ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)

ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)

  • 10 ตอบ
  • 8199 อ่าน
*

ออฟไลน์ 7946410

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3480
  • 2863
    • ดูรายละเอียด
ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)
« เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 10:42:41 am »

เดี๋ยวคุณชายและคุณหญิง พักในบ้านหลังนี้ก็แล้วกันครับ ผมจะให้ชาวบ้านแถวนี้มาช่วยอำนวยความสะดวกให้ ส่วนผมจะไปนอนที่ด้านหลัง ถ้ามีอะไรก็ให้คนไปตามผมได้ตลอดเวลานะครับ” ชายวัยสามสิบเศษ กล่าวกับคนทั้งสองที่ต่างเดินทางอย่างเหน็ดเหนื่อย จากสถานีกักสัตว์เข้ามาในบริเวณที่เป็นเขตบ้านของเขา พลางมองดูคนทั้งสองยิ้มๆ โดยเฉพาะหญิงสาวที่ลงจากรถมายืนบิดกายด้วยความเมื่อยขบ ใบหน้าแดงกล่ำ เสื้อที่สวมใส่รัดแนบเนื้อเพราะเปียกเหงื่อที่เกิดจากความร้อนอบอ้าว มองเห็นทรวงอกพุ่งตระหง่านจนแทบเห็นปลายยอดที่ชูชันดันเสื้อออกมา…
“ไกลจังเลย…” หญิงสาวบ่นเบาๆ “…นึกว่าจะอยู่ใกล้ๆเสียอีก”
“อยากมาด้วยก็อย่าบ่น” เสียงชายวัยสี่สิบเศษอีกคน กล่าวเสียงหัวเราะ หญิงสาวหันมาค้อน
“เล็กไม่ได้บ่นซักหน่อย ก็แค่นึกว่ามันไม่ไกลจากสถานี”
“ต่อไปเราจะไปไกลกว่านี้ ถ้าแค่นี้เล็กเห็นว่ามันไกล ต่อไปก็ต้องบ่นอย่างนี้ทุกวันนั่นแหล่ะ” ชายคนนั้นพูดเสียงหัวเราะ ทำให้ทุกคนหัวเราะตาม หญิงสาวหันไปค้อนกราดทุกคน
“เอาเถอะครับ ทุกท่านขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวเรื่องข้าวของเครื่องใช้ ผมจะเตรียมไว้ให้เอง” วรินทร์ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านกล่าวรวมๆกับทุกคน ทำให้ทั้งสองขยับตัวขึ้นไปบนเรือน…

ขบวนกองคาราวานที่เตรียมตัวเดินทางเข้าไปในป่าลึก ต่างเคลื่อนย้ายเข้ามาในเขตที่พักของวรินทร์ ซึ่งเขาให้ทั้งสองคนพักในเรือนหลังใหญ่ ส่วนตนเองย้ายมานอนที่เรือนหลังเล็กด้านหลังแทน โดยปล่อยให้หญิงสาวชาวบ้านแถวๆนั้น ช่วยดูแลความสะดวกสบายให้กับคนทั้งสอง ส่วนตนเองจะเข้าไปคุยด้วยก็ต่อเมื่อมีเรื่องที่ต้องหารือเท่านั้น ซึ่งก็ได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านเป็นอย่างดี เพราะวรินทร์ถือเป็นหัวหน้าบ้านของคนในย่านนั้น ด้วยว่าเขาเป็นผู้บุกเบิกตั้งแต่ครั้งที่พื้นที่แถวนั้นยังเป็นเพียงป่าทึบ…

เสียงคุยกันเบาๆบนเรือนหลังใหญ่ วรินทร์ยืนอยู่ตรงสัมภาระที่ต้องเตรียม พลางเหลือบมองขึ้นไปบนบ้าน แสงตะเกียงวับแวมบอกให้รู้ว่านายจ้างทั้งสอง กำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขก ความคิดของเขาย้อนกลับไปวันแรกที่ได้เจอกับบุคคลทั้งสอง…
*************************************

“เรากำลังตามหาคนๆหนึ่งที่หายเข้าไปในป่า บอกคุณวรินทร์ก็ได้ว่าเขาชื่อไชยาเป็นน้องชายของผมเอง และเป็นพี่ชายของเล็กเค้า…” ชายวัยสี่สิบเศษ รูปร่างสูงใหญ่ ผิวพรรณบ่งบอกถึงความเป็นผู้ดีมีสกุล กล่าวอย่างหนักใจ เขาคือ พันเอก หม่อมราชวงศ์ธารา นายทหารนอกราชการ สังกัดกระทรวงกลาโหม
“…เราได้ข่าวว่าเขาเดินทางเข้าไปหาขุมทรัพย์ในป่ากับคนนำทางอีกแค่คนเดียว ทีนี้เราอยากหาเขาให้พบ แต่ยังหาคนนำทางฝีมือดีไม่ได้ จนผู้อำนวยการของที่นี่พูดให้ฟังถึงเรื่องของคุณ ทำให้ผมอยากมาพบและขอร้องให้คุณช่วยนำทางให้เราด้วย” เสียงพูดกึ่งวิงวอน ทำให้วรินทร์เงียบ นึกถึงเรื่องที่คนแถวนี้เล่าลือกันทั่วเกี่ยวกับการที่มีคนจากกรุงเทพหายเข้าไปในป่า ที่จริงแล้ว เขาพึ่งกลับจากการหาสัตว์มาส่งให้กับสถานีกักสัตว์ หลังจากที่เดินทางเข้าป่าไปร่วมเดือน…
“คุณชายคงได้ยินมาบ้างแล้วใช่หรือเปล่าครับ ว่าคุณชายไชยาเดินทางไปที่ไหน” เขาถาม
“ได้ยินมาว่าเขาเข้าป่าไปเพื่อไปหาสมบัติที่ถูกซ่อนไว้ เห็นว่าชื่อ…ชื่ออะไรน๊า…” ธารานิ่งคิด
“สมบัติพระอุทัยค่ะ” เสียงเบา นุ่ม กล่าวเสริมขึ้นมา ทำให้วรินทร์หันไปมองตามเสียง
ร่างในเสื้อผ้าชีฟองเบาบางสีชมพูอ่อน กางเกงสแล็คดำแนบเนื้อ อายุประมาณยี่สิบหกถึงยี่สิบเจ็ดปี ใบหน้าเรียวงาม ผมยาวสลวย ริมฝีปากบางเฉียบ บ่งบอกถึงความดื้อรั้นและมั่นใจในตัวเอง ยามเมื่อร่างนั้นขยับตัว เงาของทรวงอกที่เลือนรางภายใต้เสื้อบางเบานั้น มองเห็นสองเต้าอวบใหญ่จนยกทรงแทบปิดไม่มิด ดันเสื้อชั้นนอกพุ่งตระหง่านออกมา เลื่อนสายตาไปด้านล่าง กางเกงสแล็คดำแนบเนื้อ ทำให้มองเห็นช่วงขาอวบแน่น วรินทร์กลืนน้ำลาย เมื่อร่างนั้นขยับตัวอีกครั้ง เนินเนื้อด้านล่างภายใต้กางเกงแนบเนื้อ ดันออกมาจนเห็นความอวบอูมของโหนกเนื้อภายใน

“อ้อ! นี่น้องสาวผม ชื่อเล็กหรือหม่อมราชวงศ์กนิษฐา” เสียงของธาราดังขึ้น
วรินทร์สะดุ้ง เงยหน้าจากภาพที่เหม่อมองเมื่อสักครู่ เห็นหญิงสาวนั่งยิ้มให้ ทำให้เขาหน้าแดง นึกโกรธตัวเองที่เสียมารยาท ไปจ้องมองในสิ่งที่ไม่สมควร แต่หนึ่งเดือนที่เขาเข้าป่าไปและพึ่งกลับเข้ามาเมื่อวาน มันทำให้อารมณ์ที่คั่งค้างจากการที่ต้องเก็บแรงเก็บอารมณ์ไว้ไม่มีที่ระบายออก เมื่อเห็นภาพเมื่อสักครู่ ทำให้อารมณ์ที่เก็บไว้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้…
“เราอยากให้คุณช่วยนำทางให้เราด้วย คุณจะเรียกค่าจ้างเท่าไหร่ก็แล้วแต่คุณ และคุณจะหาลูกจ้างกี่คนก็ตามใจคุณ โดยฝ่ายเราจะมีฉันกับพี่โตเดินทางไปด้วย คุณคงไม่ขัดข้องอะไรใช่ใหม” เสียงเบาๆแต่หนักแน่นของหญิงสาวพูดขึ้น
วรินทร์จ้องหน้าหญิงสาว พยายามไม่มองรูปร่างของเธอ เพราะตอนนี้ ท่อนเนื้อในกางเกงยีนส์มันแข็งตัวขึ้นมาจนเขาต้องขยับตัวเพื่อไม่ให้มันพองตัวขึ้นมาจนเห็นได้ชัดเกินไป ปากตอบหญิงสาว
“ถ้าทั้งสองท่านไม่กลัวที่จะเดินทาง ผมก็ยินดีที่จะนำทางให้ครับ แต่ต้องบอกก่อนว่ามันมีอันตรายมากมายในป่า ที่ผมอาจดูแลได้ไม่ทั่วถึง เพราะฉะนั้น คุณชายและคุณหญิงต้องดูแลตัวเองด้วย โดยผมจะพยายามช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด ตกลงมั๊ยครับ”
ธาราและกนิษฐาหันมามองหน้ากัน ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับวรินทร์เป็นเชิงว่าทั้งสองยอมรับสิ่งที่วรินทร์พูดทั้งหมด…
ทั้งสามนั่งคุยถึงการเตรียมตัวที่จะต้องเดินทางเข้าไปในป่าลึก จนเมื่อตกลงกันได้ทุกอย่างแล้ว วรินทร์จึงแนะนำให้ทั้งสองเตรียมตัวเข้าไปพักในบ้านของเขา ก่อนจะออกเดินทาง…
******************************

วรินทร์ทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้น ขยับรองเท้าขยี้จนดับสนิท พรุ่งนี้เป็นวันเดินทาง เขาต้องการให้นายจ้างทั้งสองพักผ่อนให้มากที่สุดเพื่อเก็บแรงไว้เดินทางไปสู่ปลายทางที่ไม่รู้อนาคต…

เขาเดินขึ้นไปบนบ้าน ชั้นบนเงียบกริบ บอกให้รู้ว่านายจ้างทั้งสองกำลังพักผ่อนอยู่ วรินทร์ยิ้มเล็กน้อย กำลังจะขยับตัวลงจากบ้านก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างในห้อง ทำให้เขาเดินอย่างแผ่วเบา มาหยุดอยู่หน้าห้องซึ่งเป็นห้องของกนิษฐา แล้วต้องยืนนิ่งเมื่อได้ยินเสียงภายใน…

“พี่โตขา..เบาๆหน่อย เล็กเจ็บไปหมดแล้ว..” เสียงของกนิษฐาแผ่วเบา แต่มันสะท้อนไปมาในหูของวรินทร์ เมื่อนึกภาพออกว่าเธอและพี่ชายของเธอกำลังทำอะไรอยู่
ไวเท่าความคิด มือเอื้อมจับลูกบิด แล้วขยับอย่างแผ่วเบา วรินทร์แง้มประตูช้าๆ แสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุส่องลอดออกมาตามขอบประตู สายตาของเขาสอดส่ายมองหาต้นเหตุของเสียงที่ได้ยิน แล้วก็ต้องลืมตาโพลงเมื่อมองเห็นภาพที่ปรากฏอยู่ในสายตา…

แสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุบนโต๊ะ ฉายให้เห็นร่างงามขาวผ่องของกนิษฐานอนหงายอยู่บนเตียง ใบหน้าแดงซ่าน หลับตาพริ้ม ปราศจากอาภรณ์ใดๆทั้งสิ้น สองเต้าขนาดใหญ่พุ่งตระหง่านมองเห็นปลายยอดแข็งตัวชูชันขึ้นเป็นเม็ด หน้าท้องลาดต่ำลงมาจนถึงโหนกเนื้อที่นูนเด่น ไหมงามดำสนิทปกคลุมอยู่บนเนินเนื้อที่ทอดยาวหายไปตามร่องรอยแยกกลางลำตัว สองมือขยำผ้าปูที่นอนเบาๆตามแรงกระตุ้นอารมณ์ที่ค่อยๆคุโชนขึ้น…
วรินทร์เห็นธาราที่นั่งหันหน้ามาทางเขา ก้มหน้าลงบนร่างงามของเธอ ก่อนจะแนบใบหน้าลงบนสองเต้าเคร่งครัดนั้น ปลายลิ้นแทรกจากริมฝีปากและตวัดอย่างแผ่วเบาบนปลายถันทั้งสองข้างสลับไปมา
“พี่โต…” หญิงสาวครางเสียงสั่น เมื่อมือทั้งสองของพี่ชายเอื้อมมาบีบสองเต้าของเธอแผ่วเบา และค่อยๆเคล้นหนักมือขึ้น ก่อนจะค่อยๆลากมือลงมายังโหนกเนื้อด้านล่าง กนิษฐาสะดุ้งเมื่อปลายนิ้วของพี่ชายชอนไชเข้าไปในร่องรักและทั้งเขี่ย ทั้งหมุนวนบนติ่งเนื้อ
“อุ๊ย..เบาๆหน่อยค่ะ พี่โต…เล็กเจ็บ” เธอครวญครางเบาๆด้วยความเสียว
“เล็กถ่างขาออกนิดนึงสิ พี่จะได้แหย่นิ้วเข้าไปได้ลึกๆ” ธารากระซิบข้างหูเบาๆ
กนิษฐารีบแยกสองขาของเธอออกจากกันเพื่อให้ปลายนิ้วเข้าไปควานหากลีบเนื้อภายในได้อย่างสะดวก ร่องรักของเธอหลั่งน้ำรักจากภายใน เอ่อซึมออกมาจนธาราสัมผัสได้ เขายิ้มเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าน้องสาวมีอารมณ์ร่วมกับตนแล้ว ทั้งปากทั้งมือ ต่างหมุนวนเข้าหาจุดที่สร้างความกระสันให้เธอให้มากที่สุด ร่างของกนิษฐาบิดไปมาบนเตียง ยิ่งสร้างอารมณ์ให้กับเขามากยิ่งขึ้น สองมือที่ส่ายเปะปะไปมาของกนิษฐาสัมผัสกับท่อนเนื้อของธาราที่นั่งอยู่บนเตียง เธอชะงักนิดนึง ก่อนจะลูบไล้มันอย่างแผ่วเบาและค่อยๆรูดท่อนเนื้อที่แข็งราวกับหินขึ้นลงช้าๆ..

“อูยย…” ธาราเงยหน้าคราง เมื่อท่อนเนื้อถูกน้องสาวบีบเคล้นและรูดขึ้นลง ปลายเล็บที่เขี่ยไปมาบนพวงเนื้อด้านล่างยิ่งสร้างความเสียวให้เขาจนทนไม่ไหว
“อุ๊ย…อย่าเลยค่ะพี่โต เดี๋ยวคุณวรินทร์ขึ้นมาแล้วมันจะไม่ดี..” กนิษฐาระล่ำระลักพูดขึ้น เมื่อรู้สึกว่าพี่ชายของเธอปีนขึ้นมาคร่อมอยู่บนตัว จับต้นขาของเธอแยกออกจากกัน เพราะรู้ดีว่าพี่ของเธอกำลังจะทำอะไร
“คุณวรินทร์ไม่ขึ้นมาหรอก เรารีบทำให้เสร็จเหมือนเคยดีกว่า พี่ทนไม่ไหวแล้ว..” ธาราพูด
ไม่รอคำตอบ เขาจับท่อนเนื้อจ่อกับรอยแยกกลางลำตัวของน้องสาวและค่อยๆดันเข้าไปในร่องรักของเธอช้าๆ
“อูยย…เบาๆก่อนนะคะ เล็กเสียวไปหมดแล้ว” น้องสาวร้องครางเมื่อท่อนเนื้อของพี่เธอค่อยๆจมหายเข้ามาในร่องรักทีละนิดจนมิดด้าม
“อืมม…” ทั้งคู่ถอนหายใจออกมาพร้อมๆกันเมื่อรู้สึกว่าโหนกเนื้อของแต่ละฝ่าย แนบสนิทจนสัมผัสได้ถึงเส้นไหมของทั้งคู่ที่บดเบียดกันไปมา
ธารานอนนิ่งแช่ท่อนเนื้ออยู่ในร่องรักของน้องสาวด้วยความเสียว แต่เขาก็ต้องเริ่มขยับตัวโยกเอวใส่ร่างของเธอ เมื่อรู้สึกว่าร่องรักของเธอขมิบตอดเบาๆเหมือนเป็นการเร่งเร้าให้เขาทำต่อได้แล้ว ร่างที่นอนอยู่ด้านล่างแอ่นกายขึ้นรับแรงกระแทกอย่างหนักหน่วง สองมือกอดรัดร่างของพี่เธอไว้แน่น เล็บจิกบนแผ่นหลังจนธารารู้สึกเจ็บ แต่เขารู้ว่าน้องสาวของตนมีอารมณ์เสียวตามแรงบดขยี้ของเขา ร่องรักของเธอบีบกระชับแน่นจนเขาแทบขยับท่อนเนื้อไม่ได้ทั้งๆที่ทั้งคู่ผ่านเกมสวาทร่วมกันมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่อยู่ในกรุงเทพ…
สัมผัสของความนุ่มนวลที่ได้รับจากทั้งร่างและเนินเนื้อของเธอ ทำให้ธาราเริ่มเก็บกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เอวที่ขยับกระแทกอยู่บนร่างของน้องสาวเริ่มเร่งความเร็วขึ้น ส่งผลให้ร่างที่นอนอยู่ด้านล่างต้องเด้งตัวขึ้นรับเร็วขึ้นตามไปด้วย
“พี่โต…เล็ก…เล็ก…” เธอหายใจหอบ เสียงสั่น ครางด้วยความเสียวเมื่อรู้สึกว่าปลายทางของเธอใกล้เข้ามาแล้ว
“เล็ก…พี่ก็จะถึงแล้ว…” ธาราร้องคราง ท่อนเนื้อที่มุดเข้าออกในร่องรักของน้องสาวเร่งความเร็วขึ้นจนถี่ยิบ ก่อนจะบดขยี้ท่อนเนื้อเข้าใส่ร่างเธออย่างหนักหน่วงและกดแช่ทับไว้อย่างนั้น
“อ..อ้า…..” ทั้งคู่ครางประสานเสียงกัน เมื่อท่อนเนื้อของธาราฉีดน้ำรักเข้าใส่ร่องรักของน้องสาวเต็มเหนี่ยว หยาดของเหลวพุ่งกระทบกลีบเนื้อภายในของเธอ กนิษฐากรีดร้องออกมาเบาๆ กระตุกไปทั้งร่าง กล้ามเนื้อขมิบตอดท่อนเนื้อของพี่ชายเธออย่างไม่เป็นจังหวะ รับกับการฉีดหยาดของเหลวเข้าไปในร่างเธออย่างท่วมท้น ร่องรักหลั่งน้ำรักออกมาจากภายในจนเป็นหนึ่งเดียวกับน้ำรักของพี่ชายที่ฉีดเข้ามาจนเต็มท้องน้อยของเธอ


