ข่าว:

🎉🎉🎉 XONLY เปิดรับลงทะเบียนสมาชิกใหม่อีกครั้ง จำกัดวันละ 50 คน จนกว่าแอดมินจะขี้เกียจรับ😀

Main Menu
avatar_ΜoNoTΩИ∑ ★★★

ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 41 : ศรัทธา

เริ่มโดย ΜoNoTΩИ∑ ★★★, มกราคม 03, 2021, 12:30:10 ก่อนเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

sirihim


บอสส์ซ่าส์


crazylex

ร้อยอสูรมาแล้ว หมื่นอสูรต้องตามมาแน่

mapigclub

ระหว่างรอร้านเกะเปิด ขอกลับมาอ่านตอนเก่าๆๆไปพลางๆๆก่อนนะขอรับ อิิอิอิ

xijikoh

มาครั้งนี้นายริวกะ เล่นกลไห้นักศึกษาดูอีกแล้ว อย่างเทพ

aey3699

จริงของริวเลย คนเราจะทำอะไรสักอย่างนอกจากรู้และรักแล้ว ต้องศรัทธาด้วยผลงานจึงจะออกมาดี ริวถึงได้บอกว่าตอบแทนความศรัทธาของคนกลุ่มนี้ แม้ไม่ได้ไปญี่ปุ่นเห็นพิธีแห่จริงๆ ก็ไม่เป็นไรนะแค่นี้ก็สุดยอดแล้ว

ttasster

ริวโชว์เหนืออีกแล้ว เรียกร้องความสนใจได้พอสมควร

Pong Sak


Skyioi

ขอบคุณ​ครับ​
พรสวรรค์​ต้องมาพร้อมพรแสวงสินะ
เก่งทุกด้านจริงๆ

Kdstory

ริวกะในโหมดองเมียวจิโคตรเฟี้ยวครับจารย์อ่านแล้วโคตรอินยิ่งคนชอบสายญี่ปุ่นด้วยบอกเลยตายยยย

First10


Morman


Thanongsak

 ::YehYeh::
อ้างจาก: ΜoNoTΩИ∑ ★★★ เมื่อ มกราคม 03, 2021, 12:30:10 ก่อนเที่ยง
ว๊า 5555 เปิดปีใหม่ต้องเรื่องนี้ สาธุสาธุ ขอให้คนติดตามเยอะขึ้นด้วยเถิด

สารภาพเลยที่ทิ้งช่วงห่างมาแบบนี้เพราะแอบนอยด์ ตอนล่าสุดคนไม่ค่อยอ่านเลย

อ่ะฮืออ แต่อย่างที่บอกครับว่าไฟมันยังไม่หมด แค่อาจจะหรี่ลงนิดๆ

เดี่ยวจะพยายามลงให่สม่ำเสมอไม่เกิน 7 หรือ 8วัน ครับ


★★★★★★★★★★★


แนะนำกันสักหน่อยครับ







1. พลอย / รุ้งพลอย / กินรี




เป็นสาวน้อยวัย 20 อายุเท่าริว พลอยเป็นคนหุ่นดี เพราะทำงานมาตลอด

ตัดผมสั้นเพราะไม่มีเวลาดูแล พลอยเป็นคนที่มีอดีตหลายๆอย่างที่ไม่ดีนัก

เธอเคยมีบ้าน มีครอบครัวที่อบอุ่น มีฐานะ สมบัติมากมาย

แต่ชีวิตต้องพลิกผันเพราะคืนพายุคลั่งวันนั้น 10 ปีผ่านไป หลังจาก

ที่ผ่านความยากลำบากและบดทดสอบของชีวิต เธอก็ได้กลับมาเจอริวกะอีกครั้ง

จริงอยู่ว่าเคราะห์กรรมจะยังไม่หมดไป แต่เชื่อว่านายมังกรจะไม่ยอมให้เรื่องร้ายๆ

เกิดขึ้นกับพลอยอีกแน่ อ้อที่สำคัญ พลอยมีพลังคนทรงที่แกร่งกล้ามากๆ




★★★★★★★★★★★






2. เฟิร์น / ใบเฟิร์น


เธอเป็นเพื่อนร่วม Section ของริว เป็นสาวสวยผมยาว

ตากลม และ นมก็ไม่ธรรมดา เป็นคนน่ารัก เรียนเก่ง

เฟรนด์ลี่มากๆ แต่เธอเองก็มีความลับ ที่บอกใครไม่ได้อีกเช่นกัน

ใบเฟิร์นเป็นเหมือนภาพสะท้อนของพลอย พลอยจึงเข้าใจเธอได้ไม่ยาก

แต่ท่ามกลางความลำบากนั้น ก็ยังมีสายลมที่หวังดีค่อยช่วยเหลืออยู่






★★★★★★★★★★★






คิราระ / เมียเมด



เป็นเมดคู่ใจของริวกะ ใครอยากทราบประวัติสามารถตามอ่านได้ครับ

ใน kirara story ในปัจจุบันที่อยู่ไทย คิราระทำหน้าที่ดูแลบ้านให้ริวกะ

แต่จริงๆแล้วเธอเองก็ทำงานเป็นเลขาเบอร์ 2 ของมิไร คิราระมีฝีมือต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม

ทั้งคาราเต้ ไอคิโด ทันโตจัสสึ ที่สำคัญ ควบคุมอีกาได้ด้วย

ซึ่งนั่นก็เพราะ คิราระ มีพันธะสัญญา เทนงู ขั้นสูง เนื่องจาก

ยามิ หรือ ซึบาสะมารุ รับเธอเป็นน้องบุญธรรม จึงทำให้เธอ

กลายเป็นลูกสาวบุญธรรมของ คาราสึ เทนงู ไปโดยปริยาย

ซึ่งตัวคาราสึ เทนงู เองก็ยอมรับในตัวคิราระ และเป็นผู้ผลักดัน

ให้คิราระนั้น มาเป็นเมดส่วนตัวให้ริวกะเสียด้วย




★★★★★★★★★★★




พี่อั้ม / กุลธิดา


สาวคนนี้คือกุลสตรีของแท้และแน่นอน เป็นทั้งพี่สาวและหมอประจำตัว

เป็นตัวละครที่หลายท่านลุ้นกันจนเหงือกแห้งตั้งแต่ตอนที่ 15

พี่อั้มเป็นลูกสาวของ หมอทศ เพื่อนของริน ด้วยเหตุการณ์บางอย่าง

จึงทำให้ริน รับ อั้มมาเป็นลูกบุญธรรม ด้วยวิชาแพทย์ที่เข้าขั้นอัจฉริยะ

ทำให้อั้มนั้นถูกใจคาราสึ เทนงู เป็นอย่างมาก จึงได้รับ

มาเป็นลูกบุญธรรมอีกคน และสอนวิชาแพทย์ให้อีก

ทำให้อั้มนั้นโคตรจะเก่ง วิชาที่ต่อสู้ที่อั้มได้รับการถ่ายทอดมานั้น

คือฟาจินและมวยจีน รูปแบบต่างๆ จริงอยู่ว่าร่างกายของอั้มอาจจะดูบอบบาง

แต่อย่าให้ได้โดนต่อยสักหมัดล่ะ ศพไม่สวยแน่นอน




★★★★★★★★★★★


ความเดิมตอนที่แล้ว



เอ่อ สงสัยต้องรบกวนกลับไปอ่านครับ นานเกิน >> CLICK <<



★★★★★★★★★★★



สวัสดีค่ะ นั่นคือคำแรกที่พลอยทักมายใบเฟิร์น เฟิร์นก็งงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่รู้คือตอนนี้


บรรยากาศที่ซุ้มเงียบฉู่วววว มีแต่เสียงจากรอบข้างๆแทน ก๋อยรีบฉากหลบข้างๆแล้ว ทำตวัดมือควั่บๆที่ลำคอ เพื่อบอกเวย์ว่า


" ลาก่อน ลาก่อน ลาก่อน ลาก่อน "


เวย์ก็เหวอเลยทีนี้ เอาไงดีล่ะแบบนี้ ไอ้กรูดนี้หนักเลย เพราะว่ามาพร้อมๆกับไอ้ก๋อยเลยไม่รู้ว่าจะไงต่อ


หลังจากที่พลอยออกปากทักก่อนแล้ว ใบเฟิร์นก็ เอ่อะ เอ่อ สวัสดีค่ะ แล้วจากนั้นพลอยก็เปิดกระเป๋าและหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมา



มันคือสมุดอะไรบางอย่าง พลอยยื่นให้ใบเฟิร์นแล้วบอกว่าของฝากค่ะ ใบเฟิร์นก็รับมาด้วยท่าทีที่งงๆ ว่าฝากอะไรกันนั่น


พลอยยิ้มให้ด้วยท่าทีที่เป็นมิตรสุดๆ ส่วนไอ้พวกเพื่อนของริวก็มิด มิดซี่ลี่เล้ยสู พวกเขานั่งเงียบกริ๊บเลย  พลอยหันมาหาริวอีกครั้งแล้วบอกว่า


ริวคะ วันนี้แม่กุลมารับเร็วนะ ริวถึงกับเหวอแล้วบอกหือ อะไรนะ พลอยจึงบอกว่าก็น้ากุญชรอยู่ที่บ้านนี่นา ซึ่งพอพลอยพูดจบแค่นั้น


โทรศัพท์ก็ดังขึ้นทันที พลอยจึงรีบรับสาย พูดงึมๆงัมๆ และส่งสายให้ริวรับทันทีและเสียงที่พูดออกมาที่ริวได้ยินนั้นคือ


