ขุนช้างขุนแผน (Copy)  ตอนที่ 11  (กำเนิดกุมารทอง!)คุณ jookie1414

ขุนช้างขุนแผน (Copy)  ตอนที่ 11  (กำเนิดกุมารทอง!)คุณ jookie1414

  • 0 ตอบ
  • 4830 อ่าน
*

ออฟไลน์ สองyu

  • Full Member
  • **
  • 55
  • 1356
    • ดูรายละเอียด
ตอนที่ 11  (กำเนิดกุมารทอง!)

ขุนแผนแสนจะแค้นแน่นในอุรา ด้วยถูกขุนช้างวางอุบายหลอกลวงจนเขาติดกับ ต้องพระอาญา แถมลาวทองก็ถูกยึดเข้าไปเป็นหม้ายหลวงในวังอีก แต่ถึงจะแค้นอย่างไรก็ตาม ในภาวะเช่นนี้ เขาก็สำนึกตัวว่าไม่มีกำลังอะไรจะไปต่อกรกับขุนช้างได้แน่ เขาจำต้องอดทน และจะต้องหาของ 2-3 สิ่ง เพื่อช่วยให้การแก้แค้นของเขาง่ายขึ้น ขุนแผนค้นหาในตำราเวทย์โบราณที่เขาได้รับสืบต่อจากพ่อของเขาขุนไกร เขาก็รู้ว่าเขาจะต้องทำอย่างไร?

ซ่องโจรของหมื่นหาญ เป็นซ่องโจรที่ร้ายกาจในแถบนั้น ใครก็ตามที่โดนโจรกลุ่มนี้มาปล้น มันไม่เคยปล่อยเจ้าทรัพย์เอาไว้ ฆ่าหมดไม่เหลือแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดง หมามันยังฆ่า (ไม่รู้ว่าฆ่าไปทำไม) ชาวบ้านร้านตลาดถ้าได้ยินว่ากลุ่มโจรของหมื่นหาญจะมาปล้นบ้านไหน ก็จะรีบปิดบ้านเงียบ นอนตัวสั่นด้วยความกลัว จนกระทั่งกลุ่มโจรปล้นฆ่าหมดบ้านนั้นแล้วจากไป ถึงจะกล้าออกมานอกบ้าน

ขุนแผนเมื่อได้ยินชื่อเสียงของซ่องโจรนี้ก็สนใจ ด้วยเขาได้ทำนายทายทักตามหลักโหราศาสตร์ของเขาแล้วว่า ที่นี่แหละที่เขาจะได้ของวิเศษ 1 อย่าง แต่การที่เขาจะเข้าไปยังซ่องโจรได้ยังคงต้องรอโอกาสอันดีก่อน

หมื่นหาญ หัวหน้าซ่องโจร เป็นชายวัย 40 เศษ รูปร่างสูงใหญ่ ดำทะมึน สักทั่วตัว นิสัยหุนหันพลันแล่น เจ้าเล่ห์แสนกล ไม่เคยไว้ใจใคร หมื่นหาญมีลูกสาววัยกำดัดอยู่นางหนึ่ง ชื่อ บัวคลี่ อายุอานามก็ราว 17 ปี เป็นลูกสาวคนเดียวที่เกิดจากนางคำ ภรรยาผู้ล่วงลับของเขา บัวคลี่เป็นหญิงสาวที่งดงามนางหนึ่งที่หมื่นหาญรักปานแก้วตาดวงใจ ใครก็ตามที่บังอาจมาทำเจ้าชู้กับลูกสาวสุดที่รักของเขา เขาจะจับมันมาเชือดคอ แล้วปล่อยให้มันตายไปช้าๆ อย่างทรมาน พวกสมุนโจรทุกคนรู้ดี จึงไม่มีใครกล้าแม้แต่จะมองบัวคลี่เลย

วันหนึ่ง หมื่นหาญพาลูกน้องออกปล้นฆ่าเหมือนเคย แต่ขากลับด้วยความบังเอิญ มาเจอกับกองทัพของทางเมืองหลวงที่ลาดตระเวณอยู่แถวนั้นพอดี ก็เลยเกิดปะทะกันขึ้น หมื่นหาญถูกล้อมอยู่ในวงล้อมนานกว่า 2 วันแล้ว
““พี่ เอาไงดี จะบุกออกไปเลยดีมั้ยพี่ เราถูกล้อมมาหลายวันแล้วเนี่ย หิวจนไม่มีแรงแล้วพี่ ถ้าหิวจนหมดแรง เราก็ถูกพวกมันฆ่าแน่””
““เออ กูรู้แล้ว แต่ถ้าบุกออกไป มึงกับกูตายแน่ แถมพวกเราก็ต้องตายกันหมด ขอกูคิดหน่อย จะเอาไง”?” หมื่นหาญซึ่งตอนนี้ก็อิดโรยเต็มที แต่ยังรอบคอบไม่บุกออกไปอย่างที่ลูกน้องเสนอ ก็นิ่งคิดอยู่นาน

