มังกรคะนองฟ้า บทที่ 1 – ดอกฟ้าฤาจะโน้มลงดิน

มังกรคะนองฟ้า บทที่ 1 – ดอกฟ้าฤาจะโน้มลงดิน

  • 1 ตอบ
  • 4465 อ่าน
*

ออฟไลน์ kropkrap

  • Tiny Member
  • *
  • 23
  • 921
    • ดูรายละเอียด
“ราชวงศ์ถังล่มสลายแล้ว!”


“จูเวินปลิดปลงฮ่องเต้แล้ว!”


เซียวกุ้ยได้ยินผู้คนร่ำร้องตามท้องถนน บ้างจับกลุ่มกันสนทนาอย่างออกรส ต่างคาดเดาไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าฮ่องเต้สิ้นพระชนม์แล้ว บ้างก็ว่าหลี่เค่อย่งอารักขาพระองค์จากไปอย่างปลอดภัย นักเล่านิทานเล่าวีรกรรมหลี่ซือหยวนบุกเดี่ยวเข้าอารักขาฮ่องเต้เป็นตุเป็นตะ เซียวกุ้ยเงี่ยหูฟังอยู่ครู่หนึ่งแล้วก้มหน้าก้มตาผ่าฟืนต่อไป สำหรับกับมันความเป็นตายของราชวงศ์ถังคล้ายไม่มีความสำคัญอันใด หลายปีมานี้ต้าถังเสื่อมถอย ไฟสงครามลามเลียไปทุกหย่อมหญ้า ราชวงศ์ถังคล้ายมิได้ดำรงอยู่มานานแล้ว อีกทั้งแคว้นเอี้ยนนี้ห่างไกลจากเมืองลั่วหยางข่าวนี้อาจล่าช้าไปเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว สำหรับตอนนี้มันเพียงทราบดีว่าหากผ่าฟืนไม่เสร็จก่อนคุณหนูใหญ่จะสรงสนานมันคงไม่แคล้วถูกฟาดโบยอย่างแน่นอน


เซียวกุ้ยปีนี้อายุย่างยี่สิบ บิดามารดาเสียชีวิตแต่เด็ก หากเจ้าบ้านตระกูลเจิ้งไม่รับมันเข้าเป็นคนรับใช้มันคงอดอยากเสียชีวิตข้างถนนแต่แรก กับเรื่องนี้เซียวกุ้ยจดจำซึ้งใจ หลายปีมานี้มันตั้งใจทำงานทดแทนคุณท่านเจ้าบ้านเป็นอย่างดี เถ้าแก่เจิ้งเห็นมันซื่อสัตย์ทำงานขยันขันแข็ง อีกทั้งปฏิภาณไหวพริบดี จึงมักมอบหมายงานสำคัญให้มันทำเสมอ ถึงกับคิดส่งเสริมมันเป็นพ่อบ้านใหญ่ แต่คุณหนูใหญ่ไม่ยินยอมยกมันให้เถ้าแก่กลับรั้งมันไว้เป็นคนรับใช้ส่วนตัว นางเห็นว่าการรังแกมันเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตจึงมักใช้ให้มันทำงานหนักและหาเรื่องลงโทษมันเสมอ มันเองมิได้ตัดพ้อกลับเห็นว่าการได้รับใช้โฉมสะคราญอย่างใกล้ชิดเป็นความสุขในชีวิตของมัน


คุณหนูใหญ่อายุรุ่นราวสิบแปดสิบเก้าปีนับว่าเติบโตเต็มสาวสมควรออกเรือนแล้ว นับแต่ได้เห็นนางครั้งแรก ในสายตามันเห็นว่าไม่มีหญิงใดงามกว่านี้อีก ยามนี้นางเติบโตจากเด็กหญิงสดใสน่ารักเป็นสาวสะคราญโฉม เซียวกุ้ยยิ่งพิศยิ่งนึกรัก แม้ไม่กล้าคิดอาจเอื้อมแต่ในยามวิกาลฝันยุ่งเหยิงกลับนำนางไปจินตนาการถึงเสมอ


“พี่กุ้ย พักสักหน่อย นี่น้ำจ้ะ” อาเจียวยิ้มพลางส่งน้ำให้มัน เซียวกุ้ยรับน้ำมาดื่มแล้วกล่าวขอบคุณเบาๆ นางเป็นสาวใช้ในบ้านตระกูลเจิ้งเช่นเดียวกับมัน เซียวกุ้ยเห็นนางยิ้มสดใสใต้แสงแดดแผดจ้าอดคิดไม่ได้ว่านางช่างโชคดีที่เป็นบ่าวของเถ้าแก่เจิ้งผู้ใจบุญ หากเปลี่ยนเป็นเจ้านายอื่นสาวงามเช่นนางย่อมไม่แคล้วตกเป็นนางบำเรอเป็นแน่


อาเจียวเห็นเซียวกุ้ยจ้องมองนางอดขวยเขินมิได้ ทั้งสองเพิ่งเป็นคู่รักได้ไม่นาน เห็นเซียวกุ้ยแม้ซอมซ่อแต่มิได้ดูต่ำต้อย คนเข้มแข็งห้าวหาญ จมูกโด่งเป็นสัน ผิวคล้ำที่เกิดจากการกรำแดดลมแต่เด็กกลับทำให้มันดูคมเข้มสมชาย รูปร่างสูงใหญ่สมส่วนจากการทำงานหนัก รวมกันเป็นความดึงดูดใจแบบดิบเถื่อนรูปแบบหนึ่ง มีหญิงรับใช้หลายนางชมชอบมัน ต่างแย่งชิงกันเอาอกเอาใจ ส่งสายตาให้มันเสมอ อาเจียวอดภูมิใจในชายคนรักมิได้