" อ่อนแอปานนี้ กล้าขัดคำพูดของข้าเหรอ วันนี้รุ้งพลอยต้องกลับมาหาข้า "



ริวก็หือ ใครครับ เสียงนั้นก็ตอบกลับมาว่า เจ้ากับเจ้าโทนยังกล้าถามถึงนามข้าอีกรึ หัดมีมารยาทกับญาติผู้ใหญ่เสียบ้าง


เอ้ากลายเป็นญาติของพลอยเฉย เท่านั่นแหละริวนี่ตัวสั่น งั่กๆๆๆเลย เหยดเข้ วารีกุญชรนี่หว่า ริวจึงบอกว่าเปล่าครับไม่ได้ขัดอะไรครับ


แล้ววารีกุญชรก็วางสายไป ริวรีบส่งโทรศัพท์คืนให้พลอยทันที พลอยก็ถามว่าเป็นอะไรเหรอคะริว หน้าซีดเลย ริวก็บอกเปล่าจ้าไปเรียนเถอะ


โฮ่ง !!! แล้วตอนนั้นบาคุก็เห่าขึ้นมาทำให้เพื่อนๆหลายคนหันไปมอง ทันทีที่เห็นบาคุ พลอยก็ง่าาา ทันที บาคุเดินมาด้วยท่าทีที่สง่ามาก ไม่ว่อกแว่ก ไม่หยุกหยิก ดุ๊กดิ๊ก ตามธรรมชาติของสุนัขแม้แต่น้อย


เขานั่งลงตรงหน้าพลอย เห่าโฮ่งๆเหมือนทักทาย แล้วพลอยก็พูดว่า บาคุไปกับพลอยมั้ย บาคุเห่าโฮ่งตอบรับ ซึ่งพลอยก็บอกริวว่าพลอยไปแล้วนะ


แม่สาวน้อยคนทรงยิ้มให้ชายคนรักแล้วก็เดินดุ๊กๆๆๆ โดยมีบาคุไปด้วย ริวยังไม่ทันจะตอบจ้า หรือตอบอะไรเลย อ่ะฮือออ ชีวิตนายมังกร



[ ใบเฟิร์น ]  :  ริว หมาของริวฟังภาษาคนออกด้วย ฉลาดมากเลยอ่ะ


[ ริว ]  :  อ่าาาาาา



ใบเฟิร์นรู้สึกอึ้งเป็นอย่างมาก หมาชิบะตัวเมื่อกี้ฉลาดมากจริงๆ โดยหารู้ไม่เลยว่านั้นคือปีศาจตัวเป็นๆ ทันทีที่พลอยไป


ก็ดูเหมือนสถานการณ์ตึงเครียดจะลดลง ราวกับคลื่นฮาคิราชันย์ได้ผ่านไปแล้ว เวย์จึงเข้ามาถามว่าเห้ย มึงเคลียร์กับพลอยแล้วเหรอ


ริวบอกอื้ม เรียบร้อยละของใจมึงที่เตือนสติกู ....  เวย์ถึงกับสตั๊นเลย ก๋อย มะกรูดถึงกับนิ่ง



[ เวย์ ]  :  อ่ะ ฮืออออ ในที่สุดมึงก็โตเป็นใหญ่แล้ว ฮืออออ


[ ก๋อย + มะกรูด ]  :  ฮืออออออออ


ทั้งสามเกลอ ปลื้มปลิ้มจนน้ำตาจะไหล พงกมันทำท่าร้องไห้จริงๆ จนริวหมั่นใส้เตะไปคนละป้าปสองป้าป บอกไปว่าไม่ตบไม่ตี ไม่ดีขึ้นเลยนะพวกมึงเนี่ย


[ เวย์ ]  :  ก็มาเด้ !!!

[ ก๋อย ]  :  คั่ม หมอนแหมน

[ มะกรูด ]  :  โคร่าาาาาา  โอรา โอรา โอรา โอรา


ผั๊วะ ๆ ๆ ๆ  ปุ้กกก ปั้กๆๆๆ ซึ่งในขณะที่เพื่อนทั้ง 4 กำลังสาวหมัดใส่กันอยู่นั้น ใบเฟิร์นก็บ่นขึ้นมาว่า เล่นอะไรกันเนี่ย จะเรียนอยู่แล้ว


[ เวย์ ]  :  โอ๊ย ใบเฟิร์นเราโดนมันแกล้งเหอะ


[ ใบเฟิร์น ]  :  3 ลุม 1 เนี่ยนะ โห !!!


[ มะกรูด ]  :  โอ๋ยย 1 ลุม 3 ดิ่ไม่ว่า โอ๊ยย กูเจ็บไปหมดแล้ว


[ ริวกะ ]  :  มึงชอบเร่งเครื่องหรอ  สาดดดด


ริวยังคงเขก มะเหงก ใส่ไอ้สามเกลออย่างมันส์มือ แต่พอใบเฟิร์นพูดขึ้นมาว่า น้องพลอยให้สมุดอะไรมานะ


ริวถึงกับหยุดและหันไปมอง ทันทีที่ใบเฟิร์นเปิดสมุดสิ่งที่เธอรับรู้คือความสุข ความอบอุ่น ซึ่งแปลกมาก ไม่รู้ทำไมแค่สมุดปกติธรรมดาถึงเป็นแบบนั้นล่ะ ริวมองแล้วก็ได้แต่สงสัยว่าพลอยทำอะไรกับสมุดเล่มนั้น


....

ด้านพลอย


พลอยเดินมากับบาคุด้วยอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หยุด บาคุก็สงสัยว่าทำไมกันนะ มีเรื่องอะไรดีๆเกิดขึ้นเหรอ เขาก็นึกในใจว่าเกิดอะไรขึ้นนะ ทำไมนายหญิงรุ้งพลอยถึงอารมณ์ดีล่ะ


" คุณใบเฟิร์นดูเป็นคนดี กว่าที่พลอยคิดไว้เนอะ บาคุ "



พลอยเดินไปแล้วก็พูดไป จนบาคุถึงกับสะดุ้ง จริงอยู่ว่าเธอพูดออกมาไม่ได้สื่อสารทางจิตแบบที่นายน้อยของเขาทำ แต่ไอ้การที่เหมือนว่ารู้ถึงความคิดของเขานั้น


มันก็เหนือความคาดหมายเกินไป บาคุก็โฮ่งเบาๆ แล้วก็เดินตามพลอยต่อไป ตลอดทางที่สาวน้อยเดินนั้นมีแต่คนสะกิดให้ดู เพราะลักษณะของบาคุนั้น มันทั้งสง่าและดูน่ารักมาก


การเดินไม่มีว่อกแว่ก เดินตามพลอยอย่างสม่ำเสมอ ราวกับว่ารู้ว่าพลอยจะเดินไปที่ใด ก็ปกติแล้วธรรมชาติของสุนัขมักจะตื่นเต้นกับสนใจสิ่งรอบข้างยังไงล่ะ


มันไม่แปลกหรอกถ้าหมาจะเดินๆหยุดๆ และดมนู่น ดมนี่ ตลอดทาง และตอนนั้นก็ได้มีเสียงเห่า โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง ของหมาชิวาวา ดังไม่หยุด เหมือนมันจะเห่าคนแถวๆนั้น


ขอนอกเรื่องหน่อยนะ ไม่รู้เป็นห่านอะไรหมาพันธุ์นี้เห่าเก่งชิบหาย อ่ะกลับมาต่อ หมาตัวเล็กนั้นก็ยังคงเห่าต่อไป แต่พอบาคุกับพลอยเดินผ่าน มันถึงกับเงียบพร้อมกับนอนหมอบลงกับพื้นทันที


บาคุหยุดมองก่อนแปปนึง พลอยจึงบอกว่าไปกันเถอะบาคุ น้องกลัวหมดแล้วนั่น พอพลอยพูดจบหมาชิวาว่าตัวนั้นก็หมอบหัวลงแล้วยกก้นสูง ราวกับว่ากำลังทำความเคารพให้กับบาคุ


จนเจ้าของหมาตัวนั้นถึงกับแปลกใจ เพราะหมาของตัวเองมักจะไม่ชินกับคนแปลกหน้า แล้วทำไมมันถึงมีพฤติกรรมสงบเสงี่ยมแบบนี้ล่ะ


คนที่เห็นเขาก็ไม่คิดอะไรนะ แต่บางคนที่ไม่รู้เรื่องห่าอะไรก็คิดว่าหมาของพลอยกัดหมาตัวนั้น ก็ทำเป็นโวยวายว่าเฮ้ยมีอะไรกัน หมากัดเหรอ ซึ่งมันก็แปลกจริงๆ คนประเภทนี้


เจ้าของหมาก็บอกว่าเปล่าๆน้องไม่ได้ทำอะไรเลย บาคุแอบปล่อยจิตสังหารเล็กน้อยจนไอ้คนที่พูดนั้นถึงกับสะดุ้ง พลอยก็ยิ้มๆแล้วก็บอกว่า บาคุไปกันเถอะ ทันทีที่พลอยเดินไป บาคุก็เดินไปทันที ซึ่งพอทั้งคู่เดินพ้นระยะไปครู่หนึ่งแล้ว


ไอ้หมาตัวเดิมก็ลุกขึ้นมาแล้วก็เห่าเสียง แว๊ดๆๆ เหมือนเดิม จนคนแถมนั้นถึงกับแปลกใจอีกเช่นเดิม แต่เจ้าของของหมาตัวนั้นก็รู้ได้ทันทีแหละว่าหมาของตนกลัวหมาตัวเมื่อกี้


