ยุทธจักรกามโลกีย์ ก๊อปมา ซ้ำขออภัยด้วยครับ

ยุทธจักรกามโลกีย์ ก๊อปมา ซ้ำขออภัยด้วยครับ

  • 0 ตอบ
  • 4662 อ่าน
*

ออฟไลน์ finex

  • Veteran Member
  • ******
  • 1917
  • 2314
    • ดูรายละเอียด
ฝนตั้งเค้าจนทะมึน ลมกรรโชกหวีดหวิวโหมพัดฝุ่น ละอองให้ปลิวกระจาย สายฟ้าแลบแปรบเปล่งประกายตลอดเวลาบรรยากาศน่าหวาดกลัวยิ่งดุจวาระสุดท้ายจะ มายเยือนหมู่บ้านตั้วล้อ ดินแดนลึกลับของยุทธจักรแห่งนี้ภายในหอสูงอันเป็นห้องพักของคุณหนูใหญ่ หญิงมีครรภ์นางหนึ่งนั่งกระสับกระส่ายอยู่เพียงลำพัง พร้อมกับถอนใจ ส่ายศีรษะ“อนาถใจ เราน่ำเก็งอี้เป็นชายชาติอาชาไนย แต่ต้องกลายเป็นชายมิใช่ หญิงมิเชิง ช่างน่าอับอายนัก”น้ำเสียงแผ่วเบาจนขาดหายไป ในใจลอบตำหนิตัวเอง“น่ำเก็งอี้เอย เพียงวันแรกเจ้ายากจะอดใจแล้ว ท่านผู้เฒ่าเซี่ยงกำชับเป็นมั่นเหมาะ ทุกสิ่งต้องอดทน วันหน้าจึงจะแสวงหาโอกาสล้างแค้นแทนอาจารย์ผู้มีพระคุณได้”ดวงตากราดประกาย เคียดแค้นนั่งอยู่เป็นเวลานาน คุณหนูยังมิกลับมา น่ำเก็งอี้ทนรำคาญไม่ไหวจึงผลักประตูเข้าไปยังห้องชั้นใน กลิ่นหอมราวกับกล้วยไม้โชยเข้าจมูก ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ชำเลืองตามองไป เห็นมุมห้องมีเตียง ข้างเตียงเห็นรองเท้าถักไหมขลิบทอง เพียงเห็นรองเท้ารู้ว่าเจ้าของเป็นหญิงเจ้ายศเจ้าอย่าง ครั้นมองไปที่ผนังเห็นด้ายซ้ายมีภาพหญิงสาวแขวน ไว้“โอ” น่ำเก็งอี้ต้องถอยมาสองก้าว แทบมิกล้าเชื่อสายตาของตน ในแผ่นดินนี้ยังจะมีหญิงงามถึงปานนี้เชียวหรือ หากมิได้พบเห็นกับตาต้องสำคัญผิดคิดว่าเป็นเทพธิดาลอยมา..พูดถึงความสวย สวยเลิศพริ้มเพรามีชีวิตชีวา ดวงตาคู่นั้นช่างวาดไว้หยาดเยิ้มชวนเสน่หา เค้าหน้างามพริ้งไม่มีที่ติ หากจะเปรียบความสวยให้ชัด ความสวยประดามีในปฐพีรวมกันแล้วยังด้อยกว่าส่วนหนึ่ง.“สวยนักหรือ แต่คงเทียบพี่สะใภ้ไม่ติด” เสียงกังวานดุจระฆังเงินดังขึ้นที่ด้านหลัง น่ำเก็งอี้หันขวับ สายตาจ้องประจักษ์อิสตรีวัยสาว ใบหน้าบึ้งตึ้ง ชายหนุ่มประสานมือคำนับ“ข้าพเจ้ากอเทียนเฮียง ขอคารวะคุณหนูใหญ่”“มิต้อง”น้ำเสียงฟังแล้วระคายหู พูดห้วนๆเหมือนโกรธมานานปี“ผู้ใดบอกให้ท่านมา”“คุณชายน้อย”“มีประสงค์ ไร”“ข้าพเจ้าเป็นภรรยาของคุณชายน้อยแล้ว เนื่องจากตั้งครรภ์เจ็ดเดือน จึงเดินทางมาเพื่อรอคลอด” พอบอกถึงคำรอคลอด ผิวหน้าแดงระเรื่อ เสียงสุดท้ายแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน“พี่ชายข้าพเจ้ามีรูปร่างอย่างไร ท่านคงจาระไนได้”น่ำเก็งอี้สะดุ้งเฮือก สตรีนางนี้มาเพื่อทดสอบความจริงเสียแล้ว ชายหนุ่มข่มใจทำเป็นไม่รู้เจตนา ตอบอย่างเครงขรึม“พี่เจ๊กตงหูยาน รูปร่างปานกลาง ผิวสองสี ฝ่าเท้ามีไฝแดงอยู่เม็ดหนึ่ง”คุณหนูใหญ่มีกิริยะตะลึงนิดๆ คล้ายดังผิดคาดหมาย “ใช่ ท่านทราบหรือไม่ว่าเหตุไรข้าพเจ้าต้องเค้นถามอย่างละเอียดลออปานนี้”“มิอาจ ทราบได้”“เพราะหมู่นี้มักจะมีผู้หญิงสวมรอยเป็นภรรยาพี่ชายข้าเข้ามาบ่อยๆ ล้วนแต่มีประสงค์ไม่ดีทั้งสิ้น พี่ชายของข้าเจ้าชู้นัก ไม่มีใครทราบว่ามีภรรยากี่คน ทว่าการยอมให้ท่านกลับมารอคลอด คงเอ็นดูท่านมากกระมัง”“ถ้อยคำคุณหนูใหญ่ยังพูดไม่หมด การที่บอกมีผู้ไม่ประสงค์ดี นั้นทำอะไรหรือ”คุณหนูใหญ่จ้องน่ำเก็งอี้ ถามกลับด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม“ท่านแต่งงานกับพี่ชายข้าพเจ้านานถึงเจ็ดแปด เดือนแล้ว คงจะรู้ชื่อเสียงของข้าพเจ้ากระมัง”น่ำเก็งอี้วิตกจนใจสั่น เซี่ยงฮงตี๊ไม่ได้บอกเรื่องนี้เลย แสดงว่าหญิงสาวระแวงสงสัยแล้ว