ยอดยุทธทะยานฟ้า - บทที่ 11 ผู้บงการ

ยอดยุทธทะยานฟ้า - บทที่ 11 ผู้บงการ

  • 3 ตอบ
  • 2837 อ่าน
*

ออฟไลน์ kropkrap

  • Tiny Member
  • *
  • 23
  • 921
    • ดูรายละเอียด
ยอดยุทธทะยานฟ้า - บทที่ 11 ผู้บงการ
« เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2016, 08:03:46 PM »
คุยกันก่อนอ่าน
ยอดยุทธทะยานฟ้ามาถึงตอนที่ 11 แล้ว ขอถือโอกาสนี้พูดคุยกับนักอ่านที่ติดตามอ่านมาถึงตอนนี้สักหน่อยครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมตั้งใจเขียนให้อ่านกันสนุกๆ ในเวลาที่นิยายกำลังภายในซบเซาครับ การดำเนินเรื่องจะเน้นแนวนิยายกำลังภายในเป็นหลัก เรื่องอีโรติกเป็นรอง แต่จะแทรกเรื่องอีโรติกเข้ามาเป็นระยะ ๆ ตามความชอบส่วนตัวครับ [s:260]    

เนื่องจากช่วงเวลาในเรื่องเป็นช่วงประวัติศาสตร์ที่มีคนรู้จักน้อย หนังสือประวัติศาสตร์จีนบางเล่มถึงกับละเลยช่วงนี้ไปเลย จึงขอบอกเล่าเล็กน้อยเพื่อให้อ่านได้อรรถรสขึ้น อย่าถือว่าเป็นความรู้ที่ไปอ้างอิงอะไรได้มากนะครับ เพราะผู้เขียนก็ศึกษาเอาเองแบบงูๆ ปลาๆ เช่นกัน

  • ยุคนี้คือปลายยุค 5 ราชวงศ์ 10 อาณาจักรต่อกับยุคเริ่มต้นของราชวงศ์เป่ยซ่ง (ซ่งเหนือ) ครับ มีนักอ่านบางท่านรู้จักเดายุคได้ด้วย เก่งมากจริง ๆ ครับ ตอนนี้ซ่งเพิ่งตั้งประเทศและเริ่มทำสงครามรวมแผ่นดิน เหลือแคว้นอิสระอยู่คือ อู๋เยี่ยว์ที่เฟยเทียนอยู่ หนานถัง (ถังใต้) ขององค์หญิงฮุ่ยหยวน หนานฮั่น (ฮั่นใต้) ที่ส่งพวกมาขอท้าประลองหม่าฉิว และเป่ยฮั่น (ฮั่นเหนือ) ซึ่งยังไม่มีบทบาทครับ อ้างอิงสำหรับแฟนกิมย้ง เรื่องนี้เกิดก่อน 8 เทพอสูรมังกรฟ้าราว 100 กว่าปีครับ
  • ภาษาจีนในเรื่องผมยอมรับเลยว่ามั่วครับ อิอิ เพราะผู้เขียนไม่มีความรู้ภาษาจีนเลย ชื่อตัวละครและชื่อเมืองจะยึดการอ่านง่ายเป็นหลักโดยไม่ได้สนใจว่าเป็นภาษาจีนกลางหรือจีนแต้จิ๋วที่คนไทยคุ้นเคย
  • สำหรับเรื่ององค์หญิงฮุ่ยหยวน สมัยนั้นยังไม่มีวิธีการดูความบริสุทธิ์แบบอื่นนอกจากการมีเลือดออกหลังการร่วมเพศครับ จริง ๆ ต่อให้เป็นสมัยนี้ก็ยังดูกันยาก จริง ๆ แล้วเรื่องพรหมจรรย์นี้สังคมจีนสมัยนั้นไม่ได้ยืดถือเรื่องนี้กันมากนักครับ เนื่องจาก ต่อมาในสมัยซ่งปลายๆ จึงเริ่มยึดถือมากขึ้น จนเข้มข้นในสมัยหยวน กรณีของฮุ่ยหยวนเนื่องจากเป็นการแต่งงานทางการเมืองจึงต้องเข้มเรื่องนี้ครับ อีกอย่างถ้าไม่ออกแรงดันมันก็ไม่ได้ขาดกันง่ายๆ นะครับ [s:261]
  • เรื่อง sex สมัยนั้นกระแสหลักของสังคมจีนคือลัทธิเต๋า ซึ่งมองเรื่อง sex เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต สังคมค่อนข้างเปิดกว้างเรื่อง sex ครับ ความรู้เรื่อง sex ก็แพร่หลาย ตั้งแต่สมัยถังมาผู้หญิงนิยมใส่เสื้อเกาะอก แล้วคลุมด้วยผ้าแพรบาง ๆ ไม่ได้ให้ปกปิดแต่อย่างใด อันที่จริงเต๋าส่งเสริมให้ผู้ชายมี sex วันละหลายๆ ครั้งกับหลายๆ คนด้วยครับ ส่วนหญิงให้มีได้หลายๆ ครั้งแต่กับคนเดียว คนไทยชินกับนิยายและประวัติศาสตร์จีนที่แต่งขึ้นในสมัยหลังที่เน้นขงจื้อเป็นกระแสหลักแล้ว ทำให้ชินกับภาพสาวจีนถือพรหมจรรย์ครับ ในสมัยนั้นไม่ได้ถือพรหมจรรย์เคร่งครัดทั้งก่อนและหลังการแต่งงาน ดูจากเรื่องเหยี่ยวมารของหวงอี้จะเห็นว่าหลงอิงเจาะไข่แดงของนางมารน้อยโดยที่พ่อนางไม่ว่าอะไรเลย แถมสนับสนุนด้วย ธรรมเนียมประเพณีเรื่องการถือพรหมจรรย์ที่แทรกในเรื่องสามก๊กนั้นเป็นของสมัยหยวนและหมิงครับ เนื่องจากสามก๊กเขียนขึ้นในสมัยหมิง

