เกมรักภารโรงเฒ่า ปี 2 ตอนที่ 18 : กงล้อแห่งชะตากรรม

เกมรักภารโรงเฒ่า ปี 2 ตอนที่ 18 : กงล้อแห่งชะตากรรม

  • 244 ตอบ
  • 4620 อ่าน
*

ออฟไลน์ nato87

  • Moderator
  • *****
  • 404
  • 4588
    • ดูรายละเอียด
พูดคุยก่อนอ่าน : มาแล้ว ๆ และผมอยากบอกข่าวดีกับทุกคนว่า หลังจากตอนนี้ไป จะเป็นตอนที่ทุกคน (และผม) รอคอยกันมาเป็นเวลานาน นั่นก็คือฉากครูเบสท์เสียสาวครับ

ตอนนี้ยาวเอาเรื่อง ตัวละครเยอะ รายละเอียดเยอะ เนื้อหาเยอะ ครึ่งแรกเป็นบทของพิมมี่ แนนนี่ ส่วนครึ่งหลังก็เป็นบทของครูเบสท์ ซึ่งจะมีตัวละครสบทบอย่าง แม่และน้องสาวของนพวินท์แฟนเก่าของครูเบสท์ และเพื่อนรักของครูเบสท์อย่าง คุณอิม อัมพร (ไม่ต้องไปสนใจครับ แค่ตัวประกอบ)



ความจริง อย่างที่ทราบกัน ผมวางตัวให้ครูเบสท์เป็นคนสุดท้ายของลุงพล โดยจะให้ลุงพลบุกไปปล้ำครูเบสท์ที่ห้องพักครู แต่ภายหลังผมได้เปลี่ยนใจ เพราะเห็นทักท้วงกันมาเยอะว่าอยากเห็นครูเบสท์โดนสักที ถ้าให้ครูเบสท์เสร็จลุงพลเป็นคนสุดท้าย เกรงว่าเธอจะไม่มีบท ผมก็คิดว่ามันสมเหตุสมผล เลยเปลี่ยนเนื้อเรื่องบางส่วนเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์

หลังจากตอนนี้เป็นต้นไป ผมจะจัดหนักจัดเต็มแล้ว เตรียมทิชชู่เอาไว้ให้ดีเถอะนะ เผื่อคุณกำลังกินข้าวแล้วกับข้าวตกใสแผงคีย์บอร์ดหรืือสมาร์ทโฟน จะได้เช็ดออกได้นะครับ 55555+


##################

ความเดิมจากตอนที่แล้ว


https://xonly8.com/index.php?topic=239263.0

“โอ้ยยย การบ้านก็ต้องทำ รายงานก็เยอะ ไหนจะต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบอีก เหนื่อยจัง!!!” พิมมี่ บ่นกับตัวเองหลังจากเดินออกมาจากห้องเรียนในคาบสุดท้าย คนสวยจากโคราชตั้งใจว่าจะรีบกลับไปที่ห้องเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำให้หายเหนื่อยสักหน่อย “ว่าแต่คิดถึงลุงพลจัง โทรหาแกหน่อยดีกว่า พอเราเงียบ ๆ ไป ลุงพลก็ไม่ติดต่อกลับมาบ้างเลย เหอะ!!!”

พิมมี่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาโทรหาลุงพลด้วยความคิดถึง หลังจากที่ไม่ได้คุยกันมาหลายวัน เนื่องจากเธอเองก็กำลังวุ่นวายกับการอ่านหนังสือทำรายงานเพื่อเตรียมสอบ พอมีเวลาว่างก็เลยโทรหาลุงพลสักหน่อย

“ฮัลโหล? พิมมี่เหรอจ๊ะ?” ลุงพลกดรับสาย

“ลุงพลขา เป็นยังไงบ้าง? ไม่ติดต่อกลับมาบ้างเลยนะคะลุง ติดธุระเหรอคะ?” พิมพาภรณ์เอ่ยปากทักทายหวานใจวัยชรา “วันไหนว่าง ๆ เรามาเจอกันหน่อยซิคะลุง คิดถึงนะ”

“ลุงก็คิดถึงหนูนะ…” ลุงพลตอบ “แต่ว่าตอนนี้ลุงนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาล”

“ตายแล้ว!!!” พิมพาภรณ์รีบปิดปากเมื่อเผลอหลุดปากพูดคำที่ไม่เหมาะสม “ขอโทษค่ะลุง!!! หนูไม่ได้ตั้งใจ ว่าแต่ลุงเป็นอะไรเหรอคะ? ให้พิมไปเยี่ยมไหม?”

“ลุงแค่ไม่สบายน่ะจ๊ะ” ตาเฒ่าตอบ “เย็นนี้ลุงก็จะกลับไปพักฟื้นที่บ้านแล้ว เอาไว้ลุงแข็งแรงดี ลุงจะไปเยี่ยมพิมที่หอนะจ๊ะ”

“ให้หนูขับรถไปรับไหมคะ?” พิมมี่ ที่พึ่งได้รถยนต์จากบ้านที่โคราชมาขับยื่นข้อเสนอ

“ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ ลุงเกรงใจ” ลุงพลตอบ “เอาไว้วันหลังเดี๋ยวลุงไปหานะ ลุงคิดถึงพิมมี่นะจ๊ะ”

“ค่ะลุง…” พิมมี่ในชุดนักศึกษายิ้มหวาน “ดูแลสุขภาพดี ๆ นะคะ คิดถึงลุงเช่นกันค่ะ”

พิมพาภรณ์กดวางสาย ก่อนเดินเข้าไปในลิฟต์พร้อมกับนักศึกษาคนอื่น ๆ พอเธอลงมาถึงห้องโถงชั้นล่าง โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า อดีตคนรักเก่าอย่างไอ้บิ๊ก ถูกประกันตัวออกมาเป็นรอบสามแล้ว และไอ้หนุ่มหัวร้อนก็มาดักรอเธอถึงใต้อาคารเรียนแล้วด้วย

“ไอ้…ไอ้บิ๊ก?” พิมมี่ถึงกับผงะเมื่อเห็นไอ้บิ๊กแฟนเก่ายืนอยู่ตรงหน้า

“ไงพิม?” บุรินทร์ยิ้มให้พิมมี่ แต่นัยน์ตากลับแฝงไปด้วยความแค้นจากพิษรักแรงหึงที่อัดแน่นอยู่ในอก “จำผัวเก่าคนนี้ไม่ได้เหรอ?”

