ยอดยุทธทะยานฟ้า - บทที่ 2 ภมรกลางหมู่บุปผางาม

ยอดยุทธทะยานฟ้า - บทที่ 2 ภมรกลางหมู่บุปผางาม

  • 0 ตอบ
  • 3779 อ่าน
*

ออฟไลน์ kropkrap

  • Tiny Member
  • *
  • 23
  • 921
    • ดูรายละเอียด
โฉมสะคราญทั้งสี่ในขณะนี้ร้อนรุ่มด้วยไฟปรารถนา นับแต่ได้พ่อลูกตระกูลเซียวช่วยเหลือ พวกนางก็เริ่มมอบความรักแก่คุณชายรูปงามผู้มีพระคุณท่านนี้ ในช่วงเวลากลียุคเช่นนี้ ชีวิตของหญิงสาวเช่นพวกนางดุจจอกแหนไร้ราก ได้แต่พึ่งพิงผู้เข้มแข็งเพื่อมีชีวิตต่อไป พวกนางถูกคัดเลือกเข้าวังตั้งแต่อายุ 13-14 ปี จากนั้นพวกนางก็ไม่มีสิทธิ์เลือกทางเดินชีวิตตัวเองอีก ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรักชายใด พวกนางถูกฝึกอย่างเข้มงวดให้ปรนนิบัติผู้เป็นนายเท่านั้น จนกระทั่งได้รับคัดเลือกเข้าเป็นนางสนมรอวันถวายการรับใช้ แต่แล้ววันหนึ่งชีวิตอันสงบสุขของพวกนางก็จบลง ไฟสงครามลามมายังแคว้นของพวกนาง  แคว้นหนันผิงที่มีกำลังอ่อนด้อยไม่อาจต่อต้านทัพราชวงศ์ซ่งได้ ส่วนโฮ่วสูแม้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้าแต่ฮ่องเต้และแม่ทัพใหญ่กลับขัดขากันสืบเนื่องจากสตรี ในที่สุดทั้งสองแคว้นถูกทัพซ่งล้มล้างไป ในยามศึกจะไม่มีผู้ใดให้จัดทหารคุ้มครองพวกนาง ในขณะที่ทหารทัพซ่งบุกเข้าพระราชวังหมายจะจับพวกนางเป็นรางวัลแห่งชัยชนะนั้นเอง สองบุรุษหนึ่งฉกรรหนึ่งชราได้ลอบเข้ามาด้วยกำลังไม่กี่คนแล้วช่วยพวกนางหลบหนีออกมาได้ท่ามกลางกองทัพนับหมื่น วีรกรรมเช่นนี้ย่อมเพียงพอให้พวกนางยอมพลีทั้งใจและกายให้ แค้นใจนักที่บุรุษหนุ่มรานน้ำใจนั้นไม่ยอมรับความปรารถณาดี


“เฟยเทียน ข้าว่าเจ้าเลิกแกล้งทำเป็นไม่รับรู้ความรู้สึกของพวกนางได้แล้ว พวกนางรักเจ้ามานาน อีกอย่างพวกนางล่วงเลยวันที่ควรออกเรือนมาแล้ว เจ้าคิดทำลายวัยสาวของพวกนางแบบนี้หรือไร รับพวกนางไว้ซะเถอะ” เพ่ยอิงกล่าวอย่างจริงจัง


“ใช่! พวกเรารักนายน้อย พร้อมจะเป็นของนายน้อย โปรดรับพวกเราไว้ด้วยเถอะ” ทั้งสี่นางสลัดความเอียงอายกล่าวขึ้นพร้อมกันด้วยน้ำเสียงอันเด็ดเดี่ยว


“แต่ว่าข้าไม่ได้ช่วยพวกท่านเพื่อหวังผลตอบแทนใด ๆ พวกท่านไม่จำเป็นต้องตอบแทนเช่นนี้ วันหน้าพวกท่านได้พบผู้รู้ใจ ย่อมสามารถจากไปได้ทุกเมื่อ” เซียวเฟยเทียนตอบอย่างนุ่มนวล


