ยอดยุทธสะท้านบู๊ลิ้ม ตอนที่ 2 เมี่ยวนึ๊งตงหมอวิปลาส

ยอดยุทธสะท้านบู๊ลิ้ม ตอนที่ 2 เมี่ยวนึ๊งตงหมอวิปลาส

  • 12 ตอบ
  • 6050 อ่าน
*

ออฟไลน์ zeech

  • Full Member
  • **
  • 74
  • 2359
    • ดูรายละเอียด
เช้าวันรุ่งขึ้น เหม่ยเยี่ยลนลานตื่นขึ้น แล้วปลุกเหม่ยผิงให้ตื่นตาม

"เหม่ยผิง  เหม่ยผิง  ตื่น..ตื่นได้แล้ว"

เสียงปลุกของ เหม่ยเยี่ย ทำให้ เหม่ยลี่รู้สึกตัว  แล้วนางก็รู้สึกเหมือนมีสิ่งใดมาทับร่างอยู่
จึงเปิดตาขึ้นดูก็พบว่า หลิงหลิง ยกขามาก่ายทับร่างนางไว้ เหม่ยลี่ยิ้มแล้วยกขาของ หลิงหลิงออก
แล้วพูดขึ้นว่า

"หลิงหลิง ท่านตื่นได้แล้ว  พวกเราจะไปแล้ว"

ดรุณีแปลงตื่นขึ้นอย่างอ่อนแรง เพราะทั้งคืนมันเอาแต่สำรวจเรือนร่างของ เหม่ยลี่
จนได้นอนเพียงสองชั่วยามเท่านั้น

เหม่ยเยี่ย มองมายัง ดรุณีแปลง แล้วพูดขึ้นว่า  

"เช้านี้ท่านอาจารย์หญิง จะเดินทางมาถึงเมืองชิงหลง พวกเราจะต้องรีบออกเดินทาง"

ดรุณีแปลง ทำหน้าเซื่องซึมลง แล้วพูดขึ้นว่า

"ข้าขอตามพวกท่านไปด้วยได้หรือไม่"


"แล้วท่านไม่ติดตามบิดาท่านรึ"


"ข้าไม่รู้ว่าจะติดตามอย่างไร  ขอให้ข้าได้เดินทางร่วมไปกับพวกท่านด้วยเถอะ  ให้ข้าเป็นคนรับใช้พวกท่านก็ได้"


"ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าจะเแจ้งให้อาจารย์หญิงทราบเมื่อพบท่านก็แล้วกัน"

หลิงหลิง แสดงความยินดีกล่าวขอบคุณต่อเหม่ยลี่แล้วทั้งสามดรุณี และ เฟยอี้
ก็ออกเดินทางไปจากโรงเตี๊ยมในเช้าวันนั้น



ทั้งสี่เดินทางจนใกล้จะถึงสำนักมังกรเขียว ก็พานพบกับเหล่าชาวยุทธมากมาย
ที่กำลังหลั่งไหลเดินทางมาเพื่อร่วมประลองในครั้งนี้  

พลันก็มีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งแต่งกายคล้ายเป็น คุณชายในสำนักยุทธสำนักหนึ่ง
ยิ้มแย้มเดินตรงเข้ามาทักทายพวกนาง

"ขอคารวะแม่นางทั้งสาม ข้าพเจ้า เว่ยฉิงคัง บุตรชายประมุข เว่ยน่ำเทียน แห่งสำนัก ทวนผดุงคุณธรรม"

บุรุษนั้นกระทำการคารวะ     นางทั้งสามและดรุณีแปลงก็กระทำคารวะตอบ


"มิทราบว่าแม่นางทั้งสามมาจาก สำนักเงาจันทราใช่หรือไม่"


เหม่ยเยี่ยกล่าวขึ้นว่า

"เป็นจริงตามที่ท่านพูดมา  มิทราบว่าท่านทราบได้อย่างไรว่าพวกเราเป็นคนของสำนักเงาจันทรา"


"ฮ่าๆๆๆ  ไม่ยากเลยแม่นาง มีอยู่สองประการที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้ได้ทันทีที่พบแม่นาง  ประการแรกพวกท่าน
ถือกระบี่ที่มีสัญลักษณ์จันทร์เสี้ยวที่ด้ามทั้งสามคน  ประการที่สองทั่วบู๊ลิ้มล้วนเล่าลือว่า
สตรีแห่งสำนักเงาจันทรานั้นงามนัก  ข้าพเจ้าจึงทราบได้ทันที่ว่าพวกท่านทั้งสามมาจากสำนักเงาจันทรา
ส่วนอีกนางก็คงจะเป็นนางรับใช้ที่ติดตามมาด้วยเป็นแน่"