ว่าแล้วหนุ่มหัวร้อนญาติผู้น้องของหมอพลอยก็คว้ามือพิมมี่ คนสวยจากเมืองโคราช

“โอ้ย!!! มึงเป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ยไอ้บิ๊ก!!!” พิมพาภรณ์พยายามดิ้น “มึงปล่อยมือกูเดี๋ยวนี้นะ!!!”

“ไม่ปล่อย!!!” ไอ้บิ๊กแสยะยิ้ม “ทำไม? เมื่อก่อนไม่เห็นหวงเนื้อหวงตัวแบบนี้เลย สงสัยไปติดใจคนแก่แบบลุงพลละซิ ไอ้แก่นั่นคงทุ่มเงินให้ไม่อั้นเลยซินะ เหอะ!!!”



“มึงพูดอะไรของมึงน่ะไอ้บิ๊ก มึงออกมาจากคุกได้ยังไงเนี่ย? มึไปให้พ้นนะ!! ไป!!” พิมมี่พยายามสะบัดมือหนีจากไอ้บิ๊ก “ชาติก่อนมึงเป็นเจ้ากรรมนายเวรของกูหรือไงวะ!! ถึงได้ตามจองล้างจองผลาญกูไม่เลิกแบบนี้ ห๊า!!!”

“ก็จะทำไม!!!” ไอ้บิ๊กมองพิมมี่ตาขวาง “ก็กูเป็นคนแบบนี้อ่ะ!!! มึงน่ะ!!! มีกูเป็นผัวมึงทั้งคนแล้วมึงยังเสือกไปเป็นชู้กับลุงพลแก่ ๆ ถามจริงเถอะว่ะ ไอ้แก่นั่นมีอะไรดีวะ!!!”

“มันจะมากไปแล้ว!!” พิมพาภรณ์ทั้งโกรธและอาย เพราะไอ้บิ๊กเล่นตวาดเสียงดังจนนักศึกษาที่เดินอยู่แถวนั้นได้ยินกันหมด “กูหมดคำจะด่ามึงแล้วนะไอ้บิ๊ก!!!”

พิมมี่รวบรวมเรี่ยวแรงที่มีสะบัดมือออกมาจากมือของไอ้บิ๊ก ก่อนง้างมือตบหน้าสังสอนแฟนเก่าฉาดใหญ่ดังป๊าป จนนักศึกษาชายหญิงที่เดินอยู่ใต้อาหารหันมามองเป็นทางเดียวกัน

“มึงไปทำอะไรมา?” ไอ้บิ๊กปากแตก ก่อนเอามือลูบแก้มที่ถูกพิมมี่ตบ “เรี่ยวแรงเยอะขึ้นนะ!!”

“มึงมันชั่วเกินเยียวยาแล้วไอ้บิ๊ก!!!” พิมพาภรณ์ชี้หน้าด่าอดีตคนรักเก่าด้วยความแค้น “เลิกยุ่งกับชีวิตกูสักทีเหอะ!!! กูขอร้องละ!!!”

“ไม่!!! กูจะตามมึงเป็นเงาแบบนี้แหละ!!!” ไอ้บิ๊กโผลเข้ากอดพิมมี่ “กูรักมึงนะเว้ยพิม!!! กูขอโทษ!!! ที่ผ่านมากูมันเหี้ยเอง!!!! ขอโอกาสให้กูได้แก้ตัวนะพิม!!”

“ไม่!! ปล่อยกู!!! มึงไปให้พ้นเลย!!!” พิมพาภรณ์ที่ไปซุ่มฟิตร่างกายมา จนทำให้เธอกลายเป็นสาวสวยหุ่นฟิตและทำให้เธอมีพละกำลังมากขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง เลยทำให้เธอสามารถต้านแรงของไอ้บิ๊กได้มากขึ้น

“ไม่!!! กูรักมึงพิม!! กูขาดมึงไม่ได้จริง ๆ!!!” ไอ้บิ๊กยังไม่ยอมเลิกรา พยายามจะกอดอดีตแฟนเก่าให้ได้

“แต่กูไม่ได้รักมึงแล้ว!!! ไอ้ลูกแหง่!!!!! ฮึ้ย!!!!!” พิมมี่เหมือนเหลืออด เลยเตะผ่าหมากไอ้บิ๊กเข้าอย่างจัง

“โอ้ยยยย!!!!” ญาติผู้น้องของหมอพลอยเอามือกุมกล่องดวงใจ ทรุดลงไปกองกับพื้น พิมพาภรณ์ฉวยโอกาสนี้รีบวิ่งออกมาจากตัวอาคารทันที

……………………….

“แม่ หนูโอนเงินไปให้แม่แล้วนะ 60,000” แนนนี่โทรศัพท์คุยกับแม่ หลังจากได้เงินค่าตัวมาจากการถ่ายแบบเซ็กซี่ และการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเว็บพนัน ความจริงแล้วไอ้เรื่องถ่ายแบบเซ็กซี่ แนนนี่เองก็พอยอมรับได้ แต่เรื่องงานสีเทาพวกการพนัน มันเป็นเรื่องยากสำหรับพริตตี้สาวอย่างนริศรา แต่เธอไม่มีเงื่อนไขอื่น เพราะพ่อแม่ของเธอติดหนี้อยู่สองแสน และนี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้เธอมีเงินก้อนโตเพื่อนำไปให้พ่อกับแม่ที่ขอนแก่นใช้หนี้นอกระบบ

“แล้วอีก 140,000 ละ?” แม่ของแนนนี่ถามถึงจำนวนเงินที่ยังขาด “แล้วมึงไม่คิดว่าแม่มึงกับพ่อมึงจะต้องกินจะต้องใช้เหรอวะ?”

