Koy restart ep 23 By Ukisa

Koy restart ep 23 By Ukisa

  • 5 ตอบ
  • 3760 อ่าน
*

ออฟไลน์ lipza12752

  • Full Member
  • **
  • 142
  • 137
    • ดูรายละเอียด
Koy restart ep 23 By Ukisa
« เมื่อ: ตุลาคม 20, 2019, 09:40:03 pm »
   แมนพาผมไปยังร้านขายอุปกรณ์แต่งรถที่เขาไปเป็นประจำ

                “ไงมาอีกแล้วหรอ” เจ้าของร้าน
                “สวัสดีพี่กบ”
                “มาดูทุกวันเลย พี่บอกแล้วว่าให้มาทำงานร้านพี่ ไม่กี่เดือนก็แต่งได้ทั้งคันแล้ว”
                “ผมก็อยากมาทำนะพี่ แต่พี่ก็รู้ พ่อกับแม่ผมไม่ยอมหรอก แค่ได้เรียนช่างยนต์นี่ก็ดีแล้ว”
                “งั้นก็ช่วยพ่อขายกล้วยไม้สิวะ ไม่กี่ต้นก็ได้แล้ว”
                “โถพี่ ขายไปเค้าก็ไม่ให้เงินผมมาแต่งรถหรอก”
                ผมมองดูของแต่งรถในร้านไปเรื่อยๆ
                “พี่ๆ”
                เจ้าของร้านเรียกผม
                “พี่ยืนหันข้างหน่อยสิ”
                “ทำไมหรอ”
                “น่าพี่แป๊บเดียว”
                ผมยืนหันข้างให้เจ้าของร้านดู
                “พี่พี่ใช่คนที่ไปแข่งที่พัทยากับพวกพี่โจใช่ไหม”
                “เออ ใช่”
                “ใช่จริงๆ ด้วย พี่นี่ผมถ่ายวิธีโอไว้ด้วย พวกผมชอบพี่มากเลย”

                กบไปตามเพื่อนมาแล้วเปิดวิดีโอที่อัดไว้ให้ดู เป็นครั้งแรกที่ได้ดูตัวเองในทีวีแบบนี้รู้สึกเขินๆ เหมือนกัน วิดีโอไม่ได้ยาวมากเพราะถ่ายด้วยกล้องมือถือและยืนอยู่แค่ช่วยทางตรงเข้าเส้นชัย นอกนั้นก็ไกลจนบางช่วงมองไม่เห็นด้วยซ้ำ ผมยืนดูวิดีโอจนจบ

                “พี่บีได้ที่สี่เลยหรอ” แมน
                “เห้ย พี่เค้าปล่อยให้เพื่อนชนะแทนต่างหากหละ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่เค้าบี้ไอ้มาร์ชตั้งแต่ต้นจนมันเสียศูนย์ พวกพี่โจก็ไม่เข้าที่หนึ่งหรอก”
                “ไม่ใช่หรอก พวกนี้เค้าก็เก่งอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้เค้าคอยกันพวกตามหลังพี่ก็คงไล่บี้ไอ้มาร์ชไม่ได้หรอก” ผม
                “ว่าแต่พี่มากับไอ้แมนหรอ”
                “เออ เนี่ยพี่เขยผมเอง” แมน
                “เห้ย พี่สาวมึงชอบผู้ชายด้วยหรอ โม้เปล่าวะไอ้แมน”
                “ไม่หรอก ย้อนวิดีโอดูสิ”
                ผมชี้ให้ดูแนนในวิดีโอ
                “เห็นไหมหละผมไม่ได้โม้” กบ
                “พี่ๆ ผมเหมือนเคยเห็นพี่แข่งรถแบบนี้ที่ญี่ปุ่น แต่ผมไม่แน่ใจว่าใช่พี่หรือเปล่า”
                “อ้อแข่งคัดตัวเข้าทีม ฮอนด้า หนะหรอ”
                “ใช่พี่ พี่จริงๆ ด้วยสุดยอดเลยพี่” กบ
                “ผมแค่เข้าที่สองเอง เข้าที่หนึ่งไม่ไหว”
                “โหพี่ก็คู่แข่งพี่แชมป์โลกหลายสมัยนะพี่ แค่พี่ไล่ได้ขนาดนั้นก็สุดยอดแล้ว” กบ
                “จริงหรอพี่กบ ผมอยากดูพี่มีอัดไว้ไหม” แมน
                “มีสิ แต่ยาวนะมันเป็นบันทึกตลอดการแข่งขัน” กบ
                “เปิดมาเถอะพี่ มีแต่คนอยากดูทั้งนั้น” แมน
               
                ตอนนี้วัยรุ่นเต็มร้านเลยครับ แถมพวกที่มาแล้วโทรเรียกเพื่อนมาอีก ผมคิดว่าจะอยู่ที่ร้านแค่ไม่นาน แต่ตอนนี้คงจะยาวแล้ว พอดูการแข่งจบ กบก็ขอให้ผมเจิมรถที่เพิ่งแต่งใหม่ให้

                “แต่ผมต้องกลับไปบ้านแมนนะ”
                “ขอรอบเดียวพี่” กบ
                “น่าพี่บี ซักรอบ” แมน

                ผมคิดว่าแค่รอบๆ ร้าน แต่ที่ไหนได้ดันให้ผมขับรถเมืองเชียงใหม่ แล้วก็แวะทุกร้านที่รู้จัก กว่าจะกลับมาที่ร้านของกบก็สามทุ่มเข้าไปแล้ว ผมรีบขอตัวกลับเพราะจะรีบกลับไปเฝ้าแนนที่โรงบาล

                “พี่แม่บอกให้พี่ไปพักที่บ้านวันนี้” แมน
                “อ้าวแบบนี้แม่ไม่รอแย่แล้วหรอ”
                ไอ้แมนหัวเราะเหอะๆ “คงบ่นแล้วหละพี่”
                “งั้นก็รีบกลับเถอะ”

                กลับไปถึงบ้าน ปรากฏว่าคนที่รออยู่คือแนนไม่ใช่คุณแม่

                “อ้าวเจ้ แม่หละ”
                “ก็แกกลับซะดึกแบบนี้ แม่เค้าเลยไปเฝ้าพ่อแทนแล้วให้ชั้นรอแกอยู่เนี่ย”
                “โชคดีไปแม่ไม่อยู่ไม่งั้นโดนบ่นไม่ต้องนอนคืนนี้” แมน
                “มาแค่ไม่กี่วันก็พากันเที่ยวเลยนะ” แนนเหมือนจะว่าผม
                “ไม่ใช่พี่เค้าหรอก แมนเองหละชวนพี่เค้าไปเอง พี่เค้าอยากจะกลับนานแล้ว” แมนแก้ตัวแทนผม
                “แล้วกินข้าวกันมาหรือยัง” แนน
                “ยังเลย” แมน

