Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa

Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa

  • 56 ตอบ
  • 6726 อ่าน
*

ออฟไลน์ lipza12752

  • Full Member
  • **
  • 123
  • 137
    • ดูรายละเอียด
Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« เมื่อ: มีนาคม 01, 2020, 09:50:31 pm »
ขอคอมเม้น เป็นกำลังใจในการเขียนหน่อยได้ข่าว ว่าเหินห่างเรื่องความรัก แต่ตอนที่11 นี่มีแต่สร้างตัวละครมาเข้าฮาเร็มเพิ่ม คอมเมนไม่ดีระวังหมัดหยงชุนน๊า ตอนที่ 11 มันมากขอบอกมีฝึกวิชาด้วย
                บนเตียงในคอนโดและสตูดิโอของน้องคิวพี

                นายดีนอนดูยอดคนติดตามของคิวพีที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้กลายเป็น youtuber ที่เริ่มมีชื่อเสียงคนนึง แต่ดูเหมือนคิวพีเองจะยังไม่ค่อยดีใจกับเรื่องที่นายบียินดีนัก

                “ดูสิตอนนี้มีคนติดตามน้องพีสามแสนกว่าคนแล้วนะ อัตราเพิ่มของคนที่มาติดตามก็สูงมากๆ เลย วันละ 3-4 หมื่นคน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ” ผม
                แต่คิวพีที่นอนกอดผมอยู่ไม่ได้มีสีหน้าดีใจซักเท่าไหร่ ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ ผมกอดน้องคิวพีให้แน่นขึ้นแล้วก้มไปหน้าไปกระซิบถาม
                “เป็นอะไรไป ไม่ดีใจหรอที่เริ่มมีชื่อเสียงอย่างที่ตั้งใจไว้แล้ว” ผม
                “แต่พีคงเป็นอย่างที่พี่บีต้องการจริงๆ ไม่ได้หรอกค่ะ” คิวพี
                “ทำไมหละ รออีกไม่นานก็ได้ซับเกิน 1 ล้านแน่ๆ” ผม
                “คงยากค่ะ สุดท้ายคนติดตามก็คงหยุดอยู่แค่ 3-4 แสนนี่แหละค่ะ” คิวพี
                “อืม ทำไมหละคิวพีไม่มั่นใจอะไรงั้นหรอ” ผม
                “ค่ะ” คิวพี
                “งั้นลองว่ามาสิ พี่จะได้ช่วย ยังไงการที่น้องคิวพีมีซับเกิน 1 ล้านก็เป็นเป้าหมายของพี่อยู่แล้ว” ผม
                “แต่ แค่นี้พีก็รบกวนพี่มากแล้ว” คิวพี
                ผมหอมไปที่หน้าผากของน้องคิวพี “คิดมากไปแล้ว พี่ก็บอกแล้วไงว่าพี่มีแผนที่ต้องทำให้สำเร็จอยู่ แล้วเรื่องนี้มันก็อยู่ในแผนที่พี่วางเอาไว้ด้วย อีกอย่างสิ่งที่น้องพีตอบแทนพี่ มันก็มีค่าเกินกว่าเรื่องที่พี่ทำให้พีซะอีก”
                น้องพียิ้มอายแก้มเริ่มแดง ผมพลิกตัวขึ้นคล่อมตัวน้องคิวพี
                “ไม่ว่าเรื่องที่ต้องพีอยากได้จะเป็นอะไร หลังพี่จะรีบจัดการให้ แต่ขอพี่รับค่าตอบแทนก่อนแล้วกันนะ”

                ผมหอมแก้มน้องคิวพีข้างซ้ายก่อน แล้วก็ไปหอมแก้มข้างขวา ก่อนจะค่อยๆ บรรจงจูบไปที่ริมฝีปากเล็กๆ ของน้องคิวพี แล้วเราก็เริ่มแลกลิ้นกัน มือข้างนึงของผมเลื่อนลงไปกระตุ้นถ้ำสวาทของน้องคิวพีที่เพิ่งจะผ่านศึกมาไม่นาน ยังมีน้ำรักของผมค้างอยู่เต็มถ้ำ

                คิวพีเองก็จับแก่นกายของผม เธอบีบและรูดมันเป็นการกระตุ้นเหมือนกัน แรงกระตุ้นที่รุนแรงของเด็กสาวทำให้เธอมีความต้องการอีกครั้งโดยที่ผมยังไม่ทันได้เล้าโลม คิวพีดึงแก่นกายของผมไปจ่อที่ถ้ำสวาทของเธอซึ่งพร้อมที่จะเสพสมกันอีกครั้ง ผมหยุดจูบเธอ แล้วค่อยดันเอ็นเข้าไปในถ้ำสวรรค์ช้ำ

                ถึงจะผ่านศึกมากนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทางเข้าก็ยังคับแน่น คิวพีตาเยิ้มครางเสียวตามจังหวะที่ผมดันเอ็นแหวกถ้ำเสียวของเธอเข้าไปจนมิดลำ แล้วผมก็เริ่มสาวเอวปักเอ็นเข้าถ้ำสาวของคิวพีเป็นจังหวะแบบเน้นๆ คิวพีหลับตาพริ้มอ้าปากที่ริมฝีปากมันเยิ้ม ลิ้นเล็กๆ ขยับไปมาพร้อมกับเสียงครางที่แสนจะกระตุ้นอารมณ์

                “โอ้ยยยยยย ซี๊ดดดดด โอ้วววววววว โอ้ยยยยยยยย อืมมมมมมมมม ซี๊ดดดดดดดด” คิวพี

                ผมดันตัวขึ้นอยู่ในท่านั่งก้มตัว มือสองข้างอยู่ที่หน้าอกอวบ เอวผมขยับไปมือก็ขย้ำหน้าอกอวบของน้องคิวพีไปด้วย ผมเริ่มงัดเอ็นเสยขึ้นจนน้องคิวพีต้องแอ่นโหนกตาม ภายในถ้ำยิ่งรัดแน่นน้ำรักยิ่งเอ่อล้นออกมา จากนั้นผมจับขาน้องคิวพีถ่างเป็นตัววีแล้วกระแทกเอวแรง

                หน้าอกของคิวพีกระเพื่อมเด้งไปมาไม่หยุด คิวพีส่ายหน้าไปมาพร้อมกับครางอย่างสุดเสียง ผมกระหน่ำแทงท่านี้อยู่พักใหญ่แล้วผมก็ก้มตัวลงไปหาน้องคิวพีแล้วกระซิบบอกให้เธอกอดคอผมไว้ ผมจับขาเธอแล้วอุ้มขึ้นเป็นท่าลิงอุ้มแตง ผมโหย่งเอวกระแทกใส่หว่างขาน้องคิวพีดัง ตับ ตับ ตับ

                “โอ้ยย โอ้วว ซี๊ดด โอ้ยยย อืมม อี้ยยยย โอ้ยยย ซีดดด โอ้ยยย โอ้วววว”

                น้องคิวพีครางไม่หยุด  ผมรู้สึกว่าน้องคิวพีชอบท่านี้ ผมก็เลยจะจัดยาวๆ ให้เสร็จด้วยท่าลิงอุ้มแตงกันไปเลย ผมใช้แรงโยนตัวของน้องคิวพีให้เป็นประโยชน์แล้วกระแทกสวนแรงๆจนน้ำรักที่หว่างขาของน้องคิวพีแตกเป็นฟอง แต่ว่าให้วิธีเด้งแบบนี้มันเร่งซอยไม่ได้

                พอใกล้เสร็จผมก็เลยต้องอุ้มน้องคิวพีไปที่หน้าต่างแล้วดันตัวน้องเค้าพิงไว้แล้วซอยเอวรัว น้องคิวพีอ้าปากค้างแล้วกอดผมไว้แน่น จนเธอเสร็จ

                “โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย โอ้ววววววววววววววววววววววววววว ซี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

                ผมกระตุกเอวปล่อยน้ำรักใส่ถ้ำสวรรค์ของน้องคิวพีไปหลายรอบจนล้นออกมา เสร็จแล้วผมก็อุ้มน้องคิวพีไปนอนที่เตียงแล้วเราก็นอนกอดกันต่อ หลังจากนั่นก็เริ่มยกที่ 3 จนน้องเค้าหมดแรงผมถึงได้รู้ถึงสิ่งที่น้องคิวพีกังวล น้องคิวพีบอกว่าถ้าไม่ได้รีวิวของใหม่ๆ ยังไงก็คงเป็น youtuber ชั้นนำไม่ได้

                ผมก็เข้าใจเพราะว่าตอนนี้ผมก็ให้คิวพีรีวิวของที่ตามหลังพวก youtuber เก่าอยู่ตลอด ผมก็เลยไปปรึกษาลินเรื่องนี้ ลินบอกว่ามีคนที่รู้จักคนนึงที่เป็นคนนำเข้าพวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ น่าจะมีอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่ให้มารีวิวก่อนขายจริงได้ และที่สำคัญคือคุณอำนาจเคยให้ความช่วยเหลือคนคนนี้จนได้เป็นผู้นำเข้าอุปกรณ์ IT รายใหญ่อย่างตอนนี้

                “งั้นก็นัดเจอให้พี่หน่อย เอาเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นะ” ผม
                “ได้ค่ะ ลินจะรีบนัดเจออให้พรุ่งนี้เลยค่ะ” ลิน
                “แบบนั้นดีมากๆ เลย ขอบใจนะ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน เออว่าแต่คนที่เราจะไปพบชื่ออะไร” ผม
                “ชื่อคุณเอกชัยค่ะ” ลิน
                “อืม โอเคร พรุ่งนี้เจอกันพี่จะไปรับที่คอนโดนะ” ผม
                “ค่ะ”

                วันรุ่งขึ้นผมก็ไปรับลินที่คอนโดแล้วก็ไปเจอคุณเอกชัยตามที่นัดไว้ พอได้เจอผมก็บอกความต้องการของผม แต่ดูเหมือนว่าผมจะคาดการณ์ผิด ผมไม่คิดว่าคุณเอกชัยจะไม่ให้ความร่วมมือ แต่ยังดูไม่ให้เกียตริคุณอำนาจด้วย ผมรู้ว่าต้องพึงคนๆ นี้ก็เลยพยายามพูดด้วยดีๆ แต่ก็ไม่เป็นผล