ธารานอนแช่ดุ้นเนื้อในร่องรักของน้องสาวอยู่อย่างนั้น ทั้งๆที่ฉีดน้ำรักเข้าไปในร่างของเธอจนหมดแล้ว ส่วนกนิษฐานอนนิ่งอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ของพี่ชายเธอที่ยังคงหอบหายใจเบาๆจากการออกแรงหาความสุขเมื่อสักครู่…
“พี่โตเบื่อเล็กมั๊ยคะ..” น้องสาวถามเบาๆ พี่ชายก้มลงมายิ้มให้
“บ้าแล้ว ใครจะไปเบื่อเล็กกันล่ะ..” เขาพูดพลางกัดจมูกน้องสาวเบาๆ เธอหัวเราะคิกด้วยความจักกะจี้ ก่อนพูดต่อ
“ก็เรามีอะไรกันมาตั้งนานแล้ว เล็กกลัวว่าพี่จะเบื่อ” น้ำเสียงมีความน้อยใจ กังวล พี่ชายรีบขยับตัวพลิกลงจากร่างงาม และสลับดึงร่างเธอขึ้นไปนอนอยู่บนตัวแทน เพื่อไม่ให้เธออึดอัด
“จนถึงทุกวันนี้พี่ก็ไม่ได้แต่งงานหรือมีอะไรกับใครเพราะพี่รักเล็กนะ แล้วพี่ก็รู้ว่าเล็กรักพี่เหมือนกัน” พี่ชายพูด น้องสาวทำหน้าย่น กัดปลายจมูกเขาคืนเบาๆ
“ขี้ตู่…ใครเค้าไปรักตัวเอง ตัวเองรังแกเค้าต่างหาก” น้องสาวเถียง ธาราหัวเราะเบาๆ
“พี่ยอมรับว่าครั้งแรกพี่รังแกเล็ก แต่ครั้งหลังๆมานี่ ดูเหมือนเล็กจะรังแกพี่ต่างหากนะ” พูดเสียงหัวเราะ น้องสาวอุทานเบาๆ ทุบหน้าอกพี่ชายดังบึก
“พูดอย่างงี้ได้ยังไงกัน แล้วตัวเองมารังแกเค้าทำไมล่ะ” พี่ชายยิ้มให้
“ไม่รู้สิ เราอยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็ก พอเล็กโตขึ้น พี่ไม่อยากให้ใครมาแย่งเล็กไปจากพี่…” พี่ชายพูดพลางนึกถึงเรื่องเก่าๆ น้องสาวนิ่งฟัง “…พี่ไม่อยากเสียเธอไป ถ้าเธอต้องแต่งงานออกไปอยู่กับคนอื่น ซึ่งเป็นอะไรที่พี่รับไม่ได้จริงๆ”
“พี่โตคิดไว้หรือเปล่า ว่าถ้าซักวันหนึ่ง คนอื่นรู้ เราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” น้องสาวถาม พี่ชายนิ่งคิดซักพักก่อนจะส่ายหน้า แล้วยิ้ม
“ให้วันนั้นมาถึงก่อนเถอะแล้วค่อยคิด พี่อยากให้เล็กรับรู้แค่ว่าพี่รักเล็ก และอยากให้เล็กรักพี่อย่างนี้ตลอดไป แค่นี้พี่ก็พอใจแล้ว” เขาพูดจบพลางจูบเบาๆที่แก้มของน้องสาว ก่อนจะหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน…
กนิษฐาถอนหายใจเบาๆ นึกย้อนไปถึงเรื่องที่เป็นความลับระหว่างเธอและพี่ชายที่เธอสุดแสนรักคนนี้…
****************************************

“พี่ไม่เห็นด้วย!!!” พี่ชายตะโกนขึ้นด้วยความหัวเสีย เมื่อน้องสาวเดินมาบอกถึงในห้องนอนของเขาว่าเธอกำลังจะมีคนรักและคาดว่าจะแต่งงานกันในอีกไม่นาน
“พี่โตคิดถึงเล็กบ้างหรือเปล่าคะ…” น้องสาวตะโกนตอบเสียงดังพอๆกัน “…เล็กอายุขนาดนี้แล้ว จะให้มานั่งๆนอนๆอยู่ในบ้านอย่างนี้ได้ยังไง เล็กก็อยากมีครอบครัวเหมือนคนอื่นๆเค้าเหมือนกัน”
“เล็กก็มีบ้าน มีพี่อยู่แล้วนี่ ทำไมจะต้องแต่งงานแล้วออกไปอยู่ที่อื่นด้วย” ธารายังพูดด้วยความหงุดหงิดอยู่ เขาแปลกใจในความรู้สึกพลุ่งพล่านในตัวเหมือนกัน ว่าเพราะเหตุใด จึงรู้สึกหงุดหงิดที่น้องสาวมาบอกว่ากำลังจะมีคนรัก
“พี่โต…” หญิงสาวอุทานเสียงหัวเราะ “…พี่กับคนรักมันเอามาเทียบกันได้ที่ไหน เล็กรักพี่แบบพี่ชาย แต่ถ้าเล็กมีคนรัก เล็กก็รักเค้าแบบคนรัก มันไม่เหมือนกันนะคะ”
“ไม่เหมือนกันตรงไหน..” ธาราถามออกไปแล้วก็แปลกใจที่ตัวเองถามอะไรโง่ๆออกไปอย่างนั้น น้องสาวทำตาโต
“ไม่เห็นต้องให้เล็กบอกเลย ว่ามันต่างกันตรงไหน พี่โตก็น่าจะรู้” หญิงสาวพูดยิ้มๆเพราะนึกว่าพี่ชายแกล้งถามตลกๆ ธารากัดฟัน ยืนนิ่ง
“เรื่องนี้น่ะเหรอ ที่ทำให้เล็กตัดสินใจแต่งงาน แล้วจะออกไปอยู่ข้างนอก”
“ไม่ใช่ว่าเพราะเรื่องอย่างนี้ ทำให้เล็กตัดสินใจแต่งงานหรอกนะคะ…” เธอยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าพี่ชายนิ่งฟัง “…แต่เราพูดกันอย่างผู้ใหญ่นะคะ คือเอ่อ…” หญิงสาวหน้าแดง เมื่อนึกถึงเรื่องที่กำลังพูดกันอยู่ “…ใครๆก็รู้ว่าเวลาแต่งงานแล้วมันเป็นยังไง พี่โตอายุขนาดนี้ก็คงรู้ เล็กไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันหรอกนะคะ แต่พอถึงเวลา มันก็ต้องเป็นของมันอย่างนั้นอยู่แล้ว เล็กพูดถูกหรือเปล่าคะ”
“พี่เข้าใจ..” พี่ชายกัดฟันพูดสั้นๆ ตามองออกไปนอกหน้าต่าง
“ถ้าพี่โตเข้าใจ เล็กก็ดีใจค่ะ แล้วไว้เราค่อยคุยเรื่องพวกนี้กันทีหลังก็แล้วกันนะคะ” หญิงสาวเดินมาจุ๊บแก้มพี่ชายเบาๆ ก่อนจะขยับตัวเดินออกจากห้อง
แต่ทันใดนั้น…เธอก็ต้องตกใจเมื่อรู้สึกว่าร่างของตัวเองถูกดึงไปกอดไว้อย่างแน่นหนา จนขยับตัวไม่ได้
“พี่โต!!! จะทำอะไรเล็ก อย่าเล่นบ้าๆสิคะ เล็กตกใจนะ” เธอหันไปมองดูหน้าของพี่ชาย แต่ก็ต้องตกใจเพราะตอนนี้ใบหน้าของเขาแดงกล่ำด้วยโทสะ ซึ่งเธอนึกไม่ออกว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้พี่ชายที่แสนดีของเธอโกรธได้ขนาดนี้ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งตัว ร่างของเธอก็ถูกเหวี่ยงลงไปนอนบนที่นอน พร้อมๆกับร่างของธาราที่ตามติดเข้ามาทันที

“พี่โต…บ้าแล้ว…จะทำอะไรเนี่ย อย่านะ…” หญิงสาวพยายามดิ้นเพราะรู้สึกว่าพี่ชายของเธอตรงเข้ามากอดร่างเธอไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก แล้วก็ต้องสะดุ้งทั้งตัวเมื่อรู้สึกว่าชุดนอนที่อยู่บนร่างถูกมือแข็งแรงของเขากระชากจนขาดติดมือออกไป เผยให้เห็นร่องอกอวบขาวเหนือยกทรงตัวจิ๋ว เธอดิ้นรนสุดชีวิต แต่มือที่แข็งราวกับคีมล็อคตัวเธอไว้แน่นจนกระดุกกระดิกตัวไม่ได้
หญิงสาวเย็นวูบทั้งร่างเมื่อมือที่ป้วนเปี้ยนไปมาบนตัวเธอ เอื้อมไปด้านหลังและปลดตะขอยกทรงออกอย่างง่ายดาย ยังไม่ทันตั้งหลักอะไรก็ต้องงอตัวเป็นกุ้งเมื่อมือที่ปลดตะขอออก ย้อนกลับมาด้านหน้าและบีบเคล้นสองเต้าอวบใหญ่ของเธอเต็มกำมือ
“พี่โต!!! เล็กบอกให้ปล่อย อย่าทำอะไรบ้าๆนะ…” เสียงร้องของเธอ ไม่มีผลอะไรกับร่างที่กำลังเคล้นคลึงทรวงอกของเธออย่างหนักหน่วง ใบหน้าที่ป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณซอกคอก็เลื่อนลงไปหาสองเต้าที่พุ่งชูชันอวดความอวบอิ่มต่อหน้า…
ธาราไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว มือทั้งสองข้างกดข้อมือของเธอเหนือศีรษะแน่น ใบหน้าซบลงกับเต้านมที่แน่นกระชับของน้องสาว ในใจเดือดพล่านด้วยความรู้สึกสับสน ความคิดถูกผิดในหัวหักล้างกันเองอย่างรุนแรง ความคิดฝ่ายดีบอกให้เขาเห็นแก่อนาคตของน้องสาวและตัวเอง ยกเลิกการกระทำบ้าระห่ำที่กำลังกระทำอยู่ แต่อีกฝ่ายบอกว่าถ้าเขาไม่อยากเสียน้องสาวของเขาไป นี่ก็เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้น้องสาวที่เขารักที่สุด อยู่กับเขาตลอดไป…
ในที่สุด…ความคิดฝ่ายหลังเป็นผู้ชนะ ธาราฉกปลายลิ้นเข้าใส่ปลายยอดเต้าสีชมพูทันทีและตวัดม้วนลิ้นพันเม็ดบัวที่เริ่มแข็งตัวชูชันขึ้นมาตามแรงกระตุ้นที่เขาถาโถมเข้าใส่เธอ กนิษฐาแอ่นตัวขึ้นรับปลายลิ้นอย่างลืมตัวด้วยความเสียว
“พี่โต…ทำอะไรเล็กน่ะ อย่านะ..อุ๊ย…” เธอครางออกมาเมื่อริมฝีปากของพี่ชายเม้มเอาปลายยอดเต้าเข้าปากและใช้ปลายลิ้นตวัดเขี่ยไปมาอย่างแผ่วเบา เธอแอ่นหลังขึ้นสุดเหยียดเมื่อมืออีกข้างของพี่ชายเอื้อมมาเคล้นคลึงเต้าอีกข้างที่เหลืออย่างหนักหน่วง
กนิษฐาหอบหายใจจนทรวงอกสะท้อนขึ้นลง ทั้งตกใจและสับสนในอารมณ์ที่เริ่มเปลี่ยนแปลง การกระทำของพี่ชายที่เธอเคารพรักสร้างความหวาดกลัวให้เธอเป็นอย่างยิ่ง แต่ในความหวาดกลัวนั้น มันซ่อนอารมณ์บางอย่างเอาไว้ ที่ค่อยๆคุโชนขึ้นมาตามแรงที่เขากระทำ หญิงสาวได้แต่นอนบิดไปมาตามแรงบีบเคล้นที่พี่ชายของเธอมอบให้ ชาไปหมดทั้งร่างเหมือนถูกไฟดูด เธอสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่ามือของเขาไต่ลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็วก่อนจะตะปบมือลงบนเนินเนื้อโหนกนูนที่ปกปิดด้วยซับในตัวจิ๋ว เธอเอื้อมมือไปจับหลังมือของพี่ชายไว้แน่น แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนักเพราะมือที่อยู่ด้านล่างทั้งลูบไล้และขยำขยี้เนินเนื้อจนเธอขนลุกเกรียวทั้งร่าง ใจเธอเริ่มเตลิดไปกับสิ่งที่พี่ชายที่เธอเคารพมอบให้
“พี่โต…อย่า..” เสียงของน้องสาวอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ตรงข้ามกับพี่ชายที่เม้มดูดสองเต้าหนักหน่วงขึ้น มือด้านล่างขยำขยี้เนินเนื้ออย่างนุ่มนวลก่อนจะขยับวูบอีกครั้ง

กนิษฐาเย็นวูบทั้งตัวเมื่อรู้สึกว่าขณะนี้ร่างของเธอเปลือยเปล่าไม่มีอะไรปิดป้องแม้แต่ชิ้นเดียว พี่ชายของเธอเขี่ยซับในชั้นล่างออกจากปลายขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และรู้สึกเสียวปลาบทั้งตัวเมื่อพี่ชายที่แสนดีขยับใบหน้าจากสองเต้าที่ถูกเคล้นคลึงจนแดงเถือก ลดวูบลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว..
“ไม่…อย่านะ…” น้องสาวร้องลั่นเพราะพอจะรู้ว่าพี่ชายจะทำอะไร แต่ยังไม่ทันขาดคำ ก็ต้องแอ่นตัวขึ้นมาอย่างแรงเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าของพี่ชายเธอซบลงบนเนินเนื้อที่ปกคลุมด้วยไหมดำขลับทั่วทั้งเนิน
กนิษฐาพยายามดึงใบหน้าพี่ชายเธอออกจากเนินเนื้อ แต่เขาแนบใบหน้ากับโหนกเนื้อแนบแน่น อีกทั้งยังตวัดปลายลิ้นลากเลียบนเนินเนื้อแผ่วเบาจนกลุ่มไหมดำเปียกโชกไปด้วยน้ำลายที่เขาบรรจงเลียจนทั่ว ส่งผลให้เธอเด้งเอวขึ้นมารับปลายลิ้นอย่างลืมตัว มือที่พยายามดึงใบหน้าออก กลับกลายเป็นกดศีรษะลงกับเนินเนื้อด้วยความเสียว
“อุ๊ยย…พี่..พี่โต…อย่า….” เสียงห้ามของน้องสาวไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้วสำหรับพี่ชายตอนนี้
ธาราค่อยๆเลื่อนใบหน้าลงไปด้านล่าง จนพบรอยแยกกลางลำตัวของน้องสาว ก่อนจะฉกปลายลิ้นเข้าไปในร่องรักและตวัดขึ้นลงตามรอยแยกทันที กนิษฐาร้องครวญคราง กระตุกร่างตามจังหวะที่พี่ชายตวัดลิ้นเข้าใส่ โดยเฉพาะติ่งเนื้อด้านบนของร่องรักที่โผล่พ้นออกมาจากกลีบเนื้อ
“พี่..พี่โต…อย่า..อย่า…เล็ก..เล็กจะตายอยู่แล้ว” เสียงครางของน้องสาวยิ่งทำให้พี่ชายเร่งปลายลิ้นเข้าใส่ร่องรักของเธอหนักหน่วงขึ้นไปอีก หยาดน้ำจากภายในร่องเอ่อซึมออกมา
ธาราใช้ริมฝีปากดูดเข้ากับติ่งเนื้อและฉกปลายลิ้นตวัดหยาดน้ำเหล่านั้นเข้าปากอย่างไม่นึกรังเกียจ แต่เหมือนตาน้ำนั้นจะไม่มีวันหมด เพราะยิ่งดูดกินก็ยิ่งเอ่อล้นออกมามากขึ้นจนซึมออกมาภายนอกร่องรักของเธอ ร่างของน้องสาวดิ้นพล่านอยู่บนเตียง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเสียวจากสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ความตกใจ ความหวาดกลัวที่มีในช่วงแรกๆ หายไปหมดแล้ว คงเหลือเพียงอารมณ์ที่ปลดปล่อยไปกับลีลาที่พี่ชายมอบให้…
กนิษฐาหอบหายใจ กลั้นเสียงสะอื้นด้วยความเสียว ร่องรักของเธอเอ่อเยิ้มไปด้วยน้ำรักที่ขับออกมาจากภายใน ปลายลิ้นของพี่ชายที่เธอเคารพฉกเข้าไปควานหาความหอมหวานจากกลีบเนื้อที่ปราศจากมลทิน เธอเตลิดไปกับสิ่งที่พี่ชายมอบให้อย่างไม่อาจข่มกลั้นได้ ทั้งปลายลิ้นและมือของพี่ชายเธอเหมือนมีอาถรรพ์เพราะแตะต้องส่วนไหนของเธอ มันก็ทำให้เธอเสียวปลาบไปหมดทั้งตัว
“พี่โต…” น้องสาวกระซิบเสียงพร่า ร่างบิดไปมา “…เล็กไม่ไหวแล้ว…ไม่ไหว..”
อารมณ์ที่ถูกจุดอย่างต่อเนื่องทำให้กนิษฐาข่มกลั้นความเสียวอีกต่อไปไม่ไหว ร่างของเธอเกร็งขึ้นมาอย่างรุนแรง อีกไม่กี่อึดใจ เธอก็ไปถึงเส้นชัยแล้ว…
ธารามองเห็นน้องสาวเริ่มมีอาการเกร็งก็รู้ว่าเธอกำลังจะถึงจุดสุดยอด เขาไม่รอช้า ขยับตัวขึ้นไปคร่อมอยู่บนร่างของน้องสาว ปลายลิ้นฉกเข้าใส่ยอดถันที่เปลี่ยนเป็นสีแดงกล่ำ แข็งตัวชูชันล่อสายตาสลับไปมาทั้งสองข้าง

