ยอดยุทธทะยานฟ้า - บทที่ 10 ปลาเงินยักษ์

ยอดยุทธทะยานฟ้า - บทที่ 10 ปลาเงินยักษ์

  • 0 ตอบ
  • 2644 อ่าน
*

ออฟไลน์ kropkrap

  • Tiny Member
  • *
  • 23
  • 921
    • ดูรายละเอียด
หลังความหฤหรรษ์พ้นผ่านองค์หญิงฮุ่ยหยวนผู้งามสง่านอนหลับพริ้มส่งเสียงหอบหายใจเบา ๆ ใบหน้าอิ่มเอิบไปด้วยความสุขที่เพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก ริมฝีปากซีดขาวเล็กน้อย ผมเผ้ายุ่งเหยิงจากการพันตูอันยาวนาน  เหงื่อพรายผุดขึ้นเต็มใบหน้าและเรือนร่างยิ่งเพิ่มความเย้ายวนใจอีกหลายเท่า เซียวเฟยเทียนอดจูบนางเบา ๆ มิได้ เซียวเฟยเทียนตรวจสอบผ้าปูที่นอน ไม่พบรอยเลือดค่อยคลายใจลง เห็นนางหลับสนิท ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอแสดงว่ายาปลุกกำหนัดหมดฤทธิ์แล้ว


เซียวเฟยเทียนยังหนุ่มฉกรรจ์ กับสาวงามเช่นนี้เพียงครั้งเดียวย่อมมิเพียงพอ เขาสำนึกตัวดีว่าไม่อาจต้านทานความงามเช่นนี้ได้นาน หากปล่อยไว้เช่นนี้คงมิแคล้วต้องพรากพรหมจรรย์ของนางเป็นแน่ เห็นว่าเวลายังไม่ดึกนักตัดสินใจจะไปหาลี่ลี่ตามนัดจึงจัดแจงห่มผ้าให้นางแล้วลงจากเตียง


เสียงเคาะประตูอย่างร้อนใจพลันดังขึ้นเซียวเฟยเทียนรีบใส่เสื้อคลุมอย่างลวก ๆ แล้วตรงไปเปิดประตู ผู้มากลับเป็นลี่จู นางรีบสอบถามเขาว่า “คุณชายเซียว องค์หญิงหายไปจากห้อง ข้าค้นหาไม่พบ” จากนั้นนางเหลือบเห็นความแข็งแกร่งที่โผล่พ้นเสื้อคลุมออกมาต้องหน้าแดงรีบหันกายหนีไปทางอื่นอย่างขวยเขิน


เซียวเฟยเทียนรีบกล่าวขออภัยถลันกลับเข้าห้องใส่กางเกงเรียบร้อยแล้วค่อยมายังประตูใหม่กล่าวกับลี่จูว่า “แม่นางลี่จู เชิญเข้ามาในห้องก่อน” ลี่จูรีบสั่นศีรษะหน้าแดงฉานกล่าวว่า “พวกเรารีบออกตามหาองค์หญิงเถอะ”


เซียวเฟยเทียนยิ้มเล็กน้อยกล่าวกับนางว่า “ไม่ต้องตามหาแล้ว องค์หญิงอยู่ในห้องนี้เอง” ลี่จูอุทานดังอาเบา ๆ รีบถลันเข้าไปในห้อง เซียวเฟยเทียนปิดประตูลงแล้วพาลี่จูมายังเตียงนอน ลี่จูเห็นองค์หญิงฮุ่ยหยวนนอนอยู่บนเตียง ทราบว่าทั้งสองผูกสมัครรักใคร่กันแล้ว รู้สึกเจ็บแปลบในอกราวหัวใจถูกมีดกรีด รีบขออภัยว่า “บ่าวไม่รู้ความกลับมารบกวนองค์หญิงและคุณชาย ขออภัยยิ่ง บ่าวขออำลา” กล่าวจบหันกายหมายจากไป


