มารราคะตอนที่  20  สามโลกสงบสุข (จบ)

มารราคะตอนที่  20  สามโลกสงบสุข (จบ)

  • 0 ตอบ
  • 5211 อ่าน
*

ออฟไลน์ zeech

  • Full Member
  • **
  • 74
  • 2359
    • ดูรายละเอียด
มารราคะตอนที่  20  สามโลกสงบสุข (จบ)
« เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2016, 10:01:28 AM »
ในที่สุดผมก็บรรลุตามเป้าหมาย คือ นำเรื่องนี้มาวางพล๊อตใหม่ ให้เป็นไปตามกิเลสของผู้เขียนเอง
ขอขอบคุณ ผู้อ่านทุกท่าน โดยเฉพาะผู้อ่านที่ให้ความคิดเห็น  ทั้งชื่นชม และคำติ
มันมีคุณค่าที่ผู้เขียนสามารถนำเอาไปปรับปรุงข้อบกพร่องและรักษามาตรฐานงานเขียนเอาไว้ได้
และต้องขอขอบคุณ คุณแว่น ที่ช่วยเพิ่มเติมลิงค์ของตอนใหม่ให้อย่างสม่ำเสมอ
ขอยกให้เป็นผู้ดูแลบอร์ดที่ขยันที่สุดตั้งแต่ผมเคยพบมา  
หลังจากเรื่องนี้   ผมขอลาไปสะสมมุกหื่นเพิ่มเติม  แล้วจะกลับมารับใช้ต่อไปครับ




ในขณะที่จิตของมารราคะใกล้จะดับลง  จิตของมันเกิดความเมตตาคิดช่วยเหลือผู้อื่น
จนยอมแม้กระทั่งให้ชีวิตของตนเองได้  จนจิตของมันดับลง แล้วลอยออกจากร่างของโจ
พลันคำสาปที่ติดตรึงดวงจิตมานับพันปีก็เสื่อมอำนาจลง  จิตของมารราคะก็พลันสว่างขึ้น
ความทรงจำในอดีตทั้งหมดถูกปลุกให้ตื่น  มันจดจำอดีตของมันได้ทั้งหมด
ฤทธิ์และอำนาจที่เคยมีในร่างมารราคะก็ฟื้นคืน  และรวมเข้ากับ ฤทธิ์และอำนาจของโอเนลในอดีต
ส่งเสริมให้จิตของ โอเนลที่พ้นจากคำสาปในครั้งนี้    เป็นจิตที่เปี่ยมล้นด้วยพลังฤทธิ์และอำนาจ
จนยากที่จะหาใครต้านทานได้

เมื่อจิตของโอเนลเข้าสถิตย์ในร่างของโจ  และผนึกรวมเป็นจิตดวงเดียวกัน  โจจึงกลับกลายร่าง
เป็นเทพกึ่งมารโอเนลผู้งามสง่าและเปี่ยมล้นไปด้วยพลังฤทธ์ ทั้งยังได้ธนูเทพเจ้ามาเป็นอาวุธคู่มือ
ยิ่งทำให้ เทพมารโอเนลกลายเป็นผู้ทรงฤทธิ์ที่สุดในสามโลก  โอเนลลืมตาขึ้นมองมารมหาเทพ
แล้วแสดงฤทธิ์  สูบพลังชีวิตคืนกลับมา    รวมถึงพลังชีวิตอื่นๆที่ถูกสูบไปก่อนหน้านี้ออกมาปลดปล่อยทั้งหมด  
คงเหลือแต่จิตของมารที่สถิตย์อยู่ในร่างของมหาเทพเท่านั้นที่ยังดื้อรั้นไม่ยอมออกมา  โอเนลจึงระเบิดพลัง
จนร่างของมารมหาเทพกระเด็นลอยออกไปจากร่างของตน  แล้วจึงร่ายมนต์ปราบมาร ที่ได้ฝึกฝนมาจากหอคัมภีร์
ในแต่กาลก่อน