ซึ่งก็แปลกๆ ทั้งๆที่ไม่ได้ขู่ ไม่ได้กัด ไม่ได้ทำร้าย แค่เดินผ่าน หมาของตนกลับกลัวโดยไม่มีเหตุผล พลอยเดินมาถึงตึกเรียนก็เข้าไปหากลุ่มเพื่อนทันที วิ๊ววววว


และตอนนั้นเองสายลมที่คิดถึงก็พัดมาจนพลอยดีใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะนั่นหมายความว่า !!! ภูติประจำตัวของเธอกำลังมาหาเธอแล้วนั่นเอง เสียงกรี๊ดกร๊าดก็ดังขึ้นมาทันที


เพราะมีวีเซิล 3 ตัวกำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กมาจากมุมตึกและตรงมาหาพลอยทันที เพื่อนของพลอย ก็งื๊อออ ก็งู๊ยยยย ก็น้อลลลล ไม่หยุดเลย พลอยรีบยื่นแขนลงให้ทั้ง 3 ตนวิ่งไต่แขนดุ๊กดิ๊กๆๆๆเข้าหาทันที


ทั้ง 3 วิ่งดุ๊กๆๆๆไปรอบๆตัวพลอย ส่วนอิทาจิ พี่สาวคนโตของ 3 คาไมทาจิ ก็ไต่ไปคลอเคลียพลอยไม่หยุดเลย พลอยก็พูดเบาๆว่า ไหนบอกว่าไปบำเพ็ญเพียรไง


อิทาจิก็ดุ๊กๆดิ๊กๆที่หูและพูดว่า พวกข้ามีเวลาพัก 48 ชั่วโมง เลยขอมาหานายหญิงเจ้าค่ะ พลอยก็ตื่นเต้นมาก แต่ก็ต้องกลั้นความดีใจไว้ แล้วถามว่าจริงๆเหรอ 2วันเลยเหรอ


อิทาจิก็บอกว่าเจ้าค่ะ แล้วพลอยก็ลูบๆๆๆ อิทาจิไม่หยุดเลย ตอนนั้นนิทาจิ น้องคนรองก็เดินมาหาบาคุเช่นกัน ทั้งนิทาจิและซันทาจิ ก็ไต่ตามตัวของบาคุเหมือนว่าสัตว์ต่างสายพันธุ์กำลังเล่นกัน


เพื่อนๆก็ถามว่าพลอยๆ พวกน้องๆนี้พลอยเลี้ยงเหรอ พลอยก็ยิ้มๆและต้องตอบว่าอื้อ ซึ่งทั้ง 4 ตนก็เข้าใจพลอยดีว่าทำไมต้องพูดแบบนั้น  บาคุก็ถามว่าไหงมาที่นี่ล่ะ นิทาจิบอกว่า


ท่านพิกุลโทรติดต่อไปหานายท่าน ( ริน )  ว่าท่านวารีกุญชรมาพำนักอยู่ที่บ้านของท่าน และท่านวารีกุญชร ต้องการที่จะพบกับพวกข้าทั้ง 3 ที่เป็นภูติเชื่อมวิญญาณของนายหญิงรุ้งพลอย


[ บาคุ ]  :  เช่นนั้นเรอะ อื้ม

[ ซันทาจิ ]  :  แล้ว พิธีส่งดาบกุเร็นเป็นเช่นไรบ้างบาคุ


[ บาคุ ]  :  เป็นไปได้ด้วยดี ท่านโทนทำหน้าที่ได้ดีตามที่ได้รับการสั่งสอนมา เฮ้อออ


[ นิทาจิ ]  :  เป็นไปได้ด้วยดีแล้วทำไมเจ้าทำหน้าแบบนั้นล่ะบาคุ


บาคุก็พูดต่อว่าก็เมื่อวานน่ะสิ่ ทั้งท่านโทนและนายน้อยริวกะ ตีกันยกใหญ่เลย พอพูดไปแบบนั้น ทั้งนิทาจิและซันทาจิถึงกับถอนหายใจดังเฮ้อออ และพูดพร้อมขึ้นกันว่า

" หาเรื่องเจ็บตัวแท้ๆนายน้อย "

นิทาจิพูดขึ้นมาว่า ถ้าไม่ใช้เวทย์อัคคียังไงนายน้อยก็ยังด้อยกว่าท่านโทนเรื่องความสุขุมและที่สำคัญด้วยพรจากเจ้านางการะเกด ยังไงนายน้อยก็ไม่มีทางเอาชนะท่านโทนได้แน่ๆ


ซันทาจิยังพูดต่อว่า แต่ถ้าต้องสู้กันในระยะยาวท่านโทนก็คงจะแพ้เรื่องพละกำลังและสภาพร่างกาย เพราะพลังของนายน้อยที่อยู่กับท่านโทนนั้นมากเกินไป


ยังไงซะร่างกายของท่านโทนก็รับไม่ไหวแน่ๆ  ถ้าเผลอใช้วิชาแปลกๆแบบนายน้อยล่ะก็แย่แน่ๆ ข้าหวังว่าท่านโทนจะไม่ทำแบบนั้น ดูเหมือนว่าทั้งนิทาจิและซันทาจิ


จะเข้าใจเรื่องพลังของริวกะและร่างกายของโทนเป็นอย่างดี แต่ในระหว่างนั้นเองบาคุก็ได้พูดบางอย่างสวนขึ้นมาว่า เมื่อวานท่านโทนใช้ เดนโค เซกกะ และ ราเซ็นกัน........ ซึ่งคำพูดของบาคุนั้น มันทำให้ซันทาจิและนิทาจิถึงกับถอนหายใจพร้อมๆกันและพูดว่า




[ นิทาจิ + ซันทาจิ ]  :  เฮ้อ !!! สมแล้วที่เป็นพี่น้องกัน


................

ด้านริว


[ ริวกะ ]  :  หืม คาไมทาจิ มางั้นเหรอ



ริวเองก็รับรู้ว่าภูติสายลมของเขานั้นมาที่นี่ และก็แน่นอนแหละพวก 3 ตนนั้นมุ่งหน้าไปหาพลอยทันที ซึ่งริวก็เข้าใจแหละว่าทั้ง 3 นั้นทั้งรักและเคารพรุ้งพลอยมากๆ


ซึ่งมันก็ดีแล้ว เพราะยังไงซะบาคุก็คงหาทางแอบไปนอนเล่นที่หลังมหาวิทยาลัยแน่ๆล่ะ เพราะงั้นพลอยจะได้ไม่เหงาและมีคาไมทาจิทั้ง 3 อยู่เป็นเพื่อน


[ เวย์ ]  :  เฮ้ย ไปๆๆๆ เรียนๆๆ


เวย์ตะโกนบอกเพื่อนๆในระแวกนั้น ซึ่งบางคนก็ลุกทันที บางคนก็ยังนั่งไถมือถือเล่นดูนู่น ดูนี่ไปเรื่อยๆ ใบเฟิร์นเองก็เดินไปตั้งแต่แรกเลยล่ะ แต่ว่าในระหว่างนั้นเองอาจารย์ดำรง ก็เดินมาพอดี


ใบเฟิร์นนั้นเหมือนจะรู้ตัว จึงค่อยๆเดินแยกกลุ่มไปซะนั่นไม่อาจรอดพ้นสายตาของริวกะไปได้ เขาแอบถอนหายใจเบาๆ เพราะว่าตอนนี้เวย์ก็มองด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก



ตัวริวกะก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมเพื่อนของเขาคนนี้ทั้งๆที่บอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับใบเฟิร์น แต่ทำไมกลับดูร้อนรนผิดปกติ มันก็ยังคงเป็นคำถามในใจริวกะที่ยังหาคำตอบไม่ได้อยู่ดี


นี่ถ้ามันรู้ว่าใบเฟิร์นทำงานที่เลานจ์ VIP มันจะไม่อกแตกตายเหรอ แล้วตอนนั้นเวย์ก็พูดขึ้นมาดื้อๆว่า ไอ้มังกรมึงจีบใบเฟิร์นได้ป่ะ ริวถึงกับหือ อะไรนะ



เวย์ก็บอกว่าถึงมึงจะเลว ถึงมึงจะเมียเยอะยังไง แต่กูมั่นใจว่ามึงดูแลเฟิร์นได้ ริวถึงกับดึงคอเสื้อพร้อมดึงสีหน้าทันที



แล้วถามว่านี่มึงชมกูใช่มั้ย ทำไมกูไม่ดีใจเลยวะ เวย์ก็กระชากคอเสื้อกลับแล้วบอกว่า กูพูดผิดตรงไหน นี่กูชมมึงนะ มีคำไหนบ้างที่กูด่ามึง หาาาาา สองคนฮึ่มฮั่มใส่กันไม่เลิกจนไอ้ก๋อยกับมะกรูดถึงกับบอกว่า อย่าเพิ่งกัดกันสิ่วะเรียนก่อน เรียนก่อน


[ ริวกะ + เวย์ ]  :  เออ


และทั้งคู่ก็ปล่อยคอเสื้อกันและกัน ป้าป ริวเตะตูดเวย์ไป 1 ทีแล้วบอกว่าเสื้อกูยับ คิราระบ่นกูแน่เนี่ย เวย์ก็บอกไอ้ห่านี่กลัวเมียเมดเหรอวะ ริวก็บอกว่าอย่าให้กูพูดเรื่องของมึงนะไอ้เวน


เพื่อนๆที่ตามนั้นก็ถึงกับงง ว่าไอ้สองคนนี้มันยังไงกันแน่ เหมือนจะตีกันแต่ก็ไม่ได้ตีกัน เหมือนจะทะเลาะกันแต่ก็ไม่ เฮ้อ พวกคนรวยนี่มันนิสัยแปลกๆกันจังเลยวะ


ทั้งพลอยและริวก็ต่างแยกกันไปเรียนตามช่วงเวลาของแต่ละคนไป ถึงยังไงซะ ชีวิตจริงมันก็ไม่เหมือนในละครที่นางเอกกับพระเอกต้องตัวติดกันตลอดเวลา


จริงๆแล้วริวไม่ต้องเรียนก็ได้นะด้วยฐานะทางบ้านเขา ตัวเขาเองก็ชาตินี้ใช้ยังไงเงิน สมบัติ ก็ไม่มีวันหมดแน่ๆ แต่ด้วยความที่เขามีคำว่า อิซานางิ นำหน้าชื่อของตัวเอง


มันจึงทำให้เขาต้องผลัก ต้องดันตัวเอง ทำให้ตัวเองมีคุณค่าพอ มีคุณสมบัติพอที่จะรับช่วงต่อของตระกูลได้ เพื่อที่เขาจะได้ยืนหยัดในวันข้างหน้าได้อย่างสมภาคภูมิยังไงล่ะ


.................


