มลทินดอกไม้-ตอนที่49

มลทินดอกไม้-ตอนที่49

  • 6 ตอบ
  • 3590 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monchai-S

  • Full Member
  • **
  • 109
  • 201
    • ดูรายละเอียด
มลทินดอกไม้-ตอนที่49
« เมื่อ: ธันวาคม 03, 2021, 08:18:04 pm »



มลทินดอกไม้-ตอนที่49




“มันเชื่องจังนะ” ลูกเนียงพูดเบาๆ ขณะที่มือไม่ปล่อยปลาเกียง
ของเขา ความเย็นของ น้ำไม่ทําให้มันหดตัวหรืออ่อนลง ดูมันจะพองจัด
เมื่อได้รับการสัมผัสจากมือของตนเสียด้วยซ้ำ


“มันว่าง่าย”   เฉยโฉดบดซ้ำซากที่ปากของลูกเนียง อดไม่ได้เมื่อเห็น
ความอิ่มเต็มกวาดลิ้นเข้ามาเข้มอยู่ในปาก

“มันรู้ภาษาหรือ”  เด็กสาวพูดหลังจากเขาปล่อยปากเป็นอิสระ
“มันพูดไม่ได้  แต่มันรู้  หนูเห็นไหม”
“อะไร”
“มันพยักหน้ารับ”
“เหรอ”
“โอ๊ย”   เฉยโฉดร้องเพราะเด็กสาวหยิกปลาค่อนข้างแรง
“อย่าทํากับมันอย่างงั้นสิ  เดี๋ยวมันตายไปว่าไง กว่าจะเกิดได้...ยากนะ”
“มันเคยตายเหรอ”
“เคยตายมานานแล้ว  แต่มันเกิดได้เพราะหนูทําให้มันเกิด”
เฉยโฉดโกหก   มือลูบไล้ปลาเนื้ออ่อนตอบแทนบ้าง
“แปลกนะ  ตายแล้วยังเกิดได้” ลูกเนียนเอ่ย
“นั่นสิ   แต่บางคนตายแล้วไม่เกิดหรอก มันตายทั้งเป็นเลยเชียวแหละ”
“น่าสงสารนะ  แต่บางคนมันก็น่าตาย เพราะมันโหดร้ายเหลือเกิน”
“แล้วของอา...โหดร้ายกับหนูหรือเปล่า”
“เปล่า...แต่ว่า...”  เด็กสาวเอียงหน้าหลบสายตาเขาด้วยความอาย
“แต่อะไร”   เขาจับใบหน้าของลูกเนียงหันมาหา
“มัน...มัน...มันอะไรดีล่ะ”    เด็กสาวเอียงหน้า คิดหาคําพูด
“มันนานนะ  นานจริงๆ กว่าจะสุด...สุดอะไรดีล่ะ...สุดเดชดีมั้ย”
เด็กสาวหัวเราะเบาๆ
“เพราะมันทําเพื่อเอาใจหนู ที่ทําให้มันเกิดน่ะสิ มันถึงได้..นาน”
“งั้นเหรอ”  เด็กสาวยกมือขึ้นโอบรอบคอ...จูบตอบเมื่อเขาเริ่มเคล้าคลึง
ตามใบหน้าและซอกคอ ตลอดจนหน้าอกเต็มอิ่มปริ่มเรี่ยๆ น้ำ

“เนื้อมันกินได้หรือเปล่านะ”  ลูกเนียงพูดเบาๆ เหมือนละเมอ
ความจริงก็คิดอยู่นานจะพูดออกมาเช่นนี้ดีไหม  เพราะยังไงๆ
มันก็นึกอายไม่น้อย แต่ด้วยความอยากเอาใจเขาและอยากลอง
ประสาวัยที่อยากรู้อยากเห็น

“เนื้อมันกินไม่ได้หรอก    แต่ว่าเลือดของมัน...กินได้”
เฉยโฉดเข้าใจความหมายของเด็กสาวได้ดี