เทพมารโอเนลชี้นิ้วไปยังร่างของมารมหาเทพ พร้อมกับร่ายมนต์ปราบมาร ขณะที่มันกำลังพุ่งกลับเข้ามาโจมตีอีกครั้ง
ร่างของมารมหาเทพหยุดการเคลื่อนที่ แล้วคลุกเข่าลง มือทั้งสองของมันเกาะกุมที่ศรีษะตนเอง
แล้วส่งเสียงร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด   มารมหาเทพเจ็บปวดจนทนไม่ได้ล้มตัวลงนอน
เกลือกกลิ้งอยู่กับพื้น เสียงร้องคำรามของมันดังอย่างกลัว  จิตมารในร่างมหาเทพถูกมนต์ขับไล่
จนเร่าร้อนทนอยู่ไม่ได้   ก็ทิ้งร่างของมหาเทพออกมาทางศรีษะ  เป็นดวงไฟกลมโตทิ้งควันพวยพุ่งเป็นหางยาว
ขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว  โอเนลเห็นดังนั้น ก็จับคันธนูเทพเจ้าง้างขึ้น เกิดเป็นลูกธนูทองคำส่งรัศมีเจิดจ้าเรืองรอง
แล้วปล่อยออกไป   ทันทีที่ลูกธนูวิ่งแหวกอากาศออกมา ก็เกิดเสียงฟ้าร้องคำราม
สายฟ้าวิ่งผ่านไปมาตามก้อนเมฆ  ลูกธนูทองคำส่งแสงเรืองรองยิ่งขึ้นจนเจิดจ้า
พุ่งแหวกอากาศตรงเข้าทำลายดวงจิตของมาร   ที่กำลังจะลอยหนีไป   ดวงจิตของมารแตกสลาย
ลุกไหม้เป็นเปลวไฟขึ้นกลางอากาศแล้วสลายหายไปในอากาศธาตุ

 ลูกธนูเทพเจ้าที่ปล่อยออกมาทำให้เทพเจ้าผู้สร้างตื่นขึ้น แล้วใช้เนตรแห่งเทพเจ้า
ตรวจดูเหตุการณ์ก็ทราบเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด พระองค์นิมิตรท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ขึ้นเป็นใบหน้าแทนพระองค์
แล้วพูดออกมาว่า  

“ มหาเทพ เจ้าเป็นถึงเทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสวรรค์ แต่เจ้ากลับเหลวไหลนัก จงดูสิ่งที่เจ้าทำลงไปกับสวรรค์
ที่เจ้าเป็นผู้ปกครอง  เป็นเพราะเจ้ามีทิฐิ  และ ยึดติดกับอำนาจ  จนขาดความเมตตา และยอมละทิ้งคุณธรรมที่เจ้า
อุตสาหบำเพ็ญเพียรมา  ผู้ที่จะเป็นใหญ่มิได้มาจากอำนาจที่ผู้นั้นมี   แต่มาจากผู้อื่นยอมรับในคุณธรรม
และยกให้เป็นใหญ่  จากวันนี้เจ้าต้องกลับไปบำเพ็ญเพียร กล่อมเกลาจิตใจของเจ้าเสียใหม่  จนกว่าจิตของเจ้า
จะผ่านคุณธรรมขั้นสูงและกลับมาจุติเป็นมหาเทพใหม่บนสวรรค์อีกครั้ง”


พอเทพเจ้าผู้สร้างพูดจบ ร่างของมหาเทพก็เลือนหายไป  เทพเจ้าผู้สร้างก็พูดขึ้นอีกว่า

“โอเนล เวลานี้เจ้าก็พ้นจากคำสาปแล้ว แต่เจ้าก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้สวรรค์เกิดความเสียหายและวุ่นวาย
รวมทั้งโลกของปีศาจ และโลกบาดาลก็ขาดผู้ดูแลความสงบเรียบร้อย  ข้าขอมอบหมายให้เจ้า
ดูแลและปกครองสวรรค์แทนมหาเทพ ในช่วงที่บำเพ็ญเพียรอยู่   จนกว่ามหาเทพจะกลับมาจุติ
รวมทั้งเจ้าจะต้องเป็นผู้ดูแล โลกปีศาจและโลกบาดาล มิให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย เจ้าจะทำได้หรือไม่”


โอเนลก้มทำความเคารพแทนคำตอบ แล้วนิ่งอยู่

ใบหน้าของเทพเจ้าผู้สร้างนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เลือนหายไป   กลับกลายเป็นปุยเมฆขาวบริสุทธิ์ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า