เฟิงอี้ได้ยินดังนั้นก็นึกชังน้ำหน้าบุรุษผู้นี้ขึ้นทันที  เฟิงอี้ในร่างแปลงก็กล่าวขึ้น

"หากไม่มีสิ่งใดเป็นสาระแล้วก็หลบไป นายข้ามีกิจธุระเร่งรีบ"


"เจ้าเป็นเพียงคนรับใช้ อย่าได้สอดเรื่องของนาย"


เหม่ยลี่ก็พูดขึ้นทันทีว่า

"หลิงหลิง เปรียบดังเพื่อนของเรา  นางพูดสิ่งใดก็เปรียบดังคำพูดของพวกเราเช่นกัน"


ฉิงคัง ได้ยินดังนั้นก็พูดสิ่งใดไม่ออก ได้แต่นิ่งอยู่


พลัน วงสนทนานั้นก็มีอันต้องสิ้นสุดลง เมื่อมีเสียงการต่อสู้เกิดขึ้น  ที่เบื้องหน้า
ทั้งหมดจึงเร่งรีบไปดูเหตุการณ์ ภาพที่ทุกคนเห็นก็คือ

เหล่านักบวชหญิงนับสิบคน กำลังต่อสู้กับบุรุษผู้หนึ่ง แต่งกายคล้ายดังเป็นหมอ วัยประมาณห้าสิบปี
มันต่อสู้กับนักบวชหญิงด้วยมือเปล่า ใบหน้าของมันยิ้มแย้มเหมือนเป็นสุขในการต่อสู้  
บางครามันก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา   นักบวชหญิงเหล่านั้นมีวัยอยู่ในช่วงดรุณีแรกรุ่น
ถือกระบี่เข้าโจมตีหมอผู้นั้นอย่างโกรธแค้น พลางส่งเสียงด่าทออย่างรุนแรง

"เฒ่าลามก  วันนี้เจ้าต้องตาย"


ฉิงคังเห็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าก็พูดขึ้นว่า

"นักบวชหญิงเหล่านั้น คือคนแห่งสำนักอารามชีบุปผาหยก  ส่วนชายที่แต่งกายเป็นหมอนั่น
ถ้าข้าคาดไม่ผิด  น่าจะเป็น   เมี่ยวนึ๊งตง  หมอวิปลาส"

เหม่ยผิงมองหน้า ฉิงคัง แล้วเอ่ยขึ้นว่า

"เมี่ยวนึ่งตง ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้ เหตุใดจึงมีชื่อเรียกว่า หมอวิปลาส"


ฉิงคังจึงเอ่ยขึ้นว่า

"เมี่ยวนึ่งตง เดิมเป็นหมออัจริยะ มีนิสัยชอบคิดค้นปรุงยา และคิดค้นการรักษาโดยการทะลวงจุด
แบบพิศดาร  ต่อมาได้ทดลองยาที่ตัวเองปรุงขึ้นมาจน สติวิปลาส กลับกลายเป็นคนที่คลั่งสวาท
มีพฤติกรรมชอบลวนลามสตรีที่มันได้พบเห็น นับเป็นชาวยุทธฝ่ายอธรรมที่น่ารังเกียจยิ่ง"


"ถ้าเช่นนั้น มันคงลวนลาม นักบวชหญิงเหล่านั้นเป็นแน่ จึงได้เกิดการต่อสู้ขึ้น"


เหม่ยเยี่ย กล่าวขึ้นพลางมองดูการต่อสู้เบื้องหน้า

หมอวิปลาส ต่อสู้เหมือนออมกำลังไว้ มันหลบหลีกกระบี่ที่พุ่งเข้าหาตัวมันทุกทิศอย่างง่ายดาย
มันต่อสู้พลางใช้วิชาคว้าจับของมัน ลวนลามตามส่วนต่างของนักบวชหญิงเหล่านั้นไปพลาง
แล้วหัวเราะชอบใจ  และแล้วนักบวชหญิงทั้งสิบก็ถูกจี้สะกัดจุดจนล้มลง หมอวิปลาสเดินตรง
เข้าไปจะลวนลามนักบวชหญิงผู้หนึ่งที่ล้มลงอยู่ใกล้มัน