“พี่โต…ช่วย..ช่วยเล็กด้วย..ด้วย..” เสียงกระท่อนกระแท่นของน้องสาวที่บ่งบอกถึงอารมณ์ที่พุ่งถึงจุดสูงสุด ทำให้พี่ชายขยับตัวเข้าไปนั่งอยู่หว่างขาของน้องสาว แยกต้นขาของเธอออกจนกว้าง แล้วจับท่อนเนื้อที่แข็งราวกับหินตวัดเขี่ยขึ้นลงตามรอยแยก กนิษฐาเด้งเอวขึ้นรับด้วยความเสียว
“อุ๊ย..พี่โต…ทำ..ทำอะไร..” ท่อนเนื้อที่เขี่ยไปมาสร้างความเสียวให้กับน้องสาวจนสุดที่จะทน ร่างของเธอดิ้นไปมาด้วยอารมณ์ที่เกินกว่าจะห้ามอยู่
“ทำอย่างที่เล็กอยากได้ไง..” เสียงแผ่วเบาราวกระซิบของพี่ชายตอบกลับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่อง
ทันใดนั้น!!! กนิษฐาก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อรู้สึกว่าพี่ชายของเธอดันอะไรบางอย่างเข้ามาในรอยแยกกลางลำตัว เธอขยับจะดิ้นหนี แต่เขาล็อคร่างของเธอไว้แน่น แล้วค่อยๆดันสิ่งนั้นเข้ามาอย่างช้าๆ
“โอ๊ยย…พี่โต…อย่า..เล็กเจ็บ…อย่า….พอแล้ว…” เธอร้องลั่นห้องเพราะรู้สึกว่าเจ้าสิ่งนั้นมันมีขนาดใหญ่เหลือเกิน จนกลัวว่าถ้าเข้ามาในตัวเธอทั้งหมด คงจะทำให้เธอขาดใจตายแน่ๆ แต่พี่ชายของเธอไม่สนใจ ยังคงดันมันเข้ามาอยู่อย่างนั้น
กนิษฐาบีบต้นแขนของพี่ชายเธอไว้แน่น เจ็บปวดจนแทบขาดใจ รู้สึกว่าสิ่งนั้นค่อยๆไหลเข้ามาในตัวทีละนิด รอยแยกของร่องรักอ้าแย้มออกจนเธอรู้สึกได้ เธอนอนเกร็งร่างอยู่อย่างนั้นจนรู้สึกว่าร่างของพี่ชายเธอแนบสนิทกับร่างของเธอ สิ่งนั้นจากตัวพี่ชายจมหายเข้ามาในร่างของเธอจนหมด เธอรู้สึกแน่นจนแทบหายใจไม่ออก น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม
“พี่..พี่โต…อย่าพึ่งขยับนะ…เล็ก..เล็ก..” น้องสาวอยากจะบอกว่าเธอยังไม่พร้อม แต่พี่ชายไม่รอแล้ว เมื่อเห็นว่าร่องรักของน้องสาวคลายจากอาการเกร็ง เขาก็เริ่มขยับท่อนเนื้อทันที
“อุ๊ย…เดี๋ยว…เดี๋ยวก่อน..” น้องสาวแอ่นตัวตามท่อนเนื้อที่พี่ชายค่อยๆดึงออกจากร่องรัก แล้วต้องทิ้งตัวลงเมื่อเขาดันกลับเข้ามาอีกครั้ง
“โอยย…เบาๆก่อนค่ะ…เล็กเจ็บ…” เธอโอดครวญเมื่อพี่ชายเริ่มขยับตัวเข้าออกในร่องรักอย่างเป็นจังหวะ ทำให้ร่างของเธอต้องแอ่นขึ้นลงตามแรงโยกของเขาอย่างลืมตัว
“เล็กทนนิดนึงนะ เดี๋ยวก็หายเจ็บ..” ธารากระซิบข้างหูน้องสาวเบาๆ พลางโยกตัวบนร่างของเธออย่างนุ่มนวล
“ทำไม..พี่โตทำกับเล็กอย่างนี้…” น้องสาวพูดทั้งๆที่ยังเด้งตัวขึ้นรับแรงโยกของเขาอย่างไม่สามารถห้ามได้
“เล็กบอกว่าพี่กับคนรักไม่เหมือนกัน…” พี่ชายพูดพลางบดท่อนเนื้อเข้าใส่ร่องรักหนักหน่วงขึ้น น้องสาวสะดุ้งเฮือก แอ่นก้นขึ้นรับความหนักหน่วง หยาดน้ำรักในร่างเอ่อซึมออกมา ช่วยให้ท่อนเนื้อที่กำลังขยับตัวเข้าออกคล่องตัวขึ้น “…พี่ทำให้เล็กดูยังไงล่ะ ว่าพี่ก็ทำอย่างที่คนรักเค้าทำได้เหมือนกัน”
“แต่มันเป็นไปไม่ได้..” น้องสาวพยายามพูดทั้งๆที่เสียวไปหมดทั้งเนินเนื้อ
“พี่กำลังทำให้ดูยังไงล่ะ ว่ามันเป็นไปได้” พี่ชายขยับตัวบดเอวเข้าใส่ร่างของเธอเร็วขึ้น
“แต่…อุ๊ยย…” หญิงสาวพยายามจะอธิบาย แต่ท่อนเนื้อในร่องรักของเธอเริ่มขยับตัวเร็วขึ้น ยิ่งเมื่อมันแฉลบไปถูไถกับติ่งเนื้อด้านบน ยิ่งที่ทำให้เธอเสียวซ่านไปหมดทั้งร่าง

ธาราใช้ข้อศอกขวายันรับน้ำหนักและใช้มือซ้ายบีบเคล้นเต้านมของเธอสลับไปมา อารมณ์ที่สะดุดไปเพราะความเจ็บจากการถูกสิ่งนั้นของพี่ชายแทรกเข้ามาในตัวเริ่มปั่นป่วนอีกครั้ง คำพูดหยุดแค่ริมฝีปาก และหมดโอกาสเปิดปากพูดอีกเพราะพี่ชายบรรจงประกบริมฝีปากลงบนริมฝีปากเรียวงามของเธอ
กนิษฐาสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่าปลายลิ้นของพี่ชายเกลี่ยไปมาอยู่บนริมฝีปากเหมือนจะขอเข้าไปสำรวจความหอมหวานในนั้น เธอพยายามจะปิดปากแน่น แต่เมื่อพี่ชายบรรจงบดท่อนเนื้อเน้นๆเข้าใส่ร่องรัก ทำให้เธอต้องเผยอปากครวญครางด้วยความเสียว ธาราแทรกปลายลิ้นเข้าไปในปากและควานหาปลายลิ้นของเธอ จนเมื่อพบก็ม้วนปลายลิ้นพันกระหวัดเข้าหาอย่างรวดเร็ว น้องสาวสะดุ้งเหมือนถูกไฟดูด แต่เมื่อปลายลิ้นสัมผัสกันอีกชั่วครู่ เธอก็เริ่มคุ้นเคยกับปลายลิ้นของพี่ชายที่ควานเข้ามาในริมฝีปากเรียวงามของเธอ…
ธาราเริ่มบดเน้นท่อนเนื้อเข้าใส่ร่องรักของน้องสาวเร็วขึ้น ส่งผลให้เธอบิดตัวไปมาด้วยความเสียว อารมณ์ที่กลับมาอีกครั้ง เร่งเร้าให้เธอเด้งตัวขึ้นรับแรงกระแทกของพี่ชายเร็วขึ้น

“พี่โต…เล็ก..เล็ก..ไม่ไหวอีกแล้ว…” เสียงร้องสั่นของน้องสาว ทำให้พี่ชายรู้ว่าน้องสาวกำลังจะถึงจุดสุดยอดแล้ว และครั้งนี้ เขาไม่ดึงอารมณ์ของเธอเอาไว้อีก ท่อนเนื้อที่มุดเข้าออกในร่องรัก ขยับตัวเร็วถี่ขึ้น
“เล็ก..พี่..พี่ก็ไม่..ไม่ไหวแล้วล่ะ..”
เสียงกระท่อนกระแท่นของพี่ชาย อีกทั้งท่อนเนื้อที่กำลังขยับตัวถี่ยิบอยู่ในร่าง และรู้สึกว่าสิ่งนั้นกำลังขยายตัวพองขึ้นในร่องรัก ทำให้น้องสาวเกร็งไปทั้งร่าง ร่องรักขมิบตอดท่อนเนื้อ
“พี่โต…เล็ก..เล็กไม่ไหวแล้ว…” ร่างงามที่นอนรับการกระแทกอยู่ ร้องครางดังลั่นห้อง มือบีบต้นแขนพี่ชายไว้แน่น เกร็งตัวทั้งร่าง ก่อนจะกระตุกร่างอย่างรุนแรง
“พี่..พี่ก็ไม่ไหวแล้ว” พี่ชายร้องครางในลำคอ บดท่อนเนื้อเข้าใส่ร่องรักของน้องสาวถี่ยิบ ก่อนจะกดร่างแนบแน่นกับร่างของน้องสาวที่กำลังเกร็งตัวอยู่…
“อ้า…” ทั้งคู่ร้องออกมาพร้อมๆกัน เมื่อธาราฉีดน้ำรักเข้าใส่ร่องรักของน้องสาวอย่างรุนแรง ร่างของเธอกระตุกขึ้นรับความร้อนผ่าวที่พุ่งเข้าสู่ร่าง อารมณ์พุ่งถึงจุดสูงสุด หยาดน้ำรักภายในร่างปลดปล่อยออกมาอย่างทะลักทลาย กลมกลืนกับน้ำรักที่พี่ชายฉีดพุ่งเข้ามา ร่องรักขมิบตอดอย่างไม่เป็นจังหวะ เสียงหอบหายใจ เสียงสะอื้น ดังระงมทั่วทั้งห้อง…

กนิษฐานอนตะแคงหันข้าง โดยที่พี่ชายของเธอนอนกอดอยู่ด้านหลัง ความคิดของเธอสับสนไปหมด หยาดน้ำรักของเธอและพี่ชายเปียกนองอยู่บนเตียง อีกทั้งร่องรักที่เจ็บระบมไปหมดและเอ่อซึมไปด้วยคราบของเหลวจากทั้งของเธอและพี่ชาย มันบอกให้รู้ว่าสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ความฝันหรือนึกคิดไปเอง หยาดน้ำตาหลั่งไหลออกจากหางตาเมื่อรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้อีก
“เล็กโกรธพี่เหรอ…” เสียงพี่ชายถามเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นจากน้องสาว
“เปล่าหรอกค่ะ เล็กโกรธตัวเองต่างหาก..” เธอตอบโดยไม่หันหน้ากลับไป
“เล็กโกรธพี่ก็ได้นะ แต่พี่ยืนยันว่าพี่ตั้งใจทำทุกสิ่งทุกอย่างเพราะพี่ไม่อยากให้เล็กไปไหน..” เสียงนุ่มๆตอบมา
“แล้วทำไมพี่โตถึงทำอย่างนี้ล่ะคะ นี่คือสิ่งที่พี่โตเรียกว่ารักเล็กหรือคะ…” เสียงตัดพ้อน้อยใจ ทำให้ร่างที่นอนกอดอยู่ด้านหลัง เอื้อมมือมาประคองกอดบริเวณทรวงอกและเคล้นคลึงสองเต้าแผ่วเบา น้องสาวทำท่าจะดึงมือออก แต่ก็เปลี่ยนใจ ไม่มีประโยชน์ที่จะห้ามตอนนี้แล้ว จึงปล่อยให้มือที่กอดอยู่เคล้นคลึงสองเต้าอย่างนุ่มนวล
“เล็กบอกว่าพี่ชายกับคนรักไม่เหมือนกัน เล็กจะแต่งงานและแยกออกไป พี่ทำใจไม่ได้ เพราะฉะนั้น พี่ก็ทำให้ดูว่าพี่ชายกับคนรักเป็นคนเดียวกันก็ได้” พี่ชายอธิบาย
“แต่ในโลกของความจริง มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ” น้องสาวพูดเบาๆ
“โลกของความจริงคืออะไรล่ะ…” เสียงนุ่มหูแย้งมา “…เล็กเรียกพี่ว่าพี่ พี่เรียกเล็กว่าน้อง นั่นคือโลกของความจริงเหรอ..เปล่า..ไม่ใช่เลย นั่นเป็นสิ่งที่สังคมกำหนดขึ้นต่างหาก สังคมบอกว่าสิ่งที่ทำเนี่ยเป็นความผิด พี่น้องกันจะเป็นคนรักกันไม่ได้…ถ้างั้น สมมติว่าเราเป็นพี่น้องกันอย่างนี้ แต่ถูกแยกกันตั้งแต่เด็กๆ ไม่มีโอกาสได้รู้จักกันมาก่อน แล้วจู่ๆเราก็ได้รู้จักกัน อาจจะเป็นจากที่ทำงานก็ได้ แล้วแต่งงานกันและมีอะไรกัน อยู่กันจนมีลูกหลานเต็มไปหมด โดยที่ไม่รู้เลยว่าเราเป็นพี่น้องกัน ถ้าเป็นอย่างนั้น พี่ถามเล็กว่าเราทำผิดหรือเปล่า…” หญิงสาวอึ้ง
“ถ้าไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่พอรู้แล้ว เล็กทำใจไม่ได้หรอกค่ะ” เธอพูดทั้งๆที่เข้าใจความหมายของพี่ชายเป็นอย่างดี
“ถ้าอย่างนั้น เล็กก็คิดซะว่าไม่รู้สิ…” พี่ชายพูดเบาๆข้างหู
“พี่โตพูดเหมือนคนเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้..” น้องสาวตัดพ้อ ธารายิ้มให้
“ถ้านี่เรียกว่าการเห็นแก่ตัว พี่ก็ยอมรับว่าพี่เห็นแก่ตัว…พี่อยากให้เล็กอยู่กับพี่ไปตลอดชีวิต แต่ถ้าสังคมบอกว่าทำไม่ได้ พี่ก็จะทำให้เห็นว่ามันทำได้…พี่ไม่สนใจหรอกนะว่าคนอื่นคิดยังไง พี่สนใจแค่ว่าเล็กคิดยังไงต่างหาก เราอยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ แล้วถ้าจะต้องอยู่ด้วยกันทั้งชีวิตโดยที่เราพอใจ ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมต้องแคร์สังคมว่าคิดอะไร เล็กบอกเองนี่ว่าอยากอยู่ในโลกของความจริง ไม่ใช่โลกที่ถูกกำหนดขึ้นมา”

กนิษฐานอนนิ่ง เหตุผลของพี่ชายเธอ ถึงแม้จะฟังแปลกหู แต่ลึกๆเธอก็รู้สึกว่าพี่ชายเธอพูดถูก คนเรามักจะทำอะไรตามที่สังคมกำหนดเสมอ จนบางครั้งก็แยกไม่ออกว่าตัวตนของเราคือใครกันแน่ เธอถามตัวเองว่าคิดถึงเรื่องนี้ยังไง
วูบหนึ่งของความคิด…ถ้ามันเป็นได้อย่างที่พี่ชายเธอบอกจริง เธอก็พร้อมที่จะยอมรับมัน เพราะชีวิตตั้งแต่เด็กมา พี่ชายคนนี้ดูแลเธอมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม สำหรับเธอแล้ว พี่ชายคนนี้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต…
เพียงแต่ว่าถ้าเธอยอมรับมัน นั่นก็เท่ากับว่าเธอพร้อมที่จะหันหลังให้กับสิ่งที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาแต่เด็ก หันหลังให้กับจารีต ประเพณี ความเชื่อที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน แล้วสร้างความเชื่อให้กับตัวเองใหม่ แต่มันคงต้องเป็นความลับระหว่างเธอและพี่ชายเธอแค่สองคนไปชั่วชีวิตเท่านั้น…

“พี่โตจะอยู่กับเล็กนานแค่ไหนคะ…” เสียงแผ่วเบาจากปากน้องสาว ทำให้พี่ชายชะโงกหน้ามาหอมแก้ม
“ชีวิตนี้พี่มีเล็กคนเดียวตั้งแต่เด็กๆ และจะเป็นอย่างนั้นตลอดไปชั่วชีวิตของพี่”
คำตอบทำให้น้องสาวนิ่ง ภาพตั้งแต่วัยเด็กย้อนกลับมาหา เธอดึงมือของพี่ชายที่กำลังเคล้นสองเต้าอย่างแผ่วเบามาแนบแก้มด้วยความรัก ไม่รู้เหมือนกันว่าตัดสินใจผิดหรือเปล่า แต่เธอเลือกแล้ว…
“อย่าทิ้งเล็กไปไหนนะคะ เล็กก็ไม่มีใครเหมือนกัน…” เสียงเบาจากปากเธอ พี่ชายยิ้มอ่อนโยน จูบเบาๆบนผมยาวสลวย
“เราจะอยู่กันอย่างนี้ตลอดไป พี่ให้สัญญา..” พี่ชายเอ่ยปากพลางดึงร่างเธอลงไปนอนหงาย ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยคราบน้ำตาบนใบหน้าของน้องสาว ก่อนจะจูบเบาๆบนริมฝีปากและเริ่มบทรักกับเธออีกครั้ง…
**********************************

กนิษฐานอนคิดเรื่องที่ผ่านมา ขณะที่พี่ชายนอนหลับอยู่ข้างๆ ตั้งแต่นั้นมา เธอและพี่ชายที่เธอเคารพรักก็อยู่ในบ้าน ทั้งในฐานะพี่ชายน้องสาวและฐานะคนรักในเวลาเดียวกัน ต่อหน้าบุคคลที่สาม เธอจะวางตัวอย่างมีมารยาท แต่เมื่ออยู่กันเอง ทั้งเธอและพี่ชายเธอจะใช้เวลาส่วนใหญ่บนเตียงของเขา จนเกือบสว่าง จึงค่อยๆออกจากห้องของพี่ชายและกลับไปนอนห้องของตัวเอง เพื่อไม่ให้คนใช้และคนในบ้านวิภาควิจารณ์ได้…