สุดท้ายรบกวนผู้อ่านที่หลวมตัวอ่านมาแล้วติชมด้วยครับ โดยเฉพาะการติครับ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่หัดเขียนจริง ๆ มีผู้อ่านให้กำลังใจมาพอสมควร ผู้เขียนก็มีกำลังใจดีครับ แต่การติย่อมทำให้ปรับปรุงได้ดีกว่า อยากให้เรื่องพัฒนาไปทางไหนเสนอกันเข้ามาได้ครับ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านอ่านให้สนุกนะครับ

บทที่ 11 ผู้บงการ


ประกายสีทองกระจ่างขึ้นวูบ ในเสียงกระหึ่มดุจมังกรคำราม เซียวกุ้ยฟาดฟันออกติดต่อกันสิบสามกระบวนท่าในพริบตาเดียว ทุกกระบวนท่าแผ่วพลิ้วแต่ทรงอาณุภาพปานอสนีบาตผ่านฟ้า หวงซิ่วซิ่นที่ยืนชมดูอยู่ด้านข้างเห็นเซียวกุ้ยใช้กระบี่พิชิตมารราวกับกระบี่คู่มืออดสงสัยในใจมิได้ ประกายกระบี่พลันสลายวับ เซียวกุ้ยหยัดยืนอย่างสง่างามซ่อนกระบี่ไว้ด้านหลัง เคราเงินโชยพริ้วตามลม  สง่างามราวเซียนกระบี่ในตำนาน


เซียวกุ้ยแย้มยิ้มเล็กน้อยดวงตาทอแววหวนรำลึกกล่าวขึ้นว่า “พริบตาเดียวไม่พบพานมายี่สิบปี อาจารย์ของแม่นางสบายดีกระมัง ?”


หวงซิ่วซิ่นคารวะอย่างสำรวมกล่าวตอบว่า “อาจารย์พลานามัยแข็งแรงดีอยู่ ขอบคุณผู้อาวุโสที่เป็นห่วง”


เซียวกุ้ยกล่าวถามว่า “อาจารย์เจ้าให้เจ้านำกระบี่พิชิตมารเล่มนี้มาพบข้าด้วยเหตุอันใดหรือ ?”


หวงซิ่วซิ่นกราบเรียนว่า “อาจารย์กล่าวว่าผู้อาวุโสเซียวมีภูมิปัญญารอบรู้ไพศาล ครั้งกระโน้นได้ผู้อาวุโสเซียวชี้แนะจนอาจารย์ก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมือ ดังนั้นจึงให้ข้ามารับคำชี้แนะจากท่าน”


เซียวกุ้ยหัวเราะพลางกล่าวว่า “อาจารย์เจ้ายกย่องข้าสูงเกินจริงไปแล้ว อาจารย์เจ้ามีฝีมือสูงส่งสุดยอดอยู่แล้ว ข้าหรือจะมีอันใดจะแนะนำเจ้าได้อีก เจ้าดูหลานชายไม่เอาไหนของข้าเป็นตัวอย่าง ข้าเฝ้าอบรมมันแต่เล็กกลับยังไม่เอาไหนถึงเพียงนี้”


หวงซิ่วซิ่นรีบกล่าวว่า “คุณชายเซียวฝีมือสูงส่งยิ่งนัก วันนี้หากไม่ได้เขาช่วยไว้ ข้าคงไม่มีชีวิตรอดมาพบผู้อาวุโสแล้ว”


เซียวกุ้ยกล่าวว่า “เด็กน้อยนี้ช่วยเจ้าไว้หรือ โอ ครั้งกระโน้นข้าฝีมืออ่อนด้อย เป็นนางช่วยชีวิตข้าไว้ คิดไม่ถึงหลายสิบปีให้หลังหลานข้ากลับได้ช่วยชีวิตลูกศิษย์ของนาง เรื่องเป็นอย่างไรกันแน่ นั่งลงแล้วเล่าให้ข้าฟังซิ”


หลังจากทั้งหมดนั่งเรียบร้อยแล้ว หวงซิ่วซิ่นจึงเล่าเรื่องการต่อสู้ให้เซียวกุ้ยฟังอย่างละเอียด หลังฟังจบแล้วเซียวกุ้ยจึงกล่าวว่า “ซิ่วซิ่น หญิงกับชายนั้นแตกต่างกัน ยามที่หญิงลงมือจนถึงขั้นคับขัน สมาธิจิตใจจะจดจ่ออยู่แต่กับการสังหารศัตรู เรียกว่าจิตมารเข้าครอบงำจิตใจ คล้ายกับกระบี่เป็นผู้ใช้คน หาใช่คนเป็นผู้ใช้กระบี่ไม่ หากมิอาจควบคุมจิตมารได้ อาจพลั้งมือก่อการฆ่าฟันวุ่นวาย อย่างนั้นจะเป็นความเสียใจไปชั่วชีวิตแล้ว กระบี่พิชิตมารเล่มนี้แม้สามารถกำราบจิตมารได้ แต่เพลงกระบี่ชุดนี้รวดเร็ว รุนแรง นับว่ามีอาถรรพ์ฆ่าฟันล้ำลึกเกินไป ดังนั้นผู้ใช้กระบี่ต้องฝึกฝนจิตใจควบคู่ไปด้วย วันใดเจ้าควบคุมกระบี่ได้ดั่งใจ จึงนับว่าก้าวเข้าสู่มรรคากระบี่”


หวงซิ่วซิ่นรับคำอย่างสำรวมว่า “กราบขอบพระคุณผู้อาวุโสที่ช่วยปัดเป่าความโง่เขลา ผู้เยาว์ขอจดจำใส่ใจ”


เซียวกุ้ยยิ้มพลางกล่าวว่า “เด็กอันประเสริฐ อาจารย์เจ้ากับข้าเป็นสหายสนิท เจ้าไม่ต้องมากมารยาท ทำตัวตามสบายเถอะ เจ้าชื่อซิ่วซิ่น (แปลว่าความศรัทธาที่งดงาม) เป็นนางตั้งให้เจ้ากระมัง”


หวงซิ่วซิ่นกล่าวตอบอย่างประหลาดใจว่า “ผู้อาวุโสปราดเปรื่องยิ่ง ข้าเป็นกำพร้าตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ อาจารย์เลี้ยงดูข้าแต่เล็ก ชื่อนี้เป็นท่านประทานให้เอง”


เซียวกุ้ยกล่าวถามว่า “เจ้าทราบเหตุผลที่นางตั้งชื่อนี้ให้หรือไม่ ?”