ขุนแผนซึ่งติดตามกลุ่มของหมื่นหาญมานาน ตอนนี้รู้สึกว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เข้ากลุ่มของหมื่นหาญได้ ก็ค่อยๆ ย่องออกมาจากจุดที่เขาซุ่มดูอยู่ พลางร่ายเวทย์ อาคมสะกดให้ทหารและพวกโจรของหมื่นหาญหลับ พักเดียวก็มีลมพัดเฉื่อยฉิวออกมา ทำให้พวกทหารและโจรของหมื่นหาญ พากันอ้าปากหาว แล้วก็ค่อยๆ หลับลงไปทีละคนจนหมด ขุนแผนเดินออกมาจากที่ซ่อน แล้วชักดาบออกมาแทงพวกโจรของหมื่นหาญจนด่าวดิ้นไปหมด แล้วแบกตัวของหมื่นหาญออกมาจากวงล้อม ออกเดินมุ่งหน้าไปยังซ่องโจรที่อยู่ไม่ไกลนัก

เมื่อมาถึงยังซ่องโจร พวกโจรเห็นขุนแผนแบกร่างของหัวหน้าพวกมันมาก็รีบเปิดประตูออกมารับ พลางให้ขุนแผนแบกร่างของหมื่นหาญเข้ามาในซ่องโจร บัวคลี่ที่กำลังนั่งคุยกับนางบ่าวคนหนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูค่าย ก็เดินออกมาดู เพราะคิดว่าพ่อคงจะกลับมาแล้ว แต่กลับเจอหนุ่มน้อยรูปงามแบกร่างของพ่อของตนเข้ามา บัวคลี่ซึ่งปกติอยู่แต่ในซ่องโจร ที่เห็นที่พบก็ล้วนแต่พวกโจรใจบาปหยาบช้า เมื่อเจอกับหนุ่มน้อยรูปงามก็ให้รู้สึกสะเทิ้นอาย ขวยเขินไปในทันที

ขุนแผนนั้นเมื่อเดินเข้ามาในซ่องโจรได้เห็นสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ก็ทราบได้ทันทีว่านี่คือบัวคลี่ ซึ่งเป็นบุตรสาวของหมื่นหาญ จึงได้แสร้งทำเป็นไม่สนใจกับท่าทีขวยเขินของนาง แบกร่างของหมื่นหาญเข้ามาวางบนแคร่ไม้ไผ่ ตนเองก็นั่งลงที่ข้างแคร่ไม้ไผ่ ยกผ้าขาวม้าเช็ดเหงื่อบนใบหน้า พลางยิ้มน้อยๆ ให้กับบัวคลี่ที่นั่งตะลึงอยู่บนแคร่ข้างหมื่นหาญ
““ข้าพบพี่ชายคนนี้ถูกทหารหลายคนรุมทำร้ายอยู่ ข้าเลยทนไม่ได้ ช่วยพี่ชายคนนี้ออกจากวงล้อม พี่ชายคนนี้ก่อนที่จะสิ้นสติไปก็บอกที่อยู่ให้ข้าพามานี่แหละ แม่นางคงรู้จักเขานะ ข้าส่งเขามาเสร็จแล้วข้าก็จะกลับละ””

ขุนแผนพูดพลางบริกรรมคาถาแก้ในใจ พลางยกมือขึ้นวางที่อกของหมื่นหาญ ฉับพลันนั้นเอง หมื่นหาญก็รู้สึกตัวขึ้นมา ก็ให้รู้สึกประหลาดใจที่ตนเองกำลังอยู่กลางวงล้อมของทหาร แล้วจู่ๆ ก็หลับไป ตื่นมาอีกทีมานอนอยู่ที่แคร่ไม้ไผ่ที่ในบ้าน แถมมีไอ้หนุ่มหน้ามนมานั่งอยู่ในบ้านอีก แต่ด้วยความเก๋าหมื่นหาญกลับไม่แสดงท่าทีอันใดออกมา เพียงพยักหน้าให้กับบัวคลี่ บัวคลี่ก็รู้งานลุกขึ้นยืนช้าๆ พลางเดินกลับเข้าไปในห้อง หมื่นหาญเห็นลูกสาวกลับเข้าในห้องแล้ว จึงหันมาสนใจกับเจ้าหนุ่มหน้ามนตรงหน้า