อาเจียวเห็นว่ามันดื่มน้ำแล้วจึงกล่าวลาว่า “ข้าต้องไปทำงานก่อน แดดวันนี้ร้อนยิ่งนัก พี่อย่าลืมพักบ้าง”


เซียวกุ้ยรับคำยิ้มตอบว่า “อืม คืนนี้ยามไฮ่ (สามทุ่ม) พบกันที่เดิม” อาเจียวรับคำแล้วรีบเดินหนีไป หวนนึกถึงความนุ่มนวลเอาใจ ความตื่นเต้นเจ็บปวดระคนวาบหวามในครั้งแรกของนาง และความหฤหรรษ์ดื่มด่ำในหลายคืนมานี้ หน้าของนางเปลี่ยนเป็นแดงซ่านด้วยความรัญจวนใจ


คุณหนูใหญ่เห็นอาเจียวเดินหน้าแดงจากไป รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย นางเองถึงแม้มีชายหนุ่มรูปงามมากมายมาพัวพัน แต่ไม่มีผู้ใดสร้างความเร้าใจแก่นางเช่นเซียวกุ้ย กลิ่นอายบุรุษอันดิบเถื่อนของมันหาไม่ได้ในหมู่บุรุษสูงศักดิ์เหล่านั้น อดเกิดอารมณ์ริษยามิได้ นางตรงเข้าเร่งรัดมันว่า “เซียวกุ้ย เจ้าไม่ตั้งใจทำงาน เอาแต่พูดจาหยอกล้อสตรี หากน้ำไม่ร้อนพร้อมภายในครึ่งชั่วยามนี้ ดูว่าข้าจะฟาดขาเจ้าหักไปหรือไม่” จู่ ๆ เร่งรัดเปลี่ยนเวลาเช่นนี้ เซียวกุ้ยมิพอใจอยู่บ้างแต่มิอาจโต้แย้งได้ รีบก้มหน้าก้มตาผ่าฟืนต่อไป


ในที่สุดผ่าฟืนต้มน้ำทันเวลาอย่างเฉียดฉิว เซียวกุ้ยต้องถอนหายใจอย่างโล่งอก ยามนี้มันนั่งเฝ้าฟืนไฟรักษาอุณหภูมิน้ำให้คงที่อย่างตั้งใจ แว่วเสียงร้องเพลงอย่างสบายใจจากในห้องอาบน้ำที่กั้นด้วยหน้าต่างบานเดียวทำให้มันอดคิดฟุ้งซ่านถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าในห้องอาบน้ำมิได้ รู้สึกอยากให้ถึงคืนนี้เร็ว ๆ จะได้พลอดรักกับอาเจียวให้สมใจ โอ หากเปลี่ยนเป็นคุณหนูใหญ่จะมีความสุขเพียงใดกัน คิดถึงตอนนี้ความเป็นชายอดผงาดง้ำมิได้


“อากุ้ย” หน้าต่างห้องอาบน้ำพลันเปิดออก เสียงเรียกของคุณหนูใหญ่ปลุกมันจากภวังค์ เห็นนางยื่นศีรษะออกมาจากหน้าต่าง เผยช่วงไหล่เปลือยเปล่าขาวเนียนละลานตา เซียวกุ้ยต้องรีบหันมองไปทางอื่น คุณหนูใหญ่กล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “ดีมาก จำไว้หากแอบมองข้าจะควักลูกตาเจ้าออกมา” จากนั้นถามว่า “อากุ้ย เจ้ากับอาเจียวคบหากันหรือ ? ช่างมีความสามารถนัก เจ้ารู้หรือไม่มีคุณชายมากน้อยเท่าใดอยากรับนางไปเป็นภรรยาน้อย”


เซียวกุ้ยกล่าวตอบว่า “เป็นเพราะท่านเจ้าบ้านคุ้มครอง คอยบ่ายเบี่ยงให้ตลอดมา ต้องขอบคุณท่านอย่างยิ่ง”


คุณหนูใหญ่กล่าวว่า “เอาเถอะ ข้าจะบอกท่านพ่อว่าอาเจียวเป็นภรรยาเจ้าแล้ว ไว้พวกเราหาฤกษ์ดีจัดงานเล็ก ๆ ให้กับพวกเจ้าก็แล้วกัน”


เซียวกุ้ยรีบกล่าวบ่ายเบี่ยงว่า “ขอบคุณคุณหนู ขอบคุณนายผู้เฒ่า เรื่องเล็กน้อยของบ่าว มิบังอาจรบกวนท่านทั้งสอง” ในใจรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจนางมิได้ นางแม้ภายนอกดูดุร้าย ชมชอบหาเรื่องมัน แต่ลึกๆ แล้วนางนับเป็นคนดีคนหนึ่ง


คุณหนูใหญ่กล่าวต่ออีกว่า “แม้แต่อาเจียวเจ้าก็ไม่จริงจังด้วยหรือ เฮอะ ไม่ทราบเจ้าจัดการสาวใช้บ้านเราจนหมดแล้วหรือไม่  เจ้ามีอันใดดีหญิงสาวในบ้านถึงพากันชมชอบเจ้า นี่ ได้ข่าวว่าบางคืนเจ้าถึงกับนัดสาวใช้ถึงสี่ห้านางจริงหรือไม่ เจ้ารับมือได้หรือ”


เซียวกุ้ยรีบระล่ำระลักตอบว่า “มิใช่ มิใช่ เรียนคุณหนูใหญ่ นั่นเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น”


