มลทินดอกไม้-ตอนที่8

มลทินดอกไม้-ตอนที่8

  • 9 ตอบ
  • 10775 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monchai-S

  • Full Member
  • **
  • 109
  • 201
    • ดูรายละเอียด
มลทินดอกไม้-ตอนที่8
« เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2018, 01:03:47 pm »
มลทินดอกไม้-ตอนที่8


 ได้ยินคำพูดแบบนี้ของกําบังประกอบ กับท่าทางอันขึงขังของเขาทําให้เด็กสาวมีสี หน้าและแววตาสลดลงด้วยความหวาดกลัว ความคิดอยากจะออกไปให้พ้นจากที่นี่ ไป ให้พ้นจากหน้าตารูปร่างอันน่าเกลียดของเขาเกิดขึ้น ไม่อยากจะห่วงใยอะไรอีกแล้ว เรื่องเลือดมันจะเสียหรือเลือดมันจะทําเอา ให้คลุ้มคลั่งจนสิ้นใจตายตามที่ลายตองบอก
แต่จะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร เมื่อมอง ไปที่ประตูเห็นมันโดน ลั่นดานเอาไว้ และร่างอันหนาใหญ่ของเขาก็ยืนจังก้าขวางอยู่ทั้งคน..ความคิดของ เด็กสาวสับสน ตัดสินใจไม่ถูกจึงเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า
“ม่าย”
“อะไรก็ไม่เอาสักอย่าง” เสียงกําบังพูดอย่าง ท้อใจ
“หรือไม่อยากจะให้ผมช่วย”
“เปล่า” แม้จะเป็นคําพูดเพียงคำเดียว แต่ก็ต้อง ใช้เวลาเค้นมันออกมาพอสมควร
กําบังนิ่งอึ้งอยู่สักครู่ จึงเอยขึ้นอย่างช้าๆ ฟังดู หนักแน่นและจริงจัง แต่ความจริงแล้วมันซ่อน ความฉ้อฉลเอาไว้
“เชื่อผมเถอะ ไม่ต้องอายผมหรอก ผมหวังดี อยากให้คุณหมดกังวล ผมไม่เคยทําให้ใครมาก่อน เลย เพิ่งจะทําให้คุณเป็นคนแรก ถ้าไม่ใช่คุณซึ่งเป็น คนที่ผมรักและเป็นห่วง ผมจะไม่ยอมทำให้อย่างเด็ดขาด”
กําบังนิ่งดูกิริยาของเด็กสาวแล้วจึงตะล่อมต่อ
“คุณก็รู้จากลายตองแล้วใช่ไหม ของพรรณนี้ มันไม่ใช่ของดี เลือดเสียเป็นเลือดเน่าสกปรก..แต่ผม เห็นกับคุณและโดยเฉพาะ..แม่ของคุณ" ถึงตอนนี้ กําบังลดเสียงให้แผ่วเบาลงทําเป็นเหมือนมีความคิด ถึงความดีของแม่เด็กสาวเสียเหลือประมาณ “แม่ ของคุณ เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านดีต่อผมเหลือเกิน”
ด้วของเด็กสาวดูจะสั่นสะท้านขึ้นมาเล็ก น้อยเมื่อกําบังเอ่ยถึงแม่ ความรู้สึกเริ่มต้นขึ้นมาเป็น สะอื่นนิดๆ อยู่ในอก...กําบังสังเกตดูเด็กสาวก็รู้ว่า คําพูดของคนได้ผลจึงเริ่มต่อด้วยเสียงเศร้าๆ
“ผมอยู่ที่นี่มาห้าหกปีแล้ว เห็นคุณมาตั้งแต่ตัว ยังเล็กๆ เชื่อผมเถอะ ไม่มีใครซื่อสัตย์ต่อคุณเหมือน ผมหรอก...ผมรู้ ตอนนี้คุณกําลังอยู่ในสภาพอะไร คุณดูเหมือนจะไม่ได้รับความเอาใจใส่เหมือนเมื่อตอน คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่”