                “เรื่องตัวอย่างสินค้าใหม่ๆ ถ้าคุณเอกชัยติดเรื่องต้องให้กับเหล่ากูรูเก่าๆ ได้รีวิวก่อน ผมก็ไม่ขัดอะไรนะครับ แต่อย่างน้องหลังจากพวกนั้นรีวิวแล้วไปซัก 1 อาทิตย์ คุณเอกชัยก็ค่อยส่งสินค้าพวกนั้นมาให้ผมรีวิวก็ได้” ผม
                คุณเอกชัยสะแหยะยิ้มอย่างน่าเกลียดก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “ไม่ได้หรอกครับ ทำแบบนั้นเกิดบรรดากูรูของผมรู้เข้า เค้าคงไม่พอใจ เอาเป็นว่าผมคงให้คุณไม่ได้หรอก ดีที่สุดก็คือหลังสินค้าวางตลาดแล้ว คุณจะมาซื้อจากผม ผมก็ยินดีลดราคาให้”
                ผมรู้สึกโกรธมากแต่ก็พยายามระงับอารมณ์ไว้ แต่ลินที่ปรกติจะอารมณ์เย็นกว่าผมเจอคำพูดแบบนี้ก็ทนไม่ได้
                “คุณเอกชัย คุณเองก็รู้ไม่ใช่หรอว่าคุณบีเป็นใคร คุณทำแบบนี้แสดงว่าคุณไม่เคารพคุณ...” ลินหยุดพูดเพราะผมห้ามไว้
                “อ้อจะบอกว่าเป็นลูกบุญธรรมคุณอำนาจ ก็เลยจะมาวางอำนาจใส่ผม” เอกชัย
                ผมรีบตัดบท “ผมคงไม่กล้าทำแบบนั้นหรอกครับ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณพ่อ มันเป็นเรื่องธุรกิจส่วนตัวของผมเอง”
                นายเอกชัยหัวเราะแล้วก็พูดแบบไม่ให้เกียรติอีก “จะให้คุณอำนาจมายุ่งก็ได้ แต่ก็คงช่วยอะไรไม่ได้หรอก อีกอย่างตอนนี้ทางผมเองก็ไม่ได้มีอะไรที่ต้องพึงทางคณอำนาจอีกแล้ว ยังไงก็ฝากไปบอกคุณอำนาจด้วยแล้วกันว่า ต่อไปมีงานอะไรไม่ต้องเชิญผมก็ได้ มันเสียเวลา บุญคุณอะไรมันเรื่องเก่า ตอนนี้มันไม่มีแล้ว ถ้าอยากจะให้ไปก็ควรส่งคนมาเชิญดีๆ ไม่ใช่ส่งเด็กเมื่อวานซืนมาคุยนะ”

                ลินโกรธมากเพราะคำพูดทิ้งท้ายมันด่าใส่ผมแน่ๆ ผมเองก็โกรธมากแต่ก็ไม่อยากมีเรื่อง ยังไงก็เพื่อไม่ให้คุณอำนาจเสียหน้า หลังจากคุยกันไม่รู้เรื่องผมก็ออกมาทันที ลินถามผมว่าไม่โกรธบ้างหรอที่ไอ้เอกชัยมันพูดไม่ให้เกียรติคุณอำนาจแบบนั้น

                “โกรธสิโกรธมากด้วย” ผม
                “แบบนี้ต้องไปฟ้องคุณอำนาจ ดูซิว่าถ้าคุณอำนาจรู้ว่ามันพูดยังไง ท่านต้องจัดการมันแน่” ลิน
                “เรื่องวันนี้ห้ามบอกคุณอำนาจเด็ดขาดนะ” ผม
                “อ้าวทำไมหละค่ะ ตกลงพี่บีโกรธมันหรือเปล่า” ลิน
                “โกรธสิ และเพราะโกรธ ถึงจะให้คุณอำนาจรู้เรื่องนี้ไม่ได้” ผม
                “งง ลินไม่เข้าใจ ถ้าเราบอกคุณอำนาจ มีเพื่อนเยอะแยะ รับรองมันขายของไม่ได้แน่ ที่นี้มันต้องมาก้มหัวให้เรา” ลิน
                “ไม่ได้เรื่องนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่ อีกอย่างลินไม่ต้องกลัว พี่จะต้องทำให้นายเอกชัยก้มหัวให้คุณอำนาจต่อหน้าพี่กับลินให้ได้คอยดูสิ”
                “อ้อแบบนี้นี่เองลินเข้าใจแล้วค่ะ” ลิน
                “แต่แบบนี้เราก็ต้องทนเจ็บใจไปอีกหลายวันสิค่ะ” ลิน
                “ก็ต้องทนนะ รอวันที่เราจะได้ยิ้มเยาะมันคือบ้าง” ผม
                “ค่ะ ลินจะรอ อืมแล้วหลังจากนี้พี่บีจะทำยังไงค่ะ” ลิน
                “อืมพี่ก็ยังคิดไม่ออกนะ แต่ว่ามีอย่างนึงที่จะช่วยให้พี่คิดออก” ผม
                “ทำไงค่ะ ลินช่วยได้ไหม” ลิน
                “ช่วยได้สิ ลินช่วยได้อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะอยากช่วยพี่หรือเปล่า” ผม
                “อยากช่วยซิค่ะ ว่าแต่จะให้ลินช่วยอะไร” ลิน
                ผมวางมือไปที่ต้นขาขอลิน ลินก็ตีผมแล้วอาย
                “บล้า แบบนี้จะคิดอะไรออกหละพี่” ลิน
                “อ้าวแปลว่าไม่อยากช่วยหละซิ” ผม
                “เปล่านะ อยากซิ” ลินยิ้มหวาน

                ปรกติผมจะไปที่คอนโดของลิน แต่ว่าตอนนี้ผมรู้สึกเครียดมาก ก็เลยแวะม่านรูดที่เจอที่แรกระหว่างทางกลับ พอเข้าห้องได้ผมก็เข้าไปกอดลินทางด้านหลังแล้วก็ไซ้คอเธอ

                “อืมมมมม เดี๋ยวค่า วันนี้พี่บีเครียด เดี๋ยวลินจะเป็นคนคลายเครียดให้เอง” ลิน

                ลินให้ผมไปนั่งที่โซฟาแล้วเธอก็ถอดเสื้อสูทและเน็คไทของผมออก แล้วก็นั่งลงถอดรองเท้ากับถุงเท้าผมออกด้วย จากนั้นเธอก็มาแกะกางเกงผมแล้วล้วงไปจับแท่งเองผมบีบเล่นจนมันเริ่มแข็ง จากนั้นลินก็จับมันออกมา ลำแท่งแข็งโด่เต็มที่ ปลายหัวสีชมพูอ่อน ลินก็เริ่มเลียไปทั่วๆ หัวบานเหมือนเห็ด

                ผมเม้มปากเพราะความเสียว ลินมีเหลือบมาสบตาผมเป็นระยะๆ ปากเลียไปทั่วลำแท่ง มือก็ชักที่ลำท่อน หลังจากเลียจนแท่งเอ็นผมเปียกไปด้วยน้ำลายของลิน เธอก็อมหัวบานเข้าปากแล้วใช้ริมฝีปากอวบๆ รูดเป็นอม ผมสะดุ้งเสียว ลินเม้มปากแล้วขยับหัวบิดไปมาก

                ผมลูบไปที่หัวลินเบาๆ เพื่อให้รู้ว่าผมเสียวมากๆ กับลีลาการให้ปากของเธอ ลินทำตาลอยๆ คงเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาแล้ว แล้วลินก็เริ่มผงกหัวขึ้นลงเร็วๆ ผมขย้ำหัวลินเลยครับ ก็มันเสียวนี่ครับ ลินดูดเอ็นผมแรงๆ พร้อมกับรูดมันด้วยปากแน่นๆ ผมเกร็งสุดๆ

                ผมพยายามเกร็งไว้ไม่ให้น้ำรักกระฉูดออกมาก่อนเวลาอันควร แต่ลินก็ไม่เมตาผมเลย เธอทั้งเร่งทั้งเร้าผมสุดๆ จนผมทนไม่ไหวปล่อยน้ำใส่ปากลิน เธอไม่ว่าผมแถมยังรีบกินน้ำผมเข้าไปจนหมด จากนั้นเธอก็คายเอ็นผมออกจากปากแล้วใช้มือปั่นมันต่อ

                “เป็นไงค่ะ หายเครียดบ้างหรือเปล่า” ลิน
                “ดีมากเลย แต่ขออีกซักสองสามรอบหัวจะได้โล่งกว่านี้ จะได้คิดอะไรออก” ผม

                ลินก็ยิ้มแล้วก็เริ่มใช้ปากตามสเตปเดิม แต่ก่อนจะเริ่มอมลินแกะกระดุมเสื้อออกแล้วปลดบราออกตาม ทำให้สองเต้าที่ล้นทะลักหลุดออกมา ลินยิ้มแล้วใช้เต้าอวบทั้งสองข้างมาประกอบแท่งของผมเหมือนฮ๊อตดอกครับ แล้วลินก็ใช้นมถูไถเอ็นผม แบบนี้มันก็เสียวเหมือนกัน พูดง่ายๆ ก็เหมือนผมกำลังซอยร่องออกอวบของลินอยู่

                ลินให้ปากดูดปลายหัวช่วยด้วย ผมได้แต่หลับตาเอามือขย้ำหัวลินไปเรื่อยๆ จนลินเริ่มเร่งทั้งใช้นมรูดและให้ปากดูดจนผมทนไม่ไหวแตกน้ำที่สองใส่หน้าใส่นมลิน ลินให้มือเช็ดน้ำผมที่เลอะหน้าแล้วก็เอามาเลียกินจนหมด แล้วลินก็ถามผมเสียงกระเส่า

                “พี่บีจะพักก่อนหม หรือจะต่อเลย” ลิน
                “ต่อเลยสิจ๊ะที่รัก” ผม

                ลินก็รีบปลุกเอ็นผมจนเข็งแล้วลุกขึ้นถอดกางเกงในออกแล้วดึงกระโปรงสั้นไปกองที่เอว ลินขึ้นมานั่งคล่อมตักผมที่บนโซฟา ลินจับเอ็นผมไปจ่อที่ร่องสาว แต่ผมบอกเธอว่าเดี๋ยวผมทำเอง ผมเปลี่ยนไปที่ประตูหลังแทน ลินงงนิดหน่อยแต่ก็ตามใจผม เธอค่อยๆ นั่งกดลงมาจนเกือบมิดด้าม

                “อู้ยยยยยยยยย ของพี่บีมันใหญ่ ลินลงไม่สุดนะ” ลิน
                “ไม่เป็นไร มันเสียวที่หัวไม่ใช่ที่โคน” ผม