คุณหนูใหญ่กล่าวตอบว่า “อืม ข้าก็ไม่เชื่อว่าเจ้ามีความสามารถปานนั้น ข้าเตือนเจ้าไว้อย่างหนึ่ง น้องสาวข้าแม้สนใจเจ้า แต่เจ้าอย่าได้ต้องนางแม้แต่ปลายเล็บเชียว รู้หรือไม่”
เซียวกุ้ยงงงันวูบ คุณหนูรองชมชอบมันหรือ นี่กล่าวเริ่มจากที่ใด ยามนั้นรีบรับคำอย่างลนลานว่า “บ่าวมิกล้า นายผู้เฒ่ามีบุญคุณกับบ่าวยิ่งนัก บ่าวจะกล้ากระทำเรื่องอกตัญญูได้อย่างไร”
คุณหนูใหญ่กล่าวตอบว่า “ดีแล้ว ข้าเชื่อถือเจ้า แต่ถ้าเจ้าต้องการ ก็เข้าหาข้าแทนก็แล้วกัน” เซียวกุ้ยรู้สึกหัวใจเต้นระทึกจนแทบกระดอนจากปาก ยามนั้นหันไปมองคุณหนูใหญ่อย่างลืมตัว เห็นนางยิ้มมองมาอย่างยั่วเย้า ใบหน้างามสะคราญแดงระเรื่อเล็กน้อยจากการอาบน้ำอุ่น หยดน้ำที่เกาะพราวตามลำคอระหงและลาดไหล่กลมกลึงนั้นยิ่งเพิ่มความเย้ายวนขึ้นอีกหลายส่วน เซียวกุ้ยอดมองอย่างตะลึงลานมิได้
คุณหนูใหญ่หัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วกล่าวว่า “ดูเจ้าสิ โดนหยอกล้อเช่นนี้ก็ตะลึงลานทำอะไรไม่ถูกแล้ว นับเป็นยอดฝีมือในเชิงสตรีอันใด ไม่เล่นกับเจ้าแล้ว” กล่าวจบปิดหน้าต่างห้องน้ำปล่อยให้มันยืนเซื่องซึมโง่งมอยู่ข้างหน้าต่าง


ที่แท้เย็นวันนี้บ้านตระกูลเจิ้งมีแขกสำคัญ ผู้มาเป็นขุนนางใหญ่ท่านหนึ่งกับคุณชายหนุ่มอีกสองคน ทั้งสามแซ่หลิวเช่นเดียวกับฮ่องเต้หลิวโซ่วกวง คาดว่าเป็นพระญาติแล้ว เห็นทั้งสามแต่งกายภูมิฐาน ชายหนุ่มทั้งสองหน้าตาหล่อเหลา ที่แท้มาเพื่อหารือเรื่องแต่งงานเกี่ยวดองของสองตระกูล บ้านตระกูลเจิ้งมีบุตรีสองนางอายุไล่เลี่ยกันแต่คุณหนูรองอายุยังไม่ถึงสิบแปดยังไม่ถึงวัยออกเรือน บ้านตระกูลเจิ้งกลับให้บุตรีทั้งสองประทินโฉมอย่างเต็มที่ออกต้อนรับแขก ทั้งสองฝ่ายต่างมีบุตรและบุตรีสองคนคงจะมั่นหมายคู่เป็นแน่ เมื่อคิดถึงคุณหนูใหญ่ต้องแต่งออกไปเป็นสะใภ้บ้านอื่น เซียวกุ้ยอดเจ็บปวดใจมิได้ หากต่อไปไม่ได้เห็นนาง ไม่โดนนางแกล้งอีก ชีวิตคงจืดชืดยิ่งนัก


คุณหนูใหญ่ผู้งามเฉิดฉัน ประทินโฉมอย่างเต็มที่ รูปร่างอวบอิ่มในวัยเต็มสาวแฝงความเย้ายวนน่าสัมผัส คุณหนูรองกลับดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเพียงประทินโฉมอย่างเบาบาง รูปร่างอรชนบอบบางชวนให้ทะนุถนอม เมื่อทั้งสองนั่งประชันกันกลับไม่มีใครข่มความงามอีกฝ่ายลงได้ เมื่อเซียวกุ้ยยกอาหารมาในห้องโถงต้องลอบมองหญิงสาวทั้งสองไม่วางตา เห็นชายหนุ่มทั้งสองนั้นจ้องมองปทุมถันอวบอิ่มจนล้นผ้าคาดอกของคุณหนูใหญ่อย่างตะกละตะกรามได้แต่ลอบขุ่นเคืองใจ หวนนึกถึงตนเป็นเพียงคนรับใช้ ไม่มีสิทธิอาจเอื้อมต้องหน้าหม่นหมองลง


เซียวกุ้ยเห็นข้าวในชามคุณหนูรองไม่พร่องจึงกล่าวถามว่า “คุณหนูรอง อาหารวันนี้ไม่ถูกปากหรือ ท่านต้องการไข่เจียวของโปรดหรือไม่ บ่าวจะเข้าครัวทำให้เอง” มันรู้จักกับนางมาแต่เล็กทราบว่านางชอบรับประทานไข่เจียวพื้นเพธรรมดาฝีมือของมันที่สุด เห็นนางไม่รับประทานอาหารจึงเสนอหน้าด้วยความเคยชิน คุณหนูรองมองมาด้วยสายตาสำนึกขอบคุณกล่าวตอบเบา ๆ ว่า “วันนี้ข้ารู้สึกไม่สบาย ไม่ต้องลำบากอากุ้ยท่านแล้ว” เซียวกุ้ยเห็นความหม่นหมองในดวงตานาง อดนึกถึงคำสัพยอกของคุณหนูใหญ่มิได้ หรือว่านางมีใจให้ตนจริง อย่างไรนี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เซียวกุ้ยรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากสมองแล้วถอยออกมายืนรอปรนนิบัติต่อไป คุณชายทั้งสองนั้นได้ยินคุณหนูรองออกปากว่าไม่สบายกลัวว่านางจะหาข้ออ้างกลับไปพักผ่อนจึงแย่งกันเอาใจนาง เซียวกุ้ยรู้สึกจืดชืดไร้รสชาดจึงแยกตัวกลับไปยังห้องครัวเงียบๆ
หลังจากเสร็จงานเลี้ยงเซียวกุ้ยรีบสาวเท้าไปรออาเจียวที่นัดหมายก่อนเวลา รู้สึกจิตใจเลื่อนลอย เจ็บในใจอยู่แปลบปลาบ ยามนี้มันต้องการให้นางมาปลอบประโลมยิ่งนัก แต่แล้วมันกลับต้องพบความผิดหวังซ้ำสอง เจิ้งฮูหยินรั้งอาเจียวไว้ปรนนิบัตินวดเฟ้น คืนนี้นางจึงไม่อาจปลีกตัวมาได้ ณ ที่นัดหมายเซียวกุ้ยจึงพบเพียงจดหมายของนางเท่านั้น มันจึงเดินกลับที่พักอย่างหงอยเหงา ในใจครุ่นคิดว่าจะแวะหาพี่สาวคนใดดี คืนนี้หากไม่มีสตรีแนบกายจะผ่านวันเวลาไปได้อย่างไร


