โอ้...พี่สาวที่รัก ตอนที่10

โอ้...พี่สาวที่รัก ตอนที่10

  • 5 ตอบ
  • 10001 อ่าน
*

ออฟไลน์ rikimaru725

  • Tiny Member
  • *
  • 40
  • 87
    • ดูรายละเอียด
โอ้...พี่สาวที่รัก ตอนที่10
« เมื่อ: ธันวาคม 09, 2016, 05:52:22 pm »
ตอนที่ 10 ทะลวงพรหมจรรย์ภาวิณี

วันนี้เป็นวันศุกร์ สาวิตรีและไกรวิทย์อยู่ด้วยกันบนเตียง ในบ้านมีเพียงเขาและเธอสองคนเท่านั้น
เกมสวาทระหว่างกุลธิดากับไกรวิทย์ผ่านไปสามวันแล้ว สาวิตรีดีใจมากที่กุลธิดาเห็นด้วยว่าตัวเธอกับไกรวิทย์ควรใช้ชีวิตร่วมกันและอารมณ์เธอก็ดีอย่างต่อเนื่องนับแต่วันนั้นเป็นต้นมา
คนอื่น ๆ ในครอบครัวก็พร้อมใจกันอารมณ์ดีอย่างน่าพิศวง ราวกับติดมาจากสาวิตรี
ไกรวิทย์และสาวิตรีปรึกษาหารือกันว่าควรจะบอกเรื่องระหว่างพวกเขาให้คนอื่น ๆในครอบครัวได้รู้กันเมื่อไหร่ดีและควรใช้วิธีไหน ซึ่งทั้งคู่ก็ตัดสินใจว่าเปิดเผยเรื่องนี้ตอนที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้ากันจะเป็นการดีที่สุด เพราะแบบนี้วิภาวรรณ พรรณวดี ปรียานุช ภาวิณีและลลิตาแม่ของพวกเขาจะได้ไม่ระแคะระคายเรื่องนี้ก่อนเวลาอันสมควร
กุลธิดาสัญญาว่าจะปิดปากเงียบและทั้งคู่ก็ตัดสินใจว่าจะบอกเรื่องนี้กับทุกคนในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะมาถึง ซึ่งก็คงเป็นวันอาทิตย์เพราะทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา
“อรุณสวัสดิ์จ้ะที่รักของพี่” สาวิตรีพูดเสียงสลึมสลือเพราะเพิ่งตื่นนอน เธอขึ้นมานอนร่วมเตียงกับน้องชายหลังจากทุกคนในบ้านออกไปกันหมดแล้ว
พักหลังมานี้สาวิตรีทำแบบนี้บ่อยขึ้นเพราะการได้นอนแนบร่างอุ่น ๆของน้องชายมันดูเหมือนเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอไปเสียแล้ว การได้แบ่งปันไออุ่นของกันและกันใต้ผ้าห่ม มันทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย
“หวัดดีครับพี่สา” ไกรวิทย์ยิ้มให้พี่สาวในขณะที่เธอกอดรัดร่างเขาแน่นขึ้น ปทุมถันคู่งามของเธอบดเบียดอยู่กับท่อนแขนของเขา ขาซ้ายเธอพาดอยู่บนขาอ่อนเขาต่ำกว่าควยเขาลงไปนิดเดียว
สาวิตรีจูบไหล่เขาเบา ๆ ก่อนจะซุกตัวเข้าหา
“กี่โมงแล้วครับนี่” ไกรวิทย์ขยี้ตา สาวิตรีครางเมื่อเธอมองนาฬิกาที่อยู่ข้างเตียง
“สิบโมงครึ่งจ้ะ” เธอตอบก่อนจะทิ้งศีรษะกลับลงไปบนหมอน
“ผมคงต้องลุกแล้วล่ะ” ไกรวิทย์อ้าปากหาวหวอดแล้วบิดขี้เกียจ
“โธ่วิทย์จ๋า ทำไมต้องตื่นล่ะจ๊ะ นอนอยู่ด้วยกันบนนี้มันอุ่นดีออก” สาวิตรียิ้มแล้วยึดแขนเขาไว้ พยายามยื้อให้เขาอยู่บนเตียงกับเธอ
“โอ๊ยไม่ไหวล่ะครับพี่สา ผมหิวจนแทบเป็นลมอยู่แล้ว” ไกรวิทย์ดึงตัวพี่สาวมาที่ขอบเตียง
“จ้ะจ้ะ นั่นสิเนอะจะปล่อยให้เธอหมดแรงได้ไง” เธอยิ้มซน ๆ ขณะน้องชายลงจากเตียงในสภาพเปลือยเปล่าและบิดตัวจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น
สาวิตรีทิ้งตัวกลับลงไปบนเตียงแล้วลากผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงคาง นอนซุกตัวอยู่บนที่นอนอันอุ่นนุ่มขณะที่ไกรวิทย์คว้าเสื้อผ้ามาใส่
ในครัว ขณะที่ไกรวิทย์กำลังทำแซนด์วิชอยู่ ภาวิณีก็เปิดประตูเข้ามา
“ไงจ๊ะวิทย์” เธอทักด้วยเสียงร่าเริงพร้อมกับวางกระเป๋าใส่หนังสือเรียนไว้บนพื้น
“สวัสดีครับพี่ภา ทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะครับ?” เขาประหลาดใจที่เห็นเธอ
“จำได้มั้ยที่พี่ดาเคยกลับก่อนเพราะมีก๊าซรั่วน่ะ?”
ไกรวิทย์พยักหน้ารับ
“มันรั่วอีกแล้วแหละ แต่เที่ยวนี้พี่เรียนตึกนั้นพอดี”
“จริงเหรอครับ แหม ผมยังคิดเอาว่าพวกสาว ๆ มหา’ลัยสมัยนี้เขาชอบหนีเรียนซะอีก” ไกรวิทย์แซว
“บ้า” ภาวิณีสวนพร้อมรอยยิ้ม
“อ้าว คราวนี้เป็นเธอเหรอ” ทั้งไกรวิทย์และภาวิณีพร้อมใจกันหันไปมองตรงบันไดซึ่งสาวิตรียืนเปลือยอยู่
ดวงตาไกรวิทย์เบิกโพลงขณะที่เขายืนดูพี่สาวคนงามโน้มตัวอยู่เหนือราวบันได เต้าอวบมหึมาของเธอทิ้งตัวลงมาน่าดูเป็นที่สุด
“อุ๊ยพี่สา พี่ไม่รู้สึกว่า เอ้อ ใส่เสื้อผ้าน้อยไปเหรอคะ?” ภาวิณียิ้มให้พี่สาว
“อ้าว ทำไมไม่คิดว่าตัวเธอใส่เสื้อผ้ามากชิ้นเกินไปล่ะจ๊ะ” สาวิตรีกระเซ้าน้องสาวขณะเดินเข้ามาในครัวแล้วกอดเธอ
นี่ถ้าไกรวิทย์ไม่รู้อยู่ก่อนแล้วว่า ภาวิณีรู้เรื่องระหว่างเขากับสาวิตรีและสาวิตรีเองก็รู้เรื่องระหว่างเขากับภาวิณีแล้วล่ะก็ เขาคงจะเป็นกังวลกับสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างมาก แต่ในตอนนี้เขาสามารถรับมือกับมันได้อย่างสบาย
“ว่าแต่เราเถอะ ทำไมถึงกลับมาเป็นกขค.นายวิทย์กับพี่ล่ะ” สาวิตรีหยอกน้องสาว
“ก๊าซรั่วน่ะค่ะ” ภาวิณีตอบด้วยสำเนียงจริงจัง
“จ้า ๆ แต่พี่ว่ามุขนี้เก่าไปแล้วนะ ยัยดาเขาเคยใช้มาแล้วเมื่อสองสามวันก่อน” สาวิตรีกระเซ้าน้องสาวยิ้ม ๆ
“แล้วพี่สาทำอะไรกันอยู่เหรอคะ” ภาวิณีถามด้วยความสงสัย
“เปล่านี่ เธอคิดว่าพี่ทำอะไรกันเหรอ” สาวิตรีส่ายหน้าปฏิเสธ “เรานอนกันน่ะจ้ะ”
“ค่ะ ค่ะ หนูรู้” ภาวิณียิ้มมีเลศนัย
“ไม่ใช่แบบนั้นครับพี่ภา เรานอนหลับจริง ๆ” ไกรวิทย์สอดเข้ามาหลังกินแซนด์วิชหมดอัน
ภาวิณีไม่เชื่อหรอกแต่ก็ไม่รู้จะซักไซ้ไล่เลียงไปทำอะไร เธอก็เลยเดินไปเปลี่ยนชุดให้มันสบายกว่านี้
