มารราคะ ตอนที่ 18  มารมหาเทพปรากฏตัว

มารราคะ ตอนที่ 18  มารมหาเทพปรากฏตัว

  • 0 ตอบ
  • 4468 อ่าน
*

ออฟไลน์ zeech

  • Full Member
  • **
  • 74
  • 2358
    • ดูรายละเอียด
มารราคะ ตอนที่ 18  มารมหาเทพปรากฏตัว
« เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2016, 06:43:16 PM »
ข้างฝ่ายนางฟ้าสามพี่น้องที่ปลอมตัวปะปนมาเป็นนางฟ้ารับใช้
ในวิมานมหาเทพมาหลายวันแล้ว ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะเข้าพบกับมารราคะแต่เพียงลำพัง
ก็รู้สึกร้อนใจ จึงตกลงกันจะใช้ควันหลับใหลกล่อมให้หลับทั้งวัง


กลางดึกสงัด สามพี่น้องก็ลอบออกจากวัง ไปอยู่ในทิศเหนือลม
เจมิน่า ลอยตัวขึ้นกลางอากาศ หยิบวัตถุทรงกระบอกขึ้นมาเปิดฝาออก
แล้วเขวี้ยงออกไปในอากาศ  ทรงกระบอกนั้นปรากฎควันพวยพุ่ง
ลอยออกมาอย่างหนาแน่น แล้วกลิ้งตกลงในเขตวัง  ทั้งสามพี่น้อง
ซุ่มรอคอยเวลาให้ควันหลับใหลออกฤทธิ์


บรรยากาศรอบๆวังสวรรค์ ดูวังเวง เงียบสนิท
หมู่ควันเริ่มจางหายไปตามกระแสลม ทั้งสามพี่น้องชักชวนกัน
ออกไปสังเกตุการณ์  เห็นเทพผู้เฝ้าประตูสองตน  นั่งหลับพิงประตูอยู่
แมรี่จึงเข้าไปทดลองเรียกและ เขย่าตัวดูเห็นว่าไม่รู้สึกตัว ก็มั่นใจว่าได้ผล


ทั้งสามมุ่งตรงเข้าไปที่ห้องนอนของมารราคะทันที
ภาพที่ทั้งสามพี่น้องเห็นก็คือ ร่างนางฟ้ารับใช้หลายนาง นอนระเกะระกะอยู่
แต่ไม่พบร่างของมารราคะ  ทั้งสามทอดสายตาดูโดยรอบห้อง ก็พบร่างร่างนึง
เดินออกมาจากมุมห้อง  มันคือมารราคะ มันเพ่งมองมาที่ร่างของทั้งสามพี่น้อง

"พวกเจ้าทั้งสาม ไม่เป็นอะไรใช่ไหม  ทำไมเหล่านางฟ้าตนอื่นๆถึงได้หลับใหลไม่ได้สติไปจนหมด"

เจมิน่าก็กล่าวขึ้นว่า
"โจ จำพวกเราไม่ได้หรือ ข้าคือ เจมิน่าไง และนั่น ราเชล กับ แมรี่"

"นางฟ้ารับใช้มีเป็นร้อยนาง ข้าจำชื่อพวกเจ้าได้ไม่หมดหรอก"
มารราคะพูด พลางเดินโอบแขนเข้ามาหา หมายจะโอบร่างนางฟ้าทั้งสามไว้


ราเชลก็พูดขึ้นว่า
"ไม่ พวกเราไม่ใช่นางฟ้ารับใช้  พวกเราเป็นนางฟ้าสามพี่น้อง  
โจ เจ้าเคยอยู่กับพวกเราที่เขานางฟ้าเจ้าจำได้ไหม"


มารราคะเพ่งมองหน้าของนางฟ้าทั้งสาม ก็พลันจำเหตุการณ์บางอย่างได้

มันตรงเข้าไปที่ ราเชล แล้วพูดขึ้นว่า
"เจ้า นางฟ้าผู้อ่อนหวาน เจ้าเคยเป็นของข้า ข้าจำได้"

แล้วมันก็เพ่งมองไปที่ใบหน้าของ เจมิน่า แล้วก็พูดขึ้นว่า
"เจ้าก็เช่นกัน นางฟ้าผู้เข้มแข็ง เจ้าก็เป็นของข้าที่วังปีศาจใช่หรือไม่"


แล้วมันก็หันกลับมาเพ่งมองใบหน้าของแมรี่   มันรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นอย่างแรง  
มันรู้สึกคุ้นเคยกับใบหน้านี้มาก แล้วมันก็พูดขึ้นว่า
"นางฟ้าผู้น่ารัก  ข้าจำเจ้าได้แล้ว  เจ้าเคยช่วยข้าให้พ้นจากข่ายของมหาเทพ"


มันโอบกอดนางฟ้าทั้งสาม ด้วยความรัก มันรู้สึกคุ้นเคยและมีความรู้สึกเป็นสุขที่ได้ใกล้ชิด
กับนางฟ้าทั้งสาม

"เจ้าทั้งสาม มาอยู่กับข้าเถอะนะ มาเป็นภรรยาของข้า อยู่ในวังร่วมกับข้า"

มันพูดจบก็เริ่มอ่านใจนางฟ้าทั้งสาม เริ่มจาก เจมิน่า พลันภาพเมื่อครั้งหลังก็
ปรากฏขึ้นในสมองมัน  เจมิน่าอุ้มร่างของโจ แล้วต่อสู้กับปีศาจนก
ภาพที่เจมิน่าต้องคำสาปของจอมปีศาจ และร่วมรักกับมัน  
ดวงจิตของโจที่ประสานรวมกับจิตมาร เริ่มตื่น  และเกิดความประทับใจในภาพที่เห็น