“ไม่ พวกเรารักเพียงนายน้อยเท่านั้น พวกเราต้องการเป็นของนายน้อยคนเดียวโปรดอย่าพลักไสพวกเราอีกเลย เหตุใดท่านยอมรับพี่เพ่ยอิง แต่ไม่ยอมรับพวกเราทั้งสี่ไว้ แม้พวกเราไม่งดงาม แต่พวกเรามั่นใจว่าจะปรนนิบัตินายน้อยได้ดี” ลี่ลี่ในฐานะพี่ใหญ่ของกลุ่มกล่าวขึ้นอย่างจริงจัง


“พวกท่านอย่าเข้าใจข้าผิด ถ้าพวกท่านไม่งดงาม เช่นนั้นสตรีทั้งแผ่นดินคงอัปลักษณ์แล้ว แต่ว่า ข้ารู้สึกกับพวกท่านเช่นพี่น้องเท่านั้น” เซียวเฟยเทียนยิ้มพลางกล่าวตอบ จริง ๆ แล้วเขาย่อมเห็นว่าพวกนางไม่เพียงงดงาม ซ้ำยังงดงามยิ่ง ในใจเขาก็รักพวกนางทุกคน เพียงแต่มีความตะขิดตะขวงใจไม่อยากประพฤติเป็นสมภารกินไก่วัดเท่านั้นเอง เมื่อคราวเพ่ยอิง เขาที่ไม่เคยสัมผัสสตรีมาก่อนย่อมทนทานนางไม่ได้ แต่หลังจากนั้นเขามีความอดทนมากขึ้นจึงประคองตัวอยู่ท่ามกลางหมู่ดอกไม้งามเหล่านี้ได้โดยมิได้ประพฤติเหลวแหลก
สตรีทั้งสี่หันไปมองหน้ากัน จากนั้นพร้อมใจกันรุมล้อมเซียวเฟยเทียนไว้ ต่างคนต่างสวมกอดเซียวเฟยเทียนไว้อย่างแนบแน่น


“วันนี้พวกเราตกลงใจว่าจะเป็นของนายน้อยแน่นอนแล้ว” กล่าวจบลี่ลี่ซึ่งอยู่หน้าเซียวเฟยเทียนก็นั่งลงแล้วประคองความเป็นชายของเขาด้วยสองมือ ริมฝีปากงามของนางดูดดุนส่วนปลายอย่างแผ่วเบา


“พี่ลี่ลี่ อย่า อา...” เซียวเฟยเทียนส่งเสียงครางออกมา เขาไม่สามารถใช้มือพลักเพ่ยเพ่ยออกไปได้เนื่องจากเหม่ยหลินและเหม่ยจูกอดรัดแขนของเขาไว้คนละข้างแนบกับทรวงอกอวบของพวกนางอย่างแนบแน่น พร้อมกับซุกไซร้ที่ต้นคอคนละข้าง แม้พวกนางไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน อย่างไรเคยได้รับการฝึกฝนมา เจอหมากตานี้เข้าเซียวเฟยเทียนตาลายสมองหมุมเนื่องจากอารมณ์ที่ยังมิได้ระบายออกกับเพ่ยอิงก่อนหน้านี้บวกกับกลิ่นกายสาวอันหอมหวานและลีลาของพวกนาง


ฉับพลันเพ่ยเพ่ยซึ่งมองเห็นเพียงลางๆ เลื่อนมือมายังพวงไข่ของเข้าพร้อมลูบไล้อย่างแผ่นเบา จากนั้นนางย่อตัวลงแล้วใช้ลิ้นกับพวงไข่จากทางด้านหลัง เซียวเฟยเทียนเสียวกระสันสุดพรรณนาแต่ไม่อาจส่งเสียงครางออกมาได้เนื่องจากริมฝีปากของเพ่ยอิงได้ประกบลงมาแล้ว


“เฟยเทียน เจ้าอ่อนหัดยิ่งนัก สาวๆ ใครจะเป็นคนแรก?” เพ่ยอิงถอนจูบพลางกล่าวถามหญิงสาวทั้งสี่


“พี่สาวทั้งหลาย ช้าก่อน โปรดระงับสติก่อน อย่าได้ อืม...” เซียวเฟยเทียนกล่าวยังไม่จบก็ถูกริมฝีปากของลี่ลี่ประกบไว้ จากนั้นลี่ลี่ยกขาข้างหนึ่งขึ้นหนีบไว้ที่เอวของเขาพร้อมกลับจับแท่งหยกมาจ่อไว้ยังกลีบสาวของนางแทนคำตอบ


ตอนนี้ปากทางเข้าถ้ำหยกของลี่ลี่เผยอออกเล็กน้อย หยาดน้ำไหลเอ่อจนชุ่มฉ่ำ เป็นสัญญาณว่านางพร้อมรับการรุกรานจากเขาเป็นครั้งแรกแล้ว นางจับปลายแท่งหยกถูไถไปที่กลีบสาวช้า ๆ พร้อมครางงึมงำเนื่องจากริมฝีปากยังประกบกันอยู่


“น้องลี่ลี่ อย่าเพิ่งรีบร้อน ให้พี่ช่วยเจ้าอีกแรง เจ้าหนุ่มซื่อบื้อนี่ดีแต่ยืนนิ่งอยู่เฉย ๆ เช่นนี้แท่งหยกของมันอาจทำให้เจ้าขยาดได้” เพ่ยอิงกล่าวพลางเคล้าคลึงปุ่มเสียวของลี่ลี่อย่างแผ่วเบา ทำให้นางเสียวซ่านจนทนไม่ไหว ครางดังขึ้นจนเสียงรัญจวนใจนั้นลอดริมฝีปากที่ประกบอยู่ออกมาได้ หยาดน้ำหล่อลื่นของนางไหลออกมามากขึ้นจนมือของเพ่ยอิงเปียกแฉะไปหมด สาวงามอีกสามนางได้ยินเสียงนั้นต้องรู้สึกกระสันรัญจวนใจเพิ่มขึ้นอยากช่วยไม่ได้ เหม่ยหลินและเหม่ยจูจับมือของเซียวเฟยเทียนมาลูบไล้ปากทางเข้าถ้ำหยกของพวกนาง พร้อมเบียดตัวเข้าหามากขึ้น ส่วนเพ่ยเพ่ยลุกขึ้นสวมกอดเซียวเฟยเทียนจากด้านหลังใช้เต้างามของนางเคล้าคลึงกับแผ่นหลังของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านในใจ เสียงครวญครางดังประสานกันระงมไปทั่วห้องอาบน้ำ


กลีบกุหลาบของลี่ลี่ค่อยๆ กลืนกินส่วนปลายของแท่งหยกเข้าไปช้า ๆ ความอบอุ่นและนุ่มนวลแต่กระชับนั้นทำให้เซียวเฟยเทียนไม่สามารถสะกดจิตใจได้อีกต่อไป เขาสอดลิ้นเข้าไปในปากของลี่ลี่และสวมกอดนางอย่างแนบแน่น ทำให้อารมณ์ของนางเตลิด


“พี่ลี่ลี่ พี่สาวทุกท่าน ข้ารักพวกท่านยิ่งนัก” เซียวเฟยเทียนถอนจูบพร้อมกับบอกรักต่อทั้งหมดจากนั้นประทับจูบลี่ลี่อย่างดูดดื่มอีกครั้ง


“พี่ลี่ลี่ ท่านร้องไห้หรือ” เขากล่าวอย่างแปลกใจ หลังจากประทับจูบแล้วสัมผัสได้ถึงความเค็มประแล่มที่ปาก


“ข้าดีใจมาก นายน้อย ท่านรู้หรือไม่ว่าพวกเรารอวันนี้มานานแค่ไหน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ตกอยู่ในอ้อมกอดของท่านเมื่อท่านพาพวกเราฝ่าวงล้อม ใจของพวกเราก็เป็นของท่าน” นางกล่าวพลางซบหน้าลงกับบ่าของเซียวเฟยเทียน


“พี่ลี่ลี่ ท่านเรียกผิดแล้ว ท่านยังเรียกข้าเป็นนายน้อยอีกหรือ” เซียวเฟยเทียนกล่าวยิ้มๆ


“โอ เทียนหลาง” ลี่ลี่และสาวงามที่เหลือกล่าวออกมาพร้อมกัน


ลี่ลี่กอดรัดเขาแน่นยิ่งขึ้น เซียวเฟยเทียนซุกไซร้ที่ซอกคอระหงของนางพลางพยายามกดแก่นกายของเขาเข้าไปยังกลีบกุหลาบที่ฉ่ำเยิ้ม ส่วนปลายเริ่มรุกล้ำเข้าไปได้ จากนั้นเขาขยับแก่นกายเข้าออกช้า ๆ อย่างนุ่มนวล


“อ๊ะ อา...” ลี่ลี่ส่งเสียงครางกระเส่าทุกครั้งที่เขาขยับเข้าออก


“อา... เทียนหลาง ดีเหลือเกิน ข้าเสียว... อา ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว อ๊า ....” ไม่นานนัก ลี่ลี่ครางอย่างยาวนาน ปากถ้ำหยกของนางบีบรัดแท่งหยกของเขาอย่างรุนแรงเป็นระยะ ๆ นางรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ ลี่ลี่ขึ้นสวรรค์ทั้งที่แท่งหยกของเขาเข้าไปแค่ปลายเท่านั้น


“พี่ลี่ลี่ ดีหรือไม่ นี่เพียงเริ่มต้นเท่านั้นนะ ท่านพร้อมสำหรับบทต่อไปหรือยัง?” เซียวเฟยเทียนกระซิบถามอย่างแผ่วเบาข้างใบหูลี่ลี่ นางได้แต่พยักหน้ารับ หน้าแดงก่ำ หายใจเหนื่อยหอบจากความเสียวที่ได้รับ


“ข้าจะทำต่อแล้ว ถ้าท่านทนไม่ไหวบอกข้านะ”


“ทำเถอะ ข้าทนไหว” ลี่ลี่ตอบอย่างตื่นเต้น แค่ส่วนปลายนางยังเสียวซ่านจนทานทนไม่ได้ ถ้าเข้าไปจนหมดจะเป็นอย่างไร


“นายน้อย ๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” เสียงสาวใช้ที่ระเบียงวิ่งตึงตังมาทางด้านห้องอาบน้ำพร้อมตะโกนอย่างตะหนก


เซียวเฟยเทียนรีบพละจากเหล่าสตรีทั้งหลายอย่างไม่เต็มใจ แล้วรีบแต่งตัวอย่างลวกๆ เมื่อออกมาจากห้องอาบน้ำ พบสาวใช้ที่มาส่งข่าวหน้าตาตื่นตกใจ ผมกระเซิงเหมือนรีบวิ่งมาจนหัวทิ่มหัวตำ


“มีเรื่องใดหรือ จึงรีบร้อนเช่นนี้”


“มีทหารปะทะกันแถวป่าสนใกล้ท่าเรือเจ้าค่ะ” หญิงรับใช้ตอบ


“เรื่องปกติในกลียุคเช่นนี้มิใช่หรือ เจ้าตื่นตกใจไปทำไม” เซียวเฟยเทียนตอบยิ้มขำๆ


“คุณหนูเจียวเมิ่งอยู่กลางวงล้อมทหารเจ้าค่ะ” หญิงรับใช้รีบละล่ำละลักตอบ


“ว่าไงนะ!” เซียวเฟยเทียนกล่าวอย่างตื่นตะหนก



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 12, 2016, 07:22:13 PM โดย kropkrap »

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