ขณะเดินผ่านเรือนรับรองที่ไม่มีผู้พำนักมานานในสวนหลัง เซียวกุ้ยพลันได้ยินเสียงหัวเราะอันคุ้นเคยดังมากระทบโสต นั่นเป็นเสียงหัวเราะของคุณหนูใหญ่ที่มันเฝ้าฝันถึงทุกเช้าค่ำเอง ดึกดื่นค่ำคืนแล้วไม่ทราบนางนัดสนทนากับผู้ใดในที่ลับตาเช่นนี้ เซียวกุ้ยค้นพบช่องแตกช่องหนึ่งมันจึงรีบแอบดูผ่านช่องแตกนั้น ภาพที่เห็นยิ่งทำให้มันรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจราวโดนมีดกรีด เห็นบนเตียงขาวสะอาดในห้องนั้น คุณหนูใหญ่เปลือยเปล่าขาวโพลนราวงาช้างเนื้อดีอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง ปทุมถันอันอวบอิ่มงอนงามที่มันเฝ้าใฝ่ฝันทุกคืนวันอยู่ในความครอบครองของริมฝีปากอีกฝ่าย เซียวกุ้ยเพ่งสายตามองที่แท้เป็นคุณชายรองของขุนนางใหญ่ที่มาวันนี้เอง คาดไม่ถึงว่าคุณหนูใหญ่มีกำหนดหมั้นหมายกับคุณชายใหญ่กลับนัดพบกับคุณชายรองในที่นี้


“ท่านดูดแบบนี้ข้าจั๊กกะจี้นัก” คุณหนูใหญ่กล่าวพลางขยับหนีจากริมฝีปากชายหนุ่ม มันเปลี่ยนจากซุกไซร้เป็นใช้สองมือเคล้นคลึงทรวงอกคุณหนูใหญ่อย่างย่ามใจพลางกล่าวว่า “เหม่ยเชี่ยน (แปลว่านางฟ้าแสนสวย) ท่านยิ่งมายิ่งอวบอิ่ม ไม่พบกันสามเดือนดูเหมือนใหญ่โตขึ้นอีกไม่น้อย” เซียวกุ้ยเห็นนางเม้มริมฝีปากเชิดหน้าเล็กน้อยอย่างกระสันรัญจวนใจ ช่องแตกนี้อยู่ใกล้กับทั้งสองยิ่งนัก เซียวกุ้ยมองเห็นยอดปทุมถันสีชมพูเข้มชูชันอย่างท้าทายอยู่ในหว่างนิ้วของชายหนุ่มนั้น อดใจเต้นระทึกมิได้ ใจปรารถนาใคร่เป็นชายผู้นั้นเสียเองจะได้ดอมดมให้สมใจ เสียงครางรอดไรฟันอย่างกระสันรัญจวนใจของคุณหนูใหญ่ยิ่งกรีดลึกลงกลางดวงใจของเซียวกุ้ยจนปวดแปลบ


คุณหนูใหญ่เจิ้งเหม่ยเชี่ยนครุ่นคิดในใจว่า “ดูดเลียดั่งแมวน้อยเช่นนี้มิเสียวซ่านแม้แต่น้อย ตะโบมบีบเคล้นอย่างมูมมามเช่นนี้รังแต่เจ็บปวด ช่างไม่ได้เรื่องทั้งพี่ทั้งน้อง” ในใจนางพลันเผลอไผล่ไปถึงเซียวกุ้ย นางเคยได้ยินสาวใช้ซุบซิบกันถึงความเก่งกาจของมัน นึกถึงความบึกบึนดิบเถื่อนสมชายนั้นกลับรัญจวนใจขึ้นมา จึงกล่าวว่า “เวลาไม่เช้าแล้ว เริ่มต้นดีหรือไม่” ชายหนุ่มนั้นผงกศีรษะรับอย่างเคลิบเคลิ้ม
คุณหนูใหญ่พลันพลิกตัวขึ้นอยู่ข้างบน นางเลื่อนตัวลงต่ำพลางใช้มือกำแท่งหยกขนาดกระทัดรัดไว้แน่น เซียวกุ้ยแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นนางตวัดปลายลิ้นโลมเลียปลายสลับกับขบเน้นแท่งหยกในมืออย่างชำนาญ ชายหนุ่มนั้นอดครวญครางด้วยความซ่านสยิวมิได้ นางโลมเลียแท่งหยกนั้นจากปลายจนถึงโคนอย่างชำนาญ จากนั้นเผยอริมฝีปากเรียวงามกลืนกินส่วนปลายเข้าไป แท่งหยกนั้นหายไปในริมฝีปากจิ้มลิ้มสีแดงสดของนางช้า ๆ จนหมดลำ คุณหนูใหญ่ดูดดุนสลับกับคายออกแล้วดูดดุนเข้าไปใหม่จนมันแข็งเกร็งเส้นเลือดปูดโปนพองตัวเต็มริมฝีปากจิ้มลิ้ม เซียวกุ้ยชมดูอย่างใกล้ชิดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น รู้สึกเสียววาบราวกับตนโดนนางดูดกลืนเสียเอง ความหึงหวงระคนตื่นเต้นเปลี่ยนเป็นความเร้าใจอย่างที่มันไม่เคยสัมผัสมาก่อน