“เลือดของมันกินได้เหรอ” เด็กสาวรู้สึกว่าเจ้าปลาเกียงของเขาเคลื่อนไหว
“มันเป็นเลือดก็จริง  แต่มันถ่ายทอดจากชีวิตสู่ชีวิต มันสร้างชีวิต
มันบํารุงรักษา จะเรียกว่ามันเป็นยาก็ได้ แม้แต่ผู้ชายด้วยกัน
บางคนยังกินมันเพื่อบํารุงร่างกายให้แข็งแรง”
เฉยโฉดอ้างสรรพคุณ เพื่อจูงใจเด็กสาว

“มิน่าเล่า...”  ลูกเนียงหยุดเหมือนเพิ่งนึกได้ ไม่แน่ใจว่าควรพูดดีไหม
“ทําไม”
“ทำไม”
“หนูเห็นลายตองเขากิน”
“หนูจะลองกินดูบ้างมั้ย” เฉยโฉดรู้ว่าลายตองกินจากใคร
แต่ไม่อยากให้เด็กสาวเอ่ยชื่อของเจ้ากําบังออกมา
“ของพรรณนี้มันดีนะ อา...อายังกินของหนูได้เลย”
จริงสิ...เด็กสาวคิด...คิดไปถึงบทบาทของเขา ก่อนจะเริ่ม...
“คงดีเหมือนกันนะ”
“ดีทีเดียวแหละ”

เฉยโฉดรั้งร่างของลูกเนียงจากขั้นบันไดแล้วตนขึ้นไปนั่งแทน
สูงขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น ปลาของเขาจึงเรี่ยอยู่เหนือน้ำ
เด็กสาวเอามือลูบไล้เจ้าปลาเกียงของเขาไปมา
เนื้อตัวของมันแข็งจริงๆ...
เจ้าเนื้อนี่แหละที่เข้าไปให้รสพิลึกพิลั่น อยู่ในเนินเนื้อทองลูกบวบ
ของตน..จนแผ่ซ่านไปหมดทุกขุมขน  อายุของมันไม่น้อย
แต่ความแข็งแรงของมันยังดีอยู่

ของพรรณนี้มันเรียนรู้ได้เร็ว วัยของเด็กสาวเป็นวัยที่พร้อมจะออกมารับ
อยู่แล้วหากเป็นที่ถูกใจ จิตใจมนุษย์เหมือนน้ำ ย่อมพร้อมที่จะไหลลงสู่
ที่ต่ำเสมอ หากไม่ได้รับการพัฒนาทางจิต   แล้วลูกเนียงโดนอัดฉีดเข้าไป
ถึงขนาดนี้จะเอาสติปัญญาที่ไหนมาเหนี่ยวรั้ง

เด็กสาวค่อยๆ เผยอตัวขึ้นมาจูบที่หน้าอกหนา ไปด้วยขนของชายโฉด
ใช้ลิ้นเลียไล้ไปตามขนเปียกน้ำเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงปาก
เธอดูดเนื้อปากหนาๆ ของเขาไม่พะวงกับความหนักของมือหนาๆ ที่กําลัง
บีบเคล้นสองเต้า ไม่กลัวว่ามันจะช้ำ จะยับเยิน แม้มันจะโดนบีบเค้น
จนเลือดทะลักออกมาทางต้อยปลายเต้าก็ยอม

เฉยโฉด ใช้สองมือสอดเข้าใต้รักแร้ขาว ของเด็กสาวรั้งร่างขึ้นมา
จนระดับหน้าอกของลูกเนียงอยู่ตรงใบหน้า เขาใช้ปากกัดและเน้น
ที่ติ่งปลายเต้า แต่ไม่แรงจนได้เลือด เขากัด เหมือนแมว เหมือนสุนัข
กัดตามเนื้อตัวของลูก ด้วยความรัก