““เออ ไอ้หนุ่ม เอ็งเป็นใครเรอะ? เอ็งใช่มั้ยที่ช่วยช้าออกมาจากวงล้อมของทหารพวกนั้นน่ะ””
““ขอรับ ข้าชื่อเดช เป็นคนเมืองเพชร ออกเดินทางมาเพื่อหาความร่ำรวย พอดีข้าผ่านทางมาเห็นพวกลุงกำลังช่วยกันแบกลุงออกหนีทหารมา ข้าเลยเข้าไปช่วยจนพวกทหารหนีไป แต่พวกของลุงเองก็ตายเกือบหมดแล้ว เหลือบางคนยังไม่ตาย เขาบอกข้าให้มาดูลุง ข้าก็มาดู พอข้าเห็นลุงยังไม่ตาย เขาก็บอกให้ข้าแบกลุงมาส่งที่บ้านถี จะมีรางวัล ข้ามันอยากได้รางวัลข้าก็ถามทาง เขาก็บอกทางข้ามา ข้าก็เลยแบกลุงกลับมาที่นี่แหละ ถ้าลุงไม่มีอะไรแล้ว งั้นข้าขอรางวัลด้วยนะลุง แล้วข้าจะไปแล้ว”” ขุนแผนกล่าวพลางลุกขึ้นยืนปัดตูด

หมื่นหาญได้ฟังคำปดของขุนแผน ก็เชื่อสนิทใจ นึกถึงความจงรักภักดีของลูกน้องแล้ว ก็ทำให้น้ำตาคนเริ่มแก่คลอเบ้า นิ่งอึ้งอยู่นาน แต่เมื่อเห็นขุนแผนลุกขึ้นยืน หมื่นหาญก็รู้ว่าไอ้เดชคนนี้ คงจะมีดีเพราะทหารที่มารุมล้อมนั้นมีมากมายนัก แถมมีอาวุธครบมือ ถ้ามันไม่แน่จริง มันก็คงไล่พวกทหารพวกนั้นหนีไปไม่ได้แน่ อีกอย่างมันรู้จักซ่องโจรของเราแล้ว ถ้าเราปล่อยมันออกไป ขืนมันไปบอกใคร เราเป็นได้เดือดร้อนกันหมดแน่ๆ คิดสะระตะแล้ว หมื่นหาญก็ตัดสินใจว่าจะชักชวนให้ขุนแผนมาเป็นพวกในซ่องโจรด้วยน่าจะดี เมื่อคิดได้อย่างนั้นแล้ว หมื่นหาญก็ทำหน้าปลาบปลื้มยินดีกับท่าทีของขุนแผน พลางกล่าว
““เอาอย่างนี้ เอาอย่างนี้ วันนี้มันเย็นย่ำค่ำมืดแล้ว เอ็งแบกข้ามานานคงจะเหนื่อย คืนนี้เอ็งนอนนี่ละวะ แล้วพรุ่งนี้ข้าจะเอารางวัลมาให้กับเอ็ง ดีมั้ย”?”

ขุนแผนนั้นได้ฟังดังนั้น ก็รู้สึกโล่งใจที่แผนการของตนสัมฤทธิ์ผลไปครึ่งหนึ่งแล้ว รีบรับปากรับคำ แล้วตามลูกน้องคนหนึ่งของหมื่นหาญไปอาบน้ำที่คลองหลังบ้าน บัวคลี่นั้นเมื่อเดินเข้ามาในห้องก็แอบมองมาจากในห้อง หูนั้นก็แอบฟังคำสนทนาของพ่อ พอได้ยินว่าพ่อให้พักคืนหนึ่ง หัวใจของบัวคลี่ก็เต้นแรง เลือดสาวฉีดหน้าจนแดงเปล่งปลั่ง ตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก เมื่อเห็นขุนแผนออกเดินตามลูกน้องของพ่อไปอาบน้ำ ก็รีบออกจากห้องทางหน้าต่าง แล้วแอบย่องมาที่คลองด้านหลัง ค่อยๆ ย่องมาหลบยังพุ่มไม้ใหญ่ที่อยู่ติดกับคลองแล้วค่อยๆ แหวกออกเพื่อแอบดู