                ลินก็ยิ้มแล้วเริ่มขย่ม ลินก็เริ่มคราง เธอเอาหน้าอกอวบมาอัดหน้าผมให้ผมดูด ผมก็ทั้งดูดทั้งขย้ำเลยครับ และเลื่อนอีกข้างไปขย้ำก้นอวบของลินไปด้วย  ลินขย่มอย่างชำนาญถึงจะบ่นว่าเอ็นผมมันคับรูก้นเธอ เสียงดัง ตับตับ ตับ ตับ แน่นๆ ลินนั่งทับเอ็นผมลงมามิดด้ามอย่างลืมตัว

                พักนึงผมก็จับให้ลินหยุดจับให้เธอค่อยๆ หันกลับด้านเป็นนั่งหันหลังให้ผมแล้วขย่มต่อ ผมเอื้อมมือไปขย้ำหน้าอกของลินไปด้วย เราเด้งกันอยู่พักนึง ผมก็จับต่อให้ลินคลานสี่ขาบนโซฟาแล้วผมซอยอยู่ด้านหลัง ผมซอยเอ็นรัวเลยจนลินร้องไม่เป็นภาษาก่อนจะส่งน้ำรักใส่รูก้นของลินจนเธอร้องลั่น

                “อู้ยยยยยยยยยยยยยยยยย โอ้ววววววววววววววววววววววว ซี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด” ลิน

                หลังจากนั้นเราก็ไปต่อกันในอ่างน้ำ แล้วก็มาที่เตียง ผมหมดแรงเลย ส่วนลินก็ได้น้ำรักผมจนเต็มอีกทุกรูเลย ปาก ประตูหน้า ประตูหลัง ลินมีความสุขมากๆ ส่วนผมก็โล่งเลยครับ และผมก็คิดวิธีช่วยน้องคิวพีได้ วันต่อมาผมก็ไปที่ออฟฟิต ผมรีบวีดีโอคอลไปหาซาโตชิครับ

                และเพื่อนคนนี้ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังเค้ามีคนแนะนำคนที่ช่วยผมเรื่องนี้ได้ แต่ไม่รับปากว่าเค้าจะช่วยหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนั้นผมคงต้องใช้ฝีมือตัวเอง ไหนๆ วันนี้ผมได้เข้ามาในบริษัทแล้ว ผมคงต้องนั่งทำงานทั้งวัน วันนี้หญิงยังลาพักร้อนอยู่ ก็เลยไม่มีใครมากวนผม อีกอย่างผมเองก็เอาวิออกไปข้างนอกกับผมเกือบทุกวันจนแทบไม่ได้ทำงาน

                วันนี้ผมก็เลยปล่อยให้เธอได้ทำงานเต็มที่อีกวัน ผมโทรหาก้อยให้มาหาที่บ้าน เย็นนี้เพราะผมต้องฝากให้ก้อยดูไอ้ตัวเล็กให้ซักสองสามอาทิตย์ ตอนเย็นก้อยก็มาที่บ้านและทำกับข้าวให้ผมทาน ส่วนไอ้ตัวเล็กก็ยังกลับบ้านดึกเหมือนเดิม ตั้งแต่มีเพื่อนเพิ่มขึ้น แนนกลับบ้านดึกทุกวัน

                “ตกลงวันนี้พี่บีชวนก้อยมาค้าง มีเรื่องอะไรจะให้ก้อยช่วยหรอค่ะ” ก้อย
                “ก็นี่ไงน้องสาวก้อย เดี๋ยวนี้นะกลับไม่เคยต่ำกว่าสามทุ่มเลย” ผม
                “แหม แนนเค้าโตแล้ว ตอนนี้เรียนปีสุดท้าย คงมีรายงานต้องทำเยอะ ก็เลยกลับดึก” ก้อย
                “เข้าข้างกันจริงๆ เลยนะ ทำรายงานหรอ พี่ว่าเอาแต่เที่ยวเล่นมากกว่า พี่ไม่เคยเห็นแนนอ่านหนังสือเลยตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านนี้” ผม
                “น้องคงตั้งใจเรียนตอนอาจารย์สอนแหละค่ะ น้องก็เลยไม่ต้องอ่านหนังสือซ้ำ” ก้อย
                “เอาหละๆ พี่ว่าอะไรไม่ได้เลยนะ แก้ตัวให้กันทุกเรื่องเลย”
                “วันนี้ให้ก้อยมามีเรื่องแค่นี้เองหรอค่ะ” ก้อย
                “มีอีกเรื่อง เอาไว้คืนนี้จะบอก”
                “อ้าว ทำไมไม่บอกตอนนี้หละค่ะ” ก้อย

                ผมไม่ตอบ เราสองคนไปอาบน้ำกินข้าวแล้วก็มานั่งรอแนนจนแนนกลับมาบ้าน พอแนนรู้ว่าก้อยมาก็ดีใจรีบวิ่งเข้ามาในบ้าน เจ้าริวก็วิ่งตามเจ้านายพร้อมกับเห่าตามมาด้วย พอเห็นก้อยแนนก็วิ่งเข้ามากอด

                “พี่ก้อยมาแบบนี้ก็ต้องมีของอร่อยกินแน่ๆ เลยใช่ไหมอะ” แนนกระโดดมากอดก้อยที่นั่งอยู่บนโซฟา
                “แหม กลับดึกแบบนี้คงกินมาอิ่มแล้วหละสิ ยังจะมากปากหวานอ้อนพี่เค้าอีก” ผม
                แนนหันมามองค้อนใส่ผม “กินแล้วก็กินอีกได้ กับข้าวพี่ก้อยแนนกินได้ไม่มีอิ่มหรอก”

                แนนรีบไปอาบน้ำแล้วก็มากินข้าวโดยให้ก้อยนั่งคุยเป็นเพื่อน ที่จริงแนนชวนก้อยให้นอนด้วย แต่ก้อยอยากรู้ว่าผมจะคุยอะไรด้วย ก็เลยไม่ได้ไปนอนห้องแนน แต่กว่าแนนจะยอมปล่อยก้อยให้มาหาผมได้ก็เกือบเที่ยงคืน ก้อยตัวเย็นเฉียบมาเลยสงสัยไปอาบน้ำมาอีกรอบ

                “อาบน้ำมาหรอ” ผม
                “อืมม ทำไมรู้หละ” ก้อย
                “ก็ตัวเย็นขนาดนี้ คงไม่ใช่แค่ตากแอร์ห้องไอ้ตัวเล็กมาแน่ๆ” ผม
                ก้อยหัวเราะ “ว่าแต่พี่บีมีอะไรจะคุยกับก้อยหรอ” ก้อย
                ผมกอดเอวก้อยแล้วดึงเธอเข้ามาชิดกับตัวผม
                “พี่จะต้องไปจีนหลายวัน ว่าจะฝากให้ก้อยมาอยู่เป็นเพื่อนไอ้ตัวเล็กหน่อย เดี๋ยวปล่อยให้อยู่คนเดียว จะเอาแต่เล่นไม่ยอมไปเรียนไม่ยอมอ่านหนังสือสิ” ผม
                “ไปเรื่องเจนหรอค่ะ” ก้อย
                “ใช่” ผม
                “แล้วพี่บีจะไปกี่วันค่ะ” ก้อย
                “พี่ก็ยังไม่รู้เลย อย่าเร็วก็คงอาทิตย์หนึ่ง อย่าช้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องอยู่ที่จีนกี่วัน” ผม
                “ค่ะ ก้อยจะมาดูให้” ก้อย
                “ขอบใจนะ” ผมหอมก้อยก้อยไปหนึ่งฟอด
                “อุ้ย พี่บีมีเรื่องจะบอกก้อยแค่นี้ใช่ไหมค่ะ งั้นนอนกันเถอะค่ะก้อยง่วงแล้ว” ก้อย
                “จะนอนได้ไงไม่ได้เจอตั้งนาน แทนที่จะมาให้พี่กอดกลับไปนอนเล่นห้องไอ้ตัวเล็กก่อนอีก” ผมดึงก้อยที่นอนตะแคงมาจนหน้าเธอชิดกับหน้าผม
                “ก้อยเหนื่อยแล้ว ก้อยอยากพัก” ก้อย
                “นิดนึงนะ พี่คิดถึงก้อยนะ” ผม
                “ครั้งเดียวพอนะ” ก้อย
                “อะก็ได้” ผม
                “งั้นก่อนทำเองเดี๋ยวพี่บีโกงแอบเบิ้ล” ก้อย

                ก้อยดันให้ผมนอนหงายแล้วเริ่มไซ้คอผมมือเธอก็ลวงมาจับแท่งเอ็นผมที่กำลังเริ่มตื่นตัว ก้อยกำมันแน่นแล้วรูดจนมันตื่นตัวก่อนจะงัดมันออกมาจากกางเกงนอนของผม แล้วเธอก็ค่อยเลื่อนตัวลงไปที่กลางผมแล้วก้อยก็อมแท่งผมเข้าปาก ผมเสียวแปล๊บจนเกร็ง

                ก้อยดูดและเม้มเต็มที่จนของผมแข็งแล้วเธอก็ขึ้นครอมผม ก้อยมองผมด้วยสายตาหวานเยิ้มก่อนที่จะจับของผมตั้งแล้วค่อยๆ นั่งกดลงมาช้า

                “อืมมม อู้ยยยย อืมมมม ซี๊ดดด” ก้อย

                ก้อยนั่งกดแท่งผมลงมาจนมิดด้าม จากนั้นเธอก็เริ่มโยกเอวช้าๆ ชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงพริ้วไสวไปมาตามแรงโยกของก้อย หน้าอกเธอเองก็กระเพื่อมเด้งตามจังหวะโยกของก้อย ผมเอื้อมมือขึ้นไปจับหน้าอกก้อยแล้วบีบเบาๆ มันยิ่งกระตุ้นให้ก้อยเริ่มโยกเอาใส่แท่งผมเร็วขึ้นอีก

                “อู้ยยยย ซี๊ดดดดด อู้ยยยยยย อืมมมมมมม โอ้ยยยยยย อู้ยยยยยยยย” ก้อย

                ก้อยจับชายชุดนอนแล้วดึงออกจากตัวแล้ววางไว้ด้านข้าง เธอดึงผมขึ้นมาหาแล้วแอ่นหน้าอกใส่ปากผม ผมรีบดูดเม้มปลายถันสีอ่อนทันที ก้อยกอดหัวผมไว้แน่นแล้วเร่งขยับเอวให้โพรงสวาทรูดแท่งผมแรงขึ้นแรงขึ้น ผมเลื่อนมือไปขย้ำสะโพกก้อยและช่วยเร่งจังหวะไปด้วย