มันหันมาอ่านจิตของราเชล  มันได้เห็นภาพ กิริยาที่อ่อนโยนประทับใจมัน
ราเชลพูดคุยกับมันอย่างอ่อนหวาน  มันเห็นภาพที่มันกำลังหอมแก้มของราเชล
ขณะที่ยังไม่ได้สติ และได้ร่วมรักกับเธอ    มันเกิดอาการสะดุ้ง  จิตของโจตื่นจากการหลับ
ความรักที่หลบอยู่ใต้จิตสำนึก เริ่มปรากฎชัด


มันหันหน้ามามองแมรี่ทันที  ความจำแต่หนหลังฉายเป็นภาพที่มันกับแมรี่ พูดคุย
หยอกล้อ  มันนอนหนุนตักแมรี่  แมรี่เช็ดน้ำตาให้มัน  แล้วก็มีความสุขด้วยกันในคืนนั้น
โจจำทุกสิ่งได้หมดแล้ว  จิตสำนึกของโจตื่นจาภวังค์อย่างสมบรูณ์  น้ำตาของมารราคะไหลอาบแก้ม
แล้วทรุดกายลงหมดสติไป กลับร่างเป็นโจดังเดิม




ทั้งสามพี่น้องดีใจ ตรงเข้าไปประคองร่างของโจ แล้วร้องเรียกให้ได้สติ
ทั้งสามมีความปลื้มปิติจนหลั่งน้ำตาอาบแก้มกันทุกตน  โจเปิดเปลือกตาขึ้น

เห็นนางฟ้าทั้งสาม กำลังประคองและจ้องมองร่างของตน  ก็เกิดความปิติพุ่งขึ้นจากภายใน
โจหลั่งน้ำตา แล้วเรียกชื่อ นางฟ้าทั้งสาม

ทั้งสี่ต่างโอบกอดกันและกัน ด้วยความรักและความดีใจที่ได้กลับมาพบกันอีก
จนในที่สุด ราเชลก็พูดขึ้นว่า

"พวกเรารีบไปแจ้งข่าวดีนี้ต่อมหาเทพกันดีกว่า  เพื่อให้พระองค์ช่วยหาหนทางแก้ไขไม่ให้โจกลับเป็นมารอีก"

ทั้งหมดเห็นด้วยกับความคิดของราเชล จึงเดินทางไปเฝ้ามหาเทพในคืนนั้น



ขณะที่ทั้งสี่ เดินทางไปเฝ้ามหาเทพ ก็ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้น
ทั้งสี่มองหาที่มาของเสียงก็พบว่า มาจากชะง่อนผา ไม่ห่างไกลนัก
จึงพากันตามไปดู  ภาพที่เห็นก็คือ มหาเทพ ใช้มือบีบศรีษะชาวสวรรค์ตนหนึ่ง
ดวงตาดำสนิททั้งคู่ เหลือกถลน ปากของมหาเทพกำลังพึมพำร่ายมนต์
แล้วร่างของชาวสวรรค์ผู้นั้นก็แห้งเหี่ยวลงจนกรอบแตกเป็นผุยผงไป
ทั้งสี่ตกตะลึงแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง  ภาพที่เห็นมันฟ้องชัดว่า
มหาเทพ กำลังฝึกวิชามาร  ไม่ทันที่ทั้งสี่จะคิดทำสิ่งใด เทพคนสนิทของมหาเทพ
ก็แอบลอบเข้ามาแล้วอุ้มร่างของโจ แล้วลอยตัวหนีไป โดยที่ทั้งสี่ยังไม่ทันตั้งตัว

นางฟ้าทั้งสามเหินบินขึ้นติดตาม

เจมิน่า ร้องขึ้น
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ  ปล่อยโจเดี๋ยวนี้  ไม่เช่นนั้นข้าจะซัดอาวุธใส่เจ้า"

พูดจบ เจมิน่า ก็พุ่งทวนประจำกายตรงไปยังร่างที่กำลังหนี  แมรี่ก็เช่นกัน
เธอง้างธนู แล้วยิงตรงไปยังร่างนั้น


ยังไม่ทันที่อาวุธจะถูกร่างของ เทพคนสนิทฯ อาวุธเหล่านั้นก็ถูกมหาเทพคว้าจับเอาไว้อย่างง่ายดาย
ร่างของมหาเทพ ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ดวงตาสีดำคู่นั้น พองโตและดุร้าย
แล้วร่างของมหาเทพก็หายวับไป แล้วมาปรากฏตัวอยู่ที่ตรงหน้าของเจมิน่า แล้วหวดฝ่ามือของมัน
ตบไปที่ร่างของเธอ  ร่างของเจมิน่าปลิวกระเด็นไปกระทบกับผาหินสิ้นสติไป

แมรี่ตรงเข้าประคองร่างของพี่สาวไว้
แล้วก็พูดขึ้นว่า
"ท่านมหาเทพ  ทำไม ท่านถึงทำร้ายพี่เจมิน่า  พวกเราทำอะไรผิด"

"พวกเจ้ามาขัดขวางงานของข้า  ข้าเป็นคนสั่งให้คนของข้า นำตัวไอ้มารราคะไปคุมขังเอง
ราเชลก็พูดขึ้นว่า
"พวกเราเป็นผู้ฟื้นความจำของโจเอง  พวกเราจะเป็นผู้ดูแลไม่ให้โจกลับไปเป็นมารอีก"

"ไม่ได้  มันต้องได้รับโทษอย่างสาสม  เมื่อข้าสำเร็จวิชา ข้าจะเป็นผู้ลงโทษมันด้วยตัวเอง"