                ผมก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็มากินข้าว แนนแยกตัวไปนอน กินข้าวเสร็จผมก็นอน อยากจะไปคุยกับแนนแต่ทำแบบนั้นคงไม่ดีเพราะแนนนอนอยู่ในห้อง ผมนอนไม่หลับก็เลยว่าจะออกมานั่งที่ชานบ้าน แล้วผมก็เห็นแนนนั่งเล่นกับเจ้าริวอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน ผมรีบลงไปหา

                แนนเห็นผมเธอทำท่าจะลุกหนี แต่ผมก็รีบกอดไว้
                “ริวดูสิแม่เค้าหนีพ่อตลอดเลย ไม่รู้ว่าพ่อทำอะไรให้แม่เค้าโกรธ”
                แนนไม่ยอมพูดกับผมแต่ก็ไม่ได้ดิ้นหนี
                “ช่วยพ่อง้อแม่หน่อยสิริว เราจะได้กลับบ้านกัน จะได้ไปกินของอร่อยๆ นะ”
                เจ้าริวพอได้ยินว่าของกินมันก็รีบขึ้นมานอนบนตักแนน
                “ดูสิลูกอยากกลับแล้ว เราจะกลับบ้านกันได้หรือยัง”
                “ก็แนนบอกแล้วนี่ว่าไม่กลับ”
                “ทำไมหละ แนนไม่อยากกลับไปอยู่ด้วยกันแล้วหรอ”
                แนนเริ่มร้องไห้
                “ร้องไห้ทำไม มีอะไรก็บอกพี่สิ ทุกคนเค้าห่วงแนนนะ นี่พี่ยังไม่ได้บอกเจนนะ พี่กลัวว่าบอกแล้วเจนจะรีบขึ้นเครื่องกรุงเทพ”
                “แนนคงกลับไปไม่ได้แล้วหละ”
                “ทำไมหละ ถ้าเรื่องกล้วยไม้ เดี๋ยวพี่ให้คนมาช่วยดูแทนก็ได้ แล้วคนที่มาพี่ว่าพ่อแนนก็ไม่น่าปฏิเสธหรอก”
                “ไม่ใช่เรื่องนั้น”
                “อ้าวแล้วเรื่องอะไร หันหน้ามาบอกพี่สิว่าทำไมแนนถึงกลับไปกับพี่ไม่ได้”
                แนนหันหน้ามามองผมแล้วก็ร้องไห้ดังขึ้น
                “ไม่ร้องนะบอกมาสิว่ามีอะไร”
                “ก็พ่อ”
                “พ่อทำไม”
                “หมอบอกว่าพ่อ พ่อ”
                แนนเอาแต่ร้องไห้จนพูดไม่รู้เรื่อง
                “ใจเย็นๆ ค่อยๆ พูด”
                “หมอ หมอบอกว่า พ่อ พ่อเป็นเนื้องอกในสมอง ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกกี่เดือน”

                พูดจบแนนซบอกผมแล้วร้องไห้โฮ ผมแทบจะทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ไม่คิดว่าเรื่องมันจะร้ายแรงขนาดนี้ ผมพยายามตั้งสติ

                “ไม่เป็นไรนะ งั้นพี่จะพาพ่อแนนไปรักษาที่กรุงเทพ ถ้าไม่ดีขึ้นก็จะพาไปรักษาเมืองนอก ยังไงพี่ก็จะรักษาพ่อแนนให้หายนะ ไม่กลัวนะ”
                “ไม่ได้หรอก แม่กับพ่อไม่ยอมให้พี่บีออกเงินค่ารักษาให้หรอก”
                “ทำไมหละ แนนอย่าลืมสิว่าเราเป็นอะไรกัน ทำไมพี่จะออกเงินให้แนนไม่ได้”
                “แต่แนนไม่อยากบอกเรื่องของพี่ตอนนี้ แนนไม่อยากให้แม่เครียดมากกว่านี้”
                “อืมพี่เข้าใจนะ แต่มันเลี่ยงไม่ได้แล้วหละ ถ้าไม่บอก พ่อแนนก็จะยิ่งแย่นะ อยู่ที่โรงบาลนี้พี่ก็ไม่เห็นหมอจะทำอะไรเลย”
                “แต่ว่า”
                “เชื่อพี่เถอะ แม่แนนเค้าคงรู้แล้วหละว่าเราเป็นอะไรกัน ท่านคงรอให้เราบอกท่านเองเท่านั้นแหละ”
                “แล้วพี่บีจะบอกเรื่องพี่ก้อยกับเจนหรือเปล่า”
                “คงต้องบอก แล้วคงต้องบอกเรื่องหงส์กับเอริกะจังด้วยนะ”
                “แบบนั้นแม่จะไม่ยิ่งโกรธหรอ”
                “แต่มันเป็นจริงนี่ อีกอย่างพี่คิดจะบอกกับคุณพ่อคุณแม่พี่ก้อย คุณพ่อคุณแม่เจนเหมือนกัน ครั้งนี้ก็ถือว่าพี่เริ่มบอกคุณพ่อคุณแม่ของแนนเป็นคนแรกแล้วกันนะ”

                เรากอดกันอยู่พักนึงแล้วผมก็ให้แนนขึ้นไปนอน ส่วนผมนั่งคิดอะไรต่อ แบบนี้นี่เอง แนนถึงคิดว่าจะกลับไปหาผมไม่ได้อีก ถึงเกิดโชคร้ายคุณพ่อเธอเสีย แนนก็คงต้องเป็นเสาหลักของบ้านต่อ แนนเลยคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้เจอผมอีก ถึงจะอยู่เชียงใหม่ ผมมาเจอเธอได้ไม่ยากนัก แต่เด็กอย่างแนนคงคิดว่าถ้านานๆ ได้เจอทีสู้ไม่เจอเลยจะดีกว่า มันคงเจ็บน้อยกว่าสำหรับแนน

                ตอนเช้าผมก็ตื่นแต่เช้าเพราะไม่คุ้นที่ ผมเดินลงมานอกชานบ้านก็เห็นคุณแม่แนนกำลังใส่บาตรอยู่ โดยมีเจ้าริวนั่งอยู่ข้างๆ พอพระมาเจ้าริวมันก็ยกขาหน้าขึ้นสองข้างเหมือนยกมือไหว้ จนพระที่มาชมในความฉลาดของมัน และดูแม่แนนจะชอบมันมากด้วย