                “โอ้ยย โอ้วว โอ้ยยย โอ้ยยย โอ้ยยย โอ้วววย อืมมม โอ้ยยย โอ้ยยย” ก้อย

                ก้อยเหมือนใกล้จะเสร็จ ผมก็เลยเร่งเด้งเอวเพื่อตามให้ทันก้อย แต่ยิ่งทำให้ก้อยทนไม่ไหวเธอกดสะโพกอัดกับแท่งผมแน่นพร้อมกับร้องกรี๊ดดดดดดดด

                “โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย อู้ยยยยยยยยยยยยยยย โอ้ยยยยยยยยยยยยยย” ก้อย

                ก้อยบอกให้ผมขึ้นต่อแล้วรีบๆ ทำให้เสร็จ ผมเป็นฝ่ายขึ้นบาง ก้อยพยายามแอ่นเอวขึ้นรับละกดเอวผมให้เร่งเครื่องให้เต็มที่จนผมทนต่อไม่ไหวปล่อยน้ำรักใส่ท้องก้อยจนล้น ก้อยดึงผมไปจูบจนคลายเสียว เสร็จแล้วก้อยลุกขึ้นไปล้างตัวแล้วกลับมานอน ผมจะขออีกรอบแต่ก้อยไม่ยอมนอนใกล้เธอ ถ้าผมไม่เชื่อเธอจะไปนอนกับแนนแทน

                แล้วก็มาถึงวันที่ผมต้องขึ้นเครื่องไปที่ปักกิ่ง ผมไม่ให้ก้อยกับแนนมาส่งเพราะไฟล์ดึกแต่ว่าแอบให้น้องคิวพีมาส่งเธอรอจนผมขึ้นเครื่อง เพราะการไปจีนครั้งนี้ของผมไปทำเรื่องที่เป็นความหวังของเธอ คิวพีกอดผมร้องไห้ก่อนที่ผมจะเข้าไปที่เทอร์มินอน คนเห็นคงคิดว่าเป็นพ่อลูกกัน

                ผมขึ้นไปบนเครื่อง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะเดินทางไปประเทศจีน มันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าที่จีนจะมีคนพูดภาษาอังกฤษได้เยอะแค่ไหน แล้วจะคุยกันรู้เรื่องไหม ระหว่างนั้นก็มีแอร์โฮสเตสเข้ามาทักทายผม

                “รับเครื่องดื่มอะไรดีค่ะ” แอร์โฮสเตส
                ผมเงยหน้ามอง ก็เจอสาวลูกครึ่งจีนฝรั่งหน้าตาคมสวยตัวสูงหุ่นดี
                “อืมมม” ผมมองดูที่รถเข็นที่เธอเข็นมาแล้วก็เลือก “ไวน์ก็ได้ครับ”
                “ไวน์แดงกับคาเวียร์นะค่ะ” แอร์โฮสเตส
                แอร์คนสวยวางแก้วไวน์กับจานใส่ขนมปังกรอบชิ้นเล็กๆ ที่ด้านบนมีไขปลาคาเวียร์มาให้ผม
                ผมแอบมองป้ายชื่อเธอ เหม่ยหลิง ชื่อภาษจีนของเธอ
                เหม่ยหลิงเห็นว่าผมแอบมองป้ายชื่อเธอ เธอก็ยิ้มแล้วถามผม “ไปปักกิ่งครั้งแรกหรอค่ะ”
                “ใช่ครับ” ผม
                “อืม ดูแล้วคุณดูไม่เหมือนพวกนักธุรกิจทั่วไป” เหม่ยหลิง
                “ทำไมหละครับ ผมดูไม่มีราศีขนาดนั้นเลยหรอ” ผม
                “เปล่าค่ะ แค่ชุดที่คุณใส่ดูเนียบมากกว่าที่จะไปปักกิ่ง น่าจะไปทำธุรกิจแถมยุโรปมากกว่า” เหม่ยหลิง
                “อ้อ ขอบคุณครับ ปรกติผมก็ไม่ค่อยได้แต่งเต็มยศขนาดนี้ แต่พอดีคนที่จะไปพบที่จีนเป็นนักธุรกิจใหญ่ ก็เลยต้องแต่งตัวให้ดีหน่อย อืมคุยกันตั้งนานแล้วผมยังไม่ได้แน่นำตัวเลย ผมบีครับ คุณอืมเหม่ยหลิงใช่ไหมครับ” ผม
                เหม่ยหลิงยิ้ม “เรียกฉันว่าหลิงๆ ก็ได้ค่ะ”
               
                เหม่ยหลิงไปบริการผู้โดยสารคนอื่นต่อแต่เธอก็แอบมาคุยกับผมอีก เธอรู้สึกสนใจที่ผมบอกว่าจะไปพบนักธุรกิจใหญ่

                “มิสเตอร์ลีครับ” ผม
                “มิสเตอร์ลี??” หลิงหลิง
                “หลิงๆ รู้จักหรอ” ผม
“ก็เคยได้ยินชื่ออยู่บ้าง แต่เท่าที่เคยได้ยิน มิสเตอร์ลีคนนี้ไม่ค่อยยอมให้คนที่ไม่รู้จักพบนะค่ะ”  หลิงหลิง
                “งั้นหรอ อืมผมก็ได้ยินมาแบบนั้นเหมือนกัน แต่ยังไงผมก็ต้องเจอเค้าให้ได้ ผมลงทุนไปแล้วยังไงก็ไม่ยอมให้เสียเที่ยว” ผม
                “แล้วคุณบีมีไกด์นำทางในปักกิ่งหรือยังค่ะ” หลิงหลิง
                “ยังเลยครับ ว่าจะถามทางกับแท๊กซี่เอา” ผม
                “คุณบีพูดภาษาจีนได้ด้วยหรอค่ะ” หลิงหลิง
                “ผมพูดภาษาจีนไม่เป็น” ผม
                “อ้าว แล้วแบบนี้จะถามทางกับแท๊กซี่รู้เรื่องหรอค่ะ” หลิงหลิง
                “แล้วแท๊กซี่ในปังกิ่งพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยหรอ” ผม
                “คงหายากค่ะ อืมว่าแต่คุณบีจองโรงแรมไว้ที่ไหนค่ะ” หลิงหลิง
                ผมดูรายละเอียดที่ลินให้ผมแล้วก็ตอบ “โรสวูดครับ”
                หลิงหลิงยิ้ม “เอางี่ไหมค่ะ หลิงจะเป็นไกด์ไห้ แต่ว่าคุณบีต้องเปิดห้องที่โรสวูดให้หลิงพักด้วย หลิงยังไม่ได้จองที่พักพอดี”
                “ได้สิครับ” ผม
                “งั้นก็ดีลค่ะ” หลิงหลิง

                ทางโรงแรมส่งรถมารับ แต่พอไปถึงโรงแรมปรากฏว่าห้องธรรมดาที่จะเปิดให้หลิงหลิงพักเต็ม จะไปเปิดห้องที่โรงแรมอื่นพนักงานก็บอกว่าช่วงนี้เป็นไฮซีซั่น โรงแรมเต็มหมดเหลือแต่ห้องพิเศษ และแนะนำให้ผมเปิดห้องคู่แทน (ห้องสองห้องที่ติดกันมีประตูเปิดหากันจากทางด้านใน)

                “หลิงหลิง โอเครไหม ถ้าผมจะเปิดเป็นห้องคู่” ผม
                หลิงหลิงมองผมและส่งยิ้มหวาน “หลิงเกรงใจคุณบี”
                “ไม่เป็นไรหรอกครับห้องเดิมผมก็แพงอยู่แล้ว เพิ่มเงินนิดหน่อยแต่ได้อยู่ใกล้ๆ หลิงหลิงก็ถือว่าคุ้มแล้ว” ผม
                “ถ้าเป็นอย่างที่คุณบีว่า หลิงก็โอเครค่ะ แต่ว่า” หลิงหลิงเข้ามากระซิบที่ข้างหูผมเบาๆ “แต่อย่าคิดว่าหลิงจะง่ายนะค่ะ”
                ผมยิ้ม “แน่นอนครับ ผมไม่คิดแบบนั้นอยู่แล้ว”

                ผมเปลี่ยนห้องเป็นห้องคู่เพื่อนให้หลิงหลิงได้พักอยู่ที่โรงแรมเดียวกัน เรานัดกันไปทานข้าวเที่ยงตอน 11 โมงครึ่ง ก่อนถึงเวลาผมก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นสูทแบบลำลองสีเทา พอถึงเวลาผมไปเคาะประตูห้องที่ติดกันของหลิงหลิง เธอเปิดประตูออกมา หลิงหลิงใส่กี่เพ้าสีแดงผ่าข้างสูง ผมรวบม้วนเป็นมวยผม

                ผมเห็นแล้วถึงกับตะลึงในความสวยของหลิงหลิง
                “ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวใกล้เที่ยงจะไม่มีโต๊ะ โรงแรมนี้คนข้างนอกเข้ามาทานกันเยอะ” หลิงหลิง
                “ไม่ห้องห่วงครับ เลขาผมจองโต๊ะไว้แล้ว” ผม
                หลิงหลิงยิ้ม “แหมเลขาคุณบีนี่ดูแลคุณบีดีมากเลยนะค่ะ นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นเลขา หลิงคงคิดว่าเป็นมากกว่านั้น”
                “ผมก็อยากให้เค้าเป็นมากกว่าเลขานะ แต่เค้ายืนยันขอเป็นแค่เลขา” ผมไม่ได้โกหกนะ ลิน ไม่ยอมออกหน้าเป็นเมียผมอีกคนจริงๆ
                “มีด้วยหรอค่ะ คนที่ปฏิเสธผู้ชายที่ดูดีใจดีและรวยอย่างคุณบี” หลิงหลิง
                ผมยิ้ม “ก็มีอยู่ตรงนี้คนนึงแหละครับ”
                หลิงหลิงยิ้มหวานก่อนจะมาควงแขนผม “ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ เสร็จแล้วหลิงจะพาคุณบีเดินเที่ยวปักกิ่ง”