หวงซิ่วซิ่นกล่าวตอบอย่างสำรวมว่า “ผู้เยาว์โง่เขลา มิเข้าใจจิตเจตนาของอาจารย์”


เซียวกุ้ยยิ้มพลางกล่าวว่า “เอาเถอะ วันนี้เจ้ายังเยาว์วัย เพียงอย่าลืมเลือนความหมายของชื่อก็พอ วันหน้าเจ้าอาจจะเข้าใจจิตเจตนาของพวกเราที่ปลูกฝังพวกเจ้าเหล่าคนหนุ่มสาวในวันนี้ได้ เฟยเทียนเจ้าเองก็เช่นกัน” เซียวเฟยเทียนและหวงซิ่วซิ่นรับคำอย่างนอบน้อม เซียวกุ้ยจึงกล่าวว่า “ซิ่วซิ่น เจ้าฝึกซ้อมกับข้าซักรอบ แต่อย่าได้คาดหวังมากนัก” หวงซิ่วซิ่นรีบรับคำอย่างยินดีว่า “ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ”


ควรทราบว่าการดูผู้อื่นฝึกวิชาอยู่ด้านข้างเป็นข้อห้ามที่ชาวยุทธจักรถือสา เซียวเฟยเทียนจึงขอตัวจากมา ระหว่างทางเพ่ยเพ่ยรีบรุดมาดักรอแจ้งข่าวว่า “เฟยเทียน เป้าหมายเคลื่อนไหวแล้ว องค์หญิงรอท่านอยู่ที่ประตูใหญ่” เซียวเฟยเทียนยินดียิ่งรีบชักชวนนางเร่งรุดไปสมทบกับองค์หญิงฮุ่ยหยวน


ทั้งสามมาถึงเก๋งพักร้อนริมทะเลสาบซีหูแห่งหนึ่ง ภายในเก๋งหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีกำลังสนทนากันอย่างคร่ำเคร่ง เพื่อไม่เป็นการแหวกหญ้าจนงูตื่นทั้งสามจึงหยุดลงห่างจากเก๋งราวห้าสิบจ้าง (ราว 100 เมตร) จากนั้นพึ่งพาใบหูอันปราดเปรียวของเพ่ยเพ่ยให้นางถ่ายทอดคำสนทนาให้แก่เซียวเฟยเทียนและองค์หญิงฮุ่ยหยวน


สตรีนั้นกล่าวว่า “ถึงเซียวเฟยเทียนจะสอดมือเข้ามา แต่แผนการของพวกเรานับว่าสำเร็จแล้ว ท่านควรรีบถอนตัวกลับหนานถังได้แล้ว พวกเราเตรียมม้าเร็วไว้แล้วท่านรีบออกเดินทางทันทีเถอะ”


บุรุษนั้นกล่าวถามว่า “สำเร็จลุล่วงหรือ อภัยที่ข้าโง่เขลา องค์หญิงฮุ่ยหยวนยังไม่ตาย เช่นนี้จะจุดชนวนพิพาทระหว่างหนานถังและอู๋เยี่ยว์ได้อย่างไร?”


สตรีนั้นกล่าวตอบว่า “ท่านเมื่อคิดการใหญ่กลับยังใจอ่อนดุจสตรี เมื่อถึงคราวลงมือกลับช่วยเหลือนางไว้ พวกเราจึงต้องหาทางให้นางไม่อาจไปสยุมพรได้อีก แผนการคือเมื่อท่านกลับถึงหนานถังเพียงรายงานต่อหลี่อวี้ว่านางถูกฆ่าตายแล้ว นางเมื่อตกเป็นของเซียวเฟยเทียนแล้วคงมิอาจบากหน้าไปยังต้าซ่งอีก จะกลับไปยังหนานถังก็ใช่ที่ องค์หญิงเป็นคนฉลาดย่อมทราบว่าการหายสาบสูญไปเงียบๆ เช่นนี้ย่อมดีที่สุด เช่นนี้มิใช่แผนอันสมบูรณ์พร้อมหรือ?”


บุรุษนั้นกล่าวว่า “เมื่อเซียวเฟยเทียนมาช่วยนางไว้ทัน ถือว่านางนางโชคดียังมิถึงฆาตเถอะ หวังว่านางคงมิดึงดันต่อไป ยอมครองคู่อยู่กับเซียวเฟยเทียนที่นี่อย่างเงียบๆ”


สตรีนั้นกล่าวตอบว่า “หวังว่าเป็นเช่นนั้น ถือว่าพวกเราส่งเสริมบุพเพสันนิวาสรายนี้ครั้งหนึ่งเถอะ เวลาไม่เช้าแล้ว พวกเราออกเดินทางเถอะ” กล่าวจบพากันไปยังม้าเร็วที่จัดเตรียมไว้