เหม่ยเยี่ยทนดูสตรีถูกลวนลามต่อหน้าไม่ได้ ก็พุ่งเข้าไปช่วยเหลือทันที เหม่ยผิงและ
เหม่ยลี่ เมื่อเห็นพี่ใหญ่ออกตัวเช่นนั้น ก็ชักกระบี่ออกมาตามเข้าร่วมต่อสู้ด้วย

กระบี่เงาจันทราของเหม่ยเยี่ย รวดเร็วและดุดัน จนหมอวิปลาสมีสีหน้าจริงจังขึ้น ทั้งยังมีเหม่ยผิง
และเหม่ยลี่ ใช้กระบี่เงาจันทราร่วมโจมตีด้วย ทำให้หมอวิปลาสต้องจริงจังกับการต่อสู้ขึ้นทันที
ท่วงท่าของมันกลับเปลี่ยนแปรเป็นพิศดารล้ำลึกขึ้น วิชาตัวเบาของมันเลอเลิศเหมือนเท้ามิได้ติดอยู่ที่พื้น
ร่างของมันบางคราก็ปรากฎขึ้นทางขวา บางคราก็เปลี่ยนมาทางซ้าย แล้วหายวับไป จนในที่สุด
กระบี่ของนางทั้งสามก็หลุดล่วงลงจากมือด้วยวิชาจี้สกัดจุดของมัน  แล้วร่างของนางทั้งสามก็ล้มลง
ด้วยพลังฝ่ามือของมัน

ฉิงคัง  เห็นดังนั้นก็แผดเสียงคำราม คว้าทวนสองท่อนที่เหน็บไว้ที่เอวออกมาต่อเป็นทวนเล่มยาว
โผเข้าโจมตีใส่หมอวิปลาสทันที   หมอวิปลาสเห็นเป็นบรุษจะเข้าโจมตีมันเช่นนั้น ก็หาได้ออมฝีมือไม่
ยกเท้าขึ้นเตะสกัดการโจมตีของฉิงคัง ร่างของฉิงคังลอยกระเด็นไปติดต้นไม้ใหญ่กระอักโลหิตออกมา

หมอวิปลาศมิได้สนใจฉิงคังแม้เพียงชายตา มันตรงเข้าอุ้มร่างของ เหม่ยเยี่ยขึ้นใส่บ่า  
เหม่ยเยี่ยส่งเสียงด่าทอไม่ขาดปาก แต่มันคล้ายไม่ได้ยิน  แล้วตรงเข้าจะคว้าร่างของ เหม่ยลี่อีกผู้หนึ่ง  
เฟยอี้ในร่างแปลงเห็นดังนั้น ก็กระโดดเข้าขวางหน้าเหม่ยลี่ แล้วกัดเข้าที่มือของหมอวิปลาศ
มันร้องขึ้นอย่างเจ็บปวดแล้วสบัดมือใส่ใบหน้าของเฟยอี้ในร่างแปลงจนสลบไป
มันตรงเข้าคว้าร่างของเฟยอี้ขึ้นพาดบนบ่ามัน แล้วเหิรไปด้วยวิชาตัวเบาที่เลอเลิศของมัน


ครั้นเมื่อร่างของหมอวิปลาส หายลับไปแล้ว เหม่ยลี่ และเหม่ยผิงก็ยันกายลุกขึ้น  
หนึ่งในนักบวชหญิงทั้งสิบก็พูดขึ้นว่า

"ขอบคุณแม่นางน้อยทั้งสอง ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ พวกท่านไม่ต้องเป็นกังวล ข้าจะแจ้งต่ออาจารย์ข้า
ให้ศิษย์สำนักอารามชีบุปผาหยกช่วยกันออกค้นหา ช่วยเหลือพี่สาวท่านให้จงได้"


เหม่ยผิง จึงพูดออกมาด้วยความเป็นกังวลว่า

"ขอบคุณท่านนักบวช  ข้าขอลา  ข้าจะนำความไปแจ้งต่ออาจารย์ของข้าเช่นกัน"

พูดจบนางก็เดินอย่างเร่งรีบ โดยมีเหม่ยลี่เดินตามไปติดๆ  ส่วนฉิงคังได้แต่คลำหน้าอกตนเองนั่งอยู่ที่นั้นโดยมิมีผู้ใดสนใจ