                หลังกินข้าวเช้าเสร็จผมก็ขอคุยกับแม่แนน พร้อมๆ กับแนน มีไอ้แมนแอบนั่งฟังห่างๆ

                “คุณป้าครับ คือผมได้ทราบเรื่องอาการป่วยของคุณลุงจากแนน ผมอยากพาคุณลุงไปรักษาที่กรุงเทพครับ”
                ดูสิหน้าคุณแม่ของแนนจะไม่ได้ตื่นเต้นอะไร
                “แล้วทำไมคุณต้องทำแบบนั้นด้วยหละ เราก็ไม่ใช่ญาติกันซักหน่อย”
                “เออ คือ ผม ผมกับแนนเรา เออ เราอยู่ด้วยกันมาเกือบสองปีแล้วครับ”
                สีหน้าคุณแม่ของแนนก็ดูไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควรจะเป็น
                “งั้นคุณก็เลยอยากช่วยรักษาพ่อมันสินะ”
                “ใช่ครับ อยู่ที่นี่ผมก็ไม่เห็นหมอจะรักษาอะไรเลย ถ้าไปกรุงเทพจะได้เจอหมอที่เก่งๆ กว่า หรือถ้าหมอไทยไม่ไหว ผมจะส่งคุณลุงไปรักษาที่ต่างประเทศแทนจนกว่าจะหาย”
                “แนนมานั่งใกล้ๆ แม่สิ”
                แนนขยับไปนั่งข้างๆ แล้วคุณแม่แนนก็หยิกขาจนแนนร้องเจ็บ
                “โอ้ยยย แม่เจ็บนะ”
                “เป็นสาวเป็นนางไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว”
                “อย่าโทษแนนเลยครับ ผมไม่ดีเอง อืมเรื่องคุณลุงคุณป้าเห็นด้วยไม่ไหมครับ”
                “เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ ไหนเล่ามาสิว่าเป็นยังไงมายังไงถึงได้มาอยู่ด้วยกันได้”

                ผมก็เล่าแต่ก็เล่าไม่หมดเอาแค่เจอกันยังไงแนนมีปัญหาอะไรจนต้องมาอยู่กับผม และผมมีใครบ้างที่อยู่ด้วย ผมเล่าจนหมด คุณแม่แนนดูท่าทางโกรธที่รู้ว่าผมยังมีก้อยกับเจนและเคยมีหงส์และเอริกะจังอยู่ด้วย

                ไอ้แมนหัวเราะ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ว่าแล้วเชียว ทำไมเจ้ถึงชอบพี่ แบบนี้นี่เอง พี่มีสาวสวยๆ อยู่ด้วยหลายคนนี่เอง”
                “เงียบเลยไอ้แมน” แนน
                แม่แนนก็หยิกแนนอีก “โอ้ยย แม่เจ็บนะ”
                “ทำตัวให้มันดีๆ หน่อย” แม่แนนถอนใจก่อนจะกลับมาคุยกับผม “แล้วคุณจะเอาไง จะเลิกกับแฟนคนอื่นๆ แล้วมาแต่งงานกับไอ้แนนได้ไหม”
                ผมกับแนนสะดุ้งแล้วมองหน้ากัน
                “แม่” แนนพูดลากเสียง
                “เงียบเลย เราไม่ต้องเถียง” แม่แนน
                “อืมเรื่องให้เลิกกับก้อยและเจน ผมคงทำไม่ได้ แต่ถ้าจะให้ผมแต่งงานกับแนน เรื่องนั้น ผมยินดีครับ”
                “แล้วถ้าคุณไม่เลิกกับแฟนคนอื่นก่อน คุณจะแต่งงานกับแนนได้ยังไง แฟนคุณเค้าจะยอมหรอ”
                “ยอมสิครับ อืมไม่เรียกว่ายอมดีกว่า เรียกว่าดีใจมากกว่า เพราะยังไงผมก็คิดจะแต่งกับทุกคนอยู่แล้ว”
                “จริงๆ นะแม่ พี่ก้อยกับเจนเค้าไม่โกรธหรอก เค้าจะยิ่งดีใจด้วยซ้ำ”
               
                ผมคิดว่าแม่ของแนนคงแค่อยากให้ผมรับปากแต่ยังคงไม่ได้ให้แนนแต่งกับผมตอนนี้เพราะเรื่องคุณพ่อก็ยังไม่เรียบร้อย และคุณพ่อป่วยอยู่แบบนี้จะจัดงานแต่งงานก็คงไม่ดี

                “งั้นป้าขอคุยกับแฟนคนอื่นของคุณได้ไหม”
                “อืม ได้ครับ”

                ผมโทรหาก้อยแล้วบอกว่าแม่ของแนนอยากคุยด้วยแล้วส่งให้คุณแม่ของแนนคุยต่อ คณแม่ของแนนคุยกับก้อยเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนจะส่งโทรศัพท์คืนให้ผม ผมรับมาแล้วบอกก้อยว่าเดี๋ยวจะโทรกลับแล้ววางสายไป

                “อืม ไอ้แมน ไปเอาชุดพ่อมาชุดนึงสิ” คุณแม่แนน
                “เอามาทำไมหรอแม่” แมน
                “แม่จะไปหาพ่อที่โรงบาลหน่อย”
                “เออคุณป้าครับ ให้ผมโทรแจ้งโรงบาลที่กรุงเทพเลยไหมครับ เราจะย้ายคุณลุงวันนี้”
                “เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก เรื่องไอ้แนนสำคัญกว่า แม่จะช่วยพูดกับพ่อเค้าให้นะ แต่ไม่รับปากว่าพ่อเค้าจะยอมให้ไอ้แนนมันแต่งงานกับคุณหรือเปล่า”

                ผมดีใจที่แม่ของแนนพูดเหมือนอนุญาตให้ผมเรียกท่านว่าแม่ได้แล้ว แต่ผมก็ยังงงเรื่องอาการป่วยของคุณพ่อของแนนว่าทำไมดูแม่ของแนนจะไม่ได้ให้ความสำคัญเลย หรือท่านจะคิดว่าให้ผมกับแนนแต่งงานกันก่อนจะดีกว่าเผื่อหมอรักษาคุณพ่อของแนนไม่หาย

                เราสี่คนไปที่โรงพยาบาล คุณแม่แนนก็เข้าไปในห้องคุณพ่อโดยที่ผม แนน และ  แมนตามเข้าไป