“แม่!!! หนูก็พยายามหาเงินให้แม่อยู่เนี่ย!!!” นริศราร่นคิ้วตอบขณะกำลังเลี้ยวรถลงมาจากลานจอดรถบนตัวอาคาร “ขอเวลาหนูหน่อย!!!”

“เออ!!! ให้มันเร็ว ๆ เถอะ!!!” แม่ของแนนนี่ตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “มึงออกจะสวยหน้าตาดี ทำไมมึงถึงไม่ยอมเป็นเมียเก็บเสี่ยรวย ๆ วะ”

“แม่!!! หนูขอละ!!!” นริศราส่ายหน้า “อย่าพูดเรื่องแบบนั้นได้ไหม?”

“ทำไม? กูเป็นแม่มึงนะ มึงเป็นลูก มึงต้องตอบแทนบุญคุณแม่มึงกับพ่อมึงซิ!!!” แม่ของนริศราเหมือนของขึ้น “ทำไม? เป็นเมียเก็บเสี่ยรวย ๆ ไม่ได้? หยิ่งนักเหรอ? ห๊า!!! มึงไม่อยากให้พ่อกับแม่มึงสบายว่างั้น!!!”

“โอ้ยยย!!! แม่มีแต่อ้างเรื่องบุญคุณโน่นนี่นั่น แล้วแม่ไม่เคยคิดบ้างเหรอว่าหนูเองก็เหนื่อยเป็นนะ!!!” นริศราตัดพ้อผู้เป็นแม่ “พอแค่นี้ก่อนนะแม่ หนูต้องขับรถ เอาไว้ถ้าหนูหาเงินมาได้ หนูจะส่งไปให้แม่”

“เออ!!! เร็ว ๆ แล้วกัน!!!” แล้วแม่ของนริศราก็กดวางสาย

“เห้อ!!! เบื่อ!!!” นริศราได้แต่ส่ายหน้า ไม่รู้ว่ามันเป็นเวรกรรมแต่ชาติปางไหนที่ต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ ความจริงเธอเองก็เคยคิดจะขายตัวเหมือนกัน แต่ดันไปเจอหนุ่มใหญ่โคตรเค็มอย่างนายหัวภูชิตซะงั้น

ความจริงเงินสองแสนมันไม่ได้เยอะเลย สำหรับคนระดับนายหัวภูชิต แต่นายหัวภูชิตเป็นคนขี้งก ยังอุตส่าห์มาขอต่อรองด้วยการจ่ายเป็นเบี้ยหัวแตก รอบละ 50,000 เป็นจำนวนสี่รอบ ซึ่งถ้าหากเธอยอมให้ไอ้เสี่ยภูชิตขี้งกเจาะไข่แดงเธอก่อน มีหวังเธอขาดทุนยับแน่

มันเป็นเรื่องตลกร้ายสำหรับนริศรา ที่เธอยังซิง ไม่เคยต้องมือชายใด ความจริงเธอเองก็เคยมีแฟนสมัยเรียน พอถึงจังหวะที่จะต้องมีอะไรกัน ก็มักมีเหตุให้เธอกับคนรักของเธอต้องแยกกันซะงั้น เช่นครั้งหนึ่ง สมัยเรียน ม.ต้น เธอมีแฟนเป็นรุ่นพี่ ม.ปลาย ที่ตั้งใจจะมารับเธอไปดูหนังที่ห้างดังภายในจังหวัด แต่ดันมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อแฟนของเธอดันประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์คว่ำจนขาหัก

อีกครั้งก็ตอน ม.ปลาย เธอมีแฟนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกัน แฟนเธอพาไปที่บ้านของเขา หวังเปิดซิงแนนนี่ แต่ไม่รู้ทำอีท่าไหน แม่ของแฟนเธอสมัยเรียน ม.ปลาย ดันลืมของ เลยรีบแวะกลับมาเอาที่บ้าน พอเจอลูกชายตัวเองพาสาวมาที่บ้าน ก็เลยเกิดเรื่อง

แล้วล่าสุด กับนายหัวภูชิต ก็ดันมีเหตุการณ์แปลก ๆ เข้ามาแทรกจังหวะ เนื่องจากนายบอย ภูวนาท ลูกชายของนายหัวภูชิตถูกตำรวจจับ เลยทำให้แนนนี่ยังรักษาพรมจรรย์เอาไว้ได้จนถึงตอนนี้

ด้วยเหตุนี้ เลยทำให้แนนนี่ยังรักษาพรมจรรย์เอาไว้ได้ ทั้ง ๆ ที่ในสายงานอาชีพของเธอ แทบไม่มีพริตตี้เอ็มซีสาวคนไหนยังซิง ซึ่งความจริงแล้วไอ้ค่านิยมเรื่องความซิงไม่ซิงเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรอีกแล้ว แต่มันเป็นเรื่องน่ากังขาสำหรับพิมมี่ ราวกับว่า พรมจรรย์ของเธอเป็นสิ่งต้องห้ามยังไงยังงั้นเลยทีเดียว

“เฮ้อ!!! จะต้องหาเงินอีก 140,000 มาจากไหนเนี่ยชั้น!!” แนนนี่บ่นกับตัวเอง หลังจากเลี้ยวพวงมาลัยรถลงมาจากอาคารถึงถนนทางออกภายในมหาวิทยาลัย “ทั้งตัวตอนนี้เหลืออยู่ 1,400 ปล้นธนาคารเลยดีไหม!!!”

นริศรา พริตตี้สาวสู้ชีวิตบ่นกับตัวเองแก้เซ็งไปตามเรื่อง สักพัก พี่เอก เอเยนต์ติดต่องานที่สนิทกับแนนนี่ก็โทรมา

“ฮัลโหล? แนนนี่!!!”