จนกระทั่ง...
“ปล่อยหนูสิ” ลูกเนียงขยับตัวเพื่อให้หลุดจากเขา
“ทําไม”
“หนู..หนูจะกินเลือด”   ลูกเนียงไม่เคยพูดเสียงเบากับเขาขนาดนี้
“หนูต้องระวังหน่อยนะ”  เขาปล่อยเด็กสาวลงไปลอยอยู่ในน้ำหน้าตัก
“ระวังอะไร”
“ฟันของหนู”
“ค่ะ”
เด็กสาวพยักหน้ารับ เธอเข้าใจวิธีได้ดีเพราะเคยเห็นลายตอง
ทํากับกําบังมาแล้ว
ลูกเนียงจูบตรงหัวเข่าของเขาเรื่อยมาจนกระทั่ง ถึงปลายปากปลาเกียง
สองมือของเธอพาดอยู่บนขาสองข้างของเขา กลิ่นโคลนที่เท้าของเธอ
เหยียบอยู่ในน้ำลอยขึ้นมาได้กลิ่นเล็กน้อย แต่ดูมันจะเป็นกลิ่นหอม
มากกว่าเหม็น เพราะมันเป็นสระน้ำเพื่อกินเพื่อใช้ โดยเฉพาะ
ไม่มีการทิ้งขยะเน่าๆ ลงไป
เด็กสาวแลบปลายลิ้นออก...สัมผัสกับมันเบาๆ ก่อนจะเกลี่ยไปมา
จากใบหน้าและลําตัวของมัน แม้จะไม่คล่องแคล่วนัก...แต่เป็นครั้งแรก
ที่ยังไม่เคย และเหมือนกับปากของเด็กที่มีคําพังเพยว่า...
“ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม”   ทําให้เฉยโฉดแม้จะผ่านบทบาทเช่นนี้
มาอย่างคร่ำหวอด ก็อดหวิวไหวไปมิได้

เฉยโฉดใช้มือหนาๆ ลูบไล้ไปมาบนเส้นผมและแผ่นหลังของเด็กสาว
เขาวนไปวนมาเหมือนกับเกจิอาจารย์ ลูบหลังศิษย์ขณะเป่าเสกเวทมนตร์

ครู่หนึ่ง...ใบหน้าของเจ้าปลาเกียง   ก็วางอยู่บนลิ้นของเด็กสาว…
จากนั้น...มันจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านริมฝีปากเข้าไปอย่างเชื่องช้า…


ต่างวัย ต่างสีสัน ต่างนิสัย ต่างทั้งความบริสุทธิ์ และสกปรกของร่างกาย
และจิตใจ   แต่มันกลายเป็นเชื่อมเข้าติดกันได้ด้วยอํานาจของ...เซ็กซ์…


ธรรมชาติเข้ามาครอบงําความรู้สึกของลูกเนียง เธอคิดว่าจะต้องทําทุกอย่าง
ให้เขาด้วยความรัก   ให้เขามีความสุข   เป็นความรักของเด็กที่มีต่อผู้ใหญ่
รักและซื่อพร้อมกันนั้นก็รู้สึกถึงความอบอุ่น ปลอดภัย เมื่อได้รับใช้ได้ทําให้เขา
มีความสุข   เพราะเขาก็ได้ทําให้ตนได้พบกับสิ่งที่ดีที่สุดมาแล้ว ...บัดนี้ถึงคราว
จะต้องตอบแทนให้เขาบ้าง…

ตอบแทนให้คุ้มกับที่เขาทําให้เธอ..และจะพาส่งกลับบ้าน

ผิดกับเฉยโฉด   เขามองดูศีรษะและแผ่นหลังอิ่มของเด็กสาว
ที่กําลังเคลื่อนไหว   ดูเด็กสาวจะใช้ความพยายามอยู่ไม่ใช่น้อย แต่มัน
ก็ไม่อาจจะผ่านเข้าไปได้มากเท่าไร เพราะขาดความชํานาญ
แต่ก็ยังดีที่เกิดรสเสียดสีด้วยปาก

มันมีรส  แต่มันซ่อนความโหดร้ายเอาไว้ไม่น้อย เพราะคนอย่างเฉย
มันรุ่นสงครามโลกครั้งที่สอง จะเรียกกันว่ารุ่นนอนตองก็ว่าได้  สมัยนั้น
ยาหายาก  เป็นโรคแต่ละทีกินยาต้มกันเป็นปี๊บๆ  บางคนออกดอก
เห็นหนองเฟอะไปหมดทั้งตัว นอนเสื่อหรือพื้นกระดานไม่ได้  ต้องเอา
ใบตองมาปูนอนเพื่อไม่ให้น้ำเหลืองติดพื้น  ถ้าเอาผ้าปูนอนกว่าจะแกะ
เอาออกได้ น้ำเหลืองน้ำหนองที่แห้งกรังมันจะยึดเอาไว้ไม่ยอม
ออกจากผ้าง่ายๆ มันเจ็บแทบขาดใจจึงต้องใช้ใบตองปูนอน
แม้จะหายมาแล้ว แต่มันก็ยังไม่หมดเชื้อ