การเรียนช่วงเช้าผ่านไปแล้ว


ริวกะก็ลงมานั่งพักที่ข้างล่างซุ้มคณะบริหาร ตอนนั้นบาคุก็เดินเข้ามาพอดี ก็แน่นอนแหละสาวๆกรี๊ด กร๊าด กันระนาวเลย บาคุก็เดินเชิดมาเลยทีเดียว ริวกะกับเวย์นี่ถึงกับหือ ขนาดนั้นเลยเหรอ


น้อลลลลลล  ต้าวหมาอ้วนนนน  สารพัดคำพูดดังออกมาจากปากสาวๆไม่หยุดเลย แล้วบาคุก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าริวกะทันที ริวกะก็ถามแบบเนียนๆเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า


[ ริวกะ ]  :  พลอยเรียนอยู่มะ

[ บาคุ ]  : โฮ่ง !!! 

[ ริวกะ ]  :  หือ ไม่ได้เรียนเหรอ แล้วพลอยกินข้าวยังล่ะนั่น

[ บาคุ ]  :  โฮ่ง โฮ่ง

[ ริวกะ ]  : อ่อ อื้ม ขอบใจมาก งั้นตามสบายเถอะ




บาคุเห่าอีก 2 ที โฮ่ง โฮ่ง แล้วก็เดินออกไปทันที เวย์ก็ถามว่าเห้ย นี่มึงคุยกันยังไงเนี่ย เดี๋ยวโฮ่ง เดี๋ยวอืม อะไรของพวกมึง ริวก็หันไปมองหน้าแล้วถามว่า แล้วมึงจะให้บาคุพูดภาษาคนหรือไง


เดี๋ยวได้ไปออกงานวัดพอดีไอ้เวนเอ๊ย ไปๆ ไปเรียนได้ละ แล้วทั้งคู่ก็เดินไปเรียน ตามตารางเรียนอย่างที่ควรจะเป็น


••••


ด้านบาคุเขาเดินดุ่ยๆๆ เข้ามุมตึกซึ่งเมื่อลับสายตาคน และ มุมอับจากกล้องวงจรปิด เขาก็กำบังกายทันที และแว๊ปผ่านเงา ตรงไปยังหลังมหาวิทยาลัย


ก็นะมีความสามารถแบบนี้ทำไมต้องเดินให้เมื่อยตุ้ม ทันทีที่บาคุมาถึงเขาก็พบกับลุงเจ้าที่และพี่ปิ่นวิญญาณสาวพอดีเลย


ตู้มมมม ตู้มมมมม พี่ปิ่นกำลัฃชดใช้บาปมหันต์ที่ตนก่อไว้ บาปของการฆ่าตัวตาย แม้จะเป็นดวงวิญญาณแต่เธอก็ยังดูทรมานอยู่ดี


วู่บบบ ไม่นานนักเธอก็หายไปแต่ไม่นานก็คงกลับมาที่เดิม ท่านเจ้าที่เดินไปหาบาคุทันที บาคุก็ทำคสามเคารพท่านเจ้าของสถานที่อย่างนอบน้อม


นางไปที่ใดกันท่านเจ้าที่ บาคุเอ่ยถามทันที ท่านเจ้าที่จึงบอกว่านางอยู่ในเวลาชดใช้บาปตามกฏแห่งกรรม เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว


นางต้องทำแบบนี้ไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัยของนาง ยาคุก็ได้แค่ถอนหายใจ นี่ถ้านายน้อยของเขาไม่โดนสาบให้ตายไม่ได้ล่ะก็


ไม่อยากคิดเลยว่สจะเกิดอะไรขึ้นทเพราะริวกะเองก็ฆ่าตัวตายเป็นว่าเล่นเลย ตอนช่วง 10ขวบ - 14 ขวบ ท่านเต้าที่ถาม ว่าแบ้วเน้าหนุ่มนั่นล่ะอยู่ที่ใด


[ บาคุ ]  :  นายน้อยเรียนหนังสืออยู่ขอรับ


[ เจ้าที่ ]  :  อื้ม... การที่เจ้าหนุ่มนั่นมีบริวารติดตามแบบนี้ มันก็ไม่แปลก เพราะพ่อของเจ้านั่นก็ไม่ธรรมดา  แต่การที่เจ้าหนุ่มนั่น สามารถส่งบุญให้นางหนูปิ่นได้นี่มันอัศจรรย์เกินกว่าที่ข้าคิดเชียวนะ


[ บาคุ ]  :  ขอรับ ศาสตร์ลับเหล่านี้อยู่นายน้อยศึกษาและฝึกฝนจนชำนาญขอรับท่านเจ้าที่ ถึงด้านฝีมือและพลังวิญญาณจะสูงส่ง แต่ยังมีอีกหลายด้านเลยขอรับที่ต้องปรับปรุง



บาคุพูดคุยกับเจ้าที่อย่างสุภาพ ยังไงซะท่านผู้นี้ก็เป็นผู้อนุญาตให้พวกเขาเหล่าวิญญาณต่างถิ่นแบบพวกเขา เขามาในนี้ได้



และแค่แปปเดียวเท่านั้นเอง พี่ปิ่นก็กลับมาอีกครั้ง ใบหน้าของผีสาวแสนสวยดูจะงงงวยเป็นอย่างมากที่เห็นบาคุ ท่านเจ้าที่จึงบอก


ว่านี่คือผู้ติดตามของเจ้าหนุ่มที่ทำให้เจ้ามีชุดสวยๆใส่ยังไงล่ะ ปิ่นได้ฟังแล้วก็ยิ้มเลย เพราะริวแท้ๆทำให้เธอได้ใส่ขุดดีๆแบบนี้ เพราะเดิมทีวิญญาณบาปแบบเธอ


ใครทำบุญอะไรให้ก็แทบไม่ได้รับ แต่ริวกะกลับทำได้ง่ายดาย ซึ่งมันก็ไม่แปลก เพราะตอนที่เขาลงไปฝึกวิชาที่นรกภูมิ



หนึ่งในสิ่งที่เขาเรียนรู้มาด้วยคือ ศาสตร์การแปลงธาตุให้สิ่งของบนโลกมนุษย์กลับกลายเป็นของอีกภพนั่นเอง แต่ก็อย่างที่ริวกะพูดไว้ในตอนที่ 9


ว่าสุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับกรรมดีที่ปิ่นทำไว้ก่อนตาย ว่าจะมากพอที่จะทำให้สามารถรับมันได้หรือเปล่า ซึ่งทันทีที่ปิ่นได้รับเสื้อผ้า นั่นจึงทำให้ริวกะรู้ได้ทันทีว่าในตอนที่พี่ปิ่นยังมีชีวิต เขาเป็นคนที่ดีมากๆ ไม่งั้นคงไม่สามารถรับสิ่งที่เขาทำบุญไปให้


ซึ่งในขณะนั้นเองวิญญาณสาวปิ่นก็มาถึงพอดี ทันทีที่เธอเห็นบาคุเธอก็ก้มหัวงุดๆเหมือนทักทายอย่างนอบน้อม ราวกับรู้ว่าหมาตัวนี้ไม่ใช่หมาธรรมดา เอาแค่เรื่องอายุ บาคุก็มากกว่าเธอเป็นหลายร้อยปีแล้ว


ปิ่นเองก็เป็นคน เอ๊ะหรือผี เอาเป็นว่าเป็นผีที่มีมารยาทเธอจึงทำการทักทายอยากนอบน้อม บาคุเองก็ยิ้มๆและบอกว่าอย่าเกรงใจ อย่าเกรงใจ และทั้งสามก็เริ่มพูดคุยกันด้วยความเป็นกันเอง


...................