เด็กสาวก้าวเข้าหลุมพรางเข้าไปอีกเมื่อเงยหน้า ขึ้นมองดูเขาความเชื่อคารมของเขาทําให้เห็นเป็น แววตาของเขาอ่อนโยน
“ผม...ผมเป็นห่วงคุณมาก...ผมขอให้คุณวาง ใจผมเถอะ ถ้าหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับคุณ..ผม ..ผมตายแทนคุณได้ตลอดเวลา ถ้าผมยังอยู่ ใครจะ มาทําอะไรคุณไม่ได้เป็นอันขาด เพราะคุณเป็นลูก ของคุณเทียมบัวผู้มีพระคุณกับผมอย่างล้นเหลือ
โดนเข้าแบบนี้ความเยาว์วัยของเด็กสาว รู้สึกตื้นตันในความหวังดีของเขาทันที..เขา ช่างดีต่อเราเสียเหลือเกิน...ลูกเนียงคิด..เขา เป็นห่วงเรา เขาซื่อสัตย์ต่อแม่..มีใครเป็น ห่วงเราเหมือนเขาบ้างไหม แม้แต่พ่อ...พ่อยัง
ไม่เคยเป็นห่วง พ่อแท้ๆ ยังไม่เคยพูดคําว่า ตายแทนเราได้ พ่อรักอาแววรัตน์มากกว่า
เขาเป็นคนรถคนสวนไม่ได้เกี่ยวข้องมีเลือด เนื้อเชื้อไขอะไรด้วยสักหน่อย เขายังรักและ หวังดีตายแทนเราได้….ความเยาว์วัยไร้เดียงสา รู้ไม่เท่าทันหมาจิ้งจอกที่กําลังจ้องจะเขมือบ
ทําให้น้ําตาของเด็กสาวเริ่มออกมาปริ่มๆ  ความรู้สึกเป็นกันเอง ความไว้วางใจ ความอบอุ่นเมื่อมีเขาเริ่มเกิดขึ้น
นกรู้อย่างกําบังมีหรือจะยอมเสียโอกาส เขาจึง เริ่มพูดด้วยเสียงแสดงความเห็นอกเห็นใจค่อ
“ผมรู้นะ เดี๋ยวนี้คุณเป็นยังไง ตั้งแต่แม่ของคุณ จากไป คุณโดนทอดทิ้ง ไม่มีใครสนใจไยดีคุณ พูดก็ พูดเถอะ ผมไม่กลัวหรอก จะเอาผมไปตัดหัวคั่วแห้งที่ไหนผมก็ยอม คุณแววรัตน์เขาไม่ได้รักคุณหรอก เขาแกล้งทําไปอย่างงั้นแหละ และคุณพ่อของ คุณก็หลงเชื่อคุณแววรัตน์...” เสียงของเขาแสร้งทํา เป็นขาดหายคล้ายมีสลดขึ้นมาพันอยู่ในลําคอ
บทบาทอับแนบเนียนของขาได้ผล เพราะทําให้ เด็กสาวปล่อยโฮออกมาทันที...ทุกอย่างมัน จริงของ เขา...พ่อไม่ได้รักเรา พ่อรักอาแววรัตน์มากกว่า พ่อคิดจะไล่เราไปให้พ้นหูพับตา พ่อจะส่งเราไปอยู่ อังกฤษ...เด็กสาวยิ่งร้องไห้ออกมาหนักมากขึ้น
ความเสียใจฟูมฟายของเด็กสาวกลายเป็นความ กระหยิ่มสมหวังของกําบัง...เขาปล่อยให้เด็กสาว ร้องไห้ไปชั่วครู่ จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทําเหมือน พลอยหดหู่ไปกับชะตากรรมของเด็กสาวว่า
“อย่าเสียใจไปเลย ผมกับลายตองยังอยู่ ผมจะ ไม่ยอมให้ใครมาข่มเหงรังแกคุณเป็นอันขาด อย่าร้อง ให้ นิ่งเสียเถอะ”
กําบังปลอมโยบด้วยการเอามือลูบหลังเด็กสาว เบาๆ เนื้อตัวกระเพื่อมน้อยๆ ของเด็กสาว เพราะแรง สะอื่นผ่านปลายมือลงไปจนกระทั่งพลองเนื้อของเขา เริ่มผงาด แรงส่งของมันดันลิงสีแดงขึ้นมาเป็นลํา