“วันนี้พี่สา มีแผนจะทำอะไรคะ” ภาวิณีถามพี่สาวเมื่อเห็นสาวิตรีเดินเข้ามาในห้องแล้วเลือกเสื้อผ้ามาสวม
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกจ้ะ เดี๋ยวพี่ว่าจะไปฟิตเนส” เธอตอบพร้อมกับสวมกางเกงในผ้าฝ้ายสีเขียวอ่อนและบราสีเดียวกัน
“อ๋อ แล้วนายวิทย์ล่ะคะ”
“พี่ว่าเขาคงไม่มีแผนจะทำอะไรมั้ง ทำไมเหรอจ๊ะ” สาวิตรีถามกลับขณะคว้ากระเป๋าคู่กาย
“เปล่าค่ะ แค่ถามดูเฉย ๆ” ภาวิณีตอบขณะสาวิตรีก้าวไปที่ประตู
“เหรอจ๊ะ งั้นอีกสองสามชั่วโมงเจอกันนะ” พูดจบ สาวิตรีก็เดินลงบันไดไป
“ค่ะ” ภาวิณีตอบเบา ๆ สายตามองตามพี่สาวไป
ที่จริงแล้ว ภาวิณีคิดถึงแต่เรื่องของน้องชายตั้งแต่ที่เธอดูดควยให้เขาจนเกือบจะได้เย็ดกันอยู่แล้ว เสียแต่ว่าเธอผวาไปเสียก่อนเท่านั้น แปลกเหลือเกินที่เธอไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อนเลย เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอพร้อมที่จะมอบร่างกายอันบริสุทธิ์ของเธอให้กับไกรวิทย์แล้ว
“โชคดีนะครับพี่สา” ภาวิณีได้ยินเสียงไกรวิทย์ร้องทักพี่สาวคนโตขณะที่เธอเดินลงบันได ประตูบ้านปิดดังปังแล้วเธอกับเขาก็อยู่กันเพียงลำพัง
“อ้าว ว่าไงครับพี่ภา เอ๊ะ ดูพี่ท่าทางไม่ค่อยสบายเลยนี่” ไกรวิทย์ทักเมื่อเห็นพี่สาวคนสวย
“พี่สบายดีจ้ะ คือว่า พี่อยากจะไปดูหนังน่ะ เธอจะไปด้วยกันมั้ย” ภาวิณีถามน้องชาย
“ได้สิครับ ว่าแต่เราจะไปดูเรื่องอะไรครับ” ไกรวิทย์ถามพี่สาวด้วยความรอบคอบ เพราะรสนิยมเรื่องหนังของทั้งคู่ไม่ค่อยจะเหมือนกันเท่าไหร่นัก
“ค่อยเลือกเอาตอนที่ไปถึงโรงหนังก็แล้วกัน” ภาวิณียิ้มขัน ๆ ซึ่งไกรวิทย์ก็เห็นด้วยแล้วเดินไปเปลี่ยนชุด
“ว้าว เท่จังเลยนะน้องพี่” ภาวิณีชมน้องชายเมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้งในชุดกางเกงยีนส์ตัวเก่งและเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน ซึ่งเขาก็ดูดีจริง ๆในชุดนี้
“ขอบคุณครับ พี่ภาเองก็สวยเฉี่ยวเหมือนกันครับ” ไกรวิทย์ชมพี่สาวกลับ
ภาวิณีได้ยินคำชมน้องชายก็หน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย
“พี่เขียนโน้ตทิ้งไว้แล้วล่ะ เผื่อคนอื่นกลับมาแล้วไม่เจอเราสองคนจะได้ไม่เป็นห่วง” ภาวิณีวางกระดาษโน้ตไว้บนโต๊ะ
“พร้อมแล้วนะครับ?” ไกรวิทย์ถามพี่สาว
“จ้ะ” เธอตอบหลังจากเช็คว่าเอาเงินมาแล้ว หลังจากนั้นทั้งสองก็ออกจากบ้านไป
“เราจะดูเรื่องไหนกันล่ะครับ” ไกรวิทย์ถามพี่สาวคนสวยอีกครั้งเมื่อทั้งคู่ไปถึงโรงหนัง
“เธอดูแล้วชอบเรื่องไหนล่ะจ๊ะ” ภาวิณีถามขณะทั้งคู่กวาดสายตาสำรวจบอร์ดแสดงตัวอย่างหนังที่กำลังฉาย
“อือม์ มีเรื่อง ลอร์ดออฟเดอะริงก์ตอนกษัตริย์คืนบัลลังก์ มาสเตอร์แอนด์คอมมานเดอร์ กับสคูลออฟร็อค” ไกรวิทย์พึมพำขณะกวาดมอง
“ไม่ใช่แนวถนัดของพี่เลยซักเรื่องเดียว” ภาวิณีพูดขณะเธอเองก็มองสอดส่ายหาตัวอย่างที่เธอชอบ
“ขอโทษครับพี่ภา ผมลืมไป ผมว่าคงต้องมีซักเรื่องที่เราชอบทั้งคู่แหละน่า” ไกรวิทย์ยังคงค้นหาต่อไป
“เรื่องนี้เป็นไง” ภาวิณีชี้ไปที่ตัวอย่างหนังที่อยู่เกือบบนสุดของบอร์ด
“มนต์รักลูกทุ่งเอฟเอ็มเหรอครับ?” ไกรวิทย์ไม่ค่อยเห็นด้วยกับพี่สาว “พี่ภาครับ เรื่องนี้น่ะมันฉายในเคเบิลทีวีบ่อยออกครับ ผมว่าเขาเอามาใส่ไว้ให้บอร์ดมันเต็มมากกว่า”
“น่านะวิทย์ พี่อยากดูเรื่องนี้มานานแล้ว นะ นะ” ภาวิณีออดอ้อนอย่างน่าสงสารจนไกรวิทย์ใจอ่อน
“เอา ก็ได้ครับ ถ้าพี่อยากดูเรื่องนี้ผมจะดูเป็นเพื่อนก็ได้” ไกรวิทย์ตอบตกลง ทำให้ภาวิณีดีใจจนโผเข้ากอดน้องชาย
“ขอบใจจ้ะวิทย์” เธอพึมพำขณะเดินไปยังที่ขายตั๋ว
“เริ่มฉายกี่โมงครับ” ไกรวิทย์ถามขณะภาวิณีกลับมาพร้อมตั๋วในมือ
“เข้าไปตอนนี้เลยก็ได้ เพราะอีก 20 นาทีก็จะเริ่มแล้ว” ภาวิณีบอกน้องชายขณะทั้งคู่พากันเดินเข้าไปภายในโรงหนัง
ไกรวิทย์ปล่อยให้ภาวิณีเลือกที่นั่ง ซึ่งเธอเลือกแถวหลังที่ไม่ค่อยมีคน มองไปเห็นนั่งอยู่กันไม่กี่คน ส่วนมากเป็นสาว ๆ ที่มาพร้อมกับเพื่อนชาย
20 นาทีต่อมา ไฟก็ดับลงและหนังก็เริ่มฉาย
ช่วงแรกของหนัง ไกรวิทย์รู้สึกเบื่อ ๆ เพราะมันไม่ใช่หนังประเภทที่เขาชอบ มันเป็นหนังประเภทหวานแหววสำหรับสาว ๆ มากกว่า แต่พอเห็นภาวิณีอินกับหนังเรื่องนี้มากขนาดนั้น ไกรวิทย์ก็อดใจไม่บ่น พยายามข่มใจดูต่อไป
ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน แต่พอมารู้สึกตัวอีกทีร่างอุ่นนุ่มนิ่มของภาวิณีก็เบียดชิดอยู่กับตัวเขาและแขนของเขาก็โอบรอบไหล่ของเธอ
“ขอโทษครับพี่ภา” เขากระซิบพร้อมกับดึงแขนกลับ
“ไม่เป็นไรจ้ะวิทย์” เธอกระซิบตอบแล้วดันตัวออกห่างเขา
“ผมขอไปห้องน้ำหน่อยนะครับ” ไกรวิทย์ลุกขึ้นจากที่นั่ง
“จ้ะ อย่าไปนานนะ” ภาวิณีมองตามน้องชายที่เดินลงไปตามทางเดิน
ไกรวิทย์ใช้เวลาทำธุระในห้องน้ำไม่นานหรอก จริง ๆ แล้วเขาแค่ไม่อยากดูหนังเรื่องนี้ต่อเท่านั้นเอง
“สบายตัวแล้วใช่มั้ยจ๊ะ” ภาวิณีถามน้องชาย ไกรวิทย์ยิ้มให้แล้วพยักหน้า
ภาวิณีดูหนังไปก็เปรียบเทียบไกรวิทย์กับพระเอกในเรื่อง ดูไปก็เหมือนกันหลายอย่าง มันทำให้เธอรู้สึกสบาย ๆ เมื่ออยู่ใกล้เขา แต่เธอก็รู้ดีว่าไกรวิทย์ไม่ค่อยชอบหนังเรื่องนี้เท่าไหร่นัก
“วิทย์จ๊ะ เธอชอบหนังเรื่องนี้มั้ย” เธอแกล้งถามทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