เซียวกุ้ยเห็นน้ำรักของคุณหนูใหญ่ไหลรินลงมาตามขาอ่อนช้า ๆ ก็จินตนาการถึงความชุ่มฉ่ำในถ้ำหยกของนางได้ นางเห็นว่าแท่งหยกพองตัวเต็มที่แล้วจึงหยุดปากแล้วเลื่อนตัวขึ้นนั่งตรงกึ่งกลาง แล้วจ่อปลายแท่งหยกนั้นเข้ากับถ้ำหยกอันชุ่มชื่นของนางเบา ๆ เซียวกุ้ยแทบไม่อยากรับรู้ความจริงตรงหน้า แม้จากคำสนทนาทราบว่าทั้งสองไม่ทราบร่วมรักกันมากี่ครั้งแล้ว แต่เมื่อต้องเห็นกับตารู้สึกรับไม่ได้อยู่บ้าง ขณะในใจเซียวกุ้ยสับสนว้าวุ่น คุณหนูใหญ่ค่อย ๆ กดร่างลง ปลายแท่งหยกนั้นผลุบหายเข้าไปในปากถ้ำที่เผยออกเล็กน้อย ร่องหลืบอันชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำรักบวกกับขนาดที่ไม่ใหญ่นักทำให้นางรองรับแก่นกายหมดทั้งแท่งได้อย่างง่ายดาย นางเริ่มขโยกขึ้นลงอย่างช้า ๆ คุณชายรองเกร็งไปทั้งร่าง มือทั้งสองตะโบมเต้าอวบอิ่มนั้นจนแทบแหลกเหลว ส่งเสียงปานละเมอว่า “เหม่ยเชี่ยนท่านคับแน่นยิ่งนัก อืม” คุณหนูใหญ่ขบริมฝีปากด้วยความรัญจวนใจกล่าวสัพยอกว่า “เมื่อท่านได้หยกบริสุทธิเช่นเหม่ยชิงคงคับแน่นกว่านี้นัก จากนั้นก็คงลืมข้า” ที่แท้คุณชายใหญ่จะหมั้นหมายกับคุณหนูใหญ่เหม่ยเชี่ยน ส่วนคุณชายรองจะหมั้นหมายกับคุณหนูรองเหม่ยชิง (แปลว่า บริสุทธิ์งดงาม) เอง นึกถึงสามีในอนาคตของคุณหนูรองลอบเล่นชู้กับพี่สาวนางเช่นนี้ อดเป็นห่วงความสุขของนางมิได้ เสียดายที่ตนเป็นเพียงบ่าวไพร่ไม่สามารถช่วยเหลืออันใด


คุณชายรองกล่าวตอบว่า “จืดชืดเช่นนางจะเทียบกับท่านได้อย่างไร เห็นนางส่งสายตาให้กับคนรับใช้นั้นตลอดเวลา ช่างใฝ่ต่ำนัก เหม่ยเชี่ยนเมื่อท่านแต่งเข้าบ้านแล้วเราสองพี่น้องปรนนิบัติท่านด้วยกันดีหรือไม่” คุณหนูใหญ่กล่าวตอบว่า “เกรงว่ายังไม่ทันเช้าพวกท่านสองพี่น้องคงถูกกวาดลงจากเตียงก่อน ไก่อ่อนเช่นพวกท่านผู้ใดเกรงกลัวกัน” นางพลันเร่งจังหวะขย่มโยกเร็วขึ้น คุณชายรองกัดฟันกรอดพยายามข่มกลั้นความเสียวซ่านที่พวยพุ่งขึ้นอย่างเต็มที่ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงครวญครางหอบหายใจ ใบหน้าที่งามสะคราญ ปทุมถันขาวผ่องงามงอนที่กระเพื่อมอยู่ตรงหน้า ส่วนลึกในถ้ำหยกที่ตอดรัดเป็นจังหวะ รวมกันเป็นความเร้าอารมณ์อย่างรุนแรง ไม่นานคุณชายรองทนต่อไปไม่ไหว คุณหนูใหญ่รับรู้ได้ว่าแท่งหยกนั้นกระตุกเบา ๆ จึงร้องขึ้นว่า “เส้าเหิง อดทนไว้ก่อน อย่าเพิ่ง อย่า...” ไม่ทันขาดคำนาง คุณชายรองเส้าเหิงตัวเกร็งกระตุกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้นทุกหยาดหยดทิ้งให้นางค้างเติ่งอยู่เพียงผู้เดียว คุณหนูใหญ่รู้สึกว่าความแข็งแกร่งในร่องรักนั้นอ่อนตัวลงช้า ๆ ในที่สุดก็หลุดออกมานอนสงบนิ่งอย่างสิ้นท่า เซียวกุ้ยเห็นน้ำรักขาวขุ่นข้นค่อย ๆ ไหลออกมาจากปากร่องของคุณหนูใหญ่จนเจิ่งนองไปทั่ว