“คะพี่?” คราวนี้แนนนี่ไปหยิบสมอลทอล์คเสียบกับสมาร์ทโฟนคุยกับเอเยนต์คนสนิท

“เอ่อ พี่มีงานถ่ายแบบเซ็กซี่มาเสนอให้แนนนี่น่ะ” พี่เอกเอ่ยปาก “ค่อนข้างแรงหน่อย คือมันเป็นงานถ่ายแบบนิตยสารเซ็กซี่ ธีมเลสเบี้ยน ๆ น่ะ แนนนี่ไหวไหม?”

“อะไรนะ? เลสเบี้ยน?” นริศราอ้าปากค้าง “หนูไม่ใช่เลสเบี้ยนนะพี่!!! อึ๊ยยย!!! แล้วต้องเซ็กซี่ระดับไหนคะพี่?”

“ก็โนบรา ปิดจุก ข้างล่างใส่จีสตริง” พี่เอกตอบ “แต่เงินค่าตอบแทนใช้ได้เลย”

“เท่าไรละคะพี่?” นริศราถาม

“8,000 บาท” พี่เอกตอบ “นี่คือแยกส่วนกับนางแบบอีกคนแล้วนะ แนนจะได้รับค่าตัวเต็ม ๆ เลยก็ 8,000 บาท”

“ก็ได้ค่ะ…” นริศราลังเลในช่วงแรก ก่อนตัดสินใจตอบตกลง ตอนนี้เรียกได้ว่ามีงานอะไรเธอก็ต้องรับต้องทำ เพราะไม่มีทางเลือก เนื่องจากต้องหาเงินไปโปะหนี้ให้พ่อกับแม่ที่ขอนแก่น ไหนจะต้องหาเงินมาใช้ส่วนตัวอีกหลายรายการ

หลังจากคอนเฟิร์มเรื่องงานเสร็จ แนนนี่ก็กดวางสาย พริตตี้สาวกำลังจะขับรถออกจากมหาวิทยาลัย ทันใดนั้น เธอก็เหลือบไปเห็นพิมมี่กำลังเดินหนีใครบางคนอยู่

“นั่นมันยัยพิมนี่?” แนนนี่ชะลอความเร็ว มือขับพวงมาลัยแน่นดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า “อ่าว!!! ไอ้บิ๊ก!!! ก็ไหนว่ามันติดคุกอยู่ไง?”

ก่อนหน้านี้ เคยมีประเด็นระหว่างแนนนี่และพิมมี่ เพราะพิมมี่ไปเข้าใจผิดคิดว่าแนนนี่จะไปแย่งไอ้บิ๊ก ทั้งที่ความจริงไม่ใช่ แค่คุยกันเรื่องรายงานกลุ่ม ด้วยความหึงของพิมมี่ ก็เลยเดินไปตบแนนนี่ หลังจากนั้นมาทั้งคู่เลยไม่กินเส้นกัน

“ช่วยดีไหมวะ?” นริศรากำลังชั่งใจ “ไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย? แต่เดี๋ยวนะ เราต้องพึ่งยัยนี่ทำรายงานนี่หว่า!!! เฮ้อ!!! ก็ได้!!!”

เรียกได้ว่านี่คือการตัดสินใจครั้งสำคัญของนริศรา ซึ่งเธอไม่รู้หรอกว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล

“พิม!!! รีบขึ้นมาที่รถ!!!! เร็วเข้า!!!” แนนนี่ตะโกนเรียกให้พิมมี่ที่กำลังพยายามวิ่งหนีไอ้บิ๊กขึ้นมาที่รถ

“ขอบใจ!!! ขอบใจมากแนน!!!” พิมมี่รีบขึ้นรถของอดีตโจทย์เก่าที่ตอนนี้พักรบกันชั่วคราว ไอ้บิ๊กทำได้เพียงแค่วิ่งหอบเมื่อเห็นรถของแนนนี่แล่นจากไป

“ใครมาช่วยพิมไว้วะ!!!” ไอ้บิ๊กยืนหน้าเอามือชันเข่า

“ฝากไว้ก่อนเถอะ…แฮ่ก…แฮ่ก…แฮ่ก” ไอ้บิ๊กก้มตัวเอามือชันเข่า พอเหลือบไปเห็นท้ายรถและเลขทะเบียน เลยทำให้ไอ้หนุ่มหัวร้อนญาติผู้น้องของหมอพลอยรู้ว่านั่นคือรถของแนนนี่ “ยัยแนนเองเหรอ? แฮ่ก…แฮ่ก…แฮ่ก…โอ้ยยย เหนื่อย!!!! ฝากไว้ก่อนเถอะ แต่มันไม่จบแค่นี้แน่!! ยังมีอีกคนที่ต้องไปคุย!!!”

ว่าแล้วไอ้บิ๊กก็โทรหาสองเพื่อนเกลออย่างไอ้เหน่งและไอ้สองเพื่อพูดคุยธุระอะไรบางอย่าง

“ไอ้สองเหรอ? เย็นนี้มึงว่างไหม? กูมีงานอะไรให้มึงทำ?”

“งานอะไรวะไอ้บิ๊ก? นี่มึงพึ่งออกมาจากคุกหมาด ๆ มึงจะหาเรื่องกลับเข้าไปอีกรอบเหรอ?”

“เฮ้ย!!! ฟังกูก่อน กูมีแผน?”

“แผนอะไรของมึง?”

“กูมีธุระอยากจะสะสางกับใครบางคน….” ไอ้บิ๊กทำหน้าเหี้ยมเกรียมด้วยความแค้น ก็มีอยู่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นแหละ ที่ทำให้คนเลือดร้อนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างไอ้บิ๊ก หรือชื่อตามบัตรประชาชนก็คือนายบุรินทร์คนนี้ไม่อาจปล่อยวางได้

….ก็ลุงพลไง จะใครละครับคุณ?

……………………..