“ครับ ก็พอดูได้” เขาโกหก “แล้วพี่ภาล่ะ”
“จ้ะ พี่ก็ชอบหนังเรื่องนี้นะ” ภาวิณีกระซิบเสียงแหบโหย “มานี่ซิ เดี๋ยวพี่จะให้เธอดูอะไรที่เธอน่าจะชอบมากกว่าหนัง”
ไกรวิทย์ตกตะลึงเมื่อเห็นภาวิณีลงมือรูดซิปกางเกงยีนส์ของเธอ จริงหรือนี่ เราไม่ได้ฝันไปนะ เขาถามตัวเอง แล้วก็ตอบเองว่า เออ จริง ไม่ได้ฝัน
ภาวิณีรูดซิปลงมาจนสุดแล้วยิ้มหวานให้น้องชาย ว่ากันตามจริง เธอก็ยังรู้สึกขัด ๆ เขิน ๆ ที่ทำแบบนี้แต่เพื่อไกรวิทย์แล้วเธอทำได้ นี่ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ไกรวิทย์ล่ะก็ เธอคงไม่กล้าทำแบบนี้เป็นแน่
ไกรวิทย์จ้องมองจนตาค้าง นี่หรือภาวิณี หญิงสาวผู้ขี้อายที่เมื่อก่อนแค่เขาแตะเธอก็กลัวแล้ว แต่นี่เธอกำลังปลดซิปกางเกงตัวเองและดึงมือเขาเข้าไปวางบนกางเกงในของเธอ
ภาวิณีสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเธอรู้สึกนิ้วมือของน้องชายสัมผัสกับกางเกงในผ้าฝ้ายที่เธอสวมอยู่
จากเหตุการณ์ในครั้งก่อน ทำให้ไกรวิทย์ไม่แน่ใจว่าภาวิณีจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับการรุกล้ำของเขา เขาจึงแค่วางมือไว้บนกางเกงในของเธอเฉย ๆ แต่พอเวลาผ่านไปเขาก็เริ่มบดคลึงเนินโหนกพี่สาวเหมือนกับที่เคยทำในครั้งก่อน
ภาวิณีครวญครางเสียงแผ่วเบาเหมือนเป็นสัญญาณกระตุ้นเตือนให้น้องชายไล้นิ้วต่ำลงไปจนกระทั่งถึงเนินหีที่ซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อผ้าบางเบา
ครั้งนี้ภาวิณีไม่ตื่นตระหนกอีกแล้ว เธอรู้ว่าเธอสามารถหยุดเขาได้ตลอดเวลาแต่เธอไม่ต้องการทำเช่นนั้น มันรู้สึกดีมาก ๆ แม้ว่าภายในลึก ๆ เธอจะยังรู้สึกหวั่นใจอยู่บ้างก็ตาม
ความสนใจของไกรวิทย์เปลี่ยนจากหนังมาเป็นซอกหว่างขาพี่สาวคนงามแทนเสียแล้ว สายตาเขาก็จ้องมองไปข้างหน้าแต่มือเขาน่ะซิซุกซุนอยู่ใต้กางเกงยีนส์ของเธอจนเขาสามารถสัมผัสได้ถึงรอยแยกของขาอ่อนและตรงนั้นเองที่เขารู้สึกถึงความเปียกชื้นบนกางเกงในของเธอ
ภาวิณีแยกขาออกเล็กน้อยเมื่อรู้สึกปลายนิ้วมือน้องชายไล่ต่ำลงไปจนถึงก้นเธอ ส่วนฝ่ามือเขาวางอยู่เหนือโคกหีเธอโดยมีเพียงผ้าฝ้ายที่เปียกชื้นขวางกั้นอยู่เท่านั้น
สายตาเธอไม่เคยละไปจากหนังที่ฉายอยู่ตรงหน้าแต่ภาวิณีก็ครางกระเส่าในใจ นึกอยากให้ไกรวิทย์เย็ดเธอตรงนั้นเดี๋ยวนั้นเลย
ต่างกับพี่สาวของเขา สายตาของไกรวิทย์ไม่เคยหวนกลับไปที่จอภาพยนตร์อีกเลย จิตใจเขาจดจ่ออยู่กับขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่เหนือเรียวขาของพี่สาว เขาจิ้ม ๆ กด ๆ และลูบไล้ตามจุดกระสันต์ต่าง ๆ เพื่อให้เธอเงี่ยนง่านยิ่งกว่าที่เป็นอยู่
พอหนังจบ ไกรวิทย์ก็ถอนนิ้วออกจากกางเกงยีนส์ของภาวิณีแล้วยกขึ้นดม เขาได้กลิ่นสาบสาวอันเป็นกลิ่นเฉพาะของเนินหีและมันทำให้เขาเงี่ยนเป็นที่สุด
ภาวิณีกำลังรูดซิปกางเกงขึ้นขณะที่หนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินผ่านไป ดวงตาของเธอเบิกกว้างและหัวใจเต้นถี่เร็วและแรง
เมื่อคิดว่าคู่ที่เดินผ่านพวกเขาไปนั้นอาจจะได้เห็นกิจกรรมระหว่างเธอและไกรวิทย์ถ้าพวกเขาเดินมาเร็วกว่านี้อีกเพียงเสี้ยววินาที มันกลับทำให้ภาวิณีรู้สึกเสียวซ่านทะยานอยากเป็นกำลัง สำหรับเธอแล้วมันเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย แล้วทำไมหนอมันจึงมาเกิดขึ้นเอาแบบปุบปับอย่างนี้
แต่เธอก็ไม่มีเวลาที่จะคิดไตร่ตรองหาสาเหตุ เพราะไกรวิทย์ลุกจากที่นั่งและยื่นมือมาช่วยดึงเธอให้ลุกขึ้น เธอจับมือเขาไว้แล้วส่งยิ้มหวานให้
“ตอนนี้พี่อยากจังเลยจ้ะ” เธอกระซิบกับน้องชายด้วยเสียงแผ่วโหย รู้สึกเหมือนมีคนอื่นมาควบคุมร่างกายเธออยู่ แต่จริง ๆ แล้วก็เป็นตัวเธอเองนั่นแหละที่บงการให้ทำเช่นนั้น
“ผมก็เหมือนกันครับ” เขากระซิบตอบขณะทั้งคู่เดินเกี่ยวก้อยกันออกจากโรงหนัง
“พี่ว่าเราไปหาที่ที่เป็นส่วนตัวเฉพาะเราสองคนดีกว่านะ” ภาวิณีเสนอ และแทบจะฉุดลากน้องชายไปเมื่อเธอวิ่งไปเรียกแท็กซี่จนไกรวิทย์ต้องวิ่งตามไปด้วย
“ไปไหนครับ” คนขับแท็กซี่ถามเมื่อภาวิณีและไกรวิทย์ขึ้นไปนั่งอยู่ที่เบาะหลังแล้ว
“โรงแรมที่ใกล้ที่สุดอยู่ไหนคะ” ภาวิณีถามพร้อมกับส่งยิ้มให้ไกรวิทย์ซึ่งกลับออกอาการตื่น ๆ ที่เห็นพี่สาวคนสวยพูดตรงไปตรงมาแบบนี้
“ก็คงเป็นโรงแรมสุขสมน่ะครับ ใช้เวลาราว 15 นาที” คนขับตอบหลังจากใช้เวลาคิดอยู่ครู่นึง
“ดีค่ะ ไปที่นั่นเลย” ภาวิณีบอกคนขับแล้วหันไปจูบแก้มน้องชาย เธอหัวเราะคิกคักดูสนุกกับสิ่งที่ทำไปและกำลังจะทำในอีกไม่นานนี้
คนขับจอดเทียบฟุตบาทหน้าโรงแรม ส่งไกรวิทย์และภาวิณีลงไป ไกรวิทย์เป็นคนจ่ายค่าแท็กซี่และพอเขาตามภาวิณีไปก็พบว่าเธอกำลังจองห้องอยู่
“ห้อง 25 ค่ะ” รีเซฟชั่นที่โต๊ะพูดตอนที่ไกรวิทย์มาถึง
“ไปกันเถอะค่ะที่รักขา” ภาวิณียิ้มหวานขณะจูงมือไกรวิทย์ไปที่บันไดซึ่งจะนำพวกเขาไปยังห้องที่จองไว้
“พี่ภาบอกชื่อจริงเราไปรึเปล่า” ไกรวิทย์ถามพี่สาวขณะกำลังง่วนกับการใช้กุญแจเปิดประตูห้อง
“พี่บอกเขาว่าเราเป็นสามีภรรยากันจ้ะ เธอชื่อสมศักดิ์ ส่วนพี่ชื่อสมศรี” เธอหัวเราะขณะเปิดประตู
“ทำไมเลือกชื่อนั้นล่ะครับ” ไกรวิทย์ถามพร้อมกับปิดประตู
“ไม่รู้เหมือนกัน คงเป็นชื่อแรกที่เข้ามาในหัวละมั้ง” ภาวิณีตอบขณะเดินเข้าหาน้องชาย โอบกอดเขาและจูบเขาอย่างดูดดื่ม