กำบังค่อยๆ ดึงเอาผ้าเช็ดหน้าสีตองอ่อนเป็นสี เดียวกับใบที่ผูกเปียในกระเป๋าข้างซ้ายของเด็กสาว เอามือข้างหนึ่งเชยคางเด็กสาวให้เงยขึ้นแล้วค่อยๆ เช็คน้ําตาอย่างแผ่วเบา.ครู่หนึ่งจึงปล่อยมือที่เชยคาง เอาขึ้นมาเสยเส้นผมที่หลุดลงมาปรกหน้าเด็กสาว พลางใช้ผ้าเลื่อนมาเช็ดหน้าลูบไล้เหงื่อที่ไรผมราว กับจะทะนุถนอมมิให้มีรอยช้ำ...ความรู้สึกของเด็ก สาวว่ามือของเขาหยาบหนาไปหมด...
แม้แต่พ่อยังไม่เคยให้กับเราอย่างนี้...เด็กสาว สะอื่นออกมาอีกเมื่อนึกไปถึงพ่อ...
กําบังค่อยๆ บรรจงเช็คใบหน้า น้ำตา หยาด เหงื่อที่ปลายจมูก ซอกคอของเด็กสาวอย่างไม่รีบร้อน เพราะแต่ละสัมผัสที่มือแตะต้องโดยผ่านผ้าเช็ดหน้า และปลายนิ้วมือของตนเองที่ถูไถลูบไล้ไปมาบนเนื้อ ขาวของเด็กสาว ชวนให้ไม่อยากจะวางมือ...
เขาทําอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งจึงเอาผ้าเช็ดหน้า เสียบคืนที่กระเป๋าเสื้อของเด็กสาวอย่างเดิม.. ช่วงนี้กําบังฉวยโอกาสใช้ปลายนิ้วแตะที่ยอด อกตรงปลีเต้าเด็กสาว..แค่สัมผัสก็รู้ถึงความ แน่นแบบยุบยาก...แต่เด็กสาวไม่ได้มีความรู้ สึกอะไร...
ผ่านเข้ามาถึงขั้นนี้ กําบังเป็นคนที่เด็กสาวไว้ใน เสียแล้ว..ไว้ใจเขาเหมือนไว้ใจลายตอง ความเป็นกันเองมีมากขึ้น ตรงข้ามกับความรู้สึกในตัวของกําบัง
ไฟกระหายโหมแรงหนัก... 
“ดื่มน้ําสักถ้วยไหม” กําบังเอ่ยขึ้นเบาๆ สายตา ไม่ละจากเนื้อสีขาวช่วงคอเสื้อตรงร่องอก
“ก็...ก็ดีเหมือนกัน”
กําบังลุกขึ้นไปรินน้ำจากกระติกเก่าๆ มาส่งให้ เด็กสาวรับมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว...เมื่อได้รับความ เย็นผ่านเข้าไปจนถึงช่องท้อง ก็เริ่มรู้สึกอะไรต่ออะไร ดีขึ้น แต่ยังเหลือสะอื่นน้อยๆ อยู่
“ขอบใจ”
เด็กสาวเอ่ยเบาๆ พลางส่งแก้วให้ กําบังรับ ไปวางไว้ที่เดิมแล้วกลับมานั่งใกล้ๆ เด็กสาวบนเตียง ทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือเพียงกางเกงลิงสีแคงตัวเดียว" ดูแล้วมันช่างน่าทุเรศ แต่เด็กสาวไม่ได้นึกถึงร่าง อ้วนหนาพุงที่กองพลุ้ยของเขาเกือบจะสีกับเนื้อ ขาวๆ บางๆ ของตน
“ร้อนมั้ย” กําบังถือโอกาสเอามืออวบหนาลูบ ต้นแขนของเด็กสาวเบาๆ
“ไม่” เด็กสาวส่ายศีรษะไปมา ไม่รู้สึกอะไร กับมือที่ลูบไล้ไปมาของเขา “ไม่ร้อนเท่าไร”
เขาลุกขึ้นไปเปิดพัดลมเบาๆ “เร่งอีกหน่อย มั้ย”
“อย่าเลย ฉันไม่ชอบ” เด็กสาวพูดตามความจริง เพราะห้องส่วนตัวแม่สร้างเอาไว้ให้บนตึก หันรับ