ตัดมาที่ครูเบสท์ วันนี้อาจารย์สาวขับรถ Honda Civic สีบลอนด์ไปสอบสัมภาษณ์ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยที่ถนนวิทยุใจกลางกรุงเทพมหานครในช่วงเช้า

“สวัสดีครับคุณภัคจิรา…” เจ้าหน้าที่สถานทูตอเมริกันประจำประเทศไทยเอ่ยปากทักทายภัคจิราด้วยภาษาไทย ที่กำลังยื่นเอกสารสำคัญหลายรายการเพื่อทำวีซ่าไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา

“สวัสดีค่ามิสเตอร์เลวินสัน!!!” ภัคจิรายิ้มแย้มทักภายเจ้าหน้าที่สถานทูตอเมริกันด้วยภาษาไทยเช่นเดียวกัน ก่อนหยิบเอกสารสำคัญหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหลักฐานการเงินย้อนหลัง ทรานสคริปต์ผลการเรียนในระดับปริญญาโท และสำเนาเอกสารสำคัญอีกหลายรายการ

ภัคจิราใช้เวลาอยู่กับสถานทูตอเมริกาอยู่นานพอสมควร กับการสอบสัมภาษณ์ในเบื้องต้นสองรอบ เหลือเพียงแค่ขั้นตอนสุดท้าย คือการสอบสัมภาษณ์โดยตรงกับท่านทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ซึ่งท่านทูตจะเป็นผู้เซ็นต์อนุมัติวีซ่าให้ภัคจิราได้ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาทันที

“เฮ้อ!!! เสร็จสักที!!!” หลังจากเสร็จสิ้นการสอบสัมภาษณ์ อาจารย์สาวก็ขับรถไปที่บ้านของนพวินท์ เพื่อไปบอกลากับครอบครัวของนพวินท์ทันที

บ้านของครัวครัวนพวินท์เป็นบ้านขนาดกลางที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บ่งบอกได้ว่าครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่มีฐานะดีพอสมควร พ่อแม่ของนพวินท์ทำงานเป็นข้าราชการในกรมศุลกากร ส่วนนรารัตน์น้องสาวคนเล็กก็ทำงานในหน่วยงานเดียวกับพ่อแม่ของเธอ

“สวัสดีค่ะคุณแม่!!” ภัคจิราพนมมือไหว้นราพรที่เปิดประตูมารับเธอ “สบายดีไหมคะ?”

“สบายดีจ๊ะเบสท์” นราพรยิ้ม ก่อนผายมือเชิญให้อาจารย์สาวเดินเข้าไปภายในบ้าน

นราพรพาภัคจิราเข้ามานั่งภายในห้องรับแขก ที่ถูกตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น พื้นหินอ่อน และฝาพนังสีขาวดูสะอาดตา และกรอบภาพขนาดใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงสมาชิกของครอบครัวนี้ทั้ง 4 คน

ภัคจิราเหลือบมองภาพของนพวินท์ในภาพถ่าย คาดว่าตอนนั้นพี่วินแฟนเก่าของเธอน่าจะพึ่งเรียนจบมัธยมปลายมาได้ไม่นาน อาจารย์สาวยิ้มที่มุมปากเมื่อนึกถึงภาพความหลังสมัยที่เธอยังเรียนพยาบาลศาสตร์ภาคอินเตอร์

“จะไปอเมริกาเมื่อไร?” นราพร ผู้เป็นแม่ของนพวินท์เอ่ยปากถามภัคจิราด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยมีคนใช้ของบ้านกำลังนำน้ำขิงร้อน ๆ และน้ำเปล่ามาเสิร์ฟแขกที่มาเยือนบ้าน

“ขอบคุณค่ะ” ภัคจิรายิ้มหวานขอบคุณคนใช้ของบ้าน ก่อนหันมาเผชิญหน้ากับเจ้าของบ้าน “ก็รอสัมภาษณ์นัดสุดท้ายกับท่านเอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยค่ะป้า ถึงจะกำหนดวันเวลาการเดินทางได้” ภัคจิรายิ้ม “แล้วป้าเป็นยังไงบ้างคะ? ช่วงนี้ป้าผอมไปหรือเปล่าคะเนี่ย?”

“ก็ดีจ๊ะ…” นราพรที่ดูผอมจนหนังเกือบติดกระดูกตอบ สาวใหญ่วัยใกล้หกสิบเหลือบมองภาพถ่ายของนพวินท์ที่แขวนอยู่บนเพดาน “ถ้าวินยังอยู่ วินคงจะอวยพรให้เราประสบความสำเร็จนะ”

“ค่ะ…” ภัคจิรายิ้ม อาจารย์สาวเหลือบมองภาพของคนรักเก่าด้วยความอาลัยอาวรณ์ “หลายปีมานี่ เบสท์ทำบุญให้พี่วินตลอดเลยนะคะป้า”

“ขอบใจมากจ๊ะเบสท์…” นราพรตอบ “แต่เบสท์จ๊ะ ป้าคิดว่าเบสท์อย่ายึดติดกับลูกชายของป้าอีกเลยนะ เบสท์ไม่จำเป็นต้องยึดติดอะไรกับเจ้าวินลูกชายป้าขนาดนั้น เบสท์ยังมีอนาคตที่ดีนะ ลองเปิดใจมองหาคนดี ๆ เข้ามาในชีวิตเถอะจ๊ะ”

“อืม…” ภัคจิรายิ้ม แต่นัยน์ตาของเธอกลับฉายแววความเศร้าโศกอย่างเห็นได้ชัด “บางทีเบสท์ยังไม่แน่ใจตัวเองน่ะคะป้า เบสท์กลัวใจตัวเอง เบสท์กลัวว่าถ้าเบสท์มีความรักแล้ว เบสท์จะไม่ใช่คนเดิม กลายเป็นผู้หญิงงี่เง่า เหมือนที่เคยงี่เง่าใส่พี่วิน…”

“ต้องตาย…” ทันใดนั้นนรารัตน์ น้องสาวของนพวินท์ก็เดินลงมาจากชั้นสอง “นี่แกจะเสนอหน้ามาที่บ้านชั้นอีกทำไมเบสท์ แกอยากมาเพื่อซ้ำเติมครอบครัวชั้นเหรอ?”