                พอเข้ามาใกล้ๆ แบบนี้ทำให้รู้ว่าตัวหลิงหลิงหอมมาก ผิวก็นุ่มมากหน้าอกก็เบียดแขนผมแน่น แบบนี้จะห้ามไม่ให้ผมคิดอะไรกับเธอคงไม่ไหว พอทานข้าวเสร็จหลิงหลิงก็บอกว่าจะพาผมเดินเที่ยว เพราะสถานที่ที่อยู่ในบัตรเชิญอยู่ไม่ห่างจากโรงแรมที่เราพักอยู่

                ซึ่งหลิงหลิงก็เดินควงแขนผมไปตลอดทาง เพราะว่าหลิงหลิงอยู่ชิดตัวผมทำให้ผมไม่ทันได้ระวังตัว ระหว่างที่เดินอยู่ก็มีคนมากระชากกระเป๋าถือหลิงหลิงที่เธอหิ้วไว้ที่แขนอีกข้างหนึ่ง แต่พอรู้ตัวผมจะวิ่งตามแต่หลิงหลิงที่ตกใจยึดแขนผมไว้ทำให้ผมไม่กล้าสะบัดแขนเธอออก

                ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าจะทำยังไง เพราะผมคงตามโจรกระฉากกระเป๋าไม่ทันแล้วแน่ๆ หลิงหลิงก็ยังตกใจไม่ยอมปล่อยแขนผม ผมทำได้แต่มองไอ้โจรที่วิ่งหนีไปพร้อมกับหันมามองเหมือนจะเยาะเย้ยว่าไม่มีทางที่ผมจะจับมมันได้  แต่พอมันหันกลับไปมองด้านหน้าก็เจอเท้าโผล่มาขวางจนมันหงายท้องล้มลงแบบไม่เป็นท่า

                ไอ้โจรโดนถีบล้มไม่เป็นท่า แต่พอมันลุกขึ้นมาได้มันก็โกรธมากชักมีดออกมาจะทำร้ายคนที่ถีบมันล้ม ผมเห็นท่าไม่ดีจะรีบเข้าไปช่วย แต่พอไอ้โจรเห็นหน้าคนที่ถีบหน้ามันมันกลับตกใจกลัวจนหน้าซีดแล้ววิ่งหนีไปอีกทางแทน คนที่เข้ามาช่วยจับโจรเป็นเด็กหนุ่มอายุประมาณ 20 ปีได้

                เด็กหนุ่มหยิบกระเป๋าถือของหลิงหลิงขึ้นมาปัดฝุ่นแล้วเดินมาส่งคืนให้ หลิงหลิงยิ้มหวานสายตาเป็นประกายรับกระเป๋าถือคืนและขอบคุณเด็กหนุ่มเป็นการใหญ่ เด็กหนุ่มคนนี้ชื่อ เสี่ยวหลง หลังจากส่งกระเป๋าให้เค้าก็รีบขอตัวไปทำธุระทันที แต่หลิงหิลงซิครับ ยังคงพูดถึงวีรกรรมของเสี่ยวหลงต่อไม่หยุด

                ทำให้ผมรู้ว่าหลิงหลิงชอบผู้ชายที่ปกป้องเธอได้ เธอถึงได้บอกว่าไม่สนผู้ชายที่ดูสำอางแบบผมเพราะเธอคงคิดว่าผมปกป้องเธอไม่ได้เวลามีคนโจรมาทำร้ายแบบนี้ แต่หลิงหลิงเข้าใจผิด ถ้าไม่ใช่เพราะเธอตกใจกลัวและดึงแขนผมไว้ คนที่เข้าไปอัดไอ้โจรนั่นคงเป็นผมไม่ใช้เสี่ยวหลง

                เราเดินไปจนถึงตึกที่บอกไว้ในบัตรเชิญ พอยืนบัตรให้รีเซฟชั่นดูก็มีเจ้าหน้าที่มาพาพวกผมไปด้านหลัง ผมงงๆ เพราะแทนที่จะเดินเข้าตึกกลับเดินไปอีกทางซึ่งเหมือนเป็นทางลับที่ไม่ให้คนทั่วไปใช้ แต่เดินไปนิดเดียวก็ได้เจอกับเสี่ยวหลงอีกครั้ง เสี่ยวหลงกำลังทะเลาะกับการ์ดที่อยู่หน้าลิฟท์

                หลิงหลิงรีบปล่อยแขนผมแล้ววิ่งไปเจรจากับการ์ดที่กำลังทะเลาะกับเสี่ยวหลงอยู่ ผมเดินเข้าไป
                “คุณบีช่วยน้องเค้าหน่อยได้ไหมค่ะ” หลิงหลิง
                “มีอะไรกันหรอ” ผม
                “คือน้องเค้าอยากเข้าไปงานด้านใน แต่การ์ดไม่ยอมให้เข้าเพราะไม่มีบัตรเชิญ” หลิงหลิง
                ผมคิด ไอ้เด็กนี่จะอยากเข้าไปทำไม ถ้าช่วยจะกลายเป็นปัญหาให้ผมภายหลังหรือเปล่านะ แต่ด้วยความที่เสี่ยวหลงเพิ่งจะช่วยผมกับหลิงหลิง ผมก็เลยช่วยส่วนเค้าจะสร้างปัญหาอะไรค่อยแก้กันที่หลัง
                “ได้สิ บอกการ์ดไปว่าเสี่ยวหลงมากับเรา” ผมยืนบัตรเชิญให้หลิงหลิง
                หลิงหลิงส่งบัตรเชิญให้การ์ดดู พอเห็นบัตรเชิญการ์ดก็หน้าซีดแล้วรีบเปิดลิฟท์ให้พวกผมเข้าไป

                เสี่ยวหลงขอบคุณผมกับหลิงหลิง แต่พอลิฟท์เปิด เสี่ยวหลงก็รีบวิ่งออกไปทันที ผมถอนใจหวังว่ามันคงไม่สร้างเรื่องใหญ่จนทำให้ผมเสียเรื่องนะ การ์ดได้แต่มองตามเสี่ยวหลงไม่การ์ดวิ่งตามเพราะต้องพาผมไปหามิสเตอร์ลี แต่ว่ามิสเตอร์ลีไม่ยอมพบผม แต่ให้การ์ดพาผมไปนั่ง

                อ้อผมเพิ่งสังเกตุว่าที่นี่เหมือนเวทีขนาดใหญ่ มีที่นั่งล้อมรอบเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ตรงกลางมีเวทีแปดเหลี่ยมอยู่หลายอัน ดูเหมือนเวทีประลองยุทธ์ ซึ่งมันก็ใช่ครับ เพราะพอผมนั่งได้ไม่นานมิสเตอร์ลีก็ประกาศเปิดงานประลองยุทธ์ใต้ดินขึ้น ถึงจะบอกว่าใต้ดินแต่ก็ไม่ได้โหดแบบไม่มีกติกา

                ทำให้มีนักสู้หลากหลายรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นนักสู้ที่ใช้วิทยายุทธ์จีนซะมากกว่า ก็ประเทศจีนนะครับ แถมดูแล้วคนที่จะเข้ามาได้ก็ต้องไม่ธรรมดานอกจากจะเก่งแล้วก็ต้องมีคนสนับสนุนที่มีเงินมากด้วย แต่ในหลากหลายวิทยายุทธ์ก็มีมวยไทยหลุดมาหนึ่งคน ผมรู้สึกดีใจอย่างน้อยก็น่าจะทำให้หลิงหลิงสนใจและคุยกับผมเรื่องมวยไทยบ้าง

                การต่อสู้เริ่มพร้อมกัน 8 คู่รอบสนาม แต่มีสนามที่ใหญ่กว่าสนามอื่นตรงกลางที่ไม่มีการแข่งขันอยู่ หลิงหลิงตื่นเต้นมาก เชียร์ออกหน้าออกตานี่ถ้าไม่เคยรู้ว่าเธอเป็นแอร์ ผมคงไม่เชื่อว่าสาวที่ออกห้าวๆ แบบนี้จะพูดหวานๆ บนเครื่องได้ แล้วก็มาถึงการต่อสู้ของนักมวยไทย เค้าใช้ชื่อว่า ฟ้าคำราม

                ผมไม่เคยได้ยินชื่อหรือเห็นหน้ามาก่อน แต่ดูทรงแล้วน่าจะเป็นพวกเสือซุ่ม คือพวกเก่งแต่ไม่ลงแข่งทั่วไป หลิงหลิงดูจะสนใจเพราะเห็นเป็นคนไปและมาดึงแขนผมแล้วชี้ให้ดู คู่ต่อสู้เป็นมวยจีนแต่ผมไม่รู้ว่าคือมวยอะไร หลิงหลิงลุ้นมากเธอบีบแขนผมดึงบ้างครั้งก็ลุกขึ้นยืนล้น

                ฟ้าคำรามชนะได้อย่างที่ผมคาด หลิงหลิง ก็มากอดผมเอาหัวซบคงเพราะดีใจไม่ใช่ชอบอะไรผมอะนะ ฟ้าคำรามเข้ารอบไปอีกหลายรอบจนมาเจอกับ หยางเฟย หลิงหลิง ทำหน้าตกใจที่ผู้ประกาศบอกว่าเค้าคือแชมป์ 5 สมัย และย้ายไปแข่งที่สนามตรงกลาง

                เผลอแป๊บเดียวก็มาถึงคู่ชิง มวยไทยมาได้ถึงคู่ชิงแบบนี้ผมเองก็ต้องภูมิใจเป็นธรรมหา หลิงหลิงอธิบายว่า หยางเฟย เป็นผู้ฝึกเพลงหมัดเสาหลินที่แข็งแกรงที่สุดในตอนนี้ ถึงผมจะไม่เคยได้ยินชื่อของ หยางเฟย แต่ด้วยรูปร่างที่กำยาสูงใหญ่กว่าชาวจีนทั่วไป มันก็ทำให้ผมเริ่มหวันใจว่า ฟ้าคำราม จะไม่สามารถผ่านคู่ต่อสู้คนนี้ไปได้

                มิสเตอร์ลีลุกขึ้นพูดอีกครั้ง ดูเหมือนมิสเตอร์ลีจะชอบ หยางเฟยมากๆ  แล้วการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น ไม่ใช่แค่หลิงหลิงๆ ที่ลุ้นจนกอดแขนผมแน่น แต่ผมเองก็ลุ้นจนแทบจะอยากลุกไปยืนใกล้ๆ เวทีเลยด้วยซ้ำ หยางเฟยโชว์เหนือก่อนด้วยการยืนแยกขาเหยียดมือมาด้านหน้าท่านี้เรียกว่าท่าระฆังทอง