เวลาก็ผ่านไปจนถึงเวลา 4 โมงเย็น ตอนนี้ริวเลิกเรียนแล้ว ซึ่งมันก็เป็นปกติที่เขาจะเตรียมที่จะไปหาพลอยเหมือนทุกๆวัน แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าพลอยกลับบ้านไปแล้ว เฮ้อแล้วเข้าจะเอาไงต่อดีล่ะเนี่ย

[ ริว ]   :  ฟู่ววว วันนี้อากาศเย็นแฮะ


ริวรู้สึกว่าวันนี้อากาศมันเย็นผิดปกติ เวย์ที่มาด้วยเลยบอกว่า เออ ข่าวพยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้ อากาศมันแปรปวน แล้วพอพูดจบเวย์ก็วกเข้าเรื่องใบเฟิร์นอีกครั้ง


[ เวย์ ]  :  เฮ้ย ไอ้มังกรตกลงที่คุยกันไว้เมื่อกี้มึงว่าไงวะ


[ ริว ]  :  ยัง ไอ้เวนนี่ยังไม่เลิกอีก ถ้ามึงห่วงนักมึงก็จีบเองสิ่วะ ไอ้นี่


[ เวย์ ]  : ก็ใบเฟิร์นไม่ได้ชอบกูนี่หว่า เขาชอบมึงมากกว่ากูอ่ะ มึงอย่ามาเนียนทำเป็นไม่รู้


ซึ่งระหว่างที่เพื่อนสองคนนี้พูดคุยกันอยู่ ไอ้สองสหาย กรูด ก๋อย ก็เดินเข้ามาพอดี ก๋อยมันก็เสริมขึ้นว่า เอออย่างที่ไอ้เวย์บอก กูก็รู้สึกนะว่าเวลาใบเฟิร์นอยู่ใกล้ๆมึง แม่นางดูเกร็งๆเขินๆ


มะกรูดพูดต่อว่า เดี๋ยวๆมึงสองตัวพูดอะไรกันเนี่ย มึงอย่าบอกนะว่าจะให้ไอ้ริวจีบใบเฟิร์น เวย์พยักหน้าอือๆไปทันที มะกรูดก็ด่าว่า มึงจะบ้าเหรอ ไอ้ริวมันมีแฟนแล้วนะเว้ย แถมยังเป็นคู่หมั้นอีก


มะกรูดยังบอกอีกว่า ถ้าไอ้ริวจีบกูพนันเลยติดแน่ๆ  เขารู้กันทั้ง SEC ไอ้ห่าว่าใบเฟิร์นชอบมึง มีแต่มึงนั่นแหละที่ไม่รู้


[ ริว ]  :  ทำไมกูจะไม่รู้ กูรู้นานละ


ริวพูดคำๆนี้ออกมาทำให้ทั้ง 3 หน่อถึงกับมองหน้ากัน ก๋อยถามว่าถ้ามึงรู้แล้ว ทำไมมึงยังตีเนียน ตีนิ่งอยู่ล่ะวะ ใบเฟิร์นน่ารักขนาดนั้นถึงจะ....  แต่ก็ควงได้ไม่อายใครนะเว้ย

ไอ้ก๋อยพูดเสร็จก็รู้ตัวว่าเหี้ยละไง กูเผลอปากหมาอีกแล้ว มันหลับตาเตรียมโดนโบ้หัวเลย แต่ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ริวไม่ได้จะตบหรืออะไร ริวถอนหายใจแล้วบอกว่า


[ ริว ]  :  มันไม่มีหรอกเว้ยที่แกล้งไม่รู้ แต่ที่แกล้งโง่เพราะต้องการรักษาความสำพันของความเป็นเพื่อน


พอพูดแบบนี้ สามคนนี่ถึงกับเงียบกริบเลย ริวก็พูดต่อว่าพวกมึงก็รู้ว่ากู ตามหาพลอยมาตลอด ถ้ากูจีบใบเฟิร์นตั้งแต่แรกแล้วกูเจอพลอย พวกมึงว่าพลอยจะรู้สึกยังไง ( มึงก็ล่อมาหลายคนแล้วนี่ไอ้ริว )


แล้วถ้าวันนี้กูที่มีพลอยอยู่แล้วไปจีบใบเฟิร์น มึงว่าใบเฟิร์นจะรู้สึกยังไงล่ะ ทั้งสามสหาย เวย์ ก๋อย กรูด ถึงกับนิ่ง ทำหน้าเหมือนน้ำตาจะไหลแล้วก็พูดขึ้นว่า

" เท่ส์ โคตรเท่ส์เลย ลูกพี่ "





แล้วพวกทั้งสามก็พากันจะเข้าไปโอบกอดริวกะ ซึ่งริวก็บอกเฮ้ยๆๆไปไกลๆเลย เฮ้ยไปไกลๆ แล้วทั้งสี่มันก็เล่นกันตามประสาเด็กปี 2 แหละนะ จนผ่านไปสักพัก


แล้วนี่จะไปไหนต่อวะ เวย์ถามขึ้นมาเพราะเขาเองก็ไม่มีโปรแกรมจะไปไหนต่อ ก๋อยจึงบอกว่าไปที่ตึกคณะป่ะ เพราะพวกเขาเองก็ต้องจัดนิทรรศการด้วยนี่


เวย์ก็บอกเอ้อใช่ ต้องจัดนิทรรศการนี่หว่า ริวที่ไม่ได้ตามเรื่องกิจกรรมของคณะช่วงนี้จึงได้ถามว่า กิจกรรมอะไรวะ เวย์ก็ตอบกลับไปว่า

[ เวย์ ]  : อ๋อ อาทิตย์หน้าพ่องงง  เอ้ยไม่ใช่ อาทิตย์หน้าคุณ อิซานางิ ริน จะมาเยี่ยมคณะเราน่ะ


[ ริวกะ ]  :  หะ พ่อน่ะเหรอ ไหงไม่เห็นอัพเดทอะไรใน บอร์ดบริษัทเลยวุ๊ย


ริวกะพูดเสร็จก็ต่อสายหา รินนะทันที ซึ่งรินนะนั้นเป็นเลขาส่วนตัวของเขานั่นเอง ฮัลโหล รินนะนี่ชั้นเอง รบกวนหรือเปล่า มันเป็นคำพูดที่ไม่เหมือนคนเป็นเจ้านายโทรหาลูกน้องเลยจริงๆ


ซึ่งก็ไม่แปลกใจที่รินนะจะรักและบูชาเจ้านายของเธอ ขนาดว่าทำงานถวายหัวเลยทีเดียว เพราะถ้าไม่มีริวกะเธอเองก็คงไม่ได้มีโอกาสดีๆแบบนี้


[ รินนะ ]  :  ไม่รบกวนเลยค่ะเจ้านาย ดิฉันกำลังดูข่าวอยู่เลยค่ะ 

[ ริวกะ ]  :  หือ ข่าวอะไรเหรอ

[ ริน ]  :  ก็ใครล่ะคะ ที่ไปร้องเพลง Cover ของวาดะซัง จนยอดวิวพุ่งกระฉูดแบบนั้น


ริวกะก็นึกถึงตอน 27 อ๋อ ตูร้องเพลงดิจิมอนไปนี่หว่า แล้วริวกะถามว่า มันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เพราะดูแล้วน่าจะมีพวกบริษัทคู่แข่งหาช่องทางในการเล่นงานพวกเรานะ

รินนะจึงบอกว่ามีอยู่แล้วล่ะค่ะนายน้อย คุณฮายาเตะจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ ริวกะก็ตกใจว่าเอ้ย น้าฮายาเตะออกหน้าเองเลยเหรอ คำถามที่ริวกะถามคือ มีใครบาดเจ็บมั้ย


รินนะจึงบอกไปว่าทางฝั่งนั้นก็มีนิดหน่อยค่ะ ไม่ถึงร้อยคน ส่วนทางเราไม่มีใครบาดเจ็บเลย เพราะคุณฮายาเตะจัดการหมด ถ้าถามว่าฮายาเตะเป็นใคร


ฮายาเตะเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของริน เป็นชายที่ริวกะไม่เคยเอาชนะได้เลยสักครั้ง ที่สำคัญเขาไม่ได้มีพรวิเศษแบบโทนด้วย ฮายาเตะสามารถจัดการริวกะได้ด้วยฝีมือล้วนๆ


รินนะตัดบทว่าเจ้านายมีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ ริวกะจึงถามว่ากำหนดการของพ่อมีมาที่ไทยด้วยเหรอ รินนะตอบกลับมาว่าใช่ค่ะ แต่เพราะมีเรื่องนิดหน่อยเลยไม่ได้อัพเดท ผ่านทางบอร์ดบริหารค่ะ


รินนะยังพูดต่อว่า ที่ไปเพราะเป็นงานเกี่ยวกับมูลนิธิทุนการศึกษาและทุนสนับสนุนค่ะ ริวกะก็นึกขึ้นมาได้ว่า เอ้อ นอกจากทุนการศึกษาที่ทางมหาวิทยาลัยนั้นมีให้นักเรียนที่มีความสามารถโดดเด่นทางด้านวิชาการแล้ว


อิซานางิ กรุ๊ปของเขา ก็ให้เงินทุนในการวิจัย ในการพัฒนา และส่งเสริมให้นักศึกษาที่นี่เข้าแข่งโครงการวิชาการ และ กีฬา มากมายนี่หว่า เฮ้อ เรื่องใกล้ตัวแท้ๆลืมไปซะได้


[ ริวกะ ]  :  เฮ้อ อื้มๆขอบใจนะ เธอทำงานต่อเถอะ


[ รินนะ ]  :  ค่ะเจ้านาย ว่าแต่เจ้านายคะ เดือนหน้า เจ้านายอาจจะต้องกลับญี่ปุ่นนะคะ ทางบอร์ดบริหารต้องการคุยเรื่องที่นายน้อย แจ้งว่าไม่เห็นด้วยกับพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดค่ะ

ริวกะถึงกับถอนหายใจ เฮ้อ นัสสึเมะสิ่นะ ริวกะบอกอื้มๆ เตือนชั้น 1 อาทิตย์ด้วยนะ ริวกะวางสายจากเลขาและกลับมาคุยกับพวกของเขาต่อ ทั้ง4 คุยไปก็เดินไปจนถึงตึกคณะบริหาร