วรินทร์ยืนตัวแข็ง แอบมองตั้งแต่ต้นจนจบ เขาตะลึงเมื่อเห็นภาพที่ไม่สมควรเห็น ภาพที่คุณหญิงกนิษฐานอนอยู่บนเตียง ปล่อยให้คุณชายซึ่งเป็นพี่ชายเฟ้นฟอนหาความสุขจากเรือนร่าง มันเกินกว่าความคาดคิดของเขา ความคิดที่จะเรียกเพื่อให้คนทั้งสองพักผ่อนสำหรับเตรียมออกเดินทางในวันพรุ่งนี้หายไปจากหัว เพราะเห็นๆอยู่ว่าทั้งคู่บรรเลงเกมสวาทกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังไงก็คงเพลียและหลับไปเองนั่นแหล่ะ…
เขาค่อยๆปิดประตู จะก้าวลงจากเรือนหลังใหญ่ แต่ภาพที่เห็นมันทำให้ท่อนเนื้อที่ว่างเว้นจากการปลดปล่อยเนื่องจากต้องเดินทางเข้าป่าไปเป็นแรมเดินและพึ่งกลับเข้ามาที่พักแข็งตัวขึ้นมา วรินทร์เดินอย่างอึดอัดกลับมายังเรือนพักของตน ตั้งใจว่าจะปลดปล่อยความอึดอัดภายในออกด้วยตัวเอง แต่ก็ชะงักเมื่อมองไปเห็นคนกำลังเดินผ่านมา
“นายมีอะไรจะใช้ชบาอีกหรือเปล่า..” เสียงห้วนๆจากปากของสาวชาวบ้านแถวนั้นถามมา เพราะงานในเรือนหลังใหญ่และเรือนหลังเล็กเสร็จสิ้นหมดแล้ว เธอจึงจะขอตัวกลับบ้านก่อน
วรินทร์กำลังจะพยักหน้าให้ชบากลับบ้านได้ แต่เมื่อเหลือบมองอีกครั้งก็ต้องกลืนน้ำลาย เพราะชบาใส่เสื้อยืดคอกลม สวมผ้าถุง และที่สำคัญคือดูก็รู้ว่าเธอไม่ได้ใส่ยกทรงเพราะมองเห็นหัวนมดันเสื้อออกมาจนเห็นได้ชัด ที่ผ่านมา เขาไม่เคยสนใจอะไรสาวชาวบ้านแถวนี้มาก่อนเพราะไม่อยากให้คนแถวนี้เสียความนับถือ
“เดี๋ยว ชบา..” วรินทร์เรียกไว้ ชบาทำหน้าสงสัย
“มีอะไรให้ชบาทำอีกเหรอ..” เธอถาม
วรินทร์กลืนน้ำลาย ท่อนเนื้อในกางเกงมันดันตัวจนเขารู้สึกเจ็บ ยิ่งเห็นปลายยอดบนสองเต้าในเสื้อยืดที่ยืนอยู่ข้างหน้า ทำให้เขาหมดความอดทน
“เข้ามาในนี้ก่อนสิ..” วรินทร์เอ่ยปากง่ายๆ หญิงสาวทำหน้างง แต่ก็เดินตามเข้าไป

“นายมีอะไรให้ชบาทำเหรอ…” หญิงสาวถามง่ายๆ หันไปดูรอบๆก็ไม่เห็นมีงานอะไรต้องทำ วรินทร์นั่งอยู่บนเตียง

“ฉันอยากให้ชบาช่วยอะไรหน่อยได้หรือเปล่า เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางไกลแล้ว..” คำพูดด้วนๆยิ่งทำให้หญิงสาวแปลกใจ เธอยิ้มและพยักหน้าได้ง่ายๆ
“มานี่สิ..” วรินทร์กวักมือเรียกให้เธอเข้าไปใกล้ๆ
ชบาเดินเข้าไปยืนข้างเตียงของพรานหนุ่ม แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อวรินทร์ดึงร่างลงไปนั่งข้างๆตัว
“อะไร..นาย…” ชบาตกใจเพราะไม่เคยวรินทร์เป็นอย่างนี้มาก่อน สายตาที่เขามองร่างของเธอ มันดูแปลกไปกว่าที่เธอเคยเห็น
“ช่วยฉันหน่อยสิ..” วรินทร์พูดเพียงแค่นั้น ก่อนจะดึงร่างของสาวลูกบ้านเข้ามากอด ซุกใบหน้าลงบนซอกคอของหญิงสาวอย่างหนักหน่วง จูบไซ้ไปมาจนทั่ว
“นาย…อย่า…” หญิงสาวตกใจ พยายามดิ้นหนี แต่แขนที่แข็งแรงโอบกอดเธอไว้แน่น
“ชบา…ช่วยฉันหน่อย…ออกป่าไปตั้งเดือน…อึดอัดจะแย่อยู่แล้ว..” เสียงวรินทร์ดังกระท่อนกระแท่น ริมฝีปากที่ซุกไซ้จนทั่ว สองมือดึงรั้งเสื้อยืดออกจากศีรษะของเธอ เพียงแค่นั้น สองเต้าที่เพิ่งตูมเบ่งบานก็โผล่พ้นชายเสื้อออกมา
วรินทร์มองตาแทบถลน ถึงแม้ชบาจะมีผิวกายค่อนข้างคล้ำตามแบบฉบับของสาวบ้านป่า แต่กลิ่นกายสาวที่กระทบจมูกของเขา โดยเฉพาะเนินถันที่พุ่งชูชัน อวดปลายยอดสีชมพูจางๆ ทำให้เขาไม่สามารถอดใจได้ ยังไม่ทันที่ชบาจะตั้งตัว ใบหน้าของเขาก็ซบลงบนเนินอกแรกแย้มทันที มือที่ว่างจากการโอบกอด เลื่อนมาด้านหน้าจนสัมผัสกับเต่งเต้าวัยสาว…
ชบาสะดุ้งเฮือกเมื่อมือของผู้เป็นนายบ้านสัมผัสกับเต่งเต้าของเธอและบีบเคล้นช้าๆแต่หนักหน่วง เธอแอ่นกายขึ้นรับปลายลิ้นที่ฉกวูบเข้าใส่ปลายถันที่ค่อยๆเขม็งเกลียวขึ้นเป็นเม็ดตามอารมณ์ที่ก่อขึ้นในใจของผู้เป็นเจ้าของ ในใจของเธอไม่ได้นึกรังเกียจเขาเป็นทุนอยู่แล้ว เพราะวรินทร์ช่วยเหลือชาวบ้านแถวนั้นจนเป็นที่เคารพศรัทธาต่อลูกบ้าน ดังนั้น เมื่อเขาแสดงถึงความต้องการออกมาอย่างชัดเจนอย่างนี้ เธอก็เต็มใจที่จะทำทุกอย่างให้กับเขา…
อารมณ์ของวรินทร์เดือดพล่านไปด้วยความต้องการ ภาพที่พึ่งเห็นบนเรือนหลังใหญ่เมื่อครู่ กระตุ้นอารมณ์ที่เขาเก็บไว้ข้างในจนระเบิดออกมา เรือนร่างของชบาแม้จะไม่งดงามเท่ากับเรือนร่างที่เห็นเมื่อครู่ แต่ตอนนี้เขาต้องการเพียงแค่ให้ใครซักคนช่วยระบายความอึดอัดภายในออกไปเท่านั้น…

“นาย…ชบา…” หญิงสาวครางออกมาเมื่อถูกสองมือและปลายลิ้นของเขาระดมเข้าใส่จุดต่างๆที่ไวต่อการสัมผัส วรินทร์บีบเคล้นสองเต้าที่แน่นกระชับของเธอจนแทบแหลกเหลวคามือ
“นาย..ชบาเจ็บ” เธอครางกระซิบบอก ทำให้วรินทร์เพลามือให้เบาลง สองเต้าแดงช้ำเป็นรอยนิ้วมือเห็นได้ชัด
เขาฉกมือวูบอีกครั้ง หญิงสาวก็เย็นวาบไปทั้งร่างเมื่อรู้สึกว่าตั้งแต่ช่วงเอวลงไป ปราศจากสิ่งห่อหุ้มร่างกายอีก
“อุ๊ยย…นาย…” เธอจะขยับหลบ แต่เขากลับตะปบมือลงบนเนินเนื้อที่ดำสนิทไปด้วยเส้นขนละเอียด ชบาแอ่นเอวขึ้นรับอุ้งมือที่ลงไปขยำขยี้เนินเนื้อด้านล่างเหมือนจะให้หลุดตามมือออกมา
“นาย…อย่า..อุ๊ยย..ชบาเจ็บ..” เธอดิ้นพล่านเมื่อเขาเกลี่ยปลายนิ้วในร่องรอยแยกขึ้นลงอย่างรวดเร็ว น้ำบางอย่างภายในค่อยๆซึมออกมาตามรอยแยก วรินทร์ขยับนิ้วเข้าไปควานเบาๆ ทำให้ชบากระตุกไปทั้งตัว
“ชบา… ฉันไม่ไหวแล้ว..” วรินทร์กระหืดกระหอบพูด สองมือขยับถอดกางเกงและรูดออกจากปลายขาทั้งชั้นนอกและชั้นใน และดันร่างของลูกบ้านสาวล้มตัวนอนบนเตียง
พรานหนุ่มปีนขึ้นไปนอนคร่อมบนร่างของเธอทันที ริมฝีปากซบลงกับเต่งเต้าที่อยู่เบื้องหน้า ปลายลิ้นยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เธอพร้อมสำหรับสิ่งที่เขากำลังจะทำ ร่างของเธอแอ่นขึ้นลงตามปลายลิ้นที่ตวัดเข้าใส่ปลายถันที่เปลี่ยนจากสีชมพูเป็นแดงกล่ำไปทั้งเม็ด วรินทร์ขยับตัวเข้าไปอยู่กลางหว่างขาของเธอแล้วประคองจับท่อนเนื้อจ่อเข้าใส่ร่องรักของสาวลูกบ้านทันที
“อุ๊ยย…นาย..จะทำอะไร…” ชบาสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างป้วนเปี้ยนอยู่แถวเนินเนื้อของเธอ แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกว่าวรินทร์ดันแก่นกายของเขาเข้ามาในร่องรักอย่างรุนแรง
“โอ๊ยย…นาย…เบาๆก่อน..โอ๊ย..” หญิงสาวร้องลั่น ดิ้นพล่านทั่วเตียง เพราะวรินทร์กดท่อนเนื้อเข้ามาในตัวเธออย่างหักโหม ร่องรักของเธอแบะอ้าออกรับท่อนเนื้อที่มุดเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ชบานอนอ้าปากค้าง น้ำตาไหลพราก ร้องไม่ออก เพราะตอนนี้ท่อนเนื้อของเขามุดเข้ามาในร่างเธอจนโหนกเนื้อของเขาแนบสนิทกับเนินเนื้อของเธอจนแนบแน่น
“อ้า…” วรินทร์ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆเมื่อรู้สึกว่าท่อนเนื้อเข้าไปในร่างของหญิงสาวจนหมดแล้ว เหลือบมองดูเธอก็สงสารเพราะรู้ว่าเธอคงเจ็บ แต่เขาเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่จริงๆ ร่องรักของเธอแน่นกระชับด้วยวัยสาว
เขาอยากจะรอให้เธอผ่อนคลายจากอาการเจ็บก่อน แต่ร่องรักของเธอขมิบตอดท่อนเนื้อของเขาเบาๆจนทั้งคันทั้งเสียวไปหมด จึงค่อยๆถอนท่อนเนื้อออกจากร่างของเธอ
“โอ๊ย..นาย..เดี๋ยว…เดี๋ยวก่อน…” ชบาร้องครวญครางแอ่นตัวตามเพราะยังไม่หายจากอาการเสียดแน่นไปทั้งท้องน้อย แต่วรินทร์ไม่รั้งรออีกแล้ว เมื่อโยกร่างบนตัวเธอได้ซักพักก็เริ่มขยับตัวเร่งความเร็วทันที
“ชบา…ฉัน..ฉัน..” วรินทร์ครางพลางกระแทกร่างเข้าใส่เธออย่างหนักหน่วง ชบาได้แต่แอ่นเอวขึ้นลงตามแรงดึงของท่อนเนื้อที่มุดเข้าออกในตัวเธอ

“นาย..นาย…ชบา..แน่นไปหมด..” เธอครางเมื่อรู้สึกว่าผู้เป็นนายบ้านเร่งความเร็วในการบดขยี้เนินเนื้อของเธอเร็วขึ้น
วรินทร์ไม่สามารถอดทนรอให้ชบาไปถึงพร้อมๆกับเขาได้ ร่างของเขาบดกระแทกเข้าใส่ตัวเธออย่างหนักหน่วง และเร่งจนเร็วถี่ยิบ…
“ชบา…ฉัน..ฉัน…ไม่ไหวแล้ว..” เขาร้องครางพลางขยับกระแทกเข้าใส่เธอถี่ยิบ ก่อนจะกัดฟันแน่น กดร่างเข้าใส่เธอและเบียดร่างจนแนบสนิทกับเธอ
“อ้า…” วรินทร์ครางออกมา ชบาสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกว่าเขาฉีดน้ำเข้ามาในตัวเธออย่างรุนแรง เธอกระตุกร่างตามจังหวะที่ความร้อนนั้นพุ่งเข้ามาในตัวเธอเหมือนกับจะไม่มีวันหมด
“นาย…” ชบาครางเบาๆ เมื่อรู้สึกว่าเขาปลดปล่อยหยาดน้ำร้อนผ่าวเข้ามาในตัวเธอจนหมดแล้ว วรินทร์นอนนิ่งอยู่ซักพักก็ค่อยๆดึงตัวออกจากร่างของเธอ ชบาแอ่นตัวตามเมื่อท่อนเนื้อถูกดึงออกจากร่าง หยาดน้ำรักของทั้งเขาและเธอทะลักออกมาจากร่องรักของเธอไหลเยิ้มผ่านต้นขาจนเปียกนองทั่วที่นอน…

วรินทร์นอนนิ่งหมดแรง น้ำรักที่เก็บกักร่วมเดือนถูกปลดปล่อยออกจนหมดเกลี้ยง เหลือบหันไปมองร่างของลูกบ้านสาวก็ต้องหลบตา เพราะร่างของเธอแดงช้ำไปหมด โดยเฉพาะสองเต้าที่แดงกล่ำเพราะแรงบีบเคล้นอย่างลืมตัวของเขา อารมณ์ที่ปลดปล่อยออกไปเรียบร้อยทำให้สำนึกผิดชอบกลับมาหาเขาอีกครั้ง กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ ก็เห็นเธอขยับตัว..
“ชบา…” วรินทร์พูดไม่ออก
“ไม่เป็นไรหรอกนาย…” ชบาพูด พลางขยับตัวแต่ก็ต้องสูดปากด้วยความแสบเนินเนื้อด้านล่าง “…อะไรที่นายทำแล้วรู้สึกดี ชบาก็ดีใจด้วย”
วรินทร์นั่งมองดูลูกบ้านสาวค่อยๆแต่งตัวกลับเหมือนเดิม เธอค่อยๆลุกขึ้นยืน
“นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอก…” เธอฝืนยิ้มทั้งๆที่ยังเจ็บอยู่ “…ชบาไม่บอกใครหรอก แล้วพรุ่งนี้นายต้องเดินทางไกล ชบาช่วยนายได้ก็ดีใจแล้ว นายพักเถอะนะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ชบาไปล่ะ” สิ้นเสียงพูด ลูกบ้านสาวที่พึ่งถูกเขาใช้เป็นที่ระบายความใคร่ก็ค่อยๆเดินออกไปจากห้อง..
วรินทร์มองตามด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก ตอนนี้อารมณ์ของเขากลับมาแจ่มใสเหมือนเดิมแล้ว ถึงแม้จะยังรู้สึกผิดในสิ่งที่พึ่งกระทำไป แต่เขาก็ต้องสลัดความรู้สึกทั้งหมดออกและใช้ความคิดถึงวันพรุ่งนี้ที่จะต้องออกเดินทางอย่างไม่รู้อนาคต ทุกสิ่งทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว รอเพียงแค่ให้ตะวันขึ้นเท่านั้น…