เซียวเฟยเทียนรีบคว้าแขนนางไว้ กล่าวว่า “แม่นางลี่จู ฟังข้าก่อน เรื่องราวมิใช่เช่นที่ท่านคาดคิด” กล่าวจบฉุดให้นางนั่งลงที่เก้าอี้แล้วเล่าเรื่องให้นางฟังแต่ต้น ลี่จูได้ฟังเรื่องราวแล้วรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ต้องลอบตำหนิตนเองในใจ “โอ องค์หญิงตกเป็นเหยื่อแผนการร้ายเช่นนี้ เราไฉนโล่งใจนัก ลี่จูเอยเจ้าช่างอกตัญญูนัก”


เซียวเฟยเทียนเห็นนางคลายใจลงจึงกล่าวต่อว่า “ท่านมาก็ดีแล้ว ตอนนี้พวกเราต้องรีบพานางกลับไปยังห้องก่อน คืนนี้ต้องลำบากท่านอยู่ดูแลนางก่อน หากนางตื่นแล้ว รบกวนท่านช่วยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในนางฟังด้วย ข้าจะรีบรุดไปหาพวกท่านก่อนรุ่งอรุณ” ลี่จูทราบดีว่าเรื่องเช่นนี้ไม่ควรให้ผู้อื่นล่วงรู้ นางรับคำแล้วรีบจัดแจงใส่เสื้อผ้าให้องค์หญิง เห็นน้ำวิสุทธิ์สีขาวข้นหลั่งไหลออกมาจากถ้ำหยกที่เผยอเป็นช่องกลมขององค์หญิงจนเนืองนอง ลี่จูอดหน้าแดงมิได้ ทั้งสองช่วยกันพยุงองค์หญิงกลับไปยังห้องของนาง จากนั้นเซียวเฟยเทียนขอตัวจากมาหาลี่ลี่


เมื่อเขาเทียนเคาะประตูห้อง ลี่ลี่รีบดึงเขาเข้าไปในห้องทันที พลันโถมร่างที่เปลือยเปล่าเข้ามาในอ้อมกอดแล้วเสนอจูบต่อเขาอย่างร้อนแรง “ไยท่านจึงมาช้านัก” ลี่ลี่ตัดพ้อพลางซุกร่างอวบอิ่มกับแผงอกอันแข็งแกร่ง พลางแก้สายรัดเอวของเขาออก เซียวเฟยเทียนขบกัดติ่งหูขาวนวลของนางเบา ๆ แทนคำตอบ


“ผู้อื่นรอคอยจนร้อนรุ่มยิ่งนัก อืม…” ลี่ลี่ครางเบา ๆ อย่างรัญจวนใจ เมื่อมือแข็งแกร่งร้อนผ่าวนั้นจู่โจมส่วนเร้นลับ “ข้าว่า ท่านรอคอยจนฉ่ำเยิ้มยิ่งนักเสียมากกว่า” เซียวเฟยเทียนสัพยอก
ที่แท้ระหว่างรอคอยลี่ลี่อดจินตนาการถึงค่ำคืนอันเพริศแพร้วกับชายคนรักมิได้ คิดจินตนาการไปไกลจนอารมณ์เตลิดดั่งม้าป่ามิอาจฉุดรั้งได้ นางลูบไล้ร่างกายตนเองไปตามความปรารถนาอันร้อนรุ่ม โดยมิรู้ตัวปลายนิ้วที่ลูบไล้ชำแรกผ่านช่องทางอันนุ่มชื้นกลับนำให้สายธารแห่งความรัญจวนใจหลั่งออกมาจนเนืองนอง


มือมารของเขาช่างซุกซนยิ่งนัก ลี่ลี่ผู้อ่อนไหวต่อการสัมผัสยืนตัวเกร็งนิ่งเมื่อปลายนิ้วอันอบอุ่นลูบไล้ปุ่มกระสันอย่างแผ่วเบา ปทุมถันอันงดงามข้างหนึ่งอยู่ในอุ้งมือมือ ริมฝีปากของมันซุกไซร้ไปตามซอกคอของนาง ลี่ลี่สั่นเทิ้มไปตัวสรรพางค์กายด้วยความสยิว กล่าวกับเซียวเฟยเทียนว่า “เฟยเทียน ข้าพร้อมแล้ว ท่านลงมือเถอะ”