----------------------


กลางป่าอันรกครึ้ม ร่างๆนึงพริ้วกายร่อนลงมาจากอากาศอย่างแผ่วเบา  บนบ่าทั้งสองข้างของมัน
มีร่างของสตรีสองนางพาดอยู่  มันเดินตรงไปในกระท่อมหลังหนึ่ง ใต้ต้นไม้ใหญ่  

ภายในกระท่อม  เป็นพื้นที่กว้างโล่ง มีกลิ่นยาที่ถูกปรุงไว้คละคลุ้ง ด้านในสุดเป็นโต๊ะใหญ่
มีภาชนะและเครื่องมือปรุงยามากมายติดกับผนังในสุดมีชั้นไม้ขนาดใหญ่ วางขวดใส่ยาต่างๆไว้อย่างเป็นระเบียบ

หมอวิปลาส ใช้มือของมันหมุนกลไกที่ซ่อนไว้กับขวดใส่ยาขวดหนึ่ง พลันผนังด้านในก็เปิดออกเป็นห้องลับอีกห้องหนึ่ง  
มันเดินเข้าไปในห้องนั้นแล้วบิดกลไกปิดเข้าที่เดิม  เปลวไฟจากคบทุกดวงในห้องถูกจุดขึ้น  
มันวางร่างของเหม่ยเยี่ยที่นอนนิ่งเนื่องจากถูกสกัดจุดไว้ลงบนเตียงไม้ใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง  
และวางร่างของดรุณีแปลงเฟยอี้ที่สลบอยู่ไว้ใกล้กัน


เบื้องหลังของหมอวิปลาสผู้นี้ ตั้งแต่มันได้ทดลองกินยา  เหมยฟ้ารัญจวน  ที่มันปรุงขึ้นเอง  มันก็เกิดอาการกำเริบ
ในด้านอารมณ์ราคะอย่างรุนแรง เมื่อมันปลดเปลื้องราคะไป  ฤทธิ์ยาก็จะกำเริบขึ้นใหม่อีกทุกเจ็ดวัน  
จนทำให้มันต้องกลายเป็นโจรพร่าสวาท  มันเฝ้าค้นหาวิธีปรุงยาแก้ขึ้นมา จนในที่สุดมันก็ทำสำเร็จ
แต่หลังจากกินยาแก้ลงไป กลับทำให้มันเป็นชายแต่ก็ไร้ความหมาย เนื่องเพราะแก่นความเป็นชายของมัน
ไม่สามารถใช้งานได้  และไม่มีอารมณ์สวาทเกิดขึ้นอีกเลย  มันรุ่มร้อน และเป็นทุกข์ใจอย่างมาก  
จนถึงทุกวันนี้มันก็ยังไม่สามารถหาวิธีแก้ได้  มันจึงใชวิธีฉุดคร่าสตรีมา แล้วให้นางเหล่านั้นกินยา เหมยฟ้ารัญจวน
มาปรนนิบัติมัน เพื่อยั่วยวนมัน เผื่อว่าจะมีสตรีนางใดทำให้มันคืนความเป็นชายกลับมาได้
แต่ก็ยังไม่มีสตรีนางใดช่วยมันได้   จนมันต้องปล่อยสตรีเหล่านั้นไป ทำให้สตรีเหล่านั้นบ้างก็กลายเป็นหญิงคณิกา  
บ้างก็เป็นหญิงมากสามี  โดยแท้จริงในใจเบื้องลึกของมันก็รู้สึกหดหู่เป็นอย่างยิ่ง


ฤทธิ์อีกอย่างหนึ่งของ ยาเหมยฟ้ารัญจวน ก็คือทำให้จุดตันเถียน ของผู้ที่กินเข้าไปเปิด  และขยายขนาดขึ้น
ทุกครั้งที่มีการสมสู่เกิดขึ้นจนสำเร็จ  จุดตันเถียนเปรียบเหมือนอู่เก็บพลังวัตร เมื่อมีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ผู้นั้น
มีที่เก็บพลังวัตรสำรอง สามารถฝึกวรยุทธได้อย่างสัมฤทธิ์ผลและรวดเร็วกว่าบุคลทั่วไป

หมอวิปลาสตรงเข้าปลดเปลื้องเสื้อผ้าของดรุณีแปลง จนใกล้จะหมดทั้งตัว ทันใดนั้น หมอวิปลาสก็ถึงกับตกใจ
เป็นเวลาเดียวกันกับที่ เฟิงอี้ได้สติขึ้น  มันชี้ไปที่เฟิงอี้แล้วพูดอย่างตื่นตระหนก

"เจ้า...เจ้า....เจ้าทำไมถึงมี........"