                “อ้าว มากันหมดบ้านเลย แล้วใครจะดูกล้วยไม้ให้พ่อหละ”
                “เรื่องนั้นไม่มีใครเค้าขโมยหรอก แม่มีเรื่องสำคัญมาบอกพ่อ”
                “เรื่องอะไร”
                “คุณคนนี้เค้าจะมาขอไอ้แนนแต่งงาน”
                คุณพ่อมองมาที่ผมแล้วก็หัวเราะ
                “เออ เอาสิดี ชั้นก็ถูกชะตากับเค้าเหมือนกัน แต่แม่ เดี๋ยวนี้หัดพูดเล่นนะ ไปหัดมาจากไหน”
                “ชั้นไม่ได้พูดเล่น เค้ามาขอลูกเราแต่งงานจริงๆ”
                “แม่ไม่ได้พูดเล่นนะ”
                “ชั้นเคยพูดเล่นด้วยหรอพ่อ”
                คุณพ่อแนนมองตาขวางมาที่ผม
                “เห้ยไอ้หนุ่ม แค่เจอหน้ากันไม่กี่วันมึงกล้าขอลูกสาวกูเลยหรอ”
                “แต่ลูกเราอยู่กับเค้าสองปีแล้วนะพ่อ”
                “อะไรนะ”
                พ่อแนนโกรธจนทำท่าจะลุกจากเตียง ผมตกใจไม่ได้กลัวจะโดนต่อย แต่กลัวคุณพ่อแนนจะเป็นอะไรไปเพราะช๊อค
                “พ่อจะเอายังไง จะไม่ให้ลูกเราแต่งกับเค้า ให้ลูกเรามันอยู่ไปแบบนี้หรอ” แม่แนนพูดเหมือนโกรธคุณพ่อแนน         “โถแม่ แต่ว่ามันมาล้วงคองูเห่าแบบนี้ จะให้พ่อยอมหรอ”
                “อ้อแต่ลูกเรา เสียผีให้เค้าโดยไม่ต้องรับผิดชอบได้งั้นหรอ” แม่แนนตลาดใส่คุณพ่อ
                คุณพ่อแนนก็เงียบ               
                “อ้อแล้วคุณเค้ามีเมียอีกสองคนอยู่ที่กรุงเทพด้วยนะ”
                “แม่แล้วแบบนี้ไอ้แนนไม่เป็นเมียน้อยเค้าหรอ” “ไอ้แมนปล่อยกู” คุณพ่อทำท่าจะลุกขึ้นมาให้ได้จนไอ้แมนต้องไปดึงไว้
                “แม่คุยกับเมียอีกคนของคุณเค้าแล้ว ไอ้แนนไม่ไดเป็นเมียน้อย เค้ารักไอ้แนนเหมือนน้องสาว แล้วเค้าก็จะมางานแต่งด้วย”
                “โถแม่มันจะจริงหรอ”
                “ชั้นคุยเองพ่อไม่เชื่อชั้นหรอ” คุณแม่ตะหวาดคุณพ่ออีก
                “เอาน่าพ่อ งานนี้พ่อรวยเละเลยนะ”
                “เห้ย กูไม่เอาเงินใครหรอกเว้ย สินสอดก็ไม่ต้องมาให้กู”
                “อ้าวพ่อ พ่อลืมแล้วหรอว่าพนันกับใครไว้บ้างว่าเจ้จะได้แต่งงานกับผู้ชาย ทั้งเงินทั้งกล้วยไม้เลยไม่ให้หรอ”
                “เออ ใช่หวะไอ้แมน เออๆ ทีนี่หละมึง ไอ้พวกดูถูกลูกกูไว้” พ่อแนนหัวเราะ
                “งั้นก็เป็นอันว่าตกลงนะพ่อ”
                “เออตกลงสิ ถึงขนาดนี้แล้วนี่ ถ้าพลาดไปครั้งหน้ากูอาจจะได้ลูกสะใภ้แทน กูไม่เอาหรอกนะ”
                “แล้วเรื่องหมอหละแม่ พี่บีเค้าจะพาพ่อไปกรุงเทพแม่ว่ายังไง”
                แม่แนนยิ้มแล้วลุกขึ้น “ชั้นหมดหน้าที่แล้ว เรื่องป่วย พ่อบอกไอ้แนนมันเองแล้วกันนะ” “ไอ้แมนไปส่งแม่กลับบ้านหน่อย”

                อยู่ๆ แม่ของแนนก็กลับบ้านโดยไม่ยอมคุยเรื่องย้ายโรงบาล

                “พ่อว่าไง ให้พี่เค้าย้ายพ่อไปกรุงเทพนะ”
                “โอ้ยยย ช่างมันเถอะ กูขอจัดงานแต่งมึงก่อน”
                “พ่อ ถ้าพ่อไม่ยอมไปรักษา แนนก็ไม่ยอมแต่งงานหรอกนะ”
                “ใช่นะครับคุณลุง อืมให้ผมคุยกับหมอที่นี่ให้ก่อนไหมครับ”
                “เออ คือ เออ ไม่ต้องหรอกคุณลำบากเปล่าๆ”
                “ได้ยังไงหละพ่อ พ่อ ถ้าพ่อไม่ยอมรักษาให้หายแนนไม่ยอมแต่งานหรอกนะ”
                “พ่อไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกลูก”
                “คุณลุงครับ โรคที่คุณลุงเป็นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับ ผมว่าผมเตรียมย้ายคุณลุงวันนี้เลยดีกว่า อยู่ที่โรงบาลนี้ผมไม่เห็นหมอจะมารักษาคุณลุงเลย”
                “ไม่เป็นไรหรอกคุณ อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่เลย”
                “ไม่ใหญ่ได้ยังไงหละพ่อ ก็พ่อเป็นเนื้องอกในสมองนะ”
                คุณพ่อแนนยิ้มเจือนๆ “เออคือ”
                “งั้นผมไปคุยกับเจ้าหน้าที่ก่อนแล้วกันนะครับ แล้วผมจะรีบจองห้องโรงบาลที่กรุงเทพไว้ด้วย”
                “เดี๋ยวคุณไม่ต้องไปหรอก คือ”
                “พ่อ แนนอยากให้พ่ออยู่กับแนนานๆ นะ” แนนกอดคุณพ่อร้องไห้
                “อย่าร้องไห้สิลูก”
                “ก็แนนอยากให้พ่ออยู่กับแนนนานๆ แต่พ่อไม่ยอมรักษาแบบนี้ จะไม่ให้แนนเสียใจได้ยังไง”
                “อย่าร้องเลยลูก คือ พ่อ พ่อไม่ได้เป็นอะไรหรอก”
                “ไม่ได้เป็นอะไรได้ยังไง ก็หมอบอกว่าพ่อมีเนื้องอกในสมอง”
                “พ่อไม่ได้เป็น จริงๆ นะ”
                “พ่อไม่ต้องมาโกหกเลย”
                “ไม่เชื่อไปถามหมออีกทีก็ได้”
                “พ่อจะโกหกแนนทำไมอีก ทำไมพ่อไม่ยอมรักษาตัวเอง พ่อไม่รักแนนแล้วหรอ”
                “พ่อรักแนนสิลูก แต่พ่อไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ พ่อให้หมอโกหกแนน แนนจะได้กลับมาบ้านไงลูก”
               