ตอนนี้..เฉยโฉดมันเห็นแก่ตัวจนปล่อยให้เด็กสาวกินเลือดชั่วของมัน

ทําอย่างไรได้ จะหาความปรานีอะไรกับคนพรรณนี้  มันชั่วติดสันดาน
หาความดีไม่เจอ แต่มันรู้จักวิธีการปรนเปรออันแยบยล มีกลเม็ด
เด็ดพรายที่นําออกมาใช้ได้ผล

น่าเสียดายเด็กสาวอย่างลูกเนียง...ดินกําลังงาม น้ำกําลังดี
ต้องมากลายเป็นดินจืด...น้ำเน่า
วิถีชีวิตของคนเราเป็นไปตามสิ่งแวดล้อม ลูกเนียงเป็นเด็กที่โดนทอดทิ้ง
นับตั้งแต่แม่เสียชีวิต พ่อก็มีแววรัตน์เข้ามาแทนที่ เด็กสาวจึงพยายามหา
หลักทางใจเกาะมาตลอด ความเยาว์วัย ความว้าเหว่ ไร้ที่พึ่งทางใจ
ทําให้รักง่าย เชื่อง่าย หลงง่าย

ตอนที่โดนกําบังมันฉีกเข้ามาในตัวมันแสนโหด
แต่เฉยโฉดกลับตรงกันข้าม    มันงามเงียบเฉียบอย่างบอกไม่ถูก

ดังนั้น...ตอนนี้เด็กสาวจึงพยายามขมวดเม้มเอามันเข้ามาให้มากที่สุด
เท่าที่จะมากได้ แต่มันเป็นไปได้ยากเหลือเกิน เพราะขนาดของช่วงของมัน
ไม่เอื้ออํานวย

เฉยโฉดรู้ว่าการทําแบบนี้ มันกระตุ้นเขาเพียงฝ่ายเดียว ไม่ดึงให้
เด็กสาวคล้อยตามไปด้วย   เนื่องจากเธอมัวพะวงที่จะกลืนกินมันเข้าไป
ให้มาก   เขาจึงไม่ปล่อยให้เวลาเนิ่นนานออกไป

เฉยโฉดค่อยๆ กระหย่งตัวขึ้นจากขั้นบันไดช่วยขยับ...
ที่สุด...เขาเองเป็นฝ่ายกระทํา   กระทํากับปากของลูกเนียง เหมือนที่เขา
ทํากับเนินเนื้อทองลูกบวบ หน้าขาของเด็กสาว…

เขารู้และไม่รุนแรง

ริมฝีปากของลูกเนียงจึงลู่เข้าและขยายออก ไปตามการซักใย
อันแผ่วเบาของเขา

สองกลีบของริมฝีปากไม่ผิดอะไรกับสองกลีบของเนินเนื้อทอง

มันเคลื่อนไหวช้าๆ บางครั้งก็เร็ว ไม่แรง ไม่ลึก
หากมันสอดเข้าไปในความรู้สึก

มันไม่เหมือนกับกลีบเนินเนื้อทอง แต่มันเป็นกลีบเนื้อที่เปิดเผย
ริมฝีปากไม่ใช่อวัยวะที่ต้องซ่อนเร้น มันเด่นด้วยรอยยิ้ม
มันบอกความรู้สึกของหัวใจพอๆ กับดวงตา  มันเปิดเผยตัวเองอย่าง
ทระนง เฉพาะอย่างยิ่งเป็นเนื้อปากของวัยใหม่  สีของมันสดบริสุทธิ์
ไม่ซ่อนเร้น ปิดบังความฉ้อฉล มันไม่ออกสีคล้ำๆ เหมือนปากของวัย
ที่ผ่านการหลอกลวงตอหลดตอแหล