นิด นรารัตน์ คือหนึ่งในเพื่อนสนิทของภัคจิราสมัยเรียนพยาบาลศาสตร์ ความจริงเธอคือหนึ่งมนแก๊งค์เพื่อนสนิทของภัคจิราเช่นเดียวกับยัยอิม อัมพร ที่ผันตัวไปเป็นดีไซน์เนอร์และนักธุรกิจ แต่หลังจากที่นพวินท์ตาย นรารัตน์ก็ตั้งแง่จงเกลียดจงชังภัคจิรามานานนับสิบปี

“นิด นิดกำลังเข้าใจเบสท์ผิดนะ!!” ภัคจิราพยายามอธิบายให้นรารัตน์ฟัง แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่มีทีท่าอ่อนลงเลยแม้แต่น้อย

“เบสท์ แกจะมาที่นี่อีกทำไม ห๊า!!!” นรารัตน์ร่นคิ้วใส่อดีตเพื่อนรักเก่าด้วยความโกรธ “เบสท์!!! แกจะตามมาหลอกหลอนครอบครัวชั้นไปถึงไหน!!”

“นิด!!! ทำไมลูกพูดแบบนั้น!!!” นราพรผู้เป็นแม่พยายามห้ามลูกสาวคนเล็ก แต่ดูเหมือนมันไม่นำพาเอาเสียเลย

“แม่คะ!!! แม่ไม่บอกยัยเบสท์ไปเลยละ ว่าที่แม่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเนี่ย ส่วนหนึ่งเพราะตรอมใจเพราะพี่วินตาย และที่พี่วินตายก็เพราะยัยเบสท์นี่แหละ!!!” นรารัตน์จ้องมองภัคจิราตาขวาง “เบสท์ เมื่อไรแกจะเลิกจองล้างจองผลาญครอบครัวชั้นสักที!!!”

“นิด!!! ฟังเบสท์ก่อนซิ!!! นิดกำลังเข้าใจผิดนะ!!!” ภัคจิราพยายามอธิบายให้นรารัตน์ฟัง

“ต่างคนต่างอยู่ได้ไหมเบสท์?” นรารัตน์เองก็เจ็บปวดไม่น้อย แต่เธอคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวของเธอแล้ว “ชั้นพยายามจะปล่อยวางเรื่องนี้มาตลอดเวลาเกือบสิบปีที่ผ่านมา แต่ทุก ๆ ครั้ง ภาพความทรงจำเก่า ๆ มันก็ตามมาหลอกชั้นและครอบครัวชั้น เมื่อแกมาที่นี่!!! ขอร้องเถอะเบสท์!!! พอได้แล้ว!! ปล่อยชั้นกับครอบครัวไปเถอะนะ!!!”

“ชั้นขอโทษ…” ภัคจิราเอ่ยปากทั้งน้ำตา “ชั้นแค่อยากมาเยี่ยมคุณป้านราพรก่อนไปเรียนต่อที่อเมริกา ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะมาเพื่อรบกวนจิตใจคุณป้าและแกเลยนะนิด เอาเถอะ นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ชั้นจะมาที่นี่แล้ว…”

นราพรผู้เป็นเจ้าของบ้านได้แต่นั่งเงียบน้ำตาซึมเพราะความเจ็บปวดทางกายและจิตใจ ส่วนนรารัตน์ลูกสาวคนเล็กของบ้านเองก็ยืนกำหมัดแน่นตรงขอบบันไดทางขึ้นชั้นสอง

ภัคจิราพนมมือไหว้ลาคุณป้านราพรผู้เป็นเจ้าของบ้านเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีคนใช้เดินตามมาเพื่อเปิดประตูบ้านให้ ความจริงนรารัตน์เองก็พูดถูก เธอไม่ควรมาที่นี่ เพราะมันเหมือนกับว่าเธอกำลังมาตอกย้ำบาดแผลทางใจให้กับครอบครัวของนพวินท์ไม่รู้จักจบจักสิ้น



“ฮือ….” หลังจากเข้ามาในรถ ภัคจิราก็ก้มหน้าพิงกับพวกมาลัยแล้วปล่อยโฮออกมาด้วยความเสียใจ “ชั้นไม่น่าเลย!!! ทำไมแกเป็นคนแบบนี้เบสท์!!! ทำไม!!!!”

ภัคจิราได้แต่ตำหนิตัวเองว่าคิดอะไรน้อยไป เธอคิดแค่ว่าอยากมาเยี่ยมบ้านของนพวินท์เป็นครั้งสุดท้าย โดยลืมไปว่าการปรากฏตัวของเธอ มันยิ่งทำให้สมาชิกภายในบ้านของนพวินท์ต้องเจ็บปวดไม่รู้จบ

“ยัยอิม…แกว่างไหมเย็นนี้?” พอตั้งสติได้ อาจารย์สาวก็เอามือปาดน้ำตาจากแก้มแล้วหยิบสมาร์ทโฟนโทรหาเพื่อนรักนักดีไซน์เนอร์

“ว่าง? ทำไมอะเบสท์?” อัมพรถาม

“มาแฮงค์เอาท์กับชั้นหน่อยดิแก” ภัคจิราตอบ “นะ ชั้นอยากคุยกับแกวะ?”

“ก็ได้…” อัมพรที่เป็นเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนของภัคจิราตอบ “แต่อยู่ดึกไม่ได้นะเว้ยเบสท์ ชั้นต้องรีบกลับบ้านมาดูลูกดูผัว ตกลงไหม?”

“ได้…” ภัคจิราตอบ ก่อนที่ทั้งคู่จะนัดร้านที่จะมาเจอกันช่วงเย็นนี้

……………………..

หลังจากกลับมาจากบ้านของครอบครัวนพวินท์อดีตแฟนเก่า และได้รับการต่อว่าจากนรารัตน์ เลยทำให้ภัคจิราเสียเซลฟ์อย่างหนัก เลยโทรไปหายัยอิมเพื่อไปดื่มแฮงค์เอาท์ย้อมใจ

“เบสท์!!! พอได้แล้ว!!! แกดื่มมากไปแล้วนะ เดี๋ยวขับรถกลับบ้านไม่ได้หรอก!!!”