-----------------------------------------------------------


ตั้งแต่วันนั้นมา เทพมารโอเนลก็ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองสวรรค์ โดยมีเทพนารีทั้งสี่เคียงข้าง
และเป็นกำลังสำคัญในการดูแล และปรับปรุงให้สวรรค์อยู่ในความสงบสุข และสวยงาม  
หลังจากเหตุการณ์บนสวรรค์สงบลง  โอเนลก็มอบหมายให้เทพนารีทั้งสี่จัดการเรื่องบนสวรรค์แทน
แล้วไปพบกับวิเอร่าตามสัญญา    โอเนลคืนร่างเป็นโจ แล้วนำเธอกลับไปยังวังปีศาจ
พร้อมกับประกาศตนเป็นเจ้าแห่งวังปีศาจคนใหม่  และแวะเวียนมาพบวิเอร่าเป็นระยะตั้งแต่นั้นมา

เมื่อจัดการนำวิเอร่าไปส่งที่วังปีศาจแล้ว  โอเนลก็ตรงไปยังโลกบาดาล ประกาศตนเป็นเจ้าสมุทรคนใหม่
แต่งตั้ง คาร่าและไอริส  สองพี่น้องนางสมุทรที่เคยรับใช้เมื่อครั้งยังเป็นมารราคะ เป็นภรรยาเอกของเจ้าสมุทร
และให้คอยทำหน้าที่แทนยามเมื่อตนเองไม่อยู่

เมื่อจัดการเรื่องทุกอย่างได้เสร็จสิ้น   โจก็ตรงเข้าไปพบนางฟ้าสามพี่น้องที่เขานางฟ้า ตามที่หัวใจของตนเรียกร้อง
ทั้งสามนางฟ้าและโจต่างดีใจโอบกอดกันและกัน   วันคืนเก่าๆอันมีความสุขถูกหยิบยกมาพูดอย่างไม่รู้เบื่อ
จนในค่ำคืนของวันนั้น เจมิน่า และราเชล ก็หลบหายออกไปโดยจงใจปล่อยให้ น้องคนเล็กได้มีโอกาส
อยู่กับโจเพียงลำพัง  ทั้งสองชักชวนกันไปที่ถ้ำที่เคยมีอดีตอันหวานชื่นต่อกัน




โจนอนหนุนตักแมรี่อยู่โคนไม้หน้าถ้ำ   ทั้งคู่ต่างมองดูดวงจันทร์งามในค่ำคืนเดือนเพ็ญ  ด้วยดวงใจที่เบิกบานในรัก
โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ต่อกัน    ลมยามค่ำคืนโชยพริ้วมาเอื่อยๆ พัดพาความเย็นมาต้องผิวกาย
โจลุกขึ้นมานั่งเคียงข้างกับแมรี่ แล้วโอบไหล่เธอด้วยแขนข้างนึงของเขา   แมรี่หันมามองหน้าโจ แล้วพูดขึ้นว่า

“แมรี่ ไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว โจ    นี่คือความสุขที่สุดของแมรี่แล้ว”

โจจ้องมองดวงหน้าของแมรี่นิ่ง   แล้วพูดขึ้นว่า
“โจก็ไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้วเหมือนกัน   แมรี่คือทุกอย่างของโจ”
 
โจจูบไปที่หน้าผากของแมรี่ แล้วเลื่อนมาจุมพิตที่ริมฝีปากของเธอ  ทั้งคู่ประสานสายตาต่อกัน
แล้วแสดงความรักต่อกัน ด้วยการจูบอย่างดูดดื่ม    แมรี่หลับตาพริ้มจิตใจของเธอล่องลอยไป
ในห้วงแห่งความสุข   โจเลื่อนใบหน้าของเขาจูบพรมไปทั่วใบหน้างามของแมรี่  แล้วเลื่อนไหลต่ำลง
มาที่ลำคอขาวผ่องและเนินอก   เขาเปลื้องผ้าส่วนบนของแมรี่ออก  จนเห็นเต้างามกลมกลึง
ของนางฟ้าสาววัยแรกรุ่นชูปลายยอดสีชมพูระเรื่อ ชูชัน  เขาใช้ริมฝีปากโลมไล้และสัมผัสอย่างแผ่วเบา  
แล้วก็อมยอดถันงามนั้นไว้ในปาก  ปลายลิ้นของเขาระรัวอยู่ที่ยอดถันงามนั้น แล้วก็ดูดกิน
จนแมรี่ครางออกมาอย่างเสียวซ่าน    โจเลื่อนใบหน้าเข้าไปที่เต้ากลมกลึงอีกข้างแล้วทำเช่นเดียวกัน
พลางใช้มือลูบไล้ไปตามเรียวขางาม  มือของโจไล่สูงขึ้นจนสัมผัสกับเนินสวาทกึ่งกลางลำตัวของแมรี่  
ปากของเขาดูดกินยอดถันส่วนมือนั้นก็ฟอนเฟ้นลูบไล้เนินสวาทของเธอไปพร้อมกัน