เช่นนี้สบใจเซียวเฟยเทียนยิ่งนัก ยามนี้เขาอัดอั้นจนแทบกลั้นไว้มิได้ จึงรีบประคองลี่ลี่ไปยังเตียง ลี่ลี่เคยเป็นนางสนม แม้ไม่เคยผ่านมือชายจริงมาก่อน แต่นางได้รับการฝึกฝนเรื่องของหญิงชายแต่แรก ทราบว่าเซียวเฟยเทียนจะทำอะไรต่อไป อดใจเต้นระทึกมิได้ นางแยกขาออกกว้างโน้มคอเขาลงมาจูบอย่างดูดดื่ม เซียวเฟยเทียนจดจ่อแท่งหยกกับร่องหยกของนางแล้วถูไถให้น้ำทิพย์ชโลมทั่วทั้งความโอฬารเสียก่อน ลี่ลี่เกร็งตัวด้วยความเสียวซ่าน เซียวเฟยเทียนจึงกระซิบที่ข้างหูว่า “พี่ลี่ลี่ อย่าได้เกร็ง พยายามผ่อนคลาย หายใจเข้าออกยาว ๆ” ลี่ลี่รีบคำพยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อต้นขา จากนั้นรู้สึกถึงความแข็งแกร่งร้อนลวกที่ล้วงล้ำเข้ามาช้า ๆ ความอบอุ่นคับแน่นนั้นเริ่มตอดรัดแท่งหยกเป็นจังหวะอย่างรุนแรง ร่างของนางเกร็งกระตุกอย่างไม่อาจควบคุม หน้าท้องเขม็งเกร็งดังลูกคลื่น เซียวเฟยเทียนทราบแล้วว่านางถึงจุดหฤหรรษ์ได้โดยง่าย ครั้งนี้จึงมิได้แปลกใจนัก หลังจากปล่อยให้นางผ่อนคลายเล็กน้อยแล้วจึงพรมจูบไปทั่วทรวงอกเนียนนุ่ม พลางดูดดุนยอดถันของนางราวกับทารกหิวโหย จนเห็นว่านางเคลิบเคลิ้มแล้วจึงเริ่มขยับแก่นกายเข้าออกอย่างนุ่มนวล ลี่ลี่ส่งเสียงครางรับกับจังหวะรุกของเขาอย่างสุขสม กอดเซียวเฟยเทียนไว้แน่น รู้สึกความแข็งแกร่งนั้นค่อย ๆ รุกคืบเข้ามาทีละน้อย ๆ พร้อมกับความเสียวพลุ่งพล่านมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกินจะระงับ
เซียวเฟยเทียนพลันถอนแท่งหยกออกจนเกือบสุด ลี่ลี่รีบยกสะโพกตามไปราวกับกลัวว่ามันจะออกจากร่างกายตนเอง เสียงหวีดร้องของนางดังขึ้นเมื่อเขากดแท่งหยกกลับเข้ามาอย่างรวดเร็วจนมิด ความเจ็บปวดชั่วพริบตาถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านอย่างที่นางไม่เคยคาดคิดถึงมาก่อน ร่างลี่ลี่เกร็งกระตุกอีกครา เล็บมือจิกหลังเซียวเฟยเทียนจนเป็นแผลยาว นางครางกระเส่าซบหน้ากับบ่ากว้างของเซียวเฟยเทียนอย่างแนบแน่น