คุณหนูใหญ่ส่งเสียงหอบหายใจเบา ๆ สีหน้าบึ้งตึงบ่นออกมาว่า “ช่างใช้การไม่ได้นัก สามเดือนมานี้ท่านฝึกฝนบ้างหรือไม่” คุณชายรองมีสีหน้าละอาย หลายเดือนมานี้มันแวะเวียนไปหอนางโลมไม่ว่างเว้น กล่าวได้ว่าฝึกวิชาจนช่ำชองหาคาดไม่ว่าเมื่อเผชิญกับเจิ้งเหม่ยเชี่ยน ความงามเร้าใจของนางยังทำให้ตนสิ้นท่าเช่นนี้ จึงกล่าวตอบเอาใจเบา ๆ ว่า “เหม่ยเชี่ยนท่านงามเกินไป ผู้ใดจะอดทนได้” กล่าวพลางลูบไล้ปทุมถันของนางอย่างสบใจแล้วกล่าวต่อว่า “รอสักครู่แล้วเริ่มใหม่ดีหรือไม่ รอบต่อไปรับรองว่านานกว่าเดิม” คุณหนูใหญ่กล่าวตอบว่า “ช่างขัดใจนัก นานของท่านคงไม่นานกว่านี้เท่าใดกระมัง เฮอะ ผู้อื่นไม่มีอารมณ์แล้ว ท่านกลับไปนอนเถอะ” กล่าวจบลุกขึ้นใส่เสื้อคลุมอย่างลวก ๆ พลางเร่งรัดให้คุณชายรองจากไป เซียวกุ้ยเห็นคุณชายรองพยายามเข้ากอดจูบลูบคลำนาง กลับโดนนางผลักไสออก จะอย่างไรคืนนี้มันนับว่าได้ปลดปล่อยแล้วในที่สุดยอมจากไปแต่โดยดี เซียวกุ้ยรีบซ่อนตัวไว้เมื่อคุณชายรองเดินตัวปลิวอย่างอารมณ์ดีออกจากประตูไป


ขณะเซียวกุ้ยลังเลว่าจะทำอย่างไรต่อไปพลันได้ยินเสียงเรียกชื่อตนเบา ๆ ดังจากในห้องต้องรีบซ่อนตัวตามสัญชาตญาณ จากนั้นไม่เห็นคุณหนูใหญ่มีความเคลื่อนไหวอื่นใดจึงทาบตาที่ช่องแอบมองอีกคราเห็นคุณหนูใหญ่นั่งเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง หว่างขาแยกออกหันหน้ามาทางด้านนี้ มือเรียวงามของนางทาบอยู่ที่ปากถ้ำ ปลายนิ้วเรียวงามที่สอดใส่อยู่ในร่องหลืบนั้นขยับเข้าออกอย่างรวดเร็ว นางกลับพร่ำเพ้อเรียกชื่อของตนออกมาว่า “อากุ้ย อากุ้ย อย่างนั้นแหละ แรง ๆ แรงๆ อา....”


เซียวกุ้ยรู้สึกสมองว่างเปล่าขาวโพลน นางจินตนาการถึงเราหรือ เราควรทำอย่างไรดี ในที่สุดความหึงหวงเป็นฝ่ายชนะเซียวกุ้ยตัดใจก้าวเข้าไปในห้อง คุณหนูใหญ่ตื่นตระหนกยิ่งนักเมื่อรู้ว่ามีผู้มาพบเห็น แต่เมื่อเห็นว่าผู้มาคือเซียวกุ้ยเอง นางรู้สึกอับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนีหน้าไป เซียวกุ้ยจึงกล่าวขึ้นว่า “คุณหนูใหญ่บ่าวจะรับใช้ท่านเอง” กล่าวจบไม่รอให้นางตอบคำตรงเข้าจูบนางอย่างดูดดื่มทันที


คุณหนูใหญ่ตื่นตกใจอยู่ชั่วครู่รสจูบอันเร่าร้อนของเซียวกุ้ยกลับทำให้นางเตลิดอีกครั้ง เซียวกุ้ยสอดลิ้นของมันเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเรียวเล็กของนางอย่างช่ำชอง ลิ้นของทั้งสองพัวพันโรมรันกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ใคร คุณหนูใหญ่รู้สึกร่างกายอ่อนระทวย ใจหวิว ๆ อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ช่างต่างกับเหล่าไก่อ่อนที่นางเคยจูบด้วยอย่างสิ้นเชิง เมื่อมันปล่อยริมฝีปากของนางให้เป็นอิสระ ความต้องการของนางก็ท่วมกลบสติสัมปชัญญะไปสิ้น ครวญครางบอกมันเบา ๆ ว่า “อากุ้ย ทำเถอะ” เซียวกุ้ยยิ้มพลางกล่าวว่า “คุณหนูใหญ่ไม่ต้องรีบร้อน ราตรีนี้ยังอีกยาวนานนัก”