ทางลมพอดี ไม่เคยได้ใช้พัดลมกับเขาเลย ซึ่งบ้าน เรือนสมัยโน้นผู้คนยังไม่ค่อยมากมาย ผู้สร้างบ้าน กําหนดกฏเกณฑ์หันหน้าหันข้างรับทางลมได้อย่าง สบาย พัดลมจึงไม่ค่อยจําเป็น
“งั้นเปิดหน้าต่างอีกบานก็แล้วกัน ไม่มีใครเห็นหรอก”
กําบังพูดทิ้งท้ายอย่างมีความหมาย พร้อมกับ เดินไปเปิดหน้าต่างอีกด้านหนึ่งของห้อง ด้านหลังเป็นกอไผ่ ถัดออกไปเป็นคลองเล็กๆ ส่วนมากพวกลูกท่านหลานเธอในละแวกนี้อาศัยเป็นที่ว่ายน้ําและเอา  เรือบดลงพายเล่น นานๆ จะมีเรือพายเอาพวกมะพร้าว กล้วย อ้อย ผลไม้ประจําฤดูเข้ามาขาย ตอนเที่ยงจะมีเรือก๋วยเตี๋ยวและเรือขายกาแฟบีบเตร เสียง
“ปู๊ดๆ ” เป็นสัญญาณเข้ามาเป็นประจํา แต่ถึง อย่างไรสายตาของคนที่อยู่ในเรือก็ไม่อาจมอง ผ่านกอไผ่เข้ามาได้ มีแต่ลมเย็นเท่านั้นที่พัดผ่านเข้ามา ทําให้เด็กสาวรู้สึกชุ่มชื่นขึ้น
กําบังกลับมานั่งข้างๆ เด็กสาวแล้วทําเป็นยิ้ม เหมือนปลงอนิจจัง
“ถ้าลูกสาวของผมยังมีชีวิตอยู่ ก็คงจะโตเท่า กับคุณนี่แหละ...คุณอายุเท่าไร”
“สิบห้า” เด็กสาวตอบอย่างพาซื่อ
“สิบห้า” กําบังทวนคําพร้อมกับนึกมันเขี้ยวอยู่
ในใจ พลางแกล้งทําเป็นยกนิ้วมือขึ้นนับ “อาเท่ากัน กันถูกสาวของผมพอดีเลย”
“แล้วเดี๋ยวนี้ ลูกของนายบังไปไหนเสียล่ะ”
“ไม่รู้สิ” เขาแกล้งทําเสียงเศร้าสลด
“ทําไมไม่รู้ล่ะ”
“เขาเกิดได้แค่สองเดือนผมก็ไปเป็นทหาร” กําบังแกล้งสร้างเรื่องขึ้น “ผมเป็นทหารได้ปีกว่าก็ เกิดสงครามอินโดจีน”
ลูกเนียงพอรู้เป็นเลาๆ เรื่องสงครามอินโดจีน เห็นแม่บอกตอนนั้นต้องอพยพหนีลูกระเบิดเข้าไป อยู่ในสวนทางตลาดพลูโน่น เวลาเครื่องบินมาทีจะมี เสียงกระที่มน่ากลัวมาก ลูกระเบิดลงมาหลายต่อ หลายแห่ง คนตายกันไม่น้อย
“พอสงครามเกิด ผมก็โดนส่งไปรบถึงเชียงตุง” กําบังทําซุ้มเสียงให้ดูเหมือนจริงจัง “นึกว่าจะ ไม่รอดกลับมาเสียแล้ว แต่โชคยังช่วยไม่ได้เอาชีวิต ไปทิ้งเสียที่โน่น รอคตายกลับมาได้ ตอนขาไปไม่เท่า ไร แต่ตอนขากลับนี่สิคุณเอ๋ย...”
“เป็นไงรึ” ลูกเนียงพลอยหลงเชื่อไปกับเรื่อง ราวที่เขากุขึ้น
“ต้องเดินกลับมานะสิ”
“ไม่มีรถหรือ”
“รถมี แต่ไม่มีเงิน ผมโดนปลดออกที่เชียงราย ปล่อยให้กลับกรุงเทพฯกันเอาเอง”
“โถ” ลูกเนียงพลอยสลดใจไปกันรื่องราวของเขา
“แต่ก็พยายามอาศัยรถเขามาบ้าง เดินมาบ้าง นานโขกว่าจะกลับมาถึงบ้าน พอถึงบ้าน ที่ไหน ได้บ้านของผมโดนระเบิดไม่รู้หายไปไหนทั้งหลัง”
“แล้วเมียกับลูก” 
“ไม่ได้เจอกันจนป่านนี้ ไม่รู้ด้วยว่าเป็นตาย ร้ายดีอย่างไร” น้ำเสียงของเขาเศร้ามากขึ้น
“หากลูกสาวผมยังอยู่ ก็คงเท่าๆ กับคุณนี่แหละ”