แมรีหลับตาซู๊ดปาก พร้อมบิดกายด้วยความเสียวซ่าน  บางครั้งเธอก็แอ่นหน้าอกแล้วบิดกาย  
บางขณะเธอก็แอ่นสะโพกขึ้นแล้วครางเสียงดังออกมา  

โจลากปลายลิ้นไล่ลงมาวนที่หน้าท้องขาวนวลเนียนจนแมรี่แอ่นสะโพกขึ้น   เขารูดผ้าที่ห่อหุ้มส่วนล่างของเธอ
ออกไปทางปลายขา แล้วโลมเลียตั้งแต่ปลีน่อง   ไล่ขึ้นมาที่โคนขาขาวผุดผ่อง  แล้วตวัดปลายลิ้น
ลากขึ้นไปที่เนินสวาทของแมรี่   แมรี่สะดุ้งกายเล็กน้อย แล้วกัดฟัน  ขมวดคิ้ว ครางออกมา

“ซี๊ดดดด    ……….ฮึมมม………………….”

ริมฝีปากของโจจูบพรมไปทั่วเนินเนื้อโหนกนูนของเธอ  ลิ้นของโจผลุบหายเข้าไปในร่องหลืบแล้วตวัดเวียนไปมา
มันสร้างความเสียวซ่านให้กับแมรี่ จนต้องบิดกายแอ่นขึ้นมา   น้ำหล่อลื่นของแมรี่ เอ่อล้นจนแฉะไปทั้งปากถ้ำ

โจเลื่อนลำตัวขึ้นมาทาบทับร่างของแมรี่  แล้วกดส่วนล่างของเขาคลึงเคล้นกับส่วนล่างของเธอ  
ทั้งสองกอดรัดร่างกันและกันไว้อย่างแนบแน่น     มือของโจข้างนึงสอดลงไปจับลึงค์ของเขา
จ่อที่ช่องสวาทของแมรี่แล้วถูไถไปมา

“อู้ววว…………..ซี๊ดดด……………………………  โอ๊ยย…แมรี่เจ็บ…….”

แมรี่ครางออกมาอย่างเสียวซ่าน     แล้วก็ร้องสะดุ้งขึ้นเมื่อโจดันลึงค์ของเข้าทะลุผ่านพรหมจารีของเธอ
โจหยุดไว้ตรงนั้นเมื่อเห็นแมรี่เจ็บ   แล้วหันกลับมาโลมเลียปลายถันของแมรี่แทน  จนแมรี่ลืมความเจ็บ
แล้วร้องครางออกมาอย่างมีความสุขอีกครั้ง      โจก็ดันลึงค์ของเขาเข้าไปจนสุด  ปากของโจประกบกับปาก
ของแมรี่อย่างดูดดื่ม   ส่วนล่างของโจก็เคลื่อนที่เข้าออกอย่างเนิบนาบ  จนส่วนล่างของแมรี่ตอดรัดลึงค์
ของเขาอย่างรุนแรงเป็นจังหวะ     โจโยกบั้นเอวเร็วขึ้นตามความเสียวที่เพิ่มขึ้น   ร่องสวาทของแมรี่ก็ตอดรัด
ลึงค์ของโจ   จนโจแทบกลั้นไว้ไม่อยู่  ทั้งคู่ส่งเสียงครวญครางออกมาพร้อมกัน

“อูยยย…..แมรี่….ซี๊ดด…….โจจะไม่ไหวแล้ว……ซี๊ดด……..ฮ่า…..ซี๊ด….ฮ่า….ซี๊ด….ฮ่า….โอ้วว……..”

โจปล่อยน้ำรักของเขาพรั่งพรูออกมาในช่องสวาทของแมรี่    แมรี่เสียววาบในช่องท้องน้อย   ปลายเท้าเธอเหยียดเกร็ง
สะโพกของเธอแอ่นค้างนิ่ง  แล้วพ่นลมหายใจระบายออกมา  หลับตาพริ้มลงอย่างสุขสม  
โจฟุบร่างลงแล้ววางใบหน้าลงแนบพวงแก้มของเธอ  

“โจรักแมรี่ที่สุดเลย”

แมรี่นอนอมยิ้ม รับฟังชายที่เธอรัก  พร่ำบอกรักเธออย่างมีความสุขแล้วหลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน
ตลอดคืน

--------------------------

เช้าวันรุ่งขึ้น  โจเปิดเปลือกตาขึ้นก็พบว่า อาณาบริเวณโดยรอบเริ่มจะสว่างแล้ว
แมรี่นอนอยู่ในวงแขนของเขา  เธอกำลังยิ้มและจ้องมองมาที่ใบหน้าของเขา  แล้วพูดขึ้นว่า

“โจ  แมรี่มีความสุขที่สุดที่ได้อยู่กับโจ   แต่…..”