ไกรวิทย์ยึดร่างเธอไว้แล้วดึงตัวเธอให้เขามาแนบชิดกับตัวเขา จากนั้นก็จูบตอบ ลิ้นสองพี่น้องตวัดรัดพันกันนัวเนีย
แล้วจู่ ๆ ภาวิณีก็ผละออกจากน้องชาย ความรู้สึกไม่มั่นใจแบบเดิม ๆ หวนกลับคืนมาอีกแล้ว ไกรวิทย์เข้าใจดีว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไรและรู้ดีว่าเขาไม่ควรจะดึงดันฝืนใจเธอ
“ขอโทษจ้ะวิทย์” เธอพูดพร้อมน้ำตาเอ่อคลอเบ้า
“ไม่เป็นไรครับพี่ภา ผมเข้าใจดี” ไกรวิทย์ตอบพี่สาว ซึ่งตอนนี้นั่งลงบนเตียงคู่ขนาดใหญ่
“ไม่ได้จ้ะวิทย์ พี่จะยอมแพ้ไม่ได้ พี่จะยอมให้มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่พี่เข้าใกล้ใครสักคนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว” ภาวิณีร่ำไห้
ไกรวิทย์เดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงบนเตียง รั้งร่างพี่สาวมากอด จูบเธอเบา ๆ บนหน้าผากแล้วพูดปลอบให้เธอคลายความกังวล ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผล
ภาวิณีรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของไกรวิทย์ เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่เธอรู้สึกแบบนี้ในอ้อมกอดของผู้ชาย เธอรู้ว่าวันนี้แหละที่เธอจะข้ามพ้นความกลัวในใจและจะได้มอบความบริสุทธิ์ของเธอให้กับชายคนที่เธอรัก ซึ่งก็คือไกรวิทย์นั่นเอง
“วิทย์จ๋า พี่พร้อมแล้วจ้ะ” เธอพูดเบา ๆ ด้วยสำเนียงเรียบนิ่งจนไกรวิทย์ไม่ทันได้สังเกตว่าเธอพูดอะไรออกมาจนกระทั่งเธอยืดตัวตรงจ้องตาเขาแล้วพูดซ้ำอีกครั้ง
“พี่แน่ใจนะครับ?” ไกรวิทย์ถามพี่สาว
เธอพยักหน้าและฝืนยิ้ม
ไกรวิทย์โน้มตัวเข้าหาแล้วประทับจูบลงบนริมฝีปากอย่างทะนุถนอม
เธอจูบตอบเขา ทั้งคู่แลกจูบกันด้วยความอ่อนโยนเป็นที่สุด ไม่มีการใช้ลิ้นแม้แต่น้อย เป็นสัมผัสจากริมฝีปากอันแผ่วเบาที่สุดเท่านั้น
ภาวิณีเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เธอยืนขึ้นแล้วค่อย ๆ ถอดเสื้อยืดออก เธอกัดริมฝีปากล่างแน่นขณะปล่อยให้เสื้อหล่นลงไปกองอยู่ที่พื้นและปล่อยให้ไกรวิทย์ชื่นชมทรวงอกอันอวบอิ่มของเธอที่ถูกหุ้มห่อด้วยบราเซียร์สีดำเท่านั้น
แน่ละ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไกรวิทย์ได้เห็นเรือนร่างของเธอ แต่สำหรับภาวิณีแล้วเธอรู้สึกเหมือนมันเป็นเช่นนั้น
ไกรวิทย์มองเต้าอวบพี่สาวเคลื่อนไหวภายใต้บราขณะที่เธอยืนอยู่เบื้องหน้าเขา เธอช่างงดงามและหวานหยาดเยิ้มเสียนี่กระไร เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้มีโอกาสเป็นชายคนแรกของเธอ
“ว้าว พี่ภาสวยที่สุดเลยครับ” ไกรวิทย์เอ่ยชม
เธอยิ้มอาย ๆ แล้วพูดเบา ๆ “ขอบใจจ้ะ”
แล้วไกรวิทย์ก็ลุกขึ้นยืน แล้วก้าวเข้าหาเธอแต่เธอกลับก้าวถอยห่างออกไป
“รออยู่ตรงนั้นแหละจ้ะ” เธอดันให้เขาอยู่ห่างจากเธอหนึ่งช่วงแขน เขายิ้มแล้วพยักหน้า
ภาวิณีปลดขอกางเกงยีนส์และปล่อยให้มันหล่นลงไปกองที่พื้นก่อนจะก้าวออกมาและไปยืนอยู่หน้าน้องชายโดยมีเพียงบราเซียร์สีดำและกางเกงในปกปิดเรือนกายเท่านั้น
ไกรวิทย์กวาดมองเรือนร่างของพี่สาวแล้วก็อดชื่นชมในใจไม่ได้ ตอนนี้เธอดูดียิ่งกว่าตอนที่พวกเขาได้มีโอกาสใกล้ชิดกันครั้งแรกเสียอีก ซึ่งเขาก็บอกเธอไปเช่นนั้น
“แหมวิทย์จ๋า เธอนี่ช่างปากหวานจริง ๆ นะ” เธอหน้าแดงเรื่อด้วยความเขินอาย “พี่อยากเห็นเธอตอนถอดเสื้อผ้าเหมือนกันจ้ะ” เธอบอกน้องชาย สายตาเธอกวาดไปทั่วตัวเขา
ไกรวิทย์ยิ้มออกมาแล้วเริ่มลงมือปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตจนมันเปิดออก ภาวิณีก้าวไปข้างหน้าก่อนที่เขาจะดึงมันออกไปจากตัวแล้วยื่นมือไปคว้าไว้ตรงไหล่
ไกรวิทย์ปล่อยให้เธอดึงมันออกจากตัวเขา ศีรษะเธอโน้มเข้าหาหน้าอกเขาพร้อมกันนั้นเธอก็พรมจูบไปที่แผงหน้าอกและหัวนมในขณะที่เธอดึงเสื้อเชิ้ตออกแล้วปล่อยมันทิ้งลงกับพื้น เธอไล่จูบขึ้นไปตามลำคอจนถึงริมฝีปาก แล้วจูบเขานิ่งนานก่อนที่จะเลื่อนมือลงไปที่กางเกงยีนส์ของเขาและปลดกระดุม รูดซิปลง และปล่อยให้มันหล่นลงไปกองอยู่กับพื้น
ไกรวิทย์ก้าวออกจากกองเสื้อผ้าแล้วเตะมันไปไว้ข้างผนังห้อง
ภาวิณีมองต่ำลงไประหว่างเรือนร่างของเธอกับเขาและเห็นความแข็งแกร่งของไกรวิทย์ดันกางเกงในจนตุงออกมา เธอยิ้มแล้วเงยหน้ากลับขึ้นไปมองหน้าเขา
เขาหน้าแดงด้วยความอายเหมือนเช่นเคย เธอเองก็หน้าแดงด้วยเหมือนกันแล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าทั้งเขาและเธอช่างเหมือนกันอะไรจะขนาดนี้
“มาเถอะจ้ะวิทย์ พี่ว่ามันได้เวลาแล้วล่ะ” ภาวิณีจูงน้องชายเดินตรงไปที่เตียง เธอนั่งลงแล้วเลื่อนตัวไปจนถึงกลางเตียงอันหนานุ่ม
ไกรวิทย์ยืนอยู่ข้างเตียงและจ้องมองขณะเธอเอื้อมมือไปข้างหลังแล้วปลดตะขอบราจากนั้นก็ดึงมันออก ปทุมถันคู่งามของเธอก็พลันปรากฏแก่สายตา มันช่างงดงามไร้ที่ติจริง ๆ
สายตาของไกรวิทย์กวาดตามการเคลื่อนไหวของมือเธอขณะที่เธอเหวี่ยงบราทิ้งไปอย่างไม่ไยดีจากนั้นก็เอนตัวลงนอนกับเตียงโดยศีรษะเธอแทบไม่ถึงหมอนด้วยซ้ำ