เฟิงอี้กำเสื้อผ้าไว้แล้วเลื่อนตัวถอยหลัง จนไปปะทะเข้ากับร่างของเหม่ยเยี่ย  
มันมองไปที่ใบหน้าของนางแล้วรู้สึกเวทนา มันเริ่มคิดหาทางออกไม่ให้เหม่ยเยี่ย
ตกเป็นเหยื่อของ หมอวิปลาส

"ท่านหมอ  ข้ามีเรื่องจะบอกท่าน เป็นเรื่องที่ท่านต้องสนใจแน่ๆ"


"ฮ่าๆๆ เจ้ากะล่อนข้ารู้นะว่าเจ้าเป็นอะไร   อย่ามาใช้กลอุบายกับข้า"


"ท่านหมอ หากท่านไม่ฟังข้า ท่านจะเสียใจไปชั่วชีวิต"


"งั้นเจ้าผายลมออกมา  ว่ามีเรื่องใด"


เฟยอี้ลุกลงจากเตียง แล้วกระซิบที่ใบหูของหมอวิปลาส

"ข้ารู้จักสตรีที่มีความงามเป็นเลิศ หลายคน  ข้าสามารถพาท่านไปพบนางได้"


หมอวิปลาสตาเบิกกว้าง อย่างดีใจ


"แต่ข้ามีข้อแลกเปลี่ยน"


"เจ้าว่ามา"


"ท่านต้องไม่ทำร้ายแม่นางคนนั้น  นางเป็นคนรักของข้า"


"ฮ่าๆๆๆ  ได้...เจ้าเด็กน้อย ข้าจะส่งเสริมเจ้าเอง"

พูดจบมันก็จี้สกัดจุดเฟยอี้ แล้วหยิบเม็ดยาจากอกเสื้อของมันออกมา สองเม็ด ยัดใส่ในปากของเฟยอี้ทันที

แล้วมันก็ตรงไปยังร่างของ เหม่ยเยี่ย หยิบยาขึ้นมาหนึ่งเม็ดแล้วยัดใส่ปากของนางเช่นกัน


มันหันกลับมาที่ร่างของเฟิงอี้  คลายจุดให้ แล้วพูดขึ้นว่า

"เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของเจ้า  ยาเม็ดแรกที่เจ้ากินเข้าไปคือยา เหมยฟ้ารัญจวน
ข้าให้ยานี้กับเจ้าพร้อมกับนางที่เจ้ารัก พวกเจ้าจะได้มีความสุขด้วยกัน ฮ่าๆๆๆ"

"ยาเม็ดที่สอง คือยาพิษหนอนไส้ขาด  หลังจากเจ้าสุขสมกับนางที่เจ้ารักแล้ว  เจ้าต้องตอบแทนข้า
เจ้าต้องไปนำแม่นางที่มีความงามเป็นเลิศมาให้ข้า  ภายในสิบห้าวัน หากเจ้าไม่มาพบข้าให้ทันกำหนด
เจ้าจะทนทุกข์ทรมาน จากพิษหนอนกัดกินลำไส้ทนทุกข์ทรมานไปจนตาย"

พูดจบมันก็เดินออกจากห้องลับไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ





เฟยอี้เริ่มมีอาการร้อนรุ่มภายใน มันมองไปรอบห้อง แล้วหันไปที่ร่างของเหม่ยเยี่ย
ใบหน้างามของนางเริ่มมีเม็ดเหงื่อซึมออกมา นางปิดเปลือกตา เผยอปากออกเล็กน้อย

"ในห้องนี้มันช่างอบอ้าวเหลือเกิน  ข้าร้อน ข้าทรมานเหลือเกิน"

เหม่ยเยี่ย เริ่มส่ายร่างอย่างทรมาน เรือนร่างของนางบิดไปมา เฟยอี้มองตะลึง
ค้างอย่างแน่นิ่ง ตัวมันเองตอนนี้ก็ร้อนรุ่มไม่แพ้กัน ยิ่งเห็นเรือนร่างของนางที่ส่ายไปมา
ยิ่งเหมือนจุดเปลวไฟโหมราคะให้มัน