ที่แท้บุรุษนั้นกลับเป็นแม่ทัพหลินเหยินจ้าวเอง! ความตะหนกขององค์หญิงฮุ่ยหยวนครานี้ช่างใหญ่หลวงนัก  ความเจ็บปวดใจจากการถูกคนที่ไว้วางใจทรยศหักหลังดั่งคมมีดกรีดใจองค์หญิงฮุ่ยหยวนจนแปลบปลาบ เซียวเฟยเทียนบีบมือนางเบา ๆ เป็นเชิงปลอบใจ แล้วกล่าวขึ้นว่า “ฮุ่ยหยวนท่านระงับสติไว้ การเมืองเป็นเช่นนี้เอง พวกเขาจะไปแล้ว เวลาไม่อาจชักช้า ข้าจะรีบสกัดแม่ทัพหลินไว้ พี่เพ่ยเพ่ยรีบพาฮุ่ยหยวนกลับบ้านไปก่อน แล้วค่อยพบกันที่บ้าน” เพ่ยเพ่ยกล่าวว่า “เฟยเทียน ข้าไม่ได้ยินเสียงผิดปกติอื่นใด คาดว่าไม่มีผู้อื่นแอบซุ่มอยู่อีก แต่ท่านระมัดระวังตัวไว้ด้วย” เซียวเฟยเทียนรับคำแล้วรีบทะยานเข้าหาคนทั้งสองทันที


เซียวเฟยเทียนทุ่มเทวิชาตัวเบาเงาจันทราร่อนลงแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองและม้าเร็ว หลินเหยินจ้าวตื่นตระหนกจนหน้าถอดสี หญิงสาวนั้นกลับระงับสติได้รวดเร็วกล่าวทักทายว่า “คุณชายเซียว พวกเราพบกันอีกแล้ว” พลางยืนหยัดเผชิญหน้ากับเซียวเฟยเทียนอย่างไม่เกรงกลัว ที่แท้นางคือโฉมสะคราญที่ลงมือลอบทำร้ายหวงซิ่วซิ่นนั่นเอง


เซียวเฟยเทียนยิ้มอย่างสง่างามพลางกล่าวตอบว่า “คิดไม่ถึงแม่ทัพหลินเพิ่งมาถึงหังโจวได้ไม่กี่วัน กลับนัดพบโฉมสะคราญท่องชมทิวทัศน์ ช่างน่าอิจฉานัก ไม่ทราบแม่นางท่านนี้คือ...”


หญิงสาวแย้มยิ้มอย่างหยาดเยิ้มพลางกล่าวตอบว่า “เรียกข้าว่าเยี่ยนเยี่ยน (แปลว่านกนางแอ่น) เถอะ คุณชายเซียวคงมิเพียงบังเอิญผ่านมากระมัง”


เซียวเฟยเทียนกล่าวตอบว่า “ที่แท้เป็นแม่นางเยี่ยนเยี่ยน หากทราบว่าท่านแม่ทัพนัดพบหญิงงามเช่นท่านคงไม่ต้องเป็นห่วงวุ่นวายแล้ว”


เยี่ยนเยี่ยนยิ้มพลางกล่าวถามว่า “คุณชายเซียวชาญฉลาดนักกลับมองแผนการพวกเราออก ท่านแม่ทัพหลินเผยพิรุธที่ใดหรือ ?”


เซียวเฟยเทียนกล่าวตอบว่า “แผนการของพวกท่านแนบเนียนรัดกุมยิ่งนัก การแสดงออกของท่านแม่ทัพหลินยิ่งไม่มีพิรุธอันใด”


เยี่ยนเยี่ยนกล่าวถามว่า “เช่นนั้นท่านมองออกได้อย่างไร ?”


เซียวเฟยเทียนกล่าวตอบว่า “เพราะแรงจูงใจ แม่ทัพหลินต้องการทำสงครามอย่างแรงกล้า แผนการที่อาจสามารถระงับสงครามได้หลายปีเช่นนี้ย่อมขัดกับปณิธานของท่านอย่างยิ่ง พฤติการออกหน้าคุ้มกันองค์หญิงด้วยตนเองยิ่งกล่าวได้ว่าขาดแรงจูงใจอย่างสิ้นเชิง”


หลินเหยินจ้าวกล่าวว่า “ที่แท้ท่านส่งแม่นางเพ่ยอิงมาล้วงความลับหรือ ?”


เซียวเฟยเทียนกล่าวตอบว่า “ท่านแม่ทัพระมัดระวังตัวอย่างดี พี่เพ่ยอิงย่อมไม่สามารถล้วงความลับใดได้ นางเพียงวางเหยื่อล่อให้ท่านเปิดเผยฐาตุแท้ออกมาเท่านั้น”


หลินเหยินจ้าวฟังความหมายในวาจาคิดว่าเซียวเฟยเทียนวกอ้อมด่าตนจึงกระชากเสียงถามว่า “ฐาตุแท้อันใด ?”


เซียวเฟยเทียนยิ้มพลางกล่าวตอบว่า “ท่านแม่ทัพอย่าได้มีโทสะ นั่นเป็นฐาตุแท้ของวีรบุรุษชาติทหาร”


หลินเหยินจ้าวยิ่งรับฟังยิ่งงงงวย เซียวเฟยเทียนจึงขยายความว่า “วีรบุรุษผู้เหี้ยมหาญย่อมตั้งปณิธานใหญ่ ไม่กลัวฟ้ากลัวดิน กวาดตาทั่วทั้งแดนใต้คาดว่ามิมีผู้ใดกล้าต่อกรกับทัพซ่งนอกจากท่านอีกแล้ว เมื่อพี่เพ่ยเพ่ยยืนยันข่าวลือที่ว่าท่านยอมให้ถูกกล่าวหาเป็นกบฎเพื่อยกทัพโจมตีต้าซ่งย่อมเป็นการยืนยันจิตปณิธานคิดการใหญ่ของท่านเป็นอย่างดี”


หลินเหยินจ้าวอดภาคภูมิใจมิได้ต้องยืดอกขึ้นอย่างองอาจ เซียวเฟยเทียนกล่าวต่อไปว่า “นับแต่โบราณกาล หนึ่งยอดแม่ทัพแลกมาด้วยหมื่นกองกระดูกขาว ลำพังการเสียสละองค์หญิงเพียงคนเดียวท่านย่อมไม่ใส่ใจแล้ว สุดท้ายเมื่อพี่เพ่ยเพ่ยจงใจกล่าวสงสัยแม่นางลี่จู ท่านก็รีบถมหินลงบ่อทันที แสดงถึงเจตนาเบี่ยงเบนความสนใจของท่าน”


เยี่ยนเยี่ยนกล่าวถามว่า “คิดไม่ถึงการดื่มสุราสนทนาเพียงครั้งเดียว กลับทำให้ท่านคาดเดาได้เช่นนี้ แต่เพียงเท่านี้ท่านมั่นใจได้อย่างไร ?”