ตอนนี้พวกเขาเห็นว่ามีหลายป้าย หลายซุ้มจัดขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เอ๊ะนี่มันธีมญี่ปุ่นเหรอเนี่ย เพราะเท่าที่ดูนั้นมีหลายอย่างที่บ่งบอกถึงความเป็นแดน อาทิตย์อุทัยจริงๆ


[ กรูด ]  :  โหว เหยดเข้ อย่างงาม


เวย์ถึงกับหันไปมองไอ้มะกรูด จริงสิ่นะไอ้นี่มันโอตาคุ ประเทศญี่ปุ่นนี่หว่า ถ้าลองไอ้นี่ออกปากว่าสวย แสดงว่านิทรรศการนี่ต้องไม่ธรรมดาแท้ๆ แต่เดี๋ยวๆๆ


เวย์ถึงกับหันควั่บเลย เพราะนอกจากบอร์ดวิชาการแล้ว ยังมีพวกบอร์ดอื่นๆด้วยเหรอวะ ทั้งจำลองเทศการมัตสึริ ริวกะกับพวกเวย์ยืนมองอยู่ ริวกะก็พูดขึ้นมาว่า เออแจ่มดี


แล้วตอนนี้ก็มีหนุ่มแว่นคนนึงเดินเข้ามาถามว่า สนใจซุ้มตรงนี้เหรอครับ นายแว่นยังพูดต่อว่านี่เป็นภาพรถแห่ ดาชิจากคันตะมัตสึริครับ

[ ก๋อย ]  : คันตะมัตสึริ เหรอ

นายแว่นตอบว่าใช่ครับ และอธิบายต่อว่า จริงๆแล้วเทศการมัตสึริของญี่ปุ่น มีอยู่จัดงานใหญ่ๆอยู่ 3 จังหวัด กิออนมัตสึริ ของเกียวโต เท็นจินมัตสึริ ของโอซาก้า และคันตะมัสสึริ ของโตเกียว


ที่เขาเลือกจำลองคันตะมัสสึริ เพราะว่า อิซานางิ กรุ๊ป ที่ให้การสนับสนุนเงินทุนนั้น ตั้งอยู่ที่จังหวัดโตเกียวนั่นเอง ริวกะ แล้วข้างๆกันนั้นก็ยังมีซุ้มนินจาและอื่นๆอีกด้วย ริวกะที่ยืนมองๆก็พูดขึ้นมา


ว่าเก็ยรายละเอียดดีได้ดีนะ เกือบ 70 % เลย ซึ่งเสียงที่แฝงไปด้วยพลังอะไรบางอย่างนั้น ทำให้นายแว่นหันตามไปด้วย และทันทีที่นายแว่นได้เห็นริวกะ เขาก็น้ำตาไหลเลย เขาเดินเข้ามาไปโค้งเคารพตามแบบคนญี่ปุ่นเลย แล้วพูดว่า ผมยินดีที่ได้พบคุณครับ คุณ อิซานางิ ริวกะ


[ เวย์ + ก๋อย + มะกรูด ]  :  หา !!!


ทันทีที่นายแว่นทักไป ไอ้ 3 หน่อก็ถึงกับเหวอเลยทีเดียว นี่แค่เห็นหน้าแว๊ปเดียว ก็จำได้เลยเหรอว่าเป็น คุณชายแห่งบ้านองเมียวจิ ริวกะก็หือ จำได้ไงหว่าว่าเป็นเขา นายแว่นบอกว่า


เขาติดตามข่าวของ ริวกะ ตั้งแต่ 4 ปีก่อนเขาชื่นชมตัวริวกะมากๆ ที่อายุแค่ 16 ก็สามารถใช้วิชาการต่อสู้เอาชนะยากูซ่าได้


[ เวย์ ]  :  เหยด มี FC ว่ะ


ในระหว่างที่นายแว่นกำลังพูดๆๆออกมานั้น มะกรูดก็ได้เดินไปนะ มุมๆหนึ่งมันถูกจัดให้เป็นเหมือนทะเลและมีดวงไฟสีแดงแปลกประหลาดส่องสว่างยามค่ำคืน


ก๋อยที่เห็นว่าเพื่อนของตนเดินไป เขาก็เดินตามไปดูด้วย


[ ก๋อย ]  :  อะไรวะ ลูกแดงๆ บั้งไฟพญานาคเหรอ


[ มะกรูด ]  :  กูจะบั้งหน้ามึงให้นี่แหละ ชิรานุย โว้ย ชิรานุย ไม่ใช่บั้งไฟพญานาค


เวย์เองเดินดุ่ยๆมาดูด้วยความสนใจ ชิรานุยมันเป็นปรากฎการณ์บางอย่างที่มักจะเกิดขึ้นช่วง วันที่ 30 กันยายน และ 25 กุมภาพันธ์ของญี่ปุ่น ซึ่งตามที่ก๋อยพูดมันก็คล้ายๆกันคือบั้งไฟพญานาคของไทยนั้น จะเกิดขึ้นตอน 15 ค่ำเดือน 11


ขอเพียงแค่ฝันให้ไกลแล้วไปใก้ถึงที่จุดหมาย แหม พอพูดถึงคำนี้เพลงนี้ต้องมาจริงๆ บั้งไฟพญานาคเกิดขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 แต่ชิรานุยจะเกิดขึ้น เดือน 9 นั่นเอง


[ นายแว่น ]  :  ถ้าพูดตามหลักวิทยาศาสตร์ ชิรานุย ถูกบัญญัติไว้ว่าเป็นปรากฎการณ์ด้านแสงครับ บางก็ว่าเป็นแสงไฟจากชาวประมง แต่ถ้าตามความเชื่อโบราณแล้ว บางก็ว่าเป็นลูกไฟจากสิ่งลี้ลับที่จะบันดาลให้ลูกไฟปรากฎ เพื่อเตือนว่าตรงนี้เป็นเขตของสิ่งลี้ลับ ห้ามเข้ามาย่างกราย



เวย์ฟังไปแล้วก็มองหน้าไอ้มะกรูดไปจนมันถึงกับถามว่ามองกูทำไมวะ เวย์จึงบอกว่าขนาดเขาไม่เคยเจอไอ้ริวแท้ๆ เจอแว๊ปเดียวก็จำได้ มึงนี่แม่งเจอหน้ากันทุกวันยังไม่รู้ว่ามันคือ อิซานางิ ริวกะ


[ ก๋อย ]  :  555555555555555555555555555555555555555555+


ก๋อยหัวเราะลั่นเลยทีเดียวพอเวย์พูดมาแบบนี้ ส่วนมะกรูดเองก็อายจนแทบจะม้วนแผ่นดินหนี ริวเองก็มองซุ้มชิรานุยแล้วก็นึกถึงเรื่องบางเรื่องที่ตระกูลเขาเองก็สืบทอดมาหลายรุ่น


ตอนนั้นเองนายแว่นก็พูดว่า อ้อใช่ ผมมีบางอย่างจะให้คุณริวกะดูครับ ไม่ทราบว่าพวกคุณว่างกันไหมครับ ด้วยความที่ไอ้ก๋อยนั้นปากไวเป็นทุนเดิมมันก็เลยถามว่าอะไรเหรอครับ


นายแว่นจึงบอกว่าเป็นรถแห่ ที่พวกเขาทำกันขึ้นมาเพื่อใช้ในงานวันที่คุณรินมาเยี่ยมคณะ พอได้ฟังแค่นั้นไอ้กรูดถึงตาเป็นประกายวิ๊งๆ จนเพื่อนทั้ง 3 นี่รับรู้ได้ทันที และสุดท้ายก็เป็นอันว่าจะไปดูรถแห่ ที่นายแว่นบอก


นายแว่นเดินนำทาง ทั้ง4คน มายังสตูที่คณะ มันเป็นสตูที่กว้างมาก สตูฯ อิซานางิ ก็เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนทั้งหมด เพื่อสร้างให้นักศึกษาเอาไว้ใช้งานโดยเฉพาะ เพื่อที่จะไม่รบกวนกับสตูฯของมหาวิทยาลัย


ทันทีที่นายแว่นมาถึงนักศึกษาที่กำลังช่วยกันทำนิทรรศการก็หันมาทักทายหลายคน สิ่งที่พวกริวเห็นในตอนนี้คือ ทั้งซุ้ม ทั้งของประดับทุกอย่างคือถอดแบบจากญี่ปุ่นมาเลย


มีทั้งต้นซากุระที่เป็นพลาสติก แต่ก็ลงสีได้เนียนมากราวกับเป็นของจริง อีกทั้งโคมไฟสีแดง อีกทั้งแคร่ไม้ ทันทีที่มาถึงจุดหมาย นายแว่นก็ยืน อย่างภูมิใจและบอกว่า นี่แหละครับความตั้งใจของพวกเรา


พรึ่บบบบ โว้ว !!! ทันทีที่นายแว่นดึงผ้าคลุมออกมา มะกรูด ก๋อย เวย์ ถึงกับร้องเสียงหลง เพราะมันคือ Dashi matsuri หรือรถแห่ เอ่อไม่ใช่รถแห่เครื่องเสียงบ้านเรานะ





เป็นรถแห่ในเทศกาลมัตสึริ หรือรถแห่ดาชิ นั่นเอง โว้ว สูง 3 เมตรได้มั้งถ้ากะด้วยสายตา มะกรูดนี่แทบกรี๊ด เพราะเขาพึ่งเคยเห็นของจริงครั้งแรก


นายแว่นบอกว่าของจริงจะดูดีกว่านี้แน่นอน รถแห่คันนี้ได้แรงจากชมรมช่างไม้มาช่วย ก็แกะสเกลจากรูปภาพในอินเตอร์เนท และแปรนที่มีเต็ม GooGle