“อะไรเหรอ”    โจถามขึ้น

“ถ้าพี่เจมิน่า และพี่ราเชล มาอยู่ด้วยกันด้วย  แมรี่จะมีความสุขกว่านี้มากเลยนะ”

“พวกเราพี่น้องสามคน  มีชะตาที่จะได้สามีคนเดียวกัน    แต่พวกเธอคงลำบากใจ
และทำตัวไม่ถูก  แมรี่อยากให้โจเข้าไปใกล้ชิดพวกเธอ  และให้ความรักแก่เธอ  เหมือนที่แมรี่ได้รับ”


โจตกใจที่ได้ยินแมรี่พูดเช่นนี้ขึ้นมา  เขากำลังลำบากใจในเรื่องนี้แต่ก็เริ่มต้นไม่ถูก  หากแมรี่ไม่พูดขึ้นมา
เขาคงไม่กล้าทำอะไรแน่  ทั้ง ราเชล และเจมิน่า เขาก็รักเธอทั้งสองมาก  เขาเองก็อยากจะแสดงความรัก
ให้เธอทั้งสองได้รับรู้เช่นกัน  เมื่อแมรี่พูดขึ้นมาเช่นนี้โจก็คลายความลำบากใจลง

โจมองหน้าแมรี่ นิ่ง  แล้วโอบกอดเธอไว้ด้วยความรัก





ในเย็นวันนั้นแมรี่วางแผนให้โจ ซุ่มรอคอยอยู่ในถ้ำ  ส่วนตัวเธอก็ออกไปชวนราเชล
ให้มาเล่นน้ำกันในสระภายในถ้ำ   จนถึงเวลานัด ราเชลก็เข้ามาถึง แต่ไม่เห็นแมรี่
ราเชลนั่งรออยู่นาน จึงตัดสินใจเปลื้องผ้าของเธอออก แล้วหย่อนกายลงน้ำ

โจซึ่งแอบซุ่มดูอยู่  มองเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าอันงดงามของราเชล
ก็เกิดอารมณ์สั่นไหว  เกิดความกล้าที่จะแสดงความรักของตนออกมา
จึงตัดสินใจเปลื้องผ้าของตนจนหมด  แล้วหย่อนกายลงในสระบ้าง

ราเชลได้ยินเสียงร่างของโจหย่อนตัวลงน้ำ  ก็หันกลับไปดู พบว่าเป็นโจ
กำลังลอยตัวเข้ามาหาเธอ   ใจของเธอเต้นสั่นระรัว ทั้งอับอายที่ตัวเองกำลังเปลือย
และไหวหวั่นที่ได้พบชายที่ตนรักในสภาพนี้

“พี่ราเชล  ยังจำวันที่เราอยู่ด้วยกันตามลำพังที่ตำหนักได้หรือไม่”
ราเชลหน้าแดงด้วยความเขินอาย  แล้วก้มหน้านิ่งอยู่

“วันนั้นพี่ราเชลหลับใหลไม่ได้สติ   โจได้บอกรักพี่ราเชลไปหลายครั้งพี่คงไม่ได้ยิน
วันนี้โจอยากจะบอกพี่ราเชลต่อหน้าว่า  โจรักพี่ราเชลครับ”

พูดจบโจก็ลอยตัวเข้าไปใกล้  แล้วจับมือราเชลไว้   ราเชลเงยหน้าขึ้นสบสายตากับโจ
โจถือโอกาสรวบรัดดึงร่างอันบอบบางของราเชลมาไว้ในอ้อมกอดของตน
ราเชลดิ้นรนขัดขืนด้วยความอาย เพราะร่างของตนไม่มีสิ่งใดห่อคลุมไว้
โจดันร่างของราเชลไปอิงที่ขอบสระ แล้วประกบปากจูบราเชล  
ส่วนล่างของโจที่แข็งเป็นลำก็ดันเข้าประชิดและสัมผัสกับส่วนล่างของราเชล