เซียวเฟยเทียนกล่าวตอบว่า “เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนเอง บ้านตระกูลเซียวแม้มิใช่ถ้ำเสือวังมังกร แต่ยังไม่เปราะบางจนถึงกลับปล่อยให้คนนอกลอบเข้าไปวางยาต่อองค์หญิงได้ ดังนั้นผู้ลงมือต้องเป็นคนในบ้าน แม้มีความเป็นไปได้สูงที่แม่นางลี่จูจะวางยาองค์หญิง  แต่นางเป็นสตรีอ่อนแอ ไม่สามารถย้ายองค์หญิงมายังห้องข้าได้ แต่ข้าก็ยังมิปักใจ นางอาจปกปิดวิทยายุทธไว้ก็เป็นได้ วิธีการที่ง่ายที่สุดคือจับตาดูพวกท่านทั้งสองคน ข้ามั่นใจว่าหลังจากลงมือวางยาอย่างอุกอาจแล้วท่านต้องมีความเคลื่อนไหวตามหลังเป็นแน่”


เยี่ยนเยี่ยนกล่าวว่า “ชาญฉลาดยิ่งนัก เมื่อท่านทราบความจริงแล้ว คิดทำอย่างไร ? ท่านย่อมทราบว่าการสังหารท่านแม่ทัพระบายแค้นกลับจะยิ่งทำให้เรื่องราวเลวร้ายลงกระมัง ?”


เซียวเฟยเทียนยิ้มพลางกล่าวตอบว่า “ย่อมต้องเชิญท่านแม่ทัพกลับไปรับประทานอาหารเย็นแล้วค่อยหารือแล้ว” กล่าวจบสลับเท้าปราดเข้าประชิดตัวหลินเหยินจ้าวอย่างรวดเร็ว เยี่ยนเยี่ยนรับทราบความพิสดารของท่าเท้าท่องคลื่นมาแล้ว ยามนี้ระมัดระวังอยู่ก่อน แม้ไม่อาจคาดเดาทิศทางการก้าวเท้าได้ แต่ย่อมสามารถดักรอที่จุดหมายจึงใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาย่อพสุธาเป็นนิ้วเข้าขวางหน้าไว้ เซียวเฟยเทียนเห็นประกายกระบี่วูบขึ้นสองครั้งคราจึงล่าถอยออกมา ที่แท้อาวุธของนางคือกระบี่สั้นแวววาวจับตาคู่หนึ่งซึ่งนางไม่ทราบซ่อนไว้ที่ใด เห็นด้ามกระบี่ประดับอัญมณีแวววาวคาดว่าคงมีค่าควรเมือง เซียวเฟยเทียนลอบชมเชยวาสนาตนเองในใจ หากคราก่อนนางใช้ออกด้วยกระบี่สั้นคู่นี้แทนที่ฝ่ามือตนเองคงประสบเภทภัยมากกว่าวาสนาแล้ว


เซียวเฟยเทียนกล่าวคำล่วงเกินแล้วพลันยื่นมือตะปบสายรัดเอว ในมือพลันเพิ่มกระบี่อ่อนเล่มหนึ่ง กล่าวเสริมขึ้นว่า “แม่นางเยี่ยนเยี่ยนโปรดระวังตัว กระบี่อ่อนเล่มนี้ตีขึ้นจากเหล็กกล้าเนื้อดี ตัวกระบี่สามารถใช้ลมปราณบังคับให้แข็งหรืออ่อนได้ ยามอ่อนสามารถใช้ได้ต่างแส้ รับกระบวนท่า!”


เซียวเฟยเทียนใช้ออกด้วยมือหักเหมยเทียนซัวที่ดัดแปลงเป็นเพลงกระบี่ ยามใช้กระบวนท่าเห็นตัวกระบี่เหยียดตรงไม่ต่างกับกระบี่ทั่วไปแสดงออกถึงกำลังภายในอันลึกล้ำที่ถ่ายทอดสู่ตัวกระบี่ ทั้งสองใช้ความรวดเร็วสู้ความรวดเร็ว เสียงกระบี่ปะทะกันถี่ยิบ ประกายกระบี่แปลบปลาบบาดตา เซียวเฟยเทียนใช้กระบี่อย่างแผ่วพลิ้วสง่างาม เยี่ยนเยี่ยนตั้งรับด้วยกระบี่คู่อย่างรัดกุม ความพลิกแพลงรวดเร็วของเพลงกระบี่ ความสอดรับกลมกลืมของกระบี่ทั้งสองเล่มสานกันเป็นตาข่ายกระบี่ทำให้เซียวเฟยเทียนยังมิอาจจู่โจมทำลายได้โดยง่าย


เยี่ยนเยี่ยนรู้ว่าเซียวเฟยเทียนออมมือไว้ด้วยเห็นว่านางเป็นหญิงรู้สึกเสื่อมเสียหน้านักจึงร้องว่า “คุณชายเซียว หากเก่งกล้าก็เข้ามาเอาชัย ท่านออมมือเช่นนี้ ดูแคลนข้าหรือ?”