ริมฝีปากหยาบเคลื่อนผ่านปรางแก้มไปยังซอกคอระหงของนาง จมูกโด่งเป็นสันซุกไซร้สร้างความรัญจวนใจแก่นางจนต้องครางออกมา มืออันหยาบหนาของมันฟอนเฟ้นปทุมถันของนางอย่างนุ่มนวลปลายนิ้วหยาบใหญ่หยอกล้อกับยอดถันสีชมพูเข้าจนนางต้องแอ่นความเต่งตึงนั้นสู้กับมือของมันอย่างลืมตัว นางได้แต่ครวญครางพลางกอดเกี่ยวเรือนร่างอันบึกบึนสมชายนั้นไว้ราวกับดรุณีแรกรัก เซียวกุ้ยซุกไซร้ไปทั่วลำคอขาวเนียนของนางจนพอใจจากนั้นค่อย ๆ ซุกไซร้ลงมายังปทุมถันที่มันเคยได้แต่จินตนาการถึงมาหลายปี ยามนี้เต้าเต่งทั้งสองอวบแน่นอยู่ในมือหยาบใหญ่ของมัน ยอดถันสีชมพูชูชันราวกับท้าทาย คุณหนูใหญ่รู้สึกราวกับเรี่ยวแรงทั่วตัวถูกดูดออกไปเมื่อมันประกบปากดูดดื่มปลายปทุมถันเข้าไปจนหมด เซียวกุ้ยชื่นชมกับความอ่อนนุ่มหวานละมุนด้วยปลายลิ้นของมัน หยอกเย้ายอดถันที่แข็งเขม็งด้วยเรียวลิ้นอย่างช่ำชองชำนาญ ริมฝีปากที่ดูดเม้มปลายลิ้นที่กระหวัดเกี่ยวสร้างความสยิวให้แก่คุณหนูใหญ่อย่างที่นางไม่เคยพบมาก่อน มือของเซียวกุ้ยยึดครองปทุมถันอีกข้างไว้ บีบเคล้นจนเต้าเต่งตึงแข็งสู้มือ ยอดถันแข็งเป็นไตกลิ้งไปมาอยู่ในฝ่ามือเบา ๆ ปากและมือประสานงานกันสร้างความเสียวสยิวจนนางต้องส่งเสียงครวญครางอย่างไม่อาจข่มกลั้นได้ เซียวกุ้ยไม่ปล่อยให้มืออีกข้างอยู่ว่าง ลูบไล้ผ่านหน้าท้วงแบนราบไร้ส่วนเกิน ล่วงล้ำไปยังปากถ้ำสงวนของนางสัมผัสถึงความชุ่มฉ่ำของน้ำรักและความอ่อนนุ่มของเนินเนื้อ ปลายนิ้วกรีดไล้ไปตามร่องสวาทที่ฉ่ำชื้นนั้นอย่างนุ่มนวล คุณหนูใหญ่เชิดหน้าขึ้นส่งเสียงครางอย่างสุขสม ปลายนิ้วหยาบใหญ่สร้างความรัญจวนใจให้นางยิ่งนัก นางพลันปลดสายรัดเอวของเซียวกุ้ยออก เซียวกุ้ยจึงหยุดการรุกรานนางปล่อยให้นางเปลื้องเสื้อผ้าของมัน


เรือนร่างที่กำยำสมชายชาตรีปรากฏแก่สายตานาง ผิวที่คล้ำจากการทำงานตากแดดตากลมยิ่งเร้าอารมณ์ของนางยิ่งนัก คุณหนูใหญ่ลูบคลำแผ่นอกบึกบึนนั้นอย่างรัญจวนใจ เซียวกุ้ยดึงรั้งนางให้นอนหงายลงแล้วขึ้นคร่อมร่างนางไว้ คุณหนูใหญ่ลูบคลำลงต่ำ เมื่อสัมผัสความแข็งแกร่งของมันแล้ว นางต้องตาเบิกโพลงอย่างตกใจ เซียวกุ้ยเห็นดังนั้นอดยิ้มอย่างภูมิใจมิได้ คุณหนูใหญ่กล่าวอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า “อากุ้ยขอดูหน่อย” เซียวกุ้ยจึงเลื่อนตัวขึ้นนั่งคร่อมอยู่ที่หน้าอกของนาง ยามนี้นางกำมันไว้ด้วยสองมือส่วนปลายยังโผล่พ้นออกมาอย่างท้าทาย คุณหนูใหญ่ได้เห็นอย่างเต็มตาอดหน้าแดงฉานมิได้ ถามเสียงสั่นเครือ “อากุ้ย นี่จะเข้าไปได้อย่างไร” มือของเซียวกุ้ยหยอกล้ออยู่กับปุ่มกระสันที่แข็งเป็นไตของนาง ปากกล่าวตอบว่า “ของคุณหนูมิใช่เล็ก ย่อมเข้าได้แน่นอน” กล่าวจบเปลี่ยนเป็นคล่อมตัวนางไว้อีกครา ใช้สองแขนรองไว้ใต้ข้อพับหัวเข่าของนางบังคับให้นางแยกขาอ่อนออก เซียวกุ้ยเห็นร่องสวาทสีชมพูเข้มของนางยามนี้เผยอออก น้ำรักชุ่มฉ่ำยิ่งนัก จึงไม่รอช้าอีกต่อไป จรดแท่งหยกเข้ากับปากร่องหยกทันที หญิงสาวขบริมฝีปากแน่น ตื่นเต้นราวกับครั้งแรกในชีวิตก็ไม่ปาน


เซียวกุ้ยใช้ปลายทวนหยกแหวกปากทางเข้าออกช้า ๆ แล้วกรีดไล้ร่องเสียวช้า ๆ เพื่อให้ทวนหยกเปียกชุ่มก่อน เจ้าของร่องเสียวต้องแอ่นเนินเสียวเข้าหาอย่างลืมตัว เซียวกุ้ยขยับหนีไปมา รอจนชุ่มทั่วแล้วจึงกดปลายลงช้า ๆ เพียงส่วนปลายชำแรกเข้าไปยังทำให้นางตึงแน่นราวกับร่างกายจะฉีกออกจากกัน ความเสียวซ่านประดังขึ้นจนกลบความเจ็บแปลบราวกับถูกชำแรกความบริสุทธิ์ครั้งแรกลง คุณหนูใหญ่แอ่นเอวขึ้นด้วยความสยิว เซียวกุ้ยจึงกดแท่งทวนลงในจังหวะเดียวกัน เสียงครวญครางของทั้งสองดังขึ้นประสานกันอย่างสุขสม