เขาแทบไม่เชื่อว่าตัวเขาเองจะเป็นชายที่ได้ความบริสุทธิ์ของเธอ ที่เขาได้เย็ดพี่สาวคนอื่น ๆ นั้นมันก็น่าตกใจอยู่ แต่พวกเธอเหล่านั้นรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่ภาวิณีนี่ซิ เธอเป็นมือใหมเต็มขั้น ถือเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องเป็นฝ่ายคุมเกมทั้งหมด
ชั่วแวบหนึ่งที่เขาสงสัยตัวเองว่าจะทำได้หรือไม่ ถ้าทำอะไรผิดพลาดไปล่ะก็มันจะกลายเป็นความทรงจำอันเลวร้ายสำหรับครั้งแรกของพี่สาวที่เธอจะจดจำตลอดไปทีเดียว
ภาวิณีเองก็คิดคล้าย ๆ กับไกรวิทย์ กลัวว่าตัวเองจะทำได้ไม่ดี และกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาดลงไป
แต่ที่แน่ ๆ ภาวิณีรู้อยู่อย่างว่า นี่เป็นสิ่งที่เธอต้องการและเธอต้องการมันเดี๋ยวนี้
“มานี่ซิจ๊ะวิทย์ พี่พร้อมจะมอบพรหมจรรย์ของพี่ให้เธอแล้ว” เธอสูดลมหายใจลึก ๆ จะสำเร็จหรือล้มเหลวก็จะได้รู้กันคราวนี้แหละ
ไกรวิทย์พยักหน้ารับและค่อย ๆ คลานขึ้นมาบนเตียง เขาคลานเข้าไปหาเธอจนใบหน้าของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน เขารู้สึกหัวใจตัวเองเต้นถี่เร็วไม่เป็นจังหวะ รู้เลยว่าตัวเองตื่นเต้นมาก อาจจะมากกว่าตอนที่เสียหนุ่มครั้งแรกด้วยซ้ำ
ภาวิณียกมือขึ้นประคองใบหน้าเขาขณะที่เธอจูบเขาอย่างดื่มด่ำ ตัวไกรวิทย์แทรกอยู่ระหว่างเรียวขาของเธอและเธอรู้สึกถึงลำควยเขาเต้นตุบ ๆ กดอยู่กับกางเกงในของเธอ เธอยิ้มขณะจูบไกรวิทย์และกอดรัดเขาไว้แน่น
ไกรวิทย์เป็นฝ่ายถอนปากออกแล้วจูบไล่ลงมาตามร่างกายของพี่สาว โดยไม่พลาดหัวนมทั้งสองข้างและสะดือก่อนที่จะมาถึงกางเกงในของเธอ ตอนนี้ตัวเขาแทบจะตกเตียงอยู่แล้ว เท้าเขาห้อยอยู่กับขอบเตียงพอดี
ภาวิณีมองลงไปทางปลายเท้าในขณะเดียวกับที่ไกรวิทย์เงยหน้ามองขึ้นมา สายตาทั้งคู่สบกัน ภาวิณีส่งยิ้มให้น้องชายแล้วพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต
พอไกรวิทย์ได้รับคำอนุญาต เขาก็สอดนิ้วเข้าไปใต้ขอบยางยืดของกางเกงในแล้วค่อย ๆ รูดมันลงมาตามเรียวขาของพี่สาว
ภาวิณีเองก็ตื่นกลัวมากแต่เธอก็พยายามบังคับตัวเองให้ดึงท่อนขาขึ้นช่วยให้ไกรวิทย์ดึงกางเกงในเธอออกได้สะดวกขึ้น
ไกรวิทย์หันกลับมามองที่เนินนูนหว่างขาเธอและต้องประทับใจหลงใหลกับความงามของเนินหีพี่สาว กลีบแคมเป็นสีชมพูสด มีน้ำเสียวซึมออกมาเล็กน้อย ส่วนด้านบนประดับด้วยปอยขนอ่อนกลุ่มเล็ก ๆ อย่างเหมาะเจาะ
ภาวิณีมองไม่เห็นแต่รู้สึกได้เมื่อน้องชายสุดที่รักจูบกลีบแคมเธออย่างนุ่มนวล
“อาวว์ว์...” เธอสูดปากครางเมื่อรู้รสสัมผัสริมฝีปากเขาบนเนินโคกเธอเป็นครั้งแรก
ไกรวิทย์พรมจูบบนโคกสวาทเธอต่ออีกสองสามนาที รู้สึกอร่อยลิ้นเป็นที่สุด เขาดูดกลืนน้ำหวานจากตาน้ำในตัวเธอขณะที่มันไหลออกมาไม่ขาดระยะ
ภาวิณียื่นมือลงไปวางบนหัวเขาขณะที่เธอร้องครวญครางจากความเสียวซ่านที่ไกรวิทย์มอบให้
ไกรวิทย์ก็เสียวมากไม่แพ้กัน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสุขเท่านั้น
เมื่อรู้สึกว่าควยเขาปวดจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว เขาก็ถอนริมฝีปากออกจากโคกหีภาวิณีและลุกขึ้นนั่งระหว่างท่อนขาของเธอ เขารูดกางเกงในลง ปล่อยให้ลำควยเป็นอิสระ ภาวิณียกศีรษะมองต่ำลงไปที่ปลายเท้าก็เห็นมันสั่นงึก ๆ อยู่ตรงหน้า ดูใหญ่กว่าที่ตอนที่เธอเคยดูดมันเสียอีก
ไกรวิทย์ถอดกางเกงในออกแล้วเอนกายเข้าหาภาวิณี ลำควยเขาเกือบแตะปากแคมเธอ
“พี่ภาแน่ใจนะครับ” เขาถามยืนยันอีกครั้ง
ภาวิณียันตัวขึ้นแล้วยิ้มตอบ
“จ้ะวิทย์ พี่ต้องการให้เธอเป็นชายคนแรกของพี่” เธอพูดพร้อมกับจูบเขาก่อนจะเอนตัวกลับลงไปนอนราบกับเตียงและยกก้นลอยสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วยให้เขาเล็งเป้าได้ถนัดขึ้น
ไกรวิทย์มองต่ำลงไปแล้วใช้มือซ้ายจับลำควยมาจ่อให้ตรงกับปากรูหีอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของพี่สาว
ภาวิณีร้องครางออกมาเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสของลำควยที่เริ่มแหวกผ่านแคมเธอเข้ามา
“อาว์ว์ว์” เธอครวญครางเมื่อรู้สึกมันเคลื่อนตัวลึกเข้าไปอีก โพรงหีเธอช่างฟิตกระชับเสียจนไกรวิทย์กลัวว่าควยเขาจะทำให้ช่องหลืบนั้นเกิดแผลจากการเสียดสี แล้วเขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกั้นขวางควยเขาไว้ ดวงตาของภาวิณีเบิกกว้างเมื่อเธอเองก็รู้สึกปลายควยเขากระทบกับเยื่อพรหมจารีของเธอ
ไกรวิทย์ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเจาะไข่แดงสาวมาก่อนเลย เขาจึงไม่แน่ใจว่ามันจะเกิดอะไรตามมา เขารู้แต่เพียงว่าเขาต้องแหวกผ่านเยื่อนี้ไปให้ได้เท่านั้น รู้ทฤษฏีน่ะมันง่ายแต่ทำจริงนี่ซิ มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย
ภาวิณีเงยหน้ามองน้องชายขณะที่ทั้งคู่นอนกอดกันเฉย ๆ โดยลำควยของไกรวิทย์แทรกเข้าไปในตัวเธอได้ราวนิ้วครึ่ง เธอกัดริมฝีปากล่างแล้วรอให้ไกรวิทย์ทำต่อ เธอเองก็ตื่นเต้นกังวลอยู่เหมือนกัน เธอเคยได้ฟังสาวิตรีและพี่สาวคนอื่น ๆ เล่าประสบการณ์ในการเสียสาวครั้งแรกซึ่งเธอฟังแล้วรู้สึกว่ามันไม่ค่อยน่ารื่นรมย์สักเท่าใดนัก มันทำให้เธอยิ่งรู้สึกกังวลมากขึ้นอีก
ในตอนนี้ภาวิณีพอจะคุ้นเคยกับการถูกควยเย็ดบ้างแล้ว แต่มันก็เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เธอรู้
“เอาเลยจ้ะวิทย์ พี่พร้อมแล้ว” ภาวิณีพูดพร้อมซุกตัวกับแผงอกเขา