เซียวเฟยเทียนพลันเปลี่ยนเป็นแทงออกตรง ๆ ท่ากระบี่ที่แผ่วพลิ้วกลับกลายเป็นทื่อด้าน ท่าแทงนี้ทรงอาณุภาพยิ่ง กระบี่อ่อนกลับกลายเป็นแข็งแกร่งราวกระบี่เหล็กกล้า เยี่ยนเยี่ยนยามกระทันหันไม่คาดคิดว่าเซียวเฟยเทียนผู้นุ่มนวลไม่บอกกล่าวก็เปลี่ยนเป็นดุดันปานนี้ นางเองก็ยอดเยี่ยมยิ่ง เปลี่ยนเป็นรั้งกระบี่สั้นทั้งสองมาประสานกันเกร็งกำลังภายในเตรียมรับการปะทะ


มิคาดในพริบตาที่กระบี่ทั้งสามจะปะทะกัน กระบี่อ่อนของเซียวเฟยเทียนพลันเปลี่ยนเป็นลื่นไหลราวกับอสรพิษ ตัวกระบี่พันวูบรัดกระบี่สั้นทั้งสองเล่มเอาไว้ เยี่ยนเยี่ยนพลันพบว่าพลังของเซียวเฟยเทียนเปลี่ยนจากจ้วงแทงเป็นกระชากราวปาฏิหาริย์ ยามกระทันพันแทบถูกกระชากกระบี่หลุดมือไป นางมิทันปรับเปลี่ยนพลังร่างพลันลอยละลิ่วเข้าหาอ้อมอกของเซียวเฟยเทียน


เซียวเฟยเทียนลงมือประสบผลดึงรั้งสาวงามเข้ามากอดรัดนางไว้ด้วยแขนซ้ายขณะจะลงมือสยบจุดนาง เยี่ยนเยี่ยนพลันแย้มยิ้มอย่างอ่อนหวาน เซียวเฟยเทียนรู้สึกมีความอ่อนนุ่มอบอุ่นและหอมระรื่นกลุ่มหนึ่งสัมผัสกับแก้มของตนเอง เยี่ยนเยี่ยนกลับจุมพิตแก้มเขาคราหนึ่ง อดตะลึงลานมิได้ พริบตาที่เซียวเฟยเทียนชะงักเยี่ยนเยี่ยนกลับลื่นหลุดจากอ้อมกอดดุจมัจฉาอันประเปรียว กลับไปยืนยิ้มให้เขาอย่างอ่อนหวาน


เยี่ยนเยี่ยนยิ้มสัพยอกว่า “เซียวเฟยเทียนนักรักผู้ช่ำชอง กลับทำอะไรไม่ถูกเพราะจุมพิตที่แก้มฟอดหนึ่งหรือ ฮิฮิ ดูท่านยามเซื่องซึมกลับน่ารักยิ่งนัก ข้าชักจะชมชอบท่านแล้ว เฟยเทียนท่านมาเป็นคนรักของข้าเถอะ”


เซียวเฟยเทียนไม่เคยพบสาวงามที่เปิดเผยเช่นนี้มาก่อน กล่าวถามอย่างงงงวยว่า “คนรักหรือ พวกเราเพิ่งพบกัน เมื่อครู่ยังต่อสู้จ้องเอาชีวิตกันอยู่ กลับกลายเป็นคนรักได้ง่ายดายเช่นนี้หรือ”


เยี่ยนเยี่ยนยิ้มพลางกล่าวว่า “มีอันใดไม่ได้ พวกท่านชาวฮั่นช่างพิรี้พิไร พวกเราชาวชี่ตันมีอิสระเสรี คิดชมชอบผู้ใดก็ชมชอบผู้นั้น ท่านฝีมือดีกว่าข้า อีกทั้งยังชาญฉลาดยิ่ง สู้ไปก็สู้ท่านไม่ได้ ชาวชี่ตันเราแม้ชมชอบวิชาการต่อสู้แต่ไม่เคยมีใครชนะข้าได้มาก่อน เฟยเทียน หากท่านต้องการครั้งแรกของข้ามอบให้กับท่านดีหรือไม่ ?”


เซียวเฟยเทียนอดรู้สึกหวาบหวามมิได้คิดในใจว่าที่แท้นางเป็นชาวชี่ตัน ถึงมีความงามแปลกกว่าหญิงชาวฮั่นทั่วไปเช่นนี้ โอ สตรีนางนี้ช่างแปลกประหลาดมิทราบรับมืออย่างไรจริง ๆ


“แย่แล้ว เยี่ยนเยี่ยนท่านแสนกลนัก” เซียวเฟยเทียนได้ยินเสียงม้าควบพลันนึกถึงหลินเหยินจ้าวขึ้นมาได้ เมื่อหันมองเห็นคนและม้าควบขับออกไปแล้ว หากเป็นยามปกติตนอาจทุ่มเทวิชาตัวเบาไล่ตามได้ แต่เมื่อมีเยี่ยนเยี่ยนคุมเชิงอยู่ด้านข้างย่อมมิสามารถปลีกตัวแล้ว


เยี่ยนเยี่ยนแย้มยิ้มแล้วกล่าวว่า “ฉันใดฉันนั้น ท่านมิใช่ใช้เล่ห์กลชิงกระบี่คู่ของข้าหรือ คืนมาได้แล้ว”


เซียวเฟยเทียนกลับมิถือสาใช้กำลังภายในบังคับกระบี่อ่อนให้ตั้งตรงคลายการพันรัดกระบี่สั้น ยื่นมือรับกระบี่สั้นทั้งสองเล่มไว้แล้วประคองคืนให้กับเยี่ยนเยี่ยน จากนั้นเก็บกระบี่อ่อนไว้ที่สายคาดเอวตามเดิม


เยี่ยนเยี่ยนพลันกล่าวถามว่า “ท่านผู้นี้แปลกประหลาดนัก กลับไม่โมโหหรือ ?”