[ มะกรูด ]  :  โว้ว โคตรเท่ส์ โคตรงาม

[ นายแว่น ]  :  แต่ผมรู้สึกว่ายังขาดความขลังไปน่ะครับ


นายแว่นพูดออกไปตามความรู้สึกจริงๆนั่นแหละ เขาบอกว่าอาจจะเพราะมันไม่ได้ถูกสร้างในญี่ปุ่นไม่ได้ผ่านพิธีต่างๆตามธรรมเนียนก็เป็นไปได้ นายแว่นบอกอีกว่า จริงๆแล้วพวกเรานักศึกษาที่ช่วยกันทำงานนี้


ไม่มีใครสักคนเคยไปญี่ปุ่นเลย ริวกะฟังแล้วก็ถึงกับสะดุดกึ้กเลย มะกรูดก็พูดขึ้นมาว่าก็มันช่วยไม่ได้นี่ครับ การไปต่างประเทศมันก็ใช้เงินไม่ใช่น้อยๆ พวกเราก็ยังเรียนกันอยู่ด้วย


แว่นก็บอกว่า ถึงจะไม่เคยไปแต่พวกเราก็ตั้งใจกันเต็มที่ครับ อยากให้คณะจากอิซานางิ กรุ๊ป ชอบในสิ่งที่พวกเราทำ พวกเราอยากขอบคุณที่พวกเขาเมตตามอบทุนการศึกษาให้



ถ้าไม่รังเกียจ ผมทำพิธีให้มั้ยครับ


เสียงของพ่อหนุ่มมังกรดังขึ้นมา จนทำให้ทั้ง 4 คน นานแว่น ก๋อย มะกรูด เวย์ ถึงกับหันมอง 


[ เวย์  ]  :  มึงจะทำอะไรวะไอ้ริว


ริวฟังที่เวย์พูดแล้วก็มองรอบๆสตูดิโอ ในนี้มีหลายอย่างที่ถูกประกับตกแต่งเหมือนศาลเจ้าญี่ปุ่น และที่สำคัญ ยังมีชุดองเมียวจิ ด้วย


ริวเดินไปยังมุมที่นักศึกษาคนหนึ่งกำลังจัดชุดองเมียวจิอยู่ อีก 4 คนก็เดินตามไปด้วย เฮ้ยไอ้เวย์วันนี้เราไม่มีติวที่ไหนใช่ป่ะ


ริวเอ่ยถามเวย์ขึ้นมาในขณะที่มองชุดองเมียวจิ ๆม่มีแล้ว เวย์ตอบกลับมาแบบนั้น และถามว่ามึงจะทำอะไรวะ

" ก็ทำพิธีไง "


ริวตอบกลับ พร้อมกับหันไปหานายแว่นและถามว่าผมยืมชุดหน่อยได้มั้ยครับ นักศึกษาหญิงก็อ้ำๆอึ้งๆ เพราะเธอก็มีหน้าที่ต้องดูแลชุดถ้าให้คนอื่นมาวุ่นวายล่ะก็อาจจะซวยแน่ๆ



แต่นายแว่นก็เดินมาบอกเพื่อนของเขาว่าไม่เป็นอะไรหรอก ถ้าผู้ที่เป็นใช้วิชาองเมียวโดจะใส่ชุดองเมียวจิ ถูกไหมครับคุณริวกะ



ริ้วยิ้มให้และรับชุดนั้นมาและเดินไปเปลี่ยนข้างหลังทันที นักศึกษาหญิงคนนั้นก็หน้าตาตื่นตกใจ แล้วถามว่าแว่นๆๆ เมื่อกี้เรียกว่าคุณริวกะเหรอ


นายแว่นบอกว่าใช่ นั่นแหละคุณ อิซานางิ ริวกะน่ะ นักศึกษาหญิงก็ตกใจร้อง ห๊ะ ข่าวที่บอกเรียนอยู่ที่นี่ก็จริงอ่ะ ตัวจริงหล่อมากอ่ะ เพื่อนสาวใส่แว่นที่อยู่ข้างๆก็งือออ คุณริวกะ คุณริว ไม่หยุดเลย


ในระหว่างที่ทั้งสองคนคุยกันไอ้ก๋อย มะดรูด เวย์ ก็ทำหน้าฮึ่มๆ แล้วบอก เออมึงมันหล่อ มึงมันเท่ส์ แต่เอ๊ะเดี๋ยวก่อนเมื่อกี้ นายแว่นพูดอะไรว่า องเมียวจิ


มะกรูดถามว่าเมื่อกี้พูดว่า " องเมียวจิ " เหรอครับ นายแว่นบอกใช่ครับ องเมียวจิ นี่ไม่รู้เหรอครับ ว่าคุณริวเขาศึกษาศาสตร์องเมียวโดมา


ห๊ะ !!! ห๊ะ !!! ห๊ะ !!! ก๋อยกับมะกรูดถึงกับ หน่านี๊ ไอ้ริวเนี่ยนะองเมียวจิ


[ ก๋อย ]  :  ไอ้ริวเนี่ยนะ องเมียวจิ ที่ใส่ขุดขาวๆ หมอผีญี่ปุ่นป่ะ


[ มะกรูด ]  :  สัดก๋อย พูดให้เกียรติองเมียวจิหน่อย ประวัติศาสตร์มีมาเป็นพันปีแล้วนะเฮ้ย



นายแว่นยังบอกต่อว่า จริงๆแล้ว อิซานางิ กรุ๊ป นอกจากเรื่องการบริหารธุรกิจที่สุดยอดแล้ว ยังมีอีกเรื่องคือศิลปะการต่อสู้ ที่ฝึกกันในบริษัท อีกทั้งยังสายเลือดองเมียวจิอีก


พอพูดถึงองเมียวจิ ก๋อย มะกรูด ถึงกับหันไปมองนายแว่นคนนั้นทันที มะกรูดถามขึ้นก่อนเลยว่า ตระกูลอิซานางิ เนี่ยนะครับ สายเลือดองเมียวจิ


[ นายแว่น ]  :  ใช่ครับ จริงอยู่ว่าตระกูล อิซานางิ โดดเด่นในเรื่องธุรกิจ และ ศิลปะการต่อสู้ แต่อีกเรื่องที่คนเฒ่าคนแก่จะรู้ดี คือเรื่องศาสตร์ลับองเมียวจิครับ


นายแว่นยังพูดต่ออีกว่า จริงๆแล้ว ตระกูลอิซานางิ นั้นสืบเชื้อสายมาจาก องเมียวจิเก่าแก่ยุคเดียวกับท่าน อาเบะ โนะ เซย์เมย์เลยครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม ชื่อของท่านผู้ท่านถึงไม่ได้ถูกการจารึกไว้


ก๋อยพูดต่ออีกนะว่า เอ้าแล้วถ้าไม่ได้รับการจารึกไว้ทำไมถึงรู้ล่ะครับว่าตระกูล อิซานางิ สืบทอดสายเลือดองเมียวจิมา นายแว่นบอกว่า ถึงจะไม่ได้ถูกจารึกอย่างเป็นทางการ


แต่ว่าในบันทึกส่วนตัวของท่านอาเบะ โน เซย์เมย์ ได้เขียนเอาไว้ว่า


" ตัวข้า อาจจะมิใช่มหาองเมียวจิ ดั่งเช่นที่ถูกยกย่องเอาไว้ หากสหายของข้ายังอยู่ อิซานางิ "


นายแว่นบอกบันทึกที่กู้กลับมาได้ระบุไว้เท่านี้ ก็มันเป็นวัสดุตั้งแต่ 1 พันปีก่อน การที่จะเลือนหายไปมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วตอนนั้นเองเสียง ฮือ ฮาา ของคนในสตูก็ดังขึ้น


ควั่บ !!!  ก๋อย มะกรูด เวย์ หันควั่บตามเสียงทันที เป็นริวกะนั่นเอง เขาดูเปลี่ยนไปเมื่ออยู่ในชุดองเมียวจิ สาวๆบางคนถึงกับใจเต้นตุ้บๆๆๆ ราวกับจะหลุดออกมาให้ได้



คนพวกนี้เดิมที่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือชอบประเทศญี่ปุ่น องเมียวจิในภาพจำของพวกเขาคือคนแก่ หรือคนที่มาอายุ แต่นี่ริวกะเป็นคนหนุ่ม คนหล่อ


หุ่นดี ดูเท่ส์ไปหมด แล้วชุดองเมียวจิก็ดูเข้ากับเขามากด้วย มันไม่ใช่ขุดขาวล้วนๆ แต่มีแถบสีฟ้าและปรับเปลี่ยนให้ดูมีความเป็นแฟชั่นนิดนึง


แต่มันก็ยังดูขลังมากจนหาคำอธิบายไม่ได้ ก๋อยพูดว่าเฮ้ย ชุดเหมือนในเกมส์เลย นานแว่นก็แหะๆ แล้วบอกว่าชุดองเมียวจิแบบดั้งเดิมแพงมากครับ


นี่เช่าชุดคอสเพลย์ของคนรู้จักมาในราคาที่เป็นมิตร แล้วอีกอย่างค่าใช้จ่ายพวกนี้เบิกไม่ได้ เลยต้องเซฟงบนิดนึง ริวเดินขยับๆๆชุดเข้ามา ออร่านี่เปร่งประกายเลย





[ ริวกะ ]  :  ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะถ้าเป็นชุดขาวล้วนผมก็ไม่ใส่เหมือนกัน


[ เวย์ ]  :  เหยดเข้  พี่องเมียวจิ


นานแว่นเดินมาแล้วพูดไม่ออก ในมือริวเหมือนจะมีกระดาษยันต์ใบนึง มันมีสัญลักษณ์ดาว 5 แฉก นายแว่นตกใจมาก