เฟยอี้ตรงไปนอนเคียงข้างเหม่ยลี่ มันยื่นใบหน้าของมันพิศดูใบหน้างามของนาง
จนได้กลิ่นลมหายใจ ปากเผยอเล็กน้อยของนางถูกมันประกบปากแล้วสอดลิ้นลงไป
เหม่ยเยี่ยใช้ลิ้นของนางเข้าพัวพันทันที  นางจูบตอบมัน  จนมันเคลิบเคลิ้ม

เฟยอี้ถอนปากออกมา พยายามสกัดกั้นราคะของตน แต่ก็แพ้พ่ายเมื่อได้ยินเสียง
อันซาบซ่านของเหม่ยเยี่ย

"ข้าร้อนเหลือเกิน หลิงหลิง ช่วยข้าด้วย"

นางไม่พูดเปล่า กลับปลดเสื้อตัวเองออกจนเห็น เอี๊ยมภายใน

นางจ้องมองมาที่ เฟยอี้อย่างวาบหวาม เฟยอี้เอี้อมมือไปปลดเอี๊ยมของนางแล้วเลื่อนออก
เต้ากลมกลึงงามผุดผ่องของดรุณีวัยสิบแปด ปรากฎต่อหน้าของมัน  เฟยอี้ซุกใบหน้าของมัน
ลงคลุกคลีที่หว่างเต้างามนั้น กลิ่นกายของนางทำให้กำหนัดของมันกำเริบหนัก มันใช้ปากอม
ที่ยอดถันงามนั้น แล้วดูดเหมือนทารกกำลังดูดนมมารดา  เหม่ยเยี่ยถึงกับปล่อยเสียงอันเสียวซ่าน
ออกมา พลางแอ่นอกงามของนางขึ้น

"อู้ววว........ข้า...อูยย..."


อารมณ์กำหนัดของเฟยอี้ พุ่งขึ้นถึงขีดสุด ดุจเดียวกับ เหม่ยเยี่ย หากทั้งสองมิได้ร่วมรักกันในยามนี้
คงจะต้องตายเพราะความกำหนัดบีบคั้น

เฟยอี้ลากฝ่ามือของมันลูบไล้หน้าท้องที่แบนราบขาวนวลเนียน จนไปเกาะกุม ที่เนินเนื้อที่อยู่หว่างเรียวขา
ของนาง  ฝ่ามือของมันมิอาจเกาะกุม เนินเนื้ออันโหนกนูนนั้นได้หมด  มันลูบไล้ฝ่ามือของมันบนเนินเนื้อนั้น
อย่างหลงใหล ในความกว้างใหญ่ของนาง ปากของมันไม่ละจากยอดถันของเหม่ยเยี่ย ส่วนฝ่ามือนั้นเล่า
ก็หนักแรงขึ้น กลายเป็นขยำขยี้เนินเนื้อนั้นอย่างสาแก่อารมณ์

เหม่ยเยี่ยนั้นแอ่นกายขึ้นอย่างเสียวซ่าน นางรุ่มร้อนจนมิอาจสะกดกั้นได้อีกต่อไป  นางลืมหมดสิ้นแม้ความอาย
ที่อิสตรีพึงมี แม้ในตอนนี้ เฟิงอี้กำลังรูดกางเกงของนางออก จนเนินสวาทของนาง เปิดเผยต่อหน้ามัน
เฟิงอี้จ้องมองเนินสวาทอันกว้างใหญ่ของนางไม่วางตา แต่เหม่ยเยี่ยกลับแอ่นกายขึ้น ทำให้เนินสวาทของนาง
เพิ่มความโหนกนูนขึ้นมาอีก เฟยอี้ตัดสินใจซุกหน้าของมันลงสูดดูมกลีบสวาทงามของเหม่ยเยี่ย แล้วดูดกินอย่าง
หื่นกระหาย มันส่ายใบหน้าของมันไปมาเพื่อซุกไซ้ให้ลึกลงไปในกลีบสวาทที่ปิดสนิทนั้น

เหม่ยเยี่ยร้องครางเสียงดังลั่นห้อง

"โอ้ววว....ข้าเสียว...อูยยยย...หลิงหลิง ข้าเป็นสุขยิ่งนัก..อู้วว"

น้ำรักของเหม่ยเยี่ยเอ่อนองเต็มปากของเฟยอี้ นางแอ่นสะโพกตามปากของมันพลางร้องกระชั้นถี่ไม่หยุด