กําบังเอามือลูบต้นแขนเด็กสาวแล้วบีบขย้ำ ความแน่นของเนื้อ
“แต่ไม่รู้ว่าลูกสาวของผมจะสมบูรณ์เหมือน คุณหรือเปล่า ผิวเขาคดำ ไม่ขาวผ่องยังกับหยวก เหมือนคุณหรอก” กําบังเผลอตัวกลืนน้ําลายจน กระเดือกไหวมองเห็นได้ชัด
เด็กสาวมองดูมือของเขาที่ลูบไล้ไปมาบนท่อน แขนขาวๆ กลับไพล่คิดไปว่าเขาคงคิดถึงลูกสาวของ เขามากกว่า...
ทั้งเขาและเด็กสาวต่างนิ่งกันอยู่ครู่หนึ่ง บทความฉ้อฉล โหดร้าย ก็เริ่มขึ้น...
“ถอดออกสิคุณ” น้ําเสียงของกําบังเปลี่ยนไป เล็กน้อย
“ถอดออกเถอะ” มือของเขาเลื่อนจากท่อน
แขนมาที่กระโปรงชุดสีฟ้าอ่อนๆ ซึ่งเหมือนจะเป็น ชุดสุดท้ายที่มีโอกาสปกปีตพรหมจารีของเด็กสาว เอาไว้
แม้ลูกเนียงจะคิดว่ากําบังเขาหวังดี ตนเองก็อยู่ ในวัยเดียวกับลูกสาวของเขา แต่ก็ยังไม่กล้าถอดเอา เสื้อกระโปรงออก ยิ่งคิดไปว่าจะต้องอยู่ในสภาพแก้ ผ้าล่อนจ้อนต่อหน้าต่อตาของเขา..
“ไม่มีเวลามากนะ ไม่อย่างงั้น คืนนี้ทั้งคืนก็ไม่ เสร็จ..มาเถอะ ผมจะช่วย หันหลังมาทางนี้สิ”
กําบังเอามือจับสองไหล่ของเด็กสาวให้หันหลัง มาทางเขา
เด็กสาวมีท่าทีขัดขืน...แต่ไม่อาจทานแรง ของเขาได้...และไม่อยากจะขัดใจเขาด้วย เพราะเขาบอกว่าเขารักและห่วงใย เขากล้า ตายแทนได้ถ้าหากมีใครมาทําอันตรายกับตน ยิ่งนึกมาถึงตรงนี้ยิ่งเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจเขา ..เลยได้แต่นั่งก้มหน้าหันหลังให้เขาทําตาม ความพอใจ...
กําบังจับเส้นผมยาวสลวยดําขลับที่ถัก เอาไว้เป็นเปียหางเดียวไพล่มาไว้ข้างหน้า... เด็กสาวเลยเอามือจับหางเปียไว้แน่น เหมือน กับมันจะเป็นที่พึ่ง เป็นสิ่งเดียวที่ช่วยเหลือ ให้พ้นจากความอายไปได้
มือสากหนาของกําบังลูบที่ต้นคอด้าน หลังลงมาจนสองบ่าอวบอิ่มของเด็กสาว..
จากนั้นมือของเขามาหยุดอยู่ตรงหัวซิป..
เสียงซิปค่อยๆ รูดลงช้าๆ มันดังเหมือน คมกรรไกรจากคนขายผ้ากรีดไปบนเนื้อผ้า ยาวๆ หลังจากตกลงราคาซื้อขาย...
ซิปเดินไปเรื่อยๆ จากต้นคอจนถึงบั้นเอว ตรงชายกระเบนเหน็บ...
เด็กสาวรู้สึกเหมือนราวกับเนื้อด้านหลัง โดนผ่าออก ตัวของเด็กสาวงอ ไปข้างหน้า เล็กน้อย
สองมือที่จับหางเปียอยู่กลายเป็นยก ข้อศอกกลางปีกออก..
เนื้อขาวเต็มไปหมดทั้งแผ่นหลังปรากฏ   อยู่ตรงหน้า...ลานตาลานใจไปหมด...
กำบังเหลืออดจึงสอดมือเข้าไปใต้ศอกขอเด็ก สาวที่กางออกเป็นปีก...คว้าเต้าเข้าไว้เต็มกําแล้วออก แรงบีบ..