เพราะมันคือสัญลักษณ์เวทย์มนต์ของ อาเบะ โนะ เซย์เมย์ นายแว่นรีบถามด้วยความตื่นเต้น ว่าคุณริวกะครับ


จริงไหมครับ ที่ตระกูลอิซานางิ มีความเกี่ยวข้องท่าน อาเบะ โนะ เซย์เมย์ ริวมองนายแว่นแล้วถามว่า แล้วประวัติศาสตร์ว่ายังไงบ้างล่ะครับ


นายแว่นเงียบ เพราะเอาจริงๆแล้ว องเมียวจิผู้เดียว ที่ถูกยกย่องมานับพันปีคือ ท่านอาเบะ โนะ เซย์เมย์ ถึงแม้จะมีบันทึกเกี่ยวกับตระกูล อิซานางิ แต่ก็ไม่มีใครยอมรับ ว่าอดีต เคยมีองเมียวจิผู้ใดที่เก่งเทียบเท่าเซย์เมย์


ลูกหลานตระกูลอิซานางิ รู้ถึงสายสัมพันธ์ของพวกเขากับตระกูลอาเบะโนะเป็นอย่างดี จึงไม่มีใคร รุ่นใด ผู้ใด ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ เพราะถ้าพูดออกไปเช่นนั้นประวัติศาสตร์จะต้องปั่นป่วนแน่นอน

ริวกะเดินไปตบไหล่นายแว่นเบาๆ แล้วบอกว่า ถ้าความเชื่อและศรัทธาของเรา เป็นเรื่องดีและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ก็จงเชื่อตัวเองเถอะครับ


ริวพูดเบาๆแล้วก็เดินไปหาเวย์ คนที่รู้เรื่องพลังของเขา ชายหนุ่มองเมียวจิบอกกับเพื่อนรักว่าทเดี๋ยวมึงหาข้ออ้างว่าเป็นเอฟเฟคให้หน่อย


เวย์พูดแค่นั้นก็รู้เลยว่า เพื่อนของเขาต้องสร้างอภินิหารอีกแน่ๆ เขาบอกเห้ยๆๆ ทำอะไรวะไอ้ริว   องเมียวจิหนุ่มหันไปมองที่นายแว่นและพูดกับเวย์ว่า  จะตอบแทนความศรัทธาสักหน่อย



เฮ้ยแก อะไรน่ะ เฮ้ยอะไรนะ ไปดูกัน นักศึกษาราว 20 คนในสตูดิโอทำงาน ต่างพากันสนใจสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างที่บอกว่าพวกเขามาทำด้วยใจ



มาทำในสิ่งที่พวกเขารัก ริวกะเองก็อยากตอบแทนอะไรให้พวกเขาบ้าง พรึ่บ !!! ริวกะสะบัดแขนเสื้อ และหยิบกระดาษยันต์บางอย่างออกมา


ชิกิงามินี่นา เทพอัญเชิญนี่นา เสียงพูดด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นมาไม่หยุด ทำไมมันเหมือนจริงแบบนี้ล่ะ พรึ่บบบ !!! เปลวไฟสีส้ม


ลุกไหม้บนกระดาษนั้นริวกะใช้นิ้วชี้แล้วนิ้วกลางหนีบไว้ยกขึ้นตั้งขนานสายตาของเขา ริวกะหลับตาและสะบัดยันต์ติดไฟลงขนานลำตัว 45 องศาอีกครั้ง


และอีกมือประสานอินขาล ชูขึ้นเหนือหัว ท่วงท่าของริวกะดูงดงามมากๆ คนที่ได้มองเห็นถึงกับยืนนิ่งเลย ทันทีที่กระดาษยันต์นั้นมอดไหม้จนหมดสิ้น


ริงกะจึงเริ่มร่ายมนต์บางอย่างด้วยภาษาญี่ปุ่น


เบนไซเท็น , บิชามอน , ไดโคคุเทน
เอบิสึ , ฟุคุโระคุจุ , โฮเท
จุโรจิน


ในนามแห่งข้า อิซานางิ ริวกะ ขอเหล่าเทพ เทพี ทั้ง7 ประทาน สุข พร ความสำเร็จ แด่ความพยายามของพวกเขาเหล่านี้


พรึ่บบ !!!  ทันทีที่ริวกะเอ่ยมนต์บทนั้นจบ อยู่ดีๆก็เกิดวงแหวนบางอย่างที่พื้น ทุกคนเห็นได้เห็นภาพดังกล่าว ก็ตาค้าง เพราะมันคือดาว 5 แฉก ซึ่งเป็นมหาเวทย์ของ


[ นายแว่น ] :  อะ อะ อาเบะ โนะ เซย์เมย์


ข่ายเวทย์ดาว 5 แฉกปรากฏขึ้นตรงพื้นต่อหน้าทุกคน ยันต์สีขาว ทั้ง 7 ใบ เท่ากับจำนวน 7 เทพแห่งโชคลาภก็ลอยอยู่รอบๆตัวริวกะ และลุกไหม้ราวกับว่ากำลังจะส่งสารไปยังเทพยดาเหล่านั้น

และในตอนนั้นเอง ริวกะก็หยิบกระบอกไม้ไผ่มาจากไหนก็ไม่รู้เขาเปิดป๊อก !!! ออกมา และ เดินไปเทน้ำบางอย่างลงบนรถแห่ดาชิ


[ ก๋อย ]  :  อะไรวะนั่นน่ะ


[ นายแว่น ]  :  กระบอกนั้น น่าจะเป็นน้ำมนต์พิธีครับ


[ มะกรูด ]  :  ลูกพรี่ !!!


น้ำมนต์นี้เป็นน้ำมนต์เดียวกัน กับที่ริวกะใช้ทำพิธีสลายธาตุ ตอนที่จะทำบุญให้พี่ปิ่น มันเป็นน้ำมนต์ที่ริวกะจะพกติดตัวอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าที่คอนโดของริวกะสามารถทำพิธีเพื่อสร้างน้ำมนต์ได้


และทันทีที่ริวกะเทน้ำมนต์จนหมดกระบอกไม้ พั่บ !!! ริวกะพนมมือและบริกรรมคาถาอะไรบางอย่าง อยู่ดีๆ ตึงๆ !!! ตึงๆ !!! ตึงๆ !!! ซุยย้า !!! ซิ้ย วาสโส่ยย่า เสียงแห่  รถแบบดั้งเดิมดังกระหึ่ม สตูดิโอทำงานของพวกเขา


มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ ตอนนี้คือทุกอย่างมันกระหึ่มเป็นอย่างมาก แต่แปลกที่มันทำให้รู้สึกฮึกเหิมอย่างแปลกประหลาด ริวกะเดินกลับเข้ามาหา ทั้ง 4 คน แล้วบอกว่าพิธีเสร็จแล้ว


แล้วเชื่อไหมว่านักศึกษาทั้ง 20 คนนั้นรู้สึกได้เลย ว่ารถแห่ดาชินั้นมันแปลกต่างออกไป มันเหมือนมีพลังงานด้านบวกเอ่อล้นออกมา มีความขลัง มีบางอย่างที่พวกเขาไม่สามารถอธิบายได้แผ่ขยายออกมา สุดยอด อิซานางิ ริวกะ สุดยอด




พรึ่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  ลูกไฟดวงสีแปลกๆ เขียว ฟ้า ม่วง ลุกไหม้อยู่รอบๆพื้นสตูดิโอ มะกรูดก็ถึงกับร้องเฮ้ยๆ ๆ ๆ  อะไรเนี่ย ทำไมไฟสีแปลกๆ และตอนนั้นเองริวกะได้เดินกลับไปใกล้ๆตัวรถแห่ดาชิ เขาย่อตัวนั่งลงกับพื้น ประสานอินแปลกๆและเอ่ยว่า


จิเก็น อิ่คคิเท็นไค ( ขยายห้วงมิติ ) 次元域展開


ทันใดนั้นไฟรอบๆก็ลุกโชนมากกว่าเดิม แต่แปลกที่ไฟไม่มีควัน แปลกที่ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย ไฟในสตูเริ่มค่อยๆหรี่ลงเหมือนถูกปรับด้วยดิมเมอร์


หมอกจากๆเริ่มเข้ามาปกคลุมรอบบริเวณนั้น ริวกะเขียนยันต์อะไรบางอย่างลงกับพื้น และยืนขึ้นประสารอินที่รินสอนให้ และเอ่ยด้วยเสียงที่ดังกังวาลว่า เฮียกกิ ยัคโค หรือที่รู้จักกันในชื่อ




" ขบวนร้อยอสูร "





phithan

ผมกลับมาย้อนอ่านอีกรอบ เลยเจอว่าพี่โทนในเรื่องนี้เป็นคนเดียวดับเทพโทนในคาราโอเกะป่าวครับ ถ้าใช่ ชื่อพ่อโทนไม่ตรงกันซะแล้ว ในนี้ชื่อบัติ ในเกะชื่อทศ ผมเข้าใจผิดประการใดขออภัยด้วยครับ ที่จริงก็รอe-book อยู่ แต่ไม่เห็นในไหนเลย ปกติจะอ่านในMEB มีติดตามไรท์ท่านนึงคือ นักฆ่าหมายเลขแปด  แต่ท่านก็แต่งซะหลายเรื่อง จนถึงตอนนี้หยุดหายไปหลายเดือนแล้ว ไม่ทราบว่ายังสบายดีอยู่ไหมก็ไม่รู้ด้วยครับ