คุณหนูใหญ่หอบหายใจอย่างเร่งร้อนตาหรี่ปรือกล่าวถามขึ้นว่า “อา แน่น อึดอัดยิ่งนัก อากุ้ย เข้าหมดแล้วหรือ” เซียวกุ้ยกล่าวตอบว่า “เพิ่งครึ่งเดียว” คุณหนูใหญ่รีบยื่นมือไปลูบคลำพบว่าเข้าไปครึ่งเดียวจริง ร้องวิงวอนว่า “อากุ้ย คับแน่นยิ่ง วันนี้เข้าแค่นี้ก่อนได้หรือไม่” เซียวกุ้ยไม่ตอบคำก้มลงจูบนางอย่างดูดดื่มเนิ่นนาน ลิ้นทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกันจนคุณหนูใหญ่เริ่มผ่อนคลายจากความอึดอัด เซียวกุ้ยจึงรุดหน้าต่อ คุณหนูใหญ่รู้สึกถึงความแข็งแกร่งร้อนผ่าวที่รุกล้ำเข้ามาเรื่อย ๆ ในส่วนลึกที่ไม่เคยถูกล่วงล้ำมาก่อน ครานี้นางไม่รู้สึกเจ็บปวดหรืออึดอัดแล้ว มีแต่ความเสียวซ่านอิ่มเอิบราวกับช่องว่างถูกเติมเต็ม ในที่สุดทวนหยกก็ล่วงลึกเข้ามาในตัวนางจนหมด นางหวีดร้องด้วยความเสียวซ่านที่เอ่อท้น สะดุ้งตัวขึ้นกอดรัดเซียวกุ้ยไว้แนบแน่น ถ้ำรักอันอ่อนนุ่มของนางบีบรัดตอดขมิบอย่างรุนแรง เซียวกุ้ยขบกรามกรอดความอดทนใกล้จะขาดผึงด้วยประสบการณ์ของมันยังแทบทนทานไม่ได้ นี่ไม่ใช่เพราะความคับแน่นบีบรัดเท่านั้น แต่เป็นเพราะเป็นครั้งแรกกับนางในดวงใจความตื่นเต้นจึงมีมากเป็นเท่าทวี ดีที่นางหยุดตอดรัดก่อนที่มันจะทนไม่ไหว


เซียวกุ้ยยิ้มพลางกล่าวถามว่า “ดีหรือไม่ ?” คุณหนูใหญ่พยักหน้าช้า ๆ อย่างหมดเรี่ยวแรง อมยิ้มน้อย ๆ ตอบว่า “นับว่ามีฝีมืออยู่บ้าง” เซียวกุ้ยเห็นว่านางผ่อนคลายแล้วจึงเริ่มขยับเอวอีกครา คุณหนูใหญ่ส่ายหน้าเบา ๆ กล่าวว่า “อากุ้ย ข้าจะขาดใจตายแล้ว ไม่ไหวแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ” เซียวกุ้ยกล่าวตอบสั้น ๆ ว่า “นี่เพิ่งจะเริ่มเท่านั้น” เซียวกุ้ยบดคลึงแก่นกายให้ครูดกับเนื้อสาวอันอ่อนนุ่มภายในถ้ำโพรงอันกระชับแน่นนั้นเบา ๆ คุณหนูใหญ่เสียวสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง นางแอ่นตัวขึ้นควาญหาริมฝีปากของเซียวกุ้ย ทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่ม เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกัน เซียวกุ้ยโถมกระแทกเข้าหากลีบรักรุนแรงขึ้น สลับกับบดคลึงเป็นวง บ้างโยกซ้ายขวาอย่างเจนจัด สร้างความเสียวซ่านแก่นางอย่างเหลือประมาณ คุณหนูใหญ่ได้แต่ร้องครวญคราง ใบหน้าสวยสะคราญสะบัดไปมา มวยผมหลุดลุ่ย ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ความแข็งแกร่งโอฬารนั้นไม่ว่าบุกทะลวงคราใดล้วนเข้าลึกจนสุดความยาว ลีลาการกระแทกกระทั้นที่ทรงพลัง ความคับแน่นที่ครูดกับผนังถ้ำ ทำให้นางเสียวซ่านอย่างไม่มีหยุดพัก ลีลารักของเซียวกุ้ยพานางขึ้นสวรรค์ไม่รู้กี่ครั้ง คุณหนูใหญ่ร้องครางริมฝีปากสั่นระริกเรียกร้องว่า “อากุ้ย ฉีดน้ำของเจ้าเข้ามาเถอะ ข้าต้องการน้ำของเจ้า อา...” เซียวกุ้ยพลันเร่งความเร็วขยับเข้าออกอย่างถี่ยิบกว่าเดิม ทุกการกระแทกกระทั้นล้วนหนักหน่วง คุณหนูใหญ่ร้องครางเกร็งไปทั้งร่าง ในที่สุดนางตอดขมิบอย่างรุนแรงอีกครั้ง เซียวกุ้ยไม่ทนอีกต่อไปพลันกระแทกเข้าไปจนสุดหลั่งน้ำรดโพรงรักของนางจนชุ่มโชก คุณหนูใหญ่รู้สึกอุ่นวาบในท้อง ร่างอวบอัดเกร็งกระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้ หวีดร้องออกมาอย่างสุขสม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 07, 2016, 09:58:36 PM โดย kropkrap »

*

ออฟไลน์ koboy

  • Junior Member
  • ***
  • 390
  • 395
    • ดูรายละเอียด
Re: มังกรคะนองฟ้า บทที่ 1 – ดอกฟ้าฤาจะโน้มลงดิน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2016, 10:23:06 PM »
สนุกครับ หวังว่าตอนต่อไปมาเร็วๆนะครับ ขอบคุณครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