหนักหน่วง กีช่า ดิ้นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ ได้แต่นอนครางปล่อยให้มือผม เกี่ยวเบ็ดให้เธอเสร็จนำไปก่อนรอบนึง

กีช่า หอบหายใจ ร่างกระตุกขึ้นยกใหญ่ ผมจับเธอพลิกกลับมา และจับเธอแก้ผ้าออกจนหมดสิ้น กีช่า ไร้เรี่ยวแรงที่จะขัดขืน ผมบีบคลึงหน้าอกคู่งามขนาดพอดิบพอดีมือ นวดวนไปมาอย่างสบายอารมณ์ เต้านมเธอไม่ใหญ่โตเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับ ริน เอาเข้าจริงๆ เผลอๆ ยังเล็กพอๆกับ โมอา ด้วยซ้ำแต่ก็ทดแทนได้ด้วย เรือนร่างที่สวยคมบาดใจ เธอหุ่นดีมากๆ ไม่มีชั้นไขมันให้เห็น ท่อนขายาวเรียวสวย นี่มันหุ่นระดับซูปเปอร์โมเดลชัดๆ

ผมอาศัยโอกาสที่เธอนอนครางไมได้สติ ผมเดินไปคว้ามีดออกมาบ้าง ผมจับกีช่าแหกขาออกแล้ว ค่อยๆเอามีดประจำเธอนั่น โกนขนบริเวณเนินหลังเต่าเธออกอย่างระมัดระวัง

ว้ายยย ท่านทำอะไร เธอร้องขึ้นอย่างตกใจ ที่เห็นชายหนุ่มกำลังจับเธอโกนขนของวัยสาวเธอออกอย่างหน้าไม่อาย ลึกๆอาจจะเป็นเพราะผมคิดถึงร่องเกลี้ยงเกลาของพวกเด็กๆซะมากกว่า เลยนึกสนุกจับเธอโกนขน

กีช่า หน้าร้อนฉ่า ยิ่งกว่าการเสียตำแหน่งหัวหน้าเผ่าเสียอีก อิสตรีที่ห้าวหาญอย่างเธอกำลัง นอนแหกร่องหีให้บุรุษจับโกนขนออก รู้ถึงไหนอายถึงนั้น ศักดิ์ศรีของการเป็นหัวหน้าเผ่าเธอหายไปไหนหมดแล้ว

โหววววว สวยจัง กีช่า ร่องสวยมากเลยรู้ไหมเวลาไม่มีขน  ผมเอ่ย


*

ออฟไลน์ man5252

  • Full Member
  • **
  • 157
  • 109
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 11
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2016, 06:06:21 AM »
หน้าต่อไปเปิดยังไง งงง  มันยังไม่จบตอนนี่จ๊ะ

*

ออฟไลน์ Wolf Stranger

  • Full Member
  • **
  • 134
  • 111
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 11
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2016, 04:34:51 PM »
จบแบบห้วนๆ หรือเนื้อหาที่ขาดหายไปครับ

*

ออฟไลน์ applej2k

  • Full Member
  • **
  • 199
  • 189
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 11
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2016, 01:47:28 AM »
Thanks you ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ Nunsina

  • Tiny Member
  • *
  • 8
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 11
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2016, 06:05:39 PM »
กำลังสนุกเลย ตอนมันขาดไปครับ ใครมีนส่วนถัดไปช่วยเอามาลงหน่อยครับ ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ coolkid2

  • Tiny Member
  • *
  • 7
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 11
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กันยายน 13, 2016, 11:56:14 PM »
กำลังสนุกเลย ขอบคุณมากนะครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