ลี่ลี่รำพันข้างหูเซียวเฟยเทียนเบา ๆ ว่า “อา เฟยเทียน แทบจะขาดใจตายแล้ว ข้ามีความสุขเหลือเกิน” เซียวเฟยเทียนกล่าวตอบว่า “พี่ลี่ลี่ นี่ยังเพียงเริ่มต้นเท่านั้น ความสุขที่แท้จริงอยู่ต่อจากนี้ไปต่างหาก” พลางขยับแท่งหยกเข้าออกช้า ๆ ให้ถ้ำหยกของนางคุ้นชินกับการสัมผัส น้ำรักที่ลี่ลี่หลั่งออกมาอย่างท่วมท้นทำให้เซียวเฟยเทียนขยับได้อย่างคล่องแคล่วขึ้นเรื่อย ๆ ลี่ลี่ผู้น่าสงสารทำได้เพียงครวญครางเท่านั้น ร่างของนางเกร็งกระหวัดกอดเซียวเฟยเทียนไว้แน่นด้วยความเสียวซ่าน ไม่นานนักเสียงเนื้อกระทบเนื้อก็ดังถี่ยิบสอดประสานกับเสียงครวญครางอันสุขสมของลี่ลี่ ภายใต้การนำของเซียวเฟยเทียนผู้เจนจัด ไม่นานนักความเจ็บแสบก็หายไปราวปลิดทิ้งเหลือเพียงความซ่านเสียว ปากและมือของเซียวเฟยเทียนมิได้หยุดนิ่ง ผลัดกันชื่นชมความหอมหวานอวบอิ่มแฟงแรงดีดสะท้อนของปทุมถันวัยสะพรั่ง ความเสียวสะท้านพลุ่งขึ้นถึงขีดสุดเมื่อรู้สึกร้อนวาบจากน้ำรักที่ฉีดเข้ามาเป็นครั้งแรกของวัยสาว ลี่ลี่ต้องเกร็งกระตุกอย่างไม่อาจควบคุมพร้อมกอดรับเขาไว้แน่น เซียวเฟยเทียนไม่ปล่อยให้นางพักหายใจนานนัก จับนางพลิกเปลี่ยนท่าทางท่าแล้วท่าเล่า แทบไม่มีจุดใดบนร่างนางที่เขามิได้สัมผัส ลี่ลี่ไม่ทราบบรรลุจุดสุดยอดไปกี่ครั้ง เขาหลั่งน้ำรักในตัวนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เนิ่นนานจวบจนใกล้รุ่งสาง


เซียวเฟยเทียนชื่นชมเรือนร่างงามของลี่ลี่ที่กำลังหลับไหลอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วเผยอยิ้มอย่างภูมิใจมิได้เมื่อได้เห็นรอยเลือดแห้งกรังที่กลีบดอกไม้ของนาง เขาใช้ผ้าชุดน้ำทำความสะอาดให้นางก่อนห่มผ้าให้อย่างนุ่มนวล รีบแวะอาบน้ำอย่างลวก ๆ แต่งตัวแล้วรีบตรงไปยังห้ององค์หญิงฮุ่ยหยวนอีกครั้งเห็นในห้องจุดไฟสว่างเห็นเงาสตรีสองนางโอภาปราสัยกันอยู่ที่โต๊ะกลางห้องจึงเคาะประตูห้องเบา ๆ ไม่นานนักลี่จูก็เปิดประตูออกต้อนรับเขาเข้าไปในห้อง


เห็นองค์หญิงฮุ่ยหยวนหน้าตาอิดโรย นั่งก้มหน้ามิกล้าสบสายตากับเขา เซียวเฟยเทียนมิทราบจะกล่าวกับนางอย่างไรดี ลี่จูจึงกล่าวขึ้นว่า “บ่าวขอตัวไปอุ่นน้ำโสมก่อน คุณชายเซียวจะรับน้ำชาหรือไม่ ?” เซียวเฟยเทียนกล่าวตอบรับ ลี่จูจึงชดช้อยจากไป ยามนี้เหลือเพียงเขาทั้งสองในห้อง


เซียวเฟยเทียนพลันคุกเข่าลงกับพื้นกล่าวว่า “ข้าน้อยสมควรตายยิ่งนักที่บังอาจล่วงเกินองค์หญิง”