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านกิ่งใบของต้นไม้ที่สูงตระหง่านขนาดสามคนโอบลงมา สองข้างทางเป็นป่าทึบ เถาวัลย์เกี่ยวพันระโยงระยาง ขบวนคาราวานคณะเดินทางเพื่อติดตามหาผู้สูญหาย อันประกอบด้วยฝ่ายนายจ้างคือธาราและกนิษฐา ฝ่ายพรานนำทางได้แก่วรินทร์และพรานพื้นเมืองคู่ใจอีกสามคน คือ ผา วัยห้าสิบเศษ เคี้ยวหมากจนปากแดงเถือกไปหมด รูปร่างล่ำสันแข็งแรง จิต วัยสามสิบห้า รูปร่างอ้อนแอ้นแต่แข็งเกร็ง มักจะอมฝิ่นไว้ในปาก ท่าทางอารมณ์ดี หัวเราะร่วนตลอดเวลา เส่ง เด็กหนุ่มกระเหรี่ยงวัยยี่สิบห้า ท่าทางบึกบึน เงียบขรึม ไม่พูดไม่จาอะไร และฝ่ายลูกจ้างซึ่งมีนายเลา เป็นหัวหน้าลูกหาบจำนวนสิบห้าคน…
ทั้งหมดออกเดินทางจากบ้านพักของวรินทร์มาตั้งแต่เช้ามืด ตลอดทางที่ผ่านมา วรินทร์เดินนำหน้า สายตามองกวาดทั่วทั้งบริเวณ มือถือไรเฟิลคู่มืออย่างไม่ประมาท โดยมีเกวียนของนายจ้างทั้งสองตามมา มีจิตและเส่งคุ้มกันอยู่ด้านซ้ายและขวาของเกวียน ส่วนเกวียนอีกสองลำสำหรับบรรทุกสัมภาระ ถูกควบคุมโดยลูกหาบตามมาติดๆ โดยผาทำหน้าที่คุ้มกันท้ายขบวน ฝ่ายนายจ้างโดยเฉพาะกนิษฐา นั่งมองสองข้างทางอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะเป็นครั้งแรกของเธอ ที่ได้เดินทางเข้ามาในป่าลึกขนาดนี้ เสียงนกแปลกหู อีกทั้งเสียงร้องของสัตว์ต่างๆที่เธอไม่เคยได้ยิน ดังแว่วมาให้ได้ยินตลอดเวลา
“วรินทร์..” หญิงสาวร้องเรียก ชายหนุ่มหันมามอง เธอพยักหน้าเป็นเชิงเรียก เขาจึงลดความเร็วของฝีเท้าลงจนมาเดินตีคู่กับเกวียนของนายจ้าง
“เราจะใช้อะไรเป็นเครื่องนำทางล่ะ ว่าพี่ไชยาไปทางไหน..” เธอถามพลางมองสองข้างทาง วรินทร์เหลือบมองต้นขาอวบอัดที่อยู่ภายใต้กางเกงเดินป่ารัดรูป โหนกเนื้อกลางลำตัวนูนขึ้นมาจนเห็นได้ชัด ในหัวยังจำภาพเปลือยเปล่าที่นอนบิดร่างไปมาอยู่บนเตียงเมื่อคืนนี้ได้อย่างติดตา
“ผมพอจะรู้คร่าวๆครับ ว่าคุณชายไชยาใช้เส้นทางไหนในการออกเดินทาง คุณหญิงอย่าเป็นห่วงไปเลยครับ”
“ว่าแต่ว่าคืนนี้เราจะพักที่ไหนล่ะ..” ธาราถามมาบ้าง หางตาเห็นแวบๆว่าพรานหนุ่มแอบชำเลืองมองเป้ากางเกงน้องสาวของตน พอชำเลืองมองดูบ้างก็ต้องกลืนน้ำลาย เพราะเป้ากางเกงของน้องสาวมันอวบนูนจนแทบไม่ต้องจินตนาการถึงโหนกเนื้อภายในเลย นี่ถ้าไม่ต้องเกรงใจพรานหนุ่มและคนอื่นๆ เขาอยากจะขอให้พักขบวนซักครู่ เพื่อเข้าไปปลดปล่อยอารมณ์ในเนินเนื้อที่อยู่ภายในกางเกงรัดรูปนั้นให้หายอยากซะก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อ
“วันนี้เราจะพักในเขตที่เรียกว่าบึงผีสิง ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ประมาณห้าชั่วโมงครับ” วรินทร์เงยหน้าจากเนินเนื้ออวบอูมของหญิงสาว หันไปตอบธารา
“บึงผีสิง…” หญิงสาวทวนคำ ทำท่าขนลุก “…ชื่อน่ากลัวจังเลย..”
“ทำไมถึงเรียกบึงผีสิงล่ะ..” ธาราถาม วรินทร์หัวเราะหึๆ เมื่อเห็นนายจ้างสาวทำท่ากลัว
“มันเป็นความเชื่อของชาวบ้านแถวนี้ครับ..” เขาอธิบาย “…ว่ากันว่า วันดีคืนดีจะมีบางอย่างในบึง โผล่ขึ้นมาฉุดลากคนที่นอนอยู่บริเวณนั้นลงไปในน้ำ แล้วไม่โผล่ขึ้นมาอีกเลย..”
หญิงสาวหันไปมองหน้าพี่ชายด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก
“เราหาที่พักที่อื่นไม่ได้เหรอ…” ธาราถามวรินทร์เพราะรู้ว่าน้องสาวไม่อยากนอนพักในที่แบบนั้น วรินทร์ส่ายหน้า
“ไม่ได้หรอกครับ…” เขาตอบง่ายๆ “…ที่นั่นสะดวกที่สุดแล้วเพราะอยู่ใกล้น้ำและที่ผ่านมา เวลาต้องค้างคืน ผมก็นอนกับคนของผมที่นั่นทุกครั้ง ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย..” เขาหัวเราะเบาๆ
“…คุณหญิงอย่ากลัวไปเลยครับ…” พรานหนุ่มปลอบ “…เรามาตั้งหลายคน ผมรับรองว่าคุณหญิงจะปลอดภัยอย่างแน่นอน ขอร้องเพียงแต่ว่าถ้าจะเดินไปไหน ก็ให้พรานของผมเดินไปเป็นเพื่อนด้วยแค่นั้น ว่ากันตามความจริง มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอกครับ เพียงแต่บริเวณนั้นมันเงียบสงบ พอตกดึก ชาวบ้านก็สร้างภาพกันขึ้นมาเอง ไม่ใช่เรื่องผีสางอะไรอย่างที่เขาเล่ากันหรอกครับ..”
กนิษฐาจ้องหน้าเขาอย่างไม่แน่ใจ แต่เธอตกลงใจแล้วว่าจะร่วมเดินทางไปด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าเพียงเรื่องแค่นี้ก็ทำให้เธอหวาดกลัวเสียแล้ว ในอนาคตยังมีเรื่องที่รอเธออยู่ แล้วเธอจะร่วมเดินทางไปได้อย่างไร…
“ถ้าคุณรับรองอย่างนั้น ฉันจะเชื่อก็แล้วกัน…” เธอพูดเบาๆ ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มๆ หันหลังจะเดินกลับไปนำหน้าขบวนต่อ หางตาเหลือบเข้าไปในสาบเสื้อที่กลัดกระดุมอย่างหมิ่นเหม่ของหญิงสาว มองเห็นเนินอกขาวผ่องชั่วแวบหนึ่ง วรินทร์กลืนน้ำลายก่อนจะตัดใจเดินไปข้างหน้าต่อไป

สองชั่วโมงผ่านไป เส้นทางที่ขบวนเดินผ่านเงียบสนิท ใบไม้และกิ่งไม้บริเวณนั้นนิ่งไม่กระดิก ปราศจากเสียงสัตว์ให้ได้ยินแม้แต่น้อย วรินทร์เหลือบหันไปมองด้านหลัง นายจ้างทั้งสองนั่งหลับตา พิงร่างกันอยู่บนเกวียนด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง คนของเขายังเดินสบายๆเพราะแต่ละคนผ่านการเดินป่ามาจนชินแล้ว เสียงที่ได้ยินมีเพียงเสียงย่ำเท้าและเสียงล้อเกวียนที่ดังกรอบแกรบขณะที่ผ่านใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นลงมา…
ตะวันตรงศีรษะ ขบวนเกวียนมาหยุดพักกินข้าวในร่มไม้ที่อยู่ติดเชิงเขาลูกเล็กๆ กลุ่มลูกจ้างจัดแจงหยิบห่ออาหารที่เตรียมไว้สำหรับเป็นเสบียงมื้อเที่ยงออกมานั่งล้อมวงกินด้วยกัน
“คุณชายกับคุณหญิงนั่งทานบนเกวียนก็ได้นะครับ ไม่ต้องลงมาหรอก..” วรินทร์เอ่ยปากเมื่อเห็นนายจ้างขยับตัวจะลงมาจากเกวียน ธารากลับขึ้นไปนั่งตามเดิม แต่กนิษฐายังคงกระโดดลงมาจากเกวียน เอื้อมมือไปหยิบไรเฟิลที่วางอยู่บนที่นั่ง หันมาทางเขา
“ฉันยังไม่หิวหรอก…” หญิงสาวหันมาพูดพลางมองไปรอบๆ “…ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว คุณช่วยพาฉันไปหาเป้าลองซ้อมมือดูหน่อยสิ..”
วรินทร์มองตาโต อมยิ้ม เพราะรูปร่างของหญิงสาวไม่บอกว่าจะเป็นนักยิงปืนที่ดีแม้แต่นิดเดียว รูปร่างเพรียวบางภายใต้ชุดเดินป่ารัดแนบเนื้อ มองเห็นทรวงอกพุ่งตระหง่าน ลาดลงมาตามหน้าท้องที่แบนราบ รับกับเนินเนื้อที่อวบอูมด้านล่าง เธอน่าจะเป็นนางแบบมากกว่าจะมาเดินป่าแบบนี้ แต่เขาก็ไม่อยากขัดใจ
“ตามใจคุณหญิงสิครับ ถ้าคิดว่ายิงได้..” เขาพูดเสียงยิ้มๆ ธาราหัวเราะตะโกนมาจากบนเกวียน
“ปล่อยเขาเถอะวรินทร์ ให้ไปลองยิงดู เดี๋ยวเมื่อยมือก็เบื่อเองนั่นแหล่ะ”
หญิงสาวหันมาค้อนผู้เป็นพี่ชาย
“เล็กอยากลองดูเท่านั้นเองแหล่ะค่ะ ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว ถ้าไม่ได้ยิงปืนเลย มันก็เหมือนไม่ได้เข้าป่า…” เธอหันมาทางชายหนุ่ม “…คุณพาไปเถอะ ให้พี่โตทานคนเดียวไปก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยกลับมาทานทีหลังก็ได้” พรานหนุ่มพยักหน้ายิ้มให้ หญิงสาวรีบเดินนำหน้าเขาเข้าไปในพงด้านข้างเพื่อซ้อมยิงปืน

“ไหนล่ะ ยิงตรงไหน..” หญิงสาวหันมาถามหลังจากที่พรานหนุ่มพาเดินมาชั่วเหงื่อซึม วรินทร์ซึ่งเดินตามหลังหญิงสาวและคอยชี้บอกทาง แอบลอบมองบั้นท้ายเนื้อแน่น สะโพกผายที่มองเห็นจากด้านหลัง บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของเนินเนื้อด้านหน้าที่อวบอูมจนแทบล้นออกมาจากเป้ากางเกง ภาพที่เห็นเบื้องหน้าและที่จดจำได้จากเมื่อคืน ทำให้ท่อนเนื้อของเขาแข็งตัวดันเป้ากางเกงขึ้นมาเป็นลำอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ เขาฝืนยิ้มพลางชี้ขึ้นไปบนต้นไม้ที่มองเห็นลิบๆ

หญิงสาวเงยหน้ามอง ก็เห็นนกเงือกเกาะอยู่บนต้นไม้ ห่างออกไปประมาณสามสิบเมตร
“นั่นแหล่ะครับ คุณหญิงยิงตามสบายเลยครับ..” วรินทร์พูดพลางหลบมายืนด้านหลัง เพื่อให้เธอมองเป้าได้อย่างสะดวก
หญิงสาวหันมามองหน้าเขาก่อนจะบรรจงเล็งศูนย์ปืนจนมองเห็นนกเงือกอยู่ในกากบาท กลั้นใจก่อนจะเหนี่ยวไกยิง
เปรี้ยง!!!
“อุ๊ย…” หญิงสาวอุทาน แรงสะท้อนของไรเฟิลในมือทำให้ร่างเซมาปะทะร่างเล็กแต่แข็งเกร็งที่ยืนอยู่ข้างหลัง
วรินทร์เอื้อมมือมาคว้าร่างของหญิงสาวเพื่อไม่ให้สะดุดล้ม แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าสองมือที่โอบยึดร่างเธอไว้ มันตะปบเอาสองเต้าของเธอไว้เต็มกำมือ สัมผัสที่ได้รับมันเต็มไปด้วยความหยุ่น แน่นกระชับมือ แต่เพียงแวบเดียว เขาก็รีบปล่อยมือออก
“อุ๊ย…” หญิงสาวอุทานอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่าทรวงอกเต่งตึงถูกสัมผัสโดยมือของผู้ที่อยู่ด้านหลัง และที่สำคัญ บั้นท้ายแน่นกระชับที่กระทบส่วนล่างของเขา จนรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งกลางลำตัวเขาที่สะโพกของเธอสัมผัสโดน
“ขอโทษครับ..” วรินทร์รีบเอ่ยปากขอโทษเมื่อเห็นหญิงสาวหันมามอง หน้าแดงกล่ำ ไม่แน่ใจว่าเขาจงใจหรือว่าบังเอิญแตะต้องทรวงอกของเธอกันแน่ แต่ที่เธอแน่ใจอย่างหนึ่งก็คือท่อนเนื้อในกางเกงเดินป่าของเขามันแข็งราวกับหิน และสัมผัสเพียงชั่วแวบบอกให้รู้ว่ามันมีขนาดไม่แตกต่างจากของพี่ชายเธอเลย
หญิงสาวยืนนิ่งอึ้งอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เดินไปด้านหน้าและลองซ้อมมือยิงโน่นยิงนี่อีกซักพัก ก่อนจะเดินกลับมาหาเขา
“เรากลับกันดีกว่า..” หญิงสาวพูดเกือบเป็นเสียงกระซิบ ใบหน้าสีชมพูไก๋ไปมองเส้นทางที่ต้องเดินกลับเกวียน
วรินทร์ก็เห็นด้วยเพราะเรือนร่างที่เซมาปะทะร่างของเขาเมื่อครู่ มันเปี่ยมไปด้วยพลังที่ทำให้เขาปั่นป่วนไปหมด หนั่นเนื้อด้านหลังที่แนบกับท่อนล่างของเขามันแน่นกระชับราวติดสปริง ถึงจะเป็นแค่แวบเดียว แต่ก็ทำให้เขาอึดอัดไปทั้งร่าง
วรินทร์นำหญิงสาวกลับมายังเกวียนเพื่อให้เธอทานอาหารร่วมกับพี่ชาย ส่วนตัวของเขาไปนั่งทานรวมกับพรานคู่ใจ ซึ่งตลอดเวลา หญิงสาวไม่ได้หันกลับมามองเขาอีกเลย…

ขบวนคาราวานออกเดินทางต่อหลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จเรียบร้อยแล้ว วรินทร์ยังคงเดินนำหน้าขบวนเหมือนเคย นายจ้างทั้งสองนั่งอยู่บนเกวียน ธาราเมื่อออกเดินทาง ก็หลับพักผ่อนเพื่อเก็บแรงไว้ ส่วนหญิงสาวนั่งมองร่างของพรานหนุ่มที่เดินดุ่มๆอยู่เบื้องหน้า นานๆครั้งจะได้ยินเสียงเขาเรียกพรานคู่ใจเข้าไปหารือถึงเส้นทาง เมื่อกำหนดได้แล้วก็ออกเดินนำหน้าเหมือนเดิม

ภาพของพรานหนุ่มที่เธอเห็น ทำให้นึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อตอนที่ซ้อมยิงปืน หญิงสาวรู้จากประสบการณ์ที่อยู่ร่วมกับพี่ชายว่าเมื่อพี่ของเธอมีอารมณ์ ท่อนเนื้อตรงนั้นของเขาจะแข็งตัวขึ้นมาซึ่งเธอเห็นจนชินตา แต่เมื่อสักครู่นี้ เธอนึกไม่ออกว่าพรานนำทางมีอารมณ์เพราะเหตุใด จะบอกว่าเป็นเพราะเธอ แต่เธอก็จำได้ว่าเธอวางตัวดีมาตลอด และจากคำรับรองของผู้อำนวยการสถานีกักสัตว์ว่าวรินทร์เป็นคนที่ไว้ใจได้ในทุกๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจในการเปลี่ยนแปลงของเขาโดยเฉพาะบริเวณเป้ากางเกง…
หญิงสาวยิ้มเล็กน้อย หรือว่าพรานหนุ่มก็แอบชอบเธอ แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเขาไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาแม้แต่นิดเดียว คงทำหน้าที่เป็นพรานนำทางเพียงแค่นั้น แต่…เรื่องอย่างนี้ปิดกันได้ไม่นานหรอก ยิ่งต้องออกเดินทางมาด้วยกันอย่างนี้ ซักวันหนึ่ง เขาก็ต้องแสดงความรู้สึกออกมาให้เธอเห็นเองนั่นแหล่ะ…

แดดสุดท้ายลับสายตาไป ขบวนคาราวานมาหยุดพักบริเวณบึงน้ำแห่งหนึ่ง ล้อมรอบด้วยพรรณกล้วยไม้หลากชนิด ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว ไก่ป่าฝูงเล็กๆเดินมาริมบึงและก้มลงจิกกินน้ำอย่างเงียบกริบ เก้งยืนเล็มใบไม้อยู่อย่างสงบ ทัศนียภาพยามนี้ สวยงามกว่าที่พรานนำทางพูดถึงไว้อย่างเทียบไม่ได้ หญิงสาวคิดพลางมองดูความงามรอบๆตัว เธอดูไม่ออกเลยว่าเพราะเหตุใด ที่แห่งนี้ถึงได้มีชื่อน่ากลัวเช่นนั้น พี่ชายของเธอเดินไปยืนอยู่ริมน้ำ มองดูแสงตะวันที่กำลังลับหายจากท้องฟ้า…
“ที่นี่น่ะเหรอ ที่เรียกว่าบึงผีสิง..” หญิงสาวถามลอยๆ ขณะที่ลูกหาบต่างกางเต้นท์เพื่อให้เป็นที่พักของเธอและพี่ชาย อีกส่วนหนึ่งกำลังก่อกองไฟสำหรับเตรียมหุงหาอาหารและใช้เป็นรั้วสำหรับป้องกันอันตรายยามค่ำคืน
“ครับ ที่นี่แหล่ะ บึงผีสิง..” วรินทร์ตอบขณะที่นั่งถอดลูกเลื่อนและทำความสะอาดปืนคู่มือ
“ดูไม่ออกเลย ว่ามันน่ากลัวตรงไหน ฉันว่าสวยดีออก..” หญิงสาวยังคงสงสัย พรานหนุ่มเหลือบมองเป้ากางเกงที่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงเล็กน้อยเพราะเจ้าของร่างมายืนอยู่ใกล้ๆ เนินเนื้ออวบอูมที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าทำให้ชายหนุ่มกลืนน้ำลาย อยากจะบอกว่าไอ้วิวที่เขากำลังดูอยู่เนี่ยก็สวยเหมือนกัน แต่ก็ฝืนใจตอบ
“ผมบอกแล้วไงครับ ว่าอะไรๆมันอยู่ที่เราคิดทั้งนั้น ถ้าคุณหญิงไม่กลัว นั่นก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะแสดงว่าคุณหญิงมีจิตใจที่เข้มแข็ง อย่างนี้ผมรับรองว่าไปได้ทุกที่แหล่ะครับ” เขาหลบสายตาลงจากเนินเนื้องดงามนั้นพลางประกอบปืนและบรรจุกระสุนเตรียมพร้อมไว้
หญิงสาวเดินไปนั่งข้างๆพี่ชายที่กำลังนั่งอยู่ริมบึง
“สวยดีนะคะ..” เธอเอ่ยกับพี่ชายเบาๆ สายตามองดูธรรมชาติที่งดงาม

ธาราหันมายิ้มให้ สายตามองลอดเสื้อเดินป่าเข้าไป เหงื่อที่ซึมออกมาทำให้ทรวงอกของเธอพุ่งดันเสื้อออกมาจนมองเห็นเม็ดทับทิมปลายยอดอย่างชัดเจน เนินเนื้อที่อวบอูมใต้กางเกงเดินป่า ทำให้เขาแอบกลืนน้ำลาย อารมณ์ที่พึ่งได้ระบายออกบนเรือนร่างของน้องสาวเมื่อคืนค่อยๆกลับมาอีกครั้ง ท่อนเนื้อที่นอนนิ่งสงบอยู่ในกางเกงเริ่มขยับขยายตัวตามภาพที่เห็น บรรยากาศที่สวยงามตอนนี้ ทำให้เขาอยากปลดปล่อยอารมณ์กับเธออีกซักครั้ง แต่จะทำอย่างไร เพราะเขาไม่ได้อยู่กับน้องสาวเพียงแค่สองคน…
“เอาไว้ดึกๆเราลองมาเดินเล่นที่นี่กันดีกว่า พี่ว่ามันต้องสวยงามกว่านี้แน่ๆ..” ธาราเอ่ยกระซิบ น้องสาวหันมายิ้มให้ ทำไมจะไม่รู้ว่าพี่ชายตัวเองคิดอะไรอยู่ อีกอย่างหนึ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่อตอนสาย มันทำให้เธอมีอารมณ์ขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่เธอจำได้ว่าวรินทร์เคยบอกว่าถ้าจะไปไหน ก็ให้มีพรานของเขาไปเป็นเพื่อนด้วยทุกครั้ง
“เราอย่าบอกใครสิ…” พี่ชายพูดยิ้มๆเพราะรู้ใจน้องสาว “…ทำไมพี่จะดูแลน้องตัวเองไม่ได้ หรือเล็กอยากให้มีคนอื่นมานั่งดูอยู่ด้วยล่ะ..”
น้องสาวค้อน หน้าแดง เรื่องอย่างนี้ ใครเขาจะอยากให้คนอื่นเห็น เธอหันกลับไปมองจุดที่ตั้งเต้นท์ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก คิดว่าคงไม่มีอันตรายใดๆในระยะใกล้ๆอย่างนี้หรอก อารมณ์ที่ปั่นป่วนทำให้เธอหันมายิ้มให้กับพี่ชายและพยักหน้านิดๆเป็นเชิงตกลง…

ภายหลังทานอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว นายจ้างทั้งสองนั่งคุยกับวรินทร์และพรานพื้นเมืองอีกชั่วครู่ ก่อนจะเข้าไปในเต้นท์เพื่อพักผ่อน วรินทร์จัดเวรยามสำหรับเฝ้าที่พักคืนนี้ ส่วนตัวเขาเอง นอนห่างจากเต้นท์ของนายจ้างออกไปเพื่อดูแลความปลอดภัยให้ทั่วทั้งที่พัก แต่ลึกๆแล้วเขาต้องการนอนห่างจากเต้นท์ของนายจ้างเพราะกลัวว่าคืนนี้จะได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยิน ไม่ว่าจะเป็นเสียงครวญครางหรือเสียงโยกบนเตียงสนาม ซึ่งบรรดาเสียงเหล่านั้นมันคงจะทำให้เขาอึดอัดจนนอนไม่หลับเป็นแน่ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าขณะที่นายจ้างสาวถอยหลังมาชนตัว กลิ่นหอมอ่อนๆจากเรือนร่างบวกกับหนั่นเนื้อแน่นกระชับที่กระแทกตัวเขา ยังคงคั่งค้างอยู่ในสมอง
เพียงแค่คิด…ท่อนเนื้อที่อุตส่าห์ข่มใจให้สงบก็แข็งตัวขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มนอนพลิกซ้ายพลิกขวาด้วยความหงุดหงิด ความสุขที่พึ่งได้รับจากชบา สาวลูกบ้านที่ยอมให้เขาใช้ร่างกายของเธอปลดปล่อยความอัดอั้นในตัวออกเมื่อคืน ดูเหมือนจะไม่เพียงพอสำหรับเขาเสียแล้ว…

วรินทร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผุดลุกขึ้นนั่ง ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่าง เขาคงไม่สามารถนอนหลับได้แน่ ตัดสินใจมองซ้ายมองขวาเพื่อหาที่ปลดปล่อยอารมณ์ อย่างน้อยก็ทำให้ท่อนเนื้อที่แข็งราวกับหินนั้นสงบลงชั่วคราวก็ยังดี เขาเดินอ้อมผ่านเต้นท์ของนายจ้างเพื่อจะหลบไปด้านหลังของบริเวณที่พัก แต่ก็ต้องชะงักนิ่ง รู้สึกถึงความผิดปกติ เพราะภายในเต้นท์ของนายจ้างนั้นเงียบสนิท ปราศจากเสียงหรือแสงไฟใดๆทั้งสิ้น ซึ่งผิดปกติวิสัยของคนทั้งสอง วรินทร์เดินมายืนข้างๆเต้นท์แล้วแนบหูกับผ้าใบเพื่อฟังเสียง แต่ไม่มีเสียงใดๆแม้แต่น้อย เขายืนคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะเดินมาหน้าเต้นท์แล้วค่อยๆเปิดและมองภายในเต้นท์จนทั่ว…
ร่างของกนิษฐานอนหลับสนิทอยู่บนเตียงสนาม ห่มผ้าคลุมตัวด้วยความเย็นของอากาศที่ยะเยือกไปทั่วบริเวณ วรินทร์มองที่เตียงของธาราแล้วต้องขมวดคิ้วย่น เพราะบนเตียงนั้นไม่มีร่างของนายจ้างผู้พี่ ผ้าห่มถูกคลี่ออกบนเตียง นั่นแสดงว่าผู้เป็นเจ้าของล้มตัวลงนอนแล้ว และลุกเดินออกไป…
เขานิ่งคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะค่อยๆเดินมาที่เตียงของนายจ้างสาวและเขย่าตัวเรียกเบาๆ
“คุณหญิง…คุณหญิงครับ..” วรินทร์กระซิบเรียก กนิษฐาบิดกายเบาๆก่อนจะลืมตา และรีบลุกขึ้นมานั่งทันทีเมื่อเห็นพรานนำทางมายืนอยู่ข้างเตียง
“มีอะไรเหรอ..” หญิงสาวถามพลางมองไปที่เตียงของพี่ชายแล้วชะงักเพราะไม่เห็นพี่ของเธอนอนอยู่
“คุณหญิงทราบหรือเปล่าครับ ว่าคุณชายหายไปไหน..” คำถามนั้น ทำให้เธอหายจากอาการสะลืมสะลือทันที
“ไม่รู้สิ ฉันเข้ามานั่งคุยกับพี่โตซักพัก แล้ว…” เธอหันไปมองโดยรอบ “…แล้วนี่ฉันหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย จำได้ว่านั่งคุยกับพี่โตอยู่ดีๆ..” น้ำเสียงเธอตกใจ

“คุณหญิงจำได้หรือเปล่าว่าคุยเรื่องอะไรกับคุณชาย..” เขาพยายามทำเสียงให้ปกติ ซึ่งตรงกันข้ามกับใจที่ร้อนดั่งไฟ
“อืมม…ก็คุยกันหลายเรื่องนะ แต่เดี๋ยว…” เธอทำท่านึกขึ้นได้ หันมามองหน้าเขา “…ตอนที่ยืนอยู่ที่ริมบึงเมื่อตอนเย็น พี่โตชวนฉัน บอกว่าให้ออกไปชมวิวที่ริมบึงตอนกลางคืนกัน ฉันนึกว่าเขาพูดเล่น เพราะไม่เห็นเอ่ยปากชวนอีกเลย..”
วรินทร์นิ่งคิด ธาราจะไปที่ไหนได้ในยามค่ำคืนเช่นนี้ วูบหนึ่ง!!! เขาคิดแล้วก็สะดุ้ง หรือธาราจะออกไปที่บึงจริงๆ
ชายหนุ่มใช้หลังมือเช็ดเหงื่อใต้จมูก ธาราไม่น่าจะบ้าระห่ำออกไปเดินเล่นริมบึงกลางดึกอย่างนี้ ทั้งๆที่เขาห้ามแล้วห้ามอีก ทั้งยังบอกแล้วว่าถ้าจะไปไหน ก็ขอให้มีพรานของเขาไปเป็นเพื่อนด้วย แต่ดูเหมือนนายจ้างจะไม่ยอมฟังคำเตือนของเขาเสียแล้ว…
“คุณหญิงรออยู่ที่นี่นะครับ เดี๋ยวผมกลับมา..” วรินทร์ขยับตัว แต่ต้องชะงักเมื่อหญิงสาวเอื้อมมือมาดึงแขนเขาไว้
“ไม่เอา ฉันไปด้วย…” หญิงสาวพูดเด็ดขาด เขาตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เวลาทุกวินาทีมีค่า เขาไม่อยากเสียเวลาห้ามปรามเธอ จึงพยักหน้าให้ หญิงสาวรีบขยับตัวหยิบไรเฟิลและไฟฉายลุกขึ้นจากเตียง
ไม่รออะไรทั้งสิ้น…วรินทร์สาวเท้าเดินไปยังริมบึงน้ำพร้อมไรเฟิลในมือที่ปลดเซฟไว้แล้ว สายตามองกวาดทั่วเส้นทางที่ตนเองกำลังเดินก้าวไปอย่างรวดเร็วโดยมีร่างของนายจ้างสาวก้าวตามมาติดๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าธาราจะปลอดภัยจากอันตรายใดๆที่อาจเกิดขึ้นจนกว่าเขาจะไปถึง…
***********************************

“พี่โตชอบที่นี่หรือเปล่าคะ..” หญิงสาวที่นั่งข้างๆถามเสียงเย็น หลับตา แหงนหน้า กลิ่นดอกไม้ป่ายามดึกลอยมาพร้อมลมที่พัดโชยมาเบาๆ เงาไม้ฝั่งตรงข้ามมองเห็นเรือนลางจากแสงจันทร์ที่ส่องสว่างนวล ยามที่มานั่งอยู่ริมบึง
ธาราหันมายิ้มให้น้องสาว บรรยากาศที่เงียบสงบ ร่างของน้องสาวที่นั่งชันเข่าพิงร่างอยู่กับตัวเขา กลิ่นกายหอมอ่อนๆที่โชยจากเรือนร่างของเธอ ทำให้อารมณ์ของเขาเริ่มพลุ่งพล่าน ความมืด ความน่ากลัวของสถานที่ในเวลานี้ ไม่ทำให้เขารู้สึกกังวลแม้แต่น้อย ชุดเดินป่าของเธอที่เปิดกระดุมเสื้อเม็ดบนเพื่อรับอากาศที่เย็นสบาย ทำให้ธารามองลอดเข้าไปเห็นร่องเนื้อขาวผ่อง คืนนี้เธอไม่ได้ใส่เสื้อชั้นใน ทำให้มองเห็นเม็ดทับทิมสีชมพูอ่อนวับๆแวมๆ ยิ่งทำให้อารมณ์ที่มีอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พุ่งสูงขึ้นไปอีก…
เมื่อสักครู่ที่อยู่ในเต้นท์ เขาแปลกใจมากที่น้องสาวของตน เป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนเขาออกมาเดินเล่นเอง ทั้งที่แต่ก่อนแต่ไรมา เขาจะต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อนทุกครั้ง กนิษฐามาเขย่าตัวเขาบนเตียง เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เธอก็ยิ้มให้และก้มลงประทับจูบเบาๆบนริมฝีปากเขา ก่อนจะค่อยๆเดินออกจากเต้นท์ไป เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าน้องสาวของตนต้องการอะไร…
ธาราเดินตามน้องสาวออกมานอกเต้นท์ มองเห็นเธอเดินช้าๆมายังริมบึงแห่งนี้ เขาขมวดคิ้ว เพราะปกติแล้วกนิษฐาไม่ใช่คนที่จะกล้าไปไหนมาไหนคนเดียว แต่อาจเป็นเพราะเธอคงรู้ว่าเขาเดินตามมา จึงกล้าเดินออกมาที่นี่ ธารามองดูบริเวณที่พักรอบๆ ลูกหาบส่วนใหญ่นอนหมดแล้ว คงมีเพียงพวกที่ต้องอยู่ยามเท่านั้น ที่นั่งอยู่บนขอนไม้ข้างกองไฟ…
สังหรณ์แวบหนึ่งเตือนเขาให้เรียกใครซักคน บอกว่าเขากำลังจะไปที่ริมบึง แต่น้องสาวที่หันมายิ้มให้และกวักมือเป็นเชิงเรียกหา ทำให้เขาส่ายหัว สลัดความกังวลออกทั้งหมด และเดินตามเธอออกมาทันที…

“เล็กถามว่าพี่โตชอบที่นี่หรือเปล่าคะ..” เสียงเย็นๆถามซ้ำ ธาราสะดุ้งเพราะกำลังคิดอะไรเพลิน หันมายิ้มให้น้องสาว
“ชอบสิ ยิ่งพอเล็กมานั่งอยู่ด้วย พี่ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่เลย..” เขาพูดยิ้มๆ มือขวาโอบประคองร่างที่นั่งอยู่ด้านข้าง ฝ่ามือลอดใต้วงแขนไปเกาะกุมอยู่บนเต่งเต้าที่พุ่งชูชันอยู่ภายในชุดเดินป่า เคล้นคลึงเบาๆ
หญิงสาวเอนตัวมาซบอยู่บนไหล่ หอบหายใจตามแรงบีบเคล้นของเขาที่ค่อยๆเพิ่มความหนักหน่วงขึ้น เธอแอ่นอกขึ้นรับ เมื่อเขาเอื้อมมือมาปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ดจนถึงเม็ดสุดท้าย ก่อนจะดึงชายเสื้อออกจากกางเกงและค่อยๆถอดเสื้อออกจากร่าง…

“อืมม…” ร่างงามนั้นครางในลำคอเมื่อเขาซบหน้าลงบนเต่งเต้าทั้งสอง สลับกับใช้ปลายลิ้นแตะสัมผัสแผ่วเบาบนปลายยอด ฝ่ามือกระด้างบีบเคล้นปทุมถันอย่างหนักหน่วง แต่แทนที่จะรู้สึกเจ็บ เธอกลับแอ่นอกขึ้นรับแรงที่ขยำขยี้ พลางหอบหายใจเบาๆ สะท้านไปทั้งร่างเมื่อรู้สึกว่าเขาค่อยๆเอื้อมมือมาปลดเข็มขัดและตะขอกางเกง ก่อนจะรูดทั้งกางเกงและซับในตัวจิ๋วผ่านปลายขาลงไปช้าๆ
ธาราบีบเคล้นสองเต้าของน้องสาวอย่างหนักหน่วง บรรยากาศเงียบสงบริมบึง ปลุกอารมณ์ให้กระพือขึ้นมาอย่างรวดเร็วทำให้เขาอดใจไว้ไม่อยู่ เขาดันร่างงามลงนอนกับพื้นหญ้า ก่อนจะตามลงไปใช้ริมฝีปากดูดเม้มป้านถันงาม ปลายลิ้นเกลี่ยบนยอดถันทั้งสองจนเขม็งเกลียวเป็นเม็ดพุ่งชูชันสู้ปลายลิ้น สองมือป่ายเปะปะทั่วทั้งร่าง ก่อนจะค่อยๆปลดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายด้านล่างจนร่างงามของน้องสาวเปลือยเปล่าต่อหน้า แสงจันทร์ที่ส่องลงมากระทบร่างขาวผ่อง ปราศจากไฝฝ้าราคีใดๆ ธาราชื่นชมความงามชั่วขณะ ก่อนจะก้มลงซบหน้ากับเนินรักที่ปกคลุมด้วยไหมดำขลับของน้องสาวและตวัดปลายลิ้นลงไปชอนไชอยู่ในร่องรอยแยกจนร่องรักของเธอเปียกปอนไปด้วยน้ำลายและหยาดน้ำรักที่หลั่งออกมาจากภายในตามอารมณ์ที่กระพือขึ้น…
“เล็กอยากให้พี่โตอยู่กับเล็กที่นี่..” เสียงครางระคนคำพูดแผ่วเบา เย็นจับใจดังขึ้น ธารากำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ในร่องรักของเธอ จึงไม่ได้สำเหนียกถึงความหมายในคำพูดนั้น
“พี่อยู่กับเล็กแล้วยังไงล่ะ..” เขาตอบพลางตวัดปลายลิ้นเข้าใส่ติ่งเนื้อที่ยื่นออกมาจนแข็งขึ้นเป็นเม็ด ร่างงามสะท้านไปทั้งร่าง
“พี่โตอยู่กับเล็กที่นี่นะ เราจะมีความสุขด้วยกันอย่างนี้ตลอดไป ตกลงมั๊ยคะ..” เสียงเย็นถามต่อ ธาราไม่ได้เงยหน้าขึ้นตอบอีก จึงไม่เห็นสายตาคมวาวที่จ้องมองเขาอยู่ในขณะนี้

ธาราก้มหน้าซุกไซ้ใบหน้าในร่องรักของหญิงสาวจนไม่สามารถอดกลั้นได้อีก สองมือปลดเสื้อกางเกงออกจากร่างจนเปลือยเปล่าเช่นเดียวกับร่างงามที่กำลังนอนบิดไปมาอยู่บนพื้นหญ้า ท่อนเนื้อที่แข็งราวท่อนไม้ถูไถไปมาบนร่างขาวผ่อง ยิ่งสร้างความเสียวกระสันให้ผู้เป็นเจ้าของยิ่งขึ้นไปอีก…
“พี่ทนไม่ไหวแล้วเล็ก..” พี่ชายกระซิบเบาๆข้างหู ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปอยู่กลางลำตัวของน้องสาว เธอแยกต้นขาออกให้อย่างรู้งาน
“พี่โตเบาๆก่อนนะคะ..” เสียงเย็นผิดไปจากที่เคยได้ยิน กระทบเข้าหู แต่วินาทีนั้น ธาราไม่สนใจความผิดปกติใดๆอีกแล้ว ท่อนเนื้อจ่อตรงร่องรอยแยก ค่อยๆดันร่างเข้าไปภายในร่างของเธอช้าๆ
ร่างงามที่นอนอยู่ด้านล่างบิดกายไปมาเพื่อให้ท่อนเนื้อที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาในร่าง สามารถขยับตัวให้เบียดช่องทางเข้ามาได้สะดวกขึ้น..
“อ้า…” ทั้งสองครางออกมาพร้อมๆกันเมื่อรู้สึกว่าท่อนเนื้อของเขาเบียดตัวเข้าไปในร่างของเธอได้จนหมด
เมื่อเข้าไปได้เรียบร้อยแล้ว ธารารอซักพักจึงเริ่มโยกร่างเข้าใส่ร่างงามที่นอนยิ้มเย็นๆ รอรับแรงบดกระแทกทันที…
*********************************

วรินทร์เดินนำนายจ้างสาวมายังริมบึงซึ่งเมื่อตอนเย็นเขาได้พานายจ้างทั้งสองมาชมทิวทัศน์ ป่าทั้งป่าเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงเรไร ตุ๊กแกป่า ที่มักจะร้องระงมไปทั่ว ราวกับว่าแม้แต่พวกมันก็สำเหนียกถึงอันตรายที่มองไม่เห็นเช่นกัน เขาก้าวพ้นพงหญ้าออกมายืนหลังไม้ใหญ่ ภาพที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ริมบึงที่เห็นเบื้องหน้าห่างจากจุดที่เขายืนอยู่ประมาณสิบเมตร แสงจันทร์ส่องสว่าง ทำให้เขาชะงัก หญิงสาวที่เดินตามหลังมายืนเบิกตาโพลง
“พี่โต…” หญิงสาวอุทานเสียงกระซิบ ตะลึงกับภาพที่เห็น

วรินทร์จะเห็นอย่างไร กนิษฐาไม่รู้ แต่ภาพที่เธอเห็นขณะนี้ คือพี่ชายของเธอกำลังโยกเอวเข้าใส่ร่างของใครคนหนึ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ท่าทางที่กำลังบดกระแทกร่างนั้นอยู่ บอกให้รู้ว่าเขากำลังมีอารมณ์อย่างรุนแรง เสียงครวญคราง เสียงกระแทกร่างของคนทั้งสอง ดังแว่วมาจนถึงบริเวณที่เธอและพรานหนุ่มแอบซ่อนอยู่ พี่ชายเธอก้มหน้าก้มตาบดขยี้ท่อนเนื้อเข้าใส่ร่องรักที่นอนรับอยู่ด้านล่างอย่างหนักหน่วง โดยไม่ได้สังเกตแม้แต่นิดเดียวว่ามีคนมาแอบยืนซุ่มดูอยู่…