น้ำในสระเย็น แต่กายทั้งสองกลับเร่าร้อน  โจยกขาข้างนึงของราเชลขึ้นมา
แล้วดันลำลึงค์เข้าถูไถเนินเนื้อของเธอที่เปิดช่องรอการชำแรกเข้าไป
ลำลึงค์ของโจถูไถไปมาอยู่ครู่นึง  แล้วก็มุดหัวชำแรกเข้าช่องสวาทของราเชล

 เสียงน้ำกระทบขอบสระดังเป็นจังหวะ จากการโยกตัวของโจ    
ราเชลเริ่มปลดปล่อยอารมณ์ให้เป็นไปตามความปรารถนาของตัวเอง  เธอเริ่มครางออกมาอย่างมีความสุข
ใบหน้าของเธอเริ่มบิดเบี้ยวไปตามความเสียวที่เพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ


เสียงน้ำกระทบขอบสระดังถี่ขึ้น  เสียงครางของคนทั้งสองก็เร่าร้อนขึ้นจนในที่สุด
โจก็ดันร่างของเขาค้างนิ่ง  ปล่อยน้ำรักพรั่งพรูออกมาในช่องสวาทของราเชล
ราเชลหายใจอย่างหอบเหนื่อย เข้าสวมกอดโจตอบ  ทั้งคู่เปิดเผยใจรักต่อกัน
อย่างสนิทสนม  และนอนใกล้ชิดกันจนแสงแห่งวันใหม่ปรากฏขึ้น




ในวันต่อมา  ราเชล แมรี่ และโจ ก็ร่วมกันหาหนทางให้เจมิน่าได้เปิดใจ
แต่ก็ทำได้ลำบาก เพราะนิสัยของเจมิน่าค่อนข้างเก็บตัว  และไม่ช่างพูด
ราเชลกับแมรี่ตกลงใจ  หลบออกไป ทิ้งให้เจมิน่าอยู่กับโจเพียงลำพัง
โดยไม่บอกกล่าวต่อเจมิน่า
โจตัดสินใจไปพบเจมิน่าที่ตำหนัก  เจมิน่าครั้นพอเห็นโจเข้ามาพบแต่เพียงลำพัง
ก็มีอาการใจสั่น   มองหน้าโจนิ่งพูดสิ่งใดไม่ออก จนโจกล่าวออกมาว่า
“พี่เจมิน่า  วันนี้เราไปเที่ยวเล่นกันไหม”

“เอ่อ….แล้วราเชล กับแมรี่ล่ะ”

“ไม่รู้ซิ….ไม่รู้ไปไหน  พี่เจมิน่าไปกับโจสองคนก็ได้”

“แล้วโจอยากไปที่ไหนล่ะ”

“ในป่าด้านล่าง  มีทุ่งดอกไม้สวยงาม  ลำธารน้ำก็ใส  เราไปที่นั่นกันดีกว่า”

“ก็ได้ งั้นเราไปที่นั่นกัน”

“พี่เจมิน่าต้องอุ้มโจไปด้วย เหมือนเมื่อครั้งแรกที่เราเจอกัน   โจบินไม่ได้”

“โจก็เปลี่ยนร่างซิ”

“ไม่…. โจอยากอยู่กับพี่เจมิน่าในร่างนี้”

เจมิน่าหน้าแดง ร้อนวูบไปทั้งร่าง  เมื่อครั้งก่อนเธอไม่ได้มีใจให้กับโจ  เธอจึงไม่รู้สึกอะไร
แต่ครั้งนี้  โจคือชายที่ได้ใจเธอไปครอง   เธอเกิดอาการเคอะเขิน ลังเล จนโจเร้าเตือนขึ้น


โจตรงเข้าสวมกอดร่างของเจมิน่า  ใบหน้าของเขาแทบจะสัมผัสกับใบหน้าของเธอ

“เอาเลยพี่เจมิน่า  บินได้แล้ว”

เจมิน่ากางปีกนางฟ้าของเธอออก แล้วโผบินออกจากตำหนัก   โจแนบหน้าของเขาสัมผัส
เข้าที่ลำคอระหงของเธอ แล้วสูดดมกลิ่นกายอันหอมกรุ่นของเธอ  จมูกของเขาวนเวียนอยู่ที่
คอของเธอ แล้วใช้ริมฝีปากของเขาจูบไปที่พวงแก้มของเธอ  เจมิน่าเกิดอาการร้อนวูบ
และหวาบหวิว  ร้องเตือนโจออกมา แต่เสียงของเธอเบาเหลือเกิน

“อย่าโจ …………...”