มันสดโดยไม่ต้องมีสีของลิปช่วย

ตกมาถึงช่วงนี้...เด็กสาวจึงตกเป็นฝ่ายรับโดยไม่ต้องรุก

สองมือของเฉยโฉดจับศีรษะของเด็กสาวเกร็งกล้ามเนื้อหน้าขา
หย่งตัวเอาไว้ด้วยความแข็งแกร่ง หากไม่แข็งพอจะอยู่ในสภาพนี้ไม่ได้นาน
แต่เฉยโฉดมีความแข็งแรงพอ

บางครั้ง...เขาเกิดการเผลอปล่อยแรงและลึก…

ลูกเนียงจะดันสองขาของเขาเบาๆ บอกให้รู้ตัว เพราะเธอดูดไม่ได้เสียแล้ว

เขาใช้เวลาอยู่ค่อนข้างนาน จนเขารู้ว่าเด็กสาวมีอาการเหนื่อย
แสดงออกให้เห็น เขาจึงเริ่มเร่ง...เขาขยับเขยื้อนเขย่งเบาๆ
แต่เร่งเร้าด้วยความรู้สึก

เฉยโฉดรู้   อวัยวะส่วนนี้จะกระทําแบบลําหักลําโค่นไม่ได้  มันไม่ได้
ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกามโดยเฉพาะ  มันเป็นเรื่องบังเอิญที่มนุษย์ได้ค้นพบ
ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่ให้ความสุขได้อย่างเลอเลิศ  มันเกิดจากความคิด
ของมนุษย์ผู้ไม่หยุดการแสวงหาสิ่งแปลกใหม่

ชะรอยจะเห็นโลกเงียบไปหน่อยพระพายจึงระบายลมหายใจออกมา
จนยอดข้าวในนาเอนลู่ไปเป็นแถวราวแพรพลิ้วพราย

ดาวดวงเก่าหมดเรี่ยวแรงเหนี่ยวฟ้าหรือโดนปลดด้วยความชราภาพ
หลุดจากฟ้าตัดอากาศลงมาลิ่วๆ
ไม่รู้หายลับเข้าไปในท้องของใคร...แต่ไม่ใช่ของลูกเนียงแน่ๆ

กลิ่นโคลนใต้น้ำลอยขึ้นมาหอมมากขึ้น
ไฟลิบๆ จากบ้านชาวนาที่เห็นแต่ไกลไม่มีแสงเหลือ  ไม่บ้านใดก็บ้านหนึ่ง
กําลังกระทํากันอยู่เหมือนเฉยโฉดทํากับลูกเนียง  แต่ไม่ผิดลู่ผิดทาง
อย่างนี้แน่ๆ   เพราะชาวนารุ่นนั้นรู้จักแต่ควายเนื้อไม่รู้จักควายเหล็ก


แล้วเด็กสาวก็ได้กินเลือดของปลาเกียงสมใจ…

เหมือนน้ำข้าวอุ่นๆ... ทะลักเข้ามาในปาก   รสของมันจืดแต่คาว
เป็นคาวเลือดที่เขาเชือดเอาออกมา


“อย่าปล่อยนะ” เฉยโฉดกัดฟันพูดขณะกระฉูด
ลูกเนียงอมมันเอาไว้ก่อนจะค่อยๆ กลืนมันลงไปในคอจนถึงกระเพาะ

มันทะลักออกมาเป็นช่วงๆ   ราวกับจะมีการขยักเอาไว้…
แล้วปล่อยออกทีละกรุ๊ป

สองมือของเขาเกร็งแน่นอยู่บนศีรษะของเด็กสาว

เขาสาวมันออกแล้วสอดเข้าไปใหม่พร้อมกับเลือดสีขาว…
จนกระทั่ง...เหมือนหุงข้าวด้วยหม้อดิน รินน้ำข้าวออกมาจนหยดสุดท้าย
ก่อนจะเอาขึ้นเตาดงอีกครั้ง

ลูกเนียงรู้สึกเหมือนได้กินเลือดของเขา   มันคงจะเข้าไปสร้างความสดชื่น
บํารุงรักษาร่างกายได้ดี เหมือนอย่างที่เขาบอก