“อุ้ย” เด็กสาวเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บ พลางปัดมือของเขาออกไป..หน้าอกเป็นเนื้อทั้งยวง ที่ยังไม่เคยมีใครแตะต้องโดนบีบแม้จะไม่แรงนักแต่ก็ เจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก..แต่ความไว้วางใจเขาทําให้นึกว่าเป็นการล้อเล่นระหว่างผู้ใหญ่ก็เด็ก
เสียงกําบังหัวเราะออกมาอย่างย่ามใจ...
อะไรเล่าจะมายับยั้งเอาไว้ได้...เขาจรดจมูก และปากลงที่กลางหลังของเด็กสาวซึ่งไม่เคย มีใครทําเช่นนี้มาก่อน... "
หอมและแน่นอยู่กับจมูกและปาก..
พลังแฝงเร้นที่ซ่อนอยู่ในตัวของเขาลุก โชนออกมาคับติ้วอยู่ในลิงสีแดง..แค่ขยับ ตัวนิดเดียวท่อนเนื้อของเขาก็แนบสะโพก ของเด็กสาว..แม้จะมีลิงและชุดขวางเอาไว้ เถอะ...มันชิ่งกลับเข้ามาในความรู้สึกอย่าง รุนแรง...
กับลูกเนียง...เด็กสาวรู้สึกแผ่นหลังทั้ง แผ่นร้อนราวกับโดนไฟนาบ...เด็กสาวถึงกับ เงยหน้าเผลอตัวสูดปากออกมาด้วยความรู้ สึกที่เหลือจะเดา...ยิ่งกว่านั้นอะไรหนอที่มัน กระตุ้น มันอุ่นๆ อยู่แถวสะโพกและพริบ ตาเดียว มือของเขาก็สอดผ่านซอกรักแร้เข้า มาตรงหน้าอกที่เติม...คราวนี้เขาจู่โจมเข้ามา ทั้งสองข้าง...สองเต้าโดนเกาะกุมเอาไว้แน่น แต่ไม่บีบเค้นเอาอย่างย่ามใจเหมือนเมื่อครู่ หนนี้เป็นการสัมผัส ลูบไล้เบาๆ ด้วยความ ทะนุถนอม...แต่ความไม่เคย...การเสียดสี ด้วยมืออันหยาบหนาและตายต้านทําให้รู้สึก ถึงความเจ็บ...
เขากําลังทําอะไรกับเรา
ความเอ็นดูของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กหรือ...คงจะ ใช่ เพราะเขาไม่ได้ทํารุนแรงอะไรมากนัก ความไม่ เคยทําให้รู้สึกเจ็บไปเอง...คิดอย่างนั้นจึงปล่อยให้ เขาลูบคลําด้วยความคะนองมือและย่ามใจ
จมูกและปากเขายังวนเวียนแกวๆ แผ่นหลัง ต้นคอ...แต่มือของเขา...ข้างหนึ่งละจากหน้าอก ลงมาบริเวณหน้าท้อง ลูบคลำอยู่แถวๆ บริเวณสะดือ...
โอ...แน่นไปหมดทั้งตัว..กำบังคิด...ทั้งมือ
และปากจมูกกับเจ้าท่อนเนื้อของเขาเคลื่อนไหวไป เรื่อยๆ เจ้าท่อนเนื้อดูจะมีอาการหนักกว่าเพื่อนที่ได้ และเล็มอยู่แถวๆ สะโพก
เด็กสาวเริ่มรู้สึกชาไปทั้งตัวคล้ายกับจะเป็นเหน็บ...และในช่วงสุดท้าย..เด็กสาวพยายามงอตัว ราวกับจะขมวดแขนขาหน้าอกหน้าใจเอาไว้ให้เล็กที่สุดเท่าที่จะเล็กได้เมื่อเขาตั้งหน้าตั้งตาดึงรั้งกระโปรง ชุดให้ออกไปจากตัว...
ไม่เอาออกไปไม่ได้หรือเด็ก...เด็กสาวเพียงคิด... โธ่...ทําไมต้องแก้ผ้ากันด้วย...
ขนาดและน้ำหนัก ความรู้สึกที่ฝ่ายหนึ่งเต็ม ไปด้วยราคะ อีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้สีรู้สา กระนั้นก็ยังเกิด การยื้อยุดฉุดแย่ง...