"ท่านฝึกวิชามารใช่หรือไม่"

มหาเทพหันหน้ามามองราเชล อย่างโกรธเกรี้ยว  และด้วยความรวดเร็วจนมองไม่ทัน
ร่างมหาเทพ ปรากฎขึ้นตรงหน้าของราเชล และสบัดมือตบเข้าไปที่ใบหน้าของราเชล
จนร่างของเธอ ลอยกระเด็นไปสิ้นสติอยูตรงนั้น

"ข้าไม่ชอบผู้สู่รู้"

แมรี่ วางร่างเจมิน่าลง แล้ววิ่งไปดูร่างของราเชล พลางร้องเรียกชื่อ
แล้วพูดกับมหาเทพว่า
"แต่ก่อนมา ท่านมีแต่ความเมตตาให้พวกเรา  ไม่เคยเลยสักครั้ง ที่ท่านจะโกรธ
จนทำร้ายพวกเราขนาดนี้  ท่านเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ท่านดูโหดร้ายขึ้น เพราะวิชามาร
ที่ท่านฝึก โปรดเลิกฝึกวิชาต่ำทรามเช่นนั้นเถิด ท่านมหาเทพ"


มหาเทพได้ยินดังนั้นก็โกรธจัด เรียกเทพคนสนิทเข้ามาพบ
"เจ้าจงนำนางฟ้าทั้งสามไปคุมขังไว้ที่คุกสวรรค์ ก่อนที่ข้าจะฆ่าซะทั้งหมด
แล้วแยกขังไอ้เจ้ามารนั่นไว้ที่เขาแห่งนี้  วันรุ่งขึ้นข้าจะกลับวังสวรรค์  ข้าจะไปในที่ที่ข้าควรอยู่"




วันรุ่งขึ้น มหาเทพก็เดิน ตรงเข้าไปยังวังสวรรค์ทันที
เทพนารีทั้งสี่  เหล่าทหารเทพ และนางฟ้านักรบกำลังวุ่นวายหาตัว มารราคะอยู่
ครั้นพอเห็นมหาเทพ เดินเข้ามา ก็พากันตกตะลึง  เทพนารีทั้งสี่ก็เช่นกัน ถึงกับตะลึงนิ่ง
พูดอะไรไม่ออก  จนมหาเทพพูดขึ้นว่า
"ข้ากลับมาแล้ว  พวกเจ้ายังมีความสุขดีอยู่หรือ"

เทพนารีทั้งสี่ นางฟ้าบริวาร และเหล่าทหารเทพ จึงได้สติ ทำความเคารพต่อมหาเทพแล้วนิ่งอยู่


ทหารชั้นผู้ใหญ่นายนึงกล่าวขึ้นว่า  
"ท่านมหาเทพ  ท่านกลับมาเช่นนี้ ข้าเกรงว่า ..เกรงว่า  ..หากท่านมารกลับมาพบเข้า..จะ"


"เจ้ากลัวมันจะทำร้ายข้า    หรือว่า หวงตำแหน่งมหาเทพแทนมัน"

"ข้าน้อย ไม่ได้หมายความเช่นนั้น"

"เอาหละ  เอาหละ  มันคงกลับมาไม่ได้อีกแล้ว   เพราะข้าได้กำจัดมันไปแล้ว"

พอมหาเทพพูดจบ  ที่ประชุมในวังสวรรค์ก็เงียบสนิท ต่างมองหน้ากันอย่างตกใจ  เพราะอดใจหายไม่ได้
เพราะตั้งแต่มารราคะรับตำแหน่งปกครองสวรรค์ ก็ได้สร้างความสัมพันธ์อันดีไว้อย่างมาก
เทพนารีทั้งสี่ ถึงกับหน้าถอดสี  และร้อนใจจนระงับไม่อยู่  จนสเตฟานี่เป็นผู้พูดขึ้นว่า
"ท่านมหาเทพ  ท่านหมายความว่า ท่านปลิดชีวิต ท่านพี่แล้วใช่หรือไม่"

มหาเทพได้ยินดังนั้นก็โกรธ ลุกขึ้นจากแท่นที่นั่ง
"เจ้ากล้าเรียกมันเช่นนี้ต่อหน้าข้าเชียวหรือ ข้าได้ยินมาว่า ตลอดเวลาที่ข้าไม่อยู่
พวกเจ้ายินยอมพร้อมใจ รับมันเป็นสามีอย่างเต็มใจ  เสียแรงที่ข้าไว้ใจพวกเจ้า
จงออกไปให้หมด  พวกเจ้าทั้งสี่ จากนี้ไปไม่ต้องมาเสนอหน้า  ให้ข้าเห็นอีกเป็นอันขาด"


เทพนารีทั้งสี่ เห็นมหาเทพโกรธเช่นนั้น ก็พากันเดินออกไปจากที่ประชุมของวังสวรรค์ไป

แล้วมหาเทพ ก็สั่งการต่อทันทีว่า ให้ประกาศจัดงานฉลอง 7 วัน เนื่องในโอกาสกำจัดมารราคะ
ได้สำเร็จ  เพื่อเป็นการบำรุงขวัญให้กับชาวสวรรค์ ให้หายหวาดกลัวและมีความสุขกันตลอดไป



เทพนารีทั้งสี่ พออกมาจากวังสวรรค์แล้ว ต่างก็ร้อนใจ ใคร่จะรู้ความจริง
จึงหารือกันว่าจะสืบความจริงอย่างไร  โซฟีจึงออกความเห็นว่า ต้องลอบสังเกตุ
ความเคลื่อนไหว ของเทพคนสนิทฯ อย่าให้รู้ตัว  
เทพนารีทั้งสามเห็นด้วยกับวิธีนี้
จึงช่วยกันสังเกตุความเคลื่อนไหว ตั้งแต่นั้นมา