แวบหนึ่ง!!! หญิงสาวรู้สึกเหมือนกับว่าร่างที่กำลังนอนหงายอยู่บนพื้นหญ้านั้น จะเหลือบหันมามองเธอ กนิษฐาเพ่งมองก็ต้องเอามืออุดปาก เพราะถึงแม้ใบหน้านั้นจะดูงดงาม แต่ก็ซีดจนเขียวไปหมด และคล้ายกับจะรู้ว่าเธอกำลังแอบดูอยู่ ใบหน้านั้นหันมาแสยะยิ้มให้เธอทั้งๆที่ยังนอนให้พี่ชายเธอกระแทกร่างเข้าใส่อย่างเอาเป็นเอาตาย กนิษฐาจ้องมองสายตานั้นแล้วก็ต้องสะบัดใบหน้าเบาๆเพราะรู้สึกเหมือนพื้นดินโคลงเคลงไปมาจนเธอเซไปยืนพิงต้นไม้ที่แอบอยู่นั้น ซักพักหนึ่ง เธอรู้สึกปั่นป่วนภายใน เหมือนมีความร้อนแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่าง ขุมความร้อนที่ซาบซ่านในตัวพุ่งผ่านตั้งแต่ศีรษะลงไปจนถึงเนินอกอวบอูม วนไปมาอยู่บนปลายยอดจนเธอต้องบิดกายไปมา เม็ดทับทิมที่ซ่อนตัวอยู่ในเสื้อชั้นในแข็งเขม็งชูชันขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ รู้สึกว่ากระแสความร้อนแผ่ลงไปด้านล่าง เธองอตัวเมื่อรู้สึกร้อนวาบไปทั่วท้องน้อย กระแสความร้อนชอนไชเข้าไปในร่องรัก หมุนวนอยู่บนติ่งเนื้อจนเธอแทบทรุดตัวลงนั่ง หยาดน้ำภายในเอ่อซึมล้นทะลักออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ สติสัมปชัญญะค่อยๆลดเลือนลงทุกที…

วรินทร์ยืนมองร่างที่กำลังบดกระแทกอยู่บนพื้นหญ้า สิ่งที่เขาเห็นแตกต่างจากที่กนิษฐาเห็น เขามองด้วยความงุนงงเพราะภาพที่เห็นคือนายจ้างของเขาถอดเสื้อผ้าจนเปลือยเปล่าและกำลังนอนคว่ำหน้ากระแทกท่อนเนื้อเข้าใส่พื้นหญ้า คล้ายกับกำลังร่วมรักกับใครซักคน สีหน้าแววตาของธาราคล้ายกับกำลังมีความสุขอย่างเต็มเปี่ยม ภาพที่เห็นเบื้องหน้า ทำให้เขาไม่ได้สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวของนายจ้างสาวที่ยืนอยู่ด้านหลัง…
วรินทร์ขยับตัวจะเดินออกไปหาธาราก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างหลัง เอื้อมมือมาจับแขนเขาไว้แน่น เขาหันกลับไปก็เห็นหญิงสาวยืนจ้องหน้าอยู่ด้วยแววตาหวานเยิ้ม ร่างงามยืนบิดไปมาดูยั่วยวนอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน…
“คุณหญิง…” วรินทร์กระซิบเรียกเบาๆด้วยความงุนงง ร่างของเธอสั่นระริกไปทั้งร่าง แววตาหยาดเยิ้มที่มองเขามันบ่งบอกถึงความต้องการภายในอย่างชัดแจ้ง
“วรินทร์…ฉัน…ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้..” เสียงแผ่วเบาสั่นระริกดังลอดจากริมฝีปากงาม ปลายลิ้นเรียวเล็กเกลี่ยไปมาบนริมฝีปากที่แห้งผาก วรินทร์จ้องมองแล้วต้องรีบหลบตาเพราะปลายลิ้นที่ตวัดไปมานั้น เหมือนเป็นการเชิญชวนให้เขายื่นปลายลิ้นเข้าไปสัมผัสความหอมหวานที่กำลังรอคอยอยู่…
ร่างงามที่ยืนบิดส่ายสะโพกไปมาอยู่ใต้ต้นไม้ ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดจนถึงเม็ดสุดท้าย ชายเสื้อถูกดึงรั้งออกจากขอบกางเกงและถอดเสื้อเหวี่ยงลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี วรินทร์ตาค้าง ถอยหลังออกไปอย่างลืมตัว ร่างงามนั้นเอื้อมสองมือขึ้นมากุมสองเต้าขาวผ่อง ฝ่ามือนุ่มนิ่มบีบเคล้นเต่งเต้าของตนเองช้าๆ ปลายนิ้วคืบเข้าหาส่วนยอดก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่โป้งและนิ้วชี้บีบคลึงเม็ดทับทิมแผ่วเบาจนแข็งชันสู้ปลายนิ้ว…
“วรินทร์..อื้มม…” เสียงแหบพร่ากระซิบเรียก ระคนกับเสียงครวญครางที่ฟังแล้วกระตุ้นอารมณ์อย่างรุนแรง สองมืองามที่บีบเคล้นเต่งเต้าค่อยๆเลื่อนต่ำลงมาตามหน้าท้องที่ลาดลงไปด้านล่าง เข็มขัดถูกปลดออกพร้อมกับตะขอกางเกงเดินป่า

บริเวณที่เขาและเธอยืนอยู่สว่างวาบขึ้น เมื่อกางเกงเดินป่าและซับในตัวจิ๋วถูกเขี่ยออกจากปลายขา ร่างงามขาวผ่องที่ยืนเปลือยกายต่อหน้าเขาบิดสะโพกไปมาอย่างยั่วยวน เนินเนื้อที่ปกคลุมด้วยไหมงามละเอียดดำขลับบิดไปมาตามอารมณ์ของผู้เป็นเจ้าของ หยาดน้ำจากภายในที่เอ่อซึมออกมาเปียกปอนไหมงามบนร่องรัก สะท้อนแสงจันทร์ราวกับหยาดน้ำค้างที่เกาะตามใบไม้
วรินทร์ยืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก ร่างงามยืนลูบไล้ส่วนสัดตัวเองไปมาทั่วทั้งร่างอย่างยั่วยวน ก่อนจะค่อยๆเยื้องกรายเข้ามาหาเขาช้าๆ…
*************************************

สัมผัสของความแน่นกระชับในร่องรัก ทำให้ธาราบดท่อนเนื้อเข้าใส่ร่างที่กำลังนอนอยู่บนพื้นหญ้าอย่างหนักหน่วง สองมือบีบเคล้นเต่งเต้าที่พุ่งชูชันล่อสายตาแทบแหลกคามือ แปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติแล้ว น้องสาวมักจะอุทธรณ์ถึงความรุนแรงที่เขามอบให้ แต่คราวนี้เธอกลับแอ่นกายขึ้นรับทั้งบนและล่างอย่างเต็มใจ เนินเนื้อด้านล่างเริ่มบีบกระชับร่องรักแน่นขึ้น บ่งบอกถึงอารมณ์ของเจ้าของว่าใกล้ถึงเส้นชัยเต็มทน ทำให้ธาราเร่งจังหวะในการบดกระแทกเร็วขึ้น…
“พี่โต…เร็วอีกนิดค่ะ…เล็กจะถึงแล้ว..” เสียงเพ้อครางออกจากปากร่างงาม ใบหน้าส่ายไปมาด้วยความเสียวซ่าน ทำให้เขาบดแท่งรักเข้าใส่เธอเร่งความเร็วขึ้น
“อีก..อีกนิดนึง…เร็วค่ะ…เราจะได้อยู่ด้วยกันแล้ว…อีกนิด..นึง..” เสียงครวญครางดังกระเส่า แอ่นท่อนล่างขึ้นรับแรงกระแทก
“พี่จะไม่ไหวแล้ว..เล็ก..” พี่ชายกระหืดกระหอบพูดพลางเด้งเอวเข้าใส่ร่างที่นอนอยู่เร็วถี่ยิบ
“ป..ปล่อยออกมาเลยค่ะ..เราจะได้มีความสุขอยู่ด้วยกันที่นี่ตลอดไป..” น้องสาวเพ้อครางสำนวนฟังแปลกหู แต่ธาราไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ความฟิตกระชับของร่องรัก ทำให้เขาไม่สามารถอดกลั้นไว้ได้อีก ท่อนเนื้อขยายตัววูบขึ้นอย่างรวดเร็ว
“นั่นแหล่ะค่ะ..นั่นแหล่ะ…จะออกแล้ว..” น้ำเสียงลิงโลดจากปากหญิงสาว ทำให้พี่ชายกระแทกเอวเข้าใส่ร่างงามอีกครั้ง ก่อนจะบดท่อนเนื้ออัดแน่นในร่องรักและกอดร่างงามไว้อย่างแนบแน่น..
“อ..อ้า..” ทั้งคู่ครางออกมาพร้อมๆกัน ธารากระตุกวูบไปทั้งร่าง ท่อนเนื้อที่ฝังตัวอยู่ในร่องรอยแยก ฉีดน้ำรักเข้าไปในโพรงรักของน้องสาวอย่างรุนแรง ร่างงามที่นอนอยู่ด้านล่างกระตุกผวารับหยาดความร้อนที่ฉีดพุ่งเข้าไปในร่างอย่างทะลักทลาย…
“ออก…ออกมาแล้ว..” เสียงพึมพำจากปากของน้องสาวเหมือนเก็บความยินดีไว้ไม่อยู่ ทำให้ธารายิ้มเพราะคิดว่าน้องสาวมีความสุขจากสิ่งที่เขาทำไปเมื่อครู่ ร่องรักขมิบตอดท่อนเอ็นถี่ระรัวเหมือนจะรีดเค้นน้ำรักในร่างของเขาจนหยดสุดท้าย…

ธารานอนกอดร่างของน้องสาวไว้แนบแน่น แต่ทันใดนั้น!!! เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง…น้ำรักที่ฉีดพุ่งเข้าไปในร่างของน้องสาว ดูเหมือนว่ามันจะหลั่งไหลออกมามากเกินไป จนคล้ายกับจะไม่มีวันหยุด ท่อนเนื้อยังคงกระตุกฉีดน้ำรักออกมาอย่างต่อเนื่อง ร่องรักขมิบดูดท่อนเนื้ออย่างเอาเป็นเอาตาย
“เอ๊ะ…” เขาอุทานออกมาเบาๆ ขยับตัวจะดึงท่อนเนื้อออกจากร่องรักของน้องสาว แต่ก็ต้องชะงักเพราะร่างที่นอนอยู่ข้างล่างกอดรัดเขาไว้อย่างแนบแน่นจนเขากระดุกกระดิกตัวไม่ได้
“อย่าพึ่งไปสิคะ..” เสียงเย็นๆเอ่ยปากออกมา “…เล็กยังรู้สึกดีอยู่เลย..”
ธาราขยับตัวอย่างอึดอัด ร่างกายเขาอ่อนเพลียลงอย่างรวดเร็ว น้ำรักยังคงพุ่งเข้าใส่ร่องรักของเธอ แต่ก็แปลก…เหมือนกับว่าของเหลวทั้งหมดที่เขาถ่ายเทเข้าใส่ร่างเธอ มันฉีดเข้าไปในโพรงถ้ำขนาดใหญ่ เพราะหยาดน้ำรักซึ่งหลั่งออกมาขนาดนั้น น่าที่จะไหลล้นออกมาจากร่องรักของเธอบ้าง แต่มันกลับหายเข้าไปอย่างชนิดที่ไม่ล้นออกมาแม้แต่หยดเดียว..
“อีกนิดเดียวพี่โตก็จะอยู่กับเล็กแล้ว..” ร่างงามเอ่ยเบาๆ
ธาราอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เขาหันมามองหน้าน้องสาวแล้วก็ต้องชะงัก
“เฮ้ย!!!..” เขาอุทานเสียงดัง เมื่อเห็นว่าผู้ที่นอนอยู่กับพื้น ไม่ใช่น้องสาวของตนเอง ใบหน้าที่นอนอยู่ซึ่งเขาคิดว่าเป็นน้องสาวนั้น บัดนี้…มันเปลี่ยนเป็นใบหน้าของใครคนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ใบหน้านั้นซีดจนเขียว สายตาจ้องมองเขาอย่างเย็นชา เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกจากปากทำให้ธาราตกใจแทบสิ้นสติ เขาพยายามขยับตัวออก แต่สองแขนที่โอบกอดร่างของเขาไว้ มันรัดแน่นเหมือนคีมเหล็ก ร่างของเขาอ่อนเพลียลงอย่างรวดเร็วจนไม่มีแรงที่จะดิ้นรนอีก ท่อนเนื้อยังคงหลั่งน้ำรักเข้าใส่ร่างที่นอนรออยู่อย่างต่อเนื่อง…
****************************************

วรินทร์จ้องมองร่างงามที่ปราศจากอาภรณ์ห่อหุ้มกายแม้แต่ชิ้นเดียว ที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาช้าๆจนประชิดร่างของเขา
“คุณหญิง…” ชายหนุ่มพูดเหมือนกระซิบ ภาพของนายจ้างสาวที่แสดงท่าทางยั่วยวนอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้ท่อนเนื้อในกางเกงแข็งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวประชิดร่างของชายหนุ่มจนสองเต้าเบียดแน่นอยู่กับแผงอกของเขา มือคู่งามลูบไล้ไปทั่วร่างที่ยืนชะงักนิ่งอยู่ ก่อนจะเลื่อนมือวูบลงไปด้านล่าง
“คุณหญิง…” พรานหนุ่มอุทานอีกครั้ง เอื้อมมือลงไปจับหลังมืองามที่ตะปบลงบนเป้ากางเกงของเขาไว้แน่น มือเรียวงามนั้นบีบคลึงท่อนเนื้อที่แข็งตัวอย่างนุ่มนวล มืออีกข้างเอื้อมมาดึงมือของเขาขึ้นไปเกาะกุมบนเต้างามที่ชูชันล่อตา
“อูยย…” วรินทร์งอตัวด้วยความเสียวจากแรงบีบเคล้นของหญิงสาว มือสากกระด้างที่จับปืนอยู่เป็นนิจ เกาะกุมบนเนินเต้านุ่มนิ่มแน่นกระชับ เขาเผลอบีบเคล้นเต้างามอย่างลืมตัว
“อะ…อ้า..” หญิงสาวร้องครวญครางเสียงสั่นระริก แอ่นอกงามให้พรานหนุ่มเคล้นคลึงอย่างหนักหน่วงแทบแหลกคามือ เธอสะท้านไปทั้งร่างเมื่อใบหน้าของเขาซบลงบนเนินอกอวบแน่น หนวดเคราที่สากระคายถูไถบนเต้างาม ทำให้เธอดิ้นพล่าน แล้วก็ต้องดึงใบหน้าเขาแนบกับเต่งเต้า เมื่อพรานหนุ่มฉกปลายลิ้นลงบนปลายยอดที่เขม็งเกลียวขึ้นรอรับอยู่แล้ว
วรินทร์ดันร่างงามไปประชิดต้นไม้ ก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ร่างของหญิงสาวค่อยๆล้มตัวลงนอนราบกับพื้นหญ้าราวกับที่นอนชั้นดี ชายหนุ่มมองร่างที่นอนบิดไปมาประหนึ่งกำลังรอให้เขาเฟ้นหาความสุขบนเรือนร่างงามนั้น สติเฮือกสุดท้ายขาดผึงลง วรินทร์ก้มลงไปหาร่างงามนั้นตามที่ธรรมชาติเรียกร้อง…
*******************************

เปรี้ยง!!!
เสียงไรเฟิลขนาดใหญ่ดังกังวานสะท้อนหุบเขาไปจนทั่วบริเวณ
วรินทร์สะดุ้งไปทั้งตัว เพ่งมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ต้องตกใจเพราะใบหน้าเขาอยู่ห่างจากเม็ดทับทิมที่ประดับปลายยอดอยู่บนเต้างามไม่กี่นิ้ว เขารีบผุดลุกขึ้นนั่ง มองไปทั่วบริเวณ เพราะเสียงปืนที่ดังขึ้นเมื่อกี้นี้ มันห่างจากบริเวณที่เขาอยู่ไม่มากนัก
พรานหนุ่มหันกลับมามองร่างที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนพื้นหญ้า ต้องกลืนน้ำลายอย่างลืมตัวเพราะร่างงามนั้นเปลือยเปล่า ปราศจากสิ่งห่อหุ้มแต่อย่างใด ผิวกายที่สะอาดผุดผ่อง สองเต้าที่อวบอูมแน่นกระชับ ลงมาถึงเนินเนื้อที่ประดับด้วยไหมงามดำขลับ วรินทร์พยายามข่มใจเรียกสติของตนเองกลับมา
“คุณหญิง…คุณหญิงครับ..” ชายหนุ่มเขย่าตัวเรียกเธอพลางหยิบเสื้อผ้าที่หญิงสาวถอดออก คลุมร่างกายเธอเอาไว้
หญิงสาวนอนนิ่งไปซักพักก่อนจะค่อยๆขยับตัวเบาๆ เธอลุกขึ้นนั่งมองซ้ายมองขวาอย่างแปลกใจ แต่ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อรู้สึกว่าร่างของเธอปราศจากอาภรณ์ห่อหุ้มกายแม้แต่ชิ้นเดียว
“อุ๊ย..อะไรกันเนี่ย..” หญิงสาวถามด้วยความตกใจ กอดเสื้อผ้าที่บังร่างเอาไว้แน่น
“เอาไว้เดี๋ยวผมค่อยอธิบายทีหลังก็แล้วกัน…” วรินทร์พูดรีบๆ “…ตอนนี้คุณหญิงรีบแต่งตัวก่อนดีกว่า คนของผมกำลังเดินมาทางนี้แล้ว ถ้าเขาเห็นคุณหญิงในสภาพอย่างนี้แล้วมันจะดูไม่ดี เดี๋ยวผมขอตัวไปดูคุณชายสักครู่ คุณหญิงแต่งตัวเสร็จแล้วก็ตามออกไปนะครับ” ไม่รอฟังคำตอบ วรินทร์ก้าวออกจากหลังต้นไม้ ตรงเข้าไปยังร่างของธาราทันที…
**********************************