                แนนยังไม่เชื่อเลยให้ผมไปตามหมอมา หมอก็บอกความจริงทั้งหมดคุณพ่อแนนไม่ได้ป่วยอะไรเลยและก็ไม่ได้มีเนื้องอกในสมองด้วย ทั้งหมดคุณพ่อโกหกเพื่อให้แนนยอมกลับมาบ้านและไม่คิดจะกลับไปเรียนอีก

                “ทำไมพ่อต้องโกหกแนนด้วย” แนนร้องไห้
                “ก็ถ้าพ่อไม่โกหกแกว่าพ่อจะตาย แกก็ไม่ยอมกลับมาบ้าน”
                “ที่หลังอย่าโกหกแบบนี้อีกนะพ่อ”

                พอสองพ่อลูกปรับความเข้าใจเราก็ออกจากโรงพยาบาล

                “นี่คุณ”
                “ครับ”
                “คืนนี้คุณต้องไปหาที่นอนเอาเองนะ”
                “อ้าวทำไมหละพ่อ”
                “อ้าวก็เค้าจะแต่งงานกับแก จะให้มานอนบ้านเดียวกันได้ยังไง ก็ต้องให้ห่างกันก่อนสิ”
                “อ้อครับได้ครับ”

                คืนนั้นแมนมาส่งผมที่โรงแรมในตัวเมือง ผมโทรบอกก้อยเรื่องที่จะแต่งงานกับแนน

                “ยืนดีด้วยนะค่พี่บี ทีนี้เชื่อหรือยังว่าช่อดอกไม้แต่งงานศักดิ์สิทธิจริงๆ”
                “เชื่อแล้วจ๊ะ แล้วก้อยไม่น้อยใจหรือโกรธพี่นะ”
                “ก้อยจะน้อยใจทำไมหละค่ะ ก้อยต้องดีใจสิ พี่บีแต่งงานกับแนนก่อนแบบนี้ ก็มีคนท้องแทนก้อยแล้ว”
                “อืม ไม่เกี่ยวกันเลยนะเนี่ย ตาต่อไปต้องเป็นก้อยแล้วหละเบี้ยวพี่มานานแล้ว”
                “ไม่เอาก้อยขอเป็นคนสุดท้ายค่ะ”
                “ขี้โกงบอกว่ากุมภานี้จะแต่งกับพี่แล้วไม่ใช่หรอ”
                “ก็พี่บีเพิ่งแต่งงานกับแนน ก็เว้นไปอีกซักปีสิค่ะ”
                “ไม่ถ้าก้อยเบี้ยวนะ พี่จะไปซื้อบริษัทก้อยแล้วไล่ก้อยออก ก้อยจะได้ว่างซะที”
                “อุ้ย ถ้าทำแบบนั้นก้อยโกรธจริงๆ นะค่ะ ไม่คุยด้วยแล้ว”
                “พี่พูดเล่น ไม่โกรธนะ แล้วก้อยจะมางานแต่งแนนไหม”
                “มาสิค่ะ ต้องมาอยู่แล้ว”

                พอคุยกับก้อยเสร็จ ผมก็โทรหาเจนแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

                “ดีจังเลยค่ะ เจนอยากเห็นจังว่าแนนจะสวยแต่ไหนในชุดแต่งงาน”
                “อ้อ พ่อแม่แนนเค้าว่าจะให้แต่งแบบทางเหนือ คงไม่ได้ใส่ชุดเจ้าสาว แต่เป็นชุดแบบทางเหนือแทน”
                “แบบนั้นก็ยิ่งอยากเห็นใหญ่เลย”
                “แล้วพี่จะส่งรูปไปให้ดูนะ ช่วงนี้เจนคงกำลังเรียนคงมาไม่ได้ใช่ไหม”
                “อืมก็จะลองดูนะค่ะ แล้วพี่บีจะแต่งวันไหนค่ะ”
                “ก็ยังไม่รู้เลย พี่ต้องบอกคุณลุงให้มาเป็นผู้ใหญ่สู่ขอแนนก่อน แล้วค่อยหาวันแต่งอีกที”
                “งั้นถ้าพี่บีรู้วันแต่งแล้วบอกเจนนะ”
                “จ๊ะ”

                แล้วก็ถึงเวลาโทรหาคนสำคัญของงานนี้

                “เออคุณพ่อครับ”
                “ว่าไง มึงพาลูกแนนกูกลับมาหรือยัง”
                “ก็กำลังทำอยู่ครับ”
                “แล้วมึงโทรมาทำไมเนี่ย ก็ไปทำให้สำเร็จสิ”
                “ก็ผมต้องให้คุณพ่อช่วย”
                “ให้กูช่วยอะไร”
                “ผมอยากให้คุณพ่อ มาช่วยเป็นผู้ใหญ่สู่ขอแนนให้ผมหน่อย”
                คุณอำนาจหัวเราะ “คงต้องแบบนั้นแหละครับ ไม่งั้นแนนคงไม่ได้กลับมาเจอคุณพ่ออีกแน่ๆ”
                “เออ ดีพรุ่งนี้กูจะไปหามึงตอนเช้าไปรอรับกูที่สนามบินแล้วกัน”

                ผมนอนไม่ค่อยหลับ รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกัน ก็ไม่เคยสู่ขอสาวมาก่อนนี่ครับ ตอนเช้าผมก็รีบไปรอรับคุณอำนาจกับฟ่างที่สนามบิน จากนั้นก็พาไปบ้านแนน เจ้าริวออกมาต้อนรับเพราะมันจำคุณอำนาจได้ (มันจำได้เพราะคุณอำนาจคงเคยให้ของอร่อยๆ มันกิน) คุณอำนาจขึ้นบ้านไปคุยกับพ่อแม่แนน

                พอแนนเจอฟ่างเธอก็เข้ามากอดมาหอมจนแม่มะลิมองหน้าผม ผมได้แต่ยิ้ม แนนทำเหมือนฟ่างเป็นตุ๊กตาเอาไปนั่งกอดไปฟังคุณอำนาจคุยกับคุณพ่อคุณแม่เธอ
               