"อูย..อูยยย..อูยย..หลิงหลิง  ..ข้า..ข้าไม่ไหวแล้ว..ข้า..อ๊ายยยย....อู้ว"

[post]เหม่ยเยี่ยแอ่นเนินสวาทของนางค้างนิ่ง ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน แล้วผ่อนลมหายใจ
อย่างอ่อนระโหย

เฟยอี้คุกเข่าอยู่กลางหว่างขาของนาง แล้วจับแก่นกายอันแข็งตึงของมัน จ่อไปที่ร่องกึ่งกลางเนินสวาท
ส่วนหัวของมันมุดเข้าไปในโพรงอันหยุ่นนิ่ม เตรียมจะดันแก่นกายเข้าไปในร่างของนาง
เหม่ยเยี่ยถึงจุดแห่งความสุขไปแล้ว  สติของนางก็เริ่มกลับมา พลันเห็นแก่นของบุรุษในร่างของ หลิงๆ
กำลังจะดันเข้ามาในกายของนาง  เหม่ยเยี่ยร้องห้ามเสียงหลง

"เจ้าเป็นใคร...อย่า..อย่าดันเข้ามา"

มันช้าไปเสียแล้ว เฟยอี้ดันแก่นกายของมันเข้าไปจนสุดลำ

"โอ้ย......

เหม่ยเยี่ยร้องลั่น พรหมจารีของนางขาดสะบั้นลง  นางมิสามารถขยับร่างหนีได้ถนัด
เนื่องจากจุดที่สกัดคลายออกมาเพียงบางส่วน

เฟยอี้ยังเมาต่อกำหนัด มันดันร่างของมันเข้า ออก จนเหม่ยเยี่ยบังเกิดความเสียวสยิวขึ้นมาอีกครั้ง
มันเร่งจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ พร้องกับเสียงแห่งความเสียวซ่านของคนทั้งสองที่ดังระงมไปทั้งห้อง
จนในที่สุด เฟยอี้ก็ดันแก่นกายของมันค้างนิ่งคาไว้ที่เนินสวาทของเหม่ยเยี่ย ปล่อยธารน้ำรักของมัน
พุ่งกระจายเข้าใส่ร่างของเหม่ยเยี่ย จนหมดทุกหยาดหยด

"โอ้ววววว................"

มันส่งเสียงครางออกมาอย่างสุดเสียว ส่วนเหม่ยเยี่ยเองก็ล่องลอยถึงสวรรค์ไปพร้อมกัน

เฟยอี้ทอดดกายลงทาบทับร่างของเหม่ยเยี่ยอย่างหมดแรง  ทั้งสองหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย
และอิ่มเอมในรสกามที่พึ่งเสร็จสิ้นไป [/post]

………………………………………………
ติดตามผลงาน by zeech ได้ที่นี้...
ยอดยุทธสะท้านบู๊ลิ้ม )

ตอนที่ 1 โจรน้อยแห่งเขาแปดกระโหลก
  มารราคะ ( ฉบับใหม่ )
ตอนที่ 19  ศึกของมารผู้ยิ่งใหญ่ ตอนที่ 20  สามโลกสงบสุข (จบ)
ตอนที่ 17 วิกฤติการณ์ที่รอการประทุ ตอนที่ 18  มารมหาเทพปรากฏตัว
ตอนที่ 15 โซฟี เทพนารีแห่งความกรุณา ตอนที่ 16  อำนาจและความรัก
ตอนที่ 14 มารผู้เรืองอำนาจ
ตอนที่ 13 แคทเธอลีน – เทพนารีโฉมสะคราญ
ตอนที่ 12  มารร่างที่สามปรากฎกาย
ตอนที่ 11  โอลิเวีย-เทพนารีผู้เย้ายวน
ตอนที่ 9  สเตฟานี - เทพนารี เจ้าโทสะ ตอนที่ 10  มารสิ้นฤทธิ์  
ตอนที่ 7  มารราคะร่างที่สอง ตอนที่ 8  มารราคะบุกสวรรค์
ตอนที่ 5  ราเชลยอดรัก ตอนที่ 6  เจมิน่า ผมรักพี่ครับ
ตอนที่ 3  คืนแสนสุข ตอนที่ 4  กำเนิดมารราคะ
ตอนที่ 1 นางฟ้า 3 ตน ตอนที่ 2 แมรี่ผู้น่ารัก
[/size] TAXI นรก  
ภาค 2 ตอน จบ
ภาค 2 ตอน 2   ภาค 2 ตอน 3  
ภาค 1 ภาค 2 ตอน 1  
[/size] นางฟ้า 3 พี่น้อง (ต้นฉบับ)
ตอนที่  7 น่าอิจฉา [ตอนจบ]
ตอนที่  5  มารราคะร่างที่สอง ตอนที่  6  สุขสมกับความรัก
ตอนที่  3  ค่ำคืนอันเงียบเหงา ตอนที่  4  กำเนิดมารราคะ
ตอนที่ 1  ทำความรู้จักกับนางฟ้า ตอนที่่ 2  แมรี่ผู้น่ารัก      
 