เสียงปืนที่ดังลั่นเมื่อครู่ ก้องกังวานทั่วทั้งบึง ร่างของธาราที่กำลังอ่อนแรงลงเรื่อยๆนอนนิ่งอยู่บนร่างงามที่หัวเราะอย่างเยือกเย็น ท่อนเนื้อด้านล่างยังคงหลั่งน้ำรักเข้าใส่ร่องรักอย่างต่อเนื่อง แต่เสียงปืนที่ดังขึ้นนั้นทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง
“กรี๊ด…” ร่างงามที่นอนอยู่ด้านล่างกรีดร้องเสียงแหลมเหมือนได้รับความเจ็บปวด ดิ้นพล่านอย่างรุนแรงจนธารากระเด็นร่วงลงมาจากร่างนั้น
เขาฝืนใจหันไปมองก็ต้องเบิกตาโพลง เพราะร่างที่เห็นเมื่อสักครู่ ค่อยๆจางหายไปจากสายตา ธาราขยี้ตาเพ่งมองอีกครั้ง ก็เห็นว่าร่างงามที่พึ่งแลกเปลี่ยนรสสวาทกับเขาเมื่อครู่ หายไปต่อหน้าต่อตา เขาเพ่งมองพื้นหญ้าบริเวณนั้นก็ต้องแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่มีร่องรอยของการร่วมรักเลยแม้แต่นิดเดียว ยกเว้นแต่คราบน้ำรักของเขาที่เลอะเทอะอยู่บนใบหญ้า แต่ที่เขาเห็นนั้นมันเป็นเพียงคราบน้ำรักในระดับปกติ ไม่ได้มากมายจนเขาแทบขาดใจตายอย่างที่รู้สึกได้เมื่อครู่…

“คุณชาย…คุณชายครับ..” เสียงเรียกจากด้านหลัง ธาราหันมาเห็นวรินทร์กำลังก้าวเดินเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่งพลางหยิบเสื้อกางเกงขึ้นมาใส่จนเสร็จเรียบร้อย
“คุณชายเป็นยังไงบ้างครับ..” วรินทร์ถามด้วยความเป็นห่วง ธาราฝืนหัวเราะเบาๆ เขาขนลุกไปหมดทั้งตัว สิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นทั้งหมด ยังวนเวียนอยู่ในหัว
“ไม่เป็นไรหรอก..” ธาราตอบสั้นๆ มองหน้าพรานนำทางอย่างอัดอั้นตันใจ ชะโงกมองไปด้านหลังวรินทร์เพราะเห็นน้องสาวกำลังเดินตรงเข้ามาหา ภาพของน้องสาวที่เดินเข้ามาทำให้เขาอึ้ง หญิงสาวเดินมานั่งข้างพี่ชาย
“คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะเนี่ย..” ธาราถาม วรินทร์กำลังจะตอบ แต่น้องสาวตอบแทน
“ตั้งแต่ที่พี่โตอยู่กับผู้หญิงคนนั้นแล้วล่ะค่ะ..” น้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงชัดเ


*

ออฟไลน์ areja

  • Global Moderator
  • *****
  • 11656
  • 21875
  • เจ้เตือนแล้วนร้าว่า อย่าสดๆ
    • ดูรายละเอียด
Re: ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 11:55:14 am »
 
      การตอบ รีพลายอย่างพอเหมาะพอควร ถ้าเจ้าของกระทู้แจ้งมาถ้าไปด่าเหน็บแนมไม่เหมาะสม จะพิจารณา เป็นรายกรณี

ถ้าตอบ เช่น zzzzddd xxxx2222 อิอิ,ลุ้นๆ,555, ดีดี,ดี, ต่อ,ติดตาม,ty,thx,thx kub (Thx ขี้หมาThanx พิมพ์ไม่ถูก ห้ามใช้ทุกกระดานในเวป)
,ใจจร้า,ใจครับ,แจ่ม,เยี่ยม,สนุกดี,สุดยอด,อ่านต่อ,Good (เปล่าๆเฉยๆ)
emo  เปล่าๆ รีพลายตอบซั่วๆ ตอบแล้ว mod ไม่เข้าใจ มักง่ายต่างๆ
จะโดนแบนทันที 6 เดือน คราต่อไป
แบนเพิ่มขึ้นหรืออาจจะหายเมื่อคุณไม่ปรับปรุงการการรีพลายตอบ

และ ตอบซ้ำมาหลาย ดอกใน กระทู้เดียวกัน หรือ กด อ้างอิงของไรต์มา อาจโดนพักใช้ได้ทันทีเหมือนกัน เมื่อคุณได้โพสต์แล้ว
 มันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากปั้มกระทู้ หรือเโชว์เกรียน ระวังหน่อยถ้าถูก pm เตือนแล้วครั้งต่อไปจะแบน รู้ไหม?
,


            ผลงานที่ สมาชิกอุตสาห์นำมาลง ไม่ว่าจะเขียนเอง หรือขอมาลงล้วนได้มาด้วยการสละเวลา
            ถ้าจะตอบมามักง่ายก็ อย่าใช้ห้องนี้ เสพผลงานเลยไปหาเสพที่ใดแล้ว รีพลายตอบแบบนั้นได้ก็ไป
            อย่าทะลึ่งมา เปรี้ยว มา เกรียน ลอง  สด ,เก๋า อย่าเลย จะเสียน้ำใจเสียความรู้สึกเปล่าๆ
            เพราะถึงคุณมี 100 ยูส 1000 ชื่อ ถ้ารีพลายผิด กฏ-กติกากระดานนี้ ฉัน ก็จะแบนหมด

                                                   *.:*'゚・.。.:*゚'゚・.。.:* *.:。*゚ '゚.。. :* (◠‿◠:)*

ถ้าถูกแปะเตือนที่ โพสต์หรือกระทู้คุณ หรือส่งคำเตือนไปที่ pm คุณ
จงรีบปรับปรุงรีพลายซะ เพราะอาจโดนแบนทันที 6 เดือน....

กฎที่วางนี่ไม่ได้เขียนเอา ฮา เนอะ แบนจริงใครอยู่นานแล้วคงรู้จัก แว่น ดี..คิดว่า ฉัน
แบนจริงหรือเตือนเอาสนุกเล่นๆ..อย่าๆลอง เดี๋ยวจะเสียความรู้สึกด้วยรีพลายคุณเอง
ทำตามเงื่อนไข ยากอะไร หรือ จะโชว์เกรียน..เตือน,ขอร้อง,ขอความร่วมมือ
แล้วเมื่อไม่รักษาสิทธิ์-ประโยชน์คุณเอง ก็แบนไปใช้เวปอื่น.
.




………………………………………………………………………………………………………


*

ออฟไลน์ jayleno

  • Junior Member
  • ***
  • 294
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 02:06:36 pm »
ผมนี่เตรียมให้ซีไรท์แล้วสำหรับเรื่องนี้  ::WowWow::

*

ออฟไลน์ naitoom

  • Veteran Member
  • ******
  • 1593
  • 648
    • ดูรายละเอียด
Re: ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 03:35:45 pm »
มาต่อให้ส่วนที่ขาดครับ.....


“ตั้งแต่ที่พี่โตอยู่กับผู้หญิงคนนั้นแล้วล่ะค่ะ..” น้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงชัดเจน
วรินทร์หันไปมองหน้าหญิงสาวเพราะเขาไม่เห็นว่าธาราจะอยู่กับใครเลย แต่เธอไม่ยอมสบตาด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นหลังต้นไม้เมื่อครู่ มันเกิดในช่วงที่เธอไม่เป็นตัวของเธอเอง เพราะฉะนั้น เมื่อสติสัมปชัญญะกลับมาเป็นปกติ สำนึกแรกที่รู้สึกคือร่างของเธอเปลือยเปล่า โดยมีร่างของพรานหนุ่มนั่งอยู่ข้างตัว ซึ่งเธอไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นได้อย่างไร
ก่อนที่ทุกคนจะทวนสอบเรื่องกัน ก็ได้ยินเสียงกลุ่มคนส่งเสียงจอแจ เดินมายังบริเวณที่ทั้งสามนั่งอยู่
“ผมอยากให้ทั้งสองท่านเก็บเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามแต่ไว้ก่อน อย่าพึ่งบอกให้คนอื่นรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เอาไว้เดี๋ยวเราค่อยคุยกันเองอีกครั้งนึงนะครับ” วรินทร์รีบเอ่ยปากกับนายจ้างทั้งสอง ธาราหันไปมองหน้าน้องสาว ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้พรานนำทาง
“นาย…นายอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า..” เสียงผาดังขึ้น ร่างบึกบึนนำคนอีกสามสี่คนเดินเข้ามา พอเห็นทั้งสามนั่งอยู่ก็ยิ้มให้อย่างยินดี
“…ผาคิดว่านายหายไปไหนเสียอีก” พรานคู่ใจกล่าวต่อพลางหันมามองนายจ้างทั้งสองอย่างแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นทั้งสองนั่งอยู่ที่นี่ด้วย
“ผาเป็นคนยิงปืนเมื่อกี้นี้เหรอ..” วรินทร์ถามเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร พรานเฒ่าหัวเราะจนน้ำหมากกระเด็น
“ผาเองแหล่ะ…” พรานเฒ่าพูดพลางหัวเราะพลาง “…ชิชิ หนอยแน่ะ นอนหลับอยู่ดีๆ ไอ้พวกเร่ร่อนแถวๆนี้ดันเข้าไปกวน ก็เลยว่าคาถาแล้วก็ยิงปืนไล่มันไป แค่นั้นมันก็โกยแน่บแล้ว แต่พอยิงปืนออกไป กลับไม่เห็นนาย ก็เลยชวนไอ้พวกนี้ออกเดินตามหานาย แล้วนี่นายทั้งสองคนมากับนายวรินทร์เหรอ” ผาหันมามองหน้าธาราและกนิษฐาอย่างสงสัย
ทั้งสามไม่ได้ตอบคำถาม ต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก
“ลุงผารู้จักคาถาไล่ผีด้วยเหรอ..” หญิงสาวถามเบาๆ พรานเฒ่าหันมายิ้มให้
“อยู่ในป่า นอกจากยิงปืนเป็นแล้ว ก็ต้องรู้จักคาถาอาคมไว้บ้างแหล่ะครับ ไอ้พวกนี้มันพวกผีกระจอก ว่าคาถาแค่ไม่กี่บทก็เปิดแน่บไปหมดแล้ว อย่าว่าแต่ผาเลย นายวรินทร์ก็รู้จักคาถาอาคมเหมือนกันแหล่ะ แต่แกไม่ค่อยจะยอมใช้ เอะอะอะไรก็ยิงปืนอย่างเดียว…” พรานเฒ่าหุบปากลงเมื่อเห็นวรินทร์จ้องหน้า
“เรากลับที่พักกันเถอะครับ..” วรินทร์ตัดบท ทำให้ทั้งสองขยับตัวลุกขึ้นยืน หญิงสาวยังไม่ยอมสบตาด้วย ส่วนธาราหันไปมองพื้นหญ้าที่เมื่อครู่เขาใช้เป็นสถานที่บรรเลงเพลงรัก ภาพของหญิงสาวคนนั้นยังติดตาเขาอยู่จนบัดนี้ เธอเป็นใคร แล้วทำไมครั้งแรกเขาถึงเห็นเธอเป็นน้องสาวของตัวเอง…
ธาราสั่นศีรษะสะบัดไล่ความมึนงง หันมาพยักหน้าให้กับน้องสาวและพรานนำทาง ก่อนจะเดินกลับเต้นท์ที่พักไป…
*****************************************
 
“วรินทร์ อยู่นั่งคุยกันซักพักก่อนสิ..” ธาราเอ่ยปาก เมื่อเห็นพรานหนุ่มซึ่งเดินมาส่งที่เต้นท์ขยับตัวจะเดินออกไป ทำให้วรินทร์ต้องกลับมานั่งต่อ
“คุณชายสงสัยอะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มถามง่ายๆ ธาราหัวเราะเบาๆ
“สงสัยเต็มไปหมดเลยล่ะ ไม่รู้จะเริ่มต้นถามอะไรดีเหมือนกัน”
“คำถามบางคำถามก็ไม่มีคำตอบ…” พรานหนุ่มพูดช้าๆ “…ผมอยากให้คุณชายปล่อยให้มันเป็นความลับของมันต่อไปอย่างนี้แหล่ะครับ อย่างน้อย คุณชายก็รู้แล้วว่าป่าคืออะไร…” ธาราพยักหน้าอย่างเข้าใจ หันไปมองร่างของน้องสาวที่นอนหันหลังให้กับการสนทนาคล้ายกับจะหลับไปแล้ว
“คุณพอจะสรุปให้ฟังซักนิดได้หรือเปล่า อย่างน้อยผมจะได้นอนหลับได้บ้าง ไม่อย่างนั้นมันนอนไม่หลับหรอก” คำพูดของนายจ้างทำให้วรินทร์หัวเราะ
“ผมจะตอบคุณชายตามความเชื่อของชาวบ้านก็แล้วกันนะครับ…” วรินทร์นิ่งคิด “…วิญญาณร้ายตนหนึ่ง หลอกล่อให้คุณชายไปหามันที่ริมบึง แล้วมันจ้องที่จะเอาชีวิตของคุณชาย บังเอิญว่าผายิงปืนไล่ภูตผีตัวอื่น ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าดินปืนเป็นสิ่งที่ใช้ขับไล่ภูตผีปีศาจได้ เพราะฉะนั้น วิญญาณร้ายที่กำลังจ้องทำร้ายคุณชายอยู่ จึงพลอยถูกขับไล่ไปด้วย คุณชายจึงรอดพ้นอันตรายคืนนี้มาได้ เป็นยังไงครับ พอฟังได้หรือเปล่า..” วรินทร์ถามยิ้มๆ
ธาราจ้องหน้าพรานหนุ่ม แต่ไม่เห็นวี่แววโกหกแต่อย่างใด
“ผมอยากจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมให้คุณฟัง..” เขาเอ่ยปาก แต่วรินทร์ส่ายหน้าช้าๆพลางยิ้ม
“เก็บมันไว้เป็นประสบการณ์ของคุณชายดีกว่าครับ วันข้างหน้าเรายังจะต้องเจอเรื่องอย่างนี้อีก เส้นทางที่เราตามหาคุณชายไชยา ยังมีสิ่งที่แปลกประหลาดพิสดารอีกเยอะ ชนิดที่พอคุณชายกลับเข้าเมืองไปแล้ว ก็ไม่สามารถเอาไปเล่าให้คนอื่นๆฟังได้ เพราะมันฟังดูแล้วเหลือเชื่อเกินไป…” ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวที่นอนหันหลังให้อยู่ “…ผมอยากให้คุณชายช่วยดูแลคุณหญิงด้วย เพราะกลัวว่าเธอจะทนไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น”
ธาราพยักหน้ารับพลางยิ้มให้
“ไม่ต้องเป็นห่วง ผมดูแลเล็กเอง คุณไปพักเถอะ แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยเจอกัน”
วรินทร์ลุกขึ้นยืน มองสำรวจความเรียบร้อยในเต้นท์ของนายจ้างอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป ธาราหันมามองร่างของน้องสาวอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก นิ่งคิดอะไรซักพักก่อนจะล้มตัวลงนอน เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางต่อไป…
หญิงสาวนอนหันหลังนิ่ง พี่ชายและวรินทร์คิดว่าเธอหลับไปแล้ว แต่ความจริงเธอนอนลืมตาฟังเรื่องทั้งหมดอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่อครู่ยังคงค้างอยู่ในใจ…ทำไมเธอจึงเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาโดยที่เธอไม่รู้ตัว แต่ถ้าวรินทร์บอกว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย ก็แสดงว่าเขาโกหกอย่างแรงที่สุด เพราะเนินอกขาวผ่องของเธอถูกขยำขยี้อย่างหนักหน่วงจนแดงเถือกเห็นรอยนิ้วมือที่บีบเคล้นอย่างชัดเจน ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุนั้นก็มีเพียงเธอและเขาอยู่กันแค่สองคน ที่เธอแปลกใจอีกอย่างหนึ่งคือร่องรักของเธอเปียกเยิ้มไปด้วยน้ำรักที่หลั่งออกมาจากภายในจนชุ่มโชกทั้งๆที่เธอไม่ได้มีอารมณ์แม้แต่นิดเดียว แต่ภายในนั้นก็มีเพียงหยาดน้ำจากร่างของเธอเท่านั้น ไม่มีคราบของเหลวแปลกปลอมอย่างอื่นในร่างของเธอแม้แต่นิดเดียวที่แสดงให้เห็นว่าวรินทร์เป็นนักฉวยโอกาส…
วรินทร์!!! เขาเป็นสุภาพบุรุษจริง หรือเป็นเพียงคนฉวยโอกาสรังแกเธอในขณะที่เธอไม่ได้สติ หญิงสาวนิ่งคิด…ซักวันหนึ่ง เธอคงรู้แน่ว่าเขาเป็นคนยังไงในเส้นทางที่ไม่รู้อนาคตนี้..กนิษฐานอนคิดด้วยความฟุ้งซ่าน พลิกร่างไปมาอีกร่วมชั่วโมง กว่าจะนอนหลับไปภายใต้ความฝันอันยุ่งเหยิง…


*

ออฟไลน์ may_290607908

  • Senior Member
  • ****
  • 791
  • 170
    • ดูรายละเอียด
Re: ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2017, 10:11:18 am »
สุดยอดเลยครับผม

*

ออฟไลน์ BuffFun

  • Senior Member
  • ****
  • 767
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2017, 01:36:29 pm »
พรานใหญ่เวอร์ชั่นนี้ก็น่าติดตามครับ

*

ออฟไลน์ snoob

  • Junior Member
  • ***
  • 423
  • 80
    • ดูรายละเอียด
Re: ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2017, 04:41:50 pm »
เรื่องราวคลาสสิคมากครับให้ความรูสึกที่ตื่นเต้นไปกับการบรรยาย

*

ออฟไลน์ zazamak

  • Banned!

  • Full Member
  • **
  • 184
  • 376
    • ดูรายละเอียด
Re: ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2017, 01:00:31 am »
แนวเพชรพระอุมา ผมนี่ชอบเลย มาทั้ง รพินทร์ คุณหญิงดารินเลย สนุกครับ จะมีตอนต่อไหมครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 25, 2017, 01:08:12 am โดย zazamak »
เส้นหมอยที่พันกัน ยังแก้ง่ายกว่าความสัมพันธ์ที่ค้างคา

*

ออฟไลน์ krabiman

  • Junior Member
  • ***
  • 458
  • 1078
    • ดูรายละเอียด
Re: ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2017, 07:00:28 am »
 ::YehYeh:: เขียนได้ดี อ่านแล้วได้อารมณ์ ขอขอบคุณ

*

ออฟไลน์ johnyred59

  • Senior Member
  • ****
  • 749
  • 194
    • ดูรายละเอียด
Re: ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2018, 10:14:07 am »
อ่านเรื่องนี้นึกถึง เพชรพระอุมาเลย พรานใหญ่ รพินทร์ ไพรวัลย์ สนุกตื่นเต้นดีครับ

*

ออฟไลน์ dosmissu

  • Tiny Member
  • *
  • 8
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ขุมทรัพย์สุขสำราญ (copy)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2020, 11:47:16 am »
จะมีต่อไหมครับเนี่ย อยากอ่านต่อสนุกมากครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