“ไม่เป็นไร!!! ชั้นไหว!!!” ภัคจิรากระดกเหล้าเข้าปาก อาจารย์สาวกำลังเสียศูนย์อย่างหนัก ก็เลยหวังว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์จะช่วยดับทุกข์ให้เธอได้

“ความจริง แกไม่ควรไปที่บ้านพี่วินอีกนะ…” อัมพรแสดงความเห็น หลังจากนั่งฟังความอัดอั้นตันใจของภัคจิราที่ระบายออกมา

“ใช่…ชั้นผิดเอง…อิม” ภัคจิราพยักหน้า” ชั้นคิดแค่อยากไปลาพี่วิน ไปลาคุณป้านราพร ไม่คิดว่ามันการทำแบบนี้ มันจะกลายเป็นผลเสีย ชั้นคิดน้อยไปหน่อย”

“เฮ้อ…ปล่อยวางบ้างก็ดีนะเบสท์” ดีไซน์เนอร์และนักธุรกิจสาวเหลือบมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ “เดี๋ยวสักพักชั้นต้องกลับแล้วนะ แกก็พอได้แล้ว ดื่มเยอะแบบนี้เดี๋ยวขับรถกลับไม่ไหวหรอก”

“อือ…ไม่เป็นไร” ภัคจิราเริ่มออกลูกดื้อ จะหยิบแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ขึ้นมาดื่มย้อมใจเพื่อลืมเรื่องทุกข์

“พอได้แล้วยัยเบสท์!!!” คราวนี้อัมพรถึงกับต้องดุ “แกเป็นผู้ใหญ่แล้วนะเว้ยเบสท์!!! แกเป็นอาจารย์นะเว้ย!!! มีสติหน่อย!!!”

“อืออ…” สุดท้ายพอโดนเพื่อนรักตำหนิเข้า ภัคจิราก็ต้องยอมปฏิบัติตาม ก่อนที่ตั้งคู่จะเรียกบริกรมาคิดค่าเครื่องดื่มก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน

“กลับถึงบ้านก็อย่าลืมไลน์มาบอกด้วยนะแก” อัมพรเดินมาส่งภัคจิราที่ลานจอดรถ “ตั้งสติเวลาขับรถนะเว้ย!!!”



“เออ…ชั้นไหว!!!” ภัคจิราพยักหน้า อาจารย์สาวหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอลล์ พยายามเก็บทรงให้อยู่ ภัคจิราไม่ใช่นักดื่มตัวยง อัมพรรู้ดีว่าเพื่อนรักของเธอคนนี้ดื่มเหล้าแค่ไม่กี่แก้วก็เริ่มออกอาการแล้ว ดีไซน์เนอร์และนักธุรกิจสาวแม่ลูกอ่อนอดเป็นห่วงเพื่อนรักไม่ได้ ความจริงเธออยากเสนอตัวเป็นคนขับรถพาเพื่อนรักคนนี้ไปส่งที่บ้าน แต่เธอเองก็มีภาระครอบครัว ต้องกลับไปดูลูกดูผัวอีก ก็เลยทำแบบนั้นไม่ได้

……………………..

หลังจากดื่มย้อมใจกับยัยอิมเพื่อนรักเสร็จ ภัคจิราก็ขับรถกลับบ้านในสภาพเมาแอ๋ ระหว่างทาง เธอต้องขับรถผ่านวิทยาลัยพยาบาลที่ทำงานของเธอเพื่อกลับบ้านในช่วงกลางดึก ระหว่างที่กำลังติดไฟแดงแถววิทยาลัยพยาบาล จนเธอเหลือบไปเห็นลุงพลนอนกองบนพื้นอยู่

“อือ? นั่นใครน่ะ มานอนหน้าป้ายรถเมล์ บ้านช่องไม่กลับ?” เหมือนมีอะไรดลใจให้ภัคจิราต้องชะลอรถ แล้วเปิดกระจกหน้าต่างรถเพื่อมองดูใกล้ ๆ จนพบว่าที่แท้ก็คือลุงพลที่เหมือนถูกใครบางคนซ้อมเอาจนสะบัดสะบอม “อ๊ะ!!! นั่นมันลุงพลนี่!!!”

“โอ๊ะ…โอยยย….” ลุงพลที่นอนคว่ำในสภาพสะบักสะบอมเงยหน้าขึ้นมา พอเห็นรถของภัคจิรา ตาเฒ่าก็พยายามชูมือขอความช่วยเหลือ “ช่วย…ผมด้วยครับครู…โอยยยย”


โปรดติดตามตอนต่อไป...(มีสปอยด์ตัวอย่างตอนต่อไปนะครับ ผมเปิดเนื้อหาไว้ครึ่งเดียว 5555+)

สุดท้ายพอเห็นว่าครูเบสท์ไม่สามารถขับรถได้ ลุงพลในสภาพได้รับบาดเจ็บจากการถูกรุมกระทืบก็เลยเสนอตัวขอขับพาครูเบสท์ไปส่งหน้าปากซอยทางเข้าหมู่บ้านของอาจารย์สาว ส่วนตัวเองก็จะโบกแท็กซี่กลับบ้าน

“ไม่ต้องก็ได้ค่ะลุง!!!” ภัคจิราปฏิเสธ แต่ว่า “อุ้บ!!!!!”