                หยางเฟยเรียกให้ฟ้าคำรามเข้าไปโจมตี ฟ้าคำราม เห็นว่าคู่ต่อสู้ดูถูกก็โกรธกระโดดเข้าไปเตะที่สีขา ต่อไปที่ลำตัวหลายครั้ง แต่ดูเหมือนหยางเฟยจะไม่สะเทือนเลย ผมคิดในใจ อย่าไปเล่นตามมันสิ ยังไงมันก็คนไม่มีทางไม่เจ็บแน่ๆ แต่ดูเหมือน ฟ้าคำรามจะไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนทำลายกำลังใจ

                พอรู้สึกว่าหมัดและเท้าของตัวเองไม่มีผล ฟ้าคำรามก็ดูจะแผ่วลง หยางเฟยก็เลยออกหมัด ฟาดซ้ายฟาดขวาใส่ฟ้าคำรามที่ตั้งการ์ดแต่ก็เซไปเซมาเพราะต้านแรงของหยางเฟย์แทบไม่ไหว

                ผมเผลอตะโกนออกไป “อย่าถอดใจ ยังไงมันก็คน มันเจ็บเป็นแน่ๆ”

                ดูเหมือนฟ้าคำรามจะได้ยินเสียงผม มีคนไทยเชียร์ทำให้ฟ้าคำรามฮึดสู้ขึ้นมาอีก แทงเข่าฟันศอกสวนในระยะประชิต คนดูเริ่มโห่ร้องเชียร์เพราะทั้งคู่แลกหมัดกันแบบไม่กลัวเจ็บตัว บอกก่อนนะครับว่าไม่มีนวมไม่มีเฮทการ์ด ซักกันตรงๆ มีเจ็บมีแตกแน่ แต่หยางเฟยก็อึดจริงๆ ถึงจะโดนหมัดโดนศอกไปที่หน้าเท่าไหร่ก็แทบไม่สะเทือน

                แต่ฟ้าคำรามที่น่าจะไม่ได้ฝึกการอดทนต่อการโดนอาวุธมาน่าจะไม่ไหว ผมตะโกนบอกว่าให้ใช้ความเร็วอย่าไปปะทะเพราะดูแล้วว่ากำลังจะเสียเปรียบมากๆ ฟ้าคำรามเหมือนจะเชื่อผม แต่ด้วยอาการบาดเจ็บสะสมก็ทำให้เคลื่อนที่ได้ไม่เต็มที่ แต่ก็ทำให้รู้ว่าหยางเฟยค่อนข้างช้าพอเจอกับรูปแบบฮิตแอนรันก็แทบจะทำอะไรฟ้าคำรามไม่ได้

                แต่แรงก็ฟ้าคำรามก็ตกลงจนน้ำหนักเท้าน้ำหนักหมัดลดลงไปมากจนแทบทำให้หยางเฟยสะเทือนได้เหมือนกัน ตอนนี้ผมกับหลิงหลิงลุกขึ้นยืนลุ้นเหมือนคนดูคนอื่นๆ แล้ว ผมตะโกนไป ข้อพับขาๆ ผมรู้ว่าให้หมัดหรือเท้าให้หยางเฟยน็อคไม่ได้แล้ว มีทางเดียวคือทำให้หยางเฟยเดินไม่ได้หรือยืนไม่ได้เท่านั้น

                ฟ้าคำรามเริ่มเตะไปที่ข้อพับขา ตอนแรกๆ หยางเฟยก็ทำเหมือนไม่สะเทือน แต่ผมก็ตะโกนบอกให้ฟ้าคำรามซ้ำไปไม่ต้องหยุด แล้วผลก็เริ่มเกิดหยางเฟยเริ่มช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ฟ้าคำรามไม่ต้องเสียแรงฟุตเวิร์คหนี แต่หยางเฟยก็ไม่ยอมล้ม หรือแม้แต่จะทรุดลงเลยแม้แต่น้อย

                ฟ้าคำรามเริ่มฮึกเหิมอีกครั้งเพราะเริ่มมองเห็นชัยชนะ และเริ่มเข้าไปเล่นวงในกับหยางเฟยอีก ผมพยายามตะโกนบอกว่าอย่าเข้าไปแลกแต่ดูเหมือนฟ้าคำรามมั่นใจว่าจะน็อคหยางเฟยได้ก็เลยไม่ยออมฟังสิ่งที่ผมพูด ฟ้าคำรามกระโดนแทงเขา ฟันศอกใส่หยางเฟยที่เอาแต่ป้องกันและถอยหนี

                ผมเริ่มรู้สึกไม่ดีเหมือนฟ้าคำรามกำลังเข้าไปติดกับของหยางเฟย จังหวะที่หยางเฟยที่กำลังถอยอยู่ อยู่ๆ ก็ขยับเหมือนจะก้าวเท้ามาด้านหน้า ผมตะโกน “หลบ” แต่ไม่ทันแล้วเสียงดังตูม ร่างฟ้าคำรามกระเด็นออกไปเมตรกว่า นอนหมดสติ มันเร็วมาก มันเป็นหมัดตรงที่เร็วและทรงพลังมาก มันขัดแย้งกับเพลงมวยทั้งหมดที่หยางเฟยใช้มาก่อนหน้านี้ หรือนี่จะคือไม้ตายของเค้า

                ฟ้าคำรามแพ้นอกไปแบบหมดรูป แต่ก็สู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีแล้ว ผมกับหลิงหลิงที่ผิดหวังค่อยๆ นั่งลง เหมือนทุกอย่างกำลังจะจบ แต่กลับไม่จบ ขายหนุ่มใส่เสื้อจีนสีน้ำตาลอ่อน กางเกงยีนส์สีซีด เสี่ยวหลง วิ่งออกมาที่หน้าเวทีและตะโกนท้าหยางเฟยสู้

                “เรามาสู้กันให้รู้ว่าเพลงมวยของใครเป็นอันดับหนึ่ง” เสี่ยวหลง

                หยางเฟยยืนกอดอกมองไม่พูดอะไร บรรดาการ์ดเริ่มวิ่งออกมาขวางเสี่ยวหลงไว้ แล้วการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น หลิงหลิงเห็นตกใจเอามือปะสานกันเหมือนภาวนาไม่ให้เสี่ยวหลงเป็นอันตราย แต่เสี่ยวหลงก็เก่งไม่เบา สามารถสู้คน 4-5 ได้สบายๆ แต่ก็ล้มใครลงไม่ได้

                การ์ดออกมาเพิ่มอีก 5 คน ตอนนี้กลายเป็น 1 ต่อ 10 ถึงจะเก่งแค่ไหนก็หลบหมัดได้ไม่หมดทุกครั้ง ทำให้เสี่ยวหลงเริ่มโดนต่อโดนเตะเข้าไป แต่ก็ยังตั้งตัวได้และสวนกลับไป หลิงหลิงเห็นเสี่ยวหลงกำลังแย่ก็ตะโกน

                “ไม่ใช่ลูกผู้ชายนี่ แน่จริงอย่ารุมสิ” หลิงหลิง

                ผมเห็นว่าปล่อยไว้เสี่ยงหลงคงโดนรุมกระทืบแน่ๆ ผมก็เลยถอดสูทตัวนอกออกแล้วลุกขึ้น
                “คุณบีจะไปไหน” หลิงหลิง
                “ผมก็จะไปช่วย ไอ้หนุ่มนั่นไง” ผม

                ผมพูดจบก็วิ่งลงไปในสนามเข้าไปช่วยเสี่ยวหลงสู้กับการ์ด หยางเฟยจ้องมองผมตาไม่กระพริบ ที่จริงเขามองมาทางผมตั้งแต่ผมเริ่มตะโกนบอกวิธีสู้กับเขาให้กับฟ้าคำรามแล้ว พอเป็น 2 ต่อ 10 ฝ่ายการ์ดก็เริ่มที่จะสู้ไม่ไหว แล้วผมเองก็เน้นล้มคู่ต่อสู้ด้วยทำให้ฝ่ายการ์ดเริ่มนอนไปทีละคน

                แต่ก็มีการ์ดเข้ามาเสริม หยางเฟย ตะโกน “หยุด ออกไป”

                ดูเหมือนหยางเฟยจะยอมรับในฝีมือของเสี่ยวหลงกับผมแล้ว เขาหงายมือออกมาแล้วกวักเรียกให้พวกผมขึ้นไปบนเวที เสี่ยวหลงมองหน้าผมเหมือนจะขอขึ้นไปสู้ก่อน ผมพยักหน้าแล้วผายมืออนุญาต เสี่ยวหลงวิ่งขึ้นไปบนเวทีทันที แต่แล้วเสียงดังตูมสนั่น

                ครั้งนี้มันดังกว่าตอนที่ฟ้าคำรามโดนน็อค ร่างเสียวหลงลอยลงมาผมรีบเข้าไปรับไว้ เสี่ยวหลงไม่ถึงกับสลบแต่ก็จุกจนไม่มีแรงจะยืนนั่งปะคองร่างเสี่ยวหลงไว้ หยางเฟยหันมาทางผม ผมสองจิตสองใจเพราะหนึ่งผมรู้ว่าสู้ไม่ได้แน่ๆ ไม่ใช่เพราะผมไม่เก่งแต่ผมไม่เคยซ้อมเลย

                สองถ้าเกิดทำรุนแรงไปถึงจะไม่ชนะแต่ไปฝากแผลไว้มิสเตอร์ลีอาจจะไม่พอใจทำให้ผมเสียงานอีก ผมหันไปทางมิสเตอร์ลีเพื่อดูปฎิกิริยาของเขาว่าจะให้ผมสู้กับหยางเฟยหรือเปล่า หยางเฟยเองก็มองไปเหมือนจะขออนุญาตเหมือนกัน มิสเตอร์ลีเอามืออลูบเคราก่อนจะพยักหน้าอนุญาต

                หยางเฟยหันกลับมาหาผมแล้วปะสานมือค้อมหัวพร้อมกับพูด “ช่วยแนะนำด้วย”
                “เมื่อให้เกียรติกันขนาดนี้ งั้นขอล่วงเกิน” ประสานมือค้อมหัวรับคำท้า

                ผมค่อยวางหัวเสี่ยวหลงให้นอนลง ผมถอดรองเท้าถอดถุงเท้าพับขากางเกง และถลกแขนเสื้อขึ้น เพื่อให้ใช้เพลงมวยได้เต็มที่ ผมเดินขึ้นไปบนเวที ผมรู้สึกสั่นไปทั้งตัว ไม่ใช่กลัวแต่เพราะดีใจ ดีใจที่กำลังจะได้สู้กับคนที่ผมไม่จำเป็นต้องอมมือให้ แถมผมอาจจะต้องทุมสุดตัวเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บหนักด้วย