                “หนูแนน เนี่ยเป็นลูกสาวคนโปรดของผมเลย นี่ถ้าไอ้บีเอาหนูแนนกลับไปกรุงเทพไม่ได้ผมจะไล่มันออกจากบริษัท” คุณอำนาจ
                “แสดงว่าแนนมันคงไปรบกวนคุณบ่อยๆ ให้ไหมค่ะ” แม่แนน
                “ไม่หรอกครับ มาบ่อยๆ สิดี คนแก่อยู่บ้านคนเดียวมีแค่หมาเป็นเพื่อนสองตัว มีลูกหลานมาเยี่ยมก็ดีแล้ว” คุณอำนาจหัวเราะ
                “พี่ไม่ลองมาเลี้ยงกล้วยไม้ดูบ้างหละครับจะได้ไม่เหงา” พ่อแนน
                “ก็มีเพื่อนๆ มันพูดกันอยู่เหมือนกัน ผมเองก็ไม่มีคนแนะนำเลยไม่ได้สนใจ”
                “ถ้าพี่สนใจ ผมแนะนำให้ เดี๋ยวผมให้ต้นดังไป รับรองเพื่อนๆ พี่ต้องอิจฉาแน่นอน”
                “เออก็ดีสิ ไอ้เพื่อนผมมันก็โม้กันเยอะ ผมจะไปเล่นตามก็กลัวมันมาคุยทับ”
                “ไม่ต้องกลัวครับพี่เดี๋ยวผมจัดให้ รับรองเพื่อนๆ พี่ต้องขอซื้อต่อแน่ๆ”
                “เอาดีๆ”
                “งั้นไปดูกันเลยไหมครับ”
                แม่แนนก็ส่งเสียงทักเพราะยังคุยเรื่องแต่งงานไม่เสร็จ คุณพ่อของแนนกับคุณอำนาจก็จะไปดูกล้วยไม้กันซะแล้ว
                “งั้นวันนี้ชั้นจะไปขอฤกษ์กับหลวงพ่อ ส่วนงานชั้นก็อยากให้จัดแบบธรรมเนียมของทางเหนือ”
                “ผมเห็นด้วยนะ แต่อาหารผมอยากจะสั่งโต๊ะจีน จะได้สะดวกกว่า แล้วแขกที่มาจากกรุงเทพน่าจะเยอะ” คุณอำนาจ
                “ได้ค่ะ แต่ทางชั้นก็จะทำอาหารตามธรรมเนียมไว้ด้วย”
                “ดีๆ” พ่อแนน
               
                แม่มะลิกับแนน (แม่แนนชื่อมะลิ) ไปขอฤกษ์กับหลวงพ่อที่วัด ส่วนผมกับฟ่างเดินตามคุณอำนาจกับพ่อบุญช่วย (พ่อแนนชื่อบุญช่วย) เดินดูกล้วยไม้

                “ไอ้บีไหนลินบอกว่าแกติดต่อกับนักพฤษศาสตร์แล้ว ทำไมยังไม่เห็นมา” คุณอำนาจ
                “เดี๋ยวผมตามให้ครับ ที่จริงวันนี้น่าจะมาได้แล้ว”

                ผมโทรตามนักพฤษศาสตร์ให้รีบมาที่บ้านแนน ผมแชร์ location ให้ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มีรถตู้คันนึงมาที่หน้าบ้าน ผมก็ออกไปรับแล้วพานักพฤษศาสตร์ไปที่เรื่อนกล้วยไม้ คุณอำนาจกับพ่อบุญช่วยคุยถูกคอกันมากจนคุณอำนาจจะช่วยขยายเรือนกล้วยไม้และอยากเป็นหุ้นส่วน

                “เดี๋ยวผมว่าจะสร้างเรือนกล้วยไม้ที่บ้านบ้างแล้ว บุญช่วย ช่วยจัดพวกสวยๆ ให้ผมหน่อยนะ”
                “ได้สิครับพี่”
                “แล้วมึงอะ ไอ้บี จะย้ายบ้านหรือยัง บ้านใหม่เสร็จนานแล้วไม่ใช่หรอ”
                “ติดลูกสาวสุดที่รักของคุณพ่อนั่นแหละ”
                “ทำไมหละ”
                “ก็เค้าบอกเค้าไม่อยากไปอยู่ เค้าบอกบ้านยิ่งหลังใหญ่ครอบครัวก็ยิ่งห่างกัน”
                “เพราะมึงดูแลลูกกูไม่ดีเค้าถึงได้พูดแบบนี้” คุณอำนาจ
                “ผมดูแลดีทุกอย่าง แต่ลูกรักคุณพ่อ ขอห้องส่วนตัว แล้วเอาเจ้าเนี่ย” ผมชี้ไปที่ไอ้ริว “เอามันไปนอนด้วยทุกคืนแล้วปล่อยให้ผมนอนคนเดียว”
                คุณอำนาจหัวเราะ “อ้อมึงหล่อสู้ลูกริวกูไม่ได้นี่เอง”

                แม้แต่พ่อแนนก็ยังหัวเราะที่รู้ว่าปรกติแนนนอนกับเจ้าริวไม่ได้นอนกับผม พอตอนเย็นแม่แนนก็มาบอกว่าได้ฤกษ์เป็นวันศุกร์ที่จะถึงนี้ แนนอ้อคุณอำนาจให้พวกที่ออฟฟิตผมมางานด้วย

                “เอาสิ ลูกแนนโทรบอกพี่ลินเค้าเลย จะให้มาเครื่องจองโรงแรมเอาแบบไหนก็บอกไปเลย”
                แม่มะลิก็มองหน้าแนนเพราะว่ามันสิ้นเปลื้อง
                “ชั้นว่ามันจะสิ้นเปลื่องนะค่ะ แล้วแค่เค้าสะดวกเองไม่ได้ดีกว่าหรือ”
                แต่แนนก็อ้อนจนคุณอำนาจพูดว่า “ถือว่าเป็นโบนัสปีนี้แล้วกัน แม่มะลิไม่ต้องเป็นห่วงหรอกชั้นก็เอาเงินบริษัทนั่นแหละจ่าย”
               
                คุณอำนาจพูดแบบนี้แม่มะลิก็เลยยอม แนนก็รีบโทรหาลิน จากนั้นก็โทรตามให้ก้อยขึ้นมาหา ก้อยบอกว่าจะมาวันงานแต่แนนก็อ้อนจนก้อยยอมนั่งเครื่องมาเช้าวันพุธ

                “คุณพ่อค่ะ แล้วเจนหละค่ะ” แนนพูดกับคุณอำนาจ
                “เอาสิ ให้มาเลย บอกลินเค้าให้ช่วยจัดการเลย หนูแนนจะแต่งงานทั้งทีก็ต้องให้มากันพร้อมหน้าสิ พ่อก็คิดถึงลูกเจนเหมือนกัน”
               
                สรุปเจนกับพวกน้องๆ ที่ออฟฟิตพี่คมและพี่นุ่นจะมาพร้อมกันวันพฤหัส มีแค่ก้อยที่มาก่อน พอมืดคุณอำนาจก็ขอตัวกลับไปพักที่โรงแรม ส่วนผมเองก็ต้องแยกไปพักที่อื่นเพราะแม่มะลิบอกว่าผมกับแนนกำลังจะแต่งงานกันไม่ควรอยู่บ้านเดียวกัน