กว่ากําบังจะเอาเสื้อผ้าออกไปจากตัวของเด็ก สาวได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร...และยิ่งเด็กสาวขัดขืนยิ่งเพิ่มความหื่นกระหายอันสนุกสนานให้เขาขึ้นอีก
เมื่อเนื้อตัวอันล่อนจ้อนขาวโพลงอยู่ต่อหน้าเขา
เด็กสาวรู้สึกเย็นเยือกไปทั้งตัว ความอายทําให้ หมอบคุดคู้สองมือกอดอกตัวเองเอาไว้แน่น แข็ง ขาพยายามที่จะเบียดเข้าหาก้นปกปิดส่วนที่ควรปิด ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ราวกับตรียมการตั้งค่าย คูประตูหอรบเพื่อป้องกันการโจมตีของเขาอย่างเต็มที่
กําบังหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นแบบแผบการป้อง กันตัวอันไร้เดียงสาของเด็กสาว
ร่างของเด็กสาวเปลือยเปล่าค่อนข้างสั่นเทาเหมือนลูกนกอยู่ต่อหน้างูเห่า
เนื้อขาวๆ ออกไปทางชมพูน้อยๆ เพราะโลหิตความอายฉีดซ่าน ความงามความใหม่ ตัดกับสีของผ้าปูเตียงค่อนข้างเก่า เหมือนตอกไม้สีขาวสดวางอยู่บน กลางผ้าขี้ริ้ว
โอ...เหยื่อกําลังขึ้นมาอยู่บนเขียงให้เขา เชือด...
แต่คนผ่านโลกผ่านเพศตรงข้ามมามาก แล้วอย่างเขา มีหรือจะหักโหมเอาด้วยความ รุนแรง
ดังนั้นเขาจึงก้มลงไปเนิบนาบจากต้น คอระเรื่อยลงไปจนล่างสุดของร่างกายเด็กสาวด้วยจมูกและปากพร้อมกับมือเช่นเคย...
เมื่อเกิดสัมผัสก็ย่อมเกิดความรู้สึก... มันเป็นความหวังดีของเขาจริงๆ เขาไม่ได้รังเกียจเลยแม้แต่น้อย เด็กสาวคิด...เพราะว่า....
กําบังใช้ลิ้นกับเด็กสาวแม้กระทั่งลู่ทาง ซึ่งเป็นที่ระบายออกของปฏิกูล...
เชื่อแล้ว..เป็นความหวังดี.เขารัก เราจริงๆ ไม่เช่นนั้นเขาจะทําให้เราอย่างงี้ หรือเด็กสาวหลับตาเมื่อเขาค่อยๆ จับร่าง ของเด็กสาวให้พลิกหงาย...
ลูกเนียงโอนอ่อนตามใจเขาแต่ยังหลับตาสอง มือกอดอกปิดปลายปลีและฐานเนื้อเต้าสีขาวเอาไว้ ด้วยความอาย..สองขาไพล่กันบีบกระชับแน่นเพื่อ ปิดพื้นที่เนื้อน้อย...คราวนี้ดูจะอายหนักยิ่งกว่าหน ก่อน เนื้อตัวร้อนวูบวาบไปหมด..แม้จะไม่เห็นใบ หน้าของเขาแต่ก็รู้ด้วยสัญชาตญาณว่าเขาก้าลังจ้อง มองดูเนื้อตัวอับเปล่าเปลือยล่อนจ้อนของตนเองอยู่...
ขณะนั้น..ลูกเนียงรู้สึกว่ามือของเขาก้าลังลูบไล้ อยู่แถวๆ ท่อนขาอ่อนๆ
ลูกเนียงบีบกระชับทั้งมือและขาของตนเองให้ มากยิ่งขึ้น...
แล้ว...มีเสียงลมหายใจของเขาใกล้เข้ามาก่อน 
….ลูกเนียงค่อยๆ รู้สึกได้รับความร้อนเกือบจะถึงริม ฝีปากของตนเองจึงลืมตาขึ้น..
ใบหน้าของเขาราวกับภาพโคลสอัพที่เห็นในจอ ภาพยนตร์ปรากฏอยู่เต็มตา...
ปากหนาของเขากําลังจะกดเข้าตรง ริมฝีปากบางๆ ของตนอยู่รอมร่อ...