เด็กสาวรอจนกระทั่งมันเหือดหาย...จึงปล่อยออก

เธอ...โผออกไปกลางสระ นอนหงายตีกรรเชียงลอยตัวมองดูดาว
อิ่มเอิบสุขใจที่ได้รับใช้คนที่ตนมีความศรัทธา ให้เขาได้รับความสุข
สมปรารถนา เป็นความภูมิใจ และขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าตนได้รับส่วน
แบ่งปันอันมีค่า...เลือดของเขาที่เอาออกมาให้ราวกับจะเชือดออกมา
ด้วยความรัก เอ็นดู...ดีใจเหมือนเด็กๆ ได้รับของเล่นอันถูกใจจากผู้ใหญ่


แสงสว่างจากไฟที่มุมรั้วส่องให้เห็นเนื้อสีขาว ตัดกับสีน้ำ สองแขนขาวๆ
ที่โบกตัดน้ำไปมาแต่ละจังหวะ..ยกสองเต้าให้เผยอขึ้นมาเหนือน้ำหมิ่นๆ

ไม่นานเด็กสาวก็พลิกร่างคร่ำว่ายและดําผุด โผล่สะโพกขึ้นมาเด่นเป็นจังหวะ
...เฉยโฉดเห็นแล้วสุดจะอดใจได้ จึงโผนลงไปในน้ำ ถีบตัวเองว่ายคว่ำหน้า
เคียงคู่ไปกับเด็กสาวรอบๆสระ จนเด็กสาวรู้สึกเหนื่อย...
จึงประคองตัวให้ลอยนิ่งเหนือน้ำ

เฉยโฉดใช้แขนขวาโอบเอวของเด็กสาว แต่เธอกลับสะบัดหลุดแล้วดําหาย
ลงไปในน้ำเขาตามลงไปคว้า ความแข็งแรงเขามากกว่าเธอจึงหนีไม่พ้น
พอมือแตะเต้า เฉดโฉดก็ก้มลงไปดูดและจูบก่อน..และ กัดซ้ำเบาๆ
จนเด็กสาวต้องผลักเขาและดันตัวขึ้นมา สูดหายใจแล้วหัวเราะเหนือน้ำ

เฉยโฉดโผล่ตามขึ้นมาพยุงร่างของเด็กสาวเนื้ออิ่มขาวนวล
ลอยอยู่ในวงแขนของเขาปริ่มเหมือนเขา   พาร่างของเด็กสาวเข้ามา
ที่ริมตลิ่งดันจนร่างของเด็กสาวติดดิน จูบลงไปที่ปากซึ่งหอมไม่รู้หายเน้นๆ
มือซ้ายลูบไล้ปลายเต้ามือขวาสอดเข้าไปทางด้านหลัง กดไปตามร่อง
กระดูกจนถึงกระเบนเหน็บ และถูไถไปตามร่องสะโพก ปล่อยมือซ้ายมาจับ
มือขวาของลูกเนียงใช้หัวแม่มือกดกลางใจมือของเด็กสาวเบาๆ

เด็กสาวใช้สองแขนโอบรอบคอของเขาอ้าปากรับและส่ายปลายลิ้น


“แหวนวงนี้คงเก่ามาก”

เฉยโฉดเอ่ยขึ้นหลังจากปล่อยเนื้อตัวของเด็กสาวออกไปจากการโลมเร้า
เขาใช้มือจับมือซ้ายของลูกเนียงขึ้นชู   แสงไฟจับสีของทองคําขาว
ลงยามองดูสวย  มันเป็นของมีค่าสิ่งเดียวที่เด็กสาวติดตัวมา

ใบหน้าคมสัน รูปร่างขาวโปร่ง แววตา บริสุทธิ์ของรองพลตัด
เข้ามาในความคิดของลูกเนียง