ไกรวิทย์สูดลมหายใจลึก ๆ แล้วถอยสะโพกออกเล็กน้อยให้ควยเขาห่างออกจากเยื่อพรหมจารีของเธอจนได้ระยะที่เหมาะกับการบุกทะลวง
ภาวิณีหลับตาปี๋และโอบรอบคอน้องชายไว้แน่น
ไกรวิทย์รู้สึกหัวใจตัวเองเต้นถี่เร็วกว่าทุกครั้งและสูดลมหายใจลึก ๆ อีกครั้งก่อนจะเด้งสะโพกไปข้างหน้าตะบันควยทะลวงเข้าไปในร่องหลืบของพี่สาวอย่างรวดเร็วและรุนแรง
“โอ๊ยยยยย” ภาวิณีหวีดร้องลั่นห้องจนไกรวิทย์กลัวว่าจะได้ยินกันทั้งโรงแรมขณะที่ลำควยของน้องชายทะลวงผ่านเยื่อที่ปิดสนิทเข้าไป
ภาวิณีกอดน้องชายแน่นจนเล็บเธอจิกเข้าไปในตัวเขา แต่ไกรวิทย์ก็รู้สึกว่ามันคุ้มเกินคุ้ม
ภาวิณีสะอึกสะอื้นเบา ๆ เมื่อรู้สึกว่ามีเลือดออกในถ้ำโพรงของเธอ มากกว่าหญิงสาวส่วนใหญ่ตอนที่เสียความบริสุทธิ์เสียอีก แต่ไม่นานนักเธอก็รู้สึกความเจ็บบรรเทาลง
ไกรวิทย์กอดเธอไว้แน่น เขาทำได้แล้ว ส่วนที่ยากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้วแต่เขายังไม่อยากลงมือทำอะไรที่อาจก่อให้เกิดความเจ็บปวดกับพี่สาวเขาในตอนนี้
ภาวิณีค่อยคลายการกอดรัดแผ่นหลังของไกรวิทย์ เขารู้สึกว่ามีเลือดไหลย้อยลงไปตามผิวหนัง ภาวิณียิ้มให้กับเขาแล้วพยักหน้าเป็นเชิงบอกเขาว่า เขาเป็นคนที่ทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงเต็มตัว
ไกรวิทย์ยิ้มตอบแล้วค่อย ๆ สาวท่อนควยออกมา มันเปื้อนคราบเลือดของเธอและเธอเองก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง แต่นั่นมันก็ไม่สำคัญแล้ว เธอครางกระเส่าเมื่อเขากระเด้าส่งลำควยกลับเข้ามาในตัวเธอจนมิดด้าม ลูกกระโปกเขาตีง่ามก้นเธอ
แม้ว่ามันจะดูน่ากลัวไปบ้าง แต่เลือดพรหมจารีที่ไหลออกมานั้นกลับช่วยหล่อลื่นให้ลำควยของน้องชายเธอเคลื่อนเข้าออกรูหีเธอได้ง่ายขึ้น
“โอววว์ ดีจังเลย” ภาวิณีครวญครางเมื่อรู้สึกว่าความเจ็บปวดได้เปลี่ยนไปเป็นความสุขเสียวแทน มันเป็นความเสียวที่ถูกน้องชายแท้ ๆ เย็ด
ไกรวิทย์เองก็ร้องครางออกมาเหมือนกันเมื่อรู้สึกถึงแรงบีบตอดของโพรงหีอันคับตีบของเธอทุกจังหวะที่เขากระเด้าเย็ด อันที่จริงหีของพี่สาวเขาทุกคนก็ดูดกระชับแต่ของภาวิณีนี่สิได้ความรู้สึกของโพรงหีใหม่เอี่ยมถอดด้ามที่ไม่เคยโดนควยทะลวงผ่านมาก่อน มันจึงให้ความมันส์ที่เลอเลิศยิ่งนัก
“อูย เย็ดพี่แรง ๆ เลยจ้ะ เสียวอร่อยเหลือเกิน” ภาวิณีเพ้อครวญเมื่อรู้สึกน้องชายผ่อนจังหวะลง
ไกรวิทย์ไม่อยากทำให้ภาวิณีผิดหวังเขาจึงซอยควยเย็ดกระเด้าพี่สาวอย่างดุดัน ร่างที่ชุ่มเหงื่อเคลื่อนกระทบกันเป็นเหมือนเสียงดนตรีของกามาที่ไพเราะที่สุดที่ทั้งคู่เคยได้ยินมา
ในห้องนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอันพิเศษเฉพาะที่เกิดจากหญิงและชายกำลังประกอบกามกรีฑากัน มันเข้มข้นจนไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดจากการเย็ดกันของคนเพียงสองคนเท่านั้น
ไกรวิทย์รู้สึกว่าลูกกระโปกของเขาเริ่มหดตัวทุกครั้งที่เขาเคลื่อนสะโพก ความแน่นกระชับและความร้อนในร่องหลืบของภาวิณีทำให้เขาใกล้จะถึงจุดทำนบทลายเร็วกว่าที่เคยเป็น
ไกรวิทย์เคยสงสัยว่าทำไมเพื่อน ๆ เขาที่โรงเรียนถึงอยากจะเป็นคนแรกที่ได้เปิดบริสุทธิ์สาว ในตอนนั้นเขาไม่คิดว่ามันจะสลักสำคัญอะไรนักแต่ในตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไม
ภาวิณีกรีดร้องโหยหวนเมื่อรู้สึกน้องชายกระแทกลำควยเข้ามาลึกสุดกั่น แต่คราวนี้เขาไม่ดึงมันออก เธอยึดแขนเขาไว้แน่นขณะที่รู้สึกว่าเขาฉีดพ่นไอรักอันอบอุ่นเข้ามาในโพรงหีที่เพิ่งถูกเปิดซิงของเธอ
ไกรวิทย์กัดฟันกรอดขณะที่รู้สึกตัวภาวิณีสั่นระริก ขณะที่เขาฉีดน้ำรักเข้าไปในตัวเธอ ทั้งสองก็หายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยอ่อน
เขาค่อย ๆ ถอนลำควยที่กำลังหดตัวลงออกมาจากตัวพี่สาว มันมีคราบเลือดเป็นรอยเช่นเดียวกับที่ปากแคมของภาวิณี แต่ทั้งสองก็ไม่ได้ใส่ใจกับมัน ทั้งคู่นอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงของโรงแรม
“วิทย์จ๋า พี่ดีใจที่เธอเป็นคนที่พี่มอบกายให้” ภาวิณีกล่าวขณะซุกตัวเข้าหาน้องชาย
“ผมก็เหมือนกันครับ” เขากระซิบขณะภาวิณีเคลิ้มหลับไป “ผมก็เหมือนกันครับ”
พอทำเขาละก็ชอบ แต่พอตัวเองโดนมั่งก็ทำร้องโอดโอย” เธอหัวเราะอีกครั้ง
ไกรวิทย์ยิ้มให้พี่สาวอย่างโล่งอกแล้วก็เริ่มหัวเราะด้วย
“พี่หมายถึงแบบนี้ตะหากล่ะจ๊ะ” กุลธิดาลุกขึ้นนั่งบนตักน้องชายแล้วยกขาขึ้นคร่อมตัวเขา จากนั้นก็ทิ้งตัวลงให้เนินหีที่เปียกแฉะกดลงบนควยเขาที่ดันกางเกงตุงออกมา
“โอววว์” ไกรวิทย์ครางออกมาเมื่อรู้สึกถึงเนินหีพี่สาวกดตัวลงมาบนเนื้อผ้าซึ่งเสียดสีกับหัวควยเขา
“ถอดมันออกดีกว่านะ” กุลธิดาเลื่อนตัวลงจากโซฟาและจัดแจงปลดกระดุมกางเกงน้องชายแล้วรูดมันลง ไกรวิทย์ช่วยอำนวยความสะดวกให้เธอแล้วก็นั่งเปลือยอยู่บนโซฟาหลังถอดเสื้อออกไปด้วย
กุลธิดาจ้องมองควยเขาที่เด้งดึ๋งดั๋งอยู่ตรงหว่างขา มันช่างแข็งและพร้อมใช้งานจริง ๆ เหลือแต่ให้เธอเอามันเข้าไปในตัวเธอเท่านั้น
เธอก้าวขึ้นไปบนโซฟานั่งคร่อมตัวน้องชายเหมือนเดิม เต้าอวบสล้างทิ้งตัวอยู่ตรงหน้าเขาจนเขาอดใจไม่ไหวต้องใช้มือช้อนมันขึ้นมาแล้วใช้ปากดูดหัวนมข้างซ้าย