*

ออฟไลน์ cdx

  • Junior Member
  • ***
  • 409
  • 2612
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่8
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2018, 02:16:47 pm »
อืมมม นายกำบังกับตาเฉย นี่คงเป็นคนละคนกัน
ขอบคุณและเป็นกำลังใจครับ รอตอนต่อไปครับท่าน

*

ออฟไลน์ Monchai-S

  • Full Member
  • **
  • 109
  • 201
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่8
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2018, 02:20:37 pm »
ครับคนละคนกันครับ กำบังคนแรก ตาเฉยคนที่สองครับ

*

ออฟไลน์ Suchart Thanee

  • Full Member
  • **
  • 236
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่8
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2018, 07:32:10 pm »
ลูกเนียงจะรอดเงื้อมือกำบังหรือไม่ครับ น่าติดตาม

*

ออฟไลน์ sunnie06

  • Veteran Member
  • ******
  • 1728
  • 835
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่8
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2018, 02:24:29 am »
รออ่านตาเฉยอยู่เหมือนกันครับ

*

ออฟไลน์ peddo

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3915
  • 1236
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่8
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2018, 11:48:04 pm »
คนที่ไว้ใจร้ายที่สุดเลยนะครับ หนูน้อยจะรอดได้ไหมนะ ดูท่ารอดยาก หนีจากคนนี้ก็จะไปเจอคนอื่นจ้องเจ็ดยับอยู่แน่ ใสๆอย่างนี้ น่าเป็นห่วง บังก็ลีลาจัง เดี๋ยวได้พลาดหรอก หวั่นใจแทนหนูเนียงเหมือนกัน ครั้งแรกเจอยักษ์เข้าไปจะช้ำขนาดไหน ปิดตาอ่านข้างนึงครับ หวาดเสียว

*

pinmonkey

Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่8
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 02:52:41 pm »
ได้ลูบไล้ แถมจะเปิดจูบแรกของสาวน้อยแล้ว อิจฉากำบังสุดๆ ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ johnywalker

  • Legend Member
  • *******
  • 2954
  • 14
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่8
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2018, 11:13:25 am »
 ::Cheeky:: เกลียดไอ้กำบังซะจริง พูดโกหกหลอกล่อซะจนเด็กสาวหวานใส ปลงใจหลงเชื่อเลย

*

ออฟไลน์ Suchart Thanee

  • Full Member
  • **
  • 236
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่8
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2018, 05:04:26 am »
ลูกเนียงจะรอดไหม น่าสงสาร

*

ออฟไลน์ suriyamahajit

  • Supreme Member
  • *********
  • 7789
  • 1850
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่8
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2018, 09:52:20 pm »
น้องหนูด้วยความเดียงสาจะรอดจากพรานไหม

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