มาถึงตอนนี้...รองพลคมก็จริง แต่ความคมของเขาตัดความคม
และเลือดข้นของเฉยโฉดที่เข้าไปคลั่กอยู่ในตัวไม่ออกเสียแล้ว
มันกลายเป็นยางเกาะแน่น เป็นน็อตขันติดเต็มเกลียว รากของมัน
ชอนไชเข้าไปฝังอยู่ในกายในใจจนลึก มันยั้วเยี้ยผูกมัดเอาไว้แทบ
ทุกอวัยวะในช่องหน้าท้อง...เงื่อนของมันแน่น

ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาปรารถนาที่จะเล่นกับมัน เหมือนแมลงเห็นแสงไฟ
มันไม่ใช่ไฟที่ก่อเอาไว้เป็นกองคุโชน หากเป็นไฟในหลอดสีนวล
แม้จะเผลอบินชนจนเจ็บครั้งแล้วครั้งเล่าก็อด..มัน..ไม่ได้
มันเป็นความเจ็บที่ให้ความสุข สีสวยของมันมีอาถรรพณ์

ความคมสันของรองพลไม่อาจตัดคมราคะของ เฉยโฉดได้ขาด

“แหวนของพี่รองพล”

ลูกเนียงตอบแล้วจูบที่ต้นคอของเขาพร้อมกับกัดเน้นด้วยริมฝีปากเบาๆ
ราวกับเมื่อสารภาพความผิดออกไปแล้ว...ทําเพื่อจะเอาใจเขา

“เขาเป็นอะไรกับหนู”
“อย่าโกรธหนูนะ”
“ทําไมอาจะต้องโกรธหนูด้วย”
“เขา...เขาหมั้นหนูเอาไว้
“หนูมีคู่หมั้นแล้วเรอะ”
เขาแกล้งปล่อยมือของลูกเนียง แต่เด็กสาวกลับ จับมือของเขาเอาไว้แน่น

“เรา...เราไม่ได้หมั้นกันเป็นพิธีการอะไรหรอก..เขาให้ไว้
เหมือนกับจะบอกให้รู้ตัวเอาไว้ก่อน”
“หนูรักเขาหรือเปล่า”

เด็กสาวเอียงใบหน้าเหล่ตามองผ่านเขาไปบนฟ้า…
เม้มริมฝีปากคิดก่อนจึงเอ่ยว่า
“เขาเป็นคนดีนะ”

“อาดีใจด้วย... ที่หนูได้พบคนดีๆ ” เฉยโฉดแกล้งพูด
“ใครๆ   รู้จักเขาก็ต้องเห็นเขาเป็นคนดี”
“หนูคงรักเขามาก”
“ไม่... ไม่รู้สิ” เด็กสาวสั่นหน้าไปมา
“ทําไมหนูรักใครหนูไม่รู้หรอกรึ”
“เมื่อก่อนหนูคิดว่า...คิดว่าหนูรักเขา”
“แล้วเดี๋ยวนี้”
“เอ้อ...ไม่รู้สิ...บอกไม่ถูก”
“เขาเคยทํากับหนูหรือเปล่า”
“ทําอะไร!!”
“ทําอย่างที่เราทํากันน่ะสิ”  เฉยโฉดไม่พูดเปล่ายังใช้มือสอดลงไปลูบไล้
เนื้อทองใต้น้ำ
“ไม่...ไม่เคย”
“ทําไม”
“ไม่รู้สิ”

ความจริงลูกเนียงเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทําไมเขาจึงไม่ทํา ไม่ทํากับตนเหมือน
กําบังเหมือนอาเฉย  ทั้งๆ ที่มีโอกาส และตนเองก็พยายามสื่อความต้องการ
ออกไปให้เขารู้ แต่เขากับเฉยเมย...แต่ถ้าเขาจะทํา…
เขาจะทําได้เหมือนอาเฉยหรือเปล่าหนอ

นึกแล้วอดเปรียบเทียบไม่ได้

เนื้อตัวของรองพลนั้นดูอ่อน แต่เป็นความอ่อนที่กําลังจะเติบโตแข็งแกร่ง
ในวันหน้า รูปร่างของเขางามสง่า ตนเองเคยหวั่นไหว
เมื่อประสานสายตากับเขาเป็นครั้งแรก ถ้าเขาเป็นพระเอกภาพยนตร์
เขาก็คงจะเหมาะกับบทบาทของเจ้าชายผู้งามสง่า  เทพบุตรซึ่งมีผู้หญิง
ล้อมรอบ นักร้อง นักอะไรต่อนักอะไร ที่ทํางานด้วยการใช้ความคิด