หลังจากประกาศออกไปว่ามารราคะถูกกำจัด  มหาเทพได้กลับมาปกครองสวรรค์
และให้มีงานเลี้ยงฉลอง 7 วัน เหล่าชาวสวรรค์ต่างวิพากษ์กันต่างๆนาๆ
บางพวกก็ว่า เป็นไปไม่ได้ มารมี ฤิทธิ์และอำนาจมากมาย ไม่มีทางจะถูกกำจัดโดยง่าย
บางพวกก็ติดสัญลักษณ์ไว้อาลัยต่อการตายของมารราคะ
บางพวกก็สรรเสริญมารว่า ได้ทำคุณประโยชน์ไว้มาก

ข้อวิพากษ์เหล่านี้ล่วงรู้ถึงหูของมหาเทพ   มหาเทพโกรธมาก
สั่งเรียกเทพคนสนิทเข้ามาพบทันที

"เจ้าคุมขัง ไอ้มนุษย์มารราคะนั้นอย่างไร"

"ข้าน้อย จับผูกแขนขา โยงไว้กับเสา ปล่อยตากแดดและลม ให้ทนทุกข์ทรมาน
แล้วคลุมไว้ด้วยข่ายใยเพชร ป้องกันมันคืนร่างเป็นมาร ตามคำสั่งของท่านทุกประการ"

" ดี  แล้วนางฟ้าทั้งสามล่ะ"

"ข้าน้อย จับขังใส่คุกในวัง และให้เทพบริวารเฝ้าไว้อย่างใกล้ชิด"

" ดี  ดีมาก  ข้ามีเรื่องจะสั่งเจ้าเพิ่มเติม  จากวันนี้ไป ขอให้เจ้าจัดคน
ออกไปจับชาวสวรรค์ ที่กระด้างกระเดื่องต่อข้า  ไอ้พวกไว้อาลัยต่อไอ้มาร
ไอ้พวกสรรเสริญมาร จับมันมาให้ข้าทั้งหมด ข้าจะจับสังเวยการฝึกวิชา
ของข้าในคราวเดียวกัน  ข้าต้องร่นระยะเวลาการฝึกของข้าให้เร็วขึ้น"


ถ้อยคำที่สนทนากันทั้งหมด เทพนารีทั้งสี่ได้ยินโดยหมดสิ้น   พวกเธอถึงกับสลดใจ
ที่มหาเทพเป็นไปได้ถึงเพียงนี้  

แคทเธอลีนพูดขึ้นว่า
"ข้าไม่คาดคิดเลยว่า มหาเทพจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้    แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไปดี"
โอลิเวียจึงว่า
"เราต้องหาที่คุมขังท่านพี่ให้ได้ ต้องช่วยเหลือท่านพี่ออกมาก่อน   แต่ข้าสงสัยว่าท่านพี่คืนร่าง
มนุษย์ได้อย่างไร  "

สเตฟานี่ก็พูดขึ้นบ้างว่า
"หากท่านพี่ไม่คืนร่างมนุษย์  มีหรือที่มหาเทพจะทำอะไรท่านพี่ได้"


"ข้าคิดว่า พวกเราต้องไปช่วยนางฟ้าสามพี่น้องออกมาก่อน  เพื่อจะได้รู้รายละเอียด
เพิ่มเติม และอาจจะรู้ที่คุมขังท่านพี่ก็เป็นได้"
โซฟีให้ความเห็นขึ้นมา  ทั้งหมดตกลงกันจะทำตามวิธีของโซฟี


ในคืนนั้น เทพคนสนิทฯ ก็ปฏิบัติตามคำสั่งของมหาเทพทุกประการ  
ส่งทหารไปจับชาวสวรรค์จำนวนมากมาพันธนาการไว้
รอการสังเวย ในห้องลับ  มหาเทพเข้ามาในห้องแล้วบริกรรม
เรียกมารมาสถิตย์ร่างทันที  จิตของมหาเทพในตอนนี้ มุ่งมั่นแต่
เรื่องการเพิ่มพลังอำนาจให้กับตนเองแต่เพียงอย่างเดียว
เป็นกิเลสฝ่ายชั่วที่มารสามารถรวมจิตเป็นหนึ่งเดียวกับมหาเทพได้โดยง่าย

อีกทั้งในวันนี้ยังมีพลังชีวิตอีกจำนวนมาก ที่จะมาเพิ่มอาถรรพ์ให้กับมารอีกด้วย
มหาเทพลืมตาขึ้น  แววตาฉายแววเหี้ยมโหด แล้วเดินตรงไปยังกลุ่มชาวสวรรค์
ที่ถูกมัดเอาไว้รอการสังเวยนั้น  

ตนแล้ว ตนเล่า ถูกสูบพลังชีวิตออกไปอย่างน่าเวทนา  เสียงร้องครวญครางดังระงม
มหาเทพสูบพลังชีวิต จนไม่เหลือชาวสวรรค์ให้สังเวยอีก    ร่างของมหาเทพตอนนี้
กลับกลายเปลี่ยนไป  ร่างที่เคยมีผิวผุดผ่องกลับกลายเป็นผิวสีดำสนิท
ร่างกายก็กำยำใหญ่โตกว่าเดิมมาก    แววตานั้น ไม่มีผู้ใดกล้าต่อสายตาด้วยได้
มันเป็นแววตาที่ทรงอำนาจ และแฝงไปด้วยความโหดเหี้ยม
เป็นดวงตาที่มีแต่สีดำสนิทเท่านั้น   มหาเทพในตอนนี้ถูกมารสถิตย์ร่างเต็มตัวแล้ว