เซียวเฟยเทียนยักไหล่เป็นความหมายว่าไม่ถือสากล่าวตอบว่า “ลูกผู้ชายไม่ถือสาพลาดท่าตำตา พลาดท่าให้กับสาวงามเช่นท่าน ยังได้จุมพิตมาเป็นของกำนัล มีอันใดต้องหัวเสีย อีกประการให้ข้าลงมือต่อท่านอย่างหักโหม ข้ายังตัดใจกระทำมิได้ นอกจากเลิกรากันแค่นี้แล้ว ข้ายังจะทำอย่างไรได้”


เยี่ยนเยี่ยนยกนิ้วเขาพลางกล่าวว่า “เยี่ยม รวบรัดสมใจ สมเป็นคนรักของข้า เฟยเทียนท่านอยากทราบหรือไม่ว่ากระบี่คู่นี้ปกติซุกซ่อนอยู่ที่ใด”


เซียวเฟยเทียนกล่าวตอบว่า “ไว้โอกาสหน้าจับท่านข้าจะตรวจค้นให้ทั่วเอง ถึงตอนนั้นท่านสำนึกเสียใจก็ไม่ทันการแล้ว วันนี้เราคนรักใหม่ทั้งสองยังคงแยกกันก่อนเถอะ”


เยี่ยนเยี่ยนยิ้มยั่วเย้าพลางกล่าวว่า “หากท่านจับข้าได้ ข้าย่อมมิมีใดตัดพ้อ เฟยเทียนที่รัก ไว้พบกันใหม่”


เซียวเฟยเทียนรีบกล่าวว่า “ก่อนจากมิมีจุมพิตอีกหรือ เยี่ยนเยี่ยนท่านยังมิได้บอกแซ่ของท่าน”


เยี่ยนเยี่ยนค้อนอย่างน่ารักวงหนึ่งแล้วกล่าวตอบว่า “เพ้ย ช่างไม่รู้จักพอจริง ๆ วันนี้ท่านกลับไปจุมพิตองค์หญิงของท่านก่อนเถอะ ส่วนแซ่ของข้า เมื่อเป็นคนรักของท่านไม่ช้าก็เร็วย่อมต้องแซ่เซียวแล้ว” กล่าวจบพลิ้วกายขึ้นม้าจากไป


เซียวเฟยเทียนเหม่อมองเยี่ยนเยี่ยนควบม้าจากไป แม้ทราบว่านางเป็นคนวางแผนร้ายทั้งหมดกลับเกลียดชังนางไม่ลง เมื่อนางจากไปจนลับตาเซียวเฟยเทียนรีบรุดกลับมายังบ้านตระกูลเซียว เห็นองค์หญิงฮุ่ยหยวนนั่งเซื่องซึมอยู่ที่เก๋งในสวน มีลี่จูนั่งอยู่เป็นเพื่อน จึงเดินเข้าหาหญิงสาวทั้งสองนั่งลงแล้วกล่าวว่า “ฮุ่ยหยวนขออภัยด้วย ข้าปล่อยให้หลินเหยินจ้าวหนีไปได้”


องค์หญิงฮุ่ยหยวนพยายามแย้มยิ้มกล่าวตอบเสียงอ่อนหวานว่า “ไม่เป็นไร ท่านกลับมาอย่างปลอดภัยก็พอแล้ว ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ?”


เซียวเฟยเทียนกล่าวตอบว่าไม่บาดเจ็บพลางยื่นมือกุมมือน้อย ๆ ของนางไว้ องค์หญิงฮุ่ยหยวนแอบอิงแผ่นอกอันแข็งแกร่งของชายคนรักกล่าวถามว่า “เฟยเทียน ข้าสับสนยิ่ง ตอนนี้ข้าควรทำอย่างไร”


เซียวเฟยเทียนกล่าวตอบว่า “พวกเรารู้แผนการของหลินเหยินจ้าวแล้วว่าเขาต้องการยุแหย่ให้หลี่อวี้แค้นจนกล้าทำสงครามกับแคว้นอู๋เยี่ยว์ โดยอ้างว่าท่านโดนพวกเราอู๋เยี่ยว์ฆ่าตาย แผนระยะสั้นของพวกเราคือต้องนำท่านกลับไปอย่างปลอดภัยเพื่อยับยั้งสงครามก่อน หากสงครามประทุขึ้นแล้วถึงตอนนั้นต่อให้หลี่อวี้ทราบว่าท่านปลอดภัยก็อาจสายเกินการณ์แล้ว เมื่อหลินเหยินจ้าวได้รับคำสั่งเดินทัพแล้วตอนนั้นคงไม่รับฟังคำสั่งหลี่อวี้อีกต่อไป แน่นอนหลินเหยินจ้าวย่อมคาดเดาได้ว่าท่านต้องรีบกลับไป การเดินทางไปครั้งนี้ย่อมอันตรายอย่างยิ่ง”


องค์หญิงฮุ่ยหยวนกล่าวตอบว่า “ท่านแยกแยะมีเหตุผล พวกเราออกเดินทางเลยดีหรือไม่ ?”