ส่วนอาเฉย แม้จะมีอายุ แต่ความแข็งและเลือดเนื้อดูมันแกร่งไปหมด
บึกบึนทรหด  ผิวเนื้อหยาบกร้าน  ใบหน้าบอกเอาเรื่อง หากเป็นพระเอก
ภาพยนตร์ก็คงเป็นพวกคาวบอย เสือเฒ่าเจ้าเล่ห์ เต็มไปด้วยเหลี่ยมคู
อันเหนือชั้น มีกําปั้นเป็นเครื่องนําทางทําแต้ม ผ่านงานมาแล้วอย่างโชกโชน

ในความสว่าง รองพลเหนือกว่าทุกกระบวน เขาควงคู่กับตนได้อย่างเฉิดฉาย

แต่ในความมืดยังสงสัย   เพราะสิ่งที่อาเฉยให้ในกลีบเนื้อทองลูกบวบ
มันซึมซับ   ไม่น่าหวาดกลัว  เหมือนกําบัง มันหวามหวาน...ไม่รู้หาย

“ทําไมนะ เขาจึงปล่อยให้ความสวยของหนูตกมาถึงอาได้”

เฉยโฉดถอยออกห่างยกฝ่าเท้าของเด็กสาว ยันเอาไว้ตรงหัวไหล่ของตน
ใช้มือถูขัดไคลให้เบาๆ...



*

ออฟไลน์ Darkreader

  • Senior Member
  • ****
  • 637
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่49
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2021, 08:56:58 pm »
จิ้งจอกเฒ่ามันปั่นให้ปันใจจากรองพลคนดีแล้ว 

*

ออฟไลน์ rinrin

  • Junior Member
  • ***
  • 304
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่49
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2021, 09:07:53 pm »
หลักสูตร 1-1 เหลือแค่ประตูหลังละ จะมี2-1 มั้ยน้ออ

*

ออฟไลน์ peddo

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3918
  • 1236
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่49
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2021, 10:47:34 pm »
เฉยโฉดมาดพระเอก จะมีใครกระชากหน้ากากเขาออกม่ได้ไหมนะ รองพลจะเอาอะไรไปสู้ สงสัยจังว่า ลายตองจะว่าไง หรือจะช่วยกันวางแผนปอกลอกหนักขึ้น

*

ออฟไลน์ 1819

  • Legend Member
  • *******
  • 2352
  • 4
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่49
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2021, 01:29:16 am »
 เนียง ต้อนนี้ ทั้งหลง ทั้งใคร่ ทั้งติดใจเฉย ซะหมดจิตหมดใจ   แต่จะใช้คำว่ารักได้หรือเปล่าไม่รู้    แต่ที่แน่ๆ ระหว่าง ที่ลูกเนียง บ๊วบ เฉย  ดันมันดิ่งแว๊บ ตรงที่ว่า ในตัวเฉย ยัง มีเชื้อหนองในอยู่ อะดิ  ต่ายห่า ลูกเนีนง ซวยจะเป็นโรคหรือเปล่า     และ ก็สงสารรองพล  ด้วย เฉยจะเล่นแหวนรองพลจาก เนียงแล้ว เนียง คิดให้ได้ ตกผลึกให้เร็วนะ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 04, 2021, 01:30:23 am โดย 1819 »
กรุงเทพเป็นเมืองที่มีคนเหงา มากกว่าเสาไฟฟ้า

*

ออฟไลน์ cdx

  • Junior Member
  • ***
  • 409
  • 2613
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่49
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2021, 06:20:40 am »
ถึงตอนนี้ นับได้ว่าตาเฉยเป็นสามีของลูกเนีนงเสียแล้ว

*

ออฟไลน์ swss2511

  • Supreme Member
  • *********
  • 5242
  • 734
    • ดูรายละเอียด
Re: มลทินดอกไม้-ตอนที่49
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 05, 2021, 08:11:50 am »
หลงใหลเสือเฒ่าอย่างหมดใจ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