องค์หญิงฮุ่ยหยวนกล่าวตอบว่า “คุณชายอย่าได้ทำเช่นนี้ ท่านมิมีความผิด ขอบคุณคุณชายเซียวที่ช่วยเหลืออีกครา เรื่องในครั้งนี้ท่านไม่ต้องใส่ใจ ถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเถอะ” พลันประคองเซียวเฟยเทียนขึ้นจากพื้น พลันพบว่าท่าประคองเช่นนี้ใกล้ชิดกันยิ่งนัก ถึงทั้งสองเคยร่วมอภิรมย์กันแล้ว แต่ครั้งนี้นางใกล้ชิดกับเขายามมีสติสมบูรณ์ อดใจเต้นระทึก หน้าแดงวูบมิได้
เซียวเฟยเทียนพยายามทำสีหน้าปกติแล้วนั่งลงบนเก้าอี้อีกคราแต่ทั้งสองยังคงเงียบงัน


ในที่สุดองค์หญิงฮุ่ยหยวนกัดฟันกล่าวขึ้นก่อนว่า “คุณชายเซียว ตอบข้าตามความสัตย์ ลี่จูบอกว่าท่านพยายามถนอมความบริสุทธิของข้าไว้ เป็นความจริงหรือไม่ ท่านบอกกล่าวได้อย่างเต็มที่ ข้าจะไม่บีบบังคับให้ท่านรับผิดชอบอันใด”


เซียวเฟยเทียนรู้สึกไม่พอใจ นางเห็นเขาเป็นบุรุษเช่นไร มีหรือที่เขาจะมิกล้ารับ ต้องกล่าวตอบอย่างไม่พอใจว่า “ข้ากล้าทำกล้ารับตลอดมา ท่านยังเป็นหยกบริสุทธิแน่นอน”
องค์หญิงฮุ่ยหยวนเห็นว่านางยามสับสนในใจใช้คำพูดผิดไปจึงกล่าวว่า “ข้ากล่าวหนักเกินไป ขออภัยท่านด้วย” นางพลันหลั่งน้ำตาออกมาโดยที่เขาไม่ทันคาดคิด เซียวเฟยเทียน รีบลุกขึ้นไปคุกเข่าลงข้างกายนาง ดึงนางเข้ามาซบอก รู้สึกที่ปกเสื้อเปียกชุ่มทีละน้อย ต้องกอดนางไว้หลวม ๆ ลูบไล้หลังนางอย่างนุ่มนวล พลางกล่าวว่า “ขออภัยองค์หญิง ข้าไม่ควรมีอารมณ์กับคำพูดของท่าน วันนี้ท่านได้รับความลำบากมากแล้ว ข้าขอโทษจากใจจริง ๆ”


องค์หญิงฮุ่ยหยวนร้องไห้กระซิกที่อกของเขาพลางกล่าวว่า “เฟยเทียน ข้าสับสนยิ่งนัก แม้ท่านพยายามยับยั้งชั่งใจไว้ แต่ข้าเท่ากับเป็นคนของท่านแล้ว ท่านทราบหรือไม่ว่าข้าต้องการเป็นภรรยาของท่านเพียงใด”
เซียวเฟยเทียนกอดกระชับนางแน่นขึ้น ปล่อยให้นางร่ำไห้ให้เต็มที่ เขาทราบดีว่าเมื่อนางกล่าวเช่นนี้ ประโยคที่ไม่ได้กล่าวออกมาคือนางยังยืนยันไปเป็นชายาแห่งต้าซ่งตามเดิม เห็นหญิงสาวอ่อนแอนางหนึ่งมีความตั้งใจจริงเพื่อความสงบสุขของแคว้นของนางถึงเพียงนี้ เซียวเฟยเทียนรู้สึกรักและชื่นชมนางเป็นครั้งแรก ยิ่งแค้นผู้วางแผนทำลายนางมากขึ้นกว่าเดิม ตัดสินใจกล่าวว่า “ฮุ่ยหยวน ไม่ว่าวันข้างหน้าท่านจะเป็นใคร สำหรับข้าท่านจะเป็นภรรยาที่ข้ารักเสมอ ท่านทำตามที่ท่านตั้งใจเถอะ แม้จะเจ็บปวดใจเพียงใด ข้าจะสนับสนุนท่านเอง”


องค์หญิงฮุ่ยหยวนยิ้มทั้งน้ำตาพลันกล่าวว่า “แม้จะรู้ว่าท่านเพียงปลอบประโลมข้า แต่ข้ายังยินดียิ่งนักที่ได้ยินจากปากท่าน เฟยเทียน ท่านจะเป็นชายคนเดียวที่ข้ารักตลอดไป อืม”