ณ ท้องพระโรงแห่งพระราชวังสวรรค์ ในเช้าวันรุ่งขึ้น  เหล่านางฟ้าบริวาร
เหล่าทวยเทพ ที่คอยองค์มหาเทพ ออกว่าราชการ ต่างต้องตกตะลึงอีกครั้ง
กับรูปโฉมของ มหาเทพ ที่แปรเปลี่ยนไปจนน่ากลัว  ต่างนิ่งอยู่ไม่มีใครกล้า
เอ่ยสิ่งใดออกมา  บางตนเกิดความสงสัยก็เพ่งมองไปที่ใบหน้าของมหาเทพ
ได้เพียงชั่วครู่ ก็ต้องหลบตาลง ด้วยความหวาดหวั่น

มารในร่างของมหาเทพได้กล่าวขึ้นว่า
"ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  ให้หยุดการเฉลิมฉลอง และการรื่นเริงทุกชนิด
ไม่ต้องมีการเรียกขวัญกำลังใจใดๆอีก  พวกเจ้าเหล่าชาวสวรรค์ทั้งหลาย
ล้วนไม่ซื่อสัตย์ต่อข้า  เอาใจฝักใฝ่ไอ้มารลามกนั่น ให้ประกาศออกไป
มันผู้ใดยังพูดสรรเสริญไอ้มารลามก และมีใจฝักใฝ่อยู่ข้างไอ้มารนั่น
ให้จับมันมาจองจำให้หมด ข้าจะลงโทษมันด้วยตัวข้าเอง"


และในขณะนั้น  เทพองค์รักษ์ตนหนึ่งเดินเข้ามาในท้องพระโรง แล้วพูดขึ้นว่า
"ท่านมหาเทพ  เทพผู้เฝ้าประตูวังสวรรค์ส่งข่าวมาว่า  ขบวนพิธีอัญเชิญ
บุตรสาวจอมปีศาจ ได้เดินทางมาถึงแล้ว ตัวของจอมปีศาจก็เดินทางมาด้วย
และหยุดรออยู่ที่หน้าประตูวังส่วนนอก รอคำอนุญาตจากท่านให้เข้ามาในวัง"

"มันมาทำไม ใครอัญเชิญมัน" มหาเทพถามขึ้น

"เป็นคำสั่งของท่านมารให้จัดขบวนพิธีไปอัญเชิญ บุตรสาวจอมปีศาจ
ให้เข้ามาอยู่ในวิมานแห่งนี้"

"ดีล่ะ  ข้าจะฆ่ามันทั้งพ่อและลูกเลย"
พูดจบ มหาเทพก็หุนหันลุกจากที่นั่งตรงไปยังประตูวังสวรรค์ทันที


ประตูวังสวรรค์บานใหญ่ ค่อยๆ เลื่อนออกตามคำสั่งของมหาเทพที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตู
จอมปีศาจเดินทางมาด้วย เพราะมีความตั้งใจว่าจะพบกับมารราคะ เพื่อฝากบุตรสาว  
ให้มารราคะ ช่วยดูแลและขอโทษใพเรื่องที่ผ่านมา  ครั้นพอประตูเปิดออก กลับพบกับ
มหาเทพ ศัตรูเก่าอย่างกระทันหัน ก็ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก รีบสั่งบุตรสาวให้รีบลอบหนี
ไปให้ไกลที่สุด

ส่วนตัวจอมปีศาจ ก็ทำเป็นใจดีสู้เสือ เดินออกมาจากขบวนพิธี แล้วกล่าวทักทายขึ้น
"ขอแสดงความเคารพต่อมหาเทพ ข้าไม่คาดคิดว่าจะพบท่านในที่นี้ ข้าเดินทางมา
ตามคำเชิญของท่านมาร  ข้าคิดว่าท่านคงทราบเรื่องดีใช่หรือไม่"


"หึ ...ข้ารู้ดี    แต่ข้าว่ามีสิ่งนึงที่เจ้าไม่รู้    ไอ้มารนั่นมันถูกกำจัดไปแล้ว
และ  ณ ที่นี้ข้าคือ ผู้ปกครองสูงสุด  เจ้าเดินทางมาที่นี่ก็ดีแล้ว  ข้าจะได้ไม่ต้อง
เดินทางไปฆ่าเจ้าถึงวังปีศาจ"

พูดจบมหาเทพก็เคลื่อนกายหายวับไปอย่างรวดเร็ว  แล้วมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้าจอมปีศาจ
ยื่นมือไปคว้าจับที่ลำคอจอมปีศาจ  จอมปีศาจไม่ทันได้ตั้งตัว โดนมือที่เต็มไปด้วยพละกำลัง
กำคอของของมันอย่างแน่นหนา ก็ดิ้นทุรนทุรายเพื่อให้หลุดพ้นจากการคว้าจับนั้น

เมื่อเห็นว่าไม่เป็นผล  มันจึงปล่อยควันสีแดงออกจากปากมันออกมา  มหาเทพคลายมือออก
แล้วเคลื่อนร่างหนีไปจากที่นั้น   จอมปีศาจหลุดรอดออกมาได้ก็เรียกค้อนยักษ์อาวุธคู่กาย
กำกระชับอยู่ในมือ เตรียมรับมือกับมหาเทพทันที  มหาเทพเมื่อเห็นดังนั้นก็เรียกคันธนูทอง
อาวุธคู่กายของตนเข้ามาถืออยู่ในมือเช่นกัน