ภาพที่เห็นทำให้บัวคลี่นั้นตะลึงลาน ด้วยขุนแผนนั้นอาบน้ำในคลอง รูปกายขาวสะอาด บึกบึน แผงอกกำยำล่ำสัน กอรปกับหน้าที่คมสันหล่อเหลา ชวนให้ใหลหลงยิ่งนัก ข้างฝ่ายของขุนแผนเองนั้น เมื่ออาบน้ำที่คลอง เห็นพุ่มไม้สั่นไหว ก็มองดูด้วยหางตา ข้างหูก็ได้ยินเสียงพรายกระซิบ ““มีคนแอบดูน่ะครับนาย เป็นเด็กสาวที่เป็นลูกสาวหมื่นหาญ”” ขุนแผนได้ฟังดังนั้น ก็ยิ่งแกล้งทำเป็นถูเนื้อถูตัวหนักกว่าเดิม แถมบางครั้งยังให้ควยอาคม โผล่พ้นน้ำให้เห็นชัดถึงความสวยงามดุจดั่งงาช้าง งอนงามแข็งแกร่ง ทำให้บัวคลี่ที่แอบดูอยู่นั้นถึงกับวาบหวิว ซอกหลืบลับชุ่มชื้นขึ้นมาทันที ทำให้บัวคลี่ทนไม่ได้ต้องล้วงมือเข้าไปในผ้านุ่ง ถูไถไปตามแคมหลืบอย่างลืมตัว ปลายนิ้วเกลี่ยเร้าที่ปลายยอดกระจิดริดที่ไวต่อความรู้สึก

บัวคลี่นั้นตอนนี้ลืมไปแล้วว่าตนเองกำลังแอบดู มือหนึ่งเกลี่ยเร้าที่ร่องหี อีกมือนั้นก็บีบเคล้นที่หน้าอกนิ้วมือบีบบี้ที่ปลายยอดติ่งนมสีน้ำตาลอ่อนที่ตอนนี้แข็งเป็นติ่งไตชี้ชันสู้มือ ยิ่งบีบบี้ก็ยิ่งเสียว น้ำในร่องแคมเยิ้มติดนิ้วมือเป็นมัน บัวคลี่นั้นเสียวจนทนไม่ได้ แหย่นิ้วเข้าไปในร่อง ชักเช้าออกอย่างไม่กลัวเจ็บ ยิ่งชักก็ยิ่งมัน น้ำในร่องกระทบกับนิ้วมือดังเจ๊าะแจ๊ะ บัวคลี่ชักเข้าออกอยู่อยู่พักหนึ่ง ก็เกร็งกระตุกแล้วก็นอนพังพาบไป

ขุนแผนนั้นเมื่ออาบน้ำเสร็จ ก็แต่งตัวขึ้นมา เข้าไปยังเรือนพักที่หมื่นหาญให้ลูกน้องจัดไว้ให้ พลางบริกรรมคาถาปลุกพลังให้กับโหงพรายที่ตนเลี้ยงไว้มิให้ถูกเจ้าที่ข่มจนหมดพลัง พลางกำชับให้โหงพรายปลุกตนถ้ามีใครต้องการจะมาทำร้าย จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนหลับไปอย่างอ่อนเพลีย ตอนดึกคืนนั้นเอง ขุนแผนที่นอนหลับสนิทอยู่ก็ถูกเสียงโหงพรายมากระซิบปลุกให้ตื่น ขุนแผนจึงนอนหลับตาแต่มือค่อยๆ ล้วงเข้าไปหยิบดาบออกมาวางไว้ข้างกาย แล้วแกล้งทำเป็นนอนหลับต่อ

สักพักก็ได้กลิ่นแป้งกระแจะจันทร์หอมอบอวลมาในห้อง มีร่างอบอุ่นนุ่มนิ่มร่างหนึ่ง มานอนแทรกอยู่ในผ้าห่มกับตน แถมพอขุนแผนเอามือไปจับกลับไปถูกกับเนื้อหยุ่นๆ อบอุ่นนุ่มนิ่ม
““อาววว์ พี่เดชจ๋า จับโดนนมน้องแล้วอย่าปล่อยนะคะ บีบแรงๆ ก็ได้ค่ะ บัวคลี่ทนได้””
ขุนแผนได้ฟังก็รู้ว่าเป็นบัวคลี่นั่นเอง เขาจึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ผลักตัวของบัวคลี่ออก แล้วกล่าว
““บัวคลี่ เธอทำอย่างนี้ถ้าพ่อของเธอรู้เข้า เขาจะต้องเสียใจนะ ถ้าเธอทำตัวใจง่าย ก็จะไม่มีใครเขารักเธอจริง พี่ขอเตือนนะ””