ทันใดสายตาของน่ำเก็งอี้ก็เห็นแผ่นภาพนั้น มีอักษรเขียนอยู่ประโยคหนึ่ง“ซีเบ๊เอ็ง ขอมอบแผ่นภาพให้คุณหนูจิวซีซีเป็นที่ระลึก”จึงเหลียวมาโปรยยิ้มให้หญิง สาว“คุณหนูใหญ่ เหตุไรกลายมาเป็นคนเข้มงวดกวดขันไปได้”จิวซีซีเผยรอยยิ้มที่มุมปาก พูดเสียงเหี้ยมว่า“แม้นท่านบอกไม่ได้ คงจะเป็นไส้ศึกปลอมมา”“คุณหนูใหญ่เหตุไรต้องทำหน้าบึ้งตึงเช่นนี้ ข้าพเจ้าเพิ่งย่างกรายเข้าหมู่บ้าน ทุกอย่างยังต้องให้คุณหนูจิวซีซีเป็นผู้แนะนำ”จิวซีซีผงะงันอย่างผิดคาดหมาย แต่แล้วก็ยักย้ายเรือนร่างนวยนาดเข้ามาใกล้ นางเอามือไพล่หลังย่างกรายช้าๆพลางเปล่งเสียงหัวเราะบาดหู เจตนาทำท่าทางเหมือนบุรุษ แต่มิมีส่วนคล้ายเลย“ท่านตั้งครรภ์กี่เดือนแล้ว”“เจ็ดเดือน”“จิตใจรู้สึก อย่างไร”“หนักท้องปวดเมื่อย เดินเหินมิสะดวก”จิวซีซียักไหล่เชิดคางพูด“เดินเหินมิสะดวกเป็นเรื่องธรรดา แต่ที่หนักใจนี้ คงจะหนักใจหากท้องของตนหลุดจะทำอย่างไร”น่ำเก็งอี้หัวใจแทบหยุดเต้น“ข้า พเข้าขอถามอีกครั้ง ท่านมีความรู้สึกผิดปกติหรือไม่”“รู้สึกปวดหัวตัวร้อนบ่อยๆ”จิวซีซีหัวเราะ คิกด้วยความขบขัน พลางบอกว่า“หญิงมีครรภ์ปวดหัวตัวร้อน ฮะ ฮะ เป็นอาการที่น่าแปลกประหลาด ชะรอยท่านนี้คงมีร่างกายอ่อนแอยิ่งนักกระมัง”“น้องซี ...ท่าน”“ยังจะมาทำกระบิดกระบวนอีกหรือ น่าเสียดายวิชาปลอมแปลงของท่านเลวสิ้นดี” หญิงสาวเผยอยิ้มน้อยๆแล้วพูดต่อ “ก่อนที่ท่านจะพบเห็นข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจับพิรุธในตัวท่านได้แล้ว” นางถอนหายใจด้วยความสมเพชยิ่งนัก“ประการแรก ตอนที่ท่านนั่งบนเก้อี้ เท้าสองข้างถ่างกว้าง ฟาดหลังมือซ้ายใส่อุ้งมือขวา ซึ่งมิใช่กิริยาของสตรีทั้งหลาย”“โอ”น่ำเก็งอี้ลอบตำหนิความสะเพร่าของตัว เอง“ประการที่สอง ท่านเอามือไพร่หลังเดินวนเวียน นี่ก็เป็นกิริยาของบุรุษแท้ๆ“ประการที่สาม ท่านจ้องมองภาพของข้าพเจ้าตะลึงงัน สายตามิมีแววริษยาแม้แต่น้อย กลับเป็นแววตาคลั่งไคล้พิสมัย นี่ก็เป็นแววตาที่ผิดแผกจากกุลสตรี...ฮึ่ม ฮึ่ม ความที่แท้ท่านเป็นผู้ใด”น่ำเก็งอี้เห็นว่ากลแตกแล้ว เงื้อแขนฟาดพลังออกใส่นางอย่างรวดเร็วหมายจะทะลวงทรวงอกของคุณหนูใหญ่ให้ หงายตึง แต่จิวซีซียิ้มเหี้ยมเกรียม ฟาดกลับด้วยพลังฝ่ามือของสำนัก น่ำเก็งอี้หูตาพร่าพราย เสื้อคลุมที่ปกปิดท้องป่องขาดเป็นรอยยาว พร้อมกันนั้นมือเล็กๆของจิวซีซีฉวยห่อผ้าหนึ่ง ถอยออกไปยืนหัวเราะคิก คิก ข้างประตูเหตุการณ์ตกถึงขั้นนี้ไม่มีทางรอมชอม น่ำเก็งอี้ตวาดเสียงเหี้ยมรั้งฝ่ามือฟาดออกไปอีกครั้งอย่างสุดฤทธิ์ กระแสลมพวยพุ่งเข้าใส่จนร่างอ้อนแอ้นต้องถอยไปสาวก้าว จิวซีซีทระนงถือดีมาตั้งแต่กำเนิด เมื่อโดนบีบบังคับให้ถอยกรูด เดือดดาลพลิ้วกายเข้าไปตะปบศีรษะของน้ำเก็งอี้ มีเสียงดังแช็ค ผมปลอมของน่ำเก็งอี้ถุกกระชากออกไป จิวซีซีหัวเราะคิกคักหน้าบานน่ำเก็งอี้ร้องเสียงหลง รู้ดีว่าฝีมือของตนเองมิทัดเทียม จิวซีซีหัวเราะคิกคักอยู่พักใหญ่ พอสบตากับน่ำเก็งอี้ตะลึงลานอยู่กับที่ คาดมิถึงว่าหญิงตั้งครรภ์ปลอมผู้นี้ จะกลายเป็นชายหนุ่มสง่าผ่าเผยมีราศี ดรุณีสาวผ่านมาสิบเก้าหนาวแล้ว ยังไม่เห็นใครงามสง่าอย่างนี้เลย นางทักทายเสียงอ้อมแอ้ม“ท่าน...