เซียวเฟยเทียนพลันจูบนางอย่างดูดดื่ม แม้เป็นจูบที่ทั้งหอมหวาน ขม และเค็มประแล่มด้วยหยาดน้ำตา แต่นับเป็นจูบจากใจจริงครั้งแรกในชีวิตเขา เซียวเฟยเทียนถ่ายทอดความรักที่เอ่อล้นขึ้นในใจอย่างเฉียบพลันให้นางรับรู้จนหมดสิ้น หลังจุมพิตอันดื่มด่ำองค์หญิงฮุ่ยหยวนอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดของมัน เซียวเฟยเทียนกล่าวถามว่า “ท่านรับรู้ได้หรือไม่ ?” องค์หญิงฮุ่ยหยวนสวมกอดมันแนบแน่นเพียงรับคำเบา ๆ อย่างมีความสุข


ในความเงียบสงบองค์หญิงฮุ่ยหยวนกล่าวถามขึ้นว่า “เฟยเทียน ท่านรักข้าเมื่อใด ก่อนหน้านี้ท่านสนใจแต่ลี่จูมิใช่หรือ”


เซียวเฟยเทียนยิ้มพลางกล่าวตอบว่า “เพิ่งกล้ารักเมื่อครู่นี้เอง”


องค์หญิงฮุ่ยหยวนลืมตากลมโตมองมันจากในอ้อมอกถามอย่างสงสัยใจว่า “กล้ารักหรือ ช่างเป็นคำที่แปลกใหม่นัก ต้องกล้าด้วยหรือ”


เซียวเฟยเทียนยิ้มพลางกล่าวตอบว่า “ต้องใช้ความกล้าอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยมีความกล้าเช่นนี้มาก่อน เป็นท่านมอบให้ข้าเอง ท่านสนใจฟังนิทานเรื่องหนึ่งหรือไม่”


องค์หญิงฮุ่ยหยวนยิ่งสนใจใคร่รู้กว่าเดิมรีบพยักหน้ารบเร้าว่า “สนใจ ท่านเล่ามาเถอะ”


เซียวเฟยเทียนเริ่มเล่าว่า “นานมาแล้วเมื่อเหล่าปลาเงินยังอาศัยอยู่ในทะเล ปลาเงินหนุ่มตัวหนึ่งเมื่อถึงวัยมีคู่แล้วกลับไม่ยอมเหลียวมองปลาเงินสาวตัวใด เมื่อถึงยามค่ำคืนมันจะว่ายขึ้นไปยังผิวน้ำเพื่อเฝ้ามองปลาเงินตัวใหญ่แสนสวยตัวหนึ่งบนผืนฟ้า ปลาเงินนั้นส่องประกายสีเงินยวง บางวันนางรับประทานข้าวน้อยไปตัวจะซูบเรียวระหง บางวันนางรับประทานมากเกินไปตัวกลับอ้วนกลม แต่ไม่ว่าจะอ้วนหรือผอมนางยังงามเฉิดฉันถึงเพียงนั้น บางคืนนางไม่ทราบไปเที่ยวเล่นที่ใดกลับไม่ปรากฏตัว ปลาเงินน้อยเฝ้ารอทั้งคืนไม่พบหน้านางต้องทุกข์ใจนัก มันไม่ทราบบอกรักนางไปกี่ครั้ง นางยังคงนิ่งเฉย”


องค์หญิงฮุ่ยหยวนยิ้มซุกซนกล่าวว่า “ปลาเงินหน้าโง่ หลงรักพระจันทร์แล้ว”


เซียวเฟยเทียนดุอย่างยิ้มแย้มว่า “ท่านช่างเก่งในการทำลายบรรยากาศนัก ต้องการฟังต่อหรือไม่”