ในขณะนั้นเอง เจ้าสมุทรก็เดินทางมาถึง พร้อมขบวนนางสมุทร ห้าพันนาง
เพื่อมอบให้กับมารราคะตามสัญญา  ครั้นพอเห็น จอมปีศาจกับมหาเทพกำลังสู้รบกัน
ก็เรียกสามง่ามเข้ามาไว้ที่มือ แล้วกระโจนเข้าร่วมต่อสู้ช่วยจอมปีศาจทันที

มหาเทพใช้คันธนู กวัดแกว่ง ฟาดฟันกับจอมปีศาจ และเจ้าสมุทรอย่างรวดเร็วและว่องไว
จอมปีศาจและเจ้าสมุทร พยายามต้านทานอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจต้านกำลังของมหาเทพได้
ทั้งสองจึงกระโจนหนี ลอยตัวขึ้นกลางอากาศ มหาเทพเห็นดังนั้นก็น้าวคันธนู ปรากฎเป็นลูกธนู
ส่งแสงเรืองรองขึ้นมา สองดอกพาดสายอยู่ แล้วก็ปล่อยออกไป  ลูกธนูทั้งสองพุ่งตรงไปที่ร่าง
ของจอมปีศาจ และเจ้าสมุทร แล้วปักเข้าที่ทรวงอกของทั้งคู่อย่างแม่นยำ ร่างของทั้งคู่
ร่วงผล็อยตกลงมาสู่พื้น เหมือนนกปีกหัก  นอนบาดเจ็บเคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้อยู่ที่พื้นดินนั้น

มหาเทพเดินตรงเข้าไปยังร่างของทั้งสอง แล้วยื่นฝ่ามือออกวางบนศรีษะของทั้งสองตน
จอมปีศาจ และ เจ้าบาดาล ส่งเสียงร้องดังก้องไปทั่วอาณาบริเวณ และดิ้นรนอย่างทุรนทุราย
จนร่างของทั้งสองซูบซีด แห้งเหี่ยวลง และแตกละเอียดเป็นผุยผงไป
มารในร่างของมหาเทพ ครั้นได้สูบเอาพลังชีวิต ของจอมปีศาจ และ เจ้าสมุทรไปแล้ว
ก็ช่วยส่งเสริมพลังอำนาจของมารจนถึงขีดสูงสุด ดวงจิตทีมีพลังแก่กล้าของมันเข้ารวมตัว
กับจิตฝ่ายชั่วของมหาเทพ มันกลายเป็นมารมหาเทพผู้ทรงฤทธิ์ ความต้องการของมันมุ่งไปที่
จุดประสงค์เดียว คือการเสริมสร้างพลังอำนาจให้ตัวเอง  มันตัดขาดจากความสัมพันธ์
ที่เคยมีในอดีตออกจากจิต และ ไร้ซึ่งสำนึกใดๆ   ส่งผลให้จิตของมันมีพลังที่เข้มแข็ง และดุดัน

มันหันหน้ามามองดูเหล่าเทพนักรบ แล้วเดินตรงรี่เข้ามา  ดวงตาของมันลุกโชนเจิดจ้า
เหมือนมีกองเพลิงอยู่ภายใน  แล้วคว้าจับศรีษะเทพนักรบสองตน ด้วยมือสองข้างของมัน
แล้วดูดเอาพลังชีวิตออกไป แล้วตรงเข้าคว้าเหยื่อรายใหม่อีก  เหล่ากองกำลังเทพนักรบ
ถูกบุกจนแตกกระเจิง  บางตนก็ตรงเข้าต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ เงื้ออาวุธฟาดฟันไปที่ร่าง
ของมารมหาเทพ แต่ไม่เป็นผล กลับถุกจับไปดูดพลังชีวิตจนแหลกสลายไป
ที่เหลือก็วิ่งหนีตายกันอลหม่าน  พากันหนีเข้าเขตวังสวรรค์แล้วปิดประตูอย่างแน่นหนา



มารมหาเทพตรงเข้าทลายประตูวัง จนพังทลายลงอย่างง่ายดาย และตรงเข้าคว้าจับชาวสวรรค์
ที่หนีกันอย่างอลหม่าน แบบไม่เลือกหน้า  ความวุ่นวายโกลาหลขยายตัวเข้าไปในวังและกระจาย
ไปรอบวัง จนเกิดความโกลาหลไปทั่วทั้งสวรรค์

ฝ่ายวิเอร่าบุตรสาวจอมปีศาจ ลอบหนีออกมาจากขบวนพิธี แล้วหลบซ่อนดูเหตุการณ์
ครั้นเห็นจอมปีศาจพ่อของเธอ ถูกมารมหาเทพสูบพลังชีวิตออกไปต่อหน้าต่อตา
ก็เกิดความเสียใจและหวาดกลัวอย่างมาก  วิ่งหลบหนีไต่ไปตามเขา แล้วเหิรบินขึ้นไป
ที่หน้าผาแห่งหนึ่ง  เธอหยุดพักแล้วร้องไห้ออกมาอย่างสุดที่จะกลั้น

“วิเอร่า …วิเอร่า  ช่วยข้าด้วยเถิด”

เสียงร้องให้ช่วยดังจากด้านบนลอยมาเข้าหูเธอ   วิเอร่าแหงนมองขึ้นไปก็พบ
ร่างๆนึง ถูกข่ายคลุมไว้อย่างมิดชิด แขนและขา ก็ถูกมัดและโยงไว้กับต้นไม้
ห้อยตัวค้างอยู่กลางอากาศ  เธอจึงลอยตัวขึ้นไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็น โจ
โจ มนุษย์หนุ่มน้อยที่เคยล่วงเกินเธอบนเขานางฟ้า แล้วมันก็ยังเป็นมารราคะ
มาย่ำยีเธอถึงสองครั้ง  มิหนำซ้ำมันยังบังคับให้พ่อของเธอส่งตัวเธอมาที่นี่อีก