“ผมรักพี่เจมิน่าที่สุด”
พูดจบโจก็บรรจงจูบเข้าที่ริมฝีปากของเธอ   บทรักอันเร่าร้อนกลางอากาศได้เกิดขึ้น
โจใช้ลิ้นของเขาพัวพันอยู่กับลิ้นของเธอ  และประโลมเลียไปที่ใบหู
เจมิน่าไม่มีแก่ใจจะบินต่อไป  เธอควบคุมตัวเองไม่ไหว  ร่อนลงที่กลางป่าเบื้องล่าง
ทันทีที่ถึงพื้นดิน โจก็ช้อนร่างของเจมิน่าไว้ในอ้อมแขนของเขา  แล้ววางร่างเธอลง
ที่ใต้ร่มไม้ใหญ่แห่งหนึ่ง   โจก้มลงจูบเธออีกครั้ง  เจมิน่าไม่ขัดขืน เธอปล่อยตัวไปตาม
ความต้องการของเธอที่ซ่อนเร้นมานาน  ทั้งสองกอดก่ายกันด้วยความรัก
และความต้องการทางอารมณ์ที่คุกรุ่น  ร่างของเจมิน่าถูกปลดเปลื้องจากอาภรณ์ที่ห่อหุ้มอยู่ทั้งหมด
 โจใช้สายตาชื่นชมความงามของเจมิน่าอย่างหลงใหล  แล้วเปลือยร่างตัวเองลงนอนตะแครงข้างกายของเธอ
ปากของโจโลมไล้ไปตามต้นคอ มือของโจโอบร่างแล้วคลึงเค้นที่เต้ากลมกลึงทั้งสอง
ส่วนลึงค์ก็ถูไถไปตามร่องก้นของเธอ   โจใช้เข่าของเขาค้ำเรียวขาข้างนึงของเจมิน่าให้ยกขึ้น
จนทำให้ร่องสวาทของเธอเปิดอ้าออก  แล้วละมือจากหน้าอกอันเต่งตึง มารูปไล้ที่กลีบแคมของเธอ
โจใช้นิ้วกลางลากหาติ่งสวาทของเจมิน่า  แล้วกดนิ้วของเขาลงอย่างแผ่วเบา แล้วเขี่ยไปมา
จนเจมิน่าต้องร้องครางออกมา น้ำหล่อลื่นของเจมิน่าฉ่ำจนเปียกไปทั้งนิ้วของโจ
โจลุกขึ้นนั่ง ยกขาเจมิน่าขึ้นข้างนึง แล้วใช้ปากดูดเลียที่เนินสวาทของเธอ  จนเจมิน่าดิ้นพล่าน
ร้องครางขึ้นมา

“อ๊ายยยยยย…………..อ๊ายยยยยยยยยยยย…….ซี๊ดดดดดดดดดดดดด”

โจเฝ้าดูดเลียเนินสวาทของเจมิน่าอย่างหลงใหลและเนิ่นนาน  จนเจมิน่าทนเสียวต่อไปไม่ไหว

“โจ  …พี่เสียวหรือเกิน   ….ช่วยพี่ด้วย”

โจจึงเลื่อนกายของเขาขึ้นทาบทับร่างเปลือยของเธอ  แล้วสอดใส่ลำลึงค์ลงไปในรูสวาท
แล้วเคลื่อนกายดันเข้าไปจนสุด  

“อู้วววว……………………………ซี๊ดดด……………………..”

ด้วยความเสียวที่ถูกโจเล้าโลมมาเป็นเวลานาน ทำให้เธอโยกบั้นเอวเข้ารับการโยกของโจ
ได้อย่างสอดประสาน    ทั้งคู่เร่งจังหวะเร็วขึ้น เสียงหายใจที่กระชั้นถี่ และเสียงครางที่สอดประสาน
กันเร็วถี่ขึ้นเรื่อยๆ      จนในที่สุด เจมิน่าก็กอดรัดร่างของโจจนแน่น   แอ่นเนินสวาทขึ้นค้างนิ่งรับ
น้ำรักของโจ ที่พุ่งกระจายเข้าไปในโพรงสวาทของเธอ จนล้นเอ่อออกมาภายนอก
ร่างของโจฟุบลงทับร่างของเจมิน่า  แล้วคาลึงค์ไว้อย่างนั้นอย่างเนิ่นนาน