ท่านเป็นใคร”น่ำเก็งอี้ถอดเสื้อคลุมทิ้ง ไป“ทราบหรือมิทราบก็เฉกเชนเดียวกัน”จิวซีซีเติมโตด้วยความพะเน้าพะนอจนเอา แต่ใจตัวเอง มาได้ยินคำยโสโอหังแบบี้ ทำให้นางโกรธส่งเสียงแปร๋แปร๋นเหี้ยมเกรียม“ท่านคิดว่าจะรอดไปจากที่นี้ได้ หรือ”“จะรอดหรือไม่รอด ยังจะเดือดร้อนถึงผู้ใดหรือ”จิวซีซีหัวเราะด้วยความเดือดดาล หะแรกคิดจะปลิดชีพน่ำเก็งอี้ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่พอสบตาต้องใจอ่อน เปลี่ยนใจครั้งแล้วครั้งเล่าในที่สุดเหลืออด ฟาดพลังสีดำห้าสายเข้าใส่น่ำเก็งอี้ ชายหนุ่มเร่งพลังขึ้นสุดขีดเงื้อแขนฟาดกลับ เสียงดังโครม ร่างของชายหนุ่มเซถลาไปติดประตู จิวซีซีเอื้อสองแขนตะกายรั้ง มีกระแสพลังดึงดูดอันใหญ่หลวงออกสิบสาย กระชากร่างน่ำเก็งอี้กลับคืนมาดุจแม่เหล็ก จิวซีซีคาดไม่ถึงว่าน่ำเก็งอี้จะมีฝีมือต่ำทรามถึงเพียงนี้ จึงรีบจัดต้นแขนหมายจะประคองไว้ แต่ชายหนุ่มสูญสิ้นเรี่ยวแรงเสียแล้ว ล้ากายโถมทับทรวงอกอันนูนแน่นอย่างจังมีเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจ จิวซีซีนั่นเองที่หวีดร้องเหมือนงูกัด พลันเงื้อแขนฟาดโครมจนน่ำเก็งอี้เซถลาล้มชักดิ้นชักงอ“ท่าน..ท่านเป็นคนเลว ทราม ฉวยโอกาส”น่ำเก็งอี้โดนฟาดเหมือนตุ๊กตามีโทสะ แผดเสียงลั่น“วันนี้ ตัวเราจะสู้ตาย”ร่างดีดขึ้นยืน เงื้อแขนหมายชกมินับแต่จิวซีซีแทนที่จะโกรธ กลับโปรยยิ้มพูดเสียงอ่อนหวาน“ยังจะมีคนโฉดเขลาเช่นท่านอีกหรือ มาล่วงเกินข้าพเจ้าอย่างมินึกกระดาก ซ้ำยังทำหน้าบึ้งตึงเครียด”ถ้อยคำอ่อนโยนชวนฟัง แต่ท้ายประโยคคำรามฮึ่ม พร้อมกับฟาดแขนไปทันที น่ำเก็งอี้กระอักโลหิตกระเด็นขึ้นไปนอนหงายอยู่บนเตียง จิวซีซีตกตะลึงที่เห็นชายหนุ่มนอนแน่นิ่ง ถอนหายใจเบาๆ สีหน้าละห้อย รีบเดินเข้าไปใกล้หมายจะตรวจดูอาการ มือเอื้อมไปแตะที่ชีพจน น่ำเก็งอี้ตวาดเสียงเหี้ยม ดีดร่างฟาดใส่นางเสียงดังโครม แขนข้างหนึ่งของน่ำเก็งอี้ปะทะถูกปทุมถันอ่อนนุ่มข้างซ้ายของนางอย่างจัง จิวซีซีผงะงันถอยไปยืนขบเขี้ยวเดี้ยวฟันมองดูชายหนุ่มอย่างเคียดแค้น น่ำเก็งอี้ตะกายลงจากเตียงตวาด “มา..มาสู้กับข้าพเจ้าให้ถึงตายไปเลย” แล้วพุ่งศีรษะเข้าชนอย่างมิคิดชีวิต จิวซีซีคว้าหมับเข้าที่จุดเส้นและจี้สกัดอย่างรวดเร็ว ร่างของชายหนุ่มอ่อนเปลี้ยสิ้นเรี่ยวแรง จิวซีซีจับวางหงายลงบนเตียง น่ำเก็งอี้นอนหงายหลับตาพริ้ม จิวซีซีกวาดตามองใบหน้าคมสันต้องเผยอยิ้มอย่างแห้งแล้ง พึมพำเสียงเบา“คนโฉดเขลาเอย บางทีเราซีซีอาจเป็นหนี้ท่านมาตั้งแต่ชาติก่อนเป็นได้ …นี่เราจะทำยังไงดี”ทันใด มีเสียงดังแว่วขึ้นจากชั้นล่าง“พี่ซี ท่านอยู่บนยอดหอหรือ” จิวซีซีตกใจ รีบเอาผมปลอมสวมให้น่ำเก็งอี้ แล้วเอาผ้าห่มคลุมไว้ เสียงตึงตังย่ำขั้นบันไดขึ้นมา พอสิ้นเสียงดรุณีวัยรุ่นนางหนึ่งโผล่หน้ามา ดรุณีนางนี้อายุมิเกินสิบห้าสิบหกปี ความสวยมิด้อยกว่าจิวซีซีเลย แต่มีความอ่อนหวานน่ารักไร้ มารยา ผิดกับพี่สาวที่ออกท่าทางกระเดียดไปทางผู้ชาย“พี่ซี มีอันใดสนุกนักหรือท่านจึงแอบอยู่บนยอดหอ”คำถามนี้หากเป็นยามปกตินางจะมิ รู้สึกแปลกหูเลย แต่ตอนนี้มีเรื่องต้องอำพราง จิวซีซีเหมือนคนกินปูนร้อนท้อง ได้ฟังใจเต้นระทึก“เอ๊ะ เหตุไรสีหน้าของพี่ซีจึงเป็นสีแดง”“อี้บุ๊น เจ้าอย่ามาทำสอดรู้สอดเห็นจัดไป” นางแกล้งว่า จิวอี้บุ๊นก้าวเข้ามาในห้อง ทันใดตกใจร้องเสียงหลง“พี่ซี ใครนอนบนเตียง บนพื้นมีโลหิตเต็มเลย”จิวซีซีตกใจจนมือเท้าสั่นเทา อึกอักอยู่นาน จึงตอบ“เป็นพี่สะใภ้ของเจ้า นาง”“อะไรหรือ”“พี่กะจะทดสอบฝีมือนาง. แต่พลั้งมือทำนางแท้ง. เกือบจะตายทั้งแม่ลูก”“โอ...พี่สะใภ้คงเจ็บปวดมาก ข้าพเจ้าต้องเปิดดูสักครั้ง...”จิวซีซีรีบคว้าข้อมือของน้องสาวไว้“น้องอี้ บุ๊น อย่า...