                ผมค่อยๆ เดินเข้าไปกลางเวที เราคำนับกันก่อนแล้วเริ่มตั้งท่าสู้ ตอนแรกผมจะใช้มวยผสม (ใช้ฟุตเวิร์ค) แต่ไม่เอาดีกว่าผมอยากจะโชว์ให้หยางเฟยรู้ว่ามวยไทยโบราณจริงๆ ร้ายกาจขนาดไหน ผมเปลี่ยนเป็นแยกขาออกก้าวเท้าซ้ายไว้ด้านหน้า

                เรายืนนิ่งกันจนมิสเตอร์ประกาศให้เริ่มสู้ได้ หยางเฟยก้าวเท้าขวามาด้านหน้า ผมหมุนกลับตัวมาทางซ้ายหลบหมัดตรงที่เป็นไม้ตายของหยางเฟยอย่างชิวเชียด ผมไม่ได้ปล่ออยให้หยางเฟยเป็นฝ่ายบุกคนเดียวแต่ผมเองก็สวยไปด้วยการกลับตัวฟันศอกซ้ายไปที่หน้าของหยางเฟยเหมือนกัน

                ผมคิดว่าศอกกลับเข้าเป้าเต็มๆ แน่ และคงทำให้หยางเฟยมึนได้บ้าง แต่เขากลับเอามือซ้ายขึ้นมากันได้ทัน ในหัวผมคิด “เร็วมาก” ทั้งๆ ที่ปล่อยหมัดพลาดไปยังกลับมากันหน้าตัวเองทัน แต่มันยังไม่จบ ผมถอยหลังเข้าประชิตแล้วแทงศอกซ้ายเข้าไปที่ท้อง หยางเฟย เค้าก้าวถอยไปหนึ่งก้าวแล้วต่อยขวาสวนมา

                แต่หมัดธรรดาของหยางเฟยสำหรับผมแล้วมันค่อนข้างช้ามาก ไม ผมหมุนตัวไปทางขวาเอาเท้าขวาไปด้านหลังหลบหมัดตรงไปทางด้านนอกพร้อมกับแทงศอกใส่หน้าโดยที่หยางเฟยคาดไม่ถึงโดนเข้าไปเต็มๆ หน้าถึงกับถอยสองก้าวและแสดงถึงอาการเจ็บปวดออกมาก แต่กลับมีรอยยิ้มในความเจ็บปวดนั้น

                หยางเฟยกระทืบพื้นเหมือนเพิ่มพลังแล้วเข้ามาปล่อยหมัดใส่เป็นชุด ผมใช้ก้าวสามขุมรวมกับการเบี่ยงตัวหลบ แต่ความรุรแรงของการโจมตีถึงจะไม่โดนตัวตรงๆ แต่ก็รู้สึกได้ถึงความรุนแรง ถ้าโดนเข้าไปซักทีคงได้ลงไปนอนแน่ๆ หยางเฟยดูจะระวังใบหน้ามากขึ้น การออกหมัดแต่ละหมัดไม่เปิดช่องว่างให้ผมสวนใส่ใบหน้าได้เลย

                พอเห็นช่องผมก็ฟันศอกหรือต่อยใส่ใบหน้าหยางเฟยแต่เขาก็รอรับอยู่แล้ว ถ้าผมมั่นแต่จ้องจะต่อยหน้าหยางเฟย ผมอาจจะเป็นฝ่ายพลาดเปิดช่องว่างซะเอง แต่การโจมตีใส่ลำตัวของหยางเฟยก็แทบไม่เป็นผล ผมก็เลยต้องงัดวิชาที่ไม่ค่อยได้ใช้ออกมาต่อกรแทน

                ในเมื่อเจาะเกราะไม่ได้ก็ต้องทำลายอาวุธกันหละ ผมเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นโจมตีใส่แขนของหยางเฟยแทน หยางเฟยต่อยมาผมก็ฮุกใส่ข้อต่อบ้าง ใช้ศอกฟันไปที่ท่อนแขนบ้างเป็นการทำลายอาวุธของหยางเฟย แต่ไอ้หมอนี้มันเป็นก้อนหินหรือไงไม่รู้ การที่คิดจะหักแขนมันยากพอๆ กับการที่จะทำลายความแข็งแกร่งของลำตัวมันไม่ผิด

                ระหว่างที่ผมกำลังหาวิธีล้มหยางเฟยอยู่ ผมก็เผลอเปิดช่องว่างที่ลำตัว หยางเฟยเหมือนรอจังหวะนี้อยู่นาน หมัดตรงที่ทรงพลังก็พุ่งเข้ามาพร้อมๆ กับเสียงกระทืบพื้นผมต้องงอตัวยกเข่าขึ้นช่วยกัน แต่แรงกระแทกก็ทำเอาผมกระเด็นถอยหลังมาสองเมตร

                ขากับแขนที่ผมเอาไปกันหมัดชาไปหมดแทบจะขยับไม่ได้ ที่จริงผมไม่น่าจะพลาดง่ายๆ แบบนี้ หรือว่าหยางเฟยเร็วขึ้น ไม่สิ ผมเองเริ่มหายใจแรง ผมช้าลงในขณะที่อีกฝั่งเริ่มใช้แรงที่กั้กเอาไว้ ผมคิดอยู่แล้วว่าอยากที่จะชนะ แค่ก็ไม่คิดว่าจะกลายมาเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากขนาดนี้

                ผมเริ่มหลบหมัดของหยางเฟยไม่พ้นจนต้องในแขนการ์ดป้องกัน แต่ยิ่งป้องกันแขนผมก็ยิ่งเจ็บและล้าจนเริ่มจะยกไม่ขึ้นจากที่ผมดูจะเหนือชั้นกว่าด้านความเร็วกลับกลายมาเป็นโดนต้อนไปรอบๆ เวทีแทน น่าอายชะมัด ผมมาติดกับที่ผมเคยเตือนฟ้าคำรามไปเองแท้

                ไม่สิ หมอนี้ไม่เคยใช้ขาโจมตีเลยนี่น่า แสดงว่าเป็นวิชาที่ใช้ขาเป็นหลักในการปล่อยมหมัด ถ้าผมเล่นงานขาได้มันก็น่าจะช้าลงจนผมมีเวลาได้พักหายใจบ้าง แต่อยู่ๆ จะไปเตะมั่วๆ หยางเฟยคงจับทางได้ ผมต้องรอจังหวะแล้วเตะเต็มแรงเท่านั้น ผมโดนต่อยซ้ายต่อยขวาจนเซไปมา

                ถึงผมจะรับหมัดธรรมดาไหว แต่ผมก็ต้องระวังหมัดตรงไว้ เพราะถึงการ์ดไว้ก็คงรับไม่ไหวแน่ๆ แต่ก็เป็นจังหวะที่ดีที่จะสวนด้วยการเตะซ้ายไปที่ข้อพับขวาของหยางเฟยให้เต็มแรง แต่จะทำแบบนั้นได้ผมก็ต้องล้อให้หยางเฟยติดกับผมให้ได้ก่อน ผมแกล้งเซไปมาปล่อยให้หยางเฟยต้อนไปที่ขอบเวที

                จังหวะนั้นเองผมแกล้งทำเป็นก้าวผิดจังหวะจนเซเปิดช่องว่างที่ลำตัวด้านซ้าย หยางเฟยติดกับดักผมเต็ม เขาก้าวเท้าขวาพร้อมกับปล่อยหมัดไม้ตายออกมาใสทันที ผมก็แค่เบียงตัวหละไปทางขวาพร้อมกับเตะสวนไปที่ข้อพับด้านนอกของเท้าขวาของหยางเฟย

                แต่ด้วยความล้าทำให้ผมขยับเท้าพลาดจริงๆ ไม่ได้แกล้งพลาด ทำให้หมัดตรงของหยางเฟยเข้ามาที่ท้องผม เสียววินาทีนั้นผมรู้สึกร้อนเหมือนไฟเผา แต่สันชาติญานการเอาตัวรอดก็ทำให้ผมบิดตัวทำให้แรงกระแทกลดลงไปเกินกว่าครึ่ง ในขณะที่ผมกำลังเสียจังหวะผมก็หมุดตัวเตะขวาอ้อมไปที่ข้อพับด้านหลังขาซ้ายของหยางเฟยเต็มแรง

                ผลคือผมเสียหลักล้มลงกับพื้น แต่สิ่งที่ผมเห็นก็คือหยางเฟยกำลังนั่งคุกเข่าจับที่ข้อพับขาขวา เสียงคนดูร้องหือ ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยแม้แต่จะคุกเข่าแบบนี้มาก่อน ผมเป็นคนแรกที่ทำได้ ผมค่อยๆ พยุกตัวให้ลุกขึ้น แต่ก็เจ็บแปล๊บที่ท้องเพราะโดนหมัดของหยางเฟยเข้าไปที่ท้อง

                ถึงจะไม่เต็มแรงแต่ก็รู้สึกเหมือนกระดูกจะหัก หยางเฟยเห็นผมลุกขึ้น เขาก็พยายามดันตัวขึ้นยืนเพื่อที่จะสู้กันต่อ
                “พอแค่นี้ หมดเวลาแล้ว” มิสเตอร์ลี

                ถึงสายตาของหยางเฟยจะบ่งบอกว่าอยากสู้ให้รู้แพ้รู้ชนะ แต่ดูเหมือนเขาเองก็ขัดคำสั่งของมิสเตอร์ลีไม่ได้ หยางเฟย คำนับผม
                “ขอบคุณที่ออมมือ หวังว่าข้าจะมีโอกาสได้เปิดหูเปิดตาอีก” หยางเฟย
                “ขอบคุณที่ออมมือเช่นกัน” ผม แต่ผมไม่อยากสู้กับมันแล้ว เจ็บตัวแค่นี้ก็ถือว่าฟลุ๊กมากๆ แล้ว

                หลิงหลิงรีบขึ้นมาช่วยพยุงผม ส่วนหยางเฟยพยายามเดินจากไปโดยที่กลั้นความเจ็บปวดไว้ มิสเตอร์ลีให้ผมตามไปห้องทำงานของเค้า ดูเหมือนมิสเตอร์ลีจะรู้ความต้องการของผมอยู่แล้ว เพียบแต่ว่า