กุลธิดาครางกระเส่าเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของน้องชายบนหัวนมขณะที่เขาอมมัน เธอวางมือบนไหล่เขาเพื่อให้ทรงตัวได้ถนัดขณะที่พยายามจะเลื่อนสะโพกไปอยู่เหนือลำควยโดยไม่ให้เต้านมหลุดจากปากเขา
ไกรวิทย์ดื่มด่ำกับสัมผัสของหัวนมกุลธิดาบนลิ้นของเขาขณะที่ใช้ปลายลิ้นเขี่ยมันเล่นในปาก หัวนมเล็ก ๆ นั้นดูเหมือนจะขยายตัวและแข็งขึ้นในปาก
“อูยย์ วิทย์ พอเถอะ” เธอครวญครางขณะที่เขาขบหัวนมเธอเบา ๆ เธอปล่อยมือจากไหล่เขา ยกขึ้นมาดันหัวเขาแยกห่างออกจากเต้านมเธอ
“ตอนนี้ถึงตาเธอกระฉูดบ้างล่ะ” เธอดันเขาให้เอนหลังพิงพนักโซฟาแล้วเลื่อนตัวขึ้นตามไปจนหีเธออยู่เหนือควยเขาพอดี
ไกรวิทย์ก้มลงมองขณะกุลธิดาแยกขาออกแล้วกดเนินหีลงบนลำควยน้องชาย เขาร้องครางออกมาด้วยความเสียวซ่านเมื่อกลีบแคมที่เปียกเยิ้มของเธอแยกตัวออกโอบรัดหัวควยเขาจากนั้นก็กลืนลำควยเขาลงไปทั้งลำ
“อาวว์ว์ว์” กุลธิดาครางกระเส่าเมื่อโดนควยน้องชายทะลวงโพรงหีเป็นครั้งแรก ควยเขาร้อนเหลือเกิน น้ำเงี่ยนที่ปริ่มอยู่บนหัวควยร่วมกับน้ำหีของตัวเธอเองช่วยทำให้มันไหลลื่นเข้าไปได้ไม่ยากนัก
กุลธิดาหยุดการกดตัวลงเมื่อขนหมอยเธอสัมผัสกับของเขา ควยเขาเข้าไปตัวเธอลึกสุดกั่น ความร้อนที่เกิดจากเขาและเธอช่างรุนแรงเหลือทน
ไกรวิทย์รอเวลานี้มานานแล้ว หลังจากเขาได้ตีก้นพี่สาวไปชุดใหญ่มันก็ทำให้เขาเงี่ยนสุด ๆ ซึ่งก็ทำให้เขาคงจะดึงเกมไว้ได้ไม่นานก่อนน้ำจะแตก แต่เขาจะพยายามตักตวงความสุขไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ก่อนเวลานั้นจะมาถึง
พอเริ่มคุ้นกับลำควยน้องชายที่ฝังมิดในโพรงหี กุลธิดาก็เริ่มขยับโขยกควบเป็นการใหญ่ เธอใช้ขาช่วยดันตัวเองขึ้นจนควยเขาเลื่อนออกมาเกือบถึงหัวหยักแล้วเธอก็ทิ้งตัวลงมากลืนมันกลับเข้าไปในครั้งเดียว ขณะที่เธอควบขี่เขา ปทุมถันเธอก็เด้งดึ๋งดั๋งขึ้นลงต่อหน้าต่อตาน้องชาย ดวงตาเขาจับจ้องตามการเคลื่อนไหวของยอดถันเหมือนแมวมองตามลูกบอลที่ไหลไปบนเชือก
“อาววว์ อูยยย์ อร่อยหีเหลือเกิน” กุลธิดาครางออกมาอย่างลืมตัวขณะที่โพรงหีเธอถูกควยไกรวิทย์อัดแน่นจนไม่เหลือที่ว่าง ตัวไกรวิทย์เองก็ครวญครางไม่ขาดปากเช่นกัน โพรงหีพี่สาวช่างร้อนผ่าวและคับแน่นดูดตอดเหลือรับจริง ๆ นี่คงเป็นลักษณะเฉพาะในครอบครัวเขาละกระมังเพราะพี่สาวเขาทุกคนมีโพรงหีที่ดูดกระชับที่สุด
กุลธิดายังคงเด้งตัวขึ้นลงบนตักไกรวิทย์พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อช่องคลอดบีบรัดลำควยเขาแน่นขึ้นไปอีกจนเหมือนใช้มือกำ จากนั้นเธอก็หยุดเด้ง แต่กลับบดขยี้เนินหีเธอกับลำควยเขาแทน เธอกลืนลำควยเขาเข้าไปจนมิดโคนแล้วก็หมุนสะโพกเป็นวงเล็ก ๆ โยกควยเขาไปด้วย ขนหมอยเขาเขี่ยเร้าเม็ดแตดเธอยิ่งทำให้ทั้งคู่แทบคลั่งด้วยความกระสันต์ทะยานอยาก
กุลธิดาโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วประคองศีรษะน้องชายไว้ จากนั้นเธอก็ประกบริมฝีปากจูบเขาพร้อมส่งลิ้นเข้าไปในโพรงปาก ทั้งคู่แลกจูบกันพัลวัน
ไกรวิทย์ส่งเสียงครางเข้าไปในปากพี่สาวขณะที่กุลธิดาเริ่มขยับตัวซอยหีอีกครั้งทั้งที่ยังจูบเขาอยู่ เธอโอบแขนรอบคอเขาไว้แน่นไม่ให้เขาถอนปากออก ซึ่งอันที่จริงเขาก็ไม่เคยคิดจะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว
เหงื่อหยดติ๋ง ๆ จากร่างของทั้งคู่เมื่อกามกรีฑาใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ไกรวิทย์รู้สึกลูกกะโปกเขาเริ่มหดตัวซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาใกล้จะถึงจุดสุดยอดแล้ว
ดูเหมือนกุลธิดาเองก็พอจะรู้อยู่ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น เธอจึงเป็นฝ่ายถอนจูบก่อนแล้วแหงนหน้าเริ่ดพร้อมร้องตะโกน
“แตกใส่พี่เลยวิทย์จ๋า”
และคำพูดนั้นทำให้ไกรวิทย์หมดความยับยั้งชั่งใจ สะโพกเขาเด้งขึ้นสวนและควยเขาแทงลึกเข้าไปในตัวกุลธิดา ตัวกุลธิดาเองก็กอดเขาไว้แน่นขณะที่น้ำควยขุ่นขาวและร้อนผ่าวฉีดพุ่งเข้ามาในหีเธอจนเต็ม ลมหายใจเธอขาดเป็นห้วง ๆ พุ่งกระทบใบหูน้องชายขณะที่เธอหอบหายใจแรงทุกครั้งที่ควยเขาฉีดพุ่งน้ำรักเข้าไปในตัวเธอ
“โอ๊ยยย” ไกรวิทย์ครางออกมาเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อน้ำควยหยุดไหลและควยเขาเริ่มหดตัวลงในโพรงหีพี่สาว น้ำควยเขาไหลออกจากรูหีที่อ้ากลวงโบ๋ของเธอขณะที่เธอยกตัวขึ้นจากลำควยเขา
ไกรวิทย์จ้องมองขณะที่เธอใช้มือรองใต้เนินหีเพื่อไม่ให้น้ำควยน้องชายหยดเปื้อนพื้นหรือโซฟา
“เธอเย็ดได้อร่อยที่สุดเท่าที่พี่เคยเจอมาเลย พี่เข้าใจแล้วว่าทำไมเธอกับพี่สาถึงคิดจะย้ายออกจากบ้านไปอยู่ด้วยกัน พี่สาเป็นคนโชคดีนะ” กุลธิดาพูดหอบ ๆ ขณะที่น้ำควยน้องชายไหลออกมาจนเต็มฝ่ามือ
“ผมตะหากที่โชคดีที่มีพี่สาวดี ๆ ตั้งหลายคนแบบนี้” ไกรวิทย์พูดยิ้ม ๆ แล้วลุกขึ้นจากโซฟา
กุลธิดายิ้มให้แล้วกุมมือเขาไว้
“พี่ว่าเราสองคนต้องอาบน้ำแล้วล่ะ” เธอจูงไกรวิทย์ตรงไปที่บันได
ไกรวิทย์เห็นด้วยกับพี่สาว อย่างน้อยเขากับสาวิตรีก็ได้พี่สาวคนนึงมาอยู่ข้างเขาแล้ว แต่พี่สาวคนอื่น ๆ ล่ะจะรู้สึกยังไงเมื่อรู้เรื่องนี้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 09, 2016, 05:52:49 pm โดย rikimaru725 »