[/size]




*

ออฟไลน์ Tweetty13

  • Full Member
  • **
  • 209
  • 160
  • Krabi
    • ดูรายละเอียด
 ::Shy::ขอบคุณมากมายครับ สนุกดีคับ

*

ออฟไลน์ unicrons

  • Junior Member
  • ***
  • 276
  • 440
    • ดูรายละเอียด
ได้พี่สาวคนโตแล้ว เหลืออีกหลายคน

*

ออฟไลน์ yak7384

  • Junior Member
  • ***
  • 272
  • 298
    • ดูรายละเอียด
และแล้วก็ได้เหม่ยเยี่ย เป็นคนแรกเลย

*

ออฟไลน์ naitoom

  • Senior Member
  • ****
  • 623
  • 637
    • ดูรายละเอียด
เหม่ยเยี่ย เสีย(พรหมจรรย์)ไปโดยไม่ตั้งใจเหมือนกัน ส่วนเฟยอี้ได้มาโดยไม่ตั้งใจ แต่ได้มาแบบไม่น่าดีใจ
เพราะมียาพิษอยู่ในกาย ทำให้ต้องหาสาวสวยมาให้หมอวิปลาส
ต้องดูว่าเฟยอี้ จะทำอย่างไร เดาว่าไม่ทำตามเงื่อนไข แต่ต้องหาวิธีถอนพิษแบบอื่น
ไม่ใช่เพราคุณธรรม แต่เป็นเพราะรู้รสกามรมณ์แล้ว ก็เลยเสียดายเก็บสาวไว้เอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2016, 07:28:47 PM โดย naitoom »

*

ออฟไลน์ asiakook

  • Senior Member
  • ****
  • 743
  • 920
    • ดูรายละเอียด
ประเดิมเหมยเยี่ยซะละ นึกว่าจะโดนหมอวิปลาสอิอิ ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ TempZ

  • Full Member
  • **
  • 135
  • 179
    • ดูรายละเอียด
นึกว่าพระเอกจะเริ่มเก็บจากคนน้องมาก่อน  กลายเป็นสถานการณ์​บังคับให้จัดพี่ใหญ่จนได้

*

ออฟไลน์ pongharu

  • Supreme Member
  • *********
  • 9926
  • 7078
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ dekduer55

  • Junior Member
  • ***
  • 498
  • 467
    • ดูรายละเอียด
เสร็จไปแล้วหนึ่งสาวพอตื่นมาจะเกิดไรขึ้นเนี่ย ขอบคุณคับ

*

ออฟไลน์ alwayz

  • Junior Member
  • ***
  • 486
  • 521
    • ดูรายละเอียด
เฟยอี้เข้าวังวนของโจรราคะแล้ว อนาคตจะได้อีกกี่สาว 3 สาวนี่คงเสร็จหมดแน่ๆ

*

ออฟไลน์ phacha

  • Junior Member
  • ***
  • 380
  • 360
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณครับ แนวกำลังภายใน ชอบอ่านจัง ...

Re: ยอดยุทธสะท้านบู๊ลิ้ม ตอนที่ 2 เมี่ยวนึ๊งตงหมอวิปลาส
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2016, 02:09:52 PM »
 ::WowWow:: ::WowWow:: ::WowWow::

*

ออฟไลน์ sctbkkscb

  • Junior Member
  • ***
  • 423
  • 447
    • ดูรายละเอียด
Re: ยอดยุทธสะท้านบู๊ลิ้ม ตอนที่ 2 เมี่ยวนึ๊งตงหมอวิปลาส
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:47:39 PM »
ขอบคุณครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