                ผมคิดว่าจะได้กอดฟ่างคืนนี้ แต่ที่ไหนได้แนนดึงฟ่างให้ค้างด้วย หลังจากนั้นทุกคนยุ่งกับการเตรียมงาน ผมยุ่งกับการหาชุดและบ้านเพื่อพิธีขอเขยตามประเพณีล้านนา พอวันพุธเช้าผมก็ไปรับก้อยที่สนามบิน

                “ยินดีด้วยนะค่ะ ในที่สุดพี่บีก็จะได้แต่งงานสมใจแล้ว”
                “ไม่ต้องมาพูดเลย ถึงแต่งกับแนนก่อน ก็ไม่ได้แปลว่าพี่จะยอมให้ก้อยเลื่อนสัญญาออกไปหรอกนะ”
                “แหม ก้อยเพิ่งเป็นผู้จัดการมาได้แค่ปีกว่าๆ เอง ให้ก้อยทำงานต่ออีกซักพักไม่ได้หรอ”
                “ไม่ได้”

                ก้อยหัวเราะ ผมพาก้อยไปเจอกับแม่มะลิ ผมลุ้นว่าแม่มะลิจะมีสีหน้ายังไงเพราะก้อยคือแฟนอีกคนของผม แนนเจอก้อยรีบเข้ามากอดเอวจนแม่มะลิมองหน้าผมอีก สงสัยแม่มะลิจะคิดว่าแนนอยู่กับผมเพราะก้อยแน่ๆ แม่มะลิให้ก้อยช่วยเตรียมอาหารสำหรับวันงาน แนนคอยเดินตามเพราะวันนี้ฟ่างกับคุณอำนาจไปเตรียมหาซื้อสินสอดกันที่ในตัวเมือง

                “เฮียๆ “ แมนเปลี่ยนสรรพนามผมจากพี่เป็นเฮียแทน
                “ว่าไงแมน”
                “เจ้เค้าก็ได้กลับไปเรียนแล้ว เฮียช่วยคุยกับแม่ให้แมนไปทำงานร้านพี่กบได้ไหม”
                “จะเก็บเงินแต่งรถหรอ”
                “ใช่แล้วเฮีย”
                “งั้นเอาเงินพี่ไปก่อนไหมหละ”
                “ไม่เอาเฮีย ไม่ได้เก็บเงินมาแต่งเองมันไม่ภูมิใจหรอก”
                “อืมก็ได้ งั้นพี่จะพูดให้แล้วกัน แต่ขอหลังวันแต่งงานนะ”
                “ได้เฮีย วันไหนก็ได้ ก่อนเฮียกับเจ้กลับกรุงเทพก็พอ”

                ผมตามไปดูแม่มะลิกับก้อยช่วยกันเตรียมอาหารโดยทีญาติๆ มาช่วยอยู่หลายคน

                “เนี่ยหัดดูพี่เค้าซะบ้าง เป็นผู้หญิงแท้ๆ ทำกับข้าวกับปลาก็ไม่เป็น” แม่มะลิว่าแนน
                “แนนเค้าก็หัดทำนะค่ะแม่ พี่บียังบอกเลยว่าแนนทำกับข้าวให้กินบ่อยๆ” ก้อย
                “ไอ้แนนเนี่ยนะทำกับข้าว มันจะกินได้หรอ ให้ทอดไข่ให้พ่อมันกินมันยังทอดซะไหม้เลย” แม่มะลิ
                “กินได้สิ พี่บียังกินหมดเลย”แนน
                “แล้วเรากินกับเค้าด้วยไหม” แม่มะลิ
                “หึ ไม่กินอะ” แนน
                ผมเดินเข้าไปได้ฟังพอดี
                “ไม่เป็นไรหรอกครับแม่ เรื่องกับข้าวเรามีร้านเป็นของตัวเองอยู่แล้ว สั่งเอาก็ได้”
                “แล้ววันๆ เราทำอะไร หรือเอาแต่เล่น” แม่มะลิก็ว่าแนน
                “แนนก็ถูบ้านซักผ้ารีดผ้านะ”
                “เรารีดผ้าด้วยหรอ ทำเสื้อพี่เค้าไหม้ไปกี่ตัวแล้วหละ”
                แนนหน้าแดง เพราะแนนเคยทำเสื้อผมไหม้ไปเป็น 10 ตัวแล้ว
                “แม่ก็ ก็ที่รีดมันเสียนี่”
                “เราก็โทษไปเรื่อยแหละ กลับไปกรุงเทพ ก็หัดดูพี่ก้อยเค้าบ้างนะ เราแต่งงานแล้วไม่ใช่เด็กแล้ว หัดทำตัวให้เรียบร้อยไม่ใช่กระโดกกระเดกแบบนี้”
                แนนทำเป็นไม่รู้เรื่องจนแม่มะลิถอนหายใจ
               
                แล้วก็เหมือนเดิมแนนดึงก้อยให้ค้างด้วย ปล่อยให้ผมกลับไปนอนที่โรงแรมคนเดียวอีกวันรุ่งขึ้นพวกแคทจอยและน้องๆ ที่ออฟฟิตก็ขึ้นเครื่องมาที่เชียงใหม่รวมถึงลินด้วย คราวนี้แนนไปรับเอง คุณอำนาจก็เช่ารถตู้ไปรับสาวๆ โชคดีหน่อยที่หญิงไม่มา

                เพราะถ้าหญิงมาผมกลัวเธอจะออกอาการหึงห่วงจนเกิดปัญหา แต่ก็มีเรื่องแปลกนั่นก็คือ วิ กลับมางานนี้ด้วย ตอนบ่ายผมก็ไปรับเจน แนนก็ตามไปด้วย พอเจนเดินออกมาแนนรีบวิ่งไปกอดส่งเสียงกรี๊ดด กร๊าดดด จนคนในสนามบินมอง

                “คิดถึงจังเลย” แนนหอมแก้มเจนหลายทีจนเจนอายคนรอบข้าง
                “อ้าวๆ อายคนเค้ามั้ง แล้วเนี่ยแฟนพี่นะไม่ใช่แฟนเรา”
                “ใครบอก นี่แฟนแนน”

                แนนกอดเจนไว้ไม่ยอมปล่อยจนถึงบ้าน ทำเอาผมไม่ได้คุยกับเจนเลย พอถึงบ้านแนนก็พาเจนไปหาแม่มะลิ จากนั้นก็พาไปหาคุณอำนาจ ดูเหมือนแม่มะลิถูกใจในความเรียบร้อยของเจนเหมือนกับก้อย จนถึงขั้นออกปากว่าแฟนผมสองคนเรียบร้อยต่างกับม้าดีดกระโหลกแบบแนน