องค์หญิงฮุ่ยหยวนทำท่าปิดปากสนิทผงกศีรษะเบา ๆ เซียวเฟยเทียนจุมพิตริมฝีปากนางเบา ๆ แล้วเล่าต่อว่า “ในความกลัดกลุ้มปลาเงินน้อยเกิดปฏิภาณวูบนึงแม้นางไม่เอ่ยตอบรับรักมัน แต่นางมาพบมันที่เดิมเกือบทุกราตรี นางคงมีใจให้มันบ้างกระมัง เมื่อคิดได้เช่นนั้นรู้สึกหัวใจพองโตยิ่งนัก มันคาดคิดว่านางอาจมีหน้าที่ต้องเปล่งประกายเพื่อให้สรรพสิ่งในโลกหล้าได้มองเห็นในยามที่ปลาทองตัวใหญ่นอนหลับกระมัง นางอาจรักมันเช่นกันแต่ด้วยหน้าที่สำคัญเช่นนี้นางย่อมไม่อาจอยู่ร่วมกับมันได้ คิดได้เช่นนั้นปลาเงินกลับพึงพอใจเพียงได้ยลโฉมนางในบางคืน”


องค์หญิงฮุ่ยหยวนกล่าวว่า “บุรุษในโลกหล้าล้วนเก่งในการคิดเข้าข้างตัวเองเช่นนี้หรือ ?”


เซียวเฟยเทียนเล่าต่อไปว่า “อยู่มาวันนึงปลาเงินน้อยไม่อาจทนความคะนึงหาได้ต่อไปมันจึงตัดสินใจออกเดินทางไปยังทิศที่มันเห็นนางเริ่มเดินทางขึ้นมายังฟากฟ้า ตั้งใจว่าต้องหาบ้านของนางให้พบให้จงได้ มันออกเดินทางฝ่าอันตรายนานา ทั้งสัตว์ร้ายในท้องทะเลและกระแสน้ำเชี่ยวกรากแต่ไม่ว่าอย่างไรมันไม่อาจหาบ้านของนางเจอ ในที่สุดปลาเงินน้อยใกล้หมดลมปราณลอยนิ่งอยู่กลางทะเลรอเวลาที่มัจจุราชจะมาพรากชีวิตน้อย ๆ อันอาภัพของมันไป”


ฟังถึงตอนนี้องค์หญิงฮุ่ยหยวนอดอุทานดังอาเบา ๆ มิได้ เซียวเฟยเทียนหยุดเล็กน้อยแล้วเล่าต่อไปว่า “มังกรเทพเจ้าแห่งท้องทะเลซึ้งใจในความรักของปลาเงินน้อยนัก จึงช่วยชีวิตมันไว้ ดำริว่าปลาเงินน้อยนี้คิดอ่านเกินตัว มันสมควรมีความสุขในโลกเล็ก ๆ ของมันเอง จึงจัดให้มันอยู่ในบ่อน้ำเล็ก ๆ ที่ประดับประดาด้วยทิวทัศน์งดงาม จากนั้นประทานปลาเงินสาวแสนสวยให้เป็นคู่ของมัน ปลาเงินน้อยยินดียิ่งนักด้วยว่าปลาเงินสาวนั้นสวยงามยิ่ง ตั้งแต่นั้นมาปลาเงินน้อยจึงตัดใจจากปลาเงินยักษ์ แล้วใช้ชีวิตอย่างสุขสันต์ในบ่อน้ำสืบเชื้อสายเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้”


องค์หญิงฮุ่ยหยวนถามขึ้นว่า “ปลาเงินที่โง่งมนัก มันไม่คิดบ้างหรือว่าดวงจันทร์ก็อาจรักมันเช่นกัน เช่นนี้ดวงจันทร์ต้องเศร้าเสียใจแต่ผู้เดียวแล้ว”


เซียวเฟยเทียนยิ้มพลางกล่าวตอบนางว่า “แต่ตอนนี้ปลาเงินตัวนี้หายโง่งมแล้ว และมันจะรักปลาเงินยักษ์ของมันตลอดไป” เมื่อกล่าวจบองค์หญิงฮุ่ยหยวนเสนอจูบต่อมันอย่างดูดดื่ม ทั้งสองจูบกันอย่างเนิ่นนานราวกับว่าจะไม่มีวันแยกจากกัน


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