คนแท้งใหม่ๆ ต้องห่มผ้าไว้มิดชิด ขืนถูกลมต้องชักดิ้นชักงอ”จิวอี้บุ๊นตะลึงงัน“มิน่าเชื่อเลย พี่ซีมาทำท่าทางเช่นนี้ เกรงว่าข้าพเจ้าจะแย่งพี่สะใภ้ใหม่ไปนอนในห้องหรือ”จิวซีซีหน้าแดงซ่าน ทราบว่าถ้อยคำของน้องสาวไม่มีจิตแอบแฝง พูดออกมาอย่างไร้เดียงสา แต่บังเอิญเป็นคำพูดที่แสลงใจ รีบตัดบท“น้องอี้บุ๊นช่วยบอกมารดาสักคำ พี่จะอยู่เป็นเพื่อนพี่สะใภ้ใหม่ ถึงกลางคืนจึงจะลงไป”จิวอี้บุ๊นถอยออกไปอย่างว่าง่าย จิวซีซีหย่อนกายนั่งบนขอบเตียง ตกลงใจจะช่วยพยาบาลให้น่ำเก็งอี้ฟื้นก่อน ผ่านไปเนิ่นนาน น่ำเก็งอี้จึงฟื้นสติคืนมา คาดมิถึงว่าคนที่ทำอันตรายตนเองจะกลับมาปฐมพยาบาลอย่างเอาใจ จึงลงจากเตียงประสานมือคำนับ“ขอบคุณคุณหนูใหญ่ ที่ช่วยชีวิตข้าพเจ้าครั้งนี้”“ผู้ใดปรารถนาต้อนรับบุญคุณจากท่าน ต่อไปอย่าถือดี เอะอะจะลงไม้ลงมือ”น่ำเก็งอี้รู้สึกกระดากใจ“ข้าพเจ้าวู่วาม ขอคุณหนูให้อภัย”“ท่านชื่อเรียงเสียงใดหรือ”“น่ำเก็งอี้”“อาจารย์ของท่าน”“ บัณฑิตสำราญรมย์ หลืออิดมึ๊ง”“ฟังว่า หลืออิมมึ๊งประสบเคราะห์กรรมเสียแล้ว”“มิผิด ข้าพเจ้าจึงเดินทางมาที่นี่”จิวซีซีตกใจ“ชะรอย บิดาข้าพเจ้ามีอาฆาตแค้นอยู่กับท่านหรือ”“มิมี”“พี่ชายข้าพเจ้ามีอาฆาต แค้นอยู่กับท่านหรือ”“มิมี”“เอ๊ะ กระนั้นท่านมีเจตนาใด”“ขออภัย มิอาจบอก”จิวซีซี กลอกกลิ้งลูกนัยน์ตาสองรอบ ขึ้นเสียงเหี้ยมเกรียมว่า“ท่านมิบอกข้าพเจ้าทราบ ท่านมาชิงร่มมฤตยูใช่หรือไม่”น่ำเก็งอี้อุทานเสียงหลง“ท่าน...ท่านทราบได้ อย่างไร”จิวซีซีพูดเสียงเย้ยหยัน“ฝีมือเพียงเท่านี้ ท่านก็คิดอ่านชิงร่มมฤตยู”“มิผิด นอกจากฝีมือยังมีไหวพริบ” น่ำเก็งอี้กล่าวอย่างภูมิใจ“ฮะ ฮะ ไหวพริบ บังอาจคุยโว”น่ำเก็งอี้มิพอใจ ถามว่า“ถ้อยคำของท่านหมายความว่าอย่างไร”“ง่ายดาย ลำพังท่านอย่าคุยอวดเรื่องไหวพริบดีกว่า“ชะรอย ท่านมิมีความนับถือ”“แน่นอน” จิวซีซีตอบแล้วถอนใจ“แม้นหากท่านมีปฎิภาณไหวพริบดีไฉนจึงมาเผยพิรุธกลาง คัน”“นั่นเพราะโชคข้าพเจ้ามิอำนวย”จิวซีซีทั้งโกรธทั้งขัน พูดเสียงเหยียดๆ“บุคคลที่มีไหวพริบ ถึงคราวโชคอับ ยิ่งแสดงไหวพริบให้เห็นอย่างเต็มที่ แต่ตัวท่านมิมีโชคยังปราศจากปฎิภาณไหวพริบ แม้นข้าพเจ้าไม่ระแวง ท่านก็ยังหลุดรอยสายตาข้าพเจ้าไปมิได้”น่ำเก็งอี้โต้เสียงเครียด“ฮึม ท่านนี้ทระนงเกินไป แม้นว่าท่านอยู่ในฐานะเดียวกับข้าพเข้าเกรงว่ายังเทียบกับข้าพเจ้ามิได้”จิ วซีซีโบกไม้โบกมือ“เอาเถอะเราอย่าพูดเรื่องนี้เลย ท่านจงสวมใส่ผมปลอมอย่างเดิมเถิด”“อะไร ท่านจะช่วยข้าพเจ้าหรือ”“หากท่านต้องการร่มมฤตยูจริง ต้องปลอมตัวพำนักที่นี่ก่อน”“ท่าน...ท่านจะทรยศต่อบิดาหรือ”จิวซีซีโกรธจนตา เขียว“ท่าน..ท่านคิดอ่านจะตาย”“ขณะนี้ยังมิคิด ความจริงท่านนี้มีความงาม แต่กิริยาผิดกับสตรีทั้งหลาย”จิวซีซีก้มหน้า“ในโลกนี้ข้าพเจ้าเพิ่งจะยอมให้ กับบุคคลอื่นเป็นครั้งแรก”“หวังว่าคงมิใช่ข้าพเจ้า”จิวซีซีแผดเสียงแปร๋ นแปร๋“หากท่านบังอาจทำลายน้ำใจข้าพเจ้าอีก ข้าพเจ้าจะเชือดคอท่าน”น่ำเก็งอี้โต้เสียงเย้ยหยัน“เกรงว่าท่านยังทำไม่ได้” จิวซีซีเดือดดาล แต่ไม่รู้จะทำยังไงในที่สุดก็หัวเราะกล่าวเสียงนุ่มนวล“คนเขลา ข้าพเจ้ายอมท่านยังมิดีอีกหรือ รีบสวมผมปลอมเถิด”“ท่าน..