                แคทกับจอยเสนอให้จัดงานเลี้ยงสละโสดให้แนน แม่มะลิไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่คุณอำนาจให้ท้ายแนนเลยได้จัดงานสมใจ แต่สัญญาว่าจะจัดกันแค่ในห้องที่โรงแรมที่พวกแคทพัก

                “แล้วเราจะไปนอนโรงแรมเดียวกับคุณบีเค้าได้ยังไง” แม่มะลิ
                “งั้นก็ให้พี่บีนอนที่บ้านสิแม่ พรุ่งนี้เค้าก็ต้องไปบ้านลุงแดงแต่เช้าไม่ใช่หรอ” แนน
                แม่มะลิถอนใจในความดื่อของแนน

                แนนพาก้อย เจน ฟ่าง ไปด้วย มีบอลเป็นผู้ชายเลยต้องนอนที่บ้านแนนเหมือนกับผม ตอนกลางคืนผมนอนไม่ค่อยหลับเพราะตื่นเต้นเลยมานั่งเล่นที่แคร่ เจ้าริวก็มานั่งเป็นเพื่อน ระหว่างนั้นเจ้าริวมันก็ลุกขึ้นแล้วกระโดดลงจากตักผม ผมมองตามไปก็เห็นแม่มะลิ

                “ขอนั่งด้วยคนได้ไหม”
                “ได้สิครับแม่”
                แม่มะลิมานั่งข้างๆ ผม เจ้าริวก็รีบขึ้นมานอนบนตัก
                “ยังไม่ง่วงหรือคุณ พรุ่งนี้ต้องไปเตรียมตัวที่บ้านลุงแดงแต่เช้านะ”
                “มันตื่นเต้นครับเลยไม่ค่อยง่วง”
                “อืม ชั้นถามจริงๆ นะ คุณชอบแนนมันจริงๆ หรอ ทำกับข้าวก็ไม่เป็น ทำงานบ้านก็ไม่เป็น สู้หนูก้อยก็ไม่ได้ น่ารักสู้หนูเจนไม่ได้”
                “ไม่หรอกครับ แนนเค้าก็มีความน่ารักในแบบของเค้า ตลอดเวลาที่ผ่านมา แนนเค้าเป็นคนที่อยู่กับผมมากที่สุด เค้าดูแลผมในแบบของเค้าครับ ถ้าไม่มีเค้าผม ก้อย และ เจนคงเหงาแย่เลย”
                “งั้นหรอ”
                “คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ก้อยกับเจน เค้ารักแนนเหมือนพี่น้อง เค้าไม่หึงไม่แกล้งแนนหรอกครับ”
                “แม่เชื่อแล้วหละ อีกอย่างนะ ถ้าจะมีใครแกล้งใคร แม่ว่า เจ้าแนนจะแกล้งคนอื่นมากกว่า”
                “ขอบคุณนะครับคุณแม่ที่ยอมให้ผมกับแนนแต่งงานกัน”
                “เรื่องนี้มันก็อยู่ที่เจ้าแนนเค้าเอง ถ้าเค้าไม่อยากแม่ก็ไปบังคับเค้าไม่ได้”
                “ครับ”
                “แล้วคุณเคยบอกเรื่องที่คุณมีแฟนหลายคนกับพ่อแม่ของหนูก้อยกับหนูเจนหรือยัง”

                ผมอึ้งไปเพราะผมยังไม่ได้บอกและกำลังกลัวที่จะต้องบอก แต่ผมก็ตัดสินใจแล้วหลังจากที่ผมกล้าบอกแม่มะลิผมคิดว่าผมควรจะบอกคุณพ่อคุณแม่ของก้อยกับเจนเหมือนกัน อย่างน้อยต่อไปก็ต้องบอกคุณพ่อคุณแม่ของก้อยก่อน เพราะก้อยเองก็มาค้างโดยที่คนที่บ้านรับรู้แล้ว

                “ครับ กลับไปผมคิดว่าจะไปบอกคุณพ่อคุณแม่ของก้อยครับ แต่คุณพ่อคุณแม่ของคงต้องรอหน่อยเพราะท่านอยู่ต่างประเทศ ผมคงต้องหาเวลาว่างก่อนไ
                “ดีแล้วหละคุณ ถึงเรื่องนี้มันยากที่จะยอมรับนะ แต่ถ้าคุณรักกันจริงๆ ยังไงผู้ใหญ่ก็ต้องเข้าใจ”
                “ขอบคุณนะครับคุณแม่ที่ให้กำลังใจผม”
                แม่มะลิยิ้ม “ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า และคงยุ่งทั้งวัน”
                “ครับแม่”

                จบตอนที่ 23 ไม่มีเสียวอีกเรื่องแล้ว แต่หวังว่าจะหายค้างกันนะครับ ที่นี่คนที่เคยสงสัยว่าแนนหนะหรอที่จะแต่งงานเป็นคนแรก คงได้รับคำตอบกันแล้วนะครับ

                ขอขอบคุณกำลังใจจากเพื่อนๆ ที่ติดตามผลงานตลอดมา


*

ออฟไลน์ gai

  • Junior Member
  • ***
  • 490
  • 19
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 23 By Ukisa
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2019, 10:33:47 pm »
 ::Bloody::  มาแล้วๆๆๆๆ มาแล้ว สมใจอยากละครับท่านที่นี้  ขอบคุณมากครับ  ยังไม่ได้อ่านนะครับ มาขอบคุณก่อนเลยครับ

*

ออฟไลน์ gai

  • Junior Member
  • ***
  • 490
  • 19
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 23 By Ukisa
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2019, 11:05:03 pm »
 ::Fighto:: ได้ แต่งงานแล้วๆๆๆๆๆ   น้องแนนได้แต่งงานก่อนใครเลย

*

ออฟไลน์ sunnies

  • Gold Member
  • *****
  • 1281
  • 587
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 23 By Ukisa
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2019, 11:30:11 pm »
ดีใจครับที่ได้อ่านเรื่องนี้อีกครั้ง​ สมหวังไปแล้วหนึ่งรอลุ้นอีกสองสาวเมื่อไหร่จ่ะได้แต่ง

*

ออฟไลน์ devilzoa

  • Legend Member
  • *******
  • 2624
  • 1278
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 23 By Ukisa
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2019, 12:30:12 am »
แหมลงตัวไปแล้ว1

*

ออฟไลน์ conx96857

  • Gold Member
  • *****
  • 1313
  • 396
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 23 By Ukisa
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2019, 06:22:12 am »
ถึงไม่มีฉากเสียวก็ยังชอบ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