*

pinmonkey

Re: โอ้...พี่สาวที่รัก ตอนที่10
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2016, 02:08:00 pm »
ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ 7946410

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3480
  • 2863
    • ดูรายละเอียด
Re: โอ้...พี่สาวที่รัก ตอนที่10
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2016, 10:52:29 am »
ฟันพี่สาวจนเสียวกันทั่วคนกัน  ขอบคุณมาก

*

ออฟไลน์ hanabombam

  • Supreme Member
  • *********
  • 5050
  • 2872
    • ดูรายละเอียด
Re: โอ้...พี่สาวที่รัก ตอนที่10
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 03, 2017, 08:21:26 am »
โอ้โห้ๆ ได้เปิดซิงพี่ส่าวด้วยโชคดีจริงๆ อิจฉาหนักมาก

*

ออฟไลน์ mamy

  • Full Member
  • **
  • 140
  • 246
    • ดูรายละเอียด
Re: โอ้...พี่สาวที่รัก ตอนที่10
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 07, 2017, 11:48:23 am »
ช่วงท้ายๆของตอนนี้ รุสึกว่าจะลงสลับตอนอยู่นะครับ

ขอบคุณมากครับ ท่าน

*

ออฟไลน์ premz

  • Junior Member
  • ***
  • 374
  • 214
    • ดูรายละเอียด
Re: โอ้...พี่สาวที่รัก ตอนที่10
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2017, 12:55:16 am »
เก็บหมดบ้านไปเลย

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