บัวคลี่ได้ฟัง แทนที่จะสลด กลับยิ่งทำหนักมือขึ้น เปลื้องผ้าออกหมด จนตัวล่อนจ้อน แล้วโดดโผเข้าใส่ขุนแผน ทำเอาขุนแผนที่ไม่ทันได้ระวังตัว ล้มลงไปกับที่นอนโดยมีตัวของบัวคลี่ทับอยู่ที่ด้านบนของตัวเขา ปากของบัวคลี่ก็ประกบกับปากของขุนแผน แทรกลิ้นอบอุ่นควานหาลิ้นของขุนแผน แล้วกระหวัดพันกัน มือนั้นเล่าก็ล้วงเข้าไปในกางเกงของขุนแผน ควานหาควยอาคม เมื่อเจอก็กำเอาไว้แน่น พลางถอกควยอาคมเข้าออก สร้างความเสียวซ่านให้แก่ขุนแผน จนลืมว่าตนเองจะมีแผนอย่างไร

สองมือของขุนแผนก็มิได้น้อยหน้า ล้วงขึ้นมาบีบหน้าอกเป็นกระเปาะของบัวคลี่ สองนิ้วบีบบี้ที่หัวนมจนมันแข็งเด่ เป็นไต ปากก็ดูดหัวนมเข้าไปดุนดันอยู่ในปาก ลิ้นตวัดปาดไปมา ปากก็ดูดแรงๆ เบาๆ หูก็ได้ยินเสียงหอบหายใจแรงของบัวคลี่ ปนกับเสียงครางด้วยความเสียวซ่าน สักพักก็รู้สึกว่าควยอาคมถูกดูดเข้าไปในความอบอุ่นเปียกชื้น บัวคลี่นั่นเองก้มลงดูดควยอาคมของขุนแผนเข้าไปในปาก พลางใช้ลิ้นปาดไปมาบนหัวควยของขุนแผน บางครั้งก็ใช้ลิ้นไชรูเยี่ยวทำให้ขุนแผนถึงกับหลับตาสูดปากออกมาเบาๆ ด้วยความเสียว

ขุนแผนจึงจับตัวของบัวคลี่ลงนอนบนที่นอน แล้วลุกขึ้นจับสองขาของบัวคลี่มาพาดบ่า พลางค่อยๆ จ่อควยอาคมเข้าไปที่ร่องแคมที่ตอนที่เปียกแฉะไปด้วยน้ำเงี่ยนที่ไหลออกมาจนหมอยลู่ราบไปหมด ขุนแผนใช้ควยอาคมปาดไปมาบนร่องแคม โดนแตดบ้าง โดนแคมบ้าง บางครั้งก็จ่อเข้าไปเบาๆ จนหัวควยนั้นเป็นมันเลื่อมไปหมด แล้วจึงค่อยๆ ดันควยอาคมเข้าไปช้า ๆ

บัวคลี่นั้นต้องมนต์ของควยอาคม เมื่อโดนควยอาคมแทรกเข้าไปในร่องหี ก็สะดุ้งเหมือนกับโดนไฟช้อท รูหีเกร็งขมิบถี่ ปล่อยน้ำเงี่ยนทะลักทะลายออกมาชโลมหัวควยอาคมจนเปียกโชก ควยอาคมก็ค่อยๆ ทำหน้าที่แหวกแทรกเปิดทางร่องหีที่คับแคบ ที่ไม่เคยมีใครแหวกเข้ามาก่อน ปึด ปึด ปึด เสียงลำควยเสียดสีกับร่องหีอันคับแคบ พร้อมกับเสียง อี๋ อี๋ อี๋ ของบัวคลี่ ที่รู้สึกทั้งเจ็บปนเสียวซ่านอย่างที่สุด สองขาก็กางอ้าออก สองมือก็รั้งที่แขนของขุนแผน จะผลักจะดันบอกไม่ถูก ขุนแผนนั้นรู้งานดี ชักควยอาคมออกมาช้าๆ พอบัวคลี่แอ่นตูดตามควยอย่างเสียดาย ก็กระแทกควยตาม หนอกควยกระแทกกับหนอกหีดังป้าบ ขุนแผนไม่รอช้า กระแทกต่อเนื่อง ป้าบ ป้าบ ป้าบ ทำเอาบัวคลี่นั้นแข็งเกร็งตัวเสียวซ่านบอกไม่ถูกดูจดั่งขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้าตาเหม่อลอยเคลิ้ม ปากอ้าน้อย ครางออกมาเบา ๆ สองแขนกอดตัวของขุนแผนไว้แน่น