ทั้งคู่หลังจากร่วมรักกันแล้วก็พากันเดินเที่ยวเล่น ชมทุ่งดอกไม้  ที่ชูช่อหลากสีอย่างสวยงาม
โจจูงมือเจมิน่าลง ข้างลำธารไหลเย็น  ต่างหยอกล้อพูดคุย
แล้วพากันลงเล่นน้ำ จนตะวันใกล้ลับขอบฟ้าทั้งคู่จึงชวนกันกลับ


[post]ตั้งแต่นั้นมา ยามใดที่โจเข้ามาพบกับนางฟ้าสามพี่น้อง  ก็ไม่มีความรู้สึกใดเป็นกำแพงขวางกั้นอีกต่อไป
สามพี่น้องต่างรักใคร่ปรองดองกัน เป็นปกติ  และเต็มใจที่จะร่วมสามีเดียวกัน  ทั้งสี่ต่างอยู่พร้อมหน้ากัน
และเต็มใจที่จะมีความสุขร่วมกันตลอดไป


เทพมารโอเนล ขึ้นเป็นผู้ปกครองสวรรค์ที่ทรงคุณธรรม  ประกอบไปด้วยความเมตตาและให้ความรัก
แก่ชาวสวรรค์อย่างจริงใจ  ความสวยงามของสวรรค์ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา
ความสงบสุขของสวรรค์ก็กลับมา  และไร้ผู้ประพฤตินอกกฎของสวรรค์   นอกจากนี้โอเนลยังเป็นผู้นำ
ในการอบรมสั่งสอนให้ชาวสวรรค์หมั่นเพียรฝึกจิต  จนชาวสวรรค์มีจิตที่มั่นคงต่อคุณธรรม
ชาวสวรรค์ต่างให้ความรัก และเคารพต่อเทพมาร โอเนลอย่างสูงสุด  อีกทั้งโอเนลยังสามารถสั่งสอนให้
ชาวสวรรค์ ชาวบาดาล  และหมู่มวลปีศาจ มีความรักใคร่สามัคคีกัน  ไม่แบ่งชนชั้นกันเหมือนก่อนหน้านี้
ความสุขสงบที่แท้จริงก็สถิตย์อยู่ทั้งสามโลกตั้งแต่นั้นมา
[/post]
………………………………………………
ติดตามผลงาน by zeech ได้ที่นี้...
 มารราคะ ( ฉบับใหม่ )
ตอนที่ 19  ศึกของมารผู้ยิ่งใหญ่
ตอนที่ 17 วิกฤติการณ์ที่รอการประทุ ตอนที่ 18  มารมหาเทพปรากฏตัว
ตอนที่ 15 โซฟี เทพนารีแห่งความกรุณา ตอนที่ 16  อำนาจและความรัก
ตอนที่ 14 มารผู้เรืองอำนาจ
ตอนที่ 13 แคทเธอลีน – เทพนารีโฉมสะคราญ
ตอนที่ 12  มารร่างที่สามปรากฎกาย
ตอนที่ 11  โอลิเวีย-เทพนารีผู้เย้ายวน
ตอนที่ 9  สเตฟานี - เทพนารี เจ้าโทสะ ตอนที่ 10  มารสิ้นฤทธิ์  
ตอนที่ 7  มารราคะร่างที่สอง ตอนที่ 8  มารราคะบุกสวรรค์
ตอนที่ 5  ราเชลยอดรัก ตอนที่ 6  เจมิน่า ผมรักพี่ครับ
ตอนที่ 3  คืนแสนสุข ตอนที่ 4  กำเนิดมารราคะ
ตอนที่ 1 นางฟ้า 3 ตน ตอนที่ 2 แมรี่ผู้น่ารัก
[/size] TAXI นรก  
ภาค 2 ตอน จบ
ภาค 2 ตอน 2   ภาค 2 ตอน 3  
ภาค 1 ภาค 2 ตอน 1  
[/size] นางฟ้า 3 พี่น้อง (ต้นฉบับ)
ตอนที่  7 น่าอิจฉา [ตอนจบ]
ตอนที่  5  มารราคะร่างที่สอง ตอนที่  6  สุขสมกับความรัก
ตอนที่  3  ค่ำคืนอันเงียบเหงา ตอนที่  4  กำเนิดมารราคะ
ตอนที่ 1  ทำความรู้จักกับนางฟ้า ตอนที่่ 2  แมรี่ผู้น่ารัก      
 
[/size]



 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