ท่านจะช่วยข้าพเจ้าหรือ”“ท่านสูญเสียอาจารย์ ฝีมือต่ำต้อย ข้าพเจ้ารู้สึกสงสารยิ่งนัก”“โอววว” น่ำเก็งอี้อุทานอย่างตื้นตันใจ “ข้าพเจ้ามีความรู้สึกชอบพอท่านเป็นอันมาก”“ชอบพอข้าพเจ้าในสิ่งไร”“หาก ข้าพเจ้าได้รุ่มมฤตยูไปแก้แค้นแทนอาจารย์ ชาตินี้ข้าพเจ้าลืมท่านมิลงแน่”จิวซีซีถอนใจ พูดพึมพำ“ขอให้ปากท่านตรงกับใจ ข้าพเจ้าจะรอคอย”น่ำเก็งอี้สะดุ้งเฮือก“ท่านต้องรอข้าพเจ้าด้วยเหตุใด ท่านเป้นสาวเป็นแส้ จะช้าเร็วก็ต้องตกแต่งเป็นสะใภ้ผู้อื่น”จิวซีซีมองค้อน กัดฟันกรอดๆ“คนเซ่อ ท่านมิทราบจริงๆหรือแกล้งทำเป็นเซ่อ”น่ำเก็งอี้โวยวาย“ดูเถิด ท่านด่าข้าพข้าอีกแล้ว ท่านนี้หญิงมิเป็นหญิง ชายมิเป็นชาย”จิวซีซีถอนใจ“เอาเถิด ข้าพเจ้าหวังว่าท่านคงมิลืม ตลอดชีพข้าพเจ้าจะไม่แต่งงานกับชายใดอีก”“แปลกแท้ ท่านมิยอมแต่งงาน กระนั้นท่านคิดอ่านจะบวชชีหรือ”จิวซีซีเจ็บใจ กระทืบเท้าปังๆ น่ำเก็งอี้พูดต่อ“หากท่านจะบวชชี คงจะรักษาศีลเอาไว้มิได้ เพราะเป็นคนเจ้าอารมณ์”จิวซีซี โกรธจนริมฝีปากสั่นระริก นางมิเคยอ่อนข้อให้ผู้ใด แต่วันนี้ชายหนุ่มคนนี้ทำให้ปวดเศียรเวียนเกล้าจนปัญญาจริงๆป้าบ !น่ำเก็งอี้โดนตบหน้าจนถลา ร้องด้วยความเดือดดาล“ท่าน...ท่าน...ตบหน้าข้าพเจ้า”“มิผิด อย่าว่าแต่ตบหน้าเลย จะฆ่าท่านยังได้ ท่านจงสำรวมไว้อย่าดื้อดึงนัก... เฮ้อ ท่านคงจะหิวแล้วเรารับประทานอาหารกันก่อนเถิด”ครั้นแล้วเรียกสาวใช้ขนสุรา อาหารเข้ามา น่ำเก็งอี้หิวโหยมานานจึงรับประทานอย่างตะกรุมตะกราม จิวซีซีลอบชำเลืองมองตลอดเวลา พอเห็นอิ่มแล้ว ก็เยาะเย้ย“ความสุภาพสักนิดมิมี นี่หรือพี่สะใภ้ของข้าพเจ้า”น่ำเก็งอี้ลูบท้อง“ตำแหน่งพี่สะใภ้มิปรารถนา แล้ว แต่ข้าพเจ้ายังสงสัยเหตุไรท่านจึงจะทำตัวเป็นปฎิปักษ์ต่อบิดา”จิวซีซีผงะ นิดๆ“มิได้เป็นปฎิปักษ์ แต่เพื่อสนองบุญคุณ”“ประหลาด ท่านจะตอบแทนบุญคุณของบิดาด้วยการช่วยคนขโมยของ ฮะ ฮะ”จิวซีซีหน้าแดงคำราม“ท่าจะทราบได้อย่างไร บิดาข้าพเจ้าร่ำรวยเป็นหนึ่งในสี่เศรษฐี พลังฝีมือก็ด้วอยกว่าเจ้าของโรงจำนำบู๊ลิ้มเพียงเล็กน้อย เจ้าของโรงจำนำบู๊ลิ้ม ยังจะต่อสู้กับการผนึกกำลังของบิดามารดาของข้าพเจ้าได้หรือไม่ยังสงสัยนัก” จิวซีซีว่า แล้วถอนใจกล่าว “บิดาข้าพเจ้ามีฝีมือยู่แล้ว การได้ครอบครองร่มกลับมีแต่คนมารังควานไม่หยุดยั้ง หากสูญเสียร่มไปสิ้นเรื่องไปมากหลาย แต่ท่านเป็นคนมิมีชื่อเสียงถ้าได้ร่มไปรีบหาที่ซ่อนตัวฝึกฝีมือที่จารึกอยู่ บนร่มนั้น ไม่นานท่านจะมีฝีมืออันดับหนึ่งสามารถล้างแค้นให้อาจารย์ได้”น่ำเก็งอี้ เอื้อมมือบีบต้นแขนของนางพูดเสียงปลาบปลื้มตื้นตันใจ“โอ...ท่านดีต่อ ข้าพเจ้าเหลือเกิน”จิวซีซีแทนที่จะโกรธที่ถูกชายหนุ่มจับแขน กลับมีความสุขอย่างบอกมิถูก นางมิทราบว่าน่ำเก็งอี้เติบโตย่างเข้าสิบแปดปีแล้ว ยังไม่เคยข้องแวะกับสตรีใดๆเลย จิวซีซีเบิ่งตามองจนค้าง หัวใจดวงน้อยของนางเต้นแรง ต้นแขนสองข้างรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เป็นความสุขมิเคยสัมผัสมาเลยในชีวิตนางถึงกับหลับตาพริ้มปล่อยให้น่ำเก็งอี้ เกาะกุมลูบคลำต่อไปมิได้ปิดป้องน่ำเก็งอี้ตกอยู่ในภวังค์ คุณหนูนางนี้เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นมิน่าเชื่อว่าจะมีฝีมือยอดเยี่ยม บรรยากาศวิเวก ทั้งสองต่างเคลิบเคลิ้ม น่ำเก็งอี้ได้สติก่อน เมื่อเห็นนางนิ่งเงียบหลับตาพริ้มก็ตะโกน“กระไรหรือ ยังพูดคุยไม่จบ ท่านคิดอ่านจะหลับเสียแล้ว”จิวซีซีเคียดแค้นจนตัวสั่น ลอบคิดในใจ“ประหลาดแท้ เป็นคนมีอาการครบสามสิบสอง เหตุไรจึงโง่เขลาเช่นนี้ ชายหนุ่มคนอื่นหมื่นพันคิดเข้าใกล้ เราหานำพาไม่ ส่วนชายคนนี้เราปรารถนาทอดสนิทกลับมาเชือนแช ฮึมๆ จำต้องทดลองอีกขึ้น จะมีใจเด็ดเพียงใด”มารยาของสตรีนั้นเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว จิวซีซีแสร้งหลับตาทำท่าสั่นระทวย โถมเข้าทับน่ำเก็งอี้อย่างหมดเรี่ยวแรงโครมใบหน้าทั้งสองแอบอิงกันอย่างสนิท ปากต่อปากจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม น่ำเก็งอี้ตกใจถอยมาสามก้าว ผลักร่างของนางห่างออกไปกระทำให้จิวซีซีประคองตัวเองยืนอยู่ไม่ติดที่ จิวซีซีเป็นสาวบริสุทธิ์ เมื่อจุมพิตกับผู้ชายตื่นเต้นเอียงอายเอามือปิดหน้า แต่แอบมองลอดนิ้ว เห็นน่ำเก็งอี้ยืนเซ่อ ไม่มีทีท่าปิติยินดีทั้งเจ็บใจและน้อยใจ น้ำตาไหลรินออกมาเป็นทาง ถามเสียงเครือว่า“ท่าน...