เซียวเฟยเทียนกล่าวตอบว่า “ไม่ต้องรีบร้อนปานนั้น การตระเตรียมทำศึกต้องใช้เวลาแรมเดือน อีกประการหลินเหยินจ้าวมีการเตรียมการเดินทางไว้พร้อม ม้าต้องเป็นม้าชั้นเลิศอีกทั้งคงมีการเตรียมม้าไว้เปลี่ยนระหว่างทาง ไม่ว่าอย่างไรพวกเราไม่มีทางไปถึงได้ก่อนแน่ พวกเราค่อย ๆ เดินทางออมกำลังไว้รับมือแผนการตามหลังของเขาจะดีกว่า วันนี้พวกท่านเก็บข้าวของให้เรียบร้อย คืนนี้พยายามนอนให้หลับพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะออกเดินทาง ข้าจะคุ้มครองพวกท่านไปเอง”


องค์หญิงฮุ่ยหยวนกล่าวตอบว่า “ขอบคุณท่าน ลี่จู เจ้าอยู่รอฟังข่าวที่นี่เถอะ ระหว่างทางมีแต่อันตราย หากเฟยเทียนต้องดูแลเราสองคนคงย่ำแย่แล้ว”


ลี่จูเห็นว่าองค์หญิงฮุ่ยหยวนพูดมีเหตุผล ถึงนางจะอยากตามไปปรนนิบัติแต่ก็ทราบดีว่าตนเองจะเป็นเครื่องขัดมือขัดเท้าเซียวเฟยเทียนอย่างยิ่ง จึงได้แต่รับคำโดยดี


เซียวเฟยเทียนกล่าวว่า “แม่นางลี่จูวางใจ ข้ารับรองว่าตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตองค์หญิงต้องไร้อันตรายใด ๆ เมื่อพวกเราจัดการเรื่องทางหนานถังเรียบร้อยแล้วค่อยกลับมารับท่านเถอะ”


ลี่จูรับคำจากนั้นกล่าวอย่างนึกขึ้นได้ว่า “แล้วเรื่องการแต่งงานจะทำยังไงดี”


เซียวเฟยเทียนกับองค์หญิงฮุ่ยหยวนมองหน้ากันต่างรู้สึกกลางหลังเย็นวาบ ทั้งสองต่างหลงลืมเรื่องนี้ไปชั่วคราว องค์หญิงฮุ่ยหยวนขบคิดเล็กน้อยจึงกล่าวว่า “คงไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าจะเขียนจดหมายถึงฮ่องเต้ต้าซ่ง อธิบายเรื่องรีบด่วนที่เกิดขึ้นก่อน รบกวนคุณชายเซียวหาคนส่งจดหมายไปด้วย ถึงจะเป็นวิธีที่ความเสี่ยงสูงแต่ตอนนี้เราไม่มีทางเลือกแล้ว ได้แต่หวังว่าฮ่องเต้ต้าซ่งจะไม่ใช้เป็นข้ออ้างในการทำสงคราม”


ลี่จูคิดกล่าวกระไรแต่แล้วกล้ำกลืนไว้ ระหว่างมื้อเที่ยงหวงซิ่วซิ่นเสนอตัวร่วมคุ้มครององค์หญิงฮุ่ยหยวนด้วย ตอนแรกเซียวเฟยเทียนและองค์หญิงฮุ่ยหยวนไม่ยอมรับความหวังดีของนาง เพราะไม่อยากให้นางต้องเสี่ยงชีวิต หวงซิ่วซิ่นยืนกรานจะเดินทางไปด้วยถือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกฝน อีกทั้งนางเป็นหญิงย่อมสะดวกต่อการคุ้มครองมากกว่า หากให้ทั้งสองเดินทางลำพังหากต้าซ่งรู้เข้าอาจสร้างปัญหาได้ ทั้งสองจึงต้องจำใจรับคำ ทั้งหมดจึงแยกย้ายกันจัดสัมภาระ


เซียวเฟยเทียนตระเตรียมรถม้าให้องค์หญิงฮุ่ยหยวนและหวงซิ่วซิ่นโดยสาร ตัวเขาจะรับหน้าที่ขับรถเอง ช่วงบ่ายเซียวเฟยเทียนและหวงซิ่วซิ่นไปอำลาเซียวกุ้ย หลังจากนั้นเซียวเฟยเทียนไปหาหลินเจียวเมิ่งที่บ้านบอกกับนางเพียงว่าเขาจะพาพี่ฮุ่ยหยวนกลับไปยังหนานถัง หลินเจียวเมิ่งจึงร่ำร้องจะมารับประทานอาหารค่ำด้วยกัน หลังอาหารค่ำเซียวเฟยเทียนไม่ยอมให้หลินเจียวเมิ่งนอนค้างที่บ้านตระกูลเซียว เขารีบพานางไปส่งบ้าน ทุกคนรีบแยกย้ายเข้านอนแต่หัวค่ำ


เช้าวันรุ่งขึ้นเซียวเฟยเทียนรีบตื่นแต่เช้ายังไม่ทันล้างหน้าแต่งตัวเสียงเคาะประตูห้องพลันดังขึ้น เมื่อเปิดประตูออกพบองค์หญิงฮุ่ยหยวนมีท่าทีว้าวุ่นอยู่หน้าประตู เมื่อพบหน้าเซียวเฟยเทียนนางโถมเข้าจับมือเขาไว้ระล่ำระลักว่า “เฟยเทียน ทำยังไงดี ลี่จูแอบหนีไปต้าซ่งแล้ว !”



*

ออฟไลน์ suriyamahajit

  • Legend Member
  • *******
  • 2171
  • 1850
    • ดูรายละเอียด
Re: ยอดยุทธทะยานฟ้า - บทที่ 11 ผู้บงการ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2016, 04:00:55 PM »
เฟยเทียนนี่พบรักอีกแล้ว

*

ออนไลน์ koboy

  • Junior Member
  • ***
  • 390
  • 395
    • ดูรายละเอียด
Re: ยอดยุทธทะยานฟ้า - บทที่ 11 ผู้บงการ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2016, 06:52:48 AM »
ขอบคุณมากครับ เป็นเรื่องที่อ่านเพลิดเพลินสนุกครับ

*

ออฟไลน์ McCarran

  • Banned!

  • Full Member
  • **
  • 85
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: ยอดยุทธทะยานฟ้า - บทที่ 11 ผู้บงการ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2016, 09:32:54 AM »
I love it thank you so much

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