“ช่วยข้าด้วย”

“ทำไมข้าต้องช่วยเจ้า  ข้าจะต้องฆ่าเจ้าด้วยซ้ำถึงจะสาสมกับความผิดของเจ้า”
วิเอร่าพูดจบก็ตรงเข้าทุบตีร่างของโจด้วยความแค้นใจ แล้วร้องไห้ออกมา

“ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว  ข้าไม่คิดว่าสิ่งที่ข้าทำไปจะทำให้เจ้าทุกข์ใจถึงเพียงนี้
บางครั้งข้าก็ไม่เป็นตัวของตัวเอง  มารมันควบคุมจิตใจข้า”

“เรื่องนั้น ข้าก็มีส่วนผิด ข้าไม่ควรนำมนต์จิตมารนั้นติดตัวมาด้วย มันเป็นสาเหตุของ
เรื่องทั้งหมด  ข้านี่เองที่เป็นต้นเหตุให้ท่านพ่อต้องตาย  ฮือๆๆๆๆ”

วิเอร่าพูดจบก็ก้มหน้าร้องไห้

“พ่อของเจ้าตายแล้วหรือ “
โจถามขึ้นด้วยความสงสัย  วิเอร่าก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้โจฟังทุกประการ

“วิเอร่า วิกฤติครั้งนี้ ข้าจำเป็นต้องไปช่วย  ช่วยปลดปล่อยข้าด้วยเถอะ  
มหาเทพใช้อุบายให้ข้าคืนร่างเป็นมนุษย์แล้วจับข้ามาพันธนาการไว้”

“ตอนนี้เจ้ามีร่างเป็นมนุษย์ เจ้าจะไปทำอะไรมันได้”

”ช่วยปล่อยข้าเถอะ ปล่อยข้า  ข้าต้องไปช่วยให้ได้”

โจอ้อนวอนจน วิเอร่าใจอ่อน  
“ถ้าเจ้าอยากตายก็ตามใจ”

พูดจบเธอก็ลอยตัวขึ้นไปช่วยแก้มัดเชือกที่ผูกโยงร่างของโจไว้
โจตกลงสู่พื้นดินด้านล่าง แล้ววิเอร่า ก็แก้ข่ายใยเพชรออกจากร่างของโจ

“เอ้า ข้าช่วยปล่อยเจ้าแล้ว  ถ้าเจ้าอยากตายก็เชิญ”

โจลุกขึ้น ยืนมองหน้าวิเอร่า แล้วกล่าวขอบคุณ  
วิเอร่าทรุดกายลงนั่ง แล้วร้องไห้ พลางพูดว่า
“พ่อของข้า ก็มาตายเพราะเจ้ามารมหาเทพนั่น  ตัวข้าไม่มีใครอีกแล้ว”

โจทรุดกายลงข้างๆ แล้วปลอบโยน
“วิเอร่า  เจ้ายังมีข้า  ข้าจะไม่ทอดทิ้งเจ้า”

วิเอร่าเงยหน้าขึ้นมองโจทั้งน้ำตา
“ก็เจ้ากำลังจะไปหาที่ตาย  พ่อข้ายังสู้มันไม่ได้ ตัวเจ้าในร่างมนุษย์จะไปทำอะไรมันได้”

“ข้ารู้ว่าสู้มันไม่ได้  แต่ข้าก็เป็นห่วง…..”

“ห่วงนางฟ้าสามพี่น้องนั่น”
วิเอร่าช่วยตอบให้

“ใช่ ข้ายอมตาย หากจะช่วยให้พวกนางทั้งสามปลอดภัย”

“ก็ไหนเจ้าบอกว่าจะไม่ทอดทิ้งข้า”

วิเอร่าพูดพลางสบตากับโจอย่างเนิ่นนาน
“โจ เจ้าสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ทอดทิ้งข้า”

“ข้าให้สัญญา หากข้าไม่ตายไปเสียก่อน ข้าจะกลับมาดูแลเจ้า”

พอโจพูดจบวิเอร่าก็ยิ้ม แล้วตรงเข้าสวมกอดร่างของโจอย่างแนบแน่น
แล้วก็ผละออกมา  

เธอปลดเสื้อผ้าตัวเองออกจากร่างทีละชิ้นจนหมด
แล้วยืนนิ่ง อวดสัดส่วนที่งดงามเต่งตึงของวัยสาว ต่อหน้าโจ
โจจ้องมองร่างที่งดงามนั้น ตะลึงค้างอยู่  แล้ววิเอร่าก็พูดออกมาว่า
“โจ  ร่างของมารเท่านั้นที่จะทำให้เจ้าชนะศึกหนนี้  “

[post]เธอพูดจบก็ตรงเข้ามาจูบที่ปากของโจ แล้วโอบกอดโจไว้
โจงงงันอยู่ครู่หนึ่งก็เกิด อารมณ์วาบเสียวขึ้นตามธรรมชาติ

ร่างกายเปลือยเปล่าของวิเอร่า  กอดรัดร่างของโจจนแนบสนิทกับร่างของเขา
วิเอร่าสอดลิ้นเข้ามาโลมไล้อยู่กับลิ้นของเขาอย่างเนิ่นนาน แล้วเธอก็ปลดเสื้อผ้า
ของเขาออกจนเปลือยเปล่า เช่นเดียวกับเธอ  โจรวบร่างอันนวลเนียนเต่งตึงนั้นลงนอน
แล้วเขาก็วางกายลงทาบทับ ใบหน้าของโจเคล้าคลึงกับปทุมถันอันเต่งตึงอย่างนุ่มนวล
กายส่วนล่างของโจ ก็เบียดกระชับเข้ามาจน แก่นกายของเขาสัมผัสได้
ถึงเนินเนื้อโคกนูนที่หว่างขาเธอ  โจบดแก่นกายของเขา คลึงเค้นไปมาอยู่บนโคกนูนนั้น

โจยกขาวิเอร่าข้างนึงคล้องไว้ที่แขนของเขา แล้วจับแก่นกายอันแข็งเกร็งของเขา
สอดเข้าไปในร่องสวาทที่ฉ่ำเยิ้มของเธอ

“เอ้ออ……….ซี๊ดดด…………..ฮื้มม….อื้มม……อื้ม…...”