                “ถึงจะไม่ได้มีข้อตกลงกันไว้ แต่การทำแบบที่คุณต้องการ มันก็ทำให้ผมเสียสัจจะให้การค้าอยู่นะ” มิสเตอร์ลี
                “คือผมเองก็ไม่ได้ต้องการผูกมัดไว้คนเดียว ขอแค่คุณลีส่งอุปกรณ์ใหม่ๆ ให้ผมบ้าง ให้หลังจากที่ส่งให้ลูกค้าปรกติก็ได้ เพราะตอนนี้กว่าที่ผมจะได้รีวิวสินค้าใหม่ๆ ผมต้องรอให้วางตลาดก่อนผมถึงจะได้มีโอกาสซื้อมาให้คนของผมรีวิว” ผม
                “อืม” มิสเตอร์ลีลูบเคราพร้อมกับจ้องมองดูผมอยู่หลายนาที “เอางี้แล้วกัน ถ้าคุณบียอมลงแข่งศึกประลองยุทธ์พิเศษที่จะจัดขึ้นเดือนหน้า ผมก็อาจจะยอมส่งสินค้าให้คุณพร้อมๆ กับลูกค้าเจ้าอื่นๆ ก็ได้”
                “ผมก็อยากสู้นะครับ แต่ว่า เอาเข้าจริงๆ ผมอาจจะแพ้ตั้งแต่รอบแรกก็ได้” ผม
                มิสเตอร์ลีหัวเราะ “ไม่ต้องถ่อมตัวหรอกคุณบี วันนี้คุณก็ทำให้ผมรู้ว่าคุณไม่ธรรมดา ไม่แน่นะถ้าคุณทำได้ดีผมอาจจะยกให้คุณเป็นผู้พูกขาดสินค้าของผมที่ขายในไทยก็ได้” มิสเตอร์
                “ถ้าคุณลีต้องการแบบนั้นผมก็คงไม่ปฏิเสธครับ” ผม

                เราตกลงกันได้ ผมต้องอยู่ที่ปักกิ่งอีก 1 เดือน เพื่อเข้าประลองศึกพิเศษที่มิสเตอร์ลีจะจัดขึ้น แน่นอนว่าผมขอให้เสี่ยวหลงได้เข้าร่วมประลองด้วย ไม่งั้นไอ้หนุ่มนี้คงมาก่อนเรื่องอีกแน่ๆ มิสเตอร์ลีชวนผมกับหลิงหลิงให้กินข้าวเย็นด้วยกัน เสร็จแล้วก็ให้คนขับรถมาส่งเราที่โรงแรม

                “ไม่คิดว่าคุณบีจะเก่งขนาดนี้ หลิง ไม่เคยเจอใครที่ต่อสู้เก่งขนาดนี้มาก่อนเลย” หลิงหลิงกอดแขนผมเอาหัวมาซบที่ไหล่
                “ก่อนอื่นนะเรียกว่าพี่บีแทนได้ไหม เรียกคุณบีมันดูห่างเหินเกินไป” ผม
                “ได้สิค่ะ พี่บี” หลิงหลิงยิ้มหวาน
                “ที่จริงพี่ก็ไม่เก่งหรอก หยางเฟยเก่งกว่าพี่เยอะ ถ้าพี่ไม่ใช้ลูกเล่นคงไม่ถ่วงเวลาได้นานขนาดนี้” ผม
                “ไม่จริงหรอกค่ะ นั่นก็เพราะพี่บีมีประสพการณ์เยอะ หยางเฟยประสพการณ์น้อยต่างหาก” หลิงหลิง

                ผมได้แต่ยิ้ม ที่จริงตอนนี้ผมปวดแสบปวดร้อนที่ท้องด้านที่หลิงหลิงมากอดมาก แต่ก็บอกเธอไม่ได้ ถึงโรงแรมเราก็ขึ้นไปที่ห้อง หลิงหลิงตามผมเข้ามาในห้อง พอปิดประตู ผมก็โดนจู่โจมทันที หลิงหลิงดันผมให้นอนลงบนโซฟา มือเธอเท้าบนรอยหมัดของหยางเฟยพอดี ผมเจ็บมากต่อก็พูดไม่ได้

                ดูเหมือนว่า หลิงหลิง ที่ไม่ได้ง่ายๆ กับใครๆ ถ้าแต่ถูกใจจะเป็นแบบพี่ไม่ต้องน้องทำเองซะแล้ว

                จบตอนที่ 10 จบตรงนี้พอดี เพราะโควต้าหน้าครบพอดี เขียนยาวกว่านี้มันก็โพสไม่ได้ เอาเป็นว่าค่อยอ่านลีลาสวาทของหลิงหลิง ตอนหน้าแล้วกันนะ


ขอคอมเม้น เป็นกำลังใจในการเขียนให้คุณ Ukisa หน่อยได้ข่าว ว่าเหินห่างเรื่องความรัก แต่ตอนที่11 นี่มีแต่สร้างตัวละครมาเข้าฮาเร็มเพิ่ม คอมเมนไม่ดีระวังหมัดหยงชุนน๊า ตอนที่ 11 มันมากขอบอกมีฝึกวิชาด้วย


*

ออฟไลน์ solid17

  • Junior Member
  • ***
  • 505
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 01, 2020, 10:53:29 pm »
ผิดกลิ่นเป็นไม่ได้เลยนะตาบี

*

ออฟไลน์ Run2020

  • Junior Member
  • ***
  • 310
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 01, 2020, 11:03:24 pm »
สุดยอดครับตลุยยุทธจักรเมืองจีนรับสาวๆเข้าสังกัดเป็นของแถมอีก

*

ออฟไลน์ devilzoa

  • Legend Member
  • *******
  • 2412
  • 1277
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 02, 2020, 12:15:08 am »
คิดอยู่แล้วว่าคงไม่รอดเสร็จนายบีแน่ๆ อิอิ

*

ออฟไลน์ gai

  • Junior Member
  • ***
  • 445
  • 19
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 02, 2020, 12:16:15 am »
   น้อง หลิงหลิง นะ
      โอ้ยๆ สุดๆละเจอแบบนี้   พี่ไม่ต้อง น้อง หลิงหลิง จัดพี่เอง
     แต่ ได้ไปเรื่อยเลยนะครับ พี่บี ของสาวๆนี้ละ 
      แต่ มีเวลา หนึ่งเดือน ละ พี่บีจะได้ใครกลับไปบ้านบ้างไม่ละนะ   อยากให้สาวหมวย  เพิ่มอีกจังครับ

*

ออฟไลน์ xonly-1454

  • Senior Member
  • ****
  • 955
  • 1177
  • ห้วยขวาง  กทม.
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 02, 2020, 12:18:33 am »
ลุ้นให้พี่บีได้สาวจีนมาเข้าฮาเร็มอีกซักคนสองคน อยู่ต่อตั้งเดือนน่าจะพอมีหวังนะครับ

*

ออฟไลน์ 1819

  • Full Member
  • **
  • 215
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มีนาคม 02, 2020, 12:55:13 am »
เย้ koy มาแล้ว คิดถึง เรื่องนี้ 

*

ออฟไลน์ birddybdy

  • Senior Member
  • ****
  • 771
  • 590
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 02, 2020, 01:52:56 am »
ขอบคุณครับท่าน

ยิ่งอ่านยิ่งสนุก

เนื้อเรื่องไม่มีติดขัดเลยครับ

หลิงๆคงไม่ธรรมดาแน่นอน

จับเข้าบ้านซะเลยก้อหมดเรื่อง555

*

ออฟไลน์ wjoe44

  • Full Member
  • **
  • 220
  • 118
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 02, 2020, 03:48:03 am »
1เดือนที่ปักกิ่ง บีได้ตั้งฮาเร็มส่วนตัวสาขาปักกิ่งแน่  555

*

ออฟไลน์ Bluemuffer

  • Junior Member
  • ***
  • 468
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 02, 2020, 03:57:40 am »
ติดตามกันมายาวนานครับ คุ้มค่าต่อการรอคอย

*

กำพล

Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 02, 2020, 05:31:52 am »
ได้หลิงหลิงมาหนึ่งคนแล้วจะมีสาวหมวยคนอื่นมาช่วยฝึกวิชาอีกไหม

Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 02, 2020, 07:44:38 am »
ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนนายบีจะเป็นลูกศิษย์สำนักพุทไธสวรรค์นะ เวลาหนึ่งเดือนนี่ถ้าฟิตร่างกายดีๆวิชามวยโบราณก็น่าจะทำให้มิสเตอร์ลีประทับใจ จนยอมส่งสินค้าให้พร้อมลูกค้ารายอื่นๆได้ แล้วยิ่งถ้าได้เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่ผู้เดียวในไทยได้ ก็จะเท่ากับได้เอาคืนนายเอกชัยได้ด้วย....5555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 02, 2020, 07:45:45 am โดย ผู้เฒ่าเซราะกราว »

*

ออฟไลน์ sawatcat

  • Junior Member
  • ***
  • 310
  • 66
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มีนาคม 02, 2020, 08:16:29 am »
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ​ท่านผู้เรียบเรียงเรื่องก้อยในส่วนที่ขาดหายไปเป็นอย่างมาก​เพราะตามหาจากทุกที่แต่ไม่เจอเมื่อท่านใด้นำมาลงให้อ่านมันเหมือนกับผมใด้พบกับสิ่งที่เฝ้าไฝ่ฝัน​และติดตาม​หามานานแสนนานเพราะ​เรื่องนี้ผมชอบมากๆเคยอ่านซำ้ๆกันไม่น้อยกว่า10ครั้งคราวนี้ใด้อ่านตอนที่ขาดหายไปใด้อย่างเต็มอิ่มสักทีขอบคุณ​ท่านukisaและผู้เรียบเรียงในส่วนที่ขาดไปอีกครั้งหนึ่งครับ

*

ออฟไลน์ Anothai Jitardhan

  • Senior Member
  • ****
  • 620
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มีนาคม 02, 2020, 08:54:41 am »
ตอนแรกคิดว่านายบีจะไม่ใช่สเปคของหลิงหลิงพอนายบีโชว์ฝีมือเท่านั้นล่ะติดนายบีเลย...งานประลองยุทธ์ที่จัดขึ้นนายบีจะไหวไหมนะ

*

ออฟไลน์ แฟ๊ต บอย

  • Junior Member
  • ***
  • 372
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart season 2 ep 10 By Ukisa
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มีนาคม 02, 2020, 09:22:11 am »
ทำให้โลกได้รู้ว่า"มวยไทย"ก็เก่งไม่แพ้ใครในยุดตะพบ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