ขุนแผนนั้นเมื่อเห็นอาการของบัวคลี่ ก็กดกระแทกถี่ยิบ พลางบดคว้านควยอาคมให้ชอนไชไปทั่วร่องหีของบัวคลี่ บางครั้งก็ชักยาวออกมาจนเกือบหลุดแล้วกระแทกซ้ำเข้าไปอย่างแรง จนบัวคลี่หัวสั่นหัวคลอน ปากก็ก้มลงกัดที่หัวนมเต่งของบัวคลี่เบา ยิ่งสร้างความเสียวให้แก่บัวคลี่เป็นทวีคูณ บัวคลี่นั้นครางอี๋ อี๋ ด้วยความเสียว พลางยกสองแขนกดตูดของขุนแผนให้กระแทกถี่ขึ้นแรงๆ ขุนแผนรู้ว่าบัวคลี่นั้นใกล้จะขึ้นสวรรค์แล้ว ก็รีบระดมกระแทกควยถี่ยิบ จนในที่สุด ทั้งขุนแผนและบัวคลี่ก็ตัวอ่อนระทวยล้มลงนอนกอดกัน

ฉับพลันนั้นเอง หมื่นหาญที่ไม่รู้มาจากไหนก็โผล่เข้ามาในห้อง พลางใช้ดาบนั้นจ่อที่คอของขุนแผนไว้
““ไอ้เดช มึงทำระยำยังงี้ในบ้านกูได้ยังไงหา มึงทำไมระยำอย่างนี้ มึงคิดว่ามึงช่วยชีวิตกูมาแล้ว มึงจะปู้ยี่ปู้ยำลูกสาวของกูยังไงก็ได้ใช่ไหมวะหา กูคงเอามึงไว้ไม่ได้แล้วไอ้ระยำเอ้ย””

บัวคลี่และขุนแผนเมื่อเห็นหมื่นหาญเข้าห้องมาก็ตกใจ ขุนแผนนั้นได้สติก่อนก็ยกมือขึ้นไหว้หมื่นหาญแล้วบริกรรมคาถาเมตตามหานิยมในใจ พลางกล่าวกับหมื่นหาญว่า
““ลุงจ๊ะ ฉันไม่ได้มีเจตนาจะทำระยำอย่างนี้หรอกจ๊ะ เพียงแต่ฉันทำไปแล้วฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น ลูกสาวลุงก็ได้เสียเป็นเมียของฉันแล้ว จะให้ฉันทำอะไรฉันก็ยอมล่ะจ๊ะ แต่ลุงอย่าทำบัวคลี่เลยนะ เขาเป็นลูกสาวของลุง””
หมื่นหาญเมื่อต้องคาถาเมตตามหานิยมของขุนแผนเข้าก็เริ่มลดความโกรธลงมากแล้ว เมื่อเห็นขุนแผนนั้นยอมศิโรราบกับตนก็ยิ่งหายโกรธ แถมท้ายด้วยคำพูดที่ตรงใจของเขา ก็ยิ่งทำให้เขาโกรธไม่ลง หมื่นหาญจึงยกดาบออกจากลำคอของขุนแผน พลางหันหลังเดินออกมาจากห้อง

ขุนแผนกับบัวคลี่เห็นหมื่นหาญยกโทษให้ ก็รีบเอาเสื้อผ้ามาใส่ แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปหาหมื่นหาญโดยทันที หมื่นหาญนั้นรออยู่ที่ด้านนอกของห้อง เมื่อเห็นขุนแผนกับบัวคลี่ออกมาจากห้องแล้ว ก็กวักมือเรียกให้ทั้งสองเข้าในห้องของตน ขุนแผนกับบัวคลี่นั้นมองหน้ากันด้วยความสงสัย แต่ก็เดินตามหมื่นหาญเข้าไป ภายในห้องนั้นมีหีบใหญ่เล็กอยู่มากมาย เป็นของที่หมื่นหาญนั้นได้มาจากการปล้นสะดมเจ้าทุกข์ทั้งหลายมานั่นเอง

““เอา เอ็งสองคนเลือกเอาไปคนละหีบ พ่อให้ เพื่อให้เอ็งทั้งสองได้ใช้เป็นทุนที่จะครองชีวิตคู่ร่วมกัน พ่อก็ให้เอ็งได้แค่นี้ ถ้านอกจากนั้นพวกเอ็งก็คงจะต้องหากันเอง เลือกได้แล้วก็ออกไป พ่อยังมีเรื่องจะคุยอีก””กล่าวเสร็จหมื่นหาญก็เดินออกจากห้องนั้น ทิ้งให้ขุนแผนและบัวคลี่ยืนงงงันอยู่เป็นนาน ก่อนที่จะเข้าใจว่าหมื่นหาญพูดความหมายอย่างไร

บัวคลี่นั้นดีใจอย่างมากกระโดดกอดขุนแผนไว้แน่น แล้วระดมจูบขุนแผน สำหรับขุนแผนน่ะหรือ คาดเดาเหตุการณ์นี้ได้อยู่แล้ว เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าหมื่นหาญจะใจกว้างขนาดนี้ เมื่อโดนบัวคลี่ระดมจูบก็ได้สติ กระซิบบัวคลี่ให้ทำตามที่หมื่นหาญสั่งไว้ บัวคลี่จึงเดินเข้าไปในส่วนลึกของห้อง แล้วเลือกหีบที่นางต้องการ ส่วนขุนแผนนั้น สำรวมจิตแล้วลืมตา มองเห็นในส่วนลึกของห้องนั้นมีประกายแสงแวววาวอยู่

เขาจึงเดินลึกเข้าไปยังประกายนั้น เมื่อมาถึงเขาเห็นว่ามันเป็นเพียงหีบสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าใบเล็กๆ เท่านั้น ไม่มีอะไรพิเศษเลย เมื่อเปิดออกดู ภายในหีบไม่ได้มีทรัพย์สินเงินทองเลย มีเพียงแต่เศษโลหะดำๆ 7-8 ชิ้นเท่านั้น ขุนแผนเมื่อเห็นดังนี้แล้วก็ดีใจยิ่งนัก ด้วยเศษโลหะเหล่านี้แหละที่เขาต้องการ มันเป็นการรวมของสุดยอดโลหะที่มีความขลังในตัว อาทิ เหล็กจากปลายยอดเจดีย์ที่โดนฟ้าผ่า หรือบางครั้งก็เป็นเหล็กกล้าที่ถูกปักเพื่อกักวิญญาณของปิศาจร้ายในอดีตกาล หรือบางชิ้นก็เป็นโลหะที่ได้มาจากพม่าโดยเป็นสะเก็ดของพระพุทธรูปโบราณที่แตกหักพังออกมา

ขุนแผนนั้นได้รู้เรื่องนี้จากตำราโบราณของบิดา ว่ามีช่างตีเหล็กที่อยู่บริเวณนี้คนหนึ่งได้พยายามรวบรวมโลหะเหล่านี้เพื่อจะนำมาตีเป็นยอดดาบ ซึ่งบิดาของเขายามมีชีวิตอยู่ได้เจอกับช่างผู้นี้ แล้วสัญญากันว่าถ้าตีดาบเสร็จแล้วเขาจะมารับ แต่บิดาของเขาไม่สามารถมารับได้แล้ว แต่ก็ยังบันทึกส่งต่อไว้ให้แก่รุ่นหลังเพื่อจักได้มาตามหาช่างตีดาบคนนี้ได้ถูก

ขุนแผนนั้นเมื่อตอนแรกได้อ่านบันทึกดีใจมาก แต่เมื่อมาถึงบ้านของช่างตีเหล็กกลับพบแต่ซากปรักหักพัง เมื่อไถ่ถามชาวบ้านก็บอกว่ากลุ่มโจรของหมื่นหาญได้มาปล้นสะดมบ้านนี้ไปแล้วเผาบ้านทิ้ง ขุนแผนจึงได้พยายามติดตามและแฝงเข้ามาเพื่อจักได้เอาสุดยอดโลหะนี้ไปใช้ในการแก้แค้นของเขา ขุนแผนคลี่ผ้าขาวม้าออกแล้วเทของในหีบลงไป แล้วม้วนห่ออย่างมิดชิด พลางลุกขึ้นยืน เมื่อหันกลับมาก็ถึงแก่ตกใจด้วยนางบัวคลี่นั้นมายืนถือหีบรออยู่แล้ว และมองขุนแผนอยู่ด้วยความสงสัยว่าขุนแผนนั้นกำลังทำอะไร ขุนแผนก็เลยกลบเกลื่อนโดยหยิบหีบมาหนึ่งใบโดยไม่ได้เลือก แล้วเดินนำหน้าบัวคลี่อยู่มาเพื่อไปหาหมื่นหาญที่อยู่อีกห้องหนึ่งโดยทันที

เวลาผ่านไป 4 เดือนเศษ นางบัวคลี่นั้นตั้งท้องได้ 3 เดือนแล้ว สร้างความยินดีให้แก่หมื่นหาญยิ่งนักที่จะได้อุ้มหลาน แต่สำหรับขุนแผนนั้นก็ต้องแกล้งทำยินดีไป เนื่องด้วยแผนการของตนนั้นได้เข้ามาสู่จุดสุดท้ายแล้ว วันหนึ่งขุนแผนนอนอยู่กับบัวคลี่คุยกันด้วยเรื่องสัพเพเหระเสร็จ จู่ๆ ขุนแผนก็พูดขึ้นมา
““บัวคลี่จ๊ะ ลูกในท้องบัวคลี่น่ะ พี่เดชขอนะจ๊ะ ได้มะ””
““ฮื้อ พี่เดชนี่พูดแปลก ลูกในท้องบัวคลี่ ก็ต้องเป็นลูกของพี่เดชอยู่แล้วนี่ พี่เดชมาขอบัวคลี่ทำไมกันจ๊ะนี่””
““ก็แหม พี่เดชอยากได้นี่นา นะให้พี่เถิดนะ”” ขุนแผนออดอ้อนต่อ
““เอา ก็ได้ ถ้าพี่เดชเอาไปได้ฉันก็ให้พี่เดช”” บัวคลี่ก็ตกปากรับคำไป

สำหรับตัวของหมื่นหาญนั้น เมื่อวันเวลาผ่านไปนึกถึงเวลาในช่วงทีได้เจอกับขุนแผนนั้น ก็รู้สึกสงสัย ยิ่งทบทวนคิดก็ยิ่งมีพิรุธ แถมวันหนึ่งบัวคลี่บอกเล่าเรื่องในห้องเก็บสมบัตินั้นให้เขาฟัง เขาก็ยิ่งสงสัยหนักขึ้นว่าขุนแผนนี่น่ากลัวจะมิใช่พวกของตนเสียแล้วจะเอาไว้มิได้ จำต้องฆ่าเสีย เพราะท่าทางมันจะหลอกเข้ามาในที่นี่อย่างมีจุดประสงค์เป็นแน่

วันหนึ่ง หมื่นหาญจึงเรียกบัวคลี่ออกมา โดยบังคับให้บัวคลี่นั้นเอาน้ำจันท์ใส่ยาพิษมาให้ขุนแผนได้รับประทาน ส่วนขุนแผนนั้นได้รับการเตือนมาจากโหงพรายแล้วว่าน้ำจันท์ที่บัวคลี่เอามาให้แก่ตนนั้นมียาพิษ ดังนั้นเขาจึงแกล้งสลับเอาแก้วที่มียาพิษให้บัวคลี่กิน ทำให้บัวคลี่นั้นเสียชีวิตในทันที ขุนแผนนั้นเมื่อเห็นความใจร้ายใจดำของหมื่นหาญและนางบัวคลี่แล้วก็ยิ่งหมดความสงสาร หยิบดาบออกมาฟันหมื่นหาญเสียชีวิตตามบัวคลี่ไป

จากนั้นเขาก็บริกรรมคาถาสะกดคนในบ้านให้อยู่ในภวังค์หลับใหล ขุนแผนนั้นขึงสายสิญจน์ล้อมรอบตัวของนางบัวคลี่ จากนั้นก็บริกรรมคาถา ยกมีดขึ้นกดที่หน้าผากของนางบัวคลี่สามคาบ พลางค่อยไล่มีดลงมาจรดยังท้องที่นูนน้อยๆ ของนางบัวคลี่ แล้วกรีดหน้าท้องจนขาด พลางควักเอาเด็กทารกตัวกระจิดริดออกมา บอกกำชับว่า
““ลูกจ๋า มากับพ่อเถิดนะ พ่อจะเลี้ยงดูเจ้าเอง แม่ของเจ้าออกปากยกเจ้าให้กับพ่อแล้ว เจ้าจงตามมากับพ่อเถิดนะ”” จากนั้นใช้ผ้ายันต์ห่อร่างเด็กไว้มิดชิด แล้วออกเดินทางไปยังวัดร้างที่อยู่ติดกัน

เข้าไปในโบสถ์ร้างจัดการก่อกองไฟโดยใช้เตโชกสิณ แล้วยกร่างของเด็กลงค่อยๆ ย่างๆ จนแห้งสนิท ประหลาดที่ไม่มีส่วนใดของเด็กที่ถูกไฟไหม้เลย เมื่อแห้งแล้วขุนแผนก็วางร่างของเด็กลงบนผ้ายันต์ แล้วใช้ดินสอพองที่ผสมจากว่าน 3 น้ำ 4 เขียนเวทย์ไปบนร่างของเด็กจนถ้วนทั่ว แล้วก็นั่งบริกรรมจนรุ่งเช้า กุมารทองก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาหาขุนแผนร้องเรียก“พ่อ” ขุนแผนจึงหยุดบริกรรม ร่างนั้นก็ล้มลงนอนลงที่ข้างกายของเขา ขุนแผนยิ้มออกมาอย่างดีใจ แล้วเปิดโกฏไม้ปิดทองเล็กๆ บรรจุร่างของกุมารทองของเขาเก็บเอาไว้ แล้วก็ออกเดินทางเพื่อไปหาช่างตีดาบที่เก่งกาจมาเพื่อตีดาบให้แก่เขาต่อไป


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