โจโยกบั้นเอวเข้าออก อย่างเนิบนาบ แต่หนักแน่น  แล้วมองไปที่ใบหน้าของวิเอร่า
เธอกำลังสบตากับเขา  สายตาของเธอฉ่ำเยิ้มด้วยความเสียว  ปากของเธอเผยอออกเล็กน้อย
โจก้มหน้าลงประกบปากกับเธอ  ในขณะที่บั้นเอวก็โยกเข้าออก เร็วขึ้น เร็วขึ้น
จนเขาต้องเงยหน้าขึ้นด้วยความเสียวเพราะโพรงสวาทของวิเอร่า ตอดรัดแก่นกายของเขาอย่างแนบแน่น

 โจกัดฟันอย่างลืมตัว แล้วโยกบั้นเอวเร็วขึ้นอีกตามความต้องการของอารมณ์เสียวซ่านที่เพิ่มขึ้น
จนความเสียวพุ่งขึ้นใกล้ถึงจุดสูงสุด   พลันตาของโจก็เบิกกว้าง ใบหน้าของโจก็เริ่มแปรเปลี่ยน
ร่างตลอดทั้งร่างของโจก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเช่นกัน จนในที่สุด  ร่างของโจก็กลับแปรเปลี่ยน
เป็นมารราคะร่างที่สาม   จิตของมารราคะเข้าครอบครองร่างของโจอีกครั้ง

มันยิ้มให้กับวิเอร่า แล้วโยกร่างของมันต่อจากโจอย่างไม่ขาดจังหวะ  
วิเอร่าเฝ้าคอยและพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น เธอก็ปิดเปลือกตาลง  มารราคะจึงพูดว่า
“วิเอร่า ข้าจะไม่ทำอันตรายต่อคนที่ข้ารักอย่างเด็ดขาด”

พอพูดจบมันก็หมุนควงควยมัน พร้อมกับโยกบั้นเอวเข้าออกทันที
วิเอร่าถึงกับสะดุ้ง เปิดเปลือกตาแอ่นกายท่อนล่างขึ้นค้าง
แล้วส่งเสียงร้องครางออกมาด้วยความเสียวซ่านสุดขีด

“อ๊ายยยยย…………..อ๊ายยยยยยย………………อ๊ายยยยยยยย………….”
“โอ้วว……….อู้ว….อูว…….”

ร่างกายของเธอสั่นกระตุก  ความเสียวซ่านพุ่งขึ้นจากท้องน้อย แล้วแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
ร่างของเธออ่อนระทวย  พ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อหอบและเต็มไปด้วยความสุข
มารราคะ จุมพิตเข้าที่หน้าผากของเธอ
“วิเอร่า  เจ้าจงจำคำพูดข้าไว้  ข้าจะไม่ทอดทิ้งเจ้า”

แล้วมันก็ผละจากร่างของเธอ  ลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที
[/post]
………………………………………………
ติดตามผลงาน by zeech ได้ที่นี้...
 มารราคะ ( ฉบับใหม่ )
ตอนที่ 17 วิกฤติการณ์ที่รอการประทุ
ตอนที่ 15 โซฟี เทพนารีแห่งความกรุณา ตอนที่ 16  อำนาจและความรัก
ตอนที่ 14 มารผู้เรืองอำนาจ
ตอนที่ 13 แคทเธอลีน – เทพนารีโฉมสะคราญ
ตอนที่ 12  มารร่างที่สามปรากฎกาย
ตอนที่ 11  โอลิเวีย-เทพนารีผู้เย้ายวน
ตอนที่ 9  สเตฟานี - เทพนารี เจ้าโทสะ ตอนที่ 10  มารสิ้นฤทธิ์  
ตอนที่ 7  มารราคะร่างที่สอง ตอนที่ 8  มารราคะบุกสวรรค์
ตอนที่ 5  ราเชลยอดรัก ตอนที่ 6  เจมิน่า ผมรักพี่ครับ
ตอนที่ 3  คืนแสนสุข ตอนที่ 4  กำเนิดมารราคะ
ตอนที่ 1 นางฟ้า 3 ตน ตอนที่ 2 แมรี่ผู้น่ารัก
[/size] TAXI นรก  
ภาค 2 ตอน จบ
ภาค 2 ตอน 2   ภาค 2 ตอน 3  
ภาค 1 ภาค 2 ตอน 1  
[/size] นางฟ้า 3 พี่น้อง (ต้นฉบับ)
ตอนที่  7 น่าอิจฉา [ตอนจบ]
ตอนที่  5  มารราคะร่างที่สอง ตอนที่  6  สุขสมกับความรัก
ตอนที่  3  ค่ำคืนอันเงียบเหงา ตอนที่  4  กำเนิดมารราคะ
ตอนที่ 1  ทำความรู้จักกับนางฟ้า ตอนที่่ 2  แมรี่ผู้น่ารัก      
 
[/size]


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