ท่านต้องการประการใด”“ต้องการอำลาแล้ว”จิวซีซี เหมือนโดนน้ำแข็งสาดโครมลงมา“กระไรหรือ ท่านคิดอ่านจะไปแล้ว”“มิผิด หากแต่”“หากแต่ประการใด”“หากแต่ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่าน จงอย่าได้คิดฆ่าตัวตาย”จิวซีซีงุนงงสงสัย“เหตุไรข้าพเจ้าต้องคิดสั้นถึงกับ ฆ่าตัวตาย”“ข้าพเจ้าผิดไปแล้ว ท่านยังมิให้อภัยอีกหรือ”จิวซีซีส่ายศีรษะ ถามอย่างงุนงง“ท่านผิดในสถานใด”น่ำเก็งอี้ตอบเสียงแหบเครือ“ถึงข้าพเจ้าจะ เติบโตในป่าเขา แต่ก็พอรู้จารีตประเพณี ข้าพเจ้ารู้ว่าการข่มเหงรังแกต่างเพศนั้นมิบังควร เมื่อครู่ ข้าพเจ้าจูบท่านไปครั้งหนึ่ง ความนี้...”ความไร้เดียงสาของชายหนุ่ม ทำให้จิวซีซีเคลิบเคลิ้มจนหลงใหล นางปักใจเชื่อว่าคนเช่นนี้สมควรจะฝากตัวด้วย จึงเดินเข้ามาใกล้ ค้อนทีหนึ่งจึงพูดเสียงอ่อนโยนว่า“คนเซ่อ สตรีกับบุรุษนั้นเมื่อเกิดความพึงพอใจกันแล้วย่อมแสดงออกในน้ำใจ จะตำหนิโทษได้อย่างไร ขอเพียงอย่าได้ประพฤติผิด”คำพูดของนางกำลังจะตำหนิพวกข่มขืน แต่พูดได้ครึ่งเดียวหน้าแดงด้วยความอาย ขณะเดียวกันเกิดความกระสันรัญจวน ยื่นริมฝีปากเข้าไปหาอย่างช้าๆน่ำเก็งอี้รีบถอยด้วยความหวาดหลัว“มิได้แล้ว เมื่อตะกี้เผลอไปแล้ว ท่านยังจะมาชักจูงให้ข้าพเจ้าต้องได้โทษทางใจอีกหรือ”จิวซีซีโกรธจนตัว สั่น“ไปเถิด ไปให้พ้นหูพ้นตา ข้าพเจ้าทราบแต่แรกแล้วว่าคนอย่างท่านนี้ไร้น้ำใจ แล้วก็อกตัญญู”น่ำเก็งอี้ตกใจตะโกน“กระไรหรือ ท่านประณามข้าพเจ้าว่าอกตัญญู”“อาจารย์ท่านประสบเคราะห์กรรมจนบัดนี้ผู้ใด เป็นคนร้ายยังมิทราบ แต่ท่านขาดความหนักแน่นทำเชือนแช การกระทำเช่นนี้จะเรียกว่ากตัญญูได้หรือ” น่ำเก็งอี้นิ่งอึ้งเหมือนฟังนักบุณเทศนา รีบก้มคำนับพูด“ถ้อยคำของน้องซี ล้ำค่าดุจเพชรทอง ข้าพเจ้าวู่วามไปจริงๆ” “ฮึ คนเซ่อหูหนวกเป็นใบ้ มีหรือจะรู้สึกรู้สากับน้ำใจของผู้อื่น”น่ำเก็งอี้เลิกคิ้วขึ้นสูง“ท่านหมาย ถึงข้าพเจ้าหรือ”“มิผิด”น่ำเก็งอี้ถอนใจพูดอ้อมแอ้ม“ข้าพเจ้า..ข้าพเจ้าชอบ ท่าน... แต่เกรงว่า”จิวซีซีเอื้อมมือมาโอบรัดคอของน่ำเก็งอี้ แล้วดึงเขาลงมาประทับริมฝีปาก น่ำเก็งอี้หน้าแดงวูบแต่สัญชาตญานทำให้ตอบรับสนองจุมพิตของนางด้วยความดื่ม ด่ำ ชั่วครู่ จิวซีซีจึงดันใบหน้าเขาออกเบาๆ“พี่อี้..หากพี่ไม่ใช่คนไร้น้ำใจจริง อย่าได้กีดกันคนจนห่างไกลเลย ข้าพเจ้าขอยอมมอบกายใจไว้พักพิงกับท่าน ชาตินี้จะไม่แต่งงานกับใครอีกแล้ว”นางกระซิบเสียงอ่อนหวานที่ริมหู น่ำเก็งอี้เพิ่งใกล้ชิดกับผู้หญิงเป็นครั้งแรกก็ปั่นป่วนกระสันรัญจวนไปหมด ยิ่งได้ฟังถ้อยคำหวานซึ้งทำให้ยั้งใจไม่อยู่อีกต่อไป หัวใจเต้นแรง ตอบกลับด้วยความตื้นตันใจ“เมื่อน้องซีมีใจให้พี่ถึงขนาดนี้ พี่จะขอรักมั่นกับน้องซีตลอดไป”จิวซีซีร้องคราง โผเข้าอ้อมกอดของเขา เรือนร่างอิ่มอุ่นนุ่มนิ่ม กลิ่นที่หอมกรุ่นโชยเข้าไปในจมูก ยิ่งทำให้น่ำเก็งอี้กระสันปั่นป่วนไปทั้งตัว มือเริ่มเปะปะลูบคลำไปตามเรือนร่างของนาง ดวงตาทอประกายร้อนแรง จ้องมองดวงตาที่หยาดเยิ้ม พร้อมกับโอบกอดนางแนบแน่นขึ้นจิวซีซีถูกแขนโอบรัดจนหายใจแทบไม่ออก ต้องหอบหายใจพร่ำเรียก“พี่อี้ พี่อี้”น่ำเก็งอี้แนบใบหน้าที่ร้อนผ่าวกับใบหน้านาง ตนเองส่งเสียงหอบหายใจออกมา จิวซีซีปล่อยให้เขากอดจูบ มือของเขาตะโบมไล้ไปตามเรือนร่าง เคลื่อนไหวไปมาเปะปะ จิตใจเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมา ระหว่างความอาย ความรัก และความต้องการ “โอวววว...