ภัคจิรารีบชะลอรถจอดข้างทาง ก่อนเปิดประตูออกมาอ้วกใส่ตะแกรงท่อระบายน้ำ ลุงพลก็รีบเปิดประตูลงมาช่วยดูอาการ ตอนแรกมนุษย์ลุงเอื้อมมือจะลูบหลังให้ครูเบสท์ แต่มานึกขึ้นได้ถึงสถานะทางสังคมที่แตกต่างกัน ลุงพลเลยทำได้แค่คิด

“อ๊วก!!!!! โอ้ยยยย” ภัคจิราสำรอกออกมาแบบหมดสภาพอาจารย์พยาบาลผู้สูงศักดิ์ “ลุงพล…ลุงอย่าเอาเรื่องที่เบสท์เมาแบบนี้ไปบอกใครนะ…โอ้ยยยย”

“ไม่บอกหรอกครับครู” ลุงพลยิ้ม “แต่ผมว่า ครูให้ผมขับรถเถอะครับ ผมปล่อยให้ครูขับรถกลับในสภาพแบบนี้ไม่ได้จริง ๆ ผมเป็นห่วง”

“เป็นห่วงเหรอ….” ภัคจิราถึงกับนิ่งเงียบเมื่อได้ยินคำนั้นจากคนอย่างลุงพล ทำไมอยู่ดี ๆ คนขายน้ำเต้าหู้อายุ 61 อย่างลุงพลถึงมาเป็นห่วงเป็นใยอาจารย์สาววัย 27 ปีอย่างภัคจิราด้วย?

 

เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 30, 2021, 03:27:33 pm โดย nato87 »

*

ออฟไลน์ Pm Nuttakan

  • Junior Member
  • ***
  • 425
  • 0
    • ดูรายละเอียด
ในที่สุดตอนที่รอคอยก็ใกล้จะมาแล้ว เป็นกำลังใจครับ

*

ออนไลน์ playnut

  • Full Member
  • **
  • 89
  • 0
    • ดูรายละเอียด
ครูเบสจะโดนลุงพลเปิดซิงแล้ว   อยากให้ผู้หญิงทุกคนในเรื่องเป็นของลุงพล

*

ออฟไลน์ Kaka Kaka

  • Tiny Member
  • *
  • 4
  • 0
    • ดูรายละเอียด
รอคอยครูเบสโดนมนุษย์ลุงจัดมานานครับนึกสงสารหมอพลอยเหมือนกันนะครับเธอรักลุงพลด้วยใจจริงถึงขนาดให้ลุงพลออกจากงานแล้วไปอยู่ด้วยกัน

*

ออฟไลน์ Kaka Kaka

  • Tiny Member
  • *
  • 4
  • 0
    • ดูรายละเอียด
รอคอยครูเบสโดนมนุษย์ลุงจัดมานานครับนึกสงสารหมอพลอยเหมือนกันนะครับเธอรักลุงพลด้วยใจจริงถึงขนาดให้ลุงพลออกจากงานแล้วไปอยู่ด้วยกัน

*

ออฟไลน์ ronin21_xonly

  • Full Member
  • **
  • 196
  • 0
    • ดูรายละเอียด
สิ้นสุดการรอคอย..ครูเบสท์จะได้เป็นเมียลุงพลเสียหวังว่าลุงพลจะไม่ทำรุนแรงกับครูเบสท์นะ

*

ออฟไลน์ Tanaka Tanaka

  • Junior Member
  • ***
  • 259
  • 0
    • ดูรายละเอียด
ผมสนใจคู่ครูเบสกับลุงพล

เพราะครูเบสกำลังอ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ และลุงพลก็อยู่เคียงข้างพอดี

เราอาจได้เห็นคู่นี้ใช้เซ็กส์เป็นเครื่องปลอบประโลมกันและกัน ไม่ใช่การปลุกปล้ำหักหาญน้ำใจจากลุงพลฝ่ายเดียวเหมือนคู่อื่นส่วนใหญ่

*

ออฟไลน์ Narakja Naka

  • Senior Member
  • ****
  • 610
  • 0
    • ดูรายละเอียด
 ::YehYeh::ความผิดหวังจากรักครั้งก่อนคงจะทำให้ครูเบสท์ลงเอยกะลุงพลแน่ๆ 

*

ออฟไลน์ manu111

  • Junior Member
  • ***
  • 523
  • 50
    • ดูรายละเอียด
โดนซ้อมหนักเลยนะลุง ว่าแต่จะได้ครูเบสไหมนี่

*

ออฟไลน์ paitoon06

  • Full Member
  • **
  • 98
  • 51
    • ดูรายละเอียด
ครูเบสเจอจรวดรัสเซียแน่

*

ออฟไลน์ morekung

  • Junior Member
  • ***
  • 503
  • 74
    • ดูรายละเอียด
Re: เกมรักภารโรงเฒ่า ปี 2 ตอนที่ 18 : กงล้อแห่งชะตากรรม
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มกราคม 30, 2021, 04:08:56 pm »
มาแล้วนางเอกหมายเลขสอง ครูเบส

*

ออฟไลน์ เดช12341

  • Gold Member
  • *****
  • 1324
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: เกมรักภารโรงเฒ่า ปี 2 ตอนที่ 18 : กงล้อแห่งชะตากรรม
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มกราคม 30, 2021, 04:09:50 pm »
ไอ้บิ๊กตามหนูพิมมี่ไม่เลิกแล้วอย่างนี้ลุงพลจะจัดการอย่างไรดี

*

ออฟไลน์ Fiber1234

  • Full Member
  • **
  • 232
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: เกมรักภารโรงเฒ่า ปี 2 ตอนที่ 18 : กงล้อแห่งชะตากรรม
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มกราคม 30, 2021, 04:13:24 pm »
ครูจะทนไหวไหม

*

ออฟไลน์ mikufc

  • Junior Member
  • ***
  • 288
  • 71
    • ดูรายละเอียด
Re: เกมรักภารโรงเฒ่า ปี 2 ตอนที่ 18 : กงล้อแห่งชะตากรรม
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มกราคม 30, 2021, 04:19:42 pm »
แล๊วๆๆๆแล้ว จะถึงฉากจุ๊กกะดุ๋ยกันแล้ว จัดๆหน่อยนะลุงเอาให้ขึ้นสวรรค์ค้างไปเลย

*

ออฟไลน์ ME

  • Junior Member
  • ***
  • 444
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: เกมรักภารโรงเฒ่า ปี 2 ตอนที่ 18 : กงล้อแห่งชะตากรรม
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มกราคม 30, 2021, 04:29:04 pm »
ถึงเวลาของครูเบสท์แล้ววว
แต่ก็อยากให้จัดการบิ๊กแบบเด็ดขาดสักที แอบสงสารพิมมี่

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