น้องซี ตัวของน้องนุ่มนิ่มไปทั้งตัวเลย สบายมือเหลือเกิน”จิวซีซีร้องคราง น่ำเก็งอี้พอใจยิ่งนัก แก้สายรัดถอดเสื้อชั้นนอกให้กับนาง เห็นตัวเอี๊ยมสีแดงฉานห่อหุ้มรัดร่างนางอย่างแนบแน่น ทรวงอกสีขาวสะอาดราวกับน้ำนมที่ถูกกดบดไว้ตัดกับตัวเอี๊ยมสีแดงฉาน ถึงกับสะกิดตัณหาราคะขึ้น ใช้นิ้วมือบดขยี้ที่จุดเด่นที่ดันตัวเอี๊ยมจนนูนออกมานิ้วของเขาขยี้อย่าง รุนแรงด้วยความลืมตัว ทำให้จิวซีซีกรีดร้องออกมา น่ำเก็งอี้หัวเราะชอบใจที่เห็นสตรีที่เพิ่งแสดงความเก่งกล้าดูเปลี่ยนไป อย่างไม่น่าเชื่อ มือของเขาเอื้อมไปแตะที่ตัวเอี๊ยมทำท่าจะถอดออกมา จิวซีซีต้องร้องออกมาอย่างลืมตัว“พี่อี้…อย่า”น่ำเก็งอี้ มองหน้าจิวซีซี แล้วสอบถามด้วยความงุนงง“อะไรหรือ”จิวซีซีนั้นคิดจะร้องห้ามตามวิสัยสตรี แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้านั้นใสซื่อบริสุทธิ์ ถ้าร้องห้ามจริงเขาอาจจะเลิกรา“ไม่...ไม่มีอะไร” น้ำเสียงนั้นแผ่วเบายิ่งนัก อีกทั้งหน้าแดงซ่านด้วยความอายน่ำเก็งอี้หัวเราะเบาๆ ยื่นมือปลดตัวเอี๊ยมของนางออกมา ทรวงอกของนางจึงเปลือยเปล่าแก่สายตาของเขา ทันทีที่เห็นน่ำเก็งอี้ก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า เขาเติบโตในป่าเขา ไม่เคยเห็นผู้หญิงจริงๆมาก่อนเลย แม้อาจารย์ของเขาเคยอธิบายให้ฟังก็ไม่เล่ารายละเอียดถึงขนาดนี้ สายตาของเขาจ้องเขม็ง ปากอ้าตาค้าง จับตาสำรวจนิ่งเหมือนตกอยู่ในภวังค์ทรวงอกของนางเต่งตึงตูมตั้ง เม็ดแดงเล็กๆที่ปลายถันเป็นสีชมพูระเรื่อ จิวซีซีนั้นหลับตาพริ้มอยู่ แต่เมื่อรู้สึกว่าการจู่โจมนั้นชะงักหายไปนาน ก็ลืมตาขึ้นมองด้วยความสงสัย พอเห็นเข้าจ้องมาที่ปทุมถันของตนเองตาไม่กระพริบ หน้าแดงซ่านด้วยความอาย ร้องออกมา“พี่อี้..”“น้องซี พี่...พี่เป็นอะไรไม่รู้ แปลกเหลือเกิน”“กระไรหรือ” จิวซีซีถามด้วยความสงสัย“ดูซิ มัน..มันแข็งขึ้นมาเฉยๆ...โอวววว...แย่แล้ว”พลางยกตัวขึ้น ชี้ไปที่เป้ากางเกงที่โป่งพองออกมาจนเห็นเป็นลำอย่างชัดเจน “อุ๊ยยยยย”นางร้องอุทานหน้าแดง จิวซีซีนั้นไม่ใช่เด็กสาว หากแต่คล้ายบัวตูมที่เบ่งบาน หญิงสาวทุกนางต่างอยากรู้ต่อเรื่องเพศ แต่เมื่อน่ำเก็งอี้ชี้ให้ดูสัดส่วนของตัวเองพร้อมกับถามด้วยคำพูดที่ดูไร้ เดียงสา ทำให้นางทั้งโกรธทั้งขัน หญิงสาวไม่แน่ใจว่าเขาไม่รู้จริงหรือแกล้งถาม แต่ภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตนั้น ทำให้นางปั่นป่วน ใจเต้นโครมคราม รีบหลับตาปี๋ หยิกไปที่ขาอ่อนเขาเบาๆ“โอ๊ยยยยย...น้องซีเหตุใดจึงมาหยิกข้าพเจ้าอย่างนี้ เล่า”จิวซีซีหลับตาไม่ตอบ น่ำเก็งอี้เห็นใบหน้าที่แดงซ่านของนางแล้ว บังเกิดความกระหายหิวขึ้นมาทันใด รู้สึกรุ่มร้อนทั้งกายและใจ พลันแนบหน้าที่ร้อนผ่าวเข้ากับใบหน้าของนางอีกครั้ง เสียดสีไปมา“พี่อี้”หญิงสาวร้องด้วยความดื่มด่ำน่ำเก็งอี้ประคองกอด พร้อมกับพรมจูบซุกไซร้ไปตามซอกคอของนาง จนมีเสียงครวญครางแผ่วๆดังมาจากริมฝีปากงาม เขาขยับเขยื้อนริมฝีปากและปลายลิ้นไล้จากซอกคอลงมา จากนั้นก็ฝังศีรษะกับทรวงอกอวบอิ่ม ขบเม้มที่ปลายถันสีแดงสดของนาง จิวซีซีส่งเสียงครวญครางดังขึ้น อีกทั้งเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยการบิดร่างไปมาราวดอกไม่ไหว เขาจึงไล้ริมฝีปากผ่านหน้าท้องลาดนวลลงมามือของน่ำเก็งอี้แตะไปที่ขอบกางเกง จิวซีซีตกใจรีบเอามือมาเกาะกุมยึดไว้“พี่อี้..อย่า..อย่า”“ทำไมหรือ ”“ข้าพเจ้า...ข้าพเจ้า..อาย”น่ำเก็งอี้หัวเราะชอบใจ ที่เห็นจอมยุทธสาวที่เพิ่งจะอวดโอ่คุยโวอยู่เมื่อสักครู่นั้น อ้อนวอนเขาราวกับเด็กๆ ท่าทางของนางยิ่งสร้างความตื่นเต้นเร้าใจมากขึ้น ชายหนุ่มตอบกลับหน้าตาเฉย“ไม่สน. จะดู”ว่าแล้ว รูดกางเกงนางพรวดเดียวหลุดจากปลายเท้า.หญิงสาวอุทาน ยกมือปิดหน้าด้วยความอับอาย ปล่อยให้เขาเปลื้องเสื้อผ้าออกจากตัวจนหมดสิ้น..น่ำเก็งอี้ตะลึงลานไปแล้ว เรือนร่างเปล่าเปลือยขาวผ่องของคุณหนูใหญ่นั้นงดงามน่าหลงใหลยิ่งนัก ไม่เพียงเฉพาะทรวงอกที่อวบอูมตูมตั้งเท่านั้น หากหน้าท้องของนางยังแบนเรียบ ตะโพกผายสล้าง และขาอ่อนงามกลมกลึง.น่ำเก็งอี้โถมกายลงไป ตะปบคลึงเคล้าทรวงอบอวบอูมของนางลูบไล้ส่วนสัดทั่วสรรพางค์ของนาง จิวซีซีลมหายใจกระชั้นถี่เร็ว ยกมือโอบรอบคอน่ำเก็งอี้ไว้ ตัวสั่นระริกขณะที่เขาระดมจูบอย่างเร่าร้อนรุนแรง“หอม หอมเหลือเกิน น้องซี” เขาพึมพำ.เขาบังเกิดเพลิงปรารถนาลุกโชนอยู่แล้ว ยิ่งได้โอบกอดจุมพิตเนื้อสาวที่หอมกรุ่น ยิ่งสุดจะทนทาน ไฟสวาทแผดเผาส่วนสัดบนร่างจนแดงฉาน ตะโบมเนื้อตัวของนางไม่หยุดยั้ง“พี่อี้.” จิวซีซีเสียงสั่นระรัว เลือดฝาดที่หล่อเลี้ยงพวงแก้มของนางฉีดแรงขึ้นจนเป็นสีแดงสด เมื่อเห็นน่ำเก็งอี้ ลดกายลงไปคุกเข่าอยู่ตรงหน้า น่ำเก็งอี้ไม่เคยพบเห็นสัดส่วนตรงนี้ของหญิงสาวมาก่อน เขาตื่นเต้นยิ่งกว่าฝ่ายที่กำลังถูกจ้องมองด้วยซ้ำ โอ...ทำไมอาจารย์ของเขาไม่เคยบอกเลยว่าส่วนนี้ของหญิงสาวมันจะดูแปลกประหลาด ถึงขนาดนี้ น่ำเก็งอี้ จ้องเอา จ้องเอา จนคุณหนูใหญ่ต้องเอามือไปปิดด้วยความอา“พอแล้ว พี่อี้..อย่าดูเลย”น่ำเก็งอี้รีบแกะมือของนางออก“ขอพี่ดูอีกนิดเถอะน้องซี พี่ไม่เคยเห็นจริงๆ เมตตาพี่เถอะ”จิวซีซีหลับตาแน่น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวันนี้ตัวเองจะมานอนให้ผู้ชายชมเรือนร่างเปล่าเปลือย ของตัวเอง แต่หญิงสาวรู้ว่าชายหนุ่มนั้นเติบโตจากป่าเขามีจิตใจใสซื่อบริสุทธิ์ อีกทั้งตนเองก็ยินยอมมอบกายใจให้เขาแล้ว ในที่สุดนางจึงเอามืออก วางแขนทาบไปที่ข้างกาย ปล่อยให้เขาสำรวจร่างกายของตัวเองอย่างเต็มที่“ขยับขาหน่อยซี น้องซี พี่อยากมองให้ถนัด”ร่างของจิวซีซีสั่นระริก ขณะที่ทำตามคำสั่งของเขา ขาของนางแยกออกจากกันทีละน้อย..ทีละน้อย...น่ำเก็งอี้ยื่นมือที่สั่นระริก เข้าหา กลิ่นอายอันแสนบริสุทธิ์ที่โรยรินเข้าจมูกทำให้เขารู้สึกกระสันรัญจวนไปทั้ง ร่าง เพียงแค่แตะเบาๆที่เนินเนื้อละมุน คุณหนูใหญ่สั่นสะท้านไปกับรสสัมผัส“พี่อี้..”น่ำเก็งอี้ ยื่นริมฝีปากลงไปหัวใจเต้นระทึกขณะที่ซุกไซร้ริมฝีปากหารสชาติอันหอมหวาน จากร่างของคุณหนูใหญ่ สิ่งที่เขาได้รับคือความอบอุ่นนุ่มละมุน “โอววว” จิวซีซีร้องคราง สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายได้ครบถ้วน นางบิดสะโพกไปมาเมื่อลิ้นของเขาตวัดเลียไปตามกลีบเนื้ออันอ่อนนุ่ม ก่อนที่จะสะบัดไปยังตำแหน่งที่ไวต่อความรู้สึก คุณหนูใหญ่กำฝ่ามือแน่นเหมือนจะส่งสัญญาณให้น่ำเก็งอี้หยิบยื่นความสุขให้ ต่อไป  ในที่สุดสัญชาตญาณบงการให้นางขยับต้นขาขึ้นพาดบ่าของชายหนุ่มโดยไม่ อาจข่มกลั้นความอายได้อีกทั้งคู่ล้วนแต่ไร้เดียงสาในเรื่องนี้ แต่ธรรมชาติบันดาลให้ทุกสิ่งเป็นไปตามสัญชาตญาณ น่ำเก็งอี้ดูดดื่มความหวานจนพอใจแล้ว เขาลุกขึ้นถอดกางเกงของตัวเอง จิวซีซีเห